{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"CONSULT_ID","type":"numeric"},{"id":"SENATOR_CODE","type":"numeric"},{"id":"SENATOR","type":"text"},{"id":"CONSULT_TYPE","type":"text"},{"id":"CONSULT_TITLE","type":"text"},{"id":"CONSULT_DETAIL","type":"text"},{"id":"RESULT","type":"text"},{"id":"PARLIAMENT_SET","type":"text"},{"id":"MEETING_TERM","type":"text"},{"id":"MEETING_NO","type":"numeric"},{"id":"MEETING_YEAR","type":"numeric"},{"id":"MEETING_DATE","type":"timestamp"}],
  "records": [
    [1,6005,50,"นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย","กฎหมาย","ขอให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะตามรายงาน  ผลการตรวจสอบที่ ๘๑/๒๕๖๗ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการแรงงานไรเดอร์","จากเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๗ กลุ่มแรงงานไรเดอร์ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน\\nต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในกรณีการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของแรงงาน\\nในแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีสาระสำคัญว่าบริษัทแพลตฟอร์มได้รับแรงงานไรเดอร์เข้าทำงานในลักษณะ\\nที่มิได้กำหนดสถานะให้เป็นพนักงานหรือลูกจ้างตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวถูกเรียกขานว่าเป็น “พาร์ทเนอร์” หรือ “หุ้นส่วน” แทน และไม่ได้รับสิทธิหรือสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด\\n          คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้สอบสวน พิจารณาข้อเท็จจริง และมีคำวินิจฉัยว่า การจ้างงานของแรงงานไรเดอร์ในลักษณะดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีพยานหลักฐานและเหตุผลสนับสนุน กล่าวคือ เงื่อนไขการทำงาน การลงโทษ และการกำหนดอัตราค่าตอบแทนของแรงงานไรเดอร์ล้วนถูกกำหนดโดยบริษัทแพลตฟอร์มแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยที่แรงงานไรเดอร์ไม่มีอำนาจต่อรองใด ๆ ลักษณะความสัมพันธ์ดังกล่าวจึงมีสาระสำคัญเป็นการจ้างแรงงาน แต่แรงงานไรเดอร์กลับมิได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายในฐานะลูกจ้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีข้อเสนอแนะไปยังบริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลและกระทรวงแรงงานแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ๓ ประการ ได้แก่\\n          ประการที่หนึ่ง ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม กำหนดมาตรการกำกับดูแลผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยให้ถือว่าแรงงานไรเดอร์มีสถานะ\\nเป็นลูกจ้างตามกฎหมาย และได้รับสิทธิและสวัสดิการด้านแรงงานรวมถึงการประกันสังคมอย่างครบถ้วน\\n          ประการที่สอง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาและวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการจ้างงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้มีความครอบคลุมและสอดคล้องกับรูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป\\n          ประการที่สาม ให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัลยุติการจ้างงานในลักษณะที่มีผล\\nเป็นการหลีกเลี่ยงการให้สิทธิและสวัสดิการแก่แรงงาน และให้ปฏิบัติต่อแรงงานไรเดอร์ในฐานะลูกจ้างตามกฎหมายโดยพลัน\\n          อย่างไรก็ตาม นับแต่วันที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีคำวินิจฉัย\\nและข้อเสนอแนะดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า ๒ ปี แต่ยังมิปรากฏว่ากระทรวงแรงงาน\\nได้ดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่สถานการณ์วิกฤตพลังงานในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการประกอบอาชีพของแรงงานไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจ ทำให้\\nความเดือดร้อนของแรงงานกลุ่มนี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงแรงงาน พิจารณาสั่งการ \\nให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม เร่งดำเนินการตามมติและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติโดยเร็วที่สุด เพื่อคุ้มครองสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิต\\nของแรงงานไรเดอร์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป","กระทรวงแรงงาน ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [2,6003,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้มีการศึกษาสายทางคมนาคมขนส่งทางรางเชื่อมโยงสายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ ไปยังจังหวัดน่าน","จากประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๒ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดพะเยา จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน และจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๗ ที่ประชุมร่วมภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) ได้มีข้อเสนอประเด็นการพัฒนากลุ่มจังหวัด โดยหนึ่งในข้อเสนอสำคัญ คือ การขอให้ผลักดันการศึกษาสายทางคมนาคมขนส่งทางรางเชื่อมโยง\\nสายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ ไปยังจังหวัดน่าน ให้ครอบคลุมจังหวัดภายในกลุ่มจังหวัด ภายใต้ชื่อ\\nโครงการ “โครงข่ายคมนาคมขนส่งทางรางล้านนาตะวันออก” และได้รับข้อมูลจากวิศวกรของการรถไฟแห่งประเทศไทยว่า โครงการดังกล่าวมีแผนการก่อสร้างสถานีรถไฟรวมทั้งสิ้น ๑๐ สถานี โดยมี\\nแนวเส้นทางเริ่มต้นจากชุมทางสถานีบ้านเสี้ยว ผ่านแดนชุมพล - แม่ทราย - บ้านห้วยโรง - ห้วยน้ำอุ่น \\n- อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน รวมระยะทางทั้งสิ้น ๘๘.๓๐๐ กิโลเมตร \\n          \tกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ๒ เป็นพื้นที่ที่ได้รับการกำหนดให้อยู่ในกลุ่มจังหวัด\\nที่ต้องได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในด้านการท่องเที่ยวทั้งทางศาสนา โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ มีแผนพัฒนาต่อยอดในระยะยาว\\nเพื่อเชื่อมต่อกับระบบรถไฟของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มจังหวัดดังกล่าวกลายเป็นประตูสู่ภูมิภาคที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ทั้งด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อไปยังจังหวัดน่านดังกล่าว จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นและขยายฐานเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน อำนวยความสะดวกในการขนส่งผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของชุมชน สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มีความเจริญก้าวหน้า\\nอย่างยั่งยืน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พิจารณาเร่งดำเนินการสำรวจและออกแบบเส้นทางรถไฟสายจังหวัดน่านโดยเร็ว เพื่อให้โครงการดังกล่าวได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศต่อไป","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [3,6001,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรตำแหน่งสายงานบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งทั่วประเทศ ว่าขณะนี้มีการขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งสายงานผู้บริหารเป็นจำนวนมาก โดยจากการสำรวจปรากฏว่ามีตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่นว่างอยู่ถึงกว่า ๑๗,๐๐๐ อัตรา ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง\\nเกิดจากการที่คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มิได้ดำเนินการจัดสอบคัดเลือกสรรหาบุคลากรอย่างต่อเนื่องและทันต่อสถานการณ์ ส่งผลให้เกิดการว่างเว้นการสรรหาเป็นระยะเวลายาวนาน อีกทั้งในระหว่างที่มีการสำรวจตำแหน่งว่างดังกล่าว ยังได้มีการระงับการโอนย้ายบุคลากร\\nในตำแหน่งที่อยู่ระหว่างการสำรวจ จึงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อประสิทธิภาพในการบริหารงานและการให้บริการประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ\\n          \tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือจึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพิจารณาดำเนินการ ๓ ประการ ดังนี้\\n           \tประการที่หนึ่ง ควรให้คณะกรรมการกลางฯ เป็นผู้ดำเนินการสรรหาและจัดสอบในระดับส่วนกลางแทนการมอบอำนาจให้แต่ละจังหวัดจัดสอบเป็นการเฉพาะ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้เข้าสอบ รวมทั้งให้มีการจัดทำบัญชีผู้สอบผ่านเป็นบัญชีเดียวในระดับประเทศ ซึ่งจะทำให้การบริหารและการใช้ประโยชน์จากบัญชีผู้สอบผ่านมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น\\n          \tประการที่สอง คณะกรรมการกลางฯ ควรกำหนดมาตรฐานและมาตรการในการเปิดรับสมัครสอบให้เป็นไปตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด โดยจะต้องดำเนินการสำรวจตำแหน่งว่างล่วงหน้าก่อนที่บัญชีผู้สอบผ่านเดิมจะสิ้นอายุ เพื่อมิให้เกิดช่องว่างในการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันจะเป็นการรักษาเสถียรภาพในการบริหารงานท้องถิ่นและเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรในสังกัดอีกด้วย\\n          \tประการที่สาม ก่อนที่คณะกรรมการกลางฯ จะประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่ \\nและระเบียบว่าด้วยการสอบคัดเลือกในแต่ละครั้ง ควรเปิดโอกาสให้มีการโอนย้ายบุคลากรในตำแหน่ง\\nที่จะทำการสรรหาอีกครั้งหนึ่งก่อน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขาดแคลนบุคลากร โดยกำหนดเงื่อนไขว่าตำแหน่งที่ว่างลงอันเป็นผลจากการโอนย้ายดังกล่าวจะต้องถูกระงับไว้แทน เพื่อให้จำนวนตำแหน่งผู้บริหารที่ว่างในภาพรวมยังคงอยู่ในระดับเดิม และไม่กระทบ\\nต่อกระบวนการสรรหาที่กำลังจะดำเนินการ","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [4,5999,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","เสนอใช้ฐานข้อมูลราชกิจจานุเบกษาลดการคอร์รัปชัน","จากคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ได้ดำเนินการนำประกาศราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๘ จนถึงปัจจุบัน มาแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบที่เครื่องจักรสามารถประมวลผลได้ (Machine-readable) และได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ www.opendata openlawdatathailand.org รวมถึงแพลตฟอร์ม Hugging Face เพื่อเปิดโอกาสให้นักพัฒนาระบบนำฐานข้อมูลดังกล่าวไปพัฒนาต่อเป็นเครื่องมือที่เอื้อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลกฎหมายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้อง\\n          \tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่าการเข้าถึงข้อมูลกฎหมายของประชาชน\\nและผู้ประกอบการอย่างทั่วถึงนั้น เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต\\nคอร์รัปชัน ทั้งนี้ ราชกิจจานุเบกษาซึ่งเป็นสื่อกลางในการประกาศข้อมูลกฎหมายอย่างเป็นทางการ \\nควรครอบคลุมสาระสำคัญ ๔ ประการ ได้แก่\\n          \t(๑) กฎหมายอนุบัญญัติ\\n          \t(๒) กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่กฎหมายกำหนด หรือที่มี\\nผลบังคับใช้ต่อประชาชนเมื่อได้ประกาศแล้ว รวมถึงเรื่องที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ประกาศ\\n          \t(๓) เรื่องที่กฎหมายระบุให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนมีผลบังคับใช้\\n          \t(๔) เรื่องสำคัญอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด\\n          \tอย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อมูลทางกฎหมายซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อประชาชนและผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมากที่ยังมิได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ ข้อบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คำสั่ง หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผนนโยบาย และแนวทางการตีความกฎหมายของหน่วยงานต่าง ๆ การที่ข้อมูลดังกล่าวมิได้รับการเผยแพร่อย่างเปิดเผยและเป็นระบบ ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าติดต่อหน่วยงานของรัฐไม่ทราบถึงข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ตนพึงต้องปฏิบัติ \\nจนอาจนำไปสู่การกระทำความผิดและการถูกเรียกเก็บค่าปรับโดยมิสมควร ซึ่งเป็นสภาวะที่เอื้อต่อ\\nการเกิดการทุจริตในรูปแบบของการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบและการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้\\n          \tดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ๒ ประการ ดังนี้\\n          \tประการที่หนึ่ง ให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งที่ครอบครองข้อมูลทางกฎหมายซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการ ดำเนินการนำข้อมูลดังกล่าวไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ครบถ้วน \\nเพื่อให้ฐานข้อมูลกฎหมายของประเทศมีความสมบูรณ์และเป็นปัจจุบัน\\n          \tประการที่สอง ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสนับสนุนและส่งเสริมการนำฐานข้อมูล\\nราชกิจจานุเบกษาในรูปแบบดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงข้อมูลกฎหมายได้อย่างสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ อันจะเป็นกลไกสำคัญในการลดโอกาสการเกิดการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [5,5997,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้","จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงยานพาหนะของสมาชิก\\nสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามและพนักงานขับรถได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างยิ่งในหมู่ประชาชนในพื้นที่ \\nโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ว่า ภายหลังการเกิดเหตุ คนร้ายพร้อมยานพาหนะสามารถหลบหนี\\nออกจากพื้นที่ได้อย่างไร้ร่องรอย ทั้งที่บริเวณดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและจุดตรวจเป็นจำนวนมาก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า ๒๒ ปี โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ (กอ.รมน.ภาค ๔) ชี้แจงว่า คนร้ายมิได้ใช้เส้นทางหลักในการหลบหนี หากแต่ใช้เส้นทางรองซึ่งปราศจากจุดตรวจ จึงเป็นเหตุให้ไม่สามารถสกัดกั้น\\nได้ทันท่วงที นอกจากนี้ กล้องวงจรปิดในพื้นที่ได้ถูกขบวนการแบ่งแยกดินแดนทำลายไปเป็นจำนวนมากก่อนการก่อเหตุ ส่งผลให้ไม่สามารถบันทึกภาพยานพาหนะหรือตัวคนร้ายได้\\n           \tอย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่าคำชี้แจงของแม่ทัพภาคที่ ๔ และผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสดังกล่าว เป็นเพียงการอธิบายเหตุที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์เท่านั้น แต่ยังมิได้ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งมิใช่การรับทราบเหตุผล\\nของความล้มเหลว หากแต่ต้องการทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อปรากฏชัดเจนว่าหน่วยงานในพื้นที่ทราบแนวปฏิบัติของคนร้ายดีอยู่แล้ว กล่าวคือ คนร้ายมักดำเนินการทำลายกล้องวงจรปิดก่อนการก่อเหตุทุกครั้ง เพื่อขจัดพยานหลักฐานที่จะใช้ยืนยันตัวบุคคลและยานพาหนะ แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบก็มิได้ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด \\nทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาสั่งการให้ กอ.รมน.ภาค ๔ \\nและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนใน ๓ ประการ ดังต่อไปนี้\\n         \t(๑) ดำเนินการตรวจสอบ ซ่อมแซม และเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยงภัย\\nให้ครอบคลุมทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรอง พร้อมจัดให้มีระบบแจ้งเตือนเมื่อกล้องถูกทำลายหรือหยุดการทำงาน เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขได้โดยทันที\\n          \t(๒) ทบทวนและปรับปรุงแผนการวางจุดตรวจและด่านตรวจให้ครอบคลุมเส้นทางรอง\\nที่คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี โดยอาจพิจารณาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โดรนตรวจการณ์หรือระบบติดตามยานพาหนะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นคนร้าย\\n          \t(๓) กำหนดมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการทำลายกล้องวงจรปิด โดยบูรณาการข้อมูลข่าวกรองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสามารถคาดการณ์และป้องกันการก่อเหตุล่วงหน้า ก่อนที่คนร้าย\\nจะดำเนินการทำลายกล้องและก่อเหตุรุนแรง","กระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [6,5995,186,"นายอภินันท์ เผือกผ่อง","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา","จากในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกลงมาในพื้นที่รวมกัน\\nสูงถึงกว่า ๘๐๐ มิลลิเมตร ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลเข้าท่วมพื้นที่เมืองหาดใหญ่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความเจริญของภาคใต้ ก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหาย \\nอย่างร้ายแรง กล่าวคือ มีผู้เสียชีวิตจำนวนถึง ๑๔๕ ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท\\n         \tในส่วนของลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ เมืองหาดใหญ่ประกอบด้วยหน่วยการปกครอง ส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ เทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคอหงส์ เทศบาลเมืองคลองแห เทศบาลเมืองควนลัง และเทศบาลตำบลบ้านพรุ รวมพื้นที่ประมาณ ๑๖๒ ตารางกิโลเมตร โดยสภาพ\\nภูมิประเทศของพื้นที่ทั้ง ๕ แห่งดังกล่าวมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะใบเดียวกัน ซึ่งมวลน้ำจะไหลเข้าสู่\\nพื้นที่จาก ๒ ทิศทางหลัก ได้แก่ มวลน้ำจากเทือกเขาสันกาลาคีรีผ่านคลองอู่ตะเภาทางด้านทิศตะวันตก และมวลน้ำจากเทือกเขาคอหงส์ผ่านคลองหวะและคลองสาขาที่เกี่ยวข้องทางด้านทิศตะวันออก ก่อนที่น้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา โดยมวลน้ำจากคลองอู่ตะเภาจะผ่านระบบคลองระบายน้ำ ได้แก่ คลอง ร.๑ คลอง ร.๓ คลอง ร.๔ คลอง ร.๕ และคลอง ร.๖ ตามลำดับ ซึ่งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nทุกภาคส่วนได้ให้ความช่วยเหลือในการบูรณะฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ให้กลับคืนสู่สภาพปกติเป็นที่น่าชื่นชม    \\n \tอย่างไรก็ดี ตามหลักการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่สมบูรณ์ จำเป็นต้องดำเนินการครบทั้ง ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการก่อนเกิดภัย ระยะให้ความช่วยเหลือขณะเกิดภัย และระยะฟื้นฟูหลังเกิดภัย ซึ่งขณะนี้พบว่ามาตรการในระยะเตรียมการก่อนเกิดภัยยังมีการดำเนินการน้อยมาก ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่มีความกังวลและหวาดกลัว เกรงว่าจะเกิดอุทกภัยซ้ำอีกครั้งในช่วงฤดูมรสุมที่กำลัง\\nจะมาถึง จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินมาตรการเร่งด่วนระยะสั้น ซึ่งเหลือเวลาเพียง ๖ - ๗ เดือน\\nก่อนที่อาจเกิดมหาอุทกภัยซ้ำอีกครั้ง ดังนี้\\n  \t(๑) เร่งดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ คูคลอง คลองอู่ตะเภา คลอง ร.๑ และคลอง\\nที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน\\n \t(๒) เร่งรัดการก่อสร้างบล็อกคอนเวิร์ส (Box Culvert) หรือท่อระบายน้ำคอนกรีต\\nเสริมเหล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมสำเร็จรูป (Precast) ที่มีความแข็งแรงสูง ในถนนลพบุรีราเมศวร์ จังหวัดสงขลา \\nเพื่อทำหน้าที่เป็นคันกั้นน้ำสำคัญของพื้นที่\\n \t(๓) เร่งดำเนินการขุดสระพักน้ำ (แก้มลิง) ในพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาคอหงส์ เพื่อชะลอและรองรับมวลน้ำก่อนไหลเข้าสู่พื้นที่เมือง\\n         \tนอกจากมาตรการระยะสั้นดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องกำหนดมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย การก่อสร้างสระพักน้ำ (แก้มลิง) เพิ่มเติมรอบเทือกเขาคอหงส์ การขุดลอกและพัฒนาระบบคลองระบายน้ำทุกสายอย่างเป็นระบบ \\nและที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ การยกฐานะพื้นที่ทั้ง ๕ เทศบาล รวมพื้นที่ ๑๖๒ ตารางกิโลเมตร ให้เป็น\\nมหานครหาดใหญ่ เพื่อให้มีขีดความสามารถและศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำและดูแลประชาชน\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที\\n\tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเร่งด่วนและจริงจัง เพื่อป้องกันมิให้เกิดมหาอุทกภัยซ้ำอีกในช่วงฤดูมรสุมที่ใกล้จะมาถึงนี้","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [7,5993,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","รัฐควรเพิ่มมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อรับมือวิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลน","ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้ของประชาชน มิได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สอดคล้องกัน ส่งผลให้ปัญหาราคาน้ำมันมิใช่เพียงวิกฤตด้านพลังงานอีกต่อไป หากแต่ได้กลายเป็นปัญหาค่าครองชีพที่กระทบต่อประชาชนแทบทุกครัวเรือนทั่วประเทศ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง ราคาสินค้าอุปโภค - บริโภค อาหาร และปัจจัยในการดำรงชีพทุกประเภท ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณหนึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน โดยต้องนำเข้าจากต่างประเทศมากกว่าร้อยละ ๘๐ จึงทำให้มีความเปราะบางต่อความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นอย่างยิ่ง แม้รัฐบาลจะได้ดำเนินมาตรการตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยการจ่ายเงินชดเชยอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการชดเชยที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ ซึ่งมาตรการดังกล่าวยังมิใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เนื่องจากภาระทางการเงินจากการชดเชยดังกล่าวจะตกอยู่กับประชาชนในที่สุด ในขณะที่\\nผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงกลับเป็นผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน อีกทั้งต้นทุนค่าการกลั่นที่แท้จริงยังขาด\\nความโปร่งใสและมิได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ ประกอบกับยังมีปัญหาสต็อกน้ำมันที่จัดซื้อในราคาเก่าแต่จำหน่ายในราคาใหม่ ซึ่งเป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับโดยไม่เป็นธรรม\\n          \tดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาวิกฤตดังกล่าวต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการ จำนวน ๓ ประการ ดังนี้\\n          \tประการที่หนึ่ง ขอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบาง\\nและผู้มีรายได้น้อยเป็นลำดับแรก ได้แก่ แรงงานรับจ้างรายวัน ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย เกษตรกรรายย่อย \\nผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้มีรายได้ไม่เกินหนึ่งแสนบาทต่อคนต่อปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงและรุนแรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงการพิจารณาขยายและเพิ่มความถี่ของบริการขนส่งสาธารณะ อันได้แก่รถโดยสารประจำทางและรถไฟฟ้า เพื่อบรรเทาภาระค่าเดินทางของประชาชน\\n          \tประการที่สอง ขอให้รัฐบาลดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต้นทุนราคาน้ำมันและค่าการกลั่น\\nที่แท้จริงต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ โดยกำหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาและการใช้พลังงานทดแทนให้เป็นทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในระยะยาว\\n          \tประการที่สาม ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาใช้อำนาจตามกฎหมายในการออกพระราชกำหนดหรือมาตรการเร่งด่วนอื่น เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและป้องกันการกักตุนสินค้า \\nโดยมุ่งเน้นให้ประชาชนได้ซื้อน้ำมันในราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง มิใช่ราคาที่สะท้อนต้นทุน\\nสต็อกเก่าซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค\\n          \tทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั่วประเทศ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [8,5991,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","กฎหมาย","ปิตุฆาต (ลูกฆ่าพ่อ)","จากเหตุการณ์ที่ปรากฏในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ กรณีบุตรกระทำการฆ่าบิดา\\nจนถึงแก่ความตายนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวมิใช่เพียงคดีอาญาเฉพาะราย หากแต่เป็นปรากฏการณ์\\nที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย ทั้งในด้านความเปราะบางของสถาบันครอบครัว ปัญหาสุขภาพจิตของบุคคลในครอบครัว และการแพร่ระบาดของยาเสพติด \\nซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงและเสริมสร้างให้สถานการณ์ความรุนแรงทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น \\nจากการศึกษาข้อเท็จจริงพบว่า ผู้กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวมักมีประวัติที่สะสมความกดดัน\\nทางจิตใจมาเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ได้รับการดูแล บำบัด หรือแก้ไขอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ประกอบกับ การมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การใช้สุรา การติดยาเสพติด และการขาดทักษะในการจัดการความขัดแย้ง ส่งผลให้สถานการณ์ที่อาจยุติลงได้ด้วยกระบวนการพูดคุยหรือการไกล่เกลี่ยกลับทวีความรุนแรง \\nจนนำมาซึ่งความสูญเสียที่มิอาจเยียวยาได้ \\n \tดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก จึงขอเสนอแนะ\\nต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t(๑) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขอให้เร่งรัดจัดทำและพัฒนาระบบเฝ้าระวังครอบครัวเปราะบางให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมในระดับพื้นที่ โดยบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและป้องกันได้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง\\n(๒) กระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกรมสุขภาพจิต ขอให้ดำเนินการให้บริการ\\nด้านสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง โดยเฉพาะในระดับชุมชนและพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ผู้ที่มีภาวะความเครียดสะสมหรืออยู่ในสภาวะเสี่ยงได้รับการดูแลและบำบัดก่อนที่ปัญหา\\nจะบานปลายกลายเป็นความรุนแรง\\n(๓) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ขอให้เร่งรัดดำเนินมาตรการป้องกัน ควบคุม บำบัด และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสมรรถภาพและการบูรณาการผู้ผ่านการบำบัดคืนสู่สังคมอย่างมีประสิทธิผล รวมทั้งประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการเฝ้าระวังและคุ้มครองบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อหรือผู้กระทำความผิดได้อย่างทันท่วงที\\n(๔) กระทรวงมหาดไทย ขอให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในระดับพื้นที่ \\nทั้งจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำหน้าที่เป็นกลไกด่านหน้าในการสอดส่องดูแล เข้าถึง และให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่มีความเสี่ยง โดยประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคี\\nที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง\\nทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวมิอาจได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิผลได้ หากหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องยังคงปฏิบัติงานในลักษณะแยกส่วน จึงเห็นควรให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถระบุการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นโศกนาฏกรรม ความสูญเสียที่เกิดขึ้นแล้วย่อมมิอาจย้อนกลับคืนมาได้ แต่สิ่งที่ภาครัฐและสังคมสามารถดำเนินการได้ในห้วงเวลานี้ คือ การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้สถาบันครอบครัวกลับมาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเป็นรากฐานที่มั่นคงของสังคมสืบไป\t","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [9,5989,108,"นางมยุรี โพธิแสน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ร้องทุกข์ปัญหาโรงงานแป้งมันสำปะหลังส่งกลิ่นรบกวน","จากได้รับการร้องทุกข์จากชมรมผู้สูงอายุบ้านนิคม หมู่ที่ ๒ ตำบลเชียงเพ็ง อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ว่าขณะนี้ประชาชนในชุมชนกำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศ\\nอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากกลิ่นเหม็นที่ฟุ้งกระจาย ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากกระบวนการผลิตของโรงงาน\\nแป้งมันสำปะหลังแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในรัศมีประมาณ ๑ ถึง ๒ กิโลเมตรจากชุมชน โดยปัญหาดังกล่าว\\nได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า ๔ เดือน และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง\\nใน ๓ มิติ ดังนี้\\n       \tมิติที่ ๑ ด้านสุขภาพ ประชาชนโดยทั่วไปมีอาการระบบทางเดินหายใจผิดปกติและเกิดภาวะเครียดสะสม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ซึ่งได้รับผลกระทบต่อสุขภาพในระดับที่น่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง\\n      \tมิติที่ ๒ ด้านสังคมและศาสนา กลิ่นเหม็นดังกล่าวได้รบกวนการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในพื้นที่ รวมทั้งการประกอบศาสนกิจของพระภิกษุสงฆ์ในวัด ส่งผลให้กิจกรรมทางสังคมและศาสนาของชุมชนหยุดชะงักลงอย่างมีนัยสำคัญ\\n      \tมิติที่ ๓ ด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้กิจกรรมทางการค้าในชุมชนซบเซาลง เนื่องจากผู้ประกอบการค้าขายไม่สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้ อันเป็นการกระทบต่อรายได้และวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่\\n      \tดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t(๑) การตรวจสอบโรงงาน ขอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานสิ่งแวดล้อม\\nในพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบระบบบำบัดกลิ่นและกระบวนการผลิตของโรงงานแป้งมันสำปะหลังดังกล่าวโดยทันที เพื่อพิจารณาว่ามีการดำเนินการที่ฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และให้ดำเนินมาตรการบังคับตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป\\n\t(๒) การบังคับใช้กฎหมาย ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่บังคับใช้อำนาจ\\nตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อระงับเหตุรำคาญและกำหนดมาตรการที่จำเป็นแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน เพื่อให้ปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จและยั่งยืนโดยเร็วที่สุด","กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [10,5987,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ปรับฐานการรับซื้อข้าวเปลือกตามคุณภาพเป็นขั้นบันได","จากเกษตรกรในพื้นที่หลายจังหวัดได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมสินค้าเกษตรหลายชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกชนิดต่าง ๆ ข้าวโพด มันสำปะหลัง ตลอดจนโคและกระบือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรเป็นวงกว้าง ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และราชอาณาจักร กัมพูชา รวมถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยประเทศเหล่านี้มีพื้นที่การเกษตรรวมกันสูงถึงประมาณ ๑,๖๐๗,๕๓๓ ตารางกิโลเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่ประเทศไทยถึงสามเท่า จึงมีศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรในปริมาณสูงด้วยต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า เมื่อสินค้าเหล่านี้นำเข้ามาจำหน่ายในราคาต่ำผ่านด่านศุลกากรและสะพานมิตรภาพต่าง ๆ ย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรภายในประเทศลดลง\\nอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อเสถียรภาพของภาคเกษตรกรรมไทยโดยตรง ซึ่งการลงทุนของภาคเอกชน\\nและการค้าระหว่างประเทศ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ดี การดำเนินการ\\nดังกล่าวจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เกษตรกรซึ่งเป็นประชากร\\nส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งนี้ หากนักลงทุนไทยประสงค์จะเพาะปลูกหรือแปรรูปสินค้าเกษตรในต่างประเทศ \\nก็ควรดำเนินการโดยการจัดตั้งโรงงานแปรรูปในประเทศนั้น ๆ มิใช่การนำเข้าผลผลิตดิบในราคาต่ำ\\nเพื่อทดแทนผลผลิตของเกษตรกรไทย\\n      \tดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพของภาคเกษตรกรรมไทย สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือจึงขอเสนอมาตรการเชิงนโยบาย ดังนี้\\n(๑) การปรับฐานการรับซื้อข้าวเปลือกตามคุณภาพเป็นขั้นบันได ขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณากำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกที่สะท้อนคุณภาพที่แท้จริงของผลผลิต โดยจัดทำโครงสร้างราคาเป็นขั้นบันไดตามเกรดคุณภาพ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิตและได้รับผลตอบแทน\\nที่เป็นธรรม\\n(๒) การกำกับดูแลการนำเข้าสินค้าเกษตร ขอให้ทบทวนและเสริมสร้างมาตรการควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านให้มีความเข้มงวด โปร่งใส และสอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกรไทยเป็นสำคัญ\\n(๓) การส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศอย่างถูกต้อง ขอให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนไทยที่ประกอบกิจการเกษตรในต่างประเทศ","กระทรวงพาณิชย์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [11,5985,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ยาเสพติดและความรุนแรงในครอบครัว","ปัจจุบันปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้ทวีความรุนแรงและความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอย่างน่าวิตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสตรีและเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อ\\nการตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงภายในครัวเรือน ผู้ที่ได้รับผลกระทบมักอยู่ในสภาวะหวาดระแวงและหวาดกลัว อย่างต่อเนื่อง อันส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพจิต พัฒนาการ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว\\nซึ่งหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวดำรงอยู่และยากต่อการแก้ไข คือ ข้อจำกัดในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย กล่าวคือ เมื่อผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว \\nมักพบว่าผู้เสียหายถูกส่งกลับไปยังที่พักอาศัยเดิมซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้รับการคุ้มครอง\\nหรือการช่วยเหลือที่เพียงพอ นอกจากนี้ ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนถือเป็นปัจจัย\\nเชิงโครงสร้างที่ก่อให้เกิดและขยายวงความรุนแรงในครอบครัว เนื่องจากผู้ติดยาเสพติดมีแนวโน้ม\\nก่อพฤติกรรมรุนแรงต่อบุคคลใกล้ชิด ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพอันตรายและไม่ได้รับความปลอดภัยในที่พักอาศัย\\n      \tดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ สมาชิกวุฒิสภา\\nผู้ปรึกษาหารือขอเสนอมาตรการเชิงนโยบายที่จำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนี้\\n(๑) การบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก ขอให้ฝ่ายปกครองดำเนินมาตรการเชิงรุกในพื้นที่ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัวและยาเสพติด โดยให้มีการตรวจสอบทันทีโดยไม่รอให้เกิดเหตุสูญเสียก่อน ทั้งนี้ ขอให้พิจารณากำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (KPI) ของนายอำเภอให้ครอบคลุมการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว\\n(๒) การบูรณาการข้อมูลผ่านระบบ SOS Family Hub ขอให้พัฒนาและนำระบบ \\n“SOS Family Hub” มาใช้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงประวัติของผู้กระทำความผิดซ้ำซาก \\nทั้งในด้านความรุนแรงและการเป็นผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด เพื่อให้สามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว และป้องกันมิให้เหยื่อถูกกระทำซ้ำ\\n(๓) การแก้ไขกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ ขอให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายเพื่อห้ามการยอมความ โดยเด็ดขาด ในกรณีที่ผู้กระทำมีพฤติกรรมกระทำผิดซ้ำซาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความเกี่ยวข้อง\\nกับยาเสพติด เพราะกลไกการไกล่เกลี่ยกับผู้กระทำที่ติดยาและมีพฤติกรรมซ้ำ ย่อมไม่อาจให้ความคุ้มครองแก่เหยื่อได้อย่างแท้จริง กฎหมายจะต้องมีบทบัญญัติที่มีผลบังคับอย่างเคร่งครัด ด้วยการส่งผู้กระทำผิด\\nเข้ารับโทษทางอาญาหรือเข้ารับการบำบัดภาคบังคับ มิใช่เพียงกระบวนการประนีประนอมที่ปราศจากผลในทางปฏิบัติ\\n(๔) การขยายศูนย์พักพิงฉุกเฉิน ขอให้รัฐบาลวางแผนขยายศูนย์พักพิง (Safe House) ให้ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อให้เหยื่อของความรุนแรงสามารถเข้าถึงสถานที่ปลอดภัยได้ทันทีในยามฉุกเฉิน เนื่องจากในหลายกรณีเหยื่อไม่มีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัวหลบหนี การมีสถานที่พักพิงในระยะใกล้จึงเป็นปัจจัยชี้ขาดระหว่างชีวิตและความตาย โดยเน้นย้ำว่า ทุกขณะที่การดำเนินการล่าช้า ย่อมหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนที่ยังคงต้องอาศัยอยู่ร่วมกับผู้ก่อ\\nความรุนแรงในบ้านพักเดียวกัน ปัญหายาเสพติดและความรุนแรงในครอบครัวมิอาจแยกออกจากกันได้ การแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังในทั้งสองมิติจึงถือเป็นภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดำเนินการโดยไม่ชักช้า","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [12,5983,95,"นายพละวัต ตันศิริ","นโยบายของรัฐบาล","ผลกระทบต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจากวิกฤตต่อเนื่อง","จากสถานการณ์วิกฤตต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SME) อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในด้านการจ้างงานซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ ๗๐ ของการจ้างงานทั้งหมดในประเทศไทย โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้รายงานว่า อัตราการเลิกจ้างงานมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ ๗ ต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงการส่งผลกระทบต่อ SME มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มแสดงผลออกมาอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น จากวิกฤตหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะวิกฤตความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงาน นับเป็นอีกวิกฤตหนึ่งที่ซ้ำเติมภาระของ SME เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ เมื่อผู้ประกอบการ SME ประสบปัญหาและดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้ \\nย่อมส่งผลให้ประชาชนมีรายได้ลดลง การบริโภคในระบบเศรษฐกิจหดตัว และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายใหญ่ด้วยเช่นกัน\\n        \tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ จึงขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาไปยังรัฐบาล\\nและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n        \t(๑) สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ควรปรับมาตรการลดเงินสมทบให้ผูกติดกับการรักษาระดับการจ้างงาน โดยให้สำนักงานประกันสังคมออกเกณฑ์ใหม่ กำหนดให้ลดเงินสมทบเฉพาะ “นายจ้างที่ไม่ลดจำนวนพนักงาน” และใช้ข้อมูลผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ในการตรวจสอบรายเดือน เพื่อทำให้การรักษาการจ้างงานมีต้นทุนต่ำกว่าการเลิกจ้างอย่างเป็นรูปธรรม\\n        \t(๒) กองทุนประกันสังคม สังกัดสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ควรมีมาตรการลดชั่วโมงทำงานพร้อมเงินชดเชย โดยให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกแนวปฏิบัติอนุญาตให้ธุรกิจลดวัน หรือชั่วโมงทำงานได้เป็นการชั่วคราว และให้กองทุนประกันสังคมชดเชยรายได้บางส่วนแก่ลูกจ้าง เพื่อลดแรงกดดันก่อนที่ผู้ประกอบการจะตัดสินใจเลิกจ้าง\\n        \t(๓) กระทรวงแรงงาน ควรเชื่อมโยงสิทธิตามมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๐ แบบอัตโนมัติ กล่าวคือ เมื่อแรงงานออกจากงาน สำนักงานประกันสังคมโอนสิทธิทันที คงสิทธิการรักษาพยาบาล\\nและให้เงินช่วยเหลือในระยะสั้น พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับกรมการจัดหางาน เพื่อให้แรงงานสามารถหางานใหม่\\nได้อย่างต่อเนื่อง และแรงงานยังคงอยู่ในระบบแม้ต้องเปลี่ยนงาน\\n        \t(๔) กระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลัง และหน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ควรดำเนินการลดต้นทุนให้แก่ SME อย่างตรงจุด โดยให้อุดหนุนราคาดีเซลเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ การขนส่ง โลจิสติกส์ \\nและการเกษตร ในอัตรา ๓ - ๕ บาทต่อลิตร ควบคู่กับการลดค่าไฟฟ้า และภาษีที่จำเป็น เพื่อให้ SME สามารถลดภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ทันที โดยไม่ต้องผลักภาระไปยังราคาสินค้า และการเลิกจ้างงาน\\n        \t(๕) กระทรวงการคลัง ธนาคารของรัฐ และธนาคารแห่งประเทศไทย ควรเร่งเสริม\\nสภาพคล่องให้แก่ SME อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงได้จริง โดยใช้มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ\\nในอัตราร้อยละ ๐ - ๒ มาตรการพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา ๖ - ๑๒ เดือน และการค้ำประกันสำหรับธุรกิจที่รายได้ลดลง แต่ยังมีศักยภาพในการดำเนินกิจการ เพื่อให้ SME มีเงินทุนหมุนเวียนต่อเนื่อง \\nและไม่จำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานเพื่อลดต้นทุน\\n        \t(๖) รัฐบาลควรเร่งรัดการปรับโครงสร้างต้นทุนของ SME ในระยะกลางและระยะยาว โดยสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบโลจิสติกส์ร่วม (Shared Logistics) ตลอดจนการตรึงค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่ม SME และจัดให้มีเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยงด้านราคาพลังงาน เพื่อให้ SME สามารถลดต้นทุนได้ในระยะยาว มีความสามารถในการรับมือกับวิกฤตในอนาคต และไม่ประสบปัญหาล้มเหลวซ้ำ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [13,5981,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการใช้ขยะพลาสติกผลิตน้ำมันด้วยกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis)","จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ได้ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความเปราะบางด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเมื่อเส้นทางขนส่งน้ำมันมีความเสี่ยง ราคาพลังงานย่อมผันผวนอย่างฉับพลัน ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง ปัญหาดังกล่าวมิใช่เพียงความท้าทายระยะสั้น หากแต่เป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพิจารณากำหนดแนวทางรับมืออย่างเป็นระบบและยั่งยืน\\n         \tปัจจุบันโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศไทยในภาคการขนส่งมีสัดส่วนสูงถึง\\nร้อยละ ๔๐ ของการใช้พลังงานทั้งประเทศ โดยภาคเกษตรกรรมและการประมงพึ่งพาน้ำมันดีเซล\\nเป็นหลัก ซึ่งล้วนเชื่อมโยงโดยตรงกับการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ทำให้มีผลกระทบต่อ\\nเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ขณะเดียวกันประเทศไทยยังประสบปัญหา\\nขยะชุมชนที่มีปริมาณสูงประมาณ ๒๗–๓๐ ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นขยะพลาสติกประมาณ \\n๔–๕ ล้านตันต่อปี แต่ระบบการรีไซเคิล (Recycle) ไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่งผลให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งบนบกและในทะเลอย่างต่อเนื่อง\\n        \tการนำขยะพลาสติกมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยกระบวนการไพโรไลซีส (Pyrolysis) \\nซึ่งเป็นกระบวนการทางเคมีที่ใช้ความร้อนในช่วงอุณหภูมิ ๓๕๐-๕๐๐ องศาเซลเซียส ย่อยสลาย\\nพลาสติกในสภาวะที่ปราศจากออกซิเจน ผลผลิตที่ได้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซ และคาร์บอน โดยขยะพลาสติก ๑ ตัน สามารถผลิตน้ำมันได้ถึง ๖๐๐-๘๐๐ ลิตร เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการนำไปใช้\\nในเชิงพาณิชย์ในหลายประเทศชั้นนำ อาทิ ญี่ปุ่น เยอรมนี สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐอินเดีย แนวทางนี้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่วัสดุเหลือใช้ ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ สร้างอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ภายในประเทศ และก่อให้เกิดการจ้างงานในระดับท้องถิ่น \\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ จึงขอนำเสนอแนวดังนี้\\n(๑) ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนพลังงานขยะระดับชาติที่มีเป้าหมายและกลไกการบริหารจัดการที่ชัดเจน โดยบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนยุทธศาสตร์ชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งโรงงานต้นแบบและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีไพโรไลซีส (Pyrolysis) อย่างต่อเนื่อง รวมถึงพัฒนาระบบการคัดแยกขยะให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ\\n(๒) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุน และกำหนด\\nสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการลงทุนแก่ภาคเอกชนที่ดำเนินกิจการด้านการผลิตพลังงานจาก\\nขยะพลาสติก เพื่อเป็นแรงจูงใจในการลงทุนและสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน\\nอย่างเป็นระบบ\\n(๓) การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐานคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงจากกระบวนการไพโรไลซีส (Pyrolysis) และหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อให้มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนและเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานจากขยะพลาสติกอย่างถูกต้องและปลอดภัย\\n(๔) การส่งเสริมการมีส่วนร่วม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสร้างความรู้\\nความเข้าใจแก่ประชาชนและชุมชนเกี่ยวกับประโยชน์ของการคัดแยกขยะพลาสติก เพื่อให้เกิด\\nความร่วมมืออย่างแท้จริงตั้งแต่ต้นทาง อันจะส่งผลให้มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพเพียงพอสำหรับกระบวนการผลิตพลังงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน\\n \tทั้งนี้ การเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยกระบวนการไพโรไลซีส (Pyrolysis) ถือเป็นพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพสูง นอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศแล้ว ยังสามารถลดปัญหาขยะพลาสติกและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [14,5979,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","นโยบายของรัฐบาล","แก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มานิ","จากเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๙ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง \\nการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา \\nได้ลงพื้นที่ ณ บ้านวังนาใน ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อศึกษาและติดตามสภาพความเป็นอยู่\\nของกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองมานิ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่คู่กับผืนแผ่นดินและป่าแห่งนี้\\nมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ก่อนที่จะมีการกำหนดเขตแดนหรือการบัญญัติกฎหมายของรัฐ\\n         \tจากการลงพื้นที่ดังกล่าว คณะกรรมาธิการฯ พบว่ากลุ่มชาติพันธุ์มานิประสบปัญหา\\nและความเดือดร้อนในหลายมิติ กล่าวคือ การถูกจำกัดสิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในผืนป่า อันเป็นผลมาจากการบังคับใช้กฎหมายของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช การให้สัมปทานแก่ภาคเอกชน และการขยายพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยว ส่งผลให้ชาวมานิถูกผลักดันออกจากถิ่นฐานดั้งเดิม สูญเสียแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และไม่สามารถดำรงชีพตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของตนได้ นอกจากนี้ ยังพบว่าชาวมานิจำนวนมากต้องอาศัยอยู่ในที่พักพิงที่ไม่มั่นคงแข็งแรง \\nขาดรายได้และทักษะอาชีพที่เหมาะสม ไม่สามารถเข้าถึงระบบสวัสดิการของรัฐได้อย่างมีประสิทธิผล เนื่องจากข้อจำกัดด้านการศึกษา ความรู้ทางภาษา และความไม่คุ้นเคยกับกระบวนการราชการ ประกอบกับการขาดผู้ประสานงานหรือพี่เลี้ยงชุมชนที่มีสถานะทางกฎหมาย และไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ\\nอย่างเพียงพอ อีกทั้งภาษามานิซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่ายังอยู่ในภาวะใกล้สูญหาย\\n         \tดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน การไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง และการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกกลุ่ม \\nจึงขอเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n(๑) ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งผลักดันการออกอนุบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ \\nเพื่อจัดสรรและรับรองสิทธิที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์มานิโดยเร่งด่วน\\n \t(๒) ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งรัดการพิจารณารับรองสถานะทางกฎหมายของพี่เลี้ยงชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์มานิ โดยให้เทียบเคียงกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณเป็นค่าตอบแทนรายเดือนในอัตราที่เหมาะสม เช่น เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้พี่เลี้ยงดังกล่าวสามารถดำเนินการพาชาวมานิเข้ารับบริการทางการแพทย์ และติดต่อหน่วยงานราชการได้อย่างต่อเนื่อง\\n \t(๓) ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณอุดหนุนด้านการศึกษาสำหรับเด็กนักเรียนชาวมานิโดยเฉพาะ ครอบคลุมค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และค่าพาหนะรับ-ส่งนักเรียน ในอัตราที่เพียงพอต่อความต้องการ เช่น เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อกลุ่มชุมชน เพื่อยุติการพึ่งพาการเรี่ยไรเงินบริจาคจากครูและชุมชนซึ่งไม่มีความยั่งยืน\\n \t(๔) ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนระดับชาติเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์มานิ โดยบรรจุเรื่องดังกล่าวในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาจังหวัดอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการขออนุมัติงบประมาณโครงการให้กระชับ และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของกลุ่มชาติพันธุ์\\n \t(๕) ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมและสถาบันวิชาการในพื้นที่ เร่งจัดสรรงบประมาณ\\nและดำเนินการอนุรักษ์ภาษามานิ ซึ่งอยู่ในภาวะใกล้สูญหาย โดยการลงพื้นที่จัดทำพจนานุกรม\\nเทียบเคียงระหว่างภาษามานิและภาษาไทย เพื่ออนุรักษ์รากเหง้า ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์มานิไว้เป็นมรดกของชาติ        \\n \tทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศเป็นไปตามหลักการไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง และเพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความยุติธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์มานิอย่างยั่งยืนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2569,"2026-03-24T00:00:00"],
    [15,5867,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปกป้องผู้สูงอายุจากอาชญากรรมไซเบอร์ถึงเวลายกระดับมาตรการรัฐ","ปรากฏเหตุการณ์มิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ใช้อุบายข่มขู่ผู้สูงอายุในพื้นที่\\nอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยสร้างสถานการณ์ให้เกิดความกลัวและใช้จิตวิทยาควบคุมเหยื่อมิให้แจ้งบุตรหลาน พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปแบบจากการโอนเงินผ่านระบบแอปพลิเคชัน เป็นการบังคับ\\nให้เหยื่อถอนเงินสด จำนวน ๕ ล้านบาท เพื่อส่งมอบให้แก่สมาชิกขบวนการ ณ สถานที่นัดหมายพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่แยบยลเพื่อสร้างหลุมดำในเส้นทางธุรกรรม เนื่องจากเมื่อเงิน\\nถูกเปลี่ยนสภาพเป็นธนบัตรออกจากเคาน์เตอร์ธนาคาร เส้นทางการตรวจสอบและระบบการอายัดบัญชีม้า ของธนาคารจะขาดสะบั้นลงทันที ทำให้การติดตาม จับกุม และนำเงินคืนสู่ผู้เสียหายเป็นไปได้ยาก\\nกว่าระบบดิจิทัลหลายเท่าตัว จากการรายงานสถานการณ์ภาพรวมโดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบสถิติมีการแจ้งความสูงถึง ๗,๖๐๐ คดี มูลค่าความเสียหายสูงถึง ๔๓๓ ล้านบาท โดยมิจฉาชีพไม่ได้พัฒนาเพียงซอฟต์แวร์ แต่พัฒนาการใช้จิตวิทยาขั้นสูงเพื่อจูงใจให้เหยื่อนำเงินออกจากระบบการตรวจสอบของรัฐ ซึ่งเป็นช่องโหว่ทางนโยบายที่อันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงในชีวิต\\nและทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนมากกว่า\\nการติดตามเป็นรายคดี จึงขอเสนอมาตรการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้        \\n\t(๑) ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประสานกับสมาคมธนาคารไทย กำหนดแนวปฏิบัติเข้มงวดสำหรับการถอนเงินสดจำนวนสูงโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยให้มีระบบ Check Point ที่เชื่อมโยงกับญาติผู้ไว้ใจได้หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ก่อนการอนุมัติรายการในกรณี\\nที่พบพฤติกรรมสงสัย    \\n\t(๒) ขอให้รัฐบาลกำกับดูแลผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเด็ดขาด \\nในการคัดกรองเบอร์โทรศัพท์ผิดปกติจากต่างประเทศและ SMS ปลอม และกวาดล้างซิมโทรศัพท์เถื่อน (Sim Box) อย่างต่อเนื่อง              ","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [16,5865,95,"นายพละวัต ตันศิริ","นโยบายของรัฐบาล","การรับมือปัญหาสารตกค้างในอาหารและมลพิษด้วยการตรวจวัดที่รวดเร็ว","จากการติดตามสถานการณ์การนำเข้าสินค้าเกษตร ณ ด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย และสถานการณ์มลพิษในลุ่มน้ำสาย พบประเด็นวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ\\nของประชาชน ดังนี้  \\n\t(๑) จากการสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่ด่านเชียงของ จังหวัดเชียงราย พบผักผลไม้ปนเปื้อนสารพิษเกินมาตรฐาน ๗ ใน ๑๐ ตัวอย่าง หรือร้อยละ ๗๐ ของกลุ่มตัวอย่าง โดยตรวจพบสารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่ประเทศไทยประกาศห้ามใช้ เนื่องจากเป็นสารอันตรายร้ายแรง หนึ่งในสาเหตุที่ด่านไม่สามารถสกัดผักผลไม้ที่มีสารพิษตกค้างได้เป็นเพราะขาดเครื่องมือตรวจที่ทันสมัย และข้อจำกัดด้านระยะเวลาตรวจพิสูจน์ที่ต้องใช้เวลานาน ในขณะที่สินค้าเกษตรเป็นสินค้าเน่าเสียง่ายจึงมีการปล่อยสินค้าออกสู่ตลาดก่อนทราบผลตรวจ ทำให้ไม่สามารถกักกันสินค้าที่มีสารพิษได้ทันท่วงที     \\n\t(๒) มลพิษในแหล่งน้ำ ผลการตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในแม่น้ำสายและแม่น้ำกก ครั้งที่ ๑๕ พบแหล่งน้ำมีสารหนูเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บริเวณสถานี SA01 SA02 และ SA03 และในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณสถานี KK01 และ KK02 ซึ่งกระทบต่อการใช้น้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน  \\n\tเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จและรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง\\nได้เสนอของบประมาณเพื่อจัดทำโครงการจัดตั้งและปรับปรุงห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์สารพิษและมลพิษ โดยมีรายละเอียดงบประมาณรวมทั้งสิ้น ๕๔.๑๐ ล้านบาท แบ่งออกเป็นงบปรับปรุงห้องปฏิบัติการที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน ๒๓.๗๘ ล้านบาท และงบดำเนินการ จำนวน ๓๐.๓๒ ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ ดังนี้ (๑) ลดระยะเวลาการรอคอยผลตรวจ ทำให้สามารถสกัดกั้นสินค้าปนเปื้อน ณ ด่านชายแดนได้จริง (๒) สนับสนุนนโยบายผักผลไม้ปลอดภัย และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือ (๓) เป็นหน่วยงานกลางที่โปร่งใสซึ่งส่วนราชการ เอกชน และภาคประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้บริการตรวจสอบได้ (๔) สนับสนุนให้นักศึกษาและนักวิจัยได้ฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริง สร้างผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยาและสิ่งแวดล้อมรองรับความต้องการของประเทศในอนาคต ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งห้องปฏิบัติการดังกล่าวภายใต้การกำกับของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังมลพิษและสารพิษเชิงรุก อันจะเป็นการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [17,5863,57,"นางธารนี ปรีดาสันติ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างและขนส่ง","ในขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาคการขนส่งกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่าสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งมีการจำกัดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงต่อครั้ง ประมาณ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท หรือไม่เกิน ๓๐ ลิตร ซึ่งปริมาณดังกล่าวไม่ได้สอดคล้องกับความต้องการใช้จริงของเครื่องจักรกลหนักและรถบรรทุกขนส่งขนาดใหญ่ ส่งผลให้การดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลงโดยปริยาย วิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อพันธสัญญาทางกฎหมาย ทั้งในรูปแบบสัญญาจ้างระหว่างเอกชนกับเอกชน และสัญญาระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเอกชน หากไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดเวลาจะมีอัตราค่าปรับไม่น้อยกว่าร้อยละ ๐.๒๕ ของมูลค่างานต่อวัน จึงขอเสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ดังนี้ \\n\t(๑) ให้ผู้ประกอบการคู่สัญญากับภาครัฐสามารถยื่นขอหยุดงานก่อสร้างได้ชั่วคราว   \\n\t(๒) ขอให้ขยายระยะเวลาสัญญาก่อสร้าง งดและลดค่าปรับให้แก่ผู้ประกอบการ\\nในช่วงเวลาที่ไม่สามารถจัดหาพลังงานมาใช้ในการผลิตและขนส่งได้ตามปกติ \\n\t(๓) ขอให้กระทรวงพลังงานประสานงานกับผู้ค้าน้ำมันเพื่อให้กลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างและการขนส่ง สามารถเข้าถึงทรัพยากรพลังงานในปริมาณที่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [18,5861,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","กฎหมาย","ปัญหาที่ดินตกสำรวจในพื้นที่บ้านหนองเจริญ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลฝายแก้ว  อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน","จากได้รับเรื่องร้องทุกข์จากนายวิชาญ  กันทะยา ผู้ใหญ่บ้านหนองเจริญ \\nหมู่ที่ ๑๖ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน กรณีราษฎรในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยยังไม่ได้รับการออกโฉนดที่ดิน เนื่องจากที่ดินตกสำรวจ โดยมีลำดับเหตุการณ์และเอกสารยืนยันข้อเท็จจริง ดังนี้  \\n\t(๑) สำนักงานที่ดินจังหวัดน่าน ได้มีหนังสือ ที่ นน ๐๐๒๐(๔)/๔๗๘๓ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๑ เรียน นายอำเภอภูเพียง เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบแนวเขตที่ดินสาธารณะหมู่บ้าน \\nโดยสำนักงานที่ดินจังหวัดน่านได้ตรวจสอบทะเบียนที่สาธารณประโยชน์แล้ว ไม่ปรากฏว่าพื้นที่\\nทำเลเลี้ยงสัตว์บ้านหนองเจริญ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ได้ขึ้นทะเบียน\\nที่สาธารณประโยชน์แต่อย่างใด  \\n\t(๒) ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองเจริญได้มีหนังสือเรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลฝายแก้ว ลงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๒ เพื่อขอความเห็นชอบในการครอบครองที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย \\nซึ่งหน่วยงานราชการต้องการให้ประชาชนหยุดการบุกรุกพื้นที่ป่า จึงให้ชาวบ้านเข้ามาจับจองพื้นที่รกร้างว่างเปล่าเป็นที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ต่อมาหมู่บ้านหนองเจริญได้ขอความอนุเคราะห์ไปยัง\\nศูนย์อำนวยการเดินสำรวจ ออกโฉนดที่ดินจังหวัดลำปาง แพร่ น่าน ให้ทำการสำรวจออกโฉนดที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย ปรากฏว่ามีพื้นที่บางส่วนได้กันออกจากเขตป่าไม้ถาวรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่มี\\nการขึ้นทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ในบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด         \\n\t(๓) เอกสารสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๗ ที่ กษ ๐๘๑๔.๐๔/๒๕๘ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ เรื่อง ขอทราบแนวเขตป่าไม้ถาวร ปรากฏผลการตรวจสอบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่นอก\\nเขตป่าไม้ถาวร (ป่าแม่น้ำน่านตะวันออกตอนใต้) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๐๗\\n\t(๔) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ สำนักงานจังหวัดน่านได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากอำเภอภูเพียง ว่าหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) จำนวน ๕ แปลง ในพื้นที่บ้านหนองเจริญ \\nหมู่ที่ ๑๖ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่าไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ที่ราษฎรขอออกโฉนดแต่อย่างใด          \\n\tดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายการจัดที่ดินให้ประชาชน จึงขอเสนอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการสำรวจรังวัด และออกโฉนดที่ดินให้แก่ราษฎรในพื้นที่บ้านหนองเจริญ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นกรณีเร่งด่วน","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [19,5859,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้เข้มงวดในการกำกับดูแลสถานประกอบการประเภทค้าของเก่า","จากสถานประกอบการค้าของเก่า หรือที่เรียกกันว่า “ล้งของเก่า” จำนวนมาก\\nที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม กำลังประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการพื้นที่ \\nส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพ สุขอนามัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคมในวงกว้าง โดยมีการสะสมวัสดุอุปกรณ์และขยะรีไซเคิลจำนวนมหาศาล แม้จะอยู่ภายในเขตที่ดินส่วนบุคคล แต่ขาดการ\\nจัดเก็บที่เป็นระเบียบ ส่งผลให้เกิดภาพที่ไม่น่ามอง บดบังทัศนียภาพที่สวยงามของชุมชน และขัดต่อ\\nความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง รวมถึงการแอบลักลอบเผาขยะที่เหลือจากการคัดแยก\\nเพื่อเอาวัสดุมีค่า ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิดวิธี ส่งผลให้สารเคมีอันตรายรั่วซึมลงสู่แหล่งน้ำและดินในพื้นที่เกษตรกรรม \\nจึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งรัดและเข้มงวดการกำกับดูแลสถานประกอบการประเภท\\nค้าของเก่าโดยให้มีการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้\\nสถานประกอบการเหล่านี้มีการจัดเก็บและจัดการของเก่าอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับคู่มือข้อแนะนำสำหรับร้านรับซื้อของเก่าต้นแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของกรมควบคุมมลพิษต่อไป","กระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [20,5857,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","กฎหมาย","การแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนและการดำเนินคดีกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอูรักลาโว้ย บนเกาะหลีเป๊ะ\t","จากคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน \\nสิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เมื่อต้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๙ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อร้องเรียนของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาข้อพิพาทที่ดินของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอูรักลาโว้ย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ เกาะอาดัง และเกาะราวี มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๒ จากการลงพื้นที่และการรับฟังข้อมูลจากชาวบ้านพบว่าปัจจุบันกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอูรักลาโว้ยกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน เนื่องจากมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลและนายทุนเข้ามาบุกรุกและยึดครองที่ดิน โดยใช้กลไกทางกฎหมาย\\nและช่องว่างของกฎหมาย เช่น การขยายพื้นที่ในเอกสารสิทธิ์ที่ดินเกินจริง กรณีเอกสาร นส.๓ เลขที่ ๑๑ ที่เริ่มต้นจาก สค.๑ เพียง ๕๐ ไร่ แต่กลับขยายเป็น ๘๑ ไร่ และจากการนำชี้รังวัดล่าสุด ขยายอาณาเขตไปถึง ๑๕๒ ไร่ ทำให้ที่ดินของชาวบ้าน ทางเดินสาธารณะ พื้นที่ประกอบพิธีกรรม และที่ดินโรงเรียน \\nถูกยึดครองโดยกลุ่มทุน ปัญหานี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอูรักลาโว้ย ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ชาวบ้านหลายรายถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากว่า ๒๐ คดี  ในขณะที่กลุ่มทุนผู้รุกล้ำกลับลอยนวลพ้นความผิด ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังนี้\\n\t(๑) เร่งรัดแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง กรณีปัญหาข้อพิพาท\\nในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ขึ้นมาใหม่เป็นการเร่งด่วน เพื่อสานต่องานจากคณะกรรมการชุดเดิม และให้คณะกรรมการชุดใหม่ลงพื้นที่จริงเพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน\\n\t(๒) ขอให้แต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้และเข้าใจปัญหาเกาะหลีเป๊ะอย่างแท้จริง เพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง กรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับ\\nชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยุติธรรม\\n\t(๓) ขอให้รัฐบาลมีข้อสั่งการให้ใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศและภาพถ่ายดาวเทียม\\nของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ดำเนินการพิสูจน์เสร็จเรียบร้อยแล้ว นำมาเป็นบรรทัดฐานในการ\\nชี้ขาดแนวเขตดั้งเดิม เพื่อนำไปสู่การเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ขยายตัวอย่างผิดกฎหมาย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [21,5855,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","1.เรื่อง ปัญหาประชาชนจ่ายค่าไฟแพง  2.เรื่อง การรุกล้ำชายแดนของชาวเมียนมาในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ","1. เรื่อง ปัญหาประชาชนจ่ายค่าไฟแพง  \\n\tด้วยปัจจุบันปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีสถานที่ราชการสำคัญหลายแห่ง เช่น ที่ว่าการอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล ตลอดจนที่พักอาศัยของราษฎร ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ \\nหรือเขตอุทยานแห่งชาติ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวจำนวนมากยังมิได้มีการดำเนินการเพิกถอนสภาพป่า หรือปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐให้สอดคล้องกับสภาพการใช้ประโยชน์จริงในปัจจุบัน แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเปลี่ยนสภาพจากป่าไม้เป็นชุมชนและสถานที่ราชการมาเป็นระยะเวลานานแล้วก็ตาม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในการถือครองสิทธิที่อยู่อาศัย รวมถึงข้อจำกัดในการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ ดังนี้   \\n\t(1) ด้านการทะเบียนราษฎร กรมการปกครองไม่สามารถออกเลขที่บ้านถาวรให้แก่ราษฎรได้ เนื่องจากที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ จึงจำเป็นต้องออกเป็น “ทะเบียนบ้านชั่วคราว” ซึ่งกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานบางประการ\\n\t(2) ด้านสาธารณูปโภค เมื่อไม่มีเลขที่บ้านถาวร การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) \\nจึงไม่สามารถติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าถาวรได้ โดยอนุโลมให้ติดตั้งได้เพียงมิเตอร์ประเภทชั่วคราวเท่านั้น\\n\t(3) ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ อัตราค่าไฟฟ้าสำหรับมิเตอร์ชั่วคราวมีราคาสูงกว่าอัตราปกติอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงเกินควร และเกิดความลักลั่น\\nในเชิงนโยบาย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีส่วนราชการตั้งอยู่และมีระบบสาธารณูปโภคเข้าถึงแล้ว \\n\tดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นไปอย่างบูรณาการ \\nจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้   \\n\t1. ขอให้กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งสำรวจ\\nและพิจารณาเพิกถอนสภาพป่าในบริเวณที่เป็นชุมชนหนาแน่นหรือที่ตั้งส่วนราชการ และพิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อส่วนราชการและประชาชนใช้เป็นที่อยู่อาศัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป  \t\t\t\t\t\t\t\t\t \\n\t2. ขอให้กรมการปกครอง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พิจารณาแนวทางผ่อนปรนหลักเกณฑ์การออกเลขที่บ้าน และการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าถาวรในพื้นที่ที่อยู่ระหว่างกระบวนการจัดสรรที่ดินหรือแก้ไขปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน     .\\n2. สืบเนื่องจากการตรวจติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดนบริเวณตำบลท่าสายลวด \\nอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นจุดที่มีแม่น้ำเมยกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนมา พบว่าภายหลังจากที่กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังเพื่อกำหนดแนวเขตริมแม่น้ำเมยนั้น ปรากฏว่าทิศทางการไหลของน้ำตามธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิด\\nการทับถมของตะกอนดินจนกลายเป็นสันดอนทราย หรือที่งอกริมตลิ่งขยายออกไปทางฝั่งพรมแดนไทย ส่งผลต่อความมั่นคงและผลกระทบที่สำคัญ ดังนี้   \\n\t(๑) การละเมิดอธิปไตยเหนือพื้นที่ แม้ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศจะถือเอา\\nแนวร่องน้ำลึกหรือกึ่งกลางลำน้ำเป็นเส้นแบ่งเขตแดน แต่ปัจจุบันมีกลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมา\\nเข้ามายึดถือครอบครองพื้นที่สันดอนทรายฝั่งไทย เพื่อปลูกสร้างที่พักอาศัยและร้านค้ามากกว่า \\n๑๐๐ ครัวเรือน โดยมีการจัดตั้งระบบปกครองตนเองภายในพื้นที่ดังกล่าว \\n\t(๒) กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ประกอบอาชีพค้าขาย\\nแย่งอาชีพราษฎรไทย มีการทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงสู่แม่น้ำเมย รวมถึงมีการนำพลังงานและทรัพยากรจากฝั่งไทยไปใช้ประโยชน์โดยมิได้เสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมให้แก่รัฐ    \\n\t(๓) ความเสี่ยงด้านความมั่นคงในระยะยาว ปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า ๒๐ ปี หากไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อาจกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งเรื่องดินแดนที่ซับซ้อนและยากต่อการผลักดันออกในอนาคต \\n\tเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติ จึงขอเสนอให้หน่วยงานความมั่นคงพิจารณาดำเนินการ ดังนี้  \\n\t๑. ขอให้ดำเนินการตรวจสอบสถานะบุคคลและจัดทำฐานข้อมูลผู้อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวอย่างละเอียด\\n\t๒. พิจารณาแนวทางการผลักดันและจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนตามหลักสิทธิมนุษยชนและข้อตกลงชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อทวงคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ของรัฐ\\n\t๓. บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการลักลอบใช้สาธารณูปโภคโดยมิชอบ \\nด้วยกฎหมาย","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [22,5819,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","1. เรื่อง ปัญหาข้อจำกัดในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อบริหารจัดการไฟป่า 2. เรื่อง อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียแหล่งต้นน้ำ","จากคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) ได้เดินทางลงพื้นที่พบประชาชนและส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ \\nเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ณ เทศบาลตำบลแม่หอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับทราบประเด็นปัญหาที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\t\t\\n\t๘.๑ เรื่อง ปัญหาข้อจำกัดในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อบริหารจัดการไฟป่า ปัจจุบัน\\nมีการกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ในทางปฏิบัติยังพบปัญหาการกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ (Spec) ของอุปกรณ์ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศจริง โดยมีการจำกัดให้จัดซื้อได้เพียงอุปกรณ์เบื้องต้น เช่น คราดดับไฟป่า และไม้ตบไฟป่า ซึ่งไม่สามารถรับมือกับไฟป่าในพื้นที่ภูเขาสูงชันได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจตัดสินใจเลือกซื้ออุปกรณ์ตามบริบทและความจำเป็นในการใช้งานของแต่ละพื้นที่ \t\\n\t๘.๒ เรื่อง อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียแหล่งต้นน้ำ สืบเนื่องจากอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางธรรมชาติและเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวมาเยือนวันละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน แต่ปัจจุบันประชาชนมีความกังวลใจอย่างยิ่งต่อโครงการอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง-แม่งัด-แม่กวง (เชียงใหม่-ลำพูน) เนื่องจากพบปัญหารูรั่วในอ่างเก็บน้ำเหนือพื้นที่น้ำพุเจ็ดสีแล้วถึง ๒ แห่ง อันเป็นผลจากการระเบิดหินใต้ดิน แม้จะมีการขยับแนวเจาะห่างออกไป ๘๐๐ เมตร แต่ยังคงมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียแหล่งต้นน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด และพิจารณามาตรการป้องกันความเสียหายต่อชั้นน้ำใต้ดินเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและรายได้จากการท่องเที่ยวของชุมชน  ","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [23,5817,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตน้ำมันขาดแคลน จังหวัดสุรินทร์","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ประสบปัญหา\\nความเดือดร้อนอย่างหนักจากการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลพบว่าสถานีบริการน้ำมั\t\\nหลายแห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย หรือมีมาตรการจำกัดปริมาณการเติมน้ำมันไม่เกิน ๕๐๐ บาทต่อคัน \\nส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกและกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในวงกว้าง น้ำมันเชื้อเพลิงเปรียบเสมือนปัจจัยพื้นฐานและเครื่องมือในการประกอบอาชีพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกร\\nที่ต้องใช้ในการทำเกษตรกรรม กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องใช้ในการขนส่งสินค้า รวมถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงาน \\nซึ่งหากไม่สามารถจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามความต้องการจริง จะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจและปากท้อง \\nของประชาชน แม้ส่วนราชการในพื้นที่จะมีการประชาสัมพันธ์โดยยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองเพียงพอ \\nแต่ในทางปฏิบัติประชาชนกลับยังไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอให้กระทรวงพลังงานดำเนินการดังนี้    \\n\t(๑) ขอให้เร่งปรับปรุงระบบกระจายน้ำมันให้รวดเร็วขึ้น เพื่อมิให้เกิดปัญหาความล่าช้า\\nในกระบวนการขนส่งจากต้นทางไปยังปลายทาง \\n\t(๒) ขอให้ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันมิให้มีการกักตุนหรือจำกัดปริมาณการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันควร เพื่อให้ประชาชนสามารถเติมน้ำมันได้ตามความจำเป็น\\n\t(๓) ขอให้หน่วยงานส่วนกลางชี้แจงสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงและแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนทราบอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดความวิตกกังวล ","กระทรวงพลังงาน ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [24,5815,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","การนำปัญญาประดิษฐ์ AI ให้บริการของภาครัฐ    ","จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งเป็นกลไกหลักในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว โดยตระหนักว่าความพร้อมในการพัฒนา\\nและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นประเด็นเชิงยุทธศาสตร์สำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ จากการติดตามสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าประเทศไทยยังคงประสบปัญหาการจัดเก็บข้อมูลในลักษณะแยกส่วน \\n(Data Silo) ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล \\n(Data Infrastructure) ที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการกำหนดนโยบายขาดความแม่นยำ อีกทั้งยังมีความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างจุดสมดุลระหว่างการกำกับดูแล\\nเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค (AI Governance) และการส่งเสริมนวัตกรรม ทั้งนี้ หากมีการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในระบบการเงินการคลัง อาทิ การตรวจสอบความซ้ำซ้อนของใบสำคัญรับเงิน การตรวจเช็คเอกสารการเบิกจ่าย และการบูรณาการข้อมูลเข้าสู่ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) \\nจะช่วยลดความผิดพลาด ป้องกันปัญหาการทุจริต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณแผ่นดินได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศเป็นไป\\nอย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอแนะแนวทางต่อรัฐบาล ดังนี้      \\n\t\t(1) เร่งรัดจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลแห่งชาติ เพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งหมดให้เป็นระบบเดียว  \\n\t\t(2) ผลักดันการจัดทำกรอบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติที่มีมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดอุปสรรคต่อการพัฒนานวัตกรรม\\n\t\t(3) ส่งเสริมการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการบริหารงบประมาณ และการตรวจสอบทุจริตในหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ\\n\t\t(4) สนับสนุนการลงทุนพัฒนาทักษะบุคลากรภาครัฐ ด้านการจัดการข้อมูล\\nและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [25,5813,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","กฎหมาย","เสนอแก้ไขระเบียบการกำหนดตารางเวรใหม่ 12 ชั่วโมง ","จากกรณีการเสียชีวิตของพยาบาลวิชาชีพในจังหวัดร้อยเอ็ด อันเนื่องมาจาก\\nการทำงานหนักและทำงานต่อเนื่องยาวนาน โดยไม่มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา\\nการขาดแคลนบุคลากรทางการพยาบาลที่กระทรวงสาธารณสุขเผชิญมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ \\nยังมีผลกระทบที่อาจยังไม่ปรากฏเป็นข่าว คือ ผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึ่งหากเกิด\\nการสูญเสียขึ้นกับผู้ป่วย ย่อมจะก่อให้เกิดปัญหาที่รุนแรงยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวสภาการพยาบาลได้ออกประกาศ เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙ โดยมีสาระสำคัญในการปรับเปลี่ยนระบบการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพโดยให้ทำงานแบบเวร ๑๒ ชั่วโมง โดยแบ่งเป็น ๒ ผลัด คือ \\nผลัดกลางวัน ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐-๒๐.๐๐ นาฬิกา และผลัดกลางคืน ระหว่างเวลา ๒๐.๐๐-๐๘.๐๐ นาฬิกา ของวันถัดไป อย่างไรก็ตามในการปฏิบัติ พยาบาลจำเป็นต้องมาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลา ๓๐ นาที \\nเพื่อรับส่งเวร และการส่งเวรในแต่ละผลัดมักใช้เวลาล่วงเลยออกไปอีก ๑-๒ ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ป่วยในหอผู้ป่วยแต่ละแห่ง ระเบียบดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาบาลที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งไม่สามารถดูแล รับ-ส่ง หรือจัดการกิจวัตร\\nของบุตรตนเองได้ นอกจากนี้ พยาบาลส่วนใหญ่ได้รับค่าล่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม และได้รับค่าตอบแทน\\nที่ไม่เป็นธรรม จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้        \\n\t(1) ขอให้ปรับปรุงอัตราค่าตอบแทน ค่าล่วงเวลา และค่าวิชาชีพของพยาบาลวิชาชีพ\\nให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม \\n\t(2) ขอให้ปรับปรุงสวัสดิการของพยาบาลวิชาชีพให้มีความเพียงพอและครอบคลุมคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน\\n\t(3) ทบทวนระบบการทำงาน ชั่วโมงการปฏิบัติงาน และการกำหนดเวรให้สอดคล้องกับความเป็นจริงและมาตรฐานสากล  \\n\\n        (4) ปรับปรุงระบบความก้าวหน้าในสายวิชาชีพ และโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [26,5811,14,"นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ข้อเสนอแนะแก้ไขวิกฤตน้ำมันทดแทน","ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านพลังงานอย่างรุนแรงจากการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วประมาณร้อยละ ๔๐ ถึง ๕๐ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน ๓๐ บาทต่อลิตร \\nแต่ความแตกต่างระหว่างราคาน้ำมันในตลาดโลกกับราคาที่ตรึงไว้ดังกล่าว ก่อให้เกิดความต้องการใช้น้ำมันสูงผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะขาดแคลน ปัญหาวิกฤตน้ำมันกำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น\\nของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล แม้ว่าปริมาณสำรองน้ำมันดิบและน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งจะยังมีเพียงพอ แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่การขาดแคลนน้ำมันสำเร็จรูปที่จะจัดส่งถึงมือประชาชน ทั้งในด้านยานพาหนะขนส่งและปริมาณสต็อกน้ำมัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ภายในระยะเวลาอันสั้น จึงขอเสนอแนวทางดำเนินการ ดังนี้  \\n\t(๑) รัฐบาลควรมีมติที่ชัดเจนในการปรับราคาน้ำมันที่ตรึงไว้ให้สะท้อนความเป็นจริง\\nของตลาดโลกมากขึ้น พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่แน่นอน เพื่อลดแรงจูงใจในการกักตุนหรือการเร่งซื้อน้ำมันในราคาต่ำกว่าทุน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตขาดแคลนในปัจจุบัน \\n\\n(๒) ขอให้เร่งรัด...\\n\t(๒) ขอให้เร่งรัดบริษัทน้ำมันเพิ่มศักยภาพการกลั่นน้ำมันดิบเป็นน้ำมันสำเร็จรูป \\nและขยายขีดความสามารถในการขนส่งทั้งทางท่อและรถบรรทุกเป็น ๒ เท่าจากสภาวะปกติ กำหนดเป้าหมายให้สถานีบริการสามารถจ่ายน้ำมันได้ตามปกติโดยไม่มีโควตาภายใน ๓ วัน\\n\t(๓) หน่วยงานกำกับดูแลต้องดำเนินการเปิดเผยข้อมูลปริมาณสต็อกน้ำมันในคลังหลัก\\nและสถานีบริการทั่วประเทศต่อสาธารณะผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างโปร่งใส เพื่อลดความตระหนก\\nของภาคประชาชน\\n\t(๔) กระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกในการควบคุมราคาสินค้าไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาเกินจริงก่อนต้นทุนน้ำมันจะขยับตัว รวมถึงการเฝ้าระวังและลงโทษผู้กักตุนสินค้าในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกอย่างเข้มงวด ","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [27,5809,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การคัดค้านคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ กรณีการแต่งตั้งเจ้าอาวาส วัดพระพุทธบาทสี่รอย และคำสั่งให้เจ้าอาวาสวัดป่างิ้ว เจ้าคณะตำบลมะขุนหวานกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม","ด้วยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ กรณีความไม่โปร่งใสและอาจมิชอบด้วยกฎมหาเถรสมาคม ในการใช้อำนาจของเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่เกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองคณะสงฆ์ ๒ กรณี ดังนี้             \\n\t(๑) กรณีชาวบ้านคัดค้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทสี่รอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากไม่เป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ ข้อ ๒๖ ซึ่งกำหนดให้การแต่งตั้งพระสังฆาธิการต้องเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในชุมชน แต่เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวถูกคัดค้าน\\nตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทสี่รอย และไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา\\nของเจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ ข้อ ๒๗\\n\t(๒) กรณีคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่างิ้ว และเจ้าคณะตำบลมะขุนหวาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่เคยสั่งให้ปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๘ เนื่องจากได้ว่าจ้างให้พระสงฆ์รูปอื่นเข้าสอบบาลีสนามหลวงแทน ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ \\nเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม ชาวบ้านเห็นว่าเป็นการเพิกเฉยต่อความผิดวินัยร้ายแรง และการยกเลิกคำสั่งปลดควรเป็นอำนาจของเจ้าคณะภาค ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๕ ข้อ ๑๐ ไม่ใช่เจ้าคณะจังหวัดดำเนินการได้เอง\\n\tดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาและสร้างความแตกแยกในหมู่\\nคณะสงฆ์และประชาชน จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เสนอต่อมหาเถรสมาคมรับทราบ และให้เจ้าคณะภาค 7 เร่งตรวจสอบและพิจารณายกเลิกคำสั่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ทั้ง 2 กรณี","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [28,5807,117,"นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์","นโยบายของรัฐบาล","สวัสดิการทหารในระหว่างและหลังการสู้รบไทย-กัมพูชา","ปรากฏสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ และระหว่างวันที่ ๘-๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ เหตุการณ์ดังกล่าวนอกจากสะท้อน\\nให้เห็นถึงความเสียสละของทหารหาญในการปกป้องอธิปไตยและความสงบสุขของประเทศชาติแล้ว \\nยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงไว้ซึ่งกองทัพที่เข้มแข็งเพื่อเป็นหลักประกัน\\nความมั่นคงให้แก่พี่น้องประชาชน จากการติดตามสถานการณ์และรับฟังเสียงสะท้อนจากกำลังพล\\nในพื้นที่ปฏิบัติการ พบว่าปัจจุบันอัตราเบี้ยเลี้ยงระหว่างการสู้รบได้รับวันละประมาณ ๒๐๐ กว่าบาท และเมื่อหักค่าประกอบเลี้ยง (ค่าอาหาร) จะเหลือเบี้ยเลี้ยงจริงเพียงประมาณ ๑๗๕ บาท ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ต่ำเกินไปและไม่สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงความเสี่ยงภัยที่กำลังพลต้องเผชิญในการปฏิบัติภารกิจภาคสนาม นอกจากนี้ระเบียบและขั้นตอนในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) หรือสิทธิคุ้มครองอื่น ๆ ยังมีความซับซ้อนและล่าช้า ทำให้ทหาร\\nและครอบครัวเข้าถึงสวัสดิการได้ยาก เพื่อให้เกิดการดูแลขวัญและกำลังใจของกองทัพอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้\\n\t(๑) พิจารณาปรับปรุงอัตราเบี้ยเลี้ยงสนามและค่าประกอบเลี้ยงให้มีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน\\n\t(๒) ทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์และเงินเพิ่มพิเศษ \\nให้มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนทางธุรการ เพื่อให้กำลังพลได้รับสิทธิอย่างถูกต้องและรวดเร็ว\\n","กระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [29,5805,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาเฟีย ต่างชาติ กร่างกับไทย","ในปัจจุบันปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีกลุ่มทุนต่างชาติลักลอบเข้ามาประกอบธุรกิจ\\nผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยอาศัยภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวที่มีอัธยาศัยไมตรีเป็นฉากบังหน้า \\nเพื่อสร้างฐานอิทธิพลและเครือข่ายอาชญากรรมที่ซับซ้อน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงของชาติ ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยจากการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลพบพฤติการณ์การกระทำผิดโดยแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่มหลัก ดังนี้\\n\t(1) กลุ่มทุนจีนสีเทา โดยมีลักษณะการทำงานเป็นขั้นตอน การตั้งตัวแทนอำพราง \\nหรือนอมินี (Nominee) เพื่อถือหุ้นแทนในธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ การจัดตั้งบริษัทหลายชั้นเพื่อฟอกเงินจากพนันออนไลน์และศูนย์คอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการทำธุรกิจระบบปิด \\n(ทัวร์ศูนย์เหรียญ) ที่ผูกขาดรายได้และเชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลตามแนวชายแดน    \\n\t(2) กลุ่มมาเฟียรัสเซีย โดยเน้นอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบการค้ายาเสพติด \\nการฟอกเงิน การค้ามนุษย์ และการฉ้อโกงการลงทุนผ่านระบบการเงินดิจิทัล\\n\t(3) เครือข่ายกลุ่มทุนอินเดีย โดยพบพฤติการณ์หลอกลวงจำหน่ายอัญมณี และการใช้ตัวแทนอำพราง หรือนอมินี (Nominee) เพื่อจัดตั้งบริษัทประกอบอาชีพต้องห้ามโดยไม่มีใบอนุญาต\\nการทำงาน \\n\t(4) กลุ่มทุนอิสราเอล โดยพบการกว้านซื้อและเช่าที่ดินในเขตพื้นที่เปราะบาง\\nและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยบังหน้า\\nเพื่อสร้างฐานอิทธิพลเฉพาะกลุ่ม\\n\tดังนั้น เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปราบปรามอย่างยั่งยืน จึงขอเสนอมาตรการ\\nแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n\t1. การยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ\\nการจดทะเบียนนิติบุคคลและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของคนต่างด้าว รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด\\n\t2. การควบคุมพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดเขตเฝ้าระวังพิเศษในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ \\nเช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี (พัทยา) และกรุงเทพมหานคร โดยบูรณาการในการทำงานร่วมกับ\\nตำรวจสากล\\n\t3. มาตรการต่อเจ้าหน้าที่รัฐ โดยให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้าราชการ\\nที่ปล่อยปละละเลย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์สีเทา โดยต้องได้รับโทษทางวินัยและอาญา\\nขั้นสูงสุด รวมถึงการสั่งย้ายออกจากพื้นที่ทันทีเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน   \\n\t4. การปฏิรูประบบวีซ่า (Visa) โดยเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลเข้าเมือง\\nและการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาในลักษณะแฝงตัวประกอบธุรกิจ  ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2569,"2026-03-17T00:00:00"],
    [30,2355,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","อันตรายจากปากกาเคมีบนถุงบรรจุอาหาร","ร้านจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จทั่วไปนิยมใช้ปากกาเคมีเขียนข้อความบนถุงบรรจุอาหารซึ่งส่วนใหญ่ผลิตจากพลาสติกที่ไม่สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ เป็นเหตุให้หมึกจากปากกาเคมีละลายและอาจปนเปื้อนกับอาหารได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันหรือมีอุณหภูมิสูง เป็นผลให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงที่จะได้รับสารเคมีที่ปนเปื้อนมากับอาหารสะสมในร่างกาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเห็นได้จากสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เพิ่มสูงขึ้นถึงปีละกว่า ๑๔๐,๐๐๐ คน (ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งวิธีการป้องกันเบื้องต้นมีหลายประการ อาทิ (๑) ยกเลิกการใช้ปากกาเคมีเขียนบนถุงบรรจุอาหาร (๒) ใช้สติกเกอร์หรือฉลากติดถุงอาหาร แทนการเขียนบนถุงบรรจุอาหาร (๓) เลือกใช้ถุงบรรจุอาหารที่ทนความร้อนได้ถึง ๑๐๐ - ๑๒๐ องศาเซลเซียส และ (๔) หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่บรรจุในถุงอาหารที่เขียนด้วยปากกาเคมี ทั้งนี้ จากการสืบค้นข้อมูล พบว่าปัญหาดังกล่าวมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ได้แก่ (๑) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) (๒) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) (๓) คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ และ (๔) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ประกอบกับเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ กรมอนามัยได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนและผู้ประกอบการไม่ให้ใช้ปากกาเคมีเขียนบนถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุอาหาร เพราะมีโอกาสที่หมึกจากปากกาเคมีจะซึมทะลุถึงอาหารได้ พร้อมทั้งระบุว่า หากพบว่ายังมีการฝ่าฝืนจนก่อให้เกิดผลกระทบกับผู้บริโภค กรมอนามัยจะพิจารณาผลักดันให้ออกเป็นข้อบังคับตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจทั่วไป พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ร้อยละ ๘๐ - ๙๐ ยังคงใช้ปากกาเคมีเขียนบนถุงบรรจุอาหาร ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนประกาศแจ้งเตือนดังกล่าว แต่ปรากฏว่ากรมอนามัยยังไม่ได้มีการพิจารณาออกข้อบังคับตามกฎหมายตามที่แจ้งเตือนไว้แต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานข้างต้น เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เร่งพิจารณาออกข้อบังคับตามกฎหมาย หรือกฎกระทรวงว่าด้วยการห้ามใช้ปากกาเคมีเขียนบนถุงบรรจุอาหาร โดยเร็วที่สุด","รองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ  ซารัมย์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [31,2353,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","กฎหมาย","กฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของประเทศอิตาลี กับแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในการกำกับดูแลเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)","เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ รัฐสภาประเทศอิตาลีได้ให้ความเห็นชอบ\\nร่างกฎหมายหมายเลข ๑๓๒/๒๐๒๕ ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ฉบับแรกในระดับประเทศของทวีปยุโรป โดยเป็นการขยายรายละเอียดจากกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรป ๒๐๒๔/๑๖๘๙ (EU Artificial Intelligence Act 2024/1689) ให้ครอบคลุมการกำกับดูแลทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ สาธารณสุข แรงงาน กระบวนการยุติธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา โดยกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้มนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered AI) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งห้ามมิให้ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หรือแทรกแซงขบวนการประชาธิปไตย (Democratic movement) นอกจากนี้ ประเทศอิตาลียังได้จัดตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นกลไกในการกำกับดูแล ได้แก่ สำนักงานดิจิทัลอิตาลี ทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองระบบ AI ก่อนออกสู่ตลาด หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์และบทลงโทษ พร้อมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ มูลค่า ๑,๐๐๐ ล้านยูโร \\n\t\tเนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเริ่มมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในหลายภาคส่วน อาทิ การบริหารงานภาครัฐ การศึกษา การแพทย์ การเกษตร การเงิน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เป็นการเฉพาะ คงมีเพียงร่างกรอบนโยบายปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (AI Framework) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น จึงมีประเด็นที่น่ากังวล หลายประการ ดังนี้ (๑) การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ยังขาดมาตรฐานความโปร่งใสและกลไก\\nในการกำกับดูแล (๒) ความเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล (๓) การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ (Fake News)\\nและภาพลวงตาดิจิทัล (Deep Fake) (๔) การบิดเบือนความคิดเห็นของสาธารณชน (๕) การขาดกลไกกำหนดความรับผิดชอบในกรณีที่มีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กระทำการให้เกิดความเสียหายขึ้น \\nและ (๖) การเตรียมความพร้อมของหน่วยงานและแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบจากระบบอัตโนมัติ \\n\t\tกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของประเทศอิตาลีดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นกรณีศึกษา\\nที่แสดงให้เห็นว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงควรเร่งเตรียมการจัดทำกรอบกฎหมาย\\nและกลไกในการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อให้ประเทศไม่เป็นเพียง “ผู้บริโภคเทคโนโลยี” หากแต่สามารถเป็น “ผู้กำหนดทิศทางเทคโนโลยี” ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยมีการวางกรอบนโยบายการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย ความโปร่งใส และเสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ\\nจึงขอเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t \t(๑) จัดตั้งคณะทำงานนโยบายปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งชาติ เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทางด้านเทคโนโลยี กฎหมาย และสิทธิมนุษยชน ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (Artificial Intelligence Act of Thailand)\\n\t \t(๒) เร่งพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายในระดับอนุบัญญัติที่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ของสหภาพยุโรป ๒๐๒๔/๑๖๘๙ (EU Artificial Intelligence Act 2024/1689) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความรับผิดชอบของผู้พัฒนาและผู้ใช้ AI การรับรองและตรวจสอบความปลอดภัยของระบบ การป้องกันการละเมิดสิทธิ รวมทั้งการใช้ AI ในทางมิชอบ\\n\t \t(๓) กำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภาครัฐ (AI Government Framework) โดยหน่วยงานของรัฐต้องยึดหลัก “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” และผ่านการประเมินความเสี่ยงก่อนใช้งาน เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและความมั่นคงของข้อมูล\\n\t \t(๔) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรม โดยเฉพาะ\\nในภาคการศึกษา และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สร้างโอกาส\\nทางเศรษฐกิจโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง\\n\t \t(๕) ส่งเสริมความรู้ด้านวัฒนธรรมดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทัน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้แก่ประชาชน ","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [32,2351,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดภูเก็ต และแนวทางแก้ไข","ภูเก็ตมีศักยภาพทางการท่องเที่ยว และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามระดับโลก ส่งผลให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดของประเทศไทย โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๘ จังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น ๑๘๘,๙๙๐ ล้านบาท มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวน ๓.๘๙ ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ ๑๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้ให้แก่ประเทศไทย อย่างไรก็ตาม จังหวัดภูเก็ตยังคงประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชน เนื่องจากยังไม่มีระบบขนส่งขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงระหว่างสนามบิน เมืองภูเก็ต และพื้นที่ชายหาดสำคัญ เช่น หาดป่าตอง หาดกะตะ และหาดราไวย์ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการจราจรติดขัดอันเนื่องมาจากถนนหลายสายคับแคบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) มีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต ดังนั้น จึงขอเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t \t(๑) การจัดทำโครงการ “Phuket Fast” โดยใช้ระบบ Shuttle Bus EV \\n\t \tรัฐบาลควรพิจารณาจัดทำโครงการ “Phuket Fast” โดยสนับสนุนการจัดทำระบบ\\nรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (Shuttle Bus EV) เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว ระหว่างสนามบินนานาชาติภูเก็ต เมืองเก่าภูเก็ต หาดป่าตอง หาดกะตะ และหาดราไวย์ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และภาคเอกชน \\nโดยในระยะเริ่มต้น ใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า จำนวน ๓๐ คัน รองรับการบริการให้แก่นักท่องเที่ยว\\nร้อยละ ๒๐ ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด (ประมาณ ๘,๐๐๐ คน) หากนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน จะสามารถสร้างรายได้วันละ ๘ ล้านบาท หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ภายในระยะเวลา ๔ เดือน สามารถสร้างรายได้ ๙๖๐ ล้านบาท\\n\t \t(๒) การจัดทำโครงการ “Phuket Smart Pass”\\n\t \tรัฐบาลควรจัดทำโครงการ “Phuket Smart Pass” โดยร่วมกับจังหวัดภูเก็ต หอการค้าจังหวัดภูเก็ต สภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และภาคเอกชน จัดทำบัตร “Phuket Smart Pass” ผูกกับแอปพลิเคชัน เชื่อมต่อการเดินทางในระบบขนส่งมวลชนทุกสาย ทุกประเภทเข้าด้วยกัน อาทิ รถโดยสาร รถแท็กซี่ และบริการอื่น ๆ พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับระบบร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึง\\nสิทธิประโยชน์และส่วนลด ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ และกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่เมืองเก่าและแหล่งท่องเที่ยวหลัก ซึ่งหากมีนักท่องเที่ยวร้อยละ ๑๐ ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการรถโดยสาร (Shuttle Bus) หรือประมาณ ๘๐๐ คน มีการใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อวัน จะสามารถสร้างรายได้วันละ ๑.๖ ล้านบาท หรืออีกนัยหนึ่งคือ ภายในระยะเวลา \\n๔ เดือน สามารถสร้างรายได้ ๑๙๒ ล้านบาท\\n\t \t(๓) การติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Smart Traffic Command)\\n\t \tรัฐบาลควรดำเนินการติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ (Smart Traffic Control) โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่\\nสำคัญของจังหวัด อาทิ บริเวณแยกสนามบินภูเก็ต สี่แยกท่าเรือบริเวณอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี - \\nท้าวศรีสุนทร แยกดาราสมุทร แยกกะทู้ และแยกป่าตอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ\\nจราจรและลดเวลาการเดินทาง นอกจากนี้ รัฐบาลควรพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ\\nการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า การบูรณาการระบบขนส่งมวลชน และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ หากภาครัฐดำเนินการจัดทำโครงการดังกล่าวได้ครบถ้วนภายในระยะเวลา ๔ เดือน จะสามารถสร้างรายได้ \\n๑,๑๕๐ ล้านบาท ทั้งยังเป็นการช่วยลดปัญหาการจราจร ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และยกระดับจังหวัดภูเก็ตให้เป็น “เมืองอัจฉริยะด้านการท่องเที่ยว” (Smart Tourism City) ที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้มากยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [33,2349,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ภารกิจปกป้องคนไทยในโลกไร้พรมแดน “หยุดอาชญากรรมข้ามพรมแดน ด้วยหัวใจ ที่ไม่รู้จักพรมแดน”","ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดนและแก๊งสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียน\\nได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลประเทศเกาหลีใต้ได้ส่งทีมปฏิบัติการพิเศษ\\nไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อให้ความช่วยเหลือพลเมืองประเทศเกาหลีใต้ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์ (Scammers) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเจตจำนงอันแน่วแน่ของรัฐบาลประเทศเกาหลีใต้\\nในการปกป้องพลเมืองของตน ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญที่รัฐบาลไทยต้องพึงตระหนัก พิจารณาศึกษา และนำมาปรับใช้เพื่อปกป้องคุ้มครองพลเมืองของไทย ซึ่งที่ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบัน \\nพบว่าประชาชนคนไทยต้องตกเป็นเหยื่อของของแก๊งสแกมเมอร์จำนวนหลายพันคน โดยถูกหลอกลวง\\nให้เดินทางข้ามพรมแดนไปทำงานในประเทศกัมพูชา และถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่ในศูนย์ปฏิบัติการ\\nของแก๊งสแกมเมอร์ ถูกบังคับใช้แรงงาน ถูกทำร้ายร่างกาย ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้\\n\t\tปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียนมีความแตกต่างกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพในอดีต\\nที่กระทำความผิดด้วยการใช้โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อให้โอนเงิน หากแต่แก๊งสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียน\\nได้พัฒนาเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ก่อเหตุอาชญากรรมด้วยวิธีการทางดิจิทัล โดยมีการวาง\\nโครงสร้างองค์กรอย่างเป็นระบบ มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการ พร้อมด้วยเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมหาศาล \\nซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดอื่น ๆ อาทิ การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ รวมทั้งมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจกาสิโนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งพบว่าเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์สามารถเคลื่อนย้ายศูนย์ปฏิบัติการไปยังหลายประเทศ\\nในภูมิภาค ได้แก่ ประเทศเมียนมา ประเทศกัมพูชา ประเทศลาว รวมทั้งประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ตามแรงกดดัน\\nของการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละประเทศ โดยเมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งบังคับใช้กฎหมายเข้มแข็ง \\nแก๊งสแกมเมอร์จะเคลื่อนย้ายศูนย์ปฏิบัติการไปยังประเทศที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งอ่อนแอกว่าทันทีเปรียบเสมือนน้ำที่ไหลลงสู่ที่ต่ำ ฉันใดก็ฉันนั้น \\n\t\tสถานการณ์ปัจจุบันตามแนวชายแดนประเทศไทย - ประเทศกัมพูชา และประเทศไทย - ประเทศเมียนมา มีความน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว จังหวัดตราด และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งยังคงพบการเคลื่อนไหวของเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ เชื่อมโยงกับศูนย์ปฏิบัติการในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แม้ว่าจะได้มีการปราบปรามและทำลายศูนย์ปฏิบัติการเหล่านี้หลายครั้ง แต่กลับพบว่าพลเมืองของไทยจำนวนมากยังคงถูกล่อลวง\\nให้เดินทางไปทำงานในศูนย์ปฏิบัติการดังกล่าว และเมื่อถูกแก๊งสแกมเมอร์บังคับให้กระทำความผิด \\nซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ที่ถูกล่อลวงไปนั้นกลายเป็นทั้งเหยื่อและเป็นผู้กระทำความผิดในเวลาเดียวกัน จึงเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง\\n\t \tปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดนและแก๊งสแกมเมอร์ในภูมิภาคอาเซียนได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากในสายตาของประชาคมระหว่างประเทศ ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นเส้นทางผ่านของเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีราคาถูกสำหรับอาชญากรรมไซเบอร์ เพราะมีการใช้หมายเลขโทรศัพท์ของไทย บัญชีธนาคารของไทย และระบบการเงินของไทยเป็นช่องทางในการฟอกเงิน สถานการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนว่า ระบบกำกับดูแลของประเทศไทยยังมีความบกพร่อง อ่อนแอ และขาดความรวดเร็วในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แม้ว่าประเทศไทยจะมีกรอบความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศเมียนมา รวมทั้งช่องทางความร่วมมือผ่านองค์การตำรวจอาเซียน (ASEANAPOL) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) แต่ความร่วมมือส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการประสานงาน ไม่ได้อยู่ในระดับปฏิบัติการ ดังนั้น จึงขอเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานเชิงนโยบายไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n\t\t(๑) จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนพิเศษอาเซียน (ASEAN Special Investigation Task Force) โดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางข้อมูลการสืบสวนและการติดตามธุรกรรมดิจิทัลในระดับภูมิภาค ใช้กลไกขององค์การตำรวจอาเซียน (ASEAN National Police: Aseanapol) และองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization: INTERPOL) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการปฏิบัติการ เพื่อให้การปราบปรามเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องรอระบบราชการไทยที่ดำเนินการล่าช้า ทั้งนี้ ควรกำหนดกลไกการทำงานที่คล่องตัว มีอำนาจในการดำเนินการได้ทันที และสามารถประสานงานข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว\\n\t \t(๒) ประเทศไทยยังขาดเจตจำนงทางนโยบายที่ต่อเนื่อง และการสื่อสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลให้แก่ประชาชน ซึ่งมักจะตำหนิผู้ที่ตกเป็นเหยื่อว่าขาดความระมัดระวัง โดยที่รัฐบาลไม่เคยสร้างระบบป้องกันเชิงรุกเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้มีความรู้เท่าทันภัยคุกคามดังกล่าว \\nซึ่งแตกต่างกับประเทศเกาหลีใต้ ที่มองว่าภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม ครอบครัว สถานศึกษา และภาคเอกชน โดยทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมมือกันสกัดกั้นภัยคุกคาม\\nจากแก๊งสแกมเมอร์ตั้งแต่ต้นทาง ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีการสื่อสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยดิจิทัลให้แก่สังคมไทย รณรงค์สร้างความตระหนักรู้ถึงภัยดิจิทัลในทุกระดับ ตั้งแต่โรงเรียน สถาบันครอบครัว และภาคเอกชน โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบป้องกันร่วมกัน ไม่ควรเอาแต่ตำหนิหรือโทษ\\nผู้ที่ตกเป็นเหยื่อซึ่งเป็นผู้เสียหาย\\n\t\t(๓) รัฐบาลควรเร่งจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมระหว่างประเทศไทย ประเทศกัมพูชา ประเทศเมียนมา และประเทศจีน โดยมีเป้าหมายที่สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต้องไม่ใช่เพียงการลงนามในบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกความเข้าใจ อาทิ ๑) ช่วยเหลือพลเมืองของไทยให้สามารถเดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัยไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คน ๒) แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีที่ใช้ในการฟอกเงินอย่างต่อเนื่องระหว่างกันทั้ง ๔ ประเทศ ๓) ประสานความร่วมมือในการจับกุมและดำเนินคดี\\nกับผู้บงการและผู้กระทำความผิด และ ๔) พัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยร่วมกัน โดยเร่งรัดดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี\\n\t\tทั้งนี้ ประเทศไทยต้องพิจารณายกระดับการป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ให้เป็นประเด็นความมั่นคงของชาติ และแสดงให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นว่า ประเทศไทยจะต้องไม่ปล่อยให้พลเมืองของไทยตกเป็นเหยื่อของกับดักอาชญากรรมดิจิทัลอีกต่อไป รวมทั้งต้องให้ความร่วมมือกับนานาประเทศในการหยุดยั้งอาชญากรรมข้ามพรมแดนด้วยเจตนารมณ์อันแน่วแน่ เพื่อปกป้องคุ้มครองพลเมืองของไทยทุกคน ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะอยู่ ณ ที่แห่งใดบนโลก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [34,2347,6,"นายกัมพล ทองชิว","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ซื้อบ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่การก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหตุให้บ้านทรุดตัวอย่างรุนแรง","โครงการหมู่บ้านดีพลัส หมู่ ๗ ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร มีปัญหาการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยปรากฏว่าภายหลังการส่งมอบบ้านแบบทาวน์โฮมให้แก่ผู้ซื้อบ้านเพียงไม่กี่เดือน บ้านหลายหลังได้เกิดการทรุดตัวอย่างรุนแรง โครงสร้างและฝาผนังเกิดรอยร้าว หลังคารั่ว และปูนผนังเปื่อยเสื่อมสภาพ เป็นเหตุให้ผู้ซื้อบ้านซึ่งส่วนใหญ่ใช้เงินที่เก็บออมทั้งชีวิตมาซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยเป็นหลังแรก ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย โดยผู้ซื้อบ้านจำนวนมากตัดสินใจประกาศขายบ้าน แม้ว่าจะเพิ่งซื้อบ้านได้เพียงปีเศษเท่านั้น ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ซื้อบ้านไม่สามารถขายบ้านได้ในราคาที่เหมาะสม และต้องแบกภาระหนี้สินจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นความเดือดร้อนอย่างร้ายแรง รวมทั้งยังเป็นเหตุให้สูญเสียโอกาสในชีวิตอีกด้วย\\n\t \tบ้านจัดสรรในโครงการหมู่บ้านดีพลัส มีสภาพชำรุดบกพร่องร้ายแรงอันเนื่องมาจาก\\nการก่อสร้างหลายประการ ได้แก่ ๑) โครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน: เสาเข็มไม่เชื่อมต่อกับคาน แต่มีการใช้\\nอิฐบล็อกหล่อเติมให้ชนกับคานแทน ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรม ๒) สภาพพื้นที่ไม่เหมาะสม: ประชาชนในพื้นที่ทราบดีว่าแต่เดิมบริเวณดังกล่าวเป็นป่าจาก ต่อมามีการถมดิน โดยไม่ทราบแน่ชัดว่าได้มีการรื้อใบจากออกก่อนหรือไม่ จากนั้นจึงปลูกสร้างบ้าน ซึ่งส่งผลให้ดินทรุดตัว และ ๓) ปัญหาบ้านทรุดตัวและบ้านเอียง: บ้านราคา ๔.๗ ล้านบาท (บ้านหลังริมโครงการ) ทรุดตัวไม่ต่ำกว่า ๕ เซนติเมตร จากด้านซ้ายไปด้านขวา และบ้านราคา ๒.๗ ล้านบาท (บ้านตรงกลางหมู่บ้าน) เกิดการทรุดตัวเช่นกัน และบ้านเอียงส่งผลทำให้โครงสร้างของบ้านเกิดความเสียหาย \\n\t \tจากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าของโครงการจึงได้ส่งวิศวกรมาตรวจสอบ พร้อมทั้งมีข้อเสนอ\\nแนวทางแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ซื้อบ้านที่ประสบปัญหาบ้านทรุดตัว ดังนี้ ๑) เสริมท่อเหล็กขนาบสองข้าง ข้างละ ๒๐ เมตร ตามคำแนะนำของวิศวกร ๒) เสนอชดเชยค่าเสียหาย หลังละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท และ ๓) เสริมเสาเข็มเพื่อดีดบ้านที่เอียงและทรุดตัว ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่าแนวทางดังกล่าวถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรม และสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถาวรหรือไม่ เนื่องจากบ้านยังคงทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าของโครงการได้บอกกล่าวผู้ซื้อบ้านว่าหากไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว จะส่งผลให้โครงการล้มละลาย และผู้ซื้อบ้านจะไม่ได้รับการชดเชยแต่อย่างใด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า โครงการหมู่บ้านดีพลัสเป็นหนึ่งในจำนวนหลายโครงการ\\nที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ละแวกเดียวกัน และเป็นกลุ่มธุรกิจเครือเดียวกัน แต่แยกจดทะเบียนเป็นคนละบริษัท \\n\t \tดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t \t(๑) ขอให้รองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ  ซารัมย์) ซึ่งได้รับมอบหมายและมอบอำนาจ\\nจากนายกรัฐมนตรีให้กำกับการบริหารราชการของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พิจารณาดำเนินการตรวจสอบ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และการเจรจาต่อรองเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ซื้อบ้านที่ได้รับความเสียหายโดยเร็วที่สุด รวมถึงพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกันนี้ในโครงการบ้านจัดสรรอื่น ๆ ซ้ำอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่เดียวกันที่มีความเป็นไปได้ที่จะใช้วิธีการก่อสร้างเหมือนกันหรือคล้ายคลึงกัน\\n\t\t(๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กรมที่ดิน ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน","รองนายกรัฐมนตรี (นายโสภณ  ซารัมย์) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [35,2345,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองบัวบาน และตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อันเนื่องมาจากแพสูบน้ำของสถานีสูบน้ำท่าวังมะเกลือ มีสภาพชำรุดทรุดโทรม","จากแพสูบน้ำของสถานีสูบน้ำท่าวังมะเกลือ โครงการชลประทานชัยภูมิ ซึ่งสูบน้ำจากแม่น้ำชี ผ่านท่อส่งน้ำกระจายเข้าสู่พื้นที่นาของเกษตรกรตำบลหนองบัวบาน และตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งใช้งานมาเป็นเวลานาน ๑๘ ปี (พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๖๘) มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เครื่องสูบน้ำมีสภาพเก่าและกำลังการสูบน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีพื้นที่กว่า ๓,๐๐๐ ไร่ และถือเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ซึ่งเป็นช่วงที่พื้นที่เพาะปลูกต้องการน้ำมาก เครื่องสูบน้ำต้องทำงานอย่างหนักและต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นเหตุให้เกิดการชำรุดเสียหายและหยุดทำงานบ่อยครั้ง ไม่สามารถส่งน้ำไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร เป็นผลทำให้นาข้าวขาดแคลนน้ำ ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าว \\nและก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาและติดตั้งแพสูบน้ำเพิ่มเติม\\nอย่างน้อย จำนวน ๑ ชุด เพื่อใช้งานสลับกับแพสูบน้ำที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระการทำงาน\\nและลดการชำรุดเสียหายของเครื่องสูบน้ำ รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของเกษตรกรโดยเร็วที่สุด ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [36,2343,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","กลุ่มเกษตรกรและประชาชนผู้ประกอบอาชีพเผาถ่าน จังหวัดระยอง ขอให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเผาถ่านในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. ๔-๐๑)","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรและประชาชนผู้ประกอบอาชีพเผาถ่านในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. ๔-๐๑) ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง สรุปความว่า ปัจจุบันอาชีพเผาถ่าน ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านในหลายพื้นที่ ยังไม่ได้รับการกำหนดให้เป็นกิจกรรมที่ทำได้ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. ๔-๐๑) ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ซึ่งอาชีพเผาถ่านถือเป็นอาชีพที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรโดยตรง เนื่องจากการเผาถ่านต้องมีการแปรรูปจากวัตถุเหลือใช้จากเกษตรกรรม อาทิ กิ่งไม้ เศษไม้ ให้เป็นถ่านไม้ที่มีมูลค่า สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและประชาชนในชนบท ทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดปัญหาเศษวัสดุเหลือทิ้งในแปลงเกษตร รวมทั้งช่วยลดปัญหาการเผากิ่งไม้ในที่โล่ง ทั้งนี้ การประกอบอาชีพเผาถ่านเป็นได้ทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ขึ้นอยู่กับบริบทของการประกอบอาชีพ กล่าวคือ การเผาถ่านระดับครัวเรือนหรือขนาดเล็กเพื่อการบริโภคภายในชุมชน ถือว่าเป็นเกษตรกรรม หากเป็นการเผาถ่านขนาดใหญ่ในเชิงพาณิชย์ ถือว่าเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนตำบลตาสิทธิ์ได้มีคำสั่งให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลตาสิทธิ์ หยุดประกอบอาชีพเผาถ่าน เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และนำเรื่องดังกล่าวไปฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ดังนั้น กลุ่มเกษตรกร\\nและประชาชนผู้ประกอบอาชีพเผาถ่านฯ จึงมีความประสงค์ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย โดยกำหนดให้อาชีพ “การเผาถ่าน” อยู่ในขอบเขตของ “อาชีพเกษตรกรรม” ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เกษตรกรและประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน\\nเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. ๔-๐๑) สามารถประกอบอาชีพเผาถ่านได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [37,2341,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาชายแดน","เนื่องด้วยประชาชนในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ยังคงประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกิน และความมั่นคงในพื้นที่ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่บ้านตาเกาว์ใหม่ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ \\n\t\tสืบเนื่องจากเมื่อประมาณ ๔๐ ปีที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่อำเภอกาบเชิงซึ่งได้รับ\\nความเดือดร้อนจากสงครามเขมรแดง ต้องอพยพหนีภัยจากบ้านตาเกาว์เก่า อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ \\nมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านตาเกาว์ใหม่ อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยรัฐได้มีการจัดสรรบ้าน\\nและที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน โดยพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน - ห้วยสำราญ \\nซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิเกี่ยวกับที่ดินให้แก่ประชาชนได้ เป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ที่ผ่านมา ภาครัฐได้ออกหนังสืออนุญาตให้มีสิทธิทำกินชั่วคราว (สทก.) ให้แก่ประชาชน โดยประชาชนมีหน้าที่ชำระภาษีบำรุงท้องที่ให้กับเทศบาล ด้วยเหตุนี้ ประชาชนในพื้นที่จึงเรียกร้องขอให้ภาครัฐพิจารณาปรับเปลี่ยนให้พื้นที่ดังกล่าว\\nเข้าสู่กระบวนการจัดทำเป็นพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. ๔-๐๑) เพื่อให้มีสิทธิในที่ดิน\\nโดยถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถใช้ประโยชน์ทำกินได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้   \\n\t(๑.๑) ขอให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) กระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อพิจารณาดำเนินการปักหลักเขตที่ดิน และผลักดันให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน\\nเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก. ๔-๐๑)    \\n\t(๑.๒) ขอให้รัฐบาลดำเนินการเยียวยา และชดเชยให้แก่ครอบครัวที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน\\n\t\t(๒) ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตลาดช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ \\nและปัญหาชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) \\n\t\tสืบเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาได้รับข้อมูลจากกำนันตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ว่าขณะนี้ สถานการณ์ตามแนวชายแดนอาจจะดูสงบ แต่ในเวลากลางคืน ยังคงมีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) หรือโดรน (Drone) บินข้ามพรมแดนเข้ามาทุกวัน เป็นเหตุให้ชาวบ้านต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวง และต้องเตรียมสิ่งของจำเป็นไว้เพื่ออพยพตลอดเวลา ไม่สามารถทำมาหากิน\\nได้ตามปกติ จึงทำให้ไม่มีรายได้ นอกจากนี้ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ประสบปัญหาขาดแคลนชุดปฏิบัติงานและอุปกรณ์ป้องกัน ตัวอย่างเช่น ชรบ. พื้นที่ตำบลด่าน ซึ่งมีจำนวนประมาณ ๓๐๐ คน แต่ได้รับจัดสรรชุดปฏิบัติงานและอุปกรณ์ป้องกัน \\nเพียง ๕๐ ชุดต่อปี เป็นเหตุให้ ชรบ. ส่วนที่เหลือจำนวนกว่า ๒๕๐ คน จำต้องปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีชุดปฏิบัติงานและอุปกรณ์ป้องกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับ ชรบ. และพี่น้องประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาจัดสรรชุดปฏิบัติงานและอุปกรณ์ป้องกันเพื่อมอบให้แก่ ชรบ. ทุกคน รวมทั้งพิจารณาเพิ่มค่าตอบแทน และสวัสดิการ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ ชรบ. ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [38,2339,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","นโยบายของรัฐบาล","“การป้องกันอาชญากรรม” ","เนื่องจากในปัจจุบัน พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบปัญหามิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้หลอกลวงประชาชนให้เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า โดยมีประชาชนถูกหลอกลวงเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสงบสุข และความมั่นคงในชีวิต\\nและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งเห็นได้ว่าการป้องกันอาชญากรรมต้องกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพปัญหาและอุปสรรค ดังนี้  \\n\t\t(๑) การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ครอบคลุมและไม่เข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาชญากรรม\\nยุคใหม่ อาทิ อาชญากรรมออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงทางเทคโนโลยีมีความซับซ้อน รวดเร็ว และมีการกระทำความผิดข้ามชาติ ซึ่งกฎหมายและกลไกการทำงานของภาครัฐตามไม่ทัน อีกทั้งความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยังเป็นสาเหตุที่ผลักดันให้คนเข้าสู่วงจรอาชญากรรม ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวขาดความจริงจังและขาดความต่อเนื่องในระดับนโยบาย  \\n\t\t(๒) ขาดการบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การเก็บบันทึกข้อมูลอาชญากรรม\\nเชิงพื้นที่ การวิเคราะห์อาชญากรรมเพื่อกำหนดนโยบายในการป้องกันยังดำเนินการไม่ทั่วถึง เป็นเหตุให้\\nการจัดสรรกำลังและทรัพยากรในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร   \\n\t\t(๓) ขาดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ควรส่งเสริมให้ชุมชนและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอาชญากรรม ไม่ควรปล่อยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ\\nมีภาระหน้าที่ในการป้องกันอาชญากรรมแต่เพียงหน่วยงานเดียว \\n\t\tดังนั้น จึงขอเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณามาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้  \\n\t\t(๑) ภาครัฐดำเนินการยกระดับมาตรการปราบปรามอาชญากรรมยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยการบังคับใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม\\nทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างจริงจัง มาตรการระงับบัญชีม้าและซิมการ์ดโทรศัพท์ (SIM Card) ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยให้รวดเร็วและเด็ดขาด ควรกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเพิ่มขึ้น หากปรากฏว่าปล่อยปละละเลยให้เกิด\\nความเสียหายบ่อยครั้ง รวมทั้งดำเนินการแก้ไขต้นเหตุของปัญหาอาชญากรรม ได้แก่ ปัญหาความยากจน ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจโดยรัฐบาลต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ\\nอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม \\n\t\t(๒) ภาครัฐต้องลงทุนด้านเทคโนโลยีและฐานข้อมูล พัฒนาฐานข้อมูลอาชญากรรมเชิงพื้นที่ เพื่อใช้ในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรมที่เป็นมาตรฐาน การใช้เทคโนโลยีออนไลน์ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television: CCTV) บริเวณจุดเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเชื่อมโยง\\nกันทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถวิเคราะห์จุดเสี่ยง และจัดกำลังสายตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน\\nและปราบปรามการก่อเหตุอาชญากรรมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ \\n\t\t(๓) ภาครัฐต้องผลักดันให้การป้องกันอาชญากรรมเป็นวาระแห่งชาติ โดยการเสริมสร้าง\\nความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานร่วมกัน\\nของหลายหน่วยงาน ส่งเสริมการปฏิบัติงานของตำรวจชุมชน และสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพบปะ\\nเยี่ยมเยียนและร่วมกิจกรรมกับชุมชน เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจความรับผิดชอบ\\n\t\tทั้งนี้ การป้องกันอาชญากรรมที่มีประสิทธิภาพต้องมีการแก้ไขปัญหาทั้งที่ต้นเหตุ\\nและปลายเหตุ โดยรัฐจะต้องมีความมุ่งมั่นในการปราบปราม การบูรณาการการทำงานร่วมกัน รวมทั้ง\\nเพิ่มงบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง\\nความปลอดภัยให้แก่สังคมไทยโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [39,2337,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการเข้าถึงข้อมูลทางกฎหมายของผู้ประกอบการและประชาชน","จากรัฐบาลมีเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) ซึ่งจัดทำขึ้นโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หน่วยงานในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยในเว็บไซต์ดังกล่าวมีเมนูหลัก ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ “โครงการรับฟัง” และส่วนที่ ๒ “ฐานข้อมูล” โดยในส่วนที่ ๑ “โครงการรับฟัง” เป็นช่องทางในการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาแก้ไขกฎหมายหรือประเมินผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้กฎหมาย และในส่วนที่ ๒ “ฐานข้อมูล” เป็นช่องทางสำหรับสืบค้นข้อมูลทางกฎหมาย ซึ่งครอบคลุมกฎหมายทุกลำดับศักดิ์ และครอบคลุมหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง โดยในทางปฏิบัติหน่วยงานของรัฐสามารถนำเข้าข้อมูลทางกฎหมาย ผ่านระบบ https://backend.law.go.th แต่อย่างไรก็ดี จากการใช้งานสืบค้นข้อมูลในฐานข้อมูลพบว่า ฐานข้อมูลยังขาดข้อมูลของกฎหมายลำดับรองเป็นเหตุให้มีข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายไม่ครบถ้วนและไม่เป็นปัจจุบัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลกำชับให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ พิจารณาปรับปรุงข้อมูลกฎหมายในฐานข้อมูลของเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลกฎหมายของภาครัฐได้อย่างครบถ้วนและครอบคลุม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [40,2335,77,"นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้แก้ไขปัญหาถนนในซอยคุ้มเกล้า ๓๔ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่\\nซอยคุ้มเกล้า ๓๔ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น และถือเป็นแหล่งชุมชนและแหล่งเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่ง กล่าวคือ ถนนในซอยดังกล่าวเป็นถนนลูกรัง มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ในช่วงฤดูแล้ง ถนนจะมีฝุ่นละอองจากลูกรังฟุ้งกระจาย และในฤดูฝน ถนนจะมีน้ำท่วมขังและถนนลื่น \\nเป็นเหตุให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ที่ผ่านมา ประชาชนได้เคยร้องเรียนไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อให้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังสำนักงานเขตลาดกระบัง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาก่อสร้างถนน\\nในพื้นที่ซอยคุ้มเกล้า ๓๔ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นถนนคอนกรีต เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่สัญจรในเส้นทางดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [41,2333,14,"นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง","จากการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) พบว่าพื้นที่เขตอ่าวไทยตอนบน ได้แก่ พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร มีการถอยร่นของชายฝั่ง (Coastal erosion) เฉลี่ยปีละ ๕ - ๑๐ เมตร และบางจุดมีการถอยร่นมากถึงปีละ ๒๐ เมตร ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการถอยร่นของชายฝั่งมีระยะทางประมาณ ๘๐ กิโลเมตร เป็นเหตุให้บ้านเรือน และป่าชายเลนถูกกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง และมีประมาณการที่ดินชายฝั่งสูญหายกว่า ๓๐,๐๐๐ ไร่ โดยเกิดจากสาเหตุหลัก ๒ ประการ ได้แก่ \\n๑) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และ ๒) การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ ทั้งนี้ จากการประเมินความเสี่ยงพบว่าในอนาคต ๑๐ - ๒๐ ปีข้างหน้า น้ำทะเลจะกัดเซาะลึกเข้ามาถึงพื้นที่เขตชุมชนและพื้นที่การเกษตร รวมกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเรื้อรัง และปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินที่สูญหาย และในระยะยาว ประชาชนมีความเสี่ยงที่จะต้องอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาในลักษณะต่างคนต่างทำ มิได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน อาทิ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้สร้างแนวเขื่อนป้องกันคลื่นน้ำ ซึ่งเป็นเหตุให้\\nการแก้ไขปัญหาไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณา ดังนี้ \\n\t\t(๑) รัฐบาลควรพิจารณากำหนดให้การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและน้ำท่วมขังบริเวณอ่าวไทยตอนบน เป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งกำหนดให้เป็นแผนพัฒนาพื้นที่ เพื่อดึงดูดการลงทุนให้เกิดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ โดยพิจารณาศึกษากรณีการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งได้มี\\nการถมทะเล ทำให้พื้นที่บริเวณที่ประสบปัญหามีระดับความสูงมากกว่าระดับน้ำทะเล สร้างแนวเขื่อนกันชนสีเขียว พร้อมทั้งมีระบบป้องกันน้ำท่วม รวมถึงมีการพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย \\n\t\t(๒) เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ราชการส่วนภูมิภาค (จังหวัดที่เกี่ยวข้อง) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) รัฐบาลจึงควรกำหนดให้มีหน่วยงานของรัฐหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าภาพหลัก มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการกำหนดนโยบายและแผนการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วน \\nการจัดสรรงบประมาณ การกำหนดรูปและการลงทุนของภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง\\nอย่างเร่งด่วน รวมทั้งลดความเสี่ยงจากผลกระทบดังกล่าวข้างต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [42,2331,149,"นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาและการยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (TAXI)","ปัจจุบันรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (TAXI) แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ๑ รถยนต์รับจ้างสาธารณะแบบเดิม คือ รถแท็กซี่มิเตอร์ธรรมดา และกลุ่มที่ ๒ รถแท็กซี่ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน (application) ซึ่งจะมีทั้งรถแท็กซี่มิเตอร์ และรถแท็กซี่ป้ายดำซึ่งเป็นรถยนต์ที่นำมารับจ้างสาธารณะ\\nโดยไม่มีการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีข้อมูลผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุอาชญากรรมได้ ประกอบกับในปัจจุบันมีรถแท็กซี่ป้ายดำวิ่งให้บริการทั่วกรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีป้ายทะเบียนและไม่ต้องชำระภาษีเหมือนดังเช่นรถแท็กซี่มิเตอร์ธรรมดาที่มีการชำระภาษี\\nตามกฎหมาย ปีละนับหมื่นบาทต่อคัน ขณะที่รถแท็กซี่ป้ายดำไม่มีต้นทุนในการปฏิบัติตามกฎหมาย ถือเป็นช่องโหว่ในการแข่งขันระหว่างรถแท็กซี่มิเตอร์ธรรมดา กับรถแท็กซี่ป้ายดำที่เข้าร่วมกับแอปพลิเคชัน (application) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การควบคุมผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะทุกชนิด ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ \\nจึงจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมเป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (TAXI) ในแอปพลิเคชันได้ ดังนั้น ขอให้\\nอธิบดีกรมขนส่งทางบก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\nอย่างจริงจังและเร่งด่วน ดังนี้ \\n\\n\\n\\n(๑) ผู้ขับขี่ ...\\n-๔-\\n\\n\t\t(๑) ผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะ (TAXI) ทุกชนิด ต้องมีใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ\\n\t\t(๒) รถยนต์ที่เข้าร่วมกับแอปพลิเคชัน (application) ต้องจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างสาธารณะ  \\n\t\t(๓) ภายในรถยนต์รับจ้างสาธารณะทุกชนิด ควรมีป้ายแสดงตนของผู้ขับขี่อย่างชัดเจน \\n\t\t(๔) ผู้ขับขี่ควรแต่งกายด้วยเครื่องแบบ (uniform) ที่สะอาดเรียบร้อย \\n\t\tพร้อมกันนี้ ขอให้รัฐบาลดำเนินการพัฒนาแอปพลิเคชัน (application) แห่งรัฐ ให้ครอบคลุมถึงระบบการขนส่งสาธารณะในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการของรถยนต์รับจ้างสาธารณะ\\nทุกชนิด เพื่อใช้แทนการใช้แอปพลิเคชันของต่างประเทศที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งพบปัญหาว่าแอปพลิเคชันของต่างประเทศมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะในอัตราร้อยละ ๓๐ ซึ่งเป็นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงมากและไม่เป็นธรรม แอปพลิเคชันของรัฐควรจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา\\nที่เป็นธรรม ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้างสาธารณะและประชาชน โดยรัฐบาลอาจพิจารณาปรับปรุงแอปพลิเคชัน (application) เป๋าตัง ที่มีอยู่แล้วก็ได้ ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหารถยนต์รับจ้างสาธารณะ (TAXI) และยกระดับมาตรฐานการให้บริการรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (TAXI) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [43,2329,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาจากการไม่โอนถนนและที่ส่วนกลางของโครงการหมู่บ้านจัดสรรในประเทศไทย","จากตลอดระยะเวลา ๓๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้มีการขยายตัวของโครงการ\\nบ้านจัดสรรและโครงการจัดสรรที่ดินอย่างกว้างขวาง ซึ่งปัญหาประการหนึ่งที่เกิดขึ้นกับโครงการหมู่บ้านจัดสรร \\nคือ ที่ดินส่วนกลาง ได้แก่ ที่ดิน ถนน และสวนสาธารณะของโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่ไม่ได้โอนเป็นของส่วนกลาง\\nหรือส่วนราชการ เมื่อกาลเวลาผ่านไป ที่ดินส่วนกลางเกิดการชำรุดทรุดโทรมเป็นจำนวนมาก ส่วนราชการ\\n\\nไม่สามารถ ...\\n-๒-\\n\\nไม่สามารถเข้าไปดำเนินการแก้ไขได้ ซึ่งจากการที่สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ศึกษาข้อกฎหมาย\\nตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ บัญญัติว่า “สาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดินตามแผนผังและโครงการที่ได้รับอนุญาต เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น \\nให้ตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรร และให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดสรรที่ดินที่จะบำรุงรักษาสาธารณูปโภคดังกล่าวให้คงสภาพดังเช่นที่ได้จัดทำขึ้นนั้นต่อไป และจะกระทำการใดอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกมิได้” ทำให้รับทราบถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย คือ \\n(๑) ผู้จัดสรรที่ดินต้องบำรุงรักษาจนกว่าจะโอนให้องค์กรส่วนปกครองส่วนท้องถิ่นหรือนิติบุคคลหมู่บ้าน \\n(๒) ปัญหาประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย เนื่องจากผู้จัดสรรที่ดินเพิกเฉย\\n\t\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ประสานงานไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ อาทิ สำนักงานเขตทวีวัฒนา สำนักงานเขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ จังหวัดนครนายก พบว่าหมู่บ้านจัดสรรต่าง ๆ ประสบปัญหา ดังนี้ \\n\t\t(๑) หมู่บ้านสินพัฒนาธานี แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ พบว่า ถนนภายในหมู่บ้านชำรุดทรุดโทรม ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ \\n\t\t(๒) หมู่บ้านศรีมณฑล ทวีวัฒนา ๒๕ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ พบว่า ถนนภายในหมู่บ้านชำรุดทรุดโทรม ลูกระนาดสูงเกินไป ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้\\n\t\t(๓) ชุมชนทวีวัฒนา ๒๕ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ พบว่า ระบบท่อน้ำอุดตัน ฝนตกจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้\\n\t\t(๔) หมู่บ้านตลิ่งชัน วิลล่า ชุมชนสองแขวง ซอยชักพระ ๒ แขวงชักพระ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พบว่าไม่มีระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในหมู่บ้าน\\n\t\t(๕) โครงการบ้านสวนเกษตรดวงสมบูรณ์สุข ตำบลคลองใหญ่ จังหวัดนครนายก พบว่า \\nถนนภายในโครงการเป็นถนนลูกรัง มีสภาพชำรุด ฝนตกเป็นหลุมเป็นบ่อ ฤดูแล้งมีฝุ่นมาก \\n\t\tสภาพปัญหา คือ (๑) ในทางปฏิบัติ หน่วยงานราชการไม่สามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือได้ และ (๒) ไม่สามารถพัฒนาหรือส่งเสริมระบบสาธารณูปโภคให้แก่ประชาชนได้ ทั้งนี้ จากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลกฎหมายและแนวทางแก้ไขปัญหาจากหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีไปถึงนายกเทศมนตรีตำบลเกล็ดแก้ว ซึ่งประสบปัญหาเช่นเดียวกันนี้ ได้มีการหารือถึงการบังคับใช้มาตรา ๑๓๐๔ (๒) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) ซึ่งบัญญัติว่า “สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิด\\nของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น (๒) ทรัพย์สินสำหรับพลเมือง\\nใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ” สรุปได้ว่า การที่เจ้าของโฉนดที่ดินซึ่งเป็นถนนในโครงการหมู่บ้านจัดสรร ยอมให้ประชาชนทั้งในและนอกโครงการใช้ถนนดังกล่าวเป็นทางสัญจรสาธารณะโดยมิได้ปิดกั้นหรือหวงห้ามเป็นเวลานานกว่า ๑๐ ปี ย่อมถือได้ว่าผู้มีสิทธิครอบครองโฉนดดังกล่าวของถนน\\nในบริเวณหมู่บ้านจัดสรรได้อุทิศถนนดังกล่าวให้เป็นทางสาธารณะโดยปริยายแล้ว ถนนดังกล่าวจึงตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ (๒)\\n\\nโดย ...\\n-๓-\\n\\nโดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนและไม่ต้องดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งให้เป็นทางสาธารณประโยชน์แต่อย่างใด (อ้างถึงหนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส ๐๐๐๕/๒๘๖๕) ดังนั้น สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือจึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) จัดตั้งศูนย์ติดตามโครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับจังหวัด โดยรวบรวมข้อมูลของกรมที่ดินทั้งในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน พร้อมทั้งเผยแพร่สถานะโครงการผ่านระบบออนไลน์ \\n\t\t(๒) กำหนดให้ผู้ประกอบการโครงการหมู่บ้านจัดสรร ต้องวางหลักประกันทางการเงินก่อนได้รับอนุญาตโครงการ หากผู้ประกอบการเพิกเฉย รัฐสามารถใช้หลักประกันดังกล่าวในการซ่อมแซมแทนได้ \\n\t\t(๓) ปรับปรุงโทษปรับให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ \\n\t\t(๔) จัดทำคู่มือสิทธิ์ของผู้ซื้อและการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร \\n\t\t(๕) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยเพิ่มมาตรการคุ้มครองผู้ซื้อในกรณีที่ผู้ประกอบการโครงการหมู่บ้านจัดสรรละเมิดคำสั่ง \\n\t\tทั้งนี้ มาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ ถือเป็นหลักประกัน\\nความเป็นธรรมของประชาชนผู้ซื้อบ้านทุกคน ดังนั้น ขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหา\\nความเดือดร้อนดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมเป็นการด่วน เพื่อให้สิทธิของประชาชนเป็นจริงในทางปฏิบัติ ตลอดจนเร่งปรับปรุงขั้นตอนการปฏิบัติงานให้ทันสมัย โปร่งใส และเข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [44,2327,133,"นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์","นโยบายของรัฐบาล","กิจกรรมก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวง","จากในพื้นที่หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๑๐ และหมู่ที่ ๑๕ ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง เป็นพื้นที่ชุมชนซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ตลอดจนครู ผู้ปกครอง และนักเรียนโรงเรียนวัดพิกุลทอง รวมทั้งผู้มาทำพิธีกรรมทางศาสนาของวัดพิกุลทอง และวัดท้ายวัง ตำบลชะมวง อำเภอควนขนุน ได้ใช้ถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ช่วงระหว่างบ้านหยีใน - บ้านหัวถนน ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร เป็นเส้นทางในการสัญจร โดยเหตุที่ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ดังกล่าวมีความกว้างเพียง ๕.๕๐ เมตร ผิวจราจรมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ รวมทั้งบริเวณไหล่ทางมีวัชพืชปกคลุมเป็นจำนวนมาก ทำให้การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนไม่สะดวก ทั้งยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งที่ผ่านมา แขวงทางหลวงพัทลุงได้ดำเนินการสำรวจและออกแบบปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ให้มีความกว้างมากขึ้น แต่เวลาล่วงเลยมา ๒ - ๓ ปีแล้ว ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับการปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ช่วงระหว่างบ้านหยีใน - บ้านหัวถนน ให้มีความกว้างมากขึ้น รวมถึงการขุดแต่งร่องน้ำ ไหล่ทาง และติดตั้งไฟส่องสว่าง ตามที่ได้มีการสำรวจและออกแบบไว้แล้ว\\nโดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",27,2568,"2025-10-21T00:00:00"],
    [45,2125,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","เกษตรกร คือวาระของชาติ ","จากในรอบปีที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาได้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร ไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขแต่ยังไม่มีความคืบหน้า เช่น (๑) ปัญหาราคาข้าวตกต่ำแต่ต้นทุนการผลิตสูงจนเกษตรกรมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก (๒) ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ เพราะถูกล้งต่างชาติกดราคารับซื้อและมีราคาถูกกว่าบะหมี่สำเร็จรูป ๑ ซอง จนกระทั่งชาวสวนลำไยต้องโค่นต้นลำไยขายเป็นไม้ฟืน (๓) ปัญหาชาวสวนทุเรียนที่ขาดแคลนเครื่องมือตรวจสอบมาตรฐานถูกกดราคารับซื้อทุเรียนด้วยข้ออ้างว่าทุเรียนมีการปนเปื้อนสารย้อมสี Basic Yellow 2 (BY2) ซึ่งเป็นเหตุให้ราคาทุเรียนตกต่ำ และ (๔) ปัญหาของชาวประมงผู้ประกอบอาชีพจับสัตว์น้ำ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหา\\nการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ (Alien Species) ที่เข้ามารุกรานและทำลายระบบนิเวศของประเทศไทยและทำลายธุรกิจประมง จนเป็นเหตุให้ชาวประมงต้องเป็นหนี้สินสูญเสียรายได้ ถึงขั้นหมดตัวจนถึงขั้นทำร้ายตัวเองถึงแก่ชีวิต ประกอบกับได้รับทราบข้อมูลจากรศ.ดร.เสรี  ศุภราทิตย์ ในการประชุมคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นข้อมูลจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change : IPCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติที่ทำหน้าที่ประเมินเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แจ้งว่าปัญหาสภาพภูมิอากาศมีความน่ากังวลในระดับสูง กล่าวคือ ปี ๒๕๖๘ มีสภาพภูมิอากาศแบบ “เอลนีโญ” (El Ni?o) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุ่งบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งท้องทุ่งบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทั้งหมดจะต้องใช้เป็นพื้นที่รองรับมวลน้ำจำนวนมหาศาลที่ไหลหลากมาจากทางเหนืออย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนมกราคม ๒๕๖๙ และถัดจากนั้น ระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๖๙ - พ.ศ. ๒๕๗๐ สภาพภูมิอากาศของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงแบบ “ลานีญา” (La Ni?a) ซึ่งจะทำให้เกิดภัยแล้งซ้ำเติมเกษตรกรให้ได้รับความเดือดร้อนอีกครั้ง ดังนั้น รัฐบาลต้องเตรียม\\nความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำเพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในการทำการเกษตรอย่างพอเพียง\\nในช่วงระยะเวลา ๒ ปีดังกล่าว นอกจากนี้ รศ.ดร.เสรี  ศุภราทิตย์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทุ่งบางบาล \\nจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งท้องทุ่งบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งหมดจะต้องใช้เป็นพื้นที่รับมวลน้ำที่ไหลหลากจากทางเหนือไปจนถึงเดือนมกราคม ๒๕๖๙ จากกรณีดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตร ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดให้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรให้มีรายได้\\nที่สามารถปลดเปลื้องหนี้สินให้หมดไป เพื่อให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์\\nในการบริหารราชการแผ่นดินที่ถูกต้อง เพราะเมื่อเกษตรกรมีรายได้ดีย่อมสามารถนำรายได้ที่ได้รับนั้น\\nไปใช้จ่าย ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น และรัฐบาลไม่จำเป็น\\nต้องก่อหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาลเพียงเพื่อนำเงินมาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนอีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [46,2123,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ช่องทางการร้องเรียนของประชาชน","จากปัจจุบัน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งอยู่ในกำกับ ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง (Traffy Fondue) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) สำหรับรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence: AI) ในการวิเคราะห์ประมวลผล ติดตาม คัดกรองข้อความที่ไม่สุภาพ ป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล วิเคราะห์มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์รวมทั้งแนะนำหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ปัญหาของแต่ละหน่วยงานว่าควรทำอย่างไร ทั้งนี้ ได้มีการนำไปประยุกต์ใช้กับหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการประปาส่วนภูมิภาค รวมทั้งราชการส่วนภูมิภาคกว่า ๓๐ จังหวัด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติพบว่าแต่ละหน่วยงาน\\nยังมีลักษณะการทำงานแบบต่างหน่วยต่างทำแยกจากกัน โดยไม่มีการแบ่งปันทรัพยากรเพื่อใช้งานร่วมกัน (Stand Alone) ประกอบกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนส่วนมากไม่ทราบว่าจะต้องร้องเรียนปัญหานั้นต่อหน่วยงานใด ซึ่งหากรัฐบาลได้มีการจัดทำแพลตฟอร์มกลาง เป็นช่องทางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนที่ครอบคลุมทุกเรื่องเพื่อประสานส่งเรื่องให้กับหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงประชาชนเข้ากับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยมีทีมงานทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน รวมถึงมีการวิเคราะห์ความโปร่งใสในการทำงาน ความรวดเร็ว และปริมาณงานค้าง จะทำให้สามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหา\\nความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงาน\\nที่มีหน้าที่พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการปัญหาเมือง (Traffy Fondue) ให้เป็นแพลตฟอร์มกลาง เพื่อให้การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [47,2121,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","นโยบายของรัฐบาล","1. เรื่อง ปัญหาสภาพการจราจร ถนนสาย ชย.ถ. ๑-๐๑๒๙ ในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ  จังหวัดชัยภูมิ 2.เรื่อง ขอให้ปรับปรุงผิวถนนเลียบคลองชลประทาน เส้นทางบ้านมะเกลือ  - บ้านหลักศิลา ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ","1.เรื่อง ปัญหาสภาพการจราจร ถนนสาย ชย.ถ. ๑-๐๑๒๙ ในพื้นที่อำเภอเมืองชัยภูมิ \\nจังหวัดชัยภูมิ\\n \tเนื่องจากประชาชนและพระภิกษุสงฆ์วัดนพรัตน์วนาราม หมู่ที่ ๓ บ้านยางบ่า ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพการจราจร เนื่องจากถนน\\nสาย ชย.ถ. ๑-๐๑๒๙ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของประชาชนในพื้นที่ระหว่างตำบลรอบเมือง ตำบลโคกสูง อำเภอบ้านเขว้า และอำเภอหนองบัวแดง ระยะทาง ประมาณ ๒.๘ กิโลเมตร ยังไม่ได้รับการลาดยางในบางช่วง ดังนั้น จึงขอความอนุเคราะห์กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณามอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงและลาดยางถนนสายดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ต่อไป\\n2.เรื่อง ขอให้ปรับปรุงผิวถนนเลียบคลองชลประทาน เส้นทางบ้านมะเกลือ \\n- บ้านหลักศิลา ในพื้นที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ\\n \t\tเนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพถนนเลียบคลองชลประทาน เส้นทางบ้านมะเกลือ - บ้านหลักศิลา ซึ่งเป็นถนนที่ประชาชนในพื้นที่บ้านหลักศิลา บ้านโคกโต่งโต้น บ้านมะเกลือ บ้านโนนทอง และบ้านห้วยบง ตำบลบ้านกอก และตำบลหนองบัวบาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ใช้สัญจรไปมาร่วมกันทั้งในการเดินทาง การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โดยปัจจุบันสภาพผิวถนนชำรุดเป็นหลุมบ่อและไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำท่วมขังบนผิวถนน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มองไม่เห็นผิวถนนที่ขรุขระ ดังนั้น จึงขอ\\nความอนุเคราะห์ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาดำเนินการเร่งรัดการปรับปรุงโดยดำเนินการลาดยางผิวถนนสายดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคม \\nและการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [48,2119,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","กฎหมาย","ประเทศไทยกำลังเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงแรงงานไปทำงานต่างประเทศ","หลอกลวงแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติภายในประเทศไทยให้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก (Facebook) \\nโดยอ้างว่ามีตำแหน่งงานในภาคเกษตรกรรม โรงงานอุตสาหกรรม และภาคอื่น ๆ พร้อมเสนอค่าตอบแทน\\nสูงกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน หรือระบุว่าสามารถขอวีซ่า (Visa) ทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ภายหลังได้ตรวจสอบพบว่าเป็นเพจปลอมที่หลอกให้ผู้สมัครโอนเงินค่าดำเนินการล่วงหน้า จากรายงานพบว่ามีผู้เสียหายซึ่งเป็นแรงงานจากจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือประกอบด้วยแรงงาน\\nชาวไทย ชาวลาว และชาวเมียนมา กว่า ๒๐๐ คน ที่ถูกบริษัทจัดหางานเอกชนแห่งหนึ่งในย่านงามวงศ์วานหลอกลวงให้สมัครงานในประเทศแคนาดาและประเทศออสเตรเลีย โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม\\nกว่า ๒๐ ล้านบาท โดยผู้เสียหายหลายรายได้กู้ยืมเงินหรือนำทรัพย์สินไปจำนอง เพื่อนำมาชำระค่าดำเนินการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงแรงงาน เร่งดำเนินการตรวจสอบและกวดขันบริษัทจัดหางานที่ไม่มีใบอนุญาตอย่างเข้มงวด พร้อมทั้ง ขอให้กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เร่งรัดการดำเนินคดีและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ที่แฝงตัวในรูปแบบการจัดหาแรงงานไปต่างประเทศ และเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางของการค้ามนุษย์และการหลอกลวงแรงงานไปทำงานในต่างประเทศต่อไป พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลของบริษัทจัดหางานหรือนายหน้าที่รับสมัครก่อนตัดสินใจสมัครงาน โดยต้องเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน ห้ามโอนเงินค่าดำเนินการก่อนตรวจสอบสัญญาอย่างรอบคอบ หากสงสัย\\nว่าถูกหลอกลวง ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากสายด่วนกระทรวงแรงงานหรือสถานเอกอัครราชทูต\\nของประเทศปลายทาง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [49,2117,35,"นายชิบ จิตนิยม","นโยบายของรัฐบาล","ฟื้นฟูอนุสรณ์สถานยุทธนาวี เกาะช้าง จังหวัดตราด","จากเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา\\nศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU ๒๕๔๓ และ MOU ๒๕๔๔ เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนทั้งทางบกและทางทะเลในพื้นที่จังหวัดตราด พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นอาณาเขตของประเทศไทยโดยสมบูรณ์ และมีอนุสรณ์สถานยุทธนาวีทหารเรือไทย ตั้งอยู่ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด ซึ่งถือเป็นสถานที่ทำให้รำลึกถึงการรบทางเรือครั้งสำคัญครั้งแรก\\nของกองทัพเรือไทย อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง ซึ่งเกิดขึ้น\\nเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๔๘๔ ในช่วงสงครามไทย - ฝรั่งเศส โดยมีสาเหตุมาจากข้อเรียกร้อง\\nของไทยให้มีการปรับปรุงเส้นแบ่งเขตแดนไทย - อินโดจีน ใหม่ ตามแนวร่องน้ำลึกอันเป็นไปตาม\\nหลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักความยุติธรรม ซึ่งประเทศไทยได้เรียกร้องให้ฝรั่งเศสดำเนินการสำรวจร่องน้ำใหม่ตามมาตรฐานสากล แต่ฝรั่งเศสได้ส่งกองเรือจำนวน ๗ ลำ เข้าโจมตีเรือของไทย จำนวน ๓ ลำ ได้แก่ เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงสงขลา และเรือหลวงชลบุรี และการสู้รบในครั้งนั้น\\nส่งผลให้นายทหารเรือไทยเสียชีวิตถึง ๓๖ นาย แม้ว่ากองทัพไทยจะประสบความสูญเสีย แต่ทหารเรือไทยได้แสดงวีรกรรมอย่างกล้าหาญจนฝรั่งเศสบันทึกยกย่องไว้ว่าเป็นทหารเรือที่อดทนต่อสู้อย่างทรหด \\nและสมเกียรติของทหาร อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่พบว่าขณะนี้สภาพของอนุสรณ์สถานดังกล่าวชำรุดทรุดโทรมและขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งที่เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง นอกจากนี้ แม้ว่าบริเวณเกาะช้างจะมีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว แต่อนุสรณ์สถานแห่งนี้\\nยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะช้างฝั่งซ้ายที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว\\nมีไม่เพียงพอในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ดังนั้น เพื่อให้ “อนุสรณ์สถานยุทธนาวี” วีรกรรมทหารเรือไทยในยุทธนาวีเกาะช้างเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความเสียสละของวีรบุรุษไทย\\nในการปกป้องอธิปไตยทางทะเล และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาติ จึงขอให้กองทัพเรือ จังหวัดตราด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาเพื่อดำเนินการฟื้นฟูอนุสรณ์สถานยุทธนาวี \\nเกาะช้าง จังหวัดตราด ดังนี้ \\n \t๑) ปรับปรุงซ่อมแซมและบำรุงรักษาอนุสรณ์สถานให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม\\nและสมเกียรติแก่วีรกรรมของทหารเรือไทย \\n \t๒) พัฒนาภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงามและเป็นระเบียบ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางสุนทรียภาพ \\n \t๓) จัดสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น ป้ายแนะนำ ศูนย์บริการข้อมูล ห้องสุขาและที่จอดรถ \\n \t๔) ส่งเสริมและพัฒนามัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ \\n \t๕) จัดทำแผนประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์เพื่อให้อนุสรณ์สถานแห่งนี้\\nเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในระดับประเทศและนานาชาติ \\n\t๖) บูรณาการการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ให้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ \\nในจังหวัดตราด \\n \tอนึ่ง การพัฒนาอนุสรณ์สถานแห่งนี้จะช่วยเชิดชูเกียรติคุณของวีรบุรุษไทย \\nสร้างจิตสำนึกรักชาติ แก่ประชาชนและเยาวชน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์\\nที่มีคุณค่าและความหมายต่อประเทศชาติสืบไป\\n","กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [50,2115,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","บางระกำโมเดล พื้นที่แบกรับน้ำเพื่อรอความเป็นธรรม","จากเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๘ ได้ลงพื้นที่และร่วมประชุมกับประชาชนในพื้นที่ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภาวะน้ำท่วมขังยืดเยื้ออย่างรุนแรง จากข้อมูลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๘ พบว่า ทุ่งบางระกำซึ่งเป็นพื้นที่โครงการ “บางระกำโมเดล” มีเนื้อที่ประมาณ ๒๖๕,๐๐๐ ไร่ ใช้เป็นพื้นที่รับน้ำและลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บมากกว่า ๕๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินความจุเดิมที่กำหนดไว้ \\nจำนวน ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้บางหมู่บ้านมีระดับน้ำท่วมสูงถึง ๒.๕๐ - ๒.๖๐ เมตร \\nทำให้ประชาชนมากกว่า ๖,๐๐๐ ครัวเรือน ต้องประสบภาวะน้ำท่วมนานกว่าหนึ่งเดือน และก่อให้เกิด\\nความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท โครงการบางระกำโมเดล เริ่มดำเนินการตั้งแต่\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีแนวคิดในการใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นทุ่งหน่วงน้ำ เพื่อช่วยลดปัญหาน้ำหลากของภาคกลาง แต่ในทางปฏิบัติพบว่า พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องรับน้ำอย่างถาวร เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลเข้าทุ่งบางระกำอยู่ที่ประมาณ ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในขณะที่ระบบสามารถระบายน้ำออกได้เพียง \\n๘๐ - ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ ถนนและคันดินที่สร้างขึ้นกลับกลายเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน โดยมีสภาพปัญหาเชิงการบริหารจัดการและปัญหาด้านความเป็นธรรม ดังนี้ \\n \tประเด็นที่หนึ่ง สภาพปัญหาเชิงการบริหารจัดการ การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดการบูรณาการอย่างเป็นระบบ ไม่มีศูนย์บัญชาการร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การเปิด - ปิดประตูระบายน้ำและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยไม่มีประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกัน \\n \tประเด็นที่สอง สภาพปัญหาด้านความเป็นธรรม แม้ว่าประชาชนในพื้นที่จะมีความเข้าใจและยอมรับบทบาทในการเป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่อื่น แต่ยังขาดความเป็นธรรมในการบริหารจัดการน้ำและการชดเชยค่าเสียหายที่เหมาะสม\\n \tดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบและยั่งยืน จึงขอเสนอแนวทางเร่งด่วน ๓ ประการ ดังนี้ \\n \t๑) จัดตั้งศูนย์บัญชาการบริหารจัดการน้ำบางระกำ ควรดำเนินการจัดตั้งรูปแบบศูนย์บัญชาการเดียว (Single Command) โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธาน ร่วมกับ\\nกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแผน\\nการจัดการน้ำและแผนการระบายน้ำ อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ \\n \t๒) พัฒนาระบบเตือนภัยและแดชบอร์ดข้อมูลระดับน้ำ จัดทำแดชบอร์ดข้อมูล\\nระดับน้ำในแต่ละหมู่บ้านแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถรับทราบข้อมูลและเตรียมความพร้อมล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ - ๑๔ วัน \\n \t๓) กำหนดมาตรการชดเชยและฟื้นฟูอย่างเป็นธรรม ควรพิจารณาออกหลักเกณฑ์การชดเชยเชิงสิทธิสำหรับพื้นที่ที่ต้องรับภาระน้ำ หรือจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม พร้อมทั้ง \\nจัดให้มีมาตรการพักชำระหนี้และฟื้นฟูอาชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัยหลังน้ำลด \\n \tอนึ่ง พื้นที่บางระกำไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่รับน้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของระบบบริหารจัดการน้ำของภาคเหนือตอนล่าง จึงสมควรที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการบริหารจัดการน้ำ ให้มีความสมดุลและเป็นธรรมต่อทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกัน โดยจัดให้มีระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่\\nที่มีโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องแบกรับความทุกข์ยากลำบากอย่างต่อเนื่อง  ",null,"วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [51,2113,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","กฎหมาย","สแกมเมอร์ (Scammer) คือภัยความมั่นคงของชาติ","จากประเทศเมียนมาได้ปราบปรามแหล่งสแกมเมอร์ในเมืองเมียวดี \\nซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายพันคนโดยเฉพาะชาวเมียนมา\\nได้หลบหนีข้ามพรมแดนมายังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลในหลายมิติ อาทิ ด้านความมั่นคง ด้านความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวมถึงจำนวนผู้หลบหนีข้ามพรมแดนได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความแออัดในพื้นที่ชายแดนส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเข้มงวด โดย “สแกมเมอร์” (Scammer) ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง มีการนำธนบัตรเข้ามาในประเทศไทย ดังนั้น มาตรการคัดกรองจะต้องมีความเข้มงวด เพราะผู้เสียหายและผู้หลบหนีบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การหลอกลวงผ่านคอลเซ็นเตอร์สแกม (Call Center Scam) \\nการฟอกเงิน และการค้ามนุษย์ หากไม่มีการตรวจสอบหรือควบคุมอย่างเข้มงวด อาจทำให้มีช่องว่าง\\nเกิดอาชญากรรมข้ามชาติในประเทศไทย และการที่แก๊งค์อาชญากรรมสามารถหลอกลวงข้ามประเทศ\\nได้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นเป้าหมายของผู้กระทำความผิดข้ามชาติ ดังนั้น ปัญหาสแกมเมอร์ (Scammer) นับเป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลจะต้องบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ\\nนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ จึงขอเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้ \\n\t๑. มาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ได้แก่ \\n \t \t๑) ขอให้รัฐบาลเร่งเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ประจำชายแดนโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง \\nเช่น อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อป้องกันเหตุไม่สงบ และควบคุมการเข้าออกของบุคคลอย่างเป็นธรรม\\n \t \t๒) กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจัดตั้งศูนย์รองรับผู้หลบหนีชั่วคราวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านอาหาร น้ำ และยารักษาโรค \\n \t \t๓) กระทรวงการต่างประเทศ ควรประสานงานกับรัฐบาลเมียนมา และหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อจัดระบบตรวจสอบอาชญากรรมข้ามชาติ \\n \t\t๔) ควรให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจ\\nต่อสถานการณ์\\n \t๒. มาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ได้แก่\\n \t \t๑) เพิ่มความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐของประเทศเมียนมา ประเทศเพื่อนบ้าน \\nและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อตั้งศูนย์ปราบปรามแก๊งค์สแกมเมอร์ข้ามชาติ ประกอบด้วย ประเทศไทย ประเทศจีน ประเทศกัมพูชา และประเทศเมียนมา เพื่อสกัดกั้นการกระทำความผิดก่อนข้ามพรมแดน \\n \t \t๒) ติดตามการทำธุรกรรมทางการเงินของแก๊งค์สแกมเมอร์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน \\n \t\t๓) การสร้างระบบเฝ้าระวังภัยทางไซเบอร์ และการแจ้งเตือนประชาชนให้สามารถระวังป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้อย่างทันเวลา \\n \t\t๔) ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้งในและนอกประเทศ เพื่อส่งสัญญาณว่าประเทศไทยจะไม่ปล่อยปละละเลยต่ออาชญากรรมข้ามประเทศ \\n \t\t๕) ให้ความสำคัญในประเด็นสิทธิมนุษยชนของผู้หลบหนี โดยเฉพาะผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งค์สแกมเมอร์ เพื่อให้ความคุ้มครองอย่างเหมาะสม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [52,2111,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาจากระบบลงทะเบียน e - WorkPermit ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและหอการค้า \\nที่มีการจ้างแรงงานต่างด้าวว่า ตามที่กรมการจัดหางานได้เปิดให้มีการใช้งานระบบลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว (e - WorkPermit) ออนไลน์ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ โดยให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่\\nการยื่นคำขอ ตรวจสอบสถานะ การอนุมัติ จนถึงการรับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับการให้บริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดการใช้งานได้เกิดปัญหา\\nระบบล่มทำให้ต้องมีการปิดและพักการใช้งานระบบ และเมื่อกลับมาเปิดใช้งานระบบได้เกิดปัญหาข้อขัดข้องขึ้นอีก ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้หรือลงทะเบียนแล้วแต่ไม่สามารถแจ้ง\\nเข้า - ออก ได้ รวมทั้งกรณีแรงงานจังหวัดในฐานะนายทะเบียนไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้นำไปสู่ปัญหา\\nการไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพื่อประกอบธุรกิจ กิจการ หรือประกอบอาชีพในฐานะลูกจ้าง (Work Permit) ได้ เพราะยังไม่สามารถลงทะเบียนในระบบได้ \\nซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลแรงงานต่างด้าวจากสำนักงานแรงงานจังหวัดได้ หรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่สามารถตรวจสอบหลักฐานในการอนุญาตให้เข้าประเทศของแรงงานต่างด้าวได้ จากกรณีดังกล่าว จึงขอเสนอแนะ\\nแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n \t\t\t๑) ขอให้กระทรวงแรงงานเร่งตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการเร่งด่วน (War Room) เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาระบบ e - WorkPermit แบบเรียลไทม์ พร้อมเปิดสายด่วนเฉพาะกิจ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือ ทั้งนายจ้างและแรงงานที่ได้รับผลกระทบ \\n \t\t\t๒) ขอให้เปิด “ระบบคู่ขนานแบบ Manual” ชั่วคราว เพื่อให้แรงงานและนายจ้างสามารถต่อใบอนุญาตทำงานผ่านสำนักงานจัดหางานจังหวัดได้ตามเดิม จนกว่าระบบ e - WorkPermit จะมีความเสถียรและรองรับการลงทะเบียนได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้แรงงานหรือนายจ้างได้รับ\\nความเดือดร้อนซ้ำอีก","กระทรวงแรงงาน ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [53,2109,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","การจัดระเบียบเช่าบูชาพระเครื่อง","จากปัญหาเรื่องพระเครื่องแท้หรือพระเครื่องปลอม ซึ่งมีประเด็นความคิดเห็นที่หลากหลายตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ตัวอย่างเช่น กรณีการถกเถียงเกี่ยวกับเหรียญทองคำของหลวงปู่ทวด รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ ซึ่งมีประเด็นการถกเถียง เรื่อง ที่มา เทคนิคการพิมพ์เหรียญ และวัสดุที่ใช้ในการพิมพ์เหรียญ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมพระ (เซียนพระ) ทั่วประเทศได้มีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวอย่างหลากหลาย อย่างไรก็ดี ปัจจุบันพระเครื่องมิใช่วัตถุมงคลเพื่อความเป็นสิริมงคลเท่านั้น แต่พระเครื่องยังเป็นวัตถุมงคลซึ่งเป็นสินค้าที่มีการประเมินมูลค่า มีการซื้อขาย และมีการเก็บสะสมไว้เป็นทรัพย์สิน จนเกิดเป็นมูลค่าหมุนเวียนในตลาดหลายหมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นจุดแข็ง (Soft Power) ของประเทศไทยที่ประเทศอื่นไม่มี ดังนั้น เมื่อพระเครื่องซึ่งอยู่คู่กับศรัทธาของสังคมไทยมาเป็นระยะเวลานานได้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่า โดยพระเครื่องบางรุ่นมีมูลค่าสูงหลายสิบล้านบาท เมื่อผู้เชี่ยวชาญและนักสะสม (เซียนพระ) ได้กลายมาเป็นผู้กำหนดราคาพระเครื่อง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีพระเครื่องรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากซึ่งส่งผลให้มีผู้ขายพระเครื่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ภาครัฐยังไม่มีกฎหมายหรือกฎระเบียบเข้ามากำกับดูแลธุรกิจเช่าพระเครื่องหรือที่เรียกว่า “พุทธพาณิชย์” และมาตรฐานของพระเครื่องยังไม่มีการกำหนดให้ชัดเจน รวมทั้ง ไม่มีการควบคุมการประเมินราคาซื้อ - ขาย พระเครื่องในฐานะที่เป็นทรัพย์สินหรือของสะสม ดังนั้น ในอนาคตอาจนำมาซึ่งปัญหาการหลอกลวง ปัญหาการฟอกเงิน และปัญหาอาชญากรรมตามมา จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงวัฒนธรรม ขอให้เข้ามากำกับดูแลเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยอาจมีการตั้ง “สภาพระเครื่อง” เพื่อที่จะได้ขึ้นทะเบียนหรือกำหนดมาตรฐานของพระเครื่องให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อให้พระเครื่องได้พัฒนาเป็น Soft Power และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไป","กระทรวงวัฒนธรรม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [54,2107,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","นโยบายของรัฐบาล","จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้ 2.1 เรื่อง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม จังหวัดลพบุรี ถูกทำร้าย ขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม 2.2 เรื่อง การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณี การคัดเลือก ที่มีเหตุพิเ","2.1 เรื่อง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม จังหวัดลพบุรี ถูกทำร้าย\\nขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม\\n \t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียน กรณีปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม จังหวัดลพบุรี ถูกทำร้ายขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งศาลา “ S M L” หมู่ ๒ ตำบลโคกกะเทียม ขณะที่มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกะเทียม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ขอให้ติดตามและดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุดต่อไป\\n2.2 เรื่อง การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณี การคัดเลือก\\nที่มีเหตุพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน สำหรับพนักงานจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู\\nโดยที่ประกาศคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด \\nเรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน พ.ศ. ๒๕๖๓ \\nได้กำหนดคุณสมบัติ ของบุคคลผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการครูองค์การบริหารส่วนจังหวัดว่า “ต้องเป็นบุคคลผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ระดับประเทศขึ้นไปจากการแข่งขันทางวิชาการ หรือกีฬา หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องที่นำชื่อเสียงต่อประเทศ” ซึ่งเป็นการกำหนดคุณสมบัติที่สูงเกินไป ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย ขอให้พิจารณา นำ “หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ” ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มาเทียบเคียงใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่พนักงานลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่อไป","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [55,2105,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยทราย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เพื่อการเกษตรและการท่องเที่ยว","อ่างเก็บน้ำห้วยทราย ที่ตั้งอยู่บ้านศิลานาโพธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น เป็นจุดที่มีลำห้วย ๒ สาย ได้แก่ ลำห้วยหนองแวงไร่และลำห้วยไผ่ ไหลมาบรรจบกับลำห้วยทราย ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยทรายมีเนื้อที่ประมาณ ๑,๑๐๐ ไร่ ทางฝั่งซ้ายของอ่างเก็บน้ำฯ มีคลองส่งน้ำขนาดใหญ่ความยาวประมาณ ๓,๓๐๐ เมตร และทางฝั่งขวามีคลองซอย ความยาวประมาณ ๑,๒๕๐ เมตร โดยประชาชนได้ใช้พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำห้วยทราย เพื่อทำการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และทำการประมง พืชที่เกษตรกรนิยมปลูก คือ หอม ซึ่งเป็นสินค้า OTOP และสินค้าส่งออกที่สำคัญของประชาชนในพื้นที่ แต่อย่างไรก็ดี ถนนบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีสภาพชำรุดทรุดโทรมและผิวถนนขรุขระ มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเทศบาลตำบลในเมืองไม่สามารถเข้าไปดำเนินการซ่อมแซมได้ เพราะต้องใช้งบประมาณของกรมชลประทานในการดำเนินการเท่านั้น นอกจากนี้ ในช่วงค่ำ - ช่วงกลางคืน แสงไฟส่องสว่างยังไม่เพียงพอ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในการสัญจรไป - มา ของเยาวชนและประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำห้วยทราย เพื่อการออกกำลังกายหรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ดำเนินการพัฒนาอ่างเก็บน้ำห้วยทรายเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ดังนี้ \\\\n \t\t\t๑) ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการซ่อมแซมและดูแลรักษาถนน รวมถึงไฟฟ้าส่องสว่างรอบอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ซึ่งจะทำให้เยาวชนและประชาชนที่เข้ามาใช้พื้นที่\\\\nเกิดความปลอดภัย \\\\n \t\t\t๒) ขอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับนำไปพัฒนาพื้นที่โดยรอบอ่างเก็บน้ำห้วยทราย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน \\\\n\t\t        ๓) ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาสนับสนุนและส่งเสริม\\\\nในเรื่องของการท่องเที่ยว เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยทรายถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม\\\\nและมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",29,2568,"2025-10-28T00:00:00"],
    [56,2037,197,"นายอิสระ บุญสองชั้น","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขอเบิกเงินสงเคราะห์ของทายาทจาก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส.","เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ดำเนินการจัดสวัสดิการในรูปแบบ “การฌาปนกิจสงเคราะห์” สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน ๒ กรณี ดังนี้\\n \t๑)\tการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) \\nให้ความช่วยเหลือแก่ทายาทของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ศพละ ๑ บาทต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยมีสมาชิกประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คน คิดเป็นเงินช่วยเหลือประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย (ยังไม่หักร้อยละ ๔ ของเงินช่วยเหลือ)\\n \t๒)\tการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกในอัตราเดียวกัน คือ ศพละ ๑ บาทต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยมีสมาชิกประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน คิดเป็นเงินช่วยเหลือประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย (ยังไม่หักร้อยละ ๔ ของเงินช่วยเหลือ)\\n \tจากกรณีดังกล่าวพบปัญหาการดำเนินการขอรับเงินสงเคราะห์ อันเนื่องมาจาก สกสค. ได้กำหนดให้ทายาทจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนและเป็นภาระแก่ผู้ยื่นขอรับสิทธิ ได้แก่ หนังสือรับรองการฌาปนกิจศพตามแบบของ สกสค. ซึ่งแม้ว่าญาติจะมีหนังสือรับรองการฌาปนกิจศพจากวัดที่ประกอบพิธีอยู่แล้ว แต่ สกสค. ยังไม่ยอมรับเอกสารดังกล่าว และหนังสือให้ถ้อยคำของผู้นำท้องที่ และประชาชนในท้องที่อีก ๑ คน ซึ่งมีเนื้อหาซ้ำซ้อนกับข้อมูลในใบมรณบัตรอยู่แล้ว\\n\tโดยกรณีตัวอย่าง พบว่า สมาชิก ช.พ.ค. หรือ ช.พ.ส. ที่เสียชีวิตและประกอบพิธีฌาปนกิจ\\nในจังหวัดภาคกลาง แต่มีต้นสังกัดอยู่ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องเดินทางไปขอเอกสารรับรองจากเจ้าอาวาสในพื้นที่ที่ประกอบพิธี ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระและความยุ่งยากในการดำเนินการของญาติ \\nทั้งที่หน่วยงานอื่นซึ่งมีลักษณะการฌาปนกิจสงเคราะห์คล้ายกันแต่มิได้เรียกเอกสารดังกล่าว ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาทบทวน ปรับปรุงขั้นตอน หรือยกเลิกการเรียกเอกสารทั้ง ๒ รายการดังกล่าวของ สกสค. เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างสะดวกและลดภาระแก่ทายาท\\nของผู้ถึงแก่กรรม\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [57,2031,100,"นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","การใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อจัดกิจกรรมผจญภัย","เนื่องจากหาดไร่เลย์ จังหวัดกระบี่ ได้รับสมญานามว่าเป็น “สวรรค์ของนักปีนผา” \\nโดยมีนักท่องเที่ยวจากนานาชาติเดินทางมาทำกิจกรรมปีนผาจำนวนมาก เดิมมีจุดปีนผาเพียง ๕ จุด ต่อมาได้รับการพัฒนาเพิ่มขึ้น จนปัจจุบันมีพื้นที่ปีนผา จำนวน ๖๐ จุด ประมาณ ๘๐๐ เส้นทาง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการปีละกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน ปัจจุบันจังหวัดกระบี่ได้สำรวจและกำหนดจุดปีนผาที่เหมาะสมไว้ \\nจำนวน ๗ จุด ได้แก่ หน้าผาไดมอนด์ หน้าผาพระนาง หน้าผาเดินหน้าเข้าถ้ำ หน้าผา ๑ ๒ ๓ วอล์ก \\nหน้าผาไต้หวันวอล์ก หน้าผาต้นไทร และหน้าผาไฟไหม้ โดยพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ และพื้นที่เกาะใกล้เคียง โดยการปีนผาดังกล่าวมิได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักที่พบในปัจจุบัน คือ การจัดกิจกรรมปีนผา และกระโดดน้ำจากหน้าผา ยังไม่ได้รับการอนุญาตอย่างเป็นทางการ ถึงแม้ว่าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา - หมู่เกาะพีพี ได้เคยอนุโลมให้จัดกิจกรรมบางส่วนแล้วก็ตาม แต่ภาคเอกชนยังไม่สามารถประชาสัมพันธ์ได้เต็มรูปแบบ เนื่องจาก\\nยังขาดหนังสืออนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้น จังหวัดกระบี่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอเสนอแนวทางการสนับสนุนไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t๑)อนุญาตให้จังหวัดใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการ โดยให้มีหนังสือรับรองการใช้พื้นที่\\nจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจกรรมได้ถูกต้องตามกฎหมาย\\n\t๒)สนับสนุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย (Adventure Tourism) เช่น การแข่งขันปีนหน้าผา และกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนหน้าผา ซึ่งมีการจัดขึ้นจริงในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี\\n\t๓)ประกาศรับรองพื้นที่ปีนหน้าผาทั้ง ๗ จุด เพื่อให้สามารถจัดกิจกรรมปีนหน้าผา \\nและกระโดดน้ำจากหน้าผาได้อย่างเป็นทางการ\\n\t๔)ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์\\nและมาตรการควบคุมผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน \\nและรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [58,2027,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","เปลี่ยนจากการแก้ทุกปีไปสู่การวางระบบที่ป้องกันได้ทุกยุค","การที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุบัวลอย และคาจิกิ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมในพื้นที่ ๑๗ จังหวัด ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบรุนแรงทั้งในด้านความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรมและเส้นทางคมนาคม \\nซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังขาดระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน การรับมือส่วนใหญ่\t\t\t\t\t\t\t\t\t      \\nเป็นลักษณะเชิงรับมากกว่าการป้องกันเชิงรุก จึงทำให้ความเสียหายเกิดขึ้นซ้ำซากในทุกปี ดังนั้น \\nเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืน จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบายเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการเป็นการเร่งด่วน ดังนี้\\n \t๑)ด้านการเตือนภัยและระบบข้อมูล ควรเร่งพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศ และการ\\nแจ้งเตือนภัยให้มีความเป็นเอกภาพ เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น\\nอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ (Real-Time) ที่เข้าถึงระดับหมู่บ้าน \\nโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่เหมาะสม เช่น ข้อความโทรศัพท์ หรือระบบเสียงตามสาย เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที\\n \t๒)ด้านโครงสร้างพื้นฐานและผังเมือง ควรจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ\\nระดับจังหวัดที่มีการปรับปรุงเป็นประจำและมีผลผูกพันต่อทุกหน่วยงาน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามผู้บริหารในแต่ละยุค รวมถึงจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินการขุดลอกคู คลอง และปรับปรุงระบบระบายน้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี\\n \t๓)ด้านงบประมาณและการบูรณาการนโยบาย เนื่องจากงบประมาณด้านน้ำและภัยพิบัติยังคงกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและซ้ำซ้อน จึงควรจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการ\\nน้ำแห่งชาติแบบเฉพาะกิจ” เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ \\nและบูรณาการสั่งการร่วมกัน ภายใต้ระบบข้อมูลเดียว เพื่อให้การบริหารจัดการในช่วงวิกฤติเป็นไป\\nอย่างมีเอกภาพและทันท่วงที นอกจากนี้ ควรจัดตั้ง “คณะทำงานเฉพาะกิจติดตามปัญหาน้ำท่วม” \\nโดยใช้กลไกของรัฐสภาในการติดตาม วิเคราะห์ และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นระบบ ไม่ใช่ดำเนินการเฉพาะช่วงเกิดภัยเท่านั้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [59,2025,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","“โรคตายคาถนน” ทำให้คนไทยอายุสั้น ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ","เนื่องจากประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน วันละ ๔๐ - ๕๐ คน และบาดเจ็บหลายร้อยคน สร้างความสูญเสียทั้งต่อครอบครัว เศรษฐกิจ และสังคม มูลค่าความเสียหายเป็นจำนวน\\nหลายแสนล้านบาทต่อปี สาเหตุหลักมาจากความประมาท การขับรถเร็ว ดื่มสุรา การใช้สารเสพติด \\nการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวด โครงสร้างพื้นฐานไม่สมบูรณ์ และขาดการปลูกฝังวินัยจราจรในทุกระดับ \\nจึงจำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขที่จริงจังและต่อเนื่อง ดังนี้\\n \t๑)\tบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีเมาแล้วขับและการขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัย\\n \t๒)\tพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้มีความปลอดภัย เช่น ถนน ทางแยกต่างระดับ จุดเสี่ยง การติดตั้งไฟส่องสว่าง และกล้องตรวจจับความเร็ว\\n \t๓)\tเสริมสร้างวินัยและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยผ่านระบบการศึกษาและการรณรงค์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง\\n \t๔)\tส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการ\\nระบุจุดเสี่ยง และเฝ้าระวังอุบัติเหตุ\\n \t๕)\tพัฒนาเทคโนโลยีและฐานข้อมูลด้านความปลอดภัยทางถนนให้เป็นระบบกลาง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถเข้าถึง และใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ และวางแผนแก้ไขปัญหา\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n \tอนึ่ง รัฐบาลควรกำหนดให้การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระแห่งชาติ \\nโดยดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และยั่งยืน เพื่อรักษาชีวิตประชาชนและทรัพยากรของประเทศ\\nอย่างมีประสิทธิผล","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [60,2023,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การปล่อยน้ำเสียลงทะเลในพื้นที่ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง","เนื่องจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ได้ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง เกี่ยวกับปัญหากลิ่นเน่าเสียของน้ำในคลองพลา และบริเวณชายทะเลบ้านฉาง จากนั้น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง นายอำเภอบ้านฉาง และเทศบาลตำบลพลา ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๖ และจากการตรวจสอบ พบว่า สาเหตุของปัญหาน้ำเสียเกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากชุมชนลงสู่คลอง โดยไม่ผ่านการบำบัด คลองมีความตื้นเขิน ไม่มีการไหลเวียนของน้ำ และการสะสมของสาหร่ายชนิด “หนังหมา” ซึ่งส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสีย หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม จังหวัดระยอง รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในพื้นที่ตำบลพลา ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n \t๑)ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และ\\nภาคประชาชน\\n \t๒)ให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการจัดเก็บตัวอย่างน้ำจากจุดปล่อยน้ำเสีย เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ\\n \t๓)เทศบาลตำบลพลาดำเนินการรณรงค์ให้ประชาชนเรียนรู้การบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นก่อนปล่อยลงสู่คลอง\\n \t๔)ให้ชลประทานจังหวัดระยอง ดำเนินการขุดลอกคลองพลา เพื่อเพิ่มการไหลเวียน\\nของน้ำ และป้องกันการตื้นเขิน หากบริเวณดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน \\nให้เทศบาลตำบลพลา ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [61,2021,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","ความเดือดร้อนของประชาชน","เสียงสะท้อนพี่น้องชายแดนไทย - กัมพูชา","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะ\\nบริเวณตลาดช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ แม้เหตุการณ์\\nจะทุเลาลง แต่ประชาชนยังอยู่ในภาวะไม่ปกติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ จิตใจ และความมั่นคงในชีวิต \\nซึ่งประเด็นปัญหาหลักที่ได้รับการสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ มีดังนี้\\n \t๑)\tปัญหาด้านเศรษฐกิจและการค้าชายแดน โดยพ่อค้า แม่ค้าชาวไทย และชาวกัมพูชาได้รับความเดือดร้อนจากรายได้ที่ลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว และผู้ซื้อสินค้า \\nแต่ภาระค่าใช้จ่ายยังคงเท่าเดิม\\n \t๒)\tปัญหาด้านสุขภาพจิตของประชาชน โดยแม้กระทั่งเสียงฟ้าร้อง หรือเสียงเครื่องบินทำให้ชาวบ้านหวาดผวา คิดว่าเป็นเสียงระเบิดหรือเสียงปืน ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดสะสม โดยเฉพาะ\\nในกลุ่มเด็ก และผู้สูงอายุ\\n\t๓)\tปัญหาหนี้สินและอาชีพ ซึ่งประชาชนจำนวนมากไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ส่งผลให้หนี้สินเพิ่มขึ้น มีประชาชนหลายรายถูกยึดทรัพย์ และผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ต้องทำงานด้วยความหวาดกลัว เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีระเบิดตกค้าง\\n\t๔)\tมาตรการพักชำระหนี้จากธนาคารของรัฐกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ที่ผ่านมายังไม่เพียงพอต่อสถานการณ์\\n \t๕)\tภาวะสิ้นหวังของประชาชน โดยประชาชนจำนวนหนึ่งรู้สึกหมดหวังต่อสถานการณ์ความไม่สงบ และปัญหาปากท้องที่ยืดเยื้อ\\n\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เร่งรัดมาตรการเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนให้ชัดเจน และให้ธนาคารของรัฐ และสถาบันการเงินเอกชน พิจารณาขยายระยะเวลาพักหนี้และออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม\\nเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาสามารถกลับมาใช้ชีวิต\\nได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [62,2019,149,"นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี","นโยบายของรัฐบาล","ขอเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำท่อระบายน้ำควบคู่กับการก่อสร้างถนน","พบว่าโครงการก่อสร้างถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ดำเนินการเฉพาะตัวถนนโดยไม่ได้ก่อสร้างระบบท่อระบายน้ำควบคู่กัน ส่งผลให้ถนนหลายสายเกิดปัญหา\\nน้ำท่วมขังในฤดูฝน เนื่องจากท่อระบายน้ำเดิมมีขนาดเล็ก หรือไม่มีระบบระบายน้ำ อีกทั้งบางพื้นที่\\nยังประสบปัญหาท่ออุดตัน และไม่ได้รับการปรับปรุงมานานกว่า ๑๐ ปี ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อถนน บ้านเรือนของประชาชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น \\nอีกทั้งยังเป็นภาระงบประมาณในการซ่อมแซมถนนซ้ำซาก ทำให้การใช้งบประมาณของรัฐขาดประสิทธิภาพ และไม่เกิดความคุ้มค่าในระยะยาว ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณากำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน โดยให้ทุกโครงการก่อสร้างถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ต้องดำเนินการก่อสร้างระบบระบายน้ำควบคู่ไปด้วย โดยจัดสรรงบประมาณสำหรับระบบระบายน้ำ\\nไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของงบประมาณการก่อสร้างถนน เพื่อให้การพัฒนาถนนในพื้นที่ต่าง ๆ มีความมั่นคง และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [63,2017,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเบี้ยยังชีพของทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ ๓ และชั้นที่ ๔","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ ๓ และบัตรชั้นที่ ๔ ที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ว่าทหารผ่านศึกนอกประจำการที่พิการจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพิการทุพพลภาพ จะได้รับเงินช่วยเหลือจากองค์การทหารผ่านศึกเพียงเดือนละ ๒,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท แต่ไม่ได้รับเงิน\\nเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางรายถูกเรียกให้คืนเงินเบี้ยยังชีพย้อนหลัง และจากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้สูงอายุถูกเรียกคืนเบี้ยยังชีพกว่า ๖๑๐ ราย มูลค่ารวมกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท จังหวัดกำแพงเพชร \\nถูกเรียกคืนย้อนหลัง ๑๐ ปี จังหวัดบุรีรัมย์ (อำเภอเฉลิมพระเกียรติ) ถูกเรียกคืนย้อนหลัง ๑๑ ปี \\nและจังหวัดชุมพร พบปัญหาลักษณะเดียวกัน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการไม่เชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างกรมบัญชีกลางกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอดีต ทั้งที่ปัจจุบันมีผู้สูงอายุทั่วประเทศกว่า ๑๔ ล้านคน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้มีหน้าที่จ่ายเบี้ยยังชีพตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. ๒๕๔๖ \\nและระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒ ที่กำหนดให้ผู้สูงอายุไม่สามารถรับเงินซ้ำซ้อนจากบำนาญหรือสิทธิประโยชน์อื่นของรัฐได้ อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยและยังต้องพึ่งพาเบี้ยยังชีพเพื่อดำรงชีพ โดยเฉพาะทหารผ่านศึกบัตรชั้นที่ ๒ - ๔ ซึ่งไม่ได้รับบำนาญเหมือนบัตรชั้นที่ ๑\\n\tจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ มีผู้สูงอายุถูกดำเนินคดีเรียกคืนเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำนวน ๒๘,๐๐๐ ราย รวมวงเงิน ๒๔๕ ล้านบาท และได้คืนเงินบางส่วนแล้ว แต่ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังไม่ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุและทหารผ่านศึกมีความเป็นธรรม ครอบคลุม และลดปัญหาความซ้ำซ้อนของสิทธิประโยชน์ในอนาคต","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [64,2015,128,"นางวาสนา ยศสอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาแม่น้ำสา กัดเซาะตลิ่งพัง และน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชน","เนื่องจากได้รับฟังข้อร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เกี่ยวกับปัญหาลำน้ำสา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักของตำบลแม่สาและพื้นที่ใกล้เคียง เกิดปัญหา\\nน้ำหลากกัดเซาะตลิ่งพัง และน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเสียหายและเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สา ได้ดำเนินการ\\nแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นโดยการถมดินและวางกระสอบทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะชั่วคราว ดังนั้น \\nเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร จึงมีข้อเสนอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย พิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำชนิดกล่องเกลี้ยง (Boxwall Flood Barrier) เพื่อป้องกันตลิ่งริมลำน้ำสา ระหว่างสะพานบ้านกลาง หมู่ที่ ๑ ไปยัง สะพานบ้านนาเหลือง หมู่ที่ ๓ \\nตำบลแม่สา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน\\n \tอนึ่ง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีความพร้อมในการเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการก่อสร้าง และยินดีรับมอบการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่\\nมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างมั่นคง ยั่งยืนและถาวร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [65,2013,147,"พันตำรวจโท สง่า ส่งมหาชัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การร้องเรียนของสมาคมพลศึกษาลำปาง","เนื่องจากสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดลำปางได้มีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยนับตั้งแต่\\nได้มีคำสั่งแต่งตั้งจนถึงปัจจุบัน ได้ปล่อยปละละเลยทำให้อาคารสถานที่และสนามกีฬาของจังหวัดลำปางหลายแห่ง ขาดการบำรุงรักษา เป็นเหตุให้อาคารสถานที่และสนามกีฬามีสภาพชำรุดทรุดโทรม \\nซึ่งเป็นการไม่อำนวยความสะดวกหรือส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการกีฬาในจังหวัดลำปางเป็นไปด้วย\\nความเรียบร้อย โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งให้การใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากภาครัฐเป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และสร้างประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยอาจพิจารณาบุคลากรที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่มาดำรงตำแหน่ง เพื่อตอบสนอง\\nความต้องการของประชาชนในจังหวัดลำปาง ตลอดจนพิจารณาให้มีการปรับปรุง บำรุงรักษา และพัฒนาสนามกีฬาในจังหวัดลำปางให้ได้มาตรฐาน เหมาะสมกับการออกกำลังกาย การเล่นกีฬาและการฝึกซ้อมที่สามารถพัฒนาไปสู่ระดับกีฬาอาชีพต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [66,2011,173,"นายสุนทร เชาว์กิจค้า","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาขยะในเกาะลันตา จังหวัดกระบี่","เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ \\nมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาเยือนตลอดทั้งปี สร้างรายได้ให้กับประเทศ\\nหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ขณะเดียวกัน เกาะลันตากำลังเผชิญกับปัญหาขยะสะสมเป็นจำนวน \\nมากกว่า ๓๐,๐๐๐ ตัน ซึ่งเกิดจากชุมชนและกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว โดยขยะส่วนใหญ่ประกอบด้วย ถุงพลาสติก โฟม ขวดแก้ว เศษอาหาร และวัสดุเหลือใช้จากธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และรีสอร์ต ปัจจุบันการจัดการขยะในพื้นที่ยังไม่มีระบบที่ได้มาตรฐาน และไม่มีโรงกำจัดขยะที่มีประสิทธิภาพ \\nขยะจำนวนมากถูกกองทิ้งกลางแจ้ง ก่อให้เกิดปัญหามลพิษทางกลิ่น น้ำเสีย และความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน\\nสู่แหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรชายฝั่งและประมงพื้นบ้าน รวมทั้งภาพลักษณ์การท่องเที่ยว\\nของจังหวัดกระบี่ ซึ่งปัญหาดังกล่าว เกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการบริหารจัดการ ดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศ จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนี้\\n\t๑)ขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดการอนุมัติโครงการก่อสร้างโรงกำจัดขยะที่มีเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของเกาะลันตา จังหวัดกระบี่\\n\t๒)ส่งเสริมและสนับสนุนการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทั้งจากครัวเรือน ร้านอาหาร โรงแรม และรีสอร์ตต่าง ๆ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดขยะหลัก\\n \t๓)กำหนดมาตรการหรือรณรงค์ให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และภาคประชาชน \\nลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics)\\n \t๔)บูรณาการความร่วมมือระหว่างเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล ภาคเอกชน \\nและประชาชน เพื่อจัดตั้งระบบการจัดการขยะที่ยั่งยืน\\n \t๕) สนับสนุนโครงการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานหรือการรีไซเคิล (Recycle) เพื่อให้สามารถลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดได้อย่างเป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [67,2009,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาพนังกั้นแม่น้ำชีในพื้นที่ตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ พังทลาย","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านโนนเชือก และหมู่ที่ ๕ บ้านกุดตูม ตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนจากพนังกั้นแม่น้ำชีทรุดตัวเป็นระยะทาง ๓๐๐ เมตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เนื่องจากอุทกภัยรุนแรง ส่งผลให้ไม่สามารถสัญจรระหว่างหมู่บ้านได้ และเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตในปี พ.ศ. ๒๕๖๖\\n \tจากการติดตามของผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ทราบว่า จังหวัดชัยภูมิได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อซ่อมแซมจากกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้\\nรับการแก้ไขหรือดำเนินการซ่อมแซมแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดการดำเนินการซ่อมแซมพนังกั้นแม่น้ำชีบริเวณตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยด่วน \\nเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ระดับน้ำในแม่น้ำชียังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุทกภัยซ้ำซ้อนต่อพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัยของประชาชนทั้ง ๑๔ หมู่บ้าน ของตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [68,2007,166,"นายสิทธิกร ธงยศ","นโยบายของรัฐบาล","อุบัติเหตุบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ ตอน นาพระชัย - ดงบัง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม","เนื่องจากเกิดปัญหาอุบัติเหตุทางถนนบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๒ \\nตอน นาพระชัย - ดงบัง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม อยู่เป็นประจำ ซึ่งเดิมพื้นที่ดังกล่าวมีแผงคอนกรีตแบ่งช่องจราจร (Barrier) สูงประมาณ ๘๐ เซนติเมตร กั้นกลางถนนตามมาตรฐานความปลอดภัย\\nทางวิศวกรรม หลังจากกรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างและเปิดให้ใช้เส้นทางแล้ว ได้จัดให้มีจุดกลับรถที่ได้มาตรฐาน แต่ประชาชนร้องเรียนว่าจุดกลับรถอยู่ไกล และไม่สะดวกต่อการสัญจร ต่อมา กรมทางหลวงได้ดำเนินการเจาะแผงคอนกรีตแบ่งช่องจราจร (Barrier) เป็นช่องกว้าง ประมาณ ๓ เมตร เพื่อให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์สามารถกลับรถได้ แต่มิได้เป็นไปตามวิศวกรรมความปลอดภัย อีกทั้งยังไม่มี\\nเครื่องหมายจราจรที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางต้องลดความเร็วอย่างกระทันหัน \\nส่งผลให้รถที่ขับขี่ตามมาด้านหลังเบรกไม่ทัน และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย\\nและลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้เส้นทางในพื้นที่ดังกล่าว จึงขอเสนอให้กรมทางหลวง\\nกระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาดำเนินการจัดทำจุดกลับรถตามมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัย \\nโดยดำเนินการตีเส้นจราจรและติดตั้งป้ายเตือนให้ชัดเจน และหากยังไม่ได้รับการออกแบบและอนุมัติอย่างถูกต้อง ควรยกเลิกการใช้ช่องทางกลับรถบริเวณดังกล่าวชั่วคราว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [69,2005,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในการส่งเอกสารขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก  แหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๘ แห่ง","เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอเอกสารขอขึ้นทะเบียนแหล่งอนุสรณ์สถานและภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เป็นมรดกโลก จำนวน ๘ แห่ง ได้แก่ (๑) วัดเชิงมั่น (๒) วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร (๓) วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร (๔) วัดสวนดอกวรมหาวิหาร (๕) วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง (๖) วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) (๗) วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และ (๘) แนวกำแพงเมืองและประตูเมืองรอบคูเมืองเชียงใหม่ ต่อมา เมื่อวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๘ ผู้ปรึกษาหารือได้มีข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการเสนอเอกสารดังกล่าวเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก\\nกับองค์การยูเนสโก (UNESCO) โดยขณะนี้เอกสารอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น\\nโดยศูนย์มรดกโลก (World Heritage Centre) และผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฝรั่งเศส ก่อนส่งกลับมา\\nให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ หากจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จะส่งผลดีต่อประเทศในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม อาทิ การส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ การยกระดับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การสร้างรายได้แก่ชุมชน การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมล้านนา และการปลูกฝังความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม การส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพ และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี\\nได้พิจารณาเร่งรัดให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการยื่นเอกสารขอขึ้นทะเบียนต่อศูนย์มรดกโลก \\nภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๘ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดส่งเอกสารฉบับสมบูรณ์ไปยัง\\nศูนย์มรดกโลกได้ ภายในต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๙ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาการพิจารณา\\nของคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [70,2003,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","นโยบายของรัฐบาล","การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ครบวงจรเพื่อความปลอดภัยในอาหาร และสิ่งแวดล้อมที่จังหวัดเชียงราย","ปัจจุบันประชาชนจังหวัดเชียงรายและคนไทยทั่วประเทศกำลังเผชิญกับสถานการณ์ปนเปื้อนสารพิษในลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทำเหมืองแร่\\nแรร์เอิร์ธ (Rare Earth Elements) และเหมืองทองคำในประเทศเมียนมา ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย\\nของทรัพยากรน้ำ สัตว์น้ำ และผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงสร้างความไม่มั่นใจแก่ประชาชนในพื้นที่ \\nซึ่งการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำ ดิน และอาหาร เป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนต้องเผชิญความไม่แน่นอนและสูญเสียความเชื่อมั่นทั้งด้านเศรษฐกิจและสุขภาพจิต ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างระบบข้อมูลและการตรวจสอบที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ \\nและคืนความเชื่อมั่นให้กับประชาชนจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบ จึงมีข้อเสนอ\\nเชิงนโยบายไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและผลักดันอย่างเร่งด่วน ดังนี้\\n \t๑)\tจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ครบวงจรเพื่อความปลอดภัยในอาหารและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงราย โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน กรมการข้าว) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมควบคุมมลพิษ) และกระทรวงสาธารณสุข (กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์) เพื่อให้สามารถตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน พืชผล และสัตว์น้ำได้อย่างครบวงจรและรวดเร็วในพื้นที่\\n \t๒)\tส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อแจกจ่ายชุดทดสอบคุณภาพน้ำเบื้องต้น (Test Kit) ให้แก่ผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้สามารถตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง\\n \t๓)\tเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว พร้อมผลักดันการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ครบวงจรเพื่อความปลอดภัยในอาหารและสิ่งแวดล้อม จังหวัดเชียงราย \\nให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเชื่อถือได้ อันจะช่วยฟื้นฟูความมั่นใจในความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",24,2568,"2025-10-07T00:00:00"],
    [71,2001,100,"นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","(๑) เรื่อง การเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ในพื้นที่บ้านเขาแก้ว ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก (๒) เรื่อง ความคืบหน้าการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ (One Map)จังหวัดกระบี่   ","ขอปรึกษาหารือ จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้ \\n\t(๑) เรื่อง การเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ในพื้นที่บ้านเขาแก้ว ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่   \\n\tสืบเนื่องจากหมู่บ้านบ้านเขาแก้ว ตำบลคลองยา อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ได้ก่อตั้ง\\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๕ และมีประวัติความเป็นมา ดังนี้   \\n\t(๑.๑) ในปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ได้สร้าง “โรงเรียนบ้านเขาแก้ว”  \t \\n\t(๑.๒) ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ราษฎรแจ้งการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค. ๑   \\n\t(๑.๓) ในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ รัฐบาลออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.)   \\n\t(๑.๔) ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ รัฐบาลเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.)  \\nและประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ \\n\t(๑.๕) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ชาวบ้านถูกจับกุมเนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลอาสิน (ผลประโยชน์ รายได้จากต้นผลไม้) \\n\t(๑.๖) ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ชาวบ้านรวมตัวกันขอความเป็นธรรม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ \\nให้คำตอบว่าจะคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ที่เพิกถอนคืนแก่ประชาชน \\n\t(๑.๗) ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ จังหวัดกระบี่ได้แจ้งยกเลิกการเสียภาษีบำรุงท้องที่ จึงทำให้ ประชาชนเสียสิทธิ เช่น ขอทุนสงเคราะห์ยางพารา และการขอบ้านเลขที่    \\n\tปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถทำประโยชน์ในที่ดินของตนเองได้ จึงขอให้หน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องพิจารณายกเลิกคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) และคืนสิทธิในที่ดินทำกินให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป     \\n \t(๒) เรื่อง ความคืบหน้าการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ (One Map)\\n\t โครงการจัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ \\n(One Map) ยึดกรอบแนวคิด “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ” เพื่อเสริมสร้างความถูกต้อง โปร่งใส และลดข้อพิพาทด้านที่ดินของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เป็นผู้รับผิดชอบ\\nตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๐ (๗) และตามมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ และปี พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงขอทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับ\\nการจัดทำแผนที่ One Map ว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่เอกภาพในการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานของรัฐและประชาชนต่อไป       \\n\t(๓) เรื่อง การพิจารณาศึกษาล่วงหน้าร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคล\\nที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน \\nพ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบ\\nจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. ....\\n\tเมื่อคราวการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๖ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้มีมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ร่างพระราชบัญญัติยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจาก  การดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม  แก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดิน  และทรัพยากรธรรมชาติ พ.ศ. .... ดังนั้น จึงเห็นว่าวุฒิสภาควรดำเนินการพิจารณาศึกษาล่วงหน้าเกี่ยวกับ เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับ ดังกล่าว เพื่อจะได้รับทราบถึงผลกระทบของกฎหมาย  ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนที่ครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือพื้นที่ทับซ้อนต่าง ๆ เพื่อจะได้คัดกรอง ระหว่างประชาชนที่ทำกินในพื้นที่จริงกับนายทุนที่เข้ามาครอบครองพื้นที่โดยหวังผลประโยชน์ตอบแทน        ","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [72,1999,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","นโยบายของรัฐบาล","สวัสดิการเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ออกตรวจบริเวณแนวชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี","จากการพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... ได้สอบถามอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เกี่ยวกับการรักษาและดูแลพื้นที่ป่าบริเวณแนวชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี ว่าดำเนินการอย่างไร ได้รับทราบข้อมูลว่าบริเวณแนวชายแดนดังกล่าวมีระยะทางกว่า ๓๐๐ กิโลเมตร การรักษาและดูแลพื้นที่ป่า ต้องใช้เจ้าหน้าที่ประมาณ ๔๐๐ นาย ในการออกตรวจและลาดตระเวนพื้นที่เพื่อรักษาและดูแลพื้นที่ป่า แต่อย่างไรก็ดี ยังขาดงบประมาณสำหรับเป็นสวัสดิการในการดูแลเจ้าหน้าที่ที่ออกตรวจบริเวณแนวชายแดน ซึ่งต้องเสี่ยงภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เสนอคำขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นสวัสดิการดูแลเจ้าหน้าที่ต่อกรมบัญชีกลางไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงขอให้กรมบัญชีกลางพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ออกตรวจและลาดตระเวนพื้นที่เพื่อรักษาและดูแลพื้นที่ป่าให้มีความเหมาะสมต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [73,1997,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","ความชัดเจนในการจัดสรรโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๗๒","จากใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ซึ่งดำเนินการ\\nโดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) \\nชุดแรกกำลังจะสิ้นสุดอายุในเดือนเมษายน ๒๕๗๒ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าการต่อใบอนุญาต\\nจะดำเนินการโดยวิธีการใด กล่าวคือ จะใช้วิธีการประมูลเช่นเดิม หรือเปลี่ยนเป็นใช้วิธีการคัดเลือก\\nตามศักยภาพของผู้ประกอบการเหมือนในต่างประเทศ ซึ่งความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีไม่สามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้ ทั้งในเรื่องของการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี การพัฒนาแพลตฟอร์ม และการลงทุนด้านเนื้อหา เมื่อผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีไม่มีความชัดเจนว่าจะได้รับอนุญาต\\nให้ดำเนินธุรกิจดิจิทัลทีวีต่อไปหรือไม่ ทำให้เกิดความกังวลและไม่กล้าลงทุนกับเนื้อหารายการที่มีต้นทุนการผลิตสูงและใช้ระยะเวลาในการผลิต ส่งผลให้เนื้อหารายการที่เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับชม\\nคุณภาพลดลง ทำให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคเสียประโยชน์โดยตรงเพราะได้บริโภครายการที่มีต้นทุนการผลิตต่ำแทนรายการที่มีเนื้อหาคุณภาพ โดยดิจิทัลทีวีเป็นช่องทางที่ประชาชนสามารถติดตามรับชมรายการต่าง ๆ ได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายถือเป็นหลักการสำคัญของการสื่อสารสาธารณะ แม้ว่าปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคสื่อจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเลือกติดตามผ่านแพลตฟอร์มทางออนไลน์ต่าง ๆ \\nแต่เนื้อหาหลักยังคงเป็นเนื้อหาทางช่องดิจิทัลทีวี ดังนั้น รัฐบาลและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรเร่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อให้ผู้ประกอบการ\\nได้มีเวลาในการวางแผนดำเนินธุรกิจ ซึ่งมีความสำคัญต่อการคงอยู่ของดิจิทัลทีวีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงอย่างสะดวกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทั้งยังเป็นการพัฒนาสื่อของประเทศ\\nให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [74,1995,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้ติดตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ขององค์การบริหารส่วนตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับหนังสือจากองค์การบริหาร\\nส่วนตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ติดตามโครงการที่เสนอขอภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\nในสังกัดกระทรวงมหาดไทย สรุปสาระสำคัญว่า องค์การบริหารส่วนตำบลสถาน อำเภอนาน้อย \\nจังหวัดน่าน ได้เสนอโครงการภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน ๖ โครงการ แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการพิจารณา ทั้ง ๖ โครงการ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ทำการสอบถามไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียงหรือเทศบาลในจังหวัดน่าน ที่ได้เสนอโครงการดังกล่าวว่าได้รับการพิจารณาโครงการหรือไม่ ได้รับข้อมูลว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งได้รับการอนุมัติ ๒ โครงการ บางแห่งได้รับอนุมัติ ๑ โครงการ และบางแห่งได้รับอนุมัติ ๓ โครงการ แตกต่างกันไป          \\n\tสภาพปัญหาตำบลสถาน มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดลำน้ำหิน เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำระหว่างภูเขา ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ฤดูแล้งจะประสบภัยแล้ง ฤดูฝนจะประสบอุทกภัย \\nน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่งและกัดเซาะตลิ่งพังเป็นแนวยาวตลอดลำน้ำหิน ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนและพืชผลทางการเกษตร ตลอดจนถนนเพื่อการเกษตรชำรุดเสียหาย การสัญจรไปมา\\nและการขนย้ายผลผลิตทางการเกษตร เช่น ยางพารา ข้าว ข้าวโพด เป็นไปอย่างยากลำบาก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงได้ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือมายังองค์การบริหาร\\nส่วนตำบลสถาน ซึ่งได้ดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นไปแล้วแต่ยังไม่ทั่วถึง เนื่องจาก\\nขาดงบประมาณในการดำเนินการ ดังนั้น ขอให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และรัฐมนตรี \\nว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาติดตามความคืบหน้าของโครงการที่เสนอโดยองค์การบริหาร\\nส่วนตำบลสถาน ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ภายใต้แผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน ๑๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน ๖ โครงการ ดังนี้\\n\t(๑) โครงการก่อสร้างพนังป้องกันตลิ่งลำห้วยน้ำหินบ้านทุ่ง \\n\t(๒) โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านใหม่จัดสรร \\n\t(๓) โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายบ้านศาลา-นาดอย\\n\t(๔) โครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติคคอนกรีต สายบ้านม่อน - นาเหล่า\\n\t(๕) โครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลท์ติคคอนกรีต สายบ้านใหม่ - ห้วยหง่วมบน\\n\t(๖) โครงการปรับปรุงผิวถนนคอนกรีตด้วยแอสฟัลท์ติคคอนกรีต สายบ้านไร่น้ำหิน ตำบลสถาน - บ้านห้วยจอย ตำบลสันทะ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [75,1993,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการปฏิบัติงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และคณะกรรมการลุ่มน้ำ ","จากเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เสนอให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) กักเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ไม่เกินร้อยละ ๘๐ ของความจุอ่าง ซึ่งที่ผ่านมาในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะต้องกักเก็บน้ำไว้ร้อยละ ๑๐๐ ขณะที่ปัจจุบันเดือนกันยายน ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะมีฝนตกอีกหรือไม่ ซึ่งควรจะกักเก็บน้ำไว้เพื่อไม่ให้ประชาชน\\nได้รับความเดือดร้อน คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ควรดูแลเรื่องการบริหารจัดการน้ำ\\nในภาพรวม เพราะมีแผนปฏิบัติการรับมือภัยแล้ง และน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ซึ่งประกอบด้วย ๙ มาตรการอันเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ  \\n\tปัญหาเกิดจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนขนาดใหญ่ที่ไม่สัมพันธ์กัน \\nซึ่งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ควรจะทำการระบายน้ำตั้งแต่ช่วงที่มีปัญหาน้ำท่วมจังหวัดน่าน โดยการพร่องน้ำไว้รอ แต่กลับเพิ่งจะมาระบายน้ำในช่วงเวลานี้ซึ่งเป็นการซ้ำเติมประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อน โดยขณะนี้ได้มีการขอระบายน้ำมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งสูงกว่าการระบายน้ำตามปกติที่ประมาณ ๑,๗๐๐ - ๑,๙๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่าจะทำให้ประชาชน\\nในบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอย่างแน่นอน \\n\tจากกรณีปัญหาที่เคยเกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการลุ่มน้ำ ไม่มีความชัดเจนในการประกาศเตือนภัยตามกฎหมาย จึงควรออกแบบการบริหารจัดการให้มีความชัดเจน เพราะในปัจจุบัน\\nมีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์เท่านั้น แต่มีข้อจำกัดหรือห้ามประกาศเตือนภัย ดังนั้น ต้องกำหนดให้คณะกรรมการลุ่มน้ำมีอำนาจประกาศเตือนภัยได้ นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่กล้าประกาศเตือนภัย เพราะทับซ้อนกับหน้าที่และอำนาจของตนเอง ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย \\nพ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติเฉพาะในเขตจังหวัดของตนเอง ประกอบกับมีปัญหาข้อกฎหมาย โดยจะต้องเกิดน้ำท่วมแล้ว จึงจะประกาศเตือนภัยได้ ถ้ายังไม่เกิดน้ำท่วม จะประกาศเตือนภัยไม่ได้ ดังนั้น ควรพิจารณาทบทวนและแก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๕ ภาวะน้ำแล้ง\\nและภาวะน้ำท่วมของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้มีความชัดเจนในการปฏิบัติงานเพราะเวลาเผชิญเหตุภัยน้ำท่วม - น้ำแล้ง การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้\\n\t(๑) ควรปรับปรุงพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ \\n\t(๒) ควรให้อำนาจในการแก้ไข การจัดการภัยพิบัติจากทรัพยากรน้ำ และเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐  \\n\t(๓) ควรปรับปรุงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการลุ่มน้ำ ให้มีอำนาจกำหนด\\nเป้าหมาย ในการบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือนภัย การสั่งการ และการปฏิบัติงานร่วมกับส่วนราชการ\\nที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมทั้งการกำหนดแผนงานและงบประมาณ\\n\t(๔) ควรให้คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด เข้ามาดูแลพื้นที่ในการบริหาร\\nจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการภัยพิบัติจากน้ำ รวมถึงภัยแล้งในระดับจังหวัด โดยอยู่ภายใต้คณะกรรมการลุ่มน้ำ ซึ่งต้องบัญญัติให้ปรากฏไว้ในพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ \\n\t(๕) พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ หมวด ๕ ภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม ส่วนที่ ๒ การป้องกันและแก้ไขน้ำแล้ง และส่วนที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขน้ำท่วม ควรกำหนดรายละเอียดให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะยังขึ้นอยู่กับแผนที่เสนอโดยคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งควรเป็นกรณีปัญหาที่มีในลักษณะเกิดขึ้นประจำ แต่การเกิดปัญหาแบบไม่ปกติ \\nคู่มือไม่สามารถใช้ในการควบคุมได้ ควรมีบทบัญญัติให้อำนาจในการแก้ไขเป็นการเฉพาะ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [76,1991,155,"นางสมศรี อุรามา","นโยบายของรัฐบาล","การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล","เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๔ กันยายน ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและภาคประชาสังคมเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งจากการพิจารณาศึกษาข้อมูลที่บริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง (ฝั่งอันดามัน) และบริเวณแหลมริ้ว จังหวัดชุมพร (ฝั่งอ่าวไทย) ได้มีโอกาสพบปะกับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ พบว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ดำรงชีพด้วยการทำประมง มีความรักในถิ่นฐานบ้านเกิดและที่สำคัญคือดำเนินวิถีชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงทำให้บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีอาหารอุดมสมบูรณ์ อาทิ ปลา ปู กุ้ง หอย กะปิเคย ตลอดจนทุเรียน\\nและผลไม้อื่น ๆ ที่มีคุณภาพและรสชาติดี สามารถจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปจำหน่าย\\nยังต่างประเทศ แต่ปรากฏว่าบริเวณดังกล่าวได้ถูกกำหนดให้เป็นที่ตั้งของโครงการก่อสร้างท่าเรือ \\nซึ่งจะต้องมีการถมทะเลทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็น “อ่าวมดลูกทะเล” \\nที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเป็นจุดที่น้ำจืดไหลลงมาบรรจบกับน้ำเค็มในทะเล จึงมีแร่ธาตุ\\nอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดชีวิต และแหล่งอาหารของสัตว์น้ำหลายชนิด ได้แก่ ปลา กุ้ง และหอย \\nได้เข้ามาอยู่อาศัยและวางไข่ในบริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลอนุรักษ์อ่าวมดลูกทะเลดังกล่าวให้มีความอุดมสมบูรณ์เช่นนี้ตลอดไป    ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [77,1989,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","ความเดือดร้อนของประชาชน","(๑) เรื่อง ปัญหาความปลอดภัยของชาวสวนยางพารา (๒) เรื่อง ความกังวลต่อการเปิดด่านชายแดน (๓) เรื่อง ปัญหาสำนักสงฆ์ได้รับผลกระทบจากการยิงกระสุนปืนใหญ่ ","จากการลงพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้รับฟังเสียงสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ ๓ เรื่อง ดังนี้\\n\t(๑) เรื่อง ปัญหาความปลอดภัยของชาวสวนยางพารา \\n\tโดยมีประชาชนจำนวนมากไม่กล้าเข้าสวนยางของตนเอง เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยง\\nจากฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะการบินของอากาศยานไร้คนขับในเวลากลางคืน ดังนั้น จึงขอให้กองทัพภาคที่ ๒ และหน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มมาตรการดูแล เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถทำการเกษตร\\nได้อย่างปลอดภัย \t   \\n\t(๒) เรื่อง ความกังวลต่อการเปิดด่านชายแดน \\n\tโดยประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาเปิดด่านชายแดนไทย - กัมพูชา ในช่วงเวลานี้ เนื่องจากยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อท่าทีของประเทศกัมพูชา และเกรงว่าจะนำไปสู่การสูญเสียดินแดนเพิ่มเติม ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยยึดความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ        ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [78,1987,50,"นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ (๑) เรื่อง ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ (๒) เรื่อง ปัญหาคลองตื้นเขินและการจัดการตะกอนเลน ","(๑) เรื่อง ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ\\n\tจากการลงพื้นที่ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เกษตรกรได้สะท้อน\\nปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่มีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะมะพร้าว และมะนาว โดยข้อมูล \\nณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘ ราคามะพร้าวน้ำหอมที่ล้งรับซื้อเพียงกิโลกรัมละ ๓ - ๓.๕ บาท และยังมีรายงานจากกลุ่มผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมว่าในหลายพื้นที่รับซื้อราคากิโลกรัมละ ๓ - ๔ บาท โดยปัญหาดังกล่าวมิได้จำกัดเฉพาะจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่ยังพบในจังหวัดอื่น ๆ ที่มีการเพาะปลูกมะพร้าว และมะนาว ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม และมะนาวทั่วประเทศ \\n(๒) เรื่อง ปัญหาคลองตื้นเขินและการจัดการตะกอนเลน \\n\tเนื่องจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มที่มีคลองและคลองสาขาต้องเผชิญกับปัญหาคลองตื้นเขิน ได้มีการแก้ไขปัญหาโดยการใช้รถแบคโฮขุดลอก ซึ่งสามารถตักเฉพาะดินแข็ง แต่ไม่สามารถขจัดดินเลนได้ทั้งหมด ทำให้ตะกอนเลนสะสมและก่อให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและก๊าซส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงเป็นปัจจัยให้วัชพืชน้ำ เช่น ผักตบชวา แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ซึ่งประชาชนจังหวัดสมุทรสงคราม โดยเฉพาะกลุ่ม “ประชาคมคนรักแม่กลอง” ได้ริเริ่มการพัฒนาเรือดูดเลนเพื่อใช้ในการจัดการตะกอน ซึ่งได้มีการทดลองแล้ว แต่ยังติดขัดปัญหาสำคัญคือ ไม่สามารถกำหนดราคากลางสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการเช่าเรือดูดเลนได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมบัญชีกลางร่วมกับ\\nกรมชลประทานพิจารณาในการกำหนดราคากลางสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างหรือเช่าเรือดูดเลน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาตะกอนสะสมในคลองและป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในพื้นที่ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [79,1985,95,"นายพละวัต ตันศิริ","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการรับมือกรณีเงินบาทแข็งค่า","การลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชน\\nและผู้ประกอบการเกี่ยวกับค่าเงินบาทแข็งค่ามากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาสูงกว่าประเทศคู่แข่งประมาณร้อยละ ๑๑ - ๑๒ และทำให้ภาคการท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจนกระทบต่อการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และถึงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ \\nแต่ค่าเงินบาทกลับแข็งค่าผิดปกติ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเงินทุนที่ไม่ถูกต้อง (เงินเทา) ไหลเข้ามาในประเทศ ทำให้ความต้องการเงินบาทเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและยืนยันว่าไม่ได้มีการแทรกแซงค่าเงินเกินความจำเป็น โดยปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องเร่งรัดมาตรการแก้ไขในทุกระดับ เพื่อบรรเทาผลกระทบในปัจจุบัน และเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขไปยังรัฐบาล ดังนี้ \\n\t(๑) ระยะสั้น ควรมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการส่งออก เช่น การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการสนับสนุนการประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการพิจารณาแทรกแซงค่าเงิน\\nในกรณีจำเป็น  \\n\t(๒) ระยะกลาง ควรจัดตั้ง One Stop Service ภายใต้การนำของธนาคารแห่งประเทศไทย ประสานงานกับกรมศุลกากรและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อติดตามเงินทุน\\nที่ผิดปกติ และสนับสนุนโครงการป้องกันความเสี่ยงแบบกลุ่มเพื่อลดต้นทุนของวิสาหกิจขนาดกลาง\\nและขนาดย่อม (SME) \\n\t(๓) ระยะยาว ควรส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับผลิตภาพและสร้างความแตกต่าง\\nของสินค้า ขยายตลาดเชิงยุทธศาสตร์ไปยังประเทศคู่ค้าใหม่ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [80,1983,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","นโยบายของรัฐบาล","การเปิดด่านการค้า ไทย - กัมพูชา ","ตามที่ปรากฏเป็นกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย - กัมพูชา ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเกิดจากแรงกดดันของประเทศที่สามที่ต้องการเร่งรัด\\nให้ทั้งสองประเทศดำเนินการเปิดด่านโดยเร็ว ทั้งที่สถานการณ์บริเวณชายแดนยังไม่สงบเรียบร้อย อีกทั้งยังคงมีข้อพิพาทด้านเขตแดนและภัยคุกคามที่ยังไม่คลี่คลาย  \\n\tการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าดังกล่าว แม้อาจสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะสั้น \\nแต่ในทางปฏิบัตินั้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ รัฐบาลจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบว่าจะเลือกผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจชั่วคราว หรือจะคำนึงถึงการธำรงรักษาแผ่นดินไทยและเกียรติภูมิของชาติเป็นสำคัญ\\n\tประชาชนชาวไทยไม่อาจลืมเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา \\nซึ่งมีทหารหาญจำนวนมากต้องสละชีวิตหรือบาดเจ็บพิการจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย เลือดของทหารผู้กล้าเหล่านั้นยังไม่ทันแห้ง แต่รัฐบาลกลับแสดงท่าทีเห็นชอบตามข้อเสนอที่ได้จาก\\nการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย - กัมพูชา (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ณ จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับ\\nการผ่อนปรนการขนส่งสินค้า การศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดจุดผ่านแดนบางแห่งที่ปลอดภัย \\nเริ่มจากด่านถาวรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี - จังหวัดตราด และผ่อนปรนเฉพาะสินค้า ไม่รวมบุคคล \\nซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจถูกมองได้ว่าเป็นการไม่ให้ความสำคัญต่อการเสียสละของทหารผู้กล้า \\nและอาจกระทบต่อเกียรติและศักดิ์ศรีของประชาชนชาวไทยทั้งชาติ   \\n\tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลยึดถืออธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงความปลอดภัย\\nของประชาชนไทยเป็นหลัก มิใช่เร่งรัดดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ทางการค้าเพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจใดจะมีค่ายิ่งไปกว่าความมั่นคงและเอกราชของชาติไทยช","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [81,1981,149,"นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนน้ำท่วมถนนบ้านท่าขอนยาง - มหาวิทยาลัยมหาสารคาม","จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๐๒ ช่วงบ้านท่าขอนยาง - มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม เป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญยิ่ง โดยเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งมีนักศึกษาจำนวน ๕๐,๐๐๐ คน และคนต่างชาติเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่จำนวนหลายพันคน เป็นเส้นทางที่มีการสัญจรหนาแน่น และเป็นเส้นทางลัดสำคัญเชื่อมต่อไปยังจังหวัดขอนแก่น โดยมีมูลค่าเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า ๕๐๐ ล้านบาทต่อเดือน ชุมชนในบริเวณดังกล่าวมีการพัฒนาและการขยายตัวของชุมชนที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการก่อสร้างหอพักนักศึกษาและที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งการขยายตัวของชุมชนส่งผล\\nต่อระบบระบายน้ำในพื้นที่ เมื่อเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำฝนไม่สามารถระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำฝนจึงไหลรวมกันและท่วมขังทั้งบนถนนสายหลักและถนนสายรอง ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังอย่างรุนแรง ปัญหาน้ำท่วมถนนสายบ้านท่าขอนยาง - มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาต่อเนื่องกว่า ๒๐ ปี โดยยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถาวรและมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน การศึกษา และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการวางแผนและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [82,1979,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้","ปัจจุบันประเทศไทยยังประสบปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าใช้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกล ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศประกอบอาชีพเกษตรกรรม\\nและมีที่อยู่อาศัยกระจายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ ทำให้บ้านเรือนของประชาชนจะกระจายอยู่ในแต่ละพื้นที่เช่นกัน \\n\tในด้านการบริหารจัดการระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีภารกิจหลักในการดูแล\\nและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย ในขณะที่การไฟฟ้านครหลวงรับผิดชอบการกำกับดูแลและให้บริการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประชาชนบางส่วนที่อาศัยอยู่นอกเขตระบบการจำหน่ายไฟฟ้า ส่งผลให้ประชาชนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเท่าเทียม\\nซึ่งการขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนสมทบบางส่วน หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง\\nให้การสนับสนุนบางส่วน\t\\n\tทั้งนี้ ตามบทบัญญัติมาตรา ๕๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดไว้ว่า “รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ซึ่งหากประชาชนบางส่วนยังคง\\nถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง ถือเป็นการไม่บรรลุตามหลักการของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและเพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างเท่าเทียมกัน จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย ดังต่อไปนี้       \\n\t(๑) การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้า  \\n\tขอให้ดำเนินการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลกลางของครัวเรือนที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้\\nอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ เพื่อให้ทราบสถานการณ์ที่แท้จริงและสามารถวางแผนการดำเนินงาน\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพ  \\n\t(๒) การขยายเขตจำหน่ายไฟฟ้า\\n\tขอให้พิจารณาขยายเขตจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสม\\nทั้งในด้านเทคนิคและเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการลงทุนและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ\t\t\t\t\t\\n\t(๓) การพัฒนาและสนับสนุนพลังงานทดแทน \\n\tขอให้จัดหาแหล่งพลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาพอากาศ\\nของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พร้อมระบบสำรองพลังงาน (แบตเตอรี่) ระบบพลังงานลม หรือระบบพลังงานน้ำขนาดเล็ก \\n\t(๔) การจัดระบบมาตรวัดและการคิดค่าบริการตามมาตรฐาน \\n\tขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการติดตั้งมาตรวัดไฟฟ้า (มิเตอร์ไฟฟ้า) และคิดค่าบริการในอัตราปกติเพื่อความเสมอภาคให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับผิดชอบการจัดหาพลังงานทั้งหมด\\n\t(๕) การจัดสรรงบประมาณและการดำเนินงาน \\n\tขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาจัดทำแผนงานและจัดสรรงบประมาณอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้อย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ\\n\tการดำเนินการตามข้อเสนอแนะข้างต้นจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมาย\\nการให้บริการไฟฟ้าอย่างครอบคลุมและเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน\\nตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และเป็นการสร้างความเป็นธรรมในสังคมอย่างแท้จริง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [83,1977,128,"นางวาสนา ยศสอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาฝายสะเนียนตื้นเขินไม่ได้รับการดูแลขุดลอกซ่อมแซมปรับปรุง","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายณัฐวุฒิ  มูลชมพู ผู้ใหญ่บ้านเหนือวัด หมู่ที่ ๒ ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อขอให้ดำเนินการขุดลอกดินตะกอน ปรับปรุงและซ่อมแซมฝายสะเนียน ปัจจุบันได้ถ่ายโอนฝายสะเนียนให้กับกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ และเป็นหน่วยงานดูแล ซ่อมแซม และปรับปรุงรักษา ในช่วงฤดูฝนของทุกปีกระแสน้ำจะพาดิน และตะกอนมาทับถมสะสม\\nเป็นจำนวนมากบริเวณฝายสะเนียน ทำให้ฝายมีลักษณะตื้นเขิน ส่งผลให้เก็บกักน้ำได้น้อย ในฤดูแล้ง\\nน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก ซึ่งชาวนาและชาวสวนในตำบลสะเนียน และตำบลถืมตอง พื้นที่จำนวน ๕,๐๐๐ ไร่ ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ โดยทางผู้นำชุมชนและกลุ่มผู้ใช้น้ำขอรับ\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t      \\nการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน แต่องค์การบริหารส่วนตำบลสะเนียน\\nไม่มีงบประมาณเพียงพอในการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้ช่วยเหลือกันเองในการดูแล และบำรุงรักษา โดยไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการซ่อมแซม ดูแล และขุดลอกตะกอนดินในพื้นที่ฝายสะเนียน เพื่อเป็นการแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นกรณีเร่งด่วนต่อไป \\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [84,1975,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","นโยบายของรัฐบาล","1.เรื่อง การหลบหนีเข้าเมืองของชาวเมียนมา จังหวัดกาญจนบุรี 2.เรื่อง สถานศึกษาต่างด้าวผิดกฎหมาย จังหวัดสมุทรสาคร","ขอปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้  \\n\t(๑) เรื่อง การหลบหนีเข้าเมืองของชาวเมียนมา จังหวัดกาญจนบุรี \\n\tสืบเนื่องจากมีการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายโดยเฉพาะ\\nในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี และอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เช่น เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน \\n๒๕๖๘ สามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี \\nจำนวน ๗๐ ราย และวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๘ ณ ลานจอดรถวัดอู่ล่อง ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ \\nจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองได้จำนวน ๕๓ ราย โดยเป็นเด็กอายุ ๒ ขวบ รวมอยู่ด้วย ๑ ราย จึงขอชื่นชมการทำงานของนายวุฒิพงษ์  สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี \\nและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจตรา กวดขัน และจับกุมแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง\\nอย่างจริงจัง ซึ่งหากมีการปล่อยปละละเลยให้แรงงานชาวเมียนมาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจะทำให้คนบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จึงขอให้กรมการปกครอง \\nและกรมทหารราบที่ ๙ ร่วมกันตรวจตราและจับกุมแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย\\nให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น     \\n   \t(๒) เรื่อง สถานศึกษาต่างด้าวผิดกฎหมาย จังหวัดสมุทรสาคร\\n\tสืบเนื่องจากในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครมีการตั้งสถานศึกษาของแรงงานต่างด้าว\\nโดยผิดกฎหมาย จำนวน ๒ แห่ง ดังนี้ แห่งที่หนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับซอยเอกชัย ๑๓ ถนนเอกชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร และแห่งที่สอง ตั้งอยู่ติดกับบริษัท ดี แลนด์ กรุ๊ป จำกัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร โดยทั้งสองแห่งเป็นสถานศึกษาที่ไม่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๘ การจัดตั้งโรงเรียนในระบบ และมาตรา ๑๒๐ การจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ซึ่งจะทำให้มีความผิดตามมาตรา ๑๓๐ ผู้ใดจัดตั้งโรงเรียนในระบบโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดตามมาตรา ๑๔๗ กำหนดให้ผู้ใดจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจสอบการตั้งสถานศึกษาทั้งสองแห่งว่าได้ดำเนินการจัดตั้งถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่           ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [85,1973,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","อายัดบัญชีม้ากระทบประชาชน","จากมาตรการอายัดบัญชีม้าได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนที่ประกอบอาชีพค้าขาย ซึ่งบางรายระยะเวลาผ่านไป ๗ วัน ยังไม่สามารถปลด\\nจากการอายัดบัญชีได้ แต่เมื่อได้มีการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนบัญชีดังกล่าวได้รับการปลดจากการอายัดโดยทันที ขณะนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แถลงว่าสามารถปลดการอายัดบัญชีของประชาชน\\nที่ไม่เกี่ยวกับบัญชีม้าได้ภายใน ๔ ชั่วโมง นอกจากมาตรการอายัดบัญชีม้าแล้ว สภาองค์กรของผู้บริโภค\\nได้เสนอมาตรการหน่วงเงินก่อนโอน เพื่อให้ผู้บริโภคและธนาคารมีเวลาตรวจสอบความปลอดภัยของธุรกรรม และเพิ่มโอกาสในการระงับการโอนเงินหากเป็นการหลอกลวง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเสียหาย\\nจากภัยทุจริตทางการเงินออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งบางประเทศได้ใช้มาตรการหน่วงเงินก่อนโอน เช่น ประเทศสิงคโปร์ ส่วนบัญชีใดที่ผู้โอนต้องการความรวดเร็วในการโอนเงินให้แจ้งบัญชีไว้กับธนาคาร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเพิ่มมาตรการหน่วงเงินก่อนโอน เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมออนไลน์","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",19,2568,"2025-09-16T00:00:00"],
    [86,1971,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","จากออนไลน์สู่กับดักมนุษย์ : เกราะป้องกันที่เริ่มต้นจากครอบครัว","เนื่องจากสถานการณ์การล่อลวงทางออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีที่ปรากฏในสื่อมวลชนว่า มีมารดาได้ยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือ\\nต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ หลังจากที่บุตรชายอายุ ๑๗ ปี ถูกล่อลวงให้เดินทางไปทำงานผ่านคนรู้จักทางออนไลน์ จนได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือว่า “โดนจับมาเขมร ช่วยด้วย” โดยสัญญาณโทรศัพท์มือถือครั้งสุดท้ายตรวจพบที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว\\n\tกรณีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นปัญหาในระดับบุคคลหรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสะท้อน\\nถึงภัยคุกคามที่กำลังแพร่ระบาดอย่างกว้างขวางในสังคมไทย คือ ปัญหาการค้ามนุษย์และการล่อลวงแรงงานข้ามชาติ ซึ่งผู้กระทำผิดได้นำสื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชันเกมออนไลน์มาใช้เป็นเครื่องมือในการชักจูงผู้เสียหาย โดยเสนอค่าตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริงหรืองานที่ดูเหมือนง่าย แต่แท้จริงแล้วเป็นงานที่ผิดกฎหมาย อาทิ การทำงานให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การพนันออนไลน์ หรือการบังคับใช้แรงงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย\\n \tเมื่อผู้เสียหายเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง ผู้กระทำผิดจะดำเนินการยึดหนังสือเดินทาง กักขังและหน่วงเหนี่ยว และบังคับให้ทำงานในสภาพที่ใกล้เคียงกับการค้ามนุษย์ ขาดอิสรภาพ ถูกคุกคาม และถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังกลายเป็นปัญหาความมั่นคงของชาติในหลายมิติ ทั้งความปลอดภัยทางไซเบอร์ การจัดการเขตชายแดน และสิทธิมนุษยชนของพลเมืองไทย\\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือจึงขอเสนอแนะมาตรการที่ควรดำเนินการ ดังนี้\\n\t(๑) การเสริมสร้างความปลอดภัยของเยาวชนในโลกออนไลน์\\n\tกรณีนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนแล้วว่า กลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด คือ เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ซึ่งยังขาดภูมิคุ้มกันในการวิเคราะห์และแยกแยะข้อมูล รวมทั้งขาดประสบการณ์\\nในโลกการทำงาน ดังนั้น ภาครัฐจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งรัดจัดทำมาตรการสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลในระดับต่าง ๆ ดังนี้ \\n\t- ระดับครอบครัว จัดทำโครงการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการดูแลเด็กในยุคดิจิทัล\\n\t- ระดับสถานศึกษา บรรจุหลักสูตรการรู้เท่าทันสื่อและความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระบบการศึกษา\\n\t- ระดับชุมชน จัดตั้งเครือข่ายชุมชนเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการล่อลวงเด็กและเยาวชน\\n \tนอกจากนี้ ควรมีการจัดหาโครงการเสริมทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับเยาวชน \\nและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับช่องทางการหางานที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนพบช่องทางการทำงานที่ไม่ปลอดภัย\\n \t(๒) การป้องกันการค้ามนุษย์และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ\\n\tแม้จะมีความพยายามในการปรับปรุงกฎหมายและมาตรการบังคับใช้ แต่ยังคง\\nพบช่องโหว่จำนวนมากโดยเฉพาะในบริเวณตามแนวเขตชายแดน อาทิ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงแรงงานผิดกฎหมาย\\n\tรัฐบาลควรดำเนินการเจรจาและสร้างความร่วมมือเชิงรุกกับประเทศเพื่อนบ้าน\\nในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง การปฏิบัติการร่วมในการปราบปรามการค้ามนุษย์ และการจัดตั้งกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ\\n\t(๓) การปรับปรุงกลไกการบังคับใช้กฎหมายและการช่วยเหลือผู้เสียหาย\\n              \tเพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขอเสนอให้จัดตั้ง\\nศูนย์ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการล่อลวงออนไลน์และการค้ามนุษย์แบบครบวงจร (one stop service) \\nที่มีลักษณะดังนี้\\n\t- สามารถรับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์\\n\t- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\n\t- ติดตามความคืบหน้าของคดี\\n\t- จัดตั้งสายด่วนกลางที่ประชาชนสามารถติดต่อได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง\\n \tปัญหาดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตและอนาคตของเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยัง\\nส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอีกด้วย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nทั้งด้านความมั่นคง ด้านสวัสดิการสังคม และด้านการศึกษา ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรการป้องกัน\\nและปราบปรามการล่อลวงทางออนไลน์ต่อเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้อง\\nความปลอดภัยของประชาชนและรักษาเกียรติของประเทศชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [87,1969,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","การปรับขึ้นค่าจ้างของลูกจ้างเหมาบริการในสังกัดกรมการปกครอง","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างเหมาบริการ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันได้รับค่าจ้างเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ตามประกาศกรมการปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่เนื่องจากตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา ค่าครองชีพได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ\\nที่ขยายตัว และลูกจ้างเหมาบริการดังกล่าวเป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติภารกิจของกรมการปกครอง \\nทั้งงานสารบรรณ งานบริการประชาชน และภารกิจเร่งด่วนต่าง ๆ\\n \tทั้งนี้ คณะกรรมการค่าจ้างได้ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ \\n๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ดังนี้\\n \t- กรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระยอง กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ ๔๐๐ บาท\\n \t- จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดเชียงราย จังหวัดตาก จังหวัดนครพนม จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพังงา จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดสงขลา (ยกเว้นอำเภอหาดใหญ่) จังหวัดสระแก้ว จังหวัดสุราษฎร์ธานี (ยกเว้นอำเภอเกาะสมุย) และจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ วันละ ๓๕๒ บาท\\n\t- จังหวัดน่าน จังหวัดตรัง จังหวัดพะเยา และจังหวัดแพร่ กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ\\nวันละ ๓๔๕ บาท\\n \tอย่างไรก็ตาม ลูกจ้างเหมาบริการของกรมการปกครองได้รับค่าจ้างเฉลี่ย วันละ ๓๐๐ บาท \\nซึ่งต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่กำหนดไว้ โดยได้มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้\\n \t- เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ กลุ่มลูกจ้างเหมาบริการได้ยื่นหนังสือขอปรับค่าจ้าง\\nและสิทธิประโยชน์ต่อกระทรวงมหาดไทย\\n\t- เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ สมาคมลูกจ้างส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทยเรียกร้องให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท เป็น เดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท\\n \t- เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ หนังสืองบประมาณของกรมการปกครองยังคงระบุอัตราค่าจ้างเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท\\n \t- เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ การประกาศรับสมัครลูกจ้างเหมาบริการในทุกจังหวัด\\nของกระทรวงมหาดไทยยังคงกำหนดค่าจ้างในอัตราเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท\\n \tจากข้อมูลแบบส่งเงินจัดสรรของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปรากฏว่า\\nมีลูกจ้างเหมาบริการ จำนวน ๔,๖๑๕ อัตรา แต่ยังไม่ได้รับการปรับเพิ่มค่าจ้างแต่อย่างใด\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณา\\nปรับเพิ่มค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเหมาบริการของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในอัตรา\\nที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพและเป็นการสร้างแรงจูงใจ\\nในการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากรกลุ่มดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [88,1967,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","เร่งรัดแก้ปัญหาพื้นฐานให้แก่ประชาชนจังหวัดอุทัยธานี","จากคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nกลุ่มภาคเหนือ (ตอนล่าง) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน ณ อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๑ กันยายน ๒๕๖๘ ประชาชนได้เสนอปัญหาและความเดือดร้อนในด้านต่าง ๆ จำนวน ๕ ด้าน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้\\n\t(๑) ปัญหาด้านแหล่งน้ำ จำนวน ๕ เรื่อง\\n \t (๑.๑) เรื่อง การขุดลอกแม่น้ำแควตากแดดและขุดลอกสระเก่าในที่ดิน\\nของประชาชน\\n \t แม่น้ำแควตากแดดในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากตะกอนทับถมเป็นระยะเวลานาน \\nโดยไม่ได้รับการขุดลอกปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้สภาพลำน้ำตื้นเขิน ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้อย่างเพียงพอ ทำให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้\\n \t - ในช่วงฤดูฝน เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่การเกษตร ส่งผลกระทบต่อผลผลิต\\nทางการเกษตรของเกษตรกรในพื้นที่\\n  \t - ในช่วงฤดูแล้ง เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตร เนื่องจาก\\nลำน้ำไม่สามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n \t\t จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น \\nโดยจัดทำโครงการขุดลอกแม่น้ำแควตากแดดให้มีสภาพลำน้ำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหา\\nน้ำท่วมและเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำสำหรับการเกษตร อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน\\nและเกษตรกรในพื้นที่โดยรวม\\n \t\t (๑.๒) เรื่อง การซ่อมแซมเหมืองลอยคอนกรีต ตำบลหนองหลวง อำเภอสว่างอารมณ์ \\nจังหวัดอุทัยธานี\\n  \t ขอให้ซ่อมแซมเหมืองลอยคอนกรีต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรในหมู่ที่ ๔, ๕, ๖ \\nและ ๙ ตำบลหนองหลวง ได้รับประโยชน์ และสามารถใช้น้ำทำการเกษตรได้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่\\n \t \t (๑.๓) เรื่อง การขุดลอกคลองโพและทำตลิ่งกั้นน้ำ\\n \t ขอให้มีการขุดลอกคลองโพและทำตลิ่งให้เป็นถนนทั้งสองข้าง เพื่อกั้นน้ำ\\nไม่ให้ไหลท่วมเข้าสู่พื้นที่การเกษตรของประชาชน\\n \t\t (๑.๔) เรื่อง ปัญหาน้ำประปาขุ่นในพื้นที่ตำบลพลวงสองนาง โดยระบบประปาหมู่บ้านที่มีขนาดเล็กและมีสภาพเก่า \\n  \tระบบประปาหมู่บ้านเพื่อการอุปโภค-บริโภค ในตำบลพลวงสองนางมีขนาดเล็ก สภาพเก่าทรุดโทรม ส่งผลทำให้น้ำประปาขุ่น และไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน\\n \t\t (๑.๕) เรื่อง การปรับปรุงลำคลองและก่อสร้างฝายในตำบลไผ่เขียว\\n                        ปัญหาด้านแหล่งน้ำเป็นปัญหาสำคัญและเร่งด่วนของเกษตรกรและครัวเรือน \\nจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขคลองและก่อสร้างฝาย เพื่อลดปัญหา\\nน้ำท่วมในพื้นที่ที่อยู่อาศัยและพื้นที่การเกษตรในตำบลไผ่เขียวโดยเร็ว \\n\t กรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อ \\nกรมพัฒนาที่ดิน และกรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณา\\n \t(๒) ปัญหาด้านคมนาคม จำนวน ๔ เรื่อง\\n \t (๒.๑) เรื่อง ถนนสายบ่อยาง - หนองตะเคียน และถนนภายในตำบลพลวงสองนาง\\n  \t ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถนนสายบ่อยาง - หนองตะเคียน \\nระยะทาง ๒ กิโลเมตร และถนนภายในตำบลพลวงสองนาง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร กว้าง ๕ เมตร มีสภาพชำรุดเสียหาย แต่ขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมแซม ทั้งนี้ เทศบาลตำบลพลวงสองนางได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไข\\n \t (๒.๒) เรื่อง ถนนลูกรังเชื่อมตำบลพลวงสองนาง - สว่างแจ้งสบายใจ\\n \t ถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลพลวงสองนางกับตำบลสว่างแจ้งสบายใจ เป็นถนนลูกรัง\\nที่ประชาชนใช้สัญจรไปมา ปัจจุบันขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมแซม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไข\\n \t (๒.๓) เรื่อง โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนสาย อน.ถ.๓๙ - ๐๐๓๖\\n  \t โครงการปรับปรุงถนนสาย อน.ถ.๓๙ - ๐๐๓๖ ขาดแคลนงบประมาณในโครงการซ่อมแซม\\nผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายทาง อน.ถ.๓๙ - ๐๐๓๖ สายแยก ทล.๓๔๕๖ - บ้านมาบแก อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ระยะทางโดยประมาณ ๘.๙๖๐ กิโลเมตร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไข\\n  \t (๒.๔) เรื่อง ถนนคอนกรีตจากหมู่ที่ ๘ ตำบลบ่อยางไปหมู่ที่ ๑๘ ตำบลไผ่เขียว\\n \t ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถนนคอนกรีตจากหมู่ที่ ๘ ตำบลบ่อยางไปยัง หมู่ที่ ๑๘ ตำบลไผ่เขียว มีสภาพชำรุดเสียหาย ปัจจุบันขาดแคลนงบประมาณในการซ่อมแซม \\nจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการแก้ไข\\n\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อ\\nกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณา\\n\t(๓) ปัญหาด้านที่ดินและการท่องเที่ยว จำนวน ๒ เรื่อง\\n \t (๓.๑) เรื่อง การพัฒนาพื้นที่เมืองโบราณบึงคอกช้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว\\nเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน\\n \t เมืองโบราณบึงคอกช้าง ตำบลไผ่เขียว อำเภอสว่างอารมณ์ เป็น ๑ ใน ๓ \\nเมืองโบราณสมัยทวารวดีที่พบในเขตจังหวัดอุทัยธานี มีคูเมืองและกำแพงดินล้อมรอบ มีการค้นพบโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น เครื่องปั้นดินเผา หินบดยา เครื่องมือเหล็ก ลูกปัดสีเหลือง นอกจากนี้ยังพบศิลาจารึกอักษรขอมโบราณ จำนวน ๓ หลัก ปัจจุบันเมืองโบราณแห่งนี้ได้กลายสภาพเป็นสวนป่าปลูก มีต้นไม้\\nขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม โบราณวัตถุที่ค้นพบได้ถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายในสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา\\nตามอัธยาศัย จังหวัดอุทัยธานี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาพื้นที่เมืองโบราณบึงคอกช้างให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน\\n \t กรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อ\\nกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพิจารณา\\n\t (๓.๒) เรื่อง การออกเอกสารสิทธิที่ดินหัวไร่ปลายนา อำเภอสว่างอารมณ์\\n \t ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่ดินทำกิน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการออกเอกสารสิทธิที่ดินหัวไร่ปลายนา อำเภอสว่างอารมณ์\\n\t กรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกรมที่ดิน ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาเพื่อพิจารณา\\n\t(๔) ปัญหาด้านสังคม จำนวน ๑ เรื่อง\\n \t ปัญหากระแสไฟฟ้าตกในพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตำบลสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี\\n\t ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากระแสไฟฟ้าตกในพื้นที่\\nหมู่ที่ ๓ ตำบลสว่างอารมณ์ เป็นประจำ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และความปลอดภัยของประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [89,1965,46,"นายเดชา นุตาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอปรึกษาหารือ จำนวน ๓ เรื่อง  (๑) เรื่อง การเข้าร่วมประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด (๒) เรื่อง การตั้งคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คชก.) (๓) เรื่อง การสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเกษตรกร","(๑)\tเรื่อง การเข้าร่วมประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดของผู้ว่าราชการจังหวัด\\n \tสืบเนื่องจากที่ได้ปรึกษาหารือต่อนายกรัฐมนตรีในประเด็นการขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด\\nทุกจังหวัดเข้าร่วมการประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัดนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า \\nมีผู้ว่าราชการจังหวัดที่เข้าร่วมประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดเพียง ๕ จังหวัดเท่านั้น ดังนั้น \\nจึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย ขอให้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เข้าร่วมประชุม\\nสภาเกษตรกรจังหวัดโดยพร้อมเพรียงกัน \\n\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณา \\n(๒) เรื่อง การตั้งคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คชก.)\\n \tตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม \\nพ.ศ. ๒๕๕๙ ได้กำหนดให้มี “คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” (คชก.) ประกอบด้วย คชก.ตำบล คชก.อำเภอ และ คชก.จังหวัด จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ยังไม่มีจังหวัดใดดำเนินการตั้ง คชก.จังหวัด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยให้เร่งดำเนินการตั้ง คชก.จังหวัด ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\n\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณา\\n(๓)\tเรื่อง การสนับสนุนการดำเนินงานของสภาเกษตรกร\\n \tด้วยสภาเกษตรกรได้มีการจัดตั้งและดำเนินงานมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอาจพบปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้การขับเคลื่อนสภาเกษตรกรเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีโปรดพิจารณา ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณและการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ของสภาเกษตรกร เพื่อให้สภาเกษตรกรสามารถดำเนินงานได้อย่างราบรื่น ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้เข้มแข็งต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [90,1963,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","เหตุฟ้าผ่าสนามกอล์ฟย่านคลองสามวากับระบบติดตามป้องกันภัย","จากเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่า ณ สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ซึ่งขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนัก แต่ยังมีนักกอล์ฟ จำนวน ๕ คน และแคดดี้ จำนวน ๔ คน กำลังเล่นกอล์ฟอยู่ในบริเวณหลุมที่ ๑๗ จนเกิดเหตุฟ้าผ่า ทำให้แคดดี้\\nทั้ง ๔ คน ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต่อมามีผู้เสียชีวิตจากอาการสมองตาย จำนวน ๑ คน \\n \tเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น\\nอย่างกะทันหัน และแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย\\nของสถานประกอบการประเภทสนามกอล์ฟ รวมถึงสถานที่จัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ โดยเฉพาะในส่วนของการเตรียมระบบป้องกัน การเตือนภัย และการจัดการเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม\\nต่อสถานการณ์ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือในประเด็นต่อไปนี้\\n \t(๑) การสอบสวนและตรวจสอบเหตุการณ์\\n \tจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้น ได้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใสหรือไม่ โดยเฉพาะ\\nในประเด็นเรื่องมาตรการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ มาตรการความปลอดภัยของสนามกอล์ฟ และการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น\\n \t(๒) แนวทางการแก้ไขและมาตรการป้องกันในอนาคต\\n \tเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความปลอดภัย จะมีการกำหนดแนวทางการแก้ไข\\nและมาตรการป้องกันในอนาคตหรือไม่ โดยเฉพาะการติดตั้งระบบเตือนภัยฟ้าผ่า การจัดทำแผนอพยพ \\nและการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน\\n \t(๓) การเปิดเผยผลการสอบสวนต่อสาธารณะ\\n \tหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเปิดเผยผลการสอบสวนและแนวทางการแก้ไขปัญหา\\nต่อสาธารณชนเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนามกอล์ฟเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวผู้มีกำลังซื้อจำนวนมากให้ความนิยมในการเข้ามาใช้บริการ \t\\n\t(๔) การทบทวนกฎหมายและมาตรการป้องกันฟ้าผ่า\\n  \tประเทศไทยควรมีการทบทวนกฎหมายหรือมาตรการการป้องกันฟ้าผ่า เนื่องจากปัจจุบันมีกฎหมายที่ใช้บังคับหลายฉบับซึ่งมีเนื้อหาแตกต่างกัน เพื่อให้เจ้าของอาคารรวมถึงผู้ประกอบการ\\nประเภทสนามกอล์ฟหรือสถานบริการกลางแจ้งมีความเข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายและไม่ละเลย\\nจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตของประชาชนดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [91,1961,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาขยะในเทศบาลนครนครศรีธรรมราช","การจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ยังคงเป็น\\nประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการถอนสภาพ\\nที่ดินสาธารณสมบัติ เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประโยชน์ในการจัดการขยะ ซึ่งยังคงมีอุปสรรคและติดขัดในการดำเนินการ โดยพื้นที่ในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีปัญหาขยะสะสม\\nเป็นระยะเวลายาวนาน และมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากมีขยะเก่าที่สะสมตกค้าง\\nอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสภาพปัญหามีรายละเอียด ดังนี้\\n\t(๑) บ่อขยะเต็มและหยุดรับขยะเพิ่มเติม\\n \tบ่อขยะทุ่งท่าลาด ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช \\nมีขยะสะสมประมาณ ๒ ล้านตัน ไม่สามารถรองรับขยะเพิ่มเติมได้อีก ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕๑ แห่ง ไม่มีสถานที่กำจัดขยะ ทำให้เกิดปัญหาขยะตกค้างสะสมในชุมชน\\n \t(๒) ปัญหาขยะตกค้างในชุมชน\\n \tการหยุดดำเนินการจัดเก็บขยะในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดการสะสมของกองขยะ \\nส่งผลต่อการเกิดกลิ่นเหม็นอันเป็นการรบกวนและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\\n \t(๓) ระบบการจัดการขยะที่ไม่ครบวงจร\\n \tปัจจุบันยังขาดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ระบบการเก็บ การขนส่งขยะยังไม่ครอบคลุม \\nทุกพื้นที่ และการกำจัดขยะขั้นสุดท้ายยังไม่เป็นไปตามหลักวิชาการที่เหมาะสม\\n\t(๔) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข\\n \tน้ำเสียจากขยะที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเสี่ยง\\nต่อการเกิดโรคติดต่อและปัญหาด้านสาธารณสุขอื่น ๆ\\n \t(๕) ภาระของหน่วยงานท้องถิ่นและการขาดการประสานงาน\\n \tองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งยังไม่มีบ่อกำจัดขยะเป็นของตนเอง ซึ่งปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องแสวงหาแนวทางการแก้ไขร่วมกับจังหวัดและภาคเอกชน อย่างไรก็ตามยังขาด\\nการประสานงานและความร่วมมือที่เป็นเอกภาพในการดำเนินการ\\n \tในการประชุมคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดนครศรีธรรมราช \\nครั้งที่ ๒/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๘ ได้มีการพิจารณาประเด็นปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย ดังนี้\\n\t(๑) โครงการประมูลขายขยะตกค้างสะสม\\n \tในบ่อฝังกลบขยะของเทศบาลมีขยะสะสมประมาณ ๖๐,๐๐๐ ตัน กำหนดราคาขายประมูลตันละ ๕ บาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย\\nจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๗ แต่ยังไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประมูลได้\\n \t(๒) โครงการจ้างเหมาเอกชนเพื่อผลิตเชื้อเพลิง RDF (Refuse Derived Fuel)\\n \tโครงการจ้างเหมาเอกชนเพื่อคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิง \\nRDF หรือเชื้อเพลิงจากขยะ (เป็นเชื้อเพลิงแข็งที่ได้จากการนำขยะมูลฝอยที่เผาไหม้ได้ มาผ่านกระบวนการคัดแยก บด ลดขนาด และลดความชื้น เพื่อให้ได้วัสดุที่มีค่าความร้อนและคุณสมบัติ\\nที่เหมาะสมสำหรับการนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานอุตสาหกรรม) ในอัตราค่าจ้าง ๕๐๐ บาทต่อตัน โดยปริมาณขยะมูลฝอยที่สามารถจัดเก็บได้ประมาณวันละ ๑๕๐ ตัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือ\\nกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมในประเด็นการขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน\\n \tความคืบหน้าในการขอใช้ที่ดินและการถอนสภาพที่ดินสาธารณสมบัติเพื่อก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ได้รับทราบจากกรมที่ดินว่า ได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวขึ้นพิจารณา ทั้งนี้ \\nเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตใช้ที่ดิน ตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน\\nต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดนครศรีธรรมราชเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันการดำเนินการดังกล่าวเป็นไป\\nอย่างล่าช้า และยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน\\n \tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) ขอให้กระทรวงมหาดไทยติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขปัญหาขยะตกค้าง\\nในบ่อขยะทั้ง ๒ โครงการ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน\\n \t(๒) ขอให้รัฐบาลติดตาม เร่งรัดการออกพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนสภาพที่ดินสาธารณสมบัติ ของแผ่นดิน เพื่อนำที่ดินไปใช้ในการก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ\\n \t(๓) ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาออกใบอนุญาตการจัดตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ เพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่เทศบาลอื่น ๆ ทั่วประเทศในการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [92,1959,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","นโยบายของรัฐบาล","การถ่ายโอนภารกิจและการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งว่า \\nพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\nพ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ มีปัญหาความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น ดังนี้ \\n\t(๑) การถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\n\tคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กำหนด\\nแผนการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๖ ด้าน รวม ๒๔๕ ภารกิจ \\nจาก ๑๑ กระทรวง ๕๐ กรม แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัติไม่สามารถถ่ายโอนภารกิจให้เป็นไปตามแผนดังกล่าว ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด จึงจำเป็นต้องสอบถามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง\\n\t(๒) การจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\n \tตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร\\nปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้กำหนดให้รัฐบาล\\nต้องจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ ของรายได้จัดเก็บเอง \\nแต่เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่กำหนดไว้ จึงได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าว โดยปรับลดอัตราการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ อย่างไรก็ตาม \\nแม้ว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายแล้ว แต่ยังคงมีจุดมุ่งหมายที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับ\\nการจัดสรรรายได้ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๕ ตามเดิม ทั้งนี้ กฎหมายไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน \\nว่าการจัดสรรรายได้ในอัตราดังกล่าวจะเกิดขึ้นเมื่อใด\\n\tดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการการกระจายอำนาจ\\nให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โปรดพิจารณาทบทวนแผนการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความชัดเจนในประเด็นต่อไปนี้\\n\t(๑) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้รับการจัดสรรรายได้เพิ่มขึ้นจากอัตราร้อยละ ๒๕ \\nปีละเท่าไร\\n\t(๒) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะได้รับการจัดสรรรายได้ถึงอัตราร้อยละ ๓๕ ภายในกรอบระยะเวลาใด\\n \tทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการกระจายอำนาจและการจัดสรรรายได้มีความโปร่งใส \\nชัดเจน และสามารถติดตามประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [93,1957,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโรงงานไฟฟ้าจากขยะจังหวัดเชียงราย","ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย จากกรณีองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย \\nได้ดำเนินโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เป็นเหตุให้ประชาชน\\nในพื้นที่ จำนวน ๓ หมู่บ้าน ที่อาศัยอยู่ใกล้บริเวณพื้นที่ที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้รับความเดือดร้อน \\nอันเนื่องมาจากปัญหาด้านมลภาวะที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวม อีกทั้งผลกระทบระยะยาวที่จะมีต่อวิถีชีวิต อาชีพ และวิถีชุมชนดั้งเดิมที่จะสูญสลายไปพร้อมกับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะดังกล่าว\\n\tโครงการดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง \\nได้เสนอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย แต่ประชาชนในพื้นที่ได้คัดค้าน ทำให้ต้องล้มเลิกโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ แต่ปัจจุบันโครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการใหม่อีกครั้ง \\nโดยเปลี่ยนสถานที่ตั้งโครงการจากเดิมเป็นบริเวณระหว่างหมู่ที่ ๔ บ้านป่าหล่ม หมู่ที่ ๖ บ้านสันไม้ฮาม \\nและหมู่ที่ ๙ บ้านสุขสันติ ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๓ หมู่บ้านไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ก่อให้เกิดความสงสัยแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากการอนุมัติโครงการโรงงานไฟฟ้าจากขยะ เพื่อผลิตและส่งกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชนอีกพื้นที่หนึ่งเพื่อใช้ประโยชน์ จะสร้างปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ๓ หมู่บ้านดังกล่าว \\n \tสาเหตุที่ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการโรงไฟฟ้าจากขยะ เพราะประชาชนจำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ คน จำเป็นต้องใช้น้ำจากคลองหนองเขียวที่เชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำหนองห้าง เพื่ออุปโภค-บริโภค ทำการเกษตร อาทิ ทำนา และเพาะเลี้ยงปลานิล บนพื้นที่กว่า ๖๐,๐๐๐ ไร่ หากน้ำจากคลองหนองเขียว\\nเกิดการปนเปื้อนมลพิษ อันเป็นผลมาจากโรงไฟฟ้าขยะดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต รวมทั้งสุขภาพของประชาชนอย่างมาก\\n \tนอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ได้จัดทำประชาพิจารณ์โดยมิได้รับฟังเสียงของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงคัดค้าน\\nของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ เป็นเหตุให้ประชาชนร่วมกัน\\nยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ยุติการดำเนินการโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งพิจารณาทบทวนแผนการพัฒนาโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น ขอให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ ขอให้เร่งทบทวน\\nและพิจารณารับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เพื่อไม่ให้\\nมีการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในจังหวัดเชียงรายโดยขาดความรอบคอบ อันอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต สุขภาพของประชาชน และสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [94,1955,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนที่เป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน","ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ \\n๔ มีนาคม ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้สอบถามเกี่ยวกับโครงการการจัดการ\\nน้ำประปาขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และต่อมาได้ร่วมลงพื้นที่กับคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nกลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๘ ณ ตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน \\nโดยผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑ (ลำปาง) ได้เข้าพบคณะสมาชิกวุฒิสภา \\nและได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการแก้ไขระบบประปาขนาดใหญ่ที่ได้ดำเนินการจัดทำโครงการเสร็จแล้ว แต่ประชาชนร้องเรียนว่าใช้การไม่ได้ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑ (ลำปาง) \\nแจ้งว่าได้ประสานผู้รับจ้างเข้าดำเนินการแก้ไขเรียบร้อย และยอมรับว่ายังมีปัญหาการส่งน้ำไปยัง\\nหอถังเก็บน้ำประปาของหมู่บ้าน ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ ซึ่งพบว่ามีน้ำประปาไหลเพียงเล็กน้อย จึงขอให้เทศบาลตำบลก้อ ทดลองกำหนดช่วงเวลาการจ่ายน้ำไปยังแต่ละหมู่บ้าน และรายงานไปยังสำนักงานทรัพยากร\\nน้ำบาดาล เขต ๑ (ลำปาง) ทราบ เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางสนับสนุนการจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม\\nในกรณีที่น้ำไม่เพียงพอ พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งเรื่องดังกล่าวมายังวุฒิสภาด้วย\\n\tแต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) ได้ประชุมและมีมติให้ติดตามผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียน\\nที่ได้รับจากประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือจึงได้สอบถามความคืบหน้า\\nจากประชาชนในพื้นที่ ได้รับข้อมูลว่าสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๑ (ลำปาง) ได้ส่งเจ้าหน้าที่\\nเข้าพบนายกเทศมนตรีตำบลก้อ เพียง ๑ ครั้ง หลังจากนั้น ไม่มีการดำเนินงานเพิ่มเติมแต่อย่างใด \\nส่งผลให้เกิดปัญหาต่อระบบน้ำประปาในพื้นที่ในหลายกรณี ดังนี้\\n \t(๑) หมู่ที่ ๑ บ้านก้อทุ่ง แรงดันน้ำไปไม่ถึงถังเก็บน้ำประปาของหมู่บ้าน เพราะถังน้ำ\\nอยู่สูงกว่าระดับถังน้ำของโครงการตามพระราชดำริ \\n \t(๒) หมู่ที่ ๒ บ้านก้อหนอง ระบบส่งน้ำไปยังถังเก็บน้ำประปาของหมู่บ้านอยู่สูงกว่าระดับน้ำของถังเก็บน้ำของโครงการตามพระราชดำริ จึงทำให้แรงดันน้ำในระบบมีระดับต่ำ ส่งผลให้แรงดันน้ำ\\nต่ำกว่ามาตรฐาน (แรงดันน้ำไม่แรง) \\n \t(๓) บ่อน้ำประปาหมายเลข ๗ มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอต่อการสูบขึ้นจากบ่อน้ำใต้ดิน \\nซึ่งคล้ายกับในช่วงฤดูแล้ง น้ำในบ่อแห้งหรือลดระดับ \\n \t(๔) บ่อน้ำประปาหมายเลข ๔ พบสายไฟของเครื่องสูบน้ำขาด  \\n \t(๕) บ่อน้ำประปาหมายเลข ๕ ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากระบบสูบน้ำไม่ทำงาน \\n \tทั้งนี้ นายกเทศมนตรีตำบลก้อ ได้แจ้งว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ประสงค์จะเข้าร่วมประชาคมโครงการของภาครัฐที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ ๑ ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากมีกรณีตัวอย่าง โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล เมื่อก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว\\nแต่กลับไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้น จึงขอให้อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้แก่ประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [95,1953,187,"นางสาวอมร ศรีบุญนาค","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลผลิตมันสำปะหลังตกต่ำ","จังหวัดชัยนาทมีพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลัง จำนวน ๘๔,๒๗๔ ไร่ \\nครอบคลุมอำเภอเนินขาม อำเภอหนองมะโมง อำเภอวัดสิงห์ บางส่วนของอำเภอหันคา อำเภอมโนรมย์ \\nและอำเภอเมืองชัยนาท ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่เลือกใช้พันธุ์ที่ทนต่อโรค เช่น เกษตรศาสตร์ ๕๐ \\nและแม้ว่ามันสำปะหลังจะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ แต่ผลผลิตต่อไร่ยังอยู่ในระดับต่ำ \\nโดยเฉลี่ยเพียง ๒,๗๕๘ กิโลกรัมต่อไร่ หรือราคาต่ำกว่านั้น ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าศักยภาพที่พันธุ์ควรให้ผลผลิตได้จริง โดยสาเหตุหลักมาจากสภาพพื้นที่ดอน ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ อยู่นอกเขตชลประทาน \\nมีน้ำใต้ดินลึกทำให้ขาดแคลนแหล่งน้ำอย่างรุนแรง โดยเกษตรกรส่วนใหญ่มักปลูกมันสำปะหลังในฤดูแล้ง ช่วงเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม และบางปีเกิดภัยแล้งรุนแรง ทำให้จำเป็นต้องเลื่อนการเพาะปลูก\\nเป็นช่วงต้นฤดูฝน ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตลดลง โดยเฉพาะเปอร์เซ็นต์แป้ง นอกจากนี้ยังมีการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังซ้ำเติมสถานการณ์ แม้ว่าสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาท\\nจะดำเนินการแก้ไขโดยการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เครื่องจักรกลร่วมกัน และการจัดการโรคใบด่าง แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา\\nเชิงโครงสร้างได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และสร้างเสถียรภาพแก่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของประเทศ จึงมีข้อเสนอแนะต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเร่งรัดการดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่สามารถต้านทานโรคใบด่างได้จริง และตอบสนองต่อความต้องการของเกษตรกร\\n \t(๒) สนับสนุนระบบชลประทานที่เหมาะสม อาทิ การขุดบ่อลอย การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ \\nและการพัฒนาระบบกระจายน้ำผ่านท่อจากแหล่งน้ำหลัก เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงน้ำของเกษตรกร ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และเพิ่มผลผลิตให้ได้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕ ตันต่อไร่\\n \tทั้งนี้ หากดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างมั่นคง \\nเกิดแหล่งน้ำที่เพียงพอสำหรับการผลิต และเอื้อต่อการพัฒนาอาชีพหรือพืชทางเลือกที่มีมูลค่าสูง \\nอันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและความยั่งยืนของภาคการเกษตรในระยะยาว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [96,1951,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","นโยบายของรัฐบาล","การขึ้นทะเบียนพระพุทธรูปหลวงปู่กุกุเป็นโบราณวัตถุ และการพัฒนา วัดโพธิ์กลางบ้านเกิ้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น","เนื่องจากวัดโพธิ์กลางบ้านเกิ้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เป็นวัดเก่าแก่ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๑๓ มีพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระพุทธรูปหลวงปู่กุกุ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย ปางมารวิชัย ขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ปัจจุบันประดิษฐานภายในมณฑป ถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการประกอบศาสนกิจและการปฏิบัติธรรมของประชาชน รวมทั้งเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญทางศาสนาและประเพณีท้องถิ่น อาทิ การสมโภชหลวงพ่อกุกุ ในวันที่ ๑๙ มิถุนายนของทุกปี ประเพณีเสี่ยงครกเสี่ยงสาก ในวันที่ ๑๖ เมษายนของทุกปี และประเพณีบุญบั้งไฟ เดือน ๖ อันเป็นเอกลักษณ์\\nของท้องถิ่น เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวัดโพธิ์กลางบ้านเกิ้งยังขาดการสนับสนุนในหลายด้าน \\nจึงขอความอนุเคราะห์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t(๑) ขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมพุทธบุตร\\nและเยาวชน เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน\\n\t(๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมลงพื้นที่เยี่ยมชมและกำหนดแนวนโยบาย สนับสนุนการดูแลวัดโพธิ์กลางบ้านเกิ้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในฐานะวัดโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา\\n \t(๓) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาบรรจุงานสมโภชหลวงพ่อกุกุและประเพณีเสี่ยงครกเสี่ยงสาก ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยลงในปฏิทินการท่องเที่ยวประจำปีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดขอนแก่น","รองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์  อุวรรณโณ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [97,1949,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","นโยบายของรัฐบาล","ขอความอนุเคราะห์เพื่อช่วยจัดสรรงบประมาณในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมซ้ำซาก","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายทั้งหมด และที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจำนวน ๖ หมู่บ้าน จากทั้งหมด ๑๔ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ ๑, ๓, ๖, ๗, ๘ และ ๑๓ ทั้งนี้ ถนนสายหลักหลายสายถูกน้ำท่วมตัดขาด โดยเฉพาะหมู่ที่ ๗ บ้านบุดตานี ประชาชนต้องใช้เรือสัญจร เนื่องจากพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังจนมีสภาพเป็นเกาะ โดยสาเหตุสำคัญของปัญหามาจากบานประตูระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำท่าเกวียน ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ มีระดับต่ำเกินไป ไม่สามารถป้องกันมวลน้ำจากทั้งด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออกในฤดูน้ำหลากได้ ทำให้น้ำล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัย\\nของประชาชนทุกปี ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๖๐ ประชาชนในพื้นที่ได้เสนอเรื่องร้องเรียนไปยัง\\nผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ \\nจังหวัดชัยภูมิ และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากการลงพื้นที่และตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ข้อสรุป คือ มอบหมายให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบน ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด สำนักชลประทานที่ ๖ จังหวัดขอนแก่น ทำการออกแบบปรับปรุงบานประตูระบายน้ำให้สูงขึ้น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการไหลล้นของน้ำเข้าท่วมพื้นที่ และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งกรมชลประทานได้อนุมัติแบบก่อสร้างแล้วตั้งแต่วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการก่อสร้างและปรับปรุงแต่อย่างใด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ยังคงได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยซ้ำซากทุกปี ดังนั้น ขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาผลักดันการจัดสรรงบประมาณให้แก่โครงการดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตำบลส้มป่อย อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [98,1947,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการเลือกตั้งให้เข้าถึงได้สำหรับทุกคน รวมถึงผู้ทุพพลภาพ","จากการรับฟังความคิดเห็นจากสมาคมสตรีพิการ สมาคมเด็กพิการ และครอบครัว และเครือข่ายคนพิการ ในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ทำให้ตระหนักว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่เปิดโอกาสให้กับผู้พิการที่มีกว่า ๒ ล้านคนอย่างแท้จริง อุปสรรคที่คนพิการต้องเผชิญมิใช่เพียงความไม่สะดวกสบาย แต่เป็นกำแพงสามด้านที่ปิดกั้นสิทธิและศักดิ์ศรีของประชาชนผู้พิการอย่างสิ้นเชิง โดยพบปัญหาและอุปสรรค จำนวน ๓ ด้าน คือ \\n\t(๑) ด้านกายภาพ\\n  \tตามที่สมาคมฯ และเครือข่าย ได้สะท้อนให้เห็น ได้แก่ การที่คูหาเลือกตั้งตั้งอยู่\\nบนพื้นที่ต่างระดับที่รถเข็นหรือวีลแชร์ไม่สามารถเข้าถึงได้ การที่ห้องน้ำสำหรับคนพิการในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดตั้งหน่วยเลือกตั้งกลับถูกล็อกปิดไว้ หรือการที่ป้ายหาเสียงกีดขวางทางเท้าสำหรับคนตาบอด ซึ่งปัญหาดังกล่าวมิใช่เพียงความบกพร่องทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เป็นการปฏิเสธการมีตัวตนของคนพิการในพื้นที่สาธารณะ\\n\t(๒) ด้านข้อมูล\\n      \tเมื่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ได้เผยแพร่เอกสารสำคัญ\\nในรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งผู้พิการทางสายตาไม่สามารถอ่านได้ การโต้วาทีหรือการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของนักการเมืองที่ถ่ายทอดผ่านรายการต่าง ๆ ของสถานีโทรทัศน์ ซึ่งไม่มีล่ามภาษามือ การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการกีดกันโอกาสในการรับรู้ข้อมูลการเลือกตั้ง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างเท่าเทียมกัน\\n\t(๓) ด้านอคติและการเลือกปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน\\n\t การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่หยิบยื่นให้ผู้พิการ บางครั้งเป็นการลดทอนศักดิ์ศรี \\nไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้ผู้พิการกาบัตรเลือกตั้งนอกคูหาเลือกตั้ง หรือการใช้บุคลากร จำนวน ๔ คน \\nเพื่อหามผู้พิการที่ใช้รถเข็นหรือวีลแชร์เข้าไปในหน่วยเลือกตั้งเสมือนเป็นสิ่งของ การปฏิบัติดังกล่าวสะท้อนถึงการมองไม่เห็นคนพิการในฐานะพลเมืองที่เท่าเทียมกัน\\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ จึงขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไข ดังนี้\\n\t(๑) การใช้คู่มือการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการและผู้สูงอายุ\\n \t สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) สามารถนำคู่มือการจัดตั้ง\\nหน่วยเลือกตั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนพิการและผู้สูงอายุมาใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ได้ร่วมกับภาคประชาสังคมจัดทำขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยคู่มือฯ ดังกล่าว ได้ระบุชัดเจนถึงมาตรฐานทางลาด การจัดเตรียมบัตรเบรลล์สำหรับคนตาบอด \\nและแนวทางการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลข่าวสารมาใช้ในทางปฏิบัติ\\n\t(๒) การเลือกสถานที่ที่ผู้พิการสามารถเข้าถึงได้\\n\tสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ควรเลือกสถานที่ที่ทุกคน\\nสามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีหลักเกณฑ์ชัดเจน คือ เป็นพื้นที่ชั้นเดียว หลีกเลี่ยงพื้นที่ต่างระดับ บันไดทางเข้าที่แคบ หรือแม้แต่สนามหญ้าที่รถเข็นหรือวีลแชร์ไม่สามารถเข้าถึงได้\\n \t(๓) การอบรมเจ้าหน้าที่ให้เห็น “คน” ก่อนเห็น “ความพิการ”\\n\tควรจัดอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจและมองเห็นคนพิการในฐานะบุคคลก่อนที่จะมองเห็นความพิการของผู้พิการ\\n \t(๔) การสร้างทางเลือกที่ยืดหยุ่นในการเลือกตั้งล่วงหน้า\\n\tเนื่องจากการเดินทางสำหรับผู้พิการยังคงเป็นอุปสรรค การส่งบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ควรเป็นทางเลือกหนึ่งที่มีให้สำหรับผู้พิการ\\n \t(๕) การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลที่ประเทศไทยเป็นภาคี\\n \tประเทศไทยเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Convention on the Rights of Persons with Disabilities : CRPD) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของสหประชาชาติที่มุ่งส่งเสริม ปกป้อง และรับรองว่าคนพิการจะได้รับสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างเต็มที่และเท่าเทียมกัน ดังนั้น ประเทศไทยต้องรับประกันสิทธิและโอกาสของคนพิการในการ\\nใช้สิทธิเลือกตั้ง การอำนวยความสะดวกในกระบวนการและสถานที่ให้คนพิการสามารถเข้าถึงได้ \\nและการคุ้มครองสิทธิในการลงคะแนนเลือกตั้ง\\n\tหลักการสำคัญที่เป็นหัวใจของประชาธิปไตยทั่วโลก คือ การเข้าถึงคูหาเลือกตั้ง \\nมิใช่สิทธิพิเศษที่รัฐจะเมตตาจัดหาให้ แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องรับประกันให้เกิดขึ้นจริงกับพลเมืองทุกคน","ประธานกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [99,1945,107,"นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ว่าด้วย การเร่งรัดการแก้ปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล","จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ใหม่\\nในการเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล เพื่อทดแทนหลักเกณฑ์เดิมตามมติคณะรัฐมนตรี\\nเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ และวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาให้แก่บุคคล\\nที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน รวมทั้งกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร เพื่อให้ทุกคน\\nมีสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อให้บุตรของกลุ่มชาติพันธุ์ที่เกิดในประเทศไทยสามารถยื่นคำร้องขอสัญชาติได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งลดกระบวนการอนุมัติและระยะเวลาในการพิจารณา \\nซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสทางด้านสิทธิและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน\\nจำนวนมาก\\n \tอย่างไรก็ตาม จากการรับฟังปัญหาของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พบว่า มีปัญหาสำคัญ \\n๓ ประการ ที่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว คือ\\n \t(๑) ปัญหาความต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน\\n \tจากการสำรวจพื้นที่จังหวัดเชียงราย พบว่า ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนมีจำนวน\\nกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ราย โดยมีผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามมติคณะรัฐมนตรี จำนวน ๙๖,๐๐๐ ราย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักทะเบียนซึ่งมีภาระงานประจำอยู่แล้วต้องรับผิดชอบงานส่วนนี้เพิ่มเติม แม้ว่าจะมีการจ้าง\\nลูกจ้างชั่วคราวตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวมีสัญญาจ้าง\\nถึงสิ้นเดือนกันยายน ๒๕๖๘ เท่านั้น และหากไม่ได้รับการอนุมัติงบกลาง เพื่อขยายระยะเวลาจ้าง\\nลูกจ้างชั่วคราวโดยเร่งด่วน จะส่งผลให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่องและเกิดความล่าช้า\\n\t(๒) ปัญหาการขาดแคลนเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน\\n \tจากรายงานของเจ้าหน้าที่หลายคน พบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องสแกนเอกสาร \\nและสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร (Passbook) ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน เช่น บางอำเภอมีเครื่องสแกนหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน ๑ เครื่อง เท่านั้น ส่งผลให้ประชาชนต้องรอดำเนินการเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตชายแดนที่มีจำนวนผู้ยื่นคำขอเป็นจำนวนมาก\\n \t(๓) ปัญหาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ไม่สมบูรณ์\\n \t ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์แบบรวมศูนย์ (single sign-on) ของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ยังไม่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแก้ไขข้อมูลต้องยื่นคำร้องเป็นรายกรณีและใช้ระยะเวลาอย่างน้อย ๓ สัปดาห์ต่อเรื่อง\\n \tดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขต่อกระทรวงมหาดไทย ดังนี้\\n \t(๑) พิจารณาขยายสัญญาจ้างลูกจ้างชั่วคราวโดยเร่งด่วน เพื่อให้การดำเนินงาน\\nมีความต่อเนื่อง\\n\t(๒) สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน เพื่อลดระยะเวลา\\nการรอคอยของประชาชน\\n\t(๓) เร่งรัดแก้ไขปัญหาระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์แบบรวมศูนย์ (single sign-on) \\nให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n \tการดำเนินการตามแนวทางข้างต้นจะทำให้การปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีบรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลาที่กำหนดและเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติอย่างแท้จริง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [100,1943,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","นโยบายของรัฐบาล","ถนนสาย ๔๑๕","ด้วยโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๔๑๕ (สุราษฎร์ธานี - พังงา) เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างภาคใต้ตอนบนและภาคใต้ตอนล่าง โครงการดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ด้วยงบประมาณกว่า ๓๘๑ ล้านบาท เพื่อขยายช่องทางจราจร\\nจาก ๒ ช่องทาง เป็น ๔ ช่องทาง ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดระยะทางได้ถึง ๔๗ กิโลเมตร \\nและส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาคใต้ \\n \tอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการดำเนินโครงการดังกล่าวยังมิได้แล้วเสร็จ เกิดความล่าช้า\\nกว่ากำหนดหลายปี ทั้งที่ตามสัญญาเดิมควรแล้วเสร็จตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๒ สถานการณ์ดังกล่าว\\nส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ใช้เส้นทาง โดยมีสถิติเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ ๓๐ จนประชาชนในพื้นที่เรียกเส้นทางนี้ว่า “เส้นทางแห่งความหายนะ” แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงถึงสาเหตุการล่าช้า ได้แก่ การขาดแคลนแรงงานในการก่อสร้างสะพานหลายแห่ง และสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักบ่อยครั้ง แต่ประชาชนยังคงมีความกังวลว่า โครงการนี้อาจถูกทิ้งร้าง เนื่องจากไม่ปรากฏความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของภาครัฐ โดยความไม่สอดคล้องระหว่างคำชี้แจงของหน่วยงานภาครัฐกับสภาพความเป็นจริงที่ประชาชนต้องเผชิญ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการกำกับดูแลโครงการที่ขาดความโปร่งใสและมีข้อบกพร่อง \\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ จึงขอเสนอแนะมาตรการเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา \\n๓ ประการ ดังนี้\\n \t(๑) มาตรการด้านความปลอดภัย ได้แก่ การติดตั้งระบบไฟส่องสว่าง การจัดวาง\\nป้ายเตือนภัย และการจัดระเบียบจราจรในพื้นที่ก่อสร้างอย่างมีประสิทธิภาพ\\n \t(๒) การเร่งรัดโครงการ โดยกรมทางหลวงควรดำเนินการตรวจสอบผู้รับเหมา\\nและผู้รับจ้างอย่างเข้มงวด กำหนดกรอบเวลาการก่อสร้างที่ชัดเจนและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน รวมทั้งรายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ\\n\t(๓) การดำเนินนโยบายระยะยาว คือ การจัดทำกลไกการติดตามโครงการขนาดใหญ่\\nที่มีความโปร่งใสและการบังคับใช้สัญญาอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกัน\\nในอนาคต\\n \tทางหลวงหมายเลข ๔๑๕ (สุราษฎร์ธานี - พังงา) มิใช่เพียงแค่เส้นทางคมนาคมธรรมดา \\nแต่เป็นเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจและเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน\\nของประชาชน ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว\\nและจริงจัง เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",21,2568,"2025-09-23T00:00:00"],
    [101,1937,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","การขึ้นทะเบียนรับรองพันธุ์ข้าว “น่าน ๕๙” ","ในพื้นที่จังหวัดน่าน มีข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน ๕๙” ซึ่งเกิดจาก\\nการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวเหนียวพันธุ์ กข๖ (แม่พันธุ์) และข้าวเจ้าพันธุ์หอมนิล (พ่อพันธุ์) ซึ่งเป็นข้าวเจ้าที่ไม่ไวต่อช่วงแสง อายุเก็บเกี่ยวสั้น ลำต้นเตี้ย ต้านทานต่อโรคไหม้และโรคขอบใบแห้ง เมื่อปี \\nพ.ศ. ๒๕๕๘ มีการปลูกทดสอบในแปลงนาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน \\nจังหวัดนครปฐม ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ \\nได้ส่งตัวอย่างพันธุ์ข้าวจำนวน ๒๕ สายพันธุ์ มาให้เกษตรกรและเครือข่ายผู้ปลูกข้าวในจังหวัดน่าน ภายใต้มูลนิธิฮักเมืองน่าน ดำเนินการคัดเลือกจนเหลือเพียง ๑ สายพันธุ์ ที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกในที่ราบสูงเขตภาคเหนือ เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดน่านได้มีการปลูกและขยายพันธุ์ และตั้งชื่อสายพันธุ์ดังกล่าวว่า “น่าน ๕๙” มีลักษณะเด่น คือ (๑) ต้นเตี้ย (๒) ทนทานต่อการหักล้ม (๓) เก็บเกี่ยวง่าย และ (๔) แข็งแรง ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูง เฉลี่ยประมาณ ๖๐๐ - ๗๐๐ กิโลกรัม/ไร่ และในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตกว่า ๑,๐๐๐ กิโลกรัม/ไร่ ปัจจุบันราคาจำหน่าย ๑๐,๐๐๐ - ๑๒,๐๐๐ บาท/ตัน (อ้างอิงจากข้าวเหนียวพันธุ์ กข๖) โดยกรมวิชาการเกษตรได้ขึ้นทะเบียน\\nพันธุ์พืชของข้าว เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ แต่ประสบปัญหาสำคัญ คือ ข้าวเหนียวพันธุ์ \\n“น่าน ๕๙” ยังไม่ได้รับการรับรองจากกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งส่งผลเสีย\\nหลายประการ ได้แก่ (๑) สถานะทางกฎหมายยังไม่สมบูรณ์ การเผยแพร่และขยายพันธุ์ยังไม่สามารถทำได้อย่างเป็นทางการ (๒) ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการขอใบอนุญาตรวบรวมเมล็ดพันธุ์ควบคุมได้ (๓) การชดเชยหรือช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในกรณีเกิดภัยพิบัติกระทำได้ยาก \\n(๔) หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน ๕๙” ไปแจกจ่ายแก่ชาวนาได้ เนื่องจากผิดระเบียบของทางราชการ (๕) เกษตรกรไม่สามารถปลูกเป็นข้าวที่ได้รับการจดทะเบียน\\nเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) และ (๖) ไม่สามารถนำข้าวไปจำนำกับโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ เช่น โครงการจำนำข้าวของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เป็นต้น\\n \tข้อดีของกรณีการรับรองข้าวเหนียวพันธุ์ “น่าน ๕๙” ของกรมการข้าว \\nกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ (๑) แสดงว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด \\n(๒) เกิดความน่าเชื่อถือและการยอมรับทั้งผู้ผลิตและผู้ประกอบการ (๓) มีข้อมูลที่แสดงถึงแหล่งที่มา ประวัติ และข้อมูลลักษณะพันธุ์ข้าวอย่างชัดเจน และ (๔) ช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกร \\nดังนั้น ขอให้กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณารับรองสายพันธุ์ข้าวเหนียวพันธุ์ \\n“น่าน ๕๙” โดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรจังหวัดน่านสามารถเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสม\\nกับพื้นที่ ช่วยยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรฐานรากและเศรษฐกิจของประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [102,1935,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการงานฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๔ บริเวณทางเข้าที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม","จากสมาชิกวุฒิสภาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเรื่องปัญหา\\nความเดือดร้อนเกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการงานฟื้นฟูทางหลวง หมายเลข ๓๐๙๔ บริเวณทางเข้าที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม\\n \tที่มาของปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน คือ โครงการงานฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข ๓๐๙๔ เป็นโครงการในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อปรับปรุงและซ่อมแซมทางหลวงให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างถนนเพชรเกษม กับที่ว่าการอำเภอนครชัยศรี\\nจังหวัดนครปฐม โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ แขวงทางหลวงนครปฐม กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีการก่อสร้างถนนทางหลวงโดยยกระดับพื้นผิวถนนสูงขึ้นกว่า ๕๐ เซนติเมตร เป็นเหตุให้ประชาชนกว่า ๔๐๐ หลังคาเรือน ที่อาศัยอยู่บริเวณริมถนนทางหลวง ๓๐๙๔ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากพื้นผิวถนนที่สูงขึ้นกว่าบริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณที่เป็นที่อยู่อาศัย\\nและซอยทางสัญจรเข้า - ออก ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาการสัญจรเข้า - ออกซอย เป็นไปด้วยความยากลำบาก อันเนื่องมาจากปัญหาน้ำท่วมขังดังกล่าว  \\n \tตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๘ มีฝนตกหนักเพียง ๓๐ นาที \\nน้ำฝนจากถนนที่ยกระดับได้ไหลเข้าสู่บริเวณที่อยู่อาศัยของประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือน ร้านค้า และร้านอาหาร รวมทั้งทำให้เกิดปัญหาการสัญจรของประชาชนเป็นอย่างมาก\\n \tดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้\\n \t๑) ขอให้แขวงทางหลวงนครปฐม กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งรับผิดชอบแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยมีแผนการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม\\n \t๒) พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยการปรับปรุงระบบระบายน้ำ โดยติดตั้งระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพตลอดแนวถนน\\n \t๓) พิจารณาสร้างทางลาดเชื่อมต่อ โดยสร้างทางลาดที่เหมาะสมเพื่อลดความต่างของระดับถนนกับบริเวณที่อยู่อาศัยและร้านค้าของประชาชน\\n \t๔) พิจารณาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [103,1933,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","เมื่อความตายเป็นจุดเริ่มต้นของความเดือดร้อน ","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน\\nของ “กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้าน” กล่าวคือ ประชาชนได้ฝากเงินกับผู้นำชุมชน \\nหรือกองทุนที่จัดตั้งกันเองในพื้นที่ เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการจัดงานฌาปนกิจ แต่ประสบปัญหา\\nทายาทไม่สามารถถอนเงินได้ ซึ่งเป็นปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยมีกรณีศึกษา\\nที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนอยู่เนือง ๆ ดังนี้\\n \t๑) กรณีพระสงฆ์รูปหนึ่ง อายุ ๘๐ ปี ได้ส่งเงินค่ากองทุนฌาปนกิจหมู่บ้าน\\nตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นเวลาต่อเนื่องนานประมาณ ๒๗ ปี โดยส่งเงินตั้งแต่ยังไม่ได้บวชเป็นพระสงฆ์ จนกระทั่งบวชแล้วก็ยังคงส่งเงินสมทบเรื่อยมา แต่เมื่อพระสงฆ์รูปดังกล่าวมรณภาพ กองทุนฌาปนกิจหมู่บ้านกลับแจ้งว่าไม่สามารถจ่ายเงิน จำนวน ๑๐,๘๐๐ บาท ให้แก่บุตรสาว\\nซึ่งเป็นทายาทได้ เนื่องจากพระสงฆ์รูปดังกล่าวไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เพราะได้ย้ายทะเบียนบ้าน\\nไปอยู่วัดที่จำพรรษาแล้ว\t\t\\n \t๒) กรณีเกิดขึ้นที่จังหวัดนครพนม ชาวบ้านฝากเงินออมกับกองทุนหมู่บ้าน \\nจำนวนกว่า ๗ ล้านบาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าระบบมีปัญหา\\n \t๓) กรณีเกิดขึ้นที่จังหวัดชุมพร ประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่สามารถเบิกถอนเงินออมพร้อมทั้งดอกเบี้ย แม้ว่าจะมีสมุดบัญชีเงินฝาก\\nเป็นหลักฐานก็ตาม โดยคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านชี้แจงเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ชัดเจน จนเป็นเหตุ\\nให้ประชาชนแจ้งความดำเนินคดี\\n \t๔) กรณีเกิดขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ประชาชนซึ่งเป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ เสียชีวิต ๑๑ ศพ แต่ไม่ได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ จำนวนกว่า ๑ ล้านบาท\\n \tปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายประการ อาทิ (๑) ครอบครัว\\nของผู้เสียชีวิตต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการฌาปนกิจศพ (๒) สร้างความคับแค้นใจและหมดศรัทธากับกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ของหมู่บ้าน และ (๓) ส่งผลกระทบต่อพระสงฆ์ ผู้สูงอายุ และครอบครัว\\nที่มีฐานะยากจน\\n \tสาเหตุของปัญหา ได้แก่ (๑) การบริหารจัดการไม่มีความโปร่งใส หรือมีปัญหาทุจริต (๒) ใช้จ่ายเงินเกินกว่าเงินสมทบที่มีอยู่จริง และ (๓) ขาดระบบตรวจสอบและกำกับดูแลที่ดี\\n \tด้วยเหตุนี้ ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้ (๑) ขอให้กระทรวงมหาดไทย และกรมการปกครอง เร่งพิจารณาทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์\\nของหมู่บ้าน เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ (๒) จัดให้มีระบบตรวจสอบการดำเนินงานที่มีความโปร่งใส โดยสมาชิกกองทุนสามารถตรวจสอบสิทธิและสถานะ\\nการเป็นสมาชิกได้ตลอดเวลา และ (๓) กำหนดมาตรการเยียวยา ในกรณีที่สมาชิกเสียสิทธิอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเหลือครอบครัว\\nของผู้เสียชีวิต หากแต่ยังเป็นการสร้างหลักประกันที่เป็นธรรม และรักษาศรัทธาของประชาชน\\nที่มีต่อกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [104,1931,149,"นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหายาเสพติดและการพนัน","ปัญหายาเสพติดและปัญหาการพนันเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาเป็นเวลานาน และรัฐบาลหลายชุดได้เคยประกาศเป็นนโยบายสำคัญ แต่เมื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้วไม่สามารถ\\nทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีแผนการดำเนินงานเชิงรุก \\nภายใต้กรอบระยะเวลา ๔ เดือน ๔ นโยบายเร่งด่วน โดยมีประเด็นการปราบปรามยาเสพติดและการพนัน\\nเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก ซึ่งสร้างความคาดหวังแก่ประชาชนว่าจะมีการดำเนินการอย่างจริงจัง\\nและเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้รัฐบาลกำหนดเรื่องการปราบปรามยาเสพติดและการพนันเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินการโดยเร่งด่วน ดังนี้\\n \t๑) ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดและจริงจัง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนภายในระยะเวลา ๔ เดือน\\n \t๒) ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังและปราบปรามยาเสพติดและการพนัน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีความครอบคลุมและทันต่อสถานการณ์ \\n \t๓) กำหนดให้หน่วยงานดังกล่าวร่วมประชุมบูรณาการแผนปฏิบัติการโดยเร่งด่วน \\n \t๔) ดำเนินการปฏิบัติการเชิงรุกในทุกพื้นที่ โดยอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ในระดับหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งผู้นำท้องถิ่นและเครือข่ายภาคประชาชนสามารถระบุได้อย่างชัดเจนถึงผู้ค้ายาเสพติด \\nผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด รวมทั้งผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการพนัน\\n \tทั้งนี้ ประชาชนมีความคาดหวังอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าระยะเวลา ๔ เดือน เพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและเกิดผลสัมฤทธิ์\\nที่ชัดเจนในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดและการพนัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [105,1929,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาด้านคมนาคม โดยการก่อสร้างทางยกระดับในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง  ","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายไสว  ทองดำ อดีตนายกองค์การบริหาร\\nส่วนตำบลเคร็ง และประชาชนในพื้นที่ตำบลเคร็ง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้\\n \tพื้นที่ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง พื้นที่ตำบลเคร็ง ตำบลขอนหาด และตำบลนางหลง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ตำบลควนชะลิก ตำบลแหลม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าพรุ อยู่ในเขตป่าไม้และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ปัจจุบันประสบปัญหาน้ำท่วมขังและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถใช้เรือพายหรือเรือหางยาวในการสัญจรได้เหมือนในอดีต ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในด้านการคมนาคม การขนส่งผลิตผลทางการเกษตร และการดำรงชีวิตประจำวัน ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาศึกษา สำรวจ และดำเนินการก่อสร้างถนนยกระดับในพื้นที่ที่ประสบปัญหา ดังนี้\\n \t๑) ก่อสร้างถนนยกระดับบริเวณบ้านทะเลน้อย หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๗ ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ไปยังบ้านควนเคร็ง หมู่ที่ ๔ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาดความกว้าง ๑๐ เมตร ระยะทางประมาณ ๙.๗ กิโลเมตร\\n \t๒) ก่อสร้างถนนยกระดับจากบ้านใสขนุน หมู่ที่ ๒๑ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังบ้านหินกอง หมู่ที่ ๕ ตำบลควนชะลิก อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาดความกว้าง ๑๐ เมตร ระยะทางประมาณ ๕.๔ กิโลเมตร\\n \t๓) ก่อสร้างถนนยกระดับจากบ้านควนยาว หมู่ที่ ๓ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังบ้านควนเคร็ง หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด \\nจังหวัดนครศรีธรรมราช ขนาดความกว้าง ๘ เมตร ระยะทางประมาณ ๓.๖ กิโลเมตร\\n \tทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในพื้นที่ ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และความต้องการ\\nของประชาชนอย่างแท้จริง","รัฐมนตีว่าการกระทรงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [106,1927,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","คุณภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อผลิตน้ำประปา","จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงที่สุดในประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันได้ประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคุณภาพน้ำซึ่งกำลังเสื่อมโทรมลง\\nอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ผู้ปรึกษาหารือได้สะท้อนประเด็นเกี่ยวกับการปนเปื้อนของน้ำในแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดระยองที่นำไปใช้ผลิตน้ำประปา โดยมีสาเหตุมาจากกิจกรรมของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำหลายแห่ง แม้ได้มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าแล้วแต่การป้องกันและแก้ไข\\nยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันค่าความนำไฟฟ้า (Conductivity) ในน้ำ\\nมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน บ่งชี้ถึงคุณภาพน้ำที่เสื่อมถอยและอาจไม่เหมาะสมต่อการผลิตน้ำประปา\\n \t\t\tต่อมาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ จังหวัดระยองประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตที่ตั้งของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมรุนแรง\\nเพิ่มมากขึ้น แม้อุตสาหกรรมจะเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันได้สร้างผลเสีย\\nต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้างให้เสื่อมโทรมลง ด้วยเหตุนี้ จึงมีข้อเสนอแนะ\\nขอให้กรมชลประทาน กรมควบคุมมลพิษ และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกันกำกับดูแลและตรวจสอบคุณภาพน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวดก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ\\nเพื่อป้องกันการปนเปื้อนที่อาจทำให้แหล่งน้ำสำคัญ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลอ่างเก็บน้ำประแส และแหล่งน้ำอื่น ๆ ไม่สามารถนำมาใช้ผลิตน้ำประปาได้ ดังนั้น หากหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องไม่เร่งดำเนินการตามมาตรการควบคุมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด จังหวัดระยอง และจังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อาจต้องเผชิญกับวิกฤติทรัพยากรน้ำ และในอนาคตอาจมีความเสี่ยงที่จะต้องใช้น้ำเสียแทนน้ำสะอาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน\\nและการพัฒนาประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [107,1925,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","การท่องเที่ยวที่ทำลายประเทศไทย ","การท่องเที่ยวในช่วง ๗ เดือนแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ประเทศไทย\\\\nมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าประเทศไทย จำนวน ๑๙,๒๙๕,๘๓๕ คน ลดลงร้อยละ ๖.๓๕ \\\\nเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง\\\\nร้อยละ ๔.๒๒ เหลือ ๘๙๕,๑๕๗ ล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักยังคงมาจากประเทศจีน \\\\nประเทศมาเลเซีย ประเทศอินเดีย ประเทศรัสเซีย และประเทศเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม จังหวัดภูเก็ต\\\\nมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสแรกมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา ๓.๘ ล้านคน \\\\n(โดยเป็นชาวต่างชาติ ๒.๘ ล้านคน) และในช่วง ๕ เดือนแรก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า ๕.๘ ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศรัสเซียเป็นชาติที่เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตมากที่สุด จำนวน ๔๒๙,๒๕๔ คน\\\\n \tในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีรายงานว่า กลุ่มชาวรัสเซียบางส่วนได้สร้างปัญหาให้กับจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีการค้าอาวุธปืน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมหัวหน้าแก๊งชาวรัสเซีย\\\\nตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงได้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ รวมถึงกรณีการกรรโชกทรัพย์\\\\nและการทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียด้วยกันเอง ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ นอกจากนี้ ยังมีชาวรัสเซียที่เข้ามาเข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย ในประเทศไทย โดยเปิดกิจการ\\\\nให้คนรัสเซียโดยตรง เช่น กิจการร้านตัดผม ขับรถแท็กซี่ บริการนำเที่ยว และขายบริการทางเพศ \\\\nกรณีดังกล่าวมีการวิเคราะห์ว่าในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ชาวรัสเซียไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เพราะปัญหาสงครามยูเครน ทำให้ชาวรัสเซียจำนวนมากต้องอยู่ในประเทศไทยแบบไม่มีเงิน \\\\nจึงต้องแสวงหาวิธีการหารายได้ ซึ่งเมื่อชาวรัสเซียมีสถานะเป็นผู้ต้องทำงานในประเทศไทย\\\\nจึงซื้อคอนโดมิเนียมและบ้านพักวิลล่าเพื่ออยู่อาศัยระยะยาว และลงทุนธุรกิจด้านยานยนต์\\\\nและอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ตัวอย่างเช่น ชาวรัสเซียจะนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้อง\\\\nมาใช้เป็นยานพาหนะเพื่อรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันของรัสเซียที่มีราคาถูกกว่ารถรับจ้างของคนไทย\\\\nส่งผลให้ผู้ประกอบการรถเช่าและรถโดยสารของชาวภูเก็ตมีรายได้ลดน้อยลง รายได้จากการท่องเที่ยว\\\\nในภูเก็ตจึงไม่ได้เป็นรายได้ของคนไทย อีกทั้ง กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงและอาชญากรรม คดีที่เกี่ยวข้องกับชาวรัสเซียในภูเก็ตที่ถูกรายงานข่าวล่าสุด ได้แก่ การจับกุมหัวหน้าแก๊งค้าอาวุธปืนเถื่อน\\\\nที่หลบหนีหมายจับ และคดีกลุ่มชาวรัสเซียถูกอุ้มรีดเงินคริปโต\\\\n \tดังนั้น ด้วยเหตุที่การท่องเที่ยวดังกล่าวไม่ได้สร้างรายได้และคุณค่าให้กับท้องถิ่น \\\\nแต่กลับก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม จึงขอปรึกษาหารือและขอสอบถามต่อรัฐบาล\\\\nในประเด็น ดังต่อไปนี้\\\\n \t๑) รัฐบาลมีมาตรการและแนวทางใดในการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวที่ไม่ได้สร้างรายได้แก่ท้องถิ่น โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต\\\\n \t๒) รัฐบาลมีแนวทางใดที่จะทำให้รายได้จากนักท่องเที่ยวกลับคืนสู่คนไทย\\\\nและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างแท้จริง","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [108,1923,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","พื้นที่ ๑๒ ไร่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของลิงแสมบางขุนเทียน ","จากคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) นำโดย พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ประธานกรรมการ และคณะสมาชิกวุฒิสภา ได้ลงพื้นที่\\\\nบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาลิงแสมบางขุนเทียน ที่ออกหากินในชุมชนทำให้เกิดการรบกวนและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน \\\\n \tลิงแสม เขตบางขุนเทียน มีที่ดินที่มีโฉนดเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นแห่งแรกของโลก\\\\nที่ลิงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน พื้นที่ดังกล่าวมีเนื้อที่อาณาบริเวณ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๕๗ ตารางวา ตั้งอยู่ในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากการเติบโตและการขยายตัวของเมือง ทำให้เกิดการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของลิง ส่งผลให้เกิดการปะทะกันระหว่างมนุษย์กับลิง โดยมีกรณีที่มนุษย์\\\\nทำร้ายลิงและลิงทำร้ายมนุษย์เป็นบางครั้งบางคราว อีกทั้ง พื้นที่อยู่อาศัยของลิงได้ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง\\\\n \tโดยสถานที่แห่งนี้มีประวัติศาสตร์และความสำคัญ เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์คุณกะลา ซึ่งมีประวัติความเป็นมาจากลิงตัวหนึ่งที่เอามือล้วงเข้าไปในลูกมะพร้าวเพื่อกินเนื้อมะพร้าวแต่ไม่สามารถ\\\\nเอามือออกได้ เมื่อเวลาผ่านไปนาน เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทรงทราบถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดให้นำลิงดังกล่าวมารักษา แต่เนื่องจากมือเกิดการเน่าเสียจึงจำเป็นต้องตัด และเกรงว่าลิงจะไม่สามารถอยู่กับฝูงได้ จึงทรงพระเมตตาเลี้ยงดู\\\\nเป็นลิงทรงเลี้ยงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ และประการสำคัญ พื้นที่แห่งนี้มีลิงขาวที่หายากอยู่หนึ่งตัว \\\\nซึ่งควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง\\\\n \tดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่ ดังนี้\\\\n \t๑) จัดให้มีการสร้างรั้วล้อมรอบพื้นที่เพื่อกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน\\\\n \t๒) รวบรวมลิงที่กระจัดกระจายอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อน\\\\nแก่ประชาชนมาอยู่รวมในพื้นที่เดียวกัน\\\\n \t๓) ส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในอนาคตโดยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนนเข้าไปในพื้นที่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปในพื้นที่ตรงกลางและเยี่ยมชมลิงได้\\\\n \tดังนั้น ปัญหาลิงแสมบางขุนเทียนเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ประวัติศาสตร์ และการพัฒนาเมือง การแก้ไขปัญหาจึงต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ \\\\nการแก้ไขปัญหาของประชาชน และการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างยั่งยืน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [109,1921,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","นโยบายของรัฐบาล","กิจกรรมสภาเด็กและเยาวชน ๑๔ จังหวัดภาคใต้","จากการแข่งขันกีฬาสภาเด็กและเยาวชน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เป็นกิจกรรม\\\\nที่มีความสำคัญในการสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนเพื่อพัฒนาศักยภาพ สร้างภาวะผู้นำ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างกัน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ประชุมคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนภาคใต้ ได้มีมติให้จังหวัดชุมพรเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาสภาเด็กและเยาวชน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ \\\\nประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๓๐ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดชุมพร ภายใต้ชื่อ “ชุมพรเกมส์ ๒๐๒๕” โดยได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา \\\\nสิริวัฒนาพรรณวดี จำนวน ๒ รางวัล เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เยาวชน ๑๔ จังหวัดภาคใต้\\\\n \tกิจกรรมการแข่งขันกีฬาดังกล่าวถือเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่า ซึ่งไม่เป็นเพียง\\\\nการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษาดูงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การร่วมกันปลูกป่าชายเลน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งสอดคล้อง\\\\nกับแนวคิด “เด็กคิด เด็กนำ เด็กทำ ผู้ใหญ่หนุน” แม้ว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวจะมีคุณค่าและครอบคลุมถึงเยาวชนทั้ง ๑๔ จังหวัดในภาคใต้ แต่สภาเด็กและเยาวชนได้รับงบประมาณสนับสนุนเพียงปีละ ๓๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น และในการดำเนินกิจกรรมหากงบประมาณไม่เพียงพอจำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ทำให้การดำเนินงานขาดความมั่นคงและความต่อเนื่อง\\\\n \tดังนั้น จึงเห็นสมควรเสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการกีฬาและการศึกษา พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\\\n \t๑. จัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและเพียงพอสำหรับการจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสภาเด็กและเยาวชนภาคใต้ เพื่อให้เวทีนี้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนในภาคใต้ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ภูมิภาคอื่น ๆ \\\\n \t๒. ประกาศนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง โดยตระหนัก\\\\nว่าหากรัฐบาลไม่ลงทุนกับเด็กในวันนี้ ในวันข้างหน้าประเทศจะขาดพลังขับเคลื่อน เนื่องจากเด็กและเยาวชน คืออนาคตของการพัฒนาประเทศชาติ และป้องกันมิให้คำว่า “นโยบายเพื่อเยาวชน” เป็นเพียงวาทกรรมที่สวยหรู แต่ขาดการปฏิบัติอย่างแท้จริง\\\\n \tการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาสภาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ \\\\nจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์\\\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [110,1919,77,"นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ภัยพิบัติน้ำท่วมจังหวัดพิจิตร","จากเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จากอุทกภัยในพื้นที่ ๙ อำเภอ ซึ่งมีนาข้าวเสียหาย จำนวน ๕,๐๗๕ ไร่ และเส้นทางคมนาคมถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย จากการเดินทางลงพื้นที่ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน พบว่าปัญหาน้ำท่วมจังหวัดพิจิตรมีมาอย่างยาวนานกว่า ๒๐ ปี และในฤดูแล้งจังหวัดพิจิตรจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตร สาเหตุสำคัญเกิดจากแม่น้ำและลำคลองต่าง ๆ มีสภาพตื้นเขิน ไม่มีการขุดลอก และตลิ่งพังเป็นประจำทุกปี เช่น แม่น้ำยมตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย แม่น้ำพิจิตรสายเก่า และคลองน้ำเขียวบริเวณหน้าอำเภอสะพานหิน ทั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้าได้ทำการวิจัยการฟื้นฟู อนุรักษ์ และพัฒนาแม่น้ำพิจิตร เพื่อสิ่งแวดล้อมยั่งยืน แต่ไม่มีการนำข้อมูลจากงานวิจัยดังกล่าวมาใช้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร จึงขอให้กรมชลประทานดำเนินการขุดลอกแม่น้ำและลำคลองในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย \\\\nและจังหวัดพิจิตร เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งต่อไป     ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [111,1917,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่ม ในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม และปัญหาการรุกล้ำลำน้ำปิง ที่เป็นสาเหตุสำคัญของน้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่","สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยว่าอิทธิพลจากพายุคาจิกาทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ ส่งผลกระทบในพื้นที่ ๔ ตำบล ๓๕ หมู่บ้าน รวม ๗๖๙ ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า ๒,๘๐๐ คน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านปางอุ๋ง และบ้านปางอุ๋งใหม่ ตำบลแม่ศึก ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิต ๘ คน บาดเจ็บ ๑๕ คน และมีผู้สูญหาย ๒ คน จากการเดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และนั่งเรือสำรวจลำน้ำปิง เมื่อวันที่ ๒๔ - ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ พบว่ามีการรุกล้ำลำน้ำปิงในหลายพื้นที่ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากทำให้การระบายน้ำในช่วงฤดูฝนไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หน่วยงานของรัฐในพื้นที่ได้เคยสำรวจและจัดทำแผนที่การรุกล้ำลำน้ำปิงในช่วงระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร ไว้เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ จากสะพานนวรัฐขึ้นไปทางทิศเหนือระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร และจากสะพานนรัฐลงมาทางทิศใต้ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร พบประชาชนบุกรุกล้ำลำน้ำปิงกว่า ๒๐๐ ราย ทั้งจากประชาชน และภาคธุรกิจ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งพิจารณาแก้ไขปัญหา ดังนี้\\\\n \t๑) สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบในอำเภอแม่แจ่ม และจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่สำหรับประชาชนที่บ้านเรือนเสียหาย จำนวน ๗๘ หลัง โดยจัดสรรงบประมาณก่อสร้างบ้านหลังใหม่ทดแทน \\\\n \t๒) มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่า ประสานงานกับกรมที่ดิน จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้เร่งแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำน้ำปิงให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ \\\\nมาตรา ๕๓ ที่กำหนดให้รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้ง\\\\nเร่งขุดลอกขยายความกว้างของลำน้ำปิงให้มีความกว้างอย่างน้อย ๙๐ เมตร ให้สามารถรองรับ\\\\nการไหลของน้ำในฤดูฝน ทั้งนี้ โดยเฉพาะในช่วงระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร คือ จากสะพานนวรัฐ\\\\nขึ้นไปทางทิศเหนือระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร และจากสะพานนวรัฐลงมาทางทิศใต้ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร\\\\nที่หน่วยงานของรัฐได้สำรวจและจัดทำแผนที่การรุกล้ำลำน้ำปิงไว้เรียบร้อยแล้ว ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [112,1915,190,"นายอะมัด อายุเคน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐","จากพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๓ กำหนดให้จังหวัดใดมีราษฎรนับถือศาสนาอิสลามและมีมัสยิดไม่น้อยกว่าสามมัสยิด ให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยประกาศให้จังหวัดนั้นมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ โดยคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด มีหน้าที่สำคัญประการหนึ่งคือการตรวจโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อออกใบรับรองการใช้เครื่องหมายฮาลาล แต่ในทางปฏิบัติจะพบปัญหา\\\\nในจังหวัดที่ไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เช่น จังหวัดพิษณุโลก ไม่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานครจะต้องเดินทางไปตรวจโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่หากกำหนดให้ในจังหวัดพิษณุโลก มีมัสยิดเพียง ๑ แห่ง จะสามารถมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้ ทำให้เมื่อมีข้อขัดแย้งจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และการทำงานจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประชาชนและชุมชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความสามัคคีระหว่างศาสนา เกิดการกระจายรายได้ทำให้สามารถบริหารดูแลภายในจังหวัด\\\\nให้การช่วยเหลือคนยากจน คนที่มีหนี้สิน เด็กกำพร้า และเด็กยากจนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๒๓ กำหนดให้จังหวัดใดมีราษฎรนับถือศาสนาอิสลามและมีมัสยิดตั้งแต่หนึ่งมัสยิดขึ้นไป ให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยประกาศให้จังหวัดนั้นมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [113,1913,24,"นางเจียระนัย ตั้งกีรติ","ความเดือดร้อนของประชาชน","กระตุ้นความปลอดภัยรถโดยสารนักเรียน","จากเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆารามจังหวัดอุทัยธานี เกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ บนถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ๒๓ ราย เป็นนักเรียน ๒๐ คน และครู ๓ คน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางให้กับผู้ปกครองนักเรียนเป็นอย่างยิ่ง และในช่วงปลายปีจะเป็นช่วงที่โรงเรียนมักจะนิยมนำนักเรียนเดินทางไปทัศนศึกษาและทำกิจกรรมนอกสถานที่ ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงขอปรึกษาหารือ ดังนี้ \\\\n \t\t\t๑) ขอให้กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบสภาพรถยนต์ที่ใช้สำหรับการขนส่งโดยสารอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะระบบรักษาความปลอดภัยและอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถรับมือ\\\\nกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของครูและนักเรียน พร้อมทั้ง ควรกำชับผู้ประกอบการรถโดยสารให้หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยภายในรถให้อยู่ในสภาพ\\\\nที่พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา\\\\n \t\t\t๒) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจัง\\\\nกับผู้ประกอบการที่มีการดัดแปลงสภาพรถโดยมิชอบ และไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย\\\\nสำหรับรถยนต์สาธารณะ \\\\n \t\t\t๓) ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การจ้างรถโดยสาร\\\\nเพื่อนำนักเรียนเดินทางไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ อย่างเข้มงวดและรัดกุม โดยกำชับสถานศึกษาต่าง ๆ ให้เลือกใช้บริการเฉพาะผู้ประกอบการที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับรถยนต์สาธารณะ พร้อมทั้ง ควรมีการให้ความรู้แก่ครูและนักเรียนในการใช้ทางออกฉุกเฉินและอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในรถ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น \\\\n \t\t\tในการนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือกันอย่างจริงจัง \\\\nเพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะที่บังคับบัญชากรมการขนส่งทางบก นายกรัฐมนตรี \\\\nในฐานะที่บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [114,1911,187,"นางสาวอมร ศรีบุญนาค","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาต่ออุตสาหกรรมสุกรไทย","จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราร้อยละ ๑๙ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๘ ที่ผ่านมา และประเทศไทยได้ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเนื้อสุกรเป็นสินค้าที่ประเทศสหรัฐได้รับการยกเว้น\\\\nภาษีนำเข้าจากประเทศไทย และปัจจุบันประเทศไทยมีการนำเข้าเนื้อสุกรจากประเทศสหรัฐอเมริกา\\\\nร้อยละ ๑ โดยมีการตรวจสอบแหล่งที่มาจากประเทศต้นทางเรียบร้อย แต่อย่างไรก็ดี หากพิจารณาอย่างรอบด้านจะพบว่าการนำเข้าเนื้อสุกรจากประเทศสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบ ดังนี้\\\\n \t\t\t๑) ผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย เนื่องจากเนื้อสุกรนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา\\\\nมีต้นทุนเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๑.๗ ดอลล่าร์ ส่วนเนื้อสุกรในประเทศไทยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ \\\\n๒.๓ ดอลล่าร์ ส่งผลให้เกษตรกรไทยผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยกว่าร้อยละ ๙๗ และเกษตรกรผู้ปลูกพืช\\\\nสำหรับแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด และมันสำปะหลัง รวมถึงโรงงานชำแหละเนื้อสัตว์ \\\\nผู้ประกอบการแปรรูปเนื้อสัตว์ และผู้ค้าปลีกเนื้อสัตว์ทั่วประเทศ ต้องสูญเสียรายได้จากอัตราภาษีดังกล่าว \\\\n \t\t\t๒) ผลกระทบด้านความปลอดภัยทางอาหาร เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา\\\\nได้อนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีน (Ractopamine) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มเบตาอะโกนิสต์ \\\\n(Beta-Agonist) ที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภค และประเทศไทยได้ห้ามใช้สารชนิดนี้อย่างเด็ดขาด ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ที่ออกตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ (๔) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ ๒๖๙ พ.ศ. ๒๕๔๖ เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบตาอะโกนิสต์ โดยกำหนดให้อาหารทุกชนิดต้องตรวจไม่พบการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มเบตาอะโกนิสต์ และหากตรวจพบถือว่าอาหารนั้นผิดมาตรฐานตามมาตรา ๒๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งการบริโภคเนื้อหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอาจส่งผลเสีย\\\\nต่อสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว และอาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ\\\\nในอนาคต ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและเพื่อสุขภาพ\\\\nของผู้บริโภคในประเทศต่อไป\\\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [115,1909,133,"นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในพื้นที่จังหวัดพัทลุง","จากจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการส่งเสริม\\\\nภูมิปัญญาท้องถิ่น การใช้พืชสมุนไพรเพื่อการรักษาและป้องกันโรคในเบื้องต้น ซึ่งสอดคล้อง\\\\nกับแผนปฏิบัติราชการของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่กำหนดให้มีการจัดตั้ง\\\\nศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานไปยังส่วนภูมิภาค ให้ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ\\\\nเพื่อเป็นหน่วยให้บริการด้านสุขภาพและด้านวิชาการทางการแพทย์ การศึกษาวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย รวมถึงเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์ทางวิชาชีพ ให้แก่นักศึกษาแพทย์ชั้น Pre-clinic ทางด้านพฤกษศาสตร์ พฤกษเคมี ชีววิทยาโมเลกุล วิจัยพัฒนาตำรับยาและสมุนไพร ให้เป็นเครือข่ายด้านการแพทย์แผนไทย\\\\nในส่วนภูมิภาค ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี ตามโครงการเสริมสร้างความเป็นเลิศทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและสมุนไพรในระบบสุขภาพ ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าวกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดทำแผนงานการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สาขาเขตสุขภาพที่ ๑๒ ในเขตพื้นที่อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง โดยออกแบบเป็นอาคารสุขภาพชุมชนเมือง สูง ๔ ชั้น และกรมธนารักษ์ได้ส่งมอบพื้นที่จำนวน ๔๕ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคาร\\\\nศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกให้กับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก \\\\nซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ดำเนินการจัดทำแผนงานการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างอาคารตามแผนงานได้ เนื่องจากในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ไม่ได้\\\\nรับอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้าง ซึ่งกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้จัดทำ\\\\nคำของบประมาณสำหรับการก่อสร้างในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ จำนวน ๑๓.๕๕ ล้านบาท และจัดทำ\\\\nคำของบประมาณผูกพัน ในปีงบประมาณ ๒๕๗๐ จำนวน ๕๔.๒๐ ล้านบาท แต่คำขอจัดสรรงบประมาณสำหรับก่อสร้างอาคารดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณา อนึ่ง ศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก\\\\nสาขาเขตสุขภาพที่ ๑๒ จังหวัดพัทลุง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ ๗ จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ \\\\nจังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา ดังนั้น เพื่อให้โครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สาขาเขตสุขภาพ\\\\nที่ ๑๒ สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ขอให้พิจารณาสนับสนุนและผลักดันงบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สาขาเขตสุขภาพที่ ๑๒ เพื่อประโยชน์ในการบริการทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย อันจะนำไปสู่การส่งเสริมการดูแลสุขภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",17,2568,"2025-09-09T00:00:00"],
    [116,1907,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการควบคุมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อป้องกันมิให้มีการลักลอบนำไปใช้ก่อเหตุร้าย ","จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออกมาตรการใหม่ โดยกำหนดให้ผู้ซื้ออากาศยานไร้คนขับ (Drone) \\nต้องขึ้นทะเบียนกับ กสทช. โดยใช้หมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) อากาศยานไร้คนขับ (Drone) \\nนั้นก่อน จึงจะสามารถรับอากาศยานไร้คนขับ (Drone) จากผู้ขายได้ หากผู้ใดฝ่าฝืนไม่ขึ้นทะเบียนกับ กสทช. มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยผู้ซื้อสามารถขึ้นทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ที่ https://anyregis.nbtc.go.th ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย\\nของประชาชนได้เป็นอย่างดี ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้หน่วยงานของรัฐมีฐานข้อมูลสำหรับใช้ในการควบคุมการครอบครองอากาศยานไร้คนขับ สามารถติดตามและระบุตัวผู้ครอบครอง เพื่อป้องกัน\\nการนำไปใช้ก่อเหตุร้าย อันเป็นการรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของสาธารณชน ถือเป็นแรงจูงใจทางกฎหมายที่ทำให้ผู้ใช้งานต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและปฏิบัติตามกฎระเบียบ\\nที่เกี่ยวข้อง สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวและการทำงานเชิงรุกของ กสทช. ที่มีต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่\\nได้อย่างทันท่วงที โดยผสมผสานทั้งการป้องปรามและการอำนวยความสะดวกไปพร้อมกัน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ พร้อมทั้งยกระดับการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคง เศรษฐกิจและสังคม\\nของประเทศ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์แก่สาธารณชน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุผลอย่างแท้จริง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [117,1905,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการแก้มลิงห้วยลี่ บ้านมงคลนิมิต ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน","จังหวัดน่านประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงฤดูฝนของทุกปี ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากแม่น้ำน่าน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก และจากลำน้ำห้วยลี่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก โดยปัญหาน้ำท่วมครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” ซึ่งพัดผ่านพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลให้ลำน้ำสาขาห้วยลี่มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและหลากเข้าท่วมพื้นที่เขตเทศบาลเมืองน่านได้รับความเสียหาย ที่ผ่านมามีการเสนอ “โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยลี่” ซึ่งเป็นโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๓ นายประสิทธิ์  พัฒนใหญ่ยิ่ง อดีตผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน ในฐานะประธานชมรมคนรักป่าน่าน ได้มีหนังสือเสนอโครงการก่อสร้างแก้มลิงสำหรับแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่าน ไปยังโครงการชลประทานจังหวัดน่าน เนื่องจากนางมาลัย  จันทะเสน ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้บริจาคที่ดินทำกินจำนวน ๑๐๐ ไร่ เพื่อใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำ และมอบให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ ทั้งนี้ โครงการชลประทานจังหวัดน่านได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่และชี้แจงถึงผลกระทบของโครงการแล้ว จึงถือได้ว่าโครงการดังกล่าวเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ต่อมา เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๘ กรมชลประทาน โดยสำนักชลประทานที่ ๒ ได้พิจารณาแนวทางให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงโครงการ โดยใช้ชื่อว่า “โครงการแก้มลิงห้วยลี่พร้อมอาคารประกอบ” มีความจุประมาณ ๘๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านมงคลนิมิต หมู่ที่ ๖ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลผาสิงห์ ตำบลไชยสถาน ตำบลดู่ใต้ และเขตเทศบาลเมืองน่าน สถานะโครงการ คือ (๑) มีการพิจารณาศึกษาเบื้องต้น (๒) มีการจัดทำประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว และ (๓) มีการสำรวจภูมิประเทศเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบของสำนักชลประทานที่ ๒ เพื่อก่อสร้างถนนเข้าสู่หัวงาน ซึ่งงบประมาณเบื้องต้นที่ตั้งไว้ ๒๕ ล้านบาท อาจจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ซึ่งวิศวกรของกรมชลประทานผู้ออกแบบจะเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่โครงการบางส่วน ประมาณ ๕๐ ไร่ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้น ภายหลังจากออกแบบโครงการเสร็จแล้วจะต้องขออนุญาตกรมป่าไม้ เพื่อใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ด้วยเหตุนี้ ขอให้อธิบดีกรมชลประทาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเร่งรัดการออกแบบโครงการดังกล่าว เพื่อจะได้ดำเนินการขออนุญาตต่อกรมป่าไม้ต่อไป พร้อมกันนี้ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ขอให้ส่งเอกสารประกอบการปรึกษาหารือ เสนอต่ออธิบดีกรมชลประทาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประกอบการพิจารณา ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [118,1903,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้พิจารณาให้โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ลงพื้นที่ ณ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในรัศมีการสู้รบระหว่างไทย - กัมพูชา ได้รับทราบข้อมูลว่าเมื่อปี ๒๕๕๔ มีการปะทะกันบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ปรากฏว่ากระสุนปืนใหญ่ บีเอ็ม-๒๑ ของประเทศกัมพูชา ตกลงที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยาและบริเวณโดยรอบ เป็นเหตุให้อาคารเรียนหลายหลังได้รับความเสียหาย ไม่สามารถทำการเรียนการสอนได้ ขณะที่ปัจจุบันมีเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา ขึ้นอีก โดยเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ มีการสู้รบระหว่างไทย - กัมพูชา ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ปรากฏว่ามีกระสุนปืนใหญ่ตกลงบริเวณด้านข้างโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ห่างจากอาคารเรียนประมาณ ๓๐ เมตร แม้ว่ากระสุนปืนใหญ่ดังกล่าว\\nจะไม่เกิดการระเบิด แต่กระสุนปืนใหญ่ที่ตกในบริเวณใกล้เคียง ห่างออกไปประมาณ ๒๐๐ - ๓๐๐ เมตร \\nได้เกิดการระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ต้องมีการอพยพครูและนักเรียนออกจากพื้นที่ ซึ่งจากข้อเท็จจริงดังกล่าว\\nย่อมเห็นได้ว่าโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการ\\nสู้รบระหว่างไทย - กัมพูชา ประกอบกับโรงเรียนระดับประถมศึกษาที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา\\nห่างกันไม่ถึง ๑ กิโลเมตร ได้รับการพิจารณาให้เป็น “พื้นที่เสี่ยงภัย” ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา\\nจึงควรได้รับการพิจารณาให้เป็น “พื้นที่เสี่ยงภัย” เช่นเดียวกัน ดังนั้น ขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงาน\\nที่กำกับดูแลโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา พิจารณาให้โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา เป็น “พื้นที่เสี่ยงภัย” ทั้งนี้ \\nเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนการสอน ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยให้แก่ครูและนักเรียนยิ่งขึ้นต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [119,1901,190,"นายอะมัด อายุเคน","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด","จากสมาชิกวุฒิสภาได้เดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดพะเยา ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมเรือนจำ และร่วมประชุมหารือกับส่วนราชการที่ศาลากลางจังหวัดพะเยา เกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด ได้มีข้อเสนอแนะให้จัดตั้ง “กลุ่มหมู่บ้าน” เพื่อดำเนินการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของประชาชนภายในพื้นที่เป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งหากมีการขยายการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในเวลา ๑ ปี เชื่อว่าจะสามารถป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ขอเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด ดังนี้\\n\t\t(๑) วิธีการตรวจสอบ : กำหนดให้มีการสุ่มตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของประชาชนทุกสัปดาห์ หากปรากฏว่ามีบุคคลใดเสพยาเสพติด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวเป็น “ผู้เสพยาเสพติด” เพื่อให้มีการลงโทษจำคุก ไม่ใช่ “ผู้ป่วย” เพราะผู้ป่วยไม่อาจลงโทษจำคุกได้\\n\t\t(๒) หลักเกณฑ์การลงโทษ : กำหนดให้โอกาสแก่บุคคลที่เป็น “ผู้เสพยาเสพติด” จำนวน ๔ ครั้ง หากบุคคลใดได้รับการตรวจพบว่าเป็น “ผู้เสพยาเสพติด” ติดต่อกันครบจำนวน ๔ ครั้ง ให้ถือว่ากระทำความผิดจำนวน ๔ กรรม โดยกำหนดโทษจำคุก กรรมละ ๒ เดือน รวมเป็นโทษจำคุกทั้งสิ้น ๘ เดือน\\n\t\t(๓) การขยายพื้นที่ดำเนินการ : ดำเนินการตามข้อ (๑) และ (๒) จากหมู่บ้านหนึ่ง\\nขยายไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง จะทำให้ “ผู้เสพยาเสพติด” เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมายและไม่กล้ากระทำความผิดซ้ำอีก ซึ่งจะทำให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับเสพยาเสพติดในพื้นที่ลดน้อยลงทันที\\n\t\t(๔) ผู้ต้องโทษคดียาเสพติดที่ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมผู้ค้ายาเสพติด ควรได้รับรางวัลด้วยการลดโทษจำคุก ตัวอย่างเช่น กรณีกระทำความผิดจำนวน ๔ กรรม มีกำหนดโทษจำคุก กรรมละ ๒ เดือน รวมโทษจำคุกทุกกรรมจำนวนทั้งสิ้น ๘ เดือน หากผู้นั้นให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ควรได้รับการพิจารณาลดโทษจำคุกลงกึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุกเพียง ๔ เดือน เป็นต้น\\n\tทั้งนี้ การดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวเปรียบเสมือนการนำสินค้าที่เป็น “ฮารอม” \\nซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นับถือศาสนาอิสลามบริโภคไม่ได้เพราะผิดหลักศาสนาอิสลาม ไปวางจำหน่ายที่หน้ามัสยิด \\nก็จะไม่มีผู้ใดซื้อสินค้านั้น เช่นเดียวกันกับการจัดตั้ง “กลุ่มหมู่บ้าน” จะทำให้ผู้เสพยาเสพติดไม่กล้า\\nกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะมีผู้ค้ายาเสพติดลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในหมู่บ้าน \\nก็จะไม่มีผู้ใดกล้าซื้อหรือจำหน่ายยาเสพติด อันเนื่องมาจากเกิดความเกรงกลัวว่าจะถูกจับกุมและดำเนินคดี \\nซึ่งจะส่งผลให้ปัญหายาเสพติดลดลงได้ในที่สุด \\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [120,1899,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","นโยบายของรัฐบาล","วิกฤติชายแดน : บทเรียนเพื่อพัฒนาระบบเยียวยา","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา (จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี) ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา ซึ่งมีการสู้รบและยิงระเบิด สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคงในการดำรงชีวิตประจำวัน ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม หลายครอบครัวยังไม่ได้รับเงินเยียวยาและต้องอาศัยอยู่ในที่พักชั่วคราว ซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันหลายครอบครัวที่ประกอบกิจการขนาดเล็ก จำต้องหยุดประกอบกิจการเป็นเวลาหลายเดือน ส่งผลให้ขาดรายได้และต้องเผชิญกับภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น \\nแม้ว่าผู้ประกอบการรายย่อยและเจ้าของธุรกิจในพื้นที่จะพยายามอาศัยระบบการประกันภัยเพื่อชดเชย\\nความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน แต่ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากการประกันภัยไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด เนื่องจากระบบประกันภัยไม่รับผิดชอบกรณีความเสียหายที่เกิดจากภัยสงคราม ซึ่งประเด็นนี้\\nสะท้อนให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของระบบการเยียวยาในประเทศไทย กล่าวคือ แม้ว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติต่าง ๆ อาทิ อุทกภัย เหตุเพลิงไหม้ แต่สำหรับภัยที่เกิดจากเหตุการณ์ชายแดนหรือเหตุการณ์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับภัยสงครามยังไม่มีกรอบการดำเนินการที่ชัดเจน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยงและไม่มั่นใจในความคุ้มครองพื้นฐานจากภาครัฐ ดังนั้น \\nจึงขอเสนอแนวทางเร่งด่วนต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้เร่งรัดกระบวนการจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด \\nโดยไม่ควรจำกัดเฉพาะครัวเรือนที่มีบ้านเสียหายเท่านั้น แต่ควรขยายความช่วยเหลือไปยังประชาชนทั่วไปที่สูญเสียรายได้จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชาด้วย รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย\\nซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น\\n\t\t(๒) ขอให้ทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบหรือภัยสงครามให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของพื้นที่ชายแดน โดยควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่มีความยืดหยุ่นและสะท้อนความเป็นจริงของประชาชนที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา\\n\t\t(๓) ขอให้พิจารณาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์ที่ระบบประกันภัยไม่สามารถชดเชยความเสียหายได้ โดยกองทุนดังกล่าวควรครอบคลุมทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว บรรเทาปัญหาความเดือดร้อน และเสริมสร้างความมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนในยามวิกฤติ\\n\t \tทั้งนี้ ความเสียหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย - กัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียง\\nเรื่องของทรัพย์สินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ถูกทำลายเท่านั้น แต่ยังบั่นทอนความรู้สึกมั่นคงในชีวิตประจำวัน\\nของประชาชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมือง ยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกไม่มั่นใจในทิศทางของรัฐบาลและมาตรการการเยียวยา และความล่าช้าในการเยียวยา\\nไม่เป็นเพียงปัญหาด้านการบริหารจัดการ แต่ยังกลายเป็นสัญญาณเชิงลบที่บั่นทอนศรัทธาของประชาชนต่อภาครัฐอย่างน่ากังวล ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของฝ่ายบริหารเท่านั้น หากแต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายความมั่นคง และภาคประชาชนโดยรวมที่ต้องร่วมกันสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตของประชาชน ถือเป็นบทเรียนสำคัญ\\nในการปรับปรุงระบบการเยียวยาและมาตรการรองรับความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่จำเป็นจะต้องมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน รวดเร็ว และทั่วถึง เพื่อไม่ให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [121,1897,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเศรษฐกิจที่มีสัญญาณวิกฤติและรอการแก้ไขของรัฐบาล  ","จากสำนักงานสถิติแห่งชาติได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือน พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๖๗ หนี้ครัวเรือนของไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงระดับเกินกว่าร้อยละ ๘๐ ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) ถือเป็นการส่งสัญญาณวิกฤติเศรษฐกิจที่กำลังจะตามมา คือ เศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รายงานว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงถึง ๑๖.๔ ล้านล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับ\\nข้อมูลของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย พบว่าหนี้ครัวเรือนของภาคใต้อยู่ในอัตราที่สูงมาก \\nโดยจังหวัดนครศรีธรรมราชมีประชาชนที่มีฐานะยากจนมากที่สุดเป็นอันดับที่ ๒ รองจากจังหวัดเชียงใหม่\\nซึ่งมีประชาชนที่มีฐานะยากจนมากที่สุดเป็นอันดับที่ ๑ ของประเทศไทย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่\\nมีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ความจำเป็นพื้นฐาน ชาวสวนยางพารามีปัญหาหนี้สิน ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น อาทิ ราคาต้นกล้า ค่าบำรุงรักษา ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเจ้าของสวนยางพารา แต่เป็นลูกจ้างหรือคนเก็บน้ำยางพารา เมื่อประชาชนไม่มีรายได้ ไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนลดลง ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้ธนาคารไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ \\nส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทำให้เกิดกับดักทางเศรษฐกิจซึ่งจะฉุดรั้งศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ\\nในระยะยาว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ดังนี้ (๑) ปัญหาหนี้ครัวเรือน \\n(๒) มาตรการปกป้องผู้ประกอบการไทย จากสินค้าทุ่มตลาดและการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (๓) การสนับสนุน\\nภาคธุรกิจและครัวเรือนที่เปราะบาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SMEs) และกลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สิน และ (๔) ปรับปรุงมาตรการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง เพื่อส่งเสริมการลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ",null,"วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [122,1895,80,"นางประทุม วงศ์สวัสดิ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ เมืองพัทยา (Waterfront Pattaya)","จากโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ พัทยา (Waterfront Pattaya) หรือวอเตอร์ฟรอนท์ สวีท แอนด์ เรสซิเดนท์ (Waterfront Suites ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [123,1893,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการลักลอบนำทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ","ในปัจจุบันมีการลักลอบนำทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์\\nเป็นทุเรียนไทยเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ สาเหตุที่มีการสวมสิทธิ์ คือ (๑) ทุเรียนของประเทศเพื่อนบ้านราคาถูกกว่าทุเรียนของประเทศไทย และ (๒) ตรวจพบสารแคดเมียม (Cadmium) ในทุเรียน\\nของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเมื่อมีการนำทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย ทำให้เกิดปัญหา\\nตรวจพบสารแคดเมียม (Cadmium) ในทุเรียนที่ส่งออกจากประเทศไทย ทั้งที่ ประเทศไทยมีความเข้มงวดในการผลิตทุเรียน และผลผลิตทุเรียนของประเทศไทยตรวจไม่พบสารแคดเมียม (Cadmium) มาเป็นเวลานานแล้ว ตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือ กรณีสำนักงานบริหารศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แจ้งผลการตรวจพบสารแคดเมียม (Cadmium) ในทุเรียนไทยที่ส่งออกไปยังประเทศจีน \\nซึ่งนับเป็นครั้งที่ ๒ ของภาคตะวันออกที่มีการตรวจพบสารนี้ ส่งผลกระทบให้เจ้าของสวนทุเรียนถูกระงับใบรับรองแหล่งผลิตพืช (Good Agricultural Practice : GAP) และผู้ประกอบกิจการโรงคัดบรรจุ (ล้ง) \\nถูกระงับหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช (ใบ DOA) โดยสำนักวิจัยและพัฒนา\\nการเกษตรเขตที่ ๖ จังหวัดจันทบุรี ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวพบว่า เจ้าของสวนทุเรียนได้ขายทุเรียน\\nไปนานแล้ว และไม่เคยขายทุเรียนให้กับผู้ประกอบกิจการโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ที่ถูกสำนักงานบริหารศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนตรวจพบสารแคดเมียม (Cadmium) ประกอบกับขณะนี้ทุเรียนในประเทศไทยหมดฤดูการผลิตแล้ว แต่กลับยังคงมีการส่งออกทุเรียนไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อได้ว่าเกิดจากการลักลอบนำทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทย ดังนั้น ขอให้กรมวิชาการเกษตร \\nและกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์ทุเรียนไทย รวมทั้งพิจารณาตรากฎหมายเพื่อควบคุมและกำกับดูแลการนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านโดยด่วน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [124,1891,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้","จากเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ มีการก่อเหตุร้ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการวางระเบิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รวม ๙ จุด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ๕ จุด จังหวัดยะลา ๓ จุด และจังหวัดปัตตานี ๑ จุด ซึ่งฝ่ายความมั่นคงของไทยทราบข้อมูลเป็นอย่างดี ว่าวันที่ ๓๑ สิงหาคมของทุกปี ซึ่งตรงวันชาติของประเทศมาเลเซีย ถือเป็นวันสัญลักษณ์ที่กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน\\nบีอาร์เอน (Barisan Revolusi Nasional : BRN) หรือ “ขบวนการปฏิวัติแห่งชาติ” จะถือโอกาสก่อเหตุความไม่สงบ แต่กลับไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายได้ เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงของไทยมุ่งป้องกันเหตุร้ายเฉพาะที่ฐานปฏิบัติการเป็นหลัก เป็นเหตุให้เกิดช่องว่างในบางพื้นที่ ทำให้กลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอนสามารถก่อเหตุร้ายดังกล่าวได้ ซึ่งเหตุการณ์วางระเบิดเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการจับกุมและยึดยาไอซ์ล๊อตใหญ่ น้ำหนักกว่า ๙๐๐ กิโลกรัม ที่ลักลอบขนมาจากสามเหลี่ยมทองคำ โดยมีเป้าหมายปลายทางที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเกี่ยวข้องกับนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลคนใด เพราะกลุ่มคนร้ายที่ลักลอบขนยาเสพติด กับกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอน เป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวกัน มีการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดมีความเชื่อมโยงกับปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่\\n\t\tเนื่องจากปัจจุบันแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย บริเวณแม่น้ำ\\nสุไหงโก - ลก ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ประเทศไทย กับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เป็นพรมแดนธรรมชาติ มีความยาวประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร \\nยังไม่มีการสร้างรั้วป้องกันแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้การดูแลชายแดนเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งยังเป็นเหตุให้คนร้ายใช้ช่องทางธรรมชาติซึ่งคาดว่าอาจมี\\nมากถึง ๒๕๐ แห่ง ในการเดินทางเข้า - ออกระหว่างสองประเทศ เพื่อกระทำความผิดหลายประการ \\nทั้งการลักลอบขนยาเสพติด สินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงการก่อความไม่สงบในพื้นที่ \\n\t\tเมื่อไม่นานมานี้ ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ได้เสนอแนวความคิดให้ก่อสร้างกำแพงตลอดแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย เพื่อปิดช่องทางธรรมชาติที่กลุ่มคนร้ายใช้ลักลอบ\\nขนยาเสพติด พร้อมกับการติดตั้งกล้องวงจรปิดตามแนวชายแดนดังกล่าว ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวนับว่าเป็นประโยชน์ต่อกองทัพและหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศไทย ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรสนับสนุนประเทศมาเลเซียในการดำเนินการก่อสร้างกำแพงตลอดแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย เพื่อปิดช่องทางธรรมชาติที่กลุ่มคนร้ายใช้ในการกระทำความผิดดังกล่าว\\n\t\tอนึ่ง การพิจารณาแต่งตั้งแม่ทัพภาคที่ ๔ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรพิจารณาแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีความเหมาะสม ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [125,1889,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาร่องน้ำตื้นเขินในพื้นที่จังหวัดภาคใต้  ","จากในพื้นที่จังหวัดพังงา รวมทั้งจังหวัดบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน ประสบปัญหาร่องน้ำตื้นเขินซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงเพียงอาชีพเดียวไม่สามารถนำเรือออกทะเลเพื่อทำการประมง ทำให้ไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน และส่งผลให้พื้นที่ทำการประมงพื้นบ้านถูกทิ้งร้าง ขณะที่ประชาชนบางส่วนที่เสี่ยงนำเรือออกทะเลโดยฝ่าร่องน้ำตื้นเขินออกไป ประสบกับความเสียหายจากเรือเกยทราย เรือจม อันเนื่องมาจากร่องน้ำที่ตื้นเขินนั้น ต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งเรือและเครื่องมือประมง และบางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต ยกตัวอย่างพื้นที่ที่ประสบปัญหา คือ บริเวณบ้านบ่อดาน ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต้องทนทุกข์มานานหลายปี โดยที่รัฐบาลไม่มีมาตรการช่วยเหลือแต่อย่างใด\\n\t\tปัญหาร่องน้ำตื้นเขินมิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะในพื้นที่จังหวัดพังงาเท่านั้น หากแต่เกิดขึ้น\\nในแทบทุกพื้นที่ของจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งอันดามัน รวมทั้งลุกลามไปยังจังหวัดชายทะเลทั่วภาคใต้ ถือเป็นปัญหาด้านโครงสร้างของภาคใต้ มิใช่เรื่องเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเท่านั้น ประชาชนในพื้นที่ต้องการให้ภาครัฐบริหารจัดการแก้ไขปัญหาร่องน้ำตื้นเขินอย่างยั่งยืน เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้งบประมาณเป็นจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาด้วยการดูดทรายและขุดร่องน้ำ แต่ไม่นานหลังจากนั้น \\nร่องน้ำก็กลับมาตื้นเขินเช่นเดิม ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ไม่เกิดผลสำเร็จอย่างแท้จริง ดังนั้น\\nขอให้รัฐบาลพิจารณานำเรื่อง “ปัญหาร่องน้ำตื้นเขินในพื้นที่จังหวัดภาคใต้” ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้เร่งพิจารณาศึกษาและวิจัยปัญหาร่องน้ำตื้นเขินและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อทราบสาเหตุของปัญหาและมีวิธีการที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง\\n \t\t(๒) สร้างโมเดลต้นแบบการแก้ไขปัญหาร่องน้ำตื้นเขิน ที่สามารถใช้แก้ไขปัญหาทั้งในพื้นที่จังหวัดพังงาและพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน\\n\t\t(๓) พิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินการแก้ไขปัญหาร่องน้ำตื้นเขินในระยะยาวแบบยั่งยืน พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบความโปร่งใสของการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องประสบปัญหาดังกล่าวซ้ำอีก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [126,1887,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา จากเหตุภัยสงคราม","จากการลงพื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม (ด่านช่องจอม) อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ได้รับทราบปัญหา\\nที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ๓ ประการ ดังนี้\\n \t\t(๑) ปัญหารายได้และหนี้สิน พบว่าในระหว่างที่เกิดสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดน\\nไทย - กัมพูชา ผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณด่านช่องจอมมีรายได้ลดลงเป็นอย่างมาก หลายครอบครัวประสบปัญหาหนี้สินในครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ไม่มีเงินเพียงพอสำหรับชำระค่าเล่าเรียนของบุตร ตลอดจนการผ่อนชำระบ้าน รถยนต์ และเงินกู้ยืมจากธนาคาร \\n \t\t(๒) ปัญหาการเยียวยาจากภาครัฐ พบว่ามาตรการการเยียวยาเหตุภัยสงครามของรัฐ\\nมีข้อจำกัดสิทธิ โดยจ่ายเงินเยียวยาเฉพาะผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่เป็นพื้นที่เกิดการปะทะเท่านั้น ขณะที่มีประชาชนจำนวนมากที่เข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากินในพื้นที่เป็นเวลานาน แต่ไม่ได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน กลับไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐ ถือเป็นความไม่เป็นธรรมที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว\\n \t\t(๓) ปัญหาการเก็บกู้วัตถุระเบิดและกระสุนปืน พบว่าในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ มีวัตถุระเบิดและกระสุนปืนของประเทศกัมพูชาที่ยิงมาตกในพื้นที่ทำกินของประชาชนเป็นจำนวนมาก \\nซึ่งมีทั้งที่ยังตรวจไม่พบ และที่ตรวจพบแล้วแต่ยังไม่ได้เก็บกู้ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความรู้สึก\\nไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขณะนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร\\nซึ่งประชาชนอาจได้รับอันตรายจากวัตถุระเบิดและกระสุนปืนที่ตกในพื้นที่ทำกินดังกล่าว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้เร่งดำเนินการเจรจากับประเทศกัมพูชา เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน\\nในบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา \\n \t\t(๒) ขอให้ประสานความร่วมมือไปยังธนาคารและสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้พิจารณาผ่อนผันการชำระเงินกู้ยืม และการผ่อนชำระหนี้สินต่าง ๆ ให้แก่ประชาชน \\n \t\t(๓) ขอให้เร่งดำเนินการเก็บกู้วัตถุระเบิดและกระสุนปืนที่ยังคงตกค้างในพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย\\nในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน \\n \t\t(๔) เร่งดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การเยียวยาเหตุภัยสงคราม เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยสงคราม มีสิทธิได้รับการเยียวยา \\nไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีชื่อหรือไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็ตาม ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมและความปลอดภัย\\nในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [127,1885,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนของเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานครกับพื้นที่บางส่วนของจังหวัดสมุทรปราการ","จากประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงพื้นที่เขตธนบุรี เขตจอมทอง เขตราษฎร์บูรณะ และตั้งเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔ ตอนพิเศษ ๑๐๘ ง ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๐) ซึ่งกำหนดแนวเขตทุ่งครุ โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากคลองรางใหญ่ \\nคลองบางจาก คลองกระออม คลองตาสน ไปบรรจบกับคลองบางมด และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ (ราชกิจจานุเบกษา \\nเล่ม ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๒๑ ง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๒) ซึ่งกำหนดแนวเขตตำบลบ้านคลองสวน โดยมีแนวเขตเริ่มต้นจากสามแยกระหว่างคลองขุนราชพินิจใจ ถึงคลองกระออม คลองตาสน และคลองบางจาก ซึ่งประกาศกระทรวงมหาดไทยทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าวมีการกำหนดแนวเขตถูกต้องตรงกัน ไม่มีพื้นที่ทับซ้อน\\nแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง พบว่ามีพื้นที่ทับซ้อนกับจังหวัดสมุทรปราการ ๔.๗๒๙ ตร.กม. ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่ขององค์การบริหาร\\nส่วนตำบลบ้านคลองสวน ๔.๕๒๕ ตร.กม. และองค์การบริหารส่วนตำบลในคลองบางปลากด ๐.๒๐๔ ตร.กม.\\nโดยประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ๓๒,๐๘๓ คน บ้านเรือนของประชาชนได้รับผลกระทบ ๑๗,๐๔๓ หลังคาเรือน จากการถูกกำหนดให้มีทะเบียนบ้านและโฉนดที่ดินอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดสมุทรปราการ \\nทั้งที่โดยข้อเท็จจริงและตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวข้างต้น ประชาชนและพื้นที่เหล่านั้น\\nต้องอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สภาพปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่\\nทับซ้อนเป็นอย่างมาก อาทิ ปัญหาการออกใบมรณบัตร ปัญหาเขตอำนาจศาล ปัญหาการกำหนดเขตเลือกตั้ง \\nปัญหาการขออนุญาตตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรในพื้นที่ทับซ้อนประสบกับปัญหาการขอจดทะเบียนเกษตรกร เช่น เกษตรกรผู้ทำการประมงต้องจดทะเบียนที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องจดทะเบียนที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ถ้าเกษตรกรรายเดียวกันทำการเกษตรหลายประเภท เช่น ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการประมง ต้องแยกจดทะเบียนเกษตรกรแต่ละประเภท\\nทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ดังนั้น ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาสั่งการให้กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยข้างต้นอย่างเคร่งครัด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [128,1883,128,"นางวาสนา ยศสอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แต่ต้นทุนในการปลูกยางพาราเพิ่มสูงขึ้น","จากเกษตรกรชาวสวนยางพาราประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากต้นทุนในการปลูกยางพารามีราคาปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ยและราคาต้นพันธุ์ยางพารา โดยไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดลง ขณะเดียวกันราคาจำหน่ายยางพารากลับตกต่ำและมีราคาไม่แน่นอน เป็นเหตุให้เกษตรกรชาวสวนยางพารามีรายได้ตกต่ำลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n\t\t(๑) ขอให้ควบคุมราคาสินค้าต้นทุนของการปลูกยางพารา ได้แก่ ปุ๋ย ต้นพันธุ์ยางพารา \\nให้มีราคาที่เหมาะสม\\n\t\t(๒) ขอให้พิจารณาจัดสรรปุ๋ยราคาถูกให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยอาจใช้กลไกของรัฐหรือกลไกของสหกรณ์การเกษตร ตามที่พิจารณาเห็นว่าเหมาะสม\\n\t\t(๓) ขอให้แก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เกษตรกรชาวสวนยางพาราต้องขายยางพาราผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งราคาที่รับซื้อยังไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรชาวสวนยางพาราเท่าที่ควร\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ \\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [129,1881,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้เร่งรัดและติดตามการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)  เพื่อดำเนินการปล่อยกู้ให้แก่นักเรียน/นักศึกษา โดยเร็วที่สุด","สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้ดำเนินการจัดสรรเงินกู้ยืมครั้งที่ ๑ วงเงินประมาณ ๓,๑๐๐ ล้านบาท สำหรับให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่นักเรียน/นักศึกษา ในภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ และต่อมา เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการจัดสรรงบประมาณ ๘,๔๘๘ ล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเป็นเงินทุนสำรองให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สามารถดำเนินการจัดสรรเงินกู้ยืมครั้งที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๘ และต่อมา เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ กยศ. ได้ดำเนินการจัดสรรเงินกู้ยืมครั้งที่ ๒ เพื่อจ่ายให้แก่นักเรียน/นักศึกษาเพิ่มเติม โดยผู้กู้ยืมต้องแจ้งความประสงค์กู้ยืมผ่านระบบ “กยศ. Connect” พร้อมทั้งแนบไฟล์เอกสารในระบบให้ครบถ้วน ดำเนินการจัดทำสัญญากู้ยืมเงิน ยืนยันการเบิกเงินกู้ยืม และลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ อย่างไรก็ตาม ระบบ “กยศ. Connect” มีปัญหาขัดข้องในการใช้งาน และ กยศ. อยู่ระหว่างแก้ไขการใช้งานระบบยังไม่แล้วเสร็จ เป็นเหตุให้จนถึงขณะนี้ กยศ. ยังพิจารณาเรื่องของนักเรียน/นักศึกษาที่แจ้งความประสงค์กู้ยืมจากวงเงินที่ได้รับการจัดสรรเงินกู้ยืมครั้งที่ ๑ ไม่เสร็จ โดยมีการขยายกรอบระยะเวลาพิจารณาออกไป ดังนั้น ขอให้กระทรวงการคลังเร่งรัดและติดตามการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อดำเนินการปล่อยกู้ให้แก่นักเรียน/นักศึกษา โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้การศึกษาเป็นเครื่องมือ\\nในการพัฒนาทุนมนุษย์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",15,2568,"2025-09-02T00:00:00"],
    [130,1879,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการแก้ไขปัญหาพัฒนาเศรษฐกิจระดับจังหวัดอย่างยั่งยืน","จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ และมีประชากร ประมาณ ๑.๕๖ ล้านคน กำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ถึงแม้ว่าภาคเกษตรกรรมจะขยายตัวจากผลผลิตยางพารา ทุเรียน และน้ำมันปาล์มที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้น แต่ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ รวมถึงการใช้จ่ายของภาครัฐกลับหดตัว ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจของจังหวัดชะลอลง ซึ่งด้านการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราชมีศักยภาพสูง ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และอาหารพื้นถิ่น แต่ยังไม่สามารถพัฒนาให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดยังอยู่อันดับที่ ๖ ของภาคใต้ ซึ่งต่ำกว่าเมืองท่องเที่ยวหลักอย่างจังหวัดภูเก็ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และจังหวัดสงขลา สำหรับภาคอุตสาหกรรม ถึงแม้จะมีแนวคิดจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ท่าเรือน้ำลึก และการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แต่ยังไม่สามารถดำเนินการให้เกิดผลได้ ส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ประสบปัญหาการจับจ่ายใช้สอยที่ฝืดเคือง ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งรัดการผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดนครศรีธรรมราชไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยเน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูป การยกระดับการท่องเที่ยว และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนแก่ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับประเทศต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [131,1877,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","จากเหยื่อสู่ผู้ต้องหา ช่องโหว่ของระบบบัญชีม้า","สถานการณ์การแพร่ระบาดของอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะ\\nการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น กลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลงทุน และการฉ้อโกงทางดิจิทัล ส่งผลให้บัญชีม้าหรือบัญชีธนาคารที่มิจฉาชีพนำไปใช้เพื่อปกปิดตัวตน กลายเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการกระทำผิด ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้บริสุทธิ์ที่ถูกนำข้อมูล\\nส่วนบุคคลไปใช้ในการเปิดบัญชีโดยไม่รู้ตัว และต้องตกเป็นผู้ต้องหาโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ\\n \t\tปัจจุบันพบว่าการบังคับใช้กฎหมายยังขาดความยืดหยุ่นและไม่สามารถแยกแยะระหว่างผู้สมรู้ร่วมคิดกับผู้บริสุทธิ์ที่ถูกแอบอ้างได้อย่างชัดเจน นำไปสู่ความเสียหายทั้งด้านเวลา ทรัพย์สิน และชื่อเสียงของผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีกรณีร้ายแรงที่ผู้เสียหายถึงแก่ชีวิตจากความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาบัญชีม้าอย่างเป็นระบบ จึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑) ปรับปรุงกลไกการตรวจสอบการเปิดบัญชีธนาคารให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลชีวมาตร และระบบแจ้งเตือนเจ้าของบัญชีเมื่อมีการเปิดบัญชีใหม่\\n \t\t๒) จัดให้มีมาตรการคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ที่มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นธรรม หากพบว่า\\nมีการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ ต้องยุติการดำเนินคดีโดยเร็ว เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน\\n \t\t๓) ป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทางด้วยการยกระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ควบคุมแอปพลิเคชันเงินกู้ผิดกฎหมาย และรณรงค์ให้ประชาชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์\\n \t\t๔) จัดตั้งกองทุนเยียวยาผู้เสียหาย เพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับผลกระทบ\\nทั้งทางการเงิน จิตใจ และการประกอบอาชีพ\\n\t\t๕) เร่งกำหนดมาตรการเชิงระบบที่มีประสิทธิภาพ ครบวงจร และเป็นธรรม \\nโดยดำเนินการควบคู่กันทั้งด้านกฎหมาย เทคโนโลยี การสืบสวน และการคุ้มครองสิทธิประชาชน \\nเพื่อไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็น “แพะรับบาป” และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม\\nและภาครัฐในยุคดิจิทัล\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [132,1875,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขบวนการโกงสลากผู้พิการ","ได้รับการร้องเรียนจากผู้พิการในจังหวัดนนทบุรีเกี่ยวกับการถูกสวมสิทธิ\\nในการรับจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้ผู้พิการ โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตาไม่ได้รับสลากไปจำหน่าย ทั้งที่ควรเป็นสิทธิที่ได้รับการจัดสรรเพื่อสร้างรายได้ในการยังชีพ โดยปัญหาดังกล่าวได้มีการร้องเรียนอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานกว่า ๔ - ๕ ปี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่มูลค่าความเสียหายสูงมาก โดยมีการประเมินว่าตลอด ๖๗ ปีที่ผ่านมา อาจมีความเสียหาย มากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท จึงสะท้อนถึงความผิดปกติในกระบวนการจัดสรรสิทธิในการรับสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่ผู้พิการ ซึ่งอาจมีบุคคลบางกลุ่มดำเนินการเป็นขบวนการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจังในประเด็นการทุจริตและการฟอกเงิน เพื่อปกป้องสิทธิและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้พิการ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางของสังคม","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [133,1873,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","วงงานรัฐสภา","ร้องเรียนอาหารในรัฐสภาราคาแพง","กรณีการเปลี่ยนแปลงผู้จำหน่ายอาหารภายในรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ ส่งผลให้ผู้จำหน่ายอาหารรายเดิมต้องยุติการประกอบอาชีพโดยกะทันหัน และมิได้รับการเยียวยาหรือการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายอาหารใหม่แต่อย่างใด ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของผู้จำหน่ายอาหาร และครอบครัว นอกจากนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อประชาคมรัฐสภา อาทิ ผู้ปฏิบัติงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน สื่อมวลชน ตลอดจนประชาชนผู้มาติดต่อราชการ ที่ต้องรับภาระค่าอาหารที่มีราคาสูงขึ้นกว่า ร้อยละ ๓๐ - ๑๐๐ ซึ่งเกินกว่ากำลังทรัพย์ของบุคคลส่วนใหญ่จะสามารถรับได้ ถึงแม้ว่าศูนย์อาหารแห่งใหม่ที่เปิดให้บริการ ณ ชั้นบี ๒ จะมีความสะดวก หรูหรา และได้จัดให้มีร้านอาหารที่มีชื่อเสียงเข้ามาให้บริการ แต่ยังปรากฏข้อจำกัดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้จำหน่ายอาหารรายเดิมได้เข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้ง ยังไม่มีการจัดให้มีร้านอาหารราคาประหยัด เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้มีรายได้น้อย อันเป็นเหตุให้ประชาคมรัฐสภาต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนทั้งด้านรายจ่ายและการเข้าถึงอาหาร\\nในชีวิตประจำวัน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังประธานรัฐสภาเพื่อโปรดพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑) จัดสรรพื้นที่ให้ผู้จำหน่ายอาหารรายเดิมได้จำหน่ายอาหารราคาประหยัด\\n \t\t๒) กำหนดมาตรการควบคุมราคาอาหารให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้ใช้บริการ\\n \t\t๓) สนับสนุนทางเลือกด้านอาหารที่หลากหลายทั้งคุณภาพและราคา","ประธานรัฐสภา ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [134,1871,29,"นายชวภณ วัธนเวคิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาช้างป่าบุกรุกที่ดินทำกิน","ลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ จังหวัดตราด พบปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง อีกทั้งยังมีกรณีทำร้ายประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยช้างป่าไม่ได้กลับเข้าสู่พื้นที่ป่ามานานกว่า ๒ ปี และใช้พื้นที่สวนผลไม้เป็นแหล่งหากินถาวร โดยประชาชนได้เสนอข้อเรียกร้อง จำนวน ๓ ประการ ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ชุมชนอย่างถาวร\\n \t\t๒) ขอให้สนับสนุนงบประมาณแก่ชุดอาสาสมัครเพื่อเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า\\n \t\t๓) ขอให้จ่ายค่าเยียวยาความเสียหายที่สอดคล้องกับความเป็นจริง\\n \t\tอย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงว่า ได้มีการจัดทำระเบียบเพื่อการช่วยเหลือตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังแล้ว แต่ยังมิได้รับการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาล จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้โดยทันที ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณาจัดสรรงบกลางสำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [135,1869,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","นโยบายของรัฐบาล","ค่าตอบแทนอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.)","จากอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ กำหนดให้มีหน่วยอาสาสมัครในทุกเขตของกรุงเทพมหานคร และทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และตามมาตรา ๒๘ กำหนด\\nให้สมาชิกหน่วยอาสาสมัครต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน รวมทั้งข้อบังคับและระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดการฝึกอบรม อปพร. อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีกำลังพลทั้งสิ้น ๖๓๐,๘๔๔ คน และมีหน่วย อปพร. จำนวน ๘,๗๙๘ หน่วย (ข้อมูล ณ วันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) โดยตั้งเป้าหมาย\\nเพิ่มจำนวน อปพร. ให้ได้ ๑ ล้านคน หรือร้อยละ ๒ ของประชากรในแต่ละพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย\\n \t\tอปพร. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคราชการ ทั้งการป้องกันและปราบปรามเหตุร้าย รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตื่นตัวในการเฝ้าระวังภัยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเกิดความอบอุ่นใจ มั่นใจในความปลอดภัย และช่วยลดอาชญากรรมในพื้นที่ ในระยะแรก อปพร. ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักจิตอาสาโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมา ได้มีการกำหนดค่าตอบแทนตามชั่วโมงการปฏิบัติงาน คือ ปฏิบัติงานไม่เกิน ๔ ชั่วโมง ได้รับ ๑๐๐ บาท ปฏิบัติงาน ๔ - ๘ ชั่วโมง ได้รับ ๒๐๐ บาท และปฏิบัติงานเกิน ๘ ชั่วโมง ได้รับ ๓๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนเป็นรายเดือนให้แก่อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) เช่นเดียวกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [136,1867,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาภัยการเงินในระบบเศรษฐกิจและการเงินไทยในยุคดิจิทัล","จากภัยทางการเงินเป็นปัญหาที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก รวมทั้ง\\nในประเทศไทย โดยมีจำนวนผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบรุนแรงทั้งในระดับบุคคล \\nครัวเรือน และต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่การใช้บริการทางการเงินออนไลน์แพร่หลาย แม้เทคโนโลยีดังกล่าวจะอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดช่องทาง\\nให้การหลอกลวงแพร่หลายมากขึ้น ทั้งการสร้างแพลตฟอร์มที่เอื้อให้คนแปลกหน้าติดต่อกันได้ง่าย \\nการอาศัยระบบการชำระเงินที่รวดเร็วเพื่อการฟอกเงินและการปกปิดธุรกรรมทางการเงิน ประกอบกับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้บริการ ยิ่งทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย\\n\\nลักษณะ...\\n\t\tลักษณะภัยทางการเงินในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการฉ้อโกง\\nที่ผู้เสียหายยินยอมทำธุรกรรมด้วยตนเอง ภายใต้อิทธิพลของเทคนิคการหลอกลวงที่ใช้ทั้งเทคโนโลยี \\nข้อมูลส่วนบุคคล และจิตวิทยาเชิงพฤติกรรม มุ่งโจมตีอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์ ได้แก่ ความกลัว ความโลภ ความหลง หรือความเมตตา ส่งผลให้ภัยการเงินสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่จำกัดกลุ่มหรืออาชีพ \\nซึ่งการรับมือกับภัยทางการเงินมิใช่เพียงประเด็นด้านเทคโนโลยี หากต้องอาศัยความหลากหลายทางศาสตร์ โดยชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกและความทั่วถึงที่เทคโนโลยีมอบให้ กับความปลอดภัยของระบบการเงิน มาตรการแก้ไขจึงต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งการป้องกันการตรวจจับ การบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนการเยียวยาผู้เสียหาย โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี หน่วยงานกำกับดูแล และกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันยังจำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้แก่ประชาชน เพื่อให้ตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงและสามารถป้องกันตนเองได้ ดังนั้น จึงมีข้อซักถามไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่ารัฐบาลมีนโยบายเชิงรุกอย่างไร ในการรักษาสมดุลระหว่างความสะดวกของการเงินดิจิทัลกับความปลอดภัยของระบบการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และป้องกันไม่ให้ภัยทางการเงินกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [137,1865,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาราคาน้ำนมโคตกต่ำ","เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศได้ร้องเรียนโดยชี้ให้เห็นถึงปัญหา\\nราคาน้ำนมโคตกต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบอาชีพเลี้ยงโคนม ปัจจุบันมีเกษตรกร\\nผู้เลี้ยงโคนม จำนวน ๑๕,๖๕๕ ครัวเรือน เลี้ยงโคนม รวมประมาณ ๕๗๘,๐๐๐ ตัว และสามารถรีดนมได้ จำนวน ๒๔๗,๐๐๐ ตัว คิดเป็นปริมาณน้ำนมดิบ เฉลี่ย ๒,๙๗๔.๙๘ ตันต่อวัน โดยราคาที่เกษตรกรขายได้ \\nอยู่ที่ ๒๖.๘๑ บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงกว่า ๑๘ บาทต่อกิโลกรัม จึงทำให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง\\n \t\tทั้งนี้ อาชีพการเลี้ยงโคนมถือเป็นอาชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จ\\nพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงเล็งเห็นถึงคุณค่าของน้ำนม\\nในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชน แต่ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการ\\nเปิดเสรีทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ โดยการลดหย่อนภาษีนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์นม นมผง มันเนย และเครื่องดื่มประเภทนม ส่งผล\\nให้ผู้ประกอบการหันไปใช้นมจากต่างประเทศซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำนมดิบในประเทศ ปัญหานี้จึงตกเป็นภาระของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยตรง ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น งบประมาณโครงการนมโรงเรียน ปีละประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้นักเรียนจำนวนมากกว่า \\n๕.๙ ล้านคน ได้ดื่มนมไม่น้อยกว่า ๒๖๐ วันต่อปี แต่ในทางปฏิบัติ กลับให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย รับซื้อน้ำนมดิบเพียง ๗๖ ตันต่อวัน หรือร้อยละ ๖ ของปริมาณที่เกษตรกรผลิตได้ \\nทำให้งบประมาณจำนวนมากไม่ก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลปรับปรุงมาตรการโดยกำหนดให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย รับซื้อน้ำนมดิบในสัดส่วนที่มากขึ้น เพื่อนำไปผลิตเป็นนมพาสเจอร์ไรส์หรือยูเอชที กระจายสู่โครงการนมโรงเรียน และควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เด็กนักเรียนสามารถบริโภคนมได้ครบ ๓๖๕ วันต่อปี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืน รักษาอาชีพพระราชทานให้คงอยู่ และสร้างหลักประกันด้านคุณภาพชีวิตและโภชนาการที่ดีแก่เยาวชนไทยในระยะยาว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [138,1863,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","การก่อการร้ายและเรียกค่าคุ้มครองนักลงทุนใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้","ห้วงเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทวีความรุนแรงและขยายเป้าหมายไปสู่การทำลายเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด โดยกลุ่มก่อการร้าย\\nได้ก่อเหตุรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการลงทุนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญ\\nของจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดปัตตานี อาทิ การเผาทำลายโรงไฟฟ้าชีวมวลในตำบลกายุคะ อำเภอแว้ง การก่อเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ณ ชุดคุ้มครองตำบลบ้านศาลาใหม่ อำเภอตากใบ การวางเพลิงและทำลายทรัพย์สินของบริษัทเอเชีย เหมืองแร่ อุตสาหกรรม จำกัด ตำบลช้างเผือก อำเภอจะนะ ตลอดจนการใช้อาวุธบุกทำลายเครื่องจักรกลก่อสร้างชลประทานในตำบลปล่องหอย อำเภอกระพ้อ เหตุการณ์เหล่านี้\\nได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาคการลงทุนและเศรษฐกิจของพื้นที่ ปรากฏการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน โดยเฉพาะกลุ่มบีอาร์เอ็น \\nที่มิได้จำกัดเป้าหมายเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ได้ขยายไปสู่การทำลายเศรษฐกิจและสาธารณูปโภค เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัว และผลักดันให้นักลงทุนถอนตัวออกจากพื้นที่ ซึ่งยุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ การทำลายเศรษฐกิจ การโจมตีสาธารณูปโภค การโจมตีศูนย์ราชการ และการทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐอย่างเป็นระบบ ยิ่งไปกว่านั้น จากข้อมูลการสืบสวนในทางลับ \\nได้เผยให้เห็นมิติของการเรียกค่าคุ้มครอง โดยมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ และผู้มีอิทธิพลบางส่วนอยู่เบื้องหลัง เมื่อไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับค่าคุ้มครอง จึงนำไปสู่การใช้กลุ่มติดอาวุธเข้าก่อเหตุรุนแรง \\nผลที่ตามมา คือความเสียหายต่อเศรษฐกิจ การลงทุนและความเชื่อมั่นของสังคมโดยรวม ซึ่งอาจนำไปสู่ความหายนะของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากปราศจากมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจนและจริงจังจากภาครัฐ ภายใต้บรรยากาศแห่งความหวาดกลัวนี้ ทำให้นักลงทุนในพื้นที่รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินมาตรการคุ้มครองการลงทุน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการ เนื่องจากปัจจุบันยังไม่ปรากฏมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องกันเหตุร้าย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนแต่อย่างใด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [139,1861,138,"นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้ควบคุมกรอบเวลาการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้เหมาะสม","รายงานข่าวเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๘ ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ระหว่าง\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๗ กระทรวงสาธารณสุขมีการสูญเสียบุคลากรด้านสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก\\nถึง ๓๓,๘๕๓ คน โดยสาเหตุหลักมาจากการลาออกจากราชการ ส่งผลให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีจำนวนข้าราชการลาออกสูงสุด ถึงแม้ว่าแพทยสภาได้ออกประกาศแพทยสภา ลงวันที่ ๑๗ \\nพฤษภาคม ๒๕๖๕ เรื่อง แนวทางการกำหนดกรอบเวลาการทำงานของแพทย์ภาครัฐ เพื่อเป็นแนวทาง\\nให้ผู้บริหารสถานพยาบาลภาครัฐจัดอัตรากำลังและระบบการทำงานของแพทย์ให้เหมาะสม โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการจำกัดชั่วโมงทำงานนอกเวลาราชการไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การปฏิบัติงานเวรอุบัติเหตุและฉุกเฉินไม่เกิน ๑๖ ชั่วโมงติดต่อกัน และในกรณีที่ต้องปฏิบัติงานต่อเนื่อง ๒๔ ชั่วโมง ต้องได้รับ\\nการพักผ่อนอย่างน้อย ๔ ชั่วโมง แต่ประกาศดังกล่าว ยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ\\n \t\tปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขมีบุคลากรเพียงร้อยละ ๕๐ ของภาระงานด้านสาธารณสุขที่ต้องรับผิดชอบ ส่งผลให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านสาธารณสุขต้องปฏิบัติงานเกินกว่ากรอบเวลา\\nที่กำหนดในประกาศแพทยสภา อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บุคลากรทยอยลาออกจากราชการอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดภาระงานเพิ่มขึ้นแก่บุคลากรที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาบังคับใช้ประกาศแพทยสภา ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เพื่อเป็นกลไกกำกับให้ผู้บริหารสถานพยาบาลภาครัฐดำเนินการจัดสรรอัตรากำลัง และระบบการทำงานของแพทย์ให้สอดคล้องกับภาระงานที่แท้จริง เพื่อให้บุคลากรด้านสาธารณสุขสามารถปฏิบัติหน้าที่ภายในกรอบเวลาที่เหมาะสม มีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [140,1859,46,"นายเดชา นุตาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การยกเลิกสัญญา “คลินิกชุมชนอบอุ่น” ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร","สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ดำเนินการยกเลิกสัญญาคลินิกชุมชนอบอุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ กฤษณะสหคลินิก สกุลดีสหคลินิก \\nและคลินิกเวชกรรมเดอะซีพลัส สาขาลาซาล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ซึ่งส่งผลให้ประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองที่เคยลงทะเบียนกับคลินิกดังกล่าว ต้องได้รับการจัดสรรหน่วยบริการ\\nปฐมภูมิแห่งใหม่ ประชาชนผู้ใช้บริการ ณ กฤษณะสหคลินิก และสกุลดีสหคลินิกในเขตหนองจอก จำนวน ๙,๖๖๑ คน ได้รับการจัดสรรให้ไปรับบริการที่หทัยราษฎร์คลินิกเวชกรรม สาขาหนองจอก \\nและในทำนองเดียวกัน ผู้ใช้บริการ ณ คลินิกเวชกรรมเดอะซีพลัส สาขาลาซาล ได้รับการจัดสรร\\nให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลบางนา ๑\\n \t\tอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอกที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล เนื่องจากหน่วยบริการแห่งใหม่ตั้งอยู่ห่างไกลจากที่พักอาศัยเป็นอย่างมาก ทั้งที่ในพื้นที่เขตหนองจอก\\nมีโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของรัฐในสังกัดกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ และสามารถอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากกว่า ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้โปรดพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่\\nเขตหนองจอกเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขได้อย่างสะดวกและไม่ติดขัดต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [141,1857,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","สถานการณ์ปัจจุบันและผลกระทบจากการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา(กยศ.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘","สืบเนื่องจากการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้มีการดำเนินการเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษา แต่การดำเนินงานดังกล่าวได้เผชิญกับปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้เรียนและระบบการศึกษาโดยรวม โดยเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณฉุกเฉินหรือจำเป็นตามที่กระทรวงการคลังเสนอ จำนวน ๒,๘๓๘ ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานของ กยศ. และต่อมา กยศ. ได้จัดสรรเงินกู้ยืม ครั้งที่ ๑ วงเงินประมาณ ๓,๑๐๐ ล้านบาท ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เพื่อให้นักศึกษาได้นำไปใช้จ่ายในภาคเรียนที่ ๑ ของปีการศึกษา ๒๕๖๘ ต่อมาเมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก จำนวน ๘,๔๘๘ ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนสำรอง และในวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๘ กยศ. ได้ดำเนินการจัดสรรเงินกู้ยืมครั้งที่ ๒ วงเงิน ๘,๔๘๘ ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุมนักศึกษาที่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์เพิ่มเติม\\n \t\tจากการดำเนินงานดังกล่าว มีข้อสังเกตว่าการจัดสรรงบประมาณยังไม่สอดคล้อง\\nกับความต้องการที่แท้จริง ตัวอย่างเช่น กรณีที่เกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง มีนักศึกษาแจ้งความประสงค์\\nขอกู้ยืมสูงถึง ๓,๐๐๐ คน แต่ได้รับเงินกู้ยืมจริงเพียง ๒๕๐ คนเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อนักศึกษาที่ไม่ได้รับเงินกู้ยืม\\nจาก กยศ. บางส่วนต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินกู้ยืมอื่น เพื่อนำมาชำระค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็น บางรายต้องขอผ่อนผันกับทางมหาวิทยาลัย และบางรายจำเป็นต้องพักการศึกษาไว้ชั่วคราว นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้นักศึกษาไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนการขอกู้ยืม ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น ดังนี้\\n\t\t๑.\tควรพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงินเพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นของนักศึกษา และส่งเสริมให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาตามนโยบาย “อยากเรียน ต้องได้เรียน”\\n\t\t๒.\tควรปรับปรุงระบบการประสานงานและการสื่อสาร เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน\\nแก่นักศึกษาในทุกขั้นตอน\\n\t\t๓.\tเนื่องจากวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้ในการกู้ยืมสามารถทราบล่วงหน้า ตั้งแต่เดือนมีนาคมของทุกปี จึงควรมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าและกำหนดนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานของ กยศ. เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [142,1855,14,"นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์","นโยบายของรัฐบาล","กลโกงคาร์บอนเครดิตหลอกลวงประชาชน","จากปัจจุบันได้มีมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนโดยการปั่นราคาคาร์บอนเครดิตโดยการสร้างตลาดปลอมหรือโฆษณาเกินจริงเพื่อจูงใจให้ประชาชนลงทุน ซึ่งกำลังเป็นความเสี่ยงใหม่\\nที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในระดับท้องถิ่น โดยคาร์บอนเครดิตนั้นเป็นกลไกในการชดเชยการปล่อย\\nก๊าซเรือนกระจกที่ต้องมีการจัดทำเป็นโครงการและได้รับการรับรองตามมาตรฐานในระดับประเทศ \\nคือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และหน่วยงานมาตรฐานสากล คือ Verra และ Gold Standard\\n\t\tอย่างไรก็ตาม ได้มีบุคคลและองค์กรบางกลุ่มอ้างการดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิต\\nโดยไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีการจัดอบรม สัมมนา เรียกเก็บค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม โดยนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อชักชวนประชาชนและเกษตรกรเข้าร่วม โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนจำนวนมาก\\nแต่ความจริงกลับเป็นการหลอกลวง ทำให้ประชาชนสูญเสียทรัพย์สินและไม่ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง \\nอีกทั้ง ยังส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย ดังนั้น จึงขอให้\\nองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และองค์การ\\nบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนแก่ประชาชนเพื่อให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมาตรฐานและกระบวนการที่แท้จริงของโครงการคาร์บอนเครดิต ตลอดจนป้องกันมิให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงของมิจฉาชีพ ซึ่งจะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยให้คงอยู่ในระดับสากลต่อไป\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [143,1853,173,"นายสุนทร เชาว์กิจค้า","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายแจกตั๋วเครื่องบินให้ชาวต่างชาติ","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะขอจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือมีความจำเป็น วงเงิน ๗๐๐ ล้านบาท \\nเพื่อให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดำเนินโครงการ “Buy International, Free Thailand Domestic Flights” (ซื้อตั๋วจากต่างประเทศบินเข้าประเทศไทย รัฐบาลสนับสนุนแจกตั๋วฟรีเส้นทางบินในประเทศ) เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ในประเทศไทยนั้น \\nผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่าไม่สมควรดำเนินการ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยมีทั้งทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหารไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกมาเยือนประเทศไทยเพราะความคุ้มค่าและความมีชื่อเสียงอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อแจกบัตรโดยสารเครื่องบินฟรี นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหา\\nที่แท้จริงของการท่องเที่ยว สิ่งที่นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญมากที่สุดคือความปลอดภัย ความมั่นใจ \\nและคุณภาพของการท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงการได้รับบัตรโดยสารเครื่องบินฟรี หากปัญหาความไม่ปลอดภัย การเอารัดเอาเปรียบ และการบริการที่ไม่ได้มาตรฐานยังคงอยู่ ก็ไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าว อาจก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางผลประโยชน์ เนื่องจากนักท่องเที่ยว\\nอาจเดินทางท่องเที่ยวในเส้นทางที่มีสนามบินเท่านั้น ในขณะที่จังหวัดที่เป็นเมืองรองในพื้นที่ห่างไกล\\nหรือหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่มีสนามบินจะไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว แต่ต้องร่วมรับภาระภาษีเพื่อสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว ดังนั้น จึงขอเสนอให้นำเงินงบประมาณ จำนวน ๗๐๐ ล้านบาท ไปพัฒนาด้านความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐานการท่องเที่ยว อาทิ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยว การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สะดวก\\nและปลอดภัย การปรับปรุงห้องน้ำสาธารณะ ป้ายบอกทาง รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านภาษาและการบริการของบุคลากร ซึ่งจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มั่นคงถาวรและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวให้กลับมาเยือนซ้ำ\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [144,1851,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","ความเดือดร้อนของประชาชน","สวัสดิการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)","อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ถือเป็นกำลังสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) อสม. เป็นผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าในการเฝ้าระวัง ดูแลผู้ป่วย ประสานงานกับบุคลากรทางการแพทย์\\nและสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพในชุมชน อสม. จึงเปรียบเสมือนหัวใจของระบบสาธารณสุขไทย แต่ปัจจุบัน อสม. ยังไม่ได้รับสิทธิและสถานะที่เหมาะสม ทั้งค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับภาระงาน\\nขาดหลักประกันชีวิต และยังไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางเพื่อยกระดับศักดิ์ศรี ความมั่นคง และขวัญกำลังใจแก่ อสม. ดังนี้\\n \t\t๑)\tกำหนดอายุการปฏิบัติงาน โดยเปิดโอกาสให้ อสม. ที่สามารถปฏิบัติงานได้\\nถึงอายุ ๗๐ ปี และกำหนดเกษียณอายุของ อสม. รุ่นใหม่ไม่เกิน ๖๕ ปี ให้สอดคล้องกับศักยภาพจริง\\n \t\t๒)\tปรับปรุงค่าตอบแทนและสวัสดิการ โดยปรับค่าตอบแทนให้เหมาะสมกับภาระงาน จัดให้มีสิทธิการรักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพประจำปี และจัดตั้งกองทุนคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วย\\nหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่\\n \t\t๓)\tพัฒนาศักยภาพและเสริมทักษะให้แก่ อสม. นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ \\nโดยการส่งเสริมการอบรมเพื่อเพิ่มจำนวน อสม. นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากปัจจุบันมีเพียง \\n๓๕,๐๐๐ คน ทั่วประเทศ เพื่อให้ อสม. นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถตรวจสอบสารปนเปื้อนในอาหาร และเฝ้าระวังโรคในระดับชุมชน\\n \t\t๔)\tสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและงบประมาณ โดยจัดสรรงบประมาณและอุปกรณ์ที่จำเป็น และจัดตั้งศูนย์ประสานงาน อสม. ในทุกอำเภอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน\\n \t\t๕)\tยกระดับสถานะทางกฎหมาย โดยกำหนดให้ อสม. มีสถานะเป็นผู้ปฏิบัติงาน\\nด้านสุขภาพชุมชน ที่มิใช่อาสาสมัคร มีการรับรองสิทธิและศักดิ์ศรีอย่างเหมาะสม\\n \t\tทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว มิได้เป็นเพียงการจัดสวัสดิการแก่ อสม. เท่านั้น \\nแต่เป็นการเสริมสร้างระบบสาธารณสุขไทยให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน มีความเกื้อกูล และมีมนุษยธรรม โดยไม่ทิ้งบุคลากรด่านหน้าไว้เบื้องหลัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",13,2568,"2025-08-26T00:00:00"],
    [145,1849,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","โครงการก่อสร้างสะพานแม่น้ำว้า บ้านนาสา ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนบ้านนาสา ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้รับความเดือดร้อนจากสะพานไม้เดิมที่เรียกว่า “สะพานไม้ไผ่ (ขัวแตะ)” ซึ่งประชาชนในพื้นที่ใช้สัญจรไปมา สะพานดังกล่าวสร้างขึ้นด้วยแรงคนจากประชาชนในพื้นที่ โดยทุกปีหลังจากฤดูน้ำหลาก\\nสิ้นสุดลงและเข้าสู่ฤดูแล้ง ประชาชนในพื้นที่จะร่วมกันซ่อมแซมสะพานแห่งนี้เป็นประจำทุกปี และเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการออกแบบการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายละเอียดโครงการดังนี้ \\n- จุดเริ่มต้นโครงการ บ้านนาสา หมู่ที่ ๓ ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน\\n\t- จุดสิ้นสุดโครงการ บ้านท่าลี่ หมู่ที่ ๔ ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน\\n- รายละเอียดการก่อสร้าง เป็นการก่อสร้างถนนต่อเชื่อมสะพานหัวท้ายมีความยาวรวมกัน จำนวน ๖๕๒.๕ เมตร ความยาวตัวสะพาน ๑๗๐ เมตร รวมหัวท้ายและความยาวสะพาน ๘๒๒ เมตร จุดสิ้นสุดที่บ้านท่าลี่ หมู่ ๔ ตำบลขึ่ง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน แบ่งถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่บ้านนาสา \\nมีระยะทางความยาว ๔๑๐ เมตร ฝั่งบ้านท่าลี่ ตำบลขึ่ง มีความยาว ๒๔๒ เมตร ทั้ง ๒ ด้าน มีความกว้าง \\n๖ เมตร มีไหล่ทางข้างละ ๑ เมตร รวมถนนและไหล่ทาง ๘ เมตร ส่วนช่วงของสะพานมีความยาว \\n๑๗๐ เมตร แบ่งเป็น ๓ ช่วง ช่วงสแปน (span) ซ้าย-ขวา ความยาว ๒๐ เมตร หัวท้าย ๒ ตับ ช่วงกลาง\\nสแปนยาว ๓๐ เมตร ระยะ ๓ ตับ ความกว้างของสะพาน ๙ เมตร ไม่มีไหล่ทาง ไหล่ทางคือทางเท้า\\nทั้งนี้ การก่อสร้างสะพานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ ปัจจุบันได้รับอนุญาตจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่านแล้ว โดยมีเอกสารอนุญาตให้ก่อสร้างสะพาน\\nในเขตป่าตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีมติให้รักษาไว้ด้านป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำน่าน แปลงที่ ๒๙ ท้องที่ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งาน ๙๙ ตารางวา ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างสะพานคอนกรีตให้กับประชาชนบ้านนาลา ตำบลไหล่น่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ",null,"วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [146,1847,68,"นายนิพนธ์ เอกวานิช","นโยบายของรัฐบาล","งบประมาณจังหวัดภูเก็ต ","สืบเนื่องจากหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของพื้นที่ ขอยกตัวอย่าง กรณีจังหวัดภูเก็ต ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ต\\nมีศักยภาพและความสามารถทางเศรษฐกิจ ดังนี้\\n(๑)\tรายได้จากการท่องเที่ยว\\n\t  \t จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ จังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยว ๔๙๗,๕๒๓ ล้านบาท ซึ่งเป็นอันดับที่ ๒ ของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร และเป็นอันดับที่ ๑ ของภาคใต้\\n(๒)\tการจัดเก็บภาษี\\n\t     การจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ จังหวัดภูเก็ตสามารถจัดเก็บภาษีได้รวมกว่า ๑๖,๒๑๐ ล้านบาท เป็นอันดับที่ ๑๑ ของประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีรายได้บางส่วนที่นับอยู่ในจังหวัดอื่น เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่กรมสรรพากรอนุญาตให้นำส่งโดยใช้ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ซึ่งอาจไม่ได้นับรวมอยู่ในยอดจัดเก็บภาษีของจังหวัดภูเก็ต\\n(๓)\tรายได้จากการท่องเที่ยวปี พ.ศ. ๒๕๖๘\\n\t\t รายได้จากผู้มาเยี่ยมเยือนใน ๔ เดือนแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน จังหวัดภูเก็ตยังคงมีรายได้ ๑๘๘,๙๙๑ ล้านบาท นำเป็นอันดับที่ ๑ ของภาคใต้\\n \tอย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลกระทบต่อจังหวัดภูเก็ตในปัญหา\\nโครงสร้างพื้นฐานหลายประการ ดังนี้\\n\t(๑) ปัญหาการจราจร การจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรงส่งผลต่อการเดินทางของประชาชน และนักท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ของจังหวัด\\n\t(๒) ระบบขนส่งสาธารณะ การไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเพียงพอที่จะช่วยลดปริมาณ การใช้รถบนท้องถนน\\n\t(๓) ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค น้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอหรือขาดแคลนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว\\n\t(๔) ระบบการจัดการขยะ ระบบการจัดการขยะที่ไม่สามารถรองรับปริมาณขยะ\\nที่เกิดขึ้นได้ ส่งผลให้เกิดปัญหากลิ่นขยะ กระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คน\\n\t(๕) ปัญหาสิ่งแวดล้อม\\n\t(๖) ปัญหาความปลอดภัย\\n\tปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดในการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดการท่องเที่ยวโลก จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กลับมีการเติบโตของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุหลัก\\nมาจากความกังวลด้านความปลอดภัย และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ความสนใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยลดลง\\n \tจากข้อมูลของสำนักงบประมาณ การจัดสรรงบประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๘ จังหวัดภูเก็ตได้รับงบประมาณ ๗,๕๕๘ ล้านบาท ซึ่งอยู่ในอันดับที่ ๔๗ ของประเทศ ซึ่งไม่สอดคล้องกับตัวเลขรายได้ จากการจัดเก็บภาษีที่ภูเก็ตจัดเก็บได้เป็นอันดับที่ ๑๑ ของประเทศไทย โดยจังหวัดภูเก็ตได้รับงบประมาณเพียงร้อยละ ๔๖.๖ ของภาษีที่จัดเก็บได้เท่านั้น และตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณจังหวัดภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการเพียง ๑๗๑ ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เพียงร้อยละ ๑.๒๒ หากเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคใต้แล้ว จังหวัดภูเก็ตได้รับ\\nการจัดสรรเป็นอันดับ ๑๔ ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย\\n\tข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประชากร จังหวัดภูเก็ตมีประชากรที่ลงทะเบียนเพียง ๔.๕ แสนคน\\nแต่ในข้อเท็จจริงจังหวัดภูเก็ตมีผู้อยู่อาศัยประมาณ ๑.๒-๑.๕ ล้านคน ซึ่งรวมถึงแรงงานแฝง แรงงานต่างชาติชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต\\n \tดังนั้น จึงขอให้สำนักงบประมาณพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้สอคล้องกับศักยภาพและความต้องการของพื้นที่ ซึ่งจะทำให้แต่ละจังหวัดของประเทศไทยมีความสามารถ ในการแข่งขันในเวทีโลกและสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ยึดติดกับหลักการจัดสรรงบประมาณเพียงการเทียบกับจำนวนประชากรที่ลงทะเบียนในแต่ละจังหวัดเท่านั้น จังหวัดภูเก็ต\\nเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ขาดการสนับสนุนงบประมาณที่เหมาะสม\\nในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อรักษาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว การทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณจึงมีความจำเป็นและเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [147,1845,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ","จากประเทศไทยมีการปลูกลำไยกระจายอยู่เกือบทั่วประเทศ โดยมีพื้นที่\\nให้ผลผลิตแล้วประมาณ ๑,๖๔๑,๘๖๒ ไร่ ตามรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) พบว่ามีครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย จำนวน ๑๔๒,๔๓๗ ครัวเรือน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งในฤดูการผลิตนี้\\nคาดว่าจะได้ผลผลิตลำไยทั้งประเทศประมาณ ๑,๕๕๑,๘๓๗ ตัน ซึ่งการผลิตทางการเกษตรทุกประเภท หากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขาดแผนยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และไม่มีระบบการบริหารจัดการผลผลิตที่มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ย่อมจะก่อให้เกิดปัญหาตามมา แม้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีคณะกรรมการนโยบายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำ แต่ในที่สุดรัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ดังเช่นกรณีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในอัตราไร่ละ ๑,๔๐๐ บาท สำหรับพื้นที่ไม่เกิน ๑๐ ไร่ต่อราย ซึ่งปัจจุบันกำลังเสนอของบกลางของรัฐบาล โดยจะต้อง\\n\\n\\nใช้งบประมาณ...\\nใช้งบประมาณ ประมาณ ๑,๙๙๔ ล้านบาท ในการช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน ๑๔๒,๔๓๗ ครัวเรือน \\nจะเห็นได้ว่ารัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ\\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมิได้คัดค้านการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร แต่เห็นควรให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เนื่องจากปัญหาหลักของลำไย คือ คุณภาพที่ด้อยกว่ามาตรฐาน หากเป็นลำไยเกรด AA หรือเกรด A ซึ่งมีจำนวนจำกัด จะไม่เกิดปัญหาด้านการตลาด รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ เพื่อพัฒนาสวนลำไยคุณภาพโดยการดำเนินการดังต่อไปนี้ คือ การตัดแต่งทรงพุ่มอย่างถูกต้อง การตัดแต่งช่อดอกและผลลำไย และการฟื้นฟูสวนลำไย\\nเพื่อเพิ่มรายได้ โดยรัฐบาลควรสนับสนุนโดยการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืช\\nทุกชนิดในการพัฒนาระบบการผลิตเชิงคุณภาพ \\n\tดังนั้น ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดมาตรการดังกล่าวในการดูแลเกษตรกรในการผลิตไม้ผลทุกประเภทเชิงคุณภาพ มากกว่าการผลิตเชิงปริมาณ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหา\\nด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพผลผลิต ควบคู่ไปกับการสร้างระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดการพึ่งพามาตรการเยียวยาในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางรายได้\\nให้แก่เกษตรกรอย่างแท้จริง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [148,1843,6,"นายกัมพล ทองชิว","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของชาวนาเกลือ เนื่องจากเกลือราคาตกต่ำ","จากเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพทำนาเกลือในจังหวัดสมุทรสาครกำลังประสบปัญหาราคาเกลือตกต่ำอย่างรุนแรง แม้ว่าเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้การทำนาเกลือสมุทรจัดเป็นกิจกรรมเกษตรกรรม และผู้ทำนาเกลือมีสถานะเป็นเกษตรกรอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติเกษตรกรกลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเหมาะสม โดยเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพทำนาเกลือประสบปัญหา ดังนี้\\n\t\t(๑) ปัญหาด้านราคาตกต่ำ ราคาเกลือในปัจจุบันอยู่ที่เกวียนละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท \\nซึ่งถือว่าราคาต่ำมาก แม้ในบางช่วงที่มีฝนตกมาก ราคาเกลือควรจะดีขึ้น แต่กลับถูกลงเนื่องจากการกักตุนสินค้า ของพ่อค้าคนกลาง\\n\t\t(๒) ปัญหาด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่ทำนาเกลือส่วนใหญ่ในจังหวัดสมุทรสาครถูกกำหนดเป็นเขตสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว ตามกฎหมายผังเมือง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว\\nเป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ\\nและแหล่งเกษตรกรรม ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรม เกษตรกรจึงไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้นอกจากการทำนาเกลือ\\n\t\t(๓) ปัญหาด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ ขาดการดูแลและสนับสนุนที่เป็นรูปธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมกับลักษณะของอาชีพทำนาเกลือ\\n\t\tดังนั้น ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรผู้ทำนาเกลือ\\nและดูแลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถดำรงชีวิตได้และมีความมั่นคงในอาชีพ\\nการทำนาเกลือต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [149,1841,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุก","สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ นั้น และเนื่องจาก  ปัจจุบันมีข่าวการค้นพบอาคารของหน่วยงานราชการที่ถูกทิ้งร้างหรือสร้างไม่แล้วเสร็จทั่วประเทศ \\nซึ่งอาจจำเป็นต้องอัดฉีดงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ โดยมีมูลค่า\\nความเสียหายนับแสนล้านบาท จึงถึงเวลาที่รัฐบาลจำเป็นต้องร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้เงิน\\nและทรัพยากรของชาติต้องสูญเสียซ้ำอีกในอนาคต\\n\tจากข้อมูลการสำรวจของสำนักตรวจราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และข้อมูลที่ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้ระบุว่า จังหวัดเล็ก ๆ มีอาคารทิ้งร้างมากถึง ๒.๘ พันล้านบาท หากประมาณการโดยใช้ตัวเลขเพียงครึ่งหนึ่งของจังหวัดตรัง คือ ๑.๔ พันล้านบาท คูณด้วย ๗๖ จังหวัด จะได้ตัวเลขประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท  ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงกรุงเทพมหานคร\\n\tดังนั้น รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) จะได้ดำเนินการหลายอย่างแล้ว แต่ดูเหมือนจะยังไม่เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เช่น การจัดทำมาตรการป้องกัน\\nการทุจริตเชิงรุกเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๗ รวม ๙๓ เรื่อง โดยมุ่งหวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขปัญหาร่วมกัน เช่น ปัญหาเงินกินเปล่า การทุจริตในโครงการนมโรงเรียน \\nการเรียกเก็บส่วยทางหลวง ธุรกิจสินบนแรงงานข้ามชาติ สินบนการออกใบอนุญาตก่อสร้าง การรุกล้ำลำน้ำและที่ดินสาธารณะ เป็นต้น\\n \tอย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีเพียงมติรับทราบและแจ้งหน่วยงานราชการเพื่อทราบเช่นเคย ด้วยความไม่เอาใจใส่ของรัฐมนตรีและระบบราชการไทยที่ยึดหลัก “ตัวใครตัวมัน” \\nทำให้มาตรการที่ศึกษามาอย่างดีแล้วแทบไม่มีผลบังคับให้หน่วยงานต้องปฏิบัติตาม กลับถูกมองว่า\\nเป็นเรื่องยุ่งยาก เป็นการเสียอำนาจ และเสียผลประโยชน์ หน่วยงานรัฐส่วนใหญ่จึงยังคงนิ่งเฉย ไม่มี\\nการติดตามผล ไม่มีการรายงานผลต่อต้นสังกัดหรือรัฐมนตรี จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าเหตุใดประเทศไทย\\nจึงไม่สามารถจัดการปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n \tทั้งนี้ มีบางเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ผลักดันเอง สามารถหยุดปัญหาได้ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามหรือเกิดความเสียหายขึ้น เช่น การออกหนังสือเตือนให้ทบทวนหรือให้ชี้แจงเพิ่มเติมให้สื่อมวลชนและสังคมเข้าใจว่าปัญหา\\nที่แท้จริงคืออะไร เช่น กรณีโครงการจำนำข้าว เป็นต้น \\n\tดังนั้น สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือขอเสนอมาตรการการป้องกันการทุจริตเชิงรุก \\nที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพฤติกรรมคอร์รัปชัน โดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้\\n\t(๑) การสร้างกลไกให้ผู้กระทำผิดไม่กล้าทำผิด เช่น กลไกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น ทำให้ประชาชนมีส่วนรู้เห็นมากขึ้น มีการบันทึกหลักฐานที่สามารถนำมาดำเนินคดีย้อนหลังได้ไม่ยาก\\nหากมีผู้พบเห็นความผิดปกติหรือร้องเรียน รวมทั้งการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส \\n\t(๒) การดำเนินการโดยไม่ต้องรอให้มีผู้ร้องเรียนหรือร้องขอ เช่น ศูนย์ป้องปราม\\nการทุจริตแห่งชาติ (Corruption Deterrence Center : CDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ\\nการทำงานของเทศบาลได้ทันที เมื่อพบข่าวที่น่าสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์\\n \t(๓) การสร้างความตระหนักให้สังคมรู้จักพฤติกรรมคอร์รัปชันว่ากำลังเป็นภัยร้ายแรงหรือแพร่ระบาดจนไม่สามารถหยุดยั้งได้ด้วยกลไกทางกฎหมายปกติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ\\nของประชาชนมากขึ้น \\n\t(๔) ทำให้การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น หรือสร้างเป็นแบบอย่าง เช่น กรณีการอนุมัติงบประมาณบูรณาการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันให้กรมทางหลวงนำไปจัดซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักเคลื่อนที่สำหรับตรวจสอบรถบรรทุกที่วิ่งในเมืองหรือใกล้พื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ ดังนั้น การจัดให้มีมาตรการเชิงรุกจึงจำเป็นและต้องขยายผลให้มากขึ้น \\n\tปัจจุบันแม้จะมีหลายหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชนมีส่วนในการแก้ปัญหา\\nคอร์รัปชัน แต่การใช้มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุกมีเพียงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เท่านั้น โดยผลงานล่าสุดได้แก่ การเสนอร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปากในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ พ.ศ. …. หรือ “กฎหมายป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP Law)” และการให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต ซึ่งการต่อสู้ เพื่อเอาชนะคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน การป้องกันการทุจริตเชิงรุกจึงเป็นมาตรการที่มีความสำคัญ \\nรัฐบาลต้องแสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังและเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมกันสังเกตการณ์ สอดส่องดูแล หรือช่วยสอดส่องพฤติกรรมของผู้คนอย่างเป็นระบบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [150,1839,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดการปัญหาสารเคมีในลุ่มแม่น้ำ (แม่น้ำสาย แม่น้ำกก แม่น้ำรวก  และแม่น้ำโขง)","จากการมีเหมืองแร่ตั้งอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ห่างจากชายแดนไทย\\nไม่เกิน ๕ กิโลเมตร โดยเหมืองดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำของแม่น้ำสาย ซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญของประเทศไทย\\nทำให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำอย่างรุนแรง จากการตรวจวัดสารปนเปื้อนในแม่น้ำตั้งแต่เดือนมีนาคม \\nพ.ศ. ๒๕๖๘ พบว่ามีค่าเกินมาตรฐานกำหนด และจากการตรวจวัดสารปนเปื้อนฯ ครั้งที่ ๘ ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ พบว่าตั้งแต่บริเวณชายแดนจังหวัดเชียงใหม่ที่ติดกับประเทศเมียนมา แม่น้ำสายหลักในพื้นที่ภาคเหนือหลายสายมีปริมาณสารหนู (Arsenic: As) เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ดังนี้\\n\t- แม่น้ำกก พบค่าสารหนูสูงเกินมาตรฐานเกือบทุกจุดตรวจวัด ตั้งแต่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยค่าที่ตรวจพบอยู่ในช่วง ๐.๐๑๐-๐.๐๑๘ มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน ๐.๐๑๐ มิลลิกรัมต่อลิตร แม้ว่าบางจุดจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ภาพรวมยังคงน่าเป็นห่วง\\n\t- แม่น้ำสาย พบค่าสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุดตรวจวัด โดยมีค่าสูงถึง ๐.๐๕๒-๐.๐๕๕ มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐานถึงกว่า ๕ เท่า\\n\t- แม่น้ำรวก พบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน ๑ จุดตรวจวัด ที่สถานีสูบน้ำ อำเภอแม่สาย โดยมีค่า ๐.๐๔๐ มิลลิกรัมต่อลิตร\\n\t- แม่น้ำโขง พบค่าสารหนูเกินมาตรฐาน ๑ จุดตรวจวัด ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีค่า ๐.๐๑๒ มิลลิกรัมต่อลิตร\\n\tจะเห็นได้ชัดเจนว่า ค่าสารเคมีที่เกินมาตรฐานเกิดขึ้นในแม่น้ำสาย แม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ถือเป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่ส่งผลต่อความเสียหายในมูลค่าที่ประเมินไม่ได้ และยังไม่มีตัวเลขการประเมินความเสียหายที่ชัดเจนจากภาครัฐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ จังหวัดเชียงรายมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ทั้งหมด ๑๐๗,๓๐๖ ล้านบาท แบ่งเป็นภาคการเกษตร ๒๕,๐๒๖ ล้านบาท (จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตร ๓๔๐,๓๕๘.๗๓ ไร่) จากการประเมินผลกระทบเบื้องต้น พบว่า ภาคการท่องเที่ยว ริมแม่น้ำกกได้รับผลกระทบมีมูลค่าความเสียหาย ๗๗๓,๕๓๐,๑๔๓ บาทต่อปี ภาคการเกษตร ริมแม่น้ำกกได้รับผลกระทบมีมูลค่าความเสียหาย ๕๑๑,๔๕๐,๔๕๘ บาทต่อปี ภาคการประมง ริมแม่น้ำกก\\nได้รับผลกระทบมีมูลค่าความเสียหาย ๑๕,๐๒๖,๑๓๐ บาทต่อปี รวมความเสียหายโดยประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๖,๗๓๑ ล้านบาท ซึ่งหากมีการประเมินอย่างถูกต้องครบถ้วน จะสามารถนำผลดังกล่าว\\nไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการเจรจาในเวทีระดับประเทศ เพื่อหาแนวทางจัดการความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดทำมาตรการเยียวยาที่เหมาะสม\\n\tดังนั้น จึงขอเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ดังนี้\\n(๑)\tการจัดสรรงบประมาณเพื่อการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง\\n\t     ควรมีการจัดสรรงบประมาณในการตรวจสารพิษอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ \\nซึ่งปัจจุบันทราบว่ากรมควบคุมมลพิษกำลังดำเนินการตรวจหาสารพิษในแม่น้ำ และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบพืชผลการเกษตร อย่างไรก็ตาม งบประมาณบางส่วนของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ \\nได้สิ้นสุดลงแล้ว และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ พบว่ายังไม่มีการตั้งงบประมาณแต่อย่างใด ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน จำเป็นต้องมีการเก็บตัวอย่างน้ำ\\nและดำเนินการตรวจหาสารพิษเพื่อให้สามารถประเมินตัวเลขความเสียหายได้อย่างชัดเจน\\n(๒)\tการจัดตั้งห้องปฏิบัติการในพื้นที่\\n \t     ควรมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ในเขตจังหวัดเชียงราย เพื่อให้สามารถได้ผลการตรวจสอบอย่างรวดเร็วและประเมินสถานการณ์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ การนำเข้าพืชผักจากต่างประเทศยังสามารถให้กรมศุลกากรใช้ห้องปฏิบัติการดังกล่าวได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์\\nอย่างมาก\\n\\n (๓) การประกาศเขตภัยพิบัติ\\n \t     ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งรัดการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการประกาศเขตภัยพิบัติจังหวัดเชียงราย เรื่องสารเคมีในแม่น้ำ เพื่อให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสารเคมีในแม่น้ำได้รับการเยียวยาหรือชดเชยอย่างเหมาะสม และเพื่อให้ทุกหน่วยงาน\\nมีมาตรฐานการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน สามารถปกป้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [151,1837,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","รัฐควรมีนโยบายการเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟโดยสารระหว่างเมือง เพื่อรองรับปริมาณผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น","จากนโยบายการเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟโดยสารระหว่างเมืองสู่ภูมิภาค \\nเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น การรถไฟแห่งประเทศไทยมีจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น\\nอย่างต่อเนื่องโดยพบว่า ปริมาณผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางรางระหว่างเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาโดยตลอด กล่าวคือ ปี ๒๕๖๖ มีจำนวน ๒๔,๕๖๐,๕๕๕ คน/เที่ยว \\nปี ๒๕๖๗ มีจำนวน ๒๖,๘๔๙,๐๙๓ คน/เที่ยว (เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙.๓) และคาดว่าในปี ๒๕๖๘ จะมีปริมาณผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น (ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางราง)\\n \tการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารรถไฟมีสาเหตุมาจากปัจจัยดังต่อไปนี้\\n\t(๑) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบรถไฟทางคู่และการเชื่อมต่อ\\nกับสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งมีการเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งอื่น ๆ ที่เดินทางไปยังภูมิภาคต่าง ๆ\\n \t(๒) ความปลอดภัยและประหยัด รถไฟเป็นพาหนะที่มีความปลอดภัย มีค่าโดยสาร\\nที่ถูกกว่ารถทัวร์และเครื่องบิน\\n\t(๓) การปรับปรุงระบบและลดเวลาการเดินทาง การก่อสร้างและปรับปรุงทางรถไฟทางคู่ทำให้ลดเวลาการเดินทาง ลดอุบัติเหตุจากการปรับปรุงรั้วกั้นและจุดตัดต่างระดับ\\n\\n\\n(๔) ความนิยม…\\n\t(๔) ความนิยมของผู้โดยสารรถไฟตู้นอน มีความสะดวก ปลอดภัย ประหยัดค่าใช้จ่าย และผู้โดยสารสามารถพักผ่อนระหว่างเดินทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าที่พักเพิ่มเติม\\n\t(๕) ระบบการจองออนไลน์ ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น\\n\t(๖) แนวโน้มทางเศรษฐกิจและนโยบายส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดคาร์บอน หรือการขนส่งคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Transport) หรือ การขนส่งสีเขียว (Green Transport) \\n\tอย่างไรก็ดี แม้ว่าการให้บริการจะมีคุณภาพดี แต่เกิดปัญหาการจองตั๋วที่ยากขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางหลัก ได้แก่ (๑) กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ ซึ่งมีนักศึกษา นักเรียน และข้าราชการ\\nจำนวนมาก (๒) กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้บริการจำนวนมาก \\nและ (๓) กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี โดยสาเหตุหลักของปัญหา คือ ความต้องการ (Demand) เพิ่มขึ้นสูง \\nแต่อุปทาน (Supply) ไม่เพิ่มตาม ตัวอย่างเช่น วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๘ เมื่อจองตั๋วล่วงหน้า ๒๐ วัน \\nพบว่าเหลือที่นั่งเพียง ๑ ที่เท่านั้น เป็นต้น เนื่องจากจำนวนขบวนรถและจำนวนที่นั่งไม่เพียงพอ ทำให้\\nตั๋วโดยสารเต็มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้ปรับอากาศชั้น ๒ \\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือขอเสนอแนะไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n\t(๑) มาตรการเร่งด่วน\\n \t     ควรเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟในเส้นทางหลัก เช่น กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ \\nกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่\\n\t(๒) มาตรการชั่วคราว \\n\t     - เพิ่มขบวนรถพิเศษในช่วงเทศกาล\\n \t     - นำรถขบวนสำรองมาปรับใช้\\n \t     - ปรับตารางเวลาเพื่อเพิ่มความถี่ในเส้นทาง\\n\t(๓) มาตรการระยะยาว\\n\t     รัฐบาลควรมีแนวทางในการจัดสรรงบประมาณเพื่อการลงทุนในการจัดหาขบวนรถและตู้โดยสารใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเพียงพอ\\n\tการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารรถไฟเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ลดปริมาณการจราจร ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอน อย่างไรก็ตาม รัฐบาล จำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนขบวนรถและที่นั่งในเส้นทางสายหลักอย่างเร่งด่วน เพื่อให้บริการตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [152,1835,149,"นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี","นโยบายของรัฐบาล","โครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองมหาสารคาม (การจัดทำรายงานผล การเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมการบังคับผังเมืองรวมเมืองมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๖๒)","จังหวัดมหาสารคามได้รับขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งการศึกษาตักศิลานคร” เนื่องจาก\\nมีสถานศึกษาหลากหลายระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีมหาวิทยาลัย จำนวน ๓ แห่ง ประกอบด้วย (๑) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมศ.) มีนักศึกษาจำนวน ๕๐,๐๐๐ คน \\nและนักศึกษาต่างชาติ จำนวน ๑,๐๐๐ คน (๒) มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และ (๓) มหาวิทยาลัย\\nการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม นอกจากนี้ยังมีสถาบันระดับอุดมศึกษาอีกจำนวน ๔ แห่ง \\nและมีโรงเรียนมัธยมศึกษาชั้นนำ เช่น โรงเรียนสารคามพิทยาคม โรงเรียนผดุงนารี ซึ่งแต่ละแห่ง\\nมีนักเรียนประมาณ ๕,๐๐๐ คน รวมทั้งยังมีโรงเรียนของรัฐและเอกชนอีกหลายแห่ง\\n\tด้วยเหตุที่จังหวัดมหาสารคามเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญ จึงทำให้ผู้ปกครอง นักเรียน นิสิต นักศึกษาจากทั่วประเทศเข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดมหาสารคามเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความต้องการซื้อที่ดิน บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ รวมทั้งมีนักลงทุนและโมเดิร์นเทรดต้องการ\\nเข้ามาลงทุนในจังหวัดมหาสารคามเป็นอย่างมาก\\n\tอย่างไรก็ตาม การพัฒนาดังกล่าวประสบปัญหาอุปสรรคจากกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๖๒ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๑๑๘ ก ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒) และโครงการพัฒนาตามผังเมืองรวมเมืองมหาสารคาม (การจัดทำรายงานผล\\nการเปลี่ยนแปลงสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมการบังคับผังเมืองรวมเมืองมหาสารคาม พ.ศ. ๒๕๖๒) \\nซึ่งยังคงกำหนดพื้นที่ส่วนใหญ่ให้เป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อการเกษตรกรรม ทั้งที่ไม่สอดคล้องกับสภาพ\\n\\nความเป็นจริง...\\nความเป็นจริงและทิศทางการพัฒนาเมือง ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลให้เมืองขยายตัวไม่เต็มศักยภาพ \\nเกิดการชะลอตัวของการลงทุนด้านการก่อสร้างเพื่อรองรับการศึกษาและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหา\\nที่ดำเนินมายาวนานกว่า ๑๐ ปี\\n\tปัจจุบันคณะกรรมการผังเมืองมหาสารคามชุดใหม่ได้ร่วมมือกับองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น จำนวน ๗ แห่งในพื้นที่ ร่วมกันระดมงบประมาณเพื่อดำเนินการศึกษาและแก้ไขผังเมือง \\nโดยความร่วมมือกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม \\nซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เป็นเพียงปัญหาของจังหวัดมหาสารคามเพียงแห่งเดียว แต่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยควรกำหนดให้แต่ละจังหวัดมีการทบทวนและปรับปรุงผังเมืองรวมทุก ๓-๕ ปี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง\\nด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และประชากร โดยไม่ควรปล่อยให้ล่าช้าล่วงเลยจนถึง ๑๐-๒๐ ปี มิฉะนั้นผังเมืองรวมจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา\\n\tดังนั้น จึงขอเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง\\nกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เร่งปรับปรุงแนวทางการแก้ไขและจัดทำผังเมืองรวม\\nในจังหวัดมหาสารคามให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งจังหวัดอื่น ๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันและสามารถรองรับการพัฒนาในอนาคตได้อย่างเหมาะสม","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [153,1833,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้พิจารณาจัดสรรค่าตอบแทนประจำและสวัสดิการให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัย หมู่บ้าน (ชรบ.) อย่างเหมาะสม","ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นกำลังภาคประชาชนที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองในการดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุร้าย และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ชายแดน ในกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ พบว่า ชรบ. มีบทบาทสำคัญยิ่งในการรักษาความมั่นคงของชาติ ปัจจุบัน ชรบ. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ แต่ยังไม่ได้รับค่าตอบแทน หรือสวัสดิการที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและการเสียสละเพื่อความสงบสุขของประชาชน\\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือขอเสนอแนวทางดังนี้\\n(๑)\tการจัดสรรค่าตอบแทนประจำ\\n\t     จัดให้มีค่าตอบแทนประจำหรือเงินเดือนประจำเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงสูง โดยกำหนดอัตราค่าตอบแทนเดือนละ ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ บาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวควรได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล\\n        (๒) การจัดสวัสดิการด้านสุขภาพและการประกันภัย\\n\t     - จัดให้มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลและประกันชีวิต\\n \t     - กรณี ชรบ. เจ็บป่วยหรือเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ให้ครอบครัวได้รับการดูแล อย่างเหมาะสม\\n \t     - จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี\\n\t     - จัดหาชุดปฏิบัติงานให้อย่างน้อยปีละ ๒ ชุดต่อคน\\n\t(๓) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพ\\n\t     จัดให้มีการพัฒนาและอบรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นมืออาชีพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล\tการดูแลสวัสดิภาพให้แก่ ชรบ. มิได้เป็นเพียงการตอบแทนความเสียสละ แต่ยังเป็น\\nการสร้างและป้องกันความมั่นคงจากรากฐาน ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ จึงขอให้รัฐบาล\\nและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดพิจารณาการจัดสรรค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรมให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) โดยเร็ว เพื่อให้ ชรบ. มีขวัญกำลังใจและมีศักยภาพในการป้องกันรักษาบ้านเกิดและประชาชนอย่างมั่นคง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [154,1831,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเตรียมความพร้อมเพื่อไม่ให้เป็นผู้ประสบภัยพิบัติของโรงพยาบาล และระบบสื่อสาร","จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันส่งผลให้เกิดภัยธรรมชาติ\\nที่รุนแรงและเกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกปี ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมและส่งผลกระทบต่อภาคเหนือและภาคใต้เป็นประจำ เมื่อเกิดภัยพิบัติน้ำท่วม\\nโรงพยาบาลและชุมสายโทรศัพท์ซึ่งเป็นระบบสื่อสารที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง\\nต่อการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถิติพบว่าภายหลัง\\nการเกิดน้ำท่วมในประเทศไทย มีโรงพยาบาลประมาณ ๓๐ แห่ง ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะเดียวกัน ระบบสื่อสารโทรคมนาคมได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าหลายร้อยล้านบาท\\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือขอเสนอแนวทางในการแก้ไข ดังนี้\\n     ๑.\tการปรับปรุงโครงสร้างโรงพยาบาล\\n(๑) การจัดสรรการใช้พื้นที่ตามชั้น\\n \t         - ชั้นที่ ๑ ควรจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับการต้อนรับผู้ป่วย การตรวจคัดกรอง และการลงทะเบียนเบื้องต้นเท่านั้น\\n \t         - ชั้นที่ ๒ และชั้นที่สูงกว่า ควรจัดให้เป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ ทางการแพทย์ที่สำคัญ ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร\\n\t\t(๒) การป้องกันอุปกรณ์ทางการแพทย์\\n \t         - ติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์และเครื่องมือสำคัญในบริเวณที่มีความสูง\\nเหนือระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยเกิดขึ้น\\n\t         - จัดให้มีระบบสำรองไฟฟ้าที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม\\n\t๒. การปรับปรุงระบบสื่อสาร โดยการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อสาร\\n\t    - ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารและระบบโทรคมนาคมในบริเวณที่มีความสูงเพียงพอ\\n \t    - จัดให้มีระบบสื่อสารสำรองที่สามารถทำงานได้ในสภาวะฉุกเฉิน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [155,1829,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสิทธิที่ดินอยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่นิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่","จากระยะเวลาผ่านมา ๖๐ ปีแล้ว นับตั้งแต่การก่อสร้างเขื่อนภูมิพลในปี \\nพ.ศ. ๒๕๐๗ ซึ่งเป็นเหตุให้ประชาชนต้องอพยพหนีน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อนภูมิพลมาอยู่ในพื้นที่\\nที่รัฐบาลได้จัดหาพื้นที่ให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำกิน ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด ๑๑๒,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอฮอด และอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ และได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งนิคม\\nสร้างตนเองในท้องที่อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่ปัจจุบันยังพบว่าประชาชนได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาการขาดความมั่นคงในสิทธิที่ดิน ทั้งที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน อีกทั้ง การดำเนินการแก้ไขปัญหา ยังล่าช้า ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ๒ ประการ ดังนี้\\n\t๑. ปัญหาเขตพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดินนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล จังหวัดเชียงใหม่กับป่าสงวนแห่งชาติ\\n\t    พื้นที่ที่จัดสรรให้ประชาชนในนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล จังหวัดเชียงใหม่\\nมีปัญหาทับซ้อนกับป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ตาลและป่าแม่ยุ้ย ในเขตอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ (ประกาศเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๐๘) และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่หาด ในเขตอำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ (ประกาศเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๐๙) ส่งผลให้ประชาชนจำนวน ๑,๐๘๓ ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอ ที่มีหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง (น.ค.๓) หรือมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ได้กลายเป็นผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการขอออกโฉนดจากกรมที่ดินได้ \\n\t\t๒. ปัญหาความล่าช้าในการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขต\\nนิคมสร้างตนเอง (น.ค.๑) และ (น.ค.๓) ซึ่ง น.ค.๓ เป็นเอกสารที่ออกสืบเนื่องจาก น.ค.๑ โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะเป็นผู้ออกให้แก่บุคคลที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกนิคมตามมาตรา ๑๑ \\nแห่งพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑\t    \\n\t\t    ประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอ จำนวน ๔๐๖ ราย ที่ได้ยื่นเรื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า โดยแบ่งเป็น ๓ ลักษณะ ดังนี้\\n\t\t(๑) การอนุมัติและลงนามหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.๓) ให้แก่ทายาทจำนวน ๑๓๙ ราย เป็นกรณีทายาทของสมาชิกนิคมสร้างตนเองเขื่อนภูมิพล จังหวัดเชียงใหม่ ที่เสียชีวิตแล้ว\\n\t\t(๒) การอนุมัติและเปลี่ยนสถานะหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขต\\nนิคมสร้างตนเอง กรณีขอเปลี่ยนจาก น.ค.๑ เป็น น.ค.๓ จำนวน ๒๖๑ ราย \\n\t\t(๓) การออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตนิคมสร้างตนเอง\\n(น.ค.๑) จำนวน ๖ ราย\\n\tทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๘ ที่กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชนหรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาสั่งการดำเนินการ แก้ไขปัญหา ดังนี้\\n\t(๑) ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาสั่งการให้กรมป่าไม้เร่งติดตามผลการตรวจสอบข้อมูลการเพิกถอนการทับซ้อนพื้นที่จาก ๑๓ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว\\n\t(๒) ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการยกเลิกพื้นที่\\nป่าสงวนแห่งชาติในกรณีนี้โดยไม่ชักช้า\\n\t(๓) ขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณามอบหมาย\\nให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการพัฒนาพื้นที่นิคมสร้างตนเอง\\nเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติและลงนามหนังสือแสดงการทำประโยชน์แก่ประชาชนผู้ยื่นคำร้อง ซึ่งได้รับ\\nความเห็นชอบจากคณะกรรมการระดับจังหวัดแล้ว จำนวน ๔๐๖ ราย โดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [156,1823,107,"นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการแก้ไขปัญหาแม่น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงรายปนเปื้อนสารโลหะหนัก","จากปัจจุบันจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนัก\\\\nในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเชียงราย มีการตรวจพบสารพิษตั้งแต่เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ และมีค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐานมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผล\\\\nกระทบต่อประชาชนในลุ่มน้ำกว่าล้านคน รวมทั้งส่งกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ \\\\nตลอดจนปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านระบบนิเวศ ด้านการเกษตร ด้านการประมง และด้านการท่องเที่ยว \\\\nประชาชนต้องเผชิญกับความวิตกกังวล ทั้งด้านสุขภาพและความไม่มั่นคงในชีวิตประจําวัน\\\\n      \t\tถึงแม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการเจรจาระดับทวิภาคีผ่านคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง(Mekong River Commission : MRC) แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่พบมาตรการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพนอกจากการตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อปฏิบัติงานเชิงพื้นที่เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการเสนอโครงการฝายดักตะกอนหรือม่านดักตะกอน ทั้งที่โครงการเหล่านี้ควรมีการศึกษาเชิงวิชาการอย่างรอบด้าน\\\\nและมีการหารือร่วมกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสร้างฝาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทเรียนที่ได้รับจากกรณีเหมืองคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี\\\\n \t\tจากการลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และการรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคราชการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงขอนำเสนอข้อเรียกร้องเพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้น ดังนี้\\\\n  \t\t(๑) ให้มีการจัดตั้งศูนย์ตรวจวัดสารพิษโลหะหนักหรือศูนย์ตรวจสอบคุณภาพน้ำ\\\\nในจังหวัดเชียงราย เนื่องจากปัจจุบันต้องส่งตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์ที่กรุงเทพมหานคร \\\\nโดยใช้เวลาในการวิเคราะห์ถึง ๑๔ วัน ทำให้การติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วย\\\\nความล่าช้า\\\\n \t\t(๒) ดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปาทั้งในเขตอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สาย เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาดและปลอดภัยใช้อุปโภคบริโภค\\\\n\t\t(๓) จัดให้มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับ\\\\nผลกระทบจากคำสั่งห้ามใช้น้ำจากแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ด้วยความเป็นธรรมและครอบคลุมทุกพื้นที่\\\\n \t\t(๔) กำหนดหลักเกณฑ์และระเบียบการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติของจังหวัดเชียงราย\\\\nให้มีความชัดเจน เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณสำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว \\\\nและเพื่อให้จังหวัดมีความคล่องตัวในการดำเนินการด้านต่าง ๆ\\\\n \t\t(๕) ให้มีการทบทวนและประเมินโครงสร้างและผลกระทบของโครงการฝายดักตะกอน อย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับกรณีเหมืองคลิตี้ จังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้ง ต้องมีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง\t\\\\n \t\tทั้งนี้ ปัญหาการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเชียงราย\\\\nเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขอย่างจริงจัง โดยจำเป็นต้องมีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ \\\\nและคำนึงถึงสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [157,1821,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของเกษตรกร และสถานการณ์ยาเสพติด","ปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ \\n    ๑. ความเดือดร้อนของเกษตรกร\\n     \t        ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบภาวะอากาศเลวร้าย อันประกอบด้วย \\nฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง และลูกเห็บ ซึ่งส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะไม้ผล ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง มะม่วง และลำไย\\n \t \tอย่างไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช ซึ่งดำเนินการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน \\nพ.ศ. ๒๕๐๒ หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ และหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติ\\nกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ ยังมีข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง ปัญหาที่พบ คือ\\n \t        (๑) เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้รับเงินเยียวยาเนื่องจากไม่ได้ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรต่อกรมส่งเสริมการเกษตรในทุกปี ทั้งที่มีความเสียหายจริงและอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ\\n\t\t(๒) มีความเหลื่อมล้ำในการกำหนดเกณฑ์เมื่อเปรียบเทียบกับเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ซึ่งไม่จำเป็นต้องปรับปรุง การขึ้นทะเบียนต่อการยางแห่งประเทศไทยในทุกปี แต่สามารถรับเงินเยียวยาความเสียหายจากเหตุภัยพิบัติได้โดยการนำเสนอหลักฐานความเสียหาย\\n\t\t(๓) ปัจจุบันวงเงินเยียวยาสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้นในปัจจุบันอยู่ที่ ๔,๐๘๐ บาทต่อไร่ \\nซึ่งไม่สะท้อนถึงมูลค่าที่แท้จริงของผลผลิต\\n \t\tดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือจึงขอเสนอแนะแนวทาง\\nการปรับปรุงดังนี้\\n \t  \t(๑) การทบทวนระบบทะเบียนเกษตรกร ขอให้กรมส่งเสริมการเกษตรพิจารณาทบทวนการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนของเกษตรกร โดยเฉพาะกรณีไม้ผล ไม้ยืนต้น โดยไม่จำเป็นต้องปรับปรุงทะเบียนของเกษตรกรทุกปี เพื่อลดภาระและสร้างความสะดวกให้แก่เกษตรกรในการเข้าถึงสิทธิการได้รับความช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติ\\n                 (๒) การปรับเพิ่มวงเงินเยียวยาขอให้พิจารณาเพิ่มวงเงินเยียวยาสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้นจากเดิม ๔,๐๘๐ บาทต่อไร่ เป็น ๕,๐๐๐ บาทต่อไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับมูลค่าที่แท้จริงของผลผลิตและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสวนที่ได้รับความเสียหาย\\n \t        (๓) การมอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกรณีที่หน่วยงานส่วนกลางไม่สามารถดำเนินการได้ทันท่วงที ขอให้พิจารณา มอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้เงินทดรองราชการในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายได้ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงตามความต้องการของพื้นที่\\n            \t\tการปรับปรุงเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช\\nตามข้อเสนอแนะข้างต้น จะช่วยให้เกษตรกรได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม อันจะส่งผลให้สามารถฟื้นฟูการผลิตและสร้างความมั่นคงทางอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์\\nต่อเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศโดยรวมในระยะยาว\\n\t\t\t๒. สถานการณ์ยาเสพติดจากข้อมูลของโรงพยาบาลพบว่า เด็กแรกเกิดที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย แบ่งเป็นเด็กที่เกิดจากบิดามารดาที่เป็นคนต่างด้าวร้อยละ ๖๐ และเด็กไทยร้อยละ ๔๐ การตรวจพบสารเสพติด ในร่างกายของมารดาและเด็กทารกถือเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ \\nปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการขึ้นทะเบียนเด็กแรกเกิดเพื่อรับเงินอุดหนุน ตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม \\n๒๕๖๒ ในอัตราเดือนละ ๖๐๐ บาท สำหรับการเลี้ยงดูเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ ๖ ปี โดยคุณสมบัติ\\nผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน คือ เด็กและผู้ปกครองต้องมีสัญชาติไทยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ สมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี\\n \t\tในปัจจุบัน พื้นที่ที่มีปัญหายาเสพติดระบาดอย่างรุนแรงพบว่า ราคายาเสพติด\\nมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากเดิมเม็ดละ ๔๐ บาท เป็นเม็ดละ ๕๐-๘๐ บาท ส่งผลให้มีผู้ค้ายาเสพติดเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงต้องมีนโยบายที่ชัดเจนและเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรปรับมุมมองให้ถือว่าผู้เสพคือ\\nผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดและฟื้นฟูมากกว่าการลงโทษทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดควบคู่กับการดูแลด้านสาธารณสุข ทั้งนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการคืนคนดีสู่สังคมและครอบครัว\\n \t\tดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อเด็กแรกเกิด รวมทั้งพัฒนาระบบการบำบัดและฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพ จึงขอเสนอแนวทางการดำเนินการดังนี้\\n \t(๑) การจัดหลักสูตรอบรมสำหรับบิดามารดามือใหม่ ควรจัดให้มีหลักสูตรอบรมสำหรับบิดามารดามือใหม่ก่อนการจ่ายเงินอุดหนุน โดยเน้นความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูเด็ก การดูแลสุขภาพ และการป้องกันปัญหายาเสพติดในครอบครัว\\n \t(๒) การประเมินและติดตามเชิงลึกในระหว่างการอบรม ให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการประเมินแบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อสังเกตพฤติกรรม ภาวะอารมณ์ และปัจจัยเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการติดตาม และให้ความช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ\\n \t(๓) การจัดตั้งสถานบำบัดและฟื้นฟูในระดับท้องถิ่นควรจัดตั้งสถานบำบัดและฟื้นฟูในระดับท้องถิ่น สำหรับกรณีที่โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้อย่างเพียงพอ โดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดให้มีการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรในท้องถิ่นด้านการดูแลและบำบัด เพื่อลดโอกาสการกลับไปติดสารเสพติดซ้ำ\\n\t(๔) การสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง\\n                      \t ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอและต่อเนื่องสำหรับการดำเนินการต่อไปนี้                     \\n\t - การสร้างสถานบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด\\n\t - การจัดหาผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ\\n \t - การจัดทำระบบทะเบียนประวัติผู้เข้ารับการฟื้นฟูและการติดตามผลการบำบัด\\n            - การติดตามผู้ที่ผ่านการบำบัดแล้วอย่างต่อเนื่อง\\n \t - การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและความช่วยเหลือระหว่างครอบครัว\\nและชุมชนในระดับจังหวัด\\n                การดำเนินนโยบายป้องกันปัญหายาเสพติดในเด็กแรกเกิดและการพัฒนาระบบ\\nบำบัดและฟื้นฟูตามข้อเสนอแนะข้างต้นจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหายาเสพติดต่อเด็กและครอบครัว \\nสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน และส่งเสริมการพัฒนาเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป","นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",11,2568,"2025-08-19T00:00:00"],
    [158,1819,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือประชาชนผู้อพยพจากการปะทะบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา","จากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้อพยพจากสถานการณ์\\nความขัดแย้งที่มีการปะทะกันบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา จนกระทั่งมีข้อตกลงเจรจาหยุดยิงแบบไม่มีเงื่อนไข จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ จนถึงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ รวมระยะเวลา ๑๒ วัน ซึ่งผู้อพยพจำนวนมากยังไม่สามารถกลับบ้านได้และต้องใช้ชีวิต\\nอยู่ในศูนย์อพยพที่อาจจะเป็นบ้าน วัด หรือโรงเรียน ร่วมกับผู้อพยพอื่น ๆ นับพันราย และที่สำคัญ\\nหากผู้อพยพเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางจะมีความรู้สึกอย่างไร ถึงแม้ว่า\\nศูนย์อพยพจะมีที่นอน หมอน มุ้ง มีโรงครัว มีแม่ครัวประจำการ และมีอาหารครบสามมื้อ แต่สิ่งเหล่านี้\\nล้วนมาจากเงินบริจาคของประชาชนที่ช่วยกันในยามเกิดสถานการณ์คับขัน ซึ่งหลายคนบริจาคสิ่งของให้กับผู้อพยพเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันความช่วยเหลือจากภาครัฐยังลงไปไม่ถึง ในหลายพื้นที่\\nยังไม่ได้รับงบประมาณช่วยเหลือจากส่วนกลาง แม้จะมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือให้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งในทางปฏิบัติศูนย์อพยพต่าง ๆ ต้องใช้เงินจากจังหวัด\\nและท้องถิ่นไปพลางก่อน จนหลายพื้นที่แทบไม่มีเงินเหลือ ในการนี้ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ นายอำเภอ องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานท้องถิ่นที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน โดยได้ดูแลประชาชนผู้อพยพอย่างเต็มที่ ทุกคนทำงานอย่างขันแข็งและมีประสิทธิภาพ เหลือเพียงแค่ งบประมาณที่มาจากส่วนกลางเท่านั้น ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้  \\n \t\t๑) ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชน\\nผู้อพยพโดยเร็ว\\n \t\t๒) ขอให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจของผู้อพยพ\\nในศูนย์อพยพต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยติดเตียง \\nซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษทั้งในด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสภาพแวดล้อม\\nของการใช้ชีวิตประจำวัน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [159,1817,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาไม้กั้นความสูง ","สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ได้เกิดอุบัติเหตุรถบัส ๒ ชั้น ชนคานเหล็กกั้นความสูงบริเวณสะพานข้ามแยกพญาไท ถนนศรีอยุธยา ทำให้หลังคาของรถได้รับความเสียหาย \\nแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๘ ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนคานเหล็กกั้นความสูง บริเวณสะพานข้ามแยกพญาไท ถนนศรีอยุธยา อีกครั้ง แม้ว่าบริเวณ\\nดังกล่าวมีป้ายจราจรเตือนก่อนทางขึ้นสะพานที่มีคานเหล็กกั้นความสูง แต่ยังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์\t\t\t\t\t\t\t\t\t   \\nชนคานเหล็กกั้นความสูงขึ้นบ่อยครั้ง จึงมีประเด็นข้อสังเกตว่าการเกิดอุบัติเหตุ เกิดขึ้นเพราะความประมาท\\nของผู้ขับขี่หรือเกิดขึ้นเพราะสัญญาณป้ายบอกทางไม่ชัดเจนเพียงพอจากปัญหาการเกิดอุบัติที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานคร ดังนี้    \\n \t\t(๑) ขอให้พิจารณาเพิ่มขนาดป้ายสัญญาณเตือนความสูงของรถที่จะขึ้นสะพาน\\nข้ามแยกพญาไทให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้มองเห็นอย่างชัดเจน     \t\\n \t\t(๒) ขอให้พิจารณาเพิ่มไฟส่องสว่างบริเวณคานเหล็กกั้นความสูงบริเวณสะพาน\\nข้ามแยกพญาไท\\n \t\t(๓) ดำเนินการลงโทษผู้ที่ขับรถยนต์ชนคานเหล็กกั้นความสูงอย่างเข้มงวดและจริงจัง\\n \t\t(๔) ขอให้เข้มงวดเกี่ยวกับความสูงของรถยนต์ที่จะวิ่งขึ้นสะพานข้ามแยกพญาไท ","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [160,1815,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","สถานการณ์บ้านเมือง","กรณีปัญหาชุมชนบ้านทับยาง หมู่ที่ ๙ ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินซึ่งนายทุนได้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ  ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘","จากตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ้านทับยาง หมู่ที่ ๙ ตำบลท้ายเหมือง \\nอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นผู้ฟ้องคดีแทนรัฐ เพื่อเรียกคืนที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน\\nที่พลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน คืนให้แก่รัฐ โดยเมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ศาลปกครองกลาง ได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าว \\n\t\tความเป็นมา    \\n\t\tแต่เดิม ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินในเขตพื้นที่ประทานบัตรทำเหมืองแร่ \\nตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๑ และมีการเปลี่ยนมือการขออนุญาตประทานบัตรในที่ดินของรัฐ ซึ่งจากข้อมูล\\nการขอประทานบัตรเหมืองแร่ มีการเช่าที่ดิน ป่าไม้ และมีที่สาธารณประโยชน์ จำนวนรวมกว่า ๑,๕๐๐ ไร่  \\n\t\tประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ชาวบ้านชุมชนบ้านทับยางได้เข้ามาอาศัยในที่ประทานบัตรเหมืองแร่ดังกล่าว และในระหว่างที่ที่ดินประทานบัตรเหมืองแร่ยังไม่หมดอายุ นายทุนได้นำที่ดินดังกล่าวไปดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ จำนวน ๒๕๐ ไร่ โดยมีเจ้าของเป็นบุคคลคนเดียว และต่อมา ได้มีการฟ้องขับไล่ชาวบ้านชุมชนบ้านทับยาง ซึ่งชาวบ้านชุมชนบ้านทับยางได้มีการร้องเรียนปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด \\n\t\tต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ (กบร.) \\nได้มีมติให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน เลขที่ ๙๗๒ และเลขที่ ๙๗๓ ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง \\nจังหวัดพังงา เนื้อที่รวมประมาณ ๑๗๐ ไร่\\n\t\tนายทุนได้อ้างสิทธิ์ในที่ดิน ดำเนินคดีฟ้องขับไล่และบังคับคดี รื้อถอนบ้านเรือน\\nที่อยู่อาศัยของชาวบ้านทั้งชุมชน เป็นเหตุให้ชาวบ้านชุมชนบ้านทับยาง จำนวน ๑๑๒ ครอบครัว \\nได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย โดยตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ้านทับยาง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง \\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔\\n\t\tเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ส ๑๙/๒๕๕๗ พิพากษาว่าที่ดินบางส่วนของที่ดินดังกล่าวมีการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ และให้กรมที่ดิน ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อเพิกถอนโฉนดที่ดิน ตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน \\nซึ่งตัวแทนชาวบ้านชุมชนบ้านทับยางได้ยื่นอุทธรณ์ \\n\t\tต่อมา เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษา\\nศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ ส๑๙/๒๕๕๗ โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรมที่ดิน \\n(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๓) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อเพิกถอนโฉนดที่ดิน เลขที่ ๙๗๒ และเลขที่ ๙๗๓ ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จำนวน ๑๗๐ ไร่ โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่  ออกโฉนดที่ดิน ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา\\n\t\tประเด็นดังกล่าว กรมที่ดินจะต้องดำเนินการตามระเบียบกรมที่ดิน ๒ ฉบับ ได้แก่ ระเบียบกรมที่ดิน ที่ ๓/๒๕๑๖ เรื่อง วิธีการเพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรอง\\nการทำประโยชน์ หรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนที่ดิน \\nในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไข และระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยวิธีการเพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หรือการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนที่ดิน ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไข ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๒) \\n\t\tสภาพปัญหา\\n\t\tภาครัฐและหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีการประวิงเวลา ทำให้การดำเนินการตามระเบียบกรมที่ดินดังกล่าวเป็นไปด้วยความล่าช้าเป็นอย่างมาก โดยนับตั้งแต่วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ที่ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ซึ่งกำหนดให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดิน เลขที่ ๙๗๒ และเลขที่ ๙๗๓ ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา \\nแต่ปรากฏว่าจวบจนกระทั่งบัดนี้ ยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งมีการขอขยายระยะเวลาตลอดมา และพบว่ามีหนังสือแก้ไขคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ มีเนื้อหาใจความสำคัญว่า “เห็นชอบให้ขยายเวลาออกไป ๖๐ วัน” ภาครัฐใช้เวลาเฉพาะในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ตามมาตรา ๖๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นเวลา ๑๒๐ วัน อันเป็นผลให้เกิด\\nการประวิงเวลาการเพิกถอนโฉนดที่ดินตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวข้างต้น  \\n\t\tเห็นได้ชัดเจนว่า ที่ผ่านมา การทำงานของภาครัฐ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง\\nมีปัญหาเรื่องความล่าช้าเป็นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงถูกคุกคามจากผู้มีอิทธิพล นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน \\nรวมถึงการบริการสาธารณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำขึ้น อาทิ การขอติดตั้งมิเตอร์ประปา \\nการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า การทำถนน และการแจ้งขอเลขที่บ้านประสบปัญหาไม่สามารถดำเนินการได้\\n\t\tดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสั่งการให้อธิบดีกรมที่ดิน\\nมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดที่ดินของนายทุนที่มีการออกจากเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ตามคำพิพากษา\\nศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำงานที่ล่าช้า ประวิงเวลาของภาครัฐ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [161,1813,118,"นายรุจิภาส มีกุศล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบินโดรนในพื้นที่ห้ามบินในจังหวัดสุรินทร์","จากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประกาศห้ามทำการบินหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ทุกประเภทในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ต่าง ๆ ดังเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไป แต่ปรากฏว่าประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดน ได้พบเห็นวัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ \\nลักษณะคล้ายอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) บินผ่านบริเวณหมู่บ้านและไร่นาในเวลากลางคืน \\nสร้างความกังวลและหวาดกลัวแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบ\\nต่อความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงของชาติ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้ \\n\t\t(๑) หน่วยงานใดมีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมและตรวจสอบการบินของอากาศยาน\\nซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ในพื้นที่บริเวณชายแดน\\n\t\t(๒) มีการเฝ้าระวังหรือประเมินภัยคุกคามจากการใช้อากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ในพื้นที่บริเวณชายแดนหรือไม่ อย่างไร\\n\t\t(๓) มีแนวทางหรือแผนป้องกันและรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่บริเวณชายแดนหรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๔) กำหนดมาตรการยับยั้งหรือกำจัดอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ของต่างชาติ หรือไม่ทราบแหล่งที่มา เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [162,1811,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้ทบทวนนโยบายการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยเปลี่ยนจากวิธีคิด แบบบนลงล่าง (Top – Down) มาเป็นวิธีคิดแบบล่างขึ้นบน (Bottom – Up)","จากอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทยไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญ โดยผู้ใช้แรงงานซึ่งถือเป็นผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในฐานะกำลังการผลิตและกำลังซื้อที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจ แต่ที่ผ่านมา ผู้ใช้แรงงานโดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานรายได้น้อยกลับมีคุณภาพชีวิตค่อนข้างต่ำ ซึ่งสวนทางกับความสำคัญในระบบเศรษฐกิจ    \\n\t\tจากกรณีศึกษา : ประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ฉบับที่ ๑๔ ที่มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ที่มีประเด็นปัญหาเรื่อง กำหนดให้กิจกรรมโรงแรมและกิจการสถานบริการ\\nทั่วประเทศ มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ๔๐๐ บาทต่อวันทั่วประเทศ โดยไม่ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม\\nของแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นผลมาจากวิธีคิดแบบบนลงล่าง (Top – Down) ในระดับนโยบาย คณะกรรมการค่าจ้างซึ่งอยู่ที่ส่วนกลางจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจที่จะกำหนดว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำควรเป็นจำนวนเท่าไร \\nโดยพิจารณาจากภาพรวมจากเศรษฐกิจมหภาค อาทิ ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) อัตราเงินเฟ้อ ดัชนีค่าครองชีพ ขณะที่คณะกรรมการค่าจ้างประจำจังหวัดซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่กลับมีบทบาทน้อยมาก ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ฝ่ายการเมืองนำเรื่องการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยไม่คำนึงว่าจะส่งผลกระทบต่อนายจ้าง/ผู้ประกอบการอย่างไร ซึ่งไม่สะท้อนถึงความแตกต่างของการประกอบกิจการในแต่ละพื้นที่ซึ่งมีต้นทุนและค่าครองชีพไม่เท่ากัน กิจการโรงแรมและสถานบันเทิงซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมจำต้อง\\nแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากสภาพปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจ อาทิ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ปัญหานักท่องเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้รายได้ลดลง\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t       \t\t\t\t\t\t\\nประกอบกับปัญหาการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้กิจการโรงแรม\\nและสถานบันเทิงหลายแห่งจำเป็นต้องปรับลดเวลาทำงาน และปรับลดอัตราจ้างพนักงาน/ลูกจ้าง \\nด้วยเหตุนี้ จึงเห็นว่าควรทบทวนนโยบายกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยต้องเปลี่ยนจากวิธีคิดแบบบนลงล่าง (Top-Down) มาเป็นวิธีคิดแบบล่างขึ้นบน (Bottom – Up) ด้วยการกำหนดให้สำนักงานสวัสดิการ\\nและคุ้มครองแรงงานจังหวัด เป็นผู้ศึกษาข้อมูลบนพื้นฐานปัจจัยที่เกี่ยวข้องให้รอบด้าน และเสนออัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปยังคณะกรรมการค่าจ้างประจำจังหวัด ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง และตัวแทนฝ่ายลูกจ้างของแต่ละจังหวัด ร่วมกันพิจารณาและเสนอข้อมูลต่อคณะกรรมการค่าจ้าง \\nเพื่อพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดต่อไป ทั้งนี้ การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบและมีความเป็นธรรม จะส่งผลให้ผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับ\\nระบบเศรษฐกิจ และต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ รวมถึงความสามารถในการแข่งขันกับประเทศ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [163,1809,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","การขอสิทธิรับบำนาญชราภาพ (ลูกจ้างสถาบันราชประชาสมาสัย)","กลุ่มลูกจ้างของสถาบันราชประชาสมาสัย ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานให้กับ\\nทางราชการภายใต้ระเบียบของกรมควบคุมโรคว่าด้วยผู้ปฏิบัติงานให้กับราชการ พ.ศ. ๒๕๔๘ \\nได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการไม่ได้รับสิทธิเงินบำนาญชราภาพตามที่เคยได้รับอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ \\nโดยกลุ่มลูกจ้างดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อนในอดีต และเคยมีจำนวนรวมทั้งสิ้น ๑๔๔ คน \\nโดยปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับสิทธิบำนาญชราภาพไปแล้วจำนวน ๘ คน คงเหลือจำนวนผู้ปฏิบัติงานอีก \\nจำนวน ๘๔ คน ที่ยังไม่ได้รับสิทธิดังกล่าว และถูกปฏิเสธสิทธิการรับเงินบำนาญชราภาพ\\n \t\tจากการตรวจสอบพบว่า ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ในการจ้างงาน \\nโดยลูกจ้างในกลุ่มใหม่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายและมีสิทธิในระบบประกันสังคม ขณะที่ลูกจ้างกลุ่มเดิม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และยังมีความเจ็บป่วยอันเนื่องมาจาก\\nโรคที่เป็นมาแต่เดิม และมีภาวะพิการเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ และบางรายจำเป็นต้องหยุดงานเกินระยะเวลาที่กำหนดตามระเบียบฯ ส่งผลให้ถูกระงับการจ่ายเงินเดือน อีกทั้งยังได้รับผลกระทบในด้านสิทธิ สวัสดิการ และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ นอกจากนี้ ได้มีคำสั่ง\\nให้ดำเนินการตรวจสภาพความพิการของลูกจ้าง หากพบว่าไม่สามารถปฏิบัติงานได้จะมีคำสั่งเลิกจ้าง โดยมิได้รับค่าตอบแทน เงินบำนาญชราภาพ หรือเงินสมทบจากประกันสังคมเทียบเท่าลูกจ้างทั่วไป \\nอันเป็นการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุ่มผู้ป่วยซึ่งเคยทำงานรับใช้ราชการและมีคุณูปการแก่สังคม ดังนั้น จึงขอให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาทบทวนแนวทางการจัดสวัสดิการ\\nและสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของลูกจ้างกลุ่มดังกล่าว โดยคำนึงถึงหลักความเสมอภาค ความเป็นธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ได้อุทิศตนปฏิบัติงานให้แก่ทางราชการแม้ในสภาวะที่ไม่สมบูรณ์\\nทางร่างกายและสุขภาพ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [164,1807,146,"นายเศรณี อนิลบล","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้สนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมบ้านพักข้าราชการในส่วนภูมิภาค","บ้านพักเกษตรตำบลเป็นที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร\\nประจำตำบล ซึ่งสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ รวมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรอย่างเหมาะสม โดยบ้านพักดังกล่าวส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร และได้มีการก่อสร้างมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ \\nจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า ๔๐ ปี ถึงแม้ว่าสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด \\nและกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำแผนเพื่อดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านพักดังกล่าว\\nมาโดยตลอด เพื่อให้สามารถใช้เป็นที่พักอาศัยได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมแก่การปฏิบัติงาน\\nของเจ้าหน้าที่ แต่เนื่องจากสำนักงบประมาณมักตัดลดงบประมาณ จึงส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมได้อย่างต่อเนื่อง และส่งผลให้บ้านพักข้าราชการในหลายพื้นที่เกิดความทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบ้านพักของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงบ้านพักของหน่วยงานอื่น เช่น บ้านพักครู (กระทรวงศึกษาธิการ) และบ้านพักแพทย์ประจำตำบล (กระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งล้วนประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ บ้านพักข้าราชการจำนวนไม่น้อยได้รับการก่อสร้างบนที่ดินที่ประชาชนในพื้นที่บริจาค เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถพักอาศัยใกล้พื้นที่ปฏิบัติงาน ลดระยะเวลาในการเดินทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชน แต่เนื่องจากขาดงบประมาณในการบำรุงรักษา ทำให้บ้านพักหลายแห่งไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ต้องปล่อยทิ้งร้าง และในบางกรณีกลายเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น จึงเห็นควรให้กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงสำนักงบประมาณ พิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาบ้านพักเกษตรตำบลอย่างจริงจัง เพื่อให้ทรัพย์สินของราชการกลับมามีสภาพพร้อมใช้งาน และสามารถใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในการสนับสนุน\\nการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [165,1805,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของเกษตรกร ๔ จังหวัดอีสานใต้","คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดยโสธร และจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีข้อร้องเรียนจากประธานสภาเกษตรกรจังหวัด ดังนี้ \\n \t\t๗.๑ จังหวัดอุบลราชธานี มีประเด็นปัญหา และข้อเสนอ ดังนี้\\n \t    \t๑) โครงข่ายน้ำในพื้นที่อำเภอม่วงสามสิบไม่ทั่วถึง ส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถนำน้ำไปใช้ได้ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง\\n \t    \t๒) ขอให้มีสวัสดิการเกษตรกร โดยหักเงินจากการส่งออกเพียงร้อยละ ๑ \\n \t    \t๓) ขอให้กรมการข้าวทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้แก่เกษตรกรอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ประชาชนรวมตัวกันจัดตั้งขึ้น\\n \t    \t๔) การทำประกันภัยพืชผลทางการเกษตร ขอให้สนับสนุนและดำเนินการ\\nผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และขอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวน\\nให้ดำเนินการอย่างทั่วถึง\\n \t    \t๕) ขอให้ยกเลิกโครงการชดเชยดอกเบี้ยแก่โรงสี โดยพิจารณานำเงินดังกล่าว\\nมาขับเคลื่อนให้แก่เกษตรกร\\n \t    \t๖) ขอให้พิจารณาให้สภาเกษตรกรจังหวัดสามารถจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล \\nหรือปรับปรุงระเบียบ และหลักเกณฑ์ให้สามารถรับเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกได้\\n \t\t๗.๒ จังหวัดศรีสะเกษ มีประเด็นปัญหา และข้อเสนอ ดังนี้\\n \t    \t๑) ขอให้รัฐบาลจัดหาน้ำมันราคาถูกให้แก่เกษตรกร\\n \t    \t๒) ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือการแปรรูปทุเรียน และส่งเสริมด้านการตลาดให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน\\n \t    \t๓) ขอรับการสนับสนุนระบบน้ำและไฟฟ้าให้แก่สวนทุเรียนในพื้นที่ที่ไม่มีระบบน้ำ โดยใช้พลังงานสะอาด เนื่องจากทุเรียนภูเขาไฟของจังหวัดศรีสะเกษได้สร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมาก  \\n \t    \t๔) ขอให้หาวิธีช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเนื่องจากต้องรับภาระค่าไฟฟ้า\\nที่มีราคาสูงกว่าค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือน\\n \t    \t๕) เกษตรกรฟาร์มโคเนื้อของจังหวัดศรีสะเกษไม่สามารถขอรับการช่วยเหลือ\\nจากกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร (FTA) ได้ จึงขอให้หาวิธีช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเงินสนับสนุนต่อไป\\n \t\t๗.๓ จังหวัดยโสธร มีประเด็นปัญหา และข้อเสนอ ดังนี้\\n \t    \t๑) พื้นที่ของจังหวัดยโสธรตอนบนจะประสบภัยแล้ง แต่พื้นที่ตอนล่างของจังหวัดประสบปัญหาอุทกภัย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงข่ายน้ำ และพิจารณาวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\n \t    \t๒) ขอให้สนับสนุนศูนย์ข้าวเปลือกชุมชนเพื่อทำเมล็ดพันธุ์ หรือเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในเวลาที่เกิดภาวะพันธุ์ข้าวตกต่ำ \\n \t\t๗.๔ จังหวัดอำนาจเจริญ ขอเสนอให้เร่งจัดทำศูนย์ข้าวเปลือกชุมชนเพื่อเป็น\\nแก้มลิงข้าวเปลือก โดยมีองค์ประกอบ คือ ตู้อบข้าวเปลือก ลานตากข้าวเปลือก โรงสีข้าวที่มีขนาดการสีข้าวได้ปริมาณ ๑๕ ตันต่อวัน และไซโลสำหรับเก็บข้าวเปลือก","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [166,1803,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขุดลอกแม่น้ำลำคลองทางน้ำพร้อมกำจัดวัชพืชในพื้นที่ตำบลเคร็ง  อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช","จากป่าพรุควนเคร็งเป็นพื้นที่ป่าที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยอยู่ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะ\\nเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่มีขนาดประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ ไร่ เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ประกอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น ต้นสนิท\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t  \\nและต้นกระจูด รวมทั้งมีสัตว์น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าพรุควนเคร็งมีแหล่งน้ำธรรมชาติ\\nที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำชะอวดที่เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำปากพนังซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก และมีคลองสาขา\\nเป็นเส้นทางน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตของประชาชนในชุมชนเคร็งและพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง สายน้ำที่สำคัญ ประกอบด้วย คลองควนที่ไหลผ่านบ้านบางน้อย บ้านทุ่งใคร บ้านหัวถนน บ้านควนป้อม และบ้านควนเคร็ง นอกจากนี้ยังมีคลองกรูด คลองคูคต และคลองบางรักพรม  \\n\t\tอย่างไรก็ตาม สภาพปัจจุบันของแม่น้ำและคลองดังกล่าวมีปัญหาด้านการตื้นเขิน ความแคบของลำน้ำ การมีสิ่งกีดขวางและฝายกั้นทางน้ำ รวมทั้งการเจริญเติบโตอย่างหนาแน่นของวัชพืช\\nในลำน้ำ ซึ่งส่งผลทำให้ไม่สามารถใช้เรือในการสัญจรไปมาหรือการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเช่นในอดีต \\n\t\tการฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็งให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นการปรับปรุงสภาพแม่น้ำลำคลองและระบบการระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อให้สามารถใช้เรือในการสัญจรไปมาและขนส่งผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยนักท่องเที่ยวจะได้มีโอกาสนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของป่าพรุควนเคร็ง จากกรณีดังกล่าว\\nจึงมีความประสงค์ขอให้หารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้  \\n\t\t๑) กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการขุดลอกแม่น้ำชะอวด – แม่น้ำปากพนัง\\n\t\t๒) สำนักงานชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\nเพื่อการขุดลอกคลองต่าง ๆ ในตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งการกำจัดวัชพืชในคลอง\\n\t\t๓) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๑๕ (นครศรีธรรมราช) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการร่วมกันในการฟื้นฟูสภาพ\\nป่าพรุควนเคร็งให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน \\n \t\tการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็งบรรลุผลตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [167,1801,100,"นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","เงินเยียวยาให้แก่ทหารไทย","จากทหารและประชาชนชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาที่ผ่านมา ทุกท่านถือเป็นผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตย และรักษาแผ่นดินไทย จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาการเยียวยาแก่ทหารและประชาชนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารที่เสียชีวิตจำนวน ๑๕ นาย จึงขอนำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อให้รัฐบาลได้รับทราบ ดังรายละเอียดต่อไปนี้  \\n\t\tข้อมูลเปรียบเทียบการเยียวยาจากเหตุการณ์ต่าง ๆ (ข้อมูล ณ วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๘) \\n\t\t๑) เหตุการณ์ปะทะชายแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา\\n \t     \t- ผู้เสียชีวิต ได้รับการเยียวยา จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย  \\n\t    \t- ผู้ทุพพลภาพ ได้รับการเยียวยา จำนวน ๗๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย  \\n\t     \t- ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้รับการเยียวยา จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย\\n\t\t๒) เหตุการณ์ความไม่สงบที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗\\n\t     \t- ผู้เสียชีวิต ได้รับการเยียวยา จำนวน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย  \\n               \t- ผู้ทุพพลภาพ ได้รับการเยียวยา จำนวน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย  \\n               \t- ผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้รับการเยียวยา จำนวน ๒๕๕,๐๐๐ – ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย\\n\t\t๓) เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ – ๒๕๕๓\\n \t     \t- ผู้เสียชีวิตได้รับการเยียวยา จำนวน ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาทต่อราย\\n\t\tจากข้อมูลเปรียบเทียบดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณามอบเงินเยียวยา\\nให้แก่ครอบครัวของทหารผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ปะทะชายแดน\\nระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาให้มีจำนวนมากกว่านี้ เพื่อเป็นการตอบแทนความเสียสละ\\nของผู้ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย\t","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [168,1799,149,"นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี","ความเดือดร้อนของประชาชน","การกำจัดวัชพืชอ่างเก็บน้ำหนองแกดำและบูรณะอนุรักษ์สะพานไม้แกดำ","จากอ่างเก็บน้ำหนองแกดำและสะพานไม้แกดำ ตำบลแกดำ อำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลตำบลแกดำ และสำนักงานชลประทาน\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t         \\nจังหวัดมหาสารคาม สำนักงานชลประทานเขต ๖ จังหวัดขอนแก่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\nได้ประสบปัญหาด้านคุณภาพน้ำอย่างรุนแรงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยน้ำในอ่างเก็บน้ำดังกล่าว\\nมีลักษณะขุ่นมากและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง อันเนื่องมาจากการเจริญเติบโตของวัชพืชน้ำจำนวนมาก\\nอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะผักตบชวา สาหร่ายน้ำจืด และจอกแหน ซึ่งได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนแทบ\\nปกคลุมผิวน้ำทั้งหมดของอ่างเก็บน้ำ สภาพการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดปัญหา ดังนี้ \\n\t\t๔.๑ การไหลเวียนของน้ำไม่เป็นไปตามปกติ\\n\t\t๔.๒ ตะกอนตื้นเขินและการเน่าเสียของน้ำ\\n\t\t๔.๓ คุณภาพน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปาเพื่อบริการประชาชนในอำเภอแกดำ\\nมีคุณภาพที่ไม่เหมาะสม \\n\t\t๔.๔ ประชาชนขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคและบริโภค \\n\t\tจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและการสำรวจพื้นที่ เห็นว่าปัญหาดังกล่าว มีความเร่งด่วนและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ โดยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ \\n\t\t๑) การแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น และร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ โดยการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อดำเนินการกำจัดวัชพืชอย่างเร่งด่วน โดยการใช้เครื่องจักร และการขอความร่วมมือจากชุมชนท้องถิ่น\\n\t\t๒) การจัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน ให้มีการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว เนื่องจากปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในอำเภอแกดำอย่างกว้างขวาง\\n\t\t๓) การขุดลอกตะกอน ให้ดำเนินการขุดลอกตะกอนดินที่ทับถมสะสมมาเป็นระยะเวลายาวนานและไม่ได้รับการดูแลบำรุงรักษาที่เหมาะสม\\n\t\t๔) การติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำ ให้มีการติดตามตรวจวัดคุณภาพของน้ำ \\nค่าความเป็นกรด – ด่าง (pH) และปริมาณออกซิเจนในน้ำ เพื่อประเมินสภาพระบบนิเวศและคุณภาพน้ำที่นำไปใช้ในการผลิตน้ำประปา \\n\t\t๕) การยกระดับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ให้ผลักดันอ่างเก็บน้ำหนองแกดำเข้าสู่แผนพัฒนาระดับจังหวัดในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ แหล่งท่องเที่ยวชุมชน\\nเชิงนิเวศ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม\\n\t\tปัญหาการเกิดวัชพืชในอ่างเก็บน้ำหนองแกดำมิใช่เพียงปัญหาทางธรรมชาติเท่านั้น \\nแต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการขาดการบริหารจัดการทรัพยากรที่เหมาะสม การดูแลบำรุงรักษา \\nและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ให้ความสำคัญต่อการดูแล การบริหารจัดการ และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้อ่างเก็บน้ำหนองแกดำและสะพานไม้แกดำสามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมที่มีน้ำสะอาด และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมของประเทศ รวมทั้งเป็น\\nแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน\\nและการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [169,1797,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","ส่งเสริมการช่วยเหลือเกษตรกรและการแก้ปัญหา PM 2.5 ในพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก","จากพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการบางระกำโมเดล เพื่อนำพื้นที่บางระกำทำเป็นแก้มลิงธรรมชาติเพื่อรองรับน้ำจากแม่น้ำยมในช่วงฤดูน้ำหลากและปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ ทำให้อำเภอบางระกำเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตร และทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย \\n\t\tนอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่อำเภอบางระกำจะประกอบอาชีพทำนา โดยเกษตรกรบางส่วนจะทำนาโดยการเผาตอซังข้าว ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) \\nก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (Nitrogen oxide) \\nและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) ซึ่งก๊าซดังกล่าวจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของประชาชน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และ PM 10 ซึ่งการเผาไหม้\\nที่ไม่สมบูรณ์จะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งเป็นอันตรายต่อประชาชน โดยแนวทางแก้ไขปัญหาตอซังข้าว\\nในอำเภอบางระกำ มีดังนี้ (๑) การทำฟางอัดแท่ง (๒) การย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์และการใช้น้ำหมัก\\nตอซังข้าว และ (๓) การแปรสภาพต้นและตอซังข้าวที่เหลือเป็นปุ๋ย ซึ่งการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์\\nและการใช้น้ำหมักตอซังข้าว เป็นวิธีที่เหมาะสมกับพื้นที่และชุมชนในอำเภอบางระกำ เพราะสามารถย่อยสลายตอซังข้าวและฟางข้าว ช่วยลดการเผาซังข้าว ซึ่งเป็นสาเหตุของการก่อมลพิษทางอากาศ \\nและช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ควบคุมวัชพืช\\nและศัตรูพืช ส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ในท้องถิ่น และเป็นการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไป \\nโดยในช่วงเดือนเมษายนของทุกปีเป็นฤดูทำนา ซึ่งชาวนาจะต้องสูบน้ำเพื่อหมักตอซังข้าวแต่ยังขาดเครื่องมือในการสูบน้ำ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกร ดังนี้    \\n\t\t๑) พิจารณาช่วยเหลือระบบสูบน้ำที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ \\nหรือพลังงานทดแทนอื่น ๆ เพื่อใช้ในการสูบน้ำสำหรับหมักตอซังข้าว  \\n\t\t๒) พิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกน้ำท่วมตามความเหมาะสม\\nของแต่ละสภาพพื้นที่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [170,1795,159,"พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา","จากปัญหาการสู้รบตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ได้สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน เป็นปัญหาสำคัญด้านความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ และการบริหารราชการแผ่นดิน อันเนื่องมาจาก MOU จำนวน ๒ ฉบับ ดังนี้  \\n\t\t๒.๑ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือ MOU ๒๕๔๓ เนื่องจากแผนที่แนบท้าย MOU ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นแผนที่ขนาด \\n๑:๒๐๐,๐๐๐ ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบด้านเขตแดน ประกอบกับที่ผ่านมากัมพูชาได้ละเมิด MOU ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง      \\n\t\t๒.๒ บันทึกความเข้าใจที่กำหนดกรอบและกลไกในการเจรจา เพื่อหาข้อสรุป\\nเรื่องการปักปันเขตแดนว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลไทย – กัมพูชา หรือ MOU ๒๕๔๔ เนื่องจากเส้นเขตไหล่ทวีปของกัมพูชาอ้างสิทธิละเมิดกฎหมายสากลทางทะเล (UNCLOS ๑๙๘๒) \\nอย่างร้ายแรง และ MOU ๒๕๔๔ อาจจะขัดต่อประกาศกำหนดเขตไหล่ทวีปของประเทศไทยด้านอ่าวไทย พ.ศ. ๒๕๑๖\\n\t\tจากการสู้รบที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมได้ใช้สรรพกำลังไปเป็นจำนวนมาก \\nซึ่งรัฐบาลจะต้องเร่งสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้พร้อมปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ต่าง ๆ ต่อไปได้ ประกอบกับงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียงพอแค่การปฏิบัติภารกิจประจำ\\nและการดำรงสภาพของกองทัพเท่านั้น การเพิ่มขีดความสามารถเชิงรุกทำได้อย่างจำกัด รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณเพิ่มขึ้นไปจนถึงอย่างน้อย ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของ GDP เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ\\nด้านความมั่นคงให้ทัดเทียมมาตรฐานภูมิภาค จากประเด็นปัญหาดังกล่าว จึงขอปรึกษาหารือไปยัง\\nผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้   \\n\t\t๑) ขอให้ผู้นำฝ่ายค้านดำเนินการแจ้งไปยังประธานรัฐสภา เพื่อขอให้มีการ\\nเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมรัฐสภา ตามมาตรา ๑๕๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ \\n\t\t๒) ขอให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการแจ้งไปยังประธานรัฐสภา เพื่อขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตามมาตรา ๑๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐  ","นายกรัฐมนตรี และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [171,1793,133,"นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์","นโยบายของรัฐบาล","ขอความอนุเคราะห์กรมราชทัณฑ์อนุญาตคืนพื้นที่เรือนจำกลางพัทลุง","แผนพัฒนาจังหวัดพัทลุง ประเด็นการพัฒนาพื้นที่สีเขียว จังหวัดพัทลุงกำหนดเป้าหมายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวเดิม การเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหม่ รวมถึงการเชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโครงข่ายพื้นที่สีเขียวที่สมบูรณ์ให้มากยิ่งขึ้น จังหวัดพัทลุงจึงได้จัดทำโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะคูหาสวรรค์ และพื้นที่เกี่ยวเนื่องสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในพื้นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ พท ๒๑๒ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เนื้อที่ประมาณ ๔๔ ไร่ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเพื่อใช้ประโยชน์ด้านนันทนาการ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การจัดงานเทศกาล งานประเพณี การจัดแสดงสินค้า และศูนย์ชุมชนเพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลายของประชาชนทุกช่วงวัย พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินที่กรมธนารักษ์อนุญาตให้\\nเรือนจำกลางพัทลุง กรมราชทัณฑ์ใช้ประโยชน์ แต่ข้อเท็จจริงปัจจุบันพบว่า เรือนจำกลางพัทลุงได้ย้ายไปอยู่สถานที่แห่งใหม่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งใช้ที่ดินของกรมธนารักษ์เช่นเดียวกัน แปลงหมายเลขทะเบียน ที่ พท ๒๑๗ ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง จากข้อเท็จจริงดังกล่าวกรมราชทัณฑ์จะต้องดำเนินการส่งคืนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ พท ๒๑๒ (เรือนจำเก่า) คืนให้กับกรมธนารักษ์ สำหรับการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว คณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) \\nจังหวัดพัทลุง ได้บรรจุโครงการไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดพัทลุง ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพัทลุงได้จัดทำงบประมาณผูกพัน ๓ ปี (พ.ศ. ๒๕๗๐ – ๒๕๗๒) วงเงินประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท และได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อสำรวจและออกแบบ กำหนดแล้วเสร็จในช่วง\\nปลายเดือนกันยายน ๒๕๖๘ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพัทลุง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ และเทศบาลเมืองพัทลุงจะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการขอใช้พื้นที่ราชพัสดุแปลง\\nเรือนจำกลางพัทลุงเก่า เมื่อกรมราชทัณฑ์ส่งมอบพื้นที่คืนให้กับกรมธนารักษ์แล้ว และเป็นหน่วยงานรับโอนทรัพย์สินและดูแลรักษาหลังจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพัทลุงดำเนินโครงการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ จังหวัดพัทลุงได้มีหนังสือเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ ขอความอนุเคราะห์ให้กรมราชทัณฑ์\t\t\t\t\t\t  กระทรวงยุติธรรม ส่งมอบพื้นที่เรือนจำกลางพัทลุงเก่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ที่ พท ๒๑๒\\nตำบลคูหาสวรรค์อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ให้กับกรมธนารักษ์ตามกฎหมายและระเบียบ\\nที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อให้จังหวัดพัทลุงได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อจัดทำโครงการปรับปรุงสวนสาธารณะคูหาสวรรค์และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ตามความต้องการของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุงต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",9,2568,"2025-08-05T00:00:00"],
    [172,1791,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหารีสอร์ต ร้านอาหารและคาเฟ รุกล้ำที่สาธารณประโยชน์ ในพื้นที่ บ้านคลองลาวน ตำบลกองดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง","สืบเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่บ้านคลองลาวน ตำบลกองดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง และกลุ่มเรือประมงเล็ก ประมงท้องถิ่น สรุปสาระสำคัญว่า แต่เดิมในพื้นที่บ้านคลองลาวน ตำบลกองดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง มีที่สาธารณประโยชน์ซึ่งมีสภาพเป็นป่าชายเลนและป่าโกงกาง ซึ่งชาวประมงในพื้นที่ได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่จอดเรือประมงเพื่อหลบมรสุมภายหลังกลับจากทำการประมง อันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ ต่อมาอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งพร้อมด้วยกลุ่มนายทุนและข้าราชการ ได้ร่วมมือกันเข้ายึดที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวมาจัดสรรและดำเนินการออกโฉนดที่ดิน หลังจากนั้น นาย ส. ซึ่งเป็นนอมินีของ นาย น. ผู้มีอิทธิพลของตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ได้เข้ามาประกอบกิจการรีสอร์ต ร้านอาหารและคาเฟในที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งประกอบอาชีพประมง รวมทั้งชาวบ้านไม่สามารถเดินทางสัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าวได้ ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบปัญหาการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวโดยเร็ว \\nและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\\n \t๑) ขอให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่อนุรักษ์ ฟื้นฟูและปกป้องการบุกรุกป่าชายเลน ตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลน ว่ามีการออกหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ และหากมีการออกหนังสืออนุญาต ได้มีการฟื้นฟูป่าชายเลนที่ถูกทำลายหรือไม่ อย่างไร\\n \t๒) ขอให้กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ พื้นที่ป่าชายเลน ๑๐ แห่งที่ได้รับการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรืออุทยานแห่งชาติ ให้บังคับใช้กฎหมายกรณีที่มีการบุกรุกพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบดังกล่าว \\n \t๓) ขอให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ซึ่งรับผิดชอบเรื่องการออกเอกสารสิทธิ์\\nในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงหรือทับซ้อนกับป่าชายเลนซึ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์ ตรวจสอบพื้นที่\\nซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ต ร้านอาหารและคาเฟดังกล่าว มีการออกโฉนดที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และได้มาอย่างไร \\n \t๔) กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ขอให้ตรวจสอบว่ามีการถมทะเล หรือมีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำไปในทะเลหรือไม่ รวมทั้งมีการขออนุญาตก่อสร้างสะพานรุกล้ำไปในทะเลหรือไม่ \\n \t๕) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ในการเฝ้าระวังการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในพื้นที่ ได้มีการเฝ้าระวังพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่\\n \t๖) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีกรณีพบว่ามีการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งถือเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [173,1789,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย","จากได้ลงพื้นที่จังหวัดน่าน รับทราบสภาพปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดน่าน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากพายุโซนร้อน “วิภา” ที่ได้พัดถล่มพื้นที่ภาคเหนือตอนบน \\nซึ่งส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม เป็นเหตุให้ประชาชน\\nในจังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส บางพื้นที่น้ำท่วมสูงกว่า ๒ เมตร ถนนถูกตัดขาด บ้านเรือนพังเสียหาย โรงพยาบาลต้องอพยพผู้ป่วยอย่างเร่งด่วนในเวลากลางคืน ชาวบ้านต้องหนีน้ำขึ้นบนหลังคา ขณะที่ฝนตกไม่หยุดและรอคอยการช่วยเหลือที่ยังมาไม่ถึง ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยในเบื้องต้นได้ประสาน\\nกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่ประชาชน จำนวนกว่า ๒,๐๐๐ ครัวเรือน และประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคเหนือ (ตอนบน) ได้ส่งรถบรรทุก ๑๐ ล้อ นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกวุฒิสภา\\nจำนวนมากได้ส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ประชาชน ซึ่งจากการลงพื้นที่ดังกล่าว พบสภาพปัญหา\\nที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ดังนี้\\n \t๑) ระบบแจ้งเตือนภัยยังไม่ครอบคลุม พบว่าประชาชนบางคนไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนภัย ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่ทราบข่าวสาร เพราะไม่มีอินเตอร์เน็ต (Internet) และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ \\n \t๒) การให้ความช่วยเหลือล่าช้าและไม่ทั่วถึง เพราะถนนถูกตัดขาด ไม่สามารถขนส่งเครื่องอุปโภคและบริโภคในหลายพื้นที่ \\n \t๓) ประชาชนกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ และเด็กเล็ก ไม่มีระบบดูแลเป็นการเฉพาะ บางรายต้องติดอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน\\n่ \tดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้\\n \t๑) จัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วระดับหมู่บ้าน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยกู้ภัย และเครือข่ายชุมชน ดำเนินการช่วยเหลือได้ทันทีโดยไม่ต้องรอหนังสือสั่งการจากจังหวัด\\n \t๒) ติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยท้องถิ่นอย่างเหมาะสม อาทิ ใช้เสียงตามสายวิทยุชุมชน หรือช่องทางที่เข้าถึงได้ง่าย โดยออกแบบระบบแจ้งเตือนภัยให้ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟน สามารถรับทราบการแจ้งเตือนภัยได้","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [174,1787,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเตรียมการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วน","อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่\\nจังหวัดเชียงรายซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และจากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทา\\nสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ระบุว่า \\nระดับน้ำได้ลดลง มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบ จำนวน ๓ อำเภอ ๑๖ ตำบล ๑๓๑ หมู่บ้าน มีครัวเรือน\\nที่ได้รับผลกระทบ จำนวน ๑๐,๓๗๕ ครัวเรือน แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปหลังจากเกิดฝนตกหนัก\\nในคืนวันที่ ๒๗ และ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ส่งผลให้มีอำเภอที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม ได้แก่ \\nอำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเวียงแก่น นอกจากนี้ \\nยังมีรายงานว่าพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองเชียงรายมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากระดับน้ำกกที่เพิ่มสูงขึ้น ณ จุดวัดที่แม่อาย ซึ่งเริ่มล้นตลิ่งแล้ว และมีแนวโน้มจะท่วมพื้นที่ชุมชนซ้ำรอยเหตุการณ์ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ \\nที่ผ่านมา โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่มีวงเงินมากกว่า ๑๙๐ ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีการชดเชยหรือจ่ายเงินเยียวยาแก่เกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแต่อย่างใด \\nจึงขอให้รัฐบาลได้เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยเร็ว และมีข้อเสนอ\\nให้รัฐบาลดำเนินมาตรการชดเชยและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ อย่างเร่งด่วนและทั่วถึง เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าและความเดือดร้อนสะสมดังเช่นในอดีต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [175,1785,6,"นายกัมพล ทองชิว","สถานการณ์บ้านเมือง","๑. เรื่อง ราคาน้ำมันพืชในเขตจังหวัดสุรินทร์ ๒. เรื่อง คนขับรถช่วยเหลือผู้อพยพในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ถูกจับกุม","๑. เรื่อง ราคาน้ำมันพืชในเขตจังหวัดสุรินทร์\\n \t\tในช่วงเวลาที่ประชาชนชาวไทยร่วมกันส่งกำลังใจเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยตามศูนย์อพยพต่าง ๆ ทั่วประเทศ\\nได้ปรากฏปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยเฉพาะน้ำมันพืชซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมภายในศูนย์อพยพ โดยเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ผู้ปรึกษาหารือ\\nได้นำสิ่งของไปบริจาคและเยี่ยมศูนย์อพยพ ณ วัดสุทธิธรรมาราม (วัดใหม่หลวงตาเยื้อน) อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยได้รับการต้อนรับจากรักษาการเจ้าอาวาส และเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อพยพ\\nและได้รับทราบถึงปัญหาสำคัญจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์ฯ ซึ่งมีหน้าที่ประกอบอาหารให้แก่\\nผู้อพยพกว่า ๑,๐๐๐ คน โดยพบว่าไม่สามารถจัดหาน้ำมันพืชได้เพียงพอเนื่องจากมีการกักตุนและจำกัดการจำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ตที่อนุญาตให้ซื้อได้เพียงคนละ ๑ ขวด เท่านั้น ในขณะเดียวกันได้รับรายงานว่าราคาน้ำมันพืชจากผู้ค้าส่งมีการปรับราคาสูงขึ้นจากพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ ส่งผลให้\\nผู้ค้าปลีกเกิดความลังเลในการจำหน่าย เนื่องจากกังวลต่อภาวะขาดทุนและความไม่แน่นอนของตลาด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์การกักตุนสินค้า \\nและดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันพืชอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อศูนย์อพยพและการดำรงชีวิตของประชาชน รวมถึงการที่หน่วยงานของรัฐประกาศรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้อพยพ และผู้ประสบภัย ขอให้คำนึงถึงความจำเป็นของศูนย์อพยพในการประกอบอาหารโดยเฉพาะการบริจาคน้ำมันพืช ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดูแลผู้ประสบภัยอย่างมีประสิทธิภาพ\\n๒. เรื่อง คนขับรถช่วยเหลือผู้อพยพในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ถูกจับกุม\\n \t\tจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย - กัมพูชา ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ จำเป็นต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยไปยังศูนย์อพยพเพื่อความปลอดภัย โดยในกระบวนการอพยพดังกล่าวได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความไม่สบายใจแก่ผู้ประสบภัย โดยมีรถโดยสารประจำทางสาย ๒๔ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งรับ - ส่งผู้อพยพจากอำเภอกาบเชิง มายังศูนย์อพยพ ณ วัดสุทธิธรรมาราม (วัดใหม่หลวงตาเยื้อน) อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม เนื่องจากผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตขับรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งในรถมีผู้โดยสารเป็นผู้สูงอายุจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีข้อเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้พิจารณาสถานการณ์โดยใช้ดุลยพินิจอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเดือดร้อน\\nของประชาชนที่ถูกบังคับให้ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนและที่ทำมาหากิน อันเนื่องมาจากสถานการณ์\\nความขัดแย้งบริเวณชายแดน จึงเห็นควรให้หลีกเลี่ยงการกระทำหรือมาตรการที่อาจซ้ำเติมความทุกข์ของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตนี้\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [176,1783,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน","ปัจจุบันประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการบริหารงาน\\nและการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสภาพปัญหาหลัก ดังนี้\\n \t๑) ขาดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินงานแบบแยกส่วน ขาดการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ส่งผลให้เกิดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน \\nและทำให้การแก้ไขปัญหามีความยุ่งยากซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น\\n \t๒) การขาดความโปร่งใส หน่วยงานขาดการเปิดเผยข้อมูลและการมีส่วนร่วม\\nจากประชาชน ส่งผลให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างภาครัฐกับประชาชน\\n \t๓) ปัญหาด้านทัศนคติและสมรรถนะของบุคลากร บุคลากรภาครัฐขาดความเข้าใจ ขาดทักษะ หรือมีทัศนคติที่ไม่เอื้อต่อการทำงานร่วมกับประชาชน ส่งผลต่อประสิทธิผลในการให้บริการสาธารณะ\\n \t๔) การขาดกลไกสนับสนุน ขาดการสนับสนุนจากส่วนกลางหรือกลไกที่ชัดเจน\\nในการสนับสนุน ส่งเสริม และติดตามการทำงานร่วมกัน ทำให้การดำเนินงานไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้\\n   \t๕) กฎหมายและระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวย กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ มีข้อจำกัดหรือไม่ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน หรือระหว่างภาครัฐกับประชาชน\\n \tจากที่กล่าวมาข้างต้น กรณีปัญหาการขุดลอกคลองในตำบลแหลมตะลุมพุก \\nอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยประชาชนในพื้นที่ตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง \\nจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ขอให้ดำเนินการขุดลอกคลองในพื้นที่หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๓ ได้แก่ \\nคลองวัดแหลมตะลุมพุก และคลองยายตุ่น ซึ่งมีสภาพตื้นเขิน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เมื่อฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซาก น้ำเค็มรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน การประกอบอาชีพประมงและเกษตรกรรมดำเนินไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งคลองทั้ง ๒ สาย อยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ประกอบด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ \\nสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุก เทศบาลตำบลแหลมตะลุมพุก ความพยายามในการแก้ไขปัญหา โดยเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการเพื่อส่งเสริม การสนับสนุน และการประสานงานในการดำเนินงาน ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการส่งเสริม การสนับสนุน และการประสานงานในการดำเนินงาน\\nด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานและการพัฒนาส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตของบุคคลที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพของชุมชนในท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างสมดุล\\nและยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลง ดังนี้\\n \tข้อ ๒.๓ การดำเนินการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานและการพัฒนาส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตของบุคคลที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ \\nเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ฯลฯ \\n \tข้อ ๒.๔ การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมสนับสนุนด้านการพัฒนาและการส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตของบุคคลในชุมชนที่เก็บหาหรือใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้\\n \tแม้ว่าบันทึกข้อตกลงดังกล่าวได้ให้อำนาจและสามารถดำเนินการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนด้านการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานและการพัฒนาส่งเสริมอาชีพหรือคุณภาพชีวิตได้ \\nแต่การดำเนินการขุดลอกคลองดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเกิดความล่าช้า เนื่องจากการขาดการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๕ (นครศรีธรรมราช) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผู้อนุมัติกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุก กระทรวงมหาดไทย ซึ่งการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบัน ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด โดยองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุกมีงบประมาณเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๕ (นครศรีธรรมราช) จึงไม่สามารถดำเนินการได้ \\n \tดังนั้น ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุก กระทรวงมหาดไทย ควรบูรณาการ\\nการทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง \\nมีการประสานงานอย่างเป็นระบบ และสร้างกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การแก้ไขปัญหา\\nมีความรวดเร็วและตรงตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [177,1781,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ชาวนาไทยสู่แนวหน้า ","ประเทศไทยมีเกษตรกรชาวนาอาศัยอยู่ทั่วทุกภูมิภาค มีพื้นที่เกษตรกรรม\\nสำหรับการทำนาปลูกข้าวและทำไร่ทำสวน ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการที่นายทหารตั้งแต่อดีต\\nจนถึงปัจจุบันได้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องและสร้างสรรค์ผืนแผ่นดินนี้ไว้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “แผ่นดินสุวรรณภูมิ” เกษตรกรชาวนาไทยมีความยินดีและพร้อมที่จะส่งมอบข้าวให้แก่นายทหาร\\nผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย โดยขอให้มีการประสานงานผ่านทางวุฒิสภาเพื่อดำเนินการ\\nจัดส่งข้าวไปยังกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศชาติ\\n \tในการนี้ ขอแสดงความขอบคุณอย่างสูงต่อนายทหารทุกท่านที่ได้ปฏิบัติหน้าที่\\nด้วยความเสียสละ ในการปกป้องและรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เพื่อประชาชนชาวไทยและคนรุ่นหลัง\\nในอนาคต และเกษตรกรชาวนาขอแสดงเจตนารมณ์ที่มั่นคงในการยืนหยัดเดินหน้าร่วมกับกองทัพไทยเพื่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและผืนแผ่นดินไทยสืบไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [178,1779,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาด้านการคมนาคมและการขนส่งผลิตผลทางการเกษตร ตำบลเคร็ง  อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช","จากการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับทราบปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช เกี่ยวกับปัญหาถนนที่ใช้ในการสัญจรและขนส่งผลิตผลทางการเกษตรชำรุดทรุดโทรม ซึ่งส่งผลกระทบ\\nต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชน จำนวน ๓ เส้นทาง ดังนี้\\n \t๑) ถนนสายบ้านบางน้อย - บ้านไทรหัวม้า หมู่ที่ ๒ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร\\n \t๒) ถนนสายบ้านไทรหัวม้า - บ้านโคกยาง หมู่ที่ ๒ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด \\nจังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร\\n \t๓) ถนนสายบ้านไทรหัวม้า - บ้านย่านแดง หมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๗ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร\\n \tโดยถนนทั้ง ๓ สาย เป็นถนนทางหลวงท้องถิ่นซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบ\\nขององค์การบริหารส่วนตำบลเคร็ง มีสภาพปัญหาดังต่อไปนี้\\n \t๑) สภาพพื้นที่เป็นบริเวณต่ำ เมื่อถึงฤดูฝน มีฝนตกหนัก เกิดปัญหาน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๒ - ๓ เดือน ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรไป - มาได้\\n \t๒) สภาพผิวจราจรชำรุดทรุดโทรม เป็นหลุมบ่อจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจร\\n \t๓) ถนนมีความกว้างไม่เพียงพอ ทำให้การสัญจรไป - มา และการขนส่งผลิตผล\\nทางการเกษตรเป็นไปด้วยความยากลำบาก\\n \t๔) สภาพปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน\\n \tโดยข้อจำกัดในการดำเนินการ คือ องค์การบริหารส่วนตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอเสนอให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑) ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่\\n \t๒) พิจารณาจัดสรรงบประมาณจากงบประมาณจังหวัดหรืองบประมาณจากแหล่งอื่น\\nที่เหมาะสม \\n \t๓) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน\\nและมีประสิทธิภาพ \\n \tโดยปัญหาดังกล่าวเป็นความเดือดร้อนซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต\\nและการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ต้องขนส่งผลิตผลทางการเกษตร การแก้ไขปัญหานี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [179,1777,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทุเรียนสวมสิทธิ์","ทุเรียนเป็นสินค้าภาคการเกษตรของประเทศไทยที่มีราคาสูง ในขณะที่ทุเรียนของประเทศเพื่อนบ้านมีราคาถูกกว่า ทำให้มีการนำเข้าทุเรียนจากต่างประเทศแล้วนำมาสวมสิทธิ์เป็นทุเรียนไทยเพื่อลักลอบส่งออกไปยังต่างประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยตกต่ำสูญเสียความน่าเชื่อถือและในที่สุดอาจจะสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านได้ โดยที่ผ่านมาได้มีการจับกุมทุเรียนสวมสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดระยอง แต่ระยะเวลาผ่านมาแล้ว ๓ เดือน ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากการดำเนินคดีเป็นไปด้วยความล่าช้า \\nซึ่งได้มีการส่งเรื่องไปยังกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง แต่ได้รับคำตอบว่าไม่ใช่ภารกิจและหน้าที่ของหน่วยงานในพื้นที่ และยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการควบคุมการสวมสิทธิ์ทุเรียนโดยตรง สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง คือ ด่านตรวจพืชและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการส่วนกลาง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วในการดำเนินคดี ทั้งนี้ แม้ทุเรียนเป็นสินค้าเสรีที่สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือนำเข้า - ส่งออกได้อย่างเสรี โดยไม่มีข้อจำกัดหรืออุปสรรคทางการค้า แต่ภายใต้การค้าเสรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์ทุเรียน ดังนี้ \\n \t๑) ขอให้อุดหนุนทุเรียนในประเทศไทยเป็นลำดับแรก \\n \t๒) การกำหนดโควตาในการนำเข้าและส่งออกของแต่ละบริษัท ต้องมีการสำแดงปริมาณการนำเข้าและปริมาณส่งออกทุเรียนว่ามีจำนวนเท่าใด \\n \t๓) เร่งรัดให้มีการตรากฎหมายควบคุมการสวมสิทธิ์ทุเรียน ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [180,1775,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหายาเสพติดและเว็บพนัน ในกลุ่มนักศึกษา ","ปัจจุบันมีการกล่าวถึงคำว่า “อายุน้อยร้อยล้าน” เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวที่ต้องการมีอนาคต พยายามไขว่คว้าทำงานหนัก มีวิธีการทางการตลาดที่ได้รับผลตอบแทนจนเป็นเศรษฐีใหม่ เช่น ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว จากคนธรรมดากลายเป็นเศรษฐีใหม่ที่ทำอาชีพอย่างสุจริต\\nแต่ระยะหลังคำว่า “อายุน้อยร้อยล้าน” เป็นการสื่อถึงบุคคลที่มีอายุน้อย แต่ทำธุรกิจสีเทา เช่น การเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ ที่มีการเชิญชวนให้เด็กและเยาวชนเล่นพนันออนไลน์ มีการสร้างแรงจูงใจ\\nและส่งเสริมการเล่นการพนันโดยให้ค่าคอมมิชชั่น (Commission) หรือค่านายหน้า การให้ค่าตอบแทนจากการเล่นการพนัน ๑๐๐ เท่า และการให้เครดิตเล่นพนันฟรี \\n \tนอกจากนี้ พบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มนักศึกษา โดยเฉพาะ\\nยาไอซ์ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นในข้อหา\\nมียาเสพติดประเภทยาไอซ์ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเรื่องดังกล่าวปรากฏเป็นข่าว ๑ - ๒ วัน \\nแต่เรื่องได้เงียบหายไป โดยเรื่องดังกล่าวไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัย และผู้บริหาร\\nของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในการแสดงออกเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าจะลงโทษทางวินัยกับอาจารย์ที่กระทำความผิดหรือไม่ อย่างไร และนักศึกษาที่เห็นอาจารย์เป็นผู้ขายยาไอซ์ จะเสพยาไอซ์ด้วยความเชื่อมั่นในตัวของผู้ขาย จึงขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แจ้งและกำชับไปยังอธิการบดีของทุกมหาวิทยาลัยให้เข้มงวดและกวดขันอาจารย์รวมทั้งบุคลากรในมหาวิทยาลัย ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ และยาเสพติดทุกประเภท ","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [181,1773,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","กฎหมาย","การพนันออนไลน์  ","จากปัจจุบันการพนันออนไลน์มีรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก\\nผ่านโทรศัพท์มือถือ และสื่อสังคมออนไลน์ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอให้เจ้าหน้าที่และรัฐบาลตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาการพนันออนไลน์ และเร่งกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันเยาวชนและสังคมไทยจากการพนันออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมาสื่อมวลชน\\nมีการนำเสนอข่าวเด็กมัธยมติดเกมส์ และประชาชนมีหนี้ที่เกิดจากเว็บพนันออนไลน์ แต่ปัจจุบันยังพบเห็นคลิปโฆษณาพนันออนไลน์ในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น ติ๊กต็อก (TikTok) เฟซบุ๊ก (Facebook) ยูทูบ (YouTube) และแฟลตฟอร์มอื่น ๆ ซึ่งการพนันออนไลน์ถือเป็นปัญหาความมั่นคงทางสังคม และเศรษฐกิจครัวเรือน \\nซึ่งการพนันออนไลน์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับพบเห็นเว็บไซต์พนันออนไลน์อย่างเปิดเผย โดยมีการเปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ทุกสัปดาห์ บางเว็บไซต์มีข้าราชการหรือผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง จากกรณีข้างต้น รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เด็กไทยเข้าถึงเว็บพนันออนไลน์ และไม่ควรปล่อยให้ประชาชนถูกล่อลวงให้เล่นการพนันผ่านการโฆษณาอัตโนมัติที่เชิญชวนให้เล่นพนันออนไลน์ โดยไม่มีมาตรการ\\nการป้องกันแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์ปราบปรามการพนันออนไลน์ระดับชาติ\\nโดยบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคาร และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยให้มีการสร้างระบบคัดกรองและปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์แบบเรียลไทม์ที่มีประสิทธิภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับภัยร้ายของการพนันออนไลน์ผ่านทางโรงเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เยาวชน และดำเนินคดีอย่างจริงจังกับข้าราชการหรือผู้มีอิทธิพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังของธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมทั้ง ขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงภัยร้ายจากการพนันออนไลน์ที่มีต่อเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [182,1771,187,"นางสาวอมร ศรีบุญนาค","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด","การแพร่ระบาดของยาเสพติดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และพบว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยจากยาเสพติดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากการใช้ยาบ้า (Metamphetamine) น้ำใบกระท่อม และกัญชา ซึ่งนำไปสู่ภาวะป่วยทางจิต พฤติกรรมก้าวร้าว ทำลายทรัพย์สิน หรือพฤติกรรมคุกคามบุคคลรอบข้าง จนต้องได้รับการควบคุมตัวซ้ำซาก โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องร่วมกันเข้าควบคุมตัวผู้ป่วยจากยาเสพติด ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อนำตัวส่งเข้าไปรับการรักษา แต่อย่างไรก็ดี เมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเพียงเล็กน้อยโรงพยาบาลที่รับรักษามีความจำเป็นที่จะต้องอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้าน เนื่องจากสถานที่และบุคลากรไม่เพียงพอ แต่เมื่อผู้ป่วยกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านไม่ถึง ๗ วัน ผู้ป่วยมีอาการกำเริบและต้องส่งตัว\\\\nกลับเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล และจะเป็นเช่นนี้ตลอดมา ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นการสะท้อน\\\\nให้เห็นถึงการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่ยังมิได้มีการปราบปรามอย่างจริงจัง รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างของระบบการบำบัดรักษาที่ยังมีไม่เพียงพอต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะในชนบทที่ยังขาดแคลนแพทย์ พยาบาล และสถานพยาบาล นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ยังพบว่ามีผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารับการรักษา\\\\nซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับประเทศไทย ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้\\\\n \t\t๑) ควรสร้างศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจรในระดับอำเภอทั่วประเทศ \\\\nโดยจัดให้มีแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พื้นที่สันทนาการ พื้นที่ออกกำลังกาย และการฝึกอาชีพสำหรับผู้ป่วย รวมทั้งจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ\\\\n \t\t๒) บูรณาการการทำงานของหน่วยงานป้องกันยาเสพติดให้มีการทำงานเชิงรุก \\\\nมิใช่เพียงการปราบปรามตามสถานการณ์เท่านั้น รวมทั้งควรมีระบบการตรวจสอบภายในและควรมี\\\\nการลงโทษที่เด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่รับสินบนจากการปล่อยตัวผู้ต้องหา\\\\n \t\t๓) รัฐบาลควรมีการจัดการงบประมาณในระยะยาว และควรตั้งเป้าหมายว่าภายในระยะเวลา ๕ ปี จะต้องลดผู้ป่วยซ้ำซากจากยาเสพติดให้ได้","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [183,1769,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาพืชผลทางการเกษตร","จากเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกได้รับผลกระทบจากปัญหาลมกรรโชกแรงในช่วงฤดูฝนทำให้ต้นทุเรียนหักโค่น ผลผลิตหล่นเสียหายเป็นจำนวนมาก เกษตรกรบางรายสูญเสียรายได้หลักประจำปีของครอบครัว แต่เนื่องจากความเสียหายที่ได้รับนั้น เกิดขึ้นเฉพาะจุดและครอบคลุมพื้นที่ในระดับอำเภอ จึงทำให้ไม่เข้าเกณฑ์การประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางการเกษตรตามระเบียบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางภาครัฐซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นมิได้แตกต่างไปจากพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติทางการเกษตรแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ\\nไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทบทวนหลักเกณฑ์การประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางการเกษตร\\nให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่เกษตรกรมีการเพาะปลูกเป็นรายบุคคล \\nควรมีกลไกในการช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะรายสำหรับกรณีความเสียหายรุนแรงที่ไม่มีการกระจายตัว\\nเป็นวงกว้าง พร้อมกันนี้ ควรพิจารณาให้มีกองทุนฉุกเฉินระดับท้องถิ่น หรือการประกันภัยพืชผล\\nภาคบังคับในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่เกษตรกร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [184,1767,168,"พลโท สุกิจ ทั่งทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอปรึกษาหารือ จำนวน 2 เรื่อง 1.1 เรื่อง ข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา 1.2 เรื่อง ปัญหาภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และการประสานงานเรื่องอื่น ๆ","๑.๑ เรื่อง ข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา\\n \t\t\t สืบเนื่องจากปัจจุบันมีสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา \\nจึงขอเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t\t\t๑) ควรประกาศใช้กฎอัยการศึกใน ๗ จังหวัดชายแดนไทย - กัมพูชา ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ทันที โดยให้ฝ่ายทหารมีอำนาจเหนือฝ่ายพลเรือน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างมีเอกภาพตามหลักการ C3I “การบังคับบัญชา การควบคุม การสื่อสาร และข่าวกรอง” (Command, Control, Communication, and Intelligence) และขอให้กระทรวงกลาโหมบรรจุกำลังพล\\nที่เสริมกำลังเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติมเข้าระบบแผนงานป้องกันประเทศเพื่อให้ได้รับสิทธิ “วันทวีคูณ” \\nและสิทธิอื่น ๆ ตามสิทธิกำลังพลเพิ่มเติมจากยามปกติ \\n \t\t\t๒) ควรแก้ไขหรือเพิ่มเติม MOU43, MOU44 และ JC44 ที่ประเทศไทยเสียเปรียบในบางเรื่องให้มีความชัดเจนและเอื้อประโยชน์ต่อประเทศไทยมากขึ้น\\n \t\t\t๓) ควรปิดด่านชายแดนทางบกทุกด่านทันที รวมถึงปิดน่านน้ำและน่านฟ้า\\nของประเทศไทยมิให้ประเทศกัมพูชาเข้ามาหรือผ่านโดยเด็ดขาด จนกว่าภารกิจการปักปันเขตแดน\\nทั้งทางบกและทางทะเลจะยุติลงและเป็นที่พอใจของฝ่ายไทย โดยต้องไม่มีพื้นที่ทับซ้อนอย่างเด็ดขาด \\nทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของสายการบินพาณิชย์เป็นสำคัญ\\n \t\t\t๔) ควรตัดระบบสาธารณูปโภคที่เชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชาทั้งหมด ได้แก่ ไฟฟ้า น้ำประปา อินเตอร์เน็ต (Internet) และสัญญาณโทรศัพท์ จนกว่าการปักปันเขตแดนจะยุติ\\nและเป็นที่พอใจของฝ่ายไทย \\n\t\t\t๕) ควรยกเลิกการส่งออกน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และก๊าซธรรมชาติ \\nไปยังประเทศกัมพูชาโดยเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ากระทำผิดตามกฎอัยการศึกต้องขึ้นศาลทหาร\\n \t\t\t๖) ควรยกเลิกบัตรผ่านแดนชาวกัมพูชาทั้งหมดทั่วราชอาณาจักรไทย \\nและผลักดันแรงงานให้กลับประเทศต้นทางทันที ทั้งผู้เข้ามายังประเทศไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย\\nและผู้ที่เข้ามาโดยผิดกฎหมาย จนกว่าการปักปันเขตแดนทางบกและทางทะเลจะยุติอย่างสมบูรณ์\\n \t\t\t๗) ควรตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศกัมพูชา จนกว่าการปักปันเขตแดนจะแล้วเสร็จและไม่มีพื้นที่ทับซ้อนอย่างเด็ดขาด\\n \t\t\t๘) ควรดำเนินการกั้นรั้วถาวรในพื้นที่ที่มีพรมแดนธรรมชาติไม่ชัดเจนหรือมีปัญหา และขับไล่ชาวกัมพูชาที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยออกไปทันที รวมถึงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่\\nอย่างผิดกฎหมาย\\n๑.๒ เรื่อง ปัญหาภายในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และการประสานงานเรื่องอื่น ๆ\\n \t\t\t๑) ขอเสนอแนะให้เลขาธิการวุฒิสภาดำเนินการจัดระเบียบที่จอดรถบริเวณ\\nชั้น B๒ ใหม่ โดยห้ามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) แสดงพฤติกรรมคุมพื้นที่จอดรถ\\nและแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทน รวมทั้ง ควรมีการหมุนเวียน รปภ. ทุกเดือน เพื่อให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อื่น และควรดำเนินการจัดพื้นที่จอดรถให้แก่สมาชิกวุฒิสภาเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้วิธีจับสลากเพื่อให้สมาชิกวุฒิสภามีช่องจอดรถอย่างชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา\\nการแสวงหาผลประโยชน์ดังกล่าวข้างต้น\\n \t\t\t๒) ขอให้ประสานคณะกรรมาธิการที่รับเรื่องบ่อขยะและน้ำเสียเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในจังหวัดสระบุรี ทั้งนี้ ตามที่ฝ่ายเลขานุการกลุ่มภาคกลางตอนบน\\nได้รับเรื่องเป็นเอกสารไว้แล้ว รวมถึงปัญหาอื่น ๆ ให้มีหนังสือกำชับถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี\\nให้เร่งดำเนินการโดยด่วน (กรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างดำเนินการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)\\n \t\t\t๓) ขอให้พิจารณานำงบประมาณที่เหลือจากโครงการสมาชิกวุฒิสภา\\nพบประชาชนของแต่ละกลุ่มภาคไปช่วยเหลือพื้นที่พักพิงของจังหวัดตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา โดยแบ่งคณะสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในแต่ละกลุ่มภาคลงพื้นที่แจกถุงยังชีพให้แก่ประชาชน\\nและทหารต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",7,2568,"2025-07-29T00:00:00"],
    [185,1765,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหารถบัสสองชั้น","เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้มีมติเห็นชอบให้ห้ามการเดินรถของรถโดยสารสองชั้น (มาตรฐาน ๔) บนทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ช่วงสี่แยกกบินทร์บุรี - วังน้ำเขียว เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีความลาดชันและมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ในขณะเดียวกันได้มีมติผ่อนปรนให้รถโดยสารสองชั้น สามารถวิ่งในบางเส้นทางได้ จำนวน ๖ เส้นทางทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเงื่อนไขในการควบคุมการดำเนินงานของผู้ประกอบการรถโดยสารสองชั้น (มาตรฐาน ๔) ได้แก่ (๑) การตรวจสภาพรถ (Recall) โดยต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อประเมินความพร้อม โดยเฉพาะระบบห้ามล้อ (๒) การอบรมพนักงานขับรถโดยต้องผ่านหลักสูตร “การขับรถขนาดใหญ่บนเส้นทางลาดชัน” ผ่านระบบ e-learning ๓) การปฏิบัติตามกฎหมายจราจร โดยผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามป้ายจำกัดความเร็วอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นด้านความปลอดภัย อาทิ การติดตั้งถังแก๊ส NGV ในรถโดยสารบางคันเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต และระยะเวลาในการอบรมที่สั้นเกินไปอาจไม่เพียงพอต่อการสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการขับขี่ในพื้นที่เสี่ยง จากการศึกษาพบว่า รถโดยสารสองชั้น (มาตรฐาน ๔) มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากกว่ารถโดยสารชั้นเดียวถึง ๗ เท่า และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตถึง ๑๐ เท่า ถึงแม้ว่ากรมการขนส่งทางบกจะมีคำสั่งยกเลิกการจดทะเบียนรถดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ แต่ในปัจจุบันยังมีรถประเภทนี้ให้บริการมากกว่า ๖,๓๐๐ คันทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ประชาชน\\nยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญ อาทิ อายุการใช้งาน และผลการตรวจสภาพรถ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ\\nที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินทาง ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินมาตรการควบคุม กำกับดูแล และแก้ไขปัญหารถโดยสารสองชั้น (มาตรฐาน ๔) อย่างจริงจังและต่อเนื่อง\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [186,1763,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","กฎหมาย","ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า และปัญหายาบ้า","ประเด็นที่ ๑ ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า\\nในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘ พบว่ามีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านสาธารณสุข ระบบกฎหมาย และด้านสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอันเป็นทรัพยากรสำคัญ\\nของประเทศ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมีประเด็นปัญหาหลักที่ควรพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑)\tปัญหาการแพร่ระบาดในกลุ่มเยาวชน บุหรี่ไฟฟ้าได้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว\\nในกลุ่มเยาวชนอายุระหว่าง ๑๒ - ๒๐ ปี โดยพบว่า มีการใช้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และยังส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจของเยาวชน\\n \t\t๒)\tปัญหาการจำหน่ายโดยผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ พบว่า มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Facebook Instagram TikTok แอปพลิเคชัน LINE และ Telegram ซึ่งเป็นช่องทางที่ยากต่อการควบคุมและตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่รัฐ\\n \t\t๓)\tปัญหาการรับรู้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โดยประชาชนส่วนหนึ่งยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า เช่น เชื่อว่าไม่มีสารนิโคตินและปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดา หรือสามารถช่วยเลิกบุหรี่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง บุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยนิโคตินในระดับสูง และยังมีสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง\\nและระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ\\n \t\t๔)\tปัญหาการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ โดยมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า\\nจากต่างประเทศ อาทิ ประเทศจีน ประเทศมาเลเซีย และประเทศเวียดนาม โดยไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการควบคุมของภาครัฐ\\n\t\t๕)\tปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยประเทศไทยใช้มติของคณะกรรมการควบคุมยาสูบ พ.ศ. ๒๕๑๗ ห้ามการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แต่ยังไม่มีพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายเฉพาะ\\nที่มีความชัดเจนและทันสมัยเพื่อรองรับการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n \t\t๖)\tปัญหาสุขภาพจิตจากการเสพติดนิโคติน การใช้บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดการเสพติดสารนิโคตินอย่างรุนแรง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต พฤติกรรม และการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ใช้ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน\\n \t\tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการวางมาตรการควบคุม\\nและแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม ตลอดจนยกระดับกฎหมายและกลไกการบังคับใช้ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น\\n\t\tประเด็นที่ ๒ ปัญหายาบ้า เนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘ เจ้าหน้าที่ตำรวจ\\nได้ดำเนินการจับกุมยาบ้าจำนวนมากกว่า ๑๐ ล้านเม็ด ณ ด่านตรวจเอกซเรย์ยาเสพติด ตำบลห้วยไร่\\nอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยจากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาลำเลียงยาบ้าจากอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ไปยังอำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี หากการลำเลียงสำเร็จ อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเยาวชนและความมั่นคงของประเทศ สำหรับฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา ได้มีการศึกษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประชาชน โดยดำเนินโครงการชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด\\nแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดน่าน และจังหวัดเลย เป็นต้น รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยได้ร่วมศึกษาดูงานกับประเทศลาว เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทาง \\nการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระดับภูมิภาค ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง มีการกำหนดมาตรการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างรุนแรง และเพิ่มบทบาทของทุกภาคส่วน\\nในการปราบปรามยาเสพติดทุกประเภท เพื่อปกป้องสังคม และเยาวชนของชาติจากภัยคุกคามดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [187,1761,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","กฎหมาย","“เหยื่อ” อยู่ไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม เมื่อ “ความล่าช้า” คือ “คำพิพากษาชีวิต”","เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นกรณีของช่างแต่งหน้าชื่อดัง\\nและอดีตผู้อำนวยการกองประกวดนางงามระดับประเทศได้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพในรูปแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยถูกหลอกลวงให้โอนเงินหลายหมื่นบาทผ่านแอปพลิเคชัน Facebook ต่อมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้โพสต์ข้อความสุดท้ายในสื่อสังคมออนไลน์พร้อมแนบภาพ\\nใบแจ้งความโดยแสดงความสิ้นหวังและนำไปสู่การตัดสินใจจบชีวิตตนเองในที่สุด เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของกระบวนการยุติธรรมที่มีลักษณะล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ \\nและไม่สามารถเป็นที่พึ่งพิงให้แก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ผู้เสียหายจำนวนมากต้องสูญเสียทรัพย์สิน ความหวังและศรัทธาในภาครัฐ ขณะเดียวกัน ประชาชนกลับต้องแบกรับภาระการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยที่ระบบการไต่สวนยังคงใช้เวลานาน ทั้งที่ธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ภายในไม่กี่วินาที ปรากฏการณ์ดังกล่าว นำไปสู่ความรู้สึกไร้ที่พึ่ง และก่อให้เกิดช่องว่างในความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชน และฟื้นฟูศรัทธาต่อรัฐอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอเสนอแนวทางการดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑)\tการปฏิรูปกระบวนการรับแจ้งความและการสืบสวน โดยจัดตั้งศูนย์รับแจ้งความออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบเรียลไทม์ รวมถึงพัฒนาระบบติดตามสถานะคดีออนไลน์ (Case Tracking System) เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของคดีได้ด้วยตนเอง\\n \t\t๒)\tการเสริมสร้างความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ในทุกระดับ โดยบรรจุหลักสูตร “รู้เท่าทันภัยไซเบอร์” ในระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และการอบรมผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\nเพื่อยกระดับความตระหนักรู้ของประชาชนต่อกลโกงของมิจฉาชีพในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง\\n\t\t๓)\tการเร่งรัดกระบวนการดำเนินคดี และการเปิดพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนอย่างจริงจัง โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด “ระยะเวลามาตรฐาน” ในการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม\\nทางไซเบอร์ พร้อมทั้งมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นระยะผ่านระบบสอบถามความคิดเห็น\\nของประชาชนภายหลังการแจ้งความ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการของภาครัฐอย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [188,1759,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","นโยบายของรัฐบาล","พระคิลานุปัฏฐากพระผู้ปิดทองหลังพระ","ปัจจุบันมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะกรณีเกี่ยวข้องกับสีกา ซึ่งส่งผลให้ภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาเสื่อมถอยลงในสายตาสาธารณชน อย่างไรก็ตาม ยังมีแง่มุมที่ควรส่งเสริมเกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์ไทย โดยเฉพาะในด้านการสาธารณสุข โดยมีการจัดตั้ง “พระคิลานุปัฏฐาก” หรือ “พระอาสาสมัครส่งเสริมสุขภาพประจำวัด” อย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังการประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จากการสำรวจในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่า พระสงฆ์จำนวนมากมีปัญหาด้านสุขภาพ เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ ๕๕.๔ โรคอ้วน ร้อยละ ๔๔.๓ ความดันโลหิตสูง ร้อยละ ๑๘.๕ และระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร้อยละ ๑๕.๖ ส่งผลให้กรมอนามัยดำเนินการจัดหลักสูตรอบรมพระคิลานุปัฏฐาก ทั้งในรูปแบบหลักสูตร ๗๐ ชั่วโมง และ ๑๒๐ ชั่วโมง เพื่อให้พระสงฆ์\\nมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพของตนเอง พระสงฆ์ร่วมวัด และประชาชนในชุมชน โดยเนื้อหาการอบรมครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขอนามัย การทำแผล การสวนทวารและสวนปัสสาวะ การทำกายภาพบำบัด และการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้ง “กุฏิชีวาภิบาล” ภายในวัด เพื่อใช้เป็นสถานที่ดูแลพระสงฆ์ที่เจ็บป่วยหรืออยู่ในภาวะพึ่งพิง โดยเฉพาะพระสงฆ์สูงอายุที่มีโรคประจำตัวและประสบปัญหาขาดแคลนผู้ดูแลเนื่องจากการตัดขาดจากทางโลก\\n\t\tปัจจุบันประเทศไทยมีพระคิลานุปัฏฐาก มากกว่า ๔,๐๐๐ รูป และมีแผนการอบรมเพิ่มเติมให้ครอบคลุมวัดจำนวน ๑๘,๑๗๑ แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้พระสงฆ์สามารถปฏิบัติภารกิจด้านการดูแลสุขภาพ ป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ช่วยเหลือผู้ป่วยซึมเศร้า ส่งเสริมการฉันอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ตลอดจนการเกษตรอินทรีย์ และแนวคิดเรื่อง “การตายดี” ผ่านการจัดทำพินัยกรรมชีวิต ทั้งนี้ พระสงฆ์บางรูป\\nยังมีบทบาทเชิงสังคมที่โดดเด่น อาทิ เจ้าคณะจังหวัดลำพูน ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมหมู่บ้านศีล ๕ และให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต อาทิ การระบาดของโรคติดต่อและอุทกภัย \\nตลอดจนการส่งเสริมให้วัดทุกแห่งเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการเผยแพร่ข่าวสารด้านบวกเกี่ยวกับพระสงฆ์ พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณค่าตอบแทน\\nที่เหมาะสมสำหรับพระสงฆ์ผู้เสียสละเพื่อธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาในฐานะเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ\\nของประชาชนต่อไป","กระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ  ตันเจริญ) ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [189,1757,46,"นายเดชา นุตาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอให้บรรจุ “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ปรากฏบนปฏิทินประจำปี","ปัจจุบันปฏิทินประจำปีได้กำหนดวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ \\nวันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา วันหยุดครึ่งปีธนาคาร และวันสำคัญอื่น ๆ แต่ไม่มีการกำหนด “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” ไว้ในปฏิทินประจำปี ทั้งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในประเทศไทยมีจำนวนมากถึง ๕ ล้านครัวเรือน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณากำหนด “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” \\nไว้ในปฏิทินประจำปี และให้สื่อสารไปยังผู้ผลิตปฏิทินให้พิมพ์ลงในปฏิทินประจำปี เพื่อให้คนไทย\\nได้เห็นความสำคัญของเกษตรกรผู้ผลิตข้าวและสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และเพื่อให้\\nผู้ที่ประกอบอาชีพทำนาได้รู้สึกภาคภูมิใจต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [190,1755,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองไม่มีไฟฟ้าใช้","ประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง บางพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ อันเนื่องมาจากที่อยู่อาศัยไม่มีเอกสารสิทธิ์ ส่งผลให้ประชาชนขาดแคลน\\nพลังงานพื้นฐานในการดำรงชีวิต เช่น ใช้เตาถ่านในการหุงข้าว เด็กนักเรียนใช้แสงสว่างจากเทียนไข\\nอ่านหนังสือ และผู้พิการไม่ได้รับความสะดวก เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้เทศบาลตำบลสำนักท้อน \\nคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กรมป่าไม้ กรมธนารักษ์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ร่วมกันพิจารณา\\nหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ไม่มีไฟฟ้าใช้โดยเร่งด่วน","รองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ จันทรรวงทอง) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [191,1753,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ทำให้ประชาชนผู้สุจริตประสบความเดือดร้อน","การตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น จำนวน ๓ แห่ง ปรากฏว่ามีผลกระทบต่อประชาชน ดังนี้\\n \t\tจุดที่ ๑ การตั้งด่านตรวจบริเวณสี่แยกท่าพระ ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดขอนแก่นกับอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม มีปริมาณรถยนต์สัญจรจำนวนมาก และลักษณะพื้นที่เป็นคอขวด เมื่อมีการตั้งด่านตรวจจึงส่งผลให้การจราจรติดขัดมากขึ้น และบางครั้งเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่ประชาชนต้องเดินทางไปประกอบภารกิจ\\n \t\tจุดที่ ๒ การตั้งด่านตรวจบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นเส้นทางที่ประชาชนใช้ในการขนส่งโค กระบือไปจำหน่ายเป็นประจำ แต่กลับถูกเรียกตรวจ\\nและเสียค่าปรับบ่อยครั้ง ในบางกรณีอาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประกอบอาชีพสุจริต\\n \t\tจุดที่ ๓ การตั้งด่านตรวจบริเวณศาลหลักเมืองจังหวัดขอนแก่นในเวลากลางคืน \\nโดยมีการจับกุมและเปรียบเทียบปรับนักท่องเที่ยว ทำให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดด้านการท่องเที่ยวเสียหาย ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่\\n \t\tดังนั้น จึงขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณากำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่\\nของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นให้มีความเหมาะสม โดยกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทาง\\nการตั้งด่านตรวจที่ชัดเจน คำนึงถึงความจำเป็นและบริบทของพื้นที่ ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และส่งเสริมความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในจังหวัดขอนแก่นอย่างแท้จริง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [192,1751,24,"นางเจียระนัย ตั้งกีรติ","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการค่าไฟฟ้า","ปัญหาค่าไฟฟ้าราคาแพงที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน\\nอย่างกว้างขวาง แม้รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการลดค่าไฟฟ้าเหลือ หน่วยละ ๔ บาท แล้วก็ตาม ยังคงมีข้อเรียกร้องให้ปรับลดลงอีกเป็น หน่วยละ ๓.๘๐ บาท โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ทั้งนี้ ประชาชนเกิดข้อสงสัยว่า แม้ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าจำนวนมาก และไม่มีปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า แต่เหตุใด\\nค่าไฟฟ้ายังคงมีราคาสูง จากการวิเคราะห์ พบว่า สาเหตุหลักของค่าไฟฟ้าราคาแพง ประกอบด้วย\\n \t\t๑)\tการมีไฟฟ้าสำรองเกินความจำเป็น ทำให้รัฐต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment: AP) ให้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน แม้ไฟฟ้าที่ผลิตจะไม่ได้ถูกใช้งานจริง\\n \t\t๒)\tต้นทุนเชื้อเพลิงและโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และขาดความโปร่งใสในการบริหารจัดการ ส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายแฝงในค่าไฟฟ้า\\n \t\t๓)\tการกำหนดอัตราสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนโดยอิงต้นทุนในอดีตโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบันที่ลดลงจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้ประชาชนต้องรับภาระค่าไฟฟ้าเกินความจำเป็น\\n\t\tดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าราคาแพง ดังนี้\\n \t\t๑)\tให้ลดค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า Ft) โดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงาน โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านสามารถใช้เงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า และกลไกการชดเชยข้ามกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่หน่วยละ ๓.๘๐ บาท\\n\t\t๒)\tทบทวนและยุติสัญญากับโรงไฟฟ้าเอกชนที่ไม่มีความจำเป็น หรือมีต้นทุนการผลิตสูง โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน จัดทำข้อมูลเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตไฟฟ้าทั้งระบบ เพื่อนำเสนอแก่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อทบทวนแผนพลังงานให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าจริง\\n\t\t๓)\tเปิดตลาดเสรีไฟฟ้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยกำหนดสิทธิในการเข้าถึงระบบ\\nสายส่งไฟฟ้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อยหรือภาคประชาชนสามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้โดยตรง \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     \\nภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรม โดยให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และ กฟผ. ร่วมดำเนินการและให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง กำกับดูแลด้านธรรมาภิบาล","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [193,1749,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","สถานการณ์บ้านเมือง","มาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา","ที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปมีความสัมพันธ์\\nกับหญิงรายหนึ่ง อันเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดวินัยสงฆ์ขั้นร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น\\nและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอย่างกว้างขวาง โดยหญิงดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ และมีประวัติการเสียพนันเป็นมูลค่าสูงถึงสิบล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการออกหมายจับพระผู้ใหญ่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการบริหารจัดการโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จำนวน ๔๐๘ แห่งทั่วประเทศ โดยมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการบริหารเงินเดือนของครูและบุคลากรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ยังไม่ได้รับเงินเดือน และยังมีกรณีทุจริตงบประมาณค่าภัตตาหาร (อาหารกลางวันของสามเณร) ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมในพื้นที่ภาคใต้ เป็นมูลค่ากว่า ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงใด ๆ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาที่ครูและพระสงฆ์ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ได้รับค่าตอบแทนหรือสวัสดิการที่เหมาะสม เช่น ค่าตอบแทนตามวิทยฐานะที่ยังคงเป็นอัตราเดียว เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท และไม่มีสวัสดิการที่ชัดเจน สะท้อนถึงความล้มเหลวในเชิงโครงสร้างการบริหารจัดการคณะสงฆ์ \\nและการกำกับดูแลของภาครัฐ โดยเฉพาะประเด็นการเสพเมถุน ซึ่งตามพระวินัยถือว่าอาบัติปาราชิก \\nแต่กฎหมายของรัฐยังมิได้บัญญัติให้เป็นความผิด ส่งผลให้กลไกการตรวจสอบขาดประสิทธิภาพ \\nและไม่สามารถเอาผิดได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาและปฏิรูปอย่างเร่งด่วนในประเด็นสำคัญ ดังนี้\\n\\n๑) ปรับปรุง…\\n\t\t๑) ปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพระพุทธศาสนิกชนในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. .... ซึ่งได้มีการยกร่างไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕\\n\t\t๒) ดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ หรือเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ เพื่อรองรับการส่งเสริมและคุ้มครองพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ\\n \t\t๓) เร่งรัดการแก้ไขปัญหาสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนของครูและบุคลากรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมให้มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทอื่น ๆ รวมถึงควรดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการทุจริตงบประมาณค่าภัตตาหารของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรม\\nในพื้นที่ภาคใต้โดยเร็ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเรียกคืนความเชื่อมั่นต่อระบบการบริหารงานคณะสงฆ์และการศึกษาพระพุทธศาสนา","รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [194,1747,77,"นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาด้านการศึกษา","ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของนักศึกษาใหม่ระดับอุดมศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) โดยเฉพาะในจังหวัดที่ไม่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ เช่น จังหวัดพิจิตร ซึ่งนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาต่อในจังหวัดอื่น ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อาทิ ค่าหอพักและค่าอาหาร ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินจาก กยศ. เพื่อใช้ในการศึกษา\\n\t\tในปีการศึกษา ๒๕๖๘ ถึงแม้นักศึกษาใหม่จะเป็นผู้กู้ยืมรายเก่าที่เคยได้รับการอนุมัติจาก กยศ. แล้ว ยังจำเป็นต้องสำรองจ่ายค่าเล่าเรียนก่อน โดยค่าใช้จ่ายในระดับอุดมศึกษาเฉลี่ยอยู่ที่\\nภาคการศึกษาละ ๑๖,๐๐๐ - ๒๕,๐๐๐ บาท ซึ่งถือเป็นภาระหนักสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับผู้กู้ยืมที่ศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งสามารถเข้าศึกษาได้โดยไม่ต้องสำรองจ่าย ทำให้เกิดข้อเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนแนวทางช่วยเหลือ เช่น อนุญาตให้ชำระเพียงบางส่วนเพื่อยืนยันสิทธิการเข้าศึกษา และชำระส่วนที่เหลือภายหลังจากได้รับเงินกู้จาก กยศ. อีกประเด็นหนึ่งคือ ปัญหาการจำกัดจำนวนผู้กู้ยืมเงินจาก กยศ. ในปีการศึกษา ๒๕๖๘ \\nโดยมีรายงานจากผู้ปกครองว่าสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งแจ้งว่าจะมีการคัดเลือกผู้กู้ยืมอย่างเข้มงวด โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน สร้างความไม่มั่นใจและกังวลต่อกลุ่มนักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้ ทั้งนี้ จึงมีข้อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t\t๑)\tหากนักศึกษาไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้จะมีมาตรการรองรับอย่างไร\\n \t\t๒)\tการดำเนินการจำกัดจำนวนผู้กู้ยืมนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๕๔ หรือไม่ ซึ่งบัญญัติให้รัฐต้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้จัดตั้งกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [195,1745,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสารพิษจากเหมืองแร่และแนวทางการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดเชียงราย","สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้รายงานผลการตรวจสอบพบสารพิษตกค้างในแหล่งน้ำผิวดินของแม่น้ำสำคัญในภาคเหนือของประเทศไทย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จากการตรวจสอบ จำนวน ๖ ครั้ง พบว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน (ข้อมูล ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘) โดยแหล่งที่มาของสารพิษดังกล่าว มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่รัฐฉาน ประเทศเมียนมา แนวทางการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องมีการเจรจาระหว่างประเทศไทย\\nกับประเทศเมียนมา ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐควรดำเนินการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ สกสว. \\nอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีลักษณะคล้ายกับระบบ “Traffy Fondue” เพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้ AI Chatbot เป็นเครื่องมือสื่อสารและประมวลผลข้อมูลเพื่อให้การสื่อสารกับประชาชนมีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการแบบบูรณาการและมีประสิทธิภาพ จึงมีข้อเสนอให้จัดตั้ง “ศูนย์ติดตามคุณภาพน้ำจังหวัดเชียงราย” โดยมีแนวทาง ดังนี้\\n \t\t๑)\tกำหนดให้มีหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่รวบรวมและสื่อสารข้อมูลด้านคุณภาพน้ำเพียงหน่วยงานเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนและลดความล่าช้าในการดำเนินการ\\n \t\t๒)\tจัดให้มีการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเป็นประจำทุกเดือน โดยใช้ชุดตรวจมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งพื้นที่\\n \t\t๓)\tจัดตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง \\nโดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนภายใต้กลไก CSR\\n \t\t๔)\tส่งเสริมการสื่อสารกับประชาชนผ่านผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\nและสถานศึกษาในพื้นที่ โดยใช้ภาษาท้องถิ่นและสื่อที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูล\\nได้อย่างถูกต้องและทั่วถึง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [196,1743,138,"นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย","นโยบายของรัฐบาล","ความก้าวหน้า ภาระงาน และค่าตอบแทนของบุคลากรด้านสาธารณสุข","ได้รับการร้องเรียนจากบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับความก้าวหน้าในหน้าที่ ภาระงานและค่าตอบแทน โดยสามารถสรุปประเด็นหลักได้ ๓ กลุ่มวิชาชีพ ดังนี้\\n \t\t๑)\tกลุ่มสหวิชาชีพในโรงพยาบาลชุมชน ประกอบด้วย นักรังสีการแพทย์ เทคนิคการแพทย์ ทันตสาธารณสุข และนักสาธารณสุขชุมชน ได้ร้องเรียนว่ากลุ่มสหวิชาชีพต้องปฏิบัติงานด้วยภาระงานที่หนัก อัตรากำลังไม่เพียงพอ และบางรายต้องทำงานเพียงลำพัง ทั้งยังมีงานด้านเอกสารและด้านบริหารเพิ่มขึ้น โดยไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ ค่าตอบแทนไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงและภาระงาน อีกทั้ง เส้นทางความก้าวหน้าในราชการถูกจำกัดเพียงระดับชำนาญการแตกต่างจากวิชาชีพอื่นที่สามารถเลื่อนขึ้นถึงระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรม โดยข้อเสนอของกลุ่มสหวิชาชีพ คือ\\n \t\t\t(๑)\tเพิ่มอัตรากำลังบุคลากร\\n \t\t\t(๒)\tปรับค่าตอบแทนให้เหมาะสม\\n \t\t\t(๓)\tพัฒนาเส้นทางความก้าวหน้าให้ทัดเทียมวิชาชีพอื่น\\n \t\t\t(๔)\tสนับสนุนทรัพยากรและเครื่องมือในการปฏิบัติงาน\\n \t\t\t(๕)\tลดภาระงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน\\n \t\t๒)\tกลุ่มพยาบาลวิชาชีพ ได้มีหนังสือร้องเรียนจากพยาบาลระดับชำนาญการเกี่ยวกับค่าตอบแทน ชั่วโมงการทำงาน และความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ โดยเสนอว่า ควรพิจารณาให้พยาบาล\\nที่เกษียณอายุราชการในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นชำนาญการพิเศษย้อนหลัง เนื่องจากเป็นผู้ที่ปฏิบัติงานมาอย่างยาวนาน จึงขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา ดังนี้\\n \t\t\t(๑)\tบรรจุและแต่งตั้งพยาบาลวิชาชีพเป็นข้าราชการพลเรือนตั้งแต่เริ่มรับราชการ\\n \t\t\t(๒)\tปรับระดับเงินเดือนเริ่มต้นของพยาบาลวิชาชีพเป็น ๓๐,๐๐๐ บาท\\n \t\t\t(๓)\tกำหนดให้การทำงานล่วงเวลาไม่เกิน ๔๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์\\n \t\t\t(๔)\tให้พยาบาลชำนาญการเลื่อนขึ้นเป็นชำนาญการพิเศษโดยอัตโนมัติ\\n \t\t๓)\tกลุ่มทันตาภิบาล โดยทันตาภิบาลมีบทบาทในการให้บริการด้านทันตกรรม\\nขั้นพื้นฐานและส่งเสริมสุขภาพช่องปากในโรงพยาบาลชุมชนและ รพ.สต. มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้รับการยอมรับให้เป็นตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ โดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ยังไม่พิจารณากำหนดให้ตำแหน่งทันตาภิบาลเป็นตำแหน่งวิชาชีพ ไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ จึงทำให้ไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เทียบเท่ากับวิชาชีพอื่น เช่น เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข (พ.ต.ส.) เงินประจำตำแหน่ง และเงินค่าใบประกอบวิชาชีพ จึงเสนอให้พิจารณา ดังนี้\\n\t\t\t(๑)\tกำหนดให้ตำแหน่งทันตาภิบาลเป็นตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ\\n\t\t\t(๒)\tปรับปรุงเส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน\\n \t\t\t(๓)\tส่งเสริมให้มีการศึกษาต่อเฉพาะทาง\\n\t\t\t(๔)\tปรับค่าตอบแทนของลูกจ้างรายวัน รายเดือน และเงิน พ.ต.ส. ให้เหมาะสม\\n \t\t\t(๕)\tจัดทำพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่รองรับตำแหน่งทันตาภิบาล","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [197,1741,35,"นายชิบ จิตนิยม","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาเส้นทางวิบากทองผาภูมิ - สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี","คณะอนุกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี พบปัญหาด้านความปลอดภัยในการเดินทางระหว่างการศึกษาดูงานที่จังหวัดกาญจนบุรี บนทางหลวงแผ่นดิน\\nหมายเลข ๓๒๓ สายทองผาภูมิ - สังขละบุรี บริเวณเนินช้างร้อง อำเภอสังขละบุรี ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเกือบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนจากสภาพถนนที่คดเคี้ยว ลาดชัน แคบ และไม่ปลอดภัย และจากเหตุการณ์รถตู้โดยสารของคณะอนุกรรมาธิการฯ ต้องแตะเบรกเพื่อชะลอให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สวนลงมา จากนั้นต้องเร่งเครื่องอย่างแรงแต่รถกลับถอยลงมาจนเกือบชนรถตู้โดยสารคันต่อมาของคณะ และเกือบจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น\\nกับคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นภาพสะท้อนถึงปัญหาที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญมานาน ถึงแม้ว่าผู้ปรึกษาหารือได้เคยร้องเรียนมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนี้ ถนนสายดังกล่าวมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรี เพราะเชื่อมต่อกับด่านการค้าชายแดนพระเจดีย์สามองค์ ซึ่งมีมูลค่าการค้า ปีละมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท และยังเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ และมีผลกระทบ\\nต่อธุรกิจขนส่ง และธุรกิจการท่องเที่ยว จนต้องมีการตกลงแบ่งวันใช้ถนนเพื่อบรรเทาความแออัด อีกทั้ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุกับรถบรรทุกขนาดใหญ่จะส่งผลให้การจราจรแออัด ทำให้รถติดเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลานานในการนำรถที่ประสบอุบัติเหตุออกนอกเส้นทาง ซึ่งส่งผลถึงการช่วยเหลือทางการแพทย์ ทำให้มีความล่าช้าในการช่วยเหลือหรือเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุ เพราะรถพยาบาลไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างทันท่วงที ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการขยายช่องจราจร จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และบรรเทาความแออัดของการจราจร ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดกาญจนบุรีในระยะยาว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [198,1739,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","วงงานรัฐสภา","ความเดือดร้อนของผู้ค้าอาหารในรัฐสภา","จากกรณีการยกเลิกสัญญาผู้จำหน่ายอาหารภายในโรงอาหารอาคารรัฐสภา\\\\nฝั่งสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีผลในวันที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้สร้างความเดือดร้อนและความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการรายย่อยที่ดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่อง บางรายมีประวัติการประกอบกิจการ\\\\nมาเกินกว่า ๑๕ ปี โดยการยุติสัญญาดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับพื้นที่เป็นห้องรับรองสมาชิกรัฐสภา\\\\n ทั้งที่ปัจจุบันมีห้องรับรองจำนวนมากอยู่แล้ว และไม่มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย\\\\nก่อนดำเนินการ การแจ้งยกเลิกสัญญาล่วงหน้าเพียง ๓๗ วัน ทำให้ผู้จำหน่ายอาหารไม่มีเวลาเพียงพอ\\\\nในการวางแผนหรือหาสถานที่ประกอบกิจการใหม่ ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของผู้ประกอบการ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้บริการภายในรัฐสภา เช่น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานประจำตัวสมาชิกรัฐสภา สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป จำนวนมากกว่า ๕,๐๐๐ คน ที่จะประสบปัญหาการขาดแคลนบริการอาหาร ทั้งนี้ ยังมีความกังวลต่อแนวทางของคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีแผนจะให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาบริหารจัดการโรงอาหารแห่งใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาจำหน่าย ความหลากหลายของอาหาร และความเป็นธรรมในการให้โอกาสแก่ผู้ประกอบการรายเดิมที่สมควรได้รับสิทธิเข้าร่วมอย่างเท่าเทียม ด้วยเหตุนี้ หากรัฐสภามีความมุ่งมั่นในการรักษาหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงควรเปิดเผยแผนการดำเนินงาน กระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่ และแนวทางในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อมิให้รัฐสภากลายเป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำที่เอื้อประโยชน์แก่ทุนขนาดใหญ่ แต่ขณะเดียวกันกลับละเลยผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้ร่วมดำเนินงานและให้บริการแก่รัฐสภาอย่างต่อเนื่องมายาวนาน ดังนั้น จึงขอให้ประธานรัฐสภาพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่ผู้จำหน่ายอาหารที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวโดยเร่งด่วน","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [199,1737,107,"นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการหยุดให้บริการของศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS)","ศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (TTRS) ดำเนินงาน\\\\nภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ และมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความเท่าเทียมให้แก่ผู้พิการ\\\\nมาตลอดระยะเวลา ๑๒ ปี โดยให้บริการแล้วกว่า ๒.๗ ล้านครั้ง ให้กับผู้ใช้มากกว่า ๕๑,๐๐๐ ราย ขณะนี้ศูนย์ทีทีอาร์เอสต้องหยุดให้บริการชั่วคราว เป็นผลมาจากความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณจากกองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (Universal Service Obligation : USO) \\\\nซึ่งสะสมมากว่า ๒ ปี ทำให้ศูนย์ทีทีอาร์เอส ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายถึง ๑๕๐ ล้านบาท โดยยังไม่มีกรอบเวลา\\\\nที่แน่นอนในการแก้ไข แม้โครงการจะผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้วก็ตาม ความล่าช้านี้ไม่ใช่เพียงปัญหาทางธุรการ แต่เป็นการตัดสิทธิ์ของผู้พิการที่ต้องเผชิญความยากลำบากจากการไม่มีช่องทางการสื่อสาร\\\\nที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตประจำวัน การขาดล่ามส่งผลกระทบต่อความสามารถในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล \\\\nการทำธุรกรรม และการติดต่อภาครัฐ สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างและการละเลยต่อพันธะของรัฐในการสนับสนุนสิทธิ์ความเสมอภาคของประชาชนทุกกลุ่ม ดังนั้น จึงขอให้ กสทช. ประสานงาน\\\\nกับคณะกรรมการบริหารกองทุน USO เพื่อเร่งรัดการอนุมัติงบประมาณให้แก่ศูนย์ทีทีอาร์เอสอย่างเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติ และคืนความเท่าเทียมในการสื่อสารแก่ผู้พิการโดยเร็ว","ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",4,2568,"2025-07-15T00:00:00"],
    [200,1735,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","การแจ้งเตือนเรื่องกับระเบิดให้แก่ประชาชนตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา","เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘ กำลังพลจากหน่วยร้อย ร.๖๐๒๑ ฐานปฏิบัติการมรกต จังหวัดอุบลราชธานี ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวน เป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าซ้ายขาด ๑ นาย และได้รับแรงระเบิด มีอาการแน่นหน้าอก ๒ นาย บาดเจ็บ ๓ นาย โดยขณะนี้ ทหารไทยทั้ง ๓ นายได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี หลังจากนั้น ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๘ กองทัพภาคที่ ๒ ได้ส่งหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่ามีการวางกับระเบิดชนิดสังหารบุคคล (PMN-2) จำนวน ๗ - ๘ ลูก โดยพยานหลักฐานแวดล้อมบ่งชี้ว่าเป็นการวางระเบิดใหม่ คาดว่ายังมีระเบิดวางไว้ใหม่อีกประมาณ ๑๐๐ ลูก จึงได้ทำการปรับพื้นที่พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพราะการวาง\\nกับระเบิดชนิดสังหารบุคคล (PMN-2) ในบริเวณชายแดน ถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิตและโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. ๑๙๙๗ และต่อมา เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ กระทรวงการต่างประเทศได้ส่งหนังสือประท้วงไปยังประเทศกัมพูชา พร้อมทั้งกล่าวหาว่าเป็น\\nผู้วางระเบิดรุกล้ำอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งประเทศกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และระบุว่าทหารไทยล้ำเข้าไปในพื้นที่ระเบิดเก่า ซึ่งเหตุการณ์ปัญหาความขัดแย้งดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อ\\nความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา \\nโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ซึ่งใช้เส้นทางธรรมชาติตามวิถีชีวิตชนบท รวมถึงผู้ลักลอบเดินทางเข้าออกระหว่างทั้งสองประเทศ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา \\nให้เพิ่มความระมัดระวังการดำเนินชีวิตในช่วงเวลานี้","นายกร้ฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [201,1733,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","นโยบายของรัฐบาล","พระพุทธศาสนาเปรียบเสมือนรากแก้วของสังคมไทย อย่าปล่อยปละละเลยให้รากแก้วต้องผุพัง โดยปราศจากการแก้ไขปัญหา","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน ซึ่งกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อศรัทธาของประชาชน จากกรณีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสีกาคนหนึ่ง และพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยมีลักษณะเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายการฟอกเงินผ่านวัด ส่งผลให้พระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ต้องแอบลาสิกขาและสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์เหล่านี้มิได้ส่งผลกระทบเฉพาะวงการคณะสงฆ์เท่านั้น หากแต่ยังทำให้ประชาชนทั่วประเทศเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในบทบาทของวัดและพระสงฆ์ ตลอดจนตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของศาสนา ทั้งยังมีเหตุการณ์ล่าสุดที่วัดชื่อดังต้องยกเลิกพิธีเวียนเทียนเนื่องจากเจ้าอาวาสหายตัวไป และมีชื่อพัวพันกับกรณีสีกาคนดังกล่าวอีกด้วย\\n\t \tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือยังคงยึดมั่นในพระพุทธศาสนา และหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยยึดถือหลัก ๓ ดี คือ คิดดี ทำดี พูดดี ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมสงบสุข เชื่อมั่นว่าพระพุทธศาสนาเป็นรากแก้วของสังคมไทย ซึ่งถ้าปล่อยให้รากแก้วนี้ผุพังโดยปราศจากการแก้ไข ประเทศชาติจะขาดเสาหลักทางจิตใจไปอย่างถาวร การปรึกษาหารือเรื่องนี้มิใช่เพื่อโจมตีหรือลบหลู่ศาสนา หากแต่ต้องการสะท้อนปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้าสังคมไทยไม่ร่วมกันรักษาศรัทธาและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง วิกฤตศีลธรรมอาจลุกลามเป็นวิกฤตของสังคมดังนั้น ขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา อย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการปฏิรูปการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สินของวัดให้มีความโปร่งใส และสนับสนุนให้มีกลไกที่เอื้อให้พระสงฆ์ผู้ยึดมั่นในพระธรรมวินัยได้รับการยอมรับ \\nและปฏิบัติศาสนกิจอย่างเหมาะสม ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [202,1731,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การติดตามเงินชดเชยเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๗","ประชาชนในพื้นที่บ้านถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเวลาผ่านมากว่า ๑๑ เดือนแล้ว แต่ยังมิได้รับเงินช่วยเหลือ\\nหรือการเยียวยาจากภาครัฐ แม้ประชาชนได้ติดตามเรื่องการเยียวยามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุจากการดำเนินการที่ตกหล่นตั้งแต่ต้น กระบวนการเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้า และการประสานงาน\\nที่ยังไม่สมบูรณ์จากหลายหน่วยงาน ขณะเดียวกัน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คาดว่าจะมีพายุโซนร้อน “วิภา” เคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุทกภัยและสร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ประชาชนบางรายเปิดเผยว่า เมื่อครั้งที่เกิดเหตุอุทกภัย ต้องกู้ยืมเงินมาใช้ในการทำความสะอาดบ้านเรือนเพื่อกลับเข้าอยู่อาศัย ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณ\\nเพื่อเยียวยาประชาชนกลุ่มที่ตกหล่นในพื้นที่บ้านถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นจำนวนเงินประมาณ ๔.๕ ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เสริมสร้างกำลังใจ และเตรียมความพร้อมรับมือ\\nกับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [203,1729,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒","การดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดที่ดินทำกินให้แก่ชุมชนในตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี \\nเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ ซึ่งกำหนดให้ใช้เกณฑ์การพิจารณาที่ดินที่มีร่องรอยการทำประโยชน์โดยใช้ข้อมูลของสภาพที่ปรากฏตามภาพถ่ายทางอากาศสี (Ortho photo) ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เปรียบเทียบกับข้อมูลของสภาพที่ปรากฏตามภาพถ่ายดาวเทียมโครงการจัดทำข้อมูลสภาพพื้นที่ป่าไม้ ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๕๘ ทำการวิเคราะห์/ประเมินสภาพ เพื่อพิจารณาให้สิทธิในที่ดินแก่ราษฎร ปรากฏว่าการปฏิบัติ\\nตามมาตรการดังกล่าวไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่ทำกินของประชาชนที่ใช้ที่ดินทำการเกษตรในระบบ\\nไร่หมุนเวียนและวนเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ โดยประชาชนในตำบลแม่วิน จำนวน ๑๙ หมู่บ้าน มีที่ดิน\\nที่ได้รับสิทธิ จำนวน ๔๖,๕๗๓ ไร่ และมีที่ดินที่ไม่ได้รับสิทธิ จำนวน ๑๑,๙๗๐ ไร่ ส่งผลให้ประชาชน\\nในพื้นที่เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม\\n\t\tกรณีตัวอย่าง ชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ บ้านหนองเต่า หมู่ที่ ๔ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยและทำกินมาก่อนที่ทางราชการจะประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยชุมชนดังกล่าวมีวิถีการทำการเกษตรที่เกื้อกูลกับป่า\\nและธรรมชาติ คือ ระบบไร่หมุนเวียนและวนเกษตรควบคู่กับการจัดการป่าชุมชนที่ได้รับการสืบทอด\\nและพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ เป็นต้นมา ชุมชนบ้านหนองเต่าและทุกหมู่บ้าน\\nในตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วินดำเนินการสำรวจพื้นที่ครอบครองทำประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยและทำกิน โดยจัดทำข้อมูลทะเบียนประวัติการใช้ที่ดิน\\nรายแปลงเพื่อมอบให้แก่ราษฎรครบทุกรายเมื่อปี ๒๕๖๒ แต่ปรากฏว่ากรมป่าไม้ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดำเนินโครงการตามคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้ระบุว่ามีที่ดินเพียงบางส่วนที่สามารถ\\nได้รับรองสิทธิได้ และมีที่ดินแปลงจำนวนมากที่ไม่สามารถพิจารณารับรองสิทธิได้ กล่าวโดยเฉพาะในพื้นที่บ้านหนองเต่า ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ มีที่ดินที่ไม่สามารถพิจารณารับรองสิทธิ จำนวนมากถึง ๒๘๒ แปลง ดังนั้น ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณา ดังนี้ \\n\t\t(๑) การปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณา\\n\t\tขอให้กรมป่าไม้พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การพิจารณารับรองการอยู่อาศัยและทำกินของราษฎรในพื้นที่จริง โดยพิจารณาจากร่องรอยการทำประโยชน์ตามกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ โดยพิจารณาเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ ดังนี้\\n\t(๑.๑) ใช้หลักฐานภาพถ่ายเพิ่มเติม คือ ภาพถ่ายทางอากาศสี (Ortho photo) ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๔๕ และภาพถ่ายจากดาวเทียม ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๕๗ \\n\t(๑.๒) ใช้หลักฐานอื่นที่ไม่ใช่แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศสี และภาพถ่ายจากดาวเทียม เช่น ร่องรอยการปลูกพืช ร่องรอยการปลูกไม้ยืนต้น รวมถึงพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้นำชุมชน \\n\t(๑.๓) ใช้หลักฐานรับรองจากทางราชการ เช่น ข้อมูลทะเบียนประวัติรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\n\t\t(๒) การจัดตั้งพื้นที่นำร่อง โดยขอให้กรมป่าไม้มอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๑ (เชียงใหม่) ใช้ชุมชนบ้านหนองเต่า หมู่ที่ ๔ ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่นำร่อง\\nในการปฏิบัติการตามแนวทางและหลักเกณฑ์ตามที่เสนอในข้อ (๑)","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [204,1727,46,"นายเดชา นุตาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้กำหนดหน่วยงานเจ้าภาพทำหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้าวสายพันธุ์ใหม่และปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าว ให้ดำเนินการเสร็จสิ้นในหน่วยงานเดียว หรือศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษา\\nและพัฒนาระบบข้าวครบวงจร ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมด้วย\\nคณะอนุกรรมาธิการฯ ร่วมกับสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ข้าวไทย (THAI SEED TRADE ASSOCIATION : THASTA) ได้เดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดสุพรรณบุรี พบประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการปรับปรุง\\nและพัฒนาพันธุ์ข้าว คือ หลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐไม่ให้การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการปรับปรุง\\nและพัฒนาพันธุ์ข้าว รวมทั้งไม่มีการประชุมร่วมกับภาคเอกชนที่ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการดำเนินการที่มีความเสี่ยง ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรไม่สามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพได้อย่างเพียงพอ และส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของ\\nภาคการเกษตรของประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเวียดนามซึ่งมีภาคเอกชนเป็นผู้ผลิต\\nเมล็ดพันธุ์ข้าว ทำการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลเวียดนามทำหน้าที่สนับสนุนสายพันธุ์ข้าว แนวทางดังกล่าวทำให้ประเทศเวียดนามสามารถผลิตพันธุ์ข้าวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวของประเทศไทยกลับประสบปัญหาหลายประการ ดังนี้ \\n(๑) ปัญหาการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ เมื่อภาคเอกชนสามารถปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวได้ \\nจะประสบปัญหาในการขอรับการตรวจสอบ เนื่องจากศูนย์ตรวจสอบต่าง ๆ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ \\nจึงต้องนำส่งเฉพาะที่กรมการข้าวเท่านั้น และ (๒) ปัญหาการออกใบรับรองพันธุ์พืช ขั้นตอนการออก\\nใบเลขทะเบียนประจำพันธุ์ (พ.พ.) ประสบปัญหาความล่าช้า โดยในทางปฏิบัติ กรมการข้าวทำหน้าที่วิเคราะห์และตรวจสอบมาตรฐานตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) จากนั้นส่งให้กรมวิชาการเกษตรออกเลขทะเบียนประจำพันธุ์ (พ.พ.) แต่กรมการข้าวกลับอ้างว่าไม่รู้จักพันธุ์ข้าวชนิดที่ส่งให้วิเคราะห์และตรวจสอบ เห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากขั้นตอนการปฏิบัติงานหน่วยงาน\\nในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนั้น ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณา ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้กำหนดหน่วยงานเจ้าภาพทำหน้าที่ตรวจสอบและวิเคราะห์ข้าวสายพันธุ์ใหม่\\nให้เสร็จสิ้นในหน่วยงานเดียว หรือศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน\\n\t\t(๒) ขอให้ปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าว การออกใบเลขทะเบียนประจำพันธุ์ (พ.พ.) ให้มีความกระชับและเสร็จสิ้นภายในหน่วยงานเดียว หรือศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าและความซับซ้อนของระบบราชการ\\n\t\t(๓) ขอให้ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวไทย เพื่อให้เกษตรกรมีพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ที่หลากหลายเป็นทางเลือกในการทำนาปลูกข้าว ซึ่งจะส่งผลให้ภาคการเกษตรของประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [205,1725,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา","เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ทหารไทยจำนวน ๓ นาย สังกัดกองร้อยทหารราบ\\nที่ ๖๐๒๑ ได้เหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติการลาดตระเวนจากฐานปฏิบัติการมรกตไปยังบริเวณเนิน ๔๘๑ ใกล้พื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา เป็นเหตุให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าซ้ายขาด ๑ นาย และได้รับแรงระเบิด มีอาการแน่นหน้าอก ๒ นาย ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิตและโอน และการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. ๑๙๙๗ โดยขณะนี้ ทหารไทยทั้ง ๓ นายได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี\\n\t\tเหตุการณ์ความรุนแรงที่ประเทศกัมพูชาได้กระทำในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ยังคงเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนเป็นอันมาก ซึ่งเป็น\\nผลสืบเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา โดยประเทศกัมพูชา\\nได้อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตแดนประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม \\nและปราสาทตาเมือนโต๊ด ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ และปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ กรณีข้อพิพาทเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งเป็นที่มาของการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีป\\nทับซ้อนกัน (MOU 2544) และกรณีประเทศกัมพูชาได้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรบนภูมะเขือ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ อาทิ สร้างป้อมทหารและรั้วล้อมรอบพื้นที่ รวมทั้งติดตั้งกระเช้าขึ้นลง\\nภูมะเขือ เพื่อใช้ในการขนส่งเสบียง ซึ่งเข้าข่ายเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือภูมิประเทศ\\nในบริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์กันอยู่ และถือว่าเป็นการละเมิดต่อบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2543) ดังนั้น เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยและความปลอดภัยของประชาชน ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n\t\t(๑) สืบเนื่องจากเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติการลาดตระเวน \\nเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิตและโอน \\nและการทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ค.ศ. ๑๙๙๗ รัฐบาลควรพิจารณาวางมาตรการแก้ไขปัญหาการวาง\\nกับระเบิดชนิดสังหารบุคคล (PMN-2) รวมทั้งมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา\\n\t\t(๒) รัฐบาลควรมีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังประเทศกัมพูชา กรณีประเทศกัมพูชาทำการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมหรือภูมิประเทศในบริเวณภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2543) และกรณีข้อพิพาทเกาะกูด จังหวัดตราด\\n\t\t(๓) รัฐบาลควรพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2543) และบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (MOU 2544) รวมทั้งยกเลิกแผนที่มาตราส่วน ๑:๒๐๐,๐๐๐ ที่ประเทศกัมพูชาใช้ในการอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ที่มีข้อขัดแย้งดังกล่าว โดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [206,1723,198,"นายเอกชัย เรืองรัตน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","(๑)ขอให้ซ่อมแซมถนนใต้วงแหวนแยกกาญจนาภิเษก - ลำลูกกา (๒)ขอให้แก้ไขปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างที่มีสภาพชำรุดบนถนนในบริเวณสวนวารีภิรมย์ - บ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม  ","จากถนนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งด้านตะวันออก (ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙) ช่วงทางแยกต่างระดับลำลูกกา ใต้ถนนกาญจนาภิเษก บริเวณซอยลำลูกกา ๓๘/๑ ถนนมีขนาดแคบ \\\\nผิวถนนขรุขระ และไม่มีเส้นจราจร ส่งผลให้การเดินทางสัญจรไม่สะดวก และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสัญจรให้กับประชาชนโดยเร็ว\\\\nถนนในบริเวณสวนวารีภิรมย์ - บ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ไฟฟ้าส่องสว่างได้ชำรุดประมาณ ๒๐ ดวง จากจำนวนไฟฟ้าส่องสว่างทั้งหมดที่มีประมาณ ๘๐ ดวง เป็นเหตุให้ในช่วงเวลาพลบค่ำ ประมาณ ๑๘.๐๐ - ๑๙.๐๐ นาฬิกา บริเวณดังกล่าว\\\\nมีแสงสว่างไม่เพียงพอ ประกอบกับบริเวณดังกล่าวติดกับพื้นที่นาข้าวซึ่งอาจจะมีงูหรือสัตว์ร้ายอื่น\\\\nที่เป็นอันตรายกับประชาชนที่มาออกกำลังกายในบริเวณสวนวารีภิรมย์และมองไม่เห็นงูหรือสัตว์ร้ายอื่น\\\\nที่อยู่ในความมืด ดังนั้น ขอให้กรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการ\\\\n","กระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [207,1721,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจังหวัดระยอง","ประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองประสบปัญหาความเดือดร้อน ดังนี้ \t \\n\t\t(๑) ปัญหาคนร้ายลักลอบขโมยหม้อแปลงไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนสายห้วยโป่ง - หนองบอน บริเวณโค้งไทย - เยอรมัน เป็นเหตุให้ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างในเวลากลางคืน ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนบ่อยครั้ง และทำให้ประชาชนใช้ถนนสายนี้ในการสัญจรต้องเสี่ยงกับปัญหาความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง\\n\t\t(๒) ปัญหาชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในจังหวัดระยองขับรถยนต์โดยไม่เคารพกฎจราจรและก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยครั้ง ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันการอบรมกฎจราจร \\nและการสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่สำหรับชาวต่างชาติ\\n\t\t(๓) ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติลักลอบทำงานในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวดขันปัญหาชาวต่างชาติลักลอบทำงานในประเทศไทย   \\n\t\t(๔) ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในหมู่เยาวชน ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากยาเสพติดมีราคาถูก เป็นเหตุให้เยาวชนเข้าถึงยาเสพติดได้ง่าย ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ปัญหายาเสพติด\\nอย่างจริงจัง\\n\t\t(๕) ปัญหาที่จอดรถของโรงพยาบาลระยองไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้มาใช้บริการ ซึ่งมีทั้งผู้ป่วยที่มารับการรักษา และญาติผู้ป่วยที่มาเยี่ยมคนไข้ โดยผู้มาใช้บริการต้องเสียเวลาในการ\\nขับรถยนต์วนหาที่จอดรถเป็นเวลานาน และบางครั้งไม่สามารถเดินทางเข้ามาในโรงพยาบาลได้ \\nซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับบริการสาธารณสุขเป็นอย่างมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาที่จอดรถของโรงพยาบาลระยองโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [208,1719,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความไม่พร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการรับการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษา","ผู้ปรึกษาหารือได้ลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนของครูในสถานศึกษาซึ่งไม่ได้รับความเป็นธรรม และเสียโอกาสในการประเมินวิทยฐานะ จากกรณีการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดีในการกระจายอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนมากยังไม่มีความพร้อมในการบริหารจัดการด้านการศึกษา ส่งผลกระทบต่อคุณภาพทางการศึกษา การบริหารงบประมาณ การจัดการเรียนการสอน อาคารสถานที่ รวมทั้ง\\nยังขาดวิสัยทัศน์ด้านการจัดการศึกษา เป็นเหตุให้ครูจำนวนมากมีความกังวลว่าเมื่อมีการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาแล้วจะไม่มีความมั่นคงในการประกอบวิชาชีพครู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประเมินวิทยฐานะที่มีความล่าช้าทำให้ครูเสียโอกาสความก้าวหน้าในการประกอบวิชาชีพ ตัวอย่างเช่น ครูระดับชำนาญการซึ่งได้ขอเลื่อนวิทยฐานะต่อคณะกรรมการประเมินวิทยฐานะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเวลากว่า ๑ ปี ยังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา นอกจากนี้ ประชาชน รวมถึงผู้ปกครองของเด็กนักเรียน ยังมีความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของการเมืองท้องถิ่นที่อาจส่งผลกระทบต่อการศึกษา ดังนั้น เพื่อให้การถ่ายโอน\\nภารกิจด้านการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดประโยชน์สูงสุด\\nแก่ประเทศชาติและประชาชน ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ศึกษาธิการ พิจารณาทบทวนการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาด้วยความรอบคอบ ดังนี้\\n(๑) ควรมีการประเมินความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรอบคอบก่อนที่จะมีการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษา\\n(๒) ควรมีการจัดทำแผนรองรับเพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างต่อเนื่อง \\n(๓) ควรจัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่ครูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\n(๔) ควรสร้างกลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน \\n(๕) ควรมีการประเมินผลการถ่ายโอนภารกิจด้านการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [209,1717,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าระบาดในจังหวัดขอนแก่น","ปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มของเด็กและเยาวชนมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างแพร่หลาย ทั้งในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และวัยรุ่นที่อยู่นอกระบบการศึกษา โดยผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าจะทำบุหรี่ไฟฟ้าในลักษณะที่มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม หากพิจารณาเพียงผิวเผินอาจรู้สึกว่าไม่เกี่ยวข้องกับสารเสพติด อาทิ เลียนแบบขนม และเครื่องสำอาง ซึ่งเชื้อเชิญให้ผู้พบเห็นเกิดความรู้สึกอยากลอง จึงถือเป็นยาเสพติดที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้ แม้ว่าที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขจะได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับวิธีการลด ละ เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้เสพติดบุหรี่หรือยาเสพติด ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงมีมาตรการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง มีการบุกค้นสถานที่จัดเก็บบุหรี่ไฟฟ้าและดำเนินคดีตามกฎหมาย\\n\t\tเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๘ รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) \\nรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบาย\\nการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลและ Kick off ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลังชุมชนปลอดยาเสพติด โดยมีการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบวิดีโอทางไกล\\nไปยังศาลากลางจังหวัดทั้ง ๗๖ จังหวัด และที่ว่าการอำเภอทั้ง ๘๗๘ อำเภอ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด\\nทุกจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรทุกจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจทุกอำเภอ รวมทั้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมรับฟังทั่วประเทศ พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดกรอบเวลาปฏิบัติตามนโยบายภายใน ๓ เดือน เพื่อประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ แต่มีข้อกังวลว่าข้าราชการบางส่วนที่จะเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ (๓๐ กันยายน ๒๕๖๘) อาจจะไม่กระตือรือร้นที่จะตอบสนองนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลเท่าที่ควร ประกอบกับบุหรี่ไฟฟ้าได้ระบาดเข้าไปถึงโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ในหลายจังหวัด จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้อำนวยการโรงเรียนจะต้องให้ความร่วมมือกับพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าบรรลุผลความสำเร็จตามพี่น้องประชาชนคาดหวัง ทำให้ยาเสพติดหมดไปจากสังคมไทยอย่างถาวรและยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [210,1715,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำท่วมโรงเรียนบ้านกันเตรียง จังหวัดสุรินทร์","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า โรงเรียนบ้านกันเตรียง หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านแร่ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ๒ ระดับประถมศึกษา ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีฝนตกหนัก ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่ได้รับการแก้ไขเป็นเวลากว่า ๑๐ ปี\\n\t\tเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕ โรงเรียนบ้านกันเตรียงได้อนุญาตให้องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแร่ ดำเนินการก่อสร้างร่องระบายน้ำคอนกรีตผ่านรั้วโรงเรียนทางด้านทิศเหนือ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขัง\\nในชุมชนหมู่บ้านบริเวณใกล้เคียง ต่อมา แผ่นปูนคอนกรีตของร่องระบายน้ำชำรุดทรุดโทรมสึกกร่อนลง\\nจนปิดกั้นทางน้ำตลอดทั้งสาย ส่งผลให้ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงที่มีฝนตกหนัก น้ำระบายไม่ทันจึงเอ่อล้น\\nท่วมขังภายในบริเวณโรงเรียน ครั้งละไม่ต่ำกว่า ๒ เดือน เป็นเหตุให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น \\nส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของคุณครูและนักเรียน รวมทั้งปัญหายุงลายแพร่ระบาด ซึ่งก่อให้เกิดโรคไข้เลือดออกตามมา ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้เร่งพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับโรงเรียนบ้านกันเตรียงโดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [211,1713,108,"นางมยุรี โพธิแสน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างบนทางหลวงชนบท  ","จากทางหลวงชนบทหมายเลข ยส ๓๐๒๐ ช่วงบ้านสะเดา - บ้านหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ที่มีระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร โดยประชาชนในพื้นที่ ตำบลสิงห์ \\nและตำบลใกล้เคียง ใช้ทางหลวงชนบทสายดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักในการสัญจร เพื่อเดินทางเข้ามา\\nในตัวเมืองจังหวัดยโสธร อาทิ ติดต่อหน่วยงานราชการ ไปโรงพยาบาล รวมทั้งเป็นเส้นทางที่นักเรียน\\nในพื้นที่ใช้เดินทางไปโรงเรียน แต่ปรากฏว่าไฟฟ้าส่องสว่างของทางหลวงชนบทสายดังกล่าวดับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลานานกว่า ๒ ปีแล้ว เป็นเหตุให้ถนนสายดังกล่าวมืดสนิทในเวลากลางคืน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และเหตุร้ายอื่น ๆ เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมา ประชาชนได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขแล้ว ได้แก่ แขวงทางหลวงชนบท จังหวัดยโสธร แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงว่ามีขโมยลักลอบตัดสายไฟต่าง ๆ และลักลอบตัดสายไฟของตู้ควบคุมหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างรอการอนุมัติงบประมาณเพื่อซ่อมแซม \\nดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ\\nองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอให้เร่งพิจารณาดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข ยส ๓๐๒๐ ช่วงบ้านสะเดา - บ้านหนองขอน อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เพื่อให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจรเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [212,1711,80,"นางประทุม วงศ์สวัสดิ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการเรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เหตุเกิดที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย","ขณะนี้มีเสียงสะท้อนจากนักท่องเที่ยวชาวอินเดียว่าถูกเรียกเก็บเงินคนละ ๒๐๐ บาท เหตุเกิดที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเป็นข้อมูลที่เผยแพร่ในกระทู้สนทนาของเว็บไซต์เรดดิต (Reddit) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลข่าวสาร และเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก มีการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเอเจนซี่ท่องเที่ยว (Travel Agency) ทั่วโลก กรณีดังกล่าวเป็นการสะท้อนข้อมูลเชิงประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย\\n\t\tในยุคปัจจุบันซึ่งให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์คือทุกสิ่ง” ประเทศไทยกำลังแข่งขันด้านการท่องเที่ยวกับประเทศอื่น ๆ ที่มีระบบการต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างมืออาชีพ แต่ทว่าประเทศไทยกำลังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและสร้างความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจ เริ่มตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง\\nซึ่งเปรียบเสมือนประตูด่านแรกที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ดังนั้น ขอให้รัฐบาล สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวและแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [213,1709,128,"นางวาสนา ยศสอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากท่วมโรงเรียนบ้านร่มเกล้า และโรงเรียนบ้านน้ำพาง ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับหนังสือขอรับความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านร่มเกล้า และโรงเรียนบ้านน้ำพาง ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน \\nแจ้งว่าเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ มีฝนตกหนักในจังหวัดน่าน เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยแบบฉับพลัน\\nอันเนื่องมาจากน้ำป่าไหลหลาก กระแสน้ำได้พัดพาเอาดินโคลนจำนวนมากเข้าท่วมบริเวณโรงเรียน\\nบ้านร่มเกล้า และโรงเรียนบ้านน้ำพาง ทำให้อาคารเรียน ห้องเรียน ห้องสมุด วัสดุอุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนบ้านพักครูได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ ระบบน้ำประปาภายในโรงเรียนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค อันเป็นเหตุให้ต้องหยุดการเรียนการสอนโดยปริยาย ในการนี้ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้แจ้งรายละเอียดการขอรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภค หรือสื่อการเรียนการสอนจากสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือแก่โรงเรียนบ้านร่มเกล้า และโรงเรียนบ้านน้ำพาง ตำบลน้ำพาง อำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ (Line) กลุ่มของสมาชิกวุฒิสภา \\n\t\tอนึ่ง ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านดังกล่าวเป็นเหตุให้น้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน โรงเรียนและสถานศึกษาในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก หน่วยงานของรัฐและทุกภาคส่วนควรตระหนักถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ศึกษาถึงสาเหตุและวิธีป้องกัน รวมทั้งการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาติ เพื่อบรรเทาผลกระทบและความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย พิจารณา ฟื้นฟูและเยียวยาแก่โรงเรียน สถานศึกษา และประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [214,1707,133,"นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรที่อาศัยอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ “ทุ่งหูหนาน” ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง","จากสมาชิกวุฒิสภาได้ลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ จังหวัดพัทลุง ในช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๘ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาย่า เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง สรุปสาระสำคัญได้ว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาย่า ขอให้ติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรที่อาศัยอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ “ทุ่งหูหนาน” ในพื้นที่ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง โดยราษฎรในพื้นที่ต้องการให้ภาครัฐออกเอกสารสิทธิ์ในที่สาธารณประโยชน์ “ทุ่งหูหนาน” เพื่อให้ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยประเด็นดังกล่าวมีหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ จำนวน ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย (๑) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) (๒) สำนักงานที่ดินจังหวัดพัทลุง (๓) องค์การบริหารส่วนตำบลเขาย่า และ (๔) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) \\n\t\tความเป็นมา เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) สำนักงานที่ดินจังหวัดพัทลุง องค์การบริหารส่วนตำบลเขาย่า และประชาชนในพื้นที่ ได้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันเพื่อรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ “ทุ่งหูหนาน” และต่อมา เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้ส่งสรุปข้อมูลจากการประชุมดังกล่าวให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามหลักเกณฑ์ของ ส.ป.ก. อย่างไรก็ตาม จนกระทั่งบัดนี้ การพิจารณายังไม่มี\\nความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์ พิจารณาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",6,2568,"2025-07-22T00:00:00"],
    [215,1705,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การปิดซ่อมถนน  ","กรมทางหลวงได้ประกาศโครงการซ่อมถนนเส้นทางงามวงศ์วานมุ่งหน้า\\nไปยังแยกเกษตร ระหว่างวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ถึงวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ นั้น โดยปกติ\\nสภาพการจราจรบนถนนเส้นดังกล่าวมีปัญหาการจราจรติดขัดอยู่เป็นประจำ เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของถนนที่มีการเปลี่ยนแปลงจากถนน ๕ ช่องทางให้เหลือเพียง ๒ ช่องทางช่วงขึ้นสะพาน และเมื่อมี\\nการดำเนินการซ่อมถนนมีการปิดช่องทางจราจรจากเดิม ๒ ช่องทางให้เหลือเพียง ๑ ช่องทาง ส่งผลให้\\nเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง แม้ว่าจะมีการประกาศปิดถนนล่วงหน้าแล้วก็ตาม ซึ่งการดำเนินโครงการดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมี\\nการพิจารณาแนวทางการดำเนินงานที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด \\n\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือ ขอเสนอแนะแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพการจราจร เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินการดังต่อไปนี้\\n\tแนวทางที่ ๑ การปรับเปลี่ยนระยะเวลาดำเนินการ\\n\tเนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวมีปัญหาการจราจรติดขัดอยู่เดิม และหากการซ่อมถนนเป็นการซ่อมผิวรอยต่อของสะพานเท่านั้น ขอให้พิจารณาปรับเปลี่ยนระยะเวลาการดำเนินงานเป็น\\nช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีปริมาณการจราจรน้อยและไม่เกิดการแออัด จึงจะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n\tแนวทางที่ ๒ การปรับปรุงการจัดการช่องทางการจราจร\\n\tจากการสำรวจพบว่า สภาพการจราจรในช่วงเช้ามีความหนาแน่นในทิศทางเข้าเมือง ในขณะที่ทิศทางออกนอกเมืองมีการจราจรเบาบางหรือไม่มีรถใช้เส้นทางในบางช่วงเวลา ขอให้พิจารณาเปิดช่องทางพิเศษให้รถยนต์ที่วิ่งเข้าเมืองเพิ่มอีก ๑ ช่องทาง เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด\\n\tดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณาดำเนินการตามแนวทางที่เสนอข้างต้น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว และเพื่อให้การดำเนินโครงการซ่อมถนน สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [216,1703,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาฟื้นฟูสภาพแหล่งน้ำแก้มลิงหนองน้ำครก หมู่ที่ ๑๐ บ้านน้ำครกใหม่เกาะสวรรค์ ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน","จากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านน้ำครกใหม่เกาะสวรรค์ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลกองควาย อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เกี่ยวกับปัญหาระบบระบายน้ำในพื้นที่หนองน้ำครก \\nโดยเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๓ ผู้ใหญ่บ้านน้ำครกใหม่เกาะสวรรค์ได้ทำหนังสือถึงนายกเทศมนตรี\\nตำบลกองควาย เพื่อขอรับการสนับสนุนโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ต่อมาเทศบาลตำบลกองควายได้ออกหนังสือที่ นน ๕๓๖๐๓/๖๑๙ ลงวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕\\nถึงผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค ๙ เพื่อขอรับการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำแก้มลิงหนองน้ำครก เนื่องจากคลองระบายน้ำธรรมชาติหนองน้ำครก บริเวณบ้านน้ำครกใหม่เกาะสวรรค์ \\nซึ่งเป็นคลองระบายน้ำจากหนองน้ำครกลงสู่แม่น้ำน่าน ปัจจุบันมีสภาพคับแคบและเสื่อมโทรม ส่งผลให้การไหลเวียนของน้ำไม่สะดวก ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน น้ำกัดเซาะตลิ่งได้รับความเสียหาย รวมทั้งปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และปัญหาการขาดแคลนน้ำ\\nเพื่อการเกษตร \\n\tประตูระบายน้ำแก้มลิงหนองน้ำครก เป็นส่วนหนึ่งของโครงการแก้มลิง ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบริหารจัดการน้ำและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ซึ่งในช่วงฤดูฝน\\nประตูระบายน้ำแก้มลิงหนองน้ำครกมีหน้าที่สำคัญในการกั้นน้ำจากแม่น้ำน่านไม่ให้น้ำไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยรอบพื้นที่แก้มลิงหนองน้ำครก และป้องกันไม่ให้พืชผลทางเกษตรได้รับความเสียหาย ปัจจุบันประตูระบายน้ำแก้มลิงหนองน้ำครกมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จากการตรวจสอบพบว่ามีประตูระบายน้ำชำรุด จำนวน ๓ บาน ดังนั้น ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โปรดพิจารณา\\nให้การสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำแก้มลิงหนองน้ำครก เพื่อแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้\\n\t(๑) ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค\\n\t(๒) ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร\\n\t(๓) ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [217,1701,46,"นายเดชา นุตาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การชำรุดทรุดโทรมของโรงพยาบาลลำลูกกา","เนื่องจากผู้ขอปรึกษาหารือได้เคยปรึกษาหารือเกี่ยวกับสภาพความทรุดโทรมของโรงพยาบาลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยระบุว่าอาคารบางส่วนและห้องฉุกเฉินอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมากและเสี่ยงต่อการถล่ม เพราะเป็นโครงสร้างปูนที่ไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่ผลที่ได้รับทราบคือ “ไม่มีงบประมาณ” ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ อีกทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ก็ไม่ให้การสนับสนุนงบประมาณ ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความชำรุดเสียหายของโรงพยาบาลด้วยตนเอง เพราะหากเกิดเหตุอาคารถล่ม ความเสียหายจะอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มิใช่แค่ประชาชน ดังนั้น ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการซ่อมแซม\\nก่อนเกิดเหตุอันอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ข้างเคียง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [218,1699,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสุนัขจรจัดในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์","จากลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ เกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัดที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยสุนัขที่ลงทะเบียนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ มีจำนวนประมาณ ๓,๐๐๐ ตัว และสุนัขที่ไม่ได้ลงทะเบียนรวมทั้งสุนัขจรจัด มีจำนวนมากกว่า ๒,๐๐๐ ตัว ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ คือ \\n\t\t(๑) สุนัขจรจัดไล่กัดและทำร้ายประชาชน\\n\t\t(๒) ความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า\\n\t\t(๓) ปัญหาด้านสุขอนามัยและความสะอาดของชุมชน\\n\t\t(๔) การขยายพันธุ์ของสุนัขจรจัดที่เพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง\\n\t\tแม้ว่าปัญหาสุนัขจรจัดจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริงปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์อย่างมาก\\n \t\tดังนั้น เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความสะอาดของบ้านเมือง และเพื่อแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดไม่ให้ขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์บูรณาการร่วมกับเทศบาลเมืองสุรินทร์และสำนักงานปศุสัตว์สุรินทร์ในการแก้ไขปัญหา เพื่อควบคุมและดูแลสุนัขจรจัด โดยจัดให้มีการฉีดวัคซีนและทำหมันให้แก่สุนัขจรจัดในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองสุรินทร์ รวมทั้งขยายผล\\nไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อบรรเทาปัญหาให้กับประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [219,1697,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","นโยบายของรัฐบาล","ราคาผลไม้ “ลำไยและอิทผลัม”","จากปัจจุบันราคาผลผลิตทางการเกษตรและผลไม้ชนิดต่าง ๆ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด และเงาะ มีราคาตกต่ำ เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเกินความต้องการ ส่งผลให้เกษตรกร\\nผู้ปลูกได้รับความเดือดร้อน และไม่สามารถหาช่องทางการจำหน่ายผลผลิตได้อย่างเหมาะสม ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวรัฐบาลควรสนับสนุนส่งเสริมในการหาตลาดเพื่อจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและผลไม้ \\nประกอบกับในขณะนี้ผลผลิตลำไยและอินทผลัมกำลังจะออกสู่ตลาด ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจจะประสบปัญหาราคาตกต่ำในลักษณะเดียวกับทุเรียน มังคุด และเงาะ ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ\\nตามแนวทางดังต่อไปนี้\\n\t(๑) การจัดเตรียมแนวทางช่วยเหลือด้านราคาผลผลิตทางการเกษตร รัฐบาลควรจัดเตรียมแนวทางและมาตรการในการช่วยเหลือด้านราคาผลผลิตทางการเกษตรให้แก่เกษตรกร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้กับเกษตรกร\\n\t(๒) การลดการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากต่างประเทศ รัฐบาลควรพิจารณาดำเนินการลดการนำเข้าผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันสำปะหลังและข้าวจากต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนกลับมาบริโภคสินค้าทางการเกษตรที่ผลิตภายในประเทศ\\n\t(๓) การส่งเสริมการบริโภคผลผลิตภายในประเทศ รัฐบาลดำเนินการส่งเสริมการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรภายในประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทยและสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตรของประเทศอย่างยั่งยืน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [220,1695,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ระเบิดเวลาที่รอการปะทุ  ","จากประธานหอการค้าจังหวัดลำพูนได้มีการคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตลำไยในฤดู (เดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม-เดือนกันยายน) ที่จะออกสู่ตลาด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๒ โดยใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ จะมีปริมาณผลผลิตลำไย จำนวน ๑,๔๐๗,๙๙๑ ตัน โดยจังหวัดลำพูน จะมีปริมาณผลผลิตลำไย ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ตัน ปัญหาลำไยของจังหวัดลำพูน คือ ตลาดหลักอยู่ที่ล้งจีน เพราะคนจีนมีความนิยมบริโภคลำไย ซึ่งล้งจีนมีสภาพตลาดที่เป็นจุดคับคั่งหรือคอขวด เป็นผู้มีอำนาจกำหนดราคารับซื้อ และมีปริมาณรับซื้อที่จำกัด โดยราคาลำไยตะกร้าขาว (ลำไยที่เป็นช่อ) ล้งจีนจะรับซื้อเฉพาะลำไยเกรด AA กิโลกรัมละ ๔๐ บาท ส่วนลำไยร่วง เกรด AA กิโลกรัมละ ๓๕ บาท และลำไยเกรด A ขนาดเล็กกว่าไม่กี่มิลลิเมตร กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ขณะที่ลำไยเกรด B มีราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ ๕ บาท ส่วนลำไยเกรด C มีราคารับซื้อเพียงกิโลกรัมละ ๑ บาทเท่านั้น นอกจากนั้น ราคาที่รับซื้อมีความผันผวนเปลี่ยนแปลงทุกวัน \\n\tเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาลำไยของจังหวัดลำพูน โดยการวางยุทธศาสตร์ของจังหวัดลำพูน นำเอาลำไยมาใช้ประกอบอาหาร และใช้นวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่า อาทิ นำช่อลำไยมาทำชา นำใบของต้นลำไยมาทำคอนกรีต เนื้อลำไยนำมาทำเป็นน้ำเชื่อมไซรัป และยาช่วยเพิ่มคุณภาพการนอนหลับและแก้อาการปวดเข่า นอกจากนี้ จังหวัดลำพูนได้พยายามช่วยเหลือเกษตรกร โดยการทำก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นลำไย และเค้กลำไย \\n\t\tเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๗ รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม  เวชยชัย) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ลำไยของจังหวัดลำพูน สามารถระดมภาคธุรกิจเพื่อสังคม (CSR) มาช่วยระบายผลผลิตลำไยของจังหวัดลำพูน โดยจำหน่ายทั่วประเทศ และช่วยหาตลาดในต่างประเทศ ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือเห็นว่าปริมาณผลผลิตลำไยมีจำนวนมากไม่ใช่ปัญหา หากแต่ต้องมีวิสัยทัศน์ วิธีคิด และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ และมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างจริงจัง โดยต้องระดมสรรพกำลังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้แก่เกษตรกร สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาลำไย ในระยะสั้น ขอให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ปัญหาลำไยอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว ส่วนในระยะยาว ขอให้รัฐบาลผลักดันยุทธศาสตร์จังหวัดลำพูนให้ประสบผลสำเร็จ  \\n\tดังนั้น ขอให้รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม  เวชยชัย) รักษาราชการแทน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาลำไยให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยเหมือนดังเช่นที่เคยดำเนินการสำเร็จมาแล้ว","รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม  เวชยชัย) รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [221,1693,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโจรกรรมในพื้นที่ขอนแก่น","จากตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ถึงปัจจุบัน ได้เกิดปัญหาผู้กระทำผิดโจรกรรมทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเป็นจำนวนมาก โดยบางรายได้รับความเสียหายจากการโจรกรรมซ้ำ ๓-๔ ครั้ง แต่เมื่อดำเนินการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีแล้ว ปรากฏว่าคดีไม่มีความคืบหน้าในการจับกุมผู้กระทำผิดแต่อย่างใด \\n\tกรณีคดีผู้กระทำผิดโจรกรรมสายไฟฟ้าและมิเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเอาลวดทองแดง\\nไปจำหน่าย โดยผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีแต่คดีไม่มีความคืบหน้า จึงได้ยื่นหนังสือร้องเรียน\\nต่อสมาชิกวุฒิสภาผ่านนายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการตำรวจ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาอาชญากรรม วุฒิสภา โดยเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘ นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ได้ทำหนังสือไปยังผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๘ ผู้บังคับการ\\nสถานีตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นได้ทำหนังสือสั่งการถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น\\nขอให้เร่งรัดติดตามจับตัวผู้กระทำผิดโดยเร็ว และวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร เมืองขอนแก่นได้มีหนังสือถึงนายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ เพื่อแจ้งความคืบหน้า โดยรายงานว่าผู้กระทำผิด\\nเป็นบุคคลเร่ร่อน ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และสามารถยึดของกลางได้เป็นลวดทองแดงน้ำหนักเพียง ๓๐๐ กรัมเท่านั้น จึงได้มีข้อสังเกตว่า ทรัพย์สินที่ยึดได้จากผู้กระทำผิดไม่สอดคล้องกับความเสียหาย\\nที่ประชาชนได้รับ ซึ่งมีผู้เสียหายกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เมืองขอนแก่น แสดงให้เห็นว่าการดำเนินคดียังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ\\n\tดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการดังต่อไปนี้\\n\t(๑) การกำกับดูแลและกวดขันการปฏิบัติหน้าที่ ควรมีการกำกับดูแลและกวดขัน\\nการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น\\n\t(๒) การเร่งรัดการดำเนินคดี เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมแล้ว ให้เร่งรัดการสืบสวนสอบสวน และจับกุมผู้กระทำผิดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [222,1691,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาค่าบริการอินเตอร์เน็ตบ้านราคาแพง","ภายหลังที่มีการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับบริษัทผู้ให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต (Broadband Internet) ปรากฏว่าค่าบริการอินเทอร์เน็ตบ้านมีการปรับราคาสูงขึ้น และทางเลือกของประชาชนในการเลือกผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบ้าน\\nมีจำนวนลดลง ส่งผลให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อนซึ่งพบปัญหาในหลายด้าน ดังนี้ \\n        (๑) ค่าบริการ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าความเร็วอินเทอร์เน็ตคงเดิม \\nแต่ค่าบริการรายเดือนมีราคาสูงขึ้น\\n        (๒) การเปลี่ยนผู้ให้บริการ หากผู้บริโภคประสงค์จะเปลี่ยนเครือข่ายผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต พบว่ามีข้อปฏิบัติที่ซับซ้อนและยุ่งยาก\\n\t(๓) การผูกขาดในต่างจังหวัด ในพื้นที่ให้บริการต่างจังหวัด พบว่ามีผู้ให้บริการ\\nเพียงรายเดียว ส่งผลให้ประชาชนไม่มีสิทธิในการเลือกใช้บริการผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน และถูกผูกขาดให้ใช้บริการจากผู้ให้บริการเพียงรายเดียว\\n\t(๔) ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ปัญหาอินเทอร์เน็ตที่มีราคาสูงส่งผลให้นักเรียน นักศึกษา ครู และผู้สูงอายุ ไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการได้ ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในด้านดิจิทัล\\n\tดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอเสนอ ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาหารือร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้บริโภคอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ดังนี้\\n\t(๑) การควบคุมราคาค่าบริการ ควรกำหนดมาตรการควบคุมค่าบริการอินเทอร์เน็ตบ้านให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค\\n\t(๒) การส่งเสริมการแข่งขัน ควรส่งเสริมให้มีผู้ให้บริการรายใหม่เข้ามาในตลาด \\nเพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค\\n\t(๓) การปรับปรุงระบบการเปลี่ยนผู้ให้บริการ ควรปรับปรุงข้อปฏิบัติในการเปลี่ยนผู้ให้บริการให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น\\n\t(๔) การแก้ไขปัญหาการผูกขาดในต่างจังหวัด ควรกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการผูกขาดในพื้นที่ต่างจังหวัด\\n\t(๕) การลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ควรจัดหาแนวทางให้นักเรียน นักศึกษา ครู และผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างเหมาะสม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [223,1689,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การป่วนพื้นที่ท่องเที่ยวหลักภาคใต้ วางวัตถุต้องสงสัยเป็นชิ้นส่วนประกอบระเบิด “กระบี่-พังงา-ภูเก็ต”","จากเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๘ ตำรวจภูธรจังหวัดพังงาได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน ๔ คน พร้อมปืนอาก้า จำนวน ๔ กระบอก ซึ่งซุกซ่อนไว้ด้านหลังเบาะรถยนต์กระบะ \\nโดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ขนย้ายอาวุธปืนดังกล่าว และต่อมาวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ ตำรวจภูธรเมืองพังงาได้ดำเนินการตั้งด่านตรวจก่อนเข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดภูเก็ต \\nและสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้อีก จำนวน ๒ คน พร้อมทั้งยึดวัตถุต้องสงสัยเป็นชิ้นส่วนประกอบระเบิด โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้วางระเบิดและวัตถุต้องสงสัยไว้ตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้หลายแห่ง \\n\tจากการขยายผลการสอบสวนและการประสานงานส่งข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ\\nในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต ได้รับทราบว่าผู้ต้องสงสัยได้วางระเบิดไว้ทั้งสิ้นจำนวน ๑๖ จุด โดยจำนวน ๑๕ จุดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา \\nและจังหวัดภูเก็ต ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๓ จังหวัดดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของภาคใต้ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมาก\\n\tจากกรณีดังกล่าวขอแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถดำเนินการป้องกันและระงับมิให้เกิดเหตุระเบิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องการรักษาความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่อง และจากเหตุการณ์\\nที่เกิดขึ้นส่งผลให้รัฐบาลออสเตรเลียได้ออกคำเตือนประชาชนว่า ประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยง\\nจากการก่อการร้ายในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต กรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่น ๆ \\nซึ่งเป็นการออกคำเตือนที่กระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นทางการท่องเที่ยวของประเทศไทย\\n\tดังนั้น รัฐบาลควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการเชิงรุกและความรวดเร็วในการสื่อสารรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งการสร้างระบบเฝ้าระวังเชิงรุกที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ดังต่อไปนี้\\n\t(๑) มาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย\\n\t     ควรพิจารณาเพิ่มงบประมาณเพื่อจัดซื้อและติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว สนามบิน และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา \\nและจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งควรมีการจัดตั้งด่านตรวจ \\nและดำเนินการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง\\n\t(๒) การเสริมสร้างบทบาทและภาพลักษณ์ของรัฐบาลไทย \\n\t     ๒.๑ ควรเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารเกี่ยวกับคำเตือนของต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยของประเทศ\\n\t     ๒.๒ ควรจัดทำกลยุทธ์ด้านตลาดการท่องเที่ยวทั้งระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งควรจัดประชุมผู้ประกอบการโรงแรม สายการบิน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน\\n\t      ๒.๓ การส่งข้อมูล การประเมินความเสี่ยง และการรายงานสถานการณ์ ควรนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้การดำเนินการมีความรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [224,1687,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","นโยบายของรัฐบาล","ผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยที่ส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ในอัตราร้อยละ ๓๖","จากช่วงเช้าของวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา\\nได้มีหนังสือถึงประเทศไทย ยืนยันการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยที่ส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ในอัตราร้อยละ ๓๖ และจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศไทย อาทิ ประเทศสิงคโปร์ อัตราร้อยละ ๑๐ ประเทศเวียดนาม อัตราร้อยละ ๒๐ ประเทศมาเลเซีย อัตราร้อยละ ๒๕ และประเทศอินโดนีเซีย อัตราร้อยละ ๓๒ \\nโดยจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ซึ่งการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย ในอัตราร้อยละ ๓๖ เป็นการจัดเก็บภาษีในอัตราเดิม ตามมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘ แสดงให้เห็นว่าการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในห้วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ \\n\tรายได้จากภาคส่งออกของประเทศไทยมีสัดส่วนเกินร้อยละ ๗๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) และประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ของประเทศไทย โดยในปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้าต่อประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนถึง \\n๑ ล้านล้านบาท จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าการจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตราร้อยละ ๓๖ จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันของสินค้าไทยกับประเทศอื่น ๆ และจะส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน\\n\tที่ผ่านมา ประเทศไทยมีสถานะเป็น “พันธมิตรหลักนอกกลุ่มนาโต้” (Major Non-NATO Ally : MNNA) กับประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเป็นพันธมิตรระหว่าง\\nสองประเทศ แต่จากคำแถลงของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุว่าอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจาก\\nประเทศต่าง ๆ ที่ส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา อาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศนั้น ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ กล่าวคือ ประเทศที่ถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตราสูงนั้น ล้วนแต่เป็นประเทศที่มีความใกล้ชิดกับประเทศจีน หรือมีศักยภาพที่จะเป็นทางผ่านของสินค้าจีนที่ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาได้\\nซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เห็นถึงปัจจัยบวกในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและความเป็นพันธมิตรระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยที่เคยมีต่อกัน  \\n\t\tด้วยเหตุนี้ รัฐบาลควรทบทวนว่าที่ผ่านมาได้กำหนดทิศทางความสัมพันธ์\\nและความเป็นพันธมิตรกับประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างไร ดังที่ผู้สันทัดกรณีได้เคยตั้งข้อสังเกตต่อ\\nการดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทยในหลายกรณี อาทิ การส่งตัวชาวอุยกูร์ จำนวน ๔๐ คน กลับไปยังประเทศจีน การที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (BRICS) การดำเนินนโยบายเกี่ยวกับประเทศเมียนมา ตลอดจนการจับกุมคนอเมริกัน\\nในประเทศไทย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาลว่า ต่อกรณีดังกล่าวรัฐบาลควรพิจารณาคัดเลือกบุคลากร\\nที่มีความเชี่ยวชาญ และความเป็นมืออาชีพเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุดและเกิดความเจริญก้าวหน้าต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [225,1685,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ส่งผลต่อสุขภาพคนไทย","จากข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ระบุว่าคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น อันเป็นผลมาจากระบบสาธารณสุขที่ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน สาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยในระยะเวลา ๒-๓ ปีที่ผ่านมา คนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากที่สุด ในอัตราร้อยละ ๗๕ จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจและอุบัติเหตุ สถิติในปี พ.ศ.๒๕๖๘ พบว่าประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นกว่า ๑๔๐,๐๐๐ คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า ๘๔,๐๐๐ คน อัตราการเสียชีวิต ร้อยละ ๖๐ กรณีที่น่ากังวล คือ ผู้ป่วยมีแนวโน้มอายุลดน้อยลง ขณะที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดเพิ่มจำนวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยทำงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจ และผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้รายงานว่า สาเหตุของโรคมะเร็งปอดเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีน และพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งปอดแล้ว ร้อยละ ๙๐ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งสาเหตุสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเกิดจากฝุ่น PM 2.5 สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่า อากาศที่เต็มไปด้วย\\nมลพิษ และอาหารที่มีสารปนเปื้อน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย ถือเป็นปัญหาความเดือดร้อน\\nของประชาชนที่ส่งผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง \\n\tอย่างไรก็ตาม นับเป็นข่าวดีที่ในปัจจุบัน ประเทศไทยมียารักษาโรคมะเร็งชนิดมุ่งเป้า หรือ Targeted Therapy ชนิดเม็ดตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย จากพระอัจฉริยภาพ และพระปรีชาสามารถในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งสามารถช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของผู้ป่วยโรคมะเร็งได้\\n\tดังนั้น ขอหารือไปยังรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข ควรให้ความสำคัญกับ\\nการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบด้านสุขภาพ โดยขอให้พิจารณา ๓ เรื่องสำคัญ ดังนี้\\n\t(๑) การดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 \\n\t(๒) การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... \\n\t(๓) การดำเนินการในเรื่องสุขภาพอนามัยขั้นพื้นฐาน อากาศที่สะอาด และอาหาร\\nที่ปลอดภัย เพื่อลดอุบัติการณ์การเสียชีวิตของคนไทยโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [226,1683,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการค้าประเวณี การแสดงลามกอนาจาร และผู้มีอิทธิพลต่างชาติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต","ได้มีการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการค้าประเวณีและการแสดง\\nลามกอนาจารในบริเวณ Walking Street ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะปิงปองโชว์และโชว์โป๊เปลือย รวมทั้งมีชาวไทยและชาวต่างชาติค้าประเวณีบริเวณหาดป่าตองอย่างเปิดเผย \\nซึ่งส่งผลให้ภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพได้เสื่อมเสียชื่อเสียง และทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มที่มีศักยภาพสูงเริ่มหลีกเลี่ยงพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ถึงแม้ว่า\\nจังหวัดภูเก็ตจะสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยอย่างมาก แต่หากปล่อยให้สิ่งเสื่อมโทรมเหล่านี้ดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลเสียในระยะยาว จึงเกิดคำถามเกี่ยวกับการทำงาน\\nของฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการปล่อยปละละเลยจนทำให้พฤติกรรมเหล่านี้กลายเป็น\\nเรื่องปกติหรือไม่ เมื่อมีการสอบถามกลับไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้และพยายามปฏิเสธว่าปัญหาเหล่านั้นไม่มีอยู่จริง ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ \\nลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังให้เป็นรูปธรรม เพราะปัญหาเหล่านี้กระทบต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของประเทศ","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [227,1681,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","นโยบายของรัฐบาล","การรื้อฝาย 3 แห่ง ในแม่น้ำปิง ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568","เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานแม่น้ำปิงระยะเร่งด่วน จำนวน ๒ โครงการ ประกอบด้วย \\n\t(๑) การขุดลอกแม่น้ำปิง วงเงินงบประมาณ ๑๕๗.๖ ล้านบาท \\n \t(๒) การรื้อฝายเก่า จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ ฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง และฝายท่าวังตาล วงเงินงบประมาณ ๑๓.๘ ล้านบาท \\n \tโครงการขุดลอกได้เริ่มดำเนินการขุดลอกตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่ได้อย่างยั่งยืน ยังคงมีข้อกังวลและข้อโต้แย้งจากประชาชน โดยเฉพาะต่อแนวทาง\\nที่มุ่งเน้นการรื้อระบบเหมืองฝาย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชนท้องถิ่นที่มีมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี การแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเป็นการแก้ปัญหาที่ขาดการให้น้ำหนักกับสาเหตุอื่นที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิด\\nน้ำท่วม รวมทั้งการบริหารราชการแผ่นดินที่ยังรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง อีกทั้งการเปลี่ยนแปลง\\nของสภาพภูมิอากาศ มีฝนตกหนักและเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้น และความถี่ของการเกิดภัยพิบัติเพิ่มมากขึ้นทุกปี\\n \tการวิเคราะห์สาเหตุน้ำท่วม พบว่าฝายทั้ง ๓ ฝาย ไม่ใช่สาเหตุของปัญหาน้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับถนนถึง ๓ เมตร น้ำจะเริ่มล้นตลิ่งบริเวณสะพานตำรวจภูธรภาค ๕ ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของฝายพญาคำ ประมาณ ๑ กิโลเมตร โดยปัญหาการระบายน้ำของลำน้ำปิง\\nบริเวณสะพานตำรวจภูธรภาค ๕ มีความกว้างเพียง ๖๗ เมตร ซึ่งตอม่อสะพานตำรวจภูธรภาค ๕ \\nกีดขวางลำน้ำปิง ทำให้ความกว้างในการระบายน้ำของลำน้ำปิงในบริเวณนั้นสามารถระบายได้จริงเพียง ๓๖ เมตร เท่านั้น\\n \tนอกจากนี้ ฝายทั้ง ๓ แห่ง ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการน้ำในหลายมิติ ดังนี้\\n\t(๑) ด้านการบริหารจัดการน้ำ เป็นแหล่งน้ำของประชาชนในพื้นที่เมืองและพื้นที่เกษตรกรรม ๘ ตำบล ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๒๘,๐๐๐ ไร่ ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน \\n\t(๒) ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่นันทนาการเชื่อมโยงพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง มีประโยชน์ ต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทั้งน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเสีย\\n \tภาคประชาชนจึงเสนอให้มีการบำรุงรักษาและปรับปรุงฝายที่ไม่ดักตะกอนในแม่น้ำ\\nแทนการรื้อฝาย ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างจังหวัดเชียงใหม่ กรมชลประทาน และกลุ่มผู้ใช้น้ำฝายพญาคำ กลุ่มผู้ใช้น้ำฝายหนองผึ้ง เรื่อง การก่อสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำปิง พ.ศ. ๒๕๕๒ และพัฒนาพื้นที่สาธารณะโดยรอบเพื่อสร้างประโยชน์หลายมิติให้เป็นพื้นที่สีเขียว เป็นพื้นที่หนองน้ำตอบสนองการใช้ระบบนิเวศบริการของคนในเมือง ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน\\nของประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศเบลเยียม เน้นการอยู่ร่วมกันกับน้ำแทนการต่อสู้กับน้ำ\\nเน้นการป้องกันน้ำท่วมแบบบูรณาการ เน้นการใช้ประโยชน์และรักษาความสมดุลระหว่างการป้องกัน\\nและการใช้ประโยชน์ การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและการจัดการระบบนิเวศโดยรอบ ให้ความสำคัญ\\nกับการมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจให้องค์กรท้องถิ่นในการบริหารจัดการน้ำ\\n\tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t(๑) ขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเร่งรัดให้มีการทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ได้เห็นชอบโครงการรื้อฝาย ๓ แห่ง และให้ปรับเป็นการปรับปรุงฝาย\\nทั้ง ๓ แห่ง เพื่อเป็นการสืบสานต่อยอดวัฒนธรรมภูมิปัญญาการบริหารจัดการน้ำของชุมชนท้องถิ่น\\nให้อยู่ร่วมกับลำน้ำปิง\\n \t\t(๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเร่งรัดสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งคณะทำงานที่มีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงกองเลขานุการสภาพลเมืองเชียงใหม่ ร่วมกันออกแบบและจัดให้มีกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชน และผู้มีส่วนได้เสียในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพื่อหาทางเลือกในการปรับปรุงฝายและพัฒนาพื้นที่โดยรอบ\\nให้เหมาะสม รวมถึงการขุดลอกแนวเขตลำน้ำปิงที่ถูกรุกล้ำ เพื่อเพิ่มแนวเขตการไหลของลำน้ำปิงให้กว้างดังเดิม\\n \t\t(๓) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งคณะทำงานที่มีผู้แทนจากภาคีทุกภาคส่วน ร่วมกันจัดทำแผนยุทธศาสตร์การป้องกันแก้ไขปัญหา\\nน้ำท่วมจังหวัดเชียงใหม่แบบบูรณาการและยั่งยืนที่เชื่อมโยงทั้งพื้นที่ป่าต้นน้ำ พื้นที่กลางน้ำ และพื้นที่\\nปลายน้ำ (แผนระยะสั้น แผนระยะกลาง และแผนระยะยาว ๒๐ ปี)","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [228,1679,107,"นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนโลหะหนักในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่","จากประชาชนในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ได้รับความเดือดร้อนและกำลังเผชิญภัยเงียบจากสารพิษโลหะหนักในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยมีสาเหตุหลักของปัญหาเกิดจากการทำเหมืองแร่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา โดยมีทุนจีนเข้าดำเนินการผ่านการรับสัมปทานจากพื้นที่กลุ่มว้า ซึ่งได้ยกประเด็นนี้หารือมาเป็นระยะเวลากว่า ๓ เดือน แต่รัฐบาลยังคงแก้ไขปัญหาดังกล่าวแบบตั้งรับ โดยเฉพาะการเตรียมงบประมาณกว่า ๗,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับการสร้างฝายดักตะกอน ทั้งที่มีข้อมูลทางวิชาการยืนยันแล้วว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาสารพิษตกค้างได้จริง และยังเป็นการเพิ่มภาระให้กับพื้นที่ในการกำจัดตะกอนพิษในอนาคต\\n \tในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย-เมียนมา (Regional Border Committee หรือ RBC) ครั้งที่ ๓๗ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ ๒-๔ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ประเทศไทย\\nได้เพียงแต่เสนอให้เมียนมาเจรจากับผู้รับสัมปทานเหมืองแร่ในการบำบัดน้ำเสีย ก่อนที่จะปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นเพียงข้อเสนอที่ไม่ได้มีการตอบสนองอย่างชัดเจน หรือเกิดเป็นรูปธรรมในพื้นที่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบในหลายด้าน ดังนี้\\n\t(๑) ด้านสังคม ประชาชนกว่า ๕๕,๐๐๐ ครัวเรือน ยังคงใช้น้ำประปาจากแหล่งน้ำปนเปื้อน\\n\t(๒) ด้านเศรษฐกิจ การประมงพื้นบ้านหยุดชะงัก ร้านอาหารขาดรายได้\\n\t(๓) ด้านการเกษตร พื้นที่ทางการเกษตรกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ เสี่ยงต่อการมีผลผลิตที่ปนเปื้อน\\n\t(๔) ด้านสุขภาพ ประชาชนในพื้นที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพในระยะยาว เนื่องจาก\\nขาดมาตรการป้องกันเยียวยา และขาดระบบตรวจสุขภาพที่ครอบคลุม\\n\tปัญหาวิกฤตแม่น้ำปนเปื้อนโลหะหนักในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ \\nจึงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ การดำเนินการแบบตั้งรับไม่เพียงพอ\\nต่อการแก้ไขปัญหาในระยะยาว และแก้ไขปัญหาที่เป็นสาเหตุหลัก ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาข้อเสนอแนะเชิงรุกโดยขอเสนอมาตรการ ๓ ข้อ ดังนี้\\n\t(๑) การปรับเปลี่ยนงบประมาณ ควรหยุดโครงการฝายดักตะกอนทันที และใช้งบประมาณกับศูนย์ตรวจสารพิษ ระบบเตือนภัย และการดูแลสุขภาพของประชาชน\\n\t(๒) การสนับสนุนเครื่องมือตรวจสอบ ควรสนับสนุนชุดทดสอบอย่างง่าย (test kit) ให้แก่ประชาชนเพื่อตรวจสารพิษได้ด้วยตนเอง\\n\t(๓) การยกระดับการเจรจา ควรจัดให้มีการเจรจาระดับพหุภาคีกับประเทศจีน ประเทศเมียนมา และกลุ่มว้า ผ่านเวทีการประชุม “แม่โขง-ล้านช้าง” (Mekong-Lancang Cooperation-MLC) และอาเซียน พร้อมทั้งยกระดับปัญหาสู่เวทีโลก เช่น การประชุม Conference of the Parties (COP) เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [229,1677,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","กฎหมาย","ทบทวนการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณให้แก่สภาองค์กรของผู้บริโภค ให้เหมาะสมกับภารกิจ ความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณและประโยชน์ที่ประชาชนได้รับอย่างแท้จริง","สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์\\nของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และภายใต้พระราชบัญญัติสภาองค์กร\\nของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๔๖ โดยมีสถานะเป็นนิติบุคคล ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้บริโภคที่มี\\nความเป็นอิสระ มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในทุกด้าน เป็นปากเสียงและเป็นเกราะป้องกัน\\nให้ประชาชนจากการถูกหลอกลวงผ่านการบริโภคสินค้าและบริการ และเป็นองค์กรที่ช่วยประชาชนต่อสู้คดีความต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคไม่สามารถดำเนินการได้เอง\\n \tในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ขอตั้งงบประมาณจำนวน ๓๗๗ ล้านบาท แต่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงบประมาณเพียง ๑๒๗ ล้านบาท ลดลงถึงร้อยละ ๖๖ \\nซึ่งน้อยกว่างบประมาณปีก่อนหน้า การลดงบประมาณในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าจะสามารถรับเรื่องร้องเรียนได้เพียง ๑๐,๐๐๐ เรื่อง จากเดิมที่วางแผนไว้ ๒๘,๐๐๐ เรื่อง จากรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ชัดว่าทุก ๆ หนึ่งบาทที่สภาองค์กร\\nของผู้บริโภคใช้ไปสามารถสร้างประโยชน์คืนกลับสู่สังคมได้ถึง ๕.๕๗ บาท โดยมีอัตราความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนกว่าร้อยละ ๘๐ และสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ดำเนินการต่อสู้คดีความ\\nที่สำคัญหลายกรณี ได้แก่\\n\t(๑) คดีความที่ประชาชนถูกธนาคารฟ้องจากกรณีถูกหลอกดูดเงินในบัตรเครดิต\\n \t(๒) กรณีปัญหาการทำสัญญาเงินกู้ที่มีการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด \\nมีผู้เสียหายกว่า ๑๒๖ คน\\n \tนอกจากนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคยังทำงานเชิงรุกผลักดันมาตรการ “เปิดก่อนจ่าย” และ “หน่วงเงินก่อนโอน” ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ \\nและได้ขยายเครือข่ายความช่วยเหลือประชาชนจำนวน ๕๘ จังหวัด โดยวางแผนจะขยายให้ครบทั้ง \\n๗๗ จังหวัด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ในด้านความคุ้มค่าในการคุ้มครองผู้บริโภคของสภาองค์กรของผู้บริโภค เฉลี่ยเพียงคนละ ๒.๕๕ บาทต่อปี แต่สามารถทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็น\\n\\nการใช้...\\nการใช้งบประมาณที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง ในขณะที่ปัจจุบันภัยคุกคามต่อผู้บริโภคมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องเพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ มีการลงทุนในระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และขยายการประชาสัมพันธ์เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ให้กับประชาชน\\n \tดังนั้น การตัดงบประมาณในครั้งนี้ไม่ใช่การประหยัด แต่เป็นการบั่นทอนศักยภาพ\\nในการคุ้มครองประชาชนและหยุดยั้งการพัฒนาขององค์กรที่จะต้องเติบโตให้ทันมิจฉาชีพ ดังนั้น \\nจึงขอให้สำนักงบประมาณโปรดพิจารณาทบทวนการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยอย่าปล่อยให้ “โล่ของประชาชน” ต้องเสื่อมประสิทธิภาพเพราะการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สมดุล และมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ดังนี้\\n\t(๑) ทบทวนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับภารกิจและประสิทธิภาพที่พิสูจน์แล้ว\\n\t(๒) พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ ให้มีความเหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขภัยคุกคามให้แก่ผู้บริโภค\\n\t(๓) สนับสนุนการทำงานเชิงรุกขององค์กรผู้บริโภคเพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยให้กับประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง",2,2568,"2025-07-08T00:00:00"],
    [230,1513,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้สร้างอุโมงค์ลอดทางหลวงบริเวณหน้าตลาดสด เทศบาลตำบลปัว อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อลดอุบัติเหตุสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตอำเภอปัว จังหวัดน่าน \\nว่าบริเวณทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ระหว่างสวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำ รศ. ๒๐๐ ปี ถึงห้างสรรพสินค้าโลตัส \\nสาขาอำเภอปัว ที่ผ่านมาได้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้น\\nเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตัวแทนประชาชนในอำเภอปัวจึงได้ร่วมกันเสนอแนวคิดเพื่อปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางให้มีความปลอดภัย โดยขอให้มีการพิจารณาสร้างอุโมงค์ลอดบริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลปัว เป็นอุโมงค์ทางลอด ๔ ช่องจราจร เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t   \\nบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส และบริเวณหน้าสวนสาธารณะอ่างเก็บน้ำ รศ. ๒๐๐ ปี จะมีจุดกลับรถ (U – Turn) อยู่ ๒ แห่ง ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและจากข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุบนถนนบริเวณดังกล่าวของสถานีตำรวจภูธรปัว พบว่าทุกปีจะมีผู้ชีวิต ๒ – ๓ ราย และเป็นเช่นนี้มาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวงพิจารณาดำเนินการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดทางหลวงบริเวณหน้าตลาดสด\\nเทศบาลตำบลปัว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุต่อไป \\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [231,1511,50,"นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย","กฎหมาย","ขอให้คำนึงถึงสิทธิและผลกระทบแรงงานไทย กรณีเจรจาปัญหากำแพงภาษีไทย – สหรัฐอเมริกา และเร่งแก้ปัญหาแรงงานถูกลอยแพไม่ได้รับค่าชดเชย","จากการที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าสินค้า โดยเรียกเก็บจากประเทศไทยในอัตราสูงถึงร้อยละ ๓๗ มีผลใช้บังคับในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๘ \\nซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจการส่งออกและภาคแรงงานของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยมีรายได้หลักจากการส่งออกสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าแปรรูป \\nและสินค้าทางการเกษตร โดยปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมการผลิตมีการจ้างแรงงานประมาณ ๖.๔๑ ล้านคน และแรงงานกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกเลิกจ้างจากการประกาศขึ้นกำแพงภาษีนำเข้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ และอาจละเมิดต่อสิทธิแรงงาน ดังนั้น ในการที่รัฐบาลไทยจะได้หารือกับรัฐบาล\\nของสหรัฐอเมริกา ขอให้นายกรัฐมนตรีและทีมเจรจาได้ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านแรงงานเช่นเดียวกับประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ และขอให้รัฐบาลได้พิจารณากำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยกรณีมีการเลิกจ้างงานเกิดขึ้น    \\n \t\t   อนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีแรงงานถูกเลิกจ้างโดยที่นายจ้างมิได้จ่ายเงินค่าทดแทนตามกฎหมาย จำนวน ๖,๕๙๔ คน ซึ่งแรงงานผู้ถูกเลิกจ้างได้มีการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแล้ว และพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินค่าชดเชยทั้งหมด รวมจำนวนเงินประมาณ \\n๒,๘๘๘ ล้านบาท แต่ปรากฏว่านายจ้างยังมิได้มีการปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานแต่อย่างใด \\nส่งผลให้ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากขาดรายได้ในการดูแล\\nครอบครัว และยังต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการฟ้องร้องเพื่อให้ได้รับเงินชดเชยตามสิทธิ\\nที่ตนเองพึงมี เช่น ลูกจ้างบริษัท ยานภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บอดี้แฟชั่น ประเทศไทย จำกัด \\nบริษัท แอลฟ่าสปินนิ่ง จำกัด และบริษัท เอเอ็มซีสปินนิ่ง จำกัด ได้ออกมาเรียกร้องขอให้มีการจ่ายค่าชดเชยตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจากการเรียกร้องดังกล่าวได้มีข้อเสนอให้ใช้งบกลางในการแก้ไขปัญหาให้กับโรงงานไปพลางก่อน ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [232,1509,146,"นายเศรณี อนิลบล","กฎหมาย","ปัญหาการนำเข้าเนื้อสุกรจากสหรัฐอเมริกา  ","จากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าแบบฐานขั้นต่ำจากทุกประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยในเบื้องต้น ประเทศไทยจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราร้อยละ ๓๖ และได้มีการปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ ๑ เป็นอัตราร้อยละ ๓๗ โดยสื่อมวลชนรายงานว่าคณะเจรจาของรัฐบาลไทย มีแนวความคิดให้ประเทศไทยนำเข้าเนื้อสุกร ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี และวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่น ๆ จากสหรัฐอเมริกา เพื่อลดดุลการค้าระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา และผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแนวความคิดดังกล่าว จะสร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรของไทย ทั้งผู้เลี้ยงสุกรและผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ เนื่องจากตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาต่าง ๆ อาทิ ปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) ปัญหาการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเป็นอย่างมาก ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ เช่น เกษตรกร\\nในภาคเหนือผู้ปลูกข้าวโพดสำหรับเป็นอาหารสัตว์ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาข้าวโพดมีราคาตกต่ำ\\nมาโดยตลอด ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาไตร่ตรอง\\nถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทย ทั้งผู้เลี้ยงสุกร และผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ อย่างรอบคอบ\\nและรอบด้าน ก่อนที่จะกำหนดนโยบายในการเจรจาต่อรองเพื่อรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [233,1507,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสื่อสารเพื่อการเตือนภัยและรับมือภัยพิบัติ","จากการถอดบทเรียนภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในช่วงเวลากว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมา พบว่าบทเรียนจากภัยพิบัติของประเทศไทยยังคงมีปัญหาซ้ำรอยเดิม กล่าวคือ ระบบ\\nการสื่อสารเพื่อการเตือนภัย ระบบสั่งการเหตุการณ์ รวมถึงแผนในการรับมือและจัดการภัยพิบัติ\\nของหน่วยงานของรัฐทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่ประชาชน ขณะเดียวกันในส่วนของภาคประชาชนจะเห็นได้ว่าชุมชนและท้องถิ่นต่าง ๆ มีการรวมตัวเป็นเครือข่าย\\nที่มีความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ \\nโดยการกำหนดนโยบาย การตรากฎหมาย การออกกฎ หรือระเบียบให้มีความชัดเจน จะช่วยส่งเสริม\\nให้ชุมชนและท้องถิ่นสามารถเตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน และข้อมูลต่าง ๆ ในการรับมือภัยพิบัติ\\nในระดับพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น     \\n\t\t   บทเรียนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ พบว่ามีประเด็นปัญหาหลายประการ อาทิ (๑) ไม่มีการแจ้งเตือนเหตุภัยพิบัติแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า ๒ ชั่วโมง (๒) ไม่มีข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวให้แก่ประชาชน (๓) ยังคงมีเหตุให้ประชาชนตื่นตระหนก ตกใจ และอพยพออกจากอาคารสูงเป็นระยะ ๆ (๔) ประชาชนมีความหวาดระแวง และไม่เชื่อมั่นในระบบแจ้งเตือนภัยของรัฐ และ (๕) ไม่มีมาตรการป้องกันและเฝ้าระวัง\\nภัยพิบัติ และขาดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จึงขอหารือไปยังรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ดังนี้  \\n\t\t  ๑) ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) \\nและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณากำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง \\nต้องมีกระบวนการจัดทำแผนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติแบบมีส่วนร่วมของประชาชน ภายใน ๑ ปี \\nและกำหนดตัวชี้วัดในการประเมินผลปฏิบัติงาน (Key Performance Indicators : KPI) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว    \\n\t\t  ๒) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาตั้งงบกลาง เพื่อสนับสนุนกระบวนการส่งเสริม ชุมชนเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ตั้งแต่การจัดทำแผน การขับเคลื่อนแผน และการซักซ้อมแผน\\nอย่างเร่งด่วน อย่างน้อยตำบลละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท                    \\n\t\t  ๓) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งหน่วยงานหลักในการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ  รวมทั้งจัดทำข้อมูลในการเตือนภัยที่เข้าใจง่าย เพื่อแจ้งให้ประชาชนทุกคนได้ทราบเป็นการล่วงหน้า  \\n\t\t  ๔) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการซักซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งอย่างเร่งด่วน ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [234,1505,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","กฎหมาย","การเลื่อนยศนายร้อย (หลักเกณฑ์ อายุ ๕๓ ปี) เป็นพันตำรวจตรีก่อนเกษียณ อายุราชการ ๖ เดือน  ","จากข้าราชการตำรวจที่เริ่มรับราชการจากการบรรจุเป็นตำรวจชั้นประทวน \\nมีการปฏิบัติหน้าที่หลากหลายงาน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด เช่น งานสายตรวจ งานสายสืบ \\nงานด้านอำนวยการ เป็นต้น รวมทั้งต้องรับผิดชอบงานด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน\\nของประชาชน โดยที่ครอบครัวของตนเองก็ได้รับผลกระทบจากภาระงานด้วยเช่นกัน  \\n\\n\\nในปี...\\n \t\tในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจได้มีมติให้เลื่อนยศนายดาบตำรวจ อายุ ๕๓ ปี ที่ผ่านการอบรมเป็นร้อยตำรวจตรี และเมื่อเกษียณอายุราชการจะได้รับยศร้อยตำรวจเอก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และมอบเกียรติยศศักดิ์ศรีให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน \\nซึ่งตลอดระยะเวลา ๑๓ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน มีการแต่งตั้งเลื่อนยศมาแล้ว จำนวน ๗๘,๐๐๐ นาย \\n \t\tปัจจุบันข้าราชการตำรวจจำนวนหนึ่งได้ร้องขอให้มีการเลื่อนยศนายดาบตำรวจ\\nที่ได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจเอกก่อนเกษียณอายุราชการ ๖ เดือน ขึ้นเป็นพันตำรวจตรี \\nซึ่งอาจกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือไม่ก็ได้ โดยไม่มีการตั้งตำแหน่งใหม่\\nในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่เป็นการเพิ่มภาระงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ\\nและงบประมาณแผ่นดินแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ตำรวจพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เอื้อให้ระบบราชการตำรวจมีความยุติธรรม โปร่งใส และยกระดับภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาการเลื่อนชั้นยศจากร้อยตำรวจเอกเป็นพันตำรวจตรี ล่วงหน้า ๖ เดือน ก่อนเกษียณอายุราชการ สำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือไม่ก็ได้ โดยไม่มีการเพิ่มเงินเดือน เพียงใช้ยศพันตำรวจตรีเพื่อพิจารณาบำเหน็จบำนาญ โดยการอ้างอิงกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง คือ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๓ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๒๘ และพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๖ และมาตรา ๗  ","นายกรัฐมนตรี\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [235,1503,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้จัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพลสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน    ","จากในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้ปรึกษาหารือ เรื่อง กลุ่มอิทธิพลชาวอินเดียในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดส่งส่วยให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค ๔ ได้ลงพื้นที่จับกุมคนอินเดียที่กระทำความผิดได้จำนวนหนึ่ง\\nและต่อมาได้รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกับผู้มีอิทธิพล\\nในพื้นที่ต่าง ๆ ประกอบกับปัจจุบันประชาชนได้ให้ความสนใจกับกรณีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ \\n \t\tกรณีที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๒.๑๕ ณ ลานจอดรถของร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยทองหล่อ ๑๓ เกิดเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งตบหน้าชายอีกคนหนึ่ง จากนั้นพรรคพวกของทั้งสองฝ่ายได้เข้ารุมต่อสู้กัน เมื่อมีคนไปห้ามก็ได้มีการท้าทาย ซึ่งในอนาคตอาจเกิดศึกล้างแค้นกัน ทั้งนี้ กลุ่มบุคคลดังกล่าวมิได้สนใจกฎหมาย มีพฤติกรรมเก็บค่าคุ้มครอง ข่มขู่ ยกพวกตีกัน โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนหรือไม่  \\n \t\tกรณีที่ ๒ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๘ เกิดเหตุยิงกันในงานโคตรเปียก ณ ลานจอดรถศูนย์การค้าย่านบางกะปิ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ๑ คน หลังเกิดเหตุผู้สื่อข่าวหญิงสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง แจ้งว่า ขณะลงพื้นที่ทำข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีผู้จัดงานซึ่งมีกองกำลังเป็นของตนเอง \\nจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ คน ได้บังคับให้ลบข้อมูลภาพเหตุการณ์เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าว และข่มขู่ด้วยภาษาใต้ที่แปลว่าจะยิงหัว\\n \t\tกรณีที่ ๓ กลุ่มผู้ประกอบการสถานบันเทิงเวลากลางคืน บริเวณย่านลาดพร้าว \\nซอยมหาดไทย บางกะปิ วังทองหลาง รัชดาภิเษก และถนนข้าวสาร จำนวนมากได้แจ้งว่า จะต้องส่งส่วยให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับหัวหน้า ไม่ต่ำกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ ร้านค้า โดยยังไม่รวมลูกน้อง \\nและกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่   \\n \t\tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล\\nชาวอินเดียในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยตรวจสอบไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่มาของบัตรประชาชนที่คนอินเดียได้รับ และดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด\\n \t\t๒) ขอให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจตราและลงพื้นที่ซอยทองหล่อ เพื่อดำเนินการกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่สร้างความเดือดร้อน หวาดผวาต่อประชาชน หากไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพังได้ ควรสนธิกำลังกับทหารเพื่อการปราบปรามอย่างจริงจัง และดำเนินการสืบสวนเพื่อป้องกันเหตุล้างแค้น\\nที่อาจเกิดขึ้น    \\n \t\t๓) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้หมดสิ้นไป และตรวจสอบกรณีสถานบันเทิงในกรุงเทพมหานครส่งส่วยให้กับเจ้าหน้าที่รัฐระดับหัวหน้า และลูกน้องอย่างจริงจัง รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด อย่าให้มีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือบุคคลใดสามารถสร้างอิทธิพลเหนือกฎหมายอีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [236,1501,107,"นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","สถานการณ์สารหนูและสารตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน ปนเปื้อนในแม่น้ำกกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่","แม่น้ำกกเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดเชียงราย มีต้นกำเนิดจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ไหลลงสู่ประเทศไทยผ่านอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และไหลผ่านจังหวัดเชียงราย จำนวน ๖ อำเภอ เป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนในพื้นที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และเป็นแหล่งน้ำสำคัญ\\nในการผลิตน้ำประปาในเขตอำเภอเมืองเชียงราย จากรายงานของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักสิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑ พบว่า น้ำในแม่น้ำกกมีปริมาณสารหนูปนเปื้อน ๐.๐๒๖ มิลลิกรัมต่อลิตร และมีปริมาณสารตะกั่วปนเปื้อน ๐.๐๗๖ มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก     \\n \t\tจากการปนเปื้อนดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจาก\\nผู้ที่ลงไปเล่นน้ำหรือใช้น้ำจากแม่น้ำกกเกิดอาการระคายเคือง และมีผื่นคันตามผิวหนัง ซึ่งในระยะยาว การได้รับสารหนูและสารตะกั่วอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และโรคระบบประสาท โดยสาเหตุการปนเปื้อนของสารอันตรายดังกล่าวมาจากการทำเหมืองแร่ทองคำของประเทศเมียนมา \\nซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำกก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑) ประสานความร่วมมือระดับทวิภาคีกับรัฐบาลเมียนมา เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศ และออกมาตรการป้องกันร่วมกันในระยะยาว\\n \t\t๒) กำหนดมาตรการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์ \\nและแจ้งเตือนภัยต่อประชาชนให้ทราบอย่างทันท่วงที รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูล และให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายของสารหนู และสารตะกั่ว พร้อมทั้งแนวทางการป้องกันตนเอง\\n \t\t๓) ดูแลและเยียวยาประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด\\nสำหรับอุปโภคบริโภค และการดูแลรักษาสุขภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบ\\n \t\t๔) เร่งตรวจสอบสารตกค้างและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสัตว์น้ำ และพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง  \\n \t\tทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะนำไปสู่การพิจารณาและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกกอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันสุขภาพและคุณภาพชีวิต\\nของประชาชนในพื้นที่ และเป็นบทเรียนที่สำคัญในการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำแหล่งอื่นของประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [237,1499,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","กฎหมาย","สหรัฐขึ้นภาษี ๓๖ เปอร์เซ็นต์ สู่กลยุทธ์ตอบโต้และพัฒนาการส่งออกไทย","จากสหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าไทยร้อยละ ๓๖ \\nซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยโดยรวม จึงขอนำเสนอการวิเคราะห์ผลกระทบและแนวทางการดำเนินการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้    \\n \t \t๖.๑ การวิเคราะห์ผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทย\\n \t    \t  ข้อมูลที่ดำเนินการรวบรวมในระยะเวลาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า สินค้าส่งออกไทย\\nหลายประเภทที่จำหน่ายในตลาดสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ อันเนื่องมาจากการเพิ่ม\\nอัตราภาษีนำเข้าร้อยละ ๓๖ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและราคาจำหน่ายปลายทางสูงขึ้น อันนำไปสู่\\nการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของประเทศไทย นอกจากนี้ ผลกระทบดังกล่าวยังขยายวงกว้างไปสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมการผลิตอื่น ๆ ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวยังส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการ การจ้างงานในภาคการผลิต ตลอดจนภาคบริการที่เชื่อมโยงกับการส่งออก  \\n \t\t๖.๒ มาตรการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้ผลิตเพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการภาษีที่เพิ่มขึ้น พิจารณาเห็นควรกำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาคการส่งออก ดังนี้\\n \t     \t  ๖.๒.๑ จัดตั้งศูนย์บริการให้คำปรึกษาด้านการตลาดและเทคนิคแก่ผู้ส่งออกครอบคลุมการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการแสวงหาตลาดทดแทน\\nในภูมิภาคอื่น\\n \t     \t  ๖.๒.๒ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน\\n \t     \t  ๖.๒.๓ พิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านสินเชื่อหรือการสนับสนุนทางการเงิน\\nอัตราดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษี เพื่อให้สามารถปรับตัวและฟื้นฟู \\nการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n\t\t๖.๓ การประสานงานภายในและการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้การตอบสนองต่อมาตรการภาษีดังกล่าวเป็นไปอย่างมีระบบและประสิทธิภาพ จึงมีความจำเป็น\\nต้องบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานส่งเสริมการส่งออก ควบคู่ไปกับการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน และสมาคมผู้ส่งออก โดยเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ผลกระทบ และกำหนดแนวทาง\\nการรับมือที่เป็นรูปธรรม รวมถึงการจัดให้มีเวทีหารือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในการรับมือกับมาตรการภาษีดังกล่าว     \\n\t\t๖.๔ การวางแผนระยะยาวเพื่อความยั่งยืนของภาคการส่งออก นอกเหนือจาก\\nการดำเนินมาตรการเร่งด่วนในระยะสั้นแล้ว จำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคการส่งออก\\nของไทยในระยะยาว ดังนี้\\n            \t\t\t  ๖.๔.๑ ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก โดยการสำรวจและขยายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่น อาทิ สหภาพยุโรป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในทวีปแอฟริกา\\n            \t\t\t  ๖.๔.๒ ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม (Value Added) และเน้นการเพิ่มคุณลักษณะพิเศษ และการออกแบบนวัตกรรม เพื่อให้สินค้าไทยมีความแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับการแข่งขันในตลาดโลก \\n            \t\t\t  ๖.๔.๓ สนับสนุนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการสนับสนุนด้านเทคนิคที่ทันสมัย   \\n \t\tดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการดำเนินการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t\t๑) จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบและจัดทำข้อเสนอ\\nแนวทางการรับมือกับมาตรการภาษีนำเข้าที่สหรัฐอเมริกาปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๖\\n          \t\t๒) ดำเนินการเจรจาหารือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา รวมทั้งใช้กลไกขององค์การการค้าโลก (WTO) ในการเรียกร้องความเป็นธรรมและการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว\\n \t\t๓) จัดให้มีมาตรการสนับสนุนภาคการส่งออกด้านการเงิน การตลาด และการพัฒนานวัตกรรม\\n\t\t๔) เสริมสร้างการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน \\nเพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดแนวทางการปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น\\n \t\t๕) กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคการส่งออกในระยะยาว โดยมุ่งเน้น\\nลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเป็นหลัก และการแสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ มาตรการภาษีใหม่\\nของสหรัฐอเมริกานับเป็นความท้าทายสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยและภาคการส่งออก อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน เชื่อว่าจะสามารถกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา\\nที่เหมาะสมเพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศชาติและเสริมสร้างความยั่งยืนให้แก่ระบบเศรษฐกิจไทย\\nในระยะยาวได้ ทั้งนี้ มีความเชื่อมั่นว่าแนวทางที่นำเสนอจะสามารถเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการเผชิญกับความท้าทายและการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ภาคการส่งออกและระบบเศรษฐกิจ\\nของประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [238,1497,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","กฎหมาย","ขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติเห็นชอบนโยบายเร่งรัดการผลักดัน แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ ๘ แหล่ง สู่การเป็นมรดกโลก","จากจังหวัดเชียงใหม่ได้นำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด \\nจำนวน ๘ แหล่ง ซึ่งได้รับการบรรจุเป็นรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อนำเสนอเข้าสู่บัญชีมรดกโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ และได้นำเสนอกรณีการขับเคลื่อนเมืองเชียงใหม่สู่มรดกโลกกับนางสาวสุดาวรรณ  หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๘          \\n          \t\tแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่จะเสนอสู่การเป็นมรดกโลก จำนวน ๘ แหล่ง ประกอบด้วย (๑) วัดเชียงมั่น (๒) วัดพระสิงห์ (๓) วัดเจดีย์หลวง (๔) วัดสวนดอก (๕) วัดเจ็ดยอด (๖) วัดอุโมงค์ \\n(๗) วัดพระธาตุดอยสุเทพ และ (๘) แนวประตูเมือง คูเมืองเชียงใหม่ โดยได้ดำเนินการสร้างการรับรู้\\nและจัดทำประชาพิจารณ์กับภาคประชาชนในพื้นที่ทั้ง ๘ แหล่งเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการผลักดันแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่สู่การเป็นมรดกโลกจะก่อให้เกิดประโยชน์ ดังนี้ \\n          \t\t๕.๑ จังหวัดเชียงใหม่จะได้รับความสนใจจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน\\n          \t\t๕.๒ เพิ่มความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวเชียงใหม่ พร้อมส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป \\n          \t\t๕.๓ ได้รับการสนับสนุนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม\\nแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กรณีเกิดภัยพิบัติ อุทกภัย และแผ่นดินไหว จะได้รับการช่วยเหลือ\\nด้านงบประมาณ ผู้เชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ในการบูรณะหรือปกป้องโบราณสถาน\\n          \t\t๕.๔ เกิดการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมทั้งด้านระบบขนส่งสาธารณะ การพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการบริการต่อเนื่อง สามารถสร้างงานเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและท้องถิ่น  \\n          \t\tดังนั้น จึงขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาและมีมติเห็นชอบให้เป็นนโยบาย\\nในการเร่งรัดการดำเนินการผลักดันแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ทั้ง ๘ แหล่ง สู่การเป็นมรดกโลกภายในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ ในการร่วมกันขับเคลื่อนแหล่งวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่สู่การเป็นมรดกโลกให้สำเร็จลุล่วง อนึ่ง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่พร้อมสนับสนุนงบประมาณ จำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) ในการจัดทำรายงาน\\nฉบับสมบูรณ์นำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกเพื่อพิจารณาต่อไป ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [239,1495,128,"นางวาสนา ยศสอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอรับการสนับสนุนแผนพัฒนาแหล่งน้ำในเขตอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน","จากได้รับหนังสือจากนายทศพร  ภูปาน ประธานกลุ่มบริหารการใช้น้ำ\\nฝายสมุน – สะเนียน พร้อมคณะ เรื่อง ขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในเขตพื้นที่ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน โดยสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าว มีสาเหตุดังต่อไปนี้  \\n \t\t๔.๑ ฝายสมุนเป็นฝายขนาดกลางที่ไม่มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่สำรองเพื่อส่งน้ำมาเติม ส่งผลทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการ ฝายสมุนเป็นแหล่งน้ำหลักที่มีความสำคัญ\\nในการหล่อเลี้ยงประชาชนและกลุ่มเกษตรกรในเขตพื้นที่ตำบลสะเนียน ตำบลถืมตอง ตำบลไชยสถาน ตำบลเรือง และตำบลบ่อสวก รวมถึงเป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของกองพันทหารม้าที่ ๑๐ \\nและกองพันทหารม้าที่ ๑๕ โดยในช่วงฤดูแล้ง น้ำในฝายแห้งขอดและตื้นเขิน ส่งผลให้กองพันทหารม้าที่ ๑๕ ต้องบริหารจัดการน้ำด้วยการเปิด – ปิดเป็นเวลา และต้องเตรียมภาชนะเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ \\nในส่วนของเกษตรกรต้องรวมกลุ่มกันเพื่อผันน้ำไปใช้ในภาคการเกษตร ซึ่งปริมาณน้ำยังไม่เพียงพอ\\nต่อความต้องการ    \\n \t\t๔.๒ ฝายสมุนก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เป็นเหตุให้ประตูส่งน้ำเกิดการชำรุด และกำแพงของฝายมีความสูงไม่เพียงพอต่อการกักเก็บน้ำให้เหมาะสม\\nกับสภาพการใช้งานในปัจจุบัน\\n \t\t๔.๓ พื้นที่ความจุไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการของภาคเกษตรกรรม\\nในพื้นที่ ๕ ตำบลของอำเภอเมืองน่าน \\nดังนั้น…\\n \t\tดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากการขาดแคลนน้ำ \\nและเพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน จึงขอความอนุเคราะห์ไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ดังนี้  \\n \t\t๑) เร่งรัดการดำเนินโครงการปรับปรุงชลประทานขนาดกลางฝายสมุน ซึ่งได้มีการศึกษาความเหมาะสมในการปรับปรุงโดยภาคเอกชนเรียบร้อยแล้ว \\n \t\t๒) พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างโครงการแก้มลิงฝายสมุนในพื้นที่ ๔๕ ไร่ ตามตำแหน่งที่ตั้ง รูปแบบพื้นที่บริเวณแก้มลิง และผลการสำรวจพื้นที่โครงการที่ได้รับการพิจารณาแล้ว\\n \t\t๓) สนับสนุนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำกาใส จำนวน ๒ แห่ง ในพื้นที่ห้วยสะรัง หมู่บ้านกาใส ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน  ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [240,1493,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","สะพานข้ามคลองสี่วาพาสวัสดิ์ บริเวณวัดป่าชัยรังสี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร","จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครได้อนุมัติงบประมาณโครงการซ่อมแซมสะพานข้ามคลองสี่วาพาสวัสดิ์ บริเวณวัดป่าชัยรังสี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ โดยสะพานมีความกว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๘ เมตร งบประมาณราคากลางค่าก่อสร้าง จำนวน ๓,๐๔๗,๘๕๕.๙๘ บาท วงเงินค่าก่อสร้างตามที่ได้ลงนาม\\\\nในสัญญาจ้าง จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มก่อสร้างวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๗ สิ้นสุดสัญญาวันที่ \\\\n๒๒ มกราคม ๒๕๖๘ แต่ปัจจุบันผู้รับเหมาได้ทิ้งงานการก่อสร้าง ทำให้สะพานดังกล่าวใช้สัญจรชั่วคราว\\\\nได้เพียงรถจักรยานยนต์เท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างสะพานขององค์การบริหาร\\\\nส่วนจังหวัดอ่างทอง พบว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ การก่อสร้างสะพานที่มีความกว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๘ เมตร \\\\nใช้งบประมาณก่อสร้างเป็นเงินประมาณ ๑,๔๑๑,๐๐๐ บาท จึงขอให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบการใช้งบประมาณการก่อสร้าง สะพานข้ามคลองสี่วาพาสวัสดิ์  พร้อมทั้งสร้างสะพานชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป  ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [241,1491,133,"นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอเสนอแนวทางการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรดีเด่น หรือปราชญ์ท้องถิ่น ด้านการเกษตรที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ได้รับสวัสดิการหรือค่าตอบแทน","เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๘ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ (ตอนล่าง) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อน\\nของพี่น้องประชาชนและเยี่ยมชมการดำเนินงานสวนเกษตรประยุกต์ของนายทวี  นวลเรือง ตำบลเขาย่า อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้รับฟังความเห็นจาก \\nร้อยตำรวจตรี อำพล  แก้วมุสิก วุฒิอาสาธนาคารสมอง จังหวัดพัทลุง ในประเด็นเกี่ยวกับแนวทาง\\nในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรที่เป็นบุคคลต้นแบบทางการเกษตร เช่น อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน \\nหมอดินชาวบ้าน ประมงอาสา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติในสาขาอาชีพต่าง ๆ ว่าควรได้รับสวัสดิการหรือผลประโยชน์ตอบแทนจากการปฏิบัติงานเหมือนกับกลุ่มวิชาชีพอื่น ๆ \\nเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานของเกษตรกรในพื้นที่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จากกรณีดังกล่าวพบว่า ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริม สนับสนุนเกษตรกร และสถาบันเกษตรกรในการพัฒนาอาชีพการเกษตร โดยเน้นการพัฒนาเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรให้สามารถบริหารจัดการการผลิต และการตลาดให้สอดคล้องกับสภาวะในปัจจุบัน \\nเพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของครัวเรือน และชุมชนให้ดีขึ้น โดยการคัดเลือกเกษตรกร\\nและสถาบันเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในระดับชาติ เป็นการเผยแพร่และส่งเสริมผลงานความสำเร็จสู่สาธารณชน และใช้เป็นแนวทางในการขยายผลการส่งเสริมการเกษตร แต่อย่างไรก็ตาม บุคคลที่ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ไม่ได้รับสวัสดิการ หรือผลประโยชน์ตอบแทนจากการเป็นบุคคลตัวอย่างด้านการเกษตร ทั้งนี้ หากพิจารณาจากบุคคลที่ได้รับการยกย่องกรณีอื่น เช่น การมอบรางวัลศิลปินแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้กำหนดระเบียบไว้อย่างชัดเจนให้ผู้ที่ได้รับรางวัลศิลปินแห่งชาติจะได้รับสวัสดิการเป็นค่าตอบแทนรายเดือน และตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่รัฐบาลได้ดูแลค่ารักษาพยาบาล\\nของศิลปินแห่งชาติและคู่สมรส จึงเห็นว่าข้อเสนอแนะของ ร้อยตำรวจตรี อำพล  แก้วมุสิก ถือเป็นเรื่องที่ดี และเพื่อให้เกษตรกรได้รับสวัสดิการ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างเหมาะสม เช่นเดียวกับอาชีพอื่น ๆ จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแนวทางเกี่ยวกับการส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรดีเด่น \\nหรือปราชญ์ท้องถิ่นด้านการเกษตรที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างแท้จริงและยั่งยืน ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามความเหมาะสมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ\\nในการทำงานของเกษตรกรทั่วประเทศต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [242,1489,96,"นายพิชาญ พรศิริประทาน","นโยบายของรัฐบาล","การพิจารณาต่ออายุมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินสินเชื่อ Soft Loan ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี","จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เช่น เหตุการณ์ปล้นอาวุธปืนจำนวนมากของหน่วยงานราชการ ในพื้นที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ \\\\nอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และเหตุการณ์สลายการชุมนุมบริเวณหน้าสถานีตำรวจอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินสินเชื่อ Soft Loan ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ให้แก่ผู้ประกอบกิจการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไม่ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน ผู้ประกอบกิจการ และประชาชนทั่วไปย้ายถิ่นฐานออกนอกพื้นที่จากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยมาตรการดังกล่าวส่งผลทำให้ผู้ประกอบกิจการและประชาชนไม่ย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลจนถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้สิ้นสุดโครงการ กำหนดระยะเวลา ๑๘ เดือน ในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ \\\\nทำให้ผู้ประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง และบางส่วนไม่สามารถปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีได้ จากการตัดสินใจของรัฐบาลในครั้งนั้น จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง\\\\nและไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้   \\\\n\t\t๑) หนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น   \\\\n\t\t๒) ธนาคารพาณิชย์ต้องสำรองทุนกรณีหนี้เสีย (NPL)    \\\\n\t\t๓) การลงทุนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ชะลอตัวลง \\\\n\t\t๔) นักธุรกิจในพื้นที่ จะย้ายถิ่นฐานออกนอกพื้นที่ \\\\n\t\t๕) อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้    \\\\n\t\t๖) ปัญหายาเสพติด และอาชญากรรมในพื้นที่เพิ่มขึ้น     \\\\n\t\tทั้งนี้ ภาคเอกชนเห็นว่านโยบายตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๖  จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีในทุกมิติ ดังนั้น จึงขอให้ภาครัฐคงไว้ซึ่งโครงการช่วยเหลือด้านการเงินสินเชื่อ Soft Loan ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ต่อปี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบดังกล่าว และช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการ \\\\nในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",28,2568,"2025-04-08T00:00:00"],
    [243,1487,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้เร่งดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำห้วยมุ่น-ห้วยลี่ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ไปลงแม่น้ำน่าน","จากมีประชาชนในพื้นที่หมู่ ๕ บ้านทุ่งเศรษฐี และหมู่ ๖ บ้านมงคลนิมิต ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ กล่าวคือ กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำห้วยมุ่น-ห้วยลี่ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมืองจังหวัดน่าน ไปลงแม่น้ำน่าน โดยกรมทางหลวงได้ก่อสร้างท่อระบายน้ำห้วยมุ่น-ห้วยลี่ ลอดถนนทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งเหลือระยะทางเพียงเล็กน้อยท่อระบายน้ำดังกล่าวก็จะทะลุออกไปถึงแม่น้ำน่าน แต่อย่างไรก็ดี การก่อสร้างท่อระบายน้ำดังกล่าวได้ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างมากว่า ๑๑ ปี แต่ยัง\\nไม่แล้วเสร็จ ทำให้ในช่วงฤดูฝนหรือในราวเดือนสิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีน้ำหลากจำนวนมาก\\nที่ไหลมาจากห้วยมุ่น-ห้วยลี่ จะไหลเข้าท่วมพื้นที่หมู่ ๕ บ้านทุ่งเศรษฐี และหมู่ ๖ บ้านมงคลนิมิต \\nตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน และเข้าท่วมขังถนนสายเลี่ยงเมือง บ้านปางค่า-บ้านทุ่งเศรษฐี (ถนนเลียบลำเหมืองหลวง) ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ระยะทาง ๔.๗ กิโลเมตร ทำให้ประชาชนได้รับความยากลำบากในการเดินทางและการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนเลียบลำเหมืองหลวง หรือที่ประชาชนในพื้นที่ เรียกว่า “ถนนหมาเมา” ซึ่งถนนมีสภาพอันอาจเกิดอันตรายต่อผู้ที่ใช้เส้นทางเพราะถนนมีความคดเคี้ยวและมีโค้งหักศอกเป็นจำนวนมาก เมื่อถนนมีน้ำท่วมขังยิ่งทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อผู้ที่สัญจรมากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ ๒ จังหวัดน่าน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำที่ท่วมขังออกไปยังอีกฝั่งของถนน เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขังหมู่บ้านทั้งสองในเบื้องต้นเท่านั้น  \\n \tดังนั้น ขอให้กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งดำเนินการก่อสร้างท่อระบายน้ำห้วยมุ่น-ห้วยลี่ ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ไปลงแม่น้ำน่าน ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่หมู่ ๕ บ้านทุ่งเศรษฐี และหมู่ ๖ บ้านมงคลนิมิต ตำบลผาสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [244,1485,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","การเตือนภัย Cell Broadcast Service ผ่านข้อความสั้นแจ้งเตือนภัยแผ่นดินไหวและเหตุฉุกเฉิน ","จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ขนาด ๘.๒ ความลึก ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศไทย ถือเป็นบทเรียนสำคัญในหลายมิติที่สังคมไทยต้องตระหนักถึงอันตราย และหน่วยงานของรัฐจำเป็น\\nต้องมีการทบทวนแผนการรับมือภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ \\nระบบแจ้งเตือนภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน\\nเป็นจำนวนมาก \\n \tโดยประเทศไทยมีการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัด\\nกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่เป็นศูนย์ข้อมูลกลางทางด้าน\\nภัยพิบัติทางธรรมชาติ และควบคุมสั่งการในภาวะวิกฤติตลอดจนแจ้งเตือนภัยพิบัติทุกประเภท \\nอาทิ แผ่นดินไหว น้ำท่วม สึนามิ ไฟป่า เหตุด่วนเหตุร้าย และอื่น ๆ ดังนั้น หากรัฐบาลสั่งการออกระเบียบให้กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ดำเนินการส่งข้อความแจ้งเตือน\\nภัยพิบัติ เช่น แจ้งเตือนแผ่นดินไหว ผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกเครือข่ายของผู้ให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยพิบัติผ่านระบบเทคโนโลยี Cell Broadcast Service \\nหรือระบบสื่อสารข้อความตรงไปที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชนอย่างเฉพาะเจาะจงพื้นที่ โดยประชาชน\\nไม่ต้องสมัครบริการรับข้อความแจ้งเตือน ไม่ต้องใช้แอปพลิเคชัน หรืออินเตอร์เน็ต แต่อย่างใด ซึ่งระบบเทคโนโลยี Cell Broadcast Service เป็นระบบที่มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้แจ้งเตือนภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน เนื่องจากสามารถส่งข้อความไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับสัญญาณตั้งแต่ 4G ขึ้นไป ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของสถานีฐานในบริเวณนั้น ๆ ในเวลาเดียวกัน ด้วยรูปแบบการแสดงข้อความ\\nบนหน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Pop-up notification) แบบ Real-time เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันบริษัทเอกชนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่\\nมีความพร้อมให้บริการดังกล่าวแล้ว หากมีการสั่งการจากภาครัฐก็สามารถดำเนินการได้ทันที ดังนั้น \\nจึงขอปรึกษาหารือเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [245,1483,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาแชร์เหรียญที่หลอกลวงการลงทุน","จากเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายจากคดีแชร์ลูกโซ่มากกว่า ๔๐ คน ได้เดินทางมาร้องเรียนให้ช่วยเหลือและติดตามผลของคดี ซึ่งขบวนการแชร์เหรียญนั้นมีผู้เสียหายมากกว่า ๓๐๐ คน มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า ๒๐๐ ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ กลุ่มผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้า โดยพฤติกรรมการหลอกลวงของกลุ่มแชร์เหรียญได้ใช้วิธีการสร้างเว็บไซต์ปลอมและส่งลิงค์ (Link) ให้ผู้เสียหายสมัครและลงทะเบียน จากนั้นหลอกให้โอนเงินเพื่อซื้อเหรียญ USDT ผ่าน Binance (แพลตฟอร์มที่ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล) โดยอ้างว่าจะนำไปลงทุน และจูงใจผู้เสียหายให้ลงทุนด้วยสัญญาผลตอบแทนสูงถึง ร้อยละ ๑ ต่อวัน ทำให้ผู้เสียหายเกิดความมั่นใจ กล่าวคือ ทุกครั้งที่ผู้เสียหายโอนเงินไปยังแม่ทีม ยอดเงินดิจิทัลก็จะแสดงในระบบ และสามารถถอนเงินได้ในช่วงเวลาที่แม่ทีมกำหนด แต่เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งการถอนเงินเริ่มล่าช้า จนกระทั่งไม่สามารถถอนเงินได้ โดยขบวนการของกลุ่มมิจฉาชีพยังคงดำเนินการต่อโดยเปลี่ยนชื่อและรูปแบบการหลอกลวง พร้อมกับสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาใหม่เพื่อหลอกลวงเหยื่อรายใหม่ กรณีดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก บางคนหมดตัว ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีเงินยังชีพ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t๑) ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เร่งรัดการดำเนินคดี และนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษโดยเร็ว\\n \t๒) ขอให้รัฐบาลดำเนินการปราบปรามขั้นเด็ดขาดกับขบวนการแชร์เหรียญเช่นเดียวกับการปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งกำหนดมาตรการเพื่อยุติวงจรการหลอกลวง\\nของกลุ่มมิจฉาชีพต่าง ๆ เพราะการหลอกลวงการลงทุน คือ การปล้นเงินจากประชาชนผู้บริสุทธิ์","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [246,1481,80,"นางประทุม วงศ์สวัสดิ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามการรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ พัทยา จังหวัดชลบุรี","เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ผู้ขอปรึกษาหารือได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ความล่าช้าในการรื้อถอนอาคารโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นางสาวซาบีดา  ไทยเศรษฐ์) ได้มาตอบกระทู้ถาม และได้ให้คำตอบว่าจะเร่งรัดการพิจารณาของกรมที่ดิน กรณีเพิกถอนหรือไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงที่ตั้งของโครงการวอเตอร์ฟรอนท์ พัทยา จังหวัดชลบุรี ภายในระยะเวลา ๖๐ วัน แต่ปัจจุบัน (วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘) ยังไม่ทราบความคืบหน้า ซึ่งเมื่อนับระยะเวลาแล้วจะคงเหลือระยะเวลาเพียง ๑๐ วัน เท่านั้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการพิจารณาของกรมที่ดิน\\nให้แล้วเสร็จภายในช่วงปิดสมัยประชุมของรัฐสภา หรือก่อนวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เพื่อให้เกิด\\nการดำเนินงานในขั้นตอนต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [247,1479,77,"นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของชาวนา จังหวัดพิจิตร ","ชาวนาได้เสนอข้อเรียกร้องขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ โดยเสนอให้รัฐบาลกำหนดราคาประกันข้าวตันละ ๑๑,๐๐๐ บาท แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะมีนโยบายช่วยเหลือชาวนาในรูปแบบการสนับสนุนเงินช่วยเหลือ ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑๐ ไร่ต่อครัวเรือน แต่พบว่าการดำเนินการดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ชาวนาได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ตรงตามความต้องการของชาวนา ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาวอย่างเป็นระบบ ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของชาวนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน จึงขอเสนอแนวทางการดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑) การปรับปรุงระบบภาษีนำเข้าปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร\\n \t\tตามที่ได้มีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตรตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร แต่ปัจจุบันพบว่า\\nราคาปุ๋ยและสารเคมีได้ปรับราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาดและปัจจัยอื่น ๆ เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุน\\nการผลิตของเกษตรกร ดังนั้น จึงเสนอให้มีการพิจารณาการจัดเก็บภาษีนำเข้าปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร โดยนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมาจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุน\\nการพัฒนาภาคเกษตรกรรม ในลักษณะเดียวกับการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบ\\n \t๒) การจัดตั้งกองทุนสนับสนุนเกษตรกร\\n \t\tภายหลังจากการจัดเก็บภาษีตามข้อ ๑) ให้นำรายได้มาจัดตั้งเป็นกองทุนสำหรับสนับสนุนเกษตรกรทุกกลุ่ม ดังนี้\\n \t\t๒.๑) กองทุนสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกพืชบำรุงดิน โดยจัดสรรงบประมาณ\\nสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกพืชบำรุงดินภายหลังการเก็บเกี่ยวในอัตราไร่ละ ๓,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท \\nโดยอ้างอิงตามแนวทางการดำเนินงานของไต้หวันที่กำหนดให้เกษตรกรทำนาปีละ ๑ ครั้ง \\nตามบริบทของพื้นที่ และภายหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว เกษตรกรจะปลูกพืชบำรุงดิน \\nเช่น ปอเทืองและถั่วเขียว จากนั้นแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐให้รับทราบ โดยการปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อปรับปรุงดิน โดยรัฐบาลจะจ่ายให้ในอัตราไร่ละ ๗,๐๐๐ บาท ส่วนการปลูกพืชอื่น ๆ เพื่อบำรุงดิน \\nเช่น ดอกไม้ ถั่วเหลืองผิวดำ มันเทศ และฟักทอง รัฐบาลจะจ่ายให้ในอัตราไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท \\n \t \t\tโดยการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวจะช่วยให้ปริมาณข้าวเปลือก\\nมีความเหมาะสมกับความต้องการของตลาด ส่งผลให้ข้าวเปลือกมีราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาด \\nซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน\\nการผลิตให้ต่ำที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารเคมีป้องกันศัตรูพืช และจะทำให้ต้นทุน\\nการผลิตไม่เกินไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแปลงต้นแบบในพื้นที่ หมู่ที่ ๙ ตำบลไผ่ท่าโพ \\nอำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร จำนวน ๒๘ ไร่ ที่ดำเนินการทำนาแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งสามารถ\\nใช้เป็นต้นแบบในการขยายผลได้\\n \t\t๒.๒) กองทุนสนับสนุนการทำนาแบบคาร์บอนต่ำ จัดสรรงบประมาณ\\nเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการทำนาแบบคาร์บอนต่ำทั้งระบบ เช่น \\nการลดการเผาฟางด้วยการใช้จุลินทรีย์จากเชื้อราจาวปลวก เทคนิคการทำนาแบบต้นทุนต่ำ\\nและใช้น้ำน้อย โดยประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เช่น ประเทศญี่ปุ่น และไต้หวัน \\nได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการ มาให้ความรู้แก่เกษตรกรเกี่ยวกับการจัดการฟางข้าวด้วยการปั่นสดและใช้จุลินทรีย์ย่อยสลาย รวมถึงการจัดการน้ำในแปลงนาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำในแปลงนาควรดำเนินการโดยการขังน้ำในช่วง ๔๕ วันแรกหลังจากปักดำหรือหว่านน้ำตม หลังจากนั้นให้ใช้วิธีการให้น้ำแบบราดเพื่อให้ดินชื้นแต่ไม่ให้มีน้ำขังในแปลงนา ซึ่งจะทำให้ข้าวในนาสามารถหยั่งรากลึกและแตกกอได้มากขึ้น และปล่อยให้ดินแห้งจนแตกระแหง จากนั้นจึงนำน้ำเข้ามาเติมในแปลงพร้อมกับการใช้ฮอร์โมนปลาหรือปุ๋ยสกัดจากมูลสัตว์เพื่อให้ดินชื้น และดำเนินการสลับกันไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้ผลผลิตข้าวมีคุณภาพสูง\\n \t\t๒.๓) การพัฒนาสายพันธุ์ข้าว เสนอให้กรมการข้าวดำเนินการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวทุกประเภท ได้แก่ ข้าวหอมนาปี ข้าวหอมนาปรัง ข้าวเจ้าแข็ง และข้าวสี ให้มีผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่า ๑,๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ โดยให้มีลักษณะที่เหมาะสมกับการทำนาแบบคาร์บอนต่ำ ทั้งนี้ ให้จัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าตอบแทนพิเศษแก่นักวิจัยด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าว และสนับสนุนปัจจัยการผลิตที่จำเป็น เพื่อให้สามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวที่มีความเหมาะสมกับการลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีของเกษตรกร ซึ่งจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ข้าวมีคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด\\n \t๓) การประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการทำนาแบบคาร์บอนต่ำในระดับสากล\\n \t\tเสนอให้รัฐบาลประกาศนโยบายสนับสนุนให้เกษตรกรทำนาแบบคาร์บอนต่ำ และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปทั่วโลกเช่นเดียวกับประเทศเวียดนามที่ได้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้ราคาข้าวของประเทศเวียดนามปรับตัวสูงขึ้นและสามารถจำหน่ายได้ในปริมาณที่มากกว่าประเทศไทยแม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าข้าวไทยก็ตาม การทำนาแบบคาร์บอนต่ำเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจและมีความสำคัญในวงการข้าวระดับโลก โดยประเทศเวียดนามได้ประกาศนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรทำนาแบบคาร์บอนต่ำ ส่งผลให้ข้าวเวียดนามเป็นที่ต้องการของตลาดโลกและมีช่องทางการจำหน่ายมากกว่าประเทศไทย การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทยและช่วยให้เกษตรกรชาวนาไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [248,1477,50,"นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย","วงงานรัฐสภา","พิจารณาติดตั้งตู้กดน้ำดื่มสะอาดเพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระ ของประชาชนผู้มาติดต่อราชการและบุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา","จากได้รับข้อมูลจากประชาชนผู้มาติดต่อราชการ บุคลากรในวงงานรัฐสภา สื่อมวลชน แม่บ้าน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เกี่ยวกับการขาดแคลนจุดบริการน้ำดื่มฟรีภายในพื้นที่อาคารรัฐสภา ซึ่งอาคารรัฐสภามีพื้นที่ใช้สอย จำนวน ๔๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ขาดแคลนจุดบริการน้ำดื่มฟรีสำหรับประชาชนและผู้มาติดต่อราชการ โดยปัจจุบันผู้ที่ต้องการดื่มน้ำจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มหรือไปใช้บริการตู้น้ำดื่มฟรีจากฝั่งของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็มีจำนวนน้อยและหากมีผู้ใช้บริการพร้อมกันหลายคนจะต้องใช้ระยะเวลาในการรอคิวกดน้ำดื่มค่อนข้างนาน\\n \tจากการศึกษาพบว่า บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาต้องซื้อน้ำดื่มเฉลี่ยวันละ ๒ ขวด ราคาขวดละ ๘ บาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายวันละ ๑๖ บาท หรือประมาณเดือนละ ๓๒๐ บาท ซึ่งเทียบเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำหนึ่งวัน ทำให้เกิดภาระด้านค่าใช้จ่ายแก่บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา\\nและผู้มาติดต่อราชการ\\n \tทั้งนี้ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๑ (๑) ได้กำหนดว่า ต้องมีจุดน้ำสะอาดสำหรับดื่มไม่น้อยกว่าหนึ่งที่สำหรับลูกจ้างไม่เกินสี่สิบคน และเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนหนึ่งที่ สำหรับลูกจ้างทุก ๆ สี่สิบคน เศษของสี่สิบคนถ้าเกินยี่สิบคนให้ถือเป็นสี่สิบคน ดังนั้น สถานประกอบการใดที่มีลูกจ้างเกิน ๔๐ คน ต้องจัดให้มีจุดน้ำดื่มสะอาดอย่างน้อยหนึ่งจุดและเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนหนึ่งจุดต่อลูกจ้างทุก ๔๐ คน \\n \tดังนั้น ขอให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาพิจารณาดำเนินการติดตั้งตู้กดน้ำดื่มสะอาดหรือจุดบริการน้ำดื่มฟรีภายในอาคารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อแสดงให้เห็นว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา คำนึงถึงสวัสดิการพื้นฐานในการดำรงชีพของประชาชน เจ้าหน้าที่ และบุคคลในวงงานรัฐสภา อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายสำนักงานสีเขียว (Green Office) และเป้าหมายการลดปริมาณขยะขวดพลาสติก (Zero Waste) ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอีกด้วย","สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [249,1475,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","นโยบายของรัฐบาล","การบูรณะวัดบูรณะสิทธิ์ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น","วัดบูรณะสิทธิ์ ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๕ ตำบลหัวหนอง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าใหญ่ผือบัง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของอำเภอบ้านไผ่ โดยงานประจำปีของวัดบูรณะสิทธิ์จะตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันเพ็ญ) เดือน ๖ หรือวันวิสาขบูชา ซึ่งภายในวัดบูรณะสิทธิ์มีศาลาที่มีรูปแบบสวยงามเพื่อให้ประชาชนใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต ๒ จะมีการนำนักเรียนมาปฏิบัติธรรมเพื่อฝึกด้านจริยธรรมเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ บริเวณลานวัดมีความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนและเยาวชนให้ความร่วมมือในการรักษาความสะอาดเพื่อพัฒนาวัดแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา จากกรณีดังกล่าว จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ ดังนี้  \\n \t๑. ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาซ่อมแซมถนนทางเข้าวัดจากแยกถนนสายบ้านไผ่ -ชนบท-มัญจาคีรี ไปยังวัดบูรณะสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปวัดได้โดยสะดวกและปลอดภัย    \\n \t๒. ขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สนับสนุนการฝึกจริยธรรม และคุณธรรม รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณให้กับวัดบูรณะสิทธิ์เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์\\nได้มากขึ้น\\n \t๓. ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สนับสนุนให้วัดบูรณะสิทธิ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของจังหวัดขอนแก่นต่อไป","กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายชูศักดิ์  ศิรินิล) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา \\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [250,1473,95,"นายพละวัต ตันศิริ","นโยบายของรัฐบาล","การช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้กลับมาเข้มแข็งจากภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น","ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ให้ปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหาของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) \\nที่ประสบความยากลำบากในการประกอบธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยการกู้เงินจากสถาบันการเงิน\\nมีอัตราการยื่นกู้ผ่านเพียงร้อยละ ๓๒.๕ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (๑) ภาคธุรกิจการเกษตร ยื่นกู้ไม่ผ่าน\\nร้อยละ ๔๕.๕ (๒) ภาคการผลิต ยื่นกู้ไม่ผ่านร้อยละ ๓๑ (๓) ภาคการค้า ยื่นกู้ไม่ผ่านร้อยละ ๓๖.๓ \\nและ (๔) ภาคบริการ ยื่นกู้ไม่ผ่าน ร้อยละ ๒๙.๗ โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง\\nและขนาดย่อม ระบุว่ามาตรการตามโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง\\nและขนาดย่อม (SMEs) ไม่ทราบข้อมูลการเข้าร่วมโครงการ และหากทราบข้อมูลการเข้าร่วมโครงการ ผู้ประกอบการขนาดเล็กส่วนมากจะไม่มีโอกาสลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเนื่องจากผลิตภัณฑ์\\nอาจจะยังไม่สอดคล้องกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ขอเสนอแนะดังนี้  \\n \t๑. ขอให้มีตัวกลางในการช่วยเจรจาการรวมหนี้ เพราะผู้ประกอบการวิสาหกิจ\\nขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีกลุ่มที่มีทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ   \\n \t๒. พักชำระหนี้ให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) \\nเป็นระยะเวลา ๓ ปี โดยเมื่อครบระยะเวลาพักหนี้แล้ว จึงมาพิจารณาหนี้เสียหรือ NPL (เฉพาะลูกหนี้ \\nที่มีหนี้ จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐-๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท)\\n   \t๓. การพิจารณาให้กู้เพิ่มเติมบนทรัพย์ค้ำประกันเดิม สนับสนุนการกู้เงิน\\nจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือ NaCGA รวมทั้งให้ภาครัฐตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเช่นเดียวกับการช่วยเหลือเมื่อครั้งเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็ก เนื่องจากมีต้นทุนทางการเงินที่สูงมาก และทรัพย์ค้ำประกันเดิมในบางกรณีไม่สามารถกู้เพิ่มเติมได้ \\n \t๔. การกำกับธนาคาร หรือผู้ให้บริการทางการเงินในการให้กู้ในผลิตภัณฑ์ และดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันหลายธนาคารไม่ปล่อยกู้สินเชื่อธุรกิจ แต่ผลักดันให้ไปกู้\\nสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรเครดิต ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ในบางกรณีต้องไปกู้จากสถาบันการเงิน\\nที่ไม่ใช่ธนาคารซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ ๓๐ แต่หากเป็นการกู้ประเภทสินเชื่อธุรกิจจะมีอัตราดอกเบี้ย\\nเพียงร้อยละ ๗-๘ เท่านั้น \\n \tอนึ่ง ขณะนี้นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนมีความกังวลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว\\nเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๘ และมีการยกเลิกเที่ยวบินกว่าร้อยละ ๔๐ ของจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด\\nที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทยได้ยืนยันว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหว\\nส่งผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยตกต่ำลง ดังนั้น จึงควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างเร่งด่วน","กระทรวงการคลัง ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [251,1471,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาแหล่งเงินกู้ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)","จากการประชุมคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา พบข้อมูลปัญหาแหล่งเงินกู้ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งในประเทศไทย\\nมีผู้ประกอบการทั้งหมด จำนวน ๓,๒๔๒,๑๐๐ ราย โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีรายได้มากกว่า ๕๐๐ ล้านบาท และผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีรายได้\\n\\n\\nต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีการจ้างงานมากกว่า ๑๒ ล้านคน จากการจ้างงานทั้งหมด ๑๗ ล้านคน ปัจจุบันผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีการพึ่งพาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน สหกรณ์ และเงินกู้นอกระบบสถาบันการเงิน โดยวิสาหกิจรายย่อย (Micro) มีแนวโน้มที่จะพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบสถาบันการเงินเพิ่มมากขึ้น \\nทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระบุว่าวิสาหกิจขนาดกลาง\\nและขนาดย่อม มีภาระหนี้สินจากหลายแหล่งทั้งจากสถาบันการเงินและการกู้เงินนอกระบบ สะท้อนให้เห็น\\nถึงความต้องการเงินทุนที่ต่อเนื่องและการเข้าถึงแหล่งทุนที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งจากผลการสำรวจ\\nความพึงพอใจต่อสัญญาเงินกู้ในระบบสถาบันการเงิน พบว่าสาเหตุที่ผู้ประกอบการไม่กู้เงินในระบบเนื่องจากได้รับวงเงินกู้น้อยเกินไป มีจำนวนมากถึงร้อยละ ๗๖.๑ และได้รับวงเงินกู้ตามความต้องการ \\nมีจำนวนร้อยละ ๒๓.๙ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้พิจารณาการปล่อยเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [252,1469,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","ความเดือดร้อนของประชาชน","กรณีการไล่รื้อชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไททรงดำ จังหวัดสุราษฎร์ธานี","เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๘ กลุ่มชาติพันธุ์ไททรงดำได้นัดชุมนุม\\nหน้าที่ว่าการอำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อคัดค้านการออกคำสั่งขับไล่ออกจากพื้นที่ทำกิน \\nโดยชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไททรงดำ จำนวนกว่า ๒๐๐ ครอบครัว ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๔ ตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาตั้งแต่\\nปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) \\nผิดพลาดคลาดเคลื่อนทับที่ดินของชุมชน จำนวน ๑,๔๐๘ ไร่ ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันเรียกร้องคัดค้าน\\nและคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหา\\nที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ ว่าการออก\\nหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ไม่ตรงตำแหน่งและเป็นคนละพื้นที่ และได้เริ่มกระบวนการแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการแก้ไขปัญหาฯ ได้แจ้ง\\nให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยไม่กระทบกับวิถีชีวิตปกติและไม่กระทำการใด ๆ จนกว่าจะแก้ปัญหาได้ แต่อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาทางอำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่ได้ดำเนินกระบวนการแก้ไขปัญหาตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และได้ปักป้ายไล่รื้อ\\nชุมชนไททรงดำกว่า ๒๐๐ ครอบครัว ให้ออกจากพื้นที่ภายใน ๓๐ วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ \\n๓ เมษายน ๒๕๖๘ โดยมิได้มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้ประธานกรรมการแก้ไขปัญหา\\nของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม จัดประชุมและเร่งแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\nภายในปี ๒๕๖๘\\n \t\t๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาเร่งจัดประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินฯ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งของประธาน\\nกรรมการแก้ไขปัญหาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม เพื่อแก้ไขปัญหากรณีชุมชนไททรงดำ และกรณีอื่น ๆ ให้ได้ข้อยุติ\\n \t\t๓) ระหว่างรอกระบวนการเพื่อแก้ไขปัญหา ขอให้กระทรวงมหาดไทยมีข้อสั่งการ\\nให้ชะลอคำสั่งทางปกครองไล่รื้อชุมชนไททรงดำออกไปก่อน จนกว่ากระทรวงมหาดไทยจะหาข้อสรุปและแนวทางการแก้ปัญหาได้\\n \t\t๔) ขอให้อธิบดีกรมการปกครอง ตรวจสอบการทำหน้าที่ของสำนักงานอำเภอบ้านนาเดิมจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ไม่ปฏิบัติตามแนวนโยบายรัฐบาล ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๖ \\nเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และตามข้อสั่งการ\\nของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตามหนังสือยืนยันของกรมที่ดินที่ส่งไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [253,1467,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาบ่อนการพนัน และสินค้าหนีภาษี ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา","จากประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ร้องเรียนว่ามีบ่อนการพนันตั้งอยู่ในซอยตลาดใหม่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถือเป็นพื้นที่ใจกลางเมืองอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งนอกจากปัญหาบ่อนการพนันแล้ว ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ยังมีปัญหาเรื่องน้ำมันเถื่อน สินค้าหนีภาษี เหล้าเถื่อน บุหรี่เถื่อน และบุหรี่ไฟฟ้า ด้วย พร้อมกันนี้ ยังพบว่าในพื้นที่อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ได้เป็นจุดพักน้ำมันเถื่อนที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนที่จะส่งต่อไปยังพื้นที่ข้างเคียงจังหวัดสงขลา โดยการขนส่งน้ำมันเถื่อนไปยังพื้นที่ข้างเคียงจังหวัดสงขลาผู้ขนส่งจะใช้ทั้งรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ\\nไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [254,1465,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการเพื่อการแก้ไขปัญหาการสั่งปิดโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กหรือ Micro Cinema","ด้วยโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กหรือ Micro Cinema เป็นโรงภาพยนตร์ที่มีที่นั่ง\\nไม่เกิน ๕๐ ที่นั่ง เป็นโรงภาพยนตร์ที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจภาพยนตร์ได้มีโอกาส\\nรับชมภาพยนตร์ที่มีความหลากหลายจากทั่วโลก โดยโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กหรือ Micro Cinema เปรียบเสมือน “ปุ๋ยแห่งความสร้างสรรค์” ที่คอยป้อนอาหารสมองหล่อเลี้ยงให้บุคลากรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ให้เกิดการพัฒนาทัดเทียมกับนานาชาติ \\nรวมทั้งเป็นสถานที่ที่ให้โอกาสแก่ผู้สร้างภาพยนตร์อิสระต้นทุนต่ำได้มีพื้นที่ในการแสดงผลงาน \\nสำหรับประเทศไทยโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กหรือ Micro Cinema อาจไม่ได้รับความนิยมดังเช่น\\nในต่างประเทศ โดย Doc Club ","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",27,2568,"2025-04-01T00:00:00"],
    [255,1463,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","โครงการเราเที่ยวด้วยกัน พ.ศ. ๒๕๖๘","รัฐบาลได้มีนโยบายฟื้นฟูโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการคนละครึ่ง กลับมาดำเนินการอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ แบ่งการดำเนินงานเป็น ๕ ระยะ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓\\nถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ด้วยความร่วมมือจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งสิ้น ๕๘,๖๒๑ ล้านบาท\\n \t\tข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ระบุว่า จังหวัดน่านเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวภายในประเทศ เนื่องจากมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวในระดับสูง มีแหล่งท่องเที่ยว\\nทั้งในรูปแบบธรรมชาติ และโบราณสถาน ประกอบกับโรงแรมที่พักได้มาตรฐานสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่ผ่านมาโครงการเราเที่ยวด้วยกันเปิดให้ทำการจองในระยะเวลากระชั้นชิด และจำกัดสิทธิห้องพักไว้จำนวนน้อย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้พิจารณาเพิ่มสิทธิการจองที่พักสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ เพิ่มจำนวนห้องพักให้มากขึ้น และขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการให้นานขึ้น พร้อมทั้งให้สิทธิแก่คนพิการให้สามารถเข้าร่วมโครงการตามฐานสิทธิที่มีอยู่ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมครอบครัว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [256,1461,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","สนับสนุนรถดับเพลิงเทศบาลตำบลเชียงคาน","อำเภอเชียงคานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย ติดอันดับ \\n๑ ใน ๑๐๐ แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก โดยสภาพพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลเชียงคานมีลักษณะ\\nเป็นบ้านไม้ก่อสร้างเรียงเป็นแถว หากเกิดเพลิงไหม้อาจทำให้วิถีชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งเทศบาลตำบลเชียงคาน\\nได้มีการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการป้องกันอัคคีภัยอย่างสม่ำเสมอ ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ\\nการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ได้มอบถังดับเพลิงให้กับเทศบาลตำบลเชียงคาน จำนวน ๒๐ ถัง \\nแต่ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการป้องกันอัคคีภัย\\n \t\tปัจจุบันรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลเชียงคานมีสภาพเก่า และมีอายุการใช้งาน \\n๓๐ - ๔๐ ปี และข้อต่อสายดับเพลิงกับหัวจ่ายน้ำดับเพลิงไม่สามารถใช้งานได้ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา จึงได้สนับสนุนเงินเพื่อจัดซื้อข้อต่อสายดับเพลิง จำนวน ๒๕ - ๓๐ อัน \\nราคาอันละ ๓,๐๐๐ บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ นอกจากนี้ เทศบาลตำบลเชียงคานยังประสบปัญหาขาดแคลนรถน้ำอเนกประสงค์ ขนาดความจุ ๑๐,๐๐๐ ลิตร จึงได้มีหนังสือเพื่อขอความอนุเคราะห์สนับสนุนรถน้ำอเนกประสงค์ดังกล่าว ไปยังกรุงเทพมหานคร และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๑๔ อุดรธานี ดังนั้น จึงขอให้กรุงเทพมหานคร และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต ๑๔ อุดรธานี โปรดพิจารณาสนับสนุนรถน้ำอเนกประสงค์ให้แก่เทศบาลตำบลเชียงคานเพื่อใช้ป้องกันอัคคีภัยต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [257,1459,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ","ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี ได้รับผลกระทบจากปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนแจ้งวัฒนะ โดยปัญหาดังกล่าวเกิดจากการปิดสัญญาณไฟจราจร \\nการใช้สัญญาณมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการกำหนดจุดกลับรถที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งบริเวณ\\nจุดกลับรถใต้ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ดมีลักษณะคอขวด และปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ที่ส่งผลให้จำนวนช่องจราจรลดลง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน \\nดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการปรับปรุงระบบการจราจร และแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวโดยเร่งด่วน\\n","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [258,1457,108,"นางมยุรี โพธิแสน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขับเคลื่อนการพัฒนาสิ่งแวดล้อม จังหวัดยโสธร","วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เพื่อรับฟังข้อมูลการดำเนินงานในการขับเคลื่อนจังหวัดยโสธร จำนวน ๓ ประเด็น ดังนี้ \tประเด็นที่ ๑\tโครงการคาร์บอนเครดิต โดยเทศบาลเมืองยโสธรได้ดำเนินโครงการ “Yaso Low Carbon” โดยมุ่งเน้นการลดปริมาณขยะ และส่งเสริมคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ผ่านการคัดแยกขยะ และการทำปุ๋ยหมัก เป็นกิจกรรมที่ควรส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนับสนุนงบประมาณเพื่อการดำเนินงานตามโครงการคาร์บอนเครดิต และสนับสนุนการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งปลุกกระแสสังคมคาร์บอนต่่ำ\tประเด็นที่ ๒\tการทำเกษตรอินทรีย์ โดยประชาชนในพื้นที่บ้านคำครตา ตำบลดงมะไฟ อำเภอทรายมูล ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ และงดการเผาวัสดุทางการเกษตรทุกชนิด โดยใช้วิธีการไถกลบ และทำปุ๋ยน้ำหมักจุลินทรีย์ เพื่อย่อยสลายตอฟาง \\\\nและเป็นการรักษาคุณภาพดิน ซึ่งจะช่วยให้สามารถทำนาได้ง่ายขึ้นในปีต่อไป แต่ประชาชนไม่มีงบประมาณเพียงพอ ดังนั้น จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อรถไถกลบ\\\\nให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือประชาชน และขอให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทุกจังหวัด สนับสนุนน้ำหมักจุลินทรีย์แก่เกษตรกร เพื่อปลุกกระแสการไม่เผาป่าไม่เผานาอย่างจริงจัง ประเด็นที่ ๓ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและงานวิจัย โดยศูนย์การแพทย์แผนไทย\\\\nและภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผลิตยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร โรงพยาบาลกุดชุม มีจุดเด่นในการ\\\\nสร้างงานวิจัยที่เน้นการปลูกพืชสมุนไพรให้มีคุณภาพ และสนับสนุนให้ประชาชนเป็นเครือข่าย\\\\nร่วมปลูกสมุนไพร ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอกุดชุม ปลูกพืชสมุนไพรที่มีสารสำคัญต่อการผลิตยาสมุนไพรที่มีคุณภาพ และขอให้กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมงานวิจัยแพทย์แผนไทยของโรงพยาบาลกุดชุม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีคุณภาพต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [259,1455,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","อุบัติเหตุในงานก่อสร้างของรัฐกับปัญหาเชิงระบบที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง","ข้อมูลอุบัติเหตุงานก่อสร้างของกรมทางหลวงตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๘ พบว่า โครงการก่อสร้างถนนพระราม ๒ เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๗ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๑๐ คน และผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๗ เกิดอุบัติเหตุรวม ๒,๒๔๒ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๑๓๒ คน และผู้บาดเจ็บ ๑,๓๐๕ คน แสดงให้เห็นว่าโครงการก่อสร้างของรัฐไม่ได้มาตรฐาน โดยมีสาเหตุ ดังนี้\\n \t\t๑) การบริหารจัดการความปลอดภัยในงานก่อสร้างของรัฐไร้ประสิทธิภาพ ขาดระบบกำกับดูแลที่โปร่งใสทั้งระบบก่อสร้าง และระบบซ่อมบำรุง\\n \t\t๒) การก่อสร้างและการออกแบบไม่ได้มาตรฐานที่ครอบคลุมทุกลักษณะการทำงาน ไม่ได้รับการยกระดับให้ทันสมัย และขาดการตรวจสอบที่เข้มงวด และขาดความต่อเนื่อง\\n \t\tทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์ ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัย (General Specification: Safety, Health And Environment) ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ครอบคลุมทุกลักษณะการทำงานก่อสร้าง \\nและมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง โดยในการทำสัญญาก่อสร้างจะต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย\\nแนบท้ายสัญญา อันเป็นข้อกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตาม ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยดังกล่าว\\nจะครอบคลุมลักษณะงานก่อสร้าง ๕๒ รายการ (Check List) รวมทั้งระบบการบริหารของผู้รับเหมา และต้องผ่านการรับรองมาตรฐานอย่างละเอียด เช่น มาตรฐานการตั้งนั่งร้านที่ปลอดภัย เป็นต้น \\nโดยผู้รับเหมาต้องได้รับการรับรองการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงการ (PSR) และมีการประเมินความปลอดภัยก่อนเริ่มโครงการ เพื่อให้มีความมั่นใจว่ามีขั้นตอนที่มีความปลอดภัย\\n \t\tถึงแม้ว่าประเทศไทยมีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหน้าที่ดูแลมาตรฐาน\\nความปลอดภัยในการทำงาน โดยมีหน่วยงาน ดังนี้ (๑) กองความปลอดภัยในการทำงาน มีการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ๑๙ มาตรฐาน (๒) กองตรวจความปลอดภัย มีคู่มือแนวปฏิบัติการพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัยในการทำงานก่อสร้างของรัฐ และ (๓) สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน มีคู่มือดูแลความปลอดภัยในการก่อสร้าง และคู่มือความปลอดภัย\\nในการทำงานก่อสร้างสำหรับผู้คุมงาน แต่ทั้ง ๓ หน่วยงาน ยังขาดการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง และไม่ได้รับการยกระดับมาตรฐานให้ทันสมัย และรัดกุมเพียงพอ ดังนั้น จึงขอสอบถามว่า รัฐบาลมีนโยบาย\\nในการยกระดับการบริหารความปลอดภัยในการก่อสร้างของรัฐให้มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานที่บังคับใช้อย่างจริงจัง หรือมีระบบกำกับดูแล ตรวจสอบอย่างเข้มงวดหรือไม่ อย่างไร และขอให้ข้อเสนอแนะ ดังนี้\\n \t\t๑) ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย โดยการกำหนดมาตรฐานที่ครอบคลุมทุกลักษณะการทำงานก่อสร้าง และบังคับใช้อย่างจริงจัง\\n \t\t๒) กำหนดมาตรการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยมีระบบกำกับดูแลที่ต่อเนื่อง และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน\\n\t\t๓) สร้างระบบตรวจสอบที่โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ\\n \t\t๔) ยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [260,1451,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","นโยบายของรัฐบาล","ความล่าช้าของโครงการขยายช่องจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ ระหว่างจังหวัดพังงา - จังหวัดระนอง","ได้รับการร้องเรียนจากสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ว่าโครงการขยายช่องจราจรจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร ระยะทางรวม ๑๙ กิโลเมตร ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ สายบ้านตำหนัง - แยกโคกเคียน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง มีความคืบหน้า ร้อยละ ๕๓ เท่านั้น ส่งผลกระทบต่อการคมนาคม ขนส่ง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดพังงา และจังหวัดระนองเป็นอย่างมาก\\n \t\tโครงการขยายช่องจราจรบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ สายบ้านตำหนัง - แยกโคกเคียน ได้แบ่งการก่อสร้างเป็น ๒ ตอน รวมระยะทาง ๑๙ กิโลเมตร ใช้งบประมาณ ๑,๓๔๗,๗๖๐,๐๐๐ บาท โดยตอนที่ ๑ ล่าช้าเกินกำหนด ๔๔๐ วัน และตอนที่ ๒ ล่าช้าเกินกำหนด ๔๖๕ วัน จากความล่าช้า\\nในการก่อสร้างดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยว และผู้สัญจรทั่วไป ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเดินทางที่มีความยากลำบากทำให้ล่าช้า และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะไม่มีป้ายสัญลักษณ์บอกทาง และไม่มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ยังส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในจังหวัดพังงา และจังหวัดในพื้นที่ทะเลฝั่งอันดามันลดลง เนื่องจากประสบปัญหาการเดินทางที่ล่าช้าจากการเดินทางเพื่อไปตรวจลงตรา (Visa) ณ จังหวัดระนอง ทำให้ธุรกิจขนส่งได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้าเกินกำหนด และติดตาม กำกับดูแล และควบคุมบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างให้ดำเนินการให้เป็นไปตามคุณภาพและมาตรฐานอย่างเคร่งครัด และขอให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และป้ายสัญลักษณ์ให้เพียงพอ\\nทั้งในเวลากลางวัน และเวลากลางคืน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของผู้ใช้เส้นทางสัญจร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [261,1449,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการจัดการปัญหาไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือตอนบน","ก่อนปี พ.ศ. ๒๕๖๔ แนวทางการแก้ไขปัญหาไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 มุ่งเน้นการดับไฟป่า และใช้กฎหมายจัดการกับคนที่อยู่ในเขตป่าไม้อย่างเข้มงวด ซึ่งไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนที่พึ่งพาป่าไม้ และปัญหาที่ดินทับซ้อน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ จังหวัดเชียงใหม่ได้เปลี่ยนแนวทางการจัดการปัญหาไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นการบริหารการจัดการไฟ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ก่อให้เกิด “เชียงใหม่โมเดล” โดยการกำหนดพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๗ กลุ่มป่า ๑ พื้นที่พิเศษ จัดทำแผนปฏิบัติการจัดการไฟป่าเชิงพื้นที่ โดยการแยกแยะ “ไฟจำเป็น” เพื่อปกป้องพื้นที่ส่วนที่ไม่ต้องการให้เกิดไฟไหม้ โดยการตั้งจุดเฝ้าระวัง การลาดตระเวนของชุดดับไฟป่าหมู่บ้าน/ตำบล และจุดบูรณาการร่วมของหน่วยงานป่าไม้ และทหาร โดยใช้แอปพลิเคชัน FireD สำหรับบริหารจัดการไฟจำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ ส่งผลให้\\nจุดความร้อน และค่าฝุ่น PM 2.5 น้อยกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ๑๐ ปี และได้ขยายผลไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดพะเยา\\n \t\tอย่างไรก็ตาม ในวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘ “เชียงใหม่โมเดล” ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ออกข้อสั่งการห้ามเผาโดยเด็ดขาดไปยังทุกจังหวัด ซึ่งส่งผลให้จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนต้องเผชิญกับปัญหาไฟป่ารุนแรง และค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน แสดงให้เห็นว่าการห้ามเผาโดยเด็ดขาดไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในบริบทของพื้นที่ภาคเหนือตอนบน แนวทาง “เชียงใหม่โมเดล” ที่เน้นการบริหารจัดการไฟ และบูรณาการการทำงานระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงบวกที่ชัดเจน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดสั่งการให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ออกข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามแนวทางประกาศจังหวัดที่มีอยู่ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [262,1447,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการถอนเงินของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรคลองขลุง จํากัด จังหวัดกำแพงเพชร","เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๘ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน \\nจังหวัดกำแพงเพชร กรณีไม่สามารถถอนเงินจากสหกรณ์การเกษตรคลองขลุง จํากัด โดยตั้งแต่\\nปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ประชาชนหลายสาขาอาชีพได้นำเงินรายได้ไปฝากไว้กับสหกรณ์ฯ อย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าผลตอบแทนจากการฝากเงินกับธนาคาร ต่อมา \\nในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ มีประชาชนขอถอนเงินจากสหกรณ์ฯ แต่ได้รับแจ้งว่าสหกรณ์ฯ ขาดสภาพคล่องจึงไม่มีเงินให้ถอน และบ่ายเบี่ยงโดยการให้ลงคิวไว้ก่อน จนกระทั่งปัจจุบัน ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ที่ผ่านมา \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     \\nมีประชาชนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนปัญหาดังกล่าวไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชรได้มีหนังสือตอบกลับโดยสรุปสาระสำคัญได้ว่า “เนื่องจากสหกรณ์การเกษตร\\nคลองขลุง จำกัด มีผลการดำเนินงานขาดทุน ส่งผลให้สหกรณ์ฯ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจ่ายคืนเงินรับฝากของสมาชิกสหกรณ์ฯ ด้วยเหตุดังกล่าว สมาชิกสหกรณ์ฯ (ผู้ร้อง) สามารถใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายเพื่อเรียกทรัพย์ (เงินฝาก) ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้” แต่ประชาชนไม่มีเงินว่าจ้างทนายความฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่ง แต่ต้องการแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้รับเงินที่ฝากไว้คืนกลับมาเท่านั้น นอกจากนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อให้ดำเนินคดี แต่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดกำแพงเพชร และสถานีตำรวจภูธรคลองขลุง ได้เร่งรัดการติดตาม สอบสวน และดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเข้มงวด","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [263,1445,66,"นางสาวนิชาภา สุวรรณนาค","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน","บ้านพักอาศัยของสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ถูกโจรกรรมในขณะที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ทรัพย์สินสูญหาย อาทิ เครื่องปั๊มน้ำ เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องตัดหญ้า จักรยาน เครื่องเชื่อมเหล็กไฟฟ้า เป็นต้น โดยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่งผู้ปรึกษาหารือมีความกังวลว่า หากบ้านพักอาศัยของสมาชิกวุฒิสภายังถูกโจรกรรมได้ ทรัพย์สินของประชาชนทั่วไปจะมีความปลอดภัยได้อย่างไร ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย และฝ่ายปกครองทั่วประเทศปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [264,1443,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ค่าไฟฟ้าบนเกาะหลีเป๊ะ ราคาหน่วยละ ๒๐ บาท","บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๖ ระบุว่า รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน โครงสร้างหรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของรัฐ รัฐจะกระทำด้วยประการใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือทำให้รัฐเป็นเจ้าของน้อยกว่าร้อยละห้าสิบเอ็ดมิได้ การจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง รัฐต้องดูแลมิให้มีการเรียกเก็บค่าบริการจนเป็นภาระแก่ประชาชนเกินสมควร การนำสาธารณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนดำเนินการทางธุรกิจไม่ว่าด้วยประการใด ๆ รัฐต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยคำนึงถึงการลงทุนของรัฐ ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับ และค่าบริการที่จะเรียกเก็บจากประชาชนประกอบกัน แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล มิได้รับประโยชน์จากบทบัญญัติดังกล่าวแต่อย่างใด\\n\t\tโดยประชาชนพื้นถิ่นของเกาะหลีเป๊ะส่วนใหญ่เป็นชาวเล อูรักลาโวยจ (Urak Lawoi\\') \\nที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินสยามมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ปัจจุบันที่อยู่อาศัยของชาวเลจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า \\nและเป็นไฟฟ้าจากบริษัทเอกชนที่ขายไฟฟ้าในราคา หน่วยละ ๒๐ บาท ให้ชาวเล จำนวน ๒๓๙ ครัวเรือน ผู้ประกอบการโรงแรม จำนวนมากกว่า ๑๐๐ แห่ง และประชาชนผู้อยู่อาศัยในเกาะหลีเป๊ะ จำนวนมากกว่า ๑๐๐ ครอบครัว จากการสำรวจข้อมูลครัวเรือนบนเกาะหลีเป๊ะ ปี พ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่า ร้อยละ ๘๓.๕ ของจำนวนครัวเรือนบนเกาะหลีเป๊ะ ต้องชำระค่าไฟฟ้าเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟฟ้า ร้อยละ ๑๐ ของรายได้ ทั้งที่บ้านของชาวเลเป็นเพียงเรือนหลังเล็กที่มุงด้วยสังกะสี ดังนั้น จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย ว่ามีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชนและโรงไฟฟ้าเอกชน เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ ทั้งนี้ ขอเสนอแนะให้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน อาทิ การใช้งบกลางเพื่อชดเชยส่วนต่างค่าไฟฟ้าจากราคาปกติ หน่วยละ ๑๕ บาท หรือประมาณเดือนละ ๕ ล้านบาท เป็นต้น รวมทั้งพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อความยั่งยืนต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [265,1441,173,"นายสุนทร เชาว์กิจค้า","กฎหมาย","การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ","สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดตรัง พบว่า มีผู้รับเหมาทิ้งงาน จำนวน ๒๓ โครงการ คิดเป็นเงินงบประมาณมากกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท หากพิจารณาทั่วประเทศ ย่อมส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยสาเหตุที่สำคัญคือ บริษัทรับเหมาก่อสร้างบางแห่ง ได้รับการคัดเลือกจากการประมูลโครงการของรัฐ ภายหลังจากลงนามในสัญญาจะได้รับเงินงวดแรก จากนั้น บริษัทดังกล่าวได้ส่งงานให้บริษัทอื่นมารับช่วงต่อ เมื่อบริษัทรับช่วงไม่สามารถทำงานได้ตามกำหนดระยะเวลาจึงทิ้งงานก่อสร้าง และกรมบัญชีกลางได้ขึ้นบัญชีบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับเลือกจากการประมูลงานว่าเป็นผู้ทิ้งงาน ต่อมา บริษัทที่ถูกกรมบัญชีกลางขึ้นบัญชีว่าเป็นผู้ทิ้งงาน ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทร่วมค้าเพื่อให้สามารถเข้ารับงานประมูลในโครงการของรัฐได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นวนเวียนเช่นนี้มาโดยตลอด และสร้างความเสียหาย เสียเวลา และเสียโอกาสต่อภาครัฐและประชาชน ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ จึงขอเสนอแนะให้กระทรวงการคลังได้พิจารณาแก้ไขระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับ\\nการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้ารับงานประมูลในโครงการของรัฐให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น ดังนี้\\n \t\t๑)กำหนดให้บริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีว่าละทิ้งงาน ต้องระบุหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจในบริษัทนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน และหลีกเลี่ยงมิให้บุคคลผู้มีอำนาจของบริษัทดังกล่าว เข้าประมูลงานก่อสร้างของทางราชการได้อีกต่อไป\\n \t\t๒)แก้ไขหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินงวดแรกภายหลังจากลงนามในสัญญา เพราะหากบริษัทที่ได้รับคัดเลือกประมูลไม่มีเงินทุนสำรอง ก็ไม่สมควรรับงานของทางราชการ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [266,1439,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอความเป็นธรรมกรณีที่ดินในพื้นที่ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย","จากหมู่บ้านนางแลใน ได้ก่อตั้งขึ้นก่อนปี พ.ศ. ๒๔๖๐ โดยสามารถตรวจสอบการตั้งหมู่บ้านและการครอบครองที่ดินของประชาชนจากข้อมูลทะเบียนราษฎร และภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๐๔ รัฐบาลได้กันพื้นที่บางส่วนของจังหวัดเชียงรายเป็นป่าไม้ของชาติ ซึ่งนำไปสู่การจำแนกพื้นที่ป่าดอยนางแล ป่าดอนยาว และป่าดอยพระบาท ให้เป็นเขตป่าไม้ถาวร จากนั้น ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) สามารถยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินได้ แต่ประชาชนจำนวนมากไม่ได้เก็บเอกสาร ส.ค.๑ ไว้ และประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ได้ดำเนินการขอ ส.ค.๑ ด้วยเหตุไม่ทราบเงื่อนไขของทางราชการ ส่งผลให้ไม่มีหลักฐานยืนยันสิทธิ และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ พื้นที่แปลงที่ ๕ จำนวน ๔,๑๗๘ ไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่ จำนวน ๑๕๕ ครัวเรือน ได้ถูกส่งมอบให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แต่ประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่ประสงค์รับสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เนื่องจากมีหลักฐานว่าได้ครอบครองที่ดินมาก่อนการประกาศของรัฐ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ หรือนำที่ดินไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ จึงได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง แต่ก็ไม่เป็นผล\\n \t\tเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๗ ประชาชน จำนวน ๑๕๕ ครัวเรือน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียน\\nต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากนั้น เดือนเมษายน ๒๕๖๗ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน\\nเพื่อเกษตรกรรม ได้แนะนำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวยื่นขอรับการจัดที่ดินตามกฎหมาย และเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้ยื่นหนังสือ เพื่อขอให้พิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดิน\\nต่อคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้นำข้อร้องเรียนของประชาชน \\nจำนวน ๑๕๕ ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านนางแลใน หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๑๗ ตำบลนางแล อำเภอเมือง \\nจังหวัดเชียงราย เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ์โดยเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อประชาชน\\nผู้ครอบครองที่ดินมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",23,2568,"2025-03-18T00:00:00"],
    [267,1437,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","การย้ายเรือนจำจังหวัดน่านไปยังสถานที่แห่งใหม่","คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕ อนุมัติในหลักการให้กระทรวงยุติธรรมนำรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป เสนอเป็นคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ (เสนอเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๔)โดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ในด้านที่ (๖) การบริหารราชการแผ่นดิน การปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน สำหรับดำเนินโครงการก่อสร้างเรือนจำเพื่อทดแทนเรือนจำเดิมเนื่องจากมีสภาพชำรุดทรุดโทรมและก่อสร้างมาเป็นเวลานาน โดยมีระยะเวลาการก่อสร้าง ๓ ปี ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๖๘ จำนวน ๔ โครงการ คือ (๑) โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ มีอายุการใช้งาน ๑๐๔ ปี (สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐) (๒) โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดชัยนาท พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ มีอายุการใช้งาน ๑๑๐ ปี (สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔) (๓) โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ มีอายุการใช้งาน ๘๙ ปี (สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕) \\nและ (๔) โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดยโสธร พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ มีอายุการใช้งาน ๔๙ ปี (สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕)\\n\t\tเรือนจำจังหวัดน่าน ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖ ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ\\nพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมัยเจ้าผู้ครองนครน่าน เจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช มีอายุการใช้งาน ๑๑๒ ปี มีพื้นที่ ๖ ไร่ ๓ งาน ๒๘.๗ ตารางวา โดยเมื่อปี ๒๕๓๖ กระทรวงมหาดไทย \\nได้เสนอขอตั้งงบประมาณสำหรับโครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดน่านเพื่อทดแทนเรือนจำเดิม เนื่องจากเป็นเรือนจำที่ก่อสร้างมานาน มีอาคารสถานที่คับแคบ ชำรุดทรุดโทรม ไม่มั่นคงแข็งแรง และไม่ปลอดภัยในการควบคุมผู้ต้องขัง ทั้งตั้งอยู่ในย่านชุมชน ซึ่งสมควรย้ายออกไปตั้งอยู่นอกชุมชน แต่ไม่ได้รับการพิจารณาอนุมัติงบประมาณ  \\n\t\tสถานที่ตั้งของเรือนจำจังหวัดน่าน ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำน่าน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อปัญหา\\nน้ำท่วมเรือนจำ โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองน่าน ส่งผลให้เกิด\\nน้ำท่วมเรือนจำจังหวัดน่าน และบ้านพักข้าราชการเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ เป็นเหตุให้ต้องอพยพผู้ต้องขัง ต่อมา กรมราชทัณฑ์ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และป่าถาวร ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าเสื่อมโทรม เนื้อที่ ๑๑๔ ไร่ ๑ งาน ๒๙ ตารางวา บริเวณตำบลท่าน้าว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เพื่อก่อสร้าง\\nเป็นเรือนจำจังหวัดน่านแห่งใหม่ โดยได้รับการอนุญาตจากกรมป่าไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ขอให้กระทรวงยุติธรรม พิจารณาดำเนินการโดยให้กองออกแบบและก่อสร้าง สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม\\nดำเนินการจัดจำลองแผนที่เพื่อสำแดงอาณาเขต ส่งให้กรมราชทัณฑ์ พิจารณาเสนอเรื่องต่อกระทรวงยุติธรรม พิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดน่าน เพื่อทดแทนเรือนจำเดิม เนื่องจากมีสภาพชำรุดทรุดโทรมและก่อสร้างมาเป็นเวลานาน พร้อมกันนี้\\nสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ขอให้ส่งเอกสารประกอบการปรึกษาหารือ เสนอต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อประกอบการพิจารณา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [268,1435,141,"นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย","จากเว็บไซต์ World Population Review ได้เผยแพร่ข้อมูลการจัดอันดับการศึกษาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในปี ค.ศ. ๒๐๒๕ โดยระบุว่าประเทศไทยอยู่อันดับ ๑๐๗ ของโลก และในกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศสิงคโปร์ ได้อันดับ ๑ ขณะที่ประเทศไทยอยู่อันดับ ๘ จาก ๑๐ ประเทศ ซึ่งตามหลังทั้งประเทศบรูไน ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศมาเลเซีย และประเทศลาว โดยอันดับการศึกษาของประเทศไทยอยู่เหนือกว่าเพียง ๒ ประเทศ คือ ประเทศเมียนมา และประเทศกัมพูชา ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างเชื่องช้าเหมือนตัวสลอธ (sloth) โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนศึกษาเรียนรู้อยู่แต่ในห้องเรียน \\nให้เชื่อฟังครูผู้สอน ให้ความสำคัญกับการท่องจำและทำการบ้านตามที่ครูผู้สอนสั่ง ไม่ได้มีการฝึกคิด\\nและวิเคราะห์ ไม่รู้จักเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม เมื่อผู้เรียนถูกปลูกฝังให้เชื่อฟัง โดยขาดการคิดและวิเคราะห์ จึงทำให้ผู้เรียนขาดความคิดสร้างสรรค์ ขณะที่คุณภาพการศึกษาของประเทศอื่น ๆ มีการพัฒนา\\nอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสำคัญ ตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามีนโยบายปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยให้ยุบกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเห็นว่าการศึกษาของสหรัฐอเมริกาล้าหลังกว่าประเทศจีนและประเทศรัสเซีย ในส่วนของประเทศไทยคงไม่ต้องปฏิรูปการศึกษาก้าวหน้า\\nถึงขนาดนั้น แต่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนให้ทันยุคสมัย เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักวิธีคิดและวิเคราะห์ ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงการเรียนการสอนของประเทศไทย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยให้มีคุณภาพอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [269,1433,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","(๑) ปัญหาบ่อขยะในพื้นที่ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร (๒) ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า และมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานนานาชาติสมุย","(๑) ปัญหาบ่อขยะในพื้นที่ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร\\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาบ่อขยะ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเศรษฐกิจ ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ใกล้ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อมีฝนตกบ่อขยะดังกล่าวส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และมี\\nการระบายน้ำเสียจากขยะลงสู่คลองสี่วาพาสวัสดิ์ สร้างความเสียหายต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศ ส่งผลกระทบและความเสี่ยงต่อสุขอนามัยของประชาชนในชุมชนอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และนายกเทศมนตรีตำบลนาดี ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาบ่อขยะดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\\n(๒) ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า และมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยานนานาชาติสมุย \\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ใช้บริการท่าอากาศยานนานาชาติสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สรุปความว่าประชาชนผู้ใช้บริการได้พบเห็นนักท่องเที่ยว จำนวน ๒ คน กำลังสูบบุหรี่ไฟฟ้าขณะพักรอบริเวณพื้นที่ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่สนามบิน ว่าเหตุใดจึงปล่อย\\nให้มีการนำบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายเข้าไปในบริเวณสนามบิน เจ้าหน้าที่สนามบินตอบว่า ห้ามมิให้นักท่องเที่ยวบรรจุบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในกระเป๋าเดินทางเท่านั้น แต่สามารถพกบุหรี่ไฟฟ้าติดตัวเข้ามาในบริเวณสนามบินได้ หลังจากนั้น ประชาชนต้องชี้แจงให้เจ้าหน้าที่สนามบินเข้าใจเหตุผล เพื่อให้ช่วยอธิบายกับนักท่องเที่ยวให้เข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งใช้เวลานานกว่า ๑๕ นาที ซึ่งถือว่าใช้เวลานานและปฏิบัติงานล่าช้ามาก หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับประชาชนที่แจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่สนามบินอาจไม่สามารถเข้าช่วยเหลือหรือระงับเหตุได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตํารวจสถานีตำรวจภูธรบ่อผุดได้มาอธิบายสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวดังกล่าว ว่าบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย เหตุการณ์จึงยุติลงด้วยดี จากเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยในบริเวณท่าอากาศยานของประเทศไทยยังมีความหละหลวม ไม่รัดกุมเพียงพอ ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิจารณาเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในท่าอากาศยาน โดยจัดทำประกาศหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ รวมทั้งข้อห้าม ภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน กำกับดูแลเจ้าหน้าที่สนามบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยเคร่งครัด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันปัญหาหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการละเมิดสิทธิของประชาชนและนักท่องเที่ยว\\nที่ไม่สูบบุหรี่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [270,1431,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","กฎหมาย","การแก้ปัญหาผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติฯ ๒ ฉบับ","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มสมัชชาคนอยู่กับป่าและเครือข่ายชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งได้ชุมนุมที่บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนกว่า ๓,๐๐๐ คน อันเนื่องมาจากได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายลำดับรอง คือ พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติฯ จำนวน ๒ ฉบับ ดังนี้\\n\t\t(๑) พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติตามมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗\\n\t\t(๒) พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า \\nพ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗\\n\t\tกลุ่มสมัชชาคนอยู่กับป่าและเครือข่ายชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ ร้องเรียนว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสิทธิของชุมชนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และจำกัดสิทธิในการอยู่อาศัยและการทำมาหากินของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เครือข่ายประชาชนได้มีการหารือกับรองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง) โดยมีการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ได้ข้อตกลงเบื้องต้น ดังนี้ (๑) ยุติการบังคับใช้พระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์จนกว่าจะได้รับการแก้ไขปรับปรุง (๒) จัดตั้งกลไกเปิดรับฟังความคิดเห็นในแต่ละพื้นที่ (๓) เร่งทบทวนแก้ไขกฎหมายป่าอนุรักษ์และกฎหมายลำดับรอง \\nโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และ (๔) ชะลอการประกาศพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มเติม จำนวน \\n๒๓ แห่ง จนกว่ากฎหมายจะได้รับการแก้ไข แต่อย่างไรก็ดี การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ยังไม่มีความคืบหน้า เป็นเหตุให้เกิดการชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ดังนั้น ขอให้รัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้พิจารณายุติพระราชกฤษฎีกา จำนวน ๒ ฉบับ คือ (๑.๑) พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติตามมาตรา ๖๔ \\nแห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗ และ (๑.๒) พระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าตามมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๗\\n \t\t(๒) ขอให้เร่งรัดแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย จำนวน ๒ ฉบับ คือ (๒.๑) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และ (๒.๒) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมถึงกฎหมายลําดับรองที่เกี่ยวข้อง โดยจัดตั้งกลไกในรูปแบบคณะกรรมการหรือคณะทำงาน เปิดรับฟังความคิดเห็น\\nของให้ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สามารถนำไปแก้ไขปรับปรุงกฎหมายได้ \\n\t\t(๓) ในระหว่างที่มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย จำนวน ๒ ฉบับตาม (๒) ขอให้ชะลอ\\nการประกาศพื้นที่อุทยานและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน ๒๓ แห่งไว้ก่อน ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [271,1429,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","วงงานรัฐสภา","การถมสระมรกต ภายในอาคารรัฐสภา","สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือได้มีการขอปรึกษาหารือ เรื่อง ที่จอดรถของอาคารรัฐสภา ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นกรณีสืบเนื่องจากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติความเห็นชอบโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถของอาคารรัฐสภา (เพิ่มเติม) วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๔,๕๙๗.๒๗ ล้านบาท ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) เสนอ และหลังจากนั้น ได้นำคลิปวิดีโอการปรึกษาหารือดังกล่าวเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ มีประชาชนเข้าชมคลิปวิดีโอ จำนวนเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ วิว โดยประชาชนส่วนใหญ่แสดงความไม่พอใจต่อการที่หน่วยงานของรัฐนำเงินงบประมาณซึ่งมาจากการจัดเก็บภาษีของประชาชน มาดำเนินโครงการดังกล่าว แต่ปรากฏว่า ผ่านมาเพียง ๑ เดือน รัฐสภากำลังพิจารณาดำเนินโครงการใหม่อีก ๑ โครงการ คือ การถมสระน้ำภายในอาคารรัฐสภา หรือที่เรียกว่า “สระมรกต” วงเงินงบประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำเน่าเสีย ทำให้มียุงลายจำนวนมาก รวมถึงมีคนเดินตกสระบ่อยครั้ง เพื่อปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวเป็นห้องสมุด ห้องรับรอง และห้องพักตามอัธยาศัย\\n\t\tอาคารรัฐสภาเป็นอาคารสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของประเทศไทยในรอบ ๑๐๐ ปี ภายใต้แนวคิด “สัปปายะสภาสถาน” หมายถึง สถานที่ประกอบกรรมดี สร้างขึ้นด้วยเงินงบประมาณแผ่นดิน\\nที่มาจากเงินภาษีของประชาชน เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยกว่า ๔๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร เทียบเท่าสนามฟุตบอล ๕๗ สนาม นอกจากนี้ ยังเป็นอาคารประหยัดพลังงาน ซึ่งได้รับการออกแบบ\\nโดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ จำนวนกว่า ๒๐๐ คน และศิลปินแห่งชาติ จำนวน ๔ คน โดยภายในอาคาร มี “สระมรกต” เป็นสระน้ำกลางอาคารรัฐสภา ถือเป็นจุดสำคัญในการออกแบบอาคาร ซี่งใช้หลักการระบายอากาศโดยอาศัยความแตกต่างของอุณหภูมิ (Stack ventilation) ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความสงบ เปรียบเสมือนน้ำล้อมรอบบริเวณหอไตร โดยสระมรกตมีระบบเช่นเดียวกับสระว่ายน้ำ จึงไม่มีปัญหา\\nน้ำเน่าเสีย และไม่มียุง ดังนั้น ที่อ้างว่ามีปัญหาน้ำเน่าเสีย ทำให้มียุงลายจำนวนมาก จึงน่าจะเกิดจาก\\nความเข้าใจผิด\\n\t\tส่วนเหตุผลที่ต้องการถมสระมรกตเพื่อใช้พื้นที่จัดสร้างเป็นห้องสมุด โดยอ้างว่าประชาชนไม่สะดวกในการเดินทางเข้าถึงหอสมุดรัฐสภานั้น เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะรัฐสภาได้จัดให้มี “หอสมุดรัฐสภา” เป็นแหล่งให้บริการทรัพยากรสารสนเทศทางนิติบัญญัติ ตั้งอยู่ที่ชั้น ๙ - ๑๐ ของอาคารรัฐสภา มีการออกแบบให้ประชาชนสามารถเข้าถึงหอสมุดรัฐสภาได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยส่วนอื่น ๆ ประชาชนสามารถเดินทางมาใช้บริการหอสมุดรัฐสภาได้สะดวก \\nซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนเดินทางมาเยี่ยมชมและศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องทุกวัน \\n\t\tด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องถมสระมรกต โดยสามารถปรับปรุงพื้นที่ส่วนอื่นของอาคารรัฐสภาให้เหมาะสมต่อการใช้งานได้ ดังนั้น ขอหารือไปยังคณะรัฐมนตรีว่าไม่ควรพิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว โดยก่อนดำเนินการใด ๆ ควรเปิดรับฟัง\\nความคิดเห็นของผู้ที่ปฏิบัติงานภายในอาคารรัฐสภา และควรตระหนักว่าเงินงบประมาณแผ่นดินที่ใช้จ่ายมาจากเงินภาษีที่จัดเก็บจากประชาชน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ    ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [272,1427,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","นโยบายของรัฐบาล","การจัดหารถยนต์ส่วนกลางประเภทรถยนต์และรถตู้ปรับอากาศให้แก่บ้านพักเด็กและครอบครัวใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดอื่น ๆ","จากปัญหาการขาดแคลนรถยนต์ส่วนกลางประเภทรถยนต์หรือรถตู้ปรับอากาศของบ้านพักเด็กและครอบครัวใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติงานเชิงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนกลุ่มเปราะบาง ทั้งที่บ้านพักเด็กและครอบครัว\\nถือเป็นหน่วยงานปฏิบัติการหลักที่คุ้มครองสิทธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่ ซึ่งจากข้อมูลการจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดหารถยนต์ส่วนกลาง ย้อนหลัง ๖ ปี ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๘ พบว่าการจัดหารถยนต์ส่วนกลางไม่มีความสม่ำเสมอและไม่ทั่วถึงกลุ่มจังหวัดภาคใต้ และจังหวัดอื่น ๆ โดยสรุปได้ดังนี้ (๑) จังหวัดที่ไม่ปรากฏข้อมูลว่าได้รับการจัดสรรรถยนต์ส่วนกลาง จำนวน ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี (๒) จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรรถยนต์ส่วนกลาง และรถบรรทุกแบบดับเบิ้ลแค็บ ขับเคลื่อน ๔ ล้อ จังหวัดละ \\n๑ คัน จำนวน ๖ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต \\nจังหวัดสตูล และจังหวัดระนอง และ (๓) จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรรถตู้ปรับอากาศ จำนวน ๔ จังหวัด\\n ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพัทลุง และจังหวัดยะลา โดยรถยนต์ส่วนกลาง\\nที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันของจังหวัดในภาคใต้และจังหวัดอื่น ๆ ส่วนใหญ่ มีอายุการใช้งาน ๑๓ - ๒๒ ปี \\nซึ่งตามหลักเกณฑ์ของทางราชการกำหนดว่า เมื่อรถยนต์ส่วนกลางมีอายุการใช้งานมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี ให้ถือเป็นเกณฑ์ที่จะพิจารณาจัดหารถยนต์คันใหม่ทดแทนคันเก่าได้ แต่ปรากฏว่าในหลายพื้นที่กลับไม่มีการจัดซื้อรถยนต์ส่วนกลางทดแทนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว \\n\t\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่าปัญหาการขาดแคลนรถยนต์ส่วนกลางประเภทรถยนต์และรถตู้ปรับอากาศดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานเชิงภารกิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาทิ การช่วยเหลือผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง การรับส่งเด็กเข้าสถานสงเคราะห์ หรือการนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาต่าง ๆ หากไม่มีรถยนต์ส่วนกลาง หรือรถยนต์ชำรุดบกพร่อง ย่อมส่งผลให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดความล่าช้า ไม่ทันต่อสถานการณ์ และเสี่ยงต่อการสูญเสียโอกาสในการปกป้องประชาชนกลุ่มเปาะบาง รวมทั้งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในการปฏิบัติงานได้ ดังนั้น ขอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ประสานงานกับสำนักงบประมาณ พิจารณาจัดลำดับความสำคัญและเร่งรัดพิจารณาจัดสรรงบประมาณสำหรับการจัดหารถยนต์ส่วนกลางประเภทรถยนต์\\nและรถตู้ปรับอากาศให้แก่บ้านพักเด็กและครอบครัวใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดอื่น ๆ ที่ประสบปัญหา\\nในทำนองเดียวกัน ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมทั้งพิจารณาทบทวนกลไกการจัดสรรงบประมาณให้มี\\nความเท่าเทียม และตรงตามภารกิจในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรงบประมาณ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [273,1425,24,"นางเจียระนัย ตั้งกีรติ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้กรมศิลปากรเพิ่มวันและเวลาเข้าชมโบราณสถานยามราตรี และเพิ่มการเปิดไฟส่องสว่างและไฟประดับตกแต่งโบราณสถานที่กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะเพิ่มเติม ","จากช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๘ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ กรมศิลปากรได้จัดกิจกรรม “ร่วมส่งความสุขปีใหม่” โดยเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ยามค่ำคืน ทุกวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา \\nโดยโบราณสถานที่เปิดให้เข้าชม ประกอบด้วย วัดพระราม วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และวัดไชยวัฒนาราม มีการประดับไฟตกแต่งโบราณสถานอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม \\nและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมชมโบราณสถานยามค่ำคืนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจำนวนมาก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริม\\nการท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เป็นอย่างดี ประกอบกับในปัจจุบันกรมศิลปากรได้จัดกิจกรรม “Ayutthaya Sundown ๒๐๒๕” เปิดให้เข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืน ถึงปลายเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘ ทุกวันศุกร์ วันเสาร์ และวันอาทิตย์ ถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ดังนั้น สมาชิกวุฒิสภา\\nผู้ปรึกษาหารือขอนำเสนอความต้องการของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่ ไปยัง\\nกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้เพิ่มวันและเวลาเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และโบราณสถานต่าง ๆ โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา\\n\t\t(๒) ขอให้พิจารณาเปิดให้เข้าชมโบราณสถานที่กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะแล้ว เพิ่มเติม ๔ แห่ง ประกอบด้วย วัดสมณโกฏฐาราม วัดมเหยงคณ์ วัดอโยธยา และวัดกุฎีดาว และเพิ่มไฟส่องสว่างและไฟประดับตกแต่งในโบราณสถานดังกล่าว\\n\t\tทั้งนี้ เพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด รวมถึงยกระดับให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen ระดับแนวหน้า\\nของประเทศไทยต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [274,1423,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ยาเสพติดวิกฤตทำลายชาติหรือปัญหาที่แก้ไขได้","ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ในเวลานี้ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อผู้เสพ ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ ถือได้ว่าเป็นวิกฤตทำลายชาติ ดังเห็นได้จากการที่สื่อมวลชนรายงานข่าวปัญหายาเสพติดแทบทุกวัน ได้แก่ (๑) ข่าวเกี่ยวกับผู้จำหน่ายยาเสพติด อาทิ นายอำเภอจับกุมพระสงฆ์ ๒ รูปที่จำหน่ายยาเสพติดภายในวัด การสกัดจับรถตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลงสำหรับขนยาเสพติดข้ามประเทศ การจับกุมชาย ๒ คนซึ่งมียาเสพติด พร้อมอุปกรณ์เสพสารเสพติด \\nและสมุดบัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) จำนวน ๑๘ เล่ม ซึ่งรับสารภาพว่าซื้อยาเสพติดมาเพื่อจำหน่าย\\nทางออนไลน์ (๒) ข่าวเกี่ยวกับผู้ติดยาเสพติด อาทิ ฝ่ายปกครองบุกตรวจสถานบันเทิงในจังหวัดนครปฐม ตรวจพบสารเสพติดในตัวนักเที่ยว จำนวน ๘๑ คน และ (๓) ข่าวเกี่ยวกับผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม อาทิ ลูกชายซึ่งติดยาเสพติดมีอาการคลุ้มคลั่งได้จุดระเบิดเพลิงขว้างใส่ผู้เป็นแม่ขณะนอนหลับ โชคดีที่แม่สะดุ้งตื่นก่อนจึงหนีออกมาได้ แต่ระเบิดเพลิงได้ลุกไหม้เผาบ้านเสียหายทั้งหลัง เหตุเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยก่อนหน้านี้ ผู้เป็นแม่เคยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้จับกุมลูกชายของตนซึ่งมีอาการ\\nคลั่งยาจะทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับตอบในทำนองว่า “เหตุยังไม่เกิด ไม่สามารถทำอะไรได้ ต้องรอให้เกิดเหตุเสียก่อน ถึงจะจับกุมได้” ซึ่งพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวเป็นการละเลยต่อหน้าที่\\nจนเป็นเหตุให้เกิดปัญหาอาชญากรรมขึ้น ถือเป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐสามารถป้องกันเหตุร้ายได้ \\nแต่กลับไม่ดำเนินการป้องกัน ซึ่งตรงกับสำนวนไทยที่ว่า “วัวหายแล้วล้อมคอก” ดังนั้น ขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n(๑) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดมาตรการที่ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ\\nรับแจ้งเหตุเมื่อมีผู้แจ้งเหตุเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้รับแจ้งเหตุโดยเร็วที่สุด ควรกำชับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “การเพิกเฉยต่อการรับแจ้งเหตุเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด \\nถือเป็นการเปิดช่องให้ปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดมากยิ่งขึ้น” \\n(๒) รณรงค์ให้สถาบันครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการป้องกันปัญหายาเสพติดของเด็กและเยาวชน โดยเริ่มตั้งแต่การอบรมเลี้ยงดู การให้การศึกษา ตลอดจนการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี\\nและเหมาะสมแก่บุตรหลาน รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมต่อต้านยาเสพติดตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [275,1421,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดจำนวนคนพิการ ของประเทศไทย","จากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี มีอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก \\nซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนพิการมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เฉลี่ย ๑๐๐,๐๐๐ คน/ปี โดยประเทศไทย\\nต้องใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นสวัสดิการให้แก่คนพิการที่ได้รับบัตรประจำตัวคนพิการตลอดชีวิต\\nเฉลี่ย ๕๐๐,๐๐๐ บาท/คน ซึ่งจากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุในช่วง ๗ วันอันตราย ของเทศกาลสงกรานต์ \\nพ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่ามีอุบัติเหตุ ๒,๐๔๔ ครั้ง ผู้เสียชีวิต ๒๘๗ ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ/พิการ ๒,๐๖๐ ราย โดยยานพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ ๗๘.๔ รถกระบะ \\nร้อยละ ๘.๙ และรถยนต์ ร้อยละ ๔.๖ และสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ ๔๑.๕ \\nดื่มแล้วขับ ร้อยละ ๒๒.๗ ขับตัดหน้ารถคันอื่นในระยะกระชั้นชิด ร้อยละ ๑๘.๑ และอื่น ๆ ร้อยละ ๑๗.๗ ซึ่งส่งผลกระทบต่อครอบครัว สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ เป็นอย่างมาก \\n\t\tข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่มาจาก\\nการขับขี่จักรยานยนต์ ดังนั้น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรพิจารณาวางมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อาทิ รณรงค์ให้ประชาชนงดใช้จักรยานยนต์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงงดการนั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์แบบนั่งตะแคง ทั้งนี้ เพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ\\nที่เพิ่มจำนวนคนพิการของประเทศไทย โดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [276,1419,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง และปัญหาการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับเรื่องร้องเรียนของประชาชนพร้อมด้วยไฟล์คลิปวิดีโอ นำมาเสนอประกอบการปรึกษาหารือ กรณีก๊าซหุงต้ม (LPG) ถังบรรจุขนาด ๑๕ กิโลกรัม ซึ่งประกอบด้วยก๊าซหุงต้ม (LPG) น้ำหนัก ๑๕ กิโลกรัม และถังเปล่า น้ำหนัก ๑๖.๖ กิโลกรัม น้ำหนัก\\nก๊าซหุงต้ม (LPG) รวมถังบรรจุ เท่ากับ ๓๑.๖ กิโลกรัม ราคาจำหน่าย ถังละ ๔๒๓ บาท ซึ่งเป็นราคา\\nที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) แต่จากการตรวจสอบพบว่าก๊าซหุงต้ม (LPG) ถังบรรจุขนาด ๑๕ กิโลกรัมที่วางจำหน่าย มีน้ำหนักก๊าซหุงต้ม (LPG) รวมถังบรรจุ มีน้ำหนักเพียง \\n๒๕.๙ กิโลกรัม เมื่อหักด้วยน้ำหนักของถังเปล่า ๑๖.๖ กิโลกรัม เท่ากับมีการบรรจุก๊าซหุงต้ม (LPG) \\nเพียง ๙.๓ กิโลกรัมเท่านั้น ปริมาณก๊าซหุงต้ม (LPG) หายไป ๕.๗ กิโลกรัม คิดเป็นเงิน ๑๖๐ บาท ๗๔ สตางค์ แสดงให้เห็นถึงการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคของพ่อค้า ซึ่งนอกจากพ่อค้าจะได้ผลกำไรตามปกติแล้ว \\nยังได้กำไรจากการโกงน้ำหนักบรรจุก๊าซหุงต้ม (LPG) ๑๖๐ บาท ๗๔ สตางค์ ต่อถังอีกด้วย ประกอบกับ\\nในปัจจุบันประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค อันเป็นเหตุให้สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาแพง โดยรูปแบบการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ (๑) การตั้งราคาสูงเกินควร ได้แก่ ขายสินค้าในราคาที่สูงเกินไปจากต้นทุนจริง โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ น้ำมันพืช การฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงที่สินค้าขาดแคลนหรือมีความต้องการสูง เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ (๒) การกักตุนสินค้า ได้แก่ พ่อค้าหรือผู้ค้าส่งบางรายกักตุนสินค้าเพื่อให้เกิดภาวะขาดแคลน แล้วนำสินค้าที่กักตุนไว้ออกมาขายในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งมักจะเกิดกับสินค้าควบคุม \\nเช่น น้ำมันปาล์ม น้ำตาลทราย หน้ากากอนามัยในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (๓) การหลอกลวงหรือฉ้อโกง ได้แก่ การแอบลดปริมาณสินค้า แต่ยังคงจำหน่ายในราคาเดิม เช่น \\nลดน้ำหนักบรรจุของข้าวสารหรือนมผง การปลอมปนสินค้า เช่น ผสมเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพต่ำลงในเนื้อบด หรือขายอาหารที่หมดอายุ (๔) การโฆษณาเกินจริง เช่น อาหารเสริมที่โฆษณาว่ามีสรรพคุณรักษาโรคได้ (๕) การใช้มาตรการที่ไม่เป็นธรรม เช่น บังคับให้ซื้อสินค้าเป็นชุด ตั้งราคาสินค้าไม่เป็นธรรมในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานของรัฐควรดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง \\nเมื่อพิจารณาบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้วเห็นได้ว่าการกำหนดราคาจำหน่ายของสินค้าอุปโภคบริโภค \\nอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒ จำแนกได้ ดังนี้ \\n\t\t“สินค้าอุปโภคควบคุม” คือ สินค้าที่รัฐบาลกำหนดให้ต้องมีการควบคุมราคา หรือกำกับดูแลการจำหน่าย เพื่อป้องกันการขึ้นราคา หรือการกักตุนสินค้า อาทิ (๑) ก๊าซหุงต้ม (LPG) - รัฐบาลกำหนดราคาจำหน่ายสูงสุดและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย (๒) ปูนซีเมนต์ - ควบคุมราคาขายปลีกเพื่อป้องกัน\\nการขึ้นราคากระทบภาคก่อสร้าง (๓) เหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ - เพื่อป้องกันการผูกขาดและการกักตุนสินค้า (๔) กระดาษสำหรับพิมพ์หนังสือเรียน - เพื่อให้ต้นทุนการศึกษาไม่สูงเกินไป (๕) ปุ๋ยเคมี - ควบคุมราคาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (๖) ยากำจัดศัตรูพืช - ควบคุมราคาจำหน่ายให้เป็นธรรม และ (๗) ยารักษาโรค - เพื่อป้องกันการตั้งราคาสูงเกินไป\\n\t\t“สินค้าบริโภคควบคุม” คือ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค (อาหารและเครื่องดื่ม) \\nซึ่งรัฐบาลกำหนดให้มีการควบคุมราคาและการจำหน่าย เพื่อป้องกันการขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าเกินควร อาทิ (๑) เนื้อหมู - ควบคุมราคาและการส่งออกเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภค (๒) ไก่สดและไก่ชำแหละ \\n- ควบคุมราคาเพื่อไม่ให้ต้นทุนอาหารสูงเกินไป (๓) ไข่ไก่ - กำหนดราคาขายปลีกและห้ามกักตุน \\n(๔) น้ำตาลทราย - ควบคุมราคาขายปลีกและการนำเข้า - ส่งออก (๕) น้ำมันพืช (ปาล์ม) - ควบคุม\\nราคาจำหน่ายเพื่อป้องกันการขึ้นราคาเกินควร (๖) ข้าวสารบรรจุถุง - เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารหลักได้ในราคาที่เหมาะสม (๗) นมผงและนมสด - ควบคุมราคาขายเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและเด็ก และ \\n(๘) อาหารสัตว์ (อาหารไก่ อาหารหมู) - ควบคุมราคาขายเพื่อลดต้นทุน\\n\t\tบทลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ ดังนี้ (๑) ค้ากำไรเกินควร หรือกักตุนสินค้า \\nมีโทษจำคุกไม่เกิน ๗ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติว่าด้วย\\nราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. ๒๕๔๒) (๒) โฆษณาหลอกลวง มีโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒) (๓) ขายสินค้า\\nไม่ได้มาตรฐาน มีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒ ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑) และ (๔) ผลิตหรือจำหน่ายอาหารที่ไม่ปลอดภัย \\nมีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พระราชบัญญัติอาหาร \\nพ.ศ. ๒๕๒๒)\\n\t\tดังนั้น ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ได้แก่ (๑) กรมการค้าภายใน (๒) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) (๓) กระทรวงพาณิชย์ (๔) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ (๕) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค พร้อมทั้งกำกับดูแลให้มีการติดฉลากสินค้า\\nให้เป็นไปตามราคาควบคุม มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมทั้งดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [277,1417,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านบัวเสียว ตำบลดอนแรด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์","ขอปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n\t\t(๑) ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านบัวเสียว ตำบลดอนแรด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์\\n\t\tสืบเนื่องจากชาวบ้านได้มีการครอบครองที่ดินทำกินในพื้นที่ทุ่งบัวเสียว จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ บนพื้นที่กว่า ๑๙,๕๑๐ ไร่ มาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๖๗ ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๔๖๗ ภาครัฐได้ประกาศให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้าม โดยมีการออกหนังสือสำคัญสำหรับ\\nที่หลวง (น.ส.ล.) จำนวน ๕,๑๒๐ ไร่ ซึ่งทับซ้อนกับที่ดินของชาวบ้านจำนวน ๑๐๔ ครัวเรือน ในพื้นที่\\nบ้านบัวเสียว ตำบลดอนแรด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ เป็นเหตุให้ชาวบ้านเสียสิทธิในที่ดินทำกิน\\nของตนเอง ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้มีการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ จำนวน ๕,๑๒๐ ไร่ดังกล่าว เป็นเหตุให้ชาวบ้านซึ่งเสียสิทธิในที่ดินทำกินของตนเอง\\nที่มีอยู่แต่เดิม ต้องการให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการเพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับ\\nที่หลวง (น.ส.ล.) และกำหนดให้มีการพิสูจน์สิทธิในที่ดินดังกล่าว\\n\t\t(๒) ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์\\n\t\tสืบเนื่องจากภาครัฐมีการจัดสรรที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งแต่เดิมเป็นเขตที่อยู่ในความครอบครองของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ ๗๕,๐๐๐ ไร่ จากที่ดินที่อนุญาต ทั้งหมด ๑๒๕,๓๘๕ ไร่ ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าว มีปัญหาคือ ภาครัฐได้เปิดให้ชาวบ้านจับจองที่ดิน โดยมีผู้ได้รับใบจอง จำนวน ๕๘๓ ราย จากที่ดินจัดสรรที่มีอยู่ทั้งหมด ๘,๐๐๐ แปลง ส่วนที่ดินที่เหลืออยู่ ไม่มีการแจกใบจอง แต่ชาวบ้านจะได้รับเอกสารเป็นหนังสือแสดงสิทธิครอบครองที่ดินชั่วคราว และต่อมา จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งผู้ที่มีใบจองว่ายกเลิกสิทธิในที่ดินทั้งหมด นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ภาครัฐได้มีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติทับที่ดินทำกินของชาวบ้าน จำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน เป็นเหตุให้มีการดำเนินคดีชาวบ้านในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ จำนวนมากถึง ๒๘๘ คดี ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนได้ร้องเรียนปัญหาไปยังหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แต่อย่างไรก็ตาม จวบจนถึงปัจจุบัน การพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่บรรลุผลแต่อย่างใด\\n\t\tดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ \\nตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอให้พิจารณาสั่งการกรมป่าไม้ และกรมที่ดิน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งพิจารณานำที่ดินของชาวบ้านในพื้นที่ (๑) บ้านบัวเสียว ตำบลดอนแรด อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และ (๒) อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิ และจัดการที่ดินอย่างเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินทำกินมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",25,2568,"2025-03-25T00:00:00"],
    [278,1415,111,"นางสาวมาเรีย เผ่าประทาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการก่อสร้างสะพานหน้าโรงเรียนอรุณวิทยา อำเภอทับสะแก  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์","จากกรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบริเวณหน้าโรงเรียนอรุณวิทยา ตำบลแสงอรุณ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถนนบริเวณดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อการเดินทางไปยังตำบลใกล้เคียง โดยโครงการเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกหน้าโรงเรียนอรุณวิทยา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนี้\\n\t๑. การก่อสร้างสะพานบริเวณจุดกลับรถใต้สะพาน พื้นถนนมีลักษณะลดระดับ\\nต่ำกว่าถนนทางเข้าหมู่บ้านของประชาชนเกือบ ๑ เมตร เพื่อให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถลอด\\nใต้สะพานกลับรถได้ ซึ่งการลดระดับพื้นถนนใต้สะพานกลับรถ ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน\\nทำให้ประชาชนไม่สามารถกลับรถเพื่อเลี้ยวเข้าซอยได้ จึงขอให้พิจารณาปรับแบบการก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาระดับพื้นใต้สะพานกลับรถให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่บริเวณโดยรอบ และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน\\n\t๒. บริเวณทางลงของสะพานได้ออกแบบเปิดช่องทางเดินรถให้สามารถเลี้ยวเข้า\\nสถานีบริการน้ำมันน้ำมันเชื้อเพลิง (ปตท.) ได้ แต่ระยะทางเบี่ยงจากทางลงสะพานไปยังปั๊มน้ำมัน\\nมีระยะทางที่สั้นเกินไป อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ เนื่องจากรถที่ใช้ทางเบี่ยงเป็นรถบรรทุก\\nที่มีน้ำหนักมากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุชนท้ายกันได้ จึงขอให้พิจารณาขยายระยะทางเบี่ยงเข้าสถานีบริการน้ำมันน้ำมันเชื้อเพลิง (ปตท.) ออกไปไม่ให้อยู่ใกล้กับบริเวณคอสะพาน ทั้งนี้ เพื่อให้มี\\nความปลอดภัยมากขึ้น\\n\t๓. บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (ปตท.) จะมีการก่อสร้างฟุตบาท\\nขวางหน้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง (ปตท.) เห็นควรปรับแบบก่อสร้างเป็นพื้นถนนแบบนูน\\nแบบก้างปลาตามความเหมาะสม ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [279,1413,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","แรงงานผิดกฎหมายพื้นที่ชุมชนซอยกีบหมู เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร","ในอดีตชุมชนซอยกีบหมู เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกหญ้าสำหรับปูพื้นสนาม ต่อมามีการเคลื่อนย้ายแรงงานจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งรวมแรงงานอิสระขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานคร โดยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา จะมีค่าจ้างวันละ ๕๐๐-๑,๐๐๐ บาท ในพื้นที่มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ ๕,๓๐๐ ครัวเรือน (ไม่รวมประชากรแฝง) มีสถานที่สำคัญ ได้แก่ มัสยิดสุเหร่าคลองหนึ่ง ตลาดสด และบ่อนการพนัน \\nซึ่งจากการเดินทางลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลคันนายาวและสำนักงานเขตคลองสามวา ทำให้ได้รับทราบปัญหาของชุมชนซอยกีบหมู เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ดังนี้\\n(๑)\tปัญหาด้านยาเสพติด \\n(๒)\tปัญหาด้านการพนัน \\n(๓)\tปัญหาอาชญากรรม \\n(๔)\tปัญหาแรงงานผิดกฎหมาย \\n(๕)\tปัญหาการพกพาอาวุธผิดกฎหมาย \\n(๖)\t ปัญหาด้านมาตรฐานสุขาภิบาลและสาธารณสุข พบว่าเจ้าของผู้ค้าเป็นแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก โดยมีคนไทยทำหน้าที่ถือครองทรัพย์สินหรือนอมินี  \t\t\\n(๗)\tปัญหาสินค้าผิดกฎหมายในตลาดสดหลายชนิด โดยเฉพาะสินค้าที่นำเข้าจากประเทศจีน\\n(๘)\tปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะของแผงลอย \\n(๙)\tปัญหาโรคติดต่อและโรคระบาด \\nเนื่องจากชุมชนแห่งนี้มีการเคลื่อนย้ายของแรงงานจำนวนมากโดยไม่มีการตรวจคัดกรองโรค และชุมชนซอยกีบหมูเป็นจุดศูนย์รวมของซุ้มยาดองจำนวนมาก \\n\tจากปัญหาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สุขอนามัยของประชาชนในพื้นที่ และเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สถานีตำรวจนครบาลคันนายาวและสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี) กระทรวงแรงงาน กรมที่ดิน และสำนักงานเขตคลองสามวา ภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในกำกับดูแล\\nของกระทรวงมหาดไทย ควรบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินการจัดระเบียบชุมชนและแก้ไขปัญหา\\nอย่างจริงจัง","นายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงาน และกระทรววมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [280,1411,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การก่อวินาศกรรมที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก และสถานการณ์ความรุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้","เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๘ ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani : BRN) ได้มีการก่อวินาศกรรมวางระเบิดและเผา\\nที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก และสถานที่ราชการอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ประมาณ ๑๐ แห่ง ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิต และประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นถึง\\nความไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ดังนี้ \\n\t(๑) ความล้มเหลวด้านการข่าว แม้ได้มีการจัดสรรงบประมาณด้านการข่าวปีละ \\n๕๐๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่างานด้านการข่าวไม่มีประสิทธิภาพ คนร้ายจำนวนมากเดินทางเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อทำการก่อการร้ายในพื้นที่เมืองชายแดน แต่เจ้าหน้าที่รัฐไม่พบเห็นความเคลื่อนไหว\\nของคนร้ายแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงการใช้งบประมาณด้านการข่าวที่ไม่มีประสิทธิภาพ \\n\t\t(๒) ประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐในพื้นที่ขาดประสิทธิภาพในการป้องกันสถานที่ราชการสำคัญ เช่น ที่ว่าการอำเภอสุไหงโก-ลก การขาดแผนเผชิญเหตุ และไม่สามารถรับมือกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n\t(๓) การสร้างและแย่งชิงมวลชน หน่วยงานที่รับผิดชอบล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาการสร้างมวลชน และการแย่งชิงมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani : BRN) \\n\t\tทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในพื้นที่ เนื่องจากประเทศมาเลเซียได้ออกแถลงการณ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางมายัง\\nจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย \\n\tดังนั้น จึงขอเสนอแนะไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n\t\t๑. รัฐบาลควรยอมรับว่าสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการก่อการร้าย และจัดหาเครื่องมือที่เหมาะสมให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐ\\n\t\t๒. ควรพิจารณาตรากฎหมายการก่อการร้ายเพื่อบังคับใช้ในพื้นที่ เนื่องจากกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความล้าสมัย ไม่สามารถรับมือกับรูปแบบการก่อการร้ายได้ อาทิ ประมวลกฎหมาย\\nวิธีพิจารณาความอาญา พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช ๒๔๕๗ เป็นต้น\\n\t\t๓. ควรมีการสร้างรั้วถาวรกั้นพรมแดนในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ระยะทาง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร เพื่อควบคุมการเดินทางข้ามพรมแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า อาวุธและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกองกำลังติดอาวุธเมื่อปฏิบัติการก่อการร้ายในประเทศไทยเสร็จแล้วจะหลบหนีการจับกุมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน \\n\tทั้งนี้ สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแนวทางการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการข่าว การป้องกันสถานที่สำคัญ การสร้างความเข้าใจกับประชาชน และการใช้กฎหมายที่เหมาะสม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [281,1409,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบุกรุกพื้นที่ป่าภาคตะวันออก","คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อตรวจสอบปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีศักยภาพในการปลูกผลไม้เมืองร้อน ทำให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำการเกษตรมากขึ้น จากข้อสังเกต พบว่า การบุกรุกพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ จำนวน ๕๐๐ ไร่ หรือ ๑,๐๐๐ ไร่ เหตุใดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ เช่น ผู้บริหารท้องถิ่น นายอำเภอ และเจ้าหน้ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่สามารถตรวจพบได้ทันท่วงที ซึ่งที่ผ่านมาผู้ที่แจ้งเบาะแสการบุกรุกพื้นที่ป่า ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่และสื่อมวลชน (นักข่าว) ซึ่งเมื่อเกิดเป็นข่าวแล้วหน่วยงานของรัฐจึงเข้าไปตรวจสอบและพบว่า พื้นที่ป่าถูกทำลายและมีการปลูกพืชชนิดอื่นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสำคัญในการบริหารจัดการและป้องกันการบุกรุกพื้นป่าในประเทศไทย\t\\n\t\tดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า มีมาตรการในการป้องกัน\\nการบุกรุกพื้นที่ป่ามิให้เพิ่มขึ้นทั้งจากประชาชนที่ทำกินในพื้นที่ป่ามาก่อน หรือประชาชนที่มีพื้นที่ทำกินติดต่อกับพื้นที่ป่า หรือนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ป่าได้อย่างไร","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [282,1407,83,"นายประภาส ปิ่นตบแต่ง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาชาวนาภาคกลางในทุ่งรับน้ำ ๑๒ ทุ่ง และแนวทางการแก้ไขปัญหา","มีนาข้าวซึ่งเป็นทุ่งรับน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง จำนวน ๑๒ ทุ่ง มีพื้นที่ประมาณ ๑.๕ ล้านไร่ ซึ่งส่งผลกระทบและพบปัญหาของชาวนาในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ดังนี้\\n  \t(๑) สามารถทำนาได้เพียงปีละ ๑-๒ ครั้ง เพราะเป็นแก้มลิงรับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมบริเวณเจ้าพระยา ท่าจีนตอนล่าง และกรุงเทพมหานคร (พื้นที่ทำนาทั่วไป ระยะเวลา ๒ ปี สามารถ\\nทำนาได้ ๕ ครั้ง) \\n \t(๒) ปัญหาความเดือดร้อนที่เกษตรกรได้รับ คือ \\n \t ๒.๑ ระยะเวลาการทำนาปรัง ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน\\nของทุกปี ถึงแม้จะเกิดภาวะการลดระดับของแหล่งน้ำอย่างรวดเร็ว แต่เกษตรกรยังไม่สามารถดำเนินการเพาะปลูกให้เร็วขึ้นได้ เนื่องด้วยข้อจำกัดจากสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการ\\nเจริญเติบโตของพืชผลทางการเกษตร\\n\t ๒.๒ การดำเนินการเพาะปลูกล่าช้าส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรมีการเจริญเติบโต\\nและออกรวงในช่วงที่เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรง อันเป็นสาเหตุให้เกิดการระบาดของแมลงศัตรูพืช \\nการเกิดโรคพืช และเกิดปัญหาในกระบวนการผสมเกสรของข้าว ส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิต\t         \\n\t ๒.๓ สำหรับการทำนาปีในช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกันยายน เกษตรกรจำเป็นต้องดำเนินการเก็บเกี่ยวโดยเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม เนื่องจากหากผลผลิตข้าวมีระดับความชื้นสูงเกินมาตรฐานที่กำหนด จะส่งผลให้ผู้ประกอบการรับซื้อดำเนินการ\\nหักลดอัตราส่วนร้อยละของความชื้น ซึ่งมีผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร\\n \t(๓) ในการดำเนินการเพาะปลูกข้าวนาปีระหว่างห้วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน เกษตรกรมีความจำเป็นต้องเร่งรัดการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสภาวะน้ำท่วม ทั้งนี้ หากผลผลิตข้าวมีค่าความชื้นสูง จะส่งผลต่อการปรับลดราคารับซื้ออันเนื่องมาจาก\\nการหักค่าร้อยละความชื้นเมื่อนำผลผลิตเข้าสู่ระบบการจำหน่ายในท้องตลาด \t\\n\tจากการที่รัฐบาลได้ดำเนินโครงการ “ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท” เพื่อช่วยเหลือชาวนา\\nในเรื่องราคาข้าวตกต่ำ แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือเช่นเดียวกับชาวนาในพื้นที่อื่น ๆ  แต่ชาวนาในพื้นที่ทุ่งรับน้ำอาจมีสภาพการเพาะปลูกที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น ซึ่งอาจทำให้ปัญหาด้านผลผลิต รวมทั้ง\\nการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ ดังนั้น จึงขอเสนอการแก้ไขปัญหาให้แก่ชาวนา\\nในพื้นที่ทุ่งรับน้ำไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) ขอเสนอพิจารณาให้จ่ายเงินชดเชยราคาข้าวตกต่ำตามจำนวนพื้นที่ที่ชาวนา\\nได้ทำนาจริง เช่น ครอบครัวที่ทำนา ๒๐ ไร่ ควรได้รับการจ่ายเงินเยียวยา จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท\\n \t(๒) ควรพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาให้ชาวนาที่พื้นที่นาจะต้องเป็นพื้นที่รับน้ำ \\nเป็นระยะเวลา ๒ เดือน โดยอาจจ่ายเงินเยียวยาให้แต่ละครอบครัว เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นต้น\\n \t(๓) ควรจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายของนาข้าวและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในพื้นที่รับน้ำชายขอบที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีการทำบันทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding : MOU) โดยไม่ต้องรอให้จังหวัดประกาศภัยพิบัติ    ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [283,1405,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ภัยคุกคามทางอากาศ","จากคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ มณฑลเซี่ยงไฮ้ และมณฑลไหหลำ สาธารณรัฐประชาชนจีน \\nจากการศึกษาดูงานได้พบว่า ตึกที่มีความสำคัญของรัฐบาลจีน เช่น ตึกที่เป็นสถานที่สำหรับผลิตดาวเทียมหรือตึกที่เป็นสถานที่ราชการจะมีการติดตั้งเสาสูง จำนวน ๑ จุด เพื่อเป็นจุดรับสัญญาณของระบบตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ (Anti Drone) เพื่อป้องกันอันตรายจากการโจมตีทางอากาศ และเมื่อพิจารณาถึงประเทศไทยที่มีอาคารหรือตึกขนาดใหญ่อันที่เป็นที่ตั้งของส่วนราชการ และมีแหล่งชุมชนหลายแห่ง รวมทั้งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรมีการพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย เช่น ระบบตรวจจับอากาศยานไร้คนขับ (Anti Drone) ดังเช่นสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [284,1403,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","ถนนไทยต้องปลอดภัย : บทบาทของรัฐในการลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย","จากรายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนประเทศไทย ปี ๒๕๖๗ ของ\\nกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค และรายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนประเทศไทย \\nปี ๒๕๖๕ ของแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) พบว่า ทุก ๑ ชั่วโมงจะมีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน ๒ คน นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลก (World \\nHealth Organization: WHO) ได้จัดทำรายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนโลก ปี ๒๕๖๖ (Globol Status Report on Road Safety 2023) พบว่า ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน ๑๘,๒๑๘ ราย เป็นอันดับที่ ๑๘ ของโลก ลดลงจากอันดับที่ ๑๙ ของโลก คิดเป็นสัดส่วนประชากรอยู่ที่ ๒๕ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอยู่ในกลุ่มอายุ\\n๒๐-๒๔ ปี คิดเป็นร้อยละ ๙.๘๓ และรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๖๙\\n\tประเทศไทยได้มีการกำหนดแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๗๐ โดยกำหนดค่าเป้าหมาย (Target) ให้ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ในปี ๒๕๗๐ ต้องไม่เกิน จำนวน ๘,๔๗๘ คน หรือเท่ากับไม่เกิน ๑๒ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่เมื่อพิจารณาสถิติ\\nการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ย้อนหลัง ๕ ปี พบว่านอกจากจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจะไม่ลดลงตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นด้วย โดยในปี ๒๕๖๖ กำหนดไว้ จำนวน ๑๓,๘๒๑ คน มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง \\nจำนวน ๑๗,๔๙๘ คน และในปี ๒๕๖๗ กำหนดไว้ จำนวน ๑๒,๔๘๔ คน มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง จำนวน ๑๗,๕๗๔ คน \\n\tจากปัญหาอุบัติเหตุทางถนนดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยมีประชากรที่เป็นคนพิการ และต้องสูญเสียงบประมาณในการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยในปี ๒๕๖๕ มีผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ\\nทางถนนสูงถึง จำนวน ๑,๐๖๐,๕๖๖ คน ต้องใช้งบประมาณในการรักษามากกว่า ๗,๘๒๗ ล้านบาท \\nเป็นคนพิการสูงถึง จำนวน ๙,๗๖๔ คน เดือนที่มีการบาดเจ็บรุนแรงสูงสุด คือ เดือนธันวาคม (ช่วงเทศกาล\\nส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่) กลุ่มอายุที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงสูงสุดอยู่ระหว่าง ๑๕-๑๙ ปี และยานพาหนะที่ประสบอุบัติเหตุและเกิดการบาดเจ็บรุนแรงสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์\\n\tลักษณะการชนระหว่างรถกับรถเป็นสาเหตุหลักโดยเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ ๘๓ และเป็นการขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ ๒๐ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ร้อยละ ๑๙\\nมูลเหตุสันนิษฐานหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุจากจำนวนอุบัติเหตุทั้งหมด สรุปได้ ดังนี้    (๑) ขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ ๒๐ \\n(๒) ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด ร้อยละ ๑๙ \\n(๓) ขับรถหลับใน ร้อยละ ๒ \\n(๔) เมาสุรา ร้อยละ ๑ และ \\n(๕) อื่น ๆ / ไม่ระบุ ร้อยละ ๕๘\\n\tข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๖ ระบุว่า หมวดอวัยวะ ๓ หมวด ที่หากได้รับบาดเจ็บรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิต ได้แก่ \\n\t(๑) ศีรษะและคอ ร้อยละ ๕๑.๓๐ \\n\t(๒) ทรวงอก ร้อยละ ๘.๙๔ และ \\n\t(๓) ช่องท้องและช่องเชิงกราน ร้อยละ ๔.๙๘ \\n\tข้อมูลระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ (Injury Surveillance) ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๖ \\nแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของหมวกนิรภัยและการบาดเจ็บที่ศีรษะ โดยระบุว่า \\n\t(๑) อัตราการบาดเจ็บที่ศีรษะในผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ร้อยละ ๔๐.๐๘ \\n\t(๒) อัตราการสวมหมวกนิรภัยในผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ร้อยละ ๑๖.๖๗ และ \\n\t(๓) ผู้ใช้รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยมีโอกาสรอดชีวิตมากกว่าผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย ๒ เท่า ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ร้อยละ ๘๒.๕ เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ แต่คนไทย\\nสวมหมวกนิรภัยเพียง ร้อยละ ๔๓ เท่านั้น \\n\tนอกจากนี้ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) และกระทรวงสาธารณสุข มีการรายงานข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ตรงกัน จึงเห็นควรปรับปรุงให้สอดคล้องกัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [285,1401,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","นโยบายของรัฐบาล","บทความเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS)","เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีการเผยแพร่บทความบนเว็บไซต์ของ Thai PBS เรื่อง “เผด็จการสร้างชาติ ประชาชนอาวรณ์ ผู้นำเข้มแข็ง-เศรษฐกิจรุ่ง” โดยบทความดังกล่าวได้สร้างความตื่นตัวและความสนใจให้แก่ประชาชนในชั่วข้ามคืน และต่อมาเว็บไซต์ของ Thai PBS ได้มีการยกเลิกการเผยแพร่บทความดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือเห็นว่ากรณีนี้เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพราะสื่อสาธารณะดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องหารือประเด็นปัญหาเรื่องนี้เพื่อให้\\nผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) พิจารณาทบทวนการเผยแพร่บทความดังกล่าว\\n\tสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นสื่อสาธารณะที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ ควรมอบความจริงแก่สังคม เป็นสื่ออิสระที่ควรยึดมั่นในหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เน้นเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง ควรวางตัวเป็นกลาง โดยปราศจากการครอบงำจากอำนาจหรืออิทธิพลใด ๆ และด้วยสถานะดังกล่าว สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่นำเสนอบทความในลักษณะเช่นนี้ออกสู่สาธารณะด้วยเหตุผลประกอบการพิจารณา ดังนี้ \\n\tประการที่ ๑ บทความดังกล่าวใช้ชื่อว่า “เผด็จการสร้างชาติ” เป็นการสร้างความชอบธรรม\\nให้แก่การรัฐประหารซึ่งกระทำโดยคณะนายทหาร มีการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพซึ่งมาจากภาษีเงินได้ของประชาชน ยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นการสร้างค่านิยมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อสังคมอย่างมีนัยสำคัญ การรัฐประหารเป็นการล้มล้างการปกครอง \\nถือเป็นความผิดฐานกบฏ เหตุใดสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงนำเสนอบทความในลักษณะยกย่อง ซึ่งเท่ากับกำลังยอมรับการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายให้มีความชอบธรรม\\n\tประการที่ ๒ การกล่าวว่าการปกครองโดยคณะนายทหารที่ยึดอำนาจการปกครอง\\nได้สร้างเศรษฐกิจของชาติให้มีความเจริญรุ่งเรือง นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะในความเป็นจริง คณะนายทหาร\\nไม่มีทักษะด้านการบริหารราชการแผ่นดินแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการบริหารด้านเศรษฐกิจ\\nของประเทศ และเมื่อนายทหารเหล่านั้นเสียชีวิต ปรากฏว่ามีทรัพย์สินจำนวนมาก ดังเช่นเมื่อปี ๒๕๐๗ มีการยึดทรัพย์ของนายทหารคนหนึ่ง จำนวนกว่า ๕๗๔ ล้านบาท (มูลค่าในขณะนั้น) และกรณีที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ในสมัยรัฐบาลที่มี พลเอก ประยุทธ  จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ในอำนาจยาวนานถึง ๙ ปี (๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗-๒ มิถุนายน ๒๕๖๒ และ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๒-๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖) บริหารราชการแผ่นดินจนเป็นผลทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) ของประเทศไทย ตกต่ำเหลือเพียงร้อยละ ๑.๘ สภาพเศรษฐกิจของประเทศถดถอย ลดลงเป็นลำดับที่ ๙ ของอาเซียน (ASEAN) การพัฒนาประเทศไม่เกิดขึ้น การก่อหนี้สาธารณะสูงถึงร้อยละ ๖๒.๑๔ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ส่งผลทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ  สูงถึง ๑๑ ล้านล้านบาท \\n\tประการที่ ๓ บทความดังกล่าวยังทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าคณะนายทหารที่เข้ามายึดอำนาจการปกครองนั้นสร้างชาติให้รุ่งเรือง แต่จากการตรวจสอบข้อมูลปรากฏว่า มีประเด็นที่ต้องได้รับการพิจารณาแก้ไข ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่มีปัญหาบกพร่องเกือบทุกมาตรา ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) เป็นต้น\\n\tนับตั้งแต่มีการเผยแพร่บทความดังกล่าวจนถึงบัดนี้ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส \\n(Thai PBS) ได้แสดงคำขอโทษแต่ไม่มีการชี้แจงว่า (๑) ผู้ใดเป็นผู้เขียนบทความเรื่องนี้ (๒) ผู้ใดอนุญาตให้เผยแพร่บทความบนเว็บไซต์ของ Thai PBS และ (๓) มีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [286,1399,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และเพื่อการเกษตร","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกระวี หวานแก้ว ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา นายนาคิน จิตธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยปริก และนายชาญณรงค์ ศรีสว่าง กำนันตำบลห้วยปริก อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าประชาชนในตำบลห้วยปริก จำนวน ๒,๕๘๑ ครัวเรือน ซึ่งอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำกระทูน ตำบลกะทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช กรณีจากเหตุการณ์ภัยพิบัติดินโคลนถล่มและท่อนซุงไหลลงมาทับบ้านเรือนประชาชน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก ทำให้มีการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำกะทูน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ให้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และเพื่อการเกษตร แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถนำน้ำจากอ่างเก็บน้ำกะทูนไปใช้ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากยังไม่มีสถานีสูบน้ำและระบบส่งน้ำไปยังบริเวณพื้นที่ที่อยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำ\t\\n\tดังนั้น ขอให้สำนักงานชลประทานที่ ๑๕ (นครศรีธรรมราช) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการสำรวจและออกแบบก่อสร้างสถานีสูบน้ำในพื้นที่ \\nหมู่ที่ ๕ ตำบลห้วยปริก อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมระบบส่งน้ำและอาคารประกอบ ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตำบลห้วยปริก อำเภอฉวาง และพื้นที่ใกล้เคียง\\nในจังหวัดนครศรีธรรมราช","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [287,1397,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาไฟไหม้ การระเบิด และสารเคมีรั่วไหลในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ","ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ไฟไหม้ การระเบิด และก๊าซรั่วไหลจากโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้\\n\t\t- เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ เกิดเหตุที่บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (Bangkok Industrial Gas Company Limited หรือ BIG) เหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุท่อก๊าซระเบิด\\nในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย รวมทั้งสร้างความเสียหายต่อพื้นที่โดยรอบ\\n\t\t- วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ เกิดเหตุที่ บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด (Ming Dih Chemical Co., Ltd.) เป็นเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตสารเคมีและทินเนอร์ ทำให้เกิดควันไฟและการลุกไหม้\\nอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีการอพยพประชาชนในบริเวณใกล้เคียงเนื่องจากความเสี่ยงจากสารเคมีอันตราย\\n\t\t- วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เกิดเหตุที่ บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด (Ming Dih Chemical Co., Ltd.) เป็นเหตุการณ์ไฟไหม้รุนแรงที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย รวมถึง\\nมีการอพยพประชาชนในรัศมีหลายกิโลเมตรเนื่องจากมลพิษทางอากาศและการระเบิดของสารเคมี\t\t\\n- วันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ เกิดเหตุที่ บริษัท วี.ไอ.พี ปิโตรเลียม จำกัด ทำให้กลิ่นแก๊สแอลพีจีกระจายทั่วบริเวณ ส่งผลให้มีการสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่และปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ\\nโดยเด็ดขาด\t\t\\n- วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ สารเคมีรั่วไหลออกจากโรงงานอุตสาหกรรม \\nบริเวณนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปรากการ ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้และสารเคมีรั่วไหล มีการวางกระสอบปิดท่อระบายน้ำของโรงงาน เพื่อป้องกันการไหลของน้ำที่ใช้ในการดับเพลิงไปสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนใกล้เคียงได้\t\t\t\\n- วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๘ เกิดเหตุไฟไหม้คลังเก็บสินค้าแช่แข็งฺ BCS ในพื้นที่\\nจังหวัดสมุทรปราการ มีการสั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์และแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนในชุมชนโดยรอบและอพยพผู้เปราะบางไปยังจุดพักพิงชั่วคราว พร้อมแจ้งเตือนประชาชน เลี่ยงการออกมาอยู่ในที่โล่งแจ้ง เนื่องจากกลุ่มควันลอยปกคลุมชุมชนและลอยไปตามทิศทางลม","กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [288,1395,35,"นายชิบ จิตนิยม","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐจ่ายเงินชดเชยการไม่เผาอ้อย","คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้มีมติให้ภาครัฐสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย โดยขายอ้อยสดเข้าหีบ รัฐบาลจ่ายเพิ่ม ตันละ ๑๒๐ บาท เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล\\n \tขณะนี้เกษตรกรทั่วประเทศเริ่มฤดูกาลตัดอ้อย โดยนำอ้อยสดเข้าหีบตั้งแต่\\nเดือนธันวาคม ๒๕๖๗ ซึ่งการตัดอ้อยด้วยวิธีการเผามีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ ตันละ ๑๓๐ บาท \\nแต่การตัดอ้อยสดคุณภาพดีมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ ตันละ ๒๔๐ บาท เมื่อต้นทุนในการตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรจำนวนมากกลับไปใช้วิธีการเผาอ้อยตัดอ้อย ซึ่งช่วยลดต้นทุนแรงงาน\\nในการตัด และเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่า กำจัดใบและวัชพืชที่ไม่ต้องการออกไป ทำให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว\\nทั้งแบบใช้แรงงานคนและเครื่องจักร ประกอบกับยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลตามที่ได้ประกาศไว้ \\nจึงเป็นเหตุให้เกษตรกรไม่เกิดแรงจูงใจ และข้อมูลการกำหนดราคาอ้อย ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ \\nได้กำหนดราคาเดียวทั่วประเทศ ตันละ ๑,๑๖๐ บาท แต่ต้นทุนการผลิตอ้อย ประมาณตันละ ๑,๓๖๐ บาท มีส่วนต่างประมาณ ๒๐๐ บาท นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๖๘ จะมีผลผลิตอ้อย ประมาณ ๙๒ ล้านตัน มากกว่าปี ๒๕๖๗ ที่มีผลผลิตอ้อย จำนวน ๘๒ ล้านตัน จึงมีการคาดการณ์ว่าปี ๒๕๖๘ จะมีการตัดอ้อยจากการเผา จำนวน ๓๐ ล้านตัน จึงถือเป็นปัญหาที่น่ากังวลและอาจไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดการตัดอ้อยด้วยวิธีการเผาเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณาเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยตามที่ได้ประกาศไว้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [289,1393,175,"นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน","นโยบายของรัฐบาล","โครงการแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เฟส ๓","รัฐบาลได้ประกาศว่าจะมีโครงการแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เฟส ๓ สำหรับกลุ่มเยาวชนอายุ ๑๖-๒๐ ปี โดยมีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ (๑) เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลในพื้นที่อำเภอของผู้ที่รับสิทธิ์อาศัยอยู่ ทำให้เงินหมุนเวียนในท้องถิ่นและส่งเสริมธุรกิจรายย่อย (๒) ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในกลุ่มเยาวชนอายุ ๑๖-๒๐ ปี ซึ่งมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเป็นอย่างดี จะช่วยเสริมสร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีทางการเงิน และเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต และ (๓) ส่งเสริมการเรียนรู้การจัดการทางการเงิน การใช้เงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกฝนวางแผนการใช้จ่ายเงินส่วนบุคคล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญสำหรับอนาคต\\n \tนอกจากนี้ เมื่อได้ติดตามข้อมูล ข่าวสาร ความคิดเห็นจากสื่อสังคมออนไลน์ และจากข่าว\\nที่เกี่ยวข้อง แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนบางส่วนที่รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม โดยมี\\nการตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่แจกเงินให้กับผู้เสียภาษีในกลุ่มวัยทำงานที่เป็นผู้สร้างเศรษฐกิจ แต่กลับมุ่งเน้นกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุ เช่น “คนที่จ่ายภาษีหลัก ๆ คือ อายุ ๒๐-๕๐ ปี ซึ่งแต่ละคนมีภาระ\\nค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังไม่เหมาะสมที่จะได้รับหรืออย่างไร” จากคำถามดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณให้แก่กลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่เสียภาษีให้แก่รัฐ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแจกเงินให้กลุ่มเยาวชนว่า “ปิดเทอมพอดี เยาวชนนำเงินไปเติมเกม” “ติดเกมกันสนุกไปเลย” “รัฐบาลสร้างฐานเสียงสำหรับการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่” เป็นต้น ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [290,1391,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจ่ายเงินสนับสนุนโครงการเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ปีการผลิต ๒๕๖๖/๒๕๖๗","นโยบายของรัฐบาลในการจ่ายเงินสนับสนุนให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 นั้น ปัจจุบันเกษตรกรของประเทศไทยประสบกับความลำบากในการประกอบอาชีพเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อยจำนวนหลายแสนครัวเรือน ที่มีระเบียบวินัยปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด ในการลดการเผาไร่อ้อย อันเป็นสาเหตุของการเกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 โดยที่รัฐบาลได้สร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกร ว่าจะจ่ายเงินตามโครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5\\nโดยกำหนดอัตราการจ่ายเงินสนับสนุนตามโครงการฯ ในอัตราไม่เกิน ๑๒๐ บาทต่อตัน ทั้งนี้ หน่วยงาน\\nที่รับผิดชอบโครงการฯ คือ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) \\nซึ่งได้รับผิดชอบการดำเนินโครงการมาเป็นเวลาหลายปี แต่ในทางปฏิบัตินั้นพบว่า การจ่ายเงิน\\nตามโครงการฯ ดังกล่าว เป็นไปด้วยความล่าช้า โดยในฤดูการผลิต ๒๕๖๖/๒๕๖๗ ชาวไร่อ้อยได้ตัดอ้อยเพื่อส่งมอบให้แก่โรงงานน้ำตาลแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๖ จนถึงปัจจุบันระยะเวลาได้ล่วงเลยมาปีเศษ แต่เกษตรกรชาวไร่อ้อยยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนตามโครงการฯ แต่อย่างใด  สะท้อนให้เห็นว่า\\nรัฐบาลไม่เอาใจใส่และไม่ให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวไร่อ้อย ประกอบกับราคาอ้อยในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ มีราคาตกต่ำลงอีก ๓๐๐ กว่าบาทต่อตัน จากเดิมในปีที่แล้วที่มีราคา ๑,๔๒๐ บาทต่อตัน เหลือเพียง ๑,๑๖๐ บาทต่อตัน ณ ระดับความหวานที่ ๑๐ ซีซีเอส (Commercial Cane Sugar: CCS) โดยหากเกษตรกรสามารถควบคุมการผลิตอ้อยให้มีค่าความหวานเพิ่มมากขึ้น ก็จะได้ราคาตอบแทนเพิ่มขึ้นตามลำดับ \\n\tอย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลได้แถลงเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ โดยระบุถึง\\nความคืบหน้าในการจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี \\nซึ่งจะเห็นได้ว่าการดำเนินการมีความล่าช้าและไม่สามารถระบุได้ว่า คณะรัฐมนตรีจะพิจารณา\\nเรื่องดังกล่าวเมื่อใด และเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยเมื่อใด โครงการฯ ดังกล่าวเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณไม่มากในการดำเนินการทั้งประเทศ ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท หากเปรียบเทียบกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่เฟสที่ ๓  ใช้งบประมาณในการดำเนินการมากกว่า ๕ แสนล้านบาท","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [291,1389,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการวางท่อของบริษัทเอกชนตามแนวถนน อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง","ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้รับความเดือดร้อนจากการวางท่อประปาเพื่อส่งน้ำตามแนวถนน หมู่ ๗ ตําบลหนองบัว อําเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยมีบริษัทเอกชนเป็นผู้รับสัมปทาน จากการวางท่อประปาตามแนวถนนสายดังกล่าว พบว่ามีรอยรั่ว ทำให้มีน้ำไหลซึมท่วมถนน ถนนเกิดทรุดตัวเป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นอันตรายต่อผู้ที่สัญจรไป-มา ซึ่งถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง ๓ อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง และอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง\\n\tการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา ประชาชนได้แจ้งไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลในท้องที่ เพื่อขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไข แต่ได้รับการช่วยเหลือเพียงบางส่วน ถนนยังคงชำรุดทรุดโทรม อีกทั้ง มีการผลักภาระความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน คือ องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง  และการประปาส่วนภูมิภาค โดยการประปาส่วนภูมิภาคแจ้งว่าปัญหาดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดชอบ เนื่องจากได้ให้สัมปทานกับบริษัทเอกชนเรียบร้อยแล้ว จนถึงปัจจุบันหน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชนที่ได้รับสัมปทาน ยังไม่เข้ามาดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [292,1387,133,"นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความปลอดภัยในการสัญจรของนักเรียน ครู และประชาชน บนทางหลวง หน้าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอาชีวศึกษาเชียงราย-พะเยา อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย","เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์\\nและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่โรงเรียนตํารวจตระเวนชายแดนอาชีวศึกษาเชียงราย-พะเยา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๖ ตําบลริมโขง อําเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โรงเรียนดังกล่าวได้เปิดสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดาร โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดสอนตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ มีนักเรียน จำนวน ๑๔๓ คน ครู จำนวน ๑๒ คน \\n\tคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารของโรงเรียน นายอําเภอเชียงของ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่น ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งครู และนักเรียน เกี่ยวกับกรณีความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนบริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากการสัญจรของนักเรียนในถิ่นทุรกันดารส่วนใหญ่ใช้วิธีการเดินเท้าและการปั่นจักรยานมาโรงเรียน ประกอบกับบริเวณหน้าโรงเรียนมีการก่อสร้างสะพานลอยบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒๙๐  และสภาพถนนก่อนถึงหน้าโรงเรียนมีลักษณะเป็นเนินโค้งสูง ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นผู้สัญจรไป-มา และบางกรณีไม่ทราบว่าข้างหน้าเป็นโรงเรียน จึงเป็นสาเหตุให้รถไม่สามารถชะลอความเร็วได้ทัน ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบริเวณหน้าโรงเรียนบ่อยครั้ง","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",22,2568,"2025-03-11T00:00:00"],
    [293,1385,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้มงวดกวดขัน กรณีรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดบนทางหลวงสายเอเชียระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช-จังหวัดสงขลา","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าปัจจุบันในช่วงเวลากลางคืนกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกในพื้นที่ได้ใช้รถบรรทุก บรรทุกหินน้ำหนักกว่า ๑๐๐ ตัน/รถบรรทุก ๑ คัน\\nซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขนส่งหินจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยัง จังหวัดสงขลา บนทางหลวงสายเอเชีย ระหว่างอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช-อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ระยะทางประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร เป็นเหตุให้ทางหลวงสายเอเชียช่วงดังกล่าวได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ซึ่งถนนบางช่วงเพิ่งก่อสร้างเสร็จไม่ถึง ๒ ปี ได้มีสภาพชำรุดเสียหายอันเนื่องมาจากรถที่บรรทุกหินน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้สัญจรแล้ว \\nยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐที่จะต้องสูญเสียงบประมาณในการซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเสียหาย\\nทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด\\nที่ทำการขนส่งในช่วงเวลากลางคืนแต่อย่างใด ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจทางหลวง (ทุ่งสง ชะอวด ควนขนุน ควนหินแท่น และพรุพ้อ) และตำรวจภูธร (ทุ่งสง ร่อนพิบูลย์ จุฬาภรณ์ ชะอวด ป่าพะยอม ควนขนุน เมืองพัทลุง เขาชัยสน บางแก้ว ป่าบอน รัตภูมิ และบางกล่ำ) ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือเรื่องนี้ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๘ และกองบัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๙ พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยดำเนินการจับกุมรถที่บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [294,1383,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗","เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ จังหวัดเชียงรายประสบปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ \\nเป็นเหตุให้มีผู้ประสบอุทกภัยและได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลได้มีการจัดสรรงบประมาณให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัย (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘) \\nแบ่งเป็น ๗ รายการ ได้แก่ (๑) เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน \\nพ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวน ๙๙,๙๙๓,๒๑๓ บาท (๒) มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๗ \\nจำนวน ๓๑๖,๑๑๖,๐๐๐ บาท (๓) กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน ๑๒,๔๙๐,๐๐๐ บาท (๔) กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี ๒๕๖๗ จำนวน ๙,๗๖๘,๐๐๐ บาท (๕) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ \\nจำนวน ๒,๙๗๐,๐๐๐ บาท (๖) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงานภาคเหนือ \\nจำนวน ๓๔,๙๖๑,๘๖๓ บาท และ (๗) ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฯ ให้อำนาจองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น จำนวน ๑๑๒,๑๕๑,๙๙๓ บาท รวมยอดเงินช่วยเหลือทั้งสิ้น ๘๕๗,๖๓๐,๘๐๕.๕๖ บาท\\nอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังมีผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากการสอบถามจังหวัดเชียงราย ทราบว่าจังหวัดเชียงรายได้ขอขยายวงเงินทดรองราชการไปยังกรมบัญชีกลาง\\nจำนวน ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความช่วยเหลือประชาชนจังหวัดเชียงรายที่ประสบอุทกภัยดังกล่าวโดยเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [295,1381,111,"นางสาวมาเรีย เผ่าประทาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การปิดทางข้ามทางรถไฟหน้าวัดดอนยาง ตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน\\nจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับความเดือดร้อนจากการปิดทางข้ามทางรถไฟบริเวณหน้าวัดดอนยาง \\nอันเนื่องมาจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ซึ่งทางข้ามทางรถไฟดังกล่าว\\nเป็นเส้นทางการสัญจรหลักของประชาชนตำบลบ้านกรูดและพื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่ฝั่งถนนเพชรเกษม\\nที่จะข้ามมายังฝั่งชายหาด ซึ่งปกติการเดินทางจากถนนเพชรเกษม ไปยังชายหาดบ้านกรูด ต้องผ่านชุมชนและวัดดอนยางเพื่อข้ามทางรถไฟแห่งนี้ และนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมชายหาดบ้านกรูดมักจะใช้เส้นทางนี้ในการสัญจรเช่นกัน โดยการปิดกั้นเส้นทางที่เป็นเส้นทางสัญจรหลักทำให้นักท่องเที่ยว\\nเกิดความสับสน และผู้สัญจรต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นที่มีการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งมี\\nความลาดชันสูง ทำให้รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานขึ้นทางลาดชันลำบาก สำหรับรถจักรยานยนต์เก่าที่นำไปพ่วงข้าง (ซาเล้ง) ที่พยายามขึ้นทางลาดชันดังกล่าวแต่ไม่สามารถขึ้นได้และไหลลงจนเกิดอุบัติเหตุ ด้วยเหตุนี้ ประชาชนส่วนมากในพื้นที่ซึ่งใช้รถจักรยานยนต์ในการสัญจรเป็นหลักจึงหันไปใช้\\nทางลอดใต้ทางรถไฟที่มีการก่อสร้างไว้ก่อนหน้านี้ แต่ถนนเส้นดังกล่าวเป็นดินและมีฝุ่นเป็นจำนวนมาก เทศบาลตำบลบ้านกรูดจึงได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างถนนคอนกรีต และบริเวณที่จะเข้าไปยัง\\nทางลอดเป็นสามแยกจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเมื่อออกจากทางแยกจะเป็นทางลาดลงไป\\nนอกจากนี้ การปิดเส้นทางสัญจรดังกล่าว ส่งผลให้ร้านค้าชุมชนเงียบเหงา ขาดรายได้ และต้องปิดตัวลง เพราะปริมาณคนสัญจรน้อยลง ดังนั้น จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย พิจารณาเปิดเส้นทางข้ามทางรถไฟบริเวณด้านหน้าวัดดอนยาง ตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสัญจรได้โดยสะดวกต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [296,1379,6,"นายกัมพล ทองชิว","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความไม่ชัดเจน กรณีการถ่ายโอนอำนาจจากกรมเจ้าท่าไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับมอบอำนาจ “เจ้าท่า” จากกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ตามมาตรา ๑๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ \\nให้สามารถพิจารณาและอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ โดยกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณา\\nให้เป็นไปตาม “คู่มือการอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและการขุดลอกร่องน้ำขนาดเล็ก” และกรมเจ้าท่าได้มีหนังสือ ที่ คค ๐๓๑๐.๗/๕๐๖๖ ลงวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์แจ้งเวียนข้อมูลการมอบอำนาจ “เจ้าท่า” แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแนวทางการพิจารณาการอนุญาตสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต่อมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้มีหนังสือ ที่ มท ๐๘๐๔.๖/ว ๑๑๐ ลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๒ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวพร้อมกับ “คู่มือการอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและการขุดลอกร่องน้ำขนาดเล็ก” อย่างไรก็ดี ยังมีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับความชัดเจนของขอบเขตการถ่ายโอนอำนาจ เนื่องจากหนังสือเวียนแจ้งการถ่ายโอนอำนาจเป็นการ “ให้อำนาจอนุญาต” แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้มีการแจ้งรายละเอียดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณได้ \\nแต่ภายหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๔๕ หนังสือเวียนมิได้มีการระบุถึงการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ\\nในการขุดลอกคูคลอง แต่อย่างใด กรณีมีปัญหาดินสไลด์และถนนทรุดเกิดขึ้นบริเวณถนนเลียบคลองบ้านแพ้วฝั่งเหนือ ในพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านแพ้ว (ทต.บ้านแพ้ว) อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร \\nมาเป็นระยะเวลา ๓ ปี ยังไม่สามารถก่อสร้างพนังกั้นน้ำได้ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มั่นใจว่ามีอำนาจในการก่อสร้างพนังกั้นน้ำบริเวณคลองบ้านแพ้วฝั่งเหนือหรือไม่ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร\\nได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อขอความชัดเจนหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด อนึ่ง ตามหนังสือแจ้งเวียนการถ่ายโอนอำนาจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมเจ้าท่า\\nระบุว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถขุดลอกร่องน้ำขนาดเล็กเท่านั้น และคาดหมาย\\nว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งอาจประสบปัญหาความไม่ชัดเจนว่า คู คลอง ร่องน้ำใด \\nในพื้นที่สามารถดำเนินการขุดลอกเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำไม่ให้เกิดน้ำท่วม น้ำแล้งในพื้นที่ หรือก่อสร้างพนังกั้นน้ำเพื่อป้องกันตลิ่งทรุดได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาสั่งการ\\nไปยังกรมเจ้าท่าในระดับพื้นที่เพื่อประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับความชัดเจน\\nของแหล่งน้ำ ว่าแหล่งน้ำใดในพื้นที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการขุดลอก \\nหรือก่อสร้างพนังกั้นน้ำได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [297,1377,141,"นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ","กฎหมาย","ปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทย","จากประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) อยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชันในประเทศไทยยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการคอร์รัปชันหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช. ) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศยังไม่สูงขึ้น ซึ่งดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) วัดจากการรับรู้ของประชาชนด้านการต่อต้านการทุจริต ที่รับรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ รับรู้ด้วยความเข้าใจของตนเอง และรับรู้จากค่านิยมของสังคมไทย\\n \tดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตควรรณรงค์หรือประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตของประชาชนให้มากขึ้น เพื่อให้คะแนนดัชนีการรับรู้\\nการทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยสูงขึ้น ขอยกตัวอย่าง ประเทศเวียดนาม \\nและประเทศอินโดนีเซีย จากเดิมที่มีปัญหาการคอร์รัปชันสูงกว่าประเทศไทยมาก แต่ปัจจุบันปัญหา\\nการคอร์รัปชันภายในประเทศได้ลดน้อยลง เพราะรัฐบาลได้สร้างการรับรู้การต่อต้านการทุจริต\\nให้แก่ประชาชนเพิ่มมากขึ้น\\n \tต่อประเด็นข้างต้น รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับการรณรงค์หรือการประชาสัมพันธ์\\nให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้การต่อต้านการทุจริตให้กับประชาชน รวมทั้งควรจัด\\nให้มีระบบการตรวจสอบจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่าง ๆ ให้มีความโปร่งใส อันจะเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ด้านการต่อต้านการทุจริตของประเทศไทยให้ดีขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [298,1375,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","สระน้ำสาธารณะ","จากสระน้ำสาธารณะเป็นแหล่งน้ำที่ขุดขึ้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่\\nสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน เช่น การตกปลาเพื่อนำไปเป็นอาหาร การนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตร การกักเก็บน้ำไว้ในฤดูแล้ง เป็นต้น ซึ่งการขุดสระน้ำสาธารณะ อาทิ สระเศรษฐกิจพอเพียงโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ บ่อจิ๋วจากโครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ซึ่งมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น \\nโดยมีการดำเนินการในที่ดินสาธารณประโยชน์และที่ดินส่วนบุคคล\\n \tโดยทั่วไปการดำเนินการขุดสระน้ำสาธารณะจะมีป้ายกำกับว่าเป็นสระน้ำสาธารณะ มีถนนที่เป็นทางเข้า-ออก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏ\\nว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทย เมื่อมีการดำเนินการขุดสระน้ำสาธารณะเสร็จสิ้นแล้ว มักมีการนำป้าย\\nที่เขียนว่าสระน้ำสาธารณะออก อีกทั้งยังปิดกั้นทางเข้า-ออก เพื่อมิให้ประชาชนทั่วไปสามารถ\\nใช้ประโยชน์จากสระน้ำสาธารณะได้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก\\n \tดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกพื้นที่ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงกรณีดังกล่าว เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชน\\nในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี รวมถึงหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบและประสาน\\nการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ\\nจากการที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสระน้ำสาธารณะในพื้นที่ได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [299,1371,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในจังหวัดจันทบุรี","ปรากฏการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ได้แก่ รายการข่าว ๓ มิติ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ช่อง ๗HD และมติชน ได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องกรณีการบุกรุก พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และการขุดดินโดยมิได้รับอนุญาตในพื้นที่เขาบ่อทอง ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี และพื้นที่อื่น ๆ ของภาคตะวันออก แม้ว่าได้มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องบางส่วนแล้วแต่ยังปรากฏหลักฐานต่าง ๆ เช่น รถแบคโฮ เลื่อยยนต์ รถขนดิน และดินที่ตกหล่นเกลื่อนผิวถนน ทั้งนี้ระยะเวลาได้ผ่านมาประมาณ ๑ เดือนแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดแล้วหรือไม่ อย่างไร โดยในช่วงระยะเวลา ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในภาคตะวันออกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nเร่งรัดการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยเร่งด่วน ก่อนพื้นที่ป่าไม้จะถูกทำลายเพิ่มมากขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [300,1369,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","การเข้าถึงระบบบริการสุขภาพของคนไทย กรณีค่ารักษาพยาบาลและค่ายาที่แพงของโรงพยาบาลเอกชน ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน","จากนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปิดงานเสวนา Global Soft Power Talks\\n: The New Rules of Soft Power ว่าประเทศไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในการรักษาพยาบาล\\nและการดูแลสุขภาพ หรือ “MEDICAL HUB” ด้วยเหตุผล ๓ ประการ ดังนี้\\n \t\t\t\tประการที่หนึ่ง โรงพยาบาลของประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ \\nโดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน\\n \t\t\t\tประการที่สอง ความรู้ ความสามารถ และการรักษาของบุคลากรทางการแพทย์ \\nรวมถึงไมตรีจิตของคนไทย\\n \t\t\t\tประการที่สาม การเข้าถึงการรักษาพยาบาลในราคาที่ถูก \\n \t\t\t\tจากเหตุผลข้างต้น เมื่อกลับมาพิจารณาถึงประชาชนที่ต้องการเข้ารับการรักษา\\nในโรงพยาบาลของรัฐ กรณีจะต้องไปเข้าคิวเพื่อรอรับการรักษาตั้งแต่เช้ามืด การรอพบแพทย์\\nเพื่อรับการรักษาและการรอรับยาในโรงพยาบาลของรัฐแต่ละครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ ๑ วัน ซึ่งทำให้ไม่สามารถไปทำภารกิจอย่างอื่นได้ แม้ว่าปัจจุบันสิทธิการรักษาพยาบาลขั้นพื้นฐานของคนไทย \\nได้แก่ สิทธิสวัสดิการข้าราชการ สิทธิประกันสังคม และสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ \\nแต่พบว่ามีประชาชนหันไปใช้บริการของโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มมากขึ้นเพราะได้รับการบริการ\\nที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งไม่เสียเวลาในการรอพบแพทย์นานเกินไป \\nแต่อย่างไรก็ดี โรงพยาบาลเอกชนมีค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาที่ราคาแพง ปัญหาดังกล่าวเนื่องมาจาก\\n \t\t\t\t๑. ยาบางชนิดถูกผูกขาด โดยบริษัทยาบางราย ทำให้บริษัทยาสามารถตั้งราคายา\\nได้ตามอำเภอใจ หรือยาบางชนิดต้องซื้อจากโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น \\n \t\t\t\t๒. ยาบางชนิดต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ยามีราคาสูง เพราะมีต้นทุนค่าการตลาดของบริษัทยา ค่าธรรมเนียม และค่าภาษีนำเข้า\\n \t\t\t\t๓. กระบวนการขึ้นทะเบียนยา ขั้นตอนของภาครัฐที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูง\\nทำให้บริษัทยาต้องเพิ่มราคายาเพื่อชดเชยต้นทุนดังกล่าว\\n \t\t\t\t    โดยปัญหาค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาที่แพงของโรงพยาบาลเอกชน ก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชน ทำให้ประชาชน\\nมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้น บางครอบครัวมีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา\\nในโรงพยาบาลเอกชน ทำให้ต้องกู้เงินเพื่อมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล ส่งผลให้มีภาระหนี้สินตามมา \\nดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n \t\t\t\t๑. รัฐบาลควรมีการควบคุมราคายาและค่าบริการในโรงพยาบาลเอกชนให้มีมาตรฐานและมีความเหมาะสม เพื่อไม่ให้โรงพยาบาลเอกชนตั้งราคาค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่ายา\\nที่ราคาสูงเกินความเป็นจริง รวมทั้งควรจัดทำระบบติดตามและกำกับดูแล\\n \t\t\t\t๒. ส่งเสริมการผลิตยาและสั่งจ่ายยาที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้ายา\\nจากต่างประเทศ\\n \t\t\t\t๓. เพิ่มการแข่งขันในตลาดยาและบริการทางการแพทย์ เพื่อให้ค่าบริการทางการแพทย์และค่ายามีราคาถูกลง ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพดีขึ้น\\n\t\t\t\t๔. พัฒนาระบบประกันสุขภาพให้มีความครอบคลุมมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและครอบครัว\\n \t\t\t\tอนึ่ง รัฐบาลควรมีการดำเนินการเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง ซึ่งค่าบริการ ค่ารักษาพยาบาล และค่ายาของโรงพยาบาลเอกชนที่มีราคาสูงเกินไป\\nเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบและกำกับดูแลให้อยู่ในมาตรฐานที่กำหนด\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [301,1367,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","นโยบายของรัฐบาล","การจัดทำงบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดอายุ ๐-๖ ปี แบบถ้วนหน้า","เด็กเล็กอายุ ๐-๖ปี จำเป็นต้องได้รับโภชนาการและการเลี้ยงดูที่เหมาะสม\\nจึงจะเจริญเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศไทยดำเนินนโยบายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กเล็กในรูปแบบการสงเคราะห์ให้เด็กที่ครอบครัวยากจนเท่านั้น \\nและในแต่ละปีพบว่ามีเด็กเล็กตกหล่นไม่ได้รับสิทธิ์เงินอุดหนุนเป็นจำนวนมาก โดยสถาบันวิจัย\\nเพื่อการพัฒนาประเทศ (Thailand Development Research Institute :TDRI) ได้นำเสนอข้อมูล\\nในงานวิจัยว่า ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๖๐-พ.ศ. ๒๕๖๑ มีเด็กเล็กตกหล่นไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลประมาณร้อยละ ๓๐ ของเด็กที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนทั้งหมด หากรัฐบาลยังมีการดำเนินการเช่นนี้\\nจะมีเด็กเล็กที่ตกหล่นไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ ๕๐ ของเด็กที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนทั้งหมด โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ องค์กรภาคประชาชน จำนวน ๔๕๐ องค์กรทั่วประเทศ ได้รวมตัวกันในนาม “คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า” \\nได้เรียกร้องให้รัฐบาลขยายสวัสดิการเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กเล็กให้เป็นแบบถ้วนหน้ามาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบข้อเสนอของคณะกรรมการ\\nแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม และเห็นชอบกับข้อเสนอการขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการโดยรัฐของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐ ที่เสนอให้จัดสวัสดิการ\\nเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด โดยเปลี่ยนจากระบบสงเคราะห์เป็นแบบถ้วนหน้าและให้ดำเนินการต่อไป \\nแต่อย่างไรก็ดี ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ พบว่ารัฐบาลยังมิได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด โดยเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แจ้ง\\nต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐว่า ได้ดำเนินการจัดทำหนังสือเสนอขอรับ\\nการจัดสรรเงินงบประมาณเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้าในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ไปยังสำนักงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณา\\nให้ความเห็นชอบและจัดสรรเงินงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อเป็นเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดแบบถ้วนหน้าซึ่งจะมีเด็กแรกเกิดได้รับประโยชน์ทั่วประเทศ จำนวน ๓ ล้านกว่าคน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [302,1365,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","เร่งพัฒนา “จุดจอดรถไฟ อิน-จัน” เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ตลาดร่มหุบ","จังหวัดสมุทรสงครามมีตลาดแม่กลอง หรือ ตลาดร่มหุบ ซึ่งเป็นตลาดชื่อดังของจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟแม่กลองทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเวลาที่รถไฟ เข้า-ออก สถานีรถไฟแม่กลอง และบางวันหากน้ำทะเลหนุนสูงและมีน้ำท่วมถนนในพื้นที่ตลาดจะทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ซึ่งจากเดิมจะใช้พื้นที่ของวัดเพชรสมุทรวรวิหารเป็นพื้นที่จอดรถ\\nของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมตลาดร่มหุบ แต่ปัจจุบันทางวัดเพชรสมุทรวรวิหารมีการก่อสร้างอุโบสถ\\nจึงทำให้พื้นที่จอดรถน้อยลง ต่อประเด็นปัญหาดังกล่าว คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดสมุทรสงคราม ได้มีการเตรียมการเพื่อแก้ไขปัญหา\\nที่จอดรถ โดยเมื่อ ๕ ปี ที่ผ่านมา กรอ. จังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดหาพื้นที่ใกล้กับตลาดร่มหุบ\\nเพื่อเป็นที่หยุดรถไฟแห่งใหม่ และเป็นจุดจอดรถของนักท่องเที่ยว คือ บริเวณศูนย์ราชการ หรือ เรียกว่า “อนุสรณ์สถานแฝดสยาม อิน-จัน” ที่อยู่ห่างจากศาลากลางประมาณ ๔ กิโลเมตร ซึ่งจะพัฒนา\\nเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรสงคราม โดยใช้ชื่อว่า “จุดจอดรถไฟ อิน-จัน” เพื่อรับนักท่องเที่ยวขึ้นรถไฟจากบริเวณดังกล่าว ไปยังตลาดร่มหุบและรับนักท่องเที่ยวจากตลาดร่มหุบ\\nกลับมาที่ลานจอดรถ ซึ่งจะสามารถบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณตลาดร่มหุบได้ แต่อย่างไรก็ดี การพัฒนา “จุดจอดรถไฟ อิน-จัน” ติดปัญหาเรื่องการขอใช้พื้นที่ของหน่วยงานราชการบางหน่วยงาน และปัญหางบประมาณการสร้างถนนเพื่อพัฒนาเส้นทางเชื่อมจุดจอดรถไฟ อิน-จัน ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการการพัฒนา “จุดจอดรถไฟ อิน-จัน” ให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณสถานีรถไฟและตลาดร่มหุบให้แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",18,2568,"2025-02-25T00:00:00"],
    [303,1363,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาข้อความสั้น (SMS) จากมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่","จากปัจจุบันประชาชนจำนวนมากได้รับข้อความสั้น (SMS) ผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อความที่แจ้งเตือนการทำธุรกรรมทางการเงิน ข้อความที่หลอกลวงว่าเจ้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้รับรางวัลและต้องกด Link ที่แนบมา\\nเพื่อยืนยันตัวตน ข้อความแอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงิน ข้อความที่หลอกให้กู้เงินหรือชวนเล่นการพนันออนไลน์ และข้อความที่อ้างว่าได้รับเงินช่วยเหลือโดยจะต้องดำเนินการผ่าน Link หรือ Add Line เป็นต้น และเมื่อเจ้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่กด Link หรือ Add Line จะถูกมิจฉาชีพ\\nโอนเงินออกจากบัญชี ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ต้องสูญเสียทรัพย์สิน\\nจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศ (Cyber Security) ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการในการป้องกันและคัดกรองข้อความสั้น (SMS) ที่เป็นการหลอกลวงจากมิจฉาชีพ โดยรัฐบาลควรสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประสานงานกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการตรวจสอบและปิดกั้น (Block) หมายเลขโทรศัพท์ที่พบว่าเป็นต้นทางของข้อความสั้น (SMS) ที่เป็นการหลอกลวง และกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน\\nในการอนุญาตให้ส่งข้อความสั้น (SMS) ครั้งละจำนวนมาก เพื่อป้องกันการส่งข้อความสั้น (SMS) \\nในทางมิชอบ รวมทั้งควรมีการพิจารณาแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความชัดเจนและกำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิดและผู้ที่สนับสนุนการกระทำความผิดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งดำเนินการจัดทำระบบแจ้งเหตุและแจ้งเตือนแบบเวลาจริง (Real Time) โดยปัญหาการส่งข้อความสั้น (SMS) หลอกลวงประชาชนผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ\\nและดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและปกป้องประชาชนมิให้\\nตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [304,1361,6,"นายกัมพล ทองชิว","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการลักลอบเก็บถ่านหินและกะลาปาล์มโดยไม่ได้รับอนุญาต และปิดคลองสาธารณะ สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน หมู่ที่ ๒ ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร  จังหวัดสมุทรสาคร","เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนปัญหาการลักลอบเก็บถ่านหิน\\nและกะลาปาล์ม และปิดคลองสาธารณะ จากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ ๒ ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร จึงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบปัญหาดังกล่าว พบว่ามีบริษัทแห่งหนึ่ง\\nได้ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการลักลอบเก็บถ่านหิน และกะลาปาล์ม รวมทั้ง\\nปิดคลองสาธารณะ มีการทำคันดินที่มีความสูงมากจนไม่สามารถมองเข้าไปพื้นที่ภายในสถานที่ที่มีการ\\nลักลอบเก็บถ่านหินและกะลาปาล์มได้ โดยมีการเก็บกองถ่านหินสูงเหมือนภูเขา และใช้รถแบคโฮ\\nตักถ่านหินใส่รถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นมลพิษ นอกจากนี้ ยังมีการทำคันดิน\\nและทำถนนปิดคลองสาธารณะ ๒ คลองในบริเวณดังกล่าว ซึ่งตามปกติน้ำจากคลองทั้งสองจะไหล\\nไปบรรจบกันที่คลองอ้อมโรงหีบ ก่อนที่ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน โดยบริษัทดังกล่าวได้ก่อสร้างแนวคันดิน\\nถมคลองสาธารณะ แบ่งคลองออกเป็น ๒ ส่วน เพื่อกักเก็บน้ำเสีย ทำให้พื้นที่คลองบางส่วนขาดหายไป \\nไม่สามารถระบายน้ำในคลองออกสู่แม่น้ำท่าจีนได้ ทำให้น้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น     \\n\t\tประเด็นปัญหา คือ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหา พบว่ามีการใช้รถแบคโฮตักถ่านหินใส่รถบรรทุกสิบล้อ มีการใช้เครื่องจักรและเครื่องผสมถ่านหินกับกะลาปาล์ม ควรถือว่า\\nเป็นการประกอบกิจการโรงงาน ซึ่งจะต้องขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม กลับชี้แจงในลักษณะว่า ไม่เข้าข่าย\\nโรงงานอุตสาหกรรม เพราะเป็นเพียงการเก็บกองถ่านหินและกะลาปาล์มเท่านั้น        \\n\t\tนอกจากนี้ บริษัทดังกล่าวได้เก็บถ่านหินและกะลาปาล์ม โดยไม่ได้จัดเวทีประชาคมสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการรวมตัวกันต่อต้านคัดค้านการเก็บถ่านหิน และปรากฏว่าผู้นำของชาวบ้านประสบเหตุถึงแก่ชีวิต ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ชาวบ้านในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาดำเนินการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน\\n\t\t(๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า พิจารณาดำเนินการตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้อง\\n\t\t(๓) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณาดำเนินการตรวจสอบการถมดินและการปิดคลองสาธารณะโดยเร่งด่วน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [305,1359,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","ติดตามและตรวจสอบการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์","จากเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาสภาพปัญหาการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พบว่าบริเวณชายแดนในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเป็นที่ตั้งของกาสิโน และฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีกาสิโนที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนรอบประเทศไทย ตรงข้ามกับจังหวัดต่าง ๆ อาทิ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดจันทบุรี \\nจังหวัดตราด จังหวัดระนอง จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย รวมจำนวนไม่น้อยกว่า ๓๗ แห่ง โดยเฉพาะด้านจังหวัดสระแก้ว มีจำนวนมากถึง ๑๒ แห่ง               \\n\t\tรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง โดยเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้เริ่มมาตรการตัดไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความเชื่อมโยงกับ\\nฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านตรงข้ามกับอำเภอแม่สอด \\nจังหวัดตาก จำนวน ๕ แห่ง ได้แก่ (๑) เมืองชเวโก๊กโก (๒) เมียวดี คอมเพล็กซ์ (๓) เมืองใหม่หวันหยา\t\t\t\t\t\t\t  \\nอินเตอร์เนชันแนล (๔) เมืองเคเค หรือเขตอุตสาหกรรมไซซีกัง และ (๕) เมืองไท่ชาง หรือเมืองช่องแคบ และต่อมาได้มีการตัดสายสัญญาณสื่อสารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจังหวัดสระแก้ว ได้แก่ ตึก ๒๕ ชั้น และตึก ๑๘ ชั้น นอกจากนี้ มีการช่วยเหลือเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ โดย ๕ อันดับแรก ประกอบด้วย (๑) ประเทศจีน จำนวน ๔,๘๖๐ คน (๒) ประเทศเวียดนาม จำนวน ๕๗๒ คน (๓) ประเทศอินเดีย จำนวน ๕๒๖ คน (๔) ประเทศเอธิโอเปีย จำนวน ๔๓๐ คน และ (๕) ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน ๒๘๓ คน          \\n\t\tภายหลังจากรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียวดี\\nและปอยเปตอย่างจริงจัง พบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มีการตั้งฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ โดยฐานสแกมเมอร์แห่งแรก ตั้งอยู่ที่เมืองโอร์เสม็ด เป็นกาสิโนชายแดน ด้านอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ มีการจับกุมคนไทย\\nจำนวน ๒๐ คน และคนเวียดนาม จำนวน ๔ คน ที่พยายามลักลอบหลบหนีเข้าเมือง เพราะเปิดบัญชีม้า แต่สแกนใบหน้าไม่ผ่าน จึงถูกลอยแพ รวมทั้งพบชาวจีนไต้หวันเข้ามาอยู่ในพื้นที่จำนวนหลายพันคน และฐานสแกมเมอร์แห่งที่สอง ตั้งอยู่ที่เมืองไพริน เป็นกาสิโนชายแดน ด้านอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ได้มีการตรวจยึดบัญชีม้า จำนวน ๒๐๐ เล่ม พร้อมบัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์เคลื่อนที่ และซิมเถื่อน จำนวนกว่า ๒๕๐ อัน ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ \\nได้มีการยึดอุปกรณ์รับสัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม (Starlink) จำนวน ๑๒ ชุด    \\n\t\tสถิติการแจ้งความออนไลน์สะสม ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ (๑,๐๒๐ วัน หรือ ๓๔ เดือน) มีคดีออนไลน์ ๗๗๓,๑๑๘ เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหาย ๗๙,๕๖๙,๔๑๒,๖๐๘ บาท และในปี ๒๕๖๘ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม – ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ (๔๓ วัน) มีคดีออนไลน์ ๒๘,๘๑๑ เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหาย ๒,๒๘๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ที่มา : กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)\\n\t\tดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอทราบแผนการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในระยะยาว เพื่อป้องกันการย้ายฐานสแกมเมอร์ ลดคดีอาชญากรรม \\nและลดความเสียหายของประชาชน ซึ่งถือเป็น ๑ ใน ๑๐ นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลให้เกิดผลสัมฤทธิ์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [306,1357,141,"นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ","กฎหมาย","ปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา บริเวณหลักเขตที่ ๗๓","คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดตราด เพื่อติดตามปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์และความมั่นคงชายแดนภาคตะวันออก และตรวจสอบผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นในทะเล (เขื่อนดัสกร) ของประเทศกัมพูชา บริเวณใกล้กับ\\nหลักเขตที่ ๗๓ ของประเทศไทย ปรากฏว่า แนวสันเขื่อนดังกล่าว ส่งผลให้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๑ จนถึงปัจจุบัน ประเทศกัมพูชามีแนวหาดทรายเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผืนดินของประเทศไทยค่อย ๆ หายไป เพราะถูกคลื่นกัดเซาะ ในอนาคตอาจขยายผลกระทบต่อการสูญเสียพื้นที่ในทะเลของไทย หากประเทศกัมพูชาอ้างตาม “บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน \\nเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๔ หรือ MOU 44” ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ทำหนังสือยับยั้งการก่อสร้าง\\nและให้ดำเนินการรื้อถอน แต่ได้รับคำตอบว่า ประเทศกัมพูชาไม่มีงบประมาณในการรื้อถอน กรณีดังกล่าว ประเทศไทยได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ดังนี้   \\n \t\t๖.๑ ผลกระทบทางกฎหมาย และเขตแดนทางทะเล โดยจุดอ้างอิงในการขยายอาณาเขตทางทะเลของประเทศกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ (United Nations Convention On The Law Of The Sea (UNCLOS, 1982)) หากอ้างสิทธิ์ตามข้อ ๑๑ ที่ระบุว่า เพื่อความมุ่งประสงค์ในการกำหนดขอบเขตของทะเลอาณาเขต สิ่งก่อสร้างถาวรตอนนอกสุดของเขตท่า ซึ่งประกอบเป็นส่วนอันแยกออกมิได้ของระบบการท่านั้นให้ถือว่าประกอบเป็นส่วนของฝั่งทะเล สิ่งติดตั้งนอกฝั่งและเกาะเทียมมิให้ถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างถาวรของเขตท่า อาจส่งผลให้ประเทศกัมพูชานำมาใช้ในการกำหนดแนวชายฝั่งเพื่อการอ้างสิทธิ์น่านน้ำใหม่ได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียหาย\\nเป็นอย่างมาก\\n \t\t๖.๒ ผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสิ่งแวดล้อม โดยพบว่า เกิดการเปลี่ยนแปลง\\nการไหลเวียนของน้ำ เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ชายหาดในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ลดลงและเกิดการพังทลายของดิน และการสะสมของตะกอนเปลี่ยนทิศทาง ส่งผลให้เกิดตะกอน\\nทับแนวปะการัง  \\n\t\t๖.๓ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม โดยพื้นที่จับปลาของชาวประมงในพื้นที่\\nได้เปลี่ยนแปลงไป และอาจส่งผลให้ชาวประมงของไทยต้องสูญเสียพื้นที่ทำประมงเดิมไป รวมทั้ง\\nอาจส่งผลทำให้ไม่สามารถพัฒนาโครงการท่องเที่ยวหรือโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด  \\n \t\tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดทำหนังสือแจ้งไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อให้ ดำเนินการรื้อถอนแนวเขื่อนกันคลื่นในทะเล (เขื่อนดัสกร) โดยเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันระบบนิเวศ \\nและทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย รวมทั้งป้องกันมิให้สูญเสียอำนาจอธิปไตยทางทะเล\\nของประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [307,1355,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการจราจรบนถนนกาญจนาภิเษก – คู้บอน","ปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนกาญจนาภิเษก – คู้บอน ส่งผลทำให้ประชาชนในพื้นที่เขตคลองสามวาได้รับผลกระทบ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ คน เขตคันนายาว มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ คน และเขตสายไหม มีประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ คน โดยเฉพาะในเวลาช่วงเช้าที่มีประชาชนเดินทางไปทำงานเป็นจำนวนมาก และในช่วงเวลาเย็นที่ต้องเดินทางกลับบ้าน โดยถนนที่เกิดปัญหาการจราจรวิกฤติ และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีจำนวน \\n๓ เส้นทาง ดังนี้    \\n \t\t๕.๑ บริเวณทางลอดใต้ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ – ถนนกาญจนาภิเษก เส้นทางระหว่างถนนคู้บอนกับทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๑ (ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์) และทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๒ (ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก) โดยมีจุดตัด จำนวน ๑๐ แห่ง และมีการกำหนดเส้นทางเดินรถในลักษณะคดเคี้ยวทำให้รถต้องชะลอตัว และติดขัดเป็นอย่างมากในช่วงเวลาเร่งด่วน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้มีการประชุมระหว่างกรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคันนายาว เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณดังกล่าว โดยการปรับเส้นทางการจราจรใหม่ ปรับจุดตัดให้เหลือ ๕ แห่ง และจัดทำวงเวียน\\nในบริเวณจุดตัดขนาดใหญ่ แต่จนกระทั่งปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด\\n \t\t๕.๒ บริเวณทางลอดใต้ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ – ถนนกาญจนาภิเษก (ทางลอดใต้สะพากิโลเมตรที่ ๓๕ ๐๐๐) เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๑ ไปออกถนนจตุโชติ เขตสายไหม \\nโดยเส้นทางดังกล่าวมีลักษณะเป็นตัว S มีรถบรรทุกใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก พื้นถนนชำรุด และช่องจราจรคับแคบทำให้รถยนต์ต้องชะลอตัวเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน ถึงแม้ว่าในช่วงเวลาเร่งด่วนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรมาอำนวยความสะดวกแล้วก็ตาม แต่ปัญหาการจราจรติดขัดก็ยังไม่ทุเลาลง     \\n \t\t๕.๓ ทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๒ (ถนนคู่ขนานกาญจนาภิเษก) ไปยังถนนคู้บอน เกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรถยนต์ที่สัญจรใช้ความเร็วค่อนข้างสูง แต่มีจุดเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน และจุดตัดลอดใต้ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ – ถนนกาญจนาภิเษก เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ถนนดังกล่าวไม่มีเกาะกลางถนน ไม่มีหมุดสะท้อนแสง ไม่มีเส้นสะดุด หรือสัญญาณเตือนที่ชัดเจน    \\n \t\tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาการจราจรอันเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เขตคลองสามวา เขตคันนายาว \\nและเขตสายไหม      ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [308,1353,80,"นางประทุม วงศ์สวัสดิ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนกรณีบ้านจัดสรรที่มีการทำ Pool Villa","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านวิวพอยต์ พัทยา (Viewpoint) ซอยชัยพฤกษ์ เมืองพัทยา ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ได้รับความเดือดร้อน จากการที่ผู้ประกอบการชาวไทยร่วมกับผู้ประกอบการชาวต่างชาติ เช่น ชาวจีน ชาวรัสเซีย และชาวอินเดีย เป็นต้น ได้ดัดแปลงต่อเติมบ้านพักอาศัยภายในหมู่บ้าน ร้อยละ ๓๐ ให้เป็นพูลวิลล่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักอาศัย และเก็บค่าเช่าเป็นรายวันรายเดือน และรายปี สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยในหมู่บ้านดังกล่าวอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสัญจรภายในหมู่บ้านมีสภาพแออัด เนื่องจากมีการใช้รถบัสเข้ามารับนักท่องเที่ยวภายในหมู่บ้าน ต่อมามีการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวโดยอิสระ สร้างมลพิษทางเสียง ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น โดยไม่เกรงใจผู้พักอาศัยในพื้นที่ อีกทั้งมีการทิ้งขยะมูลฝอยจำนวนมาก ส่งผลให้มีกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับ ดูแล และตรวจสอบกรณีดังกล่าว รวมถึงคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรที่ให้ชาวต่างชาติพักอาศัยในลักษณะเดียวกัน เพื่อมิให้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่                     ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [309,1351,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","อุบัติเหตุที่ป้องกันได้ ","จากการเกิดโศกนาฏกรรมอุบัติเหตุรถทัวร์คณะดูงานพลิกคว่ำบริเวณทางลงเขาศาลปู่โทน ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมาจาก ๓ ปัจจัย คือ ๑) สภาพผู้ขับขี่ยานพาหนะ มีสภาพมึนเมาหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ๒) สภาพแวดล้อม เช่น ถนนที่มีสภาพอันตราย และ ๓) สภาพรถโดยสารที่ใช้ขับขี่ ซึ่งสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ คือ เกิดจากสภาพแวดล้อมเป็นภูเขา มีความลาดชัน และมีระยะทางลงเขายาวกว่า ๓ กิโลเมตร ทำให้บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าวมีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง      \\n\t\tจากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของกรมทางหลวง \\nซึ่งกรมทางหลวงได้มีการชี้แจง และมีคำแนะนำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก\\nในการใช้ถนนที่เป็นเส้นทางอันตรายที่มีความลาดชัน ๗ องศา และมีระยะทางลงเขามากกว่า ๓ กิโลเมตร พบว่า มีจำนวน ๑๐๑ เส้นทางอันตราย จึงสะท้อนให้เห็นว่า ยังมีถนนอีกจำนวนมากที่เป็นเส้นทางอันตราย และต้องดูแลใส่ใจด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น     \\n\t\tดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ศึกษาหรือสำรวจเส้นทางที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่ยานพาหนะเพิ่มเติม และมีมาตรการป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นอีก อาทิ การพัฒนาคุณภาพของพนักงานขับรถ การตรวจสอบสภาพรถ ปรับปรุงสภาพถนน และสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้อง\\nตามหลักวิศวกรรม เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิต\\nและทรัพย์สินของประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [310,1349,35,"นายชิบ จิตนิยม","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำกระท่อมส่งผลกระทบต่อเยาวชนไทย","จากเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ \\nจังหวัดอุบลราชธานี นายแพทย์เพียรศักดิ์  แซ่หว่อง ได้แจ้งผลกระทบรุนแรงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า \\nและดื่มน้ำกระท่อม โดยกรณีที่หนึ่ง เป็นเยาวชนหญิงอายุ ๑๔ ปี มีอาการปอดและหลอดลมอักเสบรุนแรงจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า จนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพร่างกายต่อไปเพราะพิษภัย\\nของบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีสารเคมีอันตรายมากกว่า ๑,๐๐๐ ชนิด เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง\\nในระบบทางเดินหายใจ กรณีที่สอง เป็นเยาวชนที่ดื่มน้ำกระท่อมจนกระเพาะอาหารและลำไส้ทะลุ \\nเกิดภาวะเลือดออกรุนแรงในระบบทางเดินอาหาร จนเกิดภาวะช็อก (Shock) จากการเสียเลือดต้องเข้ารับ\\nการผ่าตัดฉุกเฉิน เนื่องจากดื่มน้ำกระท่อมในปริมาณมาก หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีก็อาจเสียชีวิตได้ ซึ่งทั้งสองกรณีเป็นการตอกย้ำถึงการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า และความนิยมของการดื่มน้ำกระท่อม จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่าเยาวชนไทยอายุ ๑๕ – ๒๔ ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ ๗.๕ หรือประมาณ ๖๘๐,๐๐๐ คน เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๘.๖ ภายในระยะเวลา ๒ ปี อายุเฉลี่ยของผู้เริ่ม\\nสูบบุหรี่ไฟฟ้าลดลงเหลือ ๑๓.๔ ปี แสดงให้เห็นว่าปัญหาดังกล่าวกำลังลุกลามสู่กลุ่มเด็กที่มีอายุ\\nน้อยลงเรื่อย ๆ ส่วนการบริโภคน้ำกระท่อม นับตั้งแต่มีการนำพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดเมื่อปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่ามีเยาวชนอายุ ๑๕ – ๑๙ ปี ดื่มน้ำกระท่อมถึงร้อยละ ๕.๘ หรือประมาณ ๒๔๐,๐๐๐ คน \\nและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการสั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำกระท่อมทำได้อย่างง่ายดาย คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้เดินทางไปยังจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศลาวพบว่า \\nมีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าที่ผลิตจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก สาเหตุที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากคนในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จึงมีความจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เยาวชนคิดจะลอง คิดจะเสพ ไม่คิดจะซื้อ หรือไม่คิดจะขาย และนำผู้กระทำความผิด\\nมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า\\nและดื่มน้ำกระท่อมในเยาวชนไทยให้สำเร็จโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [311,1347,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","กฎหมาย","คนต่างด้าวแย่งอาชีพค้าขายในตลาด อ.ต.ก.  ","ได้รับการร้องเรียนว่า ได้มีคนต่างด้าวประกอบอาชีพค้าขายในพื้นที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือตลาด อ.ต.ก. เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นอาชีพสงวนเฉพาะสำหรับคนไทย โดยจากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูลพบว่า ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นแรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพค้าขาย เช่น ขายผลไม้ ขายหมูปิ้ง และขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งอาจเป็นการเช่าแผงโดยคนไทยจากนั้นให้คนต่างด้าวทำการค้าขาย หรือคนไทยเป็นเพียงนายหน้าให้กับคนต่างด้าว นอกจากนี้ ได้รับข้อมูลว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจะมีเจ้าหน้าที่ของตลาด อ.ต.ก. เป็นคนแจ้งความเคลื่อนไหวเพื่อให้คนต่างด้าวซ่อนตัว ซึ่งตลาด อ.ต.ก. เป็นพื้นที่ของรัฐแต่กลับปล่อยปละละเลย\\nให้คนต่างด้าวประกอบอาชีพค้าขาย จึงขอให้สำนักงานเขตจตุจักร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร \\nและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสอบการประกอบอาชีพของคนต่างด้าวในพื้นที่ตลาด อ.ต.ก. เพื่อให้คนไทยได้ประโยชน์สูงสุดในการประกอบอาชีพค้าขายต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",20,2568,"2025-03-04T00:00:00"],
    [312,1345,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","นโยบายของรัฐบาล","กลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเยาวชนไปทำงานในต่างแดน","เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๖๗ กรณีที่เยาวชนจังหวัดระยอง จำนวน ๒ คน ถูกหลอกลวง\\nไปทำงานกับกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยคนร้ายได้หลอกลวงเหยื่อ โดยการเปิดรับสมัครงานผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุสถานที่ทำงานตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลเมืองพัทยา\\nเมื่อเหยื่อยื่นสมัครงาน คนร้ายได้นัดหมายเหยื่อ โดยการนำรถตู้ไปรับแล้วพาไปเปิดบัญชีธนาคาร จำนวน ๔ แห่ง โดยอ้างว่าจะใช้เป็นบัญชีสำหรับรับเงินเดือน จากนั้นคนร้ายได้นำเหยื่อข้ามชายแดนบริเวณจังหวัดจันทบุรีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นได้บังคับให้เหยื่อทำงานกับกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ โดยการรอเรียกสแกนใบหน้า จากนั้นได้บังคับให้เหยื่อชักชวนเพื่อน และญาติพี่น้องไปทำงานในลักษณะเดียวกัน จึงทำให้\\nมีเหยื่อเพิ่มขึ้น จำนวน ๓๐ คน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทราบว่า เยาวชนที่ได้รับการช่วยเหลือจำนวนหนึ่งได้เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว แต่ต้องถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นบัญชีม้า\\n \tจากกรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า การหลอกลวงของกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ \\nมีการทำเป็นกระบวนการ โดยการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นลำดับขั้นตอน นอกจากนี้ การเปิดบัญชีธนาคาร\\nสามารถกระทำได้โดยสะดวก จึงเป็นช่องว่างให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงเหยื่อ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาเยาวชนถูกหลอกลวงไปทำงานให้กับกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ อย่างเป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [313,1343,115,"นางรจนา เพิ่มพูล","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา","เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าได้รับความเดือดร้อนจากสารเคมีรั่วไหลออกจากโรงงานเก็บสารเคมี มาเป็นระยะเวลา ๒ ปี โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลสามบัณฑิต หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๙ จำนวน ๕๐๐ หลังคาเรือน ประสบปัญหาด้านสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และผิวหนังอักเสบมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและที่อยู่อาศัยของประชาชน เพราะสารเคมีที่ถูกกักเก็บอยู่ใต้ดินเมื่อรั่วไหลออกมา ทำให้ดินบริเวณดังกล่าวไม่สามารถทำการเกษตรได้ และหลังคาสังกะสีก็ถูกกัดกร่อนจนเสียหาย ต่อมา ผู้ขอหารือได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ที่ตั้งของบริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขาอุทัย) ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชน ตลาด พื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งมีผู้คนสัญจรเป็นจำนวนมาก เมื่อสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้สนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหา โดยการขนย้ายไปกำจัด ซึ่งสามารถดำเนินการได้เพียงบางส่วน จึงทำให้สารเคมีที่รั่วไหลยังคงตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก และไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เร่งรัดการจัดสรรงบกลางให้แก่กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อนำไปแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรมรั่วไหลในพื้นที่ตำบลสามบัณฑิต อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [314,1341,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง","เนื่องจากสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยได้ร้องเรียนว่า ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลง\\nเป็นอย่างมากและตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๖๗ สินค้าส่งออกของประเทศไทยเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๗ มีมูลค่าการส่งออก จำนวน ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่ประกอบด้วยข้าว มูลค่า ๒๕๐,๖๕๖ ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีข้าวสำหรับบริโภคภายในประเทศ มูลค่ามากกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตข้าวของชาวนา ผ่านพ่อค้าคนกลาง จนกระทั่งถึงผู้บริโภคส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) เป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดรายจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จึงขอให้รัฐบาลพิจารณา ดังนี้\\n\t๑) จำหน่ายน้ำมันให้ชาวนาในราคา ลิตรละ ๑๐ บาท โดยจำกัดปริมาณ ไร่ละ ๒๕ ลิตร\\n \t๒) จำหน่ายปุ๋ยให้ชาวนา กระสอบละ ๔๐๐ บาท จำนวน ๒๐ กระสอบ\\n \t๓) ปรับลดราคายาปราบศัตรูพืชลง ร้อยละ ๒๕\\n \t๔) สั่งการให้คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คชก.ตำบล) ดำเนินการจัดประชุมเพื่อหารือตกลงราคาค่าเช่าที่ดินระหว่างผู้เช่าที่ดินทำนากับผู้ให้เช่าที่ดิน เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ และพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ เพื่อให้ค่าเช่าไม่สูงจนเกินไป และเกิดความเป็นธรรมตามความเหมาะสม\\n \t๕) การพิจารณาผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการข้าวในโอกาสต่อไป ควรพิจารณาผู้ที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการวิจัย และปรับปรุงพันธุ์ข้าวโดยตรง และขอให้สนับสนุนงบประมาณสำหรับการวิจัยและปรับปรุงพันธุ์ข้าว เพื่อให้ได้พันธุ์ข้าวคุณภาพดี สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้\\n \t๖) ควรกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการฟางข้าวที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [315,1339,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการโฆษณาผิดกฎหมายบนสื่อออนไลน์ หรือแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ OTT (Over - the - top)","ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลักที่ประชาชนใช้รับข้อมูลข่าวสาร และความบันเทิง แต่ก็เป็นช่องทางการโฆษณาที่ผิดกฎหมายจำนวนมาก เช่น การโฆษณาเกี่ยวกับ\\nการพนันออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้โดยง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชน นำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจ และอาชญากรรม การโฆษณาสินค้าและบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น ยาเสพติด ยาปลอม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ตลอดจนการโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงประชาชน เช่น การลงทุนแชร์ลูกโซ่ การกู้เงินที่ผิดกฎหมาย เป็นต้น\\n \tถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ ก็ตาม แต่การโฆษณาผิดกฎหมาย\\nบนสื่อสังคมออนไลน์ปัจจุบันนิยมใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ถึงแม้ว่าหน่วยงานของรัฐจะดำเนินการปิดกั้นการมองเห็นของโฆษณา แต่ก็ยังปรากฏโฆษณาใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีบางแพลตฟอร์มที่ไม่มีการตรวจสอบ และควบคุมการโฆษณาที่ผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีเซิร์ฟเวอร์ (Server) และให้บริการจากต่างประเทศ OTT (Over - the - top) ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการตรวจสอบ และปิดกั้นโฆษณาที่ผิดกฎหมาย และเร่งปรับปรุงกฎหมายที่สามารถบังคับใช้กับแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ OTT (Over - the - top) และเร่งรัดการพัฒนา AI เทคโนโลยีที่สามารถตรวจจับโฆษณาผิดกฎหมายและปิดกั้นทันทีแบบ Real Time และมีระบบแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับเนื้อหาอันตราย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถจัดการแก้ไขปัญหาการโฆษณาผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [316,1337,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","ความเดือดร้อนของประชาชน","กลุ่มทุนอิทธิพลบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติในจังหวัดจันทบุรี","คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี แจ้งข้อมูลกรณีกลุ่มทุนอิทธิพลบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งประชาชนเรียกว่า “ขบวนการนายทุนกินป่า” ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการฯ จึงได้ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว พบว่า “ขบวนการนายทุนกินป่า” ประกอบด้วยกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มคนมีสีร่วมกับตัวแทนอำพราง (Nominee) กลุ่มทุนจีนเทา ได้ร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง ยึดถือ ครอบครอง เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาต โดยนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ และรถแบ็กโฮเข้าไปลักลอบตัดไม้ ทำลายป่าสมบูรณ์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ลักลอบขุดดินใส่รถบรรทุกนำดินไปขาย เพื่อครอบครองและใช้พื้นที่ทำเป็นสวนทุเรียนแปลงใหญ่ โดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เป็นเหตุให้พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายนับพันไร่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่กล้าบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มอิทธิพลดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการข่มขู่ประชาชนผู้แจ้งข้อมูลให้เกรงกลัวต่อภยันตราย ปัญหาดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนหลายแขนง ทั้งทางโทรทัศน์ \\nหนังสือพิมพ์ และสื่อสังคมออนไลน์ มีการนำเสนอภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น อาทิ ต้นไม้ขนาดใหญ่\\nที่มีอายุนับร้อยปีถูกตัดโค่นทำลาย สภาพป่าสมบูรณ์ที่ถูกทำลาย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล และกรมป่าไม้ ดำเนินการตามกฎหมายโดยจับกุม และดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย รวมทั้งให้ความคุ้มครอง\\nผู้แจ้งข้อมูลเบาะแส เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นที่พึ่งของประชาชนได้","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [317,1335,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","คุณภาพชีวิตของประชาชนกับการนำเข้าผักผลไม้จากประเทศจีน","คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ได้เชิญหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนำเข้าผัก และผลไม้จากประเทศจีน พบว่า สถิติ\\nการนำเข้าผักและผลไม้จากประเทศจีนผ่านด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย มากเป็นอันดับหนึ่ง โดยในปี ๒๕๖๕ มีมูลค่า ๑,๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๖ มีมูลค่า ๑,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และปี ๒๕๖๗ \\nมีมูลค่า ๒,๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากสถิติดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรของไทย สำหรับขั้นตอนการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนนั้น สำนักงาน\\nตรวจคนเข้าเมืองได้ให้ข้อมูลว่า สินค้าสดต้องอำนวยความสะดวก เพื่อการค้าขายเป็นหลัก และต้องส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคโดยเร็ว โดยได้มีการเอกซเรย์จำนวน และปริมาณสินค้า สำหรับการตรวจสอบคุณภาพ\\nและความปลอดภัยเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย อย. ได้ให้ข้อมูลว่า การตรวจเบื้องต้นจะใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ชุดทดสอบทางเคมี (Test Kits) แต่หากเป็นการตรวจโดยละเอียดต้องส่งตัวอย่างไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา ๕ - ๗ วัน จึงมีความจำเป็น\\nต้องปล่อยให้สินค้าเข้ามาจำหน่ายก่อน แต่หากตรวจพบสารพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค จะดำเนินการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เนื่องจากพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ยังไม่มีบทลงโทษในเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอายัด ปรับ หรือยึดคืนสินค้า และชดใช้ความเสียหายใด ๆ ได้ ทั้งนี้ การนำเข้าผัก และผลไม้จากประเทศจีน โดยไม่มีการกำหนดให้ประเทศต้นทางตรวจคุณภาพ หรือกำหนดให้มีใบรับรองสุขอนามัยพืชก่อนการส่งออกนั้น ถือเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของผู้บริโภค ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว \\nโดยใช้มาตรการทางกฎหมาย และกลไกควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [318,1333,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","งบประมาณก่อสร้างอาคารสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน และบ้านพักข้าราชการไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖","สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน (สวท.น่าน) มีบ้านพักข้าราชการ จำนวน  ๑๑ หลัง ก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ โดยมีพื้นที่ตั้งอยู่ในเขตธรณีสงฆ์วัดดอนเชียงยืน ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีอัตราค่าเช่า ปีละ ๑๘๒,๕๕๐ บาท และตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน ต่อมาในปี ๒๕๔๙ \\nได้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทำให้สถานีฯ และบ้านพักข้าราชการได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลัง \\nต่อมาผู้อำนวยการ สวท.น่าน ได้มีหนังสือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน \\nที่ นร ๐๒๑๓.๑๐/๗๐๙ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ไปยัง ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ เขต ๓ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ (งบลงทุน) จำนวน ๒ โครงการ คือ (๑) โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน บ้านคอวัง ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน งบประมาณ จำนวน ๒๓,๔๕๕,๕๐๐ บาท และ (๒) โครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน บ้านคอวัง ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน งบประมาณ จำนวน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น ๓๓,๔๕๕,๕๐๐ บาท \\nโดยเป็นการย้ายจากตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พื้นที่ ๓ ไร่ ไปยังบ้านคอวัง ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน พื้นที่ ๓๐ ไร่ เพื่อลดความแออัดในการใช้สถานที่เพื่อติดต่อราชการ และไม่ต้องชำระค่าเช่ารายปี จากนั้น สวท.น่าน ได้มีคำสั่ง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน ที่ ๘๔/๒๕๖๔ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานตามโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน บ้านคอวัง ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน แต่มิได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กรมประชาสัมพันธ์พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการก่อสร้างสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดน่าน และบ้านพักข้าราชการโดยเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุอุทกภัย และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนต่อไป","รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [319,1331,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตขยะในจังหวัดนครศรีธรรมราช","เนื่องจากประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับความเดือดร้อน กรณีวิกฤตขยะ\\nของเทศบาลนครศรีธรรมราชบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (ทุ่งท่าลาด) หมู่ที่ ๒ ตำบลนาเคียน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีขยะตกค้าง จำนวน ๒ ล้านตัน สร้างมลพิษให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ต่อมาศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ \\nที่ ส.๑/๒๕๖๓ และคดีหมายเลขแดง ที่ ส.๒/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ สั่งให้เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชดำเนินการ ดังนี้ (๑) เร่งกำจัดขยะในส่วนที่เกินประสิทธิภาพออกไปจากบ่อขยะโดยเร็ว (๒) ดำเนินการกำจัดขยะโดยวิธีที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และ (๓) ห้ามนำขยะมาเพิ่มในบริเวณดังกล่าว ซึ่งเทศบาลนครศรีธรรมราชได้ออกประกาศระงับการรับขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๒๑ แห่ง ส่งผลกระทบทำให้มีปัญหาขยะตกค้างในพื้นที่เป็นจำนวนมาก\\n \tต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมกัน\\nหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้\\n \t๑) นำขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน ๒๘ แห่ง ไปกำจัดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ ตันละ ๕๕๐ บาท และค่าขนส่ง ตันละ ๕๐๐ บาท\\n \t๒) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๑๓ แห่ง ดำเนินการการคัดแยกขยะ และส่งขยะที่เป็นเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel : RDF) ขายให้แก่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด โดยได้รับเงินจากการขายขยะ ตันละ ๙๘๑ - ๙๘๒ บาท\\n \t๓) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งขยะที่เหลือจากการคัดแยกไปเผากับบริษัท บ้านบ่าวสาว จำกัด และบริษัท ท็อปคลีนนิ่งเวล จำกัด โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๓ แห่ง เตรียมดำเนินการจัดซื้อเตาเผาขยะปลอดมลพิษ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๒ แห่ง ดำเนินการจัดการด้วยตนเอง\\n\tหากเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช และอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ยังคงปล่อยให้มีการทิ้งขยะ และไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองดังกล่าว อาจส่งผลให้ถูกดำเนินการตามพระราชบัญญัติ\\nจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๕/๔ ที่บัญญัติว่า “เมื่อปรากฏว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วน หรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร ให้ศาลปกครองไต่สวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริง ถ้าศาลปกครองได้ไต่สวนแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าการที่มิได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเป็นไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลปกครองอาจมีคำสั่งให้หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ชำระค่าปรับต่อศาลปกครองตามจำนวนที่สมควร ครั้งละไม่เกินห้าหมื่นบาท ทั้งนี้ ศาลปกครองอาจแจ้งผู้บังคับบัญชา ผู้กำกับดูแล ผู้ควบคุม หรือนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการ\\nตามอำนาจหน้าที่ หรือสั่งการ หรือลงโทษทางวินัยต่อไปก็ได้ และแจ้งผลให้ศาลปกครองทราบ”\\n \tอนึ่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องกำจัดขยะเพื่อให้เหลือขยะในพื้นที่ ร้อยละ ๒๕ หรือประมาณ ๕ แสนตัน และต้องใช้เครื่องคัดแยกขยะที่สามารถคัดแยกได้ วันละ ๒๐๐ ตัน หากคิดเป็นจำนวนวัน จะต้องใช้เวลา ๒,๕๐๐ วัน หากไม่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยเห็นได้อย่างชัดเจนว่า \\nปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาระดับชาติจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ และต้องใช้ระยะเวลานาน\\nจึงสามารถกลับไปสู่ภาวะปกติ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางสำหรับแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อให้สถานการณ์ขยะของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นปกติ และเป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [320,1329,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","แรงงานต่างด้าวลักลอบค้าประเวณี","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีแรงงานต่างด้าวจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณซอยรามคำแหง ๕๐ ได้ลักลอบค้าประเวณีในแอปพลิเคชันสำหรับเกย์ เช่น Grindr และ Hornet รวมทั้งได้รับข้อมูลว่า มีชายสัญชาติเกาหลีใต้ลักลอบค้าประเวณีภายในแหล่งท่องเที่ยว บริเวณซอยทองหล่อ (สุขุมวิท ๕๕) โดยการค้าบริการทางเพศอาจนำสู่ปัญหาด้านสุขภาพ และโรคติดต่อร้ายแรง จึงขอให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน ได้ดำเนินการปราบปรามโดยเร่งด่วน\\n\tกรณีข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อสำนักงาน\\nตรวจคนเข้าเมือง และกรมการจัดหางาน จึงเห็นสมควรส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับ ดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณา\\n \t(๒)\tเรื่อง น้ำแข็งก้อนปนเปื้อนสิ่งสกปรกในจังหวัดระยอง\\n \t\tเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ มีนักเรียนในจังหวัดระยองป่วยด้วยอาการอาหารเป็นพิษ อุจจาระร่วง เป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งพันคน ซึ่งสาเหตุมาจากสารปนเปื้อนในน้ำแข็ง \\nโดยอาจเกิดจากบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งใช้วิธีการขนส่งที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และสาธารณสุขจังหวัดระยอง ได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคน้ำแข็งที่สะอาด ถูกสุขอนามัย และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [321,1325,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์","รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ตัดไฟฟ้า และงดจำหน่ายน้ำมัน เพื่อทำลายกลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นอาชญากรข้ามชาติที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ อาจเป็นเหตุให้กลุ่มมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยหันไปใช้รถยนต์เคลื่อนที่ และใช้ระบบสื่อสารที่อาศัยแหล่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ (Solar Cell) แบตเตอรี่หรือเครื่องปั่นไฟ โดยอาจนำขยะมาผลิตเป็นน้ำมัน ด้วยกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) และนำน้ำมันมาใช้กับเครื่องปั่นไฟ นอกจากนี้ มีรายงานจากประเทศกัมพูชาว่า ได้มีการตัดเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) บริเวณชายแดน ซึ่งมีความคิดว่า ไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เพราะระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) เป็นการเชื่อมโยงการสื่อสารข้ามทวีป ควรดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบการสื่อสารของโลกได้ ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n \t๑) ขอให้ใช้ระบบ Wireless Fidelity (Wi - fi) สาธารณะทดแทน\\n \t๒) ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เร่งรัดการตรวจสอบเส้นทางเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ที่มีการขออนุญาต และตรวจสอบจำนวนหน่วยประมวลหลัก (Core) ที่มีการใช้งาน โดยใช้เครื่องมือทดสอบอย่างละเอียด รวมทั้งไม่ควรตัดสายสื่อสารทั้งหมด เพราะเป็นสายสื่อสารที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ\\n \t๓) เฝ้าระวังการผลิตน้ำมันจากขยะ และพลาสติก ด้วยกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) ของประเทศเพื่อนบ้าน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [322,1323,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","วงงานรัฐสภา","ที่จอดรถของอาคารรัฐสภา","เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๘ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถของอาคารรัฐสภา (เพิ่มเติม) บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา ตามแนวถนนสามเสน วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๔,๕๙๗.๒๗ ล้านบาท ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) เสนอ โดย สผ. อ้างเหตุผลว่า เนื่องจากที่จอดรถของอาคารรัฐสภามีจำนวนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกปลอดภัยแก่บุคคลในวงงานรัฐสภา ข้าราชการ และประชาชนผู้มาติดต่อ ณ อาคารรัฐสภา โดยอาคารจอดรถฯ ที่เสนอขอความเห็นชอบในครั้งนี้ จะรองรับการจอดรถได้ ๔,๖๑๒ คัน และเมื่อรวมกับที่จอดรถอาคารรัฐสภาปัจจุบัน จะมีที่จอดรถรวม ๖,๕๔๗ คัน ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันอาคารรัฐสภามีพื้นที่จอดรถ ๑,๙๕๓ คัน ทั้งที่ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่กำหนดให้อาคารขนาดใหญ่จะต้องมีที่จอดรถในอัตรา ๑ คัน ต่อพื้นที่ ๑๒๐ ตารางเมตร เมื่อคำนวณสัดส่วนพื้นที่จอดรถยนต์กับพื้นที่อาคารรวมแล้ว อาคารรัฐสภาจะต้องมีพื้นที่จอดรถ ไม่ต่ำกว่า ๓,๕๓๖ คัน \\nซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่า การก่อสร้างที่จอดรถของอาคารรัฐสภาไม่เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตั้งแต่ต้น\\n \tนอกจากนี้ การขอตั้งงบประมาณก่อสร้างอาคารจอดรถของรัฐสภา (เพิ่มเติม) จำนวน ๔,๕๙๗.๒๗ ล้านบาท เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องตรวจสอบ โดยจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ “ที่จอดรถอัจฉริยะ” (Robot Parking) ซึ่งเป็นที่จอดรถที่มีเครื่องกลทำหน้าที่เสมือนหุ่นยนต์รับรถของผู้ใช้บริการไปจอดในลักษณะซ้อนกันในแนวดิ่ง ทำให้จอดรถได้มากขึ้น และใช้เวลาเฉลี่ยในการรับ - ส่งรถ เข้าและออกจากที่จอดรถ คันละ ๙๐ วินาที และหากรถจอดชั้นไกลที่สุดจะใช้เวลาเพียง ๓ นาที ต้องใช้งบประมาณก่อสร้าง ระหว่าง ๒๐๐,๐๐๐ - ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อช่องจอดรถ เมื่อนำงบประมาณก่อสร้าง “ที่จอดรถอัจฉริยะ” ดังกล่าว \\nมาเปรียบเทียบกับงบประมาณการก่อสร้างอาคารจอดรถของรัฐสภา (เพิ่มเติม) จำนวน ๔,๕๙๗.๒๗ ล้านบาท หารด้วยจำนวนช่องจอดรถที่เพิ่มขึ้น ๔,๖๑๒ คัน เท่ากับรัฐบาลจะต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณ จำนวน ๙๙๕,๘๘๐ บาทต่อช่องจอดรถ ถือได้ว่าเป็นงบประมาณที่สูงกว่าที่จอดรถอัจฉริยะ (Robot Parking) หลายเท่า ทั้งที่ไม่ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวเป็นที่จอดรถอัจฉริยะ หรือเป็นที่จอดรถที่มีลักษณะพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เป็นการเสนอโครงการที่ใช้จ่ายงบประมาณสูงเกินสมควร และไม่สมเหตุผล\\n \tที่ผ่านมา อาคารรัฐสภาได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชนและสาธารณชนว่าใช้งบประมาณสิ้นเปลืองที่สุดในโลก จากสภาพปัญหาสร้างไป - ซ่อมไป อันเป็นเหตุให้ภาครัฐต้องสูญเสียงบประมาณ มากกว่า ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องพิจารณาทบทวนการใช้จ่ายงบประมาณการก่อสร้างอาคารจอดรถของรัฐสภา (เพิ่มเติม) ให้มีความสมเหตุผล ไม่สิ้นเปลืองหรือสูญเปล่าโดยใช่เหตุ เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำเงินงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนไปใช้จ่ายในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนวงเงินงบประมาณโครงการก่อสร้างอาคารจอดรถของรัฐสภา (เพิ่มเติม) ดังกล่าวอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน โดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [323,1321,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","กลุ่มอิทธิพลชาวอินเดียในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดส่งส่วยให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่","ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ดว่า มีกลุ่มคนเชื้อสายอินเดียเข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด แย่งงานคนไทยโดยการเป็นแรงงานในโรงงาน รวมทั้งประกอบธุรกิจขายสินค้าเงินผ่อนพร้อมกับปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยมีชายชาวอินเดีย ชื่อนายอาวิน กุมาร ญาดาฟ มีชื่อเล่นว่า ยี่หร่า อายุ ๒๔ ปี ปัจจุบันมีสัญชาติไทย ได้กระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล (มาเฟีย) ประกอบอาชีพเป็นนายหน้าปล่อยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ชื่อมีอักษรย่อ “ศ” ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล หลายครั้ง ได้กระทำความผิด และถูกลงโทษให้ออกจากราชการ แต่ปัจจุบันได้กลับเข้ารับราชการและมีพฤติกรรมให้การสนับสนุนนายอาวินฯ ในการติดตามทวงหนี้นอกระบบ โดยมีตำรวจซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายตำรวจคนดังกล่าวร่วมติดตามทวงหนี้เสมือนเป็นลูกน้องของชายชาวอินเดีย สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณา ดังนี้\\n \t๑) สั่งการให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมติดตามทวงหนี้\\nให้กับนายอาวินฯ และกรณีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ให้การสนับสนุน และรับสินบนจากกลุ่มอิทธิพล\\nชาวอินเดียในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด\\n \t๒) สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการได้มาซึ่งสัญชาติไทย และการประกอบอาชีพ\\nในประเทศไทยของนายอาวินฯ ว่าถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [324,1319,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาประเทศจีนปฏิเสธการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย กรณีพบสาร BY2","ประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของประทศไทย โดยในปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน จำนวน ๙๐๐,๐๐๐ ตัน คิดเป็นมูลค่า มากกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงถือว่าทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าการส่งออกที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมากที่สุด แต่เมื่อปลายปี ๒๕๖๘ ประเทศจีนตรวจพบว่า ทุเรียนจากประเทศไทยมีสารแคดเมียม และตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ศุลกากรประเทศจีน ได้กำหนดให้ทุเรียนที่ส่งออกจากประเทศไทย ต้องปลอดสาร BY2  \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t(Basic Yellow 2) และแคดเมียม โดยต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary certificate : PC) เพื่อรับรองว่าทุเรียนที่ส่งออกไปประเทศจีนทุกตู้ปลอดสาร BY2 และแคดเมียม ซึ่งส่งผลกระทบ\\nต่อผู้ประกอบธุรกิจทุเรียนของประเทศไทย และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากทุเรียน\\nถูกส่งกลับ ราคาจำหน่ายลดลงมากกว่า ร้อยละ ๕๐ โรงรับซื้อผลไม้ที่จองทุเรียนไว้ไม่ไปรับทุเรียนจากสวน เพราะไม่สามารถส่งออกได้ โดยมีสาเหตุ ดังนี้\\n \t๑) สาร BY2 เป็นสารอินทรีย์ที่ใช้ย้อมผ้า ทาสีบ้าน เป็นสารเคมีที่คนจีนซึ่งเป็นผู้ประกอบการนำเข้าทุเรียนไปยังประเทศจีน ได้นำเข้ามาในประเทศไทย และกดดันให้โรงรับซื้อผลไม้ในประเทศไทย\\nใช้สาร BY2 ย้อมสีเปลือกทุเรียนเพื่อให้มีสีสันสดใส โดยคิดค่าย้อมผลทุเรียน ตันละ ๑๓,๐๐๐ - ๑๕,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็มิได้กำหนดเป็นข้อห้ามในการใช้สาร BY2 มาก่อน รวมทั้งโรงรับซื้อผลไม้ และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนก็ไม่ทราบว่าสาร BY2 เป็นสารก่อมะเร็ง\\n \t๒) เมื่อศุลกากรของประเทศจีนได้กำหนดให้ทุเรียนจากประเทศไทยต้องมีหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช จึงส่งผลให้เกิดปัญหาต่อห้องปฏิบัติการตรวจหาสาร BY2 ของประเทศไทย ที่มี ๑๐ กว่าแห่ง ไม่สามารถรองรับความต้องการของผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน และเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนได้ \\n \t๓) ถึงแม้ว่าประเทศไทยได้ออกหนังสือรับรองสุขอนามัยพืชแล้ว แต่เมื่อไปถึงประเทศจีน ศุลกากรประเทศจีนยังคงตรวจสอบอีก และตรวจพบสาร BY2 และแคดเมียม ทั้งที่ผู้ประกอบการส่งออกได้ลงทุนซื้อตู้คอนเทนเนอร์และวัสดุอุปกรณ์ใหม่แล้ว นอกจากนี้ กรณีเทศกาลตรุษจีน ประเทศจีน\\nมีวันหยุดต่อเนื่อง จึงทำให้ทุเรียนตกค้างเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ทันเวลา\\n \tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา ดังนี้\\n \t๑) สนับสนุนให้โรงรับซื้อทุเรียนในประเทศไทยได้ทำ Big Cleaning เพื่อชำระล้างสารเคมีและสารตกค้างต่าง ๆ\\n \t๒) กำหนดมาตรการให้เกษตรกรตรวจสอบสาร BY2 และแคดเมียม และร้อยละของน้ำหนักผลทุเรียนก่อนการตัด โดยให้แนบหนังสือรับรองสุขอนามัยพืช ก่อนส่งมอบทุเรียนให้กับโรงรับซื้อผลไม้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่าย\\n \t๓) เร่งขยายจำนวนห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ตรวจสาร BY2 และแคดเมียมให้เพียงพอ โดยกำหนดสถานที่ตั้งให้อยู่ในพื้นที่จังหวัดที่มีการปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก เช่น จังหวัดจันทบุรี \\nและจังหวัดชุมพร เป็นต้น\\n \t๔) กำหนดระยะเวลาการตรวจหาสาร BY2 และแคดเมียม ของห้องปฏิบัติการ (Laboratory) \\nให้รวดเร็วที่สุด\\n \t๕) ดำเนินการตรวจสอบห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ทุกแห่ง รวมถึงห้องปฏิบัติการ (Laboratory) ที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ เพื่อให้ได้มาตรฐานการตรวจเช่นเดียวกับประเทศจีน\\n \t๖) ดำเนินการประสานกับประเทศจีน เพื่อขอให้ศุลกากรประเทศจีนเพิ่มความถี่หรือปริมาณการตรวจสารตกค้างในทุเรียนให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณสินค้าตกค้าง และควรเร่งดำเนินการก่อนถึงฤดูกาลเก็บผลผลิตทุเรียน เพราะจะมีทุเรียนส่งออกไปยังประเทศจีนถึง วันละ ๑,๒๐๐ - ๑,๕๐๐ ตู้คอนเทนเนอร์ หรือวันละ ๒๑,๖๐๐ - ๒๗,๐๐๐ ตัน\\n \t๗) พิจารณาการเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและโรงรับซื้อผลไม้ โดยการถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปสินค้าเพื่อจำหน่ายให้ได้ราคา หรือสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจแปรรูปทุเรียน \\nซื้อทุเรียนจากเกษตรกรและโรงรับซื้อทุเรียนในราคาที่เหมาะสม เพื่อนำไปแปรรูปและสร้างมูลค่าต่อไป\\n \t๘) พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงของเกษตรกร\\nผู้ปลูกทุเรียน โดยกำหนดมาตรการให้เกษตรกรใช้สารเคมีเพื่อความปลอดภัย และเป็นมาตรฐานเดียวกัน\\n \t๙) ดำเนินการสำรวจแนวโน้มการใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายของภาคการเกษตรอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับให้ความรู้กับเกษตรกรล่วงหน้า เพื่อให้ใช้สารเคมีอย่างรอบคอบ และขอให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกจนกระทั่งการบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์\\n \t๑๐) พิจารณาผลักดันให้ (ร่าง) พระราชบัญญัติทุเรียนไทย พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อปรับปรุงคุณภาพทุเรียนไทยให้ปลอดสารอันตรายอย่างแท้จริง และคงความเป็นอันดับหนึ่งของตลาดทุเรียนโลก ให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [325,1317,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ป้ายโฆษณารกรุงรัง","พบเห็นป้ายโฆษณาติดตั้งอยู่ทุกพื้นที่ทั้งบนเสาไฟฟ้า ต้นไม้ ทางเท้า บางพื้นที่ติดตั้งบนถนน และในที่ดินว่างเปล่าของเอกชน ซึ่งหากมองเพียงผิวเผินอาจคิดว่าไม่ใช่ปัญหา แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นการทำลายภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ และทำลายสุขภาวะของคนไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีระเบียบวินัย การเพิกเฉยต่อกฎหมาย การขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง ผู้บังคับใช้กฎหมายไม่มีความเข้มงวด ที่ผ่านมา ไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโดยตรง และมักได้รับคำตอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งว่า ไม่มีอำนาจกำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมายได้โดยตรง ทั้งนี้ ปัญหาการติดตั้งป้ายโฆษณาดังกล่าวเกิดขึ้นมายาวนานจนทุกคนเริ่มคุ้นชิน แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยจำนวนมากเกิดความรู้สึกประหลาดใจ ที่ประเทศไทยปล่อยให้มีป้ายโฆษณาบดบังสถานที่ท่องเที่ยว อาคารบ้านเรือนที่สวยงามของเมืองท่องเที่ยว ตลอดจนการบดบังทัศนวิสัยในการขับรถบนถนน ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมโดยด่วน และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",14,2568,"2025-02-11T00:00:00"],
    [326,1315,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเขาบ่อทอง จังหวัดจันทบุรี","จากในช่วงระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สื่อมวลชนได้รายงานข่าวปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าเขาบ่อทอง ตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นประเด็นข่าว\\nที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีประเด็นที่ต้องชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะหลายประการ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t \t(๑) การบุกรุกพื้นที่ป่าเขาบ่อทอง ได้มีการขุดดินในพื้นที่ป่า ขอให้ตรวจสอบว่าดินที่ขุดนั้น ได้มีการนำไปขาย หรือจัดเก็บไว้ หรือไม่ อย่างไร\\n\t \t(๒) การจับกุมสองแม่ลูกที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ป่าเขาบ่อทอง ขอให้ตรวจสอบว่าเป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดบนหลักฐานข้อเท็จจริงที่เพียงพอหรือไม่ อย่างไร\\n\t\t(๓) การตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกป่าเขาบ่อทอง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการดำเนินการหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [327,1313,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาประชาชนถูกหลอกลงทุนธุรกิจแชร์ลูกโซ่  ","จากเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับหนังสือร้องทุกข์จากประชาชนซึ่งถูกหลอกลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ “ตู้เติมเงิน K4” จำนวนกว่า ๖๐ คน สรุปสาระสำคัญได้ว่า ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ “ตู้เติมเงิน K4” ได้มีการชักชวนประชาชนจำนวนมากให้เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วยการขายซิมการ์ด ซิมปันสุข ซิม K4 ขายเหรียญยักษ์คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ขายสินค้าทั่วไปผ่านตลาดออนไลน์ ชื่อว่า “ไฉไล” รวมถึงขายตู้เติมเงิน K4 โดยมีการก่อตั้งมูลนิธิซิมปันบุญ และรับสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์เครดิตยูเนียน โดยมีการใช้สัญลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน ประชาชนที่ถูกหลอกลวงให้ลงทุนต้องสูญเสียทรัพย์สินและได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยผู้ร้องเรียนหลายคนที่เดินทางมายื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อสมาชิกวุฒิสภา ถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ “ตู้เติมเงิน K4” จนถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว จำต้องยืมเงินญาติพี่น้องสำหรับใช้เป็นค่าเดินทางมายังรัฐสภา เห็นได้ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และถือเป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ ดังนั้น ขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และบังคับใช้กฎหมายต่อบริษัทขายสินค้าออนไลน์ “ไฉไล” และ “ตู้เติมเงิน K4” รวมทั้งเครือข่ายของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว เพื่อยับยั้งไม่ให้สร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ขอให้ส่งเอกสารประกอบการปรึกษาหารือ เสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการ\\nคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อประกอบการพิจารณา  ","รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นางสาวจิราพร  สินธุไพร)","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [328,1311,77,"นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดระเบียบแผงค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะของกรุงเทพมหานคร","จากเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ รายการ “โหนกระแส” ซึ่งเป็นรายการโทรทัศน์ประเภททอล์กโชว์เชิงข่าว ได้นำเสนอกรณีเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่าง แม่ค้าร้านขายเครื่องสำอาง\\nซึ่งเป็นผู้เช่าอาคารพาณิชย์ กับ เจ้าของแผงบนทางเท้าหน้าอาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นผู้อาศัยสิทธิของผู้ค้า\\nที่ได้รับการผ่อนผันและขึ้นทะเบียนไว้ เหตุเกิดบริเวณย่านสำเพ็ง ถนนมหาจักร เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร โดยคู่กรณีฝ่ายหนึ่งได้นำคลิปวีดิโอไปเผยแพร่ อ้างว่าโดนมาเฟียในย่านสำเพ็งข่มขู่\\nคุกคาม เรียกเก็บค่าเช่าแผงบริเวณทางเท้า สูงถึงล็อคละ ๑๐,๐๐๐ บาท หากไม่ชำระค่าเช่า จะไม่สามารถวางขายสินค้าได้ ซึ่งตามปกติ ในช่วงเวลาค่ำถึงช่วงเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น (๒๑.๐๐ - ๐๖.๐๐ นาฬิกา) บริเวณดังกล่าวจะมีผู้ค้าที่ได้รับการผ่อนผันให้ตั้งแผงขายสินค้าในบริเวณทางเท้า จำนวนประมาณ ๑๖๐ ราย \\nแต่เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น เจ้าหน้าที่กลับแจ้งว่าเป็นเรื่องข้อตกลงระหว่างผู้ทำการค้า ไม่เกี่ยวกับกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ \\n\t\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้พิจารณาศึกษาและค้นคว้าข้อกฎหมาย พบว่า \\nผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติรักษา\\nความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ และพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข\\nการกำหนดพื้นที่ทำการค้าและการขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะ ลงวันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยข้อ ๑๑ เงื่อนไขการทำการค้า ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ในข้อย่อยที่ ๑๑.๓ ว่า \\n“การได้รับอนุญาตให้ทำการค้าตามประกาศนี้ให้ถือเป็นการเฉพาะตัวและไม่สามารถขาย จำหน่าย แลกเปลี่ยน ให้เช่า โอนหรือให้บุคคลอื่น” ประกอบกับข้อ ๑๒ ข้อปฏิบัติในการขายหรือจำหน่ายสินค้า\\nในพื้นที่ทำการค้า ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ในข้อย่อยที่ ๑๒.๑๗ ว่า “ห้ามมิให้บุคคลอื่นทำการค้าแทน\\nโดยเด็ดขาด ยกเว้นผู้ช่วยจำหน่ายสินค้าที่ได้ยื่นแจ้งในขั้นตอนการขออนุญาตจำหน่ายสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขเท่านั้น” แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงปรากฏตามเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ไม่ได้ปฏิบัติหรือบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามประกาศกรุงเทพมหานครฯ ดังกล่าว ดังนั้น ขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณา ดังนี้\\n\t \t(๑) เพราะเหตุใด ผู้ค้าที่ได้รับการผ่อนผันให้วางแผงบนทางเท้าหน้าอาคารพาณิชย์ \\nจึงสามารถให้ผู้อื่นอาศัยสิทธิไปเรียกเก็บค่าเช่าแผงจากบุคคลอื่น หรือนำไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงต่อได้ รวมถึงเรียกเก็บค่าเช่าแผงราคาแพง ทั้งที่ตามประกาศกรุงเทพมหานครฯ กำหนดว่า ผู้ค้าที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้า ถือเป็นการเฉพาะตัว และห้ามมิให้บุคคลอื่นทำการค้าแทนโดยเด็ดขาด ยกเว้นผู้ช่วยจำหน่ายสินค้าที่ได้ยื่นแจ้งไว้แล้วเท่านั้น ซึ่งจากกรณีเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าว เป็นที่น่าเชื่อได้ว่า สภาพปัญหาเช่นเดียวกันนี้น่าจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ที่มีการผ่อนผันและอนุญาตให้ผู้ค้าสามารถทำการค้าขายบนถนนหรือสถานสาธารณะ ดังนั้น กรุงเทพมหานครควรดำเนินการติดตามและตรวจสอบผู้ค้าทุกรายอย่างใกล้ชิด ว่าได้ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานครฯ หรือไม่\\n\t\tอนึ่ง ในปัจจุบัน ปัญหาบุคคลอื่นเข้ามาสวมสิทธิทำการค้าแทนผู้ค้าที่ได้รับอนุญาต มีทั้งที่เป็นคนไทยด้วยกัน และคนต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพค้าขายของคนไทย กรุงเทพมหานครจึงควรเข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ปัญหาคนต่างด้าวที่วางแผงค้าบนถนนหรือสถานสาธารณะในทุกพื้นที่\\nไปพร้อมกันด้วย\\n\t\t(๒) การแก้ไขปัญหาโดยสั่งยกเลิกแผงขายสินค้าทั้งหมด ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ค้ารายอื่นที่ปฏิบัติถูกต้องตามประกาศกรุงเทพมหานครฯ และประกอบอาชีพค้าขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวโดยสุจริต\\nซึ่งมีจำนวนกว่า ๑๕๐ ราย ดังนั้น กรุงเทพมหานครควรพิจารณาเฉพาะคู่กรณีที่มีเหตุทะเลาะวิวาท \\nและสั่งยกเลิกสิทธิแต่เฉพาะผู้ค้าที่ไม่ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานครฯ เท่านั้น ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [329,1309,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI)","จากเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้เผยแพร่ผลการสำรวจดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) ประจำปี ๒๕๖๗ โดยจากจำนวน ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้รับการจัดอยู่ในอันดับที่ ๑๐๗ ได้เพียง ๓๔ คะแนน (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน) ลดลงจากปี ๒๕๖๖ ซึ่งได้ ๓๕ คะแนน และจัดอยู่ในอันดับที่ ๕ ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม และประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งการที่ประเทศไทยได้คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตฯ (CPI) ในระดับต่ำ และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่า ประเทศไทย\\nยังคงมีปัญหาและความท้าทายในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อ\\nความเชื่อมั่นในการลงทุน การเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นในระบบราชการของประชาชน \\nทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชันยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ \\nทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงควรตระหนักและ\\nให้ความสำคัญกับการทุจริตและคอร์รัปชันซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงของประเทศไทยอย่างจริงจัง ดังนั้น \\nขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดมาตรการเชิงรุก เพื่อยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตฯ (CPI) ของประเทศไทยให้เพิ่มสูงขึ้น ดังนี้\\n\t\t(๑) สร้างความโปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ โดยการปรับปรุงให้เป็นข้อมูลเปิดของภาครัฐ (Open Government Data) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้โดยง่าย อาทิ การใช้จ่ายงบประมาณ โครงการของภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาปรับใช้\\nเพื่อลดขั้นตอนที่อาจเอื้อต่อการเรียกรับสินบน\\n\t\t(๒) เสริมสร้างมาตรการการป้องกันและมีบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับผู้กระทำการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ \\nให้มีความทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงเร่งรัดการดำเนินคดีทุจริตให้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง และนักการเมือง\\n\t\t(๓) เพิ่มบทบาทการตรวจสอบของภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน หรือสนับสนุนให้\\nภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโครงการของภาครัฐ การให้ความคุ้มครองแก่สื่อมวลชน\\nและผู้แจ้งเบาะแสทุจริต ให้สามารถเปิดเผยข้อมูลได้โดยไม่ถูกคุกคาม \\n\t\t(๔) ปลูกฝังวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยบรรจุหลักสูตรการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับอุดมศึกษา รวมถึง การจัดทำโครงการสร้างจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันในหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน\\n\t\t(๕) ยกระดับการประเมินผลความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรสากล ในการพัฒนามาตรฐานการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน รวมถึงนำแนวทาง\\nการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันของต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ มาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ อาทิ ระบบติดตามทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\n\t\tทั้งนี้ แนวทางการยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) ไม่ใช่เพียงเพื่อรายงานผลคะแนนเพื่อการจัดอันดับในระดับสากลเท่านั้น หากแต่เป็นดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักลงทุน และประชาคมโลก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาล ภาคเอกชน และประชาชนทุกภาคส่วน ในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [330,1307,108,"นางมยุรี โพธิแสน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาอัตราค่าโดยสารของรถโดยสารสาธารณะมีราคาแพง ไม่เหมาะสมกับ การเดินทางระยะสั้นของประชาชนผู้มีรายได้น้อย","จังหวัดยโสธรแบ่งการปกครองออกเป็น ๙ อำเภอ แต่ละอำเภอจะมีทางหลวงแผ่นดิน\\nตัดผ่าน ซึ่งแต่เดิม การเดินทางสัญจรโดยระบบขนส่งสาธารณะมีหลายระดับราคาให้ประชาชนเลือกใช้บริการ อาทิ รถสองแถว รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และรถแท็กซี่\\nที่ให้บริการระหว่างจังหวัด ต่อมา ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม โดยขยายถนนเป็น \\n๔ ช่องจราจร ทำให้มีรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ และรถตู้โดยสารปรับอากาศ เป็นทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยในการเดินทางระยะสั้น ประชาชนผู้มีรายได้น้อยจะนิยมใช้รถสองแถวซึ่งวิ่งระยะทางใกล้ และเก็บ\\nค่าโดยสารราคาถูก\\n\t\tปัจจุบัน รถสองแถวซึ่งประชาชนผู้มีรายได้น้อยนิยมใช้บริการ ได้ยุติการให้บริการเดินรถ เป็นเหตุให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยไม่มีทางเลือกอื่น จำต้องใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ได้แก่\\nรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ หรือรถตู้โดยสารปรับอากาศ ซึ่งเก็บค่าโดยสาร\\nในอัตราที่สูงกว่ารถสองแถว อาทิ ถนนแจ้งสนิท หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓ (บ้านไผ่ - อุบลราชธานี) มีต้นทางจากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผ่านจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร และสิ้นสุดปลายทางที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยแต่เดิม ประชาชนในพื้นที่ตำบลดงแคนใหญ่\\nอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร นิยมใช้บริการรถสองแถวจากบ้านดงแคนใหญ่ ไปยังอำเภอเขื่องใน\\nจังหวัดอุบลราชธานี และจากบ้านดงแคนใหญ่ ไปยังอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ระยะทางสั้น ๆ ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ซึ่งรถโดยสารสาธารณะดังกล่าว จะไม่จอดแวะรับผู้โดยสารระหว่างทาง และ\\nเรียกเก็บค่าโดยสารตลอดเส้นทาง จังหวัดอุบลราชธานี - จังหวัดยโสธร ประมาณ ๖๐ - ๗๐ บาท /เที่ยว เป็นผลให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้รับความเดือดร้อน ต้องชำระค่าโดยสารในอัตราที่สูงขึ้น ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n\t\t(๑) ขอให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารของรถโดยสารสาธารณะให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม ควรเรียกเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง ไม่ควรเก็บค่าโดยสารตลอดเส้นทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย \\n\t\t(๒) ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น พิจารณาจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล เพื่อดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะ ให้มีรถโดยสารสาธารณะ\\nสำหรับการเดินทางระยะสั้นและเก็บค่าโดยสารราคาถูก เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [331,1305,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","กฎหมาย","รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เป็นประชาธิปไตย ควรไปต่ออย่างไร","รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยถือเป็นกฎหมายสูงสุดที่สะท้อนถึงเจตจำนง\\nของประชาชน แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ถูกออกแบบโดยผู้มีอำนาจ\\nในเวลานั้น ขาดการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ประกอบกับกระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ\\n\\nไม่เป็นไป ...\\n-๖-\\n\\nไม่เป็นไปตามวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่สะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง และก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ อาทิ หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เข้มงวด\\nและกระทำได้ยาก ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน สมาชิกวุฒิสภามีอำนาจในการให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลให้มีการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่สะท้อนถึงเสียงข้างมากของประชาชน สิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกจำกัด และขาดกลไกการตรวจสอบอำนาจรัฐ ประกอบกับขณะนี้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา อยู่ระหว่างพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม \\n(ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑) โดยแก้ไขเพิ่มเติม\\nมาตรา ๒๕๖ เพื่อให้หลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ลดความเข้มงวดลง ซึ่งจะส่งผลให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ สามารถกระทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน \\nได้เพิ่มหมวด ๑๕/๑ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (มาตรา ๒๕๖/๑/๑ ถึง มาตรา ๒๕๖/๑๕) กำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น สมาชิกรัฐสภาควรมีจิตสำนึกในวิถีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สนับสนุน\\nร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑) ซึ่งสามารถจัดทำประชามติ จำนวน ๒ ครั้ง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วย\\nการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยไม่ต้องรอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมตามร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้งนี้ ตามนัยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๔/๒๕๖๔ \\nซึ่งได้วินิจฉัยว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีการจัดทำประชามติ ๒ ครั้ง ประกอบด้วย \\n(๑) การจัดทำประชามติเสียก่อนว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และ (๒) การจัดทำประชามติ\\nหลังร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณารับฟังข้อคิดเห็นดังกล่าว     ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [332,1303,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้","สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เกี่ยวกับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าในรอบ ๒๐ วันที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์คนร้ายก่อความไม่สงบ\\nในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวนถึง ๑๐ เหตุการณ์ อาทิ (๑) คนร้ายวางระเบิดบริเวณข้างกำแพงกองร้อย\\nอาสารักษาดินแดน อำเภอแว้ง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับบาดเจ็บ จำนวน ๒๕ คน \\n(๒) คนร้ายวางระเบิดฐานปฏิบัติการตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ \\nเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน ๔ คน (๓) คนร้ายลอบติดตั้งระเบิดแสวงเครื่องใต้รถยนต์\\nของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรศรีสาคร และรถยนต์ปลัดอำเภอยี่งอ เพื่อทำเป็นระเบิดคาร์บอม (car bomb) (๔) คนร้ายลอบติดตั้งระเบิดแสวงเครื่องรถบรรทุกกระเช้า ๖ ล้อ ของเทศบาลตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย\\nสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัด\\nชายแดนภาคใต้จะเกิดขึ้นมากครั้งเพียงใด หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่\\nกลับไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างได้รับสิทธิประโยชน์ตอบแทนเป็นพิเศษ แต่กลับไม่ต้องรับผิดต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยเห็นได้จากเมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น ไม่เคยปรากฏว่าได้มีการพิจารณาลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบ อาทิ \\nผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลให้ภาครัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ให้สำเร็จได้\\nขณะนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (Barisan Revolusi Nasional Melayu Patani : BRN) ยังคงก่อเหตุด้วยวิธีการเดิม ได้แก่ การวางระเบิดด้วยจักรยานยนต์ และการวางระเบิดคาร์บอม \\n(car bomb) แต่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบยังไม่มีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ จึงมีความเห็นว่าภาครัฐมีความจำเป็นต้องทบทวนยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี รวมทั้งต้องมีการดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อลดความสูญเสียในชีวิต\\nและทรัพย์สิน ทั้งของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ          ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [333,1301,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","เส้นทางลัดจากอาหารปลอดภัยสู่คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน","ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ปรึกษาหารือ เรื่อง คุณภาพชีวิตของประชาชน\\nกับการนำเข้าผักผลไม้จากประเทศจีน ภายหลังจากนั้น ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์ท่านหนึ่ง\\nของโรงพยาบาลจังหวัดลำพูน ว่าได้เคยร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาล\\nสวนดอก) ออกตรวจสุขภาพพระสงฆ์ ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน พบว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่มีสารพิษในเลือดในระดับไม่ปลอดภัย โดยตัวท่านเองได้ซื้อผักผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ\\nมาปั่นรับประทานเพื่อสุขภาพเป็นประจำ และพบว่ามีสารพิษในเลือดอยู่ในระดับไม่ปลอดภัยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าปัจจุบันโรงพยาบาลลำพูนมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เข้ารับการรักษา\\nจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อาหารเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีสารพิษสะสมในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพพลานามัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญในประเด็น เรื่อง “อาหารปลอดภัย”สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ เคยร่วมเป็นคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับจังหวัด (พชจ.) จังหวัดลำพูน ได้พบกรณีศึกษาที่น่าสนใจ คือ ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็กเล็ก\\nชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ ในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะแคระแกร็นในเด็ก \\nจึงได้มีโครงการทอดผ้าป่านมและไข่ นำโดยพระสงฆ์เจ้าคณะตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างดี และต่อมาภายหลัง ได้พัฒนาเป็นโครงการส่งเสริมพัฒนาการสมองส่วนหน้า (EF) เด็กปฐมวัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กที่ได้รับ\\nการส่งเสริม ทำให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นปัจจุบัน ประเทศไทยมีหน่วยงานที่ขับเคลื่อนด้านสุขภาพของประชาชน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งทั้ง ๔ หน่วยงานดังกล่าวได้มีการขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยในพื้นที่จังหวัดลำพูน \\nมีการดำเนินงาน ดังนี้ (๑) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำพูนที่ดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจ “อาหารปลอดภัยสู่ ๔ ร.” คือ โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร และโรงแรม/รีสอร์ต (๒) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีโครงการ “ผักปลอดภัยในทุกชุมชน” (๓) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) มีหน้าที่สร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ฟื้นฟูสมรรถภาพ และรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิ ที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต และ (๔) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มีการดำเนินโครงการ “โรงเรียนเบาหวาน” ทั้งนี้ การขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพของทั้ง ๔ หน่วยงาน จะมีกลุ่มเกษตรกรที่ขับเคลื่อนการปลูกผักและอาหารที่ปลอดภัยของทุกจังหวัดเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนี้\\n(๑) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดให้ประเด็น เรื่อง “อาหารปลอดภัย” เป็นวาระแห่งชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง \\n(๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด\\nทุกจังหวัด ให้มีการส่งเสริมการขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยไปสู่ชุมชน โดยผ่านกลไกของทั้ง ๔ หน่วยงาน ดังกล่าวข้างต้น ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [334,1299,35,"นายชิบ จิตนิยม","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขยายเกาะกลางถนน และการวางแผงกั้นจราจร ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ","จากมีการก่อสร้างเพื่อขยายเกาะกลางถนน (Road Medians) ให้กว้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่กลับปรากฏว่าเมื่อเกาะกลางถนนมีขนาดกว้างขึ้น ได้ส่งผลให้ช่องการจราจรสำหรับรถยนต์สัญจรมีพื้นที่แคบลง เป็นผลทำให้รถยนต์ที่สัญจร\\nมีโอกาสเฉี่ยวชนมากขึ้น และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขณะนี้เป็นช่วงฤดูกาลหีบอ้อย จะมีรถบรรทุกสิบล้อขนส่งอ้อยไปส่งยังโรงงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากกว่าปกติ อีกทั้งบริเวณที่มีการก่อสร้างเกาะกลางถนน จะมีการนำแผงกั้นจราจร (Barrier) มาวางเพื่อปิดช่องการจราจรเป็นจำนวนมาก โดยจัดวางไม่เป็นระเบียบ เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลทำให้ผู้สัญจรบนท้องถนนต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน \\nกรณีที่พบปัญหา ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๑ ตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๔ ถึง ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวงกำกับดูแลการก่อสร้างเกาะกลางถนนและการวางแผงกั้นจราจร (Barrier) ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุบนทางหลวงโดยเร็วที่สุด\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [335,1297,161,"นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา","วงงานรัฐสภา","พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2542 และมาตรการผ่อนปรนให้แก่เกษตรกร","จากจังหวัดเชียงรายได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ชร ๐๐๓๕/ว ๓๘๒๖ ลงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ไม่ให้มีการกรอกน้ำมันลงในภาชนะ เช่น ถังน้ำมัน กระป๋องน้ำมัน หรือแกลลอน ในเขตสถานีบริการน้ำมัน โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลได้ดำเนินการสกัดกั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมตามแนวชายแดนของประเทศไทย - สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยกรณีของจังหวัดเชียงราย มีการงดส่งกระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง และอินเตอร์เน็ต ซึ่งผลการดำเนินการพบว่ามีรถจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านข้ามมาเติมน้ำมันในฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก และมีการนำภาชนะมาใส่ด้วย จังหวัดเชียงรายพิจารณาแล้วเห็นว่า การกรอกน้ำมันลงในภาชนะ เช่น ถังน้ำมัน กระป๋องน้ำมัน หรือแกลลอน ในเขตสถานีบริการน้ำมัน ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันต้องให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ยานพาหนะเท่านั้น ประกอบกับรัฐบาลไทยได้ดำเนินการงดส่งออกตามแนวชายแดนดังกล่าว จึงแจ้งเตือนผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [336,1295,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","1.ปัญหาด้านคมนาคม ทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ทุ่งโป๊ะ - ไม้เสียบ 2.ปัญหาด้านคมนาคม ทางหลวงชนบท นศ.๔๐๒๑ บ้านบางคลุ้ง - บ้านทุ่งขวัญแก้ว และทางหลวงชนบท นศ.๓๐๓๒ บ้านท่าเสม็ด - แหลม","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชและประชาชน ว่าทางหลวงหมายเลข ๔๐๑๘ ทุ่งโป๊ะ - ไม้เสียบ ช่วงรอยต่อระหว่างเทศบาลตำบลชะอวดกับเทศบาลตำบลท่าประจะ ระยะทางประมาณ ๘๒ เมตร มีสภาพเป็นคอขวด เป็นเหตุให้การสัญจรไปมาไม่สะดวก และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว\\n\t\t(๒) ปัญหาด้านคมนาคม ทางหลวงชนบท นศ.๔๐๒๑ บ้านบางคลุ้ง - บ้านทุ่งขวัญแก้ว และทางหลวงชนบท นศ.๓๐๓๒ บ้านท่าเสม็ด - แหลม\\n\t\tสืบเนื่องจากโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๒๑ - ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า ถนนทางหลวงชนบท นศ.๔๐๒๑ บ้านบางคลุ้ง - บ้านทุ่งขวัญแก้ว สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเกิดอุทกภัย ไม่สามารถใช้เส้นทางสายนี้ในการสัญจรไปมาได้ และ ถนนทางหลวงชนบท นศ.๓๐๓๒ บ้านท่าเสม็ด - แหลม อยู่ในพื้นที่อำเภอชะอวด สภาพถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ โดยบริเวณลุ่มน้ำปากพนังมีสภาพพื้นที่เป็นที่ลุ่ม เป็นป่าพรุ น้ำท่วมขัง ในช่วงเกิดอุทกภัย ประชาชนไม่สามารถใช้สัญจรไปมาได้ และภายหลังจากอุทกภัย น้ำท่วมขังทำให้ถนนมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นเหตุให้การสัญจรไปมาไม่สะดวก ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวงชนบทพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน พร้อมกันนี้ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ขอให้ส่งเอกสารประกอบการปรึกษาหารือ เสนอต่อกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท เพื่อประกอบการพิจารณา ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [337,1293,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามความคืบหน้ากรณีเครนถล่มในโครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับ ถนนพระราม ๒ บริเวณใกล้ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ จังหวัดสมุทรสาคร","สืบเนื่องจากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๗ โครงการก่อสร้างทางด่วนยกระดับ\\nถนนพระราม ๒ ได้เกิดเหตุเครนขนาดใหญ่ที่ใช้ยกแผ่นทางด่วนถล่มลงมาพร้อมแผ่นปูน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณใกล้ตลาดมหาชัยเมืองใหม่ จังหวัดสมุทรสาคร \\nซึ่งนับแต่เกิดเหตุเครนถล่ม จวบจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า ๓ เดือน กรมทางหลวงยังไม่มีการชี้แจง\\nความคืบหน้าการสอบสวนกรณีดังกล่าวว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งอาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อ \\nความบกพร่องของอุปกรณ์ก่อสร้าง หรือเป็นอุบัติเหตุ อีกทั้งหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังเกิดอุบัติเหตุ\\nบนถนนพระราม ๒ อีกหลายครั้ง สร้างความกังวลใจแก่ประชาชนและผู้ที่ต้องสัญจรบนถนนพระราม ๒ เป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้อธิบดีกรมทางหลวงสรุปข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",16,2568,"2025-02-18T00:00:00"],
    [338,1292,52,"นายธนกร ถาวรชินโชติ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การตรวจสอบพฤติการณ์เรียกรับตามเรื่องร้องเรียนหรือบัตรสนเท่ห์ของจังหวัดชลบุรี","ในห้วงเดือนมกราคม ๒๕๖๘ ประชาชนชาวแสมสารได้มีเรื่องร้องเรียนหรือบัตรสนเท่ห์ เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กรณีชาวแสมสารประมาณ ๑๐๐ คน ที่ประกอบกิจการโฮมสเตย์และที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาดำน้ำ แต่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ได้ถูกบุคคลเรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจดแจ้งประกอบกิจการและค่าดำเนินการ จำนวน ๒๐,๐๐๐ - ๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติและมีส่วนต่าง โดยบุคคลดังกล่าวได้เรียกรับเงินมาแล้วหลายกรณี\\nและกล่าวอ้างว่าต้องนำเงินส่วนต่างให้กับอำเภอ ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ\\nและประชาชน จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีตรวจสอบเรื่องร้องเรียนตามบัตรสนเท่ห์ดังกล่าว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [339,1291,46,"นายเดชา นุตาลัย","กฎหมาย","การดูแลสภาเกษตรกรแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ  พ.ศ. ๒๕๕๓ จากสำนักนายกรัฐมนตรี","สภาเกษตรกรแห่งชาติก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ \\nตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการคุ้มครองและรักษาประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิต การแปรรูป และการตลาด ส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกร\\nเพื่อวางแผนเกษตรกรรมและรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน สนับสนุนสิทธิ และการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการกำหนดนโยบายและวางแผนการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้รัฐรักษาเสถียรภาพด้านราคาและความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร เพิ่มศักยภาพยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น\\nทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง\\nและมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐด้านการปฏิบัติตามนโยบายเกษตรกรรม อันจะนำไปสู่\\nการพัฒนาภาคเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต ปัจจุบันเกษตรกรที่มีสิทธิเลือกสมาชิกสภาเกษตรแห่งชาติมีจำนวน ๑๘ ล้านคน จำนวน ๘ ล้านครัวเรือน\\nแต่ตลอดระยะเวลา ๑๔ ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีการประชุมร่วมกันระหว่างนายกรัฐมนตรีหรือ\\nสำนักนายกรัฐมนตรีกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ทำให้ปัญหาของเกษตรกรไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร \\nดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีหรือสำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาส่งบุคคลเข้าร่วมประชุมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร รวมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดควรประชุมร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรอย่างจริงจัง รวดเร็ว รวมทั้งขอให้พิจารณาถ่ายโอนภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตรไปยังสภาเกษตรกรแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [340,1290,100,"นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","บทบาทของ AI กับการท่องเที่ยว","สืบเนื่องจากนายธตรัฐ  ไตรณรงค์ เจ้าของเฟสบุ๊ค “Midjourney ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [341,1289,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการพนันออนไลน์ในเด็กและเยาวชน","จากปัจจุบันการเล่นพนันสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย ผู้เล่นสามารถเล่นผ่านระบบออนไลน์ได้โดยสะดวก มีทั้งการเล่นโป๊กเกอร์ พนันฟุตบอล หวยออนไลน์ และการพนันกีฬาเสมือนจริง ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า การพนันออนไลน์สามารถเข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับเกมส์พนันที่ออกแบบให้ผู้เล่นสามารถเล่นพนันทางสมาร์ทโฟน ผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ มีการโฆษณาแอบแฝงในสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งมีการใช้ผู้ที่มีอิทธิพล\\nทางความคิดและการตัดสินใจของผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย (Influencer) มาโฆษณาการพนันออนไลน์ ทำให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อการพนันออนไลน์โดยไม่รู้ตัว \\n\t\tจากการเปิดเผยข้อมูลของเว็บไซต์พนันออนไลน์ พบว่า มีการขยายตัวร้อยละ ๑๐ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีคนไทยเล่นการพนันออนไลน์ จำนวน ๗.๔ ล้านคน เป็นเด็กและเยาวชนถึง ๕ ล้านคน นอกจากนี้ จากข้อมูลปัญหาภัยคุกคามในสื่อออนไลน์ พบว่า เด็กและเยาวชนถูกชักชวนให้เล่นการพนันออนไลน์ถึง ๓ ล้านคน ทั้งนี้ การพนันออนไลน์ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้ผู้เล่นการพนันออนไลน์เกิดภาวะเครียด ซึมเศร้า และทำร้ายตัวเอง ก่อให้เกิดปัญหาสังคม เช่น ปัญหาครอบครัว และปัญหาการก่ออาชญากรรม ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ขอให้ตระหนักถึงปัญหาการพนันออนไลน์ที่เป็นภัยร้ายแรงต่อเด็กและเยาวชน ซึ่งเด็กและเยาวชนถือเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต และจากการที่รัฐบาลมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาการพนันออนไลน์ โดยผลักดันการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการพนัน จะสามารถเป็นหนึ่งในวิธีการป้องกันมิให้การพนันออนไลน์เข้าถึงเด็กและเยาวชนได้อย่างแท้จริง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [342,1288,77,"นางเบ็ญจมาศ อภัยทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การลักลอบเผาในเขตลาดกระบัง","ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับปัญหาการเผาขยะและการเผาหญ้า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของประชาชนในเขตลาดกระบัง โดยในเขตลาดกระบัง ประกอบด้วย สนามบินสุวรรณภูมิ สถาบันการศึกษา นิคมอุตสาหกรรม หอพักนักศึกษา และหอพักพนักงาน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่รกร้างจำนวนมากซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญให้มีการเผาขยะและเผาหญ้า โดยเมื่อวันพุธที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ มีการเผาขยะและเผาหญ้าบริเวณซอยคุ้มเกล้า ๒๔ จนเกิดไฟลุกลามเป็นบริเวณกว้าง อาจก่อให้เกิดความเสียหาย\\nแก่ทรัพย์สินของประชาชน และประชาชนในพื้นที่มีความวิตกกังวลอย่างมาก ดังนั้นจึงขอเสนอมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้   \\n \t\t(๑) บังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ทำการเผาขยะหรือเผาหญ้าอย่างเคร่งครัด เข้มงวด \\nและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง\\n \t\t(๒) ควรนำอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (Drone) มาใช้เพื่อสำรวจบริเวณที่มีการลักลอบเผาขยะหรือเผาหญ้า\\n \t\t(๓) กรณีเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบควรเข้ามาระงับเพลิงอย่างรวดเร็ว \\nเพื่อป้องกันการลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง\\n \t\t(๔) ควรสร้างความตระหนักรู้ โดยการลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเผา และขอความร่วมมือจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือผู้นำชุมชน \\n \t\t(๕) ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกรณี \\n“ห้ามเผา” และ “อันตรายจากการเผา” โดยเน้นสื่อสารผ่านรูปภาพ ทั้งนี้ เพื่อให้คนต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่สามารถเข้าใจได้ \\n \t\t(๖) ควรเพิ่มรอบในการจัดเก็บขยะต่อสัปดาห์ให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณขยะคงค้าง\\nในพื้นที่ ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [343,1287,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","หลอกลวงข้ามชาติด้วยระบบสื่อสาร","จากมีกระแสข่าวว่าจะมีการตัดกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน บริเวณด่านพรมแดนแม่สอด จังหวัดตาก และด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ระบบเศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขได้ เนื่องจากบริเวณด่านพรมแดนดังกล่าวมีโรงพยาบาลตั้งอยู่ โดยปัจจุบันการสื่อสารระหว่างประเทศจะใช้ ๓ ระบบ ได้แก่ ระบบไมโครเวฟ ระบบดาวเทียม และระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ซึ่งบริเวณด่านพรมแดนของประเทศไทยจะใช้การสื่อสารระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) และบริเวณสะพานด่านพรมแดนเชียงของจะใช้ในการติดตั้งการสื่อสาร ๒ ระบบ คือ (๑) เป็นจุดที่ติดตั้งระบบไมโครเวฟ และ (๒) เป็นจุดที่ติดตั้งระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ซึ่งจากการลงพื้นที่ศึกษาดูงานพบสายการสื่อสารเป็นจำนวนมาก โดยมีประเด็นข้อสังเกตว่า สายการสื่อสารที่พบบริเวณสะพานข้ามด่านพรมแดนเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้มีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ บริเวณด่านท่าขี้เหล็กพบว่า มีเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ประมาณ ๔๐ เส้น ซึ่งคาดว่ามีผู้เช่าเพียง ๔ ราย เท่านั้น \\nและจากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการตัดกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสกัดกั้น\\nแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มีการเตรียมการรองรับ โดยนำระบบจำหน่ายไฟระบบอื่น\\nมาใช้แทน เช่น ระบบโซล่าเซลล์ ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n \t\t(๑) ระบบไมโครเวฟที่ติดตั้งด้วยเสา ควรหันจานไมโครเวฟไปทิศทางอื่น และควบคุมความแรงของสัญญาณ รวมทั้งจัดให้มีระบบการตรวจสอบตลอดเวลา\\n  \t\t(๒) ระบบเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) ควรมีหน่วยงานหลักในการวาง\\nสายเคเบิลข้ามประเทศเพียงหน่วยงานเดียว และควรมีการตรวจสอบการรับส่งข้อมูลเครือข่าย (Monitoring Traffic) ตลอดเวลา\\n \t\t(๓) ควรตรวจสอบการขออนุญาตของหน่วยงานที่วางสายเคเบิลข้ามประเทศว่า\\nได้มีการขออนุญาตจากกรมทางหลวงและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ \\nและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หรือไม่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [344,1286,28,"นายชวพล วัฒนพรมงคล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการปิดการจราจรในช่องทางหลักบนถนนพระราม ๒ ระหว่างเวลา ๑๙.๐๐ - ๐๕.๓๐ นาฬิกา","จากกรมทางหลวงได้แจ้งปรับเวลาปิดการจราจรช่องทางหลัก บนถนนพระราม ๒ ช่วงมหาชัยเมืองใหม่ ถึงทางแยกต่างระดับบ้านแพ้วในเวลากลางคืน จากเดิมตั้งแต่เวลา ๒๐.๐๐ - ๐๕.๓๐ นาฬิกา เป็น ตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ - ๐๕.๓๐ นาฬิกา ตั้งแต่วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เป็นต้นไป เพื่อเร่งก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว โดยผู้ใช้ทางสามารถเบี่ยงไปใช้ทางคู่ขนานทั้งขาเข้าและขาออกได้ตามปกติ จึงมีความเห็นว่า การเร่งก่อสร้าง\\nทางหลวงพิเศษฯ ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี แต่การปรับเวลาปิดการจราจรให้เร็วขึ้น ๑ ชั่วโมง (ระหว่างเวลา\\n๑๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ นาฬิกา) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้สัญจรบนถนนเป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัด เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยหารือกับบริษัทที่ได้รับการว่าจ้าง เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [345,1285,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","กฎหมาย","โรงงานผิดกฎหมายในจังหวัดสมุทรสาคร","จากรายงานข่าวของสื่อมวลชน เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘ เกิดเหตุ\\nเพลิงไหม้โรงงานแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใน “พื้นที่สีเขียว” ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งพื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่\\nที่กำหนดไว้เพื่อใช้สำหรับการเกษตร พักผ่อนหย่อนใจ หรือการอนุรักษ์ธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนและรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีข้อกำหนดที่เข้มงวดในการก่อสร้างโรงงาน \\nเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของพื้นที่ ซึ่งสื่อมวลชนรายงานข่าวว่า โรงงานดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการ แต่ได้ลักลอบตั้งโรงงานเก็บวัตถุอันตราย อาทิ เศษพลาสติก ยาง และเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาจังหวัดสมุทรสาครได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานจำนวนหลายครั้ง จากการตรวจสอบ พบว่า มีการลักลอบตั้งโรงงานผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่เทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก และเทศบาลตำบลท่าจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานของกลุ่มทุนจีนสีเทาจำนวนมาก รวมทั้งแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการอย่างเคร่งครัด และกวดขันการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติตามระเบียบและตรวจสอบ การจัดตั้งและการดำเนินงานของโรงงานอย่างจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [346,1283,160,"นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว","เนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๗.๔๐ นาฬิกา ณ จุดตรวจบริเวณทางแยกทองผาภูมิ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นชาวเมียนมา จำนวน ๑๖๙ คน พร้อมผู้นำพา จำนวน ๒ คน โดยผู้หนีเข้าเมืองดังกล่าวอยู่ในสภาพแออัดอยู่ในรถบรรทุกที่มีผ้าคลุมปิดท้าย ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้\\n \t\tโดยภูมิศาสตร์ของประเทศไทย มีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเมียนมา ประมาณ ๒,๔๐๑ กิโลเมตร ในปี ๒๕๖๗ ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง จำนวน ๓,๒๘๙,๕๓๖ คน แต่ยังมีอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยจังหวัดที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวมากที่สุด ๕ อันดับ คือ\\n\t\t(๑) กรุงเทพมหานคร จำนวน ๗๗๔,๕๘๗ คน \\n\t\t(๒) จังหวัดสมุทรสาคร จำนวน ๒๘๘,๙๗๗ คน  \\n\t\t(๓) จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน ๒๓๓,๗๔๓ คน \\n\t\t(๔) จังหวัดจังหวัดชลบุรี จำนวน ๑๙๘,๑๓๓ คน \\n\t\t(๕) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๕๑,๙๕๗ คน \\n \t\tแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยสามารถแบ่งเป็น ๖ ประเภท ดังนี้\\n \t\tประเภทที่ ๑ แรงงานกลุ่มมีทักษะ จำนวน ๑๗๘,๗๒๕ คน เป็นกลุ่มที่ได้รับ\\nการส่งเสริมการลงทุน จำนวน ๕๒,๙๖๕ คน กลุ่มทั่วไป จำนวน ๑๒๕,๗๖๐ คน\\n \t\tประเภทที่ ๒ แรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานตาม MOU จำนวน ๕๖๕,๐๗๑ คน แบ่งเป็น คนกัมพูชา จำนวน ๑๔๗,๒๔๐ คน คนเมียนมา จำนวน ๒๖๒,๒๑๓ คน และคนลาว ๑๕๕,๖๑๘ คน\\n \t\tประเภทที่ ๓ ชนกลุ่มน้อย จำนวน ๘๙,๖๖๓ คน\\n \t\tประเภทที่ ๔ แรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ \\n๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จำนวน ๑,๖๒๐,๖๐๒ คน แบ่งเป็น คนกัมพูชา จำนวน ๑๙๐,๐๘๙ คน คนเมียนมา จำนวน ๑,๓๖๔,๘๒๘ คน คนลาว จำนวน ๖๔,๗๖๑ คน และคนเวียดนาม จำนวน ๙๒๔ คน\\n \t\tประเภทที่ ๕ แรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานแบบไปและกลับตามฤดูกาล \\nจำนวน ๒๑,๖๐๑ คน แบ่งเป็น คนกัมพูชา จำนวน ๑๙,๐๙๒ คน และคนเมียนมา จำนวน ๒,๕๐๙ คน\\n \t\tประเภทที่ ๖ แรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ จำนวน ๘๑๓,๘๖๙ คน แบ่งเป็น คนกัมพูชา จำนวน ๑๐๓,๔๔๒ คน คนเมียนมา จำนวน ๖๗๖,๕๑๕ คน คนลาว จำนวน ๓๑,๑๗๐ คน และคนเวียดนาม จำนวน ๒,๗๔๒ คน\\n \t\tถึงแม้ว่าข้อมูลจากกระทรวงแรงงานที่ระบุว่า สัญชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในกลุ่ม CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งอันดับหนึ่ง คือ เมียนมา มีจำนวน\\nแรงงานต่างด้าว ๑,๑๙๘,๙๒๐ คน แต่ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาแรงงานต่างด้าวจำนวนมากหลบหนีเข้าเมือง ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ดังนี้\\n \t\t(๑) ด้านความมั่นคง เพราะอาจมีบุคคลแอบแฝงเข้ามาก่ออาชญากรรม หรือดำเนินการ เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในประเทศไทย\\n \t\t(๒) ด้านเศรษฐกิจและแรงงาน ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะค่าจ้าง\\nต่ำกว่าคนไทย ส่งผลต่อระบบภาษี เพราะเป็นแรงงานผิดกฎหมายที่แฝงอยู่ในระบบแรงงาน ส่งผล\\nต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ\\n \t\t(๓) ด้านสาธารณสุข ส่งผลให้ประชากรไทยเสี่ยงต่อโรคระบาด เพราะแรงงาน\\nผิดกฎหมายไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง กักกันโรคอย่างถูกต้อง ปัญหาแรงงานต่างด้าวบางส่วน\\nทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย อาจเกิดอุบัติเหตุ และป่วยเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง และนายจ้าง\\nไม่สามารถส่งตรวจรักษาตามสถานพยาบาลได้ เพราะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย\\n \t\t(๔) ด้านสังคม เมื่อแรงงานไม่มีเอกสารรับรอง อาจเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ หรือไม่มีการประกอบอาชีพ ทำให้ไม่มีรายได้ อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรม\\n \t\tทั้งนี้ ขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ดังนี้\\n \t\t(๑) ควรปรับปรุงระบบนำเข้าแรงงานต่างด้าวให้สะดวกขึ้น โดยลดค่าใช้จ่าย \\nและระยะเวลาการขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวให้รวดเร็วขึ้น\\n \t\t(๒) ปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดการคอร์รัปชัน และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย โดยเพิ่มมาตรการตรวจสอบ และปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่บริเวณพื้นที่ชายแดน และเพิ่มบทลงโทษให้สูงขึ้นต่อผู้ที่ลักลอบเข้าเมือง\\nและผู้นำพา\\n \t\t(๓) เร่งรัดแก้ไขปัญหาปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทยให้หมดสิ้น\\n ให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนที่สะดวก และรวดเร็ว\\n \t\t(๔) สร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับบันทึกข้อตกลงแรงงาน\\nระหว่างประเทศ เพื่อลดการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย\\n \t\t(๕) พัฒนาศูนย์แรกรับแรงงานที่ถูกต้อง เพื่อขึ้นทะเบียนอัตลักษณ์บุคคล \\nและทดสอบฝีมือแรงงาน โดยให้ผู้ประกอบการได้พบกับผู้ใช้แรงงานโดยตรง","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [347,1282,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","การท่องเที่ยวไทยติดหล่ม เที่ยวกระจุกเงินสะพัดไม่ทั่วถึง","เนื่องจากสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยประสบปัญหาการท่องเที่ยว\\nที่ไม่เอื้อประโยชน์ ไม่เชื่อมโยงไปยังพื้นที่จังหวัดอื่น หรือจังหวัดที่เป็นเมืองรองได้ โดยข้อมูลจาก\\nการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า จังหวัดที่มีรายได้จากผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติในปี ๒๕๖๗ \\nสูงที่สุด ๕ อันดับ ได้แก่ \\n\t\t(๑) จังหวัดภูเก็ต จำนวน ๔๖๑,๘๑๖ ล้านบาท \\n\t\t(๒) จังหวัดชลบุรี จำนวน ๒๑๐,๒๐๑ ล้านบาท \\n\t\t(๓) จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๘๒,๕๐๓ ล้านบาท \\n\t\t(๔) จังหวัดกระบี่ จำนวน ๕๕,๖๙๔ ล้านบาท  \\n\t\t(๕) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๔๑,๒๘๐ ล้านบาท \\n\t\tจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวในภาคใต้\\nของประเทศไทย ซึ่งเป็นเมืองหลัก สำหรับเมืองรองของภาคใต้ อาทิ จังหวัดนครศรีธรรมราช \\nจังหวัดพัทลุง จังหวัดตรัง จังหวัดสตูล จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี \\nและจังหวัดนราธิวาส มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพียงหลักร้อยล้าน และหลักพันล้านเท่านั้น\\n \t\tสาเหตุที่รายได้จากการท่องเที่ยวไม่กระจายไปยังพื้นที่อื่น เนื่องมาจาก\\nนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนใหญ่มักเลือกท่องเที่ยวจังหวัดที่มีทะเลสวยงาม ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา ประกอบกับการเชื่อมโยงระหว่างเมืองหลักไปยังเมืองรองยังไม่สะดวก เพราะรถโดยสารระหว่างเมืองมีจำกัด ไม่สะดวกสบาย และขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี\\n \t\tผลการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรณีศึกษาท่องเที่ยวเมืองรอง \\nระบุว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพ กล่าวคือ มีต้นทุนด้านการท่องเที่ยว\\nด้านวัฒนธรรมและมีธรรมชาติที่สวยงาม ถูกค้นหาในแอบพลิเคชัน Agoda และ Tripadvisor  \\nจำนวนมาก มีการแสดงความคิดเห็นที่ดีภายหลังการท่องเที่ยว และเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ สามารถเดินทางได้สะดวก แบบเช้าไป - เย็นกลับ หรือค้างคืน มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม\\nหลายแห่ง อาทิ หมู่บ้านคีรีวง เขาหลวง ถ้ำวังทอง น้ำตกกรุงชิง หาดสิชล ชมทะเลหมอกที่เขา\\nศูนย์ผาเทวะ เกาะนุ้ย กังหันลมปากพนัง แหลมตะลุมพุก หาดหิน น้ำตกพรหมโลก เป็นต้น\\n\t\tทั้งนี้ ขอเสนอแนวทางเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรอง ไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t(๑) ควรส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเช้าไป - เย็นกลับ ระหว่างเมืองหลักและเมืองรองใกล้เคียง โดยมีระยะทางการเดินทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางไม่เกิน ๒ ชั่วโมง\\n \t\t(๒) ควรพัฒนาการท่องเที่ยวแบบค้างคืนเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ อาทิ \\nให้นักท่องเที่ยวพักโฮมสเตย์ และเข้าร่วมกิจกรรมหรือเทศกาลของชุมชน เป็นต้น\\n \t\t(๓) ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบกลุ่มจังหวัด โดยการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากิจกรรม และเส้นทางการท่องเที่ยวร่วมกันระหว่างกลุ่มจังหวัดเมืองรอง ที่นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยว \\n๑ การเดินทาง แต่สามารถเดินทางไปได้หลายจังหวัด\\n \t\t(๔) พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยว โดยสนับสนุนเรื่องการคมนาคมระหว่างเมืองให้มีบริการรถสาธารณะที่สามารถเดินทางได้สะดวก อาทิ รถตู้ รถไฟ เป็นต้น\\n \t\t(๕) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีแผนดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม\\nในการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติไปยังเมืองรอง เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช หรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [348,1281,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาขาดแคลนน้ำภาคการเกษตร","จังหวัดพังงามีพื้นที่การเกษตร จำนวน ๑,๐๐๗,๗๗๖ ไร่ คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของพื้นที่จังหวัดพังงาทั้งหมด ในปี ๒๕๖๕ มีรายได้จากภาคการเกษตร จำนวน ๑๘,๐๕๔ ล้านบาท \\nคิดเป็นร้อยละ ๓๗ ของรายได้ทั้งจังหวัด มีสินค้าการเกษตรที่ได้รับเครื่องหมายรับรอง GI (Geographical\\nIndication) สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก อาทิ ทุเรียนสาลิกา มังคุดทิพย์ และข้าวไร่ดอกข่า เป็นต้น แต่ปัจจุบันหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรอย่างมาก เนื่องจากขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร\\n \t\tจากการติดตามโครงการชลประทานในพื้นที่จังหวัดพังงา พบว่า ปัญหาและอุปสรรคมีดังนี้\\n \t\t๑. ความล่าช้าในขั้นตอนการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าไม้ และป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน ๒ โครงการ คือ\\n \t\t(๑) โครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งคลองกะปง บ้านปากพู่ ตำบลท่านา อำเภอกะปง อยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ\\n \t\t(๒) โครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งคลองปลายวา ตำบลเหมาะ อำเภอกะปง อยู่ระหว่างออกแบบก่อสร้างและขออนุญาตใช้พื้นที่ในเขตป่าไม้\\n \t\t๒. โครงการที่พร้อมดำเนินการก่อสร้าง แต่รอการจัดสรรงบประมาณ จำนวน \\n๒ โครงการ คือ\\n \t\t \t(๑) โครงการก่อสร้างฝายบ้านปากพู่ ตำบลท่านา อำเภอกะปง งบประมาณ \\nจำนวน ๓๗ ล้านบาท\\n \t  \t\t(๒) โครงการก่อสร้างฝายบ้านกะปง ตำบลกะปง อำเภอกะปง งบประมาณ จำนวน ๓๕ ล้านบาท\\n \t\tดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t\t(๑) ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างฝายบ้านปากพู่ ตำบลท่านา อำเภอกะปง งบประมาณ จำนวน ๓๗ ล้านบาท \\nและโครงการก่อสร้างฝายบ้านกะปง ตำบลกะปง อำเภอกะปง งบประมาณ จำนวน ๓๕ ล้านบาท \\nเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในจังหวัดพังงา \\n \t\t(๒) ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งตรวจสอบและพิจารณาการขออนุญาต\\nการใช้พื้นที่ในเขตป่าไม้ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งคลองปลายวา ตำบลเหมาะ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา\\n \t\t(๓) ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดการตรวจสอบพื้นที่ และเร่งการพิจารณาอนุญาตการใช้พื้นที่ สำหรับโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งคลองกะปง \\nบ้านปากพู่ ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [349,1280,14,"นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์","กฎหมาย","พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ กับปัญหาการตีความที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์","จากได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยเฉพาะในประเด็นการตีความ “ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์” ซึ่งในปัจจุบันองค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศ มีอำนาจจัดเก็บภาษีจากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ได้ใช้อำนาจพิจารณาว่าที่ดินใดเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่า หรือที่ดินใดเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งจะมีอัตราภาษีเรียกเก็บแตกต่างกัน ทั้งนี้ ที่ดินบางพื้นที่จึงเป็นที่ดินที่ตีความได้ยากว่าเป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างในลักษณะใด จึงทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและเหลื่อมล้ำในการประเมินอัตราภาษี นอกจากนี้ ยังเกิดกรณีการปรับปรุงพื้นที่ให้เข้าข่ายเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมโดยการตัดต้นไม้ที่ขึ้นอยู่เดิม\\nและทำการปลูกพืชหรือต้นไม้ใหม่เพื่อให้ดูเหมือนว่าเป็นการทำเกษตรกรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลด \\nอัตราภาษีที่ดินตามกฎหมาย แต่มิได้มีผลผลิตทางการเกษตรเกิดขึ้นจริง ซึ่งมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในเขตเมือง\\n\t\tโดยพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์\\nเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ให้มากที่สุด โดยจัดเก็บภาษีจากที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ในอัตราภาษีสูงกว่าที่ดินประเภทอื่น คือ จัดเก็บในอัตราร้อยละ ๑.๒๐ ของฐานภาษี ในขณะที่ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมและที่ดินที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย จะเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า ทั้งนี้ ตามประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และลักษณะของการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกอบการเกษตร และอัตราขั้นต่ำของการประกอบการเกษตรของพืชชนิดต่าง ๆ ไว้ ยกตัวอย่างเช่น ที่ดินจะต้องปลูกกล้วยหอม กล้วยไข่ หรือกล้วยน้ำว้า จำนวน ๒๐๐ ต้น/ไร่ หรือมะม่วง จำนวน ๒๐ ต้น/ไร่ หรือพืชกลุ่มให้เนื้อไม้ จำนวน ๓๐ ต้น/ไร่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังคงเกิดความคลุมเครือในการตีความ เช่น กรณีมีต้นไม้พื้นเมืองที่ให้เนื้อไม้อยู่ในที่ดินและมีหญ้าขึ้นปกคลุม แต่ถูกตีความว่าเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้\\nว่างเปล่าไม่มีการทำประโยชน์\\n\t\tดังนั้น ปัญหาการตีความตามกฎหมายนี้ จึงสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรม\\nที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ อาจนำไปสู่ปัญหาการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของประเทศ ทำให้พื้นที่สีเขียว\\nตามธรรมชาติถูกทำลาย มีการทำการเกษตรที่ไม่ยั่งยืน เพื่อต้องการลดอัตราภาษีให้ต่ำลง \\nซึ่งขัดกับเป้าหมายของรัฐบาลในการส่งเสริมการปลูกป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียว จำนวน ๓๐ ล้านไร่ เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกจากชั้นบรรยากาศ โดยมีการประกาศเป้าหมาย คือ \\nประเทศไทยจะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. ๒๐๕๐\\n\t\tจึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง \\nและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาการตีความที่ดินตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม และเป็นธรรม เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และแก้ไขปัญหาการทำเกษตรกรรมที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [350,1279,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโรคระบาดปอดอักเสบในโค","จากปัญหาการระบาดของโรคระบาดปอดอักเสบในโค หรือโรคปอดบวม\\nในวัว ซึ่งเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ทำให้โคเสียชีวิตเฉียบพลัน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอย่างมาก โดยมีรายละเอียดของโรค ดังนี้\\n\tสาเหตุของโรค\\n\tเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิด Bovine Respiratory Syncytial (BRSV), Paralnfluenza 3, Bovine Viral Diarrhea (BVDV) และ Bovine Herpesvirus Type 1 (BHV-1; ก่อโรค Infectious Bovine Rhinotracheitis, IBR) หรือแบคทีเรีย ชนิด Mannheimia Hemolytica, Pasteurella Multocida, Histophilus Somnus และ Mycoplasma Bovis \\n\tอาการของโรค\\n \tเมื่อโคได้รับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียดังกล่าว จะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจมีอาการ\\nปอดบวม หายใจหอบ ไอ มีน้ำมูก และไข้ขึ้นสูง โดยเฉพาะหากเกิดในลูกโค จะมีอาการรุนแรงมาก ส่งผลให้ ลูกโคเสียชีวิตเฉียบพลันได้ เนื่องจากลูกโคจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ\\n\tการระบาดของโรค พบในหลายพื้นที่ของประเทศ ดังนี้\\n \t(๑) ภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ \\nและจังหวัดพิษณุโลก\\n \t(๒) ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดชัยนาท \\n\t(๓) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถพบได้เกือบทุกจังหวัด\\n\tสาเหตุหลักของการระบาด คือ การละเลยปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าโคที่มีชีวิต\\nจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่มีการกักกันโรคหรือตรวจสอบโรค ทำให้เกิดการระบาดของโรคขยายวงกว้างในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีการสุขาภิบาลที่ดี เพื่อให้โคมีสุขภาพดี และควรจัดให้มีการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม\\n\tดังนั้น เพื่อเป็นการควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคปอดอักเสบในโค จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้\\n\t(๑) ขอให้กรมปศุสัตว์ประกาศเขตโรคระบาด เนื่องจากเมื่อโคเสียชีวิตเฉียบพลัน \\nส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค เกษตรกรไม่สามารถเรียกร้องขอรับเงินชดเชย เงินช่วยเหลือ \\nหรือเงินเยียวยาจากหน่วยงานของรัฐได้ เพราะกรมปศุสัตว์ไม่มีการประกาศการระบาดของโรค\\n \t\t(๒) ขอให้กรมปศุสัตว์เร่งรัดจัดซื้อวัคซีน สำหรับแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโค เพื่อควบคุมการระบาดของโรค และป้องกันการลุกลามไปยังโคนม","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [351,1278,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","คนพิการกับโอกาสทางการศึกษา","ปัจจุบันผู้พิการยังไม่สามารถเข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกัน\\nในสังคมได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเรื่องการจ้างงานของคนพิการ โดยมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖  \\nได้กำหนดว่า เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้นายจ้างหรือเจ้าของ\\nสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วน\\nที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ ปัจจุบันภาคเอกชนได้มีการจ้างงานร้อยละ ๙๔.๕๖ แต่ภาครัฐมีการจ้างเพียงร้อยละ ๒๓.๔๓ จึงนำมาสู่การวิเคราะห์ว่า เพราะเหตุใด\\nจึงมีการจ้างงานคนพิการในอัตราที่ต่ำ คนพิการมีความรู้ ความสามารถเพียงพอหรือไม่ และจากการศึกษา\\nพบว่า ระดับการศึกษาของคนพิการอยู่ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น\\nและตอนปลาย) จำนวน ๔๐๗,๕๖๔ คน ระดับอาชีวศึกษา (ระดับ ปวช. – ปวส.) จำนวน ๑,๘๕๓ คน และระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) จำนวน ๓,๑๓๖ คน จะเห็นว่า ข้อมูลตัวเลขจากระดับพื้นฐาน\\nไปสู่อาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษามีความแตกต่างกันมาก ซึ่งคนพิการที่ประสงค์จะเข้ารับการศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา จะต้องมีคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ ดังนี้ \\n\t\t(๑) มีบัตรประจำตัวคนพิการ และ \\n\t\t(๒) มีข้อจำกัดสิทธิสำหรับคนพิการในการศึกษาต่อตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข\\nของสถานศึกษา\\n\t\tปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนคนพิการทั้งหมด จำนวน ๔.๑๙๐ ล้านคน เป็นผู้มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน ๒.๒๑๕ ล้านคน และไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ จำนวน ๑.๙๗๕ ล้านคน สาเหตุเนื่องจากผู้พิการบางคนมีสภาพความพิการไม่ถึงเกณฑ์ที่จะได้รับบัตรประจำตัวคนพิการ ตัวอย่างเช่น ความพิการทางสายตา ซึ่งแบ่งไว้ ๕ ระดับ คือ \\n\t\tระดับ 0 Mild or no visual impairment\\n\t\tระดับ 1 Moderate visual impairment  \t    6/18 3/10(0.3) 20/70\\n\t\tระดับ 2 Severe visual impairment \t        6/60 1/10 (0.1) 20/200\\n\\nระดับ 3 Blindness...\\n\\n\t\tระดับ 3 Blindness \t 3/60 1/20 (0.05) 20/400\\n\t\tระดับ 4 Blindness \t 1/60* 1/50 (0.02) 5/300 (20/1200)\\n \t\tระดับ 5 Blindness \t No light perception\\n\t\tหากมีความพิการทางตาระดับที่ 3, 4 และ 5 จะใช้คำว่าตาบอด (blindness) \\nซึ่งหมายถึง ความสามารถในการมองเห็นเมื่อแก้ไขแล้ว แต่ถ้าพิการทางตา ระดับที่ ๒ ถือว่ายังไม่ใช่\\nคนพิการจึงยังไม่ได้รับบัตรประจำตัวคนพิการ เป็นต้น\\n\t\tดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ควรปรับหลักเกณฑ์ให้ผู้พิการสามารถ\\nมีบัตรประจำตัวคนพิการได้ทุกคน และขอเสนอแนวทางเพื่อให้สถานศึกษารับผู้พิการเข้าศึกษาต่อ\\nในระดับอุดมศึกษา และเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น ดังนี้\\n\t\t(๑) นโยบาย หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของสถานศึกษา จะต้องรองรับหรือมีไว้เพื่อสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงควรกำหนดว่า สถานศึกษาใดที่ประสงค์รับคนพิการเข้าศึกษาต่อ จะต้องมีความพร้อมเพื่อรองรับคนพิการ หากสถานศึกษาใดไม่มีความพร้อม ถือว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์นี้ \\n\t(๒) ควรยกเลิกหลักเกณฑ์ที่ระบุว่า “เฉพาะผู้ถือบัตรคนพิการเท่านั้น” เพราะมี\\nคนพิการจำนวนมากที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แต่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการ ทำให้ผู้พิการที่ไม่มี\\nบัตรประจำตัวคนพิการไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษา เป็นต้น\\n\t(๓) กรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ขอให้สถานศึกษาจัดหลักสูตร\\nที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ เช่น หลักสูตรระยะสั้น และหลักสูตรเฉพาะบุคคล ให้มีจำนวนหน่วยกิตเท่ากับคนปกติ และสามารถเทียบโอนรายวิชาได้ รวมทั้งจัดให้มีความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับผู้ประกอบการในการรับคนพิการเข้าทำงาน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",12,2568,"2025-02-04T00:00:00"],
    [352,1277,141,"นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความปลอดภัยจากอาวุธปืนและวัตถุระเบิด","ปัจจุบันสถิติการกระทำความผิดโดยใช้ความรุนแรงจากอาวุธปืนและวัตถุระเบิดเกิดขึ้นทุกวันและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลสถิติพบว่าคนไทยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง มากถึง ๑๐.๓ ล้านกระบอก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๑๕.๔๑ ของประชากรไทย ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงพอสมควร การที่สามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายจึงเป็นสาเหตุของการก่อเหตุความรุนแรงตามมา แม้กระทั่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่พอใจเพียงเล็กน้อยก็มีการนำอาวุธปืนมาข่มขู่คู่กรณี อย่างไรก็ดี พบว่าผู้ครอบครองอาวุธปืนทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนส่วนมากได้จดทะเบียนการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับนำอาวุธปืนมาใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องดังเช่นที่ปรากฏเป็นข่าวการใช้ความรุนแรงต่าง ๆ เห็นได้ว่าภาครัฐขาดการควบคุมในการครอบครอง การพกพา การใช้อาวุธปืน และวัตถุระเบิด อย่างเข้มงวด\\nและจริงจัง รวมทั้งการลงโทษผู้กระทำความผิดจากการใช้อาวุธปืนยังไม่มีความเด็ดขาดเพียงพอ \\nอนึ่ง ที่ผ่านมาได้ตั้งกระทู้ถามสดในเรื่องดังกล่าว จำนวน ๓ ครั้ง แต่รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบยังมิได้มาตอบกระทู้ถามแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [353,1276,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","สถานการณ์ราคาข้าวที่ยังตกต่ำต่อเนื่อง","จากในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันอังคารที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ปรึกษาหารือ เรื่อง สถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ โดยขอให้รัฐบาลได้ตรวจสอบ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำโดยด่วนนั้น พบว่าปัญหาราคาข้าวตกต่ำดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้อง \\n\t\tประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าว โดยที่ผ่านมา มีการส่งออกข้าวจำนวนมาก\\nไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซียและประเทศฟิลิปปินส์ โดยประเทศอินโดนีเซีย\\nเป็นตลาดข้าวแข็ง มีคู่แข่งสำคัญหลายประเทศ อาทิ ประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม และประเทศเมียนมา ส่วนประเทศฟิลิปปินส์เป็นตลาดข้าวนุ่ม ซึ่งประเทศไทยมีข้าวพื้นนุ่ม คือ ข้าวพันธุ์ กข ๗๙\\nแต่มีผลผลิตไม่เพียงพอต่อการส่งออก โดยพบว่าข้าวพื้นนุ่มที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นข้าวที่ไม่ปรากฏสัญชาติ เมื่อผู้ประกอบการของไทยส่งออกข้าวไปยังต่างประเทศได้น้อย โรงสีข้าวย่อมไม่สามารถรับซื้อข้าวเปลือกจำนวนมากจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อราคารับซื้อข้าวเปลือก\\nจากเกษตรกร ทั้งนี้ จากการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า คาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม ๒๕๖๘ ซึ่งเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวจะมีข้าวเปลือกออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ข้าวเปลือกจะยังคงมีราคาตกต่ำต่อเนื่องอย่างแน่นอน ดังนั้น ขอหารือไปยังกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ว่าได้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำหรือไม่ อย่างไร เช่น การร่วมมือกับผู้ประกอบการส่งออกข้าวในการแสวงหาตลาดต่างประเทศ รวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [354,1275,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า","จากประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ถือเป็นภยันตรายที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้สูญเสียความหลากหลายทางธรรมชาติ โดยข้อมูลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่า\\nในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีพื้นที่เผาไหม้จากไฟป่าในเขตป่าอนุรักษ์ จำนวนสูงถึง ๖,๐๖๒,๙๘๓ ไร่ (ร้อยละ ๔๗.๔๘) นอกจากนี้ หากพิจารณาในประเด็นปัญหาภาวะโลกร้อน (Global warming) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยง\\nที่ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่า พบว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ประเทศไทยมีจุดความร้อนที่สำรวจจากดาวเทียมจำนวนมากถึง ๓๒๘ จุด โดยในจำนวนนี้เป็นจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่การเกษตรสูงถึง ๑๓๘ จุด ทั้งนี้ สาเหตุของปัญหาไฟป่าสามารถเกิดขึ้นจากธรรมชาติ อาทิ มีเชื้อเพลิงที่สามารถติดไฟได้ เกิดความร้อน ฟ้าผ่า และเกิดขึ้นจากพฤติกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนในวงกว้าง นอกจากนี้ สิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง คือ ความสูญเสียชีวิต\\nและการได้รับบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และอาสาสมัครดับไฟป่า โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่า\\nมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานดับไฟป่า จำนวน ๓๓ ราย และเสียชีวิต จำนวน ๓ ราย แม้ว่าที่ผ่านมา รัฐบาลจะมีมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า แต่ปัญหาดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งของทุกปี ดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้    \\n\t\t๗.๑ รัฐบาลควรตระหนักถึงความรุนแรงและเร่งด่วนของสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศไทย กล่าวคือ แม้ว่าประเทศไทยจะมีการตรากฎหมายเกี่ยวกับป่าจำนวนหลายฉบับ \\nเช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ \\nแต่ปรากฏว่ายังมิได้มีการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไฟป่าโดยตรง     \\n\t\t๗.๒ รัฐบาลควรมีมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า\\nและอาสาสมัครดับไฟป่าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการให้\\nความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอย่างเหมาะสม ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [355,1274,189,"นายอลงกต วรกี","กฎหมาย","กรณีการทุจริตของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช","จากกรณีที่ได้ปรึกษาหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) จำนวน ๒ ครั้ง และ มสธ. ได้มีหนังสือแจ้งรายละเอียด ดังนี้ \\n \t\t๖.๑ กรณี มสธ. นำเงินรายได้ไปลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) \\nไม่ขัดต่อกฎหมาย และมหาวิทยาลัยได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นจำนวนกว่า ๒๐๐ ล้านบาท \\nแต่เจ้าหน้าที่ของ มสธ. ได้ส่งข้อมูลให้สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอหารือว่า กองกฎหมายของ มสธ. ได้มีหนังสือทักท้วงการออกข้อบังคับการเงินที่ให้ มสธ. นำเงินรายได้ไปลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ว่าขัดต่อพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. ๒๕๒๑ โดยเปรียบเทียบกับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ออกนอกระบบ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่า ไม่สามารถนำเงินไปลงทุนได้ และเสนอให้ มสธ. ทำหนังสือไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อหารือว่าสามารถ\\nให้เอกชนนำเงินไปลงทุนได้หรือไม่ ต่อมากรมบัญชีกลางได้หารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการ\\nการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่ผู้บริหาร มสธ. ไม่ได้ดำเนินการตามคำแนะนำของกรมบัญชีกลาง และยังคงนำเงินรายได้ไปลงทุนต่อไป โดยมีเอกสารอ้างอิง ดังนี้ (๑) หนังสือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช \\nด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๕๒๒.๐๑(๒๕)/๑๐๓๓ ลงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ (๒) หนังสือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๕๒๒.๐๑/๑๓๔๐ ลงวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ \\n(๓) หนังสือมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด่วนที่สุด ที่ ศธ ๐๕๒๒.๐๑(๒๕)/๑๐๑๘ ลงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ (๔) หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กอส.) ที่ ศธ ๐๕๙๒(๒)๒.๒๗/ว๑๖๘๗ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๑ และ (๕) สำเนาหนังสือบันทึกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๑๕๔๒/๒๕๖๑\\n   \\n\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t        ๖.๒ ภายหลัง…\\n\\n    \\n \t\t๖.๒ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ \\nมสธ. ได้จัดให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ จึงได้ดำเนินการว่าจ้างสมาคมวิจัยสถาบัน\\nและพัฒนาอุดมศึกษา จัดทำโครงการพัฒนาระบบทดสอบออนไลน์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งขณะนั้น\\nนายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และนายกสมาคมวิจัยสถาบันและพัฒนาอุดมศึกษา\\nคือบุคคลเดียวกัน โดยมีเอกสารอ้างอิง ดังนี้ (๑) แบบ ส.ค. ๖ หรือใบแสดงการจดทะเบียนการแต่งตั้งกรรมการสมาคม ทะเบียนเลขที่ ๘/๒๕๖๐ และ (๒) สัญญาจ้างโครงการเลขที่ ๓๐๔ – ๖๓ – ๑๐ – ๑๐๔ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓     \\n \t\t๖.๓ กรณีการยืมตัวบุคลากรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อดำรงตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และค่าตอบแทน\\nของ ๒ ตำแหน่ง แตกต่างกัน โดยมีคำชี้แจงว่า สภามหาวิทยาลัยฯ ได้มีหนังสือถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อขออนุญาตให้ส่งผู้แทนไปดำรงตำแหน่งอธิการบดีของ มสธ. โดยมีเอกสารอ้างอิง \\nคือ หนังสือเวียนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สอก.) ถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ ศธ ๐๕๐๙(๕).๗ ว๑๒๓๕ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๙ เรื่อง ซักซ้อมแนวปฏิบัติในการขอยืมตัวข้าราชการไปช่วยราชการ และหนังสือสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๕/ว๗๓ ลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔ แต่ไม่ปรากฏว่าได้มีหนังสือไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย\\nและนวัตกรรม เพื่อขออนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด     \\n \t\t๖.๔ กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจพบระบบบัญชีไม่เป็นมาตรฐาน แต่ มสธ. แจ้งว่าได้รับข้อสังเกตแล้ว และได้ดำเนินการตามคำแนะนำของ สตง. เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏหลักฐานว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และ พ.ศ. ๒๕๖๖ มสธ. มิได้ดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๗ อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สตง. โดยมีเอกสารอ้างอิง ดังนี้ (๑) รายงานของผู้สอบบัญชี\\nและรายงานการเงินมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ \\nของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (ความเห็นอย่างมีเงื่อนไข) และ (๒) รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (ความเห็นอย่างมีเงื่อนไข)","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [356,1273,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเผาไร่นา ไร่อ้อยและไร่ข้าวโพดก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5","เนื่องจากกรณีปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีสาเหตุมาจากหลายพื้นที่ในประเทศไทยได้มีการเผาเศษวัสดุหลังจากเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรแล้ว ทั้งที่ภาครัฐได้แจ้งเตือนและให้ข้อมูลว่า\\nการเผาเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๘ สมาชิกวุฒิสภา\\nผู้ขอหารือได้ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี พบว่าบริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ ระหว่างอำเภอโชคชัย \\nจังหวัดนครราชสีมา ไปยังอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งห่างจากอำเภอกบินทร์บุรีเพียง \\n๑๖ กิโลเมตร ประชาชนได้เผาไร่นาเป็นวงกว้างหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรแล้ว โดยพบเห็นรถดับเพลิงจอดอยู่บริเวณใกล้เคียง แต่ก็มิได้ดำเนินการดับไฟแต่อย่างใด ทั้งที่บริเวณดังกล่าวรถดับเพลิง สามารถเข้าไปดับไฟได้โดยสะดวก นอกจากนี้ สามารถพบเห็นจุดที่มีค่าความร้อนสูงผิดปกติ (Hotspot) ในประเทศเพื่อนบ้านเป็นจำนวนมาก สำหรับในประเทศไทยจะพบเห็นจุดค่าความร้อนสูงผิดปกติบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุโขทัย และในจังหวัดพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยเป็นจำนวนมาก   \\n \t\tทั้งนี้ ข้อมูลจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และเครือข่ายอากาศสะอาด (Thailand Can) พบว่า ปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ประเทศไทยมีผู้ป่วยจากโรค\\nที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ จำนวน ๒.๑ ล้านคน และได้เปรียบเทียบปริมาณฝุ่น PM 2.5 \t\t\t\t\t\t\t\t                  \\nที่คนในแต่ละจังหวัดได้รับเป็นจำนวนมวนบุหรี่ที่ปอดได้รับต่อปี โดย ๓ อันดับแรก คือ จังหวัดเชียงราย ประชาชนได้รับปริมาณฝุ่น PM 2.5 เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ จำนวน ๘๒๓ มวนต่อปี จังหวัดน่าน ประชาชนได้รับปริมาณฝุ่น PM 2.5 เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ จำนวน ๘๐๕ มวนต่อปี และจังหวัดพะเยา ประชาชนได้รับปริมาณฝุ่น PM 2.5 เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ จำนวน ๘๐๐ มวนต่อปี เป็นต้น และพื้นที่ที่ได้รับปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณสูงจะเป็นพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [357,1272,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตขยะจังหวัดนครศรีธรรมราช","จากปัญหาวิกฤตขยะในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้ส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งนี้สาเหตุของปัญหาเกิดจากการขาดเจ้าภาพรับผิดชอบอย่างเบ็ดเสร็จ ขาดการบูรณาการ และรัฐบาลไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้ประชาชนเผชิญกับปัญหาจากขยะมูลฝอยอย่างรุนแรง เนื่องจากบ่อขยะทุ่งท่าลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีปริมาณขยะสะสมมากกว่า ๒ ล้านตัน มีความสูงเท่ากับตึก ๔ ชั้น จนไม่สามารถที่จะรับขยะเพิ่มได้อีก ทำให้เทศบาลนครนครศรีธรรมราชต้องทำการปิดบ่อขยะ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ เป็นต้นมา เป็นเหตุให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จำนวน ๕๙ แห่ง (จากทั้งหมด ๑๘๕ แห่ง) ไม่สามารถนำขยะมาทิ้งในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ ประชาชนรอบบ่อขยะได้รับความเดือดร้อน และเผชิญกับผลกระทบต่อ \\nสุขภาพจากน้ำเสียที่ปนเปื้อนและยังรอการแก้ไข กรณีปัญหาดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่ได้ยื่นฟ้อง \\nต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช โดยมีลำดับเหตุการณ์ดังนี้ \\n\t\t๔.๑ วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๔ ศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ให้เทศบาลนครนครศรีธรรมราช (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑) ระงับการทิ้งขยะด้านทิศเหนือ (ทุ่งท่าลาด) และทิศตะวันตก (ตำบลนาเคียน หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒) เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และให้ดำเนินการขุดร่องน้ำเพื่อเป็นทางระบายน้ำเสียจากบ่อขยะไปยังบ่อบำบัดน้ำเสีย รวมทั้งควบคุมการปฏิบัติงานฉีดพ่นน้ำยาจุลินทรีย์ (EM) อย่างเคร่งครัดเป็นประจำทุกวัน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งศาล \\n\t\t๔.๒ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ ศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาให้เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติในการดำเนินการกำจัดขยะมูลฝอยบริเวณบ่อขยะให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยนำขยะในส่วนที่เกินกว่าประสิทธิภาพกำจัดขยะของระบบที่มีอยู่ออกไป พร้อมทั้งดำเนินการกำจัดขยะส่วนที่เหลือ\\nตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และห้ามนำขยะมูลฝอยไปทิ้งที่บ่อขยะเพิ่มอีก ทั้งนี้ ให้ดำเนินการ\\nให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด \\n\t\t๔.๓ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ประกาศการงดรับขยะ\\nจากนอกพื้นที่ ยกเว้นขยะจากองค์การบริหารส่วนตำบลนาเคียน และองค์การบริหารส่วนตำบลนาทราย ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป เพื่อลดปริมาณขยะในบ่อทิ้งขยะจนกว่าการดำเนินการทางคดีจะแล้วเสร็จ การประกาศงดการรับขยะจากนอกพื้นที่ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน ๕๙ แห่ง ไม่สามารถหาที่ทิ้งขยะได้ ต้องหาที่จัดเก็บขยะเอง จากปัญหาดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างจากการปิดบ่อขยะ ก่อให้เกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม โดยปัญหาวิกฤตขยะนครศรีธรรมราช ไม่มีเจ้าภาพผู้รับผิดชอบเบ็ดเสร็จ เนื่องจาก    \\n\t\t\t๔.๓.๑ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้คำแนะนำและกำกับการดำเนินการของราชการส่วนท้องถิ่น แต่ยังเกิดปัญหาในการบริหารจัดการปัญหาบ่อขยะที่ไม่ถูกหลักวิชาการ และปัญหาการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งไม่สามารถยุติปัญหาได้ในระดับจังหวัด    \\n\t\t\t๔.๓.๒ บริษัท กรีน เพาเวอร์ เอ็นเนอร์จี จำกัด ได้ลงนามในสัญญาโครงการ\\nให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างและบริหารโรงไฟฟ้าขยะกับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ แต่จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ ๔ ปี ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเข้าไปดำเนินการได้ เพราะรอการเพิกถอนจากการเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ \\n\t\t\t๔.๓.๓ ปัจจุบันสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งคืนเรื่องการขอเพิกถอนที่ดินสาธารณประโยชน์ โดยให้จัดทำข้อมูลที่ดินและแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม เนื่องจากได้มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เสมือนเริ่มต้นดำเนินการขอเพิกถอนที่ดินสาธารณประโยชน์ใหม่    \\n\t\tจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าปัญหาบ่อขยะในจังหวัดนครศรีธรรมราช \\nไม่สามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิชาการได้ โดยระยะเวลาผ่านมา ๔ ปี ยังไม่สามารถ\\nเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะได้ และหากจะเริ่มก่อสร้างต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า ๓ ปี จึงจะเริ่มเปิดดำเนินการได้   \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ดำเนินการแก้ไขปัญหาในประเด็นดังต่อไปนี้\\n\t\t๑) ปัจจุบันไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะและเปิดดำเนินการได้ รัฐบาลมีวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับชาวนครศรีธรรมราชหรือไม่ อย่างไร\\n\t\t๒) รัฐบาลจะมีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาการจัดการขยะอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ ให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบปัญหาอย่างยั่งยืนหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [358,1271,48,"นางสาวตวงคุณ ทรงธรรมวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอเสนอแนวทางการลดฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร","จากกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศที่รุนแรงจากฝุ่น PM 2.5 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินหายใจ จึงขอเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดังนี้   \\n\t\t๓.๑ ขอให้มีการติดตั้งเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ บริเวณตึกสูงหรือตึกร้าง\\nในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากตึกสูงส่วนใหญ่จะมีพื้นที่โล่งโปร่ง หากสามารถติดตั้ง\\nเครื่องกรองอากาศขนาดใหญ่ในตึกสูงได้หลายจุดในกรุงเทพมหานครจะช่วยดูดกรองอากาศที่เป็นพิษ และปล่อยอากาศบริสุทธิ์รอบ ๆ บริเวณได้ เช่น ประเทศจีนมีการสร้างเครื่องดูดฝุ่นควันกลางแจ้ง \\nหรือเครื่องฟอกอากาศยักษ์ Smog Free Tower ในเมืองซีอาน ซึ่งออกแบบเพื่อดักจับอนุภาคมลพิษ และช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในพื้นที่ของเมืองให้สะอาดมากยิ่งขึ้น โดยมีกลไกทำงาน ดังนี้ \\n๑) ดูดอากาศที่เป็นมลพิษเข้ามาในปล่อง ๒) อากาศจะลอยขึ้นผ่านตัวกรองทำความสะอาดหลายชั้น และ ๓) ปล่อยอากาศสะอาดสู่ชั้นบรรยากาศ       \\n\t\tดังนั้น หากกรุงเทพมหานครนำหลักการติดตั้งเครื่องดูดฝุ่นควันกลางแจ้งบนตึกสูง\\nมาปรับใช้ และออกมาตรการหรือนโยบายทางภาษี เช่น การลดหย่อนภาษีโรงเรือน ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ให้แก่ผู้ประกอบการ นิติบุคคล หรืออาคารชุด เพื่อเชิญชวนและร่วมมือกันติดตั้งเครื่องดูดฝุ่นควันกลางแจ้งบนตึกของตนเอง จะสามารถช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้          \\n\t\t๓.๒ เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีระบบขนส่งมวลชนที่ดี ประชาชนสามารถเดินทาง\\nได้สะดวกและมีบริการหลายช่องทาง เช่น รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ \\nรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารประจำทาง เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและลดฝุ่น PM 2.5 กรุงเทพมหานครควรออกมาตรการเกี่ยวกับการใช้รถ ดังนี้     \\n  \t  \t(๑) ห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในบริเวณการจราจรหนาแน่น   \\n                (๒) กำหนดให้รถทะเบียนเลขคู่วิ่งวันเลขคู่ สลับกันรถทะเบียนเลขคี่ ให้วิ่งวันเลขคี่\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [359,1270,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาภัยพิบัติระดับชาติ  ","จากประเทศไทยผ่านเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเป็นระยะเวลา \\n๖ เดือน ซึ่งขณะเกิดภัยพิบัติคณะรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า \\nภัยพิบัติในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หรือหากเกิดขึ้นความเสียหายจะลดน้อยลง แต่ปรากฏว่าขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีแผนงาน โครงการระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม\\nตามที่รัฐบาลได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด ซึ่งมวลน้ำจากแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม \\nและแม่น้ำน่านที่จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลได้มีแผนงาน โครงการ และยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหามวลน้ำดังกล่าว รัฐบาลปล่อยให้แต่ละส่วนราชการแก้ไขปัญหา\t\t\t\t\t           \\nตามแผนงบประมาณ ทำให้ส่วนราชการขาดการประสานงานในการดำเนินงาน เช่น กรมชลประทาน\\nมีแผนที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง แต่กรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือกรณีจังหวัดน่าน โรงพยาบาลของรัฐและหน่วยงานราชการในพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงมีความจำเป็นต้องสูบน้ำจากแม่น้ำน่านระยะทาง ๒๓ กิโลเมตร โดยจะต้องก่อสร้างท่อส่งน้ำผ่านพื้นที่ป่า แต่กรมป่าไม้ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ นอกจากนี้ ปัญหาภัยแล้งที่กำลัง\\nจะเกิดขึ้น และปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลมีแผนการดำเนินงาน หรือโครงการที่ชัดเจน\\nในการแก้ไขปัญหาอย่างใด ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [360,1269,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","นโยบายของรัฐบาล","การบูรณะวัดพระพุทธบาทหินลาด อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ","วัดพระพุทธบาทหินลาด บ้านหนองตับเต่า ตำบลป่าปอ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เป็นที่ตั้งรอยพระพุทธบาทหินลาด ปัจจุบันวัดพระพุทธบาทหินลาดไม่ได้มีการ บูรณปฏิสังขรณ์มาเป็นเวลานานทำให้วัดมีสภาพชำรุดทรุดโทรม จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยซึ่งกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลป่าปอ เพื่อบูรณะวัดพระพุทธบาทหินลาดให้มีความสวยงาม และขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ช่วยเหลือ และสนับสนุนการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เนื่องจากวัดพระพุทธบาทหินลาดมีพระภิกษุสงฆ์ \\nจำนวนน้อย รวมทั้งขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาบรรจุการนมัสการรอยพระพุทธบาท หินลาดไว้ในปฏิทินการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวในอำเภอบ้านไผ่ ซึ่งเป็นการ เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีรายได้หลักจากการปลูกมันสำปะหลัง ปลูกข้าว และปลูกอ้อย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายชูศักดิ์  ศิรินิล) ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",10,2568,"2025-01-28T00:00:00"],
    [361,1268,50,"นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย","สถานการณ์บ้านเมือง","มาตรการเชิงรุกในการแก้ปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ และการดำเนินคดีผู้ก่อมลพิษ","จากปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในหลายพื้นที่\\nทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการแก้ไขปัญหา\\nการระบาดของปลาหมอคางดำยังขาดความต่อเนื่องและจริงจัง แม้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) \\nจะได้ดำเนินการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อนำไปแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้ในการเกษตร โดยเฟส ๒ตั้งเป้าการรับซื้อไว้ จำนวน ๖๐๐ ตัน แต่ยังไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง ได้เคยคาดการณ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ว่าจะมีปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในพื้นที่เลี้ยงกุ้งของจังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดเพชรบุรีมากถึง จำนวน ๑,๕๐๐ ตัน\\n \tอย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาประชาชนซึ่งออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องดังกล่าว ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐข่มขู่ เป็นเหตุให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าให้ข่าวกับสื่อมวลชน ก่อให้เกิดปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้มีการรวมตัวกันยื่นฟ้องบริษัทเอกชนที่เป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน ๒,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินคดีแบบกลุ่มที่ดำเนินการโดยประชาชนเพียงลำพัง ไม่มีหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือหรือดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนดังกล่าวแต่อย่างใด แตกต่างจาก\\nปี พ.ศ. ๒๕๕๔ กรณีเรือบรรทุกน้ำตาลประสบอุบัติเหตุพุ่งชนตอม่อสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา \\nกรมควบคุมมลพิษได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัทขนส่งทางเรือ เป็นจำเลย ในฐานเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ\\nที่ก่อให้เกิดการรั่วไหล แพร่กระจาย หรือปนเปื้อนของมลพิษ เรียกค่าเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น \\nจึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \\n \t๑) ขอให้กรมประมงมีมาตรการแก้ไขปัญหา โดยเร่งกำจัดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ฟื้นฟูระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่เพียงดำเนินการรับซื้อปลาหมอคางดำเท่านั้น\\n \t๒) ขอให้กรมควบคุมมลพิษดำเนินการฟ้องคดีบริษัทเอกชนที่เป็นต้นเหตุการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นผู้ก่อมลพิษ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [362,1267,95,"นายพละวัต ตันศิริ","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหากรณีประเทศจีนสั่งระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมจากประเทศไทย","จากกรณีประเทศจีนสั่งระงับการนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย ๒ รายการ ได้แก่ น้ำเชื่อมและน้ำตาลผสม เนื่องจากไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาหาร \\nซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลาพอสมควร หากปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว ย่อมส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย เนื่องจากผลผลิตน้ำตาลทั้งประเทศโดยรวม จำนวน ๘.๕ ล้านตัน เทียบได้กับอ้อยสดของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย จำนวน ๘๕ ล้านตัน โดยประมาณ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการผลิตเพื่อส่งออก\\nเป็นน้ำตาลทรายและน้ำตาลดิบ จำนวน ๕ ล้านตัน (ร้อยละ ๕๘.๘๒) ผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป จำนวน ๑ ล้านตัน (ร้อยละ ๑๑.๗๖) ผลิตเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมในประเทศ จำนวน ๑ ล้านตัน (ร้อยละ ๑๑.๗๖) และผลิตเพื่อใช้ในภาคครัวเรือน จำนวน ๑.๕ ล้านตัน (ร้อยละ ๑๗.๖๕)\\n \tโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ (Competent Authority : CA) ด้านน้ำตาลของไทย ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้ชี้แจงข้อมูลต่อสำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน (General Administration of Customs of China: GACC) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับกระทรวงที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลเรื่องการนำเข้า-ส่งออก\\nสินค้าของประเทศจีน เพื่อขอผ่อนผันการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสม แต่อย่างไรก็ดี การผลิตน้ำตาลส่งออกของประเทศไทยมาจากหลายแหล่งผลิต ประกอบด้วย โรงงานน้ำตาล ประมาณ ๓ แสนตัน \\nเขตปลอดอากร (Free Zone) ประมาณ ๑.๓ ล้านตัน นำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศมาปรับคุณภาพ ประมาณ ๔ แสนตัน รวมทั้งสิ้นประมาณ ๒ ล้านตัน เป็นเหตุให้มีหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ได้แก่ (๑) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) (๒) กรมศุลกากร (๓) สำนักงานคณะกรรมการ\\nอาหารและยา (อย.) และ (๔) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดังนั้น \\nจึงมีข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n \t๑) หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ (Competent Authority : CA) ด้านน้ำตาลของประเทศไทย ควรจัดส่งข้อมูลการรับรองมาตรฐานของบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แก่รัฐบาล หากปรากฏว่าบริษัทใดไม่ได้รับการรับรอง ควรรีบดำเนินการแก้ไขเป็นการเฉพาะราย\\n \t๒) ควรมีการบูรณาการรับมือปัญหา โดยกำหนดให้มีเจ้าภาพอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว\\n \t๓) ควรมีการดำเนินการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าส่งออกของไทยให้เป็นที่ยอมรับ\\nของต่างประเทศ รวมทั้งควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ \\nและสงครามการค้า (Trade War) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [363,1266,61,"นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การควบคุมการนำเข้าขยะพลาสติก","จากเมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ รายการข่าว ๓ มิติ ได้นำเสนอรายงานข่าวว่าพบโรงงานรีไซเคิลเศษพลาสติกเพื่อนำไปทำเม็ดพลาสติกเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศโดยไม่ได้\\nรับอนุญาต ซึ่งเป็นของนายทุนจากประเทศจีนและมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ\\n \tโดยประเทศไทยได้จำกัดปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติกมาโดยตลอด และมีแนวโน้มลดลงเรื่อย ๆ และตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๘ ประเทศไทยกำหนดห้ามนำเข้าเศษพลาสติก\\nตามพิกัดศุลกากรขาเข้าประเภทที่ ๓๙.๑๕ เพื่อลดการนำเข้าขยะพลาสติกและเป็นการช่วยลดผลกระทบ\\nต่อสิ่งแวดล้อม โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกเข้ามา\\nในเขตพื้นที่ปลอดอากรซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกรมศุลกากร ในพื้นที่ EEC จำนวน ๑๔ บริษัท \\nโดยปริมาณการนำเข้าขึ้นอยู่กับกำลังการผลิต และเป็นการนำเข้ามาเพื่อผลิตและส่งออกเพียงอย่างเดียว \\nไม่สามารถนำเข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อขายต่อไปยังผู้ประกอบการอื่นได้ กรณีหากปล่อยให้เศษพลาสติกหลุดออกมาจากเขตควบคุมหรือปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าเศษพลาสติก โดยการแสดงพิกัดที่ไม่ถูกต้อง \\nจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าของโรงงานและคนงานในโรงงานเถื่อนส่วนมากไม่ใช่คนไทย จึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อคนไทยและประเทศไทยแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กรมศุลกากรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบ และสอบสวนเกี่ยวกับ\\nเศษพลาสติกคงค้างในคลังสินค้าของผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกมารีไซเคิล\\nเพื่อการส่งออก ทั้ง ๑๔ บริษัท ในพื้นที่ปลอดอากรของกรมศุลกากรว่ามีสินค้าจากแหล่งใดหลุดออกไปยังบริษัทรีไซเคิลเถื่อน และนำออกจากพื้นที่ได้อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [364,1265,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","วันที่ ๒๑ มกราคม “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” ","เนื่องจากคณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดให้วันที่ ๒๑ มกราคม ของทุกปีเป็น “วันความปลอดภัยของผู้ใช้ถนน” และเป็นวันรำลึกถึงหมอกระต่าย (แพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล) ที่เสียชีวิต\\nจากการเดินข้ามถนนด้วยทางม้าลาย ซึ่งหมอกระต่ายเป็นแพทย์ ๑ ใน ๕๐ คนของประเทศไทย \\nที่มีความเชี่ยวชาญด้านสายตา และเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๘ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน \\nจำนวน ๕๒ คน (ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน \\n(Thai RSC)) ในการนี้ ขอชื่นชมการจัดโครงการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยบนถนนต่าง ๆ เช่น โครงการรณรงค์ยกมือข้ามถนน และหยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย ซึ่งเป็นโครงการที่ดี และควรดำเนินการต่อไป\\n       นอกจากนี้ การกำหนดให้ที่จอดรถผู้พิการมีช่องจอดกว้างกว่าที่จอดรถปกติเนื่องมาจากผู้พิการหรือผู้ป่วยที่ต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดิน (Walker) หรือใช้รถเข็นสำหรับคนพิการ (Wheelchair) จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการเข้า-ออก และขึ้น-ลง รถทางด้านข้าง หากบริเวณด้านข้างของที่จอดรถคนพิการ\\nมีสิ่งกีดขวาง หรือมีรถไปจอดขวางทางขึ้นลง จะทำให้ผู้พิการไม่สามารถขึ้น-ลง รถได้ และได้พบเห็น\\nเป็นประจำว่าที่จอดรถสำหรับคนพิการจะมีบุคคลที่มิได้มีร่างกายพิการหรือเป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยเดินนำรถเข้าไปจอด หรือนำรถจักรยานยนต์ไปจอดด้านข้างประตูขึ้น-ลง รถของผู้พิการ แม้กระทั่งสายตรวจของสถานีตำรวจแห่งหนึ่งนำรถไปจอดในที่จอดรถสำหรับผู้พิการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคม \\nได้พิจารณาเพิ่มบทกำหนดโทษสำหรับผู้ที่มิได้เป็นผู้พิการแต่นำรถหรือสิ่งกีดขวางไปไว้ในที่จอดรถสำหรับผู้พิการ และควรให้การสนับสนุนการจัดโครงการ และการรณรงค์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยทางถนน ทั้งนี้ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจมิให้นำรถสายตรวจไปจอดในที่จอดรถสำหรับผู้พิการโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประชาชนต่อไป","นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [365,1264,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","สถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำ","ปัจจุบันสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จากราคาเกวียนละกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันเหลือราคาเกวียนละ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท เท่านั้น เมื่อผู้ส่งออกซื้อข้าวราคาถูก โรงสีจึงต้องรับซื้อข้าวราคาถูกด้วย เมื่อข้าวราคาถูกส่งผลให้ชาวนาได้รับความเดือดร้อน ประการต่อมา \\nการที่นักวิชาการบางคนให้ความเห็นว่าข้าวประเทศไทยมีต้นทุนการผลิตสูง จึงขอชี้แจงว่า ต้นทุนในการปลูกข้าว ได้แก่ แรงงาน น้ำมัน ปุ๋ย ยากำจัดศัตรูพืช และเคมีภัณฑ์อื่น ๆ มีราคาแพง เนื่องจากนโยบายของรัฐบาล ชาวนาไม่สามารถลดต้นทุนเหล่านี้ลงได้ด้วยตนเอง จึงทำต้นทุนการผลิตข้าวมีราคาสูง ตัวอย่าง เช่น \\nราคาปุ๋ยก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ราคากระสอบละ ๓๐๐ กว่าบาท แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ราคากระสอบละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท และปัจจุบันปุ๋ยราคากระสอบละ ๘๐๐ กว่าบาท ดังนั้น จึงส่งผลให้ต้นทุนในการปลูกข้าวมีราคาสูงตามไปด้วย เมื่อชาวนามีต้นทุนการปลูกข้าวสูงแต่ขายข้าวไม่ได้ราคา จึงทำให้ชาวนาประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ \\nดังนั้น ขอให้รัฐบาลได้ตรวจสอบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำโดยด่วน พร้อมทั้งลดราคาปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้สามารถผลิตข้าวในต้นทุนที่ต่ำลง เพราะชาวนาต้องการขายข้าวให้ได้ราคามากกว่าการได้รับเงินเยียวยาชาวนาจากรัฐบาลไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท  ","นายกรัฐมนตร","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [366,1263,198,"นายเอกชัย เรืองรัตน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความล่าช้าในการประสานงานกับประเทศจีน  (GACC) ในการแก้ปัญหาการส่งออกน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสม","จากได้รับการร้องเรียน กรณีประเทศจีนแจ้งระงับการนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อม\\nจากโรงงานผู้ผลิตในประเทศไทย ทำให้ปัจจุบันมีเรือขนส่งน้ำเชื่อมลอยลำอยู่กลางทะเลเพราะไม่สามารถ\\nเข้าสู่ประเทศจีนได้ ซึ่งความเสียหายจากเดิม ๔๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยประเทศจีนได้ประกาศระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมจากประเทศไทยมาตั้งแต่วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๗ จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งกรณีนี้เคยเกิดขึ้นกับประเทศเวียดนามแต่รัฐบาลเวียดนามแก้ไขปัญหาได้สำเร็จภายในระยะเวลา ๑๐ วัน ทั้งนี้ สำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน หรือ GACC (General Administration of Customs of China) ได้ประสานเพื่อขอข้อมูลมายังประเทศไทย แต่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินการส่งข้อมูลให้กับ GACC เนื่องจากน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมเป็นสินค้าที่มีระยะเวลาในการรักษาคุณภาพสินค้าเพียง ๖๐ วัน กรณีประเทศจีนแจ้งระงับการนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมจากโรงงานผู้ผลิตในประเทศไทย \\nจึงทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมได้รับความเดือดร้อนเสียหายเป็นอย่างมาก และอาจส่งผลกระทบต่อไปยังเกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศอีกด้วย \\n \tอย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมส่งออกน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า ๓๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และรัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากรายได้ของอุตสาหกรรมน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมปีละกว่า ๑,๒๐๐ ล้านบาท ดังนั้น อุตสาหกรรมน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสม\\nจึงมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ หากการส่งออกน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมถูกระงับอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำตาลทรายทั้งระบบ รวมทั้งชาวไร่อ้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน\\nทั่วประเทศ ที่จะได้รับความเดือดร้อนและเสียหายตามมา นอกจากนี้ อุตสาหกรรมน้ำตาลยังสามารถขยายการผลิตให้มีมูลค่าสูงถึง ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีได้ จึงถือเป็นโอกาสทางการค้าของประเทศไทยที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ\\n \tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ประเทศจีนระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสม โดยมีประเด็นปรึกษาหารือเพื่อประกอบการกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผลกระทบ ดังนี้ \\n \t๑) ประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมที่สำคัญของประเทศไทย\\nดังนั้น รัฐบาลจะสามารถรักษาไว้หรือหาตลาดทดแทนได้หรือไม่ อย่างไร\\n \t๒) กรณีผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย ซึ่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหาหรือไม่ อย่างไร\\n \t๓) หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและเกิดความเสียหายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น รัฐบาลควรจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาและปกป้องสินค้าอื่น ๆ ของประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [367,1262,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหายาเสพติดในงานเทศกาลดนตรี ณ จังหวัดภูเก็ต","จากนโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล จังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดงาน Electric Daisy Carnival Thailand 2025 หรือ EDC Thailand 2025 ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๙ มกราคม ๒๕๖๘ ณ Boat Avenue Lakefront จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จัดงานเทศกาลดนตรีระดับโลก โดยมีศิลปินและดีเจชั้นนำระดับโลกจำนวนมาก ภายในงานมีการแสดงแสง สี เสียง เลเซอร์ และพลุไฟพร้อมกิจกรรมความบันเทิงมากมาย ซึ่งตลอดระยะเวลาการจัดงาน ๓ วัน พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจและเข้าร่วมงานจำนวนมาก โดยการจัดงานดังกล่าวเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย \\n \tอย่างไรก็ตาม งานเทศกาลดนตรีที่มีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก มักจะนำยาเสพติดเข้ามาภายในงาน จึงทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งรวมของยาเสพติดหลายชนิด เช่น ยาไอซ์ ยาอี ยาเค และพอตเค เป็นต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นพร้อมกับโคเคน จับกุมนักท่องเที่ยวชาวเมียนมาร์พร้อมกับยาบ้า และจับกุมนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียพร้อมกับยาอี และจากงานเทศกาลดนตรีดังกล่าวได้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ๒ คน หมดสติขณะชมการแสดงดนตรีและเสียชีวิตในเวลาต่อมา \\nซึ่งสาเหตุหลักอาจมาจากการใช้สารเสพติด จากกรณีข้างต้นจึงถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย\\n \tดังนั้น จึงขอเสนอไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต \\nขอให้รณรงค์และกวาดล้างยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่อให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นการท่องเที่ยว\\nที่ปราศจากยาเสพติด","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [368,1261,89,"นายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ","สถานการณ์บ้านเมือง","มาตรการและแนวทางของประเทศไทยในการรับมือกับสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ จากนโยบายทางด้านการค้าและนโยบายภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 2.0","จากภาพรวมการส่งออกของประเทศไทยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ (มกราคม-พฤศจิกายน) มีมูลค่ารวม ๙.๗ ล้านล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ ๘.๘ แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ร้อยละ ๗.๓๕) มีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ การกำหนดนโยบายการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก \\n \tในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ (มกราคม-พฤศจิกายน) มูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา มีมูลค่ารวม ๑.๗๖๗ ล้านล้านบาท มูลค่าการนำเข้าของประเทศไทย รวม ๐.๖๔๒ ล้านล้านบาท โดยประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้า จำนวน ๑.๑๒๕ ล้านล้านบาท ซึ่งนโยบายด้านภาษีของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ได้ประกาศในช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง พบว่าประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มที่ได้เปรียบดุลการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา และมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้า (กำแพงภาษี) เพิ่มเติมอีกร้อยละ ๑๐-๒๐ จากอัตราภาษีนำเข้าเดิม\\n \tอย่างไรก็ดี หลายประเทศได้ให้ความสนใจกับคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ (Trumps’ 200 Executive Orders) เนื่องจากอาจส่งผลกระทบที่สำคัญหลายประการ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๔ ประเด็น ดังนี้\\n \t๑) ประเทศไทยมีแนวทางการรองรับปัญหาและผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้า (กำแพงภาษี) เพิ่มเติมอีกร้อยละ ๑๐-๒๐ จากอัตราภาษีนำเข้าเดิม อย่างไร และมีแผนการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Plan) รวมทั้งมีการวิเคราะห์วิกฤตและโอกาสหรือไม่ อย่างไร\\n \t๒) สถานการณ์ (Scenario) ตัวเลขการส่งออกของประเทศไทย ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญ\\nในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยมีแนวโน้มอย่างไร มีแผนงานระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อรองรับอย่างไร\\n \t๓) ปัญหาการขาดดุลการค้ากับประเทศจีนอาจมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ ประเทศจีนได้ย้ายฐานการผลิตมาอยู่ที่ประเทศไทยเพื่อเลี่ยงภาษี (Foreign Direct Investment: FDI) \\nซึ่งส่งผลกระทบต่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของประเทศไทยที่มีเงินทุนไม่มาก \\nทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากประเทศจีนได้ และอาจเกิดปัญหาการปิดกิจการ การเลิกจ้างงาน \\nและการว่างงาน เช่นนี้รัฐบาลมีแนวทางและมาตรการ เพื่อรองรับและแก้ไขปัญหาอย่างไร\\n \t๔) แผนงานและประสิทธิภาพของคณะทำงานเจรจาการค้าของประเทศไทย มีความชัดเจนและสมบูรณ์เพียงใด","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [369,1260,166,"นายสิทธิกร ธงยศ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหามะเขือเทศราคาตกต่ำ","จากพื้นที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม มีเกษตรกรประกอบอาชีพ\\nปลูกมะเขือเทศเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันมะเขือเทศมีราคาตกต่ำทำให้เกษตรกรหลายครอบครัว\\nได้รับผลกระทบมีภาระหนี้สิน โดยการปลูกมะเขือเทศมีต้นทุน ประกอบด้วย (๑) ค่าปุ๋ยไร่ละ ๑,๒๐๐ บาท (๒) ค่าปลูกไร่ละ ๗๐๐ บาท (๓) ค่าไถพรวนดินไร่ละ ๗๐๐ บาท (๔) ค่าแรงเก็บมะเขือเทศ ๑๐ ครั้ง จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท (๕) ค่ายาปราบศัตรูพืช จำนวน ๑,๖๐๐ บาท (๖) ค่าเช่าที่ดิน จำนวน ๕,๐๐๐ บาท รวมต้นทุนเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน ๑๙,๒๐๐ บาท ถือว่าเป็นต้นทุนที่สูง โดยต้นทุนดังกล่าวยังไม่รวมดอกเบี้ยที่เกษตรกรกู้ยืมมาเพื่อใช้เป็นทุนในการปลูกมะเขือเทศ ซึ่งการปลูกมะเขือเทศ ๑ รอบ \\nจะใช้ระยะเวลาประมาณ ๔ เดือน ได้ผลผลิตโดยเฉลี่ยไร่ละ ๗ ตัน และปัจจุบันราคารับซื้อมะเขือเทศเขียวอยู่ที่กิโลกรัมละ ๕ บาท และมะเขือเทศแดงอยู่ที่กิโลกรัมละ ๓.๕๐ บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้ประมาณ ๒๔,๕๐๐-๓๕,๐๐๐ บาท เมื่อนำรายได้มาเฉลี่ยกับระยะเวลาการปลูก พบว่าเกษตรกร\\nมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ ๖,๑๒๕ บาท ซึ่งไม่เพียงพอในการดำรงชีวิต จึงมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินเพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัว จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น เกษตรกรขอให้มีการปรับราคารับซื้อมะเขือเทศเขียว\\nเพิ่มเป็นราคากิโลกรัมละ ๘ บาท และมะเขือเทศแดงเพิ่มเป็นราคากิโลกรัมละ ๔.๕๐-๕ บาท \\nซึ่งเป็นราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนการผลิต ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร \\nจึงขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาราคามะเขือเทศตกต่ำโดยเร่งด่วน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [370,1259,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของประเทศไทย","จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ของประเทศไทยมีความรุนแรงขึ้นทุกปี โดยสถานการณ์จะรุนแรงมากที่สุดในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-เดือนมีนาคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และจากรายงานผลการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อได้รับมลพิษทางอากาศ ระบุว่าฝุ่น PM 2.5 และฝุ่นขนาดเล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด รวมทั้งสามารถแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและยังเป็นพาหะนำสารอื่นเข้าสู่ร่างกาย เช่น โลหะหนักอันตราย และสารก่อมะเร็ง ซึ่งสารเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของสารพันธุกรรม และกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่น ๆ นอกจากนี้ จากรายงานสภาวะอากาศในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนทั่วโลก จำนวน ๘.๑ ล้านคน และเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเรื้อรังหลายโรค โดยคนไทยป่วยจากมลพิษทางอากาศมากถึง ๑๒ ล้านคน และมลพิษทางอากาศเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า ๕ ปี มากถึง จำนวน ๗ แสนคน อย่างไรก็ดี แม้รัฐบาลจะมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาเชิงสังคม หรือมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงภัยอันตรายของฝุ่น PM 2.5 แต่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ยังคงเกิดขึ้นทุกปี ดังนั้น รัฐบาลควรตระหนักถึงการแก้ไขปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังและเร่งด่วน โดยควรกำหนดแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และกำหนดเป้าหมายในการลดค่าฝุ่น PM 2.5 ให้ต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อมกันนี้ ควรเร่งผลักดันการตรากฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพอากาศให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็ว เพื่อปกป้องให้คนไทยมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [371,1258,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาที่ดินประชาชนทับซ้อนกับที่ดินของรัฐซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไข (กรณีจังหวัดภูเก็ต)","จากในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาที่ดินประชาชนทับซ้อนกับที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน สาเหตุมาจากภาครัฐได้มีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือที่ราชพัสดุ โดยพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนอยู่อาศัยมาเป็นเวลานานก่อนประกาศเป็นที่ดินของรัฐ ตัวอย่างปัญหา เช่น (๑) ปัญหากรมธนารักษ์ประกาศที่ราชพัสดุทับที่ดินที่มีเอกสารสิทธิครอบครองในพื้นที่ตำบลสาคู จังหวัดภูเก็ต (๒) การบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่ได้มีการดำเนินคดีทั้งหมด จำนวน ๘๐๑ คดี โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีการดำเนินคดี จำนวน ๑๐๕ คดี และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาพระแทว ในท้องที่อำเภอถลาง มีการดำเนินคดีกับผู้บุกรุก จำนวน ๕๓ คดี (๓) การนำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) ซึ่งเป็นพื้นที่เชิงเขา หรือเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ มาออกเป็น นส.๓ และ นส.๓ ก. และนำมาออกเป็นโฉนดที่ดิน โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (๔) ปัญหาที่ดินของประชาชนทับซ้อนกับป่าสงวนแห่งชาติ ป่าบางขนุน จังหวัดภูเก็ต ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน ๓๐๐ ครัวเรือน นอกจากนี้ พบว่าภาครัฐมีการใช้อำนาจขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของรัฐโดยไม่มีการเยียวยาให้กับประชาชนแต่อย่างใด มีการเลือกปฏิบัติโดยปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลและกลุ่มทุนเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดิน และการตีความกฎหมายเรื่องสิทธิในที่ดินไม่มีความชัดเจน โดยสาเหตุของปัญหา มีดังนี้\\n \t๑) รัฐขาดการสำรวจเพื่อจัดทำแผนที่ดินให้มีความชัดเจน ทำให้เกิดปัญหาที่ดินของรัฐ\\nทับซ้อนกับที่ดินของประชาชนจนเกิดข้อพิพาทขึ้น\\n \t๒) เมื่อมีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ รัฐไม่ได้จัดสรรที่ดินทำกินทดแทนให้กับประชาชน \\n \t๓) การแก้ไขปัญหามีความล่าช้า และกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดิน\\nใช้ระยะเวลานาน   \\n \tดังนั้น การแก้ไขปัญหาจะต้องมีการสำรวจและทำแผนที่ดินแบบดิจิทัลให้ครอบคลุมที่ดินของรัฐและที่ดินของประชาชนเพื่อลดขั้นตอนการแก้ไขปัญหา การตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาควรมีความโปร่งใส เปิดโอกาสให้ประชาชนยืนยันสิทธิในที่ดิน และประชาชนที่ครอบครองที่ดินก่อนประกาศเป็นที่ดินของรัฐ ควรได้รับการยืนยันสิทธิตามหลักฐานต่าง ๆ รวมทั้งต้องมีการชดเชยให้กับประชาชนที่ถูกขับไล่อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม นอกจากนี้ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความยุติธรรมและชัดเจน เช่น การกำหนดบทนิยามศัพท์ คำว่า “เขตพื้นที่ป่า” หรือการยอมรับสิทธิของประชาชนที่อยู่ในที่ดินมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น โดยปัญหาที่ดินในจังหวัดภูเก็ตสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐในการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ซึ่งรัฐจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังพร้อมทั้ง คำนึงถึงสิทธิของประชาชนและมีความโปร่งใสในการจัดการพื้นที่ร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันปัญหาที่ยืดเยื้อและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนในระยะยาว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลกำหนดให้เรื่องที่ดินประชาชนทับซ้อนกับที่ดินของรัฐเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนให้กับผู้ครอบครองที่ดินอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้ออกเอกสารสิทธิ์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [372,1257,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านจากการขุดลอกหนองวังปลัดแล้วนำดินไปกองไว้ในที่ดินของชาวบ้าน","จากประชาชนในหมู่ที่ ๘ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๔ ราย ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูหนองวังปลัด หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๔ และหมู่ที่ ๑๖ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จไป เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ \\nโดยบริษัทผู้รับเหมาโครงการดังกล่าวได้นำดินที่ขุดลอกหนองวังปลัดไปกองถมไว้ในที่ดินของชาวบ้าน ครอบคลุมพื้นที่ ๑๕ ไร่ และปัจจุบันยังไม่มีการขนดินออกจากที่ดินของชาวบ้านแต่อย่างใด ส่งผลให้ชาวบ้าน\\nซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะเวลาฝนตกดินที่เทกองไว้จะไหลออกไปถมพื้นที่อื่น ๆ และที่ผ่านมาชาวบ้านได้นำเรื่องดังกล่าวร้องเรียนไปยังสื่อมวลชนเพื่อให้บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการขนดิน\\nที่เทกองไว้ออกไปจากที่ดินของตน และสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๕ นครราชสีมา ได้รับทราบเรื่องนี้พร้อมกับลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อขนดินออกจากที่ดินของชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านหมู่ที่ ๘ ซึ่งได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ นางมณฑา  ผมน้อย นายเหมือน  สูงพิมพ์ นางลำไย  สูงพิมพ์ และนางเหลือง  สร้อยเพชร ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการขนดินออกจากที่ดิน\\nของชาวบ้านโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [373,1256,138,"นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานที่มากเกินไป","จากกรณีที่มีข่าวแพทย์ขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกหกล้อที่จอดเปลี่ยน\\nฝาท่อระบายน้ำบนถนนกรุงธนบุรี บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี จนเสียชีวิต และมีประเด็นว่า\\nเป็นเพราะภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องทำงานอย่างหนักและต้องอยู่เวรควงกะปฏิบัติงาน\\nหรือไม่นั้น โดยเหตุการณ์ที่แพทย์ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตขณะขับรถกำลังจะกลับบ้าน เกิดขึ้นมาหลายครั้ง สาเหตุหนึ่งมาจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานที่ต้องทำมากเกินไป \\nโดยบางครั้งอาจต้องทำงานติดต่อกันนานถึง ๓๖-๔๘ ชั่วโมง ส่งผลให้ร่างกายและสุขภาพของแพทย์\\nและบุคลากรทางการแพทย์ถดถอย ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน แม้ว่าผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขจะปฏิเสธว่าไม่มีแพทย์คนใดต้องทำงานติดต่อกัน ๒๔ ชั่วโมงก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่ามีแพทย์ที่ต้องทำงานติดต่อกันเกิน ๒๔ ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีแพทย์ส่วนหนึ่งที่ต้องทำงาน\\nเกิน ๑๐๐ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จากกรณีข้างต้น เพื่อให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์มีเวลาการทำงาน\\nที่เหมาะสม จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาลดเวลาการทำงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อย่างจริงจังและดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติ พร้อมทั้งขอให้ติดตามผลการปฏิบัติ\\n \t\t๒) กรณีที่ลดเวลาการทำงานของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมแผนรองรับผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาที่ได้มาตรฐานเช่นเดิม \\n \t\tอนึ่ง จากกรณีแพทย์ขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกหกล้อที่จอดเปลี่ยนฝาท่อระบายน้ำบนถนนกรุงธนบุรี บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรีจนเสียชีวิต ดังกล่าวข้างต้น ขอให้กรุงเทพมหานคร\\nซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบกรณีการซ่อมบำรุงฝาท่อระบายน้ำบนถนนกรุงธนบุรี บริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี ว่าได้มีการวางกรวยยางและให้สัญญาณไฟอย่างเพียงพอเพื่อให้\\nผู้ใช้รถใช้ถนนเห็นอย่างชัดเจนหรือไม่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร\\n","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [374,1255,189,"นายอลงกต วรกี","ความเดือดร้อนของประชาชน","หนังสือที่มีเนื้อหาอาจเป็นการหมิ่นประมาท กอ.รมน. และกระทรวงกลาโหม","จากได้มีการวางจำหน่ายหนังสือเล่มหนึ่งที่มีเนื้อหากล่าวหาว่ากองทัพบก\\nแทรกซึมสังคมไทย โดยใช้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นเครื่องมือ ด้วยวิธีการสร้างความชอบธรรมให้กองทัพบกด้วยการขยายอำนาจให้ กอ.รมน. เป็นองค์กรที่มีความพิเศษ เช่น ตราพระราชบัญญัติรองรับสถานะของ กอ.รมน. จัดสรรงบประมาณให้ กอ.รมน. และจัดสรร\\nให้เพิ่มมากขึ้นทุกปี ให้อำนาจ กอ.รมน. ในการควบคุมปราบปรามโดยไม่ต้องรับผิด กองทัพบกมีอำนาจควบคุม กอ.รมน. และ กอ.รมน. มีอำนาจเหนือสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นต้น \\nซึ่งเนื้อหาดังกล่าวทำให้สังคมเกิดความสับสนและเข้าใจผิด อย่างไรก็ดี กระบวนการจัดทำหนังสือ\\nเล่มดังกล่าวไม่ได้มีการเก็บข้อมูลและสอบถามข้อมูลจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงกลาโหม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) กองทัพบก (ทบ.) กองทัพเรือ (ทร.) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) แต่กลับสอบถามข้อมูลจากบุคคลภายนอกเพียง ๑๐ คน ตัวอย่างการบิดเบือนข้อเท็จจริงในหนังสือ เช่น มีการกล่าวหาว่ากระทรวงมหาดไทยถูก กอ.รมน. ครอบงำ จากการที่ กอ.รมน. ดำเนินโครงการการจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง เพื่อฝึก จัดตั้ง/ฝึกทบทวน ให้แก่กระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งข้อเท็จจริงคือ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ขอความอนุเคราะห์ให้ กอ.รมน. เป็นผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจาก กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงและมีบุคลากรผู้มีความชำนาญในการฝึกอบรมและให้ความรู้ในด้านการบริหารความมั่นคง นอกจากนี้ หนังสือเล่มดังกล่าวได้มีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เป็นเพียงเอกสารข่าว มิได้มีการอ้างอิงข้อมูลจาก\\nส่วนราชการที่เชื่อถือได้ รวมทั้งการอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ พบว่าระยะที่อ้างอิง\\nเป็นระยะเวลาก่อนเอกสารงบประมาณจัดทำแล้วเสร็จ โดยหนังสือเล่มนี้มีข้อเสนอให้ “ยุบเลิก กอ.รมน.\\nและยกเลิกพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๑ เพราะไม่มีประเทศประชาธิปไตยใดที่อนุญาตให้หน่วยงานที่ถูกครอบงำกำกับโดยทหารสามารถมีอำนาจสั่งการหน่วยงานพลเรือนทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤตได้ซึ่งกิจการความมั่นคงภายในของชาติควรเป็นความรับผิดชอบ\\nของสภาความมั่นคงแห่งชาติ” จากการที่ผู้ขอปรึกษาหารือได้อ่านหนังสือเล่มนี้ มีข้อสรุปดังนี้\\n \t\t๑) หนังสือดังกล่าวเป็นงานวิจัยหน่วยงาน นักวิจัยควรเก็บข้อมูลจากหน่วยงานที่ทำการวิจัยโดยตรง แต่จากข้อมูลในหนังสือกลับพบว่ามีเพียงการสัมภาษณ์ประชาชนต่างจังหวัด จำนวน ๑๐ คน รวมทั้งไม่มีการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอท้ายหนังสือ\\n \t\t๒) ข้อเสนอท้ายหนังสือ จำนวน ๖ ข้อ ยังไม่ชัดเจน เช่น เสนอให้ยกเลิกพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ กล่าวคือ การให้ยุบกระทรวงกลาโหม แต่ไม่มีการอธิบายว่าเหตุใดต้องยุบกระทรวงกลาโหม และหากยุบกระทรวงกลาโหมแล้วจะมีหน่วยงานใดมาทดแทน \\n \t\t๓) การที่ผู้เขียนวิเคราะห์มาตรา ๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง\\nภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๑ แล้วตีความว่า กอ.รมน. มีอำนาจเหนือ สมช. เพียงเพราะสามารถ\\nเสนอแผนต่อคณะรัฐมนตรีได้โดยตรง แต่มิได้มีการอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอแผนประกอบไว้ด้วย \\nซึ่งข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติการเสนอแผนต่อคณะรัฐมนตรีจะต้องมีขั้นตอนดำเนินการตามลำดับชั้นบังคับบัญชา\\n \t\t๔) ความพยายามเชื่อมโยง กอ.รมน. ในอดีต กับ กอ.รมน. ในปัจจุบัน แม้ว่าจะเป็น\\nชื่อเดียวกันแต่เป็นคนละหน่วยงาน โดย กอ.รมน. ในปัจจุบันได้สถาปนามาเพียง ๑๖ ปี และในงานวิจัย\\nมีข้อจำกัดในการอธิบายให้ทราบว่า ค้นพบอะไร ที่ไหน และเวลาใด \\n \t\tจากที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีประเด็นขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงกลาโหม ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมที่ถูกหนังสือเล่มดังกล่าวพาดพิง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมรับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และหากเห็นว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาท ขอให้ดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาให้ถึงที่สุด \\n \t\t๒) กระทรวงกลาโหม กองทัพไทย กองทัพบก และ กอ.รมน. ในฐานะหน่วยงาน\\nที่ถูกพาดพิงและได้รับความเสียหาย ควรมีหนังสือแจ้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย\\nและนวัตกรรม อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง สอบสวนทางวินัย และสอบสวนทางจริยธรรมกับผู้เขียนหนังสือเล่มนี้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",8,2568,"2025-01-21T00:00:00"],
    [375,1254,53,"นายธนชัย แซ่จึง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชน กรณีน้ำประปาในพื้นที่เทศบาลตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ","เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2543 กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ก่อตั้งสถานีสูบน้ำสำหรับเทศบาลเมืองคงเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ซึ่งเทศบาลตำบลเมืองคงมีประชากร จำนวน 3,000 ครัวเรือน และประชาชนบริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ได้ใช้บริการน้ำประปาจากสถานีสูบน้ำดังกล่าว ในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ต่อมาเครื่องสูบน้ำเกิดการชำรุด ไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้เพียงพอต่อความต้องการ เทศบาลเมืองคงจึงจัดทำหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองหลายฉบับ แต่ไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะไม่มีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภค - บริโภค ดังนั้น จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพื่อการซ่อมแซม ปรับปรุงเครื่องสูบน้ำ ของสถานีสูบน้ำสำหรับผลิตน้ำประปา เทศบาลเมืองคง อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำที่มีคุณภาพสำหรับอุปโภค - บริโภค โดยเร่งด่วน ก่อนเข้าสู่ฤดูแล้งในเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน 2568","กระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [376,1253,132,"นายวิรัตน์ ธรรมบํารุง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว","เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ร้องเรียนว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของแมลงหนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรดมะพร้าว และด้วงงวงมะพร้าว โดยเมื่อปี พ.ศ. 2557 - 2558 เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวทั่วประเทศเคยประสบปัญหาดังกล่าวมาแล้ว และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความช่วยเหลือโดยการจัดสรรงบประมาณสำหรับจัดซื้อสารเคมีเพื่อกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว โดยการให้เกษตร\\nผู้ปลูกมะพร้าวทั่วประเทศ นำสารเคมีนั้นไปฉีดที่ลำต้นมะพร้าว\\n \tปัจจุบันการระบาดของแมลง 4 ชนิดข้างต้น ครอบคลุมพื้นที่ปลูกมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตมะพร้าวเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ได้ผลผลิตมะพร้าวลดลง มะพร้าวผลแก่ และมะพร้าวอ่อน มีราคาตกต่ำ หากปล่อยให้มีการระบาดยาวนาน แมลงดังกล่าวสามารถระบาดไปยังต้นปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพืชอุตสาหกรรมของภาคใต้ และพืชเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวโดยเร่งด่วน รวมทั้งหาวิธีกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืชของมะพร้าว และแนวทางป้องกันไม่ให้มีการระบาดไปยังพื้นที่อื่นต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [377,1252,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","วงงานรัฐสภา","ขอให้รัฐสภาจัดทำป้ายบอกทาง ป้ายหน้าห้องประชุม และป้ายสัญลักษณ์ต่าง ๆ  ที่ได้มาตรฐาน","อาคารรัฐสภามีชื่อเรียกว่า สัปปายะสภาสถาน แปลว่า สภาแห่งความสงบ ร่มเย็น และปัญญา เป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ราชการที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากอาคารที่ทำการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา โดยอาคารรัฐสภาได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 นับถึงปัจจุบันเป็น ระยะเวลา 3 ปี 7 เดือน แต่สมาชิกรัฐสภากลับได้รับความเดือดร้อนจากการใช้พื้นที่ภายในอาคาร ซึ่งไม่มีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้เหมาะสมต่อการใช้งาน และเกิดการชำรุด ทรุดโทรมภายในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ปัญหาที่สมาชิกรัฐสภา และประชาชนผู้มาติดต่อราชการหรือร้องทุกข์ มักประสบปัญหาคือ ป้ายบอกทางภายในอาคารรัฐสภาที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 120 ไร่ มีขนาดพื้นที่ใช้สอย 428,000 ตารางเมตร มีอาคารเชื่อมต่อกันหลายอาคาร แต่กลับไม่มีป้ายบอกทางที่เป็นมาตรฐานแต่อย่างใด ส่งผลให้สมาชิกรัฐสภา บุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการ ประชุมชี้แจง หรือมาร้องทุกข์ รวมถึงนักเรียน นักศึกษาที่เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ ต้องประสบปัญหา ความยากลำบากในการค้นหาห้องประชุมกรรมาธิการ ห้องรับประทานอาหาร และสถานที่ต่าง ๆ \\nภายในอาคารรัฐสภา หลายครั้งที่ต้องสอบถามเส้นทางการเดินภายในอาคารจากพนักงานทำความสะอาด และพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งปัญหาของป้ายบอกทางที่ไม่ได้มาตรฐาน มีดังนี้\\n\t1)\tเลขกำกับห้องประชุมกรรมาธิการไม่ชัดเจน มีการนำกระดาษ A4 มาพิมพ์ติดไว้\\nเป็นการชั่วคราว\\n \t2)\tการกำหนดหมายเลขกำกับห้องประชุมกรรมาธิการไม่เป็นระบบ โดยบางห้องมีพยัญชนะนำหน้าตัวเลข และบางห้องมีเพียงตัวเลขเท่านั้น สร้างความสับสนเป็นอย่างยิ่ง\\n \t3)\tเมื่อออกจากลิฟท์ บางโซนไม่พบป้ายกำกับบอกทาง จึงทำให้เกิดความสับสน\\nว่าจะเริ่มต้นที่ทิศทางใด จึงใช้ระยะเวลาในการเดินหาห้องประชุมกรรมาธิการเป็นเวลานาน\\n\t4)\tบริเวณลานจอดรถมีการใช้แผ่นป้ายแบบชั่วคราว (ไวนิล) และไม่ทั่วถึง ไม่มีการแสดงป้ายบอกทางเข้า - ออกที่ชัดเจน และเป็นมาตรฐาน\\n \tดังนั้น จึงขอให้รัฐสภาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการจัดทำป้ายบอกทาง\\nไปห้องประชุมกรรมาธิการ ป้ายกำกับหมายเลขประจำห้องประชุมกรรมาธิการ ป้ายบอกทางเข้า - ออกอาคาร ป้ายบอกเส้นทางเดินรถ ป้ายกำกับหมายเลขเสาที่จอดรถ และป้ายแสดงสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายในพื้นที่อาคารรัฐสภาให้มีความเป็นมาตรฐาน ง่ายต่อการมองเห็น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกรัฐสภา บุคลากรภายนอกที่เข้ามาติดต่อราชการ ประชุมชี้แจง หรือมาร้องทุกข์ รวมถึงนักเรียน นักศึกษาที่เข้ามาเยี่ยมชมต่อไป","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [378,1251,46,"นายเดชา นุตาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 3312 บริเวณ ทางแยกเข้าซอยลำลูกกา 196","เนื่องจากบริเวณจุดตัดระหว่างซอยลำลูกกา ๑๙๖ กับทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๓๑๒ มีระยะทางห่างจากโรงพยาบาลลำลูกกา ประมาณ ๔๐๐ เมตร และซอยลำลูกกา ๑๙๖ เป็นถนนหลัก\\nสำหรับเดินทางไปยังตลาดลำไทร ลำลูกกาคลองสิบสอง และตลาดเก่า ๑๐๐ ปี คลองสิบสองหกวา \\nซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีชุมชนและรถยนต์สัญจรเป็นจำนวนมาก แต่บริเวณดังกล่าวยังไม่มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเมื่อ ๘ เดือนก่อนหน้านี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สนับสนุนงบประมาณจำนวนหนึ่งล้านกว่าบาทให้กับกรมทางหลวง \\nเพื่อดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าว แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว \\nเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [379,1250,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","นโยบายของรัฐบาล","วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล พ.ศ. 2567","เนื่องจากรัฐบาลได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมกันจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “สู้ให้สุด หยุดการโกง” เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยมีเป้าหมายเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำทางการเมือง และทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาการทุจริต พร้อมให้สังคมไม่ทนต่อการทุจริตและยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ แม้จะสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยได้ให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกในการต่อต้านการทุจริต ภายใต้ภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ แต่ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังและส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง รวมถึงการทำลายความเชื่อมั่น ของนักลงทุนเพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคม และสูญเสียทรัพยากรสาธารณะ ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศไทยนั้น แม้จะดำเนินการอยู่ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร หากรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ จะช่วยยกระดับการแก้ไขปัญหาและสร้างความตระหนักในทุกภาคส่วน ให้มีความต่อเนื่องของนโยบาย ให้ความสำคัญกับโครงการต่อต้านคอร์รัปชัน วางเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ คือ เป้าหมายระยะสั้น จะเป็นการเพิ่มคะแนนการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยให้สูงขึ้น ๕ อันดับ ภายในระยะเวลา ๒ ปี เป้าหมายระยะกลาง เป็นการลดปัญหาการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐร้อยละ ๕๐ และเป้าหมายระยะยาว เป็นการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใสในหน่วยงานรัฐทุกระดับเร่งรัดการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันการทุจริต เช่น ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการฟ้องคดีปิดปากในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการต่อต้านการทุจริต โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ดำเนินการผลักดันกฎหมายให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต และทำให้สถานการณ์การทุจริตลดลง รวมถึงมีระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยดีขึ้น\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [380,1249,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำท่วมที่ดินทำกินของประชาชนหมู่บ้านวังปลัด ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์","เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีโครงการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่หมู่บ้านวังปลัด ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ใช้งบประมาณก่อสร้างจำนวน ๑๔ ล้านบาท ปัจจุบันมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแล บำรุงรักษา โดยมีประชาชน จำนวนมากกว่า ๓๐ คน ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างฝายดังกล่าว เนื่องจากพื้นที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมที่ดิน จำนวนมากกว่า ๓๐๐ ไร่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับการเยียวยาแก้ไข จากการตรวจสอบพบว่า ในช่วงเวลาขณะนั้น ได้มีการนำกระดาษเปล่ามาให้ประชาชนลงลายมือชื่อ เพื่อให้ความยินยอมการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำดังกล่าว\\n \tทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๗ ได้มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหา\\nของสมัชชาเกษตรกรภาคอีสานและสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ โดยมีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่หมู่บ้านวังปลัด \\nตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ โดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [381,1248,33,"นายชาญวิศว์ บรรจงการ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบุกรุกและทำลายป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดพังงา","คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๗ ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เกิดเหตุการณ์หินถล่มทับรถแบคโฮในพื้นที่ซอยบ่อขยะเทศบาลตำบลบางเตย หมู่ที่ ๓ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา มีผู้เสียชีวิตเป็นคนขับรถแบคโฮ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า คนขับรถแบคโฮได้นำรถมาล้างในบริเวณใกล้เคียง และขณะนำรถกลับไปยังบ่อขยะของเทศบาลฯ ได้เกิดเหตุการณ์หินบนภูเขาถล่มลงมา และจากการตรวจสอบพื้นที่พบว่า บริเวณด้านบนของภูเขามีร่องรอยการใช้เครื่องจักรขุดตักหินออกนอกพื้นที่เป็นประจำอย่างชัดเจน เมื่อตรวจสอบไปยังสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพังงา ไม่พบว่ามีการขออนุญาตทำเหมืองหินแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑) ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนี้\\n \t\t๑.๑)\tได้มีการอนุญาตบุคคล หรือหน่วยงานใด เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ใกล้เคียงซอยบ่อขยะเทศบาลตำบลบางเตย หมู่ที่ ๓ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หรือไม่\\n \t\t๑.๒)\tได้มีการขออนุญาตใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว เพื่อเป็นบ่อขยะอย่างถูกต้องหรือไม่\\n \t\t๑.๓)\tได้มีการขออนุญาตการก่อสร้างถนนทางเข้าบ่อขยะอย่างถูกต้องหรือไม่\\n \t๒) ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจสอบว่าได้มีการให้สัมปทานการทำเหมืองหินบริเวณใกล้เคียงซอยบ่อขยะเทศบาลตำบลบางเตย หมู่ที่ ๓ ตำบลบางเตย อำเภอเมือง จังหวัดพังงา หรือไม่\\n \t๓) ขอให้กระทรวงมหาดไทย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันตรวจสอบ ควบคุม และเร่งปราบปรามผู้มีอิทธิพลในพื้นที่\\n\t๔) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินคดีดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [382,1247,189,"นายอลงกต วรกี","นโยบายของรัฐบาล","บันทึกความเข้าใจ ไทย - กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลในไหล่ทวีป หรือ “MOU 2544”","เนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ มีบันทึกความเข้าใจ ไทย - กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลในไหล่ทวีป หรือ “MOU 2544” ที่ประเทศไทยลงนามร่วมกับประเทศกัมพูชา \\nซึ่งรัฐบาลมิเคยนำ MOU 2544 มาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ รวมทั้งไม่เคยขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย MOU 2544 ว่าจะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ อย่างไร อนึ่ง เมื่อพิจารณาจากแผนที่ทางทะเล จะเห็นว่าการลากเส้นแบ่งทะเลอาณาเขตระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทย ตาม MOU 2544” ได้มาถึงพื้นที่บริเวณเกาะกูด จังหวัดตราดของประเทศไทย ซึ่งข้อเท็จจริง การลากเส้นแบ่งอาณาเขตทะเล ควรได้รับการพิจารณาโดยไม่ควร\\nเข้ามาถึงบริเวณเกาะกูด ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินการตรวจสอบและพิจารณายกเลิกบันทึกความเข้าใจ ไทย - กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลในไหล่ทวีป หรือ “MOU 2544” โดยเร็ว\\n","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [383,1246,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนเกาะเต่า","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่เกาะเต่าได้รับความเดือดร้อนจากการที่กรมธนารักษ์ประกาศขึ้นทะเบียนเกาะเต่าทั้งเกาะเป็นที่ราชพัสดุ ทำให้เกิดการทับซ้อนกับพื้นที่ที่ประชาชนได้เข้ามาอยู่อาศัย ครอบครองทำประโยชน์ก่อนที่จะมีการก่อสร้างเรือนจำ โดยประชาชนได้รับผลกระทบ ดังนี้\\n \t๑)\tเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ กรมราชทัณฑ์ได้มีการใช้พื้นที่เกาะเต่า จำนวน ๒๕ ไร่ สำหรับการก่อสร้างเรือนจำเพื่อคุมขังนักโทษทางการเมือง แต่ได้มีการขึ้นทะเบียนเกาะเต่าเป็นที่ราชพัสดุ \\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๘ มีอาณาเขตจรดทะเลทุกด้าน มีรายการสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในราชการ\\nของกรมราชทัณฑ์ จำนวน ๒๐ รายการ ประกอบด้วย เรือนจำ เรือนขัง โรงเลี้ยงอาหาร และที่พักพัศดี แต่ปัจจุบันกรมธนารักษ์ ได้มีการเรียกเก็บค่าเช่าจากประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะเต่าในอัตราสูง \\nสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่เกาะเต่าจำนวนมาก\\n \t๒)\tเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ประมวลกฎหมายที่ดินเริ่มใช้บังคับ โดยให้ผู้ที่ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินไปขึ้นทะเบียนสิทธิครอบครองที่ดินตามแบบแจ้งการครอบครอง (ส.ค.๑) ภายใน ๑๘๐ วัน \\nแต่ประชาชนไม่สามารถแจ้งสิทธิการครอบครองได้ เพราะนายอำเภอเกาะสมุยในขณะนั้น ในฐานะตัวแทนกระทรวงการคลัง ได้แจ้งการครอบครองที่ดินบริเวณเกาะเต่า ตามแบบแจ้งการครอบครอง จำนวน ๑๕,๐๐๐ ไร่ \\nซึ่งเกินกว่า ๒๕ ไร่ ตามที่กรมราชทัณฑ์ครอบครอง จึงทำให้ปัจจุบันประชาชนไม่สามารถแจ้งสิทธิครอบครองที่ดินได้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกาะเต่าเสียสิทธิประโยชน์หลายประการ\\n\t๓)\tการที่กรมธนารักษ์ได้อ้างสิทธิการครอบครองพื้นที่เกาะเต่าทั้งเกาะ และกำหนด\\nให้การขออนุญาตก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง ประชาชนต้องมีเอกสารการเช่าพื้นที่จากกรมธนารักษ์เท่านั้น\\nเทศบาลจึงสามารถอนุญาตได้ ถือเป็นการบังคับให้ประชาชนที่อยู่อาศัยมาก่อนต้องเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ซึ่งมีค่าเช่าที่ดิน และการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้เช่า ในอัตราที่สูง แต่ไม่ปรากฏว่ากรมธนารักษ์ได้จัดสรรรายได้ให้กับการพัฒนาท้องถิ่นแต่อย่างใด ในขณะที่กฎหมายว่าด้วยที่ดิน จะมีการกำหนดให้รัฐจัดสรร\\nเงินรายได้แผ่นดินบางส่วนให้แก่ส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาท้องถิ่นต่อไป\\n \t๔)เกาะหางเต่าหรือเกาะนางยวน ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดขึ้นใหม่ โดยทางกายภาพไม่มีพื้นที่ติดกับเกาะเต่าถือว่าเป็นคนละเกาะกับเกาะเต่า แต่กรมราชทัณฑ์อ้างว่าเกาะดังกล่าวเป็นเกาะที่เกิดขึ้นใหม่  และได้ขอให้กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนพร้อมกับเกาะเต่า โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่ากรมราชทัณฑ์\\nได้มีการใช้พื้นที่บริเวณเกาะดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้น การขึ้นทะเบียนเกาะหางเต่าหรือเกาะนางยวน \\nจึงไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี เกาะหางเต่าหรือเกาะนางยวน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกรมธนารักษ์ ได้ให้นายทุนเช่าพื้นที่ทั้งเกาะ และนายทุนได้นำพื้นที่ไปเช่าช่วงเพื่อหารายได้\\nในอัตราที่สูง ซึ่งพื้นที่ชายหาดหรือหาดทรายควรเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน \\nแต่นายทุนผู้เช่าพื้นที่กลับนำไปใช้หาประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง\\n \tจากกรณีปัญหาข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า กรมธนารักษ์ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการ\\nได้ใช้อำนาจโดยมิได้คำนึงถึงสิทธิ และความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการคลัง\\nได้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน และขอให้คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วม\\nของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา คณะกรรมาธิการ\\nการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่เกาะเต่า เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาในทำนองเดียวกัน\\nให้แก่ประชาชนในพื้นที่อื่นต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม และประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [384,1245,6,"นายกัมพล ทองชิว","ความเดือดร้อนของประชาชน","ภัยพิบัติของเกษตรกระสวนมะพร้าว","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง ว่ามะพร้าวน้ำหอมมีผลลีบ ผลทุย และแคระแกร็น เมื่อผ่าดูด้านในจะไม่มีกะลา ไม่มีน้ำ ไม่มีเนื้อ พบแต่เปลือกทั้งลูก ปัญหาดังกล่าวดำเนินมาเป็นเวลากว่า ๖ เดือน และคาดว่าจะยังคงเผชิญปัญหาต่อไปอีก ๖ - ๘ เดือน โดยการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ๑ รอบ จะใช้เวลา ๒๐ - ๒๕ วัน ในอดีต เกษตรกรสามารถได้รับผลผลิตมะพร้าวในระยะเวลา ๑ รอบ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ลูกต่อสวน แต่ปัจจุบัน \\nในระยะเวลา ๑ รอบ เกษตรกรจะได้รับผลผลิตมะพร้าว จำนวนน้อยกว่า ๑,๐๐๐ ลูกต่อสวน (เสียหายร้อยละ ๙๐) ซึ่งปัญหาดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่จำนวนมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ อาทิ อำเภอบ้านแพ้ว \\nจังหวัดสมุทรสาคร อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น นับได้ว่า\\nเป็นภัยพิบัติร้ายแรง เพราะอาจส่งผลเสียหายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังต่างประเทศ โดยในปี ๒๕๖๖ ประเทศไทยได้ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมไปยังประเทศจีน จำนวน ๔๓๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ\\nนอกจากนี้...\\n\tนอกจากนี้ ได้ปรึกษากับอาจารย์ประจำภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ที่ทำการศึกษาค้นคว้า และวิจัยเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว พบว่า สาเหตุของปัญหาอาจเกิดจากภูมิอากาศร้อน แต่ยังขาดเงินทุนสำหรับการทำวิจัย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t๑)\tขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกร\\nผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาดังกล่าว\\n \t๒)\tขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนงบประมาณเพื่อการวิจัย ให้แก่ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน โดยด่วน\\n\t๓)\tขอให้กรมวิชาการเกษตร ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สำหรับการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวโดยด่วน","นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [385,1244,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ท่าเทียบเรือน้ำลึกอำเภอดอนสัก","ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (แหลมทวด) จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นสะพานท่าเทียบเรือที่ทอดลงสู่อ่าวไทย ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๙ ด้วยวงเงินงบประมาณ ๒๘๙.๙๕ ล้านบาท \\\\nมีความยาวหน้าท่า ๔๒ เมตร กว้าง ๒๒ เมตร ท่าจอดเรือห่างจากฝั่ง ๔๗๐ เมตร ความลึกของน้ำ \\\\n๓ - ๗ เมตร เรือขนาดใหญ่ที่สุดที่สามารถเข้าเทียบท่าได้ กินน้ำลึก ๖ - ๗ เมตร และมีช่องทางเดินรถ \\\\n๒ ช่องจราจร ความกว้างช่องจราจรละ ๓.๕ เมตร โดยท่าเทียบเรือแห่งนี้สามารถจอดเรือขนส่งน้ำมัน เรือตรวจการทางทะเล และเรือท่องเที่ยว ซึ่งจากการศึกษาเปรียบเทียบเส้นทาง และระยะทาง \\\\nระหว่างการขนส่งทางบก และการขนส่งทางน้ำ พบว่า ประโยชน์ของการขนส่งทางเรือ มีดังนี้ ๑) ลดต้นทุนการขนส่งทางบก และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางน้ำที่มีต้นทุนต่ำกว่า ๒) เชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างภาคตะวันออก (EEC) กับภาคใต้ (SEC) และส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค และ ๓) เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่\\\\n \tปัจจุบัน สภาพปัญหาของท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (แหลมทวด) มีดังนี้ \\\\n๑) ร่องน้ำตื้นเขิน มีความลึกไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ และ ๒) ความยาวหน้าท่า ไม่เพียงพอต่อการรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ โดยปัจจุบัน ท่าเทียบเรือดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับปรุง และได้มีการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ดอนสัก (แหลมทวด) แห่งที่ ๒ ดังนั้น \\\\nจึงขอให้กรมเจ้าท่าดำเนินการแก้ไขปัญหาความตื้นเขินโดยขุดร่องน้ำบริเวณท่าเทียบเรือให้มีความลึกเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถรองรับการจอดเทียบท่าของเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [386,1243,28,"นายชวพล วัฒนพรมงคล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาผลมะพร้าวลีบทุยจากภูมิอากาศ","ปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n \t๑)\tเรื่อง ปัญหามะพร้าวมีผลลีบ ผลทุย จากปัญหาสภาพภูมิอากาศ\\n \t\tเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง ประสบปัญหามะพร้าวมีผลลีบ ผลทุย แคระแกร็น \\nเมื่อผ่าดูด้านในจะไม่มีกะลา ไม่มีน้ำ ไม่มีเนื้อ มีแต่เปลือก เกษตรกรไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ ส่งผลให้ผลผลิตมะพร้าวลดลงและมีราคาสูงขึ้น ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการส่งออกมะพร้าว โดยสาเหตุประการหนึ่ง อาจมาจากปัญหาสภาพภูมิอากาศ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งดำเนินการศึกษาวิจัย และพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว\\n \tกรณีข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเห็นสมควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณา\\n \t๒)\tเรื่อง การขุดลอกคลองบางหญ้าในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร\\n \t\tเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่\\nชุมชนคลองบางหญ้า เทศบาลนครสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีสาเหตุจากปริมาณน้ำฝน \\nและน้ำทะเลหนุน ประกอบกับคลองบางหญ้ามีสภาพตื้นเขิน มีสิ่งปฏิกูลและเศษขยะจำนวนมาก รวมทั้งมีวัชพืชปกคลุม เพราะไม่มีการขุดลอกมานาน ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างล่าช้า เป็นเหตุให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้จังหวัดสมุทรสาคร และเทศบาลนครสมุทรสาคร พิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [387,1242,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","นโยบายของรัฐบาล","แรงงานต่างด้าวประกอบอาชีพสงวน","เนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาแรงงานต่างด้าวเปิดแผงค้าขาย เปิดร้านขายของ และนายทุนจีนเปิดร้านนวด - สปา โดยจ้างต่างด้าวมาทำงานนวด และไม่มีการจ้างคนไทยเป็นพนักงาน ในย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร เช่น ตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดประตูน้ำ บริเวณโดยรอบอาคารใบหยก โรงแรมอินทรา ถนนเยาวราช และตลาดห้วยขวาง รวมทั้งการขับรถจักรยานยนต์รับจ้างขนส่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพสงวนของคนไทยทั้งสิ้น ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจของคนไทยถดถอย เพราะเงินจะไปเข้ากระเป๋าทุนต่างชาติ ดังนั้น จึงขอให้กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้พิจารณาตรวจสอบ โดยเร่งด่วน และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการปราบปราม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด","กระทรวงแรงงาน และนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [388,1240,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","สุขอนามัยความปลอดภัยในรัฐสภา","เนื่องจากอาคารรัฐสภาเป็นสถานที่ทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ มีความใหญ่โต และงดงาม แต่เมื่อเข้ามาภายในอาคารแล้วพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับด้านสุขอนามัย และความปลอดภัยที่ก่อให้เกิดปัญหากับสมาชิกรัฐสภา บุคลากร และประชาชนที่มาติดต่อราชการและเยี่ยมชมสถานที่ ดังนี้\\\\\\\\n \t๑)\tพบซากสัตว์ (หนู) อยู่ในบ่อน้ำ (สระมรกต) และมีสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง\\\\\\\\nได้ยินเสียงหนูวิ่งบนฝ้าเพดานห้องทำงาน และบริเวณลานจอดรถ หากยังปล่อยให้มีหนูหรือสัตว์พาหะ ย่อมส่งผลต่อสุขอนามัยของคนที่ทำงานภายในอาคาร\\\\\\\\n \t๒)\tบริเวณชั้น ๑๑ ของอาคารรัฐสภามีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นไม้ แต่ไม่มีการติดตั้งหัวกระจายน้ำอัตโนมัติสำหรับดับเพลิง (Sprinkler) หรือระบบป้องกันอัคคีภัย\\\\\\\\n \t๓)\tบริเวณทางเดินเข้าห้องอาหารฝั่งสภาผู้แทนราษฎร พบเห็นสายไฟจำนวนมาก\\\\\\\\nมัดวางอยู่บนพื้นทางเดิน อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ที่ใช้ทางซึ่งมีจำนวนมาก\\\\\\\\n \t๔)\tบริเวณลานกีฬา ชั้น ๕ ระบบระบายความร้อน (Cooling System) เกิดปัญหา\\\\\\\\nน้ำท่วมขังเป็นประจำ ซึ่งยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม\\\\\\\\n \t๕)\tถังดับเพลิงภายในอาคารบางแห่งไม่มีการตรวจสภาพ และพบว่ามีการตรวจสอบ\\\\\\\\nครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕\\\\\\\\n \t๖)\tมีน้ำรั่วบริเวณอาคารจอดรถชั้นบี ๒\\\\\\\\n \t๗)\tบริเวณทางหนีไฟแสงสว่างไม่เพียงพอ กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ต้องอพยพคนจำนวนมาก อาจเกิดอันตรายได้\\\\\\\\n \t๘)\tบริเวณโดยรอบสระมรกตไม่มีการป้องกันที่ดีเพียงพอ จึงมีเจ้าหน้าที่และประชาชนเดินตกน้ำเป็นจำนวนมาก\\\\\\\\n \tข้อมูลดังกล่าวข้างต้น มีการดำเนินการตรวจสอบโดยสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร \\\\\\\\nตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้รับแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ\\\\\\\\n\tทั้งนี้ บริษัทผู้ก่อสร้างได้ส่งมอบงานก่อสร้าง ร้อยละ ๑๐๐ ตั้งแต่วันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๖ มีการลงนามรับงานเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และกำลังจะหมดการรับประกันในปี พ.ศ. ๒๕๖๘","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2567,"2024-12-17T00:00:00"],
    [389,1239,146,"นายเศรณี อนิลบล","นโยบายของรัฐบาล","โครงการโคแสนล้าน","เมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการ “โคแสนล้าน” นำร่อง กรอบวงเงินสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) จำนวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนอัตราดอกเบี้ยและรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ในคราวประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๗ โดยรัฐชดเชยต้นทุนทางการเงินให้กับ ธ.ก.ส. ในระยะเวลา ๒ ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๕ ต่อปี และให้ ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น จำนวน ๔๕๐ ล้านบาท (ปีละ ๒๒๕ ล้านบาท) ตามที่คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เสนอ โดยรองนายกรัฐมนตรี \\\\n(นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ในขณะนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้ และต่อมา รองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง) ประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ คนปัจจุบัน เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ ซึ่งโครงการดังกล่าว\\\\nมีความสำคัญต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเป็นอย่างมาก\\\\n\t\tสาระสำคัญของโครงการ คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เป็นผู้รับผิดชอบปล่อยสินเชื่อให้แก่สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ที่มีประวัติดีในการกู้เงิน\\\\nและชำระเงิน โดยเคยกู้เงิน ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือธนาคารอื่น ๆ แล้วชำระหนี้ได้ สามารถเข้าถึง\\\\n\\\\n\\\\nโอกาส ...\\\\n-๑๑-\\\\n\\\\nโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านอาชีพการเลี้ยงโคคุณภาพสูง โดยให้มีสิทธิกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงโค จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๔.๕ ต่อปี เพื่อนำไป\\\\nซื้อโคสายพันธุ์ที่กรมปศุสัตว์ให้การส่งเสริม ได้แก่ พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์ผสม และพันธุ์แท้ เป็นโคสาว หรือ\\\\nโคตั้งท้อง มีอายุระหว่าง ๑๘ เดือนขึ้นไป ไม่เกิน ๓ ปี และปลอดโรค จำนวน ๒ ตัวขึ้นไป เพื่อเป็น\\\\nโคแม่พันธุ์ รวมถึงเงินสำหรับขุนโค และการแปรรูป ระยะเวลาดำเนินโครงการ ๕ ปี โดยใน ๒ ปีแรก \\\\nรัฐชดเชยดอกเบี้ย ร้อยละ ๔.๕ หลังจากนั้น กองทุนหมู่บ้านฯ จะชำระดอกเบี้ย ร้อยละ ๔.๕ ตั้งแต่ปีที่ ๓ - ๕ และชำระเงินต้นในปีที่ ๔ - ๕ ปีละ ๒๕,๐๐๐ บาท ที่ผ่านมา การดำเนินโครงการค่อนข้างล่าช้า ขณะนี้ \\\\nอยู่ระหว่างยกร่างประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการ รวมถึงคู่มือการปฏิบัติงานปล่อยสินเชื่อ ภายใต้ความร่วมมือของ ๓ หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย (๑) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (๒) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และ (๓) กรมปศุสัตว์ โดยในเบื้องต้น กำหนดให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ยื่นเอกสารขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๘ จากนั้น ธ.ก.ส. จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อและทำสัญญา\\\\nภายในวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๘ ประกอบกับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ขณะนี้ เหลือระยะเวลาเพียง ๓ เดือน ซึ่งคาดว่าอาจไม่บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น ขอให้รองนายกรัฐมนตรี (นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง) พิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการ “โคแสนล้าน” นำร่อง เพื่อเกษตรกรได้รับประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการอย่างแท้จริง","รองนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [390,1238,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหานามบัตรเงินกู้นอกระบบ","จากในปัจจุบัน กลุ่มเงินกู้นอกระบบได้ใช้วิธีการเชิญชวนให้กู้ยืมเงินนอกระบบ โดยการขี่รถจักรยานยนต์นำนามบัตรเชิญชวนฯ โปรยลงบนท้องถนนและบริเวณหน้าประตูรั้วบ้านของ\\nประชาชน ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาขยะในพื้นที่แล้ว ยังเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรำคาญ\\nเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาเงินกู้นอกระบบเป็นที่มาของการทวงเงินลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ โดยใช้การข่มขู่และใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน \\nปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดภาระงานที่เกินสมควรแก่เจ้าหน้าที่รักษา\\nความสะอาด รวมถึงเจ้าหน้าที่เทศกิจที่พบเห็น ต้องเก็บกวาดเศษขยะนามบัตรเหล่านั้น เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของกฎหมาย เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า \\n“การโฆษณาด้วยการปิด ทิ้ง หรือโปรยแผ่นประกาศหรือใบปลิวในที่สาธารณะ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสืออนุญาตด้วย” โดยผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง \\nต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ตามมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันการบังคับใช้พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ อย่างจริงจัง เพื่อให้กำจัดขยะจากนามบัตรและใบปลิวจากกลุ่มเงินกู้\\nนอกระบบให้หมดไปจากสังคมไทย และลดปัญหาการกู้เงินนอกระบบที่ส่งผลต่อปัญหาสังคมอื่น ๆ ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [391,1237,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง","จากประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๗ ชุมชนบ้านปากดอนสัก ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง โดยในพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ ซึ่งในปัจจุบันตลิ่งบริเวณชายหาดได้รับความเสียหายและมีสภาพทรุดโทรมจากการกัดเซาะของน้ำทะเล ทำให้น้ำทะเลไหลเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย รวมทั้งโรงเรียนบ้านปากดอนสัก ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งในเบื้องต้น ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจนำไม้ และกระสอบปุ๋ยบรรจุดินเหนียว ซึ่งเป็นวัสดุที่ชาวบ้านหาได้ในพื้นที่ ซ่อมแซมกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะ ที่ผ่านมา ภาครัฐได้มีการดำเนินโครงการประเมินผลและติดตามผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ ๓ พื้นที่ชายฝั่งบริเวณบ้านปากดอนสัก ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีการประชุมประชาสัมพันธ์โครงการ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ แต่จวบจนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า โดยพื้นที่นี้เป็นสถานที่ก่อสร้างสนามบินดอนสัก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของ\\nจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบและศึกษาความเป็นไปได้ \\n\t\tดังนั้น จึงขอเสนอข้อมูลปัญหา อุปสรรค แนวทางการแก้ไข และข้อควรระวัง ไปยัง\\nกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n\t\t(๑) ปัญหาและอุปสรรค ประกอบด้วย (๑.๑) ปัญหาน้ำท่วมหมู่ที่ ๗ ชุมชนบ้านปากดอนสัก ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณโรงเรียนบ้านปากดอนสัก (๑.๒) ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง เป็นเหตุให้เสียแผ่นดินเนื่องจากการถูกน้ำทะเลกัดเซาะ ทำให้ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งสภาพปัญหาคล้ายกับที่เกิดขึ้นที่เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และ (๑.๓) ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ \\n\t\t(๒) แนวทางการแก้ไข ควรเร่งสร้างเขื่อนป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะตลอดแนวด้วยวิธีการ\\nที่เหมาะสมและยั่งยืน\\n\t\t(๓) ข้อควรระวัง การสร้างเขื่อนป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะ ควรคำนึงถึงการระบายน้ำ เนื่องจากในช่วงฝนตกชุกซึ่งมีปริมาณน้ำฝนมาก หากไม่มีการวางแผนการระบายน้ำอย่างเป็นระบบ \\nอาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [392,1236,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การพังเสียหายของสะพานข้ามคลองลำพะอง เขตลาดกระบัง","จากประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตลาดกระบัง ซอยวัดลำพะอง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร มีสภาพพื้นที่เป็นเกาะ ในพื้นที่ประมาณ ๓๐๐ ไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ ๓๐ ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรประกอบอาชีพทำนา ซึ่งการเข้าออกของรถเกี่ยวข้าวต้องใช้สะพานข้ามคลองลำพะอง เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างเขตลาดกระบังและเขตหนองจอกของกรุงเทพมหานคร สะพานข้ามคลองลำพะองเป็นสะพานไม้ มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นเหตุให้การสัญจรผ่านสะพานดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก ประชาชนผู้ใช้สะพานเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุกข้าวไม่สามารถข้ามผ่านได้ เกษตรกรต้องว่าจ้างรถสี่ล้อลากบรรทุกข้าวจากฝั่งหนึ่งข้ามสะพานข้ามคลอง\\nลำพะองเพื่อไปขนถ่ายใส่รถบรรทุกข้าวที่จอดรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งการขนถ่ายข้าวจะมีฝุ่นละอองฟุ้งกระจายก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยโดยรอบ ดังนั้น ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กรุงเทพมหานคร พิจารณาดำเนินการปรับปรุงสะพานข้ามคลองลำพะอง โดยออกแบบก่อสร้าง\\nเป็นสะพานคอนกรีตที่มีความแข็งแรง อย่างไรก็ตาม หากกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้วเห็นว่าสมควรอนุรักษ์รักษาสะพานข้ามคลองลำพะอง เพื่อประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ขอให้ดำเนินการซ่อมแซมสะพานข้ามคลองลำพะองให้มีความมั่นคง แข็งแรง และทนทานมากยิ่งขึ้น \\nโดยถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งใช้สะพานดังกล่าวได้รับความสะดวก\\nและปลอดภัยในการสัญจร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [393,1235,169,"นายสุทนต์ กล้าการขาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า","จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรวิจัย ระบุว่า ปัจจุบันมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย การปรับปรุงผลิตภัณฑ์\\nให้ดึงดูดใจ เช่น การแต่งกลิ่นผลไม้ เป็นเหตุให้เด็กและเยาวชนมีอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น\\nอย่างรวดเร็ว ซึ่งภายหลังจากประเทศไทยได้มีการตรากฎหมายเพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยห้ามจำหน่าย และห้ามให้บริการสินค้าบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า ได้มีการสำรวจสถานการณ์การแพร่ระบาดของ\\nบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นมา ยังคงมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ ๐.๑๔ (ประมาณ ๗๘,๗๔๒ คน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น ๗ เท่า โดยกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง \\n๑๕ - ๒๔ ปี มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงที่สุด นอกจากนี้ จากผลสำรวจการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบ\\nของเด็กและเยาวชนไทย ในกลุ่มนักเรียนอายุระหว่าง ๑๓ - ๑๕ ปี พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น\\nเป็นร้อยละ ๑๗.๖ จากเดิมร้อยละ ๓.๓ และผู้เริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้าที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง ๗ ปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชน เพราะสารนิโคติน (Nicotine) ในบุหรี่ไฟฟ้า มีผลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญาและอารมณ์ ซี่งจากผลการวิจัยเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า บ่งชี้ว่าผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีภาวะซึมเศร้ามากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง ๒ เท่า และหากสูบในช่วงอายุที่น้อยมากเท่าใดมีแนวโน้มที่จะเพิ่มโอกาสในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าตลอดชีวิตมากขึ้น นอกจากนี้ \\nยังส่งผลกระทบทางสังคม กล่าวคือ การใช้บุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนอาจนำไปสู่พฤติกรรม\\nที่เสี่ยงยิ่งขึ้นในระยะยาว อาทิ การใช้ยาเสพติดชนิดอื่นร่วมกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้ \\n\t\t(๑) รัฐบาลมีความตระหนักสภาพปัญหาและวางมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งป้องกันมิให้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดเข้าไปสู่สถาบันการศึกษาหรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๒) รัฐบาลควรมีการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่ระบาดไปสู่เด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [394,1234,6,"นายกัมพล ทองชิว","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษา","จากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙ (วัดใหญ่ราษฎร์นุกูล) และวิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ประสบความเดือดร้อนจากปัญหาคุณภาพน้ำบาดาลที่มีความกร่อยและเค็ม ส่งผลกระทบต่อการอุปโภคและบริโภคของนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๙ (วัดใหญ่ราษฎร์นุกูล) ได้ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเมื่อปี ๒๕๕๒ ประสบปัญหาน้ำบาดาลมีความกร่อยเป็นเวลากว่า ๓ ปีแล้ว โรงเรียนจำเป็นต้องซื้อน้ำจากพื้นที่ตำบลอื่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายจากการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นและเป็นภาระของโรงเรียนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ โรงเรียนได้ประสานไปยังสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๘ (ราชบุรี) เพื่อตรวจสอบสภาพบ่อน้ำบาดาล  ได้รับแจ้งผลการสำรวจว่า ชั้นดินมีปัญหาทำให้น้ำมีความกร่อยและความเค็ม พร้อมทั้งให้คำแนะนำว่าควรขุดเจาะบ่อบาดาลใหม่ โดยเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ โรงเรียนได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ในการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลใหม่ ไปยังผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต ๘ (ราชบุรี) แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ วิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว ซึ่งได้ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเมื่อปี ๒๕๕๕ ได้ประสบปัญหาน้ำบาดาลมีความกร่อยเป็นเวลากว่า ๓ ปีเช่นเดียวกัน ปัจจุบันวิทยาลัยใช้น้ำจากองค์การบริหารส่วนตำบลเจ็ดริ้ว โดยต้องจ่ายค่าน้ำเดือนละหลายพันบาท ดังนั้น ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดการพิจารณาดำเนินการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลให้แก่สถานศึกษาทั้งสองแห่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [395,1233,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","นโยบายของรัฐบาล","(1)ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด (2)ปัญหาบัตรผีในการแข่่งขันฟุตบอล","ขอปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ \\\\\\\\\\\\\\\\n\t\t(๑) ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดในสถานบันเทิง และงานเทศกาลดนตรี \\\\\\\\\\\\\\\\n \t\tสืบเนื่องจากปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดได้แพร่ระบาดและสร้างผลกระทบต่อประชาชนโดยรวมเป็นอย่างมาก โดยพบเห็นการวางจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าบริเวณริมฟุตบาทหน้าสถานบันเทิง\\\\\\\\\\\\\\\\nในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นอกจากจะจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าแบบธรรมดาแล้ว \\\\\\\\\\\\\\\\nยังมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ดัดแปลงโดยผสมสารเอโทมีเดท (Etomidate) ซึ่งเป็นยาเสพติด ที่แพร่ระบาด\\\\\\\\\\\\\\\\nอย่างมากในประเทศจีนและไต้หวัน มีฤทธิ์กระตุ้นให้สลบ ชนิดออกฤทธิ์ระยะสั้นแต่ออกฤทธิ์เร็ว เพื่อใช้\\\\\\\\\\\\\\\\nในการสูดดม และพบผู้ใช้ในงานเฟสติวัล EDM และในสถานบันเทิง นอกจากนี้ ยังพบว่ามีปัญหายาเสพติดหลายชนิดแพร่ระบาดในสถานบันเทิง ได้แก่ (๑) “ลูกอมสายตี้” คือ ยาเสพติดที่ถูกนำมาผสมแปรรูปและจำหน่ายในรูปแบบของลูกอม มี ๓ แบบ คือ แบบที่ ๑ ตรวจพบไนเมตาซีแพมและทรามาดอล แบบที่ ๒ และแบบที่ ๓ ตรวจพบเคตามีนหรือยาเคและทรามาดอล และแบบที่ ๔ ตรวจพบฟลูไนตราซีแพม \\\\\\\\\\\\\\\\nที่เป็นสารออกฤทธิ์นานปานกลาง (๒) “HAPPY WATER” คือ ยาเสพติดหลายชนิดที่ผสมเข้าด้วยกัน อาทิ เคตามีน ไอซ์ ยาอี เมทแอมเฟตามีน สารไดอาซีแพม คาเฟอีน และทรามาดอน นำมาผสมกับเครื่องดื่มต่าง ๆ \\\\\\\\\\\\\\\\n(๓) “พอตเค” คือ พอตไฟฟ้าชนิดเปลี่ยนหัว ชนิดของยาเสพติดที่ถูกบรรจุเอาไว้ในหัวพอตไฟฟ้า มีส่วนผสม\\\\\\\\\\\\\\\\nทั้งยาเคหรือเคตามีน เฮโรอีน และเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า (๔) ยาอี (ecstacy) หรือยาเลิฟ (๕) ยาบ้า ยาไอซ์ และ (๖) เคนมผง (เคตามีน) โดยผู้ที่เสพยาเสพติดจะมีลักษณะที่สังเกตเห็นได้ คือ (๑) มีอาการเมา คึกคักกว่าปกติ มีความสุขระหว่างการใช้สารเสพติด ในบางรายจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เมื่อสารเสพติดหมดฤทธิ์จะมีอาการง่วงนอน และ (๒) ตาลอย กลัวแสง ในบางรายใส่แว่นดำในเวลากลางคืน ดังนั้น ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้ที่กระทำความผิดอย่างจริงจัง \\\\\\\\\\\\\\\\n\t\t(๒) ปัญหา “บัตรผี” ในการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ\\\\\\\\\\\\\\\\n \t \tสืบเนื่องจากปัญหาบัตรเข้าชมการแข่งขันกีฬาที่มีผู้ซื้อเก็บไว้แล้วขายต่อเพื่อเก็งกำไร\\\\\\\\\\\\\\\\nในราคาที่สูงขึ้น หรือที่เรียกกันว่า “บัตรผี” ซึ่งมักจะเกิดปัญหานี้ในการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ ดังเช่นการแข่งขันฟุตบอล ระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติเวียดนาม ซึ่งบัตรเข้าชมการแข่งขันที่จำหน่าย\\\\\\\\\\\\\\\\nโดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ราคาเพียง ๕๐๐ บาท แต่ได้มีกลุ่มบุคคลที่แสวงหาประโยชน์\\\\\\\\\\\\\\\\nโดยมิชอบได้กว้านซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันจำนวนมาก เพื่อนำมาขายต่อในราคาที่สูงขึ้น โดยขายราคาสูงถึง ๑,๕๐๐ บาท ซึ่งทำให้แฟนฟุตบอลชาวไทยส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าชมการแข่งขันได้ เนื่องจากบัตร\\\\\\\\\\\\\\\\nมีราคาสูงเกินไป ดังนั้น ขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย \\\\\\\\\\\\\\\\nในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนฟุตบอล\\\\\\\\\\\\\\\\nชาวไทยได้มีโอกาสซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลและเชียร์ทีมชาติไทยในราคาที่เหมาะสมต่อไป","นายกรัฐมนตรี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [396,1232,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชน กรณีกรมส่งเสริมการเกษตรไม่ย้ายและรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างออกจากที่สาธารณประโยชน์ เหตุเกิดในพื้นที่ หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่","จากเมื่อปี ๒๕๓๒ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินดำเนินการสร้างบ้านพักข้าราชการ อาคารสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ รวมถึงอาคารโรงงานและเครื่องอบไอน้ำ มูลค่ากว่า ๕๗ ล้านบาท ให้บริษัทเอกชนเช่า และต่อมา ได้มีการยกเลิกสัญญาเช่า ปล่อยอาคารสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวทิ้งร้างไว้ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ หรือที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เหตุเกิดในพื้นที่ หมู่ที่ ๕ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ขนาดเนื้อที่ ๗ ไร่ ๑ งาน ๗๑ ตารางวา ซึ่งเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย ต่อมา เมื่อปี ๒๕๕๔ ศาลปกครองเชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษาให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการย้ายและรื้นถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าว และนายอำเภอเมืองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งให้กรมส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕ ศาลปกครองเชียงใหม่ได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับ โดยไม่อนุญาตให้กรมส่งเสริมการเกษตรใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา ๙ \\nแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่จวบจนบัดนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังไม่ดำเนินการย้ายและรื้นถอน\\nสิ่งปลูกสร้างออกจากที่สาธารณประโยชน์ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองดังกล่าว เป็นเหตุให้ประชาชนเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน\\nในพื้นที่และประชาชน ๔ ตำบลที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้ผลิตอาหารสัตว์ที่เคยใช้ที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวเพื่อผลิต รวบรวม จัดส่งอาหารสัตว์ให้กับสวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ตามนโยบายแก้ปัญหา\\nความยากจนของรัฐบาล ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า ๑๙ ปี ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร เฉลี่ยปีละ ๒๐ ล้านบาท/ปี รวมทั้งไม่สามารถใช้ที่สาธารณประโยชน์เพื่อจัดกิจกรรม\\nของชุมชนได้ดังเดิม นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตอาหารสัตว์ โดยศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ทั้งนี้ มีนักกฎหมายได้แสดงความคิดเห็นว่าการกระทำของกรมส่งเสริมการเกษตรดังกล่าว\\nอาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๘ \\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [397,1231,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสายไฟฟ้า - สายสื่อสารโทรคมนาคมรกรุงรังไม่ปลอดภัย","จากประเทศไทยประสบปัญหาสายไฟฟ้า - สายสื่อสารโทรคมนาคม รกรุงรัง\\\\nไม่ปลอดภัย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด โดยในส่วนของสายไฟฟ้า มีทั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ส่วนสายสื่อสารโทรคมนาคมและอุปกรณ์สื่อสาร อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบการเอกชน รวมถึงองค์กรของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแล อาทิ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งสายไฟฟ้า - สายสื่อสารโทรคมนาคมที่รกรุงรัง น่าจะมีสาเหตุมาจาก (๑) กฎหมาย (๒) การบังคับใช้กฎหมาย และ (๓) ความรับผิดชอบของหน่วยงาน โดยผลกระทบ อาจก่อให้เกิดอัคคีภัย เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน สะท้อนให้เห็นถึงการขาดระเบียบวินัย และเป็นมลพิษทางทัศนียภาพ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [398,1230,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาอุบัติเหตุที่ภาครัฐสามารถวางมาตรการป้องกันได้","จากประเทศไทยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับที่ ๙ ของโลก ซึ่งปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มีสาเหตุพื้นฐาน ๓ ประการ ได้แก่ (๑) สภาพของผู้ขับขี่ มักพบว่า\\nผู้ขับมีสภาพร่างกายไม่พร้อม (๒) สภาพของรถไม่สมบูรณ์ ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง และ (๓) สภาพแวดล้อม ถนนที่สร้างโดยไม่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ไม่มีป้ายหรือสัญญาณไฟจราจร\\n\t\tตัวอย่างกรณีข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ที่น่าสนใจ ได้แก่ (๑) รถส่งสินค้าเสียหลักพลิกคว่ำ พบว่าช่วงล่างผุพังเพราะสนิม เนื่องจากลุยน้ำเค็มทุกวัน (๒) รถกระบะยกสูงชนท้ายรถสามล้อพ่วงข้าง มีผู้เสียชีวิตติดอยู่กับซากรถพ่วงข้าง จำนวน ๓ ราย เสียชีวิตทั้งครอบครัว สาเหตุ\\nเกิดจากรถพ่วงข้างไม่มีไฟท้าย ประกอบกับบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่าง เป็นเหตุให้รถกระบะชนกับรถสามล้อพ่วงข้างคันดังกล่าว (๓) รถบัสนักท่องเที่ยวเสียหลัก เปลี่ยนเลนกะทันหันชนท้ายรถฟอร์จูนเนอร์ เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก พบว่าผู้ขับรถบัสมีอายุสูงถึง ๗๔ ปี และพบว่าใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ กำหนดคุณสมบัติว่าต้องมีอายุครบ ๒๒ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป แต่ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ขั้นสูงไว้ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพของผู้ขับรถยนต์สาธารณะ (๔) รถทัวร์ชนเสาตอม่อ\\nใต้สะพานลอยต่างระดับ มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุเกิดจากคนขับรถทัวร์หลับใน และ (๕) รถบัสทัศนาจร จำนวน ๑๐,๐๐๐ คันทั่วประเทศ (ร้อยละ ๙๕) ไม่ผ่านมาตรฐานด้านการลุกไหม้\\n\t\tดังนั้น ขอหารือเรื่องนี้ไปยังกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการดังนี้\\n\t\t(๑) พัฒนาคุณภาพของพนักงานขับรถยนต์สาธารณะ เพิ่มหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ โดยกำหนดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ขับรถยนต์สาธารณะ ทำนองเดียวกับ\\nการตรวจ Fit Test ของนักบิน ซึ่งใช้หลักเกณฑ์สูงกว่าการตรวจสุขภาพของคนทั่วไป\\n\t\t(๒) เข้มงวดกับการตรวจสภาพรถยนต์ ดำเนินการเอาผิดสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่มีการปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดกับการตรวจสภาพรถยนต์ \\n\t\t(๓) นำนวัตกรรม “อุปกรณ์ป้องกันการหลับในบนท้องถนน” ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรม\\nที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ CUD Hackathon 2023 มาใช้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถยนต์ทุกคัน\\n\t\t(๔) เพิ่มกลิ่นในก๊าซเอ็นจีวี เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถรู้ปัญหากรณีที่ก๊าซเอ็นจีวีรั่วได้โดยง่าย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [399,1229,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญญาตู้คีบตุ๊กตา ตู้คีบสินค้า และตู้เกมเสี่ยงโชค ","จากกรมการปกครอง ได้รับแจ้งจาก “เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน” พบว่า\\nตู้คีบตุ๊กตา ตู้คีบสินค้า และตู้เกมเสี่ยงโชค มีการเปิดให้บริการตามห้างสรรพสินค้า และสถานที่ต่าง ๆ \\nที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย โดยมักมีการแสดงข้อความว่าตู้ดังกล่าวเป็นตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ \\nหรือตู้ดังกล่าวไม่ใช่เครื่องเล่นการพนัน ซึ่งเป็นธุรกิจสีเทาที่มีเงินหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาท จึงมีประเด็นปัญหาว่าตู้คีบตุ๊กตา ตู้คีบสินค้า และตู้เกมเสี่ยงโชค ถือเป็นการจัดให้เล่นการพนัน ตามพระราชบัญญัติ\\nการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ หรือไม่ \\n\t\t(๑) ตู้คีบตุ๊กตา (Claw machine) เป็นตู้กระจกใสที่มีของรางวัลบรรจุอยู่ภายในตู้ มีกลไกคล้ายกับเครน ผู้เล่นจะใช้ที่บังคับภายนอก เพื่อควบคุมมือจับในตู้ ให้ขึ้นลงและขยับไปมาในแนวนอน \\nเพื่อพยายามคีบของรางวัล เช่น ตุ๊กตา ของเล่น หรือของที่ระลึก ที่วางอยู่ในตู้ วิธีการเล่น คือ ผู้เล่นต้องใส่เหรียญหรือเงินสดลงในตู้เป็นเงินเดิมพันเพื่อเริ่มเล่น ใช้ที่บังคับเพื่อควบคุมก้านมือจับที่อยู่ในตู้ พยายามคีบของรางวัลที่ต้องการ หย่อนลงทางออกของตู้ ถ้าผู้เล่นคีบของรางวัลได้สำเร็จ ก็จะได้รับของรางวัล\\nที่คีบได้นั้น\\n\t\t(๒) ตู้คีบสินค้า จะมีสินค้าวางอยู่ในตู้ ผู้เล่นหยอดเงินตามราคาของสินค้า เพื่อหยิบรับสินค้านั้น\\n\t\t(๓) ตู้เกมเสี่ยงโชค มีกล่องวางอยู่ในตู้ หยอดเงินตามราคาที่ตั้งไว้ ของในกล่องอาจมีมูลค่ามากกว่าหรือน้อยกว่า หรือเท่ากับจำนวนเงินที่หยอด ผู้เล่นไม่อาจรู้ได้ ต้องวัดดวงเสี่ยงโชค\\n\t\tพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ มาตรา ๔ วรรคสอง บัญญัติว่า “การเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือการเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน หรือการเล่นอื่นใด\\nซึ่งรัฐมนตรีเจ้าหน้าที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติมไว้ จะจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์\\nแก่ผู้จัดโดยทางตรงหรือทางอ้อมได้ต่อเมื่อรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตเห็นสมควรและออกใบอนุญาตให้  หรือมีกฎกระทรวงอนุญาตให้จัดขึ้นโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต” ประกอบกับ\\nบัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว หมายเลข ๒๘ กำหนดว่า “เครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกล พลังไฟฟ้า พลังแสงสว่าง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใด\\nซึ่งสามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ไม่ว่าจะโดยมีการนับแต้มหรือเครื่องหมายใด ๆ หรือไม่ก็ตาม”\\n\t\tเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง เห็นว่า ตู้คีบตุ๊กตามีลักษณะเป็นการพนัน เพราะโดยสภาพลักษณะของตู้คีบตุ๊กตา ผู้เล่นจะต้องแลกชิปมูลค่าเหรียญละ ๑๐ บาท เพื่อเล่นเครื่องเล่นคีบตุ๊กตา \\nโดยการบังคับมือจับให้หยิบตุ๊กตา ซึ่งอาจหยิบได้หรือหยิบไม่ได้ ก็ได้ โดยผู้เล่นที่ชนะจะได้รับตุ๊กตาซึ่งมีมูลค่ามากกว่าเงินที่ต้องเสียไป เป็นการจูงใจให้เข้าเล่นพนัน ส่วนผู้เล่นที่แพ้อาจจะไม่ได้รับอะไรเลย \\nแต่เจ้าของเครื่องได้รับประโยชน์จากเหรียญที่หยอด ดังนั้น สภาพเครื่องเล่นจึงไม่ใช่การให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้เล่นทั่วไป\\n\t\tเมื่อปี ๒๕๖๓ กระทรวงมหาดไทยได้มีนโยบายไม่อนุญาตให้มีการเล่นเครื่องเล่น\\nตู้คีบตุ๊กตา ที่เป็นการพนันตามที่กำหนดไว้ในบัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ หมายเลข ๒๘ พร้อมทั้งได้ดำเนินการจับกุมและปราบปรามอย่างเฉียบขาดกับผู้ที่ฝ่าฝืน \\n\t\tนอกจากนี้ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๖๐๐/๒๕๔๗ วินิจฉัยว่า เครื่องหยิบจับตุ๊กตาอัตโนมัติของกลางเป็นเครื่องเล่นไฟฟ้าอัตโนมัติซึ่งผู้เล่นต้องหยอดเหรียญ ๑๐ บาท แล้วกดปุ่มให้เครื่องคนตุ๊กตา จากนั้นจึงจับคันโยกเลื่อนหาตำแหน่งเพื่อคีบตุ๊กตา หากคีบได้ถือว่าผู้เล่นเป็นผู้ชนะได้ตุ๊กตา\\nมีมูลค่ามากกว่าเงินที่ต้องเสียไป เป็นแรงจูงใจให้เข้าเล่น หากคีบไม่ได้ถือว่าเป็นผู้แพ้จะได้เพียงคูปอง\\nไปใช้แลกสิ่งของซึ่งมีมูลค่าไม่เกินราคาเหรียญที่หยอด ดังนั้น ถึงแม้จะเล่นคนเดียวก็สามารถทำให้แพ้ชนะกันได้ระหว่างผู้เล่นกับเจ้าของเครื่อง เพราะหากผู้เล่นชนะก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากเครื่องเล่น โดยสภาพเครื่องเล่นจึงมิใช่เป็นการให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้เล่นเท่านั้น จึงเข้าลักษณะเป็นเครื่องเล่นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ อันเป็นการเล่นพนันตามบัญชี ข. หมายเลข ๒๘\\n\t\tบทสรุป การเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมดังกล่าว มีความประสงค์ต้องการให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการจำกัดการเข้าถึงเครื่องเล่นดังกล่าว อย่างเหมาะสม เพื่อปกป้อง\\nเด็กและเยาวชนไม่ให้สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าสู่วังวนของการพนัน อันจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านอื่นต่อไป\\nในอนาคต เพราะการที่ภาครัฐปล่อยปละละเลยให้ตู้คีบตุ๊กตา ตู้คีบสินค้า ตู้เกมเสี่ยงโชค ตั้งให้บริการอยู่ในห้างสรรพสินค้าและที่ชุมชนซึ่งเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีลักษณะเป็นการชักชวนให้เด็ก\\nและเยาวชนเล่นการพนัน ด้วยการติดข้อความที่บิดเบือนให้เข้าใจผิด อาทิ “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ” “สินค้านี้ไม่ใช่เครื่องมือการพนัน มีไว้เพื่อการขายสินค้าเท่านั้น” และข้อความบอกลักษณะของตู้คีบตุ๊กตาที่ถูกและผิดกฎหมาย  ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่ก่อให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดแก่ผู้เล่น ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ พิจารณาดำเนินการตรวจสอบ ควบคุมและกำกับดูแลให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง",5,2567,"2025-01-07T00:00:00"],
    [400,1228,80,"นางประทุม วงศ์สวัสดิ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การออกหมายจับและบทบาทของสื่อในการนำเสนอข่าว","เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวการออกหมายจับ\\nในคดีสำคัญหลายคดี เช่น คดีดิไอคอน คดีทนายความ และคดีออกหมายจับสุภาพสตรีที่มีชื่อเสียง \\nซึ่งการออกหมายจับคดีสุภาพสตรีที่มีชื่อเสียงได้มีการนำเสนอข่าวทุกช่องทางและทุกวัน มีการเสนอข่าวทั้งด้านบวก ด้านลบ และวิจารณ์ทางสังคม ซึ่งตามปกติแล้วผู้ถูกกล่าวหาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีความผิดจนกว่าศาลจะพิจารณาตัดสินคดี แต่ผลจากการนำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่อง ทำให้สุภาพสตรีดังกล่าวถูกตัดสินจากสังคม ทำให้ได้รับความเสียหาย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ดังนี้    \\n\t(๑) ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาขอออกหมายจับ\\nให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย รัดกุม และยุติธรรม ซึ่งได้ดำเนินการโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ อย่างไร  \\n\t(๒) ขอให้สมาคมสื่อสารมวลชน ได้พิจารณาถึงเสรีภาพในการนำเสนอข่าว\\nว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือไม่ รวมทั้งการนำเสนอข่าวในลักษณะดังกล่าว \\nจะเป็นการละเมิดสิทธิผู้ถูกออกหมายจับ หรือไม่ อย่างไร\\n\t(๓) ขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้พิจารณาการให้สิทธิเสรีภาพแก่สื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว\\nในลักษณะเช่นนี้จะมีความเหมาะสม หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล\\nสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [401,1227,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","สถานการณ์บ้านเมือง","การเข้าสู่ BRICS ของรัฐบาลไทย","ประเทศไทยได้ยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก\\nกลุ่มประเทศกําลังพัฒนาที่มีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (BRICS) และในการประชุมสมาชิกกลุ่ม BRICS ณ เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้มีมติ\\nเพิ่มประเทศไทย และประเทศอื่น ๆ อีกจำนวน ๑๒ ประเทศ เข้าเป็นหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะของประเทศไทย\\nในประชาคมระหว่างประเทศ รวมทั้งอาจกระทบต่อทิศทางการพัฒนาทั้งทางการเมือง และเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งนี้ BRICS เป็นกลุ่มที่ริเริ่มจัดตั้งขึ้นโดยประเทศรัสเซีย เมื่อปี ค.ศ. 2000 \\n(พ.ศ. ๒๕๔๓) และได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอินเดีย ประเทศบราซิล \\nและประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีเจตนาหลักที่จะสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศขึ้นมาใหม่ \\nเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับประเทศชาติตะวันตก ซึ่งมีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ อย่างไรก็ตาม การพัฒนา\\nและความเคลื่อนไหว ของ BRICS ได้ทำให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันอย่างเข้มข้น ระหว่างกลุ่มชาติตะวันตกกับ BRICS นำมาซึ่งความตึงเครียดในการเผชิญหน้า โดยนักวิเคราะห์หลายคนเรียกว่าสงครามเย็น\\nรอบใหม่ ขณะนี้สถานการณ์มีความอ่อนไหว จนหลายฝ่ายวิตกกังวลว่าจะนำไปสู่การทำสงคราม\\nระดับโลกอีกครั้ง ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ดังนี้ \\n\t(๑) ขอรับทราบข้อมูลการตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS โดยรัฐบาล\\nได้ทำการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบถึงผลดี และผลเสียต่อการดำเนินการในครั้งนี้ รวมทั้งได้มี\\nการปรึกษาหารือกับภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม หรือไม่ อย่างไร  \\n\t(๒) ขอให้มีการสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ ถึงการวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย\\nจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS ครั้งนี้ของรัฐบาล เนื่องจากไม่มีการสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ ประกอบกับเรื่องดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญต่อฐานะและทิศทางยุทธศาสตร์ \\nของประเทศไทยในประชาคมโลก ซึ่งการเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วน BRICS เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญา \\nตามมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งกำหนดว่า หนังสือสัญญาอื่นที่อาจ\\nมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้า หรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ดังนั้น หากรัฐบาลไม่แน่ใจว่าหนังสือสัญญานี้เข้าข่าย\\nตามมาตรา ๑๗๘ หรือไม่ รัฐบาลได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [402,1226,157,"นายสมหมาย ศรีจันทร์","ความเดือดร้อนของประชาชน","มณฑลห้วยขวาง","ปัจจุบันพื้นที่บริเวณเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ได้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย และมีนักธุรกิจจากประเทศจีนมาประกอบธุรกิจในพื้นที่เขตห้วยขวางเป็นจำนวนมาก โดยใช้วิธีการสมรสกับคนไทยหรือการเข้าประเทศไทยแบบผิดกฎหมาย เพื่อเป็นช่องทางในการเข้ามาประกอบธุรกิจ โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เดินทาง เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จากที่กล่าวมาข้างต้น มิได้มีเจตนากีดกันการประกอบธุรกิจของนักธุรกิจจากประเทศจีนที่เข้ามาประกอบธุรกิจในเขตพื้นที่ห้วยขวางอย่างถูกต้อง เพราะปัจจุบันประเทศไทยได้เปิดโอกาสให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างเสรี \\nและที่ผ่านมาพื้นที่บริเวณเจริญกรุง สำเพ็ง และเยาวราช ชาวจีนได้เข้ามาประกอบธุรกิจและสร้าง\\nความเจริญให้พื้นที่ดังกล่าวมาอย่างยาวนาน แต่อย่างไรก็ดี มีข้อกังวลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในพื้นที่เขตห้วยขวางในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้\\n \t\t(๑) กรณีนักลงทุนชาวจีนที่หาผลประโยชน์โดยแอบแฝงมาพำนักอยู่ในประเทศไทย\\nในรูปแบบนักท่องเที่ยว จากนั้นผันตัวเป็นนักศึกษาหรืออาสาสมัคร เพื่ออยู่ในประเทศไทยและทำธุรกิจในประเทศไทย (จีนเทา) \\n \t\t(๒) การขออนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทยของชาวต่างชาติ\\n \t\t(๓) การเลี่ยงภาษีธุรกิจการค้า\\n \t\t(๔) การก่ออาชญากรรมของชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในพื้นที่เขตห้วยขวาง \\n \t\tดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t(๑) ขอให้มีการควบคุม และกำกับดูแล การทำธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่\\nเขตห้วยขวางให้ถูกต้องตามกฎหมาย\\n \t\t(๒) ขอให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเพื่อการบริโภคที่นำเข้าจากประเทศจีน \\nซึ่งควรได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน อันเป็นการป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค\\n \t\t(๓) ขอให้มีการสนับสนุนและส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของคนไทย ในประเด็นแหล่งเงินทุนและโอกาสในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขัน\\nกับผู้ประกอบการชาวต่างชาติได้  ","นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [403,1225,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของชาวประมง จังหวัดพังงา","ประเด็นที่หนึ่ง ได้รับการร้องเรียนจากสมาคมเรือประมงจังหวัดพังงา เกี่ยวกับปัญหา\\nร่องน้ำตื้นเขินในพื้นที่ท่าเรือจังหวัดพังงา ทำให้การสัญจรเข้าออกของเรือประมงอาจเกิดอันตราย \\nจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t\t(๑) บริเวณพื้นที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม กรมเจ้าท่าได้มีการศึกษา รับฟังปัญหา และมีงบประมาณสำหรับดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด\\n \t\t(๒) บริเวณพื้นที่ท่าเรือคุระบุรี กรมเจ้าท่ายังไม่ได้มีการศึกษาและยังไม่มีงบประมาณสำหรับดำเนินการ \\n\t\tโดยพื้นที่ทั้งสองแห่งดังกล่าวมีเรือประมงพื้นบ้านและพาณิชย์มากกว่า ๑๐๐ ลำ \\nใช้ในการสัญจรและมีเรือนักท่องเที่ยวไปยังเกาะต่าง ๆ ดังนั้น ขอให้กรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา รวมทั้งศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการพัฒนาร่องน้ำคุระบุรี เพื่อให้การสัญจรเข้าออกของเรือประมงและเรือนักท่องเที่ยวมีความสะดวกและปลอดภัย\\n \t\tประเด็นที่สอง คือ เรื่องผังเมืองของจังหวัดพังงาที่ล้าสมัยส่งผลให้เป็นอุปสรรค\\nต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมประมงจังหวัดพังงา ซึ่งการพัฒนาประมงของจังหวัดพังงา จำเป็นต้องพัฒนาอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องควบคู่กัน แต่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดพังงาติดเงื่อนไขเรื่องผังเมือง\\nที่ไม่อนุญาตให้ขยายพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมได้ เช่น โรงน้ำแข็ง ห้องเย็น และโรงงานแปรรูป\\nสัตว์น้ำต่าง ๆ โดยพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดพังงา ได้แก่ พื้นที่อำเภอคุระบุรี พื้นที่อำเภอตะกั่วป่า \\nและพื้นที่อำเภอท้ายเหมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถขยายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงได้เพราะติดข้อจำกัดเรื่องผังเมือง ดังนั้น ขอให้มีการรับฟังปัญหาและเร่งดำเนินการจัดทำผังเมืองใหม่\\nให้รองรับต่อการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมประมงในจังหวัดพังงา เพื่อให้ประชาชนจังหวัดพังงา\\nมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป\\n \t\tประเด็นที่สาม ปัญหาลักลอบนำเข้าปลาจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา มีพื้นที่ติดกับจังหวัดระนอง ทำให้เกิดปัญหาลักลอบการนำเข้าสัตว์น้ำ\\nจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ราคาปลาของประเทศไทยตกต่ำ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nให้ความช่วยเหลือชาวประมง โดยการเร่งติดตาม ตรวจสอบ และจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าสัตว์น้ำอย่างจริงจัง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [404,1224,108,"นางมยุรี โพธิแสน","นโยบายของรัฐบาล","บุคลากรสาธารณสุขรอการบรรจุเข้ารับราชการจากสถานการณ์การระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙","สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระหว่างปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๕ บุคลากรสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละเป็นที่ประจักษ์ โดยในปี ๒๕๖๓ กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ ในตำแหน่งต่าง ๆ อาทิ เภสัชกรปฏิบัติการ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ นักเทคนิคการแพทย์ปฏิบัติการ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรมและประโยชน์ของ\\nทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีและสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเป็นอย่างยิ่ง \\nอย่างไรก็ตาม ยังมีบุคลากรสาธารณสุขในกลุ่มลูกจ้าง กลุ่มพนักงานราชการอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวลุล่วงแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการพิจารณาบรรจุเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ โดยในการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุขในกลุ่มที่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ และกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ\\nเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ เป็นไปตามคำสั่งมอบหมายและกรอบการปฏิบัติงานอย่างเดียวกัน \\nและต่อมา ในปี ๒๕๖๔ มีกระแสข่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขจะมีการพิจารณาคัดเลือกเพื่อบรรจุ\\nเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ รอบที่ ๒ \\n\t\tเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ บุคลากรสาธารณสุขที่รอการบรรจุเข้ารับราชการจาก ๔ ภาค ได้มีหนังสือขอความเป็นธรรม ขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาคัดเลือกเพื่อบรรจุ\\nเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษ รอบที่ ๒ และได้รับคำตอบว่าอยู่ระหว่างการจัดสรรตำแหน่ง จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับหนังสือขอความเป็นธรรม จากบุคลากรสาธารณสุขที่รอการบรรจุเข้ารับราชการจากจังหวัดยโสธร \\nในประเด็นเรื่องเดียวกันนี้ ผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณา\\n \tดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ขอให้เร่งพิจารณาจัดสรรตำแหน่งและพิจารณาบรรจุบุคลากร\\nในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ปฏิบัติงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และยังไม่ได้รับการพิจารณาให้บรรจุในรอบที่ ๑ เมื่อปี ๒๕๖๓ โดยควรให้ได้รับการพิจารณาบรรจุเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่\\nผู้ปฏิบัติงานซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ","กระทรวงสาธารณสุข และนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [405,1223,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","ทุนต่างชาติกับช่องโหว่ของกฎหมายที่เกี่ยวกับธุรกิจการท่องเที่ยว","แม้ประเทศไทยได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดในอาชีพและวิชาชีพที่ห้าม\\nคนต่างด้าวทำ พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบอาชีพในประเทศไทย จำนวน ๓๙ อาชีพ แต่ข้อเท็จจริงพบว่า มีคนต่างด้าวฝ่าฝืนประกอบอาชีพดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคนไทย\\nเป็นอย่างมาก ได้แก่ (๑) ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร (๒) ธุรกิจซื้อขาย ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ \\nและตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยนักลงทุนต่างชาติที่นิยมมาลงทุนในประเทศไทย ๖ อันดับ ประกอบด้วย (๑) จีน (๒) รัสเซีย (๓) อังกฤษ (๔) ฝรั่งเศส (๕) เกาหลีใต้ และ (๖) อินเดีย \\n\t\tสาเหตุของปัญหาคนต่างด้าวลักลอบประกอบอาชีพในประเทศไทย คือ นักลงทุนต่างชาติ หาช่องโหว่ของกฎหมาย ร่วมมือกับคนไทยที่มีพฤติกรรมเป็นตัวแทนอำพรางถือหุ้นแทนคนต่างด้าว \\nเรียกโดยย่อว่า “นอมินี” (nominee) มีพฤติกรรมที่สังเกตได้ไม่ยาก คือ เป็นพนักงานบริษัทรับทำบัญชี \\nใช้ชื่อตนเองและเครือญาติจดทะเบียนประกอบธุรกิจ (ได้รับค่าตอบแทน จำนวน ๓,๐๐๐ บาทต่อปี\\nต่อหนึ่งบริษัท) และใช้ชื่อตนเองเป็นกรรมการผู้ถือหุ้นในบริษัทแทนคนต่างด้าว (ได้รับค่าตอบแทน ๓๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ บาทต่อบริษัท) โดยคนไทยที่เป็นนอมินีจะถือหุ้นในสัดส่วน ๕๑ ต่อ ๔๙ ซึ่งเป็น\\nไปตามกฎหมาย โดยพบว่า คนไทยบางคนถือหุ้นในบริษัทจำนวนกว่า ๑๓๐ แห่ง นอกจากนี้ ยังพบว่า\\nมีการเหมาบริษัทที่คนไทยจดทะเบียนจัดตั้ง (คนไทยถือหุ้นร้อยละ ๑๐๐) โดยไม่มีการประกอบกิจการ เพื่อให้คนไทยที่เป็นกรรมการรับรอง ยื่นขอวีซ่า Non – Immigrant Visa ประเภท “B” (วีซ่า Non – B) \\nและนำยื่นขอใบอนุญาตทำงาน (work permit) ให้กับคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวได้รับสิทธิ์อยู่อาศัย\\nในประเทศไทย ๑ ปี สามารถเปิดบัญชีธนาคาร หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล (digital wallet) ได้ ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเป็นความผิดฐานให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว \\nเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมาย ตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติ\\nการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๔๒ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสน\\nถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมีความเห็นว่า อัตราโทษที่กำหนดไว้ยังไม่รุนแรงเพียงพอ\\nกับความผิดที่ก่อให้เกิดขึ้น โดยมีตัวอย่างกรณีศึกษา ดังนี้\\n\t\tกรณีศึกษาที่ ๑ อสังหาริมทรัพย์\\n\t\tนักลงทุนชาวรัสเซียเข้ามาจดทะเบียนบริษัทโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจที่สงวนไว้ให้กับคนไทย ชาวต่างชาติกลุ่มนี้ประกอบธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่คนต่างชาติ โดยใช้วิธีนำที่ดินของคนไทยมาดัดแปลงขายแล้วให้สร้างบ้านเอง \\nเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายบ้านจัดสรร ทำให้ไม่ต้องชำระภาษี และพบว่าระหว่างปี ๒๕๖๒ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๗ มีชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น ๑๑๕,๓๒๙ คน ในจำนวนนี้เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต จำนวนสูงถึง ๙๒,๗๖๔ คน (ร้อยละ ๘๑) นอกจากนี้ ในปี ๒๕๕๙ – ๒5๖๕ ชาวรัสเซีย\\nจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในจังหวัดภูเก็ต เฉลี่ย ๓๐ บริษัทต่อปี และในปี ๒๕๖๖ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ \\nจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพิ่มสูงถึง ๑,๖๐๓ บริษัท หรือเพิ่มสูงขึ้นถึง ๕๐ เท่า ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต\\n\t\tกรณีศึกษาที่ ๒ ธุรกิจท่องเที่ยว\\n\t\tมีผู้ขึ้นทะเบียนประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ถูกต้องตามกฎหมาย รวม ๘๒,๐๓๔ คน \\nผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว จำนวน ๑๒,๘๑๗ ราย ชาวต่างชาติลงทุน ๑,๘๔๓ ราย สภาพปัญหา คือ \\n(๑) ชาวต่างชาติประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ (ซึ่งเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทย) และหลอกลวงนักท่องเที่ยวที่เป็นชาติเดียวกันให้ซื้อสินค้าและเช่าวัตถุมงคลในราคาที่สูงเกินจริง (๒) ผู้ประกอบอาชีพมัคคุเทศก์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการนำเที่ยวโดยไม่เรียกเก็บค่าบริการขั้นต่ำ หรือทำทัวร์ศูนย์เหรียญ \\n(๓) ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแบบครบวงจรทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการคนไทย และ (๔) นักลงทุนต่างชาติบางส่วนหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนอำพรางหรือนอมินี \\n\t\tกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สำรวจพบว่าบริษัทคนไทยที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ ๔๙ มีจำนวนกว่า ๒๖,๐๐๐ ราย ซึ่งหากชาวต่างชาติเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นอีกเพียงร้อยละ ๒ จะทำให้บริษัทเหล่านี้เป็นของบริษัทต่างชาติ ดังนั้น เพื่อมิให้บริษัทนอมินีกระทำผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมากไปกว่านี้ ภาครัฐจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด \\nโดยควรดำเนินการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ขอให้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่าบริษัทเหล่านี้ประกอบธุรกิจประเภทใด มีใคร\\nเป็นผู้ถือหุ้น และคนไทยที่ถือหุ้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพียงใด \\n\t\t(๒) ขอให้มีการตรวจสอบโดยมุ่งเน้นบริษัทที่ตั้งอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว \\n\t\t(๓) กรณีตรวจพบว่าบริษัทใดมีพฤติกรรมเข้าข่ายจัดตั้งขึ้นโดยนอมินี ให้ประสาน\\nและส่งข้อมูลไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิด \\nควรดำเนินคดีให้ถึงที่สุด\\n\t\tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงแรงงานพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย\\nที่เกี่ยวข้อง โดยเพิ่มอัตราโทษแก่ผู้กระทำความผิดที่มีพฤติกรรมเป็นนอมินีให้แก่คนต่างด้าว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [406,1222,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การจ้างแรงงานคนพิการ","พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๓ กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐรับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และมาตรา ๓๔ วรรคหนึ่ง กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการที่มิได้รับคนพิการเข้าทำงานตามจำนวนที่กำหนด ต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามมาตรา ๒๔ (๕) นอกจากนี้ มาตรา ๓๕ ได้กำหนดให้ หน่วยงานของรัฐที่ไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา ๓๓ หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา ๓๓ และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๔ หน่วยงานของรัฐ นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นอาจให้สัมปทานแก่ผู้พิการ จัดสถานที่ให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ ฝึกงาน โดยวิธีกรณีพิเศษ หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ อาทิ ล่ามภาษามือ \\nหรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข\\nที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในระเบียบ \\n\tในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ออกกฎกระทรวงกำหนดจำนวนคนพิการ ที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐจะต้องรับเข้าทำงาน และจำนวนเงิน\\nที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๓๐ ก ลงวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๔) กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ จะต้องรับคนพิการเข้าทำงาน ในอัตราส่วน ๑๐๐ : ๑ และในกรณี\\nที่นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทำงาน และไม่ดำเนินการจัดสัมปทาน \\nจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ หรือให้ความช่วยเหลือ\\nอื่นใดแก่คนพิการ จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นรายปี \\nโดยคำนวณตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสุดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานตามจำนวนที่จะต้องจ้าง\\n\t\tข้อมูลจากกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ เดือนกันยายน ๒๕๖๗ สรุปได้ดังนี้\\n\t\t(๑) การจ้างงานคนพิการในหน่วยงานของรัฐ \\n\t \t - หน่วยงานของรัฐที่ต้องจ้างงาน จำนวน ๒๙๓ แห่ง มีจำนวนที่ต้องจ้าง ๑๘,๖๑๘ คน\\n\t \t - มีการจ้างคนพิการ ตามมาตรา ๓๓ จำนวน ๒,๘๙๖ คน\\n\t  \t - มีการให้สัมปทานฯ ตามมาตรา ๓๕ จำนวน ๑,๔๖๖ คน \\n\t  \t รวมทั้งหมด ๔,๓๖๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๔๓\\n\t \t สรุปว่า หน่วยงานของรัฐยังไม่มีการจ้างงานคนพิการ ร้อยละ ๗๖.๕๗\\n\t\t(๒) การจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ\\n\t\t  \t - นายจ้างที่ต้องจ้างงาน จำนวน ๑๔,๘๓๗ แห่ง มีจำนวนที่ต้องจ้าง ๖๙,๓๑๙ คน\\n\t\t  \t - มีการจ้างคนพิการ ตามมาตรา ๓๓ จำนวน ๓๘,๖๖๗ คน\\n\t\t  \t - มีการส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา ๓๔ จำนวน ๑๐,๘๘๒ คน \\n      \t\t \t - มีการให้สัมปทานฯ ตามมาตรา ๓๕ จำนวน ๑๕,๙๙๙ คน \\n\t  รวมทั้งหมด ๖๕,๕๔๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๔.๕๖\\n\t  สรุปว่า นายจ้างหรือสถานประกอบการยังไม่มีการจ้างงานคนพิการ ร้อยละ ๕.๔๔\\n\t  เห็นได้ว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ \\nได้มีการบังคับใช้มาเป็นเวลานานพอสมควร แต่ยังมีหน่วยงานของรัฐและนายจ้างหรือสถานประกอบการ \\nที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [407,1221,87,"นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเศษวัสดุก่อสร้าง และไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนพระรามที่ ๒","ถนนพระรามที่ ๒ ได้มีการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว (M82) โดยการก่อสร้างทำให้เกิดปัญหามีเศษวัสดุก่อสร้าง อาทิ หิน กรวดทราย ตลอดเส้นทางถนนพระรามที่ ๒ เมื่อฝนตกเศษวัสดุจะไหลไปยังท่อระบายน้ำ ทำให้ท่อระบายน้ำของถนนพระรามที่ ๒ เกิดการอุดตัน และน้ำท่วมขังตลอดช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริเวณตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขามหาชัย โครงการพอร์โต้ วิลล่า (Porto Villa) ตำบลนาดี อำเภอเมืองสมุทรสาคร จนถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลมหาชัย ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อจากการก่อสร้าง และไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง อาจทำให้รถยนต์ที่สัญจรเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t(๑) เรื่องปัญหาเศษวัสดุจากการก่อสร้าง ควรประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำบนถนนพระรามที่ ๒ ตั้งแต่บริเวณมหาชัยเมืองใหม่ถึงบริเวณ\\nอำเภอบ้านแพ้ว ตามแนวเส้นทางก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขัง\\n\t(๒) เรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง ควรจัดให้มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนพระรามที่ ๒ ตั้งแต่บริเวณตรงข้ามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขามหาชัย โครงการพอร์โต้ วิลล่า (Porto Villa) \\nถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลมหาชัย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุโดยเร่งด่วน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [408,1220,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","กฎหมาย","การออกโฉนดที่ดิน","การขอปรึกษาหารือ เรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนอำเภอสังขะ \\nจังหวัดสุรินทร์ กรณีไม่มีไฟฟ้าใช้ และเสาไฟฟ้ากีดขวางทางสัญจร เมื่อวันอังคารที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ นั้น จากการลงพื้นที่ได้รับทราบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอสังขะ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบทันที จึงขอขอบคุณหน่วยงานดังกล่าวที่ให้ความร่วมมือ\\nเป็นอย่างดี\\n \t \tทั้งนี้ ในห้วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๗ คน ได้ลงพื้นที่ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน โดยตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒\\nนางวันดี สีดา และพวก รวมจำนวน ๘ คน ได้นำแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) เลขที่ ๗๕ \\nตำบลศรีสุข อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ ยื่นต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาสังขะ เพื่อขอออกโฉนดที่ดิน เจ้าหน้าที่ได้เดินสำรวจและรังวัดเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ และแจ้งว่าภายใน ๑๘๐ วัน จะแจ้งให้ทราบว่าสามารถออกโฉนดได้หรือไม่ เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ๑๘๐ วัน ประชาชนเดินทางไปติดต่อสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ สาขาสังขะ ตำบลสังขะ อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ และเมื่อสอบถามได้รับคำตอบว่า ให้ไปสอบถามกับสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ และเมื่อเดินทางไปสอบถามได้รับคำตอบว่า ให้กลับไปสอบถามสำนักงานที่ดินจังหวัดสุรินทร์สาขาสังขะ เป็นเช่นนี้มาจนกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งผลการพิจารณาให้ประชาชนได้รับทราบด้วย โดยสามารถติดต่อนางอารีรัตน์ สรใชญาติ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๒ – ๓๖๖ – ๕๕๔๑ ทั้งนี้ เพื่อประชาชนจะได้\\nไม่ต้องเดินทางไป – มา ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [409,1219,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาภาวะโลกร้อนกับการปรับเปลี่ยนของส่วนราชการ","ขณะนี้ภาวะวิกฤติโลกร้อนกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ทุกหน่วยงานของรัฐบาลจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสภาวะดังกล่าว และรัฐสภาก็กำลังดำเนินนโยบายรัฐสภาสีเขียว โดยมีวัตถุประสงค์หนึ่ง คือ การประหยัดการใช้ทรัพยากร จึงขอเสนอวิธีที่สามารถทำได้โดยง่าย และสามารถลดจำนวนกระดาษ หมึกพิมพ์ และงบประมาณในการดำเนินการได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งลดโลกร้อนโดยการใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ เอกสารการเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ\\nที่แจกให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน จำนวน ๗๐๐ ชุด ก่อนที่\\nร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาทุกปี ดังนั้น หากเอกสารมีจำนวน ๑๐,๐๐๐ แผ่นต่อสมาชิกหนึ่งคน (สมาชิกรัฐสภาจำนวน ๗๐๐ คน) หมายความว่าต้องสูญเสียงบประมาณกับกระดาษไม่ต่ำกว่า ๗,๐๐๐,๐๐๐ แผ่นต่อปี ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์และการขนส่ง\\n \tทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาจำนวนมาก ไม่สะดวกในการเปิดอ่านเอกสารดังกล่าว เนื่องจากตัวอักษรมีขนาดเล็ก แต่จะใช้วิธีจัดเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ดิจิทัลและเปิดใช้งานผ่านแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ (tablet computer) หรือแท็บเล็ตพีซี เพื่อให้สามารถขยายตัวอักษรสำหรับอ่านได้โดยสะดวก และจากการที่ผู้ขอปรึกษาหารือเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ พบว่า จะมีเอกสารจากหน่วยงานต่าง ๆ ส่งมาให้พิจารณาเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) ขอให้ประสานมายังรัฐสภาเพื่อขอรับทราบข้อมูลความต้องการของ\\nสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ในการรับเอกสารงบประมาณรายจ่ายประจำปี\\nว่ามีความประสงค์จะรับเอกสารเป็นแบบรูปเล่มหรือไฟล์ดิจิทัล เนื่องจากมีสมาชิกรัฐสภาจำนวนมาก\\nที่มีความประสงค์รับเอกสารงบประมาณเป็นไฟล์ดิจิทัล ซึ่งจะทำให้สามารถประหยัดงบประมาณได้\\nเป็นจำนวนมาก\\n \t(๒) ขอให้จัดทำข้อมูลการเสนอขอรับงบประมาณในรูปแบบไฟล์เอ็กเซล (โปรแกรม microsoft excel) หรือฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาด้วยคำหลัก (keyword) ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์\\nและประหยัดเวลาในการค้นหาข้อมูลคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [410,1218,61,"นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร","กฎหมาย","ถอดบทเรียนคดีตากใบที่คดีหมดอายุความ จนไม่สามารถนำจำเลยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้","จากประวัติศาสตร์การเมืองไทยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยยังอยู่ในวังวนการใช้ความรุนแรงอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด หากย้อนศึกษาเหตุการณ์สำคัญในอดีต จะพบว่าตั้งแต่เหตุการณ์ “๑๔ ตุลา ๒๕๑๖” เหตุการณ์ “๖ ตุลา ๒๕๑๙” เหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕” เหตุการณ์ “พฤษภาเลือด ๒๕๕๓” หรือล่าสุดคดีความที่หมดอายุความ คือ คดีโศกนาฏกรรมที่ตากใบ หรือเหตุการณ์การสลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี ๒๕๔๗ จนมีผู้เสียชีวิต ๘๕ ราย  เหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทย ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน\\nอย่างร้ายแรงหลายเหตุการณ์ แต่ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้กลับไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น\\nดังนั้น วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดจึงกลายเป็นใบอนุญาตในการก่ออาชญากรรมในนามเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nโดยที่กฎหมายไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ เนื่องจากหลายครั้งบุคคลเหล่านี้\\nตรากฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง หรือใช้วิธีการหลบหนีคดีจนหมดอายุความทำให้ไม่สามารถเอาผิดได้ และตราบใดที่ผู้กระทำความผิดยังไม่ถูกนำตัวมาลงโทษ สุดท้ายแล้วความเชื่อมั่นของประชาชนที่มี\\nต่อกฎหมายก็จะเสื่อมถอยลง\\n\t\tกรณีเหตุการณ์ตากใบที่คดีเพิ่งหมดอายุความไปนั้น พบว่า ปลัดอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม หนึ่งในจำเลยคดีตากใบที่ถูกออกหมายจับตามคำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุด ที่ไม่ไปศาล\\nตามนัด ได้ลาพักผ่อนจนคดีหมดอายุความและกลับมาปฏิบัติงาน โดยได้รายงานตัวกับต้นสังกัด\\nหลังจากคดีตากใบหมดอายุความเพียงแค่ ๑ วัน ดังนั้น จึงต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับหลักนิติรัฐ \\nทุกคนต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายเดียวกัน เพื่อให้วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดหายไป \\nโดยการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ ที่กำหนดให้อายุความหยุดลงต่อเมื่อศาลรับฟ้อง\\nและนำตัวผู้กระทำความผิดมายังศาล \\n\t\tดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลและพรรคการเมือง ร่วมกันพิจารณาแก้ไขบทบัญญัติ\\nของกฎหมายดังกล่าว ให้เป็นอายุความหยุดลงไม่ดำเนินต่อเมื่อจำเลยหนีคดี หรือเมื่อศาลประทับรับฟ้องเท่านั้น โดยให้รวมถึงความผิดที่ร้ายแรงของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น การทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ การกำหนด\\nอายุความไว้ เพื่อมุ่งหมายให้มีการเร่งรัดสอบสวนดำเนินคดีก่อนที่หลักฐานต่าง ๆ จะสูญหายไป ไม่ว่าจะเป็นพยานวัตถุ หรือความทรงจำของพยานบุคคล แต่ถ้าการกำหนดอายุความมีช่องโหว่ จะทำให้ผู้กระทำความผิดมีโอกาสหลุดรอดจากกระบวนการยุติธรรม ตัวอย่างเช่น คดีตากใบ จึงเป็นเหตุผลเพียงพอ\\nที่จะพิจารณาแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ \\nด้วยการสร้างบรรทัดฐานกระบวนการยุติธรรมใหม่ ไม่ให้กฎหมายมีช่องโหว่ให้ผู้กระทำความผิด\\nหลุดพ้นความผิดไปได้ เพราะคนทุกคนย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [411,1217,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร  – นครพนม","โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ – มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด \\n– มุกดาหาร – นครพนม ระยะทาง ๓๕๕ กิโลเมตร ผ่าน ๖ จังหวัด ประกอบด้วย (๑) จังหวัดขอนแก่น (๒) จังหวัดมหาสารคาม (๓) จังหวัดร้อยเอ็ด (๔) จังหวัดยโสธร (๕) จังหวัดมุกดาหาร และ \\n(๖) จังหวัดนครพนม มีจำนวน ๖ สถานี โครงการนี้เป็นโครงการที่ประชาชนในพื้นที่มีความคาดหวัง \\nเนื่องจากเป็นทางรถไฟสายแรกที่เชื่อมต่อภาคอีสานกลางกับอีสานตอนบน มีจุดสิ้นสุดโครงการ\\nที่สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๓ (นครพนม – คำม่วน) จังหวัดนครพนม \\n\tการดำเนินการก่อสร้าง ประกอบด้วย ๒ ช่วง ดังนี้\\n\tช่วงที่ ๑ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ถึง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะทาง ๑๘๐ กิโลเมตร การดำเนินงาน พบว่า มีความคืบหน้าเพียงร้อยละ ๑๒.๑๖ ของโครงการ \\n\tช่วงที่ ๒  อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ถึง สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๓ (นครพนม – คำม่วน) จังหวัดนครพนม ระยะทาง ๑๗๕ กิโลเมตร การดำเนินงาน พบว่า มีความคืบหน้าเพียงร้อยละ ๐.๒๕๗ ของโครงการ\\n\tโครงการนี้เริ่มต้นก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๖ และจะสิ้นสุดโครงการ ปี ๒๕๗๐ ปรากฏว่า โครงการดังกล่าวมีความล่าช้าในการดำเนินการก่อสร้าง จึงขอสอบถามว่า มีกรณีปัญหาติดขัดในเรื่องงบประมาณหรือแบบแปลนการก่อสร้าง หรือได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่ – มุกดาหาร – นครพนม หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมชี้แจงกรณีความล่าช้าในการก่อสร้างและขอให้เร่งรัดดำเนินการก่อสร้างโดยเร็ว","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2567,"2024-10-29T00:00:00"],
    [412,1212,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กรณีไม่มีไฟฟ้าใช้ และเสาไฟฟ้ากีดขวางทางสัญจร","จากการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ดังนี้\\n \t\tจุดที่หนึ่ง บ้านวังปลัด หมู่ที่ ๘ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน\\nบ้านวังปลัด ได้แจ้งว่า มีบ้านเรือนประชาชน จำนวน ๕ ครัวเรือน เดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าใช้ \\n(เริ่มจากบ้านนางธิดารัตน์  เชื้อฉลาด ถึงบ้านนายสรพงษ์  คำดี)   \\n \t\tจุดที่สอง บ้านวังปลัด หมู่ที่ ๘ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังปลัด ได้แจ้งว่า มีบ้านเรือนประชาชน จำนวน ๗ ครัวเรือน เดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าใช้ \\n(เริ่มจากบ้าน นางประคอง  บุญเชิด ถึงบ้านนางสาคร  สมฤทธิ์)  \\n \t\tจุดที่สาม บ้านสวาท หมู่ที่ ๑๔ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านสวาท ได้แจ้งว่า มีบ้านเรือนประชาชน จำนวน ๕ ครัวเรือน เดือดร้อนจากการไม่มีไฟฟ้าใช้ \\n(เริ่มจากบ้านนางวัลย์ลา  ไทยสอน ถึงบ้านนายถวิล  กันนุลา) \\n \t\tจุดที่สี่ บ้านวังปลัด หมู่ที่ ๘ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้าน\\nบ้านวังปลัด ได้แจ้งว่า มีบ้านเรือนประชาชน จำนวน ๑๕ ครัวเรือน เดือดร้อนจากเสาไฟฟ้าที่ติดตั้ง\\nกีดขวางทางจราจร การสัญจรของประชาชนลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จึงควรดำเนินการย้าย\\nเสาไฟฟ้า (เริ่มจากบ้านนางคำภา  การเกตุ ถึงที่ดินนายพงศ์ศักดิ์  บุญอุ่น)    \\n \t\tจุดที่ห้า บ้านวังปลัด หมู่ที่ ๘ ตำบลทับทัน อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านวังปลัด ได้แจ้งว่า มีเสาไฟฟ้าทำด้วยไม้เริ่มผุพังตามกาลเวลาอาจก่อให้เกิดอันตรายบริเวณบ้าน\\nนางดารา  จันทร์แก้ว ถึงบริเวณบ้านนายธีรศักดิ์  ศรีราตรี\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [413,1211,37,"นายชูชาติ อินสว่าง","นโยบายของรัฐบาล","การกำกับดูแลการดำเนินงานสหกรณ์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ","การดำเนินกิจการสหกรณ์ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ มาถึงปัจจุบัน\\nได้ดำเนินการมาแล้ว ๑๐๘ ปี ซึ่งสหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้ จังหวัดพิษณุโลก เป็นสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสมาคม เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๙ ต่อมาได้มีการจัดตั้งกรมส่งเสริมสหกรณ์ขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ \\nให้มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ และเกิดความคุ้มค่ากับสมาชิก ซึ่งปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีการเปิดสอบคัดเลือกบุคลากรให้ดำรงตำแหน่ง “สหกรณ์จังหวัด” โดยได้มีการจัดสอบแล้ว \\nแต่ยังไม่สามารถประกาศผลการสอบคัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลมาเป็นสหกรณ์จังหวัดได้ และผู้เข้าสอบไม่สามารถตรวจสอบผลการสอบคัดเลือกได้ ประกอบกับสหกรณ์หลายแห่งทั่วประเทศมีการเปลี่ยนผู้จัดการสหกรณ์ ซึ่งต้องมีการให้ความรู้และกำกับดูแล เมื่อปัจจุบันยังไม่มีการแต่งตั้ง “สหกรณ์จังหวัด” ทำให้การทำงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์มีสภาพเสมือนสุญญากาศ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมส่งเสริมสหกรณ์เกี่ยวกับกรณีการสอบคัดเลือกตำแหน่ง “สหกรณ์จังหวัด” ว่าเหตุใดจึงยังไม่สามารถประกาศ\\nผลการสอบคัดเลือกได้ และขอให้เปิดเผยผลการสอบคัดเลือกตามหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ที่เข้าสอบได้รับทราบและสามารถตรวจผลการสอบได้ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [414,1210,29,"นายชวภณ วัธนเวคิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","สาธารณูปโภคบนเกาะช้าง จังหวัดตราด","“เกาะช้าง” จังหวัดตราด ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Travel   Leisure (T L) ให้เป็นสถานที่พักผ่อนเขตร้อนชื้นที่ดีที่สุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก รองจากประเทศมัลดีฟส์ \\\\nแต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของเกาะช้างยังไม่ได้มาตรฐาน ดังนี้ \\\\n \t๑) ถนนบนเกาะช้าง โดยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวการจราจรบนเกาะช้างจะติดขัดอย่างมาก เนื่องจากการก่อสร้างนนรอบเกาะช้างช่วงบ้านสลักเพชร – บ้านบางเบ้า ยังดำเนินการ\\\\nไม่แล้วเสร็จ ซึ่งการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้างได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ และจากการติดตามความคืบหน้าพบว่า สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) \\\\nได้มีการขอปรับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) นอกรอบกับกรมทางหลวงชนบท \\\\nซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้ปรับแก้ไขและส่งกลับไปยัง สผ. เพื่อตรวจสอบแล้ว ซึ่ง สผ. ยังไม่ได้ส่งผล\\\\nการปรับแก้ไข EIA ให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาเพื่อที่จะได้ดำเนินการก่อสร้างถนนรอบเกาะช้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว  \\\\n \t๒) โครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว โดยโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว กรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วบางส่วน แต่ยังมีปัญหาเรื่องการส่งมอบพื้นที่บางส่วนที่ใช้ในการก่อสร้าง \\\\nซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการให้เพิกถอนพื้นที่การก่อสร้างออกจากอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ และอยู่ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\\\nและสิ่งแวดล้อม จัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามความคืบหน้าเรื่องการส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจะได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป\\\\n \t๓) โครงการระบบประปา รองรับพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเกาะช้าง\\\\nของการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลโครงการนี้ ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาค \\\\nกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ\\\\nและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ขอให้ทั้ง ๓ หน่วยงานดังกล่าว เร่งดำเนินการเพื่อให้โครงการระบบน้ำประปาแล้วเสร็จโดยเร็ว ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [415,1209,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการส่งเสริมความยั่งยืนของธุรกิจการท่องเที่ยวไทย","จากสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum : WEF) ได้รายงานดัชนีความสามารถในการแข่งขันด้านการเดินทางท่องเที่ยว (Travel ","นายกรัฐมนตรี \\nนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [416,1208,35,"นายชิบ จิตนิยม","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓ ทองผาภูมิ – สังขละบุรี","จังหวัดกาญจนบุรีเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจทางด้านตะวันตก มีกิจกรรมการค้า \\nและการลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยว โดยมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓ ทองผาภูมิ – สังขละบุรี \\nเป็นเส้นทางสายหลักซึ่งเริ่มต้นจากถนนเพชรเกษม ผ่านจังหวัดราชบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เชื่อมต่อกับประเทศเมียนมาที่ด่านเจดีย์สามองค์ ถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจสำคัญด้านทิศตะวันตกของประเทศไทย  \\n\tสภาพปัญหาทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓ ทองผาภูมิ – สังขละบุรี กม.ที่ ๒๖๓ – ๒๖๗ ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร บริเวณจุดเนินช้างร้อง (กม.ที่ ๒๖๓ – ๒๖๔) และจุดลงเนินยาว (กม.ที่ ๒๖๔ – ๒๖๗) มีเพียง ๒ ช่องจราจร สภาพถนนมีโค้งหักศอก และมีความลาดชันมาก เป็นเหตุให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ต้องวิ่งคร่อมช่องจราจร และประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำในบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง รวมทั้งปัญหาการจราจรติดขัดอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า ๓๖ ชั่วโมง จึงจะสามารถนำรถที่พลิกคว่ำออกจากเส้นทางดังกล่าวได้ ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ มีความต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยขยายช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สามารถสัญจรได้สะดวก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุลงได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาแก้ไขปัญหาการจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓ ทองผาภูมิ – สังขละบุรี โดยขยายช่องจราจรจากเดิม ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร โดยเร็ว  ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [417,1207,61,"นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร","นโยบายของรัฐบาล","การตอบรับข้อเสนอของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (กลุ่มพีมูฟ : P – move)","เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๗ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (กลุ่มพีมูฟ : \\nP – move) ได้ชุมนุมบริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” เพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายของกลุ่มพีมูฟ \\n๑๐ ข้อ อาทิ ด้านการกระจายอำนาจ ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการคุ้มครองชาติพันธุ์และสิทธิความเป็นมนุษย์ ซึ่งข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าวหลายด้านเป็นนโยบายที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ \\nโดยรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งมีนายเศรษฐา  ทวีสิน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๖๙/๒๕๖๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ลงวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ ร่วมประชุมปรึกษาหารือตัวแทนกลุ่มพีมูฟ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม แต่เนื่องจากนายเศรษฐา  ทวีสิน พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นเหตุให้คณะกรรมการดังกล่าวสิ้นสภาพไป และรัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับข้อเสนอของกลุ่มพีมูฟ ที่มีความประสงค์ต้องการให้รัฐบาลมีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” ชุดใหม่ เพื่อสานต่อภารกิจด้านนโยบายดังกล่าวต่อไป โดยดำเนินการเพียงแค่ส่งเจ้าหน้าที่มารับหนังสือข้อเสนอของกลุ่มพีมูฟเท่านั้น            \\n\tทั้งนี้ ได้ร่วมกับกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ลงพื้นที่สังเกตการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพีมูฟ ได้รับทราบข้อมูลว่า ประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวเดินทางมาจากภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อส่งเสียงสะท้อนถึงความเดือดร้อน เช่น ปัญหา\\nถูกยึดที่ดินทำกิน ทั้งนี้แม้กลุ่มผู้ชุมนุมจะได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และขั้นตอน ตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่เจ้าหน้าที่กลับห้ามมิให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้บริเวณทำเนียบรัฐบาล\\nในรัศมี ๕๐ เมตร โดยมีการนำรั้วเหล็กมากั้นบริเวณทางเข้า – ออก ห้ามรถขนเสบียงของผู้ชุมนุมเข้า – ออก และห้ามผู้ชุมนุมใช้ห้องน้ำ  \\n\tนอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๗ ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ “คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” (United Nations Human Rights Council : UNHRC) จึงเป็นที่จับตามองจากชาติสมาชิก รัฐบาลจึงต้องระมัดระวังปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนที่อาจเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งติดตามรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของกลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าว โดยเร็วที่สุด\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [418,1206,107,"นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากการดำเนินโครงการฟื้นฟูเวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย","เวียงหนองหล่ม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำแอ่งเชียงแสน มีพื้นที่ ๑๔,๔๕๗ ไร่ อยู่ในเขตอำเภอแม่จัน และอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยแอ่งเชียงแสนมีความหลากหลาย\\nทางชีวภาพของสัตว์น้ำและพืชประจำถิ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสมบูรณ์เป็นแหล่งอาศัยของนกอพยพ\\nจากเอเชียตะวันออก และเป็นเขตอนุรักษ์ที่มีความสำคัญทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ  \\n \tคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำ\\nเวียงหนองหล่ม โดยมอบหมายให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ ภายใต้แผน\\nการอนุรักษ์พัฒนาและฟื้นฟูเวียงหนองหล่ม โดยใช้งบประมาณกว่า ๓,๘๘๐ ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๘ โดยการขุดลอกแก้มลิงพื้นที่มากกว่า ๒,๕๐๐ ไร่ ดำเนินงานโดยกรมชลประทาน \\nซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่เวียงหนองหล่มเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเกษตรกรกลุ่มปางควาย กลุ่มผู้หาปลา และกลุ่มผู้หาผักในหนองน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ \\nแหล่งทำมาหากินใช้และใช้ประโยชน์ของเกษตรกรในพื้นที่ \\n \tปัจจุบันโครงการยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยพื้นที่ดังกล่าวถูกขุดลอก\\nจนไม่เหลือสภาพความสมบูรณ์ของพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญ ซึ่งการขุดลอกที่มีความลึกทำให้เกิด\\nความลาดชันที่อันตรายเกินกว่าคนและสัตว์เลี้ยงจะลงไปใช้น้ำได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาดินที่ถูกขุดขึ้นมาจำนวนมาก ยังไม่มีสถานที่สำหรับขนย้ายแต่อย่างใด สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่\\nเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอรับทราบข้อมูลและหารือต่อรัฐบาลเพื่อดำเนินการ ดังนี้  \\n \t๑) รัฐบาลได้กำหนดมาตรการในการช่วยเหลือ เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร และเมื่อใด  \\n\t๒) รัฐบาลจะดำเนินการแบ่งเขตการใช้ประโยชน์พื้นที่ (Zoning) เพื่อการเลี้ยงควาย การเพาะพันธุ์สัตว์ พื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และพื้นที่ทำกิน ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหรือไม่ อย่างไร\\n \t๓) รัฐบาลจะปรับปรุง แก้ไขแบบการขุดลอกเพื่อลดความลาดชันของตลิ่งเป็นช่วง ๆ เพื่อให้คนและสัตว์สามารถลงไปใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำด้วยความปลอดภัย หรือมีมาตรการที่สามารถ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรือไม่ อย่างไร\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [419,1205,93,"นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเรียกร้องสิทธิของชาวเลมอแกนที่ถูกละเมิดสิทธิด้านสถานะบุคคล และที่ดินทำกิน","ชาวเล หรือกลุ่มชาติพันธุ์มอแกนในอดีตเป็นนักเดินทางอิสระ ร่อนเร่\\nไปตามเกาะต่าง ๆ โดยปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัยตามฤดูกาล และมีประวัติเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยกว่า ๑๐๐ ปี โดยได้ตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนชาวเลกลุ่มใหญ่ จำนวน ๕ แห่ง บริเวณเกาะเหลา เกาะพยาม เกาะช้าง จังหวัดระนอง หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา และหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวเลจะประสบปัญหาแตกต่างกันไปตามบริบทของพื้นที่ เช่น การที่ไม่มีสถานะบุคคล เป็นบุคคลไร้สัญชาติ การเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ ไม่ได้รับการยอมรับในฐานะประชาชนคนไทย ไม่มีบัตรประชาชนหรือบัตรทอง \\nและการถูกหลอกให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพราะไม่มีความรู้ และอ่านหนังสือไม่ออก ทำให้ถูกขับไล่ไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่สาธารณูปโภคพื้นฐานเข้าไม่ถึง เมื่อเจ็บป่วยต้องนั่งเรือเป็นระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร \\nเพื่อไปรักษาอาการป่วย อีกทั้งไม่มีสวัสดิการตามสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งรัฐบาลมอบให้กลุ่มเปราะบางนั้น มีชาวเลหลายพันคนไม่ได้รับสิทธิแต่อย่างใด \\nถึงแม้ว่าชาวเลจะพยายามต่อสู้เพื่อสิทธิของตนมาตลอดหลายสิบปี จนกระทั่งได้มีมติคณะรัฐมนตรี\\nเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๓ ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อปัญหาที่กลุ่มชาวเลเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิที่อยู่อาศัย และการดำรงชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้ชาวเลยังถูกฟ้องร้องขับไล่ให้ออกจากที่อยู่อาศัยและที่ดินบรรพชน โดยประเด็นเร่งด่วน คือ กรณีพิพาทที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ซึ่งมีปัญหามาตั้งแต่ปี ๒๔๙๗ ขณะนี้เหลือระยะเวลาตามคำสั่งศาล ๓๐ วัน ชาวเลจะโดนขับไล่\\n\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t        ออกจากพื้นที่...\\n\\n\\nออกจากพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับเรื่องจากแกนนำชาวเล \\nเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ เร่งพิจารณาให้กรมบังคับคดีดำเนินการไกล่เกลี่ย สอบสวนข้อเท็จจริง \\nและเร่งดำเนินการชะลอการบังคับคดีที่ดินอันเป็นข้อพิพาทออกไป เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมโดยเร็ว\\n \t\tขณะนี้ชาวเลได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม \\nหรือ P – Move และได้ชุมนุมเรียกร้องสิทธิอยู่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลา ๒ สัปดาห์แล้ว ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑) พิจารณามอบหมายให้นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเป็นตัวแทนรัฐบาลชุดปัจจุบันในการเจรจากับผู้แทน\\nของ P – Move เรื่องการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของกลุ่มชาติพันธุ์มอแกน\\n \t\t๒) พิจารณาตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์มอแกน และให้คณะกรรมการฯ รายงานผลการพิจารณาต่อคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [420,1204,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประชาชนในพื้นที่ตำบลคลองนารายณ์ จังหวัดจันทบุรี ไม่มีน้ำประปา เพื่ออุปโภค บริโภค","เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลคลองนารายณ์ และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนว่าประชาชน จำนวน ๒๐๐ กว่าครัวเรือน ไม่มีน้ำประปาเพื่ออุปโภค บริโภค\\nมาหลายสิบปี โดยที่ผ่านมาประชาชนส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากบ่อสาธารณะเพื่อทำความสะอาดร่างกาย\\nและเสื้อผ้า สำหรับบ่อที่ขุดขึ้นเองไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากน้ำมีคราบสีแดงเข้ม และเป็นสนิม \\nอีกทั้งยังปนเปื้อนสารเคมี เพราะเมื่อใช้แล้วจะมีผื่นและคันตามลำตัว เมื่อไปร้องเรียนกับส่วนราชการ \\nได้คำตอบว่าไม่มีงบประมาณ ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาอนุมัติงบประมาณเพื่อขยายเขตประปาให้กับประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ \\nหมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนโดยเร็ว   ","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [421,1203,28,"นายชวพล วัฒนพรมงคล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจราจรบนถนนพระราม2 จากถนนที่ชำรุดและน้ำท่วมขัง","ด้วยมีประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาครได้ร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับ ความเดือดร้อนที่เกิดจากการใช้ถนนพระราม ๒ รวม ๒ ประเด็น ดังนี้\\n\t\t๖.๑ ปัญหาการจราจร เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ทำให้มีน้ำท่วมขัง\\nบนถนนพระราม ๒ ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบปัญหาการชำรุดเสียหายของถนน ทำให้ถนนจาก ๕ ช่องจราจร สามารถใช้สัญจรได้เพียง ๒ ช่องจราจร จากการที่มีน้ำท่วมขังและถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ทางจำนวนมากที่ประสบปัญหาการจราจรที่ติดขัดล่าช้า หรือรถเสียจากการตกหลุม หรือจากการที่ผิวการจราจรทรุดตัว ทำให้ยางรถยนต์และล้อชำรุด\\nได้รับความเสียหาย โดยได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้ได้นำเรื่องดังกล่าวหารือกับจังหวัดสมุทรสาคร ว่าควรมีการแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับมือกับปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในฤดูฝน แต่กลับไม่มีการดำเนินการใด ๆ จนทำให้เกิดปัญหาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาการจราจรติดขัด\\nที่เกิดจากการปิดถนนในเวลากลางคืน และจากกรณีฝนตกมีน้ำท่วมขังในเวลากลางวัน รวมทั้งปัญหา\\nผิวการจราจรทรุดตัว ทำให้รถของประชาชนได้รับความเสียหาย และป้ายทะเบียนรถของประชาชนสูญหาย\\nเป็นจำนวนมาก \\n\t\t๖.๒ ปัญหาสะพานกลับรถไม่เพียงพอ ปัจจุบันถนนพระราม ๒ นับตั้งแต่บริเวณ\\nเชิงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนจนถึงเขตอำเภอบ้านแพ้ว ระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร มีสะพานกลับรถเพียง ๒ จุด เท่านั้น ทำให้ประชาชนที่ใช้ทางประสบปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากการที่มีจุดกลับรถ\\nไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งใช้วิธีการขับรถย้อนศร ซึ่งอันตรายและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ควรเพิ่มจุดกลับรถอย่างน้อยอีก ๑ จุด ในช่วงระยะทางดังกล่าว  \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในการใช้ถนนพระราม ๒ ให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [422,1201,108,"นางมยุรี โพธิแสน","สถานการณ์บ้านเมือง","ผำคืออาหารแห่งอนาคต ","ผำ หรือบางพื้นที่เรียกว่า ไข่ผำ หรือไข่น้ำ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “วูฟเฟีย” (Wolffia) เป็นพืชน้ำขนาดเล็ก ไม่มีรากไม่มีใบและไม่มีต้น ลักษณะกลม เล็ก ไม่มีกลิ่น มีอัตราการขยายตัว\\nอย่างรวดเร็ว ในระยะเวลา ๕ – ๗ วัน สามารถเก็บผลผลิตได้ ผำเป็นอาหารพื้นถิ่นของไทย แต่โบราณ ประชาชนในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือนิยมนำมาประกอบอาหารเพื่อรับประทาน เจริญเติบโตในแหล่งน้ำสะอาดปราศจากสารเคมีเท่านั้น จึงหามารับประทานได้ยาก ผำอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ ใยอาหาร วิตามิน เอ วิตามินบี12 ลูทีน โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซียม สังกะสี \\nและโปรตีน และสามารถทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ ผำจึงเหมาะกับกลุ่มคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ กลุ่มคนรักสุขภาพ ผำถือเป็นอาหาร Super Food สุดยอดของแหล่งโปรตีนทดแทน ที่ประกอบด้วย \\n(๑) อาหารอินทรีย์ (Organic Food) (๒) อาหารเสริมสุขภาพ (Functional Food) (๓) อาหาร\\nทางการแพทย์ (Medical Food) และ (๔) อาหารนวัตกรรมใหม่ (Novel Food)   \\n\t\tปัจจุบันพบว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่ชอบรับประทานผัก เพราะผักมีรสชาติไม่อร่อย \\nเหม็นเขียว จึงส่งผลต่อภาวะโภชนาการการเจริญเติบโตของเด็ก ซึ่งผำไม่มีรสชาติจึงเหมาะสม\\nที่จะนำมาประกอบอาหารให้แก่เด็กทุกเมนู นอกจากนี้ สามารถใช้ผำเป็นอาหารของสัตว์ เพื่อทดแทน\\nถั่วเหลืองที่มีราคาแพง อีกทั้ง ผำยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศได้เทียบเท่ากับป่า\\nที่สมบูรณ์ในพื้นที่ ๆ เท่ากันอีกด้วย \\n\t\tดังนั้น ผำเป็นคำตอบที่ดีสำหรับประเภทอาหารแห่งอนาคต จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ และวิจัย\\nและนวัตกรรม และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาผำเป็นอาหารแห่งอนาคต เพื่อยกระดับความสามารถทางนวัตกรรมให้สามารถแข่งขันในเวทีโลก มุ่งเน้นการพัฒนางานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถจำหน่ายสู่ตลาดโลก\\nได้จริงซึ่งเป็นการสร้างงาน และสร้างมูลค่าเพิ่ม  ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [423,1200,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","กฎหมาย","ขอคืนที่ดินบริจาคบริเวณสถานีตำรวจภูธรบ้านเหลื่อมในอดีต เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการสร้างวัด","เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ชาวบ้านตำบลบ้านเหลื่อม อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา  \\nได้บริจาคที่ดิน จำนวน ๖.๓ ไร่ เพื่อเป็นที่ทำการของสถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านเหลื่อม ต่อมาเมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๒๑ ตำบลบ้านเหลื่อม ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอบ้านเหลื่อม ทำให้สถานีตำรวจภูธร \\nตำบลบ้านเหลื่อมได้รับการยกฐานะเป็นสถานีตำรวจภูธรบ้านเหลื่อม และย้ายที่ทำการไปตั้ง  \\nณ ศูนย์ราชการอำเภอบ้านเหลื่อมแห่งใหม่ ห่างจากที่ทำการเดิม ๕ กิโลเมตร พร้อมทั้งรื้อถอนอาคาร สถานีตำรวจภูธรตำบลบ้านเหลื่อมหลังเดิมไปแล้วกว่า ๔๖ ปี จึงทำให้ที่ดินบริเวณนั้นรกร้างว่างเปล่า  \\nต่อมาชาวบ้านได้ยื่นหนังสือต่อกรมธนารักษ์ เพื่อขอใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาโดยการสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งกรมธนารักษ์ ได้แจ้งผล\\nการพิจารณาว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นผู้มีสิทธิในการขอใช้ที่ดินราชพัสดุเพื่อก่อสร้างวัด \\nโดยต้องทำความตกลงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ส่งคืนที่ดินราชพัสดุก่อน ทั้งนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้มีหนังสือ ที่ นม ๐๐๓๔/๔๘๔ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เรียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเหลื่อม เพื่อหารือเกี่ยวกับการสละสิทธิครอบครอง และส่งมอบที่ดินราชพัสดุคืนกระทรวงการคลัง เพื่อนำที่ดินราชพัสดุมาดำเนินการสร้างวัด แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้\\nสถานีตำรวจภูธรบ้านเหลื่อม ยังไม่ได้ตอบข้อหารือของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา\\nแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาการสละสิทธิครอบครอง และส่งมอบ\\nที่ดินราชพัสดุคืนกระทรวงการคลัง เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินในการก่อสร้างวัดต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [424,1199,128,"นางวาสนา ยศสอน","กฎหมาย","ขอให้รัฐบาลคืนสิทธิสวัสดิการการรักษาพยาบาลให้ลูกจ้างประจำ (ผู้รับบำเหน็จรายเดือน)","เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๗ ได้รับหนังสือจากนายวิชาญ  ชัยชมพู \\nนายกสมาคมลูกจ้างส่วนราชการ และผู้รับบำเหน็จรายเดือน เพื่อขอให้รัฐบาลคืนสิทธิสวัสดิการ\\nการรักษาพยาบาลหลังเกษียณอายุราชการ (ผู้รับบำเหน็จรายเดือน) กล่าวคือ ลูกจ้างประจำ ขณะที่\\nรับราชการจะมีสิทธิได้รับสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๓ เหมือนกับข้าราชการทุกประการ แต่เมื่อเกษียณอายุราชการ ลูกจ้างประจำจะถูกเปลี่ยนสถานะเป็นผู้รับบำเหน็จรายเดือน และสิทธิสวัสดิการที่เคยได้รับจะถูกตัดสิทธิไปโดยทันที โดยเปลี่ยนไปใช้สิทธิจากกองทุนหลักประกันสุขภาพหรือบัตรทองแทนสิทธิเดิม เป็นการเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และส่งผลต่อขวัญกำลังใจ รวมทั้งคุณภาพชีวิตหลังเกษียณราชการ โดยผู้รับบำเหน็จรายเดือนได้รับผลกระทบอย่างยาวนานร่วม ๑๕ ปี ทั้งนี้ ข้อมูล ณ เดือนกันยายน ๒๕๖๖ ลูกจ้างประจำมีจำนวน ๔๕,๔๙๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๕ และผู้รับบำเหน็จรายเดือนมีจำนวน ๙๑,๗๖๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๕ เมื่อเปรียบเทียบสิทธิผู้รับเบี้ยหวัดกับสิทธิผู้รับบำเหน็จรายเดือน เช่น บำเหน็จตกทอด เงินบำเหน็จวัยเกษียณ สิทธิรักษาพยาบาล เงินช่วยค่าครองชีพและการเสียชีวิต จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยค่าผันแปรของลูกจ้างประจำและผู้รับบำเหน็จรายเดือนในอนาคตจะมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะลูกจ้างประจำเมื่อเกษียณอายุราชการจะไม่มีการบรรจุทดแทนทุกกรณีตามมติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. ๒๕๔๐ – ๒๕๔๒ และอาจมีกรณีการเสียชีวิตระหว่างปี ซึ่งคาดว่าผู้รับบำเหน็จรายเดือนจะมีจำนวนลดลง เพราะเป็นไปตามช่วงอายุ โดยบิดา และมารดาร้อยละ ๙๐ เสียชีวิต บุตรร้อยละ ๙๐ มีอายุเกิน ๒๐ ปี ซึ่งเบิกค่ารักษาพยาบาลไม่ได้ ผู้รับบำเหน็จรายเดือนบางคนไปใช้สิทธิค่ารักษาพยาบาลจากสามี ภรรยา หรือบุตรที่ยังรับราชการ จึงทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของรัฐบาลลดลง จึงขอให้รัฐบาลคืนสิทธิสวัสดิการ\\nการรักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างประจำ (ผู้รับบำเหน็จรายเดือน) ให้มีสิทธิรับการรักษาพยาบาลเช่นเดียวกับกรณีรับราชการ เพื่อคงไว้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรี ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ\\nแก่ลูกจ้างประจำ และผู้รับบำเหน็จรายเดือน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [425,1198,161,"นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา","นโยบายของรัฐบาล","การช่วยเหลือ SMEs ไทยกับการแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ","จากสมาชิกวุฒิสภาได้ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจำปี\\nครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๗ เรื่อง ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และประธานวุฒิสภาได้เห็นชอบให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อพิจารณา ตามหนังสือวุฒิสภา ที่ สว ๐๐๐๑/๔๕๕๕ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ซึ่งในข้อเสนอแนะตาม (๓) มาตรการระยะยาว ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยสินค้าของผู้ประกอบการภายในประเทศ และสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจะต้องเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเท่านั้น จึงเสนอความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวว่า ขอให้กระทรวงอุสาหกรรมควบคุมสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน จะต้องเป็นมาตรฐานสินค้าที่ผลิตภายในประเทศไทย \\nซึ่งจะช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้ ","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2567,"2024-10-22T00:00:00"],
    [426,1197,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความชำรุดทรุดโทรมของโรงพยาบาลลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี","โรงพยาบาลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มีผู้ใช้บริการ\\nเป็นจำนวนมาก แต่อาคารรักษาผู้ป่วย ห้องดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะวิกฤต (ICU) และห้องฉุกเฉิน มีสภาพทรุดโทรม โครงสร้างของอาคารแยกออกจากกันและมีงูเลื้อยเข้าไปอยู่อาศัย พื้นกระเบื้องมีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ทำให้พื้นไม่เรียบเสมอกัน ก่อให้เกิดปัญหาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ใช้รถเข็น \\nสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ผนังและเสาของอาคารมีรอยร้าวขนาดใหญ่  และบริเวณฝ้าเพดานห้องตรวจผู้ป่วยเมื่อเกิดฝนตกจะมีน้ำฝนไหลลงมาขังทำให้ฝ้าเพดานอุ้มน้ำส่งผลให้\\nฝ้าเพดานอาจพังเสียหายตกลงมายังพื้นด้านล่างได้ จากที่กล่าวมาข้างต้น สาเหตุเกิดจากดินทรุด จึงทำให้เสาและโครงสร้างต่าง ๆ ของอาคารแตกร้าว เกิดพื้นต่างระดับทำให้มีช่องว่างระหว่างพื้นกับบันไดสูงมาก","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [427,1195,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","นโยบายของรัฐบาล","ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำรูใหญ่ จังหวัดพังงา","จากโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำรูใหญ่ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง \\nจังหวัดพังงา เป็นโครงการสำคัญที่ช่วยแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำ และเป็นโครงการที่ประชาชน\\nในพื้นที่จังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ตต้องการอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลและความจำเป็น ดังนี้ \\n \t๑. จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดที่มีปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก แต่ไม่มีสถานที่สำหรับ\\nกักเก็บน้ำ เพื่อนำน้ำมาใช้ประโยชน์\\n \t๒. ในช่วงฤดูแล้งประชาชนจังหวัดพังงาจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค \\n- บริโภค และเพื่อการเกษตร \\n \t๓. การเติบโตหรือการขยายตัวเพิ่มขึ้นของสังคมเมือง ทำให้มีความต้องการน้ำ\\nเพื่อการอุปโภค - บริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคธุรกิจ อาทิ สนามบินภูเก็ตแห่งที่ ๒ (สนามบินอันดามัน) ท่าเรือน้ำลึก และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว\\n \t๔. เพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับการผลิตน้ำประปา ให้กับประชาชนในจังหวัดพังงา\\nและจังหวัดภูเก็ตได้มีน้ำประปาใช้อย่างทั่วถึง รวมทั้งเพื่อเป็นแหล่งน้ำในการส่งน้ำเข้าระบบชลประทาน\\nไปยังพื้นที่ทำการเกษตร\\n \tโดยพื้นที่ตั้งโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำรูใหญ่ แบ่งเป็น ๒ ส่วน ได้แก่\\n \tส่วนที่ ๑ บริเวณก่อสร้าง “อ่างเก็บน้ำ” ใช้พื้นที่ประมาณ ๑,๒๕๐ ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก - ลำรู่ (พื้นที่อุทยานแห่งชาติ) สถานะอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติใช้พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก - ลำรู่\\n \tส่วนที่ ๒ บริเวณก่อสร้าง “ท่อส่งน้ำ” ใช้พื้นที่ประมาณ ๑๕ ไร่ อยู่ในเขตพื้นที่\\nป่าสงวนแห่งชาติเขาหลัก ป่าลำรู และป่าเขาหลักลำแก่น (พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ) สถานะอยู่ระหว่าง\\nการพิจารณาอนุมัติใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาหลัก ป่าลำรู และป่าเขาหลักลำแก่น\\n \tแผนการดำเนินการ\\n \tการดำเนินโครงการก่อสร้างใช้ระยะเวลา ๔ ปี (ปีงบประมาณ ๒๕๖๘ - ๒๕๗๑) \\nมีรายละเอียด ดังนี้\\n \t๑. โครงการนี้ผ่านการศึกษาทบทวนความคุ้มทุนทางสังคม เศรษฐศาสตร์ \\nและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว\\n \t๒. ผลการวิเคราะห์ พบว่า ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของโครงการ (EIRR) มีค่าประมาณ ๑๓.๑๕% ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนลดที่ ๑๒% ถือว่าโครงการอ่างเก็บน้ำลำรูใหญ่มีความเหมาะสม\\nที่จะดำเนินการพัฒนาต่อไปในอนาคต\\n \tการอนุญาตใช้พื้นที่\\n \tการอนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและพื้นที่อุทยานแห่งชาติ กรมชลประทาน\\nได้ยื่นขออนุญาตแล้ว และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ เห็นชอบในหลักการเพิกถอนพื้นที่อุทยานเขาหลัก - ลำรู่ บางส่วน เพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำรูใหญ่ ตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โดยได้จัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก - ลำรู่  (บางส่วน) และได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยได้รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ชุมชนและประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการเพิกถอนพื้นที่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๕","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [428,1194,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดหลังขาวทำลายนาข้าวของเกษตรกรในจังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง","ด้วยได้รับการร้องเรียนปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดหลังขาว ทำลายนาข้าว\\nของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง ตัวอย่างเช่น \\nบ้านนาส้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านดง อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งระบาดไปยังพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ ๗๐๐ ไร่ ซึ่งเกษตรกรส่วนมากปลูกข้าว พันธุ์ กข ๖ ไว้เพื่อบริโภค แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล\\nจึงขาดองค์ความรู้ เมื่อข้าวแตกกอเกิดเป็นสีเหลืองเกษตรกรจึงเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่เมื่อพ้นระยะเวลา ๕ วัน ปรากฏว่านาข้าวได้รับความเสียหายทั้งหมด ปัจจุบันปัญหาการระบาดของเพลี้ยกระโดดหลังขาวได้ลุกลามขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่สำรวจ\\nความเสียหาย และพบว่ากรณีดังกล่าว เกษตรกรส่วนมากใช้วิธีซื้อยาฆ่าแมลงมาเพื่อแก้ปัญหาซึ่งไม่ได้ผล \\nมีการระบาดขยายตัวทำให้ปัญหาลุกลามเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรส่วนมากยังไม่รู้วิธีการใช้สารชีวภัณฑ์\\nในการควบคุมแมลงศัตรูพืช\\n \tจากกรณีดังกล่าว จึงขอยกแนวทางการแก้ไขปัญหาของนายธวัช คำแก้ว ซึ่งเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่นของจังหวัดลำพูน\\nในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ที่ได้ใช้สารชีวภัณฑ์บิววาเรีย ซึ่งซื้อมาจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำมาใช้แก้ปัญหา\\nที่บ้านแวนนาริน ตำบลลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ผลปรากฏว่าสามารถกำจัดเพลี้ยกระโดดหลังขาว\\nทำให้เพลี้ยตายและระงับการระบาดได้เป็นอย่างดี และมีกรณีศึกษาอีกหนึ่งตัวอย่าง คือ การบริหารจัดการศัตรูพืชดีเด่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้แนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ\\nอย่างมีส่วนร่วมบนพื้นฐานทางปัญญา ของเทศบาลตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ที่มีการตรวจโลหิตเพื่อหาสารพิษ สร้างความตระหนักรู้ของประชาชนต่อการบริโภค การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ \\nสร้างข้อกำหนดชุมชนโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้าในชุมชน โดยได้จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการศัตรูพืช ร่วมกับปราชญ์เกษตรและผู้นำชุมชน ตลอดจนจัดทำโรงพยาบาลโรคพืช ซึ่งมีห้องปฏิบัติการ มีการผลิต\\nสารชีวภัณฑ์ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์สังเกตการขยายตัวของเชื้อราบิววาเรีย และเชื้อราไตรโคเดอร์มา \\nและนำมาจัดจำหน่ายให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกในราคาถูกเพียงถุงละ ๕ บาท และจำหน่ายให้เกษตรกร\\nที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในราคาถุงละ ๑๐ บาท จากการดำเนินการดังกล่าวทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้\\nอย่างเป็นระบบและทันเวลา และในช่วงการระบาดได้มีการแจกสารชีวภัณฑ์ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับ\\nความเสียหายทุกครัวเรือนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งมีเกษตรกรได้นำสารชีวภัณฑ์ที่ได้รับแจกไปพ่นกำจัดเพลี้ยซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี\\n \tดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อดำเนินการดังนี้ \\n \t๑. ขอให้กำหนดนโยบายส่งเสริมการใช้สารชีวภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมี ซึ่งใช้ได้ผลดีและไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม\\n\t๒. ขอให้ขยายการจัดตั้งศูนย์บริหารการจัดการศัตรูพืชทุกตำบล เพื่อสร้างองค์ความรู้\\nและเสริมสร้างศักยภาพให้แก่เกษตรกร\\n \t๓. ขอให้กรมส่งเสริมการเกษตร พิจารณาส่งเสริมการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร\\nให้แพร่หลายสำหรับกลุ่มเกษตรกรที่มีความสนใจอยากเรียนรู้ เพื่อสร้างเกษตรกรที่เป็นนักคิด วิเคราะห์ วิจัย เป็นผู้นำที่สร้างสมดุลของระบบนิเวศน์ และความปลอดภัยแก่ผู้ผลิต และผู้บริโภค ตลอดจนสังคม\\nและสิ่งแวดล้อม ในสภาวะที่สภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลง","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [429,1193,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","นโยบายของรัฐบาล","บัตรคนพิการและบัตรสวัสดิการ","จากสถานการณ์คนพิการในประเทศไทย ปรากฏข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัว\\nคนพิการทั่วประเทศทั้งสิ้น จำนวน ๒,๒๑๕,๐๗๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๓ ของประชากรทั้งประเทศ \\nซึ่งจากการจำแนกข้อมูลคนพิการที่ได้รับเบี้ยความพิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่าคนพิการ\\nที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มคนพิการที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน ๑,๐๘๑,๗๘๕ คน กลุ่มที่สอง กลุ่มคนพิการที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน ๑,๑๓๓,๒๙๔ คน (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ / ที่มา : ฐานข้อมูลคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการ ฐานข้อมูลผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๒๕๖๕ กระทรวงการคลัง และฐานข้อมูลการจ่ายเบี้ยคนพิการ กรมบัญชีกลาง) โดยคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ แต่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเบี้ยคนพิการ เดือนละ ๘๐๐ บาท ขณะที่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ \\nจะได้รับเงินเพิ่มขึ้นจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีกเดือนละ ๒๐๐ บาท \\n \tประเด็นปัญหา คือ การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านเว็บไซต์ ที่ได้กำหนดไว้ \\n๖ ขั้นตอน โดยในขั้นตอนที่ ๖ กำหนดให้ผู้ลงทะเบียนที่มีครอบครัว ต้องไปแสดงตัวตนและยื่นเอกสาร\\nยังหน่วยรับลงทะเบียนที่เลือกไว้ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ คือ คนพิการจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึง\\nการใช้งานอินเตอร์เน็ต เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นสมาร์ตโฟน (Smartphone) รวมทั้งไม่มีผู้ดูแลที่จะช่วยเหลือพาไปแสดงตัวตน และยื่นเอกสารยังหน่วยรับลงทะเบียน เป็นเหตุให้คนพิการเหล่านั้น\\nไม่ได้รับเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คงได้รับเพียงเบี้ยคนพิการ เดือนละ ๘๐๐ บาทเท่านั้น ดังนั้น \\nขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [430,1192,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาแก่งละว้า จังหวัดขอนแก่น","แก่งละว้า เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดขอนแก่น และใหญ่เป็นอันดับที่ ๕ ของประเทศไทย มีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น สามารถส่งน้ำไปยังอำเภอใกล้เคียงเพื่อทำการประมง และทำการเกษตร เช่น อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี และอำเภอพระยืน รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญในการผลิตน้ำประปา แต่ปัจจุบันแก่งละว้ามีสภาพตื้นเขิน ถนนรอบแก่งละว้าทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้  \\n \t๑. ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการขุดลอกแก่งละว้าเพื่อให้\\nการกักเก็บน้ำมีประสิทธิภาพ\\n \t๒. ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงแก่งละว้าเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอบ้านแฮด โดยใช้งบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา \\n \t๓. ขอให้กระทรวงมหาดไทย ดูแลบำรุงรักษาแก่งละว้าซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาให้เป็นแหล่งน้ำดิบที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่น้ำประปาจะมีสีขุ่น ทั้งนี้ \\nเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอบ้านแฮด มีน้ำประปาที่ได้คุณภาพและมีมาตรฐาน\\nในการอุปโภคและบริโภค ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดีต่อไป","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [431,1191,141,"นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง","จากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และปริมาณน้ำไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ภาคกลางเพิ่มมากขึ้น โดยปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณมากเกินความสามารถในการรับน้ำของพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ จากกรณีดังกล่าวหากภาครัฐไม่มีการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น อาจทำให้พื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วม จึงขอให้รัฐบาลมีมาตรการป้องกันน้ำท่วมด้วยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่เกี่ยวข้อง อาทิ อบจ.พระนครศรีอยุธยา อบจ.ปทุมธานี และ อบจ.นนทบุรี โดยร่วมมือกันเตรียมการตั้งรับมวลน้ำดังกล่าว และกำหนดให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญภัยพิบัติอุทกภัยเป็นการล่วงหน้า นอกจากนี้ ควรนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น การใช้กำแพงกั้นน้ำที่ทำด้วยยางแทนวิธีการวางกระสอบทรายแต่เพียงอย่างเดียวซึ่งเป็นวิธีการเดิมที่ใช้มาตั้งแต่น้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [432,1190,41,"นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหายาเสพติดสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร 5 จังหวัดชาดแดนใต้","เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่อำเภอสทิงพระ อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอระโนด และอำเภอสิงหนคร และเกษตรกรชาวสวนปาล์ม สวนผลไม้ สวนมะพร้าว สวนกล้วย และสวนอื่น ๆ ในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ \\nได้รับความเดือดร้อนจากการถูกผู้ติดยาเสพติดขโมยทรัพย์สินและผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งปัจจุบัน\\nในพื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากฝ่ายปราบปราม \\nและฝ่ายปกครองมิได้ให้ความสำคัญต่อการปราบปรามและแก้ไขปัญหาผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง \\nทั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว ได้แก้ไขปัญหาโดยการจัดเวรยามเฝ้าผลผลิตทางการเกษตรของตนเอง\\nส่งผลให้มีเกษตรกรบางรายถูกดำเนินคดีเพราะไปทำร้ายผู้ที่เข้ามาขโมยผลผลิตทางการเกษตร \\nและมีเกษตรกรหลายรายถูกขโมยทำร้ายร่างกาย \\n \tดังนั้น จึงขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และฝ่ายปราบปราม ตั้งแต่ระดับชุมชน หมู่บ้าน \\nไปจนถึงระดับจังหวัด ได้ร่วมมือกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยยกเลิกการกำหนดเป้าหมายในการจับกุมผู้เสพยาเสพติดแบบเป็นตัวเลข เนื่องจากปัญหาการระบาดของยาเสพติดได้สร้างปัญหาให้กับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปอย่างมาก และเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [433,1189,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","กลุ่มเปราะบางกับการเข้าถึงสวัสดิการ","รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาการยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการไปถึง วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข ในการลงทะเบียนออกบัตรประจำตัวคนพิการให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยสามารถยื่นคำขอมีบัตรประจำตัวคนพิการได้ที่โรงพยาบาลศูนย์ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการมีเพียงจำนวน ๒,๒๑๕,๐๗๙ คน (ที่มา : กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ “สถานการณ์คนพิการที่มีบัตรคนพิการ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๗”) ซึ่งยังมีคนพิการอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้ โดยสาเหตุมาจากการเดินทางไปทำบัตรประจำตัวคนพิการของคนพิการค่อนข้างมีความยากลำบาก ดังนั้น จึงขอให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำบัตร และกำหนดให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ช่วยอำนวยความสะดวก\\\\nโดยการทำบัตรที่บ้านผู้พิการ นอกจากนี้ ขอให้มีการเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์การประเมินการวินิจฉัย \\\\nและการรับรองความพิการ เพื่อให้คนพิการได้เข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนคนพิการได้ครอบคลุมและทั่วถึง โดยปรับลดเพดานระดับความบกพร่อง ระดับข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ระดับการเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม (Participation) เพื่อให้คนพิการได้เข้าสู่ระบบการขึ้นทะเบียนคนพิการและฐานข้อมูล\\\\nคนพิการได้มากที่สุด สะท้อนตัวเลขคนพิการที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงตามหลักสากล","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [434,1188,61,"นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร","นโยบายของรัฐบาล","ธนาคารหักเงินกู้จากผู้มีสิทธิรับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท","เนื่องจากประชาชนรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีได้รับเงินตามโครงการ\\\\nกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้ถูกธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งเรียกไปพูดคุยเพื่อระงับสิทธิในการเบิกถอนเงินทั้งหมดเพื่อนำเงินดังกล่าวไปหักชำระหนี้เงินกู้ให้กับธนาคาร ซึ่งได้มีการเจรจากับธนาคาร และธนาคารอนุญาตให้เบิกถอนเงินได้จำนวน ๕,๐๐๐ บาท และเมื่อครั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ รัฐบาลได้จ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่มีบัตรประกันสังคม จำนวน ๕,๐๐๐ บาท ในครั้งนั้นธนาคาร\\\\nของรัฐได้หักเงินเพื่อชำระหนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้ประกาศห้ามเจ้าหนี้นอกระบบยึดเงิน\\\\nที่ประชาชนได้รับจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง \\\\nและใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้กลับเป็น\\\\nธนาคารของรัฐที่ยึดเงินของประชาชน การที่ธนาคารยึดเงินเป็นการทำผิดวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ \\\\nทำให้เงินไม่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ จึงขอให้รัฐบาลควบคุมและกำกับดูแลธนาคาร พร้อมทั้ง\\\\nกำหนดมาตรการไม่ให้มีการยึดเงินของประชาชนที่ได้รับเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ๑๐,๐๐๐ บาท","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [435,1187,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ เขตห้ามล่าส้ตว์ป่าทะเลน้อย","จากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรที่มีอยู่ก่อนแล้ว\\nในเขตป่าอนุรักษ์ ให้สามารถมีการจัดการได้อย่างเหมาะสม และรักษาความสมดุลในการคุ้มครองพื้นที่\\nตามการปฏิรูปและการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามนโยบาย\\nของรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ความเห็นชอบแล้ว \\nและเมื่อคราวการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรเขตป่าอนุรักษ์ โดยมีแนวทาง\\nการดำเนินการให้มีคณะกรรมการพิจารณาผลการสำรวจการครอบครองที่ดิน สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์และคณะกรรมการสำรวจการครอบครองที่ดินระดับพื้นที่ ที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อให้กำกับดูแล\\nและปฏิบัติตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการหรือตามที่คณะทำงานกำหนด จากที่กล่าวมาข้างต้น ปรากฏว่ามีประชาชนที่ครอบครองที่ดินในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จำนวน ๑,๔๗๐ ราย ได้ร่วมทำการสำรวจการครอบครองที่ดินกับคณะทำงานการสำรวจการครอบครองที่ดินระดับพื้นที่ตามนโยบายการแก้ไขปัญหา\\nที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยทราบว่าได้มีการแจ้ง\\nการครอบครองที่ดิน และได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ครอบครองที่ดิน รวมทั้งได้มีการสำรวจ\\nและรังวัดรูปที่ดิน พร้อมจัดทำบัญชีรายชื่อราษฎรที่มาและไม่มาทำการสำรวจ เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ปรากฏว่าปัจจุบันเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย โดยขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ให้แก่ประชาชน พร้อมทั้ง เร่งรัดติดตามความคืบหน้าการดำเนินการ\\nในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [436,1186,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","1.ปัญหาคันดินอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อยและพนังกั้นน้ำแตก2.ความเดือดร้อนชุมชนบ้านหินลาดใน","๑. เรื่อง ปัญหาคันดินอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อยและพนังกั้นน้ำแตก\\n \tสืบเนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะบริเวณ\\nพื้นที่ผืนป่าดอยสุเทพ ที่อยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำปิง โดยเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา \\nได้มีน้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยแม่เหียะเป็นเหตุให้คันดินอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะน้อย พร้อมระบบส่งน้ำ\\nอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังทลาย ทำให้น้ำไหลบ่าลงสู่ลำน้ำแม่เหียะและลำน้ำปิง ตามลำดับ ส่งผลให้พนังกั้นน้ำของเทศบาลเมืองแม่เหียะแตกหลายจุดและน้ำไหลเข้าท่วมที่อยู่อาศัย\\nของประชาชนในเขตตำบลแม่เหียะ ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ น้ำที่ล้นจากลำน้ำปิง\\nได้ไหลเข้าท่วมในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอหางดง และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้\\nน้ำที่ท่วมขังได้เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นแล้ว ดังนั้น จึงขอเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งประเมินความเสียหายพร้อมทั้ง ชี้แจงมาตรฐานความปลอดภัยของการสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่เหียะ พร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้ประชาชนรับทราบและดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำพร้อมระบบส่งน้ำ\\nให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\n \t\t๒) ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ \\nเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการก่อสร้างพนังกั้นน้ำของเทศบาลเมืองแม่เหียะ และสิ่งก่อสร้างที่บุกรุก\\nลำน้ำแม่เหียะ พร้อมช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยด่วน \\n2.เรื่อง ความเดือดร้อนชุมชนบ้านหินลาดใน ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย จากเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์\\n        สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๗ ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลาก\\nและดินสไลด์ ทำให้ชาวบ้านชุมชนบ้านหินลาดใน ตำบลบ้านโป่ง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย \\nซึ่งเป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ และเป็นชุมชนแรกที่ได้รับการประกาศให้ได้รับการคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๓ ตามแนวนโยบายคุ้มครองวิถีชีวิต\\nชาวกะเหรี่ยง โดยชุมชนบ้านหินลาดใน เป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ๒ ครั้ง แต่จากเหตุการณ์\\nน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ดังกล่าวทำให้ปัจจุบันในชุมชนไม่มีไฟฟ้าใช้ ดังนั้น จึงขอเสนอแนะ\\nไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑) ขอให้มอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเร่งแก้ไขระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว\\n \t\t๒) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำเศษไม้และดินโคลนที่ทับถมถนน บ้านเรือน และพื้นที่สาธารณะออกจากหมู่บ้านโดยเร็ว\\n \t\t๓) ขอให้เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือชาวบ้านที่บ้านเรือน ทรัพย์สิน และผลผลิต\\nทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [437,1185,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอความอนุเคราะห์ซ่อมแซมถนนสายบ้านเมืองน้อย-บ้านยางบ่า อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ","จากทางหลวงท้องถิ่น ชย.ถ. ๑ - ๐๑๒๙ ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างบ้านเมืองน้อยกับบ้านยางบ่า มีระยะทาง ๖ กิโลเมตร พื้นผิวถนนมีสภาพขรุขระและเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวบ่อยครั้ง ซึ่งจากการเฝ้าระวังอุบัติเหตุในรอบ ๑ สัปดาห์ พบว่าจะเกิดอุบัติเหตุประมาณ ๓ ครั้ง และจำนวนอุบัติเหตุจะเกิดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝนเนื่องจากพื้นผิวถนนจะมีน้ำท่วมขังทำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่ทราบว่าพื้นผิวถนนบริเวณใดมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ และมีขนาดใหญ่หรือเล็กเพียงใด โดยปัญหาดังกล่าวได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่มาเป็นระยะเวลา\\nกว่า ๑๐ ปี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \\n \t\tดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย โดยขอให้พิจารณาดำเนินการซ่อมแซมพื้นผิวถนนสายบ้านเมืองน้อย - บ้านยางบ่า อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ รหัสทางหลวงท้องถิ่น \\nชย.ถ. ๑ - ๐๑๒๙ เพื่อที่ประชาชนจะได้ใช้เส้นทางดังกล่าวในการสัญจรได้โดยสะดวกและปลอดภัยต่อไป","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2567,"2024-10-01T00:00:00"],
    [438,1184,123,"นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์","กฎหมาย","การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของการดำเนินงานในหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA)","จากแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น (๒๑) การต่อต้านการทุจริต\\nและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) กำหนดให้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส่ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของแผนย่อยการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกำหนดการประเมินการรับรู้จาก \\n(๑) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในหน่วยงาน (๕ ตัวชี้วัด) (๒) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายนอกหน่วยงาน \\n(๓ ตัวชี้วัด)  และ (๓) การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะของหน่วยงาน (๒ ตัวชี้วัด) รวมทั้งกำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ ซึ่งจะต้องมีสัดส่วนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน (๘๕ คะแนนขึ้นไป) จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลัก \\n\t\tผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ \\nในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมการประเมิน จำนวน ๘,๓๒๓ หน่วยงาน \\nผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวนเพียง ๖,๗๓๗ หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๘๔ และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมการประเมิน จำนวน ๘,๓๒๕ หน่วยงาน ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน ๗,๖๙๖ หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๔๔ ซึ่งถือได้ว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะมีหน่วยงาน\\nผ่านเกณฑ์การประเมินมากขึ้น จำนวน ๙๕๙ หน่วยงาน\\n\tผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ \\nในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๖๗ ปรากฏว่า สัดส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมการประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน (๘๕ คะแนนขึ้นไป) คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๘๔ และร้อยละ ๙๒.๔๔ ตามลำดับ \\nซึ่งแม้ว่าจะมีทิศทางในเชิงบวก แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดที่กำหนดให้มีสัดส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ \\n\t\tดังนั้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ\\nที่จะต้องมีสัดส่วนหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน (๘๕ คะแนนขึ้นไป) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐๐ โดยเร็ว ภายในช่วง ๓ ปีงบประมาณ (พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๐) ขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร และประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบเจ้าภาพหลัก พิจารณาเร่งรัดดำเนินการอย่างใกล้ชิดและไร้รอยต่อ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย\\nให้มากที่สุด ซึ่งหากสามารถทำได้สำเร็จ ย่อมเป็นผลดีต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ การบริหารราชการแผ่นดิน การลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ อันจะส่งผลให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ และเป็นการพัฒนาประเทศได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๗ โดยมีความ\\nตอนหนึ่งว่า “รัฐบาลจะยึดมั่นในหลักนิติธรรม (Rule of Law) และความโปร่งใส (Transparency) \\nสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยการฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ ใช้งบประมาณของรัฐน้อยที่สุด แต่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการสร้างรายได้และสร้างโอกาสแก่ประเทศและประชาชน”","นายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [439,1183,28,"นายชวพล วัฒนพรมงคล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคประมง และการประกอบอาชีพสงวนของแรงงานข้ามชาติ","จังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดที่มีชายฝั่งทะเล ซึ่งมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จึงมีการประกอบอาชีพทําการประมงเป็นหลัก โดยตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มีความจำเป็นต้องอาศัยแรงงานข้ามชาติมาช่วยทำงานบนเรือประมง นอกจากนี้ ยังมีแรงงานข้ามชาติเปลี่ยนจากการทำงานบนเรือประมงไปประกอบอาชีพอื่นบนบก อาทิ แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งจากการที่มีการใช้แรงงานข้ามชาติเป็นเวลายาวนาน ประกอบกับรัฐบาลไม่มีการวางแผนบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติอย่างชัดเจน เป็นเหตุให้แรงงานข้ามชาติจำนวนมากที่เข้ามาทำงานเป็นเวลานาน เลือกที่จะตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งคาดว่าเป็นจังหวัดที่มีแรงงานข้ามชาติตั้งถิ่นฐานมากที่สุด โดยเมื่อแรงงานข้ามชาติมีการตั้งถิ่นฐานแล้ว มักจะมีการสร้างครอบครัว และแสวงหารายได้เพิ่มเติม โดยทำงานนอกเหนือจากงานที่ระบุในใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ลุกลามถึงขั้นแย่งอาชีพสงวนของคนไทย อาทิ ประกอบอาชีพค้าขาย โดยปรากฏว่าลูกค้าแรงงานข้ามชาตินิยมที่จะอุดหนุนซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีเจ้าของเป็นแรงงานข้ามชาติด้วยกัน มากกว่าที่จะอุดหนุนร้านค้าที่คนไทย\\nเป็นเจ้าของ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแย่งอาชีพสงวนของคนไทยโดยตรงแล้ว ยังส่งผลกระทบทำให้ร้านค้าของผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยมีรายได้ลดน้อยลงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมา อาทิ ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการตั้งชุมชน และกลุ่มอิทธิพลแรงงานข้ามชาติ ดังนั้น ขอให้กระทรวงแรงงานพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยกำหนดแผนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ครอบคลุมถึงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการตั้งถิ่นฐาน การมีครอบครัว และการประกอบอาชีพของแรงงานข้ามชาติ เพื่อป้องกันมิให้แรงงานข้ามชาติสร้างปัญหาแก่สังคมไทย","กระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [440,1182,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสำนักงานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร ","จากสภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับเกษตรกรรม โดยพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติฯ กำหนดให้มี\\nสภาเกษตรกรจังหวัด ในทุกจังหวัดซึ่งรวมทั้งกรุงเทพมหานคร โดยในแต่ละจังหวัด มีสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด (สกจ.) รับผิดชอบงานด้านธุรการและทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสภาเกษตรกรจังหวัด แต่จวบจนถึงปัจจุบัน สำนักงานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครยังคงต้องเช่าอาคารเพื่อใช้เป็นสำนักงาน เพราะไม่มีอาคารสำนักงานของตนเอง ที่ผ่านมา มีผู้บริจาคที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๘๐๔๐ แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร เนื้อที่รวม ๒ ไร่ ๒ งาน สำหรับก่อสร้างอาคารสำนักงานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร โดยมีการรังวัดที่ดิน ขุดคันดินล้อมรอบบริเวณที่ดิน และออกแบบอาคารสำนักงานเรียบร้อยแล้ว แต่ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ เป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ก่อสร้างสำนักงานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานครโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [441,1181,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","ความเดือดร้อนของประชาชน","การฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง","แม่น้ำปากพนัง ถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญทางเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตประชาชนบริเวณ\\nลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด ในเขตตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช และไหลผ่านอำเภอชะอวด ไปผ่านอำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร และอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ลงสู่อ่าวไทยที่บริเวณอ่าวปากพนัง แหลมตะลุมพุก มีความยาวประมาณ \\n๒๕ กิโลเมตร บริเวณลุ่มน้ำปากพนังเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและทางเกษตรกรรมแห่งหนึ่งของภาคใต้ แต่ในปัจจุบัน บริเวณลุ่มน้ำปากพนังประสบปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ อาทิ แม่น้ำมีสภาพตื้นเขิน การแพร่ระบาดของวัชพืชน้ำ การก่อสร้างฝายกั้นน้ำ\\nหรือเขื่อนขนาดเล็กในแม่น้ำ ซึ่งทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์สัตว์น้ำลดน้อยลง ส่งผลกระทบต่อ\\nความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ จำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งพิจารณาหาแนวทาง\\nแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น ขอให้คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงกลาโหม กระทรวงหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันพิจารณาศึกษา และบูรณาการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อฟื้นฟูสภาพของแม่น้ำปากพนังให้กลับมามีสภาพอุดมสมบูรณ์ดังเดิม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [442,1180,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่","เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๗ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วม และดินถล่ม ณ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ชายแดนไทย - เมียนมา ได้รับทราบข้อมูลว่ามีประชาชนในพื้นที่เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึงนายธีรยุทธ สิริวรรณสถิต ผู้ใหญ่บ้าน บ้านดอยแหลม หมู่ ๑๓ ตำบลแม่อาย\\n\\n\\n\\nอำเภอ ...\\n-๗-\\n\\nอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังทำให้พื้นที่การเกษตรและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุสำคัญของปัญหาดังกล่าว คือ ประเทศไทยไม่มีระบบเตือนภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่ \\n\t\tเมื่อปี ๒๕๖๖ สภาองค์กรของผู้บริโภคได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้เร่งผลักดันให้มีการดำเนินการสร้างระบบแจ้งเตือนสาธารณภัยแห่งชาติ (Thai Alert) ด้วยระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือ (Cell Broadcast) โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการแจ้งเตือนภัยตามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินที่ชัดเจน เพื่อการสั่งการที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชน และได้รับทราบว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยอยู่ระหว่างการจัดทำ “โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่” คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่าโครงการดังกล่าวใช้ระยะเวลาดำเนินการจัดทำนานเกินไป ซึ่งอาจไม่ทันต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้ช่วยเร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทย และ กสทช. ให้จัดทำโครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [443,1179,111,"นางสาวมาเรีย เผ่าประทาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดแมลงศัตรูมะพร้าว : หนอนหัวดำมะพร้าว และแมลงดำหนามมะพร้าว","ประเทศไทยมีเกษตรกรประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าวกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณ ๖๐ จังหวัด โดยเกษตรกรสวนมะพร้าวกว่า ๓๐ จังหวัด ต่างได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าว ได้แก่ หนอนหัวดำมะพร้าว และแมลงดำหนามมะพร้าว มาเป็นเวลานานหลายปี ที่ผ่านมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ งบประมาณ และทรัพยากรอื่น ๆ สามารถให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในพื้นที่ได้ แต่ประสบปัญหาติดขัดที่ขั้นตอนปฏิบัติของทางราชการ กล่าวคือ ในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ จะต้องเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ \\nเป็นเหตุให้ไม่สามารถเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับจัดหาเคมีภัณฑ์สำหรับฉีดพ่นเพื่อควบคุมและป้องกัน\\nการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูมะพร้าวได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้แนวทางการปฏิบัติในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของศัตรูพืชตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ \\nมีความชัดเจน จึงได้มีหนังสือถึงกระทรวงการคลังเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๗ เสนอขอให้ปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ และ หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ ขณะนี้ระยะเวลาได้ผ่านมาพอสมควรแล้ว ยังไม่มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว\\nแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้กระทรวงการคลังเร่งรัดการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ทั้ง ๒ ฉบับดังกล่าวข้างต้นโดยด่วนที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการดำเนินงานทั้งในส่วนกลาง\\nและระดับพื้นที่ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความใกล้ชิดกับเกษตรกรและมีความพร้อม สามารถสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [444,1177,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การป้องกันอาชญากรรมหลังน้ำท่วม","การวางแผนเพื่อป้องกันอาชญากรรมหลังน้ำท่วมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประกอบด้วย \\n๒ ประเด็น ดังนี้ \\n\t \tประเด็นที่หนึ่ง การวางแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัว \\n\t \tเนื่องจากมวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมภาคเหนือ ประกอบด้วยมวลน้ำจาก ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ ๑ น้ำในเขื่อน ปัจจุบันเขื่อนสามารถกักเก็บน้ำได้ร้อยละ ๖๕ ของปริมาณน้ำทั้งหมด ส่วนที่ ๒ แม่น้ำ น้ำล้นตลิ่งจากแม่น้ำ ๓ สาย ได้แก่ ๑) แม่น้ำสาย ไหลมาจากประเทศเมียนมาเข้ามาสู่อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และไหลต่อไปลงแม่น้ำโขง ๒) แม่น้ำกก ไหลมาจากประเทศเมียนมาเข้ามาสู่อำเภอ\\nแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อไปยังจังหวัดเชียงราย และไหลต่อไปลงแม่น้ำโขง และ ๓) แม่น้ำโขง \\nเหนือจังหวัดเชียงราย จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุบลราชธานี เรียบพรมแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และส่วนที่ ๓ น้ำฝน เมื่อมวลน้ำรวมกัน ๓ ส่วนจึงเป็นเหตุให้น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดภาคเหนืออย่างรวดเร็ว ดังนั้น รัฐบาลจึงควรพิจารณาวางแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมตัว ดังนี้\\n\t \t(๑) การแจ้งเตือนล่วงหน้า ควรจะต้องมีการเตรียมการเพื่อจะรองรับน้ำที่จะไหลเข้าท่วมพื้นที่ โดยลำดับแรก ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการสื่อสารที่ชัดเจนและ\\nแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า โดยใช้แอปพลิเคชันระบบเตือนภัยล่วงหน้า แสดงข้อมูลสถานการณ์น้ำ \\nแจ้งเตือนภัยผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุชุมชน สื่อออนไลน์ รวมถึงการฝึกอบรมและสร้างความร่วมมือกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนทราบล่วงหน้าว่าพื้นที่ของตนเองเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม เป็นต้น    \\n \t\t(๒) การเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ ในทางปฏิบัติพบว่าหน่วยงานแรกที่ได้รับแจ้งเหตุน้ำท่วม คือ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ๑๙๑ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชาชนที่ประสบภัยสามารถ\\nแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์ฯ เพื่อประสานต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ดำเนินการ\\nให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันที แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มีจำนวนไม่เพียงพอต่อการ\\nให้ความช่วยเหลือประชาชน ดังนั้น ควรมีการจัดตั้งทีมช่วยเหลือฉุกเฉิน รวมทั้งควรจัดเตรียมอุปกรณ์\\nที่จำเป็น อาทิ เรือเจ็ตสกี เรือกู้ภัย เสื้อชูชีพ เครื่องปั่นไฟ เชือกเส้นใหญ่ เลื่อยโซ่ยนต์ตัดต้นไม้ และแบตเตอรี่สำรอง ไว้ให้พร้อม  \\n\t\t(๓) การวางแผนอพยพ ควรมีการวางแผนอพยพที่ชัดเจน อาทิ การเคลื่อนย้าย การจัดการ\\nจราจร กำหนดเส้นทางและพื้นที่ปลอดภัย เช่น โรงเรียน วัด พื้นที่สูง เพื่อให้การอพยพประชาชน สัตว์เลี้ยง และสิ่งของ เป็นไปอย่างปลอดภัย \\n\t\t(๔) การดูแลความปลอดภัยและให้ความช่วยเหลือ ควรจัดยานพาหนะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจจิตอาสา ๙๐๔ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยในพื้นที่ (Local CAT) ซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญระดับสูง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว\\n\t \tประเด็นที่สอง การป้องกันอาชญากรรมหลังน้ำท่วมเชิงรุก ควรจะต้องดำเนินการ ดังนี้\\n\t \t(๑) มาตรการป้องกันอาชญากรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีมาตรการป้องกันอาชญากรรม เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ที่อาจจะเกิดอาชญากรรมจากการลักทรัพย์\\n\t \t(๒) เพิ่มกำลังพลเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีอัตรากำลังไม่เพียงพอ โดยอาจจะต้องจัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากพื้นที่อื่น เข้าไปช่วยดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อป้องกันอาชญากรรม\\n \t\t(๓) การดูแลความปลอดภัย ควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเพื่อดูแลพื้นที่เสี่ยง \\nพื้นที่อพยพ เพื่อดูแลความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชน ป้องกันการเกิดอาชญากรรม อาทิ \\nการโจรกรรม การลักขโมยทรัพย์สิน เครื่องมือเกษตรกรรม และสัตว์เลี้ยง ในช่วงที่ประชาชนไม่อยู่บ้าน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [445,1176,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","วงงานรัฐสภา","การส่งเอกสารที่เป็นกระดาษ ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS)","จากที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศว่าเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) \\nโดยสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับ\\nการบริหารจัดการและการดำเนินงานภาครัฐให?มีความยืดหยุ่นคล?องตัว ขณะเดียวกัน รัฐสภาได้มีการกำหนดนโยบาย Smart Senate เพื่อขับเคลื่อนให้เป็นองค์กรภาครัฐที่ทันสมัย นำเทคโนโลยีดิจิทัล\\nและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้สนับสนุนงานนิติบัญญัติอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับในทางปฏิบัติ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีการส่งเอกสารเกี่ยวกับการประชุม เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ \\nผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (Line) แต่อย่างไรก็ตาม พบว่า ส่วนราชการบางแห่งยังมีการจัดส่งเอกสารที่เป็นกระดาษ ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ตัวอย่างเช่น การส่งเอกสารระเบียบวาระการประชุมร่วมกัน\\nของรัฐสภา ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่วางไว้ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ และเพิ่มขั้นตอน\\nการทำงาน ก่อให้เกิดภาระงานแก่เจ้าหน้าที่โดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ ยังเป็นการขัดกับแนวทางและกลไกการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตที่รัฐบาลพยายามส่งเสริมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน (Global warming) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Ni?o) และลานีญา (La Ni?a) ดังนั้น \\nขอให้รัฐบาล และส่วนราชการต่าง ๆ ยกเลิกการส่งเอกสารที่เป็นกระดาษ ทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ซึ่งนอกจากจะเป็นการดำเนินการตามนโยบายที่วางไว้ ยังช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถประหยัดงบประมาณได้เป็นจำนวนมาก\\n","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [446,1175,95,"นายพละวัต ตันศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสนับสนุนและฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจของจังหวัดที่ประสบอุทกภัย","ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยหลายพื้นที่ประสบกับปัญหาดินโคลนไหลถล่มท่วมทั้งหมู่บ้าน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ประเมินว่าเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ ๘๐ ปี มูลค่าความเสียหายกว่า ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๗ มีสมาชิกวุฒิสภาตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การเยียวยาหลังน้ำท่วม ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตอบว่าในเบื้องต้นได้มีมาตรการเยียวยาโดยการลดค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้าให้แก่ผู้ประสบภัยแล้ว \\n\t\tสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับการร้องเรียนจากองค์กรภาคเอกชนจังหวัดเชียงราย อาทิ หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ชมรมธนาคารจังหวัด สมาคมอสังหาริมทรัพย์ สืบเนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในพื้นที่อย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น จังหวัดเชียงรายที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยระบบเศรษฐกิจพื้นฐาน ประกอบด้วยภาคเกษตร \\nร้อยละ ๓๐ ภาคบริการและการท่องเที่ยว ร้อยละ ๒๕ ผู้ประกอบการภาคบริการและการท่องเที่ยว\\nไม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจของตนได้ทันเวลาช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม และสิ้นสุดในเดือนเมษายน รัฐบาลจึงควรพิจารณาเตรียมความพร้อมและให้ความช่วยเหลือ\\nด้านระบบเศรษฐกิจโดยรวมให้แก่ผู้ประกอบการในจังหวัดที่ประสบปัญหาอุทกภัย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนให้แก่สถานประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยโดยเร็ว โดยกระทรวงการคลังประสานกับสถาบันการเงิน พิจารณาให้การช่วยเหลือสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยในระยะแรก ในทำนองเดียวกับที่เคยช่วยเหลือผู้ประกอบการเมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์สึนามิ เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่อุทกภัย มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการฟื้นฟูและซ่อมแซมหลังอุทกภัย และพลิกฟื้นสภาพเศรษฐกิจในพื้นที่ \\n\t\t(๒) ผู้ประกอบการรายย่อยสูญเสียเครื่องมือในการประกอบอาชีพ มีความต้องการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อให้สามารถเริ่มต้นประกอบธุรกิจรายย่อยดังกล่าวนั้นได้อีกครั้ง ช่วยรักษาอัตราการจ้างแรงงานในพื้นที่ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SME) \\n\t\t(๓) ปัญหาอุทกภัยได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย รัฐบาลควรกำกับดูแลราคาสินค้าเกษตรในระยะสั้น เพื่อมิให้มีการปรับราคาสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้ผู้บริโภคไม่สามารถซื้อสินค้าเพื่อการดำรงชีพได้ ดังเช่นที่ผ่านมา\\n\t\tนอกจากนี้ เมื่อพิจารณาศึกษาการเกิดปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยในช่วงเวลาเดียวกันซ้ำเป็นประจำทุกปี ก่อให้เกิดความสูญเสีย\\nเป็นจำนวนมาก โดยปี ๒๕๖๔ มีอุทกภัย จำนวน ๗๒ ครั้ง ปี ๒๕๖๕ มีอุทกภัย จำนวน ๘๕ ครั้ง และปี ๒๕๖๖ \\nมีอุทกภัย จำนวน ๘๒ ครั้ง โดยแต่ละปี มีผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย จำนวนไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ เหตุการณ์มหาอุทกภัย เมื่อปี ๒๕๕๔ \\nซึ่งทำให้บ้านเรือนของผู้คน โรงงาน อาคารห้างร้านและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากต้องพังทลายลง มีมูลค่าความเสียหาย ๖๓๐,๓๕๔ ล้านบาท และยังเป็นผลทำให้ผู้ได้รับผลกระทบต้องสูญเสียรายได้\\nและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ๗๙๕,๑๙๑ ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น มากกว่า ๑.๔๓ ล้านล้านบาท (ข้อมูลจาก Facebook เพจ “ลงทุนแมน”) ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาวางแผนระยะยาวสำหรับการป้องกันปัญหาอุทกภัย ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ทำให้ประหยัดงบประมาณที่จะต้องเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบและการฟื้นฟูความเสียหายได้เป็นจำนวนมาก อันเป็นการแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ สมาชิกวุฒิสภาได้ขอให้ส่งข้อเสนอแนะของภาคเอกชนจังหวัดเชียงราย ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",13,2567,"2024-09-17T00:00:00"],
    [447,1174,149,"นายสมชาย เล่งหลัก","นโยบายของรัฐบาล","การเสริมศักยภาพในพื้นที่จังหวัด หลังวิกฤตโควิด 19","จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพ มีความพร้อม และมีปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ อีกทั้ง ท่าอากาศยานหาดใหญ่สามารถขนส่งทางอากาศ เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ ตลอดจนมีพรมแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย โดยมีจุดผ่านแดน จำนวน ๓ แห่ง คือ ด่านสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา และด่านบ้านประกอบ อำเภอนาทวี โดยระยะทางจากจุดผ่านแดนไปยังอำเภอหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา ประมาณ ๖๐ - ๘๐ กิโลเมตร โดยในช่วงระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา มีรถยนต์จากประเทศมาเลเซียเข้ามายังประเทศไทย จำนวน ๑๐,๐๐๐ - ๑๓,๐๐๐ คัน ส่วนใหญ่เดินทางเป็นครอบครัวประมาณ ๔ - ๕ คนต่อคัน สร้างรายได้ให้อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยอำนวยความสะดวกในการออกหนังสือผ่านแดน (Border Pass) หรือหนังสือผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border Pass) บริเวณจุดผ่านแดนต่าง ๆ ทั่วประเทศ และขอให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการติดตั้งเสาไฟส่องสว่างบริเวณทางข้ามแดนในเขตพื้นที่ของประเทศไทย และติดตั้งป้ายบอกทางภาษาอังกฤษบริเวณทางแยก และจุดตัดต่าง ๆ เพื่อป้องกันการหลงทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ","กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [448,1173,113,"นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา","สถานการณ์บ้านเมือง","ความเดือดร้อนของผู้ใช้รถใช้ถนน กรณีสะพานทางยกระดับ","บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๑๕๒ (ทางแยกไปยังอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี) ซึ่งประชาชนในพื้นที่ เรียกว่า สะพานทางยกระดับบ้านท่าจุ๊ย\\n \tโดยบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จด้วยงบประมาณเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท \\nแต่เนื่องจากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เมื่อเปิดเส้นทางให้รถสัญจร ภายในระยะเวลาไม่ถึง ๑ ปี \\nถนนจึงเกิดความชำรุดเสียหายตลอดเส้นทาง ส่งผลให้รถยนต์ของประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว \\nเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการซ่อมแซมโดยเร็ว","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [449,1172,141,"นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ","ความเดือดร้อนของประชาชน","มิจฉาชีพออนไลน์","กลุ่มมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมากได้หลอกลวงเหยื่อผ่านช่องทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมักแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐต่าง ๆ สร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อหลอกลวง หรือข่มขู่ให้เกิดความกลัว และกังวล จนกระทั่งตัดสินใจผิดพลาดโดยการโอนเงินในบัญชีธนาคารของตนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับกลุ่มมิจฉาชีพ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน และทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยดำเนินการปรับปรุงกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรม\\nและรวดเร็ว มีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nกับกระบวนการยุติธรรม และกำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้น หรือกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nมีความกระตือรือร้นในการจับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [450,1171,52,"นายธนกร ถาวรชินโชติ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาอาหารทะเลราคาตกต่ำ กรณีนำปลาป่นทำอาหารสัตว์","ปัจจุบันโรงงานผลิตอาหารสัตว์จำนวนมากได้นำเข้าปลาป่นที่ผลิตจากต่างประเทศเพื่อนำมาทำอาหารสัตว์ เพราะมีราคาถูกกว่าปลาป่นที่ผลิตในประเทศไทย ส่งผลให้ราคาปลาป่นหน้าโรงงานตกต่ำลงจากราคา กิโลกรัมละ ๑๐ บาท ลดลงเหลือ กิโลกรัมละ ๖.๕๐ บาท ถึงแม้ว่าประเทศเพื่อนบ้านจะได้รับใบเหลือง IUU Fishing (Illegal, Unreported and. Unregulated Fishing) จากสหภาพยุโรปแต่ก็มิได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และไม่มีการรายงาน ในขณะที่ประเทศไทยเมื่อได้รับใบเหลือง IUU Fishing จากสหภาพยุโรป เมื่อปี ๒๕๕๘ ก็ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จึงส่งผลให้ปลาป่นที่ผลิตในประเทศมีต้นทุนและราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาทบทวนกฎหมาย และระเบียบข้อปฏิบัติการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพประมงและเกษตรกร และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๕๒ เพื่อตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากต่างประเทศ ว่าวัตถุดิบที่นำมาผลิตปลาป่นเป็นไปตามมาตรฐานของ IUU Fishing หรือไม่","กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [451,1170,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหากลุ่มทุนต่างชาติส่งผลกระทบต่ออาชีพของคนปกาเกอะญอ","ชาวปกาเกอะญอที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่มีอาชีพเลี้ยงช้าง ปัจจุบันได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากนายทุนจากประเทศจีนได้เข้าไปซื้อช้างจากชาวบ้าน เพื่อทำปางช้างและธุรกิจการท่องเที่ยว ทำให้อาชีพควาญช้างของชาวปกาเกอะญอค่อย ๆ สูญหายไป และคนรุ่นใหม่ไม่ได้รับการสืบทอดภูมิปัญญาในการเลี้ยงช้าง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว\\n","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [452,1169,45,"นายณัฐกิตติ์ หนูรอด","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารจัดการบ่อขยะจังหวัดนครศรีธรรมราช","ได้รับการร้องเรียนจากนายสมชาย  เต็มดวง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลท่าเรือ \\nอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ก่อสร้างบ่อขยะ \\nคือ หมู่ที่ ๘ ตำบลช้างซ้าย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช และประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๑๕ และหมู่ที่ ๑๙ ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และประชาชนในพื้นที่ตำบลดอนตรอ ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จำนวน ๒,๐๐๐ คน ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ดำเนินการขุดบ่อขนาดใหญ่ เพื่อก่อสร้างบ่อขยะแบบฝังกลบ ในบริเวณใกล้เคียงกับชุมชน หมู่ที่ ๘ ตำบลช้างซ้าย อำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสุขภาพ ดังนั้น จึงขอส่งสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ร่วมคัดค้านการก่อสร้างบ่อขยะในพื้นที่ดังกล่าว ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง และโปรดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [453,1168,54,"นายธนภัทร ตวงวิไล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนจากโรคใบด่างในมันสำปะหลัง","ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังประสบปัญหาโรคใบด่าง ซึ่งกำลังแพร่ระบาด ในพื้นที่อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส อำเภอเนินสง่า อำเภอซับใหญ่ และอีกหลายพื้นที่ในจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียง โดยปัญหาโรคใบด่างได้เกิดขึ้นมานาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลัง และรายได้ของเกษตรกรลดลง ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีเงินไปชำระหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดังนั้น จึงขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\\n\t(๑) มีแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ และในพื้นที่ภาคอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาโรคใบด่างหรือไม่ อย่างไร\\n\t(๒) มีวิธีการ หรือแนวทางการดำเนินการป้องกันปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลัง\\nทั้งระยะสั้น และระยะยาวอย่างไร\\n\t(๓) มีแนวทางการช่วยเหลือ เยียวยา เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคใบด่างหรือไม่ อย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [454,1167,24,"นางเจียระนัย ตั้งกีรติ","นโยบายของรัฐบาล","สวัสดิการองค์กรสตรีตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ.ศ.2538 และอาสาสมัครกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี","องค์กรสตรีตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ.ศ. ๒๕๓๘ และอาสาสมัครกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นกลุ่มบุคคลที่เสียสละ เพื่อขับเคลื่อนกลไกให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่มีค่าตอบแทน และสวัสดิการแต่อย่างใด โดยบางครั้งต้องนำเงินส่วนตัวมาใช้จ่าย หรือขอรับการสนับสนุนจากภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยที่กลุ่มสตรีอาสาสมัครดังกล่าว ได้ปฏิบัติงานเช่นเดียวกับผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยงานตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย แต่มีค่าตอบแทน ปีละ ๒,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนให้แก่องค์สตรี ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย\\nว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาสตรี พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่สตรีผู้ปฏิบัติงาน\\nด้วยความเสียสละ","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [455,1166,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","นโยบายของรัฐบาล","1.สารแคดเมียมตกค้างในทุเรียน 2.การบริหารจัดการขยะเพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า","(๑)เรื่อง สารแคดเมียมตกค้างในทุเรียน\\n \tเนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคม การส่งออกทุเรียนของประเทศไทยประสบปัญหา \\nอันเนื่องมาจากพบสารแคดเมียมปนเปื้อนในทุเรียน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยไม่ได้มีการส่งออกทุเรียน เพราะปริมาณผลผลิตลดลง ยกเว้นทุเรียนจากจังหวัดชุมพรเท่านั้น จึงมีข้อสังเกต ว่าเหตุใด\\nจึงมีการตรวจพบสารแคดเมียมปนเปื้อนในทุเรียนจากประเทศไทย ทั้งนี้ เกษตรกรได้นำพันธุ์ทุเรียน\\nไปปลูกในพื้นที่หลายจังหวัด หากภาครัฐไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาสารอันตรายตกค้างในทุเรียน จะทำให้การส่งออกทุเรียนของประเทศไทยในอนาคตเกิดปัญหา ดังนั้น จึงขอให้กรมวิชาการเกษตร พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาสารแคดเมียมตกค้างในทุเรียนโดยเร็ว\\n(๒)เรื่อง การบริหารจัดการขยะเพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า\\n \tปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองได้จัดทำโครงการ “การบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน เพื่อแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า” ซึ่งถือเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาขยะ เป็นการนำขยะจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดระยองมากำจัดอย่างถูกหลักสุขาภิบาล ประมาณ ๑,๐๐๐ ตัน/วัน ด้วยกระบวนการคัดแยกขยะเพื่อส่งไปยังโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ประมาณ ๕๐๐ ตัน/วัน ซึ่งยังคงเหลือขยะ ประมาณ ๕๐๐ ตัน/วัน ดังนั้น จึงขอเสนอให้จังหวัดระยองพิจารณาเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอีก ๑ แห่ง เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [456,1165,186,"นายอภินันท์ เผือกผ่อง","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรมชาติ","จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ โดยข้อมูลพื้นฐานด้านการประมง ระบุว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชมีชายฝั่งทะเลยาว ๒๒๕ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ ๖ อำเภอ ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านเป็นหลัก มีเรือประมงพื้นบ้าน ประมาณ ๓,๐๐๐ ลำ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Products: GPP) ภาคประมง มูลค่า ๒๒,๕๔๐ ล้านบาท (ร้อยละ ๑๒.๑๑)\\\\n \tปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นปัญหาที่มีมายาวนาน โดยที่ผ่านมาสหภาพยุโรปในฐานะประเทศผู้นำเข้า และบริโภคสินค้าประมง\\\\nรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้กำหนดให้ทุกประเทศที่ส่งออกสินค้าประมงไปยังสหภาพยุโรปต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing) ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง ส่งผลให้พบปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายจำนวนน้อย แต่ปัจจุบันปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างชาวประมงในพื้นที่ซึ่งทำประมงพื้นบ้าน กับ ผู้ประกอบการประมงขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งผู้ประกอบการในประเทศ และต่างประเทศ มีการใช้เรือขนาดใหญ่ เช่น เรืออวนรุน เรืออวนลาก มีเครื่องมือทำประมงขนาดใหญ่ที่สามารถจับสัตว์น้ำได้เกือบทุกชนิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน จำนวนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ครอบครัว ดังนั้น จึงขอให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) พิจารณาจัดตั้งชุดเฉพาะกิจทำหน้าที่ลาดตระเวน สอดส่อง ตรวจสอบการทำประมงผิดกฎหมายบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่อง และขอให้กรมประมง พิจารณาดำเนินการจัดตั้งกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราชให้มีความเข้มแข็ง และส่งเสริมอาชีพ เช่น การเลี้ยงสัตว์น้ำ และการแปรรูปสัตว์น้ำ เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [457,1164,89,"นายปิยพัฒน์ สุภาวรรณ","นโยบายของรัฐบาล","ความพร้อมในการรับมือกับวิกฤติด้านพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง","ข้อมูลสรุปภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่า ปริมาณการใช้น้ำมันเฉลี่ย ๑๕๗.๑๓ ล้านลิตร/วัน แบ่งเป็นกลุ่มเบนซิน ๓๑.๖๐ ล้านลิตร/วัน (ร้อยละ ๒๐) กลุ่มดีเซลหมุนเร็ว ๖๙.๓๐ ล้านลิตร/วัน (ร้อยละ ๔๔) กลุ่มอากาศยานเชิงพาณิชย์ ๑๖.๐๘ ล้านลิตร/วัน (ร้อยละ ๑๐.๒) ก๊าซ LPG ๑๘.๐๑ ล้านลิตร/วัน (ร้อยละ ๑๑.๕) และกลุ่มอื่น ๆ ๒๒.๑๔ ล้านลิตร/วัน (ร้อยละ ๑๔.๕)\tข้อมูลสรุปภาพรวมการนำเข้าและการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ พบว่า มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป ๙.๕๗ ล้านลิตร/วัน และน้ำมันดิบ ๑๕๖.๘ ล้านลิตร/วัน มีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ๒๔.๗ ล้านลิตร/วัน โดยน้ำมันที่ส่งออกเป็นส่วนเกิน (Surplus) จากการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศทั้ง ๖ แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิต ๑๙๗.๔ ล้านลิตร/วัน จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ โดยการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบมะละกา และอ่าวไทย เป็นเส้นทางหลัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีมีภัยคุกคามจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในทะเลจีนใต้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล และกระทรวงพลังงาน พิจารณาเตรียมความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตด้านพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง โดยการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ตามกฎหมาย เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [458,1163,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียฝั่งธนบุรี กรณีสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณใต้สะพานข้ามคลองบางน้ำจืด ถนนพระรามที่๒","ขณะที่ผู้ขอหารือดำรงตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาเกษตรกรเขตบางบอน เขตบางแค เขตหนองแขม และเขตบางขุนเทียน ว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรีมักประสบปัญหาน้ำท่วมขัง และน้ำเน่าเสียอยู่เสมอ ส่งผลให้ระบบนิเวศเสียหาย สำนักงานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยสำนักงานชลประทานที่ ๑๑ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืด และผู้อำนวยการกองช่าง องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำจืด ได้เดินทางลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหา พบว่า บริเวณถนนพระรามที่ ๒ สะพานข้ามคลองบางน้ำจืด และสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำบางน้ำจืด ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร มีสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณใต้สะพานข้ามคลองบางน้ำจืดเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเศษวัสดุก่อสร้างที่เกิดจากการก่อสร้างสะพาน มีระดับความสูงจากใต้สะพานถึงท้องน้ำ ๘๐ เซนติเมตร ซึ่งตามปกติระดับความสูงจากใต้สะพานถึงท้องน้ำต้องมีความสูง ๒.๕๐ เมตร ส่งผลทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก และจังหวัดสมุทรสาคร โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำมาก หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขจะทำให้พื้นที่ทำสวนของเกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้แขวงทางหลวงชนบทสมุทรสาคร และกรมชลประทาน พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด","กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [459,1162,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอติดตามพื้นที่ทำกินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดพังงา","จังหวัดพังงาเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งภูเขาและทะเล โดยเกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้เฉพาะฝั่งภูเขา จึงเกิดปัญหาเรื่องสิทธิที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าไม้ ป่าสงวน และป่าเสื่อมโทรม โดยปัญหาสิทธิในพื้นที่ทำกินในจังหวัดพังงา คือ (๑) ข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับการประกาศกันพื้นที่ป่าของหน่วยงานรัฐ ทั้งที่ประชาชนอยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษ (๒) ความขัดแย้งในการถือครองที่ดิน (๓) ปัญหาที่ดินสาธารณะ และที่ดิน ส.ป.ก. (๔) ปัญหาที่ดินจัดสรรเพื่อทำกินในโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)\\n \tทั้งนี้ คทช. มีนโยบายจัดสรรที่ดินในจังหวัดพังงา ในปี ๒๕๖๒ โดยดำเนินโครงการแรก \\nณ อำเภอกระปง และอำเภอเมืองพังงา และ ในปี ๒๕๖๓ ได้ดำเนินโครงการที่ ๒ ณ อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี โดยทั้ง ๒ โครงการ ได้ดำเนินการรังวัด และยื่นเรื่องขออนุญาตเพื่อรับรองสิทธิทำกินทั้งหมดแล้ว สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการรังวัดแล้ว มีเพียงบางส่วนที่ได้รับใบอนุญาตรับรองสิทธิทำกินในที่ดิน แต่ยังคงมีพื้นที่อีกจำนวนมากที่ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะอนุญาตหรือไม่ ซึ่งประชาชนในจังหวัดพังงาต้องการทราบผลโดยเร็ว เนื่องจากเหตุผล ดังนี้\\n \t(๑)\tปัจจุบันได้มีบุคคลเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับการเข้าไปทำกินในที่ดิน\\n \t(๒)\tกระบวนการพิจารณาตรวจสอบที่ยาวนานเกินไป ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมาก\\nไร้ที่ดินทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย\\n \t(๓)\tอาจนำไปสู่ปัญหาการบุกรุกที่ดินในเขตป่าไม้เพิ่มมากขึ้น\\n \t(๔)\tประชาชนรู้สึกหมดหวัง ไร้ทางออก สุขภาพจิต และสุขภาพกายย่ำแย่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [460,1161,32,"ศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาบาทวิถี (foot bath) ไม่ได้มาตรฐาน","ประชาชนในประเทศไทยได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาทางเท้า หรือบาทวิถี (Foot Path) ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งที่มีกฎหมาย และมีการกำหนดมาตรฐานทางเท้าไว้แล้วก็ตาม \\nโดยมักพบเห็นทางเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ปลอดภัยสำหรับประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ \\nคือ (๑) ทางเท้าที่มีขนาดคับแคบทำให้เดินลำบาก (๒) ทางเท้าที่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ต้นไม้ เสาไฟฟ้า \\nตู้โทรศัพท์ ตู้ไปรษณีย์ บันไดสะพานลอย เป็นต้น (๓) ทางเท้าที่มีพื้นผิวชำรุด ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่ได้รับการซ่อมแซม บำรุงรักษา ให้มีสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งานของประชาชนทั่วไป ผู้สูงอายุ \\nและรถนั่งคนพิการ (๔) ทางเท้าสภาพดีแต่มีการวางขายสินค้าบนทางเท้าโดยไม่มีการจัดระเบียบ \\n(๕) ทางเท้าที่มีรถจักรยานยนต์วิ่ง ทำให้คนที่ใช้ทางเท้า และรถนั่งคนพิการต้องไปใช้พื้นที่ถนน \\n(๖) ทางเท้าที่ไม่มีทางลาดสำหรับรถนั่งคนพิการ ถือเป็นการออกแบบที่ขาดอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมบริเวณทางเท้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ประชาชนที่ไม่คุ้นชินเส้นทางอาจประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานทางเท้า เพื่อรองรับคนทุกกลุ่มของสังคมให้สามารถใช้ทางเท้าได้อย่างปลอดภัย และเท่าเทียม","กระทรวงคมนาคม  และกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [461,1160,39,"นายโชคชัย กิตติธเนศวร","สถานการณ์บ้านเมือง","ช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทำร้ายประชาชนเสียชีวิต","เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๗ เกิดกรณีช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่\\nลงมาทำร้ายประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ ๓ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก \\nโดยช้างได้เดินเข้าไปบริเวณบ้านเลขที่ ๒๘๓ ซึ่งเป็นบ้านของนายนิคม ซ้อนพิมพ์ โดยนายนิคมฯ \\nได้เดินออกจากบ้าน และได้นำไฟฉายส่องไปยังใบหน้าของช้าง จากนั้นช้างจึงวิ่งตรงไปทำร้ายนายนิคมฯ จนกระทั่งเสียชีวิต ทั้งนี้ ผู้ขอหารือได้ลงพื้นที่สอบถามนายประสิทธิ์ ลาภา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ \\nตำบลสาริกา ได้รับข้อมูลว่าช้างป่าได้ลงมาหาอาหารและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยทำลายพืชผลทางการเกษตรมาเป็นระยะเวลา ๙ ปี และในช่วง ๒ - ๓ ปีนี้ ช้างจะสร้างความเสียหายรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากช้างป่าไม่อยากเดินในพื้นที่ลาดชัน และชอบรสชาติอาหารบริเวณที่อยู่อาศัย\\nของประชาชนมากกว่าพืชในป่า เช่น กล้วยป่ามีรสชาติฝาด แต่กล้วยที่ปลูกมีรสชาติหวาน เป็นต้น \\nดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t(๑)\tสนับสนุนงบประมาณให้แก่ชุมชน และอาสาสมัครชุมชน เพื่อให้มีการจัดเวร\\nเฝ้าระวังช้างป่าภายในชุมชนเพิ่มขึ้น\\n \t(๒)\tพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ช้างป่า\\nได้อย่างทันท่วงที\\n \t(๓)\tขอให้จัดตั้งหน่วยงานป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติจากช้างป่าเป็นการเฉพาะ \\nเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบโดยตรง และเพื่อให้ประชาชนได้รับการชดเชย เยียวยา จากการสูญเสียชีวิต\\nและทรัพย์สิน","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2567,"2024-09-10T00:00:00"],
    [462,1159,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาผักตบชวาในคลองเขตลาดกระบังและเขตหนองจอก","ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ประมาณ ๗๙,๐๐๐ – ๘๐,๐๐๐ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นคลอง เขตลาดกระบังประกอบด้วยคลอง จำนวน ๖๓ คลอง เขตหนองจอก จำนวน ๑๓๐ กว่าคลอง และในช่วงฤดูฝนประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากคลองระบายน้ำในพื้นที่เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร มีต้นหญ้าและผักตบชวาขึ้นเป็นจำนวนมาก กีดขวางการระบายน้ำส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นา บ้านเรือนของประชาชนและผิวถนน จากการสอบถามผู้รับผิดชอบในพื้นที่ทั้งเขตลาดกระบังและเขตหนองจอกได้รับทราบว่า อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการขุดลอกคลองระบายน้ำมีไม่เพียงพอ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรุงเทพมหานคร ขอให้ดำเนินการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการขุดลอกคลองระบายน้ำให้แก่เขตลาดกระบังและเขตหนองจอก เพื่อใช้ในการขุดลอกคลองให้ทันเวลาก่อนมวลน้ำระลอกใหม่จะลงมาจากทางภาคเหนือ","กรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [463,1158,82,"นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาผลกระทบจากสุราปลอม (ยาดองเถื่อน)","จากกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีผู้ป่วยจากการดื่มสุราปลอมหรือยาดองเถื่อนในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีส่วนผสมของเมทานอล (Methanol) หรือเมทิลแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นสารต้องห้ามบริโภค ทำให้ร่างกายเกิดภาวะเลือดเป็นกรด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๖๒ พบว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเมทานอลมีทั้งหมด จำนวน ๖๖๒ ราย และในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มีจำนวนผู้ป่วยสูงที่สุด จำนวน ๑๔๒ ราย โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนี้\\n\t\t(๑) พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๗ ได้กำหนดโทษ\\nของผู้กระทำผิดกรณีเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุสุราเพื่อการค้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท และมาตรา ๑๕๘ ห้ามมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงสุราโดยนำสุราอื่นหรือน้ำหรือของเหลวหรือวัตถุอื่นใดเจือปนลงในสุราเพื่อการค้า ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท\t\t\\n\t\t(๒) พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๙๖ \\nและมาตรา ๒๐๕ ได้กำหนดโทษกรณีขายสุราโดยที่ไม่มีใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท \\n      \t\tจะเห็นว่าโทษที่กำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำหนดไว้เพียงอัตราโทษปรับเท่านั้น จึงทำให้ผู้กระทำความผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่งผลให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าว\\nเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง \\n \t \tอนึ่ง สถานการณ์ผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากเมทานอล (Methanol) หรือ เมทิลแอลกอฮอล์ กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๗ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาทั้งหมด จำนวน ๔๔ ราย เสียชีวิต ๘ ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ จำนวน ๑๖ ราย ฟอกไต จำนวน ๒๔ ราย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุขในประเด็นดังต่อไปนี้\\n \t\t(๑) ควรกำหนดมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นซ้ำอีก\\n \t\t(๒) ควรมีการพิจารณาทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และควรแก้ไขเพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้กระทำความผิด เพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำความผิด","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [464,1157,8,"นางกัลยา ใหญ่ประสาน","นโยบายของรัฐบาล","การนำเข้าผักและผลไม้จากประเทศจีน","เนื่องจากขณะนี้ได้มีการนำเข้าผักและผลไม้จากประเทศจีนเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเสรีเป็นจำนวนมาก จากการสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่นำเข้าจากประเทศจีนพบว่ามีสารตกค้าง\\nเกินค่ามาตรฐาน อีกทั้งไม่มีการตรวจสอบเส้นทางของการจำหน่ายผักและผลไม้ดังกล่าว ซึ่งจะเป็น\\nอันตรายต่อประชาชนหรือผู้บริโภค ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการสาธารณสุข และความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้\\n\t(๑) ขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการในการตรวจสอบการนำเข้าผักและผลไม้จาก\\nประเทศจีน \\n\t(๒) ขอให้รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกผักปลอดสารพิษให้มีตลาดจำหน่าย\\nในทุกระดับ โดยเฉพาะตลาด ๔ ร ได้แก่ โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านอาหาร และรีสอร์ท \\n\tนอกจากนี้ ขอเสนอแนะไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในการจัดเตรียมอาหารรวมทั้งการจำหน่ายอาหารภายอาคารรัฐสภา ขอให้ดำเนินการให้ถูกสุขลักษณะและปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [465,1156,52,"นายธนกร ถาวรชินโชติ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการนำเรือออกนอกระบบเพื่อการจัดการทรัพยากรประมงทะเลที่ยั่งยืน","จากมีการนำเรือออกนอกระบบเพื่อปฏิบัติตามข้อตกลงของ Illegal, Unreported and Unregulated Fishing (IUU Fishing) โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้มีการนำเรือออกนอกระบบไปแล้วหนึ่งครั้ง (กลุ่มเรือขาว – แดง) อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเรือประมง (กลุ่มเรือขาว – แดง) \\nที่ตกค้างและยังมีเรือประมงที่แจ้งความประสงค์ในรอบแรกที่ผ่านการกลั่นกรองแล้วประมาณ ๙๒๓ ลำ งบประมาณทั้งหมด จำนวน ๑,๖๒๒ ล้านกว่าบาท มีการตั้งคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการ\\nหลายหน่วยงานเพื่อพิจารณาช่วยเหลือและชดเชย อาทิ คณะอนุกรรมการช่วยเหลือชดเชยความเสียหาย\\nในภาคประมง มีการประชุมเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เห็นชอบให้มีการซื้อเรือคืนทั้งหมด \\nจำนวน ๑,๖๒๒ ล้านกว่าบาท และคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเลเพื่อฟื้นฟูประมงทะเล\\nและอุตสาหกรรมการประมง ประชุมเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ เป็นต้น แม้หน่วยงานภาครัฐ\\nที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาและเห็นชอบให้มีการจ่ายเงินเยียวยา แต่ปัจจุบันเจ้าของเรือประมงที่แจ้งความประสงค์จะออกนอกระบบยังไม่ได้รับเงินชดเชยความสูญเสียแต่อย่างใด \\nสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวประมงเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมประมง \\nกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้แก่เจ้าของเรือประมงดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ชาวประมงที่ไม่สามารถนำเรือออกไปทำประมง","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [466,1155,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามความคืบหน้าโครงการซุปเปอร์กระชัง (Integrated multi-trophic aquaculture : IMTA) จังหวัดพังงา และอันดามัน","โครงการซุปเปอร์กระชัง (Integrated multi – trophic aquaculture : IMTA) ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหล่อยูง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เป็นโครงการที่สามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่หลากหลายพร้อมกันในกระชังเดียว โดยแบ่งตามชั้น ลักษณะคล้ายปิ่นโต ทำให้สามารถเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ทั้งปลา หอย กุ้ง ปลิงทะเล สาหร่าย และสัตว์น้ำอื่น ๆ โดยใช้เทคโนโลยีวัดคุณภาพน้ำแบบทันที ให้อากาศและอาหารโดยระบบเอไอ (Artificial intelligence : AI) สามารถควบคุมดูแลได้จากระยะไกล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงขาดทุนให้แก่ผู้ประกอบการทั้งการจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โครงการซุปเปอร์กระชังถือเป็นโครงการที่ดีและเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร แต่ประสบปัญหาอุปสรรคเป็นเหตุให้ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ เนื่องจากกรมประมงยังไม่ได้ประกาศให้จังหวัดพังงาและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แม้จะได้มีการสำรวจพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว \\nและมีผู้ประกอบการยื่นเรื่องติดตามสอบถามเรื่องดังกล่าวเป็นเวลากว่า ๒ ปี แต่ไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น ขอให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งพิจารณาประกาศกำหนดเขตพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ได้เริ่มทดลองโครงการซุปเปอร์กระชัง (IMTA) เพื่อยกระดับการประมงของประเทศไทย โดยวาระแรกควรพิจารณาใช้ ๓ จังหวัดฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่จังหวัดนำร่อง ในการดำเนินโครงการดังกล่าว \\n\t\tปัจจุบันชาวประมงและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยยังมีวิธีการทำประมง\\nที่ล้าหลัง ซึ่งสาเหตุสำคัญ คือ  \\n \t\t(๑) ไม่มีแหล่งความรู้ใหม่ ๆ ที่จะนำมาพัฒนาต่อยอดอาชีพ และสร้างมูลค่าเพิ่ม\\nให้สินค้าประมง และ \\n\t\t(๒) ขาดการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ดังนั้น กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรเร่งส่งเสริมให้คำแนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ \\nและช่วยเหลือดูแลชาวประมงและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยอย่างจริงจัง เพื่อช่วยฟื้นฟู\\nและยกระดับการประมงของไทยให้สามารถแข่งขันและสร้างรายได้ ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยง\\nและสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพการทำประมงของไทย\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [467,1154,108,"นางมยุรี โพธิแสน","ความเดือดร้อนของประชาชน","1.ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน 2.ปัญหาถนนชำรุดรอการซ่อมแซม ","1.ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาพลังงาน และราคาอาหารสด อาทิ \\nราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และราคาไข่ไก่ที่ปรับราคาสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น \\nโดยปกติราคาสินค้าทั้งสองชนิดจะปรับราคาสูงขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน ประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี หลังจากนั้นจะปรับลดราคาลง แต่ปัจจุบันราคาไข่ไก่มีแนวโน้มปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง\\nและทรงตัวไม่ปรับลดลงเหมือนที่ผ่านมา โดยราคาขายปลีกไข่ไก่สูงถึงฟองละ ๕ – ๗ บาท ดังนั้น ขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาดำเนินการตรึงราคาไข่ไก่ และขอให้กระทรวงพลังงานพิจารณาปรับลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน \\n2.จากถนนวารีราชเดช ในพื้นที่เทศบาลตำบลน้ำคำใหญ่ และถนนภายในหมู่บ้านหนองขอน ตำบลสิงห์ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม หน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องขาดงบประมาณในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม ดังนั้น ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ \\n\t\t(๑) เทศบาลตำบลน้ำคำใหญ่ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมถนนวารีราชเดช \\nบ้านหนองขอน ตำบลสิงห์ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร \\n \t\t(๒) องค์การบริหารส่วนตำบลสิงห์ เพื่อปรับปรุงถนนในพื้นที่หมู่บ้านสิงห์ ตำบลสิงห์ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและการบิณฑบาตของพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [468,1153,68,"นายนิพนธ์ เอกวานิช","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจราจรติดขัดของจังหวัดภูเก็ต","ภายหลังสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวแบบกลุ่มใหญ่ โดยนักท่องเที่ยว จำนวน ๔๐ คน ใช้รถบัสนำเที่ยว จำนวน ๑ คัน เปลี่ยนเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพักตามลำพัง (Free Individual Traveler : FIT) หรือเป็นกลุ่มเล็ก เป็นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัวสูง มักใช้แอปพลิเคชันในการเรียกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยว จำนวน ๔๐ คน จะใช้รถยนต์ จำนวน ๗ – ๘ คัน ส่งผลให้จำนวนรถยนต์บนท้องถนนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจังหวัดภูเก็ตมีถนนเทพกระษัตรีเป็นถนนสายหลักเพียงเส้นทางเดียว ไม่เพียงพอต่อการรองรับการจราจรเพื่อการท่องเที่ยว ทำให้จังหวัดภูเก็ตเกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีฝนตกเพียง ๑ – ๒ ชั่วโมง น้ำจะท่วมขังบริเวณท้องถนน\\nทำให้การจราจรติดขัด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ต้องติดอยู่บนท้องถนนเป็นเวลานานกว่า ๒ – ๓ ชั่วโมง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางไปยังท่าอากาศยานได้ทัน\\nตามกำหนดเวลา ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของภาคการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตอย่างมาก โดยจังหวัดภูเก็ตมีความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้มีโครงการก่อสร้างถนนในจังหวัดภูเก็ต\\nเพิ่มขึ้นหลายเส้นทาง แต่กลับไม่มีการดำเนินการก่อสร้าง ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา\\nเร่งรัดโครงการก่อสร้างถนนในจังหวัดภูเก็ต และขอทราบแผนงานโครงการก่อสร้างถนนว่าจะสามารถ\\nเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อใด","กระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [469,1152,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การก่อสร้างถนนคอนกรีตผ่านพื้นที่ป่า ","ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายปรีชา สีโสดา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล\\nรัตนบุรี เรื่อง ความเดือดร้อนในการเดินทางสัญจรของประชาชนในพื้นที่บ้านผีน้อย และบ้านดงแดง \\nตำบลรัตนบุรี อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถนนเข้าหมู่บ้านเป็นถนนดินลูกรัง และมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ เมื่อฝนตกทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ ถนนดังกล่าวมีเส้นทาง\\nผ่านพื้นที่ป่าไม้ โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ องค์การบริหารส่วนตำบลรัตนบุรีได้มีหนังสือไปยังสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุรินทร์ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้ในการก่อสร้างถนน\\nดังกล่าว โดยใช้งบประมาณก่อสร้าง จำนวน ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท และได้มีหนังสือติดตามความคืบหน้าเมื่อเดือนเมษายน และเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าในการพิจารณาอนุญาตการใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อก่อสร้างถนนแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการพิจารณาอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อก่อสร้างถนนดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ในการลดระยะเวลาการเดินทางให้สั้นลง","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [470,1151,80,"นางประทุม วงศ์สวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","น้ำท่วมพัทยา และคราบน้ำมันปริศนาลอยเต็มอ่าวบางเสร่ จังหวัดชลบุรี","๑. เนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๗ เมืองพัทยาเกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำรอการระบายเป็นเวลานาน อาทิ ถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ ซอยเขาตาโล ถนนเลียบทางรถไฟเขาน้อย – เขาตาโล ซอยเขาน้อย ถนนด้านหลังตลาดวัดชัยมงคล ซอยบัวขาว และถนนพัทยาสาย ๓ (สี่แยกมุมอร่อย) โดยบางพื้นที่น้ำท่วมสูงถึง ๒ เมตร ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้นายกเมืองพัทยาเร่งติดตามแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่เมืองพัทยาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวที่ดีระดับโลกต่อไป\\n๒. เดือนสิงหาคม ๒๕๖๗ พบคราบน้ำมันจำนวนมากบริเวณอ่าวบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีความยาว ๔ กิโลเมตร หนา ๓ ชั้น ปัจจุบันคราบน้ำมันดังกล่าวได้ลอย\\nมายังหาดพัทยา หาดดงตาล และหาดยินยอม สร้างความเดือดร้อนให้แก่นักท่องเที่ยว ผู้อยู่อาศัย \\nและชาวประมงเป็นอย่างมาก ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงพื้นที่ตรวจสอบ \\nแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาต่อไป","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [471,1149,161,"นายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา","นโยบายของรัฐบาล","ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)","ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ (แผงโซล่าเซลล์) จำนวน ๘ ราย ซึ่งมีกำลังการผลิต ๒,๕๐๐ เมกกะวัตต์ต่อปีเทียบเท่าเขื่อน ๓ เขื่อน ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการชัดเจนในการช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เนื่องจากสินค้าของกลุ่มผู้ผลิตได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) \\nแต่การจัดซื้อจัดจ้างมุ่งเน้นด้านราคาที่ต่ำเป็นหลัก จึงไม่ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมในการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพไปยังหน่วยงานหรือผู้บริโภค จึงขอเสนอแนวทางไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมบัญชีกลาง และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t(๑) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือ\\nในการจัดทำฐานข้อมูล (Big Data) ระหว่างหน่วยงาน ในข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ด้านการเงิน ด้านภาษี ด้านขนส่ง มาตรการป้องกันและปราบปราม รวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งเบาะแสสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน\\n\t(๒) มาตรการระยะสั้น คือ กรมบัญชีกลาง สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม \\n(สมอ.) ควรเป็นหน่วยงานหลักในการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือทุกส่วนราชการถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบอย่างถูกต้อง เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่ผลิตสินค้าที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ภายในประเทศ\\n\t(๓) มาตรการระยะยาว คือ ควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม สินค้าของผู้ประกอบการภายในประเทศ และสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจะต้องเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเท่านั้น \\n\t(๔) ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีพลังงานของประเทศ รวมทั้งการสนับสนุน จากภาครัฐและภาคเอกชน ในการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบที่สนับสนุนสินค้าของผู้ผลิตภายในประเทศ\\nที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)\\n\t\tดังนั้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยและประชาชนเสียโอกาสในการพัฒนาด้านพลังงาน ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้เกิดการจำหน่ายอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการสนับสนุนและต่อยอดในการพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงานของประเทศต่อไป","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [472,1148,13,"นางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย","นโยบายของรัฐบาล","การจัดตั้งหน่วยงานในการกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์","ปัจจุบันไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดกำกับดูแลสื่อที่ครบวงจรอย่างจริงจัง เนื่องจากมีการแบ่งหน้าที่การทำงานตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ได้แก่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลสื่อที่เป็นมาตรฐาน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ โทรคมนาคม แต่ไม่สามารถเข้ามาดูแลสื่อออนไลน์ได้ ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีหน้าที่ดูแลสื่อออนไลน์ แต่ไม่สามารถเข้าไปดูแลควบคุมเนื้อหาหรือคอนเทนต์ (Content) ได้ ทั้งนี้ สื่อสังคมออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเป็นอย่างมาก เช่น Facebook (เฟสบุ๊ค) Instagram (อินสตาแกรม) TikTok (ติ๊กต็อก) และ YouTube (ยูทูบ) ซึ่งไม่มี\\nการควบคุมใด ๆ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข่าวลือหรือข่าวที่มีข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง มีการเผยแพร่ภาพ \\nและเนื้อหาที่ไม่ปลอดภัย ไม่สร้างสรรค์ และหมิ่นประมาท ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้   \\n\t\t(๑) ขอให้จัดตั้งองค์กรที่มีสมรรถสูงที่สามารถตรวจสอบสื่อที่มีเนื้อหาอันตราย \\nเพื่อนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมาย\\n\t\t(๒) ส่งเสริมและสร้างมูลค่าเพิ่มของสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์\\n\t\t(๓) เสริมสร้างความรู้เท่าทันสื่อ เฝ้าระวังสื่อ โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก และเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป และมีช่องทางการร้องเรียนหรือรายงานเพื่อดำเนินการกับสื่อที่ไม่ปลอดภัย\\n\t\t(๔) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมพัฒนาเครือข่ายเพื่อการเข้าถึง และนำไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม \\n\t\t(๕) สื่อที่สร้างปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นสื่อที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ \\nเมื่อตรวจสอบพบการกระทำที่ไม่เหมาะสม กระบวนการยับยั้งจะทำได้ยาก จึงต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ\\nในการรายงานไปยังต้นทางของเจ้าของแอปพลิเคชัน (Application) และต้องมีข้อตกลงว่าหากมี\\nการรายงานจากหน่วยงานนี้จะต้องถูกถอดถอนและห้ามเผยแพร่ทันที หากมีการโต้แย้งรายงานให้มี\\nการพิสูจน์จนกว่าจะได้ข้อยุติ จึงจะกลับมาเผยแพร่ได้อีกครั้ง \\n\t \t(๖) ขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ\\nการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อขยายบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแลสื่อสังคมออนไลน์ และเร่งดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานด้านกำกับสื่อสังคม\\nออนไลน์อย่างจริงจัง รวมทั้งประสานงานกับบริษัทเจ้าของแอปพลิเคชัน (Application) โดยตรงในการหยุดยั้งสื่อที่มีปัญหาต่อสังคมและประเทศชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [473,1147,189,"นายอลงกต วรกี","กฎหมาย","โต้แย้งคำแถลงการณ์ กรณีการบริหารงานของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)","ได้ปรึกษาหารือปัญหาต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ เรื่อง ปัญหาการทุจริตในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) จากนั้นวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๗ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ได้เผยแพร่แถลงการณ์ตอบโต้ โดยผู้ขอปรึกษาหารือ\\nมีข้อสังเกตต่อกรณีการแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้\\n\t\t(๑) การที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนำเงินของมหาวิทยาลัย จำนวน ๑,๕๐๐ ล้านบาท ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เป็นระยะเวลา ๓ ปี มีกำไรมากกว่า ๒๐๐ ล้านบาท ได้มีการรายงานผล\\nจากการลงทุนต่อประชาคมมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชหรือจัดทำในรายงานประจำปี หรือไม่ อย่างไร และการนำเงินของมหาวิทยาลัยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์นั้นเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือระเบียบฉบับใด มีผู้รับรองหรือเห็นชอบในกฎ ระเบียบ ข้อบังคับเหล่านั้นหรือไม่ \\n \t \t(๒) การจัดทำโครงการพัฒนาระบบทดสอบออนไลน์ เป็นผลสืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประสบปัญหาไม่สามารถจัดสอบแบบเผชิญหน้าได้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา  ๒๐๑๙ (COVID – 19) โดยผู้รับจ้างจัดทำระบบดังกล่าว\\nเป็นบริษัทที่มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นกรรมการของบริษัทหรือไม่ และอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ อย่างไร\\n \t \t(๓) การยืมตัวอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมารักษาราชการตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชนั้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชมิได้ดำเนินการจัดทำหนังสือราชการที่ถูกต้องในการยืมตัวมาช่วยราชการ จึงอาจเท่ากับว่าบุคคลดังกล่าวได้รับเงินเดือน\\nและค่าตอบแทนจากมหาวิทยาลัย ๒ แห่ง ในห้วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นความผิดตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือไม่\\n \t \t(๔) การที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชชี้แจงว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน\\nได้แสดงความเห็นต่อรายงานการเงิน โดยให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งในรายงานนั้นมิได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการนำเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์\\n \t\t(๕) คำแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชไม่ระบุผู้ลงนามในคำแถลงการณ์ จึงไม่มีผู้รับผิดชอบและไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ\\n \t \t(๖) ในคำแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ปรากฏการยอมรับการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาล\\nในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชแต่อย่างใด ซึ่งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะไม่ใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหา\\nธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เพื่อควบคุมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช แต่ใช้พระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้ดำเนินการโต้แย้งคำสั่งทางปกครองถึง ๕ ครั้ง และไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ \\nโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้บริหารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช\\nไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาใช้คำสั่งหัวหน้า\\nคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาล\\nในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม\\nของกรรมการสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีการบริหารจัดการ\\nด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง และเป็นที่น่าเชื่อถือของสังคมต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [474,1146,85,"นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล","นโยบายของรัฐบาล","ข้อเสนอแนะต่อการจัดการภัยพิบัติ","เนื่องจากภัยพิบัติกรณีอุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ ประการหนึ่ง คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิประเทศ และภาวะโลกร้อน ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับพื้นที่ป่าลดลง การขยายตัวของเมือง การรุกล้ำลำน้ำ การก่อสร้างถนน การก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งการก่อสร้างเขื่อนในลุ่มน้ำโขงตั้งแต่ประเทศจีน ประเทศกัมพูชา และประเทศไทย เป็นต้น แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ ความไร้ประสิทธิภาพของระบบราชการ คือ การใช้หลักการรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ทำให้เกิดปัญหาซ้ำซากและรุนแรงมากขึ้น \\nไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ \\nและไม่ตรงต่อความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดังนั้น จึงมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี \\nและคณะรัฐมนตรี ดังนี้\\n \t\t(๑) เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติทั้งระบบอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุม\\nถึงการป้องกัน ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และเยียวยาประชาชนที่ประสบภัย โดยเน้นที่การป้องกันภัยพิบัติ\\nเป็นสำคัญ ตลอดจนเร่งรัดให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยในทุก ๆ ด้าน อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายด้านการเกษตร การประกอบอาชีพต่าง ๆ และการซ่อมแซม\\nที่อยู่อาศัย\\n \t\t(๒) เร่งแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติ ในการจัดการภัยพิบัติ \\nโดยการกระจายอำนาจการตัดสินใจและงบประมาณไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\n \t \t(๓) แก้ไขหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๓ ให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อประชาชนผู้ได้รับผลกระทบรุนแรง ดังนี้\\n \t \t “ข้อ ๕.๑ ด้านการดำรงชีพ ให้ดำเนินการช่วยเหลือเป็นสิ่งของหรือจ่ายเป็นเงิน \\nโดยคำนึงถึงสภาพและเหตุการณ์ตามความเหมาะสม...” ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐจะนำสิ่งของที่ไม่ตรง\\nตามความต้องการของประชาชนไปช่วยเหลือ จึงควรแก้ไขให้เป็นการช่วยเหลือประชาชนด้วยเงิน \\nเพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ สิ่งของจากภาครัฐต่อไป และ\\n \t\t “ข้อ ๕.๔ ด้านการเกษตร ให้ดำเนินการช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยพิบัติที่ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนกับหน่วยงานที่กำกับดูแลแต่ละด้านของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนเกิด\\nภัยพิบัติแล้วเท่านั้น...” ซึ่งสมควรช่วยเหลือเกษตรกรทุกรายที่ประสบภัยพิบัติอันเป็นที่ประจักษ์\\n\t\t(๔) เร่งแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่ละเมิดสิทธิชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมในการจัดการทรัพยากรและจำกัดการพัฒนาของชุมชนที่อยู่ในเขตป่าและอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประชาชนอยู่อาศัยก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ เช่น พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นต้น เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่และส่งเสริมให้ชุมชนในเขตป่าทำการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน น้ำ และป่า ให้อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งป้องกันน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม\\n \t\t(๕) เร่งดำเนินการกระจายอำนาจและงบประมาณสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ หรือองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินงานโดยไม่แสวงผลกำไร ให้มีส่วนร่วม\\nในการป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือฟื้นฟูภายหลังเหตุภัยพิบัติมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [475,1145,6,"นายกัมพล ทองชิว","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการซื้อเรือประมงจากโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบและการเปลี่ยนแปลงผังเมืองของจังหวัดสมุทรสาคร","๑. สืบเนื่องจากโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ หรือโครงการซื้อเรือประมงคืนจากชาวประมง ในสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในขณะนั้นมีการออกพระราชกำหนด\\nการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายให้เป็นไปตามกฎระเบียบสากล สอดคล้องกับมาตรการของสหภาพยุโรป (EU) ที่ได้ให้ความเห็นว่าไทยมีการทำประมงเกินระดับ\\nที่เหมาะสม โดยรัฐบาลขอความร่วมมือจากชาวประมงเพื่อให้เลิกหรือยุติการทำประมงโดยสมัครใจ\\nและรัฐบาลจะรับซื้อเรือคืน ซึ่งมีชาวประมงสมัครใจเข้าร่วมโครงการประมาณ ๒,๐๐๐ ลำ และได้มี\\nการสำรวจความถูกต้องของเรือประมงที่เข้าร่วมโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีเรือประมงที่เข้าข่าย\\nที่รัฐบาลจะรับซื้อเรือคืน จำนวน ๙๒๓ ลำ ซึ่งระยะเวลาล่วงเลยมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ได้มีชาวประมงออกมาร้องเรียน เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากโครงการดังกล่าว โดยขอให้เร่งรัดพิจารณาดำเนินโครงการรับซื้อเรือคืนโดยเร็ว ทั้งนี้ ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา (นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี) ได้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการประมงทะเลขึ้นมาตรวจสอบ โดยคณะกรรมการ ดังกล่าวได้มีข้อสรุปให้ดำเนินการตรวจสอบและเสนอเรื่องขึ้นมาใหม่ ซึ่งชาวประมงได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับการแก้ไขปัญหามาเป็นเวลา ๙ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๗ \\n๒. การเปลี่ยนแปลงผังเมืองของจังหวัดสมุทรสาคร โดยที่มาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้แก้ไขผังเมืองรวมเฉพาะบริเวณหรือเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งจะกระทำได้ใน ๒ กรณี คือ เมื่อสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป หรือเป็นไป\\nเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ จังหวัดสมุทรสาคร ในพื้นที่ ๔,๓๐๐ ไร่ โดยความริเริ่มของกระทรวงยุติธรรม เพื่อรองรับและส่งเสริมการจ้างงานผู้ต้องขัง โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานทั้งหมด จำนวน ๘ ขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว จำนวน ๓ ขั้นตอน ทั้งนี้ การดำเนินการที่ผ่านมามีการอ้างมติคณะรัฐมนตรีว่าให้สามารถดำเนินการได้ แต่จากการตรวจสอบพบว่า มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ไม่ได้กำหนดให้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่ให้พิจารณาจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เป้าหมาย ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง โดยมีรูปแบบการดำเนินการ คือ การจัดตั้งนิคมในเรือนจำ หรือจัดตั้งนิคมในเขตราชพัสดุของหน่วยงานอื่น หรือจัดตั้งนิคมในพื้นที่ของเอกชน \\n\t\tโดยพื้นที่การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ดังกล่าว อยู่ในเขตผังเมืองรวมจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งถูกกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรมหรือ\\nเขตสีเขียว ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมหรือเขตสีขาว การดำเนินการขอแก้ไขการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและประกอบอุตสาหกรรม ทำให้มีประชาชนออกมาคัดค้านร่วมลงชื่อเพื่อร้องทุกข์ โดยจะยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาต่อไป เนื่องจาก\\nลุ่มน้ำท่าจีนเป็นลุ่มน้ำที่มีคุณภาพต่ำที่สุดในลุ่มแม่น้ำต่าง ๆ ที่ไหลลงสู่อ่าวไทย ปัจจุบันจังหวัดสมุทรสาคร\\nมีนิคมอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก และนิคมอุตสาหกรรมที่จะตั้งขึ้นใหม่มีที่ตั้งอยู่ติดทะเลและป่าชายเลน พื้นที่ด้านซ้ายและขวาเป็นพื้นที่ทำนาเกลือ ดังนั้น การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว จะทำให้น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อชาวประมงและนาเกลืออย่างรุนแรง เพราะในปัจจุบันถึงแม้\\nยังไม่มีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมขึ้นใหม่ ยังมีผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยในฤดูหนาว \\nมีลมที่พัดจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตก ทำให้น้ำเสียหรือน้ำคุณภาพต่ำจากแม่น้ำท่าจีนไหลไปยังจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในขณะที่ในฤดูฝน น้ำเสียหรือ\\nน้ำคุณภาพต่ำจะพัดเข้าทางกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดชลบุรี ","นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [476,1144,127,"พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล","จากอุบัติเหตุทางถนนถือเป็นปัญหาสำคัญที่ควรเร่งแก้ไข เนื่องจากทุก ๑ ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๒ คน และใน ๒๔ ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติทางถนน จำนวน ๔๘ – ๕๐ คน ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๙,๘๑๑ คน และบาดเจ็บ จำนวน ๕๖๖,๘๐๓ คน ตามแผนแม่บท\\nความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๗๐ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ ประเทศไทยตั้งเป้าหมาย\\nการดำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้เหลือ จำนวน ๙,๘๐๐ คน แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงสูงกว่าเป้าหมายเกือบ ๔,๐๐๐ คน สาเหตุการเสียชีวิต\\nจากอุบัติเหตุทางถนน ร้อยละ ๘๐ มาจากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย \\nเมื่อเปรียบเทียบระหว่างความทุ่มเทในการจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนกับการบริหารจัดการ\\nโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) นั้น กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ประเทศไทยจัดสรรงบประมาณสำหรับการแก้ไขปัญหาไว้ จำนวน ๑.๕ ล้านล้านบาท ในขณะที่\\nปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังขาดมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการอย่างจริงจัง ทั้งนี้ การลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสามารถกระทำได้ หากมีความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการ โดยมีแนวทางในการแก้ไข ดังนี้\\n\t\t(๑) การสวมหมวกนิรภัย : ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยสวมหมวกนิรภัย การเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งหากสามารถบังคับใช้กฎหมายให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยได้ ร้อยละ ๑๐๐ จะสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้ประมาณ ๗,๐๐๐ คน\\n\t\t(๒) การไม่ขับขี่ขณะมึนเมา : การบังคับใช้กฎหมายเรื่องเมาไม่ขับแก่ผู้ขับยานยนต์และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด การไม่ขับขี่ขณะมึนเมา จะสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้ถึง ๕,๐๐๐ คน \\n\t\t(๓) การควบคุมความเร็ว : ผู้ขับขี่ต้องไม่ขับเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด \\n \tประการสำคัญ คือ การขยายระยะเวลาปิดสถานบันเทิง ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตีสี่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่นำร่อง ๕ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งผลกระทบต่อปัญหาสังคม\\n\\n\\n\\nปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการทะเลาะวิวาท และปัญหาอุบัติเหตุ สร้างความเดือดร้อนรำคาญ สร้างภาระงาน\\nให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลป้องกันเหตุร้าย และโรงพยาบาลในการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนถนน ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตจำนวนมาก สาเหตุหลัก\\nมาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่ยานยนต์ ซึ่งหากประเทศไทยลงทุนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางถนนให้แก่ประชาชนจะเกิดความคุ้มค่าอย่างมาก เพราะสามารถลดการเกิดอุบัติเหตุและในระยะยาวจะลดการเสียชีวิตได้ถึง ๗,๕๐๐ คนต่อปี จึงขอเสนอมาตรการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน ดังนี้\\n\t(๑) ไม่ควรสนับสนุนให้มีการเพิ่มพื้นที่ในการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังเที่ยงคืน \\n \t(๒) ควรยกเลิกการขยายเวลาที่ได้ดำเนินการแล้ว เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งความพิการและค่าใช้จ่ายสาธารณะที่ต้องแบกรับ \\n\tดังนั้น จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอย่างจริงจังในการลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2567,"2024-09-03T00:00:00"],
    [477,1143,46,"นายเดชา นุตาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบโครงข่ายแหล่งน้ำบึงตาสังเชื่อมต่อคลองบ้านท่าจันทร์","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวนาในพื้นที่ตำบลตาขีด อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ กรณีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินโครงการ\\nอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบโครงข่ายแหล่งน้ำบึงตาสังเชื่อมต่อคลองบ้านท่าจันทร์ วงเงินงบประมาณ \\nจำนวน ๑๘,๙๐๒,๘๕๙ บาท แต่ชาวบ้านยังไม่ได้ใช้น้ำจากระบบจ่ายน้ำตามโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เนื่องจากการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่ชาวบ้านได้จัดทำประชาคม ปัจจุบันได้มี\\nการนำเอกสารมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงนามรับงานการก่อสร้าง เพื่อจะนำงบประมาณ\\nขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปซ่อมบำรุงรักษา จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบโครงการดังกล่าวว่ามีการก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [478,1140,109,"นายมังกร ศรีเจริญกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","1.เรื่อง การก่อสร้างถนนเข้าโรงเรียนบ้านน้ำสอดสาขาน้ำเพาะ อำเภอทุ่งช้าง  จังหวัดน่าน และปัญหาอุทกภัยในจังหวัดน่าน","1. เรื่อง การก่อสร้างถนนเข้าโรงเรียนบ้านน้ำสอดสาขาน้ำเพาะ อำเภอทุ่งช้าง \\nจังหวัดน่าน \\n \t\tสืบเนื่องจากถนนทางเข้าโรงเรียนบ้านน้ำสอดสาขาน้ำเพาะ อำเภอทุ่งช้าง \\nจังหวัดน่าน เมื่อถึงฤดูฝนหรือฤดูน้ำหลาก ผิวถนนจะมีสภาพเป็นดินโคลนและลื่น ส่งผลต่อการสัญจร\\nของประชาชนและเด็กนักเรียนที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าว ที่ผ่านมาได้ดำเนินการของบประมาณเพื่อก่อสร้างถนนเส้นนี้มาแล้วเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด โดยได้มีการจัดทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้   \\n \t\t- วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ องค์การบริหารส่วนตำบลและ และอำเภอทุ่งช้าง \\nได้ดำเนินการจัดทำคำขอรับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๙,๖๑๘,๐๐๐ บาท เพื่อก่อสร้างถนนลาดยางขนาดกว้าง ๖ เมตร ระยะทาง ๒,๔๙๘ เมตร \\n \t\t- วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๗ อำเภอทุ่งช้าง ได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ สำหรับก่อสร้างถนนลาดยางเส้นทางดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง\\n \t\t- วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน (สปก.) จังหวัดน่าน ได้มีหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและ เพื่อแจ้งว่าหากการก่อสร้างถนนไม่รุกล้ำพื้นที่ของ สปก. \\nสามารถดำเนินการก่อสร้างได้โดยไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตจาก สปก. \\n \t\t- วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๗ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลและ ได้มีหนังสือ\\nถึงผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่\\nในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \\n 2.เรื่อง ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดน่าน\\n \t\tจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือ ส่งผลให้ประชาชนในจังหวัดน่าน\\nได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน ๓ คน โดยจังหวัดน่าน \\nได้ขอความอนุเคราะห์ ดังนี้\\n \t\t๑) ทีมเยียวยาด้านจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัย\\n \t\t๒) ยาและเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ยาแก้คัน ยาหยอดตา ยาฆ่าเชื้อ และชุดทำแผล เป็นต้น\\n \t\t๓) วัสดุอุปกรณ์สำหรับการฟื้นฟู เช่น ถุงดำ สารส้ม คลอรีน และรองเท้าบูธ เป็นต้น \\n \t\tอนึ่ง การช่วยเหลือและเยียวยาจากทางภาครัฐ ขอให้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนเพื่อให้เข้าถึงการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาได้อย่างสะดวก\\nและรวดเร็ว ในการนี้ จึงขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยโดยเร่งด่วน\\n","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [479,1139,73,"นายนิสิทธิ์ ปนกลิ่น","นโยบายของรัฐบาล","ติดตามการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา","จากโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า \\nจังหวัดพังงา มีปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการทำทางเชื่อมขึ้นสะพาน จึงไม่สามารถดำเนินการได้แม้ว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ทำให้ประชาชนในพื้นที่ นักเรียน ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม\\nและนักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากการเดินทางข้ามฟากในช่วงมรสุมเป็นไปด้วย\\n\\n\\nความยากลำบาก และการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเป็นไปด้วยความล่าช้า ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา ประกอบด้วย ๒ ส่วน ได้แก่\\n \t\tส่วนที่หนึ่ง สะพานข้ามเกาะ ซึ่งไม่พบปัญหาในการดำเนินการก่อสร้าง\\n \t\tส่วนที่สอง เส้นทางเข้าสู่สะพาน พบปัญหาในส่วนของที่ดินที่ใช้ก่อสร้าง เนื่องจากพื้นที่ที่ก่อสร้างเป็นป่าชายเลน จึงต้องประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)  และผลกระทบ\\nด้านผังเมือง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่\\n \t๑๒.๒ เรื่อง การผลักดันการพัฒนาท่าเทียบเรืออันดามันในจังหวัดพังงา\\n\t\tสืบเนื่องจากจังหวัดพังงามีเส้นทางการท่องเที่ยวอันดามันที่สำคัญและติดอันดับความสวยงามระดับโลก ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เกาะตาชัย และอุทยานแห่งชาติ\\nหมู่เกาะสุรินทร์ โดยการเดินทางเพื่อชมความสวยงามของธรรมชาติในหมู่เกาะต่าง ๆ จะมีท่าเทียบเรือ จำนวน ๓ แห่ง ประกอบด้วย ๑) ท่าเทียบเรือทับละมุ ๒) ท่าเทียบเรือบ้านน้ำเค็ม และ ๓) ท่าเทียบเรือคุระบุรี ซึ่งท่าเทียบเรือทั้ง ๓ แห่ง ถือเป็นท่าเรือสำคัญในการรองรับนักท่องเที่ยว จำนวน  ๑,๐๐๐ คนต่อวัน ปัจจุบันมีสภาพชำรุด ทรุดโทรม ไม่เอื้ออำนวยต่อการเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการพัฒนาท่าเทียบเรืออันดามันในจังหวัดพังงา เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น\\nในอนาคต ส่งเสริมการท่องเที่ยว และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวมากขึ้น","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [480,1138,194,"นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขยายสะพานข้ามแม่น้ำตาปี","เนื่องจากสะพานข้ามแม่น้ำตาปีเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างฝั่งตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับฝั่งชุมชนบางใบไม้ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า ปัจจุบันสะพานศรีตาปี ซึ่งเป็นสะพานเชื่อม\\nตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานีกับพื้นที่ชุมชน ซึ่งก่อสร้างโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ \\nเปิดใช้งานมาแล้วเป็นระยะเวลา ๓๑ ปี ปัจจุบันมีความคับแคบ ผิวการจราจรไม่เพียงพอต่อการสัญจร\\nของยานพาหนะ ประกอบกับพื้นที่ชุมชนมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในฝั่งตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปฝั่งชุมชน\\nบางใบไม้ มีการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน โรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชุมชนคลองร้อยสาย ตลาดน้ำประชารัฐบางใบไม้ อุโมงค์ต้นจาก และแหล่งปลูกกระท้อนห่อตำบลคลองน้อย เป็นต้น ประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ในชุมชนดังกล่าวมีไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ คน เนื่องจากพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี มีจำนวน ๑๑ ตำบล อยู่บนฝั่ง ๕ ตำบล และฝั่งในบางใบไม้ จำนวน ๖ ตำบล \\nจนได้ชื่อเรียกขานว่า เมือง ๕ บก ๖ น้ำ โดยในฝั่งชุมชนบางใบไม้ ประกอบไปด้วย ตำบลบางใบไม้ \\nตำบลบางชนะ ตำบลบางไทร ตำบลบางโพธิ์  ตำบลคลองน้อย และตำบลคลองฉนาก โดยในช่วงเวลาเร่งด่วนการจราจรจะติดขัดต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการจราจรในเส้นทางอื่น ๆ  สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ตลอดจนถึงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในชุมชน\\nบางใบไม้ใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง โดยนายกเทศมนตรีได้มีการเพิ่มพื้นผิวการจราจร\\nฝั่งสะพานอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ซึ่งสามารถบรรเทาการจราจรติดขัดได้พอสมควร แต่การขยายสะพานจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้การจราจรของประชาชนในพื้นที่ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง \\nเป็นการลดระยะเวลาการเดินทางไปสนามบินนานาชาติสุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติเขาสก เขื่อนรัชชประภา และจังหวัดใกล้เคียง เพราะทางหลวงชนบทได้มีการก่อสร้างถนนรองรับไว้แล้ว อีกทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด\\nสุราษฎร์ธานี ได้มีหนังสือจังหวัดสุราษฎร์ธานี ด่วนที่สุด ที่ สฎ ๐๐๑๗.๒/๑๓๘๙๕ ลงวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนการดำเนินโครงการศึกษาความเหมาะสม ผลกระทบ\\nทางสิ่งแวดล้อม และออกแบบสะพานข้ามแม่น้ำตาปี อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี \\nไปยังอธิบดีกรมทางหลวงชนบทด้วยแล้ว ดังนั้น ขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการตรวจสอบและเร่งรัดโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์\\nด้านการคมนาคม ด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวอย่างสูงสุด","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [481,1137,197,"นายอิสระ บุญสองชั้น","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากราคาโคตกต่ำ","ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากราคาโคตกต่ำ\\n \tเนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโครายย่อยประสบปัญหาการระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ทำให้โคล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน\\nการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน โดยภาครัฐให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่ได้รับผลกระทบ\\nจากการระบาดของโรคลัมปี สกิน ด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามอายุของโค ในขณะที่ฟาร์มเลี้ยงโคขนาดใหญ่หรือผู้เลี้ยงโคที่มีเงินทุนมากสามารถสั่งซื้อวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปี สกิน \\nจากประเทศเพื่อนบ้านได้ นอกจากปัญหาดังกล่าวข้างต้น เกษตรกรผู้เลี้ยงโคยังประสบปัญหาราคาโคตกต่ำแต่เนื้อโคสดยังคงมีราคาเท่าเดิมและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องเลิก\\nการเลี้ยงโค จึงขอหารือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาราคาโคตกต่ำโดยเร็ว","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [482,1136,170,"นายสุทิน แก้วพนา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดแพร่","จากร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาร์และประเทศลาวทำให้ฝนตกหนัก และฝนตกสะสมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน ส่งผลทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำล้นตลิ่ง ประกอบกับในพื้นที่จังหวัดพะเยา เกิดฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแม่น้ำยม ทำให้อัตราการไหลของน้ำจากอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ลงสู่พื้นที่ของจังหวัดแพร่ จำนวน ๑,๖๘๖ ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งเกินกำลังที่เขื่อนแม่ยมจะรองรับได้ ทำให้ต้องระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ส่งผลทำให้จังหวัดแพร่เกิดน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และสถานศึกษา ได้รับความเสียหาย ดังนี้  \\n \t๑) พื้นที่ได้รับผลกระทบ ๘ อำเภอ ๔๐ ตำบล ๒๐๒ หมู่บ้าน ๑๕ ชุมชน ๑๖,๖๒๓ ครัวเรือน\\n \t๒) ประชาชนเสียชีวิต ๒ ราย  \\n \t๓) สะพานข้ามลำน้ำยมบริเวณบ้านวังดิน อำเภอสอง ขาดไม่สามารถสัญจรได้\\n \t๔) พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประกอบด้วย (๑) นาข้าว จำนวน ๑,๑๗๒ ไร่ (๒) พืชไร่ จำนวน ๑๐,๓๑๓ ไร่ (๓) สวน จำนวน ๑๕๓ ไร่ และ (๔) บ่อปลา จำนวน ๔ บ่อ  \\n \t๕) หน่วยงานและสถานศึกษา ได้รับความเสียหายประกอบด้วย (๑) หน่วยงาน\\nทางการศึกษา ๒ แห่ง (๒) สถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ๑๕ แห่ง และ (๓) สังกัดอื่น ๆ ๔ แห่ง \\n \tทั้งนี้ จากการพบปะประชาชน ผู้บริหารสถานศึกษาและครู ได้ระดมความคิดเห็น\\nและเสนอแนวทางป้องกันน้ำท่วม ดังนี้\\n \t๑) เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาพื้นที่ป่าไม้จากการบุกรุกพื้นที่เพื่อการเกษตร และการป้องกันไฟป่า  \\n \t๒) ศึกษาทบทวนการสร้างเขื่อนขนาดกลาง อ่างเก็บน้ำ หรือฝายชะลอน้ำในแม่น้ำ\\nสาขาของแม่น้ำยม เพื่อป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งควรทบทวนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร  \\n \t๓) เร่งดำเนินการสำรวจข้อมูลการให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย รวมถึงครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด  \\n \t๔) เร่งดำเนินการสำรวจข้อมูลเพื่อขอใช้จ่ายงบกลางในการช่วยเหลือและเยียวยา\\nน้ำท่วมรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วนในการซ่อมแซมถนน สะพาน วัสดุ ครุภัณฑ์ รวมถึงอาคารสถานที่ \\n \t๕) ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ Smart Devices สำหรับการเรียนออนไลน์แก่นักเรียนยากจนตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา \\n \t๖) กรณีการยกเลิกครูเวรตามมติคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๓\\nมกราคม ๒๕๖๗ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานควรพิจารณาปรับปรุงคู่มือหรือมาตรการป้องกันอุบัติภัยในสถานศึกษาให้มีความเหมาะสม\t","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [483,1135,174,"นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจราจรบริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี","โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ตั้งอยู่ที่ หมู่ ๑๐ ตำบลบางกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นโรงเรียนรัฐบาลประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี มีนักเรียนจำนวนหลายพันคน โดยช่วงเวลารับ - ส่ง นักเรียนของผู้ปกครอง ในเวลาเช้าและเวลาเย็นของทุกวัน จะเกิดปัญหาการจราจรติดขัดอย่างมาก \\nการเดินทางมายังบริเวณโรงเรียนเพื่อรับ - ส่ง นักเรียน ใช้ระยะเวลาในการเดินทางเป็นชั่วโมง ซึ่งเรื่องนี้\\nเป็นปัญหาติดต่อกันมานานหลายปีแต่ไม่ได้รับการแก้ไข จากปัญหาดังกล่าวจึงนำไปสู่การปรึกษาหารือ\\nของผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน พบว่าสาเหตุของจราจรติดขัด\\nมาจากการจอดรถริมทางบริเวณโรงเรียน ประกอบกับการก่อสร้างทางเท้าหรือฟุตบาทที่มีขนาดใหญ่ \\nทำให้สูญเสียพื้นที่ผิวการจราจร จึงได้มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n \t๑) โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์เส้นทางจราจรเข้า - ออก บริเวณรอบโรงเรียน ซึ่งสามารถเข้า - ออก ได้จำนวน ๓ ทาง เพื่อลดความแออัดและการกระจุกตัวของการจราจร\\n \t๒) ควรมีการเพิ่มหรือคืนพื้นที่ผิวการจราจร และบังคับห้ามจอดรถในบริเวณใกล้โรงเรียน\\n \t๓) ควรพิจารณาปรับปรุงและจัดระบบการจราจร โดยให้เดินรถแบบเดินรถทางเดียว(One Way) บริเวณรอบโรงเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด\\n \tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [484,1134,146,"นายเศรณี อนิลบล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืนและการบริหารจัดการน้ำ","ด้วยขณะนี้หลายจังหวัดของประเทศไทยประสบกับปัญหาอุทกภัย อันสืบเนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ทำให้มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก มวลน้ำไหลเข้าท่วมขังในหลายพื้นที่\\nของจังหวัดทางภาคเหนือ อาทิ จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน โดยมวลน้ำ\\nจะไหลต่อไปยังจังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก\\nทำให้เกิดคำถามจากประชาชนว่าทำอย่างไร จึงจะป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้ และเป็นที่คาดหมายได้ว่าภายหลังจากนี้อีกเพียง ๒ เดือน เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ประชาชนจะประสบกับปัญหาภัยแล้ง ซึ่งรัฐบาลจะต้องหาแหล่งน้ำ และลำเลียงน้ำช่วยพื้นที่ที่ประสบภัยแล้ง มูลค่าความเสียหายมหาศาล ต้องจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัยปีละไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท ภาพที่เห็นทุกปี คือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี \\nและผู้ว่าราชการจังหวัด มอบอาหารและถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาระดับประเทศที่เกิดขึ้นวนเวียนซ้ำซากทุกปี สาเหตุสำคัญ คือ ประเทศไทยไม่มีระบบบริหารจัดการน้ำ\\nอย่างเป็นระบบ แม้ว่ารัฐบาลจะได้มีการจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ขึ้นมา\\nเพื่อดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นความหวังของประชาชนที่จะมา\\nแก้ไขปัญหา โดย สทนช. ได้จัดตั้งขึ้นมาหลายปี แต่กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น จึงควรพิจารณาทบทวนภารกิจของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ อาทิ สทนช. กรมชลประทานและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่าจะดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งได้อย่างไร โดยรัฐบาลควรจัดทำแผนที่สามารถใช้บริหาร\\nจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบได้อย่างแท้จริง สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง\\nให้หมดสิ้นไปได้สำเร็จ\\n \tพร้อมกันนี้ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ได้เสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๓๘ ขอให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง\\nการแก้ปัญหาภัยพิบัติและอุทกภัยอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ ทั้งนี้ เพื่อเสนอแนะแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบที่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างแท้จริงไปยังรัฐบาล\\n \tกรณีตามข้อหารือดังกล่าว เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำ\\nเพื่อให้เกิดการบูรณาการการใช้น้ำ และเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อรัฐบาล \\nสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมชลประทาน ดังนั้น จึงเห็นสมควรส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อพิจารณา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [485,1133,3,"ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์","สถานการณ์บ้านเมือง","โรคระบาดฝีดาษลิง ","1.เรื่อง โรคระบาดฝีดาษลิง\\n \t\tเนื่องจากโรคฝีดาษลิงกำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศของทวีปแอฟริกาและประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนป้องกัน จึงขอหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและรับมือโรคฝีดาษลิง ว่ามีการเตรียมความพร้อมและมีมาตรการป้องกันหรือไม่ อย่างไร\\n \t\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอ\\nต่อกระทรวงสาธารณสุข จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณา\\n2.เรื่อง การเข้าถึงอาวุธร้ายแรงในประเทศไทย \\n \t\tเนื่องจากมีตัวแทนบริษัทแห่งหนึ่งของประเทศจีนได้เดินทางมายังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อจัดทำเนื้อหา (Content) เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาฝึกยิงปืนยาว (Rifle) ในประเทศไทย โดยเมื่อบุคคลดังกล่าวเดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีกลุ่มคนไปยืนต้อนรับ มอบดอกไม้\\nพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์ให้การคุ้มกัน และกั้นทางเดินของผู้โดยสารอื่นทั่วไปเพื่อให้บุคคลดังกล่าว\\nเดินได้อย่างสะดวก พร้อมทั้งมีรถนำขบวน ทำให้ประชาชนที่พบเห็นเกิดความสงสัยว่าเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น\\nในประเทศไทยได้อย่างไร ซึ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการพิจารณาหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [486,1132,130,"นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาเศรษฐกิจ","เนื่องจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยสามารถจำแนกออกเป็น ๓ มิติ ดังนี้\\n \tมิติที่หนึ่ง โครงสร้างเศรษฐกิจ ปัจจุบันสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยปี ๒๕๖๗ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๑.๔ ต่อผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ (GDP) โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดในรอบทศวรรษ หากรวมหนี้นอกระบบอาจเกินร้อยละ ๑๐๐ และมีหนี้ครัวเรือนเกินร้อยละ ๘๐ ซึ่งเป็นหนี้ที่เกิดจากการอุปโภค บริโภค ถือเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และนับวันยิ่งมีจำนวนหนี้เพิ่มมากขึ้น \\nตราบใดที่เศรษฐกิจฐานรากยังไม่ฟื้นตัว ภาระหนี้ที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจของประเทศ \\nดังนั้น การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ เช่น มาตรการการคิดอัตราดอกเบี้ย\\nสำหรับประชาชนที่เป็นลูกหนี้อย่างเป็นธรรม และการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับประชาชน จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินในระยะยาวได้ สำหรับหนี้ภาคธุรกิจที่สำคัญ คือ วิสาหกิจขนาดกลาง\\nและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SME) ต่างประสบปัญหาต้นทุนที่มีราคาสูง \\nแต่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำ สาเหตุมาจากปัจจัยการผลิต เช่น ไฟฟ้า น้ำมัน และต้นทุนภาคการเกษตร\\nที่มีราคาสูง ในขณะที่ภาระหนี้ไม่ลดลงแต่เกิดปัญหาหนี้นอกระบบอันเนื่องจากปัญหาการเข้าไม่ถึง\\nแหล่งเงินทุนสำหรับภาคธุรกิจ SME \\n \tประการต่อมา คือ ปัญหาธุรกิจจากกลุ่มทุนจีนที่ปัจจุบันได้เข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มขายสินค้าจากผู้ผลิตที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าได้สินค้าราคาถูกเท่านั้น แต่จะพบ\\nหุ้นส่วนทางธุรกิจที่เป็นคนจีนได้ทุกพื้นที่ในประเทศ ครอบคลุมธุรกิจทั้งค้าปลีก ค้าส่ง รับเหมาก่อสร้าง \\nและอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลกระทบให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยลดจำนวนลงเป็นอย่างมาก \\nเพราะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ มีข้อจำกัดหลายประการ\\nทำให้ดำเนินการได้อย่างยากลำบาก\\n \tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาหารือกับนานาประเทศ เพื่อสร้างการค้าที่เสรี\\nและเป็นธรรมอย่างแท้จริง เช่น สัญญาแบบรัฐต่อรัฐ (Government to Government Contract : G to G) ซึ่งจะสร้างความเท่าเทียมให้กับผู้ประกอบการของไทย รัฐบาลควรมีนโยบายที่เป็นระบบและเป็นวงจรต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถฟื้นตัวได้ นอกจากนี้รัฐต้องแสวงหาตลาดใหม่ และให้ความสำคัญ\\nกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) รวมทั้งการลงทุนโดยตรง\\nในประเทศ (Thai Direct Investment Abroad : TDI) ซึ่งเป็นจุดแข็งในการสร้างความยั่งยืนให้กับ\\nภาคธุรกิจไทย\\n  \tมิติที่สอง โครงสร้างด้านประชากร เนื่องจาก “คน” คือ ทรัพยากรอันทรงคุณค่า\\nของโลกและเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทุกมิติ ทั้งนี้ สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) มีความสำคัญ\\nเพราะผู้สูงอายุ คือ บุคคลคุณภาพอันทรงคุณค่า\\n \tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนกฎหมายแรงงานอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ และสนับสนุนให้หน่วยงานปรับกลยุทธ์ เพื่อดึงศักยภาพจากคลังสมองของผู้สูงอายุ\\nให้สามารถช่วยพัฒนาประเทศ และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรขับเคลื่อนได้เช่นกัน\\n  \tมิติที่สาม ทางการเมือง เนื่องจากประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง\\nและนโยบายตลอดเวลา จึงขอให้รัฐบาลคำนึงว่า “ศรัทธาของประชาชนต้องไม่สูญเปล่า”","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [487,1131,128,"นางวาสนา ยศสอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนจากอุทกภัยและการเยียวยาประชาชน","สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านเป็นอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ ๑๐๐ ปี โดยข้อมูล\\\\nจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน รายงานว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหายครอบคลุม ๑๒ อำเภอ \\\\nประชาชนได้รับผลกระทบ จำนวน ๖๗ ตำบล ๔๔๓ หมู่บ้าน ๒๒,๔๐๐ ครัวเรือน โดยมีประชาชนได้รับ\\\\nความเดือดร้อนกว่า ๕๖,๐๐๐ คน และมีผู้เสียชีวิต ๓ คน และยังมีความเสียหายที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ \\\\nเช่น พื้นที่การเกษตร บ้านเรือน ทรัพย์สิน และสาธารณูปโภคต่าง ๆ\\\\n\\\\n\\\\n  \tอนึ่ง การเกิดอุทกภัยยังส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต ความเครียด \\\\nความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า ของประชาชนผู้ประสบภัย ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ\\\\nทั้งในระยะสั้นและระยาว พร้อมกันนี้ ยังส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ กล่าวคือ แหล่งท่องเที่ยว โบราณสถาน \\\\nและโบราณวัตถุ ได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าน้ำจะลดลงแต่ยังคงต้องดำเนินการเพื่อเร่งฟื้นฟู\\\\n \tดังนั้น จึงขอหารือในประเด็น ดังต่อไปนี้\\\\n \tประเด็นที่หนึ่ง วุฒิสภามีแนวทางดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย\\\\nในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา และจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างหรือไม่ อย่างไร\\\\n \tประเด็นที่สอง ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการวางแผนป้องกันอุทกภัยอันเกิดจากมวลน้ำจากภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง ที่จะไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลาง ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงและลด\\\\nความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุด\\\\n \tประเด็นที่สาม ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดภาคเหนือตอนบนโดยเร่งด่วน เพื่อให้สามารถรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน \\\\n- เดือนมกราคม ซึ่งประชาชนในพื้นที่จะมีรายได้จากการท่องเที่ยว อันเป็นการเยียวยาความเสียหาย\\\\nจากอุทกภัยได้อีกทางหนึ่ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [488,1130,189,"นายอลงกต วรกี","กฎหมาย","ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช","มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้มีการจัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “อาหาร ศรัทธา พัฒนาครอบครัว” โดยนายกรัฐมนตรีจะได้กล่าวแสดงความยินดีและกล่าวนำในหัวข้อ \\n“ซอฟต์พาวเวอร์กับความสำคัญของอาหารไทย” นั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำของฝ่ายบริหาร \\nได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งอาจแสดงถึงการขาดธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง จึงขอให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n \t\t\t\t๑) สภามหาวิทยาลัยได้นำเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย จำนวน ๕,๕๐๐ ล้านบาท \\nไปลงทุนในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t\t\t๒) การจัดทำโครงการทดสอบออนไลน์ อาจมีการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้บริหาร\\nของมหาวิทยาลัย หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t\t\t๓) การยืมตัวบุคลากรจากมหาวิทยาลัยอื่นมารักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัย\\nสุโขทัยธรรมาธิราชมีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร \\n \t\t\t\t๔) ระบบการเงินและการบัญชีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในระยะ ๓ ปีที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้แจ้งไว้ หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t\t\tจากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการตรวจสอบ\\nและเร่งดำเนินการแต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และดำเนินการ\\nตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [489,1129,95,"นายพละวัต ตันศิริ","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารจัดการปัญหาอุทกภัย","เนื่องจากหลายจังหวัดทางภาคเหนือได้ประสบปัญหาอุทกภัยรุนแรง ก่อให้เกิด\\nความเสียหายเป็นอย่างมาก ได้แก่ \\n \t\t\t- จังหวัดเชียงราย มีน้ำท่วมในพื้นที่ ๓๐๖ หมู่บ้าน ๔๗ ตำบล ๑๕ อำเภอ ส่งผลกระทบ\\nต่อประชาชน จำนวน ๗,๒๙๔ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๒ คน   \\n \t\t\t- จังหวัดน่าน มีน้ำท่วมในพื้นที่ ๔๑๒ หมู่บ้าน ๖๕ ตำบล ๑๑ อำเภอ ส่งผลกระทบ\\nต่อประชาชน จำนวน ๑๐,๕๑๗ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๓ คน   \\n \t\t\t- จังหวัดพะเยา มีน้ำท่วมในพื้นที่ ๓๑๓ หมู่บ้าน ๔๐ ตำบล ๖ อำเภอ ส่งผลกระทบ\\nต่อประชาชน จำนวน ๓,๕๐๐ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๒ คน\\n \t\t\t- จังหวัดแพร่ มีน้ำท่วมในพื้นที่ ๑๐๒ หมู่บ้าน ๒๓ ตำบล ๕ อำเภอ ส่งผลกระทบ\\nต่อประชาชน จำนวน ๓๘๓ ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๒ คน\\nโดยน้ำจากทางภาคเหนือได้ไหลต่อไปยังจังหวัดสุโขทัยและได้ท่วมพื้นที่จังหวัดสุโขทัยแล้ว จำนวน ๑๐ หมู่บ้าน ๑๐ ตำบล ๔ อำเภอ ส่งผลกระทบต่อประชาชน จำนวน ๑๔๖ ครัวเรือน แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้ร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย\\nเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยในอนาคตมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น \\nจึงขอเสนอแนะมายังรัฐบาล ดังนี้\\n \t\t\t๑) ควรประสานการใช้เทคโนโลยีในทุกขั้นตอน ทั้งการเตรียมการระวังภัยต่าง ๆ การจัดการสถานการณ์ และการบริหารเยียวยา \\n \t\t\t๒) ควรดำเนินการปรับปรุงกฎ ระเบียบ การบริหารจัดการ และการให้อำนาจต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องและเอื้ออำนวยกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้ประโยชน์\\n \t\t\t๓) ควรนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผล เพื่อศึกษาและถอดบทเรียนขั้นตอนในการรับมือ\\nกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ให้มีประสิทธิภาพ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",7,2567,"2024-08-27T00:00:00"],
    [490,1127,40,"นายโชติชัย บัวดิษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การกำจัดกากสารเคมีในโรงงานของ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด และการแก้ปัญหาน้ำท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๖  ","1.จากเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๗ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงาน\\\\nของบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านหนองพะวา ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง \\\\nโดยโรงงานแห่งนี้เก็บถังสารเคมีจำนวนมาก จนทำให้มีเสียงระเบิดดังขึ้นติดต่อกันยาวนานหลายชั่วโมง \\\\nมีควันสีดำลอยขึ้นไปในอากาศ ก่อให้เกิดมลพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ประชาชนในพื้นที่\\\\nได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งบัดนี้ ระยะเวลาผ่านมากว่า ๑๐๐ วัน หน่วยงานภาครัฐ\\\\nยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว\\\\n2.ปัญหาน้ำท่วมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๖ บริเวณเข้าตัวเมือง\\\\nจังหวัดระยอง ส่งผลให้ตัวเมืองจังหวัดระยองซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจของจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วม \\\\nส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุน โดยจังหวัดระยองและองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง \\\\nได้ดำเนินการศึกษาวิจัยปัญหาดังกล่าวและได้ข้อสรุปแนวทางแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงขอให้\\\\nกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการประสานกับจังหวัดระยองและองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว\\\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [491,1126,59,"นายนพดล พริ้งสกุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาขยะชุมชน หมู่ที่ 7 อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี","ปัจจุบันพื้นที่ชุมชน หมู่ที่ ๗ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประสบปัญหา\\nขยะมูลฝอยสะสมทับถมเป็นเวลานาน มีทั้งขยะมูลฝอยทั่วไปที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ขยะมูลฝอย\\nที่ทิ้งลงในทะเล และขยะมูลฝอยที่ลมพัดพามา รวมถึงซากเรือที่ปล่อยทิ้งให้ผุพัง โดยที่ผ่านมามีการก่อสร้างบ่อเก็บขยะ ซึ่งใช้งบประมาณมากถึง ๔๖ ล้านบาท แต่ประสิทธิภาพการใช้งานไม่คุ้มค่า \\nและมีค่าใช้จ่ายในการขนขยะจากฝั่งไปยังบ่อเก็บขยะ ประมาณกิโลกรัมละ ๓ บาท ดังนั้น จึงขอเสนอแนะวิธีการจัดการขยะ ดังนี้     \\n\t\tวิธีที่ ๑ การรีไซเคิล (Recycle) คือ การนำกลับมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยใช้ขยะ\\nที่สะสมที่จะนำออกจากพื้นที่ เช่น ถุงพลาสติกมาผสมกับขุยมะพร้าวซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง มาทำการผสมเพื่อทำเป็นผนังอิฐมวลเบา หรืออิฐบล็อค  \\n\t\tวิธีที่ ๒ ไพโรไลซิส (Pyrolysis) คือ การนำพลาสติกหรือถุงพลาสติกมาผ่านกระบวนการไพโรไลซิส เพื่อเปลี่ยนวัสดุพลาสติกและขวดพลาสติกสกัดเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง\\n\t\tนอกจากนี้ ควรดำเนินการคัดแยกขยะให้ถูกวิธีตามประเภทของขยะ ได้แก่ ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป ทั้งนี้ โครงการนี้สามารถใช้กับพื้นที่ที่เป็นชายฝั่งทะเลในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [492,1125,182,"นายโสภณ มะโนมะยา","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาผู้ประกอบการธุรกิจผลิตและนำส่งยาอันก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนและประเทศชาติ","เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบธุรกิจผู้ผลิตและนำส่งยา ประสบปัญหาเกี่ยวกับการพิจารณาใบอนุญาตทะเบียนตำรับยาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นไปอย่างล่าช้า บางตำรับยาใช้ระยะเวลาในการพิจารณานาน ๓ – ๔ ปี เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศถือได้ว่า อย. ดำเนินการด้วยความล่าช้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะยาสามัญใหม่ (New Generic Drugs)ซึ่งมีการใช้อย่างแพร่หลายในต่างประเทศแล้ว แต่ประเทศไทยยังต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาใบอนุญาตฯ นานหลายปี ทำให้ประเทศไทยต้องใช้ยาต้นแบบ (Original Drugs) ในราคาแพง ทั้งที่\\nยาดังกล่าวหมดสิทธิบัตรการคุ้มครองแล้ว ส่งผลให้คนไทยสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงยาที่ดีและมีคุณภาพ เทียบเท่ายาต้นแบบแต่ราคาถูกกว่า   \\n\t\tปัจจุบันยังมีทะเบียนตำรับยาอีกเป็นจำนวนมากที่ยังคงค้างการพิจารณาอยู่ที่กองยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งเป็นปัญหาสะสมต่อเนื่องมานานหลายปี ทำให้\\nผู้ประกอบธุรกิจไม่สามารถวางแผนการดำเนินธุรกิจได้เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะได้รับใบอนุญาตทะเบียนตำรับยาเมื่อใด ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณากำกับดูแล และแก้ไขปัญหาความล่าช้าของการพิจารณาใบอนุญาตทะเบียนตำรับยาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อย่างใกล้ชิด เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [493,1124,64,"นางสาวนันทนา นันทวโรภาส","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการครอบงำของ E – commerce ข้ามชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SME ไทย","ปัญหาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ของประเทศจีนที่เข้ามาในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ของไทยเป็นอย่างมาก \\nโดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ของประเทศจีนที่เข้ามาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว\\nใช้ประเทศไทยเป็นที่ระบายสินค้า และใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) สัญชาติจีน\t\t\t            \\nที่เรียกว่า TEMU E – commerce ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการซื้อขายสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน\\nสู่ผู้บริโภคโดยตรงในราคาต่ำ เป็นรูปแบบการซื้อขายสินค้าที่ไม่มีคนกลาง ผสมผสานกับกลยุทธ์ที่เรียกว่า Group Buying คือ ผู้ซื้อรวมกลุ่มสั่งซื้อสินค้าชิ้นนั้น ๆ กับผู้ผลิต เพื่อให้เกิดความรู้สึกเสมือนเหมาสินค้า\\nราคาส่ง ซึ่งแพลตฟอร์ม TEMU E – commerce ได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา \\nและหลายประเทศทั่วโลก สร้างความกังวลให้กับคู่แข่งในตลาดท้องถิ่นของประเทศนั้นอย่างมาก \\nสำหรับประเทศไทย แพลตฟอร์ม TEMU E – commerce เปิดให้บริการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างความกังวล และส่งผลกระทบหลายประการ คือ (๑) ผู้บริโภคได้รับสินค้าคุณภาพต่ำและใกล้หมดอายุ อีกทั้งมีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (๒) สินค้าที่หมดอายุ และไม่สามารถใช้งานได้แล้ว \\nจะก่อให้เกิดปัญหาขยะ ทำให้ปริมาณขยะในเขตเมืองมีแนวโน้มสูงขึ้น (๓) การหมุนเวียนของเงิน\\nในตลาดรายย่อยหรือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จะหายไป รัฐจะสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ข้ามชาติ ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งแก้ไขปัญหา ต่อไปนี้ \\n\t\t๑) เร่งหามาตรการแก้ไขปัญหาอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ข้ามชาติ โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีน\\n\t\t๒) เร่งหามาตรการสนับสนุนและเยียวยาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง\\nและขนาดย่อม (SME) ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ข้ามชาติ\\n\t\t๓) เร่งหามาตรการในการจัดการสินค้าด้อยคุณภาพ เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค  \\nที่เข้ามาตามช่องทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ข้ามชาติ  \\n\t\t๔) เร่งหายุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าไทย – จีน  \\n\t\t๕) เร่งหามาตรการความร่วมมือกับประเทศกลุ่มอาเซียน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา \\nอีคอมเมิร์ซ (E – commerce) ข้ามชาติ","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [494,1123,138,"นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการเก็บขยะชุมชน หมู่ที่ ๘ ตำบลแม่ระกา อำเภอวังทอง  จังหวัดพิษณุโลก","1.เรื่อง ปัญหาการเก็บขยะชุมชน หมู่ที่ ๘ ตำบลแม่ระกา อำเภอวังทอง \\\\nจังหวัดพิษณุโลก\\\\n\t     \t  เนื่องจากชุมชน หมู่ที่ ๘ ตำบลแม่ระกา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลบึงพระ อำเภอเมืองพิษณุโลก ประสบปัญหาไม่มีหน่วยงานใดไปจัดเก็บขยะ \\\\nโดยได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีพื้นที่สำหรับนำขยะไปทิ้งจึงไม่สามารถเก็บขยะได้ ประชาชนจึงแก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีการเผา ซึ่งก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และบางส่วนทิ้งลงแม่น้ำ ดังนั้น \\\\nจึงขอให้จังหวัดพิษณุโลก พิจารณาแก้ไขปัญหาการจัดการขยะในพื้นที่ดังกล่าว โดยในเบื้องต้นขอเสนอให้เก็บขยะในพื้นที่ หมู่ที่ ๘ ตำบลแม่ระกา อำเภอวังทอง ไปทิ้งในบ่อขยะบริเวณใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว \\\\nเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว จากนั้นจึงจัดหาพื้นที่สำหรับทิ้งหรือกำจัดขยะแบบถาวรและยั่งยืนต่อไป \\\\n2.เรื่อง การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการเก็บ และขนขยะ ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก \\\\n\t\t\t  สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๗ ศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก\\\\nได้มีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอย \\\\nเลขที่ ๖๐/๒๕๖๑ ที่ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งนำขยะไปฝังกลบบริเวณใกล้วัดบ่อทองคำ ตำบลหัวรอ อำเภอเมืองพิษณุโลก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมกับการนำขยะจำนวนมากไปทิ้ง ทำให้ประชาชนบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๑๑ ตำบลหัวรอ หมู่ที่ ๗ ตำบลปากโทก อำเภอเมืองพิษณุโลก ได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นและสารปนเปื้อนในน้ำทั้งบนดิน\\\\nและใต้ดิน ดังนั้น จึงขอให้จังหวัดพิษณุโลกประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลกโดยหยุดนำขยะไปทิ้งบริเวณดังกล่าวทันที และดำเนินการจัดหาพื้นที่\\\\nแห่งใหม่สำหรับทิ้งขยะ อีกทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจวัดมลพิษในพื้นที่ชุมชน\\\\nวัดบ่อทองคำต่อไป \\\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [495,1122,91,"นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การก่อสร้างทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๒๒๘ ขก.","ถนนทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๒๒๒๘ ขก. ช่วงบ้านหนองแวงโอ่ง – \\nบ้านหนองแวงไร่ เป็นถนนที่แยกจากถนนมิตรภาพไปยังอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีขนาด \\n๒ ช่องจราจร ระยะทาง ๗ กิโลเมตร เป็นถนนที่ประชาชนใช้ในการเดินทางไปยังหน่วยงานสำคัญ \\nเช่น ที่ว่าการอำเภอบ้านไผ่ โรงพยาบาลบ้านไผ่ และสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอบ้านไผ่ โดยถนนช่วงดังกล่าวมีผู้ใช้รถเป็นจำนวนมาก และไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประชาชนในพื้นที่มีความประสงค์ขอให้มีการก่อสร้างให้เป็นถนนขนาด ๔ ช่องจราจร โดยทาง\\nจังหวัดขอนแก่น สามารถสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง จำนวน ๕๐ ล้านบาท ยังขาดงบประมาณ\t\t\t\t\t\t\\nการก่อสร้างอีกจำนวน ๓๕๐ ล้านบาท จึงขอให้กระทรวงคมนาคมสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างถนนดังกล่าวให้มีขนาด ๔ ช่องจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [496,1121,117,"นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์","สถานการณ์บ้านเมือง","การพัฒนาการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์","งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ มีวงเงินจำนวน \\n๓.๗ ล้านล้านบาท โดยมี GDP อยู่ที่ ๑๘ ล้านล้านบาท และมีรายได้จากการท่องเที่ยว จำนวน \\n๓.๔  ล้านล้านบาท แต่ได้มีการสนับสนุนงบประมาณด้านยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ\\nการท่องเที่ยว จำนวน ๓,๑๔๕.๔ ล้านบาท และแผนงานบูรณาการด้านการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว จำนวน ๘,๑๕๒ ล้านบาท ซึ่งถือว่าได้รับงบประมาณสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวน้อยมากเมื่อเทียบกับรายได้ที่ได้รับจากการท่องเที่ยว โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย จำนวน ๓๕.๕ ล้านคน และในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ คาดว่ามีจำนวน ๓๙.๕ ล้านคน ขณะนี้\\nการท่องเที่ยวไม่ได้รับความสำคัญในการแก้ไขปัญหาและขาดการพัฒนาเป็นอย่างมาก เช่น ในพื้นที่จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน ปัจจุบันมีมัคคุเทศก์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน \\nหรือเป็นไกด์เถื่อนจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติใช้เป็นช่องทางเพื่อประกอบอาชีพในประเทศไทย ทั้งนี้อาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณาสนับสนุนงบประมาณด้านการท่องเที่ยวและแก้ไขปัญหามัคคุเทศก์ผิดกฎหมาย\\n","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [497,1115,50,"นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ตรวจสอบการพบปลาหมอคางดำจำนวนมากบริเวณชายทะเลบางแก้ว  ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี","1.เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการพบปลาหมอคางดำจำนวนมากบริเวณชายทะเลบางแก้ว \\nตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี \\nสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการนำเสนอข่าวการพบ\\nปลาหมอคางดำจำนวนมาก บริเวณชายทะเลบางแก้ว ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยประมงจังหวัดเพชรบุรี ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่หลังจากเกิดเหตุประมาณ ๒ วัน ปรากฏว่า \\nไม่พบปลาหมอคางดำตามที่ได้มีการเสนอข่าวแต่อย่างใด ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่า เนื่องจากมีการถ่ายเทน้ำออกจากคลอง ประกอบกับเมื่อน้ำทะเลแห้งทำให้พบปลาหมอคางดำจำนวนมากเต็มพื้นที่ \\nหากตรวจสอบพื้นที่บริเวณดังกล่าวจากภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth จะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าว\\nมีบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ และมีคลองบางแก้วกั้น มีลักษณะพื้นที่เช่นเดียวกับการระบาดที่จังหวัดสมุทรสงคราม\\nจึงมีความเห็นว่าจากลักษณะของพื้นที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และอยู่ใกล้แหล่งน้ำสาธารณะอื่น อาจเป็น\\nหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบที่มาของปลาหมอคางดำที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ จะทำให้ทราบสาเหตุ\\nที่แท้จริงของการระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งเกิดจากปลาหมอคางดำว่ายทวนน้ำทำให้เกิดการระบาด ๑๙ จังหวัด หรืออาจเกิดจากปลาหมอคางดำได้หลุดออกจากบ่อเพาะเลี้ยงหรือไม่ ดังนั้น จึงขอให้\\nกรมประมงตรวจสอบลักษณะร่วมของพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุว่าบริเวณนั้นมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดใด   \\n2. เรื่อง ตรวจสอบกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุกคามสื่อมวลชนขณะปฏิบัติหน้าที่ รายงานข่าว  \\n\t   กรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งได้แสดงความไม่พอใจ และได้แสดงพฤติกรรมที่อาจเป็นการทำร้ายผู้สื่อข่าว ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบพฤติกรรมว่าอาจจะเป็นการละเมิดจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ (๔) ซึ่งกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่กระทำการใด ๆ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม อันเป็นการขัดขวางหรือแทรกแซงการใช้สิทธิหรือเสรีภาพของหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนโดยมิชอบ หรือไม่ โดยไม่ควรนำเรื่องการหยอกล้อด้วยความคุ้นเคยมาเป็นข้ออ้างในการแสดงพฤติกรรมดังกล่าว\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [498,1114,29,"นายชวภณ วัธนเวคิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","กรณีพิพาทพื้นที่ทับซ้อนและปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์บริเวณเกาะกูด จังหวัดตราด","ปัญหากรณีพิพาทพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา \\nเป็นปัญหาเรื้อรังมานานและยังไม่ได้รับการแก้ไข โดยประเทศกัมพูชาได้ลากเส้น Cambodian Claim of 1972 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตและทับซ้อนพื้นที่บริเวณเกาะกูดของประเทศไทย โดยภาครัฐได้ทำการสงวนที่ดินในพื้นที่เกาะกูดไว้ใช้ในทางราชการเกือบทั้งหมด ซึ่งสร้างปัญหาเรื่องที่ดินให้กับราษฎร\\nชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกาะกูด และได้ถือครอบครองที่ดินต่อเนื่องตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย \\nโดยราษฎรดังกล่าว ไม่สามารถทำประโยชน์บนพื้นที่ของตนเองได้ หรือบางกรณีอาจกลายเป็นผู้บุกรุกที่ดิน ทั้งนี้ทราบว่ามีมติการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จังหวัดตราด ตลอดจนมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาพิสูจน์สิทธิที่ดินของรัฐ และมีราษฎรผ่านการพิสูจน์สิทธิ\\nในที่ดินทำกินมาก่อน จำนวนกว่า ๒๐๐ แปลง แต่เนื่องจากราษฎรส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดิน\\nเช่น แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) ประกอบกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เหตุผลว่า \\nที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่เกาะจึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)\\nออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ แต่เมื่อพิจารณากฎกระทรวงดังกล่าว ข้อ ๑๔ (๓) อย่างละเอียดแล้วเห็นว่า ไม่พบข้อความใดที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้แก่ราษฎรที่ได้ผ่านการพิจารณาพิสูจน์สิทธิในที่ดินแล้ว ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกองทัพเรือ ดังนี้ \\n\t\t๑) การครอบครองที่ดินของราษฎรที่ได้ครอบครองทำประโยชน์มาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐได้รับการพิสูจน์สิทธิในที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว เหตุใดปัจจุบันยังไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้แก่ราษฎรได้   \\n\t\t๒) การดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะกูด จังหวัดตราด ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินบนเกาะกูด จังหวัดตราด เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยและให้ราษฎรมีที่ดินทำกินต่อไป    \\n\t\t๓) กองทัพเรือได้มีหนังสือ ที่ กห ๐๕๐๐/๒๙๓๕ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ เพื่อส่งคืนที่ดินเกาะกูดให้กับกรมธนารักษ์ จำนวน ๔๙,๕๖๘ ไร่ ๑ งาน ๖๖ ตารางวา เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้ที่ดินในการแก้ไขปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ แต่ต่อมากองทัพเรือได้มีหนังสือ ที่ กห ๐๕๐๐/๒๗๒๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เพื่อขอยกเลิกการส่งคืนที่ดินเกาะกูดให้กับกรมธนารักษ์ ดังนั้น การขอยกเลิกการส่งคืนที่ดินดังกล่าว กรมธนารักษ์ได้ให้ความเห็นชอบหรือไม่ อย่างไร หากกรมธนารักษ์เห็นชอบส่งคืนที่ดินเกาะกูดให้กับกองทัพเรือแล้ว ขอให้ส่งหนังสือดังกล่าว\\nมาที่รัฐสภาด้วย \\n\t\t๔) ภายหลังการขอยกเลิกการส่งคืนที่ดินให้กับกรมธนารักษ์ กองทัพเรือได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างไร และได้มีการจัดทำแผนที่ หรือรังวัดที่ดินที่ราษฎรครอบครองทำกินก่อนเป็นที่ดินของรัฐหรือไม่\\n","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้บัญชาการกองทัพเรือ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [499,1113,100,"นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗","นายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา  ทวีสิน) ได้แถลงต่อที่ประชุมวุฒิสภา \\nในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๗ ในวาระเรื่องด่วน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ \\nพ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินตามนโยบายเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เป็นกรณีที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ได้ จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม จำนวนไม่เกิน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติ\\nให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมฯ ภายหลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี \\n(นายเศรษฐา  ทวีสิน) มีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง และต่อมา สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเลือก \\nนางสาวแพทองธาร  ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ \\nโดยโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต มีประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จำนวนกว่า ๒๕ ล้านคน และมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะนำเงินงบประมาณดังกล่าวไปใช้\\nในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับจังหวัด ดังนั้น จึงมีประเด็นสอบถาม ดังนี้\\n\t\t๑) คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะยังดำเนินโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ต่อไปหรือไม่  \\n\t\t๒) หากรัฐบาลไม่ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ วงเงิน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ในโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลจะนำเงินงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าวไปใช้จ่ายในเรื่องใด และควรพิจารณาว่ารัฐบาลจะต้องดำเนินการเสนอเรื่องขอความเห็นชอบต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาอีกครั้ง หรือไม่  \\n\t\t๓) รัฐบาลมีเวลาเหลือเพียง ๔๑ วัน จะสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ รัฐบาล\\nจะสามารถใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติม จำนวน ๑๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ได้ทันเวลาหรือไม่ และจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [500,1112,52,"นายธนกร ถาวรชินโชติ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำ และปัญหาผู้ประกอบการรังนกนางแอ่น","1.ปัจจุบันมีการระบาดของปลาหมอคางดำสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยระหว่างวันที่ ๑ – ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๗ จังหวัดสมุทรสาคร สามารถจับปลาหมอคางดำ\\nได้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจำนวนของปลาหมอคางดำยังไม่ลดลงแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลดำเนินการกำจัดปลาหมอคางดำอย่างเร่งด่วน\\n2.มีผู้ประกอบการรังนกนางแอ่นเป็นจำนวนมากประสบปัญหา\\nรังนกนางแอ่นมีราคาถูกลง เนื่องจากยังไม่ได้การรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้ประกอบการไม่สามารถขอใบอนุญาตจากทางภาครัฐได้ เนื่องจากต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ\\nตรากฎหมายลำดับรองเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การขอรับใบอนุญาตให้เก็บ \\nทำอันตราย และครอบครองรังนกแอ่น ให้แล้วเสร็จเสียก่อน ซึ่งจากเดิมคาดว่ากฎหมายลำดับรองดังกล่าวจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรากฎหมายลำดับรองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [501,1111,190,"นายอะมัด อายุเคน","ความเดือดร้อนของประชาชน","กรณีความเดือดร้อนของพ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการในจังหวัดนครปฐม","ปัจจุบันมีสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก\\nและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะมีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะสินค้า\\nทางการเกษตรที่มีความสด และมีราคาถูกกว่าสินค้าทางเกษตรในประเทศอย่างมาก ทำให้เกษตรกรไทยไม่สามารถจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรได้ในปริมาณที่เหมาะสม จากกรณีดังกล่าวอาจส่งผลให้\\nประเทศไทยขาดดุลการค้าได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการหามาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย รวมทั้งหาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [502,1110,108,"นางมยุรี โพธิแสน","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการศึกษารูปแบบไฮสโคปเพื่อพัฒนาพัฒนาการเด็กปฐมวัย","ไฮสโคป (High Scope) เป็นการจัดการศึกษาที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ\\nผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งให้แก้ปัญหาด้วยตัวเองอย่างอิสระ โดยครูมีหน้าที่เป็นเพียงพี่เลี้ยง ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการตามวัย อย่างไรก็ดี พบว่าการจัดการศึกษาแบบไฮสโคป จะจัดการเรียนการสอนอยู่ในโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนที่อยู่ในเมืองเท่านั้น เพราะมีค่าใช้จ่ายสูง ส่งผลให้เด็กที่อยู่ในชนบท\\nไม่มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบไฮสโคป หากรัฐบาลนำหลักสูตรการศึกษา\\nแบบไฮสโคปมาจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนที่อยู่ในชนบท จะทำให้ลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของเด็กในระดับปฐมวัยได้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ดังนี้\\n \t\t๑) ควรส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชนบทมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้\\nแบบไฮสโคป เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย\\n \t\t๒) ควรจัดงบอุดหนุนให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในลักษณะงบอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่จัดรูปแบบการศึกษาแบบไฮสโคป \\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง  มหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [503,1109,74,"พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาเศรษฐกิจและความเดือดร้อนจากทุนจีน","เนื่องจากขณะนี้กลุ่มทุนต่างชาติโดยเฉพาะจากประเทศจีนได้เปิดขายสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยในราคาที่ถูกมาก โดยสินค้าที่ขายจะส่งตรงจากโรงงานผลิตไปยังผู้ชื้อสินค้า ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ และส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตสินค้าในประเทศไทย ทำให้โรงงานหลายแห่งต้องปิดตัวลง นอกจากนี้ ในหลายจังหวัดพบว่าแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาทำงาน\\nในประเทศไทยได้เปลี่ยนไปเป็นเจ้าของกิจการเพื่อทำการค้าขายสินค้าประเภทต่าง ๆ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2567,"2024-08-20T00:00:00"],
    [504,1107,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","ความคืบหน้าโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท","เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๑) ฉบับทบทวน ตามที่คณะกรรมการนโยบาย\\nการเงินการคลังของรัฐเสนอ โดยมีสาระสำคัญ คือ รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๘.๖๕ แสนล้านบาท จากยอดงบประมาณ จำนวนทั้งสิ้น ๓.๗๕ ล้านล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นจากร่างเดิม ที่คณะรัฐมนตรีส่งคืนสำนักงบประมาณ เมื่อวันที่ \\n๒๕ มีนาคม ๒๕๖๗ จำนวน ๑.๕๒ แสนล้านบาท  โดยมีการคาดการณ์ถึงทิศทางการดำเนินโครงการ\\nเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท สรุปได้ ดังนี้\\n\\n\\n(๑) ไม่ใช้...\\n\t(๑)  ไม่ใช้เงินนอกงบประมาณ โดยรัฐบาลไม่ออกกฎหมายกู้เงิน จำนวน ๕ แสนล้านบาท\\n\t\t(๒) รัฐบาลใช้เงินจากงบประมาณแบบผสมผสาน ประกอบด้วย ๑) งบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๘ จำนวน ๑.๕๒ แสนล้านบาท ๒) งบประมาณที่เกลี่ยมาจากหน่วยงานอื่น จำนวน ๓.๕ - ๓.๗ แสนล้านบาท และ ๓) งบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๗ จำนวน ๑.๓ แสนล้านบาท หากยังขาดเงินงบประมาณ ก็จะใช้กลไกธนาคารของรัฐดำเนินการภายใต้มาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑\\n\t\tประเด็นปัญหา คือ การแปรงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มาใช้ในโครงการเติมเงิน\\nผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่โครงการดังกล่าวไม่ผ่านการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎร \\nและวุฒิสภา ซึ่งต้องตราพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ตามวิธีการงบประมาณปกติ นอกจากนี้ มีการคาดหมายว่าต้องแปรจากงบประมาณรายจ่ายงบกลางของงบประมาณ\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๗ จำนวน ๔ – ๕ หมื่นล้านบาท ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา คือ งบประมาณรายจ่าย\\nงบกลาง เป็นรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น มีกรอบเวลาในการเบิกจ่ายที่เหลือ\\nอยู่ถึงสิ้นปีงบประมาณ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาด้วยความรอบคอบและชี้แจง\\nต่อสาธารณชนให้ชัดเจน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [505,1106,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาทารก เด็กและเยาวชน เสพติดโทรศัพท์เคลื่อนที่และโซเชียลมีเดีย","สังคมไทยในปัจจุบัน ทารก เด็ก เยาวชน และนิสิตนักศึกษา\\nในระดับอุดมศึกษาจำนวนมากมีอาการเสพติดโทรศัพท์เคลื่อนที่และโซเชียลมีเดีย โดยมีสาเหตุสำคัญ\\nส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบตัดรำคาญ ปล่อยปละละเลยให้ลูกเสพติดโทรศัพท์เคลื่อนที่และ\\nโซเชียลมีเดีย ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวที่มีความรุนแรง ทั้งที่พัฒนาการของเด็กตามช่วงวัยตั้งแต่เป็นทารก\\nถึงอายุสามปี เป็นช่วงวัยที่สมองมีพัฒนาการมากที่สุด จึงควรจะได้รับความเอาใจใส่จากพ่อแม่ และจากการศึกษา พบว่า เด็กและเยาวชนที่เสพติดโทรศัพท์เคลื่อนที่และโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเด็ก\\nหลายประการ อาทิ ทำให้เด็กนอนดึก สายตาสั้น สุขภาพอ่อนแอ นิสัยเกียจคร้าน ไม่สามารถ\\nควบคุมอารมณ์ตนเองได้ พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง โกรธง่าย ขาดความตระหนักในหน้าที่ของตนเอง \\nไม่เคารพในสิทธิของผู้อื่น และถูกชักจูงปลูกฝังความคิดในทางที่ผิดได้โดยง่าย โดยปัญหาดังกล่าว\\nส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งความสงบสุขของสังคม\\nและประเทศชาติ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [506,1105,185,"นายอนุพร อรุณรัตน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของชาวเล เผ่ามอแกน บ้านแหลมตุ๊กแก เกาะสิเหร่  ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต","จากเมื่อวันพุธที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๗ คณะกรรมการโครงการ\\nสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ลงพื้นที่เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาเรื่องที่ได้รับ\\nการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ณ ศาลาประชาคมบ้านแหลมตุ๊กแก เกาะสิเหร่ ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นชุมชนชาติพันธุ์ของชาวเล เผ่ามอแกน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้\\n\t(๑) ปัญหาเรื่องการเพิกถอนโฉนดที่ดินเดิม และการออกโฉนดชุมชนที่ได้มีการฟ้องร้อง \\nและประชาชนชนะคดีแล้ว กล่าวคือ กรมที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินทับซ้อนกับพื้นที่ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย \\nและที่ดินทำกินของชาวเล เผ่ามอแกน จำนวน ๓๔๗ ครอบครัว รวมจำนวนกว่า ๑,๗๐๐ คน \\nจึงเป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ชาวเล \\nเผ่ามอแกน ได้ร้องเรียนปัญหาดังกล่าวต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (คณะกรรมการ ป.ป.ท.) หลังจากนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้มีผู้อ้างสิทธิว่าเป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าว \\nดำเนินคดีฟ้องขับไล่ต่อชาวเล เผ่ามอแกน ซึ่งต่อมา ศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องคดี\\nใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมที่ดิน ยังไม่มีความคืบหน้าว่ากรมที่ดินจะดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ทับซ้อนกับพื้นที่อยู่อาศัยของชาวเล เผ่ามอแกน หรือไม่ อย่างไร \\nดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว \\nโดยดำเนินการสำรวจและรับรองสิทธิในพื้นที่ที่เป็นที่ดินทำกินของชาวเล เผ่ามอแกน ตามนโยบาย\\nของรัฐบาล กำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้ชัดเจน โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และที่สงวนส่วนกลางของชุมชน สร้างกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากร และจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน ระหว่างภาครัฐและประชาสังคม เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง หาข้อยุติในการจัดสรรผลประโยชน์ในที่ดิน \\nและออกเป็นโฉนดชุมชน โดยเร็ว\\n\t(๒) ปัญหาการขาดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ไฟฟ้าและน้ำประปา โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาวเล เผ่ามอแกน ว่าประสบปัญหายังไม่ได้รับบริการด้านไฟฟ้าและน้ำประปาอย่างเพียงพอ บ้านเรือนจำนวนมากไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยการต่อพ่วงสายไฟฟ้าจากหม้อแปลงของบ้านที่มีไฟฟ้า \\nและน้ำประปามีลักษณะไหลอ่อน ต้องใช้เวลารองน้ำเป็นเวลานาน โดยน้ำประปา ๑ ถัง ต้องใช้เวลารองน้ำนานถึง ๑ คืน จากการลงพื้นที่ได้รับการชี้แจงจากผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดภูเก็ต ว่าระเบียบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำหนดไว้ว่าผู้ขออนุญาตใช้ไฟฟ้าจะต้องเป็นเจ้าของที่ดิน หรือได้รับอนุญาต\\nจากเจ้าของที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จึงจะสามารถดำเนินการปักเสาไฟฟ้าได้ \\nสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือเห็นว่า เป็นหลักเกณฑ์ที่สร้างความเหลื่อมล้ำ ดังนั้น ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พิจารณาแก้ไขหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้บ้านเรือนของประชาชนชาวเล เผ่ามอแกน ได้รับบริการจาก\\nการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมกันนี้ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) พิจารณาแก้ไขปัญหาน้ำประปา\\nให้ประชาชนชาวเล เผ่ามอแกน","นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริตในภาครัฐ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [507,1104,38,"นายชลิต แก้วจินดา","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measure : SG)","ทีมประเทศไทย (Team Thailand) โดยเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ประกอบด้วย ๓ หน่วยงาน คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้นำเสนอเป้าหมายด้านการทูตและเศรษฐกิจเชิงรุกต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง \\nในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยเสนอประเทศที่เป็นเป้าหมายที่ประเทศไทยควรดำเนินเศรษฐกิจเชิงรุก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐฝรั่งเศส สาธารณรัฐอินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ \\n \tจากข้อมูลในช่วง ๑๐ เดือนแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีธุรกิจเหล็กปิดตัว จำนวน \\n๗๕ แห่ง และในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ อุตสาหกรรมเหล็กไทยต้องเผชิญการขยายกำลังการผลิตเหล็กของ \\nบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ของประเทศจีน ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดระยองของประเทศไทย\\nแต่กระทรวงพาณิชย์สามารถทำได้เพียงการเฝ้าระวัง โดยใช้มาตรการการตอบโต้การทุ่มตลาด \\n(Anti-Dumping : AD) เท่านั้น เพราะประเทศไทยมีปริมาณเหล็กเกินความต้องการของตลาด ร้อยละ ๖๐ สะท้อนให้เห็นว่า การทำงานของรัฐบาลยังไม่สามารถบูรณาการและยังคงเป็นลักษณะต่างคนต่างทำ รวมทั้งทีมประเทศไทยที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนมุ่งเน้นแต่ส่งเสริมให้ลงทุน โดยไม่สนใจว่าสินค้าในตลาด\\nของประเทศจะล้นตลาดหรือไม่ และหน่วยงานที่มีหน้าที่ป้องกันและแก้ไขปัญหามิได้ทำงานเชิงรุกแต่อย่างใด \\nจึงทำให้ผู้ประกอบธุรกิจภายในประเทศประสบปัญหาล้มละลาย หรือต้องปิดกิจการลง \\n \tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลนำมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping : AD) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) และมาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้า\\nที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measure : SG) มาใช้อย่างเข้มงวด และรวดเร็ว โดยอาศัยกฎหมายต่าง ๆ \\nที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ในเรื่องห้ามขยายโรงงานเป็นระยะเวลา ๕ ปี เป็นต้น\\nเพื่อปกป้องธุรกิจของคนไทยมิให้ล้มละลาย หรือมีหนี้สินมากเกินไป และขอให้ช่วยเหลือภาคธุรกิจของไทย\\nในเรื่องพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน และการขนส่งสินค้าเพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [508,1103,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการสร้างพลังทางสังคมในระดับฐานราก เพื่อบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ","ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) และ\\nปัจจุบันได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา ๖ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแผนแม่บท ๒๓ แผน แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น พลังทางสังคม โดยมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างพลังทางสังคม พลังจากภาคส่วนต่าง ๆ จากประชากรทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย และจากภาคส่วนต่าง ๆ ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และท้องถิ่น ให้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนา และแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการที่จำเป็นของประชาชนในระดับพื้นที่ ซึ่งมีภูมิสังคม ภูมิวัฒนธรรม และภูมินิเวศที่แตกต่างกัน ดังนั้น \\nจึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\\n\\n(๑) รัฐบาล…\\n \t(๑) รัฐบาลให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ\\nและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ และฉบับต่อไป มากหรือน้อยเพียงใด และได้มีการนำนโยบายของรัฐบาล\\nที่ได้แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภามาดำเนินการที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร\\n \t(๒) รัฐบาลสามารถประเมินพลังทางสังคมของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ อย่างไร \\nเช่น ชีวิตความเป็นอยู่ ความสุข และสุขภาพอนามัย เป็นต้น รัฐบาลได้มีส่วนส่งเสริมหรือกำหนดมาตรการอย่างไร เพื่อก่อให้เกิดพลังทางสังคมด้านเศรษฐกิจฐานราก ด้านวัฒนธรรม และด้านการเมือง\\n \t(๓) รัฐบาลได้ประเมินความเสี่ยง และภาวะคุกคามต่อการเสริมสร้างพลังทางสังคมให้กับประเทศไทยและคนไทยในอนาคตอย่างไร\\n \t(๔) รัฐบาลใช้กลไกใดในการสื่อสาร สนับสนุนการสร้างพลังทางสังคม เพื่อนำไปสู่ประชาชนในระดับฐานราก และครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [509,1102,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤติ PM2.5 ให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง","จากได้มีการนำเสนอข้อความในโซเชียลมีเดีย ว่ามีอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน ๔ คน นักศึกษา และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ \\nเสียชีวิตจากการป่วยเป็นมะเร็งปอด ปัจจุบันประเทศไทยทุกพื้นที่ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินปริมาณค่ามาตรฐาน โดยค่ามาตรฐานที่คนทั่วไปอาศัยอยู่ได้ คือ ระดับฝุ่น PM2.5 ไม่เกิน \\n๒๕.๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่เด็กสตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยง\\nการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากหรือการออกกำลังกายกลางแจ้ง และต้องสวมหน้ากากอนามัย จึงขอยกตัวอย่าง ประเทศญี่ปุ่น ที่รัฐบาลได้บูรณาการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการติดตั้งเครื่องกรองอากาศภายในอาคาร เป็นต้น ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลไทยที่ยังมิได้ดำเนินการใด ๆ ที่ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความปลอดภัย ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาล ดังนี้\\n \t(๑) สามารถปราบปรามผู้ที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 อาทิ ผู้เผาป่า การก่อสร้างที่ไม่ได้\\nคลุมพื้นที่บริเวณก่อสร้างให้มิดชิด ผู้ขับขี่รถยนต์ที่ท่อไอเสียมีควันสีดำ ได้หรือไม่\\n \t(๒) รัฐบาลมีมาตรการในการป้องกันเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ อย่างไร\\n \t(๓) รัฐบาลมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการซื้อหน้ากากอนามัยประเภท N95 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้หรือไม่ อย่างไร\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [510,1101,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","รัฐควรปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ เห็นชอบในหลักการ\\nการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ การปรับเงินเพิ่ม\\nการครองชีพชั่วคราว และแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบราชการ ตามรายงานผลการศึกษา เรื่อง การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ และการปรับอัตราเงินเดือนสำหรับกลุ่มข้าราชการพลเรือนและ\\nเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) นำเสนอ นั้น เมื่อวันที่ \\n๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการประชุม เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับอัตราเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถดำเนินการได้\\nตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว โดยที่ประชุม ก.ค.ศ. มีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนด\\nอัตราเงินเดือนและจำนวนเงินที่ได้ปรับตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง (การปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่) และร่างบัญชีอัตราเงินเดือนและจำนวนเงิน\\nที่ได้ปรับตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรอง\\n \tโดยการดำเนินการดังกล่าวให้มีผลใช้บังคับวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ และวันที่ \\n๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ กล่าวคือ จะมีการปรับอัตราเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา\\nที่บรรจุใหม่ จำนวน ๒ ครั้ง พร้อมกันนี้ จะได้มีการพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีอายุงานระหว่าง ๑ – ๓ ปี และข้าราชการครูที่ได้รับเงินเดือนในอัตราเงินเดือนครู คศ. ๑ ซึ่งบุคลากรในกลุ่มที่จะได้รับการพิจารณาปรับขึ้นอัตราเงินเดือนดังกล่าวมีประมาณ จำนวน ๑๓๔,๘๖๐ คน สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่บรรจุมานานจะไม่ได้รับการพิจารณา\\nปรับขึ้นอัตราเงินเดือน จึงขอสอบถามไปยังรัฐบาลว่าเหตุใดจึงไม่พิจารณาปรับขึ้นอัตราเงินเดือน\\nให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันทุกคน เพราะผู้ที่บรรจุรับราชการมานานยังคงมีภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัว เช่น ค่าเลี้ยงดูบุพการี ค่าเล่าเรียนบุตร \\nค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถยนต์ และค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาพยาบาล เป็นต้น ซึ่งบางเดือนมีเงินเหลือไม่เพียงพอ\\nต่อค่าครองชีพเช่นเดียวกัน อนึ่ง ในส่วนของข้าราชการบำนาญ ขอให้พิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการบำนาญเพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน \\nดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการ ได้พิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน\\nให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ\\n","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [511,1100,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ....","จากการขนส่งทางราง (Rail transport) ได้รับการจัดสรรงบประมาณ\\nในแต่ละปีจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน แต่ปัจจุบันยังปฏิบัติงานในลักษณะ \\n“ต่างคนต่างทำ” เพราะไม่มีกฎหมายกลางในการกำหนดหน้าที่และอำนาจ แนวทางการปฏิบัติ\\nของแต่ละหน่วยงานที่ชัดเจน เพื่อให้แต่ละหน่วยงานได้ปฏิบัติงานและมีการจัดการอย่างเป็นระบบ \\nมีมาตรฐานการปฏิบัติงานเป็นอย่างเดียวกัน การเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางมีความครอบคลุม\\nสมบูรณ์แบบ และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางเป็นไปด้วยความสะดวก ปลอดภัย \\nและรวดเร็ว ดังนั้น จึงจำเป็นต้องตราร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เพื่อเป็นกฎหมายกลางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ถือปฏิบัติตามให้เป็นมาตรฐานและเป็นระบบเดียวกันในเรื่องสำคัญต่าง ๆ อาทิ \\n \t(๑) การพัฒนาระบบการขนส่งทางรางเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน\\n \t(๒) การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งทางรางให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน \\n \t(๓) การกำหนดอัตราค่าบริการ หรือ อัตราค่าโดยสารให้เป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน \\n \t(๔) การเชื่อมต่อระบบการขนส่งทางรางในแต่ละเส้นทาง เพื่อให้มีการใช้รางร่วมกันอย่างเป็นระบบ \\n \t(๕) การกำหนดตารางการเดินรถ กำหนดเส้นทาง และกำหนดน้ำหนักการบรรทุก \\nให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน \\n \t(๖) มาตรฐานการสืบสวน สอบสวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น\\n \t(๗) มาตรฐานการคุ้มครองผู้โดยสาร และผู้ให้บริการ\\n \tทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี \\nพ.ศ. ๒๕๕๙ โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ เห็นชอบ อนุมัติ และรับทราบ\\nตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ดังนี้\\n \t(๑) เห็นชอบการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง\\n \t(๒) อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่) \\nพ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... จำนวน ๒ ฉบับ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ\\n\tปัจจุบันได้มีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการ \\nตราร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นกฎหมายกลางในการควบคุม \\nและกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานได้ แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมาจะมีมติรับหลักการ\\nแห่งร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... แล้ว แต่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบเนื่องจากอายุ\\nของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันมิได้ร้องขอต่อรัฐสภา เพื่อให้พิจารณา\\nร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ต่อไป ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก\\nภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป จึงส่งผลให้ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ตกไป ขณะนี้\\nร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง\\nวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ซึ่งถือเป็นการย้อนไปเริ่มต้นกระบวนการในการเสนอกฎหมายใหม่ ทั้งที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมาได้เคยมีมติรับหลักการแล้ว \\n\t\tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง\\n พ.ศ. .... และเร่งดำเนินการเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ได้มีผลใช้บังคับ\\nเป็นกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการขนส่งทางรางของประเทศไทยได้มีการพัฒนา\\nอย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐานเดียวกันต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [512,1099,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำดื่มสะอาดสำหรับประชาชน","จากแต่ละปีทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากการดื่มน้ำไม่สะอาด จำนวน \\n๕๐๐,๐๐๐ คนต่อปี เฉลี่ยนาทีละ ๑ คน และในประเทศไทยมีผู้ป่วยจากการดื่มน้ำไม่สะอาด จำนวน๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคนต่อปี โดยโรคที่เกิดจากการดื่มน้ำไม่สะอาด ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคบิด \\nโรคอหิวาตกโรค และโรคไทฟอยด์ ดังนั้น การดื่มน้ำจึงต้องเลือกน้ำดื่มที่สะอาด โดยน้ำดื่มที่ควรระวัง ได้แก่\\n \t(๑) น้ำอ่อน อาจทำให้เกิดโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง\\n \t(๒) น้ำกลั่น หากดื่มเป็นประจำจะก่อให้เกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด\\n \t(๓) น้ำดื่มบรรจุขวดและน้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญ อาจมีสารปนเปื้อน เชื้อโรค \\nหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร และโรคมะเร็งได้ ดังนั้น การเลือกน้ำดื่มชนิดขวดในประเทศไทยควรจะเลือกจากบริษัทผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (Food and Drug Administration) หรือ อย.\\n \t(๔) น้ำประปา \\n                – คลอรีนในน้ำประปาอาจก่อให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง โลหิตจาง มะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคสมองเสื่อม \\n               \t–  ฟลูออไรด์เป็นพิษ (Fluorosis) จะทำให้ฟันเป็นฝ้าสีน้ำตาล และเป็นจุด ๆ บนฟันแท้ ฟลูออไรด์ถ้าสะสมทีละน้อยจนอายุ ๖๐ ปี จะส่งผลให้กระดูกพรุนเร็วซึ่งเป็นสาเหตุของกระดูกหักในผู้หญิงสูงอายุ ของประเทศสหรัฐอเมริกา\\n \t(๕) น้ำหวานและน้ำผลไม้สำเร็จรูป จัดเป็นน้ำตาลกับสีผสมน้ำ โดยอาจทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคไขมันในเลือดสูง\\n \t(๖) น้ำอัดลม มักมาจากน้ำกลั่นหรือน้ำอ่อนที่ไม่มีแร่ธาตุ จะส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ \\nเช่น โรคกระดูกพรุน โรคข้ออักเสบ โรคเสื่อมต่าง ๆ และทำให้แก่ก่อนวัย เป็นต้น\\n \tน้ำดื่มที่ปลอดภัย ควรเป็นน้ำสะอาดที่ไม่มีสิ่งปนเปื้อน การผลิตน้ำดื่มควรจะต้อง\\nกรองแยกสิ่งปนเปื้อนออก ได้แก่ ความกระด้าง คลอรีน ความขุ่น เชื้อโรค และสารโลหะหนักที่เป็นพิษ (ปรอท สารตะกั่ว และสารหนู) และจากการสำรวจพบว่า ในชุมชนใหญ่มีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่มีใบอนุญาต ไม่เปลี่ยนไส้กรอง เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งมีมากถึงร้อยละ ๙๐ ของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญทั้งหมด นอกจากนี้ น้ำดื่มบรรจุขวดก็มีวันหมดอายุ ดังนั้น การเลือกน้ำดื่มบรรจุขวด ควรสังเกต ดังนี้\\n \t(๑) น้ำในขวดต้องใส ไม่มีสี ไม่มีตะกอน\\n \t(๒) ขวดน้ำดื่มไม่ควรเก็บไว้นานเกิน ๒ ปี \\n \t(๓) การเก็บน้ำดื่มควรหลีกเลี่ยงความร้อนหรือเย็นจัด เพราะจะทำให้น้ำเปลี่ยนสภาพ\\n \t(๔) เมื่อเปิดขวดน้ำแล้ว ควรดื่มน้ำให้หมดภายใน ๑ สัปดาห์ \\n \t(๕) เลือกบริษัทหรือผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และได้รับการรับรองจากสำนักงานอาหาร\\nและยา (Food and Drug Administration) หรือ อย.\\n\t(๖) ภาชนะที่บรรจุต้องสะอาด ไม่รั่วซึม หรือมีรอยคราบสกปรก\\n \t(๗) น้ำต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น \\n \tโดยโรคที่เกิดจากการดื่มน้ำไม่สะอาด ทั้ง ๔ โรคข้างต้น ส่งผลให้ประชาชนเจ็บป่วย\\nและเสียชีวิต ดังนั้น จะเห็นว่าความสำคัญของการดื่มน้ำสะอาดมีผลต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน \\nจึงขอปรึกษาหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งดำเนินการในเรื่อง ดังต่อไปนี้\\n \t(๑) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับคุณภาพของน้ำดื่มที่สะอาด \\nชนิดของน้ำดื่มที่ปลอดภัย \\n \t(๒) ควบคุม ตรวจสอบอย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อให้การผลิตน้ำดื่มมีมาตรฐาน \\nรวมทั้ง โรงงานผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด ตู้น้ำหยอดเหรียญ โรงงานผลิตน้ำแข็ง และโรงงานผลิตไอศกรีม \\nจะต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง \\n \t(๓) ตรากฎหมายเพื่อลงโทษบริษัทและผู้ผลิตน้ำดื่มเมื่อดำเนินการผิดมาตรฐาน\\nการผลิตน้ำดื่ม ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ดื่มสะอาด ซึ่งจะเป็นการลดความเจ็บป่วยของประชาชน\\nจากโรคระบบทางเดินอาหาร และโรคอื่น ๆ","กระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [513,1098,11,"นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา","วงงานรัฐสภา","เอกสารประกอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี","วุฒิสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบ\\nร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งรัฐบาลได้มีการจัดทำ\\nโครงสร้างงบประมาณโดยมีงบลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จำนวน ๗๑๗,๗๒๒.๒ ล้านบาท แต่การพิจารณา หรือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงบลงทุนจะต้องศึกษาเอกสารประกอบการจัดทำงบประมาณ จำนวน ๒๘ เล่ม โดยต้องศึกษาเอกสารของทุกกระทรวงและทุกหน่วยงาน ทำให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความล่าช้า \\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้สำนักงบประมาณจัดทำหนังสืองบประมาณเกี่ยวกับงบลงทุนโดยสังเขป รวมทั้งสรุปงบลงทุนในหลายมิติ เช่น      \\n\tมิติที่หนึ่ง ประเภทการลงทุน ในหนึ่งปีงบประมาณมีการลงทุนด้านสาธารณูปโภค \\nด้านคมนาคม อาทิ การสร้างถนน การสร้างท่าเรือ การสร้างสนามบิน ลงทุนด้านเครื่องมืออุปกรณ์\\nทางการแพทย์ การลงทุนด้านยานยนต์ มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เป็นต้น   \\n\tมิติที่สอง แบ่งตามจังหวัดและภาค \\n\tมิติที่สาม แบ่งงบลงทุนตามนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ เช่น (๑) ส่งเสริมด้านการผลิต \\nและการใช้พลังงานสะอาด (๒) ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งการจัดทำโครงการ\\nเพื่อสนับสนุนการลงทุน (Matching Fund) และการลงทุนเพื่อสนับสนุนวิสาหกิจเริ่มต้นหรือสตาร์ทอัพ (Start – Up) มีการจัดทำคำของบประมาณจำนวนเท่าใด      \\n\tปัจจุบัน สำนักงบประมาณอยู่ระหว่างจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ หากมีการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับงบลงทุน จะทำให้ข้อมูลดังกล่าว\\nเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ นักวิเคราะห์การลงทุน นักลงทุน รวมทั้งผู้ติดตามงบประมาณ และประชาชนทั่วไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [514,1097,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหางบประมาณผู้สูงอายุในประเทศไทย","จากปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุจำนวน ๑๒.๔๗ ล้านคน จากคนไทยทั้งหมด ๖๖.๑๓ ล้านคน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๘๖ สูงกว่าประเทศในอาเซียนที่มีค่าเฉลี่ยร้อยละ ๑๑.๗๔ คนไทยที่มีอายุเกิน ๑๐๐ ปี มีจำนวน ๓๔,๙๘๕ คน จังหวัดที่มีประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด ได้แก่ จังหวัดลำปาง จังหวัดแพร่ และจังหวัดลำพูน และจังหวัดที่มีประชากรผู้สูงอายุน้อยที่สุด ได้แก่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่สองที่มีคนเกิดน้อยกว่าคนตาย ในอนาคตสัดส่วนผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สำหรับงบประมาณที่ใช้บูรณาการเตรียมความพร้อมรับสังคมสูงวัยปี พ.ศ. ๒๕๖๗ รวม ๖ กระทรวง ประกอบด้วย ๑. สำนักนายกรัฐมนตรี ๒. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๓. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๔. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๕.กระทรวงแรงงาน และ ๖. กระทรวงสาธารณสุข จำนวน ๘๒๐ ล้านบาท เป็นงบเฉพาะแผนงาน ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิที่มีอยู่ เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จำนวน ๑๕๒,๐๐๐ ล้านบาท เบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ประมาณ ๒๖๖,๐๐๐ ล้านบาท และสวัสดิการรักษาพยาบาลซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จำนวน ๗๙,๕๖๕ ล้านบาท เงินบำเหน็จบำนาญ\\nชราภาพจากประกันสังคม จำนวน ๒๗,๗๑๖ ล้านบาท เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๑๑.๘๓ ล้านคน งบประมาณ จำนวน ๙๓,๒๑๕ ล้านบาท โดยยังไม่รวมงบประมาณสนับสนุนผู้สูงอายุ เช่น เงินสงเคราะห์ในภาวะยากลำบาก การปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน กองทุนผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุ\\nที่ได้ลงทะเบียน และได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มเบี้ยยังชีพในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ เนื่องจากเงินเบี้ยยังชีพไม่เพียงพอในการดำรงชีพสำหรับผู้สูงอายุ \\n\tจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า รัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการ\\nดูแลผู้สูงอายุ แต่รัฐบาลกำลังจะดำเนินโครงการแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท โดยใช้งบประมาณ\\nเป็นระยะเวลา ๒ ปี ซึ่งหลายฝ่ายคัดค้านการดำเนินโครงการดังกล่าว เช่น ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการแจกเงินดิจิทัล \\n๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้โครงการอื่นที่มีความเหมาะสมและมีความจำเป็น\\nโดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [515,1096,93,"นายบุญมี สุระโคตร","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาเกษตรกรเพื่อนำไปสู่การลดการพึ่งพา","ประเทศไทยมีภูมิประเทศที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก และการประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เกษตรกรประสบปัญหาด้านการเกษตรหลายประการ ทำให้ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้\\nทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณสำหรับอุดหนุนด้านการเกษตร ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนาตนเอง และลดการพึ่งพาจากภาครัฐ จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้    \\n\t(๑) ควรเร่งรัดงานวิจัยและการต่อยอด เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จและการพัฒนา\\nภาคการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดต้นทุนการบริหารจัดการ\\nด้านการเกษตร    \\n\t(๒) ขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสำหรับงานวิจัยให้เพิ่มมากขึ้น \\n\t(๓) รัฐควรมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร และให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลด้านการเกษตร \\nได้โดยง่าย  \\n\t(๔) รัฐควรมีนโยบายในการลดต้นทุนและลดการพึ่งพาจากภาครัฐ เน้นให้เกษตรกรสามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ลดการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งจะทำให้รัฐสามารถประหยัดงบประมาณได้\\n\t(๕) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรเป็นหน่วยงานหลักในการให้องค์ความรู้\\nด้านการเกษตร และควรบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงอื่น ๆ เนื่องจากประเด็นปัญหาบางประการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้เพียงกระทรวงเดียว จะต้องอาศัยความร่วมมือ\\nจากกระทรวงอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง\\nควรบูรณาการการทำงานร่วมกัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [516,1095,59,"นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม","สถานการณ์บ้านเมือง","การบริหารจัดการป่าชุมชนปรีย์ทม เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการบริหารจัดการป่าชุมชนปรีย์ทมเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน ณ จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๗ สรุปได้ดังนี้\\n\tป่าชุมชนปรีย์ทม ตั้งอยู่ ณ บ้านแสลงพันธ์ หมู่ที่ ๓ ตำบลสำโรง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ มีพื้นที่ป่าทั้งหมด ๑๒๘ ไร่เศษ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นป่าชุมชนกับกรมป่าไม้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๙๙ แห่งพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อมาป่าชุมชนปรีย์ทมและป่าบริเวณใกล้เคียงถูกรบกวนจากนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวของภาครัฐ และพื้นที่โดยรอบป่าถูกบุกรุกโดยชาวบ้าน ผู้นำชุมชนจึงรวมตัวกันจัดตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ป่าปรีย์ทม โดยจัดเป็นพื้นที่อนุรักษ์และเป็นอาหารของแหล่งชุมชน อีกทั้ง มีกลุ่มเด็กรักป่าและนักศึกษารักป่าภาคอีสานได้นำเสนอเรื่องราวการฟื้นฟูป่าปรีย์ทม จนเป็นต้นแบบของป่าชุมชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจนกระทั่งปัจจุบันได้มีการรักษา ปกป้อง และส่งเสริมจิตสำนึกร่วมกันในการอนุรักษ์ป่าชุมชนปรีย์ทม ฟื้นคืนสภาพเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชน \\nมีการพัฒนาพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว เพิ่มพื้นที่ตลาด สำหรับจำหน่ายสินค้าชุมชน รวมถึงการสืบสานต่อยอด\\nและเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมประเพณีสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นแนวทางในการอนุรักษ์ป่าชุมชน\\nที่ยั่งยืน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนและสร้างรายได้เชิงท่องเที่ยวให้แก่ชุมชน\\n\tอย่างไรก็ตาม จากการดำเนินการที่ผ่านมา พบข้อจำกัดที่ทำให้ชุมชนยังไม่สามารถ\\nเพิ่มรายได้จากเส้นทางศึกษาธรรมชาติในป่าชุมชนปรีย์ทมได้ดีเท่าที่ควร เนื่องจากขาดสิ่งอำนวยความสะดวก \\nที่ถูกสุขลักษณะให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชมป่าและเยี่ยมชมสินค้าในตลาด ทั้งนี้ กลุ่มวิสาหกิจ\\nชุมชนปรีย์ทม จึงได้เสนอเรื่องไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อขอรับการสนับสนุน\\nการบริหารจัดการป่าชุมชนปรีย์ทมเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนา\\nปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในบริเวณป่าชุมชนปรีย์ทม เช่น ห้องน้ำ อาคารอเนกประสงค์ \\nป้อมยาม รวมทั้งการจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย และการปรับปรุงเส้นทางการศึกษาธรรมชาติ \\nเพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่นักท่องเที่ยว รวมถึงการยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนให้ยั่งยืน \\nโดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณตามมาตรการการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม \\nจำนวน ๖ ล้านบาทเศษ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้การสนับสนุนการบริหารจัดการ\\nป่าชุมชนปรีย์ทมเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [517,1094,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","รัฐค้างจ่ายเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และผลกระทบของกากแคดเมียมต่อภาคการเกษตร","รัฐจะต้องจ่ายเงินสมทบ ร้อยละ ๖ เข้ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน แต่พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นมา รัฐค้างจ่ายเงินสมทบ จำนวน ๓,๖๒๑,๑๒๔,๒๐๔.๐๔ บาท \\nขณะที่ครูและโรงเรียนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนฯ ครบทุกเดือน เมื่อรัฐค้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนฯ \\nทำให้เงินกองทุนฯ มีดอกผลน้อย และไม่เพียงพอต่อการจัดสวัสดิการแก่ครูโรงเรียนเอกชน อาทิ\\nค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียนบุตร ได้มีการลดเกณฑ์สวัสดิการลง จากการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุม บุพการี บุตร คู่สมรส ปัจจุบันครูที่จ่ายเงินเข้ากองทุนฯ จะต้องสำรองจ่ายเงินก่อน แล้วเบิกคืนภายหลัง \\nและหากเกินวงเงินปีละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ต้องลาออกเพื่อใช้สิทธิบัตรทอง ซึ่งสร้างความลำบากให้แก่ครู\\nเป็นอย่างมาก ทั้งยังต้องสูญเสียเงินสมทบที่ถูกหักทุกเดือน ด้วยเหตุที่ลาออกก่อนครบกำหนดเพื่อรักษาตัว ซึ่งสาเหตุเกิดจากรัฐไม่จ่ายเงินสมทบร้อยละ ๖ เข้ากองทุนฯ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบที่ค้าง จำนวน ๓,๖๒๑,๑๒๔,๒๐๔.๐๔ บาท เข้ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ \\nเพื่อสามารถดำเนินการด้านสวัสดิการให้มีความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่\\nครูโรงเรียนเอกชน\\nปัญหาที่เกิดจากภาคอุตสาหกรรมกรรมดังกล่าว ยังเป็นตัวการสำคัญ\\nที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสาครมีค่าฝุ่น PM2.5 มากกว่า ๔๐,๐๐๐ ตันต่อปี \\nและหากมีการถลุงหลอมแคดเมียม จะทำให้มีปริมาณฝุ่น PM2.5 เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งโดยรวมภาคการเกษตรทำให้เกิดค่าฝุ่น PM2.5 ไม่เกิน ๕๐๐ ตันต่อปี ดังนั้น จึงขอหารือและเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรี \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนี้ \\n\t\t\t(๑) ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บริหารจัดการกากแคดเมียมอย่างเร่งด่วน และรอบคอบ \\n\t\t\t(๒) ลงโทษผู้กระทำความผิด กรณีผู้ลักลอบจำหน่ายกากแคดเมียมอย่างจริงจัง\\n\t\t\t(๓) สร้างความรู้ ความความเข้าใจ เรื่องฝุ่น PM2.5 อย่างตรงไปตรงมา และ\\nเป็นรูปธรรม ไม่ควรให้เป็นความผิดของภาคการเกษตร\\n\t\t\t(๔) ควรหามาตรการและแนวทางการบริหารจัดการเรื่องฝุ่น PM2.5 ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ให้เกิดผลสัมฤทธิ์","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [518,1093,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน ๘ กลุ่มสาระ","กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน จำนวน ๘ กลุ่มสาระ โดยสังเขป ได้แก่ วิชาภาษาไทย \\nวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา \\nวิชาศิลปะ วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี และวิชาภาษาต่างประเทศ ในสถานศึกษาให้มีความเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะ ทักษะ ความสุขในการเรียน กระทรวงศึกษาธิการจึงควรมอบอำนาจให้สถานศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอน และให้เข้าระบบโควตา เซ็นเตอร์ ทั้งระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน \\nที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและชุมชนเมืองสามารถเข้ารับการศึกษาได้ทุกคน ทำให้เกิดความเท่าเทียม \\nมีความเสมอภาค ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา\\n","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [519,1092,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การป้องปรามการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","สถานการณ์การทุจริตและประพฤติมิชอบของประเทศไทยมีความรุนแรง\\nมากขึ้น การป้องปรามการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นมา โดยเฉพาะการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับสูง และนักการเมือง สาเหตุที่สำคัญประการหนึ่งมาจากการดำเนินคดี โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อแสวงหาหลักฐานและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดพยายามผลักดันให้คดีของตนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย ๑ – ๓ ปี ต่างกับบุคคลทั่วไป\\nที่ใช้ระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี \\n\tแนวทางในการแก้ไขปัญหา ได้มีองค์กรโปร่งใสนานาชาติ (TI : Transparency International) ได้แนะนำว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ใช้ช่องว่างของความล่าช้าในการดำเนินการ ควรใช้มาตรการทางวินัยควบคู่กับทางอาญา เนื่องจากมีระยะเวลาที่สั้นกว่า ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการ\\nปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงได้เสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดดำเนินการด้านวินัยต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน \\nโดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ\\nในระบบราชการ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ ความว่า ในกรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต\\nและประพฤติมิชอบของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรี เจ้าสังกัดเพื่อรับทราบทันที และให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จ ภายใน ๓๐ วัน ในระหว่างนี้ให้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือรัฐมนตรี\\nเจ้าสังกัดเพื่อทราบเป็นระยะ ตามความเหมาะสม\\n\tนอกจากนี้ แผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้รัฐปรับปรุงระเบียบการดำเนินการทางวินัยของเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้การป้องปรามเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เกรงกลัว\\nไม่กล้ากระทำความผิด จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเร่งรัดให้ส่วนราชการดำเนินการทางวินัย\\nต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทให้รวดเร็วตามมติของคณะรัฐมนตรี และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแผนการปฏิรูปการประเทศด้านกระบวนการและขั้นตอนการดำเนินการทางวินัยทุกประเภท\\nให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันต่อไป ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",33,2567,"2024-04-09T00:00:00"],
    [520,1091,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","การพนันออนไลน์และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","ปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนจำนวนมากมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งจากการพนันออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หวยออนไลน์” ผู้ติดการพนันออนไลน์มีทุกสาขาอาชีพ \\nทั้งข้าราชการ ลูกจ้างบริษัท ครู เกษตรกร รวมถึงเยาวชน หวยออนไลน์มีทั้งของประเทศไทยและ\\nประเทศเพื่อนบ้าน โดยหวยออนไลน์ของไทยประกาศผลทุกต้นเดือนและกลางเดือน ขณะที่หวยออนไลน์ของประเทศเพื่อนบ้านประกาศผลทุกวัน วันละนับสิบครั้ง อาทิ หวยลาว ประกาศผลระหว่างเวลา ๐๕.๐๐ - ๒๓.๐๐ นาฬิกา หวยเวียดนาม ประกาศผลระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ - ๒๒.๐๐ นาฬิกา เป็นต้น คาดว่าการพนันออนไลน์มีเงินหมุนเวียนมากถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีการจ่ายสินบนให้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นรายเดือน \\nเดือนละกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีเข้มงวดกวดขันในการปราบปรามการพนันออนไลน์ สั่งการให้ปราบปราม ติดตาม จับกุม และดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ให้หมดสิ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและความยากจนของประชาชน โดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [521,1090,157,"พลเอก วสันต์ สุริยมงคล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ทับซ้อนบนเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง","เมื่อวันที่ ๒๗ - ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่ ณ เกาะเสม็ด ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เพื่อติดตามความคืบหน้าปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งจากการประชุมร่วมกับ\\nส่วนราชการในพื้นที่และประชาชน สรุปสาระสำคัญได้ว่าหน่วยงานในพื้นที่ได้รวบรวมข้อมูลประเด็นปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบนเกาะเสม็ด ส่งให้หน่วยงานต้นสังกัด เพื่อพิจารณาแล้ว กล่าวคือ (๑) สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ระยอง ได้ส่งข้อมูลให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และ (๒) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง ได้ส่งข้อมูลให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยหน่วยงานในพื้นที่ทั้งสองยืนยันตรงกันว่า หากประเด็นพื้นที่ทับซ้อนบนเกาะเสม็ดได้ข้อยุติ จะสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ ซึ่งข้อยุติในประเด็นดังกล่าว ต้องรอรัฐบาลพิจารณาประกาศใช้แผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ ตามโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ (One Map) \\nซึ่งอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ (One Map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานอนุกรรมการ) ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ) ซึ่งดำเนินงานผ่านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ซึ่งเป็นส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี โดย รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม  เวชยชัย) ในฐานะ\\nรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการและปฏิบัติราชการ\\nแทนนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ขอให้รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม  เวชยชัย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป","รองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม  เวชยชัย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [522,1089,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","กฎหมาย","แรงงานผู้สูงอายุ","ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์” Complete Aged Society) ปัจจุบันมีผู้สูงวัยมากกว่าร้อยละ ๒๐ ของจำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศ และสัดส่วนของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางการคลังของรัฐบาล ทั้งในเรื่องสวัสดิการและงบประมาณ ตัวเลขจากการประมาณการของรัฐบาล คาดว่ามีผู้สูงวัยทั้งหมดประมาณ ๑๓.๑๔ ล้านคน เป็นผู้สูงวัยที่ทำงาน ประมาณ ๔.๗๕ ล้านคน ซึ่งเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ ไม่สะท้อนถึงสถานการณ์แรงงานตามความเป็นจริง ดังนั้น ขอให้รัฐบาลสำรวจข้อมูลของแรงงานทุกประเภทที่มีอยู่ในประเทศไทย ทั้งแรงงานคนไทยและแรงงานต่างด้าว ให้มีข้อมูลที่ถูกต้องตรงตามความเป็นจริง เพื่อที่หน่วยงานของรัฐ\\nที่เกี่ยวข้องจะได้นำมาใช้ประโยชน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์แรงงานได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ \\nได้รับทราบว่ากระทรวงมหาดไทยโดยคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น ๓ ระดับ ประกอบด้วย \\n๑) คณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (ก.อบจ.) ๒) คณะกรรมการกลางเทศบาล (ก.เทศบาล) และ ๓) คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ได้มีประกาศเกี่ยวกับการรับข้าราชการวัยเกษียณกลับเข้ามาปฏิบัติงาน ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้รับผู้สูงวัยที่เป็นประชาชนทั่วไปเข้าทำงาน ดังนั้น ขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณาริเริ่มให้มีโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งการจ้างงานผู้สูงวัย” (One Tambon One Order Worker หรือ One Order Employee) รองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จ้างผู้สูงวัยที่เป็นประชาชนทั่วไปที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่แต่ละตำบลทั่วประเทศและมีความประสงค์ต้องการทำงาน เพื่อเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมของรัฐบาลไปพร้อมกัน ในทำนองเดียวกับที่รัฐบาลได้จัดให้มีโครงการ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” (One Tambon One Product : OTOP) ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์แล้ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [523,1088,38,"นายชลิต แก้วจินดา","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ จังหวัดอุตรดิตถ์","ดอยพระธาตุ (เจดีย์กลางน้ำ) เป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ เป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และนักท่องเที่ยว หากมองจากบริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์จะเห็นเป็นเกาะอยู่กลางน้ำซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุตรดิตถ์จะต้องมาชมความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ อย่างไรก็ดี ปัจจุบันดอยพระธาตุ (เจดีย์กลางน้ำ) ไม่มีพระสงฆ์จำวัดและไม่มีลูกศิษย์วัดอยู่อาศัย ทำให้ไม่มีคนคอยดูแลและทำความสะอาดดอยพระธาตุ (เจดีย์กลางน้ำ) ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาอนุญาตให้พระภิกษุสงฆ์และศิษย์วัดอยู่อาศัยเพื่อดูแล รักษาสถานที่ และทำความสะอาด เพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว \\n\t\tประการต่อมา เมื่อครั้งอดีต สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน ณ หมู่บ้านห้วยต้า ซึ่งเป็นหมู่บ้านในถิ่นทุรกันดาร\\nแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร \\nในอดีต หมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ในช่วงกลางคืนจะมีไฟฟ้าใช้เพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยในระหว่างที่พระองค์ท่านเสด็จไปทรงงานจะมีพระตำหนักอยู่ ณ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งปัจจุบันได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดี อย่างไรก็ดี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานทุกครั้งจะเสด็จโดยเรือยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยข้าราชบริพารและข้าราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับทราบมาว่าปัจจุบันเรือยนต์พระที่นั่งลำดังกล่าว\\nมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้ดูแลบำรุงรักษาแล้ว และอาจนำออกประมูล\\nขายทอดตลาด ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดให้มีการอนุรักษ์ ทำนุบำรุง และดูแลรักษาเรือยนต์พระที่นั่งซึ่งเคยใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงงาน ณ หมู่บ้านห้วยต้า ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเขื่อนสิริกิติ์ \\nทั้งยังถือเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [524,1087,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณค่าเช่าอินเทอร์เน็ตโรงเรียน ","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับการร้องเรียนจากครูในพื้นที่จังหวัดนครพนม เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนในการขอเบิกจ่ายค่าเช่าอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน สรุปสาระสำคัญได้ว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดสรรงบประมาณค่าเช่าอินเทอร์เน็ตให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยการจัดทำเรื่องขอเบิกจ่ายค่าเช่าอินเทอร์เน็ตโรงเรียนต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หากมีข้อผิดพลาดบางประการ ครูจะต้องเดินทางกลับมาที่โรงเรียน เพื่อดำเนินการแก้ไขเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหาร และค่าที่พักเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ สพฐ. ยังได้กำหนดให้โรงเรียนมีหน้าที่สำรองเงินจ่ายค่าเช่าอินเทอร์เน็ตไปก่อน จากนั้น จึงทำเรื่องเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณผ่านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาเบิกจ่ายนานถึง ๒ - ๓ เดือน เป็นเหตุให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูต้องใช้เงินส่วนตัวสำรองจ่ายไปก่อน ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแก้ไขระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการเบิกจ่ายค่าเช่าอินเทอร์เน็ตของโรงเรียน ให้สามารถใช้ระบบจ่ายตรง โดยโรงเรียนมีหน้าที่เพียงจัดส่งเอกสารหลักฐานและรายงาน\\nไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะทำให้ระบบการจ่ายค่าเช่าอินเทอร์เน็ตมีความสะดวกรวดเร็ว\\nมากยิ่งขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [525,1086,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างสะพานข้ามแยก จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี ","ด้วยจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับโครงการ\\nเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ส่งผลให้มีความเจริญทางเศรษฐกิจ \\nทำให้มีปริมาณรถยนต์สัญจรผ่านทางหลวงแผ่นดินเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้การจราจรติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณจุดตัดทางแยกประสบปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาการจราจร ดังนี้   \\n\t\t(๑) จังหวัดจันทบุรี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักที่สำคัญ เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออก โดยมีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก และมีจุดตัดทางแยกหลายจุด ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ดังนั้น ขอให้พิจารณาสร้างสะพานข้ามแยกจำนวน ๒ จุด ได้แก่ จุดที่ ๑ สะพานข้ามแยกบ้านเนินสูง ช่วงจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๒๒ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๒๓ และ จุดที่ ๒ สะพาน\\nข้ามแยกเขาไร่ยา ช่วงจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๖ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๔๙  \\n\t\t(๒) จังหวัดปราจีนบุรี ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดฉะเชิงเทรา - จังหวัดปราจีนบุรี - จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ขอให้ก่อสร้างสะพานข้ามแยกกบินทร์บุรี (สามทหาร) ช่วงจุดตัดระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓  \\n\t\tในเบื้องต้น มีการประเมินว่าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกในบริเวณดังกล่าว \\nต้องใช้งบประมาณจุดละ ๓๐๐ ล้านบาท หากไม่รีบดำเนินการ เมื่อความเจริญทางเศรษฐกิจในพื้นที่\\nเพิ่มมากขึ้น อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางแยก ซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงถึงจุดละ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแยก จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี โดยเร็วที่สุด \\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [526,1085,94,"ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญส่ง ไข่เกษ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) และปัญหาความล่าช้าของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด","จากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออกได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) กล่าวคือ โครงการ EEC) เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีความจำเป็นต้องอาศัยน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี เพื่อนำไปใช้ในพื้นที่อุตสาหกรรม ปีละประมาณ ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร พบว่าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่โครงการ EEC ประสบปัญหาดำเนินการล่าช้า อันเนื่องมาจากผลกระทบจากความล่าช้าในการเตรียมการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็น \\n๑ ใน ๔ โครงการสร้างอ่างเก็บน้ำตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด ส่งผลให้ไม่สามารถส่งน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนด ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ในพื้นที่โครงการ EEC ตามที่วางแผนไว้ได้ \\nโดยปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด มีสาเหตุมาจากกรมอุทยานแห่งชาติ \\nสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่อนุญาตให้กรมชลประทานเข้าใช้พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด \\nทั้งที่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) มีมติเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนอย่างรุนแรง (Environmental Health Impact Assessment : EHIA) ซึ่งอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดมีความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ทั้งการจ่ายน้ำไปยังพื้นที่โครงการ EEC ซึ่งเป็นประโยชน์ของภาคอุตสาหกรรม \\nและระบบชลประทานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภาคเกษตรกรรม ดังนั้น ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมกันพิจารณา\\nแก้ไขปัญหาความล่าช้าของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [527,1084,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหายาเสพติด","สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน มีผู้ติดยาเสพติด จำนวน ๒๐๙,๐๗๒ คน เป็นผู้ชาย จำนวน ๑๘๕,๒๑๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๓.๑๗ ของผู้ต้องขังทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๗) สะท้อนให้เห็นว่ายาเสพติดมีการแพร่ระบาดทั่วประเทศ ส่งผลกระทบทั้งต่อผู้เสพและผู้คนรอบข้างดังเช่นข่าวที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชน กรณีบุตรชายซึ่งเป็นผู้ติดยาเสพติดเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) มีอาการประสาทหลอนจากยาเสพติด ได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงโดยฆ่ามารดาของตนเอง ถือเป็นข่าวที่สร้างความเศร้าสลดใจแก่สังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งในบรรดายาเสพติดหลากหลายประเภทที่แพร่ระบาด เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ถือเป็นยาเสพติดที่มีปัญหาการแพร่ระบาดมากที่สุด โดยเห็นได้จากคดีจับกุมผู้ลักลอบขนยาบ้า มีแนวโน้มปริมาณยาบ้าที่เพิ่มมากขึ้นมาโดยตลอด จนปัจจุบันมีการจับกุมผู้ลักลอบขนยาบ้ามากถึงครั้งละร้อยล้านเม็ด \\n\t\tกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้\\nในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๗ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖ ก ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) โดยสาระสำคัญ คือ กำหนดให้การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ได้แก่ \\nเมทแอมเฟตามีน มีปริมาณไม่เกิน ๕ หน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน ๕๐๐ มิลลิกรัม และ เฮโรอีน มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน ๓๐๐ มิลลิกรัม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ \\n\t\tอย่างไรก็ตาม การมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ถือเป็นความผิด ตามมาตรา ๑๐๗ ของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งบัญญัติว่า “ห้ามผู้ใดมีไว้\\nในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพื่อเสพ การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดในกฎกระทรวง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ” \\nซึ่งมีบทลงโทษสถานเบา ตามมาตรา ๑๖๔ ของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพื่อเสพ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๑๐๗ \\nต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ขณะที่การมียาเสพติด\\nไว้ในครอบครองเพื่อการค้า มีบทลงโทษสถานหนัก ตามมาตรา ๑๔๕ ของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๙๐ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี \\nและปรับไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนบาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำผิดดังต่อไปนี้ ... (๑) การกระทำเพื่อการค้า ... ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาท\\nถึงสองล้านบาท” \\n\t\tการกำหนดบทสันนิษฐานให้การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง มีวิวัฒนาการ\\nมาเป็นลำดับ สรุปสาระโดยสังเขปได้ดังนี้ แต่เดิม พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ (ยกเลิก\\nโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔) กำหนดให้การมี\\nเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวน ๑๕ หน่วยการใช้ขึ้นไป ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต่อมา พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ กำหนดให้\\nการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวนต่ำกว่า ๑๕ หน่วยการใช้ และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู\\nสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ถือว่าไม่มีความผิด ต่อมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้กำหนดให้การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวนไม่เกิน ๕ หน่วยการใช้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ หลักจากนั้น ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข \\n(นายอนุทิน  ชาญวีรกูล) เสนอให้กำหนดว่าการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวนไม่เกิน \\n๑ หน่วยการใช้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ แต่ถูกคัดค้านจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่าไม่มีผู้เสพคนใดที่ครอบครองเมทแอมเฟตามีนจำนวนเพียง ๑ หน่วยการใช้ รัฐบาลชุดปัจจุบัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายชลน่าน  ศรีแก้ว) เสนอให้ทบทวนเรื่องนี้ โดยเบื้องต้นกำหนดว่าการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวนไม่เกิน ๑๐ หน่วยการใช้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อเสพ เข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ส. และมีมติให้ลดจำนวนลงเหลือไม่เกิน ๕ หน่วยการใช้ ดังที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๗ จึงเห็นได้ว่าการกำหนดบทสันนิษฐานให้การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวนไม่เกิน ๕ หน่วยการใช้ ถือว่าเป็นการมีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ เป็นหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ได้เคยกำหนดไว้แล้ว\\n\t\tดังนั้น ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยกำหนดให้\\nกระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) \\nและ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม เร่งนำตัวผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อป้องกันมิให้มีการก่อเหตุร้าย เพิ่มการจัดสรรงบประมาณในการปราบปรามยาเสพติด\\nให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่ทวีความรุนแรง และขอให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เพื่อตราเป็นกฎหมายใช้บังคับแก่การควบคุมการใช้ประโยชน์จากกัญชาโดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [528,1083,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","โครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง”","จากข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย โดยประเทศไทยส่งออกข้าว มูลค่ากว่าแสนล้านบาทต่อปี โดยมีเกษตรกรปลูกข้าว จำนวน ๑๖ ล้านคน พื้นที่ ๑.๘๘๘ ล้านไร่ ผลผลิต ๗.๗๒๒ ล้านตัน ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และลดต้นทุนการผลิต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนปุ๋ย โดยในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) กรมการข้าว และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้มีมาตรการสนับสนุนปุ๋ยที่เหมาะสมตามความต้องการของเกษตรกร ในรูปโครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ในอัตราปุ๋ย ๕๐ กิโลกรัม/ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน ๒๐ ไร่ (๑ ครัวเรือน ได้รับปุ๋ยไม่เกิน ๑,๐๐๐ กิโลกรัม) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่จะปลูกข้าวในปีการผลิต ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยใช้จ่ายจากเงินทุนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายการดำเนินงานตามโครงการฯ จำนวน ๓๓,๔๒๒.๙๕๐ ล้านบาท และงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน\\nหรือจำเป็น ปี ๒๕๖๗ จำนวน ๑๐๘.๐๐๖ ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๓๓,๕๓๐.๙๕๖ ล้านบาท \\nซึ่งกรมการข้าวจะจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) และเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบโครงการและงบประมาณต่อไป ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดี เพราะหากเกษตรกรได้รับปุ๋ยที่มีคุณภาพ จะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว แต่อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าห่วงใย จึงขอตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ดังนี้ \\n\t\t(๑) คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\nจะตัดเงินในส่วนที่เคยช่วยเหลือชาวนา และส่วนที่ชาวนาเคยได้รับหรือไม่ กรณีตัดเงินออกจะตัดเงิน\\nจากส่วนใด \\n\t\t(๒) การจัดหาปุ๋ยเพื่อใช้สำหรับโครงการนี้ มีแนวทางการจัดหาอย่างไร เช่น จะให้ชาวนาจัดหาเอง หรือคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้จัดหาให้ชาวนา ซึ่งมีข้อกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพ ปุ๋ยปลอม และราคาปุ๋ยที่มีราคาสูงไม่สอดคล้องกับราคาในท้องตลาด \\n\t\t(๓) กรณีคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้จัดซื้อปุ๋ยให้ชาวนา มีข้อกังวลว่าอาจเป็นช่องทางการทุจริตในการจัดซื้อจัดหาของผู้ที่เกี่ยวข้อง \\n\t\t(๔) เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์จะต้องดำเนินการอย่างไร เนื่องจากการทำเกษตรอินทรีย์ \\nมีการกำหนดมาตรฐาน หากปุ๋ยที่จัดซื้อมีคุณภาพไม่ตรงตามมาตรฐานของเกษตรอินทรีย์ เป็นเหตุให้ไม่ผ่าน\\nการประเมิน ทำให้ไม่สามารถจำหน่ายเป็นข้าวอินทรีย์ได้ จะมีแนวทางแก้ไขหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [529,1082,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมการจัดการปัญหาภัยแล้งในปี ๒๕๖๗ อย่างเป็นรูปธรรม","ปัญหาภัยแล้งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมหลายประการ อาทิ ปัญหาป่าไม้ ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาระบบนิเวศ รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิร้อนจัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อ\\nสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว ทำให้อาการเจ็บป่วยรุนแรงขึ้น ที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องซึ่งมีอยู่หลายหน่วยงาน มีการเตรียมการป้องกันปัญหาภัยแล้ง\\nในลักษณะต่างคนต่างทำ ตามวงเงินงบประมาณที่ได้รับ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือมีความเห็นว่า\\nหากรัฐบาลสามารถบูรณาการให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง ร่วมมือกันทำงาน\\nในทุกมิติ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การสั่งการจากส่วนกลางไปยังระดับท้องถิ่น ผ่านระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ระดับตำบล ไปสู่ชุมชน โดยใช้กระบวนการของการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนัก\\nและให้ความสำคัญในการรักษาสภาพแวดล้อมและสุขภาพอนามัย ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารจัดการชุมชนในระยะต่อไป มีความประสานสอดคล้องกันและดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้น ขอให้รัฐบาล\\nบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภัยแล้ง ให้มีการเตรียมการจัดการปัญหาภัยแล้งในปี ๒๕๖๗ อย่างเป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [530,1081,153,"พลเอก วรพงษ์  สง่าเนตร","นโยบายของรัฐบาล","ประเด็นการขับเคลื่อนแผน “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้เป็นรูปธรรม","การขับเคลื่อนแผนย่อยด้านการรักษาความสงบภายในประเทศ และแผนย่อยด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ภายใต้แผนแม่บทประเด็นความมั่นคง \\nโดยการขับเคลื่อนผ่านแผน “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในระหว่างปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๕ ยังไม่ประสบผลสัมฤทธิ์เท่าที่ควร ต่อมา ในปี ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นสมควรให้ประกาศใช้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติสภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนที่ ๒๑ ก ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๖) ขึ้นมาทดแทน เพื่อเป็นแผนหลักของชาติที่เป็นกรอบทิศทางการดำเนินการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ โดยได้มีการปรับปรุงแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นความมั่นคง (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๘๐) มีการเน้นย้ำการดำเนินการตามนโยบายเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ แผน “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม \\nโดยมี สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สมช. และ กอ.รมน. และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ ดังนี้\\n\t\tกราบเรียน นายกรัฐมนตรี \\n\t\t(๑) รัฐบาลมีนโยบาย แนวความคิด เป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ ตัวชี้วัด ในการขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ แผน “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๗๐ อย่างไร\\n\t\t(๒) รัฐบาลมีการจัดทำแผนการขับเคลื่อน แผนระดับที่ ๓ นโยบายเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ แผน “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ระยะเวลา ๕ ปี และระยะเวลา ๑ ปี หรือไม่ อย่างไร \t\t\tเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n\t\t(๑) กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการ มอบนโยบาย แนวทาง เป้าหมาย ในการขับเคลื่อนนโยบายเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ แผน “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือไม่ อย่างไร\\n\t\t(๒) หากได้มีการสั่งการไปยังจังหวัดแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการดำเนินการอย่างไร\\n\t(๒.๑) มีการออกคำสั่งจัดตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำแผนงานด้านความมั่นคงระดับจังหวัด ครบทุกจังหวัดหรือไม่\\n\t(๒.๒) จังหวัดมีการกำหนดตำบลเป้าหมายที่จะต้องดำเนินการในแต่ละปี และทำการประเมินปัญหาหรือภัยคุกคามในระดับตำบลครบถ้วนทุกตำบลเป้าหมาย ทุกจังหวัด หรือไม่ และได้ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการรายงานผลการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนความมั่นคงเฉพาะเรื่อง (Electronic Assessment Reports : EAR) ของ สมช. หรือไม่\\n\t(๒.๓) คณะอนุกรรมการจัดทำแผนงานด้านความมั่นคงระดับจังหวัด ได้มีการจัดทำแผนแก้ไขปัญหาความมั่นคงระดับจังหวัด ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ – ๒๕๖๙ แล้วหรือไม่\\n\t(๒.๔) การจัดทำแผนแก้ไขปัญหาความมั่นคงระดับจังหวัด ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น \\n๑๗ ประเด็น ได้มีการร่วมกันดำเนินการกับส่วนราชการระดับจังหวัดทุกหน่วยงานแล้วหรือไม่ มีการจัดทำโครงการรองรับเรียบร้อยแล้วหรือไม่ และมีการบูรณาการร่วมกับการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด หรือไม่ อย่างไร\\n\t(๒.๕) งบประมาณในการดำเนินการตามโครงการที่กำหนด มีวิธีการและแนวทาง\\nในการดำเนินการให้ได้มาอย่างไร ประสบปัญหาหรือไม่ และจะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [531,1080,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการก่อสร้างสะพาน ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ถนนสายบ้านสะคาม ตำบลจิกสังข์ทอง - บ้านโนนสูง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และ โครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่ ในพื้นที่ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ สรุปสาระสำคัญได้ว่า เมื่อปี ๒๕๖๔ จังหวัดศรีสะเกษประสบปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ กระแสน้ำได้ไหลซัดทำลายถนนที่เป็นเส้นทางสัญจรของประชาชน ระหว่างตำบลจิกสังข์ทอง กับตำบลหนองแค ได้รับความเสียหาย โดยในปีเดียวกันนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พบว่าสภาพปัญหาของพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ราบลุ่ม เมื่อถึง\\nฤดูน้ำหลาก มักจะเกิดปัญหาอุทกภัย และปัญหาจากน้ำท่วมได้ทำลายเส้นทางสัญจรของประชาชน \\nและเมื่อถึงฤดูแล้ง น้ำจะแห้งขอด ส่งผลทำให้ระบบประปามีปัญหา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สำรวจ\\nและออกแบบโครงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๒ โครงการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) โครงการก่อสร้างสะพาน ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๘๐ เมตร ถนนสายบ้านสะคาม ตำบลจิกสังข์ทอง - บ้านโนนสูง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีการออกแบบ\\nและรังวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว \\n\t\t(๒) โครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่ ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำสำหรับทำระบบประปาหมู่บ้าน งบประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท \\n\t\tจวบจนถึงปัจจุบัน โครงการดังกล่าวยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จ \\nเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ โดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [532,1079,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การป้องกันและปราบปรามพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม \\nซึ่งมีสาเหตุมาจากการดำเนินมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ต่าง ๆ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีความล่าช้า ขาดพยานหลักฐานที่จะดำเนินการเอาผิดได้ ทำให้ต้องมีมาตรการที่กำหนดให้ผู้บังคับบัญชาหรือประชาชน สามารถตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเกินฐานะ\\nของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเมื่อพบเห็นพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ สามารถแจ้งให้คณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบได้ต่อไป \\n\t\tสำหรับแนวทางการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ สหประชาชาติได้กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ (United Nations Convention against Corruption 2003) โดยประเทศไทยเป็นรัฐภาคีตามอนุสัญญาดังกล่าว มีพันธกรณีที่จะต้องจัดทำนโยบายป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ การกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่การจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อการต่อต้านการทุจริต นโยบายและแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการส่งเสริมธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม ส่งเสริมสนับสนุนระบบเพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้ และการป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest)\\n\t\tด้วยเหตุนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐ จึงได้บัญญัติให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๔๒ มาตรา ๑๐๓ และมาตรา ๑๕๘ มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา แต่อย่างไรก็ตาม นับแต่ได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบัน ยังมิได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๑๓๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ แต่อย่างใด ทำให้ประชาชนขาดข้อมูลหลักฐานในการเปรียบเทียบและตรวจสอบเรื่องนี้ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดความย่ามใจ มีการเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ต่าง ๆ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเร่งรัดการตราพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้บังคับบัญชา เป็นหนังสือลับ โดยอย่างน้อยต้องแจ้งให้ทราบถึงทรัพย์สินของตนที่มีอยู่ในปัจจุบัน และผลประโยชน์อื่นใดที่อาจจะคำนวณเป็นเงินได้ทั้งของตนเองและคู่สมรส เพื่อเป็นหลักฐานของทางราชการที่ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ได้ เชื่อมั่นได้ว่าหากได้มีการดำเนินมาตรการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งผลให้การเรียกรับสินบนและผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะลดน้อยลงและหมดสิ้นไปในที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",31,2567,"2024-04-02T00:00:00"],
    [533,1077,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","รัฐบาลบริหารจัดการน้ำให้สำเร็จต้องเคารพสิทธิชุมชน","รัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติให้การรับรองสิทธิชุมชน รับรองสิทธิบุคคล\\nในการใช้สิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน การมีสิทธิบุคคลในชุมชน\\nที่มีความเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ การเลือกถิ่นที่อยู่ การนับถือศาสนา การประกอบอาชีพ รวมทั้ง \\nการมีสิทธิเสรีภาพอื่น ๆ และกลไกรัฐมีหน้าที่ที่จะต้องรักษาสิทธิของประชาชน สิทธิของชุมชนในการเร่งรัด\\nให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ อนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู และบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมโดยผ่านการใช้สิทธิชุมชน ดังนั้น \\nจึงขอหารือไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับการเคารพสิทธิชุมชนในประเด็น ดังต่อไปนี้\\n  \t๑) กระบวนการตรวจสอบนโยบาย ดูแล ติดตาม กำกับ และสั่งการ เกี่ยวกับทิศทาง\\nการบริหารจัดการน้ำในระดับราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และจังหวัด ได้ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิชุมชนหรือไม่ อย่างไร \\n \t๒) กระบวนการตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในระดับจังหวัด หน่วยงานรัฐ\\nได้ปฏิบัติหรือดำเนินการตามมติของที่ประชุมหรือมีการปฏิบัติตามมติของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำหรือไม่ และได้ให้ความสำคัญในเรื่องการเคารพสิทธิชุมชนและเคารพกลไกในท้องถิ่นผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือกลไกของท้องที่ มากน้อยเพียงใด เพราะจะเป็นการสร้างความร่วมมือที่ดีของชุมชนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [534,1076,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","สถานการณ์บ้านเมือง","การศึกษาปัญหาและพัฒนาการนวดไทยให้ได้มาตรฐาน","จากปัจจุบันคนไทยและชาวต่างชาตินิยมการนวดไทยเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บตามร่างกาย ซึ่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๙ (๔) กำหนด\\nให้สภาการแพทย์แผนไทยมีอำนาจหน้าที่รับรองหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการ\\nในด้านต่าง ๆ  ของวิชาชีพการแพทย์แผนไทย และสถาบันที่ทำการฝึกอบรม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ \\nได้มีการตราพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยมาตรา ๙ (๓) กำหนด\\nให้คณะกรรมการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพมีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์การรับรองวุฒิบัตร\\nหรือประกาศนียบัตรที่ผู้ดำเนินการหรือผู้ให้บริการได้รับจากสถาบันการศึกษา หน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ \\nทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งมีเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมากโดยประชาชน\\nที่ใช้บริการไม่ทราบว่าคนที่ให้บริการนวดไทยผ่านการอบรมหรือไม่ อย่างไร และผู้ใช้บริการบางคน\\nได้รับบาดเจ็บจากการนวดไทยที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้อง\\nมีความเห็นว่า ควรให้สภาการแพทย์แผนไทยเป็นองค์กรกลางเพื่อทำหน้าที่กำหนดและรับรอง\\nหลักสูตรนวดไทย เนื่องจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพไม่มีความพร้อมทั้งด้านบุคคลากรและสถานที่ฝึกอบรม ซึ่งการที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ทำการฝึกอบรมแทนนั้น ทำให้ไม่มีมาตรฐานในการฝึกอบรม และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้บริการนวดไทย \\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะสภานายกพิเศษแห่งสภาการแพทย์แผนไทย ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ ใช้อำนาจทางบริหารพิจารณาให้สภาการแพทย์แผนไทยเป็นผู้รับผิดชอบในการรับรองหลักสูตรสำหรับการฝึกอบรมเป็นผู้ชำนาญการในด้านต่าง ๆ ระหว่างรอการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป\\n  \tพร้อมกันนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มีนโยบายการผลักดันวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F ได้แก่ (๑) อาหาร (Food) (๒) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) (๓) ผ้าไทย\\nและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) (๔) มวยไทย (Fighting) และ (๕) การอนุรักษ์และขับเคลื่อนเทศกาลประเพณีสู่ระดับโลก (Festival) แต่ยังไม่มีนโยบายการผลักดันการนวดไทยให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ \\nซึ่งการนวดไทยเป็นที่นิยมของคนไทยและชาวต่างชาติ และสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก \\nจึงขอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติบรรจุการนวดไทยเพื่อผลักดันเป็นวัฒนธรรม\\nที่มีศักยภาพเป็นลำดับที่ 6 F","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [535,1075,195,"นายสมชาย แสวงการ","กฎหมาย","การปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลและคณะกรรมการองค์กรอิสระ","คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ\\nและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้มีการติดตาม\\nกรณีการพักโทษ และการควบคุมโทษกับนักโทษชายเด็ดขาด นายทักษิณ  ชินวัตร ซึ่งมีปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตามข้อเท็จจริงนายทักษิณ  ชินวัตร เข้าเรือนจำเป็นเวลา ๑๒ ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นไปพักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุอาการป่วยที่ชัดเจน รวมทั้งกรณีกล้องวงจรปิดเสีย\\nโดยไม่ทราบสาเหตุตลอดระยะเวลา ๖ - ๗ เดือน ที่ผ่านมา ดังนั้น นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ซึ่งกำกับดูแลโรงพยาบาลตำรวจได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบหรือไม่ \\nพร้อมกันนี้ กรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติซึ่งมีหน้าที่ในการพิจารณาคำขออนุญาตต่าง ๆ ของนักโทษ \\nจากกรณีนักโทษคนดังกล่าวขออนุญาตเดินทางไปเคารพบรรพบุรุษ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงปรากฏว่า\\nไม่มีนักโทษคนใดเคยขออนุญาตเพื่อกระทำการดังกล่าว และในการเดินทางยังมีกำหนดการไปสถานที่ต่าง ๆ เช่น การเดินทางไปดูงานพืชสวนโลก ดูความคืบหน้าการขุดคลองแม่ข่า น้ำตกแม่สา ร่วมรับประทานอาหารเย็นกับเพื่อน เดินทางไปกราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รับประทานอาหารกลางวัน \\nณ ร้านข้าวซอยเสมอใจ เดินทางไปสุสานที่อำเภอแม่ออน เดินทางไปตลาดวโรรส รับประทานอาหารเย็น\\nและร่วมงานเลี้ยงบ้านกรีนวัลเล่ แต่เนื่องจากนายทักษิณ  ชินวัตร อยู่ระหว่างการพักโทษ และมีคดี\\nตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีและข้าราชการที่เดินทางไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าวได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ รวมทั้งได้ละเลยการบังคับใช้กฎหมายและร่วมกระทำการในสิ่งที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่ากระทำการผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ อย่างไร \\n \tทั้งนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่ต้องดำเนินการไต่สวนเรื่องดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา \\nได้เชิญเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (เลขาธิการ ป.ป.ช.) มาชี้แจง\\nต่อคณะกรรมาธิการฯ แต่เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้ผู้ช่วยเลขาธิการและผู้อำนวยการ\\nสำนักตรวจสอบมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้ส่งข้อมูลการพิจารณา\\nให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) แล้ว ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ไต่สวนข้อเท็จจริง หากปรากฏข้อเท็จจริง\\nว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ หรือเจ้าหน้าที่\\nกรมคุมประพฤติได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเรื่องดังกล่าวกระทบ\\nต่อวิกฤติศรัทธาของประชาชนในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เร่งดำเนินการไต่สวนเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว","ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และประธานกรรมการการเลือกตั้ง \\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [536,1074,187,"นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์","กฎหมาย","การตราประมวลรัษฎากรฉบับใหม่","จากประมวลรัษฎากรได้บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๒ \\nตามพระราชบัญญัติให้ใช้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ ทั้งนี้ ได้มีการตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร จำนวน ๕๔ ครั้ง และได้มีการแก้ไขประมวลรัษฎากร\\nโดยตราเป็นพระราชกำหนด จำนวน ๑๙ ครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการตราพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้อง \\nจำนวน ๗๘๐ ฉบับ รวมทั้งกฎกระทรวง ประกาศกระทรวงการคลัง ระเบียบกระทรวงการคลัง คำสั่งกระทรวงการคลัง ประกาศกรมสรรพากร ระเบียบกรมสรรพากร คำสั่งกรมสรรพากร และคำวินิจฉัย\\nของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรอีกจำนวนมาก บทบัญญัติของกฎหมายและกฎหมายลำดับรอง \\nที่มีจำนวนมากเหล่านี้ ทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมายและมีปัญหาเรื่องความสะดวกของผู้เสียภาษี ทำให้การจัดเก็บภาษีหลายกรณีขาดความเป็นธรรม ไม่มีความชัดเจนว่าควรดำเนินการในแนวทางใด \\nด้วยเหตุนี้จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังนี้\\n \t๑) กระทรวงการคลังมีนโยบายในการจัดทำประมวลรัษฎากรฉบับใหม่หรือไม่ อย่างไร\\n \t๒) หากมีนโยบายในการจัดทำประมวลรัษฎากรฉบับใหม่ มีการกำหนดแผนในการเสนอ\\nร่างประมวลรัษฎากรและพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลรัษฎากรฉบับใหม่เมื่อใด \\n \t๓) ในการเตรียมการเรื่องดังกล่าว จะมีแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้เสียภาษีที่เกี่ยวข้อง อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [537,1073,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ","จากคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นอันดับ ๑ ของประเทศในอาเซียน และเป็นอันดับ ๙ ของโลก โดยในเวลา ๑ ชั่วโมง จะมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน จำนวน ๓ คน บาดเจ็บ จำนวน ๒๐๐  คน พิการ จำนวน ๘ คน จากสถิติการเสียชีวิตพบว่า ร้อยละ ๘๒ มาจากรถจักรยานยนต์ ร้อยละ ๕ มาจากรถกระบะ ร้อยละ ๔ มาจากคนที่ใช้ถนน ร้อยละ ๓ มาจากรถจักรยานหรือรถสามล้อ ร้อยละ ๒ มาจากรถเก๋ง ร้อยละ ๑ มาจากรถบรรทุกหนัก และร้อยละ ๑ มาจากรถใช้งานทางการเกษตร \\n \tสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ได้แก่\\n \t๑) ภาวะหลับใน\t\\n \t๒) การขับรถด้วยความเร็ว\\n \t๓) การไม่คาดเข็มขัดนิรภัย\\n \t๔) การไม่สวมหมวกนิรภัยของผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้โดยสาร\\n \t๕) การเมาแล้วขับ\\n \t๖) การใช้โทรศัพท์ระหว่างการขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์\\n \t๗) การใช้ยาเสพติดหรือยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมระหว่างขับขี่\\n \tจากสถิติของศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ พบว่าอุบัติเหตุทางถนนทำให้คนไทยอายุสั้น \\nและเกิดความสูญเสียแก่ผู้ประสบภัยและครอบครัวของผู้ประสบภัย อาทิ สูญเสียรายได้ สูญเสียผู้ทำงาน\\nหารายได้เลี้ยงครอบครัว นอกจากนี้ อุบัติเหตุทางถนนยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยพบว่าในระยะเวลา ๕ ปี มีการสูญเสียทางเศรษฐกิจ จำนวน ๑๒ ล้านล้านบาท \\n \tการลดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากจะลดจำนวนผู้เสียชีวิตยังสามารถเพิ่มอายุขัย\\nของประชากรไทย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กระทรวงมหาดไทย \\nเพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑) เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายควรบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดกฎจราจร\\nอย่างเคร่งครัด จริงจัง และต่อเนื่อง \\n \t๒) ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรสวมหมวกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน\\n \t๓) ปรับปรุงแก้ไขกฎจราจรบางข้อให้มีความเหมาะสม เช่น กำหนดความเร็ว\\nในการขับขี่ในเมืองให้ช้าลง เพิ่มโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร การบังคับให้รถหยุดตรงทางม้าลาย ปรับปรุง\\nทางม้าลายให้เห็นเด่นชัด และกำหนดบทลงโทษผู้ปกครองที่อนุญาตให้เด็กและเยาวชนที่อายุ\\nไม่ถึงเกณฑ์ขับรถหรือไม่มีใบอนุญาตขับรถ\\n \t๔) บริษัทขนส่งเอกชนควรให้พนักงานมีเวลาพักผ่อน โดยให้มีเวลาทำงานไม่เกิน\\nวันละ ๘ ชั่วโมง มีเวลาพักทุก ๔ ชั่วโมง และให้พนักงานนอนพักครบ ๘ ชั่วโมง พร้อมทั้ง ตรวจสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ทุกวันก่อนทำงาน\\n \t๕) ผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องไม่ดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [538,1072,130,"นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง","นโยบายของรัฐบาล","ส่งเสริมสนับสนุนทายาทหม่อนไหม","จาก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ โครงการสมาชิกวุฒิสภา\\nพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ได้ลงพื้นที่ ณ ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อเยี่ยมชมศึกษาบริบทและพบปะวิสาหกิจชุมชนบ้านเปือย โดยมีกลุ่มนักเรียน\\nจากโรงเรียนอนุบาลลืออำนาจ (ชุมชนเปือยหัวดง) ได้นำผ้าไหมและผ้าทุกชนิดที่ผ่านการประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ ๑ ประเภทเด็กและเยาวชน ในระดับประเทศ ๒ ปีซ้อน และรางวัลอื่น ๆ อีกจำนวนมากมาจัดแสดง  \\n \tโดยโรงเรียนอนุบาลลืออำนาจ (ชุมชนเปือยหัวดง) ได้มีการจัดตั้งกลุ่มทายาทหม่อนไหม ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ อุบลราชธานี และโรงเรียนให้การสนับสนุนพื้นที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม จัดทำเป็นกระบวนการแบบครบวงจร อาทิ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม การย้อมสีตามธรรมชาติ รวมทั้งการทอผ้าครบวงจร ส่งเสริมและนำส่งประกวด\\nจนได้รับรางวัลจำนวนมาก ซึ่งการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้าเป็นการสืบทอดและสานต่อจากบรรพบุรุษ รวมทั้งเป็นภูมิปัญญาสืบทอดทางวัฒนธรรม ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรสนับสนุนส่งเสริม\\nด้านการเลี้ยงไหม และกระทรวงศึกษาธิการควรส่งเสริมให้ความรู้ โดยบรรจุเป็นวิชาชีพด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้แก่นักเรียนและเยาวชนในสถานศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งปลูกฝังให้นักเรียนมีความภูมิใจในอาชีพด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่เป็นมรดกสืบทอดมายาวนาน จึงขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้องสนับสนุนส่งเสริม ดังนี้\\n \t๑) งบประมาณในการผลิต\\n \t๒) จัดหาตลาดรองรับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์\\n \t๓) จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้สาวไหม และกี่ทอผ้า\\n \t๔) เพิ่มขยายพื้นที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และโรงเลี้ยงไหม\\n \tนอกจากนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนงบประมาณและส่งเสริมให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูกไหม การเลี้ยงไหม การฟอกย้อม การทอผ้า \\nการออกแบบลายผ้า และการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเป็นผลิตภัณฑ์\\nหม่อนไหมในโรงเรียน เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้แก่นักเรียน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ สืบทอดภูมิปัญญาด้านหม่อนไหมให้อยู่คู่กับประเทศไทย พร้อมกับส่งเสริม\\nให้เด็กและเยาวชนมีรายได้ระหว่างเรียนและมีอาชีพที่มั่นคงหลังจากจบการศึกษา และสามารถพึ่งพาตนเองได้ตลอดไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [539,1071,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าตั้งอยู่โดยรอบสถานศึกษา","จากได้รับการร้องเรียนจากผู้บริหารสถานศึกษาว่าปัจจุบันมีร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากตั้งอยู่ติดกับสถานศึกษา และบริเวณโดยรอบสถานศึกษามีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เด็กนักเรียนและนักศึกษาอย่างเปิดเผย ส่งผลให้การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กนักเรียนและนักศึกษาในระยะยาว ซึ่งเป็นการกระทำ\\nที่ผิดกฎหมาย ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความสำคัญในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิด\\nที่เปิดร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อเด็กและเยาวชนให้หมดสิ้นไป และให้สถานศึกษา\\nทั่วประเทศดำเนินการตรวจสอบบริเวณโดยรอบสถานศึกษา หากพบว่ามีร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า\\nมาตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา ให้รีบแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปราบปรามร้านค้าเหล่านั้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าแพร่เข้าไปสู่เด็กนักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษาต่อไ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [540,1070,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการจัดสรรงบประมาณของศูนย์การศึกษาพิเศษ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ","“ศูนย์การศึกษาพิเศษ” เป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบจัดการศึกษา\\nให้แก่เด็กพิการ ๙ ประเภท ได้แก่ (๑) ความบกพร่องทางการเห็น (๒) ความบกพร่องทางการได้ยิน \\n(๓) ความบกพร่องทางสติปัญญา (๔) ความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ \\n(๕) ความบกพร่องทางการเรียนรู้ (๖) ความบกพร่องทางการพูด และภาษา (๗) ความบกพร่องทางพฤติกรรม หรืออารมณ์ (๘) บุคคลออทิสติก และ (๙) บุคคลพิการซ้ำซ้อน\\n \tจากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ รวมทั้งผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา\\nและอุปสรรคในการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ ดังนั้น จึงขอสะท้อนปัญหาและเสนอข้อพิจารณาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ \\n \t๑) ขอให้จัดสรรงบประมาณค่าไฟฟ้าให้แก่ศูนย์การศึกษาพิเศษตามความเป็นจริง เนื่องจากศูนย์การศึกษาพิเศษจะมีนักเรียนมาเรียนและพักค้าง ซึ่งผู้ปกครองของนักเรียนได้ติดตามมาดูแลและพักค้างอยู่ด้วย เป็นเหตุให้มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับงบประมาณค่าไฟฟ้าที่ได้รับจัดสรร\\nจากกระทรวงศึกษาธิการไม่เพียงพอ เป็นเหตุให้ต้องนำงบประมาณค่าใช้จ่ายอื่นมาถัวเฉลี่ยชำระค่าไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ศูนย์การศึกษาพิเศษแห่งหนึ่ง ได้รับจัดสรรงบประมาณค่าไฟฟ้าจำนวน ๑๘๒,๑๐๐ บาท แต่ต้องชำระค่าไฟฟ้าที่ใช้จริง จำนวน ๗๗๐,๓๕๙ บาท\\n \t๒) ขอให้จัดสรรงบประมาณเครื่องแบบนักเรียนให้สอดคล้องกับจำนวนนักเรียน ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรเครื่องแบบนักเรียนให้เฉพาะนักเรียนที่เดินทางมาเรียน\\nที่ศูนย์การศึกษาพิเศษเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงนักเรียนของศูนย์การศึกษาพิเศษที่ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่บ้าน\\n \t๓) ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่ศูนย์การศึกษาพิเศษที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ กล่าวคือ สภาพพื้นที่ต่างกัน ควรได้รับจัดสรรงบประมาณต่างกัน ตัวอย่างเช่น ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ค่าใช้จ่ายดำเนินการโครงการบูรณาการเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดเรียนรวมในระดับจังหวัด พ.ศ. ๒๕๖๖ : ค่าพาหนะ ได้รับจัดสรรจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เท่ากันทุกจังหวัด ซึ่งเป็นปัญหาในการดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ\\n \t๔) ขอให้พิจารณาจัดสรรตำแหน่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่ศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในบริเวณศูนย์การศึกษาพิเศษ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติ\\nเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๗ กำหนดให้ยกเลิกครูเวรแล้ว","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [541,1069,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ไทย - จีน (ระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานคร  - นครราชสีมา)","จากโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย - จีน (ระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานคร \\n- นครราชสีมา) ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นงานโยธา จำนวน ๑๔ สัญญา และงานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกลฯ จำนวน ๑ สัญญา ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง มีความก้าวหน้าโดยรวมร้อยละ ๓๐.๙๖ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี พ.ศ. ๒๕๗๑ อย่างไรก็ตาม \\nจากการตรวจสอบพบว่างานโยธาบางสัญญายังไม่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง จึงมีข้อกังวลว่าหากงานก่อสร้างดำเนินการล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้อาจส่งผลให้โครงการรถไฟความเร็วสูงฯ เปิดให้บริการล่าช้าออกไป \\nดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย - จีน (ระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) ดังนี้\\n \t๑) งานโยธา สัญญา ๔-๑ ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง ระยะทาง ๑๕.๒๑ กิโลเมตร \\nเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป \\n \t๒) งานโยธา สัญญาที่ ๔-๕ ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ระยะทาง ๑๓.๓๐ กิโลเมตร ตรงกับ\\nช่วง “สถานีอยุธยา” ซึ่งประสบปัญหาการก่อสร้าง เนื่องจากต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบ\\nด้านทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (HIA) เพราะมีข้อกังวลถึงผลกระทบที่อาจทำให้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาถูกถอดถอนออกจากการเป็นเมืองมรดกโลก ในกรณีนี้มีความเห็นว่าอาจต้องพิจารณาย้ายจุดก่อสร้างสถานีอยุธยาไปที่อำเภอบางปะอิน ซึ่งอยู่ห่างออกไปในระยะไม่ไกล\\n \tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงคมนาคม จึงเห็นสมควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [542,1068,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","กฎหมาย","การส่งเสริมความก้าวหน้าในอาชีพครูของโรงเรียนเอกชน","วิทยฐานะวิชาชีพครูโรงเรียนเอกชน ได้มีระเบียบ กฎเกณฑ์กำหนดไว้ \\nแต่ในความเป็นจริง มิเคยนำมาใช้แต่อย่างใด และพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๘ ระบุว่าข้าราชการครูระดับชำนาญการ (คศ.๒) จะได้รับเงินวิทยฐานะโดยไม่มีค่าตอบแทนพิเศษ จำนวน ๓,๕๐๐ บาท สำหรับข้าราชการครู\\nระดับชำนาญการพิเศษขึ้นไป จะได้รับเงินวิทยฐานะและค่าตอบแทนพิเศษ ดังนั้น ครูระดับชำนาญการพิเศษ (คศ.๓) จะได้รับเงิน จำนวน ๕,๖๐๐   ๕,๖๐๐ = ๑๑,๒๐๐ บาท ครูระดับเชี่ยวชาญ (คศ.๔) \\nจะได้รับเงิน จำนวน ๙,๙๐๐   ๙,๙๐๐ = ๑๙,๘๐๐ บาท ครูเชี่ยวชาญพิเศษ (คศ.๕) จะได้รับเงิน \\nจำนวน ๑๓,๐๐๐   ๑๓,๐๐๐ = ๒๖,๐๐๐ บาท ซึ่งถือเป็นการตอบแทนครูผู้สร้างเยาวชนของชาติ\\nให้มีขวัญและกำลังใจในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลสัมฤทธิ์ที่ดีของนักเรียน \\nซึ่งครูโรงเรียนเอกชนมีระเบียบกำหนดไว้ในลักษณะเช่นเดียวกัน แต่ในข้อเท็จจริงโรงเรียนเอกชน\\nไม่มีค่าตอบแทนที่เรียกว่า “ค่าวิทยฐานะ” และความสำเร็จของครูโรงเรียนเอกชนต้องพิจารณา\\nจากความสำเร็จของนักเรียน เช่น การดูผลคะแนนจากการสอบวัดระดับความรู้ของนักเรียนในสนามสอบระดับประเทศและจำนวนนักเรียนที่สามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ในโรงเรียนรัฐบาล ทั้งที่ครูโรงเรียนรัฐบาลและครูโรงเรียนเอกชนนั้นมีสมรรถนะที่ไม่แตกต่างกัน แต่เมื่อครูโรงเรียนเอกชน\\nไม่ได้รับเงินค่าวิทยฐานะ จึงขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ \\n \tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้เห็นความสำคัญของครูโรงเรียนเอกชน \\nโดยกำหนดให้โรงเรียนเอกชนได้มีการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะให้กับครูในสังกัด โดยใช้งบประมาณของรัฐบาลและใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจไม่ต้องให้ค่าตอบแทนพิเศษ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญ\\nและกำลังใจให้กับครูโรงเรียนเอกชนต่อไป \\nอนึ่ง ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา\\nที่ได้ผลักดันให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๓,๗๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ทำให้อาคารที่พักสำหรับใช้ในการฝึกงานด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวของวิทยาลัยฯ ที่ได้ก่อสร้างมาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี เสร็จสมบูรณ์ และสามารถเปิดให้บริการที่พักและนักศึกษาจะได้ใช้ในการฝึกงานด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [543,1067,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท","เนื่องจากพื้นที่อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน \\nซึ่งไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนขนาดใหญ่และไม่สามารถรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ประกอบกับมีปริมาณฝนค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ดี บริเวณใกล้เคียงมีแหล่งน้ำที่สำคัญ คือ ห้วยขุนแก้ว อำเภอวัดสิงห์ ซึ่งมีความจุประมาณ ๕๒ ล้านลูกบาศก์เมตร\\n \tในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ กรมชลประทานได้ขุดคลองห้วยคตวังหมัน เพื่อผันน้ำส่วนเกิน\\nจากห้วยขุนแก้วไปยังหนองมะโมงในฤดูน้ำหลาก เป็นการลดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่อำเภอวัดสิงห์ ต่อมาจังหวัด\\nได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหา ๓ วิธี คือ (๑) สร้างแก้มลิงในพื้นที่เพื่อกักเก็บน้ำ (๒) พัฒนาห้วยคตวังหมัน\\nเพื่อให้สามารถรองรับน้ำจากห้วยขุนแก้วได้มากขึ้น และ (๓) เชื่อมโยงการกระจายน้ำในลักษณะสระพวง\\nซึ่งได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้วในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ กรมชลประทานได้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอโครงการ จำนวน ๔ โครงการ รวมเป็นเงิน ๘๓ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ และในอนาคต กรมชลประทานได้เสนอสร้างฝายหนองยางพร้อมระบบ ณ ตำบลวังตะเคียน อำเภอหนองมะโมง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ \\n \tดังนั้น ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาแผนงานดังกล่าวของกรมชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท อย่างเป็นระบบ รวมทั้ง\\nให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้ร่วมกันใช้น้ำแบบแบ่งปันให้ได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมระหว่างผู้ที่อยู่ต้นน้ำและปลายน้ำ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [544,1066,93,"นายบุญมี สุระโคตร","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารจัดการน้ำเพื่อเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภค","การลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับรายงานว่าแหล่งน้ำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษมีปริมาณมาก แต่ยังไม่มีระบบกระจายน้ำไปสู่ประปาหมู่บ้านและประปาตำบลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตและนอกเขตชลประทานทั่วประเทศ โดยเฉพาะ\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๗ แหล่งน้ำต้นทุนที่นำไปทำประปาหมู่บ้านเริ่มตื้นเขินตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม นอกจากนี้ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ \\nพ.ศ. ๒๕๖๘ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำประปาขาดแคลนในระดับชุมชนและท้องถิ่น \\nได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนน้อย ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทยให้กำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษเกี่ยวกับประปาหมู่บ้าน โดยการรวบรวมข้อมูลปัญหาแหล่งน้ำต้นทุนในการทำประปาหมู่บ้านระดับท้องถิ่น และประสานไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อให้ได้รับการประเมินและแก้ไขปัญหาประปาหมู่บ้านขาดแคลน\\nจากภาวะน้ำแล้ง จนกระทั่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์\\nของประชาชนและเพื่อให้ทุกหมู่บ้านในประเทศไทยมีน้ำประปาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [545,1065,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการน้ำนอกเขตชลประทานเพื่อเกษตรกร","จากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมซึ่งต้องใช้น้ำเป็นปัจจัยหลัก\\nในการทำการเกษตร โดยประเทศไทยมีพื้นที่สำหรับทำการเกษตรประมาณ ๑๔๙.๒ ล้านไร่ และเป็นพื้นที่\\nในเขตชลประทานประมาณ ๓๒.๗ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๒๑.๗๙ ของพื้นที่สำหรับทำการเกษตรทั้งประเทศ ส่วนพื้นที่ที่เหลือประมาณ ๑๑๖.๔ ล้านไร่ หรือร้อยละ ๗๘.๒ ของพื้นที่สำหรับทำการเกษตรทั้งประเทศ เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน โดยศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คาดการณ์ว่าพื้นที่ทำการเกษตรที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน \\nมีจำนวน ๖๐ จังหวัด โดยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ ๙.๗ ล้านไร่ อนึ่ง การเพิ่มขึ้นของประชากร \\nการขยายตัวของชุมชน การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ การขยายตัวด้านอุตสาหกรรม และการปลูกสร้าง\\nที่กีดขวางทางน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลต่อการใช้น้ำทางการเกษตรในพื้นที่นอกเขตชลประทานเป็นอย่างมาก \\n \tดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทานให้มีประสิทธิภาพ โดยส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำและรัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุน เช่น ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดพื้นที่ในการวางท่อหลักเพื่อบริหารจัดการน้ำในเขตชลประทานไปยังพื้นที่นอกเขตชลประทานที่เป็นพื้นที่ทำการเกษตร รวมทั้ง\\nการจัดหาท่อย่อยเพื่อต่อไปยังพื้นที่ทำการเกษตรอื่น ๆ เป็นต้น\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [546,1064,100,"นางประภาศรี สุฉันทบุตร","กฎหมาย","ข้อกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ","จากการขออนุญาตเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ภารกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริการทางสาธารณสุขนั้นกระทำได้ยาก เพราะเกรงว่าจะมีการโฆษณาเกินจริง ซึ่งปัจจุบันการขออนุญาตโฆษณาหากอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครจะต้องไปยื่นคำขออนุญาต ณ สำนักงานเขตล่วงหน้า แล้วจึงมายื่นคำขออนุญาต ณ กระทรวงสาธารณสุข กรณีอยู่ต่างจังหวัด จะต้องไปยื่นคำขออนุญาต ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดล่วงหน้า\\nจากนั้นจึงมายื่นคำขออนุญาต ณ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งใช้เวลาในการดำเนินการเพื่อขออนุญาตทั้งหมดประมาณ ๓ เดือน รวมทั้งการขออนุญาตมีความซ้ำซ้อน ยกตัวอย่างเช่น\\n \t๑) กรณีเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ถือเป็นเครื่องมือแพทย์ ก่อนนำมาจำหน่ายบริษัทผู้ผลิตได้มีการขอจดแจ้งเลขทะเบียน อย. เรียบร้อยแล้ว แต่หากจะนำเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์\\nมาโฆษณาในแผ่นพับจะต้องดำเนินการขอเลขทะเบียน อย. อีกครั้ง แล้วจึงสามารถยื่นขออนุญาตเพื่อโฆษณา\\nต่อกระทรวงสาธารณสุขได้ ซึ่งทั้งสองขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลาในการดำเนินการนานถึง ๖ เดือน \\n \t๒) การขอขยายพื้นที่การให้บริการในสถานพยาบาล เช่น การขอขยายพื้นที่จากการให้บริการแพทย์แผนไทยเป็นการให้บริการกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นการให้บริการเกินจากที่ยื่นขออนุญาตไว้เดิม \\nจะต้องยื่นคำขออนุญาตต่อกระทรวงสาธารณสุขใหม่อีกครั้ง และการพิจารณาอนุญาตมีความล่าช้า \\nซึ่งเห็นว่าควรจะยื่นขออนุญาตเฉพาะพื้นที่ที่เป็นอันตราย เช่น พื้นที่ที่เป็นเขตรังสีวิทยา หรือหากกระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจมากอาจมอบหมายให้วิศวกรหรือสถาปนิกที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในพื้นที่\\nเป็นผู้เข้ามาตรวจรับรองแทนได้ \\n  \t๓) การขอลดหรือเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยของสถานพยาบาล จะต้องยื่นคำขออนุญาต\\nต่อกระทรวงสาธารณสุขทุกครั้ง ซึ่งใช้เวลาในการขออนุญาตนานถึง ๖ เดือน \\n \t๔) การขออนุญาตรับรองมาตรฐานรถในระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน ใช้เวลาในการขออนุญาตประมาณ ๓ - ๔ เดือน\\n \tจากกรณีที่กล่าวข้างต้น แม้เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่อย่างไรก็ดี การบังคับใช้กฎหมายไม่ควรเป็นการสร้างภาระและลิดรอนสิทธิของผู้ที่ประกอบการโดยสุจริต ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขขอให้พิจารณาบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการขออนุญาตโฆษณาประชาสัมพันธ์ภารกิจการบริการทางสาธารณสุขต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่นและบังคับใช้กฎหมายเท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการพิจารณาอนุญาตมีความรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้การบริการทางสาธารณสุขมีความทันสมัยและทันต่อความเป็นไปของประเทศ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [547,1063,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","ผลักดันผ้าขาวม้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ","จากผ้าขาวม้าไทยเป็นผ้าที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และในการลงพื้นที่ของสมาชิกวุฒิสภา ณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านจะนำผ้าขาวม้ามาคาดเอวให้แก่สมาชิกวุฒิสภาเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการต้อนรับ อนึ่ง ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอยู่ระหว่างการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ณ ต่างประเทศ ได้มีนโยบายที่จะผลักดันให้ “ผ้าขาวม้า” เป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศไทย \\nซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีการรณรงค์การนำผ้าขาวม้ามาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างจริงจัง จากที่กล่าวมาข้างต้น จึงมีประเด็นข้อปรึกษาหารือเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t\t๑) การต้อนรับแขกของรัฐบาล ควรนำผ้าขาวม้าจัดเป็นของขวัญสำหรับต้อนรับแขกทุกคณะซึ่งขณะนี้มีสนามมวยบางแห่งได้นำผ้าขาวม้ามาเป็นของขวัญในการต้อนรับชาวต่างประเทศที่เข้ามารับชมมวยไทย\\n \t\t\t๒) ส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้าที่วางขายในตลาดชุมชนอย่างจริงจัง\\n \t\t\t๓) เร่งดำเนินการเสนอให้ผ้าขาวม้าไทยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม\\nที่จับต้องไม่ได้ ตามที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้เสนอผ้าขาวม้าไทยขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อจากโขน นวดไทย และโนรา \\nที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนแล้ว\\n\t\t\tอนึ่ง หากรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวต่อจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาอย่างจริงจัง จะทำให้ผ้าขาวม้าไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งจะทำให้ผ้าขาวม้าไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวทีโลก และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าขาวม้าเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",27,2567,"2024-03-19T00:00:00"],
    [548,1062,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขาดแคลนศึกษานิเทศก์ในเขตพื้นที่การศึกษา","ปัจจุบันเกิดปัญหาการขาดแคลนศึกษานิเทศก์ซึ่งถือเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีความสำคัญ เป็นผู้มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการนิเทศการศึกษา ส่งเสริมและสนับสนุน\\nการจัดการศึกษา รวมทั้งพัฒนาตนเองและวิชาชีพ หรือทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงครู และเมื่อวันที่ ๑๔ - ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๗ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ประกาศรับสมัครครูเพื่อสรรหา\\nเป็นศึกษานิเทศก์ แต่มีครูให้ความสนใจสมัครเป็นจำนวนน้อย จึงมีความกังวลว่าอาจเกิดวิกฤตทางการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เพราะจะขาดครูผู้แนะนำแนวทางการจัดการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งขาดที่ปรึกษาทางด้านวิชาการ\\n \tการที่ครูไม่ให้ความสนใจสมัครเป็นศึกษานิเทศก์มีสาเหตุ คือ (๑) การทำผลงานวิทยฐานะเพื่อเลื่อนระดับของศึกษานิเทศก์ต้องนับระยะเวลาใหม่ โดยนับตั้งแต่เป็นศึกษานิเทศก์ ไม่สามารถ\\nนำระยะเวลาที่เป็นครูมานับต่อได้ (๒) การปฏิบัติหน้าที่ของศึกษานิเทศก์ในปัจจุบัน มิได้ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องปฏิบัติตามนโยบายหรือโครงการต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง (๓) ต้องปฏิบัติงานในวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ และ (๔) มีการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งไว้สูง เช่น ต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโท ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการสร้างแรงจูงใจให้ครูมีความสนใจสมัครเป็นศึกษานิเทศก์ \\nโดยพิจารณา ดังนี้\\n \t(๑) ดำเนินการแก้ไขกฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ เพื่อให้ศึกษานิเทศก์มีความก้าวหน้า\\nในสายอาชีพ และจัดตั้งสำนักงานศึกษานิเทศก์โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\\n \t(๒) พิจารณาให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ดำเนินการแก้ไขกฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ศึกษานิเทศก์สามารถสอบคัดเลือกเป็นผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษาได้\\n\t(๓) กำกับดูแลให้ศึกษานิเทศก์ปฏิบัติงานในหน้าที่ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง\\nตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น โดยไม่มอบหมายงานที่เป็นโครงการพิเศษอีกต่อไป","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [549,1061,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","เสนอตั้งบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายในพื้นที่อำเภอปากท่อ และอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี","เนื่องจากระยะทางจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดราชบุรีมีระยะทาง ประมาณ \\n๑๐๐ กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่นาน ประกอบกับพื้นที่อำเภอปากท่อ และอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี มีพื้นที่ว่างเปล่าและมีภูมิประเทศเป็นภูเขา อีกทั้งประเทศไทยมีบ่อนการพนัน (Casino) ผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลังได้พิจารณา\\nศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งบ่อนการพนัน (Casino) ที่ถูกกฎหมายในพื้นที่อำเภอปากท่อ \\nและอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [550,1060,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การเชื่อมโยงการคมนาคมระบบราง ระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว  ช่วงหนองคาย - เวียงจันทน์","สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางคุนหมิง - เวียงจันทน์ ขนาดความกว้างราง ๑ เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งสถานีสุดท้ายสำหรับขนส่งผู้โดยสารสิ้นสุดที่สถานีเวียงจันทน์ และขนถ่ายสินค้าสิ้นสุดที่สถานีเวียงจันทน์ใต้ \\nหากประเทศไทยมีการเชื่อมโยงระบบรางรถไฟกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จะทำให้การคมนาคมทางรางมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการดำเนินงานจะมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ต้องเจรจากับ สปป.ลาว กระทรวงการคลัง สำนักงานความร่วมมือ\\nพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ต้องจัดทำโครงการช่วยเหลือทางการเงิน\\nให้กับ สปป.ลาว และกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะเป็นหน่วยงานหลัก\\nในการดำเนินการก่อสร้าง ทั้งนี้ สถานีเวียงจันทน์ใต้เป็นสถานีสุดท้ายในการขนถ่ายสินค้า หากมีการเชื่อมโยงระบบรางรถไฟจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ มายังสะพานมิตรภาพไทย - สปป.ลาว (หนองคาย - เวียงจันทน์) ระยะทาง ๕ กิโลเมตร จะทำให้สามารถขนถ่ายสินค้าได้สะดวกมากขึ้น และหากเชื่อมโยงระบบรางรถไฟจากสถานีเวียงจันทน์ไปยังสถานีคำสะหวาด จะทำให้การขนถ่ายสินค้าและผู้โดยสารที่เดินทาง\\nมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถเดินทางมายังประเทศไทยได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น \\nและในอนาคตจะมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ โดยมีทางรถไฟขนาดทางมาตรฐาน \\nและขนาดทาง ๑ เมตร และ ๑.๔๓๕ เมตร งบประมาณก่อสร้าง ๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยประเทศไทย และ สปป.ลาว จะรับผิดชอบค่าก่อสร้างฝ่ายละครึ่ง และการพัฒนาระบบรางจากสะพานข้ามแม่น้ำโขงไปยังสถานีหนองคาย เพื่อขนส่งผู้โดยสารจากรถไฟความเร็วสูงสาธารณรัฐประชาชนจีน - สปป.ลาว \\nมายังประเทศไทยและสถานีนาทาเพื่อขนถ่ายสินค้า โดยโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณการก่อสร้าง ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการเชื่อมโยงการคมนาคมระบบรางระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ช่วงหนองคาย - เวียงจันทน์ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งระหว่างประเทศ และเพิ่มโอกาสการค้าการลงทุนให้กับประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [551,1059,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การกู้ชีพฉุกเฉินในผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้น","ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ประมาณ \\n๕๔,๐๐๐ คนต่อปี หรือชั่วโมงละ ๖ คน พบมากในคนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๔๐ ปี โดยอาการ\\nภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีอาจทำให้ถึงแก่ชีวิต\\n \tการกู้ชีพฉุกเฉินเพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตมี ๕ ขั้นตอน คือ (๑) ตรวจสอบสถานการณ์ว่ามีความปลอดภัยเพียงพอที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้หรือไม่ (๒) ตรวจสอบลมหายใจของผู้ป่วย \\n(๓) เรียกขอความช่วยเหลือ และโทรแจ้ง ๑๖๖๙ (๔) ปั๊มหัวใจ (CPR) อย่างต่อเนื่อง โดยการกดหน้าอกให้ลึกประมาณ ๕ เซนติเมตร ด้วยความเร็ว ๑๐๐ - ๑๒๐ ครั้ง/นาที (๕) ใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า\\nชนิดอัตโนมัติ (AED)\\n \tโดยระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพฉุกเฉิน หากประชาชนที่ประสบเหตุมีความรู้ในการทำ CPR อย่างถูกต้อง หรือมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) จะสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วย\\nที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้มากกว่า ร้อยละ ๕๐ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา ดังนี้\\n \t(๑) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงอันตรายของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน \\nและวิธีการช่วยชีวิตฉุกเฉินว่ามีความสำคัญเพียงใด\\n\t(๒) ตราพระราชกำหนดให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับวิธีการช่วยชีวิตฉุกเฉินโดยการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย \\nและให้มีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญ พร้อมทั้งกำหนดให้ทุกหน่วยงาน สำนักงาน อาคารชุดพักอาศัย และสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก เช่น สนามบิน สถานีรถไฟ สถานีรถโดยสาร สนามกีฬา และห้างสรรพสินค้า ได้มีการติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED)","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [552,1058,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การสนับสนุนให้เกษตรกรในศูนย์ข้าวชุมชนได้เข้าถึงตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวของภาครัฐ","ศูนย์ข้าวชุมชนได้จัดตั้งขึ้นตามระเบียบกรมการข้าวว่าด้วยศูนย์ข้าวชุมชน \\nพ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีหน้าที่ผลิตข้าวคุณภาพเพื่อการบริโภค และผลิตข้าวพันธุ์ดี ชั้นดีบริการในชุมชน \\nและเพื่อให้เกิดศูนย์บริหารจัดการข้าวครบวงจร จากข้อมูล ณ วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๖ มีศูนย์ข้าวชุมชน\\nจำนวน ๖,๕๕๙ แห่ง โดยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเดิม ในปี ๒๕๖๔ มีศูนย์ข้าวชุมชน จำนวน ๒,๕๙๖ แห่ง\\nทั้งนี้ ประเทศไทยปลูกข้าว ปีละ ๗๐ ล้านไร่ ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ จำนวน ๑.๔ ล้านตัน โดยแบ่งการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ดังนี้ กรมการข้าว ผลิตได้ ๙๕,๐๐๐ ตัน สหกรณ์ ผลิตได้ ๓๐,๐๐๐ ตัน ศูนย์ข้าวชุมชน\\nผลิตได้ ๑๑๒,๐๐๐ ตัน และภาคเอกชน ผลิตได้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน รวมทั้งสิ้น จำนวน ๕๓๗,๐๐๐ ตัน \\nสำหรับจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่ยังขาดอยู่นั้น ศูนย์ข้าวชุมชนสามารถผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการได้ \\nแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมด้านการตลาด\\n \tปัจจุบันกรมการข้าวมีโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อให้เกษตรกรได้รับเมล็ดพันธุ์ข้าว\\nที่มีคุณภาพดีขึ้น จึงเป็นโอกาสที่กรมการข้าวจะซื้อเมล็ดพันธุ์ดีจากศูนย์ข้าวชุมชนส่งไปยังเกษตรกร\\nทั่วประเทศ และเป็นการเปิดโอกาสให้ศูนย์ข้าวชุมชนได้ขยายตลาดในส่วนของภาคราชการ ดังนั้น \\nจึงขอสอบถามว่ามีความเป็นไปได้เพียงใดที่กรมการข้าวจะจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีจากศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อใช้ในโครงการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อเกษตรกร\\nทั่วประเทศต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [553,1057,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหายาบ้า น้ำกระท่อม กัญชา มอมเมาเด็กและเยาวชน","ปัจจุบันได้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในกลุ่มเยาวชนเป็นจำนวนมาก ดังนี้\\n \t(๑) กัญชา ถึงแม้ว่ากัญชาจะมีสรรพคุณในการรักษาโรคที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่มักพบเห็นเยาวชนสูบบุหรี่โดยยัดไส้ด้วยกัญชา กรณีพบเยาวชนขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความคึกคะนอง โดยส่วนใหญ่มักมีกัญชาไว้ในครอบครองและเมาสุรา\\n \t(๒) น้ำกระท่อม สิ่งที่ครูในโรงเรียนจำนวนมากตรวจพบ คือ มีการนำน้ำกระท่อม\\nใส่กระติกน้ำอลูมิเนียมเพื่อจำหน่ายให้แก่นักเรียน\\n \t(๓) ยาบ้า ปัจจุบันมีการนำยาบ้ามาบรรจุใส่ถุง ถุงละ ๕ เม็ด จำหน่ายโดยทั่วไป \\nโดยนักเรียนจะนำไปโรงเรียน จำนวน ๓ - ๔ เม็ด ต่อวัน เพื่อแจกหรือจำหน่ายให้เพื่อน\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการ และบริหารจัดการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย และมอบนโนบายการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชนไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [554,1056,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม","เนื่องจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่าเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เจ้าหน้าที่ของรัฐระดับปฏิบัติการได้นำทองคำแท่ง น้ำหนัก ๓,๐๐๐ บาท มูลค่าประมาณ ๗๔ ล้านบาท ไปจำหน่าย\\nที่ร้านค้าทองแห่งหนึ่ง และต่อมาเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ บุคคลในกลุ่มนี้ ได้นำทองคำแท่งไปจำหน่ายให้แก่ร้านขายทอง อีก ๒ - ๓ ครั้ง น้ำหนักประมาณ ๘,๐๐๐ บาท มูลค่าประมาณ ๒๔๙ ล้านบาท ซึ่งเข้าลักษณะเป็น “ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย” ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ต่อมา โฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้ชี้แจง\\nว่าร้านค้าทองที่รับซื้อได้รายงานการทำธุรกรรมมานานแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน\\nเส้นทางการเงินจากร้านทองที่ชำระให้กับผู้ขาย และไม่ได้เป็นการซื้อขายด้วยเงินสด โดยเป็นการ\\nทำธุรกรรมโอนเงินผ่านทางธนาคาร แต่ไม่ได้ชี้แจงว่าธุรกรรมดังกล่าวเป็นธุรกรรมตามปกติ หรือธุรกรรม\\nที่มีเหตุอันควรสงสัย ซึ่งมีข้อสังเกตว่าสำนักงาน ปปง. ใช้เวลาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวถึง ๔ ปี \\nซึ่งอาจส่งผลเสียหายทำให้ไม่สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดได้ทันท่วงที โดยจากการตรวจสอบระเบียบและแนวปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน\t       \\nพ.ศ. ๒๕๔๒ พบว่า การทำธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายทองคำที่มีมูลค่ามากกว่า ๒ ล้านบาทขึ้นไป \\nและเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับลูกค้าที่มีธุรกรรมไม่สอดคล้องกับฐานะทางการเงิน ผู้ประกอบการร้านค้าทองจะต้องรายงานธุรกรรมที่เข้าลักษณะเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย ให้สำนักงาน ปปง. รับทราบ นอกจากนั้น การทำธุรกรรมโดยโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนตั้งแต่ ๗๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ธนาคารจะต้องรายงานความเคลื่อนไหวทางการเงินให้ สำนักงาน ปปง. รับทราบ ทุกรอบ ๑๕ วัน ดังนั้น การทำธุรกรรมซื้อขายทองคำแท่งในกรณีดังกล่าว สำนักงาน ปปง. ควรได้รับรายงานการทำธุรกรรม\\nจากผู้ประกอบการร้านค้าทอง และธนาคารพาณิชย์ที่รับเงิน แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่าสำนักงาน ปปง. ได้รับรายงานธุรกรรมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพิ่งดำเนินการตรวจสอบภายหลังจากที่มีการทำธุรกรรมเป็นเวลานานถึง ๔ ปี กรณีดังกล่าว ถือเป็นความผิดปกติในการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการป้องกัน\\nและปราบปรามการฟอกเงิน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีความผิดปกติดังกล่าว และพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบธุรกรรม\\nที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการฟอกเงินได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน\\nที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดได้ทันท่วงที","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [555,1055,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","อื่นๆ","การตอบข้อหารือของสมาชิกวุฒิสภาไม่ตรงประเด็น","ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) \\nเมื่อวันอังคารที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือได้หารือ เรื่อง นายทวีชัย  หมื่นรักษ์ ร้องเรียนพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี โดยได้ส่งข้อหารือดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา สรุปสาระสำคัญได้ว่า นายทวีชัย หมื่นรักษ์ อายุ ๖๒ ปี ข้าราชการบำนาญ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่บ้านเลขที่ ๖๐ หมู่ ๒ ตำบลพิกุลทอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีตั้งด่านตรวจ โดยได้ถูกตรวจค้นและถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซึ่งพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนคดี คือ พันตำรวจโท ประมาณ ปลาทอง ได้รับคำร้องทุกข์ในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามพฤติการณ์ ซึ่งได้รับคำร้องทุกข์ ตามคดีอาญา เลขที่ ๒๒๓๓/๒๕๖๕ และได้ยึดทรัพย์ตามเลขที่ ๑๑๑๐/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ ซึ่งนายทวีชัยฯ ได้ประกันตัวโดยใช้เงินสด จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ในวันเกิดเหตุ ปัจจุบันเวลาได้ล่วงเลยมากว่า ๙ เดือน แต่สำนวนคดีไม่มีความคืบหน้า ทำให้ผู้ร้องฯ ไม่สามารถถอนเงินประกันดังกล่าวได้ และไม่สามารถนำอาวุธปืนที่ถูกจับกุมซึ่งมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน\\nในเคหสถานได้ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ตร.๔๑๙/๒๕๕๖ \\nเรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้กรณีที่ผู้ต้องหาประกันตัว ต้องสอบสวน\\nให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๖๐ วัน หรือหากไม่แล้วเสร็จ สามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๓๐ วัน จำนวน ๖ ครั้ง โดยยื่นคำขอต่อผู้กำกับหรือผู้บังคับการ ทั้งนี้ คดีพกพาอาวุธปืนถือเป็นคดีลหุโทษ\\nตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ อาจมีโทษสูงขึ้น ซึ่งในคดีดังกล่าว พบข้อสังเกตว่าพนักงานสอบสวนละเลยต่อหน้าที่ และผู้บังคับบัญชาขาดการใส่ใจเรื่องการตรวจสอบสำนวน กรณีดังกล่าว หากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เมื่อส่งฟ้องศาลอาญาจะไม่มีการนำสืบ ดังนั้น การทำสำนวนคดีนี้ จึงเป็นการปฏิบัติงาน\\nที่ล่าช้าเกินสมควร และขัดต่อคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้ผู้บัญชาการ\\nตำรวจแห่งชาติดำเนินการตรวจสอบสำนวนคดีว่ามีความล่าช้าเพราะเหตุใด หากพบข้อบกพร่อง \\nขอให้แก้ไขและเร่งรัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และให้ความใส่ใจต่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจ เพราะถือเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับโครงสร้างการทำงาน สร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้รับความศรัทธาจากประชาชน และเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นที่ยอมรับและเป็นที่พึ่งของประชาชน\\n \tต่อมาได้มีหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ นร ๐๔๐๔/๓๐๘๙ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๗ แจ้งผลการพิจารณา ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี แจ้งว่า การจับกุมนายทวีชัย  หมื่นรักษ์ ข้าราชการบำนาญ เป็นคดีอาญาที่ ๒๒๓๓/๒๕๖๕ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ได้มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕\\'๖๖ ซึ่งพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ อย่างเคร่งครัด สำหรับการปรับโครงสร้างการทำงานของพนักงานสอบสวน และสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ปัจจุบันมีพนักงานสอบสวนในสังกัดสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี จำนวนทั้งสิ้น ๒๘ นาย ดังนี้ (๑) ไปช่วยราชการ จำนวน ๕ นาย (๒) ลาไปศึกษาต่างประเทศ จำนวน ๑ นาย และ (๓) คงเหลือปฏิบัติหน้าที่จริง จำนวน ๒๒ นาย ในการนี้ ได้จัดให้พนักงานสอบสวนเข้าเวร จำแนกเป็น หัวหน้างานสอบสวน จำนวน ๑ นาย พนักงานสอบสวนทำหน้าที่เวรฝากขัง จำนวน ๑ นาย และพนักงานสอบสวนเข้าเวรคดีอาญา - จราจร จำนวน ๒๐ นาย ซึ่งจัดให้พนักงานสอบสวนเข้าเวร จำนวน ๓ ผลัดต่อวัน (ผลัดละ ๘ ชั่วโมง) เข้าเวรผลัดละ ๒ นาย แบ่งเป็นเวรคดีอาญาและจราจร \\nทั้งนี้ สถิติคดีอาญาปี ๒๕๖๖ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี มีจำนวน ๒,๐๐๐ คดี โดยเฉลี่ย\\nพนักงานสอบสวน ๑ นาย รับผิดชอบสำนวนคดี จำนวน ๑๑๐ คดี\\n \tทั้งนี้ ผู้ขอปรึกษาหารือมีความเห็นว่าการตอบข้อหารือดังกล่าวยังไม่ตรงตามประเด็นคำถาม กล่าวคือ\\n\t(๑) ประเด็นการตรวจสอบสำนวนคดีว่ามีความล่าช้าเพราะเหตุใด หากพบข้อบกพร่องขอให้แก้ไข และเร่งรัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งมีการชี้แจงว่าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ\\nได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ อย่างเคร่งครัดนั้น เห็นว่าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบใช้เวลาดำเนินการสอบสวนเกินกว่าระยะเวลาสอบสวนที่กำหนดไว้ \\nตามคำสั่ง ตร. ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยใช้เวลานานกว่า ๙ เดือน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควรเรียกสำนวนการสอบสวนดังกล่าวไปตรวจสอบให้ถี่ถ้วน\\n(๒) ประเด็น…\\n \t(๒) ประเด็นการให้ความใส่ใจต่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจ เพราะถือเป็นหัวใจและเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับโครงสร้างการทำงาน สร้างขวัญและกำลังใจ\\nให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งมีการชี้แจงในเรื่องอัตรากำลังพนักงานสอบสวน การจัดเวรผลัดปฏิบัติหน้าที่ \\nสถิติคดีอาญา อัตราส่วนความรับผิดชอบสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจภูธร\\nเมืองราชบุรีนั้น เห็นว่าตอบชี้แจงไม่ตรงประเด็นคำถาม\\n \tการปรับโครงสร้างการทำงานของพนักงานสอบสวน อาจจำเป็นต้องมีการปรับปรุง\\nคำสั่ง ตร. ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวกขึ้น ส่วนการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ควรกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานี เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเฉพาะสำนวนคดีอาญาทั่วไป สำหรับคดีอาญาที่มีกองบัญชาการตำรวจ/กองบังคับการที่รับผิดชอบโดยเฉพาะแล้ว ควรกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจ/\\nกองบังคับการนั้นทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ อาทิ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\n \tอนึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการสอบสวน\\nที่พร้อมให้คำแนะนำด้านการสอบสวนแก่พนักงานสอบสวนประจำสถานีตำรวจต่าง ๆ ทั่วประเทศ อาทิ พันตำรวจเอก มานะ  เผาะช่วย รองประธานชมรมพนักงานสอบสวนตำรวจ สถาบันส่งเสริมงานสอบสวน \\nซึ่งพนักงานสอบสวนรุ่นใหม่ที่ยังขาดประสบการณ์การทำงาน สามารถสอบถามขอคำแนะนำได้ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณามอบหมายให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ตอบข้อปรึกษาหารือดังกล่าวข้างต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [556,1054,93,"นายบุญมี สุระโคตร","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการสร้างวงเวียนในอำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ","เนื่องจากบริเวณเทศบาลตำบลขุนหาญได้มีการก่อสร้างวงเวียนบนถนนสายหลักของอำเภอ เส้นทางระหว่างอำเภอขุนหาญ ไปยังทุ่งกบาลกะไบ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งที่มีประชาชนเดินทาง\\nไปท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยประชาชนในพื้นที่มีความกังวลว่าอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง เนื่องจากถนนในวงเวียนมีช่องจราจรคับแคบ ผู้ขับขี่ที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางอาจไม่ชะลอความเร็ว เพราะไม่มี\\nป้ายสัญญาณเตือนจากระยะไกลให้เห็นเด่นชัดเจน ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ\\nติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่วงเวียนในระยะไกล หรือสัญญาณอื่นใด เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์\\nได้ชะลอความเร็ว และเพิ่มความระมัดระวัง เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุ หรือดำเนินการขยายถนน\\nภายในวงเวียนให้กว้างขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับรถยนต์ที่ขับขี่ด้วยความเร็วได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [557,1053,100,"นางประภาศรี สุฉันทบุตร","นโยบายของรัฐบาล","การใช้การศึกษาในการพัฒนาเมืองรอง หรือจังหวัดที่มีความยากจน","เนื่องจากประเทศไทยมีสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนเป็นจำนวนมาก เช่น นักกายภาพบำบัด นักรังสีวิทยา พยาบาล ศวกรบางสาขา และแพทย์ เป็นต้น โดยรัฐบาลควรลงทุนผลิตบุคลากร\\nเพื่อตอบสนองตลาดแรงงานในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลน เช่น วิชาชีพพยาบาล โดยรัฐบาลเลือกจังหวัด\\nที่มิใช่เมืองใหญ่ของภูมิภาค หรือเมืองรอง สำหรับสร้างวิทยาลัยการพยาบาลขึ้นเป็นการเฉพาะ \\nและให้ทุนการศึกษาฟรีสำหรับผู้ที่เข้าศึกษา หรือสนับสนุนให้วิทยาลัยนั้นมีคณะวิทยาศาสตร์ \\nเพื่อจัดการเรียนการสอนเบื้องต้นไปสู่คณะแพทยศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการขยายโอกาส\\nทางการศึกษาไปสู่เมืองรอง เป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ\\nให้กับจังหวัดเล็ก ๆ หรือจังหวัดที่มีความยากจน ที่ขาดโอกาสและงบประมาณในการพัฒนาต่าง ๆ ดังนั้น จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองรอง โดยการสนับสนุนงบประมาณสำหรับพัฒนาทรัพยากรบุคคล สร้างวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาให้ตรงตามวิชาชีพ\\nที่ขาดแคลนในตลาดแรงงานต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [558,1052,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความปลอดภัยบนขบวนรถไฟ","เนื่องจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยด้านทรัพย์สิน ชีวิต และร่างกายของประชาชนผู้โดยสารรถไฟอยู่เป็นประจำ และเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๗ มีชาวต่างชาติส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสาร และสูบกัญชาบนขบวนรถไฟขบวนที่ ๑๐ \\n(เชียงใหม่ - กรุงเทพฯ) ซึ่งขบวนรถไฟดังกล่าวมีเพียงเจ้าหน้าที่รถไฟ เมื่อดำเนินการตักเตือน นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวก็ไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด\\n \tทั้งนี้ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีคำสั่งให้ยกเลิกกองบังคับการ\\nตำรวจรถไฟ ซึ่งต่อมา รฟท. ได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง \\nเพื่อขอให้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยบนตู้โดยสารรถไฟในขบวนต่าง ๆ เพื่อป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม และรักษาความปลอดภัย เมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบนรถไฟ ประชาชนต่างแสดงความชื่นชม และแสดงความขอบคุณที่จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาฟื้นคืนกองบังคับการตำรวจรถไฟให้กลับมาอีกครั้ง เพื่อให้ตำรวจรถไฟได้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่เดินทาง\\nโดยรถโดยสารสาธารณะทั้งบนรถไฟ และรถไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ศรัทธา รู้สึกปลอดภัย\\nในการเดินทาง อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",29,2567,"2024-03-26T00:00:00"],
    [559,1051,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ","จากประชากรไทย ร้อยละ ๑๑.๔ มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ \\nซึ่งเป็นอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โรคภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจะส่งผลต่อความผิดปกติ\\nของหัวใจ ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมองตีบ เบาหวาน กรดไหลย้อน ความจำลดลง และมีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การสังเกตอาการของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ มีดังนี้ ๑) นอนกรน\\nบ่อยมากกว่า ๓ สัปดาห์ ๒) หายใจแรงกว่าปกติขณะนอนหลับ ๓) ขณะนอนหลับมีเสียงเงียบ\\nเหมือนหยุดหายใจสักพัก จากนั้นดังเฮือก ๔) นอนในท่าหลับหรือแหงนคอขึ้น ๕) ริมฝีปากเขียวคล้ำ \\n๖) ปวดศีรษะเวลาตื่นนอนหรือง่วงนอนเวลากลางวัน ๗) มีปัญหาการเรียนและพฤติกรรม เช่น ก้าวร้าว สมาธิสั้นผิดปกติ   \\n\t\tวิธีการป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ คือ ๑) การนอนตะแคง ๒) การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ๓) การลดและควบคุมน้ำหนัก ๔) เลิกสูบบุหรี่ ๕) งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์\\n๖) หลีกเลี่ยงการทานยากดระบบประสาทส่วนกลาง เช่น ยานอนหลับ ยาระงับปวดกลุ่มโอปิออยด์ \\nและยาคลายกล้ามเนื้อ      \\n\t\tจากปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับดังกล่าว รัฐบาลควรมีมาตรการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพที่แข็งแรง เพราะการนอนหลับคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด หากนอนหลับไม่เต็มที่ \\nจะทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงอาจเจ็บป่วยถึงขั้นเสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว จึงขอหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้\\n\t\t(๑) ควรประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เรื่องภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ให้ประชาชนสามารถสังเกต ตรวจสอบ และป้องกันด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ \\n\t\t(๒) ขอให้ภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันดูแล สังเกตพฤติกรรมการทำงานของพนักงาน เพื่อพิจารณาว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือไม่  \\n\t\t(๓) ขอให้มีการตรวจสุขภาพด้านการนอนหลับ พร้อมกับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง การมีสุขภาพที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญ ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [560,1050,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน","การจ้างครูของโรงเรียนเอกชนแต่ละแห่งจะมีการกำหนดอัตราเงินเดือนไว้ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานะและผลประกอบการของโรงเรียนนั้น ๆ ว่ามีจำนวนนักเรียนมากน้อยเพียงใด \\nมีรายได้เท่าใด โดยครูที่ได้รับการบรรจุแล้วสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนครูโรงเรียนเอกชน\t\t\\nได้ไม่เกินปีละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยการเบิกค่ารักษาพยาบาลจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล\\nของรัฐเท่านั้น และสำรองเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน แต่อย่างไรก็ดี หากป่วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งเป็นโรคที่มีค่ารักษาพยาบาลสูง เมื่อเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนครูโรงเรียนเอกชนครบ ๑๕๐,๐๐๐ บาท แล้ว แต่ยังต้องรับการรักษาโรคมะเร็งต่อเนื่อง ซึ่งต้องใช้เงินค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมากนั้น ทำให้ครูโรงเรียนเอกชนมีความจำเป็นต้องลาออกจากโรงเรียนเอกชน เพื่อมารับสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือสิทธิบัตรทอง ๓๐ บาท จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาแก้ไขปัญหาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชนให้ได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมต่อไป\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [561,1049,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสุกรและบ่อขยะลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ","จากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสุกรและบ่อขยะลงสู่\\nแหล่งน้ำสาธารณะ ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดราชบุรี \\nจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวคือ ประชาชนในพื้นที่ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา \\nจังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสุกรและบ่อขยะที่มี\\nการลักลอบปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ คือ คลองไพรสะเดา ตำบลปากท่อ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งน้ำเสียดังกล่าวได้ไหลผ่านลำคลองไปยังจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเป็นปัญหามลพิษทางน้ำที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ\\nเลี้ยงสัตว์น้ำ และการประมง ได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยเกษตรกรที่เลี้ยงปลาประสบปัญหา\\nปลาที่เลี้ยงไว้ตายทั้งหมด ซึ่งผู้ประกอบอาชีพประมงไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ เพราะไม่มีหลักเกณฑ์\\nการเยียวยาให้แก่การทำประมงที่ได้รับความเสียหายจากปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร อาทิ นาข้าว และสวนผลไม้ของจังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย ซึ่งปัญหาการลักลอบปล่อย\\nน้ำเสียดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน และเกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน แต่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องไม่มีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด โดยพื้นที่ความเสียหายอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าราชการจังหวัด ๓ จังหวัด คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี \\nผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและสั่งการให้กระทรวงและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มเลี้ยงสุกรและบ่อขยะลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด      ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [562,1048,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","สัญญาจ้างก่อสร้างแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ","พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ \\nที่ระบุให้สัญญาจ้างก่อสร้างของรัฐบาลไทยเป็นแบบสัญญาจ้างแบบปรับราคาได้ หรือค่า K (ESCALATION \\nFACTOR) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง สามารถเป็นหลักประกันในกรณีที่ราคา\\nค่าวัสดุก่อสร้างขึ้นหรือลงในอนาคต เพราะบางสัญญาใช้เวลานาน ๓ – ๕ ปี หากเกิดกรณีที่ต้นทุนสินค้าลดลง (K-) ผู้รับจ้างต้องจ่ายเงินคืนให้ผู้ว่าจ้างหรือผู้ว่าจ้างสามารถหักเงินประกันได้ ภายใน ๑๕ วัน \\nแต่หากเกิดกรณีต้นทุนสินค้าสูงขึ้น (K ) ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง\\nและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มิได้ระบุเงื่อนระยะเวลาที่ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายเงินเพิ่มให้กับผู้รับจ้างแต่อย่างใด โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เกิดสงครามระหว่างประเทศยูเครนและประเทศรัสเซีย ทำให้น้ำมัน และเหล็ก มีราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ต้นทุนการก่อสร้างมีราคาสูงขึ้น และตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จนกระทั่งปัจจุบัน รัฐบาลมิได้จ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างรวมมูลค่าหลายพันล้านบาท เช่น กรมทางหลวงค้างค่า K กับผู้รับจ้าง จำนวนมากกว่า ๒ พันล้านบาท เป็นต้น ส่งผลให้ผู้รับจ้างประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง การส่งมอบงานล่าช้า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมทั้งที่เป็นนิติกรรมผูกพันของรัฐ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการคลังเร่งดำเนินการชำระเงินที่ค้างจ่ายตามสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ให้กับผู้รับจ้าง เพื่อให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการส่งมอบงานก่อสร้างต่าง ๆ จะได้ดำเนินการส่งมอบงานได้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด ก่อนที่จะเกิดปัญหาที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไข หากงบประมาณไม่เพียงพอ ให้นำงบประมาณรายจ่ายงบกลางมาใช้เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยฉับพลันทันที และหากยังไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา ควรเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [563,1047,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนหลักสูตรผู้บังคับบัญชาลูกเสือสำหรับผู้บริหารระดับสูงอย่างไร","เนื่องจากกระบวนการลูกเสือมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างพลเมืองที่ดี\\nของสังคม ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ใช้กระบวนการลูกเสือเป็นเครื่องมือในการสร้างเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดี โดยจำกัดการสอนไว้ในสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ในข้อเท็จจริงแล้วระบบลูกเสือไทย\\nเปิดโอกาสให้องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชน สามารถนำไปเป็นวิชาหนึ่งในการฝึกอบรมได้ \\nโดยวุฒิการศึกษาทางลูกเสือที่ได้รับจากการฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ ประกอบด้วย (๑) ขั้นความรู้ทั่วไป (General Information Course) ระยะเวลาอบรม ๑ วัน (๒) ขั้นความรู้เบื้องต้น B.T.C. (Basic Unit Leader Training Course) ระยะเวลาอบรม ๓ วัน ๒ คืน และ (๓) ขั้นความรู้ชั้นสูง A.T.C. (Advance Unit Leader Training Course) ระยะเวลาอบรม ๗ วัน ๖ คืน ซึ่งวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยการปกครอง และสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ได้ใช้ขั้นความรู้ชั้นสูง A.T.C. เป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรการฝึกอบรมของสถาบัน สามารถทำให้ผู้เข้าอบรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการสร้างความสามัคคีและสัมพันธภาพที่ดี ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลกำหนดนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐที่มีหลักสูตรฝึกอบรมระดับผู้บริหาร นำกระบวนการลูกเสือบรรจุไว้ในหลักสูตรฝึกอบรมของกระทรวง กรม หรือหน่วยงานของรัฐในวงกว้างมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เกิดกระบวนการสร้างผู้บริหารและผู้ใหญ่ที่มีจิตใจดี มีสัมพันธภาพที่ดีกับบุคคลทุกระดับ และสามารถนำไปสู่การสร้างพลเมืองดีด้วยวิถีลูกเสืออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [564,1046,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทย","ประเทศสิงคโปร์ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อเพิ่มการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรม\\nการท่องเที่ยวประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์มีโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เช่น สนามบินชางงี ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติหลักของประเทศสิงคโปร์ ได้มีการจัดตกแต่งเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางอย่างครบครัน \\nหรือท่าเทียบเรือของประเทศสิงคโปร์ที่มีขนาดใหญ่ และได้มาตรฐานโลก ดังนั้น นโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ยกเว้นการตรวจลงตราแก่นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (ฟรีวีซ่า) \\nยังอาจไม่เพียงพอ ควรจะต้องมีการบริหารจัดการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งระบบ เช่น นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องกระจายอำนาจให้แก่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดเชียงใหม่ เช่นเดียวกับการกระจายอำนาจให้แก่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หรือในจังหวัดภูเก็ต ควรจะต้องจัดให้มีท่าเทียบเรือน้ำลึก (ท่าเรือสำราญ) \\nที่ได้มาตรฐานโลก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญ โดยการกระตุ้นการท่องเที่ยว\\nของประเทศไทยอาจจะต้องศึกษาจากประเทศสิงคโปร์ที่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อกระตุ้น\\nการท่องเที่ยวถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท รวมถึงการจัดสถานที่สำหรับการท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน \\nเช่น ในโรงแรมมารีน่า เบย์ แซนด์ ที่มี Sands SkyPark และ ArtScience Museum หรือการจัด\\nสวนพฤกษศาสตร์ในเรือนกระจก (Cloud Forest Dome) รวมทั้งการจัดงานกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ (Event) อย่างต่อเนื่อง เช่น การที่รัฐบาลของประเทศสิงคโปร์ทุ่มงบประมาณเพื่อได้สิทธิจัดคอนเสิร์ตของ Taylor Swift เพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากคอนเสิร์ตของ Taylor Swift สามารถดึงดูดเงินเข้าประเทศได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือในอนาคตประเทศสิงคโปร์จะมีการจัดแข่งขัน Formula 1 Singapore Grand Prix 2024 ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๒ กันยายน ๒๕๖๗ เป็นต้น ดังนั้น เพื่อให้การท่องเที่ยวของประเทศไทยมีการพัฒนาและสามารถนำรายได้เข้าประเทศ โดยให้จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดนำร่อง จึงขอเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้      \\n\t\t(๑) ต้องมีการกระจายอำนาจให้แก่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดเชียงใหม่ เป็นรูปแบบพิเศษ หรือเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ \\n \t\t(๒) ต้องพัฒนาสนามบิน ท่าเทียบเรือน้ำลึก (เรือสำราญ) สถานีรถไฟ และมอเตอร์เวย์ \\nให้มีมาตรฐานระดับสากล  \\n\t\t(๓) ต้องจัดการพื้นที่สาธารณะ อุทยานแห่งชาติ แม่น้ำลำคลอง ชายทะเล ชายหาด ฯลฯ ให้มีความสะอาด สะดวก ปลอดภัย และสวยงามตามมาตรฐานโลก \\n \t\t(๔) ต้องจัดให้มีกิจกรรม สวนสนุก สวนสัตว์ ระดับดิสนีย์แลนด์ หรือยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ หรือซีเวิลด์ เป็นต้น \\n \t\t(๕) ระบบขนส่งมวลชน รถเมล์ รถไฟฟ้าโมโนเรล รถแท็กซี่ ต้องมีมาตรฐาน\\nด้านความปลอดภัยในระดับสากล\\n\t\t(๖) ต้องพัฒนาการลงทุนด้าน Sports Tourism และ Entertainment Complex \\nในโรงแรมหรูระดับ ๖ ดาว ซึ่งจะมี Casino เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวระดับเศรษฐีจากทั่วโลก\\n   \t\tหากรัฐบาลจัดทำแผนพัฒนาและลงทุนทั้งระยะสั้น และระยะยาวได้อย่างครบถ้วน จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์แบบต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [565,1045,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการหักเงินเดือนส่งใช้หนี้ของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู","รัฐบาลได้มีนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยให้สถาบันการเงินช่วยเหลือโดยการลดดอกเบี้ยให้ต่ำลง และปล่อยกู้ให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศ รวมทั้งกำหนดให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศลดอัตราดอกเบี้ยให้กับสมาชิกเหลือร้อยละ ๔.๗๕ บาทต่อปีแต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูหลายจังหวัดได้แจ้งความดำเนินคดีกับส่วนราชการที่เป็นหน่วยหักเงินเดือน ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและเจ้าหน้าที่ ซึ่งฝ่ายข้าราชการครูที่ไม่ยอมให้หักเงินเดือน ได้อ้างระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนบำเหน็จบำนาญเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๗ กำหนดว่าจะต้องมีเงินเดือนหลังหักจากหักชำระหนี้แล้ว\\nไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ และหากเหลือไม่ถึงร้อยละ ๓๐ ให้ส่วนราชการผู้เบิกงดหักเงินจนกว่าจะมี\\nการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และคำสั่งศาลปกครองกลางที่สั่งให้กระทรวงศึกษาธิการ\\nจะหักเงินเดือนครูใช้หนี้จะต้องมีเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ให้เป็นไปตามระเบียบ\\nของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนสหกรณ์ออมทรัพย์ครูได้อ้างพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ \\nและแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๔๒/๑ กำหนดว่าเมื่อสมาชิกได้ทำความยินยอมไว้เป็นหนังสือไว้กับสหกรณ์ ให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานของรัฐ หรือนายจ้างในสถานประกอบการ \\nหรือหน่วยงานอื่นใดที่สมาชิกปฏิบัติหน้าที่อยู่หักเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือเงินอื่นใดที่ถึงกำหนดจ่ายแก่สมาชิกนั้น เพื่อชำระหนี้หรือภาระผูกพันอื่นที่มีต่อสหกรณ์ ให้แก่สหกรณ์ตามจำนวนที่สหกรณ์แจ้งไป จนกว่าหนี้หรือภาระผูกพันนั้นจะระงับสิ้นไป และการหักเงินต้องหักให้สหกรณ์เป็นลำดับแรก ถัดจากภาษีอากรและหักเงินเข้ากองทุนที่สมาชิกต้องหักตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดง ที่ อ๑๔๔๒/๒๕๕๙ ที่ได้มีคำสั่งให้\\nส่วนราชการผู้เบิกต้องหักเงินนำส่งสหกรณ์ทันที ทั้งนี้ ข้าราชการครู และสหกรณ์ออมทรัพย์มีความประสงค์แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม ดังนี้   \\n\t\t(๑) กลุ่มที่ไม่ประสงค์ให้หักเงิน หากส่วนราชการหักเงินของสมาชิกเกินร้อยละ ๗๐ จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย      \\n\t\t(๒) กลุ่มที่มีความประสงค์ให้หักเงินเกินกว่าร้อยละ ๗๐ โดยทำหนังสือให้ความยินยอม   \\n\t\t(๓) สหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เห็นว่า หากส่วนราชการไม่หักเงินก็อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗   \\n\t\tจากข้อเท็จจริงข้างต้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ \\nจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาหาแนวทางปฏิบัติที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกัน\\nอย่างมีความสุข และให้ส่วนราชการสามารถหักเงินได้โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ได้รับผลกระทบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [566,1044,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","พฤติการณ์ออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวนักธุรกิจต่างประเทศทำร้ายร่างกายสตรีชาวไทยที่นั่งพักผ่อนบริเวณบันไดคอนกรีตของวิลล่าริมหาดยามู ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต \\nซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าอาจมีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามระเบียบของทางราชการหลายกรณี \\nและการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบ หรืออาจได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นอกจากนี้ ชาวต่างชาติคนดังกล่าวยังมีพฤติกรรมที่ไม่สมควรต่อคนไทยอีกหลายกรณี \\nและอาจมีการข่มขู่ประชาชนมิให้ดำเนินคดีด้วย             \\n\t\tกรณีที่ดินวิลล่าก่อสร้างบันไดรุกล้ำหาดสาธารณะดังกล่าวเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรอง\\nการทำประโยชน์ นส.๓ ก ออกโดยอาศัยหลักฐานจากแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค.๑) ซึ่งได้ออก เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีการรังวัด\\nเพื่อตรวจสอบเนื้อที่ของหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.๓ เพื่อเปลี่ยนเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.๓ ก นอกจากนี้ จากภาพถ่ายทางอากาศก่อนปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นป่าที่มี\\nความอุดมสมบูรณ์ จึงควรมีการตรวจสอบว่ามีการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามวัตถุประสงค์ของการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นส.๓ ก หรือไม่ อย่างไร สำหรับวิลล่าที่เกิดเหตุไม่มีการจดทะเบียนแต่อย่างใด \\nจึงมีข้อสงสัยในการทำธุรกิจอาจมีเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจด้วยหรือไม่ ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดกรณีการกระทำผิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน รัฐบาลควรแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการสอบสวนและลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทุกกรณี \\nรวมทั้งถอดบทเรียนเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดกรณีดังกล่าวในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว\\nอีกต่อไป ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",25,2567,"2024-03-12T00:00:00"],
    [567,1043,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทย – ประเทศญี่ปุ่น","สืบเนื่องจากปัจจุบัน การรักษาโรคมะเร็งได้มีการพัฒนาเป็นการรักษาในรูปแบบ \\n \t(๑) Targeted Therapy คือ การใช้ยารักษาโรคมะเร็งอย่างตรงจุด มีเป้าหมายเพื่อรักษาโรคมะเร็งตรงจุดที่ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง การแบ่งและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง\\n \t(๒) Immunotherapy (ภูมิคุ้มกันบำบัด) คือ การรักษาโรคมะเร็งด้วยการกระตุ้น\\nการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อสิ่งแปลกปลอม เพื่อให้เซลล์ภูมิคุ้มกันนี้ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง\\n \t(๓) Genomics (การแพทย์จีโนมิกส์) คือ การศึกษาค้นคว้าหากลุ่มยีน (Gene) หรือพันธุกรรมของเซลล์สิ่งมีชีวิต เพื่อหารูปแบบการจัดเรียงตัว/จัดกลุ่มของดีเอ็นเอ การทำงานของยีน และความสัมพันธ์ระหว่างยีน\\nซึ่งการพัฒนารูปแบบการรักษาดังกล่าว ทำให้สามารถรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้หายหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยได้ดีกว่าการรักษาแบบเดิม \\n \tโดยเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา \\nได้มีโอกาสเข้าพบ Prof.Keizo Takemi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ \\nของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ของประเทศญี่ปุ่น มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการให้บริการด้านสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ประกอบกับประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศ\\nที่เข้าสู่สังคมสูงวัย จึงทำให้กระทรวงกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ของประเทศญี่ปุ่น \\nได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนร้อยละ ๔๐ ของงบประมาณแผ่นดิน หรือประมาณร้อยละ ๑๑ \\nของ GDP ของประเทศญี่ปุ่น โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ของประเทศญี่ปุ่น มีความคุ้นเคยและผูกพันกับประเทศไทย เนื่องจากอดีตเคยทำงานกับคนไทย และเป็นกรรมการคัดเลือก\\nผู้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลมาอย่างต่อเนื่อง ได้ฝากประเด็นสำคัญ จำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่ \\n  \t(๑) ความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เรื่อง ความก้าวหน้าของวิทยาการในการรักษาโรคมะเร็งด้วย Genomics (การแพทย์จีโนมิกส์) ซึ่งเป็น\\nความร่วมมือการทำวิจัยทางคลินิกแบบข้ามพรมแดนระหว่างประเทศครั้งแรกของโลก (cross – border Decentralized Clinical Trials : DCTs) ระหว่างกรมการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ UHOSNET แพทย์เอกชนของประเทศไทยกับแพทย์และนักวิจัยของประเทศญี่ปุ่น โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ญี่ปุ่น (National Cancer Institute, Japan) ได้ตั้งสำนักงาน ณ ประเทศไทย เพื่อดำเนินโครงการวิจัยด้านโรคมะเร็งร่วมกับนักวิจัยของประเทศไทย ซึ่งเน้นการวิจัย เรื่อง Genomics ทางการแพทย์ โดยศึกษาว่ายาที่เหมาะสมกับยีน (Gene) ของคนไทยเป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้ทราบว่าคนไทยเหมาะสมที่จะใช้ยารักษาโรคมะเร็งชนิดใด รวมถึงทำให้ทราบถึงโอกาสการกลับมาเป็นโรคมะเร็งซ้ำ ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้หญิงไทยป่วยเป็นโรคมะเร็ง\\nเต้านมมากที่สุด ส่วนผู้ชายไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดมากที่สุด โดยความร่วมมือในการศึกษาวิจัย\\nระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ จะเน้นการศึกษาวิจัยในเรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) \\nทางการแพทย์ โดยพิจารณาความเหมาะสมของตัวยากับยีน (Gene) หรือรหัสพันธุกรรม (Genetic code) ว่ามีความสัมพันธ์กันหรือไม่ โดยประเทศไทยจะมีการออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะชั่วคราวให้แก่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งของญี่ปุ่น เพื่อให้แพทย์ญี่ปุ่นสามารถร่วมให้การดูแลรักษาผู้ป่วย\\nในประเทศไทยได้ ภายใต้การกำกับของแพทย์ไทยที่เป็นนักวิจัยหลักของโครงการ\\n \t\t(๒) โครงการ Decentralized Clinical Trials (DCT) ซึ่งศึกษาวิจัยการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งผ่านระบบ Telemedicine ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้การรักษาผู้ป่วยผ่านระบบทางไกลจากญี่ปุ่น \\nและมีแพทย์ในประเทศไทยร่วมควบคุมกระบวนการรักษา โดยทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี ๓ ประเทศ \\nที่เข้าร่วมโครงการ DCT กับประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ (๑) ประเทศญี่ปุ่น – ประเทศไทย (๒) ประเทศญี่ปุ่น \t\\n– ประเทศอินโดนีเซีย และ (๓) ประเทศญี่ปุ่น – ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ ประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเวียดนาม ต่างต้องการให้ประเทศญี่ปุ่นตั้งศูนย์ DCT ณ ประเทศของตนเอง  \\n","กระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [568,1042,120,"นายพลเดช ปิ่นประทีป","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาชายหาดกับการรุกล้ำที่สาธารณะ","จากเกิเหตุการณ์กรณีชายชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายแพทย์หญิงขณะนั่งเล่น\\nที่บันไดบริเวณชายหาดของวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ และปรากฏข้อเท็จจริงว่า บันไดของวิลล่าหรูได้ก่อสร้างรุกล้ำที่สาธารณะซึ่งเป็นชายหาด ต่อมาได้มีกระแสเรียกร้อง\\nจากประชาชนให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการกับปัญหาการรุกล้ำชายหาดสาธารณะ\\nทั่วประเทศอย่างจริงจัง ทั้งนี้ พื้นที่สาธารณะ (Public Space) ถือเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ\\nที่รองรับการใช้ชีวิตของคนในสังคม \\n \tโดยที่สาธารณะทั่วประเทศ ประชาชนทั่วไปควรสามารถใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมสาธารณะหรือกิจกรรมส่วนรวม ดังนั้น ที่สาธารณะจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคม ชุมชน \\nและท้องถิ่นให้เข้มแข็ง จึงขอหารือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่นทั่วประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้ความสำคัญกับที่สาธารณะ โดยสำรวจการรุกล้ำที่สาธารณะทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น\\nที่สาธารณะบริเวณชายหาด ชายฝั่งแม่น้ำ และที่สาธารณะอื่น ๆ และขอให้พัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เป็นพื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะเกื้อหนุน\\nต่อการสร้างสังคมเข้มแข็งและชุมชนเข้มแข็งต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [569,1041,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการรักษาความปลอดภัยให้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ","รัฐบาลได้มีนโยบายยกเลิกการอยู่เวรของครูในโรงเรียนและสถานศึกษาทั่วประเทศ\\nทำให้โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๔๐ คน ซึ่งตั้งอยู่บนบริเวณภูเขา หรือไร่นา และตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากชุมชน ประสบปัญหาไม่มีผู้ดูแลความเรียบร้อยภายในโรงเรียน จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าจ้างหรือค่าเบี้ยตรวจตราความปลอดภัยในช่วงปิดภาคเรียนให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [570,1040,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","พนักงานเปลให้บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไม่เพียงพอ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชน","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจังหวัดนครราชสีมาว่า ผู้ป่วยที่เดินทาง\\nเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ไม่ได้รับความสะดวกและได้รับความเดือดร้อน เพราะโรงพยาบาลมีพนักงานเปลที่มีหน้าที่ดูแลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่\\nเป็นเด็กและคนชรา จึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทำให้ญาติต้องช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยกันเองด้วยความยากลำบาก และจากการสอบถามเรื่องอัตราเงินเดือนในตำแหน่งพนักงานเปล พบว่า มีอัตราเงินเดือนเพียง ๙,๐๐๐ – ๑๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น ซึ่งถือว่ามีอัตราเงินเดือนที่น้อยมาก\\n\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาเพิ่มอัตราพนักงานเปลให้กับโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและโรงพยาบาลอื่นที่มีอัตราไม่เพียงพอในการให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวก\\nให้แก่ผู้ป่วยที่มาใช้บริการ และขอให้พิจารณาเพิ่มอัตราเงิน\\nจากปัจจุบันได้มีกลุ่มบุคคลเรียกว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ได้ใช้วิธีการโทรศัพท์และส่งเอกสารไปยังประชาชนเพื่อหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก โดยให้ทำรายการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน และย้ายเงินจากบัญชีของประชาชนไปยังบัญชีม้าหรือบัญชีของมิจฉาชีพ จากกรณีดังกล่าว ทำให้ประชาชนทั่วประเทศหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงดิจิทัล\\nเพื่อเศรษฐกิจและสังคมว่า มีวิธีการหรือแนวทางป้องกันกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนอย่างไร เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [571,1039,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","นโยบายของรัฐบาล","ความล้มเหลวในการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime)","อาชญากรรมทางไซเบอร์ (Cybercrime) ถือเป็นภัยคุกคามที่สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยอาชญากรรมทางไซเบอร์เป็นการกระทำความผิดทางกฎหมายโดยใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือในการก่อให้เกิดความเสียหาย หรือแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนับวันภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางไซเบอร์จะมีวิธีการ\\nที่หลากหลายและสร้างความเสียหายมากขึ้น ดังเห็นได้จาก การที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีของอาชญากรรมทางไซเบอร์มากเป็นอันดับที่ ๓ ของโลก \\nขอยกตัวอย่างกรณีอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่เป็นข่าวในสื่อมวลชน ดังนี้\\n\t(๑) มิจฉาชีพได้หลอกลวงประชาชนให้ติดตั้งแอปพลิเคชันลงในโทรศัพท์เคลื่อนที่ \\nโดยอ้างว่าเป็นแอปพลิเคชันของกรมสรรพากร เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นแบบชำระภาษีออนไลน์ เมื่อประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อและติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าว มิจฉาชีพสามารถดูดเงินจากบัญชี\\nเงินฝากของเหยื่อจนหมด ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากกว่าร้อยราย โดยกรมสรรพากรได้ชี้แจงว่า \\nอยู่ระหว่างการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\n\t(๒) มิจฉาชีพได้ส่งข้อความหลอกลวงอดีตข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ โดยให้พิมพ์ข้อมูลเข้าสู่ระบบผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เมื่ออดีตข้าราชการครูที่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อกรอกข้อมูลเข้าสู่ระบบทำให้มิจฉาชีพสามารถดูดเงินจากบัญชีเงินฝาก ซึ่งรวมถึงเงินบำนาญที่ได้รับจากทางราชการของเหยื่อจนหมด \\n\tที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐยังไม่สามารถป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์\\nได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปราม อาชญากรรมทางไซเบอร์ให้หมดสิ้นไปโดยเร็วที่สุด ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [572,1038,185,"นายอนุพร อรุณรัตน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความรุนแรงกรณีชาวต่างชาติที่พำนักในจังหวัดภูเก็ต เหยียดหยาม ละเมิดกฎหมาย และทำร้ายร่างกายชาวไทย","แพทย์หญิงถูกชาวต่างชาติทำร้ายร่างกายในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผู้ขอปรึกษาหารือเป็นคนพื้นเมืองของจังหวัดภูเก็ต ได้พบเห็นชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต \\nและจังหวัดที่ติดกับทะเลฝั่งอันดามันมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และยอมรับนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ดำเนินการ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้ขับเคลื่อน เช่น Sand Box และสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นต้น จึงต้องอดทนกับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวและพำนักในจังหวัดภูเก็ตและในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน โดยเฉพาะหาดป่าตอง \\nพบว่าจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวผิวสีแบ่งกลุ่ม ยกพวกทำร้ายร่างกายกัน ขับรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์\\nแข่งขันกันด้วยความเร็วสูง ไม่เคารพกฎจราจรและกฎหมายของประเทศไทย สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนทั่วไปเป็นอย่างมาก อีกทั้ง นักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติที่มีพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยาม และ\\nเอาเปรียบคนไทยในพื้นที่ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการส่งเสริมการท่องเที่ยว ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาปัญหาพฤติกรรม\\nไม่พึงประสงค์ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข ป้องกัน และเพื่อให้เมืองท่องเที่ยว\\nของประเทศไทยน่าอยู่อย่างเป็นรูปธรรม\\n \t(๒) ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำชับหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อาทิ กฎหมายจราจร กฎหมายการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมทั้งความผิดลหุโทษ โดยเฉพาะกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความผิดลหุโทษมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก\\nเป็นกฎหมายที่จะทำให้คนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุข\\n \t(๓) ควรตรากฎหมาย และกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน กรณีชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยที่กระทำผิดทางอาญาบ่อยครั้ง หรือนักท่องเที่ยวที่ดูถูกเหยียดหยามคนไทยในพื้นที่ \\nทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงพฤติกรรม และนำไปสู่ความสงบน่าอยู่ของเมืองท่องเที่ยวต่อไป\\n\t\t(๔) พิจารณาและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการเนรเทศชาวต่างชาติ ที่มีพฤติกรรม\\nไม่พึงประสงค์ออกจากประเทศไทย\\n \t\t(๕) ขอให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการการทำงานร่วมกัน \\nโดยบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด และให้มีการติดตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว\\n \t\t(๖) ขอให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินโครงการที่จะทำให้คนท้องถิ่นกับชาวต่างชาติ\\nที่เข้ามาพำนักในพื้นที่ ได้มีกิจกรรมร่วมกัน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และชาวต่างชาติจะได้เข้าใจวิถีชีวิต\\nและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น\\n \t\t(๗) พิจารณาจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่าง\\nคนท้องถิ่นกับชาวต่างชาติในพื้นที่\\n","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [573,1037,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจราจรบนถนนพระราม ๒","จากถนนพระราม ๒ หรือถนนทางหลวงหมายเลข ๓๕ (สายธนบุรี – ปากท่อ) \\nมีระยะทาง ๘๐ กิโลเมตร ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นถนนที่มีรถสัญจรมากที่สุดในประเทศไทย การจราจรเดิมเป็น ๒ ช่องจราจร และขยายช่องจราจรมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเป็น ๑๔ ช่องจราจร \\n\t\t\tในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ เนื่องจากถนนพระราม ๒ มีการจราจรหนาแน่น รัฐบาลจึงได้จัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการก่อสร้างทางยกระดับลอยฟ้า และก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง \\n(มอเตอร์เวย์) หมายเลข ๘๒ สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ช่วงที่ ๑ บางขุนเทียน – เอกชัย มีขนาด \\n๖ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งสัญญาก่อสร้าง\\nเป็น ๔ สัญญา หากพิจารณาตามสัญญาดังกล่าว การก่อสร้างต้องแล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าร้อยละ ๘๙ มีความล่าช้าร้อยละ ๑๑ \\n\t\t\tในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐบาลได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข ๘๒ ช่วงที่ ๒ เอกชัย – บ้านแพ้ว ระยะทาง ๑๖ กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งสัญญาก่อสร้างเป็น ๑๐ สัญญา ซึ่งตามแผนงานต้องมีความคืบหน้าร้อยละ ๕๐ ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าร้อยละ ๔๐ และมีความล่าช้าร้อยละ ๑๐ \\n\t\t\tจากนั้น เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสุริยะ \\nจึงรุ่งเรืองกิจ) ได้ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างถนนพระราม ๒ ทราบว่า การก่อสร้างถนนพระราม ๒ \\nจะแล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๘ แต่จากการที่ผู้ขอปรึกษาหารือได้ติดตามแผนงานโครงการก่อสร้าง\\nถนนพระราม ๒ มาอย่างต่อเนื่อง สามารถประเมินได้ว่า การก่อสร้างถนนพระราม ๒ จะแล้วเสร็จ \\nในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ เนื่องจากมีความล่าช้าจากหลายปัจจัย ดังนี้   \\n\t\t\t(๑) การรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ซึ่งขณะนี้การรื้อย้ายยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ \\n\t\t\t(๒) การเวนคืนที่ดินยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ \\n\t\t\t(๓) ถนนพระราม ๒ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทำให้การก่อสร้างเกิดความล่าช้า จึงต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น  \\n\t\t\t(๔) ผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องทางการเงินจากหลายปัจจัย รวมถึงรัฐบาลค้างชำระ\\nค่าก่อสร้างให้กับผู้รับจ้าง เช่น กรมทางหลวงค้างชำระค่าจ้างปรับพื้นที่ก่อสร้าง จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้ผู้รับจ้างขาดสภาพคล่อง\\n\t\t\tจึงขอปรึกษาหารือและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n\t\t\t(๑) ขอให้เร่งรัดผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว \\n\t\t\t(๒) จัดหาวัตถุดิบที่เป็นแบบสำเร็จรูป และคืนพื้นที่ผิวจราจร \\n\t(๓) ถนนพระราม ๒ ช่วงบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว มีสภาพการจราจรติดขัดมาก ซึ่งหาก\\nรัฐบาลยังมุ่งเน้นแต่จะก่อสร้างถนนพระราม ๒ จะยิ่งทำให้ปริมาณรถในถนนพระราม ๒ แออัดมากยิ่งขึ้น ถึงแม้รัฐบาลจะก่อสร้างถนนพระราม ๒ ให้เป็น ๑๔ ช่องการจราจรก็ตาม จะเกินขีดความสามารถของ\\nถนนพระราม ๒ ที่จะรองรับปริมาณรถได้ และหากการเดินทางไปภาคใต้ยังไม่มีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เหมือนเช่นภาคอื่น ๆ จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดได้ ดังนั้น แนวทางแก้ไข คือ ขอให้รัฐบาลดำเนินการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘ หรือ M8 (นครปฐม – วังมะนาว – หัวหิน) ซึ่งจะทำให้ปริมาณรถบนถนนพระราม ๒ ไม่แออัด และช่วยบรรเทาการจราจรถนนพระราม ๒ ได้\\n\t\t\t(๔) ตามที่รัฐบาลมีโครงการก่อสร้างถนนพระราม ๒ ต่อไปอีก คือ ถนนช่วงบ้านแพ้ว \\n– วังมะนาว มีความเห็นว่า หากดำเนินการก่อสร้างต่อไป จะทำให้ถนนบริเวณดังกล่าวมีการจราจรติดขัดเหมือนเช่นการดำเนินโครงการถนนพระราม ๒ ที่ผ่านมา ซึ่งใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ \\n– ๒๕๖๙ ดังนั้น หากรัฐบาลมีโครงการก่อสร้างถนนพระราม ๒ ต่อไป จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงเสนอความเห็นว่า ไม่ควรจะมีโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายยกระดับ เนื่องจากช่วงบ้านแพ้ว \\n– วังมะนาว มีปริมาณรถสัญจรไม่มาก ดังนั้น ควรจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘ หรือ M8 (นครปฐม – วังมะนาว – หัวหิน) จะทำให้แบ่งเบาการจราจรที่ติดขัดบริเวณถนนพระราม ๒ \\nได้ดีกว่า\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [574,1036,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาประชาชนจังหวัดลพบุรีได้รับความเดือดร้อนจากฝูงลิงจำนวนมาก","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ได้ลงพื้นที่ ณ จังหวัดลพบุรี ได้รับการร้องเรียนว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากลิงในพื้นที่จังหวัดลพบุรีจำนวนมาก เนื่องจากลิงเข้าไปทำลายทรัพย์สิน อาคารที่เป็นที่อยู่อาศัย และอาคารที่ประกอบธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อโบราณสถาน ที่พักอาศัย และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ตลอดจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด ซึ่งจำนวนประชากรลิงมีเพิ่มมากขึ้น ที่อยู่อาศัยของลิงไม่เหมาะสมจนขยายอาณาเขตมากขึ้น ประชาชนได้รับความเดือดร้อนต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานมากกว่า ๒๐ ปี ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จังหวัดลพบุรี เทศบาลเมืองลพบุรี ได้พยายามวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เช่น การสำรวจประชากรลิง การทำหมัน ดูแลสุขภาพและป้องกันการเกิดโรค กำหนดสถานที่และเวลาให้อาหารลิง การย้ายลิงไปยังสวนลิง และสถานที่ต่าง ๆ แต่ประชากรลิงยังมีอยู่จำนวนมากหลายพันตัว ประกอบกับลิงแสมเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ลิงจึงเป็นสัตว์สงวนและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ดังนั้น การดำเนินการต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามกฎหมาย \\n\tจังหวัดลพบุรี ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างจังหวัดลพบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เทศบาลเมืองลพบุรี และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนจังหวัดลพบุรีได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประจำปี ๒๕๖๗ ดังนั้น ปัญหาประชากรลิงจังหวัดลพบุรี ถือเป็นปัญหาสำคัญอย่างยิ่ง ต้องมีการบูรณาการแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะลิงเป็นสัตว์ที่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว จากสถิติประชากรลิงทั่วประเทศ พบว่า มีตำแหน่งที่ลิงอาศัยอยู่ จำนวน ๕๒ จุด และมีประชากรลิง ประมาณ ๓๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ ตัว ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีผู้ได้รับมอบหมายเป็นประธาน และมีคณะกรรมการประกอบด้วยกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\nโดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นเลขานุการ มีหน้าที่บูรณาการหาแนวทางแก้ไขปัญหา\\nรวมทั้งพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็น เร่งด่วน และเกินขีดความสามารถของส่วนภูมิภาคที่จะดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",23,2567,"2024-03-05T00:00:00"],
    [575,1035,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การส่งเสริมการขับรถท่องเที่ยวเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียน","กรณีรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการเดินทางการท่องเที่ยวทางบกเพื่อเพิ่มมูลค่า\\\\nทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยกระทรวง\\\\nการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนภายใต้โครงการ “ASEAN Drive Tourism” ประกอบด้วย ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว \t\t\t\t\\\\nสหพันธรัฐมาเลเชีย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางรถยนต์ เนื่องจากตั้งอยู่ศูนย์กลางของอาเซียนและเส้นทางคมนาคมในประเทศไทยมีสภาพดี \\\\nมีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก อาหารอร่อย มีความพร้อมด้านที่พัก และระบบอินเตอร์เน็ต \\\\nแต่การดำเนินการดังกล่าวไม่มีสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งมีประชากรจำนวนมากเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด ทั้งที่ประชากรของสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถเดินทางโดยรถยนต์มาท่องเที่ยวประเทศไทยได้ \\\\nโดยรัฐบาลของประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ลงนาม “ความตกลงระหว่างรัฐบาล\\\\nแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตรา\\\\nซึ่งกันและกัน สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาและหนังสือเดินทางกึ่งราชการ” เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการท่องเที่ยว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเชิญสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมโครงการ “ASEAN Drive Tourism” เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้มากยิ่งขึ้น\\\\n \tอย่างไรก็ตาม ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข\\\\nในการขออนุญาต การอนุญาต ระยะเวลาการใช้รถ และเครื่องหมายแสดงการใช้รถที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวหรืออื่นใดที่มีความจำเป็นเฉพาะกรณี พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นมาตรการสำหรับการกำกับดูแลการนำรถส่วนบุคคลจดทะเบียนต่างประเทศเข้ามาใช้เพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีเงื่อนไข ดังนี้\\\\n \t๑)\tกำหนดให้มีการยื่นคำขออนุญาตใช้รถล่วงหน้าก่อนวันที่นำรถเข้ามาในประเทศไทย\\\\nผ่านผู้ประกอบการนำเที่ยวของไทย\\\\n \t๒)\tต้องดำเนินการขออนุญาตก่อนนำรถเข้ามาในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า ๕ วันทำการ\\\\n \t๓) ประเภทรถที่สามารถขออนุญาต ได้แก่ รถยนต์นั่ง มีที่นั่งรวมผู้ขับขี่ไม่เกิน ๙ ที่นั่ง รถยนต์บรรทุก น้ำหนักรวมบรรทุกไม่เกิน ๓,๕๐๐ กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์ แต่รถบ้าน/มอเตอร์โฮม และรถขนส่งเชิงพาณิชย์ไม่สามารถยื่นขออนุญาตภายใต้หลักเกณฑ์ดังกล่าว\\\\n \t๔) ขออนุญาตได้ครั้งละไม่เกิน ๓๐ วัน และไม่เกิน ๖๐ วันต่อปีปฏิทิน\\\\n \t๕) หากไม่มีใบอนุญาตขับรถที่สามารถใช้ได้ในประเทศไทย นักท่องเที่ยวต้องเข้ารับ\\\\nการอบรม เป็นระยะเวลา ๑ ชั่วโมง และทดสอบสมรรถภาพ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด ที่ตั้งอยู่ในจังหวัด\\\\nที่นำรถเข้า เพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวชนิด ๓๐ วัน\\\\n \tทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว จึงขอเสนอแนวทางเพื่อพิจารณาดังนี้\\\\n \t๑) การยื่นขออนุญาตใช้รถต้องยื่นผ่านตัวแทน ทำให้เกิดความสะดวกสบาย\\\\nในการเดินทางท่องเที่ยว\\\\n \t๒) ไม่ควรมีข้อห้ามในการนำรถบ้าน/มอเตอร์โฮม เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย\\\\n \t๓) ควรให้นักท่องเที่ยวสามารถยื่นขออนุญาตนำรถเข้าประเทศไทย ในวันที่เดินทาง\\\\nเข้าสู่ประเทศไทยได้ โดยไม่ต้องยื่นล่วงหน้า ๕ วัน\\\\n \t๔) ปัจจุบันหลายประเทศมีการทำใบขับขี่สากล และผู้มีใบอนุญาตมีความสามารถในการขับรถได้ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการอบรมการขับรถในประเทศไทยอีก\\\\n \t๕) ควรเปลี่ยนบริบทจากการกำกับเป็นการส่งเสริม โดยให้นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนโดยใช้หลักฐานประกอบการขออนุญาต เช่น หนังสือเดินทาง ใบขับขี่สากล บัตรเครดิต และประกันภัย\\\\n\tดังนั้น หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงประกาศกรมการขนส่งทางบกฉบับดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายการเดินทางในการขับรถเพื่อการท่องเที่ยวมากขึ้น\\\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [576,1034,210,"นายสำราญ ครรชิต","ความเดือดร้อนของประชาชน","การดำเนินงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค","ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่อำเภอพนม \\\\nจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับปัญหากระแสไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับอยู่เป็นประจำ และการขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร รวมทั้งการขอขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนประชาชน หน่วยงานที่รับผิดชอบในการให้บริการและดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้ามาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา\\\\n \tทั้งนี้ อำเภอพนม อยู่ห่างจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๘๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน และมีอุทยานแห่งชาติ ๒ แห่ง แต่ประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันและเพื่อประกอบอาชีพ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค \\\\nได้ตรวจสอบสาเหตุของไฟฟ้าขัดข้องในพื้นที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาย่อยอำเภอพนม เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องในพื้นที่ และการให้บริการประชาชน รวมทั้งการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [577,1033,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดโครงสร้างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงาน อย่างมีประสิทธิภาพ","ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นายเบญจพล  พาลี ประธานชมรมผู้บริหาร\\\\nครู และบุคลากรทางการศึกษา กศน. สรุปสาระสำคัญได้ว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๖) ได้กำหนดให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) \\\\nแต่กระทรวงศึกษาธิการยังไม่สามารถจัดโครงสร้างของกรมฯ ได้เรียบร้อย สำหรับประเด็นที่เป็นปัญหา คือ ร่างโครงสร้างของกรมฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงาน คือ (๑) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จำนวน ๑๗ แห่ง (๒) ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีบทบาทด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นสถานศึกษา จำนวน ๒ แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด และอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๓) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน จำนวน ๘ แห่ง และ (๔) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน จำนวน ๓ แห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ ไม่สามารถบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตัวอย่าง กรณีจังหวัดสระแก้ว หากกระทรวงศึกษาธิการจัดโครงสร้างโดยกำหนดให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสระแก้ว มีหน้าที่กำกับดูแลศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๙ จังหวัด และศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๓ จังหวัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสระแก้ว จะบังคับบัญชา สั่งการศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ และศูนย์ฝึกฯ \\\\nซึ่งมีเขตรับผิดชอบในหลายจังหวัดได้อย่างไร ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา ดังนี้\\\\n \t๑) กระจายอำนาจ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา \\\\nศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ และศูนย์ที่มีกิจการเฉพาะที่เรียกชื่ออย่างอื่น ได้มีศักยภาพในการบริหารจัดการ และสามารถพัฒนาเป็นสถานศึกษาโดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล ดังเช่นกรณี อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และควรกำหนดให้มีสายบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและคุณภาพ\\\\n \t๒) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดสรรงบประมาณให้แก่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ และศูนย์ที่มีกิจการเฉพาะที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอ\\\\nต่อการบริหารจัดการ อันจะก่อประโยชน์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้ใช้บริการ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [578,1032,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาต้นทุนการผลิตข้าวที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อการแข่งขันการค้าข้าวไทยในตลาดโลก","ประเทศอินเดียได้ระงับการส่งออกข้าว เป็นผลให้ประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวในราคาที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคารับซื้อข้าวจากเกษตรกรสูงขึ้นตามไปด้วย อาทิ ข้าวเปลือกข้าวเจ้า \\\\nราคา ๑๐,๐๐๐ - ๑๐,๕๐๐ บาท/เกวียน แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรผู้ปลูกข้าวยังประสบปัญหาต้นทุนการผลิต\\\\nที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงและศัตรูพืช น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าไฟฟ้าสำหรับสูบน้ำ\\\\n\\\\n \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     เพื่อการเกษตร...\\\\nเพื่อการเกษตร ค่าแรงภาคการเกษตร ถึงแม้ว่าเกษตรกรสามารถจำหน่ายข้าวในราคาสูงขึ้น แต่ต้นทุนการผลิต\\\\nก็เพิ่มสูงขึ้นมาก ย่อมเป็นผลทำให้ได้รับกำไรน้อย\\\\n\tปี ๒๕๖๗ ได้มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีการส่งออกข้าว ประมาณ ๗.๕ ล้านตัน เปรียบเทียบกับประเทศที่ส่งออกข้าว ได้แก่ สาธารณรัฐอินเดีย ส่งออกข้าวประมาณ ๑๖.๕ ล้านตัน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ส่งออกข้าว ประมาณ ๖ ล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น ๘.๕ ล้านตัน \\\\nซึ่งจะทำให้เป็นผู้ส่งออกข้าวเป็นอันดับที่ ๒ ของโลก แทนประเทศไทย เนื่องจากสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามขายข้าวในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G-to-G) ยกตัวอย่าง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ต้องการข้าว จำนวน ๔ แสนตัน ใช้วิธีประมูลซื้อ - ขายข้าว กับสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (G-to-G) จำนวน ๓ แสนตัน อีก ๑ แสนตัน เป็นสัญญาซื้อขายกับสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ไม่ซื้อข้าวจากประเทศไทยเพราะมีราคาแพง\\\\n \tขณะนี้ ประเทศไทยส่งออกข้าว เดือนละประมาณ ๘ แสนตัน ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเก่า ที่ได้รับผลดีจากการที่สาธารณรัฐอินเดียระงับการส่งออกข้าว คาดการณ์ว่าจะกลับมาส่งออกข้าวอีกครั้ง ในเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ๒๕๖๗ ประกอบกับค่าดัชนีชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก (Oceanic Nino Index : ONI) บ่งชี้การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Ni?o)\\\\nที่บ่งชี้ว่า ปีนี้จะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ๐.๕ องศาเซลเซียส ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำในประเทศไทย โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำลดลง ร้อยละ ๘ ถึงแม้ประเทศไทยจะผลิตข้าวในฤดูการทำนาปรัง จำนวน ๘๑ ล้านตัน เพื่อส่งออกในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๖๗ ก็จะประสบปัญหาที่ทำให้ราคาข้าวส่งออกตกต่ำลง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\\\n \t๑)\tขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามหาวิธีลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว\\\\n \t๒)\tควรหาตลาดใหม่ภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความต้องการข้าว \\\\nปีละประมาณ ๓ ล้านตัน\\\\n \t๓)\tส่งเสริมการวิจัยข้าวสายพันธุ์ใหม่ที่ใช้น้ำน้อย ให้ผลผลิตสูง ใช้ระยะเวลาเพาะปลูกสั้น และมีความต้านทานโรคสูง\\\\n \t๔)\tสนับสนุนการผลิตข้าวที่มีคุณภาพเพื่อการส่งออกให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ข้าวไทยมีราคาสูงในตลาดโลกต่อไป\\\\n \tกรณีข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเห็นสมควรส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ \\\\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณา\\\\n\t๖. นายออน  กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา\\\\n \tเรื่อง การจัดโครงสร้างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้สถานศึกษาบริหารงาน\\\\nอย่างมีประสิทธิภาพ\\\\n \tเนื่องจากได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นายเบญจพล  พาลี ประธานชมรมผู้บริหาร\\\\nครู และบุคลากรทางการศึกษา กศน. สรุปสาระสำคัญได้ว่า พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. ๒๕๖๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนที่ ๒๐ ก ลงวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๖) ได้กำหนดให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) \t\t\t\t\t\t\t\t\t       \\\\nแต่กระทรวงศึกษาธิการยังไม่สามารถจัดโครงสร้างของกรมฯ ได้เรียบร้อย สำหรับประเด็นที่เป็นปัญหา คือ ร่างโครงสร้างของกรมฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงาน คือ (๑) ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา จำนวน ๑๗ แห่ง (๒) ศูนย์หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีบทบาทด้านวิทยาศาสตร์ที่เป็นสถานศึกษา จำนวน ๒ แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเพื่อการศึกษาร้อยเอ็ด และอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (๓) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดน จำนวน ๘ แห่ง และ (๔) ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน จำนวน ๓ แห่ง ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ ไม่สามารถบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ตัวอย่าง กรณีจังหวัดสระแก้ว หากกระทรวงศึกษาธิการจัดโครงสร้างโดยกำหนดให้สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสระแก้ว มีหน้าที่กำกับดูแลศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๙ จังหวัด และศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนสระแก้ว ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ ๓ จังหวัด สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสระแก้ว จะบังคับบัญชา สั่งการศูนย์วิทยาศาสตร์ฯ และศูนย์ฝึกฯ \\\\nซึ่งมีเขตรับผิดชอบในหลายจังหวัดได้อย่างไร ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณา ดังนี้\\\\n \t๑) กระจายอำนาจ ส่งเสริม และสนับสนุนให้ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา \\\\nศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ และศูนย์ที่มีกิจการเฉพาะที่เรียกชื่ออย่างอื่น ได้มีศักยภาพในการบริหารจัดการ และสามารถพัฒนาเป็นสถานศึกษาโดยมีฐานะเป็นนิติบุคคล ดังเช่นกรณี อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และควรกำหนดให้มีสายบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและคุณภาพ\\\\n \t๒) ส่งเสริม สนับสนุน และจัดสรรงบประมาณให้แก่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพ และศูนย์ที่มีกิจการเฉพาะที่เรียกชื่ออย่างอื่น เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอ\\\\nต่อการบริหารจัดการ อันจะก่อประโยชน์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้ใช้บริการ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [579,1030,135,"นางสาวภัทรภร วรามิตร","นโยบายของรัฐบาล","กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐาน ว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Exclusive Talk : ตำรวจไหวไหม? กฎหมายยาบ้า ๕ เม็ด เสี่ยงเปิดทางยัดเงิน | เข้มข่าวเย็น เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ โดยกล่าวถึงผู้เสพที่มีอาการ และไม่มีอาการ ให้ใช้วิธีบำบัดด้วยชุมชนเข้มแข็ง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงให้เป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลจังหวัด และมินิธัญญารักษ์ ซึ่งมีอยู่ทุกอำเภอ โดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้เสพไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัด ผู้ปกครองไม่ยอมรับว่าลูก หลาน ติดยาเสพติด จึงไม่อนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการบำบัด จนกระทั่งมีอาการรุนแรง คลุ้มคลั่ง ขาดสติ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อจับกุมและนำส่งโรงพยาบาล นอกจากนี้ จังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นที่ ๑๘ อำเภอ แต่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ สามารถรองรับการบำบัด\\\\nผู้ป่วยยาเสพติดได้ จำนวน ๑๕ เตียง และให้รักษาได้ครั้งละไม่เกิน ๑๔ วัน มีจิตแพทย์ให้การบำบัดรักษา จำนวน ๔ คน โดยจิตแพทย์ต้องรับผิดชอบตรวจผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาลประจำอำเภอ คนละ ๓ - ๕ อำเภอ อีกทั้งมีมินิธัญญารักษ์เพียงแห่งเดียว ณ อำเภอคำม่วง จำนวน ๔๐ เตียง โดยสร้างจากเงินบริจาคของประชาชน ที่มิใช่งบประมาณจากส่วนราชการแต่อย่างใด\\\\n \tอนึ่ง พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง ระบุว่า เมื่อผู้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาตามวรรคหนึ่ง เข้ารับการบำบัดรักษาและปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบำบัดรักษาเป็นที่น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ผู้นั้นไม่มีความผิดในมาตราดังกล่าว\t\t\t\t\t\t\t\t     และวรรคสาม ระบุว่า หากผู้เข้ารับการบำบัดรักษาตามวรรคหนึ่งหลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือ\\\\nในการบำบัดรักษา จนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟู\\\\nผู้ติดยาเสพติด กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้สถานพยาบาลยาเสพติดหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจัดทำประวัติ ข้อมูล และพฤติการณ์ของผู้หลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือ\\\\nในการบำบัดรักษาดังกล่าว เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาให้เข้ารับการบำบัดรักษาตามวรรคหนึ่ง \\\\nเป็นการดำเนินการที่ไม่มีที่สิ้นสุด\\\\n\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ดังนี้\\\\n \t๑) พิจารณาเร่งรัดให้มีมินิธัญญารักษ์ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย เพื่อประโยชน์\\\\nในการรักษาผู้ติดยาเสพติดอย่างจริงจัง\\\\n \t๒) พิจารณาแก้ไขแนวทาง หรือกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการบำบัดรักษา\\\\nผู้ติดยาเสพติดที่หลบหนีหรือไม่ให้ความร่วมมือในการบำบัดรักษา ตามมาตรา ๑๑๔ วรรคสาม \\\\nให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [580,1029,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเรื่องโรคไตของประชาชน","ปัจจุบันประเทศไทยติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่มีประชากรป่วยเป็นโรคไต จากผู้ป่วยโรคไต ๘ ล้านคน พบว่า เป็นภาวะไตวายระยะสุดท้าย ๘๐,๐๐๐ คน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดย ๑ ใน ๑๐ ของประชากรทั่วโลก มีการทำงานของไตผิดปกติ จึงควรสังเกตร่างกาย\\\\nจาก ๙ สัญญาณ คือ (๑) หน้าบวม ตาบวม ตัวบวม เท้าบวม (๒) ปวดศีรษะตามจังหวะหัวใจบ่อย ๆ \\\\n(๓) ปัสสาวะมีลักษณะผิดปกติ (๔) ปวดบั้นเอวข้างใดข้างหนึ่ง (๕) มีจ้ำเลือดตามร่างกาย (๖) มีโรคประจำตัว คือ เบาหวาน ความดันเลือดสูง (๗) มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคไต (๘) ทานอาหารไม่ค่อยได้หรือมีอาการอาเจียน และ (๙) ไม่เคยตรวจสุขภาพประจำปี จึงไม่ทราบว่าตนเองป่วย ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพประจำปี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคไตวาย อันได้แก่ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด \\\\nออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดื่มน้ำ ๖ - ๘ แก้วต่อวัน งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดการทานอาหารสำเร็จรูป และตรวจสุขภาพประจำปี\\\\nทั้งนี้...\\\\n\tทั้งนี้ งบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ \\\\nภายในวงเงิน ๒๑๗,๖๒๘,๙๕๙,๖๐๐ บาท ใช้เป็นค่ารักษาผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง จำนวน ๑๒,๘๐๗,๒๙๘,๖๐๐ บาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่าน จำนวน ๒,๘๕๕,๑๒๓,๐๐๐ บาท (ร้อยละ ๒๘.๖๙) เมื่อมีผู้ป่วยโรคไตเพิ่มขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น หากดำเนินการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง สามารถประหยัดงบประมาณได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอสอบถามและเสนอประเด็น ดังนี้\\\\n \t๑) กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนป่วยเป็นโรคไตเพิ่มมากขึ้นอย่างไร\\\\n \t๒) ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุ แนวทาง และวิธีการป้องกันอย่างจริงจัง เพื่อให้หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไต\\\\n \t๓) ตราพระราชบัญญัติควบคุม/จำกัดปริมาณเกลือแร่ เกลือโซเดียม ไม่ให้เกินที่กำหนด และกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ผลิต และผู้จำหน่ายที่ฝ่าฝืน\\\\n \t๔) จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ประชาชนทั่วไป \\\\nโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [581,1028,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไม่ชำระหนี้ให้แก่โรงพยาบาล ที่เป็นโรงเรียนแพทย์","สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ได้รับสิทธิหลักประกันสุขภาพ ๓๐ บาท (สิทธิบัตรทอง) แต่การวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยเพื่อประเมินวิธีรักษาและการใช้ยาควรจะต้องกระทำโดยแพทย์ผู้ทำหน้าที่รักษาผู้ป่วยรายนั้น ซึ่งประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง หรือแพทย์ผู้ทำการรักษา จะทราบเพียงว่า “สิทธิบัตรทอง ๓๐ บาท” เป็นสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีทุกโรคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยมีบางกรณีที่มีความจำเป็นที่แพทย์ต้องรักษาผู้ป่วยนอกเวลาราชการ หรือจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชีหลักเพื่อเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล/ค่ายาจากผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเกิดความไม่พอใจ ว่าเหตุใดจึงต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ซึ่งประเด็นดังกล่าว \\n\\n \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t         ผู้ขอปรึกษา...\\nผู้ขอปรึกษาหารือได้เคยหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาแล้ว ว่าประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ๓๐ บาท \\nไม่ควรต้องชำระค่ารักษาพยาบาล จากนั้นจึงได้รับทราบข้อมูลว่า สปสช. มิได้ชำระค่ารักษาพยาบาล\\nให้กับโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข \\nคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น และคลินิกปฐมภูมิต่าง ๆ ซึ่งเมื่อมีการทวงถามค่ารักษาพยาบาลค้างจ่าย\\nไปยัง สปสช. ได้รับคำตอบว่า สถานพยาบาลจ่ายยาให้ผู้ป่วยมากเกินความจำเป็น เป็นเหตุให้ สปสช. \\nไม่ยอมชำระค่ารักษาพยาบาลให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ ส่งผลให้สถานพยาบาลที่ทำการรักษาผู้ป่วย\\nไม่มีเงินเพียงพอเพื่อชำระค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ได้สั่งซื้อจากบริษัทผู้ผลิต จึงทำให้การรักษาผู้ป่วย\\nของสถานพยาบาลไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร\\n \tจากกรณีดังกล่าวผู้บริหารของ สปสช. ได้ชี้แจงว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ สปสช. ค้างจ่ายเงินของโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ รวมจำนวน ๓๖๙ ล้านบาท เท่านั้น อย่างไรก็ดี จากข้อมูล\\nที่ได้รับทราบ ปรากฏว่า สปสช. ค้างจ่ายเงินโรงพยาบาลศิริราช ๔๖๐ ล้านบาท โรงพยาบาลรามาธิบดี ๒๐๐ ล้านบาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ๖๘ ล้านบาท และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ๖๐ ล้านบาท เป็นต้น จากจำนวนเงินที่ค้างจ่ายดังกล่าว ส่งผลให้โรงพยาบาลเกิดวิกฤตในการดำเนินงานอย่างมาก ขณะเดียวกัน สปสช. กลับมีการประชาสัมพันธ์ว่า “บัตรประชาชนใบเดียวสามารถรักษาได้ทุกโรค” ดังนั้น สปสช. \\nควรรีบดำเนินการชำระเงินค้างจ่ายให้แก่โรงพยาบาล มิเช่นนั้นในอนาคตประชาชนจะเข้าถึงการรักษาพยาบาล\\nที่มีคุณภาพได้อย่างลำบาก ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินการ\\nแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้แก่โรงพยาบาลและแพทย์โดยด่วน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [582,1027,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ผลกระทบจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา","เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เวลาประมาณ ๐๔.๑๕ นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ บริเวณปากซอยปลูกจิตร ถนนพระราม ๔ กรุงเทพมหานคร ได้มีรถยนต์วิ่งมาที่จุดตรวจด้วยความเร็วสูง และไม่ยอมหยุดรถตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งสัญญาณให้หยุด แต่กลับเร่งเครื่องและพุ่งชนเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ จนเป็นเหตุ\\nให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต และจากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์\\n๑๘๗ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือกรณีอุบัติเหตุที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชายอายุ ๖๗ ปี ขับรถกระบะชนรถจักรยานยนต์\\nที่เด็กหญิงอายุ ๑๒ ขวบ ขับสวนทางมา ทำให้เด็กเสียชีวิต ๒ คน และจากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ \\nปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ ๑๐๗ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าทั้งสองกรณี ผู้ขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์\\nสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด อันเป็นผลสืบเนื่องจากนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม (ทั่วประเทศ) และสถานบริการที่ตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้สามารถเปิดบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้น มีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนโยบายดังกล่าว เป็นนโยบายที่ไม่ห่วงใยสุขภาพของประชาชนและผลกระทบทางสังคม นอกจากนี้รัฐบาลยังมีนโยบายลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และนโยบายขยายเวลาการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่ายขึ้น มากขึ้น และนานขึ้น ซึ่งอาจเกิดพฤติกรรมเมาแล้วขับ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มมากขึ้นตามมา\\n\tอนึ่ง จากข้อมูลของผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุข ในคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า การขยายเวลาปิดสถานบริการในเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ นั้น ฐานข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พบผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเดือนมกราคม ๒๕๖๗ ในพื้นที่นำร่อง รวม ๒๐๕ คน เพิ่มขึ้นมาก\\nเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ที่ยังไม่มีนโยบายดังกล่าว โดยมีผู้เสียชีวิต ๔๙ คน \\nเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๑ เฉพาะช่วงเวลา ๐๒.๐๐ - ๐๕.๕๙ นาฬิกา หลังมีนโยบาย พบการเสียชีวิต ๑๘ คน เพิ่มจาก ปี ๒๕๖๖ จำนวน ๘ คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๘๐ จึงเห็นว่านโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรง คือ เพิ่มอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเวลาเช้าตรู่อย่างน้อยที่สุด ๘ คนต่อเดือน หรือประมาณ ๑๐๐ คนต่อปี ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข \\nพิจารณาทบทวนนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบริการ โดยคำนึงถึงสุขภาพและผลกระทบทางสังคม\\nของประชาชน มิใช่คำนึงถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [583,1026,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","ประเด็นความเสี่ยงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ๑๐,๐๐๐ บาท","จากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ๑๐,๐๐๐ บาท มีความเสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย รวมทั้งความเสี่ยงด้านกฎหมาย และด้านอื่น ๆ ดังนี้\\n \t๑) การหาเสียงแจกเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มีเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน เป็นสัญญาว่าจะให้ ซึ่งขัดต่อมาตรา ๗๓ (๑) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยขณะหาเสียงได้กล่าวว่าจะใช้เงินจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ แต่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว เงื่อนไขได้เปลี่ยนแปลงไป โดยจะดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อกู้เงินด้วยเหตุผลเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ โดยดำเนินการกู้เงินเป็นเงินบาท \\nแต่ต้องนำเงินบาทไปแลกเป็นเหรียญดิจิทัล เมื่อครบ ๖ เดือน ต้องรวบรวมเหรียญดิจิทัลแลกกลับคืน\\nเป็นเงินบาท ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมแลกเงิน ๒ ครั้ง ในอัตราร้อยละ ๓ ต่อครั้ง รวมเสียค่าธรรมเนียม ร้อยละ ๖ คิดเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท\\n \t๒) การนำเทคโนโลยีบล็อกเชน (Block chain) ไปใช้กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ควรพิจารณาความจำเป็น เหมาะสม ตลอดจนระยะเวลา และงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กลุ่มบุคคลใดได้รับผลประโยชน์\\n \t๓) การขยายพื้นที่จาก ๔ กิโลเมตร เป็นครอบคลุมทั้งอำเภอ เป็นการเอื้อประโยชน์\\nแก่นายทุน หรือพรรคการเมืองหรือไม่ อย่างไร\\n \t๔) การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนหรือไม่ เพราะค่าใช้จ่ายจากการอุปโภคบริโภคที่ประชาชนต้องการ ไม่สามารถใช้เงิน\\nจากโครงการดังกล่าวได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และการจ่ายหนี้สิน เป็นต้น\\n \t๕) ความเสี่ยงด้านกฎหมาย การตราพระราชกฤษฎีกากู้เงิน ๕ แสนล้านบาท มีความเสี่ยงด้านกฎหมาย ๒ ประการ ได้แก่ (๑) ด้านการกู้เงิน มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ มาตรา ๗๑ และมาตรา ๑๗๒ และ (๒) ความเสี่ยงตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๙ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๗ ซึ่งทั้ง ๖ มาตราดังกล่าว ได้บัญญัติการกู้เงินว่าต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ต้องคุ้มค่า มั่นคง ยั่งยืน มีเสถียรภาพ น่าเชื่อถือ และต้องกระทำด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะ มาตรา ๕๓ การกู้เงินของรัฐบาลนอกเหนือจากที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ ให้กระทรวงการคลังกระทำการได้ก็แต่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเป็นการเฉพาะ และเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ โดยไม่อาจ\\nตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ทัน มาตรา ๕๗ การกู้เงินตามมาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๖ จะกระทำได้แต่เฉพาะ\\n\\n \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t เพื่อใช้จ่าย...\\nเพื่อใช้จ่ายเฉพาะตามแผนงานหรือโครงการที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือสังคม และเมื่อหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นเจ้าของแผนงานหรือโครงการมีความพร้อมที่จะดำเนินการตามแผนงานหรือโครงการที่จะใช้จ่ายเงินกู้นั้นแล้ว มาตรา ๙ วรรคสาม คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง อันที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว\\n\t๖) การจ่ายเงิน มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๐ พระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๓ - ๔/๒๕๕๗ ซึ่งวินิจฉัยว่า เงินกู้ คือ เงินแผ่นดิน การจ่ายเงิน\\nต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ \\nและพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ การตราพระราชกฤษฎีกากู้เงิน ๕ แสนล้านบาท \\nไม่เข้าหลักเกณฑ์กฎหมายทั้ง ๕ ฉบับ จึงไม่สามารถจ่ายเงินได้ หากจำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ตามมาตรา ๕๓ ต้องดำเนินการตราเป็นพระราชกำหนด ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๒ เหมือนครั้งที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑ วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ วิกฤตอุทกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และวิกฤตโควิด \\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๓\\n \t๗) ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สถานการณ์การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ประเมินว่า เศรษฐกิจประเทศไทยจะมีการขยายตัว เฉลี่ยร้อยละ ๒.๕ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่าขยายตัว ร้อยละ ๑.๘ และการคาดการณ์\\nในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีการขยายตัว เฉลี่ยร้อยละ ๒.๗ - ๓.๗\\n \tดังนั้น หน่วยงานหรือองค์กรทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์ และอาจารย์มหาวิทยาลัย \\nมีความคิดเห็นตรงกันว่า ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยยังไม่เข้าข่ายวิกฤต และยังไม่เห็นสัญญาณ\\nที่นำไปสู่ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่อาจมีสัญญาณการเจริญเติบโตในอัตราที่ชะลอตัว\\nต่ำกว่าศักยภาพ จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงขอให้รัฐบาลนำข้อมูลดังกล่าวข้างต้น ไปประกอบการพิจารณาอย่างรอบในการกู้เงิน จำนวน ๕ แสนล้านบาท ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [584,1025,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาไทย เพื่อพัฒนาและยกระดับสมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากลให้สูงขึ้น","จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษา ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักและตัวชี้วัดภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ โดยศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะในการแข่งขันด้านการศึกษาของประเทศไทยกับนานาชาติ จากตัวชี้วัดของสถาบันนานาชาติเพื่อพัฒนาการจัดการ (International Institute for Management Development : IMD) พบว่าสมรรถนะการศึกษาไทยในเวทีสากลยังอยู่ในระดับที่ไม่ดี ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี เร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาไทย ยกระดับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา ในวิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาสังคมศึกษา เพื่อพัฒนาและยกระดับสมรรถนะการศึกษาไทยให้สูงขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการกระจายอำนาจการศึกษาไปสู่ภูมิภาค เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และเร่งรัดให้กระทรวงศึกษาธิการ ผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... โดยเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [585,1024,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบต่อประชาชนจากปัญหาการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ","จากกรณีเครือข่ายโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย \\nชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมโรงพยาบาลสถาบันกรมการแพทย์ และสมาคม\\nคลินิกชุมชนอบอุ่น ได้ร้องเรียนการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) \\nว่าการเบิกจ่ายงบประมาณมีความล่าช้า ซึ่งส่งผลให้สถานพยาบาลชำระค่าเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์การแพทย์\\nไปยังผู้ประกอบการล่าช้าตามไปด้วย ในที่สุดผู้ประกอบการก็จะใช้กลไกทางการเงินโดยขึ้นราคาสินค้าเป็นปัญหาเชิงระบบที่รัฐบาลต้องดำเนินการแก้ไข ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาล ดังนี้\\n\t๑) การเปลี่ยนระบบบริการสาธารณสุขจากแบบปฐมภูมิโมเดล ๕ ไปเป็นแบบโมเดล ๒ ตามที่เครือข่ายแพทย์ดังกล่าวข้างต้นเรียกร้องนั้น จะส่งผลต่อการรับบริการของประชาชนอย่างไร\\n \t๒) รัฐบาลมีแนวทางแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณของ สปสช. ที่ล่าช้าอย่างไร \\n \t๓) รัฐบาลมีแนวทางอย่างไรที่ทำให้ระบบการรักษาพยาล อันได้แก่ สิทธิสวัสดิการข้าราชการ สิทธิประกันสังคม และสิทธิรักษาพยาบาลให้กับผู้ที่มีสัญชาติไทยและไม่มีสวัสดิการ\\nด้านการรักษาพยาบาลอื่นใดที่รัฐจัดให้ ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ และเป็นธรรมต่อประชาชนทุกระดับ\\n \t๔) รัฐบาลมีแนวทางที่จะทำให้ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เข้ามามีส่วนร่วม \\nเพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีความมั่นคงมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร\\n \t๕) รัฐบาลมีแนวทางสนับสนุนนโยบายการใช้สมุนไพร และแพทย์ทางเลือก \\nเพื่อให้เกิดการปฏิรูประบบการดูแลสุขภาพในระดับบุคคล ชุมชน และท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ \\nและลดค่าใช้จ่ายของประเทศอย่างไร","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [586,1023,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","มาตรการเร่งรัดคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานของรัฐ","สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคดีการทุจริตของนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานของรัฐเป็นจำนวนมาก เช่น คดีลักลอบนำสุกรหรือเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายมาจำหน่ายในประเทศ คดีพนันออนไลน์ และคดีสินบน เป็นต้น ซึ่งกระบวนการดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำความผิดยังมีความล่าช้า เนื่องจากคดีมีความซับซ้อน มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นผู้มีอิทธิพล นอกจากนี้ การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายได้กำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบสำนวนไต่สวนต่าง ๆ ที่มีเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ระยะเวลาการสั่งฟ้องผู้กระทำความผิด อาจใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการประเมินจากองค์กรโปร่งใสนานาชาติ (TI : Transparency International) ว่ามีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายต่อคดีทุจริตในระดับต่ำ และอาจเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่กระทำการทุจริตโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย\\n \tทั้งนี้ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้แก้ไขปัญหาโดยการจัดตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ โดยมีหน้าที่อำนวยการประสานงาน ติดตาม เร่งรัด กำกับดูแล ประเมินผลการดำเนินงานของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นไปอย่างบูรณาการและมีเอกภาพ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาสามารถเร่งรัดติดตามคดีทุจริตให้สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลได้รวดเร็วขึ้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของรัฐบาลเกิดผลสัมฤทธิ์เชิงบูรณาการอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำคดีการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานของรัฐเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็วต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [587,1022,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","กฎหมาย","การยกย่องข้าราชการและหลักเกณฑ์เพื่อประกอบการเลื่อนยศตำรวจ","ข้อความบนอนุสาวรีย์หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ระบุว่า “ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน” นำมาซึ่งการค้นหาตำรวจที่มีพฤติกรรมที่ดีน่าชื่นชมยกย่อง โดยขอยกตัวอย่างตำรวจ จำนวน ๔ นาย ดังนี้\\n \t๑)\tร้อยตำรวจโท ธีระชัย  กลิ่นโกสุม รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยใช้เวลานอกราชการดูแลบิดาที่ป่วยเป็นอัมพาตอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา ๓ ปี และเป็นที่รักของประชาชนในพื้นที่\\n \t๒)\tร้อยตำรวจเอก ชูศักดิ์  แสงรูจี รองสารวัตร (ป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ กรุงเทพมหานคร จากเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านประชาชนบริเวณซอยทองหล่อ ๒๕ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๖ ได้ฝ่ากองไฟที่กำลังไหม้อย่างรุนแรง เพื่อช่วยเหลือหญิงชราซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง \\nโดยได้รับบาดเจ็บพอสมควร\\n \t๓)\tพันตำรวจโท ชาญณรงค์  ไชยสาคร สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรหินเหล็กไฟ จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้เวลานอกราชการประกอบอาชีพเสริมโดยการหาบเร่ขายของ มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเดือน  มากกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท และเป็นที่รักของประชาชนในพื้นที่เพราะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์\\nและไม่รีดไถประชาชน\\n \t๔)\tร้อยตำรวจโทหญิง สาวิตรี  ราวินิจ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ได้ช่วยเหลือชายผู้หนึ่งที่ทำธุรกรรมทางธนาคารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยโอนเงินผิดบัญชี และรอระยะเวลาดำเนินการจากธนาคารไปแล้ว ๔๕ วัน ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถติดต่อเจ้าของบัญชีได้ จึงได้เล่าความทุกข์ให้ตำรวจฟัง จากนั้น ร้อยตำรวจโทหญิง สาวิตรีฯ ได้หาข้อมูล\\nของเจ้าของบัญชีปลายทางและสามารถติดต่อจนกระทั่งเจ้าของบัญชีโอนเงินกลับให้ชายคนดังกล่าว\\n \tจากพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานธงชัยประจำหน่วยตำรวจ และพิธีสวนสนามเนื่องในวันตำรวจ วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๙๕ ความว่า “จงอย่าลืมว่าท่านเป็นตำรวจ จงทำตนให้สมกับที่เป็นตำรวจ จงเป็นตำรวจที่ดี ไม่ว่าจะเป็นตำรวจชั้นใด จะเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรก็ดี ชั้นนายสิบหรือพลตำรวจก็ดี นับเป็นผู้มีเกียรติเสมอเหมือนกันหมด คือ เกียรติแห่งลูกผู้ชายที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยภายในบ้านเมืองของตน” ดังนั้นจึงขออเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาหลักเกณฑ์เพื่อประกอบการเลื่อนยศตำรวจ หรือตำแหน่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนระดับสูงในเรื่องการกระทำความดีและได้รับการยกย่องจากประชาชน เพื่อส่งเสริมให้คนดีมีความก้าวหน้าในอาชีพต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",20,2567,"2024-02-20T00:00:00"],
    [588,1021,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","กฎหมาย","การออกเอกสารสิทธิในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับแนวทาง\\nการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่ป่าไม้ ณ บ้านน้ำพุ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย และบ้านท่าศาลา ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย โดยมีหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังและชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชนได้เสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนฯ ในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้\\n\t\t(๑) เรื่อง การติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ทับซ้อนกับที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนซึ่งอยู่อาศัยมาก่อน\\n\t\tความเป็นมา\\n\t\tเมื่อปี ๒๕๑๗ ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูหลวง ในท้องที่ตำบลปลาบ่า และตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ ตำบลโพนสูง ตำบลวังยาว และตำบลอีปุ่ม อำเภอด่านซ้าย \\nและตำบลหนองงิ้ว ตำบลทรายขาว และตำบลตำบลภูหอ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๑๗ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๑ ตอนที่ ๒๑๖ ลงวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๑๗) \\nและต่อมา ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าภูหลวง ในท้องที่ตำบลปลาบ่า ตำบล\\nท่าศาลา อำเภอภูเรือ ตำบลโพนสูง ตำบลวังยาว ตำบลอีปุ่ม อำเภอด่านซ้าย ตำบลหนองงิ้ว ตำบลเขาหลวง ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง และตำบลภูหอ ตำบลเลยวังไสย์ กิ่งอำเภอภูหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๔ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘ ตอนที่ ๑๔๔ ลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๓๔) กำหนดให้บริเวณที่ดินป่าภูหลวง ในท้องที่ตำบลปลาบ่า ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ ตำบลโพนสูง ตำบลวังยาว ตำบลอีปุ่ม อำเภอด่านซ้าย ตำบลหนองงิ้ว ตำบลเขาหลวง ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง และตำบลภูหอ ตำบลเลยวังไสย์ กิ่งอำเภอภูหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้มีการประกาศทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนซึ่งอยู่อาศัยมาก่อน เป็นเหตุให้หน่วยงานของรัฐดำเนินคดีกับประชาชนในพื้นที่ในข้อหาบุกรุกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเป็นจำนวนมาก\\n\t\tต่อมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เห็นชอบในหลักการ เรื่อง พื้นที่เป้าหมายและกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ (ทุกประเภท) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอ และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nดำเนินการให้ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และมติคณะรัฐมนตรี\\nที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จัดอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย กลุ่มที่ ๔ ชุมชน\\nที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ก่อนและหลัง มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ประกอบกับพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ตอนที่ ๗๑ ก \\nลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๒) มาตรา ๑๒๑ กำหนดให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช \\nสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า\\nแต่ละแห่งให้แล้วเสร็จภายใน ๒๔๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าว \\nและรัฐบาลมีแผนงานหรือนโยบายในการช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินและได้อยู่อาศัยหรือทำกิน\\nในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าที่มีการประกาศกำหนดมาก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้\\nใช้บังคับ ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และ\\nดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าโดยมิได้สิทธิในที่ดินนั้น เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว\\nต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบุคคลที่ไม่มีที่ดินทำกินและได้อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ภายใต้กรอบเวลาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ หรือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ โดยต้องจัดให้มีแผนที่แสดงแนวเขตโครงการที่จะดำเนินการแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา\\n\t\tเมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๕ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ดำเนินการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้กรมการปกครอง ดำเนินการตรวจสอบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีประชาชนอยู่อาศัยหรือทำกินจริงหรือไม่\\nเพื่อใช้ประกอบการจัดทำแผนที่แสดงแนวเขตโครงการที่จะดำเนินการแนบท้ายพระราชกฤษฎีกา มิฉะนั้น จะไม่สามารถตราพระราชกฤษฎีกาได้ ซึ่งประเด็นปัญหาความล่าช้าในการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้เต็มกำลังความสามารถ ดังนั้น ขอให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดการตรวจสอบและยืนยันไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเร็วที่สุด \\n\t\t(๒) เรื่อง การจัดทำแนวกันชนป้องกันช้างป่า และการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ในพื้นที่อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย  \\n\t\tสืบเนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ได้รับอันตรายและเสียชีวิต จึงมีแนวความคิด\\nการจัดทำแนวกันชนป้องกันช้างป่าด้วยการปลูกป่า เห็นว่าหากประชาชนในพื้นที่ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดิน \\nจะทำให้สามารถร่วมกันปลูกป่าเพื่อเป็นแนวกันชนป้องกันช้างป่าได้ นอกจากนี้ ในด้านของการเยียวยา  กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชน\\nตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อให้ อปท. สามารถให้การช่วยเหลือและเยียวยาแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรเสียหาย ได้รับอันตรายและเสียชีวิต โดยสามารถใช้เงินกองทุนของ อปท. ได้ \\n\t\t(๓) เรื่อง กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย\\n\t\tสืบเนื่องจากในพื้นที่อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เห็นว่าหากประชาชนในพื้นที่ได้รับเอกสารสิทธิในที่ดิน จะช่วยส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ได้อีกทางหนึ่งด้วย","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [589,1020,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","กฎกระทรวงสาธารณสุขกำหนดข้อสันนิษฐานว่าการครอบครองเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวนไม่เกิน ๕ เม็ด ถือว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ","จากกระทรวงสาธารณสุขได้ออกกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๗ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๑ ตอนที่ ๖ ก ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗) โดยกฎกระทรวงฯ ข้อ ๒ (๑) (จ) กำหนดให้การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เมทแอมเฟตามีน (methamphetamine หรือ methamfetamine) \\nมีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าร้อยมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก \\nมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งเป็นผลให้\\nผู้ใดมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองไม่เกิน ๕ เม็ด ถือว่าผู้นั้นเป็นเพียงผู้เสพที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมว่า “ครอบครองยาบ้า ๕ เม็ด ไม่ผิดกฎหมาย” ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น ชักพาให้เด็กและเยาวชนเสพยาเสพติดเพิ่มจำนวนมากขึ้น  \\n\t\tขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้แถลงข่าวมาตรการรองรับภายหลังการประกาศกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๗ เพื่อให้สังคมเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการครอบครองยาเสพติด สรุปสาระสำคัญได้ว่า \\nไม่ว่าครอบครองเมทแอมเฟตามีนจำนวนกี่เม็ด ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย และข้อสันนิษฐานว่าครอบครองเมทแอมเฟตามีนไม่เกิน ๕ เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพ ไม่ใช่หลักเกณฑ์ใหม่ เพราะมีการกำหนดหลักเกณฑ์เช่นนี้ไว้เป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้ว โดยพิจารณาจากพฤติการณ์การครอบครองเป็นสำคัญว่า\\nผู้นั้นเป็นเพียงผู้เสพ หรือเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งโดยทั่วไป เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ที่มีเมทแอมเฟตามีน\\nไว้ในครอบครอง จำนวน ๕ เม็ด ผู้นั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการสังคมบำบัด พร้อมทั้งป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ \\n\t\tอย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติกลับปรากฏข้อเท็จจริงว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ที่มี\\nเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำนวนไม่เกิน ๕ เม็ด ซึ่งเข้าข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่าเป็นผู้เสพ หลังจากนั้นเพียง ๒ - ๓ วัน ผู้นั้นมักจะได้รับการปล่อยตัว \\n\t\tในเรื่องส่งตัวผู้เสพไปบำบัดรักษา มีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าสถานที่บำบัดมีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งโรงพยาบาลไม่มีสถานที่ควบคุมตัวผู้ติดยาเสพติด รวมทั้งไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยังคงค้างจ่ายเงินโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวนกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ได้เคยสะท้อนปัญหาดังกล่าวผ่านการปรึกษาหารือในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ เรื่อง สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไม่ชำระหนี้ให้แก่โรงพยาบาล\\nที่เป็นโรงเรียนแพทย์ ดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ดังนี้ \\n\t\t(๑) สถานที่บำบัดมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด\\nไม่เพียงพอ \\n\t\t(๒) สถานที่บำบัดขาดความพร้อมในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด\\n\t\t(๓) สถานที่บำบัดไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสำหรับใช้ในการบำบัดผู้ติดยาเสพติด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [590,1019,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเตรียมการรองรับผู้อพยพและหลบหนีเข้าเมืองจากชายแดนประเทศไทย - ประเทศเมียนมา ของรัฐบาลไทย","ประเทศเมียนมาได้มีการสู้รบกันภายในประเทศ โดยกองทัพเมียนมาได้มีคำสั่งเรียกเกณฑ์ทหาร โดยกำหนดให้ชายสัญชาติเมียนมาที่มีอายุ ๑๘ - ๓๕ ปี และหญิงสัญชาติเมียนมา\\nที่มีอายุ ๑๘ - ๒๗ ปี ต้องเข้าประจำการเป็นเวลาอย่างน้อย ๒ ปี แม้เรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องกิจการภายใน \\nแต่เนื่องจากประเทศไทยและประเทศเมียนมามีชายแดนติดต่อกันเป็นระยะทางกว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เป็นที่คาดหมายได้ว่าจะมีปัญหาผู้อพยพลี้ภัยสงครามจากประเทศเมียนมาเข้ามายังประเทศไทย \\nซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ๓ ประเด็น ดังนี้\\n\t \tประเด็นที่หนึ่ง วิกฤตผู้อพยพลี้ภัยสงครามตามแนวชายแดนประเทศไทย - ประเทศเมียนมา ซึ่งประเทศไทยต้องรับผู้อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามาดูแลตามหลักมนุษยธรรม จนกว่าสถานการณ์ภายในประเทศเมียนมาคลี่คลาย และมีความปลอดภัย จึงจะจัดการให้ผู้อพยพกลับไปมาตุภูมิได้ \\n\t\tประเด็นที่สอง แรงงานอพยพจากประเทศเมียนมาจะเข้ามาแย่งอาชีพของคนไทย โดยในปัจจุบันมีแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทย จำนวน ๓,๔๑๕,๗๗๔ คน ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นแรงงานจากประเทศเมียนมามากที่สุด (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๗)\t\\n\t\tประเด็นที่สาม ผู้อพยพที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาที่เข้ามาเรียนและศึกษาในประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มที่ ๑ นักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่ติดตามบิดามารดา\\nที่อพยพลี้ภัยเข้ามาทำงานในประเทศไทย และ กลุ่มที่ ๒ นักศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งอพยพลี้ภัยจากคำสั่งเรียกเกณฑ์ทหารของกองทัพเมียนมาดังกล่าวข้างต้น \\n\t\tดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา ดังนี้ \\n\t\t(๑) รัฐบาลได้เตรียมการรองรับผู้อพยพลี้ภัยสงครามตามแนวชายแดนประเทศไทย - ประเทศเมียนมา อย่างไร \\n\t\t(๒) รัฐบาลได้มีการเข้มงวดกวดขันแรงงานอพยพที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๓) สถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยได้มีการเตรียมการรองรับนักศึกษาที่จะเข้ามาจากประเทศเมียนมาหรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๔) รัฐบาลได้มีการฝึกอาชีพให้แก่คนไทย ทั้งการเพิ่มและพัฒนาเพื่อยกระดับทักษะ (Upskill) และกระบวนการพัฒนาหรือเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อค้นหาเส้นทางอาชีพ (Reskill) เพื่อสร้างแรงงานฝีมือและเพื่อรักษาตำแหน่งงานของคนไทยไว้หรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๕) รัฐบาลได้มีการเตรียมการเพื่อสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจแก่คนไทยและสังคมไทย ในการอยู่ร่วมกันกับชาวต่างชาติหรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๖) รัฐบาลได้มีการเตรียมการเพื่อกำกับ ควบคุม และดูแลรักษาความสงบภายในประเทศ กรณีที่จะมีผู้อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร เช่น ปัญหาการค้ามนุษย์ ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [591,1018,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอน (Tablet หรือ Notebook หรือ Chromebook) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา","เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการ\\nให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานนำรายการที่มีวงเงินตั้งแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ ๒ : จัดหาอุปกรณ์\\nการเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย (Anywhere Anytime) ระยะเวลา ๕ ปี ปีงบประมาณ พ.ศ. \\n๒๕๖๘ - ๒๕๗๒ วงเงินกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนรู้ให้สามารถ\\nเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยสนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และมีโอกาสได้อย่างเท่าเทียมครอบคลุมทั้งในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร โดยมีการพัฒนาระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การเช่าใช้ระบบคลาวด์ (Cloud) สำหรับแพลตฟอร์มด้านการศึกษา \\nและการเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอน (Tablet หรือ Notebook หรือ Chromebook) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมาย สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๔ - ๖ และสำหรับครูของโรงเรียนคุณภาพและโรงเรียนขยายโอกาส ดังนั้น ขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณา ดังนี้ \\n\t\t(๑) ขอให้พิจารณากำหนดเป้าหมายให้ครอบคลุมถึงนักเรียนระดับประถมศึกษา \\nเพราะเป็นช่วงวัยที่มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การเรียนการสอนสำหรับฝึกทักษะค้นคว้าหาความรู้เช่นเดียวกัน \\n\t\t(๒) เนื่องจากในอดีตกระทรวงศึกษาธิการเคยประสบปัญหาจากโครงการจัดซื้อแท็บเล็ตให้แก่นักเรียน พบว่าแท็บเล็ตที่ดำเนินการจัดซื้อ เป็นแท็บเล็ตที่มีคุณภาพต่ำ และไม่มีบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่ไม่คุ้มค่า ดังนั้น ขอให้ดำเนินการเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอน\\nครั้งนี้ โดยคำนึงถึงคุณภาพของอุปกรณ์การเรียนการสอน มีการบริการหลังการขาย และมีความคุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดินที่ใช้จ่ายไป ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่การศึกษาของนักเรียน\\n\t\t(๓) ขอให้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส และวางมาตรการป้องกันปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในการเช่าอุปกรณ์การเรียนการสอน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [592,1017,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเรือสำราญฝั่งอันดามัน","จากเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศวิสัยทัศน์ Thailand Vision “IGNITE THAILAND จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” มุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทย\\nให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้ง ๘ ด้าน ได้แก่ การท่องเที่ยว การรักษาพยาบาลและสุขภาพ อาหาร การบิน ขนส่ง การผลิตยานยนต์แห่งอนาคต เทคโนโลยี และการเงิน โดยในด้านพัฒนาการท่องเที่ยว มีเป้าหมายพัฒนาประเทศไทย\\nให้เป็นศูนย์กลางเมืองการท่องเที่ยว (Tourism Hub) เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นตลอดปี \\n\t\tในการนี้ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ คณะกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา นำโดย \\nพลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา นำคณะ\\nลงพื้นที่ศึกษาดูงานติดตามความคืบหน้าโครงการด้านคมนาคม ขนส่ง และการท่องเที่ยว ณ จังหวัดภูเก็ต  พบว่า ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตมีสภาพแออัด และตั๋วเครื่องบินมีราคาแพง เป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตด้วยเรือสำราญเป็นจำนวนมาก แต่จังหวัดภูเก็ตไม่มีท่าเรือน้ำลึก \\nจึงไม่สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ เป็นเหตุให้เรือสำราญขนาดใหญ่ต้องจอดแวะพักที่ท่าเรือแวะพัก (Port of Call) ณ หาดป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยให้นักท่องเที่ยวลงเรือขนาดเล็กเพื่อเดินทางต่อเข้าไปในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งท่าเรือแวะพักเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ค้างคืน นักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ \\nไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืน ดังนั้น รัฐบาลควรพัฒนาให้เป็นท่าเรือหลัก (Home Port) เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมากับเรือสำราญขนาดใหญ่ ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทาง\\nสามารถพักค้างคืนได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งอยู่ท่องเที่ยวพักผ่อนได้นานขึ้น รวมทั้งรองรับการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในฝั่งอันดามันได้เป็นอย่างดี\\n\t\tนอกจากนี้ ในปัจจุบัน เรือสำราญขนาดใหญ่ที่มีระวางขับน้ำ ๑๐๐,๐๐๐ - ๒๐๐,๐๐๐ ตัน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวในฝั่ง\\nอันดามัน โดยเรือสำราญขนาดใหญ่ลำหนึ่ง สามารถบรรทุกผู้โดยสาร ๓,๐๐๐ คน พร้อมลูกเรือ ๓,๐๐๐ คน \\nรวมเป็น ๖,๐๐๐ คน ประกอบกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญขนาดใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ตามเป้าหมายพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเมืองการท่องเที่ยว (Tourism Hub) ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ซึ่งปัจจุบัน ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตมีร่องน้ำลึกเพียง ๙ เมตร รองรับเรือสำราญขนาดเล็ก ที่มีระวางขับน้ำ ๘๐,๐๐๐ ตัน บรรทุกผู้โดยสารได้เพียง ๑,๐๐๐ คนเท่านั้น ไม่สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้ โดยขอให้ขุดลอกท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ให้มีร่องน้ำลึก ๑๕ เมตร (เช่นเดียวกับท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง) เพื่อให้สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ที่มีขนาดระวางขับน้ำ ๑๐๐,๐๐๐ - ๒๐๐,๐๐๐ ตันได้\\n\t\t(๒) หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สามารถขุดลอกท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ตามข้อ (๑) ขอให้พิจารณาทำสะพานเทียบเรือจากฝั่งไปยังทะเลร่องน้ำลึก ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยเรือสำราญขนาดใหญ่ ได้รับความสะดวกในการเดินทางมาท่องเที่ยว","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [593,1016,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการออกโฉนดเพื่อการเกษตร","รัฐบาลได้มีนโยบายยกระดับเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เป็นโฉนด\\nเพื่อการเกษตร โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงและใช้ประโยชน์จากที่ดินได้สูงสุด \\nซึ่งแต่เดิม ที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ คือ ที่ดินซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทำการจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ไม่มีที่ดินทำกินของตนเองหรือผู้ที่มีที่ดินเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ โดยมีเงื่อนไข คือ เกษตรกรผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ จะทำการแบ่งแยกที่ดินหรือโอนกรรมสิทธิ์\\nในที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ให้ผู้อื่นไม่ได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม โดยที่ดินเกษตรกรรมทั่วประเทศมีจำนวนรวมทั้งหมดกว่า ๑๒๕ ล้านไร่ เป็นที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ร้อยละ ๒๗ \\n(๓๓ - ๓๔ ล้านไร่) มีเกษตรกรครอบครอง จำนวนกว่า ๒.๕ ล้านครอบครัว แต่หน่วยงานของรัฐ\\nกลับปล่อยปละละเลย เป็นเหตุให้ที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เปลี่ยนมือไปอยู่ในความครอบครองของนายทุนแล้วจำนวนกว่าครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ การกำหนดหลักเกณฑ์ให้สามารถทำสัญญาเช่าที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ได้ ย่อมเป็นการเปิดช่องให้นายทุนที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย สามารถหลบเลี่ยงปัญหาข้อกฎหมายด้วยการทำสัญญาเช่าที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่ตนเองครอบครองอยู่ ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนี้ ที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่อยู่ในครอบครองของเกษตรกรจะถูกนายทุนยึดครองเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น รัฐบาล\\nควรเร่งรัดแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ จากนายทุน และนำที่ดินที่ยึดกลับคืนมานั้น จัดสรรให้แก่เกษตรกรตามหลักเกณฑ์ต่อไป\\n\t\tขอยกตัวอย่างกรณีรัฐบาลที่จัดตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๖/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการในการแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมาย \\nโดยมีการบังคับยึดที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ บริเวณอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จำนวนกว่า ๕๐๐ ไร่ จากนายทุนที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และนำที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ที่ยึดกลับคืนมานั้น มาดำเนินการจัดสรรให้แก่เกษตรกรจำนวน ๘๕ ครอบครัวได้เป็นผลสำเร็จ มีการสนับสนุนด้วยโครงการบ้านมั่นคง แบ่งพื้นที่ทำการเกษตร สร้างความมั่นคงในการครอบครองที่ดินของเกษตรกร \\nถือเป็นกรณีศึกษาที่รัฐบาลชุดปัจจุบันควรนำมาพิจารณาดำเนินการ\\n\t\tขณะนี้ ได้มีการลักลอบออกเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ รุกล้ำเข้าไปในเขตพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติ เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่อให้เห็นถึงปัญหาทุจริตในการเร่งรัดดำเนินนโยบายยกระดับเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร\\n\t\tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ทบทวนนโยบายยกระดับเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร โดยเร็วที่สุด \\n\t\t(๒) ดำเนินการอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่กระทำการทุจริตประพฤติมิชอบจากการดำเนินการยกระดับเอกสารสิทธิที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [594,1015,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดให้มีผู้สังเกตการณ์คุณธรรมในการจัดซื้อเครื่องบินของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)","เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ในงานสิงคโปร์แอร์โชว์ ๒๐๒๔ (Singapore Airshow 2024) ณ ประเทศสิงคโปร์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แถลงเรื่องการจัดหาเครื่องบินโดยสารลำใหม่ จำนวน ๖๒ ลำ ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนต่าง ๆ โดยมีทั้งการเช่าและจัดซื้อ รวมทั้งสิทธิในการจัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมสูงสุดรวมเป็น ๘๐ ลำ พร้อมสิทธิเปลี่ยนแบบเครื่องบิน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านการเงินของบริษัทได้เป็นผลสำเร็จ  \\n\t\tในอดีต บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีปัญหาความไม่โปร่งใสของการจัดซื้อเครื่องบินโดยสาร ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของปัญหาวิกฤตด้านการเงินของบริษัท จนต้องนำบริษัทเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยเมื่อปี ๒๕๖๒ รัฐบาลได้ดำเนินการจัดซื้อเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน ๓๘ ลำ และเพื่อป้องกันมิให้เกิดความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อเครื่องบินซ้ำอีก รัฐบาลจึงได้สั่งการให้นำโครงการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) โดยให้มูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวน ๔ คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ตามแผนการจัดซื้อเครื่องบินในครั้งนั้น ต่อมา ได้เกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นเหตุให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างมาก และต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และปรับปรุงโครงสร้างบริษัทฯ เป็นเหตุให้ต้องยกเลิกการจัดซื้อเครื่องบินดังกล่าว\\n\t\tต่อมา เมื่อปี ๒๕๖๓ รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ได้ขายหุ้นของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวนร้อยละ ๓.๗๑ ให้กองทุนวายุภักษ์ เป็นเหตุให้กระทรวงการคลังถือหุ้น\\nใน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เหลือร้อยละ ๔๗.๘๖ เป็นผลให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่อยู่ในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ โดยมีสัดส่วนหุ้นที่ถือรวมกันทั้งหมดเกินกว่าร้อยละ ๕๐ (รวมหุ้นที่ถือผ่านกองทุนวายุภักษ์)\\n\t\tด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงมีความเห็นว่า แม้การจัดซื้อเครื่องบินของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ บริษัท การบินไทยฯ จะมิได้อยู่ในฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วก็ตาม แต่รัฐบาลไทยยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทฯ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญจากภาคประชาชน จำนวน ๔ คน เข้าร่วมสังเกตการณ์การจัดหาเครื่องบินโดยสารของ\\nบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ นับตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มจัดทำข้อเสนอ การจัดซื้อจัดจ้าง \\nร่างขอบเขตงาน (Term of reference : TOR) โดยนำหลักการของข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) \\nที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใช้บังคับ\\nโดยอนุโลม พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนได้รับทราบเป็นระยะ ตลอดทุกขั้นตอนที่ดำเนินการ \\nทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล และรักษาผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมการบิน\\nของประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2567,"2024-02-27T00:00:00"],
    [595,1014,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","สถานการณ์บ้านเมือง","โรคหลอดเลือดสมองในประชาชน","โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คือ สาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ ๒ ของการเสียชีวิตรองจากโรคมะเร็ง แต่ละปีพบว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ ละ ประมาณ \\n๑๐ - ๑๕ ล้านคน เสียชีวิตประมาณ ๕ ล้านคนต่อปี และพิการตลอดชีวิต ประมาณ ๕ ล้านคนต่อปี \\n\\n\\nโดยทุก ๖ วินาทีจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง ๑ คน สำหรับประเทศไทย พบว่า มีผู้ป่วย\\nโรคหลอดเลือดสมอง ประมาณ ๓ - ๔ แสนคน กล่าวคือ ในประชากร จำนวน ๑ แสนคน จะมีผู้ป่วย\\nโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน ๕๐๐ คน\\n \tโรคหลอดเลือดสมองถือเป็นอันตรายใกล้ตัว เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ อุดตันจากไขมันที่สะสมหรือลิ่มเลือด และหลอดเลือดสมองแตกจากความดันโลหิตสูง หรือหลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น สาเหตุของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง คือ สมองขาดเลือดมาเลี้ยง จึงทำให้สมองถูกทำลายทันที \\nทำให้เกิดอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือเสียชีวิตได้ ความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง เกิดจาก \\n๑) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ๒) โรคเบาหวาน โรคความดันสูง โรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ และโรคอ้วน ๓) การไม่ออกกำลังกาย โดยโรคหลอดเลือดสมองมีสัญญาณเตือนที่สำคัญ คือ BEFAST ได้แก่ Balance การสูญเสียการทรงตัว Eyes ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด Face ใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว Arm \\nแขน - ขา อ่อนแรง Speech พูดลำบาก พูดไม่ชัด และ Time รีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ดังนั้น ทุกวินาทีมีค่าเพราะสมองจะถูกทำลายจึงต้องพบแพทย์โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ร้อยละ ๙๐ ของโรคหลอดเลือดสมอง\\nสามารถป้องกันได้ โดยการควบคุมความดันโลหิต ควบคุมไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่เครียด \\nงดสูบบุหรี่ รักษาโรคเบาหวาน ทานผักและผลไม้ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป งดดื่มแอลกอฮอล์ และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นการป้องกันมิให้ประชากรเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่ใช้เป็นค่ารักษา และรัฐบาลจะได้ไม่ต้องสูญเสียงบประมาณเพื่อดูแลประชากรที่เจ็บป่วย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑) ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ถึงอันตรายของโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อประชาชน\\nจะได้รู้วิธีการดูแลป้องกันตนเอง\\n \t๒) ร่วมมือกับภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งจิตอาสา เพื่อรณรงค์จัดกิจกรรมนิทรรศการเพื่อให้ความรู้ ให้ประชาชนรับทราบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง\\n \t๓) ให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือสามารถขอคำปรึกษาผ่านสายด่วน ๑๖๖๙ รวมทั้งสามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ตลอดการรักษา","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [596,1013,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การจัดสวัสดิการแก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)","ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ประชาชนต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยกันเอง \\nโดยจะมีราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หรือชุดรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านที่ได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอให้ปฏิบัติหน้าที่รักษา\\nความปลอดภัยหมู่บ้าน ซึ่งมีภารกิจสำคัญ คือ การอยู่เวรยามรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษา\\nความปลอดภัยหมู่บ้าน ตรวจตระเวนรักษาความสงบเรียบร้อย สืบสวนหาข่าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคง\\nหรือความสงบเรียบร้อย เฝ้าระวังรักษาสถานที่สำคัญ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้า - ออกหมู่บ้าน รายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญาและการก่อความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ ตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะ\\nยึดสิ่งของหรืออาวุธที่ใช้ โดยต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา\\nเกี่ยวกับการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า โดยต้องควบคุมตัวผู้กระทำความผิดส่งผู้บังคับบัญชาใกล้ตนโดยเร็ว การป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและการปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งหลายครั้ง\\nทราบว่า ชรบ. ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ยกตัวอย่างที่จังหวัดยะลา ชรบ. เสียชีวิต \\nจำนวน ๖ คน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิได้ทำให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกิดความย่อท้อ หวาดกลัว หรือลดประสิทธิภาพในการทำงาน แต่กลับมีความตั้งมั่น มีจิตอาสาที่จะปกป้องและรักษาความปลอดภัยในหมู่บ้าน อย่างไรก็ดี บุคคลที่เป็นจิตอาสาเหล่านี้ ไม่มีค่าตอบแทนหรือค่าเบี้ยเลี้ยง สิทธิ สวัสดิการ หรือผลประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากเป็นอาสาสมัครที่ต้องการให้พื้นที่หมู่บ้านของตนมีความสงบเรียบร้อย สังคมสงบสุข จึงอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งการออกปฏิบัติหน้าที่เป็นการออกปฏิบัติเป็นครั้งคราวตามคำสั่ง แม้ว่าจะมีเครื่องแบบหรืออาวุธปืนก็สามารถใช้ได้ในบางภารกิจที่ได้รับมอบหมายและเป็นภารกิจเสี่ยงต่อชีวิต ดังนั้น จึงขอหารือเกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการของ ชรบ. ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t๑) ควรจัดให้มีการประกันชีวิตให้แก่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) \\n \t๒) ควรกำหนดให้มีเบี้ยเสี่ยงภัยสำหรับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) \\nที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยสูง และออกปฏิบัติหน้าที่ดังเช่นเป็นพนักงานของรัฐ \\n \t๓) ควรกำหนดให้มีค่าตอบแทนหรือค่าป่วยการอื่นใด ที่กระทรวงมหาดไทยสามารถพิจารณาจ่ายให้ได้ \\n \t๔) ขอให้มีการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังให้กับบุคคลเหล่านี้","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [597,1012,187,"นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจดทะเบียนลิขสิทธิ์กางเกงลวดลายศิลปะไทย","จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แจ้งว่า กางเกงลายช้าง จังหวัดเชียงใหม่ \\nที่ได้มีการออกแบบลวดลายลงไปในกางเกง ได้มีการยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว โดยเห็นว่ากางเกงมีลวดลายที่มีเอกลักษณ์ของศิลปะไทย ซึ่งถือเป็นลิขสิทธิ์ที่ได้รับความคุ้มครอง\\nตามกฎหมาย และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบย่านการค้าที่สำคัญ\\nเพื่อตรวจสอบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย \\nรวมทั้งได้ประสานงานไปยังด่านการค้าชายแดนทุกด่านให้เข้มงวดการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ นอกจากกางเกงลายช้างลวดลายศิลปะไทยแล้ว ยังมีกางเกงลายอื่น ๆ เช่น กางเกงลายแมว จังหวัดนครราชสีมา กางเกงลายหอย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กางเกงลายกระซิบรัก จังหวัดน่าน กางเกงลายลิง จังหวัดลพบุรี กางเกงลายปูก้ามดาบ จังหวัดสมุทรสาคร กางเกงลายไก่ชน จังหวัดพิษณุโลก กางเกงลายไดโนเสาร์ จังหวัดขอนแก่น กางเกงลายมังกร จังหวัดนครสวรรค์ กางเกง\\nลายปลาทูแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม กางเกงลายวัวลาน จังหวัดเพชรบุรี และกางเกงลายปลาแรด \\nจังหวัดอุทัยธานี เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ความรู้\\nเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอันเป็นลิขสิทธิ์ และควรดำเนินการในเชิงรุกให้ผู้ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับทราบสิทธิของตนที่พึงมีตามกฎหมาย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการจดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ \\nณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์จังหวัด ผ่านทางระบบออนไลน์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครอง\\nความคิดสร้างสรรค์อันเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินค้าดังกล่าว\\n","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [598,1011,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนระหว่างกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล","ปัจจุบันโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๔ เส้นทาง ระยะทางรวม ๕๕๗.๘ กิโลเมตร โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบหลายหน่วยงาน อาทิ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน\\nแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเป็นเหตุ\\nให้เกิดปัญหาการเชื่อมโยงระหว่างสถานีรถไฟฟ้าบางแห่ง ไม่สะดวกต่อการเดินทางของผู้โดยสาร\\nขอยกตัวอย่าง ดังนี้\\n \t๑) การเชื่อมโยงระหว่างรถไฟฟ้าสถานีหมอชิตกับสถานีสวนจตุจักร กล่าวคือ ระหว่างรถไฟฟ้า BTS สถานีหมอชิต กับ รถไฟฟ้า MRT สถานีสวนจตุจักร ไม่มีทางเชื่อมต่อกัน ทำให้ผู้โดยสาร\\nที่เดินทางระหว่าง ๒ สถานีของรถไฟฟ้าทั้ง ๒ สาย ไม่ได้รับความสะดวก ต้องเดินกลางแจ้ง ตากแดด\\nหรือตากฝน\\n \t๒) การเชื่อมโยงระหว่างสถานีดอนเมืองกับสนามบินดอนเมือง ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีแดงวิ่งผ่านด้านข้างของสถานีดอนเมือง โดยไม่มีช่องทางเชื่อมต่อเข้าไปยังสนามบิน เป็นเหตุให้ผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ต้องการเข้าไปยังสนามบินดอนเมืองไม่ได้รับความสะดวก ต้องเดินกลางแจ้ง \\nหากมีการปรับปรุงทางเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าสายสีแดงให้สามารถวิ่งเข้าไปยังสถานีดอนเมืองได้ ผู้โดยสาร\\nจะนิยมใช้บริการมากยิ่งขึ้น\\n \t๓) โดยที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ที่ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีสถานีสุดท้าย คือ สถานีรัชดา ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีลาดพร้าว ดังนั้น ขอให้พิจารณาผลักดันโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ส่วนต่อขยาย) ช่วงลาดพร้าว - รัชโยธิน ระยะทาง ๒ กิโลเมตร เพื่อให้มีการเชื่อมต่อระหว่างสถานีรัชดากับสถานีลาดพร้าวซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกในการเดินทางและหันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [599,1010,93,"นายบุญมี สุระโคตร","กฎหมาย","การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง","ตามที่มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ ดังนี้\\n \t๑) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษี\\nไม่เกินร้อยละศูนย์จุดหนึ่งห้าของฐานภาษี\\n \t๒) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ\\nศูนย์จุดสามของฐานภาษี\\n \t๓) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม  หรือที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี\\n \t๔) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ \\nให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี\\n \tจากอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมที่กำหนดไว้ข้างต้น จะต้องเป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่รัฐบาล\\nมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่ม \\nรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย อันเป็นการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร ทั้งนี้ การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ของเกษตรกรจำเป็นที่จะต้องมีการก่อสร้างอาคารหรือโรงเรือนเพื่อไว้เก็บผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งไม่อยู่\\nในความหมายของ “ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม” ที่จะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษี ตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อให้เกิด\\nการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ดังนั้น จึงขอหารือไปยัง กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ร่วมกันพิจารณาแก้ไข\\nปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับเกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ \\nเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร และก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี\\nที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อไป","กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [600,1009,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","นโยบายของรัฐบาล","ลิ้นจี่แม่กลอง : โอกาสสูญพันธุ์สูง","ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญประเด็นหนึ่ง คือ ด้านการเกษตร ประเด็นย่อย คือ การสร้างเกษตรอัตลักษณ์ โดยลิ้นจี่แม่กลอง (ลิ้นจี่ค่อม) ที่ได้มีการปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๓๙๗ \\nได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เรียบร้อยแล้ว มีลักษณะเด่น คือ มีเนื้อหนา รสหวาน \\nกลิ่นหอม เนื้อแห้ง และมีคุณภาพผลที่ดี แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร \\nจังหวัดสมุทรสงคราม ย้อนกลับไป ๑๐ ปี ทราบว่าจังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ ประมาณ \\n๗,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันลดลงเหลือประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ เพราะลิ้นจี่ไม่สามารถให้ผลผลิต\\nได้ต่อเนื่องทุกปี บางช่วงเว้นระยะการออกผลผลิตไปประมาณ ๒ - ๔ ปี ถึงแม้จะดูแลใกล้ชิดเพียงใดก็ตาม เนื่องจากลิ้นจี่จะออกดอกได้ก็ต่อเมื่อสภาพอากาศมีอุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐ องศาเซลเซียสต่อเนื่องกัน\\nไม่น้อยกว่า ๑ สัปดาห์ ซึ่งเป็นข้อจำกัดหนึ่งของเกษตรกร เพราะฉะนั้นงานวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ มิเช่นนั้นจะไม่เหลือลิ้นจี่แม่กลองให้บริโภคเพราะเกษตรกรไม่สามารถมีรายได้จากการทำสวนลิ้นจี่อีกต่อไป ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่ามีงานวิจัยเกี่ยวกับการปลูกลิ้นจี่ให้สามารถออกผลผลิตได้\\nแม้ในสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงหรือไม่ รวมทั้ง ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับ Gene Editing หรือ Genome Editing ลิ้นจี่หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้ลิ้นจี่แม่กลองยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของพืชประจำถิ่น\\nที่มีคุณภาพต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [601,1008,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาข้อมูลดิจิทัลส่วนบุคคลของผู้สูงอายุรั่วไหล","เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้สัมภาษณ์พร้อมทั้งกล่าวขออภัยผู้สูงอายุและขอโทษประชาชนทุกคน\\nต่อสื่อมวลชน กรณีข้อมูลดิจิทัลส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ จำนวน ๒๓๐,๐๐๐ รายชื่อ ได้รั่วไหลจากเว็บไซต์\\nของกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบการทำงานของหน่วยงานของรัฐ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคล\\nของประชาชนเจ้าของข้อมูลดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานของรัฐดังกล่าวด้วย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดังนี้ \\n \t๑) ปัญหาดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร\\n \t๒) ข้อมูลดิจิทัลส่วนบุคคลที่รั่วไหลออกไปประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง\\n \t๓) มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวหรือไม่ และหน่วยงานของรัฐได้มี\\nการพิจารณาลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือไม่ อย่างไร\\n \t๔) มีการคาดการณ์ว่ากรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล\\nหรือไม่ อย่างไร\\n \t๕) หน่วยงานของรัฐได้แจ้งเรื่องดังกล่าว รวมทั้งแนวทางป้องกันผลกระทบ ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบหรือไม่ \\n \t๖) หน่วยงานของรัฐจะมีการเยียวยาให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบหรือไม่\\n \t๗) มีระบบป้องกันมิให้เกิดปัญหาข้อมูลดิจิทัลส่วนบุคคลผู้สูงอายุรั่วไหล และมีการป้องกันเพื่อมิให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ซ้ำอีกหรือไม่\\n","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [602,1007,135,"นางสาวภัทรภร วรามิตร","นโยบายของรัฐบาล","การพิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่มีความล่าช้าส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทศบาลตำบลกมลาไสย","ในการทำงานเพื่อพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พบปัญหาต่าง ๆ เช่น เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งการขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อทำประโยชน์และพัฒนาพื้นที่\\nซึ่งยังมีความล่าช้าเป็นอย่างยิ่ง ส่งผลกระทบให้ขาดโอกาสในการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาพื้นที่ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ละแห่งจะมีพื้นที่ที่เป็นขอบเขตความรับผิดชอบของตนเอง \\nแต่อย่างไรก็ดี พื้นที่สาธารณะกลับมิได้อยู่ในอำนาจการดูแลของ อปท. หากต้องการใช้พื้นที่ต้องขออนุญาตหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล ต่อประเด็นดังกล่าวเทศบาลตำบลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลพื้นที่สาธารณะเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้\\nรับคำตอบหรือความคืบหน้าในการพิจารณาแต่ประการใด โดยพื้นที่ที่ได้ดำเนินการขออนุญาตเพื่อใช้พื้นที่ ประกอบด้วย\\n \t๑) พื้นที่ราชพัสดุพร้อมอาคารและสิ่งปลูกสร้างเพื่อก่อสร้างศูนย์บริการสุขภาพ\\nของชุมชน ได้ดำเนินการจัดทำคำขออนุญาต ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕\\n \t๒) การขอใช้และถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์ดอนเจ้าปู่ \\n(โรงเรียนหลักเมืองกมลาไสย เดิม) เพื่อก่อสร้างเป็นสนามกีฬาขนาดมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพ\\nและส่งเสริมกีฬาของเยาวชนต่อต้านยาเสพติด ได้ดำเนินการจัดทำคำขออนุญาต ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔\\n \t๓) การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่า เพื่อก่อสร้างขยายคันทางรอบหนองขุ่น  ปรับปรุงเกาะกลางและวางท่อระบายน้ำ โดยกรณีดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณและมีการนำวัสดุอุปกรณ์เข้าไปเตรียมในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ แต่มีผู้ร้องเรียน เทศบาลฯ จึงระงับการก่อสร้าง\\nและดำเนินการขออนุญาต เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๖ และจากการติดตามจึงทราบว่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ ๗ (ขอนแก่น) ได้ส่งเรื่องเพื่อหารือประเด็นดังกล่าวไปยังกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๖\\n \tอนึ่ง เทศบาลตำบลกมลาไสย ได้รับการจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างขยายคันทางฯ จำนวน ๑๐ ล้านบาท หากยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ภายในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๗ จะต้องส่งคืนงบประมาณดังกล่าว ถือเป็นการสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากเมื่อได้รับ\\nการจัดสรรงบประมาณจะต้องใช้จ่ายงบประมาณให้หมดภายใน ๑ ปี และสามารถขอขยายได้อีกเพียง \\n๑ ปีเท่านั้น ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งรัดดำเนินการพิจารณาอนุญาตใช้พื้นที่ของเทศบาล\\nตำบลกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ และ อปท. แห่งอื่น ๆ เพื่อให้ อปท. สามารถพัฒนาพื้นที่ของตนได้ต่อไป","กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [603,1006,93,"นายบุญมี สุระโคตร","กฎหมาย","การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง","ตามที่มาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ ดังนี้\\n \t๑) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ให้มีอัตราภาษี\\nไม่เกินร้อยละศูนย์จุดหนึ่งห้าของฐานภาษี\\n \t๒) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละ\\nศูนย์จุดสามของฐานภาษี\\n \t๓) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์อื่นนอกจากที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม  หรือที่ใช้ประโยชน์เป็นที่อยู่อาศัย ให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี\\n \t๔) ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ \\nให้มีอัตราภาษีไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองของฐานภาษี\\n \tจากอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมที่กำหนดไว้ข้างต้น จะต้องเป็นการทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่รัฐบาล\\nมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่ม \\nรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่าย อันเป็นการเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร ทั้งนี้ การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ของเกษตรกรจำเป็นที่จะต้องมีการก่อสร้างอาคารหรือโรงเรือนเพื่อไว้เก็บผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งไม่อยู่\\nในความหมายของ “ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม” ที่จะได้รับประโยชน์จากอัตราภาษี ตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อให้เกิด\\nการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ ดังนั้น จึงขอหารือไปยัง กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ร่วมกันพิจารณาแก้ไข\\nปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับเกษตรกรที่รวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ \\nเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร และก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษี\\nที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต่อไป","กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [604,1005,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","กระเป๋าเงินดิจิทัลวิกฤตประเทศไทยหรือไม่","รัฐบาลมีแนวคิดที่จะตรากฎหมายเพื่อกู้เงินมาดำเนินโครงการ\\nเติมเงินดิจิทัล กรอบวงเงิน ๕ แสนล้านบาท เพื่อมาแจกให้กับประชาชนคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท\\n\\n\\n \\nและจากคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ และคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี \\nเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ณ ทำเนียบรัฐบาล ได้ย้ำว่านโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท มิใช่เป็นการสงเคราะห์ประชาชนผู้ยากไร้แต่เป็นการเติมเงินในระบบเศรษฐกิจผ่านสิทธิการใช้จ่าย \\nเพื่อให้ประชาชนมีบทบาทร่วมกับรัฐบาลในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น จึงต้องมีการพิจารณาว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องกระตุ้นเพียงใด วิกฤตหรือไม่ อย่างไร \\nจากการประเมินตัวเลขสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ปรากฏว่า\\nสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมินว่าประเทศไทยมี GDP ขยายตัว ๒.๕ ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าขยายตัว ๒.๔ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่าขยายตัว ๑.๘ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๖๘ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและธนาคาร\\nแห่งประเทศไทยประเมินว่าขยายตัว ๓.๓ กองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่าขยายตัว ๒.๕ ธนาคารกรุงไทยประเมินว่าขยายตัว ๒.๔ ธนาคารกสิกรไทยประเมินว่าขยายตัว ๒.๕ ทั้งนี้ จากข้อมูล\\nหลายหน่วยงานพบว่า สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันของประเทศไทยไม่เข้าข่ายวิกฤต และยังไม่เห็นสัญญาณวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศไทย เพียงแต่มีอัตราการเจริญเติบโตที่ชะลอตัวเท่านั้น และเมื่อเปรียบเทียบ\\nภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันกับภาวะเศรษฐกิจตามนิยามของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พบว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ๗ ด้าน ประกอบด้วย \\n \t๑) วิกฤตสถาบันการเงิน สถาบันการเงินขาดสภาพคล่อง มีหนี้เสีย และธนาคารล้มละลาย แต่ข้อเท็จจริงตามที่สื่อมวลชนนำเสนอปรากฏว่า ธนาคารในประเทศไทยมีกำไรรวม ๒ แสนล้านบาท \\n \t๒) วิกฤตดุลการชำระเงิน ไม่มีเงินตราต่างประเทศ มีทุนสำรองไม่เพียงพอในการชำระค่าสินค้า หรือหนี้ต่างประเทศ \\n \t๓) วิกฤตหนี้สาธารณะ ไม่มีเงินจ่ายหนี้สาธารณะ แต่ปัจจุบันประเทศไทย\\nมีหนี้สาธารณะ ร้อยละ ๖๒.๔๔ ของ GDP เป็นเงินจำนวน ๑๑.๓๓ ล้านล้านบาท แต่ไม่เกินเพดาน\\nที่กฎหมายกำหนด คือ ร้อยละ ๗๐ โดยเฉพาะในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ มีหนี้ค้างจ่ายเงินต้น จำนวน ๑.๑๘ ล้านล้านบาทและจ่ายดอกเบี้ยปีละ ๒.๒๘ ล้านล้านบาท รวมเป็นเงินปีละ ๓.๔๖ ล้านล้านบาท \\n \t๔) วิกฤตที่ GDP ติดลบมาก \\n \t๕) วิกฤตเงินคงคลัง ปัจจุบันประเทศไทยมีเงินคงคลัง จำนวน ๒.๙๗ แสนล้านบาท \\n \t๖) วิกฤตค่าเงิน ค่าเงินต้องมีความผันผวนสูง ปัจจุบันค่าเงินบาทมีอัตราแลกเปลี่ยนเท่ากับ ๓๕.๘๐ บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ\\n \t๗) วิกฤตเงินเฟ้อ เงินเฟ้อต้องสูงมากกว่าร้อยละ ๔๐ ต่อเดือน\\n \tจากข้อมูลดังกล่าวประเทศไทยยังไม่เข้าข่ายวิกฤตทางเศรษฐกิจซึ่งในรอบ ๓๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีภาวะวิกฤตเศรษฐกิจตามคำนิยามของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จำนวน ๔ ครั้ง ประกอบด้วย \\n \t๑) วิกฤตต้มยำกุ้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ - ๒๕๔๑ GDP ติดลบ ๗.๖ มูลค่าเศรษฐกิจลดลง ๓ แสนล้านบาท ต้องมีการตราพระราชกำหนดกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ \\nจำนวน ๑.๒๘ ล้านล้านบาท \\n \t๒) วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๑ - ๒๕๕๒ GDP ติดลบ ๐.๗ \\nมูลค่าเศรษฐกิจลดลง ๕.๓ หมื่นล้านบาท ต้องตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวน ๔ แสนล้านบาท \\n \t๓) วิกฤตมหาอุทกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ต้องตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ \\nจำนวน ๓.๕ หมื่นล้านบาท \\n \t๔) วิกฤตจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID 19)\\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ - ๒๕๖๓ GDP ติดลบ ๖.๑ มูลค่าเศรษฐกิจลดลง ๖.๖๒ หมื่นล้านบาท \\nต้องตราพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ\\nและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นเงินรวม ๑.๕ ล้านล้านบาท","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [605,1004,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","กฎหมาย","มาตรการป้องกันและการถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จ","กรณีที่มีบุคคลได้กระทำการอันมิบังควรต่อขบวนเสด็จกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สร้างความรู้สึกสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ การกระทำดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย และกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย จึงขอหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n \t๑) รัฐบาลมีมาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร   \\n \t๒) ประกาศพระราชโองการ เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เล่มที่ ๑๓๖ \\nตอนพิเศษที่ ๓๗ ง มีสาระสำคัญสรุปว่า “บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งฉบับปัจจุบัน มีหมวด\\nว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่รองรับสถานะพิเศษของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์\\nทรงดำรงอยู่เหนือการเมืองและทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหา \\nหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญดังกล่าวย่อมครอบคลุม\\nถึงพระราชินี พระรัชทายาทและพระบรมราชวงศ์ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพระมหากษัตริย์” แต่ประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติให้ความคุ้มครองรวมถึงพระบรมราชวงศ์ หรือผู้ปฏิบัติราชการแทนพระองค์ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้มีบทบัญญัติคุ้มครองพระบรมราชวงศ์ หรือผู้ปฏิบัติราชการแทนพระองค์ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๒ เนื่องจากเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ รวมทั้ง\\nแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ\\nบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [606,1003,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ยาบ้า ๕ เม็ด","จากราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศ กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติด\\nให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๗ ซึ่งครอบคลุมยาเสพติด\\nให้โทษในประเภท ๑, ๒, ๕ และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ และ ๒ สาระสำคัญยาเสพติดให้โทษ\\nในประเภท ๑  คือ เมทแอมเฟตามีน (Methamphetamine หรือ Metamfetamine) ซึ่งเป็นสารตั้งต้น\\nของยาบ้า โดยกฎกระทรวงฯ ได้กำหนดให้มีปริมาณไม่เกินห้าหน่วยการใช้หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน\\nห้าร้อยมิลลิกรัม หรือในกรณีที่เป็นเกล็ด ผง ผลึก มีน้ำหนักสุทธิไม่เกินหนึ่งร้อยมิลลิกรัม ถ้าครอบครอง\\nไม่เกิน ๕ เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพที่ต้องได้รับการบำบัด แต่ถ้าครอบครองเกิน ๕ เม็ด ถือว่าครอบครอง\\nเพื่อจำหน่ายจะต้องถูกระวางโทษ   \\n\tโดยที่มาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ \\nได้กำหนดว่า “ห้ามผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือ ประเภท ๕ \\nหรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ เพื่อเสพ การมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษ\\nในประเภท ๑ ประเภท ๒ หรือประเภท ๕ หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ หรือประเภท ๒ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนดในกฎกระทรวง ให้สันนิษฐานไว้ก่อน\\nว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ” ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงถึงจำนวนที่เหมาะสมมาโดยตลอด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลที่ผ่านมา ได้กำหนดครอบครอง ๑ เม็ด เป็นการครอบครองเพื่อเสพ \\nแต่หากครอบครองตั้งแต่ ๒ เม็ดขึ้นไป ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งหลายหน่วยงาน\\nรวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ไม่เห็นด้วย ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้เสนอให้การครอบครองยาบ้าไม่เกิน ๑๐ เม็ด เป็นการครอบครองเพื่อเสพ แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ไม่เห็นด้วย จึงพิจารณาให้สันนิษฐานว่ามียาบ้าไว้ในครอบครองไม่เกิน ๕ เม็ด ให้ถือเป็นผู้เสพ   \\n \tอย่างไรก็ดี กฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐาน\\nว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ \\nซึ่งเป็นการประกาศภายหลังจากที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ \\nได้ประกาศใช้บังคับมาแล้ว ๒ ปี ๓ เดือน อาจสร้างความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดฉบับเดิมได้กำหนดให้การครอบครองยาบ้ามากกว่า ๑๕ เม็ด ให้ถือว่าเป็นการครอบครองเพื่อจำหน่าย ดังนั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พนักงาน\\nฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่และอำนาจตามมาตรา ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติ\\nให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอให้ปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงพฤติการณ์ที่พิสูจน์\\nว่าผู้ใดเป็นผู้เสพ ผู้จำหน่าย เป็นหลัก เนื่องจากกฎหมายมีเจตนารมณ์มุ่งเน้นดำเนินการกับผู้ค้าและผู้ผลิต\\nรายใหญ่ และขบวนการค้ายาเสพติดเป็นสำคัญ โดยใช้มาตรการปราบปรามยาเสพติดร่วมกับการยึดทรัพย์ และติดตามยึดทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่อง แต่ที่ผ่านมาพบว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [607,1002,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบริหารจัดการความเสี่ยงในสังคมที่เห็นต่างและมีความเปราะบางสูง","เกิดเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วงขึ้นในสังคมไทย และจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มีความเห็นว่าการเทิดทูนพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันเพียงใดก็ตาม ด้วยความศรัทธาและเชื่อมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เคารพในสิทธิมนุษยชน เชื่อว่าบุคคลที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกันย่อมสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้ รวมทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถดำรงอยู่ควบคู่กับประชาธิปไตยสากล และสิทธิมนุษยชนได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหาร มีหน้าที่และอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน จึงต้องทำหน้าที่เชิงรุกด้วยการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สร้างกระแสหรือเงื่อนไขที่อาจก่อให้เกิดการตอบโต้ด้วยความรุนแรง มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยความเป็นอารยะ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลใช้แนวทางสันติ โดยสร้างกลไกให้ประชาชนที่มีความเห็นทางการเมืองสามารถนำเสนอความคิดเห็น\\nด้วยเหตุผลได้อย่างสันติ ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงหรือกระทำการยั่วยุใด ๆ ที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรง เพื่อให้สามารถรับมือกับความไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมตามครรลองที่ถูกต้องตามหลักการของกฎหมายและความเป็นอารยชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [608,1001,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การติดตามนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและการยกเลิกครูเวร ตามมติคณะรัฐมนตรี","จากกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายยกเลิกครูเวร เพื่อลดภาระหน้าที่ของครู\\nในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๗\\nเรื่อง การดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ โดยกำหนดให้สถานศึกษาได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ (เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ) อันเป็นผลให้ยกเลิกครูเวร ซึ่งสะท้อนให้เห็น\\nว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะลดภาระหน้าที่ของครูในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอน และเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครูทั่วประเทศ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการศึกษาของประเทศไทย \\n \tจากการติดตามนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและการยกเลิกครูเวร\\nตามมติคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบข้อมูลจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ ที่ได้จัดเตรียมเพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ \\n \t๑) ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเร่งรัดคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ให้พิจารณาคืนอัตรากำลังผู้บริหารสถานศึกษาให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กที่มี\\nจำนวนนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน\\n \t๒) ขอให้พิจารณาบรรจุเจ้าหน้าที่ธุรการให้แก่โรงเรียนทุกแห่ง และพิจารณา\\nปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ธุรการ จากเดิมเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท เพิ่มเป็นเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งพิจารณากำหนดให้เจ้าหน้าที่ธุรการมีสิทธิสอบบรรจุเป็นกรณีพิเศษ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครู\\nและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน เพื่อให้มีโอกาสเจริญก้าวหน้า\\nในหน้าที่ราชการ\\n \t๓) ขอให้พิจารณากำหนดอัตราตำแหน่งนักการภารโรงให้แก่โรงเรียนทุกแห่ง \\nและพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่นักการภารโรง ไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท\\n \t๔) ขอให้พิจารณาจ้างหน่วยรักษาความปลอดภัย เพื่อทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยภายในบริเวณโรงเรียน แทนการขอความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน \\nและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ \\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [609,1000,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","รัฐบาลจะมีวิธีบริหารจัดการการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ  ให้สอดคล้องกับกฎหมายอย่างไร","สถานการณ์การใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนและการรวมตัวของประชาชนเพื่อเรียกร้องต่อปัญหาและความเดือดร้อนที่ได้รับมาเป็นระยะเวลานานแต่ไม่ได้รับการแก้ไข อาทิ ปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ปัญหาที่ดินทำกิน และปัญหาด้านอื่น ๆ เช่น ด้านสวัสดิการ ในฐานะที่รัฐบาล\\nมีหน้าที่และอำนาจในการบริหารประเทศ จะบริหารจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีสถานการณ์ที่กลุ่มบุคคลใช้สิทธิเสรีภาพในลักษณะที่กระทำการอันกระทบกระเทือน\\nต่อจิตใจของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งนำไปสู่การไม่อดทนของคนที่ไม่เห็นด้วย และนำไปสู่ปฏิกิริยาที่แสดง\\nให้เห็นถึงการโต้แย้งและมีความบาดหมางกัน ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ที่บัญญัติเรื่อง สิทธิส่วนบุคคล เสรีภาพในการนับถือศาสนา การเดินทาง เคหะสถาน การทำมาหากิน หรือการใช้ทรัพย์สิน สิทธิของผู้บริโภค สิทธิของกลุ่มหรือชุมชน เสรีภาพในการแสดงออก ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค ความเท่าเทียม ซึ่งมาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติว่า บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ และที่สำคัญที่สุด คือ มาตรา ๕๐ (๑) บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข\\n \tดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้กลุ่มบุคคลต่าง ๆ \\nที่อ้างการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ได้ตระหนักว่าประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตย\\nอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ให้ใช้สิทธิและเสรีภาพ\\nที่มีอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ละเมิด และไม่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไป ตลอดจนรัฐบาล\\nจะสื่อสารทำความเข้าใจกับกลุ่มบุคคลต่าง ๆ เพื่อความสงบเรียบร้อย ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน\\nทุกฝ่ายอย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [610,999,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","มาตรการป้องปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอข่าวเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทุจริต\\nและประพฤติมิชอบโดยการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องอย่างกว้างขวาง และได้มีการข่มขู่ไม่ให้มีการเปิดเผยเรื่องการทุจริต กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในการปราบปรามการคอร์รัปชันของประเทศไทย นอกจากนี้ การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความล่าช้าและบางกรณีมีพฤติกรรมช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ต่างประเทศและประชาชนหมดความเชื่อถือและไม่ไว้วางใจต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นอย่างมาก เช่น เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีผู้ร้องเรียนต่อรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ \\nว่าพบพฤติกรรมการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุของหน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งในการเดินทางไปศึกษาดูงาน\\nของเจ้าหน้าที่ ณ ต่างประเทศ โดยเมื่อผู้รับผิดชอบโครงการเดินทางกลับประเทศไทยได้มีการร่าง TOR \\nเพื่อล็อคสเปคหรือกำหนดประเทศที่ไปศึกษาดูงาน จึงขอให้มีการสอบสวนผู้บริหารกระทรวงที่อาจ\\nเอื้อประโยชน์ให้กับตัวแทนบริษัทที่เสนอราคาครั้งนี้ นอกจากนี้ ยังได้มีการร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้มีการตรวจสอบการทุจริต\\nการจัดซื้อจัดจ้างการประกวดราคาพัสดุดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบ\\nแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลกำหนดมาตรการให้มีการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นวาระแห่งชาติ และให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที\\nเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน และแจ้งผลการตรวจสอบให้ประชาชนได้รับทราบภายในระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเปิดเผยเรื่องความเสี่ยงต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบต่อสาธารณชนด้วย \\nเช่น ทางราชการได้มีการยกเลิกการประกวดราคาและได้ดำเนินการใหม่ตามข้อตกลงคุณธรรมตามที่ประชาชนเสนอมาแล้ว เป็นต้น หากรัฐบาลได้ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวจะทำให้การป้องปราม\\nการทุจริตและประพฤติมิชอบประสบผลสำเร็จ และส่งผลต่อภาพลักษณ์ในการปราบปรามการทุจริต\\nของรัฐบาล","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [611,998,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","สุสานรองเท้าที่ต้องจำกัดการนำเข้า","ตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นแหล่งจำหน่าย\\nและนำเข้ารองเท้ามือสองขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีรองเท้ามือสองถูกทิ้งเป็นขยะมากกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คู่ โดยรองเท้ามือสองที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจะถูกทิ้งเป็นขยะประมาณ ๑ ใน ๒ ของตู้คอนเทนเนอร์ \\nซึ่งรองเท้ามือสองที่ถูกทิ้งเป็นขยะเหล่านี้ได้ส่งกลิ่นเน่าเหม็นและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และในอดีตเคยเกิดเพลิงไหม้กองขยะรองเท้ามือสองก่อให้เกิดกลิ่นเหม็นและมลภาวะเป็นพิษอย่างมากมาแล้ว อย่างไรก็ดี \\nขอยกตัวอย่างต่างประเทศที่เกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกับประเทศไทย ได้แก่ ประเทศชิลีที่มีการนำเข้า\\nเสื้อผ้าแฟชั่นมือสองเป็นจำนวนมากและถูกนำมาทิ้งที่ทะเลทรายอาตากามา ซึ่งขณะนี้กลายเป็น \\n“สุสานแฟชั่น” ขนาดใหญ่ ก่อให้เกิดปัญหากับประเทศชิลีเป็นอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลของประเทศชิลี\\nกำลังพิจารณาออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าแฟชั่นมือสอง ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาลในประเด็น ดังต่อไปนี้\\n \t๑) ขอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดนโยบายลดการนำเข้ารองเท้ามือสองจากต่างประเทศ\\n \t๒) ขอให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ ที่รับผิดชอบพื้นที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เข้าไปตรวจสอบกองขยะรองเท้ามือสอง เนื่องจากส่งกลิ่นเน่าเหม็นและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค รบกวนการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่\\n \t๓) ขอให้เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ควบคุมจัดการปัญหากองขยะรองเท้ามือสองโดยเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [612,997,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูงสร้างความเดือดร้อนให้ชาวสมุทรสงคราม ","โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนได้เดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดสมุทรสงคราม และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้เกิดน้ำท่วมและทรัพย์สินเสียหาย\\nในหลายพื้นที่ ซึ่งจากการสอบถามข้อเท็จจริงจากประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบว่าปัญหาน้ำท่วมขัง\\nในจังหวัดสมุทรสงคราม เกิดจากการปล่อยน้ำลงมาจากเขื่อนและเกิดจากน้ำทะเลหนุนสูง โดยในรอบระยะเวลา ๑ ปี จะเกิดเหตุการณ์น้ำทะเลหนุนสูงประมาณ ๓ - ๔ ครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอดและยังไม่มีหน่วยงานของภาครัฐเข้าไปแก้ไขปัญหาและเยียวยาความเดือดร้อน\\nให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี ได้รับทราบข้อมูลจากผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามว่า ขณะนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ออกแบบโครงการระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำหลักเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับจังหวัดสมุทรสงครามเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยโครงการดังกล่าวจะต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง ๓ ปี ใช้เงินงบประมาณในการจัดทำประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท  ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี\\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ควรเร่งผลักดันโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\nเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2567,"2024-02-13T00:00:00"],
    [613,995,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การจ้างพนักงานจ้างตามภารกิจ","จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๗ เรื่อง การดูแล\\nรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการ โดยกำหนดให้สถานศึกษาได้รับการยกเว้นการปฏิบัติ\\nตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ เรื่อง การปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการ อันเป็นผลให้ยกเลิกครูเวร โดยกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการคืนอัตรานักการภารโรง เพื่อให้ทุกโรงเรียนมีนักการภารโรงประจำช่วยทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยภายในโรงเรียน แต่การดำเนินการบรรจุนักการภารโรงของกระทรวงศึกษาธิการ\\nค่อนข้างล่าช้า ปัจจุบันโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่มีทั้งครูเวรและนักการภารโรง เป็นเหตุให้โรงเรียนหลายแห่งถูกโจรกรรม ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แต่ละ\t\t\t\t\t\t              \\nเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา\\nมัธยมศึกษา ดำเนินการจ้าง “พนักงานจ้างตามภารกิจ” เพื่อทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย\\nภายในโรงเรียน ในระหว่างที่การบรรจุนักการภารโรงยังไม่แล้วเสร็จ โดยเทียบเคียงกับกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้มีการกำหนดตำแหน่ง “พนักงานจ้าง” แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ  (๑) พนักงานจ้างตามภารกิจ (๒) พนักงานจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และ (๓) พนักงานจ้างทั่วไป โดย “พนักงานจ้าง\\nตามภารกิจ” หมายถึง พนักงานจ้างที่มีลักษณะงานเป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนการทำงานหลักหรืองานที่มีลักษณะเฉพาะบุคคล ในการกำหนดตำแหน่งพนักงานจ้างตามภารกิจ มีการจำแนกตำแหน่ง\\nตามลักษณะงาน ได้แก่ (๑) ตำแหน่งสำหรับผู้มีคุณวุฒิ (๒) ตำแหน่งสำหรับผู้มีทักษะ และ (๓) ตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการสามารถกำหนดให้โรงเรียนแต่ละแห่งกำหนดภาระงาน \\n(Job Description) ของพนักงานจ้างตามภารกิจให้สอดคล้องกับภารกิจของโรงเรียนแต่ละประเภท \\nในทำนองเดียวกับการจ้างครูผู้ช่วยสาขาวิชาเอกที่ขาดแคลน ","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [614,994,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมพัฒนาและโอกาสทำงานของราษฎรผู้ไม่ได้สัญชาติไทย","จากทะเบียนราษฎรของประเทศไทย มีราษฎรที่มีสัญชาติไทย ประมาณ ๖๕ ล้านคน ราษฎรที่ไม่ได้สัญชาติไทย ๙.๘ แสนกว่าคน รวมราษฎรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า ๖๖ ล้านคน โดยราษฎรที่ไม่ได้สัญชาติไทย คือ กลุ่มคนที่หนีภัยสงครามจากประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น ได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน โดยหน่วยงานราชการไทย\\\\nได้สำรวจและออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยให้แก่คนกลุ่มนี้ คนที่ไม่มีสัญชาติไทยได้อาศัยอยู่ในหลายจังหวัดของประเทศไทย เช่น จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี เป็นต้น \\\\nคนกลุ่มนี้ เป็นแรงงานให้กับประเทศมาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้รับการยอมรับให้มีสถานะทางกฎหมาย\\\\nให้เป็นคนไทย ดังนั้น จึงมีข้อจำกัดในการดำรงชีวิตและการทำงาน เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีนโยบาย\\\\nที่ชัดเจนในการส่งเสริม พัฒนาและการสร้างโอกาสในการทำงานให้ใกล้เคียงกับคนสัญชาติไทย \\\\nเช่น การพัฒนาคุณวุฒิ วิชาชีพ หรือสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตำแหน่งงาน แม้จะมีความเชี่ยวชาญในงาน \\\\nแต่ยังได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าแรงงานขั้นต่ำ ตัวอย่างเช่น อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ \\\\nพบว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจ้างคนกลุ่มนี้เป็นพี่เลี้ยงเด็ก\\\\nในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้ เนื่องจากไม่มีระเบียบรองรับ และคนกลุ่มนี้ไม่มีสัญชาติไทย     \\\\n\t\tแผนพัฒนาประชากรเพื่อการพัฒนาประเทศระยะยาว (พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๘๐) ยุทธศาสตร์ที่ ๖ กล่าวถึงการบริหารจัดการการย้ายถิ่น เพื่อเพิ่มประชากรแรงงานในประเทศไทย ในขณะที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ กรณีดังกล่าวเป็นการมุ่งเน้นแรงงานที่มีความสามารถ\\\\nและทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยรัฐบาลไม่มีนโยบายพัฒนาราษฎรที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและไม่ได้สัญชาติไทย\\\\n\t\tดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาเพื่อหาแนวทางส่งเสริมนโยบาย พัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาทักษะ พัฒนาความรู้ความสามารถ และสร้างโอกาสในการทำงานให้กับราษฎร\\\\nที่ไม่มีสัญชาติไทยที่อยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสร้างโอกาสในการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศ","กระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [615,993,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขึ้นทะเบียนรถซาเล้งเพื่อช่วยลดขยะมูลฝอย","จากกรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะมูลฝอยวันละประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตัน \\\\\\\\nซึ่งจะมีการกำจัดโดยการฝังกลบ และนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานขยะ \\\\\\\\nจากการศึกษาวิจัยพบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีการใช้รถซาเล้งเก็บขยะมูลฝอย จำนวน ๓๐,๐๐๐ คัน \\\\\\\\nการดำเนินการดังกล่าวสามารถคัดแยกขยะมูลฝอยได้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกลุ่มคนเก็บขยะมูลฝอยโดยใช้รถซาเล้งนั้น เป็นกระบวนการเก็บขยะมูลฝอยที่ภาครัฐไม่ต้องเสียค่าจ้าง จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนรถซาเล้งทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนและส่งเสริม\\\\\\\\nในด้านต่าง ๆ ดังนี้ (๑) ดูแลสภาพรถให้มีความมั่นคงแข็งแรง เพื่อให้สามารถบรรทุกขยะได้อย่างปลอดภัย (๒) การมอบถุงมือ หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันเชื้อโรค (๓) การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับขยะที่เป็นพิษ (๔) รณรงค์การคัดแยกขยะให้ถูกวิธี (๕) การประกันอุบัติเหตุให้กับรถซาเล้ง ","กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [616,992,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","หนอนหัวดำมะพร้าว:มหันภัยภาคเกษตรของสวนมะพร้าว","หนอนหัวดำมะพร้าว : มหันตภัยภาคเกษตรของสวนมะพร้าว\\n\t\t   สืบเนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม \\nได้พบการระบาดของ “หนอนหัวดำมะพร้าว” (Coconut black-headed caterpillar) ทำลาย\\nต้นมะพร้าวในพื้นที่ดังกล่าว เห็นว่าภาครัฐควรเร่งดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เนื่องจากในระหว่างปี ๒๕๕๘ - ๒๕๖๐ \\nเคยเกิดการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว ซึ่งได้ทำลายสวนมะพร้าวของเกษตรกรในพื้นที่\\nจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกร และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟูสวนมะพร้าวให้กลับคืนดังเดิม ซึ่งในครั้งนั้น รัฐบาลได้ใช้งบประมาณจำนวนมากในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว โดยในพื้นที่ที่มีการระบาดไม่รุนแรง จะใช้วิธีการลดจำนวนประชากรหนอนหัวดำมะพร้าว ด้วยการปล่อยตัวห้ำ และตัวเบียน ซึ่งเป็นศัตรูธรรมชาติของหนอนหัวดำมะพร้าว ส่วนในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง \\nจะกำจัดโดยใช้สารเคมี และในกรณีที่ต้นมะพร้าวสูงกว่า ๑๒ เมตร จำเป็นต้องฉีดสารเคมีเข้าลำต้น \\nซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นอย่างมาก    \\n\t\tหนอนหัวดำมะพร้าว มีวงจรชีวิตแบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ ๑) ระยะที่เป็นหนอน ประมาณ ๓๐ - ๔๕ วัน และ ๒) ระยะที่เป็นตัวเต็มวัย ประมาณ ๑๕ วัน โดยหนอนหัวดำมะพร้าวที่เป็นตัวเต็มวัย จะสามารถวางไข่ได้มากถึง ๔๙๐ ฟอง เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะกัดกินใบมะพร้าว โดยแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ ลุกลามไปถึงผลมะพร้าว และลำต้น เป็นเหตุให้ต้นมะพร้าวยืนต้นตาย โดยพืชอาหารของหนอนหัวดำมะพร้าว ได้แก่ มะพร้าว และพืชตระกูลปาล์ม อาทิ จั๋ง ปาล์มน้ำมัน และปาล์มประดับต่าง ๆ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยสำหรับขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นจนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาด  \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้เร่งดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวโดยเร็ว เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่ระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าวขึ้นอีก","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [617,991,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาคลองท่าแหฯ มีวัชพืชปกคลุม ทำให้น้ำเน่่าเสียไม่สามารถนำมาผลิตน้ำประปาได้","ได้รับการร้องเรียนจากดาบตำรวจ ปัณณทัต  คร้ามไพบูลย์ \\nนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหอย ว่าชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๐ \\nตำบลบ้านหอย อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ประสบปัญหาไม่มีน้ำประปาคุณภาพดีใช้ เนื่องจากแหล่งน้ำที่นำมาผลิตน้ำประปาในพื้นที่มาจากคลองท่าแห ซึ่งเป็นคลองชลประทาน\\nของโครงการชลประทานปราจีนบุรี โดยใช้น้ำจากคลองท่าแหผลิตน้ำประปามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จนกระทั่ง ๑๐ ปีที่ผ่านมา คลองท่าแหขาดการดูแลและกำจัดวัชพืช ส่งผลให้ปัจจุบันมีการทับถม\\nและมีวัชพืชปกคลุมจำนวนมาก ส่งผลให้น้ำเน่าเสีย ไม่มีน้ำสะอาดมาผลิตน้ำประปาให้กับประชาชน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหอย ได้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยังองค์การบริหาร\\nส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และได้รับการประสานเครื่องจักรกลสำหรับขุดลอกคลองแห แต่ไม่สามารถดำเนินการขุดลอกได้ทั้งหมดเนื่องจากเป็นพื้นที่ในความดูแลของกรมชลประทาน จึงขอให้\\nกรมชลประทานเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำประปาที่สะอาดใช้สำหรับอุปโภคและบริโภคต่อไป ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [618,990,93,"นายบุญมี สุระโคตร","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่","คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่\\nในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ พบปัญหาหลายประการในการขับเคลื่อนการผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งจะมีแนวทาง การขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจ และกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ \\nซึ่งกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่มีจำนวนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ กลุ่ม ครอบคลุมการผลิตสินค้าการเกษตรหลายชนิด เช่น ข้าว พืชไร่ ปศุสัตว์ การประมง และอื่น ๆ โดยการจัดลำดับชั้นคุณภาพกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ ประกอบด้วย (๑) กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่เกรด A มีขีดความสามารถรวบรวมผลผลิตของเกษตรแปลงใหญ่ สามารถทำการตลาด และแปรรูปสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด (๒) กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ เกรด B  สามารถจัดทำแผนธุรกิจ การบริหารจัดการการเงิน และการวิเคราะห์ความเสี่ยง (๓) กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ เกรด C เป็นการรวมตัวของเกษตรกรในกลุ่มสินค้านั้น ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้ในการบริหารจัดการ การวิเคราะห์ความเสี่ยง การทำแผนธุรกิจ และการบริหารจัดการการเงิน แต่อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่พบปัญหาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีการบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการในกระทรวงเดียวกัน และการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง ทำให้นโยบายการทำเกษตรแปลงใหญ่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไข ให้มีการบูรณาการในการทำงาน ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ให้บรรลุเป้าหมาย ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติต่อไป  ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [619,989,38,"นายชลิต แก้วจินดา","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5","การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วย BCG (Bio Circular Green Economy) \\n\t\t\tสืบเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย BCG (Bio Circular Green Economy) หรือเศรษฐกิจ ชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถ\\nนำระบบนี้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้ลดลงมาได้ จากสถิติข้อมูลแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 ได้แก่ ๑) การเผาไหม้ในที่โล่ง เช่น ไร่ สวน และพื้นที่ป่าไม้ ร้อยละ ๕๔ น้ำหนัก ๒๐๐,๙๓๗ ตัน/ปี \\n๒) จากโรงงานอุตสาหกรรม ร้อยละ ๑๗ น้ำหนัก ๖๕,๑๔๐ ตันต่อปี ๓) การคมนาคมขนส่ง ร้อยละ ๑๓ น้ำหนัก ๕๐,๒๔๐ ตันต่อปี ๔) การผลิตไฟฟ้า ร้อยละ ๙ น้ำหนัก ๓๐,๗๓๙ ตันต่อปี ๕) ที่อยู่อาศัย\\nและธุรกิจการค้า ร้อยละ ๑ และ ๖) การรวมตัวของก๊าซอื่น ๆ ในอากาศ              \\n\t\t\tดังนั้น จะเห็นได้ว่าการเกิดฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทย มีจำนวนน้ำหนักมาก\\nในลำดับ ๑ – ๔ สำหรับการคมนาคมขนส่ง มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 เพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น\\nโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ – ๒๕๖๑ ในระยะเวลา ๑๐ ปี เพิ่มขึ้นประมาณ ๕ ล้านคัน การเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งการใช้รถ EV \\nรถไฮโดรเจน และการขนส่งมวลชนจะบรรเทาปัญหาได้ \\n\t\t\tกรณีโรงงานอุตสาหกรรม ปล่อย PM 2.5 น้ำหนัก ๖๕,๒๔๐ ตัน/ปี สามารถนำก๊าซจากปล่องควันมาใช้ในกระบวนการ Carbonation Process เพื่อผลิต Bio chemical เพื่อใช้ทางการแพทย์ เช่น การผลิตเวชสำอางค์ ยา อาหาร เครื่องดื่ม การเกษตร การผลิตพลาสติกชีวภาพ และอื่น ๆ \\nรวมทั้งสามารถนำก๊าซจากปล่องควันมาผลิตน้ำแข็งแห้ง (Liquid Cabonic) ใช้ในโครงการฝนหลวง \\nเพื่อทำฝนเทียมช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง หรือใช้ในอุตสาหกรรมห้องเย็น \\n        \t\t\tการนำ Liquid Cabonic มาทำ Decaf coffee หรือทำ Bluekoff Coffee เพิ่มคุณภาพ และการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม เช่น ใบอ้อย ยอดอ้อย ฟางข้าว กิ่งไม้แห้ง ใบไม้ การออกแบบสร้างเครื่องจักรกล อะไหล่เครื่องจักร เพื่อเก็บเกี่ยวผลิตผลการเกษตรและนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตเป็นอาหาร ยา เครื่องประดับ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และเชื้อเพลิง (Chacoal) ที่ให้ความร้อนสูง เป็นการเสริมและเพิ่มมูลค่าที่มีการดำเนินการมาแล้ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [620,988,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอทราบข้อมูลและนโยบายส่งเสริมการค้าขายตลาดนัดท้องถิ่น","ตลาดนัดท้องถิ่นสามารถเป็นดัชนีชี้วัดสภาวะเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญ สะท้อนถึงความเคลื่อนไหวของสินค้าทางการเกษตร และสินค้าภาคครัวเรือน โดยทุกประเทศในโลก\\\\nจะมีตลาดนัดท้องถิ่นที่ได้ดำเนินการมาหลายร้อยปีที่แล้ว นอกจากนี้ ตลาดนัดท้องถิ่นยังสามารถสะท้อน\\\\nถึงวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ที่หล่อเลี้ยงคนในชุมชนด้วยเศรษฐกิจฐานราก โดยมีวิวัฒนาการตามยุคสมัย\\\\nแล้วแต่บริบทของพื้นที่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้สถานที่ได้รับความนิยม เช่น การแสดงศิลปวัฒนธรรมชุมชน จัดให้มีสวนสนุก การเปิดท้ายขายของ สวนอาหาร และ Food Truck เป็นต้น ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาล ดังนี้\\\\n \t\t๙.๑ ได้ดำเนินการประมวลผลหรือจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาดนัดท้องถิ่น\\\\nของประเทศไทย ไว้หรือไม่ เพียงใด\\\\n \t\t๙.๒ มีการรวบรวมข้อมูลตลาดนัดท้องถิ่นของประเทศ และจำนวนผู้ประกอบการ\\\\nในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล โดยรวบรวมเป็นรายอำเภอ หรือจังหวัดหรือไม่ อย่างไร สามารถคาดการณ์เศรษฐกิจระดับชุมชนในเรื่องของการหมุนเวียนการผลิต การอุปโภค บริโภคภายในท้องถิ่นเป็นจำนวนเท่าใด \\\\n \t\t๙.๓ มีจำนวนตลาดนัดท้องถิ่นกี่แห่งที่สามารถยกระดับให้เป็นหมุดหมายหนึ่ง\\\\nของการท่องเที่ยวระดับจังหวัดของประเทศไทย\\\\n \t\t๙.๔ มีนโยบายสนับสนุนตลาดนัดท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมผ่านหน่วยงานใด \\\\nและกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานไว้อย่างไร มีการตั้งเป้าหมายเพื่อยกระดับเศรษฐกิจระดับฐานรากไว้อย่างไร\\\\n \t\t๙.๕ มีการสนับสนุนการรวมตัวของผู้ประกอบการในตลาดนัดท้องถิ่นให้เป็นองค์กร\\\\nโดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมากน้อยเพียงใด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [621,987,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","ขอให้ยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการจัดการศึกษา","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากครู และบุคลากรทางการศึกษา ว่าคำสั่งหัวหน้า\\\\nคณะรักษาความสงบแห่งชาติหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษา และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลมาตรฐานวิชาชีพครู และสวัสดิภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษา \\\\nเพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจัดการศึกษาในห้วงเวลา ๘ ปีที่ผ่านมา แต่กลับเป็นปัญหาอุปสรรค\\\\nต่อการบริหารจัดการการศึกษาในปัจจุบัน \\\\n \t\tทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการ การส่งเสริม และการสนับสนุนการจัดการศึกษา เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความยุติธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม และตรวจสอบได้ และเพื่อให้การได้มาซึ่งองค์คณะการบริหาร และการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักของประชาธิปไตย และสอดคล้องกับการปกครองของประเทศ โดยเฉพาะการได้มาซึ่งคณะกรรมการ ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของตัวแทนที่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ตัวแทนที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญแต่ละด้าน \\\\nและตัวแทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะคำสั่ง คสช. นั้น ตัวแทนจะมาจากการแต่งตั้ง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณายกเลิกคำสั่ง ดังนี้  \\\\n                ๘.๑ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ในเรื่องที่เกี่ยวกับการได้มาของคณะกรรมการ\\\\nข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาวิสามัญ (อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ) โดยกลับไปใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง หากรัฐบาลเสนอให้มีการแก้ไข ปรับปรุง เพื่อประโยชน์ \\\\nในการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยต่อไป\\\\n \t\t๘.๒ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๘ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยกลับไปใช้พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [622,986,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การสร้างสมรรถนะในการปฏิบัติงานของข้าราชการตามกรอบภาระหน้าที่ของต้นสังกัด","เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ มีรถได้รับความเสียหายประมาณ ๑๐ คัน บริเวณหน้าตลาดสดทุ่งเจริญ \\nถนนเปรมประชาราษฎร์ เขตเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยหนึ่ง\\nในผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นเด็กชายอายุ ๑๒ ปี ซึ่งถูกรถยนต์กระบะของผู้ก่อเหตุชนและลากไป\\nจากจุดเกิดเหตุ ๓๐๐ เมตร โดยมีอาการกระดูกหักบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้าง มีบาดแผลฉีกขาดลึกบริเวณลำตัว และใบหน้า ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจสกัดจับผู้ก่อเหตุได้ พบว่าผู้ขับขี่เป็นข้าราชการตำรวจอยู่ในสภาพมึนเมา พูดจาสื่อสารไม่รู้เรื่อง วัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ ๓๒๑ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่า ๖ เท่า เทียบจากค่ามาตรฐานไม่เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากข้อเท็จจริงดังกล่าว อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจาก \\nผู้ขับขี่ที่เมาสุรา ดังนั้น จากกรณีข้างต้น จึงขอหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่ามีความจำเป็นที่ ก.พ.ร. จะต้องมีมาตรการในการคัดกรองข้าราชการที่ดื่มสุราเป็นประจำ \\nและนำเข้าสู่กระบวนการลด ละ เลิก การดื่มสุรา และจัดให้มีกระบวนการพัฒนาจิตใจด้วยหลักธรรม\\nตามศาสนาของทุกศาสนาที่ข้าราชการผู้นั้นนับถือ พร้อมทั้งควรมีการทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะต้องเลิกการดื่มสุราอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมซึ่งจะเป็นการพัฒนาชีวิตให้แก่ข้าราชการผู้นั้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [623,985,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขยายถนนในการปฏิบัติงานของข้าราชการตามกรอบภาระหน้าที่ของต้นสังกัด","การขยายถนนให้มีความกว้างเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้การสัญจรสะดวกรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันส่งผลทำให้ทางเท้ามีขนาดแคบลง และมีสิ่งของต่าง ๆ กีดขวางทางเดิน เช่น เสาไฟฟ้า สายโทรศัพท์ หรือมีฝาท่อที่ปิดไม่ได้ระดับเดียวกันกับพื้นผิวทางเท้า รวมทั้งมีประชาชนบางส่วนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้าหรือนำรถยนต์ไปจอดบนทางเท้า ทำให้ประชาชนที่ใช้ทางเท้ามีความจำเป็นต้องลงมาเดินบนถนนก่อให้เกิดอันตรายตามมา นอกจากนี้ ทางม้าลายสำหรับคนข้ามถนนไม่มีความปลอดภัย เพราะผู้ใช้รถมิได้มีความระมัดระวังเพียงพอ โดยประเทศไทยมีสถิติผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้น ภาครัฐจะต้องมีการทบทวนปัญหาที่เกิดจากการขยายถนน และควรจัดระเบียบการข้ามถนนให้มีความปลอดภัย รวมทั้งควรมีการปรับทัศนคติของผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนข้ามถนน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้ใช้ทางเท้าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [624,984,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การประกาศผล CPI ประจำปี พ.ศ. 2566","ประเทศไทยกำหนดยุทธศาสตร์ให้ได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริตต้องได้คะแนนมากกว่า ๕๐ คะแนน ในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ โดยเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๗ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ได้ประกาศผลการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งปรากฏว่าประเทศไทยได้คะแนนลดต่ำลง โดยได้คะแนน \\n๓๕ คะแนน และได้อันดับการทุจริตเพิ่มสูงขึ้น เป็นอันดับที่ ๑๐๘ จากทั้งหมด ๑๘๐ ประเทศ \\nซึ่งค่าเฉลี่ยของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะได้คะแนน ๔๕ คะแนน จะเห็นได้ว่าคะแนน\\nการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ ๑๐ คะแนน จากการศึกษาแหล่งข้อมูลประเมินการรับรู้การทุจริตที่ให้คะแนนประเทศไทยลดต่ำลง จำนวน ๓ แหล่ง ประกอบด้วย (๑) สภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum (WEF) ให้คะแนนประเทศไทยลดต่ำลง ๙ คะแนน ลดลงจาก ๔๕ คะแนนในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็น ๓๖ คะแนน (๒) Bertelsmann Stiftung Transformation Index (BF (TI)) ให้คะแนนประเทศไทยลดต่ำลง ๔ คะแนน ลดลงจาก ๓๗ คะแนนในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็น ๓๓ คะแนน (๓) World Justice Project (WJP) ให้คะแนนประเทศไทยลดต่ำลง ๑ คะแนน ลดลงจาก ๓๔ คะแนนในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็น ๓๓ คะแนน สาเหตุการประเมินที่ทั้ง ๓ องค์กรดังกล่าวปรับลดคะแนน คือ (๑) ภาคธุรกิจจะต้องจ่ายเงินสินบนในกระบวนการต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด (๒) การปราบปราม\\nการทุจริต และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด (๓) พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในการใช้ตำแหน่งโดยมิชอบมีจำนวนมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ Varieties \\nof Democracy Institute (V – DEM) เป็นการประเมินการทุจริตในภาครัฐทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการเกี่ยวกับการรับสินบน และการขัดกันแห่งผลประโยชน์มีมากน้อยเพียงใด ได้ประเมิน\\nให้ประเทศไทยได้รับคะแนนเท่ากับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ให้คำแนะนำว่า จะต้องมีการเสริมสร้างความเป็นอิสระขององค์กรต่าง ๆ การบริหารงานภาครัฐ ระบบคุณธรรม \\nรวมทั้งให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูล และตรวจสอบการทุจริตได้อย่างกว้างขวาง และองค์กร\\nเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำว่า รัฐบาลจะต้องมีความจริงจังในการต่อต้านการทุจริต โดยให้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้ง\\nนำข้อเสนอแนะขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ และองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย \\nไปดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้คะแนนการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยดีขึ้นในอนาคต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",16,2567,"2024-02-06T00:00:00"],
    [625,983,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการหลอกลวงนักศึกษาไปทำงานและท่องเที่ยวในต่างประเทศ","จากมีผู้เสียหายเป็นนักศึกษาจำนวน ๑๐๘ คน ได้มีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการหลอกลวงนักศึกษาไปทำงานและท่องเที่ยวในต่างประเทศ ต่อคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา สภาพปัญหา คือ ผู้ประกอบการ (agency) จำนวนมาก \\nได้โฆษณาชักชวนผู้ปกครองของนักเรียนและนักศึกษา ให้ส่งบุตรหลานเดินทางไปทำงานและท่องเที่ยว\\nในต่างประเทศในระหว่างปิดภาคเรียน ระยะเวลาประมาณ ๔ เดือน (ทำงาน ๓ เดือน/ท่องเที่ยว ๑ เดือน) มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายคนละ ๑๒๐,๐๐๐ - ๑๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อดำเนินการยื่นขอวีซ่าเพื่อการทำงานและท่องเที่ยว (Work and Travel) มีการนำเสนอข้อดี อาทิ ได้ฝึกภาษาได้ประสบการณ์และเรียนรู้การทำงาน ได้มีโอกาสท่องเที่ยว โดยประเทศที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา อังกฤษ ออสเตรเลีย เยอรมัน และสิงคโปร์ ผู้ประกอบการ (agency) ได้โฆษณาชวนเชื่อว่าเมื่อชำระเงินค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการแล้ว สามารถเดินทางไปทำงานและท่องเที่ยวในต่างประเทศได้อย่างแน่นอน โดยไม่แจ้งข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ว่าการชำระเงินค่าใช้จ่ายดังกล่าว ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าวีซ่าจะได้รับการอนุมัติ\\nซึ่งหากวีซ่าไม่ได้รับการอนุมัติ ย่อมไม่สามารถเดินทางไปยังต่างประเทศ อีกทั้งตำแหน่งงานในต่างประเทศขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ มีตำแหน่งงานว่างหรือไม่ การพิจารณาของสำนักงานจัดหางานในท้องถิ่น\\nของต่างประเทศ การสอบสัมภาษณ์ของนายจ้างในต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ลักษณะงานที่ทำและค่าแรง \\nที่ได้รับไม่ตรงกับข้อตกลง หรืออาจถึงขั้นไม่มีงานทำ นอกจากนี้ ยังพบว่าสถานที่พักไม่มีความปลอดภัย \\nไม่ถูกสุขลักษณะ ผู้เสียหายได้รวมตัวกันเรียกร้องขอเงินคืน แต่ผู้ประกอบการปิดบริษัทจึงแจ้งความดำเนินคดี แต่ไม่มีความคืบหน้า คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง โดยเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐมาให้ข้อมูล พบว่า ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดที่มีหน้าที่และอำนาจรับผิดชอบปัญหาดังกล่าวโดยตรง ซึ่งหากรัฐบาลยังปล่อยให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ไม่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่และอำนาจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจะเกิดปัญหาลักษณะเดียวกันขึ้นอีกทุกครั้งที่มีการปิดภาคเรียน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [626,982,130,"นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักในพื้นที่อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ว่าขณะนี้ยาเสพติดแพร่ระบาดอย่างหนักในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เด็กและเยาวชน \\nพบว่า บางหมู่บ้านเด็กและเยาวชนติดยาเสพติดทั้งหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยาเสพติดได้แพร่ระบาดเข้าไปถึง\\nในโรงเรียน ที่ผ่านมาผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนได้พยายามร้องเรียนปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดในพื้นที่\\nต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ทั้งระดับหมู่บ้าน ระดับตำบล และระดับอำเภอ แต่ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด เป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหายาเสพติดเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ \\nดังเห็นได้จากปัญหาอาชญากรเด็กและเยาวชนที่ก่อคดีอาญาสะเทือนขวัญล้วนมีที่มาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งสิ้น หากปล่อยปละละเลยให้ยาเสพติดยังคงแพร่ระบาดต่อไปย่อมก่อให้เกิดปัญหาอาสาซึ่งกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ขอให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสั่งการให้ปราบปรามปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างจริงจังและเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [627,981,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การรับมือมัจจุราชสีเขียว : กรณีการระบาดของจอกหูหนูยักษ์ทั่วประเทศ","ช่วงต้นปี ๒๕๖๕ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง และทะเลบัวแดง อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้รับทราบปัญหาที่ประชาชน \\nในพื้นที่ประสบอยู่ คือ การแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่\\nและกีดขวางการจราจรทางน้ำเป็นอย่างมาก ต่อมา ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ได้ปรึกษาหารือ เรื่อง การจัดการปัญหาจอกหูหนูยักษ์วัชพืชร้ายแรงแพร่ระบาดตามแหล่งน้ำทั่วประเทศ และประธานวุฒิสภาได้พิจารณาส่งข้อหารือดังกล่าวไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณา และต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แจ้งผลพิจารณาว่า จอกหูหนูยักษ์ จัดเป็นสิ่งต้องห้าม ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดศัตรูพืชเป็นสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐ ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แจ้งผลพิจารณาว่า จอกหูหนูยักษ์ยังไม่เป็นปัญหามากนักเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๗ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ บึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งน้ำจืด\\nขนาดใหญ่ พบว่า มีการแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์ในบริเวณดังกล่าว ตัวแทนภาคการท่องเที่ยว แจ้งว่า\\nที่ผ่านมา การกำจัดจอกหูหนูยักษ์จะใช้เรือของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน ๒ ลำ ดำเนินการตักจอกหูหนูยักษ์ขึ้นจากบึง แต่ปัจจุบันเรือได้ย้ายไปที่จังหวัดอื่นเพราะขาดงบประมาณ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณดำเนินการ ประชาชนในพื้นที่จึงกังวลว่าหากภาครัฐไม่ดำเนินการกำจัดจอกหูหนูยักษ์ จะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์อย่างต่อเนื่อง\\n\tจอกหูหนูยักษ์ เป็น “เฟิร์นน้ำต่างถิ่น” มีถิ่นกําเนิดในทวีปอเมริกา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล ถูกจัดว่าเป็น “วัชพืชร้ายแรงที่สุดของโลก” เนื่องจากเกิดผลกระทบต่อแหล่งน้ำ\\nและความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำที่ถูกรุกรานมากที่สุด จอกหูหนูยักษ์เป็นพืชลอยน้ำ ไม่มีราก แตกหักง่าย แพร่ขยายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงถือเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบ\\nต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยสามารถเพิ่มจำนวนเป็น ๒ เท่า ในเวลาเพียง ๔ วัน \\nการแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์จะส่งผลทำให้พืชท้องถิ่นตาย และออกซิเจนในแหล่งน้ำลดลง  ส่งผลกระทบ\\nต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ รวมทั้งกีดขวางการจราจรทางน้ำเป็นอย่างมาก จัดเป็นสิ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ แต่ปรากฏว่ามีผู้นำจอกหูหนูยักษ์เข้ามาในประเทศและก่อให้เกิดปัญหาแพร่ระบาดไปทั่วประเทศ โดยมีข้อมูลจากการวิจัยรายงานว่า การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์ทั่วประเทศ ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จำเป็นจะต้องมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง เพื่อดำเนินแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันมิให้จอกหูหนูยักษ์แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ","นายกรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [628,980,126,"นายพิศาล มาณวพัฒน์","นโยบายของรัฐบาล","วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก ต้องทุ่มเทเรื่องการป้องกัน","องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันมะเร็งโลก เพื่อให้ประชากรโลกได้ตระหนักและทราบว่า มะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้ แต่จากสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็ง\\nในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้น จาก ๑๐๐,๐๐๐ ราย \\nเป็น ๒๕๐,๐๐๐ ราย ซึ่งสะท้อนได้ว่ารัฐบาลจัดสรรงบประมาณและสรรพกำลังเพื่อป้องกันโรคมะเร็ง\\nยังไม่เพียงพอ โดยโรคมะเร็งทำให้คนไทยเสียชีวิต ปีละ ๘๐,๐๐๐ คน และการรักษาพยาบาลมีราคา\\nสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากรัฐบาลใช้วิธีการตั้งรับด้วยการรักษาโรค โดยล่าสุดรัฐบาลได้ขยายพื้นที่ให้บริการ\\nด้านการบำบัดรักษา ด้วยนโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่\\n \tกรณีมาตรการป้องกัน ขอชื่นชมกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในเรื่องการคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งถุงน้ำดี และการฉีดวัคซีน\\nเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งนอกจากมาตรการป้องกันดังกล่าว ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค\\nได้อีกหลายประการ เช่น การไม่ออกกำลังกาย ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ มลภาวะทางอากาศ และสารก่อมะเร็งปนเปื้อนในอาหาร เป็นต้น และสาเหตุการก่อโรคมะเร็งที่มีนัยสำคัญที่สุดจากการเกิดโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไต เป็นต้น ซึ่งล้วนมาจากพฤติกรรมการบริโภค โดยผลจากวารสารทางการแพทย์ และองค์การอนามัยโลก \\nได้ยืนยันแล้วว่า การบริโภคน้ำตาลเกินขนาดส่งผลให้เกิดสารพัดโรค โดยเฉพาะโรคอ้วน และโรคอ้วนจะเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้ถึง ๑๓ ชนิด ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลยกระดับการรณรงค์ต่อต้านการบริโภคอาหารรสชาติหวาน - เค็ม - มัน อันเป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะความหวานเกินมาตรฐาน\\nในอาหาร เครื่องดื่มที่นิยมบริโภค นำไปสู่การปฏิบัติทั้งในพื้นที่วัด และโรงเรียน โดยกำหนดตัวชี้วัดเป็นขนาดรอบเอว ค่าความดัน ค่าน้ำตาล ค่าโซเดียม และค่าไขมันในเลือด\\n \tทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้นำเสนอรายงาน เรื่อง การสร้างเสริม \\nสุขภาวะ ป้องกันก่อนรักษา ต่อที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๗ โดยที่ประชุมวุฒิสภา\\nพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วยกับรายงานพร้อมข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการและมีมติให้ส่งรายงาน\\nพร้อมทั้งข้อเสนอแนะดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี และที่ประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา \\nได้เห็นชอบให้ส่งรายงานฉบับนี้ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและนำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อรณรงค์\\nให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ คือ ลดหวาน ลดอ้วน ลดมะเร็ง โดยมีรายละเอียดปรากฏตามรายงานของคณะกรรมาธิการ","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [629,979,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ หลักการแก้ไขปัญหาความรุนแรงของเยาวชน แบบมุ่งเป้า","จากประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับเยาวชนมาตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี ตั้งแต่เริ่มมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยกำหนดนโยบายพัฒนาเยาวชนแห่งชาติ พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ที่กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับ กำหนดให้วันที่ ๒๐ กันยายนของทุกปี เป็นวันเยาวชนแห่งชาติ มีการออกแบบเครื่องหมายส่งเสริมความสำคัญของเยาวชน ระบุข้อความว่า \\n“พลังพัฒนาชาติ” ตลอดจนมีสภาเยาวชน มีการระบุในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเยาวชนที่ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เยาวชนดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์\\n \tจากเหตุการณ์ความรุนแรงของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาก่อเหตุทำร้ายเพื่อนนักเรียนเสียชีวิตภายในโรงเรียน และเหตุการณ์ที่เยาวชนก่อเหตุความรุนแรงอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งจากการนำเสนอของสื่อมวลชนและที่ไม่ได้เป็นข่าว ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากขึ้นในสังคม จึงขอเรียนถามรัฐบาล ดังนี้\\n \t(๑) รัฐบาลได้กำหนดนโยบายพัฒนาเยาวชนของประเทศไทย โดยมีการกำหนดตัวชี้วัดอย่างไร จึงจะประสบผลสำเร็จ มีการเก็บรวบรวมข้อมูลการก่อเหตุความรุนแรงของเยาวชนทุกระดับ\\nทั้งการก่อเหตุภายในสถานศึกษา และนอกสถานศึกษาหรือไม่ และมีการเก็บข้อมูลเชิงป้องกันเพื่อทราบอัตราความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์หรือไม่ จำนวนเท่าใด\\n \t(๒) การก่อความรุนแรงของเยาวชนในประเทศไทย มีอัตราที่สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลเพียงใด อย่างไร\\n \t(๓) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนจะสามารถส่งเสริมให้สังคม/ชุมชน กำหนดมาตรการป้องกันในรูปแบบมุ่งเป้าได้อย่างไร ทั้งในการบริหารจัดการ การกำกับดูแล ควบคุม ส่งเสริม แก้ไข และแสวงหาโอกาสในการพัฒนาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเฝ้าระวัง การกำกับติดตาม การป้องปรามของผู้ปกครอง ครู และอาจารย์ในสถาบันการศึกษา\\n \t(๔) ภาครัฐได้มีส่วนช่วยเหลือบุคคลในครอบครัว ชุมชน ในภารกิจส่งเสริมเยาวชน เพื่อสร้างภูมินิเวศอันปราศจากความเสี่ยง และความโน้มเอียงต่อความรุนแรงทุกรูปแบบ ผ่านกลไกของ\\nสภาองค์กรชุมชนหรือไม่ และมีกี่องค์กรชุมชนที่ดำเนินการแล้วได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [630,978,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทำร้ายเพื่อนนักเรียนเสียชีวิต ในสถานศึกษา","เหตุการณ์นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนในเขตสวนหลวง สังกัดกรุงเทพมหานคร ได้ใช้มีดแทงเพื่อนนักเรียนเสียชีวิตในสถานศึกษาเดียวกัน จึงขอแสดงความเสียใจกับผู้ปกครองของนักเรียนที่เสียชีวิต ทั้งนี้ จากการสังเกตการณ์ พบว่า โรงเรียนมิได้มีมาตรการป้องกัน และมิได้\\nมีการวางแผน การรับมือกรณีเกิดเหตุความรุนแรงภายในสถานศึกษาว่าต้องดำเนินการอย่างไร ตลอดจนครู\\nมิได้ให้ความสนใจพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละคนว่ามีปัญหาอย่างไร ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เร่งดำเนินการตรวจสอบ และกำชับให้โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทุกแห่ง กำหนดมาตรการการป้องกัน และวางแผนการรับมือเมื่อเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นภายในสถานศึกษาอย่างเข้มงวด ตลอดจน\\nกำชับให้ครูทุกคนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และพยายามแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เพื่อป้องกัน\\nการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ขอเสนอว่าโรงเรียนดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องร่วมรับผิดชอบ\\nต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย\\n","ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [631,974,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ","แนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n\t\tเรื่องที่ ๑ การขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ\\n\t\tสืบเนื่องจากการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพของเกษตรกรยังมีปัญหา แม้ว่า\\nกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีความพยายามในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหรือส่งเสริมการผลิต\\nเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ เพื่อให้เกษตรกรได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพไปเพาะปลูก แต่เกษตรกรยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ เช่น บางพื้นที่ที่ใช้เพื่อทำแปลงพันธุ์ประสบปัญหาภัยแล้ง หรือปัญหาน้ำท่วม ทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่นำไปปลูกในแปลงพันธุ์เสียหาย ส่งผลให้มีเมล็ดพันธุ์ข้าว\\nไม่เพียงพอที่จะนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรเพื่อเพาะปลูก \\n\t\tเรื่องที่ ๒ การขายเมล็ดพันธุ์ข้าวและพืชผ่านช่องทางการขายสินค้าออนไลน์\\n \t\tปัจจุบันมีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชหรือต้นพันธุ์พืช รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวผ่านช่องทาง\\nการขายสินค้าออนไลน์ต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ซึ่งการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ผู้ขายจะต้องทำการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนเมล็ดพันธุ์ข้าว ดังนั้น การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืชหรือต้นพันธุ์พืชผ่านช่องทางการขาย\\nสินค้าออนไลน์ดังกล่าว อาจทำให้เกิดปัญหาคุณภาพของเมล็ดพันธุ์หรือต้นพันธุ์ตามมาได้ ยกตัวอย่าง\\nเช่น การจำหน่ายต้นพันธุ์มันสำปะหลังผ่านช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งมันสำปะหลังจะมีโรคใบด่าง ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่ควบคุมยาก หากเกิดการแพร่ระบาดจะส่งผลกระทบกับผู้ปลูกมันสำปะหลังและเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก \\n\t\tดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\\n \t\t(๑) มีแนวทางในการช่วยเหลือให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ข้าวที่คุณภาพ\\nได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอหรือไม่ อย่างไร \\n \t\t(๒) กรณีที่มีการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวผ่านช่องทางการขายสินค้าออนไลน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางในการควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [632,973,135,"นางสาวภัทรภร วรามิตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การต่ออายุโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล","คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติคณะกรรมการนโยบายพลังงาน แห่งชาติครั้งที่ ๑/๒๕๕๙ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๙ โดยมีสาระสำคัญว่า ภายหลังสิ้นสุดสัญญา\\nให้สามารถต่ออายุโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่คำนึงถึงประโยชน์ของสาธารณะ \\nซึ่งโครงการนี้สามารถพิจารณาได้ว่ามีประโยชน์ต่อสาธารณะหลายด้าน อาทิ \\n\t๑. มิติด้านเศรษฐกิจ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก\\nปัจจุบันรัฐบาลได้พิจารณากำหนดแนวทางในการดำเนินการไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการที่ช่วยการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง คือ การรับซื้อวัสดุเหลือใช้\\nทางการเกษตรจากเกษตรกร เช่น แกลบ ใบอ้อย ฟางข้าว ทะลายปาล์ม และกลุ่มของไม้โตเร็ว อีกทั้ง โครงการนี้ยังช่วยการจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อมและลดฝุ่น PM 2.5 และการลดคาร์บอนเครดิตได้อีกทางหนึ่ง \\nนอกจากนี้ ได้กำหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) แผนการปฏิรูปประเทศ \\nประเด็นปฏิรูปที่ ๙ ปฏิรูประบบบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลไม้โตเร็วสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวล \\nซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก\\n\t๒. มิติด้านแผนพลังงานไฟฟ้า (Power Development Plan : PDP) ของกระทรวงพลังงาน เรื่องการจัดการพลังงาน การเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ลดพลังงานจากฟอสซิล เป็นแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ หรือ แผน PDP 2018 เพื่อความมั่นคงทางพลังงาน\\n\t๓. มิติด้านการรับฟังความเห็นของภาคประชาชน คือ แผน PDP ภาคประชาชน (NEP ภาคประชาชน) ได้มีการหารือและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากประชาชนในหลายประเด็น \\nโดยเฉพาะการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นการกระจายตัวของธุรกิจขนาดเล็ก \\nลดความเหลื่อมล้ำระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับธุรกิจขนาดเล็กในทุกภูมิภาค \\n\tทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวถูกระงับ โดยไม่ได้รับการต่ออายุ จะทำให้ประเทศสูญเสียมูลค่า\\nทางเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาท และหากต้องตั้งโรงไฟฟ้าขึ้นใหม่ต้องใช้ระยะเวลา ๓ ปี ทำให้เสียมูลค่า\\nทางเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาท ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพลังงานพิจารณาต่ออายุโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล เนื่องจากเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจชุมชน","กระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [633,972,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอขึ้นเงินบำนาญรายเดือนของข้าราชการบำนาญ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพ","จากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยกำลังประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินเฟ้อสูง ทำให้ประชาชนมีค่าครองชีพสูงขึ้น เนื่องจากสินค้าอุปโภค – บริโภคปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลจึงได้มีมาตรการในการช่วยเหลือค่าครองชีพให้แก่ประชาชนหลายโครงการ อาทิ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ มาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ พิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน ให้แก่ข้าราชการทั้งระบบ โดยให้มีผลเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ \\n\tแต่อย่างไรก็ดี การพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการดังกล่าว รัฐบาลมิได้พิจารณาปรับขึ้นเงินบำนาญรายเดือนให้แก่ข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุราชการร่วมด้วย ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้เคยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ ทุ่มเท เสียสละ ซื่อสัตย์ และช่วยพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน และเมื่อบุคคลกลุ่มนี้ได้เกษียณอายุราชการ จึงเป็นบุคคลผู้สูงอายุและมีรายได้เพื่อการดำรงชีพจากเงินบำนาญรายเดือนเท่านั้น ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือให้ข้าราชการบำนาญที่เกษียณอายุราชการมีรายได้ที่เพียงพอและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาปรับขึ้นเงินบำนาญรายเดือนให้แก่ข้าราชการบำนาญเพิ่มเติมต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [634,969,210,"นายสำราญ ครรชิต","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการดำเนินโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าของสหกรณ์นิคมพนม พร้อมระบบส่งน้ำ   \t","สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าของสหกรณ์นิคมพนม พร้อมระบบส่งน้ำได้ดำเนินการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง จำนวน ๓๕ ล้านบาท \\nโดยตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการสูบน้ำและส่งให้กับการทำการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่ตำบลพังกาญจน์ อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ครอบคลุมเนื้อที่ จำนวน ๔,๐๐๐ ไร่ แต่ในปัจจุบัน\\nไม่มีการสูบน้ำให้กับการทำการเกษตรแปลงใหญ่แต่อย่างใด สถานีสูบน้ำและหม้อแปลงไฟฟ้ามีสภาพเถาวัลย์ปกคลุมทั่วบริเวณ ทั้งนี้ เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๖ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ได้หารือกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี และชลประทานจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอให้\\nเร่งดำเนินการสูบน้ำให้กับการทำการเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ ปัจจุบันเกษตรกร\\nยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงการสถานีสูบน้ำแห่งนี้ ซึ่งเกษตรกรกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ อาจส่งผล\\nให้พืชผลการเกษตรของเกษตรกรได้รับความเสียหาย และขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการ\\nแต่อย่างใด \\n\t\t\tนอกจากนี้ พบว่าโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการโดยราชการส่วนกลางและราชการ\\nส่วนภูมิภาค เมื่อดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วจะส่งมอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษา แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งไม่สามารถบริหารจัดการโครงการได้ เนื่องจาก\\nขาดแคลนบุคลากรและขาดแคลนงบประมาณ จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [635,968,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","กฎหมาย","การเชื่อมโยงระบบรางระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)","จาก นายหวัง อี้ (H.E. Mr. Wang Yi)  สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศ พรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการ\\nกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี\\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีการหารือในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ คือ การเชื่อมโยงระบบรางจากประเทศไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก โดยการเชื่องโยงระบบรางดังกล่าว พบว่า มีประเด็นปัญหาในรอยต่อระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน  ๓ เรื่อง คือ \\n\t\t\t(๑) สืบเนื่องจากเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มีการทำความตกลงระหว่างประเทศไทย\\nกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง \\nเพื่อรองรับระบบรางทั้งขนาด ๑ เมตร และ ๑.๔๓๕ เมตร โดยรับผิดชอบค่าก่อสร้างฝ่ายละครึ่ง \\nใช้งบประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการสำรวจออกแบบแต่อย่างใด จึงขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งดำเนินการจัดทำคำของบประมาณเพื่อสำรวจออกแบบโครงการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงโดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ \\n\t\t\t(๒) การเชื่อมต่อระบบรางระหว่างสถานีเวียงจันทน์ใต้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กับสถานีรถไฟหนองคาย ประเทศไทย สืบเนื่องจากเส้นทางรถไฟจากสาธารณรัฐประชาชนจีน – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) สิ้นสุดที่สถานีเวียงจันทน์ใต้ \\nซึ่งการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟ ประเทศไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) \\n– สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อรองรับการเดินทางและขนส่งระหว่างประเทศจะต้องมีการก่อสร้างเส้นทางรถไฟจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ เชื่อมต่อไปยังสถานีหนองคายและสถานีนาทา \\nหากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้ขบวนรถไฟจากสาธารณรัฐประชาชนจีนสามารถเดินทางมายังประเทศไทย ทำให้สามารถขนถ่ายสินค้าที่ประเทศไทยได้ ปัจจุบันจะต้องขนถ่ายสินค้าที่สถานีท่านาแล้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขนถ่ายสินค้าสูง โดยค่าบริการ\\nขนถ่ายตู้สินค้าในประเทศไทยจะเสียค่าใช้จ่าย ๑,๐๐๐ กว่าบาทต่อตู้คอนเทนเนอร์ แต่การขนถ่ายสินค้า\\nที่สถานีท่านาแล้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ต้องเสียค่าบริการขนถ่ายสินค้ามากกว่า ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าของประเทศไทยมีราคาสูง ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้          \\n\t\t\t(๓) ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา สถานีนาทาอยู่ในแผนการก่อสร้างตามโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ ๓ (ระยะที่ ๑ กรุงเทพมหานคร – จังหวัดนครราชสีมา ระยะที่ ๒ จังหวัดนครราชสีมา \\n– จังหวัดหนองคาย และระยะที่ ๓ จังหวัดหนองคาย ประเทศไทย – เวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)) จึงขอให้เร่งดำเนินการก่อสร้างสถานีขนถ่ายสินค้านาทาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว \\nโดยไม่ต้องรอก่อสร้างตามแผนโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อส่งเสริมการขยายตัวด้านอุตสาหกรรม การเกษตร การค้า การลงทุนและบริการ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถและโอกาสการแข่งขันในเวทีการค้าโลก\\nทั้งนี้ หากดำเนินการก่อสร้างทั้ง ๓ โครงการข้างต้นแล้วเสร็จ จะทำให้มีการเชื่อมต่อระบบราง\\nของประเทศไทยกับประเทศอาเซียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยใช้งบประมาณ ดำเนินการทั้ง ๓ โครงการ ไม่เกินหนึ่งหมื่นล้านบาท ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาเร่งรัดทั้ง ๓ โครงการ\\nดังกล่าวโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [636,967,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การควบคุมปริมาณสุนัขเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในชุมชน","ในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๑ ประเทศไทยมีประชากรสุนัขและแมวรวมกันประมาณ ๑๑ ล้านตัว แบ่งเป็นประชากรสุนัข จำนวน ๗,๓๘๐,๘๑๐ ตัว ซึ่งเป็นสุนัขจรจัด จำนวน ๗๕๘,๐๐๐ ตัว และมีประชากรแมว จำนวน ๓,๐๓๕,๖๔๕ ตัว ซึ่งเป็นแมวจรจัด จำนวน ๔๗๔,๑๔๒ ตัว รวมจำนวนสุนัขและแมวจรจัดประมาณ ๑.๓ ล้านตัว โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่าประชาชนเสียชีวิต\\nจากโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน ๔ ราย และพบผู้ป่วยที่ได้รับพิษสุนัขบ้ามากกว่า ๑๐,๐๐๐ ราย จึงขอให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อควบคุมประชากรสุนัขและแมว รวมทั้งลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตของประชาชนจากโรคพิษสุนัขบ้า ดังนี้    \\n\t\t\t(๑) การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยขอให้เพิ่มการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมว \\n\t(๒) การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยขอให้มีการทำหมันสุนัขและแมวทั้งที่มีเจ้าของ\\nและไม่มีเจ้าของ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการทำหมันตัวละ ๘๐๐ บาท เพื่อเป็นการควบคุมประชากรของสุนัข\\nและแมว รวมทั้งเป็นการคัดกรองสายพันธุ์ของสุนัขและแมวให้ตรงกับความต้องการของคนที่จะเลี้ยง \\nหากวางเป้าหมายในการทำหมันปีละ ๕๐๐,๐๐๐ ตัว จะใช้ระยะเวลา ๓ ปี ในการควบคุมประชากรสุนัขและแมวจรจัด โดยใช้งบประมาณปีละ ๔๐ ล้านบาท","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [637,966,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเกี่ยวกับ การป้องกันการทุจริต กรณี ดิจิทัลวอลเล็ต","ได้มีการกล่าวถึงการเสนอความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล เรื่อง ดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) การแจกเงินให้ประชาชนคนละ ๑๐,๐๐๐  บาท ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติที่เกินอำนาจหน้าที่หรือไม่ นั้น \\n\tคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการ เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง \\nด้วยเหตุนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต \\nพ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๓๒ ได้กำหนดให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ ในเรื่องดังต่อไปนี้\\n\t(๑) ปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริต การกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือการกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม\\n\t(๒) จัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริต\\nและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเข้มงวด\\n\t(๓) เสนอแนะให้มีการปรับปรุงกฎหมาย กฎ  ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใด\\nที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่\\nให้เกิดผลดีต่อราชการได้\\n\tในการจัดทำมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะก็ได้ ทั้งนี้ ตามเกณฑ์และวิธีการ \\nที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด\\n\\n\\nเมื่อองค์กร…\\n\tเมื่อองค์กรตามวรรคหนึ่งได้รับแจ้งมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะของ\\nคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว หากเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ ให้แจ้งปัญหาและอุปสรรคต่อ\\nคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป ทั้งนี้ ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. \\n\tดังนั้น จึงมีความเห็นว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย รัฐบาลควรรับฟัง ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะดังกล่าว และขอเสนอความเห็นไปยังนายกรัฐมนตรี จำนวน ๓ ประเด็น ดังต่อไปนี้\\n\t๑. การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แจ้งเตือนรัฐบาลให้คำนึงถึงการทุจริตเชิงนโยบายนั้น หมายถึง การกำหนดนโยบายที่ต้องคำนึงถึงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่มีการเอื้อประโยชน์\\nให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่มีความเชี่ยวชาญในระบบบล็อกเชน (Blockchain) ที่รัฐบาลได้เลือกใช้ \\n\t๒. ในการหาเสียงของพรรคการเมืองต้องระบุถึงนโยบายให้ชัดเจน ในเรื่องแหล่งที่มาของงบประมาณที่ใช้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และกรณีที่ใช้เงินกู้จะต้องกำหนดระยะเวลาในการใช้\\nหนี้เงินกู้ และที่มาของเงิน ตลอดจนคำนึงถึงวินัยทางด้านการเงินและการคลังอย่างเคร่งครัด \\n\t\t๓. ควรคำนึงถึงการศึกษาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องความเหมาะสม \\nของเงินกู้ ที่จะนำมาแจกให้ประชาชนโดยตรง เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เปรียบเทียบกับนโนบาย\\nเรื่องการสร้างงาน เพื่อพัฒนาประเทศ ในโครงการพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ไฟฟ้า ประปา ถนน หรือการให้มีอินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกล เมื่อเปรียบเทียบจะเห็นว่าอย่างใดจะได้รับประโยชน์สูงสุด\\nต่อประเทศชาติ\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [638,965,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการป้องกันการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิดเข้าประเทศไทยอย่างยั่งยืน","ประเทศไทยประสบปัญหาการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายหลากหลายประเภท\\nเป็นเวลาต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ แรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งสินค้าด้านการเกษตร ได้แก่ \\nโค – กระบือ ซึ่งเป็นต้นเหตุการระบาดของโรคลัมปี สกิน สุกร (Lumpy Skin Disease) ซึ่งเป็นต้นเหตุ\\nการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและไก่ (ASF : African Swine Fever) ทั้งที่มีชีวิตและเป็นชิ้นส่วน \\nรวมถึงพืชผล เช่น ข้าว ทุเรียน มะพร้าว ยางพารา และน้ำมันปาล์ม นอกจากนี้ ยังมีการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์มือสอง บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด ยาบ้า สิ่งเทียมอาวุธปืน ขยะอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอื่น ๆ \\nอันก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนส่งผลต่อสุขภาพและการประกอบอาชีพของประชาชน กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย \\n\tในปัจจุบันมีผู้ร่วมกระทำผิดทั้งภาคเอกชนและข้าราชการ แม้หลายหน่วยงานได้ดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่เป็นการดำเนินการเฉพาะในกรอบหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานนั้น ๆ มีอุปสรรค\\nเกิดความล่าช้าในการประสานงานและการดำเนินคดี ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้ครอบคลุมทุกมิติ \\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศ ดังนี้\\n\t(๑) ตั้งคณะกรรมการระดับชาติโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อแก้ไขปัญหา\\nการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภทเข้าประเทศไทยทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น ทางน้ำ ทางบกและทางอากาศ โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องของทุกกระทรวงเป็นกรรมการ เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการแก้ปัญหาให้ครบทุกมิติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ขอให้มีการพิจารณาเสริมกำลังและทบทวนการทำงาน\\nของกรมศุลกากร \\n\t(๒) กำหนดมาตรการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดน ทั้งทางบกและทางน้ำ ควบคุมกำกับดูแลทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจสอบและป้องกันการทุจริตเรียกรับเงิน และลักลอบนำสินค้าผิดกฎหมายเข้ามายังประเทศไทย\\n\t(๓) จัดตั้งคณะกรรมการกลางโดยมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย เพื่อตรวจสอบ และป้องกันการทุจริต โดยดำเนินคดีอย่างรัดกุมและโปร่งใสต่อผู้กระทำความผิดกรณี\\nการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายทุกประเภทอย่างรวดเร็ว รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงาน\\nให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง\\n\t(๔) กำหนดมาตรการแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เช่น กำหนดโควตา การนำเข้าสินค้าที่จำเป็น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร โดยมีการสำรวจ สัดส่วนอุปสงค์และอุปทานของสินค้า กำหนดปริมาณ และห้วงเวลาอนุญาต เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ\\nต่อผู้ประกอบการในประเทศ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ประชาชน เกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบผ่านสื่อประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง\\n\tทั้งนี้ ผลของการแก้ปัญหาดังกล่าวของรัฐบาลจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคง ของประเทศ ตลอดจนสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพของประชาชนและเกษตรกร โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุกร และโค รายย่อย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [639,964,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","สถานการณ์บ้านเมือง","สิ่งเทียมอาวุธปืน ","ปัจจุบันสิ่งเทียมอาวุธปืนสามารถหาซื้อได้โดยง่าย มีให้เลือกหลากหลาย และแพร่หลายในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ โดยขอยกตัวอย่าง สิ่งเทียมอาวุธปืน เรียกว่า “หนังสติ๊ก” มีคุณสมบัติสามารถยิงขึ้นฟ้า ยิงได้ระยะไกล และมีเลเซอร์เพื่อใช้สำหรับปรับความแม่นยำ กระสุนที่ใช้ยิงเป็นลูกหินหรือลูกเหล็ก และสามารถดัดแปลงในรูปแบบของปืน เรียกว่า “ปืนหนังสติ๊กเลเซอร์” ซึ่งสามารถยิงได้ระยะใกล้และไกล หากยิงเข้าที่ตาหรือศีรษะ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ สิ่งเทียมอาวุธปืนเหล่านี้สามารถหาซื้อได้โดยง่ายตามสื่อออนไลน์ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุกรณีเด็กชายอายุ ๑๔ ปี ก่อเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและขยายผลว่า อาวุธปืน\\nที่นำมาก่อเหตุได้มาจากแหล่งใด และพบว่าเป็นปืนแบลงก์กัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน \\n\tจากกรณีดังกล่าวขอชื่นชม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย \\nที่กำหนดให้แบลงก์กัน บีบีกัน และสิ่งเทียมอาวุธปืนต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง \\nโดยกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาควบคุมการครอบครองพกพาอาวุธปืน \\nเครื่องกระสุน และสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน และสิ่งเทียมอาวุธปืน ซึ่งมีมาตรการที่สำคัญในระยะสั้น ดังนี้\\n\t(๑) ให้นายทะเบียนอาวุธปืน งดออกใบอนุญาตให้นำเข้า หรือค้าสิ่งเทียมอาวุธปืนทุกชนิดและไม่อนุญาตให้รายใหม่ขออนุญาตนำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืนเพิ่มอีก\\n\t(๒) ให้ผู้ครอบครองแบลงค์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนที่อาจจะดัดแปลงเป็นปืนได้ แสดงสิ่งที่ครอบครองและทำบันทึกต่อนายทะเบียนอาวุธปืนตามภูมิลำเนา กรณีไม่นำมาขึ้นทะเบียนอาจมีโทษ \\n\t(๓) ให้กรมศุลกากรตรวจสอบและเข้มงวดการนำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืน \\n\t(๔) ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยตรวจสอบสนามยิงปืนภายใต้การดูแลทั่วประเทศ โดย\\n    \t (๔.๑) ห้ามบุคคลที่มีอายุไม่เกิน ๒๐ ปี เข้าสนามยิงปืน ยกเว้นได้รับอนุญาต หรือ\\nนักกีฬาทีมชาติ \\n    \t (๔.๒) อาวุธปืนที่ใช้ต้องมีทะเบียนถูกต้อง และตรงกับผู้มาใช้บริการ \\n    \t (๔.๓) ห้ามนำกระสุนปืนออกภายนอกสนามเด็ดขาด\\n    \t (๔.๔) สำหรับกรณีสนามยิงปืนในกำกับดูแลของส่วนราชการ ขอให้ดำเนินการกวดขัน ตรวจสอบ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ และข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด \\n\t(๕) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศงดออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว\\n\t(๖) ให้นายทะเบียนงดออกใบอนุญาตสั่งนำเข้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุน\\n\tดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันมิให้นำสิ่งเทียมอาวุธปืนไปก่อเหตุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น\\nกับสังคมและประเทศชาติ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีมาตรการระยะสั้นเพิ่มเติม ดังนี้ \\n\t“ข้อ (๗) สอดส่องการขายสินค้าสิ่งเทียมอาวุธปืนและสิ่งที่คล้ายอาวุธที่เป็นอันตราย\\nต่อร่างกายและชีวิตในสื่อออนไลน์ และเข้าจัดการปราบปราม” ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการควบคุม \\nเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2567,"2024-01-30T00:00:00"],
    [640,963,157,"พลเอก วสันต์ สุริยมงคล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง","พื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เป็นที่ราชพัสดุ ซึ่งกองทัพเรือได้ขอใช้พื้นที่ทั้งหมด ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ กรมป่าไม้ ขณะนั้นเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด เป็นอุทยานแห่งชาติ แต่ประกาศดังกล่าว\\nได้รุกล้ำไปยังผู้เช่าที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง จึงกลายเป็นป่ารุกคน จนทำให้กรมธนารักษ์\\nและจังหวัดระยอง โดยคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐจังหวัดระยอง (กบร.จังหวัดระยอง)\\nได้ขอแก้ไขประกาศดังกล่าว โดยได้ดำเนินการรังวัด ปักหมุดจากพื้นที่จริง แต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มิได้ดำเนินการแก้ไขแผนที่ให้เป็นไปตามมติของ กบร.จังหวัดระยอง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ\\nได้มีการกล่าวหาและจับกุมประชาชนผู้เช่าที่ราชพัสดุ ในข้อหาความผิดฐานบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ\\nโดยที่ผ่านมา มีองค์กรอิสระ คณะกรรมาธิการ และคณะกรรมการที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้อง ได้พยายาม\\nแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ดังนี้\\n\t \t(๑) คณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ได้แนะนำให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมธนารักษ์ ดำเนินการหารือและตกลงเรื่องแนวเขตให้ชัดเจน\\n\t \t(๒) คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มีมติให้ใช้แนวเขตเส้นที่ได้รังวัดไว้\\n\t \t(๓) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ลงพื้นที่และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบว่าต้องใช้แนวเขตที่มีการรังวัดปักหมุดเรียบร้อยแล้ว\\n\t \t(๔) คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก \\nได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมชี้แจง และได้พยายามแก้ไขปัญหา แต่ยังคงไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด\\n\t \tทั้งนี้ พื้นที่จังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่ได้ดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ (One Map) เรียบร้อยแล้ว ยกเว้นพื้นที่เกาะเสม็ด อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ในขณะที่ผู้ที่เดือดร้อนมากที่สุดคือประชาชนที่ใช้ที่ดินบริเวณ\\nดังกล่าวเพื่ออยู่อาศัย และประกอบอาชีพ ซึ่งได้เสียเงินค่าเช่าที่ดิน แต่ยังถูกจับกุมกรณีบุกรุกที่อุทยานฯ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงโดยเร็ว เนื่องจากเป็นปัญหา\\nความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนานหลายสิบปี เพื่อให้ประชาชนที่จ่ายค่าเช่าให้แก่กรมธนารักษ์โดยถูกต้องสามารถประกอบอาชีพได้โดยไม่ถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกที่อุทยานต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [641,962,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาความเครียด เพิ่มความสุขของประชาชนด้วยงานอดิเรก","ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ตลอดจนความกดดันจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน เป็นเหตุให้ประชาชนเกิดความเครียดสะสม ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ทั้งสุขภาพกาย\\nและสุขภาพจิต จึงมีแนวคิดแก้ไขปัญหาความเครียดเบื้องต้นด้วยการทำ “งานอดิเรก” เพราะงานอดิเรก\\nมักเป็นกิจกรรมที่ทำตามความชอบและความสนใจของตน สนุกสนาน สร้างความบันเทิง ทำให้ได้ใช้\\nเวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เช่น ปลูกต้นไม้ พืชผักสวนครัว ออกกำลังกาย เล่นเกมฝึกสมอง ท่องเที่ยว ทำงานศิลปะ งานฝีมือ ทำบุญ ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ เล่นดนตรี การเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคม เป็นต้น จากผลการสำรวจพบว่า ประโยชน์ของงานอดิเรก คือ เป็นการเติมพลังบวกในด้านจิตใจ \\nทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้น สามารถบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์ ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง นอนหลับสบาย และป้องกันภาวะสมองเสื่อม ช่วยให้เกิดความเฉลียวฉลาด\\nมากขึ้นจากการเล่นเกม ดังคำกล่าวที่ว่า “ประชาชนมีความสุข สังคมมีความสุข ประเทศก็จะเกิดความสงบสุข” ดังนั้น ขอให้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความเครียด เพิ่มความสุขของประชาชนด้วยงานอดิเรก ตลอดจนประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมงานอดิเรกต่าง ๆ เพื่อประโยชน์\\nแก่ประชาชนทุกวัย ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงประโยชน์ของการทำงานอดิเรก มีสุขภาพจิต\\nและสุขภาพกายที่ดีขึ้น ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [642,961,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจับกุมและสอบสวนในกระบวนการยุติธรรม","พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ มีเจตนารมณ์สำคัญ คือ การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายซึ่งกระทำโดย\\nเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ขัดต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี  (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment : CAT) ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ โดยการภาคยานุวัต รวมทั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ บัญญัติว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์\\nอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้\\n\t \t(๑) ให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือคำรับสารภาพจากผู้ถูกกระทำหรือบุคคลที่สาม\\n\t \t(๒) ลงโทษผู้ถูกกระทำเพราะเหตุอันเกิดจากการกระทำหรือสงสัยว่ากระทำของผู้นั้น\\nหรือบุคคลที่สาม\\n\t \t(๓) ข่มขู่หรือขู่เข็ญผู้ถูกกระทำหรือบุคคลที่สาม\\n\t \t(๔) เลือกปฏิบัติไม่ว่ารูปแบบใด\\n\t \tผู้นั้นกระทำความผิดฐานกระทำทรมาน”\\n\t \tพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ \\nมีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประชาชนที่ถูกกล่าวหาหรือถูกจับกุม มิให้ถูกกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เกิด\\nความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง \\nซึ่งมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ กำหนดให้ผู้กระทำความผิดฐานกระทำทรมาน ตามมาตรา ๕ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ ปี ถึง ๑๕ ปี \\nโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องมีความตระหนักในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง\\nแห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายฯ บัญญัติว่า “ในการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้รับผิดชอบต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมจนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวน หรือปล่อยตัวบุคคลดังกล่าวไป เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถกระทำได้ ก็ให้บันทึกเหตุนั้นเป็นหลักฐานไว้ในบันทึกการควบคุมตัว” อันเป็นการคุ้มครองประชาชนที่ถูกจับกุมไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่เพื่อให้การรับสารภาพ นอกจากนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๑ บัญญัติว่า “ให้?พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา” ประกอบกับประมวลกฎหมาย\\nวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๔/๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ก่อนเริ่มถามคำให้การ ให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีให้รัฐจัดหาทนายความให้” มาตรา ๑๓๔/๑ วรรคสอง บัญญัติว่า “ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การ ให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้” และมาตรา ๑๓๔/๓ บัญญัติว่า “ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้” แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย ในเรื่องสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้มีทนายความอยู่ร่วมฟังการสอบปากคำในระหว่างการสอบสวน หากผู้ต้องหามีความประสงค์ต้องการทนายความ แต่ไม่มีเงินจ้าง หรือไม่สามารถติดต่อทนายความได้ พนักงานสอบสวนมีหน้าที่จัดหาทนายความให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รวมตลอดถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ถือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจอยู่ร่วมด้วย\\n\t \tจากข่าวของสื่อมวลชน คดีนางบัวผัน ตันสุ อายุ ๔๗ ปี หญิงไร้บ้านที่ถูกทำร้ายร่างกาย\\nจนเสียชีวิต โดยนายปัญญา คงแสนคำ หรือลุงเปี๊ยก สามีของนางบัวผันฯ ถูกจับกุมและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ ต่อมา \\nสื่อมวลชนได้นำคลิปมาเปิดเผย ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่า นางบัวผันฯ ถูกกลุ่มเยาวชน จำนวน ๕ คน\\nรุมทำร้ายจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปโยนทิ้งน้ำเพื่ออำพรางคดี ซึ่งเยาวชนบางคนเป็นบุตรของเจ้าหน้าที่ตำรวจ \\nซึ่งหากข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ถูกสื่อมวลชนเผยแพร่ต่อสาธารณชน นายปัญญาฯ จะต้องถูกดำเนินคดีอาญา \\nโดยศาลอาจพิพากษาลงโทษจำคุก ๒๕ ปี ดังนั้น จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี ดังนี้ \\n\t\t(๑) เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีดังกล่าวได้บันทึกภาพและเสียงในขณะแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการสอบสวนนายปัญญาฯ ไว้หรือไม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทนายความอยู่ร่วมฟังการสอบปากคำในระหว่างการสอบสวนหรือไม่ หากปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการ ถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปฏิบัติตาม\\nประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ๒๕๖๕ มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ ปีถึง ๑๕ ปี\\n\t\t(๒) สภาทนายความ มีความประสงค์ให้มีการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม โดยกำหนดให้มีทนายความประจำสถานีตำรวจทุกแห่ง\\nจำนวนกว่า ๑,๔๐๐ สถานี นายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณไว้หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [643,960,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับช้าง เพื่อให้ช้างกับมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม สามารถ อยู่ร่วมกันได้","ปัจจุบัน ปัญหาเกี่ยวกับช้างถือเป็นปัญหาสำคัญที่จำเป็นต้องแสวงหาแนวทาง\\nแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ช้างกับมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยพบว่าบริเวณรอยต่อ\\nของจังหวัดนครนายก จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดกาญจนบุรี มีปัญหา “ช้างป่า” ออกมาอาละวาด \\nทำลายทรัพย์สินและพืชไร่ของประชาชนเสียหายบ่อยครั้ง นอกจากนี้ ยังมีปัญหา “ช้างปล่อย” ซึ่งเป็น\\nช้างเลี้ยงที่เจ้าของปล่อยออกมา เพราะไม่สามารถเลี้ยงดูได้ หรือครอบครองช้างโดยผิดต่อกฎหมาย\\nช้างเหล่านี้ไม่สามารถหากินตามธรรมชาติ จึงออกหากินด้วยการกินพืชไร่ที่ประชาชนเพาะปลูกไว้ \\nดังนั้น ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาดังนี้\\n\t \t(๑) จัดให้มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องและมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการดูแลช้าง เพื่อร่วมกันหาแนวทางให้ช้างกับมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นรูปธรรม\\n\t \t(๒) ใช้กลยุทธ์หรือวิธีการเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้ช้างอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ อาทิ การตั้งฟาร์มช้าง การใช้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมเป็นสถานที่ฝึกช้าง บำรุงพันธุ์ช้าง รวมถึงการเลี้ยงช้างที่มีคุณภาพเพื่อการส่งออก\\n\t \t(๓) สนับสนุนให้ช้างเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของประเทศไทย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [644,959,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย - อันดามัน (Landbridge)","เรื่อง โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย - อันดามัน (Landbridge)\\n\t\tตามที่กระทรวงคมนาคมได้มีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Landbridge) เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างอ่าวไทยและ\\nอันดามัน ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของการเดินเรือผ่านทางช่องแคบมะละกา อันเป็นการเพิ่มศักยภาพ\\nในการแข่งขันด้านการเดินเรือ และการขนส่งสินค้ากับประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย โดยกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่าปัจจัยความสำเร็จของโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Landbridge) เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างอ่าวไทย\\nและอันดามัน มี ๔ ประการ ประกอบด้วย ๑) ระยะเวลาการขนส่งที่สั้นลง ๒) ค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดลง ๓) มีอุตสาหกรรมหลังท่า และ ๔) ผู้ร่วมลงทุน ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t \t(๑) ระยะเวลาการขนส่งที่สั้นลง ตามที่กระทรวงคมนาคมได้ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าว\\nมีระยะทางการเดินเรือสั้นกว่าระยะทางผ่านช่องแคบมะละกา ประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ซึ่งจะช่วย\\nร่นเวลาในการเดินเรือ ประมาณ ๒ - ๓ วัน นั้น แต่เนื่องจากโครงการดังกล่าวไม่สามารถเดินเรือได้โดยตรง จำเป็นต้องมีการขนถ่ายสินค้าจากเรือขนส่งสินค้า ระหว่างท่าเรือระนองและท่าเรือชุมพร ใช้ระยะเวลารวมกันประมาณ ๗ วัน จึงมีปัญหาว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้ระยะเวลาการขนส่งสั้นลงอย่างไร\\n\t \t(๒) ค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดลง กรณีที่มีการขนถ่ายสินค้าจากเรือเพื่อขนส่งมาทางรถไฟจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งได้อย่างไร\\n\t \t(๓) มีอุตสาหกรรมหลังท่า จากรายงานผลการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย - อันดามัน (Landbridge) จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องมีอุตสาหกรรมหลังท่า หรืออีกนัยหนึ่ง คือ โครงการการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ขอสอบถามว่าบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีสิ่งใดเป็นปัจจัยที่จะส่งเสริม\\nให้อุตสาหกรรมหลังท่า หรือโครงการ SEC ประสบผลสำเร็จ\\n\t \t(๔) ผู้ร่วมลงทุน โดยที่โครงการดังกล่าว กระทรวงคมนาคมมีนโยบายเปิดโอกาสให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ร้อยละ ๑๐๐ ขอสอบถามว่าปัจจุบันมีเอกชนรายใดสนใจลงทุนในโครงการดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร  \\n\t\tอนึ่ง โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก \\nขอสอบถามว่า รัฐบาลได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [645,958,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอทราบมาตรการความปลอดภัยเร่งด่วน กรณีสถานประกอบการดอกไม้ไฟ  และวัตถุระเบิด","เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗ โรงงานผลิตพลุได้เกิดการระเบิดขึ้นในพื้นที่ตำบลศาลาขาว อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเหตุมีผู้เสียชีวิต ๒๓ คน โรงงานแห่งนี้ได้มีการ\\nขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนเกิดเหตุได้รับจ้างผลิตพลุ จำนวนเพียง ๘๒ ลูก ทั้งปรากฏข้อเท็จจริง\\nว่าโรงงานผลิตพลุแห่งนี้ได้เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๑ คน แต่สามารถกลับมาเปิดโรงงานเพื่อประกอบกิจการได้อีกครั้ง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลผู้ยื่นคำขออนุญาตเปิดโรงงาน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมีหน้าที่ไปตรวจสอบความปลอดภัย\\nของโรงงาน ปรากฏว่าโรงงานได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด จึงสามารถต่อใบอนุญาตได้ ซึ่งจากการสำรวจพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ชุดหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) เบื้องต้น พบ “ดินเทา” ซึ่งเป็นดินระเบิดชนิดหนึ่ง รวมถึงพลุไล่นก และพลุจัดงานศพที่เรียกว่า “ลูก ๓ ปัง” แม้ว่าพลุเหล่านี้จะมีแรงระเบิดต่ำ แต่มีปริมาณของดินเทาค่อนข้างสูง เป็นเหตุให้\\nเมื่อเกิดการระเบิดจึงมีความรุนแรงมาก มีข้อสังเกตว่าโรงงานผลิตพลุแห่งนี้ไม่อยู่ในการควบคุมของ\\nกรมโรงงานอุตสาหกรรม แต่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง \\nและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งเป็นกฎหมายเก่า ล้าสมัย โดยเมื่อปี ๒๕๔๗ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการประกาศกระทรวงเพื่อกำหนดอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องร่วมกัน โดยกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องอาคารสถานที่หรือบริเวณ รวมถึงวิธีการกำกับดูแลการผลิตดอกไม้เพลิง แต่ยังไม่ครอบคลุมมากเพียงพอ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n\t \t(๑) มาตรการทางกฎหมายที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ อย่างไร\\n\t \t(๒) การจัดการเพื่อป้องกันความเสี่ยงของโรงงานผลิตพลุที่มีอยู่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพหรือไม่   \\n\t  \t(๓) การตรวจสอบโรงงานควรต้องประกอบด้วยกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อให้ร่วมกันตรวจสอบที่ตั้งของโรงงาน อาคารโรงงาน ส่วนประกอบต่าง ๆ ของโรงงาน รวมทั้งความรู้ ทักษะและประสบการณ์ของผู้ประกอบการ \\n\t \t(๔) มีการตรวจสอบความรู้ทักษะและประสบการณ์ของเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตรวจโรงงานหรือไม่ อย่างไร \\n\t \t(๕) ปัจจุบันมีโรงงานผลิตพลุทั้งหมดกี่แห่ง ตั้งอยู่ที่ใดบ้าง และได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยกี่แห่ง และมีตัวอย่างกลไกของการปกครองท้องถิ่น หรือการปกครองท้องที่ ที่สามารถกำกับดูแลโรงงานผลิตพลุให้มีความปลอดภัยโดยไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใด ๆ เป็นระยะเวลา ๕ - ๑๐ ปี หรือไม่ \\n\t \t(๖) รัฐบาลมีมาตรการการลงโทษในกรณีเกิดข้อบกพร่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และโรงงานอย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [646,957,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทันสมัย - ไม่พัฒนา  ","กรณีแก๊งเด็กและเยาวชนรุมทำร้ายหญิงพิการจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ขอแสดงความชื่นชมไปยังสื่อมวลชนที่มีส่วนสำคัญในการแสวงพยานหลักฐานจนทำให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริงของคดี อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในหลายภาคส่วนของสังคมไทยในปัจจุบัน ดังนี้\\n\t\t(๑) ความล้มเหลวของสถาบันครอบครัว พ่อแม่บกพร่องในการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนบุตร สมาชิกในครอบครัวขาดปฏิสัมพันธ์ที่ดี \\n\t\t(๒) ความล้มเหลวของสถาบันการศึกษา ไม่สามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กมีความสนใจศึกษาหาความรู้เท่าที่ควร โดยเด็กอายุตั้งแต่ ๑ - ๗ ปี เป็นวัยที่กำลังเติบโตทางร่างกาย และเด็กอายุตั้งแต่ ๗ - ๑๔ ปี เป็นวัยที่เติบโตทางจิตใจ แต่กลับไม่ได้รับการเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนอย่างเหมาะสมตามวัยอาจทำให้เกิดการก่อคดีอาชญากรรมของแก๊งเด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น\\n\t\t(๓) ความล้มเหลวของสถาบันปกครอง เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ซึ่งมีหน้าที่รักษากฎหมาย แต่หลายกรณี เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กลับเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง \\n\t\t(๔) ความล้มเหลวของสื่อมวลชน สื่อมวลชนส่วนใหญ่นิยมนำเสนอข่าวร้ายและข่าว\\nด้านลบของสังคม ไม่นิยมนำเสนอข่าวด้านดีให้แพร่หลาย \\n\t\t(๕) สภาพแวดล้อมของสังคมไทยในปัจจุบัน ประชาชนต้องใช้ชีวิตแบบดิ้นรนเอาตัวรอด ต่างคนต่างอยู่ ขาดความเกื้อกูลซึ่งกันและกัน \\n\t\t(๖) ขาดการปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคม \\n\t\tนอกจากนี้ ปัจจุบันมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence : AI) มาใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อสังคมได้ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาสังคมดังกล่าว รวมทั้งควรเพิ่มการเฝ้าระวังในการนำ\\nระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในชีวิตประจำวัน  ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [647,956,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","การจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข ๓ หลัก (สลาก N3)","การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง รายงานผลการพิจารณาศึกษา ปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากในประเทศไทย ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากในประเทศไทย วุฒิสภา ซึ่งเป็นรายงานที่มีการพิจารณาศึกษาความเป็นมาของสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งระบบ วัตถุประสงค์และรูปแบบของ\\nการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล และความเกี่ยวข้องของสลากกินแบ่งรัฐบาลกับกฎหมายการพนัน ต่อมาในปี ๒๕๕๗ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร รัฐบาลได้นำเอาสาระสำคัญบางประการของรายงานการพิจารณาศึกษาดังกล่าวไปพิจารณา อาทิ หลักการสากลที่ยอมรับกันว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการพนันที่ภาครัฐสามารถบริหารจัดการได้ เป็นกลไกในการควบคุมกำกับการเล่นการพนัน และใช้เงินที่ได้รับจากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจัดทำโครงการเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคม โดยมีการออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จัดตั้ง “กองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม” แต่ถูกคัดค้านจากหลายภาคส่วน จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้มีการตราพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ\\nสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. ๒๕๑๗ โดยมาตรา ๑๓ (๗/๑) กำหนดให้คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล\\nมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการ และวางนโยบายของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เป็นไปตาม\\nวัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง “การออกประกาศกำหนดประเภทและรูปแบบสลากกินแบ่งรัฐบาล \\nโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและศึกษาผลกระทบทางสังคม เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาก่อนออกประกาศ รวมทั้งต้องให้ผู้ด้อยโอกาส\\nและคนพิการเข้าถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย” ขณะนี้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำลังเตรียมการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบใหม่ คือ สลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข ๓ หลัก (สลาก N3) \\nในลักษณะแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) โดยยังไม่มีความชัดเจนว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร รวมทั้งการคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการให้ผู้ด้อยโอกาสและคนพิการเข้าถึงการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบของการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล \\nตัวเลข ๓ หลัก (สลาก N3) ด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงความชอบด้วยกฎหมาย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [648,955,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโรคไตในจังหวัดยโสธร","ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้เดินทาง\\nลงพื้นที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ จังหวัดเลย จังหวัดขอนแก่น จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม และจังหวัดศรีสะเกษ พบว่าประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับเป็นจำนวนมาก \\nซึ่งโรคพยาธิใบไม้ตับเกิดขึ้นมานานกว่า ๕๐ ปี โรคนี้เกิดจากการรับประทานอาหารประเภทปลาน้ำจืด\\nชนิดมีเกล็ดที่ปนเปื้อนตัวอ่อนของพยาธิ เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาวน้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย \\nและปลากระสูบ โดยวิถีชีวิตของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักจะรับประทานอาหารดิบ \\nไม่ปรุงให้สุก เช่น ก้อย ปลาดิบ ปลาส้ม และปลาร้าดิบ จึงมีการเจ็บป่วยด้วยโรคพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็น\\nหนึ่งในสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี และโรคมะเร็งตับ นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๑๗ - ๑๘ มกราคม ๒๕๖๗ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เพื่อศึกษาสภาพปัญหาด้านสาธารณสุข ได้รับทราบข้อมูลสถิติผู้มารับบริการในโรงพยาบาลยโสธร ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๖ ประชาชนป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบ โรคต้อกระจก โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคไตวายเรื้อรัง ในอัตราที่สูงมาก ซึ่งสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารรสเค็ม เช่น ส้มตำ และปลาส้ม\\nดังนั้น ขอให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ\\n(สปสช.) และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน\\nทราบถึงอันตรายจากการรับประทานอาหารดิบ และอาหารรสเค็ม\\n","นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และรับผิดชอบกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [649,954,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ในระดับประถมศึกษา ชั้นปีที่ ๑ - ๖  ของกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย","ปัจจุบันพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ในระดับประถมศึกษา ชั้นปีที่ ๑ - ๖ ซึ่งเป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ ประสบปัญหาการเขียนภาษาไทยไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี การอ่านออกเสียงคำควบกล้ำหรืออักษรควบไม่ถูกต้อง รวมทั้งขาดทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอื่น ๆ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย พิจารณาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย ในระดับประถมศึกษา ชั้นปีที่ ๑ - ๖ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจด้านการเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้องตามอักขรวิธี และอ่านออกเสียงภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กนักเรียนมีสมรรถนะ ความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ และ คุณลักษณะต่าง ๆ \\nที่ตนเองมีอยู่ เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [650,953,148,"นายลักษณ์ วจนานวัช","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง","ปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และยังไม่สามารถควบคุมโรคได้ ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังลดลง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังและอุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นอย่างมาก ซึ่งสรุปสถานการณ์ปัจจุบันได้ ดังนี้\\n\t\t(๑) ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และ พ.ศ. ๒๕๖๗ พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังลดลงเหลือเพียง ๘.๖๗ \\nล้านไร่ มีจำนวนเกษตรกรกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ราย โดยคาดการณ์ว่ามีโรคใบด่างมันสำปะหลังระบาดในพื้นที่ปลูกกว่า ๓ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๓๘ จังหวัด ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลงเหลือเพียง ๒.๘ ตัน/ไร่ ผลผลิตรวม\\nลดลงจาก ๓๔.๑ ล้านตัน เหลือเพียง ๒๖.๗ ล้านต้น และมูลค่าความเสียหายสูงกว่า ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท\\n\t\t(๒) โรคใบด่างมันสำปะหลังเกิดจากเชื้อไวรัส มีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะนำโรค และเชื้อโรคสามารถติดไปกับท่อนพันธุ์ได้ จึงทำให้เกิดการระบาดอย่างแพร่หลายและรวดเร็ว นอกจากนี้ ความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับพันธุ์มันสำปะหลังที่อ่อนแอต่อโรค อายุของมันสำปะหลัง และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ความชื้นในดิน และความอุดมสมบูรณ์ของดิน เป็นต้น \\n\t\tการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังที่เกิดขึ้นถือเป็นวิกฤติครั้งสำคัญเทียบเท่ากับวิกฤติการระบาดของเพลี้ยแป้งสีชมพูในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ส่งผลให้เกษตรกรขาดความเชื่อมั่น และหันไป\\nปลูกพืชอื่นแทน ทั้งที่ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศยังมีความต้องการมันสำปะหลังในปริมาณสูง ดังนั้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง อาจทำให้อุตสาหกรรมมันสำปะหลังถดถอยและล่มสลาย\\nลงได้ ดังนั้น รัฐบาลควรกำหนดให้ปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังเป็นวาระสำคัญของรัฐบาล \\nและเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ \\nปรึกษาหารือร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดแผนแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งแผน\\nระยะเฉพาะหน้าในการควบคุมการระบาดของโรค การควบคุมการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์ที่ปนเปื้อนโรค \\nและการจัดหาท่อนพันธุ์ที่ทนต่อโรคให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร โดยต้องให้ความรู้ความเข้าใจ\\nที่ถูกต้องแก่เกษตรกร และเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนทุกภาคส่วน รวมถึงแผนต่อเนื่องในระยะกลาง\\nและระยะยาวเพื่อวิจัยค้นหาพันธุ์มันสำปะหลังที่ต้านทานโรค และแนวทางการกำจัดพาหะนำโรค\\nด้วยวิธีที่เหมาะสม พร้อมสนับสนุนงบประมาณตามแผนงานดังกล่าวอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ รัฐบาลควรเพิ่ม\\nความเข้มงวดในการตรวจตราตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังที่อาจปนเปื้อนโรค \\nและควรแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อควบคุมการระบาดของโรคอย่างเป็นระบบต่อไป","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [651,952,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารสหกรณ์การเกษตรในบริบทของพื้นที่ กรณีการกำหนดอายุของผู้จัดการสหกรณ์","ระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๓๐๕ ง ลงวันที่ \\\\\\\\n๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕) ซึ่งออกโดย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะนายทะเบียนสหกรณ์ ได้กำหนด\\\\\\\\nเรื่องการพ้นวาระของผู้จัดการสหกรณ์ไว้ว่า ให้ผู้จัดการสหกรณ์ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอายุ\\\\\\\\nตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับแต่ต้องไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์ ได้ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อสหกรณ์การเกษตรในต่างจังหวัด กล่าวคือ สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ต่างจังหวัดส่วนใหญ่ดำเนินการโดยสมาชิก\\\\\\\\nที่เป็นผู้สูงอายุ เพราะมีคนรุ่นใหม่วัยหนุ่มสาวที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจำนวนน้อยมาก ประกอบกับการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่เกิดจากวิสาหกิจชุมชนรวมตัวกันและเติบโตขึ้น\\\\\\\\nจนสามารถจดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตร ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ \\\\\\\\nมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกโดยวิธีช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักการสหกรณ์ โดยคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ดำเนินการยกร่างข้อบังคับสหกรณ์ พร้อมกับยื่นคำขอจดทะเบียนสหกรณ์ต่อนายทะเบียนสหกรณ์จังหวัด ซึ่งข้อบังคับสหกรณ์เปรียบเสมือนเป็นข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกสหกรณ์ที่จะต้องปฏิบัติตาม สหกรณ์การเกษตรที่ได้จดทะเบียนแล้ว\\\\\\\\nย่อมมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอำนาจบริหารจัดการสหกรณ์ด้วยตัวเองได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ประกอบกับสหกรณ์การเกษตรส่วนใหญ่เป็นสหกรณ์ขนาดเล็กและขาดแคลนงบประมาณ ย่อมไม่สามารถว่าจ้างผู้จัดการสหกรณ์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเหมือนดังเช่นสหกรณ์ขนาดใหญ่ ดังนั้น การออกระเบียบ\\\\\\\\nนายทะเบียนสหกรณ์ ว่าด้วยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการสหกรณ์ \\\\\\\\nพ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นผลให้ผู้จัดการสหกรณ์ต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ โดยอ้างเหตุผลว่าเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานในสหกรณ์ และเป็นการป้องกันการทุจริตนั้น \\\\\\\\nจึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เพราะสหกรณ์การเกษตรไม่สามารถว่าจ้างคนหนุ่มสาว\\\\\\\\nมาทำหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรแทนผู้จัดการสหกรณ์คนเดิมต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอายุครบหกสิบปีได้ เป็นเหตุให้เกิดปัญหาการดำเนินงาน อาทิ การนำชื่อบุคคลอื่นมาเป็นผู้จัดการสหกรณ์เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ หรือปล่อยให้ตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ว่างไว้ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบริหารจัดการของสหกรณ์การเกษตร อีกทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์พ้นจากตำแหน่งโดยเหตุครบหกสิบปีบริบูรณ์ดังกล่าว อาจอาศัยเทียบเคียงกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน หรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทอื่น ที่กำหนดให้บุคคลที่รับราชการเมื่อมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ต้องเกษียณอายุราชการ ซึ่งไม่สอดคล้องกับการบริหารสหกรณ์การเกษตรในต่างจังหวัด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [652,951,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การป้องกันอันตรายให้แก่ครู ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ครูเวร","การปฏิบัติหน้าที่ครูเวร เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ มีสาระสำคัญคือ ให้มีเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการหรือหน่วยงานนอกเวลาราชการ \\\\nและในวันหยุดราชการตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อดูแลป้องกันความเสียหายอันจะบังเกิดแก่สถานที่ราชการหรือหน่วยงานจากกรณีต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันว่าในการปฏิบัติหน้าที่ครูเวร \\\\nมีความเสี่ยงที่จะครูเวรจะถูกทำร้ายจากเหตุอาชญากรรม ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิจารณาแก้ไข\\\\nจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังเช่นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ กรณีครูผู้หญิงคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นครูเวรในวันหยุดราชการ ถูกทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหักถึง ๓ ซี่ โดยคนร้ายเป็นคนงาน\\\\nที่ทางโรงเรียนว่าจ้างให้มาตัดต้นไม้ในโรงเรียน เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านโป่งเกลือ หมู่ที่ ๔ \\\\nบ้านโป่งเกลือ ตำบลดอยลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\\\n\t\t(๑) เสนอให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๔๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของครูเวร และจ้างหน่วยงานรักษาความปลอดภัย ให้ทำหน้าที่แทน\\\\n\t\t(๒) พิจารณาอนุมัติคืนอัตรานักการภารโรง จำนวน ๑๔,๐๐๐ ตำแหน่ง เพื่อให้ทุกโรงเรียน\\\\nมีนักการภารโรงประจำ ซึ่งจะสามารถช่วยทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่โรงเรียนได้\\\\n\t\t(๓) พิจารณาปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนให้แก่นักการภารโรง จากเดิม เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน\\\\n\t\t(๔) พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อและติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย\\\\nในบริเวณโรงเรียน อาทิ กล้องวรจรปิด และสัญญาณเตือนภัย จึงขอยกตัวอย่าง กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๓ โดย ว่าที่ร้อยตรี สำรวย นกงาม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้สร้างนวัตกรรมอุปกรณ์สัญญาณเตือนภัย Smart Safety System ติดตั้งในบริเวณโรงเรียนในเขตพื้นที่ เมื่อผู้ประสบเหตุพบเห็นเหตุร้าย สามารถกดปุ่มสัญญาณแจ้งเตือนภัยไปยังผู้ใหญ่บ้าน กำนัน \\\\nศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (ศูนย์ อปพร.) หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือ\\\\nหรือระงับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [653,950,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","แก๊งเด็กและเยาวชน","กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน เด็กและเยาวชนก่อเหตุรุนแรง\\\\nหลายเหตุการณ์ อาทิ เด็กใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้อื่นในศูนย์การค้า แก๊งเด็กและเยาวชนที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเสียชีวิตที่จังหวัดสระแก้ว แก๊งวัยรุ่น ๗ คนรุมตีเด็กพิเศษ แก๊งวัยรุ่นจุดพลุป่วนเมืองทุกวันนานกว่า ๖ เดือนในพื้นที่พัทยา แก๊งวัยรุ่นปาระเบิดกลางดึกในจังหวัดนนทบุรี แก๊งวัยรุ่นใช้ตัวเหล็ก\\\\nและอาวุธมีดไล่ฟันผู้อื่นในจังหวัดเชียงใหม่ แก๊งวัยรุ่นติดยาเสพติดรุมกระทืบผู้หญิง แก๊งเด็กแว๊นนัด\\\\nรวมตัวกันขับขี่รถจักรยานยนต์ป่วนเมือง เป็นต้น ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการปล่อยปละละเลยมานาน ประกอบกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้รายงานข้อมูลสถิติการกระทำความผิดของเด็ก\\\\nและเยาวชน ปี ๒๕๖๖ มีคดีเด็กและเยาวชนเป็นผู้กระทำความผิด จำนวนทั้งสิ้น ๑๑,๓๔๐ คดี แบ่งออกเป็นคดียาเสพติด จำนวน ๓,๑๑๐ คดี คดีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย จำนวน ๒,๙๙๙ คดี คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ จำนวน ๒,๖๒๒ คดี คดีความผิดเกี่ยวกับอาวุธและวัตถุระเบิด จำนวน ๑,๕๓๐ คดี \\\\nและคดีอื่น ๆ จำนวน ๑,๐๗๙ คดี โดยจำนวนคดีดังกล่าวเป็นกรณีที่ผู้กระทำความผิดถูกจับกุมและดำเนินคดี ดังนั้น ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\\\n\t\t(๑) สำรวจแก๊งเด็กและเยาวชน รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งวางมาตรการป้องกันและปราบปรามเพื่อหยุดยั้งพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนที่มีแนวโน้ม\\\\nก่อเหตุรุนแรง ซึ่งโดยทั่วไป เด็กและเยาวชนแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ \\\\n\t(๑.๑) เด็กและเยาวชนที่เป็นหัวโจก มีจำนวนร้อยละ ๑๐ \\\\n\t(๑.๒) เด็กและเยาวชนที่พร้อมจะทำตามหัวโจก มีจำนวนร้อยละ ๒๐ \\\\n\t(๑.๓) เด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี มีจำนวนร้อยละ ๗๐\\\\n\tดังนั้น หากมีการสำรวจแก๊งเด็กและเยาวชน และมีมาตรการป้องปรามเด็กและเยาวชน\\\\nที่มีแนวโน้มก่อเหตุรุนแรงอย่างจริงจัง จะช่วยป้องกันมิให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น และทำให้เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ และสังคมโดยรวมมีความสงบเรียบร้อยและมีความปลอดภัย\\\\n\t\t(๒) เพิ่มช่องทางสื่อสารออนไลน์ รวมทั้งติดป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่ในโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อแจ้งเตือนให้เด็กและเยาวชนได้ทราบว่าการกระทำความผิดอาญาแต่ละฐานความผิด ต้องรับโทษ\\\\nตามกฎหมายอย่างไร และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด\\\\n\t\t(๓) เพิ่มการตั้งด่านตรวจจับในเวลากลางคืน รวมทั้งดำเนินคดีเพื่อให้มีการลงโทษ\\\\nตามความหนักเบาของการกระทำความผิด \\\\n\t\t(๔) ปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพราะการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เด็กและเยาวชนก่อเหตุรุนแรง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [654,949,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การป้องกันความเสียหายกรณีโรงงานผลิตพลุเกิดการระเบิด","เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๗ โรงงานผลิตพลุได้เกิดการระเบิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยโรงงานแห่งนี้เคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วเมื่อปี ๒๕๖๕ สังคมจึงมีการตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่าควรมีการดำเนินการป้องกันปัญหาอย่างไร เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก กระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงว่าโรงงานผลิตพลุดังกล่าวไม่ได้มีสถานะเป็น “โรงงานตามกฎหมายของกระทรวงอุตสาหกรรม” แต่มีสถานะเป็นเพียงสถานประกอบการสำหรับการทำดอกไม้ไฟ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง \\nและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานกำกับตรวจสอบและพิจารณา\\nต่อใบอนุญาตทุกปี ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงว่าการพิจารณาต่อใบอนุญาต เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปตรวจสอบสภาพความเรียบร้อยของสถานประกอบการโดยละเอียด ซึ่งผู้ประกอบการโรงงานแห่งนี้ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ยังได้กำหนดว่าในกรณีที่พบเห็นว่าการเก็บ ทำ หรือค้าดอกไม้เพลิง อาจเป็นอันตรายแก่ประชาชน นายทะเบียนท้องที่ย่อมมีอำนาจสั่งให้\\nผู้รับใบอนุญาตจัดการตามจำเป็น หรือย้ายสถานที่ประกอบการออกไปจากพื้นที่เดิมได้ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณานำประกาศกระทรวงกลาโหมกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์การควบคุมและการกำกับ ดูแลการผลิต การค้า การครอบครอง การขนส่งดอกไม้เพลิงและวัตถุดิบที่ใช้\\nในการผลิตดอกไม้เพลิง พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้กำหนดหลักเกณฑ์เรื่องอาคารสถานที่หรือบริเวณ รวมถึงวิธีการกำกับดูแลการผลิตดอกไม้เพลิงไว้หลายประการ ไปกำหนดเป็นมาตรการเพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติมโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการว่าด้วยการเก็บรักษากระสุนและวัตถุระเบิด พ.ศ. ๒๕๕๗ ของกรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร \\nไปใช้บังคับกับสถานประกอบการดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน\\nของประชาชน\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2567,"2024-01-23T00:00:00"],
    [655,948,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจัดทำเอกสารราชการของหน่วยงานของรัฐเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง และสามารถใช้ประโยชน์ได้โดยสะดวกตามที่กฎหมายกำหนด","เอกสารเป็นเรื่องสำคัญที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอกสารราชการที่ใช้เพื่อการสื่อสารถึงประชาชน โดยปัจจุบันมีกฎหมายหลายฉบับที่เอื้ออำนวยให้ประชาชน\\nสามารถเข้าถึงเอกสารของราชการได้โดยสะดวก เช่น กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ\\nหรือกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกันนี้ มาตรา ๕๙ ของรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติรองรับเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไว้ ซึ่งมีคำสำคัญ คือ“ต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารได้โดยสะดวก” ซึ่งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการ\\nทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดทำ จัดเก็บ และเผยแพร่เอกสารของส่วนราชการจากเดิมที่เป็นเอกสารกระดาษให้เป็นเอกสารดิจิทัล เพื่อให้ประชาชน\\nสามารถเข้าถึงเอกสารราชการได้โดยสะดวก แต่ส่วนราชการส่วนใหญ่ ยังปฏิบัติเช่นเดิมในกรณี\\nวิธีการจัดทำ จัดเก็บ และเผยแพร่เอกสารในรูปแบบกระดาษ ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงเอกสารของทางราชการได้ตามที่กฎหมายกำหนด\\nกรณีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ วาระที่หนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร เอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ส่วนราชการยังคงจัดส่งเอกสารมา ๒ ลักษณะ คือ แบบเล่มเป็นกระดาษ\\n\\n \t\t\t\t\t\t\t\t\t\t          และรูปแบบ...\\nและรูปแบบไฟล์ PDF ซึ่งไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์เพื่อการสืบค้น การคำนวณ หรือการวิเคราะห์โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่สำหรับวุฒิสภา ได้กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้ในข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๙๒ ว่า “ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจัดสภาพแวดล้อมทั้งทางสถาปัตยกรรม สารสนเทศ การสื่อสาร หรือบริการอื่นใดให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก รวมทั้ง (๑) จัดทำ จัดเก็บ หรือเรียกเอกสารใด ๆ เพื่อการพิจารณาหรือเผยแพร่ของวุฒิสภาให้อยู่ในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศอื่นที่เป็นมาตรฐานเปิด ซึ่งคนพิการและผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ และ (๒) จัดอุปกรณ์ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงผู้ช่วยสำหรับสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นคนพิการ หรือผู้สูงอายุที่มีความต้องการจำเป็นเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ”โดยสำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ดำเนินการจัดส่งไฟล์เอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... ในรูปแบบไฟล์ Microsoft Excel ซึ่งสามารถนำข้อมูลไปใช้สืบค้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาร่างฯ ต่อไป ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดหน่วยงานภาครัฐให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารของทางราชการได้โดยสะดวกต่อไป","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [656,947,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การเปิดให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองช่วงที่เสร็จแล้ว เป็นการถาวร","ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ สายบางปะอิน - นครราชสีมา (M6) และทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘๑ สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี (M81) ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๕๙ ปัจจุบันได้ก่อสร้างแล้วเสร็จมากกว่า ร้อยละ ๙๐ โดยช่วงวันหยุดเทศกาลที่ผ่านมา ทางหลวงฯ หมายเลข ๖ ได้เปิดให้ประชาชนใช้เส้นทาง ช่วงปากช่อง - สีคิ้ว - ขามทะเลสอ - ถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา และทางหลวงฯ หมายเลข ๘๑ ได้เปิดให้ประชาชนใช้เส้นทาง ช่วงนครปฐม - กาญจนบุรี ซึ่งเป็นส่วนที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้การเดินทางสัญจรมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวง พิจารณาเปิดบริการเส้นทางดังกล่าว เฉพาะส่วนที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นการถาวร เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพ และถนนเพชรเกษม อันเป็นการ\\\\nเพิ่มความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [657,946,175,"นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล","นโยบายของรัฐบาล","การเบิกจ่ายเงินของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด","สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนเด็ก\\nและเยาวชนให้มีความเป็นเลิศด้านกีฬา สามารถสร้างรายได้ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ปัจจุบันสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ประสบปัญหาการเบิกจ่ายเงินที่ได้รับการสนับสนุน\\nจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มีความล่าช้า บางโครงการล่าช้า ถึง ๑ ปี ทั้งที่เงินสนับสนุนดังกล่าวเป็นการสนับสนุนโครงการที่ดำเนินการเป็นประจำทุกปี บางโครงการได้กำหนด\\nการจัดงานไว้ล่วงหน้า นานกว่า ๑ ปี เช่น การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ \\nการแข่งขันกีฬาชนะเลิศแห่งจังหวัด และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบขั้นตอน\\nการดำเนินงานเป็นอย่างดี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีงบประมาณค้างจ่ายถึงร้อยละ ๔๐ \\nและสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุน ร้อยละ ๗๐ ซึ่งขั้นตอนการเบิกจ่ายเงิน\\nของสมาคมฯ โดยวิธีการส่งเอกสารไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย จากนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย\\nจะส่งต่อไปยังกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติเพื่อพิจารณา ซึ่งมีหลายครั้งที่เอกสารสูญหาย\\nก่อนได้รับการพิจารณา ดังนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงควรกระจายอำนาจการดำเนินงาน \\nโดยให้สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัด ทำหน้าที่ตรวจ - รับเอกสาร เมื่อเรียบร้อยแล้ว\\nจึงส่งเอกสารไปยังสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย ภาค ๑ - ๕ พิจารณา เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ขอให้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ \\nปรับเปลี่ยนวิธีการ แนวทางการปฏิบัติงาน การยื่นเอกสารหลักฐาน แบบฟอร์มการขออนุมัติต่าง ๆ \\nเพื่อให้การดำเนินงานเกิดความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น","รองนายกรัฐมนตรี (นายปานปรีย์ พหิทธานุกร) ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [658,945,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","สถานการณ์บ้านเมือง","อันตรายของสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร","ปัจจุบันอาหารหลายชนิดมีการปนเปื้อนสารเคมีทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น (๑) ผักที่มีสารเคมีตกค้างทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะหัวใจวาย และโรคมะเร็ง ได้แก่ ผักชี กวางตุ้ง กะหล่ำปลี คะน้า พริก แตงกวา ผักบุ้งจีน มะเขือ ผักกาดขาว และถั่วฝักยาว (๒) สารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ ทำให้มีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เป็นโรคมะเร็ง (๓) สารฟอกขาว พบได้ในถั่วงอก ตีนไก่ เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน และปลาหมึก (๔) ฟอร์มาลีน มีอาหารหลายชนิดที่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลีน ได้แก่ อาหารทะเล ผัก และเนื้อหมู (๕) สารกันราหรือกรดลิซิลิค พบในผัก และผลไม้ดอง ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนบริโภคอาหารอย่างปลอดภัย และมีสุขภาพดี จึงขอให้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งรัดดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงอันตรายของสารเคมีปนเปื้อนในอาหาร รวมทั้งขอให้ทำการตรวจ จับกุม และลงโทษบริษัท ร้านค้า หรือผู้ประกอบการที่ใส่สารเคมีในอาหาร หรือจำหน่ายอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมี","นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [659,944,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล","ปัญหาการจราจรติดขัดในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีสาเหตุมาจากปริมาณรถมากกว่าถนน และปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย โดยทางแยกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร \\\\nมีจำนวน ๗๘๘ แห่ง แบ่งเป็นทางแยกที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร จำนวน ๗๔๖ แห่ง และทางแยกที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน ๔๒ แห่ง มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร จำนวน ๕๓๗ แห่ง โดยสัญญาณไฟจราจร\\\\nในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มี ๒ ระบบ คือ ระบบสัญญาณไฟจราจรแบบ Fix Time คือ ระบบตั้งเวลา\\\\nการเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรไว้ล่วงหน้าแบบคงที่ จำนวน ๔๖๖ แห่ง โดยใช้ตำรวจจราจรทำหน้าที่ควบคุม วันละ ๑,๑๑๖ คน และระบบสัญญาณไฟจราจรแบบ Adaptive คือ การติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับยานพาหนะไว้ที่พื้นผิวจราจร สามารถปรับระยะเวลาการเปลี่ยนสัญญาณตามปริมาณการจราจรที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงล้าสมัยเมื่อเปรียบเทียบกับระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบอัจฉริยะ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกล้องวงจรปิด (CCTV) กับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)\\\\n \tจากการที่กรุงเทพมหานครมีแผนการติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรทางแยกแบบ Adaptive ระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ - ๒๕๗๑ โดยทยอยดำเนินการ ดังนั้น จึงขอให้กรุงเทพมหานครเร่งพิจารณาแผนการติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรทางแยกให้เร็วขึ้น และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาติดตั้งระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรทางแยกแบบอัจฉริยะ (CCTV AI) บริเวณทางแยกที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพราะระบบดังกล่าวสามารถตรวจสอบปริมาณรถบนถนนได้ดีกว่า สามารถตรวจจับรถที่กระทำความผิด และฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ตำรวจจราจรได้ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณอื่นต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [660,942,204,"พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่","กฎหมาย","การจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร","เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้มีการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร โดยปัจจุบันเป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ ๔ ซึ่งบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ ระบุว่า การวางและจัดทำผังนโยบายการใช้ประโยชน์พื้นที่ตามมาตรา ๘ (๑) และผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามมาตรา ๘ (๒) ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น การปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการผังเมืองกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบาย\\\\nการผังเมืองแห่งชาติ โดยให้คำนึงถึงผู้ที่จะได้รับผลกระทบในผังแต่ละประเภท และต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบด้วยวิธีการที่หลากหลายและทั่วถึง โดยมีข้อมูลเพียงพอต่อการที่ประชาชนจะเข้าใจถึงผลกระทบ\\\\nต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และแนวทางการเยียวยาความเดือดร้อน หรือความเสียหายแก่ประชาชนหรือชุมชน\\\\n\tนอกจากนี้ ประกาศคณะกรรมการผังเมือง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นการปรึกษาหารือและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๖๕ ข้อ ๓วรรคหนึ่ง ระบุว่า ในกรณีที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่ใด ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีการที่หลากหลาย\\\\nและทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนในท้องที่ที่จะมีการวางและจัดทำผังเมืองรวมทราบถึงการที่จะวางและจัดทำ\\\\nผังเมืองรวมดังกล่าว โดยคำนึงถึงผู้ที่จะได้รับผลกระทบ และมีข้อมูลเพียงพอต่อการที่ประชาชนจะเข้าใจถึงผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม ความหลากหลายทางชีวภาพ และแนวทางการเยียวยาความเดือดร้อน หรือความเสียหายแก่ประชาชน หรือชุมชน โดยจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบก่อนวันที่กำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือกับประชาชน ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันผ่านทางเว็บไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี และ\\\\nข้อ ๕ ระบุว่า เมื่อกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ได้จัดทำ\\\\nร่างผังเมืองรวมแล้ว ต้องจัดให้มีการประชาสัมพันธ์เป็นระยะเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ด้วยวิธีการตามข้อ ๓ วรรคหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและปรึกษาหารือ ทั้งนี้ จะต้องแสดงหรือระบุเขตท้องที่ที่จะวางและจัดทำผังเมืองรวม วัน เวลา สถานที่ ที่จะปิดประกาศ\\\\nแสดงรายการต่าง ๆ วัน เวลา สถานที่ที่จะจัดให้มีการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือ \\\\nและสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องแสดงความเห็นไว้เมื่อได้มีการรับฟังความคิดเห็น\\\\n \tทั้งนี้ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ ๔) ได้ระบุให้มีการขยายความกว้าง\\\\nของถนนในซอยอินทามระ ๓๗ จาก ๖ เมตร เป็น ๑๒ เมตร และให้มีการก่อสร้างสะพานข้ามคลอง\\\\nเพื่อเชื่อมถนนระหว่างซอยอินทามระ ๓๗ กับซอยวิภาวดีรังสิต ๑๖/๘ (ซอยทรงสะอาดสี่) ซึ่งประชาชน\\\\nที่อาศัยในชุมชนอินทามระ ๓๗ แยก ๑ ชุมชนอินทามระ ๓๗ แยก ๒ และชุมชนโชคชัยร่วมมิตร \\\\nได้ร่วมประชุมเพื่อคัดค้านการจัดทำร่างผังเมืองรวมฉบับดังกล่าว เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก \\\\nยังมิได้รับทราบการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดทำร่างผังเมืองฯ ฉบับดังกล่าว แต่อย่างใด \\\\nทั้งที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากบริเวณซอยอินทามระ ๓๗ มีปริมาณรถสัญจรเป็นจำนวนมาก ประกอบกับ มีทางเลี้ยวหักศอก จำนวน ๒ แห่ง ซึ่งมีระยะไม่ห่างกัน หากมีการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อ\\\\nกับซอยวิภาวดีรังสิต ๑๖/๘ (ซอยทรงสะอาดสี่) จะทำให้ปริมาณรถสัญจรเพิ่มมากขึ้น เกิดการจราจรติดขัด \\\\nและอาจมีการก่อสร้างอาคารชุดที่เป็นตึกสูงบดบังทัศนียภาพ และสร้างมลภาวะทางอากาศจากการก่อสร้างให้กับชุมชนที่อาศัยมานานกว่า ๕๐ ปี ดังนั้น จึงขอสอบถามว่าการดำเนินการจัดทำร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ ๔) เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ และประกาศคณะกรรมการผังเมือง เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็น \\\\nการปรึกษาหารือ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางและจัดทำผังเมืองรวม พ.ศ. ๒๕๖๕ ข้อ ๓ และ ข้อ ๕ หรือไม่ อย่างไร และได้มีการตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครแล้วหรือไม่ กรณีมีประชาชนร้องเรียน หรือคัดค้านร่างผังเมืองฉบับดังกล่าว กรุงเทพมหานครจะดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างไร","ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร\\\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [661,941,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","ขอให้คณะรัฐมนตรีเร่งรัดการออกกฎหมาย และแผนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เข้าพบรองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ในฐานะประธานกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่า ในห้วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีกฎหมายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจหลายฉบับ ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่ยังคงไม่ได้ข้อยุติ จึงไม่สามารถส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาบรรจุระเบียบวาระ ส่งผลให้การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านการคลัง และการจัดทำบริการสาธารณะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร โดยระยะเวลาในห้วง ๔ ปี มี “พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕” เท่านั้น ที่ผ่านการพิจารณา แต่เมื่อนำไปปฏิบัติ มักได้รับการโต้แย้งจากนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าขัดด้วยกฎหมายฉบับอื่น ดังนั้น จึงขอให้คณะรัฐมนตรีเร่งพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องต่อไปนี้\\n \t๑.\tร่างพระราชบัญญัติรายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... \\nเพราะจะทำให้ อปท. สามารถดำเนินการจัดเก็บรายได้ภายใต้ขอบเขตของหน้าที่และอำนาจต่อไป\\n \t๒.\tร่างพระราชบัญญัติกำหนดกรอบและเป้าหมายการจัดทำบริการสาธารณะ\\nและการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... โดยจะทำให้ อปท. สามารถบริหารงาน\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n \t๓.\tร่างแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓) \\nและร่างแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓) \\nเพราะเมื่อนำไปสู่การปฏิบัติแล้วจะเกิดประโยชน์แก่ อปท. ในด้านการบริหารจัดการ และด้านการคลัง ทั้งนี้ เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ให้ดำเนินการแจ้งรัฐสภาเพื่อทราบเท่านั้น","นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ในฐานะประธานกรรมการ\\nการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [662,940,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","ขอรัฐบาลเร่งผลักดันนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม","ปัจจุบันครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน\\nกว่า ๙๐๐,๐๐๐ คน มีหนี้สินรวม จำนวน ๑.๔ ล้านล้านบาท ประกอบด้วย หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หนี้ธนาคารออมสิน หนี้สถาบันการเงินอื่น และหนี้นอกระบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการ\\nด้านการศึกษาของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู\\nทั่วประเทศ ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ในอัตรา ร้อยละ ๔.๕ - ๕.๐ และให้สถาบันการเงิน\\nซึ่งเป็นเจ้าหนี้สหกรณ์ฯ ดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้สอดคล้องกัน โดยนำระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ โดยเหลือเงินดำรงชีวิต\\nไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๓๐ ของเงินเดือน และให้ผู้บังคับบัญชา หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีอำนาจหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สหกรณ์ฯ และหากสหกรณ์ฯ ใดไม่ดำเนินการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้\\nให้อยู่ในอัตราที่กำหนด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะไม่ดำเนินการหักเงินเดือนเพื่อชำระหนี้ \\nซึ่งกรณีดังกล่าว อาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากับสหกรณ์ฯ เนื่องจากต้นทุนของสหกรณ์ฯ แต่ละแห่งแตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์\\nกับทุกฝ่าย จึงขอเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเชิญประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศมาประชุมร่วมกัน โดยให้สหกรณ์แต่ละแห่งจัดทำแผนงาน ขั้นตอน และระยะเวลาดำเนินการ\\nปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้เหลือไม่เกินร้อยละ ๕.๐ โดยให้เป็นไปตามบริบทของสหกรณ์ฯ \\nและอยู่บนพื้นฐานที่สหกรณ์ต้องมีความมั่นคง จากนั้น ให้ดำเนินการประสานสถาบันการเงินซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของสหกรณ์ฯ เพื่อขอให้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อให้มีอัตราที่สอดคล้องกันต่อไป\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [663,939,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","สถานะปัจจุบันของป่าไม้ไทย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม","การลงพื้นที่ศึกษาดูงานการทำฝายแกนดินซีเมนต์ ณ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา\\nและจังหวัดเชียงราย ได้พบเห็นสภาพปัญหาพื้นที่ป่าไม้เปลี่ยนแปลงสภาพจากเดิม ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล\\nที่ประเทศไทยมีการทำลายพื้นที่ป่าไม้โดยเฉลี่ย เดือนละ ๑,๐๐๐ ไร่ ในขณะที่กรมป่าไม้ยังคงดำเนินการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ป่าไม้โดยเฉลี่ย วันละ ๗๐๐ ไร่ จึงมีความกังวลเกี่ยวกับพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยที่ถูกทำลาย ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้คงเหลือ ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ ๑๔.๙๔ ภาคกลาง \\nร้อยละ ๒๑.๑๕ ภาคตะวันออก ร้อยละ ๒๑.๙๑ ภาคใต้ ร้อยละ ๒๔.๐๒ ภาคตะวันตก ร้อยละ ๕๙.๐๖ และภาคเหนือ ร้อยละ ๖๓.๖๖ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม\\nพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t๑. รายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถชี้นำ รณรงค์ เฝ้าระวัง \\nร่วมปลูก ลดการทำลาย ใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และถูกกฎหมาย\\n \t๒. รณรงค์ให้เกิดความร่วมมือจากฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และเยาวชน ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ให้คงอยู่ต่อไป\\n \tทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ ๔ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ด้านการรักษาและฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติ โดยกำหนดสัดส่วนการเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๕ และป่าเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๕ นั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการให้สำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างไร มีความคืบหน้าอย่างไร และได้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของกลไกหรือเครื่องมือในการดำเนินการที่ผ่านมาหรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [664,938,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","กฎหมาย","แนวทางปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวในเขตพื้นที่ชลประทานที่ประสบภาวะน้ำท่วมซ้ำซากเนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมักเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชลประทาน ","พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมักเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชลประทาน โดยเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนิยมปลูกข้าวปีละ ๒ ครั้ง โดยการปลูกข้าวหอมมะลิในช่วงนาปี คือ ประมาณเดือนพฤษภาคม - เดือนสิงหาคม ในช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นระยะที่ข้าวตั้งท้องกำลังจะออกรวง และจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงน้ำท่วมของทุกปี \\nทำให้สูญเสียเวลา แรงงาน และทุนโดยเปล่าประโยชน์ รวมทั้งรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณเป็นจำนวนมากในการเยียวยาเกษตรกร แต่เมื่อถึงฤดูกาลทำนาปรัง เกษตรกรนิยมปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ที่ไม่ไวต่อแสง สามารถเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคม - เดือนเมษายน ซึ่งได้ผลผลิตดี ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการให้เกษตรกรปรับช่วงระยะเวลาการปลูกข้าวให้มีความเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยง\\nการเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูน้ำหลากดังเช่นทุกปี และส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวเจ้าพันธุ์ชัยนาท ๑ \\nหรือข้าวเจ้าพันธุ์ กข๙๕ เพราะให้ผลผลิต ไร่ละ ๘๐๐ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม โดยกรมชลประทาน\\nต้องให้การสนับสนุนโครงการสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้า หรือโครงการที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้ผลดีทั้ง ๒ รอบ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เรียบร้อยก่อนฤดูน้ำหลาก นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาคุณภาพข้าวตกต่ำจากการปะปนสายพันธุ์ได้อีกทางหนึ่ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [665,937,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","การปรับขึ้นเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งให้แก่ครูทั่วประเทศ","เนื่องในวันครูแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งให้แก่ครูที่ทำผลงานทางวิชาการผ่านการประเมินเลื่อนระดับ\\nวิทยฐานะ ได้แก่ ครู คศ.๑ ครู คศ.๒ (วิทยฐานะชำนาญการ) และครู คศ.๓ (วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ) เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพทางวิชาการและเป็นขวัญกำลังใจแก่ครูทั่วประเทศ\\n","นายกรัฐมนตรี\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [666,936,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การรับมือภัยแล้ง","เนื่องจากน้ำมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในประเทศ ทั้งการอุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตร โดยเห็นความสำคัญจากจำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำในประเทศมีเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาภัยแล้งซ้ำซากยังคงเกิดขึ้นทุกปี ขณะนี้ แม่น้ำมูล และแม่น้ำชีมีปริมาณน้ำลดลงเป็นอย่างมาก สะท้อนให้เห็นว่า ในระยะเวลาอันใกล้ประชาชนที่อาศัยน้ำจากแม่น้ำต่าง ๆ จะประสบปัญหาภัยแล้ง\\nเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญ ประกอบกับ\\nแหล่งน้ำธรรมชาติขาดการพัฒนามาเป็นระยะเวลานานทำให้ตื้นเขินและมีวัชพืชเป็นจำนวนมาก \\nดังนั้น จึงขอสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t๑.\tรัฐบาลได้กำหนดแผนงาน หรือแนวทางการรับมือปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ และได้กำหนดมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญในประเทศไทยอย่างไร\\n\t๒. ขอสอบถามกระทรวงมหาดไทยว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำเงินจากกองทุนน้ำบาดาลไปใช้เพื่อการสำรวจ วิจัยหาแหล่งน้ำบาดาลใหม่ หรืออื่น ๆ ตามความจำเป็นเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบภัยแล้ง อันเนื่องมาจากแหล่งน้ำเดิมไม่เพียงพอ และประชาชนต้องการให้มีประปาหมู่บ้าน โดยถือว่าเป็นการแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วนได้หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [667,935,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5","เนื่องจากช่วงฤดูหนาวมีความกดอากาศสูง จึงทำให้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในประเทศไทยทวีความรุนแรงมากขึ้น เพราะมีผลต่อสุขภาพของประชาชน จนกระทั่งได้มีการร้องเรียนให้รัฐบาลดำเนินการบริหารจัดการให้เกิดอากาศสะอาด และที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ ได้ชี้แจงสาเหตุของปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่าเกิดจากการเผาไหม้จากท่อไอเสียรถยนต์โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล การเผา\\nในภาคการเกษตรในสัดส่วนที่ไม่เหมาะสม การเผาป่า และสาเหตุอื่น ๆ โดยแต่ละพื้นที่จะได้รับความรุนแรงแตกต่างกัน ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้พยายามแก้ไขปัญหา โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร  วงษ์สุวรรณ) \\nในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้สั่งการเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๖ โดยกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเร่งด่วน ๕ มาตรการ คือ (๑) ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ\\nและสิ่งแวดล้อม ปิดป่าในส่วนที่มีสถานการณ์ไฟป่าขั้นวิกฤติ หรือเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าอย่างรุนแรง \\n(๒) ให้กระทรวงมหาดไทย กำกับดูแล และป้องกันไม่ให้มีการเผาจากภาคการเกษตรในทุกพื้นที่อย่างเข้มข้น (๓) ให้กระทรวงอุตสาหกรรม กำชับโรงงานน้ำตาลให้งดรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบในช่วงฤดูหนาว \\n(๔) ให้กระทรวงคมนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร กำหนดมาตรการเพื่อจำกัดเวลาการเข้าพื้นที่เขตเมืองของรถยนต์ และ (๕) ให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด\\nกับผู้ที่ลักลอบเผาป่าและเศษวัสดุจากภาคการเกษตร และให้ทุกภาคส่วนดำเนินการสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง\\n \tจากการติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 พบว่า ยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม และจากการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ ก็มิได้กล่าวถึงผลสัมฤทธิ์\\nจากการใช้มาตรการต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี \\nกำชับให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญ และบูรณาการการปฏิบัติงานตามมาตรการทั้ง ๕ ประการ \\nดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง","นายกรัฐมนตรี\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [668,934,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","กฎหมาย","แรงงานนอกระบบ","แรงงานนอกระบบเป็นกลุ่มแรงงานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดนัดแรงงานรายวัน หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่าตลาดกีบหมู หรือซอยกีบหมู ตั้งอยู่ที่ \\nถนนสุเหร่าคลองหนึ่ง แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยระหว่างเวลา ๐๔.๐๐ - ๑๑.๐๐ นาฬิกา ของทุกวัน จะมีแรงงานนอกระบบหรือกรรมกรก่อสร้าง ประมาณ ๕,๐๐๐ - ๘,๐๐๐ คน ไปรวมตัว\\nเพื่อรอการจ้างงานรายวัน มีหลายคนที่ได้รับการจ้าง แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุนายจ้างไม่รับผิดชอบ \\nและไม่สามารถทำประกันอุบัติเหตุได้ ตลอดจนไม่มีสวัสดิการและหลักประกันใด ๆ นอกจากนี้ \\nมีแรงงานจำนวนหนึ่งที่รอการจ้างเป็นสัปดาห์แต่ไม่ได้งาน จึงอาศัยพักค้างคืนอยู่บริเวณดังกล่าว \\nเพื่อไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาเข้าคิวและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t๑.\tขอให้กระทรวงแรงงาน พิจารณาประเด็นข้อเสนอแนะ ดังนี้\\n \t\t๑.๑ ดำเนินการติดประกาศสถานที่จ้างงานต่าง ๆ ภายในบริเวณซอยกีบหมู \\nเพื่อช่วยแรงงานกลุ่มดังกล่าวให้ได้รับทราบความต้องการของผู้ประกอบการ และได้รับการจ้าง\\nแบบรายเดือน เพราะกระทรวงฯ มีข้อมูลสถานประกอบการที่ต้องการแรงงานอย่างถูกต้องอยู่แล้ว\\n \t\t๑.๒ ดำเนินการจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนจากแรงงานภายในพื้นที่ดังกล่าว หรือพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากมีแรงงานจำนวนมากที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น ไม่ได้รับค่าแรง \\nประสบอุบัติเหตุแต่นายจ้างไม่ให้การช่วยเหลือ เป็นต้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน และทำให้สวัสดิภาพ และสวัสดิการของแรงงานรายวันดีขึ้น\\n \t๒. ขอให้กระทรวงสาธารณสุข พิจารณาจัดหน่วยเคลื่อนที่ไปยังบริเวณพื้นที่ดังกล่าว สำหรับให้บริการตรวจสุขภาพ หรือรักษาจากอาการบาดเจ็บให้กับแรงงานนอกระบบเหล่านั้น \\nเพื่อให้เป็นแรงงานที่มีสุขภาวะที่ดี และมีความพร้อมในการปฏิบัติงานต่อไป\\n \t๓.\tขอให้กรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ ดำเนินการบริหารจัดการพื้นที่ \\nโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นแต่ละประเภทแรงงาน เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างปูน ช่างไม้ ช่างสี เป็นต้น \\nเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่สร้างความลำบากให้กับบุคคลทั่วไปในการเดินทางสัญจร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2567,"2024-01-16T00:00:00"],
    [669,933,240,"นายอับดุลฮาลิม มินซาร์","สถานการณ์บ้านเมือง","การขอขยายเขตไฟฟ้าของราษฎร และการขึ้นราคาบัตรโดยสารของสายการบินไทย","เรื่องที่ 1 เนื่องจากได้รับการสอบถามจากประชาชนในชุมชนบ้านบางตาหยาด เทศบาลเมืองตะลุบัน ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เรื่อง การขอให้มีการขยายเขตไฟฟ้าเส้นทางเลียบชายฝั่งทะเล บ้านบางตาหยาด ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี ไปยังบ้านกระจูด อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ระยะทาง ๓.๐๙๕ กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางดังกล่าวมีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านเป็นระยะทาง ๕๘๒ เมตร และมีเสาไฟฟ้าแรงต่ำพาดผ่านเป็นระยะทาง ๙๔๓ เมตร โดยประชาชนได้ร้องขอให้มีการขยายเขตไฟฟ้าไปจนถึง\\nบ้านกระจูดเพื่อการพัฒนาพื้นที่สองข้างทางให้เป็นที่อยู่อาศัย แหล่งท่องเที่ยว และรีสอร์ต โดยอำเภอสายบุรี\\nมีชายหาดที่มีความงดงามและมีเสน่ห์ ซึ่งบางพื้นที่ในเส้นทางดังกล่าวมีการจัดสรรที่ดินเป็นแปลงเพื่อแบ่งขาย แต่ไม่สามารถสร้างบ้านได้เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า อนึ่ง เมื่อปี ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน วุฒิสภา ได้มีการสอบถามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งต่อมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้มีหนังสือแจ้งว่าระบบ\\nการจำหน่ายไฟฟ้าครอบคลุมพื้นที่อาศัยของราษฎรแล้ว แต่ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน คือ รีสอร์ตที่สร้างใหม่\\nแต่อยู่ห่างไกลเสาไฟฟ้าแรงต่ำจะต้องลากสายไฟเป็นระยะทางค่อนข้างไกล ดังนั้น จึงขอให้การไฟฟ้า\\nส่วนภูมิภาค ได้พิจารณาทบทวนบรรจุแผนงานการก่อสร้างและปรับปรุงระบบจำหน่ายไฟฟ้าเส้นทาง\\nบ้านบางตาหยาด ตำบลตะลุบัน อำเภอสายบุรี ไปยังบ้านกระจูด อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี เข้าโครงการถัดไป อันจะทำให้เกิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต\\n\\nเรื่องที่ 2 การควบรวมกิจการของสายการบินไทยสมายล์ ตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจการบิน ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ โดยอ้างว่าสายการบินไทยสมายล์ขาดทุนสะสมมายาวนาน หากควบรวมกิจการจะสามารถใช้ประโยชน์ของเครื่องบินต่อวันสูงขึ้นและทำให้ต้นทุนลดลง แต่ปรากฏว่าปัจจุบันมีการขึ้นราคาบัตรโดยสารอย่างผิดปกติ โดยเมื่อปลายปี ๒๕๖๖ บัตรโดยสารเส้นทางนราธิวาส - สุวรรณภูมิ มีราคา ๔,๐๐๕ บาท แต่เมื่อเข้าสู่ปี ๒๕๖๗ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะมาทำการบินทดแทน ทำให้ราคาบัตรโดยสารสูงถึง ๗,๑๗๕ บาท ซึ่งมีส่วนต่างของราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง ๓,๑๗๐ บาท เช่นนี้ถือเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ เนื่องจากการบริการไม่ได้สูงกว่ามาตรฐานเดิมแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา\\\\nได้ดำเนินการทำความตกลงกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเรื่องราคาบัตรโดยสารให้ชัดเจน\\\\nและขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาตรวจสอบการกำหนดราคาบัตรโดยสารเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติอย่างมาก","กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [670,932,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)","จากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ รัฐบาลได้จัดทำวงเงินงบประมาณ จำนวน ๓.๔๘ ล้านล้านบาท โดยกรมทางหลวงเสนอคำขอรับการจัดสรรงบประมาณจำนวน ๑๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดิน โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง แต่สำหรับพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดจันทบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวนน้อยแต่ยังมีความเดือดร้อนของประชาชนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคมขอให้พิจารณาบรรจุคำของบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๘ สำหรับก่อสร้างทางต่างระดับเพื่อลดจุดตัดของถนนและแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดจันทบุรีในบริเวณต่อไปนี้ \\n \t๑) จังหวัดปราจีนบุรี บริเวณทางแยกกบินทร์บุรี บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ เนื่องจากเป็นถนนสายหลักในการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร - พนมสารคาม - กบินทร์บุรี โดยช่วงเขาหินซ้อน - กบินทร์บุรี มีช่องการจราจร จำนวน ๘ - ๑๐ ช่องการจราจร และเป็นเส้นทางที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๑ (สัตหีบ - เขาหินซ้อน) ที่มีปริมาณรถยนต์สัญจรไปยังจังหวัดนครราชสีมาเป็นจำนวนมากแต่เมื่อเข้าเขตพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ช่องการจราจรจะเหลือเพียง ๔ ช่องจราจร จึงทำให้การจราจรติดขัดอย่างมากโดยเฉพาะบริเวณทางแยกกบินทร์บุรีซึ่งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเป็นที่ตั้ง\\nของที่ว่าการอำเภอกบินทร์บุรีและโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ซึ่งมีประชาชนใช้เส้นทางสัญจรอยู่เป็นจำนวนมาก\\n \t๒) จังหวัดจันทบุรี จำนวน ๒ แห่ง คือ บริเวณแยกบ้านเนินสูง อำเภอท่าใหม่ ที่มีตลาดผลไม้ขนาดใหญ่ และบริเวณแยกเขาไร่ยาที่เป็นทางแยกเข้าตัวจังหวัดจันทบุรีและเขาคิชฌกูฏ ซึ่งเมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวและผลไม้ การจราจรจะติดขัดเป็นอย่างมาก","กระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [671,931,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ใช้ถนนมิตรภาพในการสัญจร","จากช่วงวันหยุดเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๗ ที่ผ่านมา กรมทางหลวงได้เปิด\\nให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ สายบางปะอิน - นครราชสีมา (M6) ช่วงอำเภอปากช่อง - อำเภอสีคิ้ว - อำเภอขามทะเลสอ - ถนนเลี่ยงเมืองนครราชสีมา (ทล. ๒๐๔) ระยะทางประมาณ \\n๗๘ กิโลเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ \\nซึ่งเป็นถนนที่สวยงามอีกเส้นทางหนึ่งของประเทศ อย่างไรก็ดี มีข้อหารือไปยังกระทรวงคมนาคม \\nกรณีปัญหาการสัญจรบนถนนมิตรภาพ จำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้\\n \t๑) ช่วงระหว่างวันที่ ๕ - ๑๔ มกราคม ๒๕๖๗ ฟาร์มโคนมไทย - เดนมาร์ก \\nอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี มีการจัดงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ส่งผลให้ถนนมิตรภาพขาเข้ากรุงเทพมหานครเกิดปัญหารถติดสะสมตั้งแต่ช่วงฟาร์มโชคชัยไปจนถึงฟาร์มโคนมไทย - เดนมาร์ก \\nอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร โดยการจราจรจะหนาแน่นมาก\\nเป็นพิเศษตั้งแต่ช่วงเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา เรื่อยไปจนถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา เนื่องจากปิดช่องการจราจรบริเวณจัดงาน ๑ ช่องจราจร ทำให้ถนนมีลักษณะเป็นคอขวดส่งผลให้รถที่มาจากจังหวัดนครราชสีมา\\nติดสะสม ซึ่งงานเทศกาลโคนมแห่งชาติจะมีการจัดเป็นประจำทุกปี จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม \\nขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ถนนมิตรภาพในการสัญจร\\nได้โดยสะดวก\\n \t๒) ปัญหาของรถบรรทุกฟางที่ประชาชนได้มีการนำรถบรรทุกขนาดเล็ก (รถปิคอัพ) \\nมาต่อพ่วงเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการบรรทุกฟางและได้ขับขี่กีดขวางช่องการจราจรบนถนนมิตรภาพ ส่งผลให้\\nเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ขอให้ตรวจสอบการต่อพ่วงของรถบรรทุก\\nขนาดเล็ก (รถปิคอัพ) ว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [672,930,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","กฎหมาย","การออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ","จากปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในสังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ และอีก ๑๐ ปีข้างหน้า จะมีสัดส่วนของประชากรที่มีอายุมากกว่า ๖๐ ปี สูงถึงร้อยละ ๒๘ ซึ่งการออกกำลังกายจะมีประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ ดังนี้ ๑) ชะลอความถดถอยของร่างกาย ๒) ส่งเสริมให้สุขภาพจิตดี ป้องกันภาวะซึมเศร้า ๓) ช่วยลดน้ำหนัก เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ๔) ป้องกันและบำบัดโรคประจำตัว ๕) ควบคุมความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือด ๖) ป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และ ๗) รักษาสมดุลระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้ทำงานปกติ ซึ่งการออกกำลังกายเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย และเหมาะสมกับผู้สูงอายุ ได้แก่ การเดิน การวิ่งช้า ๆ รำไทเก๊ก โยคะ การบริหารป้องกันหัวไหล่ติด การบริหารข้อมือ ข้อนิ้วมือ และการบริหารส่วนอื่น ๆ ทั่วร่างกาย ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการออกกำลังกาย โดยสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการจัดกิจกรรม จัดหาสถานที่ และบุคลากร เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถออกกำลังกายได้อย่างสะดวก เพื่อให้สังคมไทยมีประชากรผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ สามารถทำงาน และทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [673,929,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการส่งเสริมสัตว์เศรษฐกิจวิถีไทย “ไก่ชน”","เนื่องจากไก่ชนเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศและกีฬาไก่ชนเป็นกีฬาพื้นบ้านซึ่งถือเป็น\\nวิถีชีวิตของชุมชนมายาวนาน ซึ่งบางครั้งถูกต่างชาติมองว่าเป็นการทรมานสัตว์จึงยากจะทำความเข้าใจ\\nว่าไม่ควรเชื่อไปตามกระแสของต่างชาติ หรือไม่ หรือการมีโรงเรียนฝึกสอนลิงเพื่อใช้ลิงขึ้นมะพร้าว\\nซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนไทยทางภาคใต้ แต่ต่างชาติมองว่าเป็นการทรมานสัตว์ เนื่องจากไม่เข้าใจวิถีชีวิต\\nของคนไทย แต่อย่างไรก็ดี บางประเทศมีการใช้สัตว์เป็นส่วนประกอบของการกีฬาเช่นกัน อาทิ กีฬาชนวัว \\nการสู้วัวกระทิง เป็นต้น ซึ่งกีฬาไก่ชนสามารถนำมาเป็น Soft Power ของประเทศได้ นอกจากนี้ \\nยังสามารถพัฒนาให้ไก่ชนเป็นสัตว์เศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวง\\nเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\\n \t๑) ได้มีการพิจารณาวางแผน หรือมีแผนงาน โครงการ และได้จัดทำคำของบประมาณเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจโดยสัตว์เศรษฐกิจ เช่น ไก่ชน หรือไม่ อย่างไร\\n \t๒) ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชน หรือเจ้าของฟาร์มผู้เลี้ยงไก่ชนหรือไม่ อย่างไร\\n \t๓) ได้มีการดำเนินการเพื่อยกระดับวิชาชีพการเพาะเลี้ยงไก่ชนให้เป็นหนึ่งในวิชาชีพการเกษตรหรือไม่ อย่างไร\\n \tพร้อมกันนี้ ขอสอบถามไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าได้มีการกำหนดแผน\\nในการพัฒนาและยกระดับให้กีฬาไก่ชนเป็นกีฬาประจำชาติหรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [674,928,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การแก้ไขปัญหาประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","การประเมินสถานการณ์การทุจริตประพฤติมิชอบของประเทศไทยในรอบปี\\nที่ผ่านมา พบว่าปัญหาการทุจริตที่รุนแรงมากที่สุด คือ การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กล่าวคือ การประพฤติมิชอบของนักการเมืองระดับประเทศ นักการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการระดับสูง ที่ร่วมกับ\\nผู้มีอิทธิพลก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชน อันเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของประเทศซึ่งปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข และสหประชาชาติได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการประพฤติมิชอบ\\nของเจ้าหน้าที่ของรัฐแก่รัฐภาคีต่าง ๆ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓\\nว่าให้พิจารณานำมาตรการทางวินัยหรือมาตรการอื่น มาใช้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมหรือคุณธรรม สำหรับประเทศไทย คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศว่าให้รัฐปรับปรุงระเบียบการลงโทษทางวินัย\\nกับข้าราชการประเภทต่าง ๆ ให้มีความรวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน และให้พิจารณาดำเนินการ\\nทางวินัยต่อข้าราชการการเมือง ข้าราชการระดับสูง และนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งการดำเนินการ\\n\\n\\nยังไม่บรรลุผลสัมฤทธิ์ ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มี\\nความรุนแรงมากขึ้น ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดความเกรงกลัว และไม่กล้ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ \\nซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันดีขึ้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี\\nเพื่อดำเนินการ ดังนี้  \\n \t๑) พิจารณาปรับปรุงระเบียบการตรวจสอบและการลงโทษทางวินัยต่อข้าราชการทุกประเภทให้รวดเร็วและเป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งขยายระยะเวลาการสอบสวนข้อเท็จจริงจากระยะเวลา \\n๖ เดือน เป็นภายในระยะเวลา ๓ ปี โดยหลังจากเกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการให้ดำเนินการ\\nทางวินัยให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา ๓ ปี \\n \t๒) พิจารณากำหนดระเบียบลงโทษทางวินัยต่อข้าราชการการเมืองและหัวหน้า\\nส่วนราชการทุกแห่งให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับข้าราชการประจำ\\n \t๓) กำหนดระเบียบให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมและวินัย\\nต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือพ้นจากตำแหน่งทันทีที่ถูกสอบสวนทางจริยธรรม\\n \t๔) เร่งรัดการจัดทำกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานภาครัฐในระบบคุณธรรมตาม\\nมาตรา ๗๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้ได้คนดีมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ ป้องกันคนไม่ดีมาสร้างความเดือดร้อน โดยให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี\\n \t๕) เร่งรัดการตรากฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนตัวกับส่วนรวม \\nตามคำแนะนำของสหประชาชาติ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [675,927,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","การจ้างงานคนพิการตามกฎหมายโดยรัฐสภา","มาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\nพ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ กำหนดว่า “เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริม\\nและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐ\\nรับคนพิการเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานของรัฐ” จากความในมาตราดังกล่าวกระทรวงแรงงานจึงออกกฎกระทรวงกำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป รับคนพิการ\\nที่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ในอัตราส่วนลูกจ้างที่มิใช่คนพิการทุก ๑๐๐ คน ต่อคนพิการ ๑ คน เศษของ ๑๐๐ คน ถ้าเกิน ๕๐ คน ต้องรับคนพิการเพิ่มอีก ๑ คน\\n \tรัฐสภาเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีบุคลากรประมาณ ๓,๐๐๐ คน คิดเป็นอัตราส่วน\\nที่จะต้องจ้างงานคนพิการตามกฎหมายประมาณกว่า ๓๐ คน ซึ่งจากการลงพื้นที่พบปะประชาชน \\nจะมีคำถามถึงการจ้างงานคนพิการของรัฐสภาอยู่เสมอ และในปัจจุบันยังไม่ทราบนโยบายหรือมาตรการ และการดำเนินงานใด ๆ ที่จะนำไปสู่การจ้างงานคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อนึ่ง คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้เสนอรายงาน\\nการพิจารณาศึกษา เรื่อง การส่งเสริมการมีงานทำของคนพิการในหน่วยงานของรัฐ ต่อที่ประชุมวุฒิสภา \\nเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ซึ่งสามารถนำข้อเสนอแนะมาประกอบการพิจารณาได้ เช่น มาตรการส่งเสริมการมีงานทำ ตามมาตรา ๓๕ ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่กำหนดให้ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐ\\nไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา ๓๓ หรือนายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับ\\nคนพิการเข้าทำงานตามมาตรา ๓๓ และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนตามมาตรา ๓๔ หน่วยงานของรัฐ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นอาจให้สัมปทานจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยวิธีกรณีพิเศษ ฝึกงาน หรือจัดให้มีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก \\nล่ามภาษามือ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้ ซึ่งเรื่องที่สามารถดำเนินการได้สะดวกที่สุด คือ การจัดสถานที่ให้คนพิการเข้ามาจำหน่ายสินค้าหรือบริการ เช่น การขายอาหาร \\nการให้บริการนวดแผนไทย การขายสินค้าชนิดอื่น ๆ หรือการแสดงดนตรีเปิดหมวก เป็นต้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังนั้น จึงขอหารือไปยัง\\nประธานรัฐสภาในฐานะประธานกรรมการข้าราชการัฐสภา (ประธาน ก.ร.) ว่ามีนโยบายหรือมาตรการ\\nในการจ้างงานคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่รัฐสภาต่อไป ","ประธานรัฐสภาในฐานะประธานกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ประธาน ก.ร.) ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [676,926,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","การมอบหมายรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภา และการสื่อสารนโยบายรัฐบาลที่มีความจริงใจต่อประเทศชาติและประชาชน","จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๐ บัญญัติให้ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา มีสิทธิตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ โดยจะถามเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ ตามข้อบังคับการประชุมแห่งสภานั้น ๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องกำหนด\\nให้มีการตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย” ซึ่งข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดรายละเอียดและขั้นตอนการตั้งกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภาไว้ในหมวด ๘ การตั้งกระทู้ถาม ข้อ ๑๔๔ - ๑๕๘ กระทู้ถามเป็นหนังสือ ข้อ ๑๕๙ - ๑๖๓ และกระทู้ถามด้วยวาจา \\nข้อ ๑๖๔ - ๑๗๐ ทั้งนี้ ข้อมูลการตั้งกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภาในการประชุมวุฒิสภาสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นมา มีจำนวน ๙ กระทู้ รัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ถาม\\nด้วยตนเอง จำนวน ๑ กระทู้ เลื่อนตอบ จำนวน ๔ กระทู้ บรรจุระเบียบวาระจำนวน ๓ กระทู้ และรอบรรจุระเบียบวาระ จำนวน ๑ กระทู้ โดยที่การประชุมวุฒิสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ระหว่างวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๖ - วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา สมาชิกวุฒิสภาได้ตั้งกระทู้ถาม จำนวน ๓๕ กระทู้ แบ่งเป็นกระทู้ถามด้วยวาจา จำนวน ๑๗ กระทู้ รัฐมนตรีมาตอบด้วยตนเอง จำนวน ๓ กระทู้ ตกไป จำนวน ๑๔ กระทู้ และกระทู้ถามเป็นหนังสือ จำนวน ๑๘ กระทู้ โดยขอให้ตอบในที่ประชุมวุฒิสภา จำนวน ๑๕ กระทู้ รัฐมนตรีตอบกระทู้ถามเป็นหนังสือ จำนวน ๓ กระทู้ ค้างตอบ จำนวน ๑๑ กระทู้ ตกไป จำนวน ๑ กระทู้ และขอให้ตอบในราชกิจจานุเบกษาจำนวน ๓ กระทู้ จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่ารัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญในการตอบกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภา ทำให้สมาชิกวุฒิสภามีความจำเป็นที่จะขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา ๑๕๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ประกอบข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม \\nข้อ ๑๗๑ เช่น ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหากระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาด้านสังคม ปัญหาด้านการศึกษา ปัญหาด้านการต่างประเทศ และปัญหาด้านการท่องเที่ยว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล\\nให้ความสำคัญกับการตอบกระทู้ถามของสมาชิกวุฒิสภา โดยขอให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตอบกระทู้ถามต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าการบริหารราชการแผ่นดินตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [677,925,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","กฎหมาย","การจัดการปัญหาความมั่นคงของชาติ","ความมั่นคงของชาติถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของประเทศชาติ และเป็นปัญหาที่จัดการได้ยากเพราะเรื่องความมั่นคงของชาติในยุคใหม่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และเทคโนโลยี ฉะนั้น การป้องกันประเทศจึงเป็นภารกิจที่ทับซ้อนกันของหลายหน่วยงานที่จะต้องบูรณาการร่วมกัน โดยที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่ออำนวยการประสานงานในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่มีการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง หรือเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่จะมารับผิดชอบงานด้านนี้โดยตรง อนึ่ง มีกระแสข่าวว่าจะมีการแต่งตั้งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านหนึ่งมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติที่ยังว่างอยู่ สามารถกระทำได้ หากปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายแต่อาจมีประเด็นเรื่องความเหมาะสมในการดำเนินการดังกล่าว เพราะงานความมั่นคงของชาติเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญเช่นเดียวกับงานในหน่วยงานอื่น ดังนั้น การแต่งตั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติจากบุคลากรในองค์กรขึ้นมารับผิดชอบงานเหล่านี้ จะทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติได้ \\\\n \tประเด็นดังกล่าว จึงขอหารือไปยังรัฐบาลว่าควรแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงขึ้นมารับผิดชอบภารกิจ และพิจารณาแต่งตั้งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติโดยเร็ว ซึ่งควรพิจารณาจากบุคลากรในสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์การทำงานในสภาความมั่นคงแห่งชาติมาตั้งแต่ต้น อันจะเป็นประโยชน์ต่องานด้านความมั่นคงของชาติเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานตามระบบคุณธรรมในระบบราชการได้เป็นอย่างดี","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [678,924,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งถูกดูดเงินออกจากบัญชี และความรับผิดชอบของธนาคาร","ความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกดูดเงินออกจากบัญชี โดยตั้งแต่\\nต้นปี ๒๕๖๖ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ มีประชาชนแจ้งความออนไลน์ว่าถูกหลอกลวง จำนวนกว่า ๒๔๐,๐๐๐ ราย ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงดูดเงินจากบัญชีธนาคาร จำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ ราย \\nความเสียหายประมาณ ๓,๓๐๐ ล้านบาท ประกอบกับมีข่าวที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม \\nคือ ข่าวคุณยายท่านหนึ่งกราบลงกับพื้นคุกเข่าอ้อนวอนขอให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์คืนเงินให้กับคุณยาย \\nเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและรักษาพยาบาล แต่ปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขและยังไม่มีมาตรการป้องกันมิให้ประชาชนถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ\\nมีความเห็นว่า เมื่อประชาชนนำเงินไปฝากไว้กับธนาคาร ธนาคารผู้รับฝากเงินมีกรรมสิทธิ์ในเงินที่รับฝาก\\nมีสิทธินำเงินที่รับฝากนั้นไปใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากประชาชนผู้เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝาก \\nแต่เมื่อประชาชนขอถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก ธนาคารมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้แก่ประชาชนผู้ฝาก\\nให้ครบจำนวน ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๖๕ ประกอบมาตรา ๖๗๒ \\nโดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐานว่าธนาคารเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ย่อมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง แม้ในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชนทั่วไป ประชาชนจะต้องกรอกข้อมูล ชื่อผู้ใช้ (User name) รหัสผ่าน (Password) รวมถึงรหัสผ่านที่สามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อการเข้าสู่ระบบ\\nหนึ่งครั้ง (One Time Password : OTP) ด้วยตนเอง และถูกดูดเงินออกจากบัญชี ธนาคารซึ่งเป็น\\nผู้ประกอบวิชาชีพต้องเป็นผู้รับผิดชอบคืนเงินให้แก่ประชาชนเจ้าของบัญชีจนครบจำนวน เว้นแต่ประชาชนผู้นั้นเคยทำธุรกิจทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือคอมพิวเตอร์ทำการโอนเงินบ่อยครั้ง\\nเป็นเวลาหลายปี แล้วยังพลาดพลั้งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงดูดเงินจากบัญชีธนาคาร กรณีเช่นนี้ \\nถือว่าเป็นความประมาทของประชาชนผู้นั้น แต่ธนาคารยังคงต้องร่วมรับผิดชอบด้วยครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ถูกดูดออกจากบัญชี กล่าวคือ ธนาคารต้องคืนเงินฝากให้แก่ประชาชนครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดูดออกจากบัญชี ดังนั้น หากประชาชนหมดที่พึ่งก็สามารถใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อเรียกร้อง\\nเอาเงินคืนได้ \\n \tประเด็นดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันและเป็นการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันถึงวิธีการและกลอุบายการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลควรกำหนดนโยบายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ \\nในการให้คำแนะนำและให้ความรู้ ความเข้าใจแก่นักเรียนเกี่ยวกับภัยของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงดูดเงินจากบัญชีธนาคาร และให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้รับกลับไปสื่อสารกับบุคคลในครอบครัว เพื่อให้ระมัดระวังตนเองจากการถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [679,923,59,"นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาการค้าชายแดนด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์","เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ได้ร่วมโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ซึ่งเดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหา\\nของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยได้จัดเวทีเสวนา เรื่อง “การขับเคลื่อนจังหวัดสุรินทร์สู่การพัฒนา\\nที่ยั่งยืน” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เพื่อร่วมรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน \\nองค์กรพัฒนาเอกชน (Non Governmental Organizations : NGO) ภาคธุรกิจ และภาคราชการ ร่วมกันจัดทำพิมพ์เขียวพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ โดยในประเด็นด้านการค้าชายแดน เห็นว่ารัฐบาลควรพัฒนา\\nการค้าชายแดนด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ดังนี้\\n \t๑) โครงสร้างทางกายภาพ ควรพัฒนาโครงสร้างทางกายภาพของด่านช่องจอม \\nจังหวัดสุรินทร์ ให้เป็นอาคารสถานที่ในลักษณะถาวรเพื่อเป็นที่ทำการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \\nรองรับทั้งคนไทยและคนกัมพูชา อำนวยความสะดวกด้านเอกสาร การเดินทาง การผ่านแดน การติดต่อค้าขาย การทำธุรกรรมสำคัญแบบ One Stop Services มีมาตรฐานในการให้บริการนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการด้านการค้าและการลงทุนของทั้ง ๒ ประเทศ โดยสภาพปัจจุบันที่ตั้งของหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานศุลกากร สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยงานอื่น ๆ มีลักษณะเป็นอาคารชั่วคราวที่ใช้งานมาแล้วเป็นระยะเวลาหลายสิบปี ทั้งนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้มีข้อสรุปร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หอการค้าจังหวัด ภาคประชาสังคม และฝ่ายความมั่นคง คือ มีแผนการพัฒนาด้านการค้าชายแดน \\nโดยการก่อสร้างอาคารถาวร ซึ่งขอใช้พื้นที่ จำนวน ๒๔ ไร่ เพื่อเป็นพื้นที่ก่อสร้าง และอยู่ระหว่างการอนุญาตใช้พื้นที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งพื้นที่ที่ขอใช้อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า\\nห้วยสำราญ - ห้วยทับทัน จึงถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ\\n \t๒) การพัฒนาเส้นทางและยกระดับการแข่งขันเพื่อเชื่อมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว จากโอกาสของเส้นทางรถไฟความเร็วสูง ระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีน - สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือเส้นทางระหว่างจังหวัดบึงกาฬ - อำเภอช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งต้องส่งเสริมการพัฒนาให้เกิดโอกาสในการเชื่อมโยงมาจังหวัดสุรินทร์ ให้จังหวัดสุรินทร์เป็นศูนย์กลางการเดินทางต่อไปยังประเทศกัมพูชา \\n \t๓) การพัฒนาการประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงด้านเส้นทางการท่องเที่ยว โดยจัดระบบฐานข้อมูลและสื่อประชาสัมพันธ์ตลอดเส้นทางของทางหลวงแผ่นดิน\\nหมายเลข ๒๔ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ เพื่อให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ\\nของทั้งสองประเทศ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เป็น ๓ ภาษา (ไทย - กัมพูชา - อังกฤษ)\\n \t๔) การเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของทั้ง ๒ ประเทศโดยเฉพาะผู้ประกอบการกลุ่ม SMEs ให้มีความสัมพันธ์ที่ดี มีความร่วมมือ อำนวยความสะดวก ให้ข้อมูลข่าวสาร สิทธิประโยชน์ และสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าการลงทุนให้สูงขึ้น ด้วยกระบวนการหรือระบบที่ถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อทั้ง ๒ ประเทศ\\n \t๕) การพัฒนาตลาดช่องจอม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ โดยจัดระบบตลาดให้สะอาด มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อส่งเสริมให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าไทย\\nและสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์พื้นถิ่นสุรินทร์ รองรับความต้องการซื้อของคนกัมพูชา เช่น สินค้าเกษตรอินทรีย์ \\nเนื้อวัววากิว ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ไก่พื้นเมือง และผ้าไหม เป็นต้น และให้เป็นตลาดแลกเปลี่ยน - ซื้อขายสินค้าทั้งสินค้าไทยและสินค้ากัมพูชา รวมทั้งหาแนวทางในการส่งเสริมให้คนไทยและคนสุรินทร์ ได้รับประโยชน์ จากตลาดให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากตลาดช่องจอมในปัจจุบันมีคนกัมพูชาเป็นผู้ประกอบการเกือบทั้งหมด \\n \t๖) การขยายขอบเขตพื้นที่การเดินทางด้วยบัตรผ่านแดน (Border Pass) ของคนกัมพูชา เช่นเดียวกับที่ประเทศกัมพูชาขยายขอบเขตการเดินทางให้กับคนไทย ทำให้สามารถใช้บัตรผ่านแดน  (Border Pass) เดินทางไปถึงจังหวัดเสียมราฐ เพื่อให้คนกัมพูชาเดินทางไปยังพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงได้ \\nเช่น จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว \\n \t๗) การพัฒนาศักยภาพให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ที่เข้าไปลงทุนหรือทำธุรกิจ\\nที่ประเทศกัมพูชา ให้มีความรู้เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ ด้านการลงทุน ด้านภาษี กฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการประกอบธุรกิจ พร้อมทั้งหาแนวทางในการส่งเสริมให้คนไทย\\nไปลงทุนในประเทศกัมพูชาให้มากขึ้น \\n \t๘) การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวชายแดน ให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ให้เพิ่มขึ้น ด้วยการประชาสัมพันธ์ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและทรัพยากรการท่องเที่ยว\\nของจังหวัดสุรินทร์ และทำการตลาดการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวกัมพูชาให้มากขึ้น รวมทั้งจัดทำโปรแกรมหรือเส้นทางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่าง ๒ ประเทศ \\n \t๙) การส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ข้อมูลด้านการศึกษาให้เยาวชนกัมพูชา เข้ามาศึกษาในระดับต่าง ๆ ที่สูงขึ้นในสถาบันการศึกษาภายในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนความรู้\\nและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเศรษฐกิจของจังหวัด","นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [680,922,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","สถานการณ์บ้านเมือง","นโยบายลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์:ของขวัญปีใหม่หรือยาพิษ","เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิต สินค้าสุรา โดยปรับลดภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๓ กลุ่ม ได้แก่ ๑) สุราแช่พื้นบ้าน ๒) สุราแช่ผลไม้ผสมสุรากลั่น และ ๓) สุราแช่ชนิดไวน์ ทั้งไวน์ผลไม้และไวน์องุ่น นโยบายดังกล่าวคาดหวังให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งมีข้อกังวล\\nว่าการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน\\nรวมทั้งสังคมส่วนรวม โดยมีเพียงพ่อค้าและผู้ประกอบการเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ดังนั้น ขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง ดังนี้ \\n \t๑) รัฐบาลควรกำหนดมาตรการหรือนโยบายในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ\\nที่ไม่ส่งผลกระทบทางด้านลบต่อสุขภาพและชีวิตของประชาชน \\n \t๒) รัฐบาลมีมาตรการที่จะลดผลกระทบด้านลบจากนโยบายปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสินค้าสุราดังกล่าว หรือไม่","นายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [681,921,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การดูแลคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน","ปัจจุบันคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านทั่วประเทศ มีจำนวนประมาณ ๓,๕๐๐ คน \\\\nโดยเป็นคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร ประมาณ ๑,๘๐๐ คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ\\\\nและอาศัยที่สาธารณะในการดำรงชีวิต เช่น อาศัยหลับนอนบนสะพานลอยหรือที่นั่งสาธารณะ เป็นต้น \\\\nจากปัญหาคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องควรต้องดำเนินการเพื่อดูแลคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท Google \\\\nให้การสนับสนุนรถบัสสำหรับบริการคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน เพื่อใช้อาบน้ำ ตัดผม หรือทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ โดยรถบัสจะขับไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่มีคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน หรือในประเทศมาเลเซีย บริษัท ยูนิโคล่ (Uniqlo) มาเลเซีย จะมีการจัดเทศกาลมอบเสื้อผ้าให้กับคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านในประเทศมาเลเซีย \\\\nเนื่องจากเชื่อว่าคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านจะต้องออกไปทำงาน ซึ่งการได้อาบน้ำ ได้ตัดผม หรือได้มีเสื้อผ้า\\\\nเพื่อสวมใส่ จะช่วยให้คนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านสามารถออกไปหางานทำได้ สำหรับประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดให้มีบริการตัดผมฟรีและฝึกอบรมการตัดผมให้กับคนเร่ร่อน\\\\nหรือคนไร้บ้าน เพื่อให้คนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านได้รับการดูแลและสามารถใช้ชีวิตในสังคมดังเช่นมนุษย์คนหนึ่ง นอกจากการบริการด้านกายภาพ สิ่งสำคัญ คือ จะต้องมีบุคลากรที่มีจิตสาธารณะ มีความมุ่งมั่นอยากช่วยเหลือและดูแลคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านอย่างแท้จริง เพื่อที่จะได้รับรู้สถานการณ์ของคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน\\\\nและนำไปสู่การช่วยเหลือเชื่อมโยงไปยังสวัสดิการของรัฐที่มีอยู่ เช่น ช่วยเหลือในการทำบัตรสวัสดิการ\\\\nแห่งรัฐหรือทำบัตรผู้พิการ เป็นต้น หรือสามารถช่วยเหลือให้คนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านได้กลับไปยังภูมิลำเนาเดิมของตนเอง หรือช่วยเหลือเพื่อให้คนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้านได้เข้าไปอยู่ในบ้านพักต่าง ๆ ที่ภาครัฐหรือภาคเอกชนจัดไว้สำหรับคนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน ดังนั้น การจัดให้มีบุคลากรเพื่อเข้าไปช่วยเหลือและดูแลคนเร่ร่อน\\\\nหรือคนไร้บ้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น\\\\nและสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2567,"2024-01-09T00:00:00"],
    [682,920,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหา PM 2.5 จากการเผาอ้อยเข้าโรงงาน","จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำการปลูกอ้อยเป็นจำนวนมาก ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลรณรงค์ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยไม่เผาอ้อยก่อนตัดส่งโรงงาน ซึ่งจัดสรรงบประมาณสนับสนุนแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยปีละประมาณ ๘ พันล้านบาท โดยเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ รัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์ โครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกดปุ่ม Kick off จ่ายเงินสนับสนุน และพบปะทักทายเกษตรกรชาวไร่อ้อยผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเด็นปัญหา คือ ไม่ได้ทำให้ปัญหา PM 2.5 จากการเผาอ้อย\\nเข้าโรงงานมีปริมาณลดลง เนื่องจากบริษัทและโรงงานผู้ผลิตน้ำตาลทรายยังคงรับซื้ออ้อยเผาเข้าโรงงาน\\nโดยไม่รับผิดชอบต่อประชาชน และประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจาก PM 2.5 เป็นอย่างมาก      \\n\t\t\tดังนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องกำกับดูแลโรงงาน และผู้ผลิตน้ำตาลทราย\\nอย่างเคร่งครัด ซึ่งรายงานการผลิตน้ำตาลทรายของโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ พบว่า มียอดเผาอ้อยเข้าโรงงาน ร้อยละ ๒๖ จากเดิม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีการเผาอ้อย\\nร้อยละ ๕๐ และอ้อยสด ร้อยละ ๕๐ จะเห็นว่า มีแนวโน้มจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะผู้รับผิดชอบ\\nหรือสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายละเลยขาดการดูแลเอาใจใส่ จึงทำให้เกิดปัญหาแบบเดิม ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ การพัฒนา ปรับปรุงเครื่องจักร เครื่องมือ รถตัดอ้อย รถไถ \\nเพื่อปรับปรุงดิน และขอให้ตั้งกองทุนหรือสหกรณ์สำหรับเครื่องจักร เครื่องมือเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการซื้อเครื่องจักรนำมาตัดอ้อยโดยไม่ต้องเผา และโรงงานใดที่ยังคงรับซื้ออ้อยเผาเข้าโรงงาน ขอให้ดำเนินการสั่งปิดโรงงานทันที","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [683,919,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","การตรากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ร่วมกับคณะกรรมการโครงการ\\nสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ได้พบว่าชนเผ่ามลาบรี (ตองเหลือง) กลุ่มหนึ่ง ประมาณ ๓๐ ครอบครัว \\nซึ่งแต่เดิมเป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่ตั้งหลักปักฐานในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน ดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าและล่าสัตว์ ตามวิถีชีวิตแบบบรรพชนสมัยโบราณ ไม่รู้จักการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน\\nที่อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โดยนายบุญยืน สุขเสน่ห์ อดีตหมอสอนศาสนา ได้ให้การช่วยเหลือ\\nชนเผ่ามลาบรีกลุ่มนี้จนกระทั่งได้รับสัญชาติไทย รวมทั้งได้รับการศึกษาจากภาครัฐ ได้รับการจัดสรรที่ดิน และประกอบอาชีพอื่น ๆ โดยปัจจุบันชนเผ่ามลาบรีกลุ่มนี้ยังประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตบางประการ อาทิ ขาดแคลนน้ำสะอาด ปัญหาการคมนาคม และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขระดับพื้นฐาน จากกรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมมาสู่วิถีชีวิตแบบสังคมยุคปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่ได้รับสัญชาติไทย ทำให้ขาดโอกาสเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการจากรัฐ \\nทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นคนไทย  \\n\t\t\tที่ผ่านมา ได้มีความพยายามผลักดันให้มีการตรากฎหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีการเสนอร่างกฎหมาย จำนวน ๖ ฉบับ มีชื่อแตกต่างกันไป อาทิ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาตราเป็นกฎหมาย  \\n\t\t\tในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง\\nแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายศักดิ์ดา  แสนมี่ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๘๘๘ คน \\nเป็นผู้เสนอ) และต่อมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันพุธที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีได้ขอรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณา\\nก่อนรับหลักการ โดยที่ประชุมได้อนุมัติให้รอการพิจารณาไว้ก่อน ซึ่งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่สภามีมติ และขอนำร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ฉบับอื่น ๆ อีก ๕ ฉบับ ไปพิจารณาศึกษาพร้อมกัน และจะส่งคืนร่างพระราชบัญญัติกลับมายัง\\nสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพร้อมกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดการพิจารณา โดยให้มีการตรากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการยอมรับ\\nความมีตัวตนของประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ว่าเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของสังคมไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [684,918,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้เข้าใจผิดว่าสามารถใช้รักษาโรค  หรืออาการเจ็บป่วยได้","ในปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีรายได้นับหมื่นล้านบาท จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร\\nสามารถใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อาทิ ปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง อัมพฤกษ์ อัมพาต \\nโดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุและเกษตรกรซึ่งมีจำนวนกว่า ๒๐ ล้านคน การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติ\\nว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ยังไม่สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้อย่างจริงจัง\\n\t\t  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยมีการเตือนว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค ไม่ได้ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ฯลฯ ดังนั้น การโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์\\nเสริมอาหารสามารถใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ จึงเป็นการโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หรือที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า อันเป็นความผิด\\nตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่โทษที่ใช้บังคับในปัจจุบัน มีเพียงโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ผู้กระทำผิดจึงไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้น จึงเห็นควรเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายกรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้เข้าใจผิดว่าสามารถใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยได้ มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [685,917,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา","เนื่องจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว หากก่อสร้างแล้วเสร็จคาดว่าจะลดปริมาณการจราจรบนถนน ได้เป็นอย่างมาก แต่โครงการดังกล่าวกำลังประสบปัญหา ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการ ก่อสร้าง แต่ขณะนี้ติดปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนี้\\n \t\t๙.๑ บริเวณสถานีรถไฟจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ในพื้นที่มรดกโลก จึงยังไม่มีข้อสรุป รฟท. จึงได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงแบบตามคำแนะนำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อไม่ให้บดบังภูมิทัศน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแบบของทั้งสองกระทรวง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวัฒนธรรมเร่งพิจารณาอนุญาต เพื่อป้องกันความล่าช้าของโครงการ\\nโดยภาพรวมเพื่อให้ รฟท. เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป\\n๙.๒ ช่วงสถานีดอนเมือง – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ซึ่งเป็นพื้นที่\\nทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ\\nภาคตะวันออก (คณะกรรมการ EEC) ได้มอบหมายให้รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินดำเนินโครงการก่อสร้าง โดยให้เป็นงบประมาณของ รฟท. แต่ปัจจุบันโครงการรถไฟความเร็วสูง\\nเชื่อมสามสนามบินยังมิได้เริ่มดำเนินการแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการ EEC ได้ทบทวน\\nมติที่ประชุม โดยมอบหมายให้ รฟท. ดำเนินการ จะทำให้โครงการดังกล่าวสำเร็จได้โดยเร็วและเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะหากล่าช้าจะทำให้เกิดอุปสรรคในช่วงงานอื่น ๆ ต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [686,916,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประโยชน์และโทษของผงชูรส","เนื่องจากคนไทยได้ปรุงอาหารโดยใช้ผงชูรสมาโดยตลอด ซึ่งผงชูรสมีส่วนประกอบของเกลือ และกรดกลูตามิก (glutamic acid) อันตรายที่เกิดจากผงชูรส ได้แก่ อาการผิดปกติเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงอาการปากแห้ง ลิ้นชา แขน หลัง ขาและคอมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น \\nแน่นหน้าอก หน้าแดงจนถึงขั้นหมดสติ และอาจเป็นอัมพาตชั่วคราว สำหรับบางรายอาจมีอาการแพ้รุนแรง คือ เจ็บหน้าอกรุนแรง หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจถี่ คอบวม ชาใบหน้า เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้\\n\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t        และเนื่องจาก…\\nและเนื่องจากผงชูรสมีส่วนประกอบของเกลือ จึงทำให้ภูมิต้านทานลดลง หากเด็กรับประทานมากจะเกิด\\nการสะสมในสมอง เมื่อโตขึ้นอาจทำให้มีความบกพร่องทางสติปัญญา และทำลายสมองส่วนที่ควบคุม\\nการเจริญเติบโต ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เพราะอาจเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ สำหรับผู้ใหญ่ที่บริโภคผงชูรสเป็นประจำในปริมาณมากเกินไปจะทำให้มีผลต่อโรคไต โรคความดันสูง \\nและโรคหัวใจ อีกทั้งผงชูรสยังทำลายระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาทตา และอาจเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็ง จะเห็นว่าอันตรายของผงชูรสมีเป็นจำนวนมาก และสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ทั้งนี้ สามารถหลีกเลี่ยงการบริโภคผงชูรสโดยการปรุงอาหารด้วยตนเอง หลีกเลี่ยงน้ำจิ้มปรุงรสต่าง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง\\nที่หมักด้วยผงชูรส แต่ในโทษก็ยังมีประโยชน์อยู่บางประการ คือ เพิ่มความอยากอาหารในผู้สูงอายุ \\nลดปริมาณโซเดียมในอาหาร และช่วยให้กระเพาะอาหารและต่อมน้ำลายทำงานดีขึ้น ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเพื่อให้ประชาชน\\nมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ดังนี้\\n \t\t๘.๑ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบผลเสียจากการบริโภคผงชูรส\\nอย่างต่อเนื่องและในปริมาณมากเกินไป  \\n \t\t๘.๒ ติดตาม กวดขัน ควบคุมร้านอาหารให้มีมาตรฐานในการใส่ผงชูรสไม่ให้เกิน ขีดจำกัดที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย      \\n \t\t๘.๓ ควรมีร่างพระราชบัญญัติอาหารและยา พ.ศ. .... เพื่อกำหนดโทษ ดูแล ติดตาม ควบคุม และจับกุมบริษัทที่ใส่ผงชูรสในการผลิตขนมขบเคี้ยว และอาหารทานเล่นสำหรับเด็ก และกำกับร้านอาหารเพื่อไม่ให้ใส่ผงชูรสมากเกินไป","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ในฐานะกำกับดูแลงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [687,914,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","น้ำต้มใบมะละกอ ","เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) และอดีตอธิบดีกรมอนามัย ได้นำผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ลุกลามไปยังปอดมาร่วมแถลงข่าวว่า ผู้ป่วยได้ดื่มน้ำต้มจากใบมะละกอเพื่อรักษาโรคมะเร็งแล้วหายจากโรคดังกล่าว รวมถึงภรรยาของผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคมะเร็งเต้านมก็รักษาโรคหายเช่นเดียวกัน ตลอดจนมีการสาธิตการต้มใบมะละกอ พร้อมทั้งอ้างว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง จำนวน ๑๑ คน ก็รักษาหายเช่นเดียวกัน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ได้ จากข่าวดังกล่าวได้สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์เกิดความสงสัยและไม่เชื่อ จึงได้ขอให้ผู้ปรึกษาหารือสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว     \\n \t\tจากนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ติดต่อไปยังสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงได้รับทราบว่าเป็นข่าวปลอม แต่รองนายกรัฐมนตรีฯ ตอบโต้ว่าสามารถรักษาได้จริงและไม่ใช่ข่าวปลอม ในขณะที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ออกมาระบุว่า แม้ว่าจะมีวารสารที่อ้างคุณสมบัติ\\nในใบมะละกอว่าสามารถลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง และมีรายงานบางฉบับได้อ้างว่าในใบมะละกอ\\nมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็งเต้านมได้ในหนูทดลอง แต่ก็เป็นเพียง Case Report \\nซึ่งยังไม่มีรายงานผลการวิจัยในลักษณะ Clinical Control Trial ที่เป็นมาตรฐานสากล จึงไม่สามารถนำมายืนยันว่าเป็นการวิจัยทางการแพทย์ได้ ดังนั้น การที่รองนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมอนามัย นำผู้ป่วยโรคมะเร็งมาแถลงข่าวดังกล่าว ถือได้ว่ายังมีข้อมูลที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อ และเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมากสูญเสียโอกาสในการเข้ารับ\\nการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน โรคมะเร็งอาจลุกลาม และเกิดผลเสียต่อการรักษาในอนาคต ดังนั้น \\nจึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องโปรดระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะดังกล่าวข้างต้น และขอสนับสนุนแนวความคิดที่ท่านจะให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข \\nได้ศึกษาวิจัยประโยชน์ทางการแพทย์จากมะละกออย่างจริงจังต่อไป เพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุดิบเป็นจำนวนมากที่พบได้ทั่วไปในประเทศ","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน)\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [688,913,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากทางลอดถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดสุขวราราม และโรงเรียนหนองบัว จังหวัดราชบุรี","จากประชาชนในพื้นที่บริเวณวัดสุขวรารามและโรงเรียนหนองบัว ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถใช้ทางลอดสัญจรไป – มา ระหว่างถนนเพชรเกษมไปยังวัดสุขวรารามและโรงเรียนวัดหนองบัว ตำบลบ่อกระดาน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีได้ เพราะมีน้ำขังอยู่ในทางลอดถนนเพชรเกษมบริเวณหน้าวัดสุขวรารามและโรงเรียนหนองบัว จังหวัดราชบุรี ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกจากทางลอดถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดสุขวรารามและโรงเรียนหนองบัว จังหวัดราชบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรไป – มา ได้โดยสะดวก","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [689,912,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ","เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้มีบทความจัดทำสรุป ๑๐ คดีคอร์รัปชันแห่งปี ๒๕๖๖ ซึ่งพบว่ามีคดีคอร์รัปชันเพียง ๒ คดี ได้แก่ \\n๑) คดีเสาไฟกินรี และโครงการประเภท “คิด ทำ ทิ้ง” ทั่วประเทศ เช่น เครื่องออกกำลังกาย \\nลานออกกำลังกายชุมชน เครื่องกรองน้ำ เครื่องผลิตน้ำประปา เสาไฟโซล่าเซลล์ และโซล่าเซลล์ ฯลฯ \\nและ ๒) กรณีโกงนมโรงเรียน อาหารกลางวันเด็ก ตำราเรียน ส่วนอีก ๘ คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการเรียกรับสินบน ส่วย และการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง \\nโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้สรุปว่า “หากก้าวข้ามคอร์รัปชันไม่ได้ รัฐบาลคิดทำอะไร\\nก็ยากจะสำเร็จ เพราะคนจ้องจะคดโกงมีมาก จนสังคมไม่ไว้วางใจ ไม่ร่วมมือ ดังนั้น เพื่อหยุดวิกฤตนี้ รัฐบาลต้องจริงจัง ต่อสู้เชิงรุกโดยประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ จัดตั้งวอร์รูมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการทำงานร่วมกับภาคประชาชน” ต่อกรณีดังกล่าวข้างต้น เห็นว่าปัญหา\\nการคอร์รัปชันของประเทศเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน คือ การใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งผู้กระทำความผิดส่วนมากเป็นผู้มีอิทธิพล เช่น นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น และบุคคลอื่น ๆ ที่มีอิทธิพล มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดล่าช้า เพราะผู้กระทำความผิดเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น \\nเพื่อยุติวิกฤติของชาติจากการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีโดยขอให้รัฐบาลประกาศให้การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นวาระแห่งชาติและใช้กลไกของ “ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)” ดำเนินการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายล่าช้าในกรณีทุจริตประพฤติมิชอบทุกกรณี พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [690,911,59,"นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการนำที่ดินในพื้นที่ตำบลเขาค้อ ตำบลหนองแม่นา ตำบลสะเดาะพง และตำบลริมสีม่วง ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินตั้งแต่ปี  พ.ศ. ๒๕๒๐ ไปเป็นที่ราชพัสดุ","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ๔ ตำบล ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ ตำบลเขาค้อ ตำบลหนองแม่นา ตำบลสะเดาะพง และตำบลริมสีม่วง จำนวน ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน หรือที่เรียกว่าเขตป่าถาวรหมายเลข ๒๒ รวมกว่า ๗๕,๐๐๐ ไร่ ที่ประสบ\\nความเดือดร้อนจากแนวนโยบายจัดการที่ดินของรัฐบาล ที่ดำเนินการผลักดันที่ดินของประชาชน\\nซึ่งได้สิทธิอยู่อาศัยและทำกินมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา ไปเป็นที่ราชพัสดุทั้งที่ประชาชนบางส่วน\\nมีใบจอง (น.ส.๒) ที่ออกโดยกรมที่ดิน โดยได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย\\nของประชาชนทั้ง ๔ ตำบลดังกล่าว ได้สิทธิมาตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน\\nของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๗ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๘ \\nตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาชาวไร่ และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๙\\nและวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๒๐ จำนวน ๓ โครงการ โดยระบุพื้นที่อนุญาต ได้แก่ ๑) เส้นทาง ๒ ข้างทาง\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     ของถนนทุ่งสมอ...\\nของถนนทุ่งสมอ – เขาค้อ ข้างละ ๑ กิโลเมตร จำนวนพื้นที่ ๑๒,๘๗๕ ไร่ ๒) เส้นทาง ๒ ข้างทาง\\nของถนนสายนางั่ว – หนองแม่ ข้างละ ๑ กิโลเมตร จำนวน ๔๐,๐๐๐ไร่ ๓) เส้นทาง ๒ ข้างทาง \\nของถนนสายเขาค้อ – สะเดาะพง ข้างละ ๑ กิโลเมตร จำนวน ๑๗,๕๐๐ ไร่ โดยกรมที่ดินได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ซึ่งระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๗ มีประชาชนได้รับ น.ส.๒ จำนวน ๕๘๕ แปลง จากที่ดินจำนวน ๒,๙๑๑ แปลง โดยส่วนมากยังขาดขั้นตอนการออกใบ น.ส.๒ แต่ประชาชนได้เข้าอยู่อาศัย\\nและทำกินในพื้นที่มาตลอด ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่แบ่งแยกที่ดินที่ประชาชนเข้าอยู่อาศัยและทำกินแล้วออกมา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสืออนุญาตให้จังหวัดเพชรบูรณ์นำพื้นที่ดังกล่าวไปขอจัดที่ดินแปลงใหญ่ตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ก็ตาม  \\n \t\t\tต่อมาช่วงหลังปี พ.ศ. ๒๕๒๘ กองทัพภาคที่ ๓ ได้เข้ามาบริหารจัดการที่ดิน โดยอ้างว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ กรมป่าไม้ ได้อนุญาตให้กองทัพภาคที่ ๓ เข้าใช้พื้นที่ และให้ประชาชนเข้ามา\\nอยู่อาศัยและทำกินชั่วคราว และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีการสอบถามไปยังอธิบดีกรมป่าไม้ ได้รับการยืนยันว่ากรมป่าไม้ ไม่เคยอนุญาตให้ทหารเข้าไปใช้พื้นที่แต่อย่างใด โดยข้อเท็จจริงตรงกับที่ได้รับทราบจากประชาชนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสืออนุญาตให้จังหวัดเพชรบูรณ์\\nนำพื้นที่ดังกล่าวไปขอจัดที่ดินแปลงใหญ่ตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ ซึ่งในปี ๒๕๖๒ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แจ้งความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่ดินผืนใหญ่ส่วนนี้ว่า เนื่องจากหน่วยงานทหารในพื้นที่มีความเห็นว่า ไม่สมควรออกใบจองหรือ น.ส.๒ ให้แก่ประชาชน ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ ตามข้อสรุปของกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไข\\nการประกาศเขตป่าสงวนฯ ที่ประกาศทับซ้อนกับโครงการจัดที่ดินแปลงใหญ่ให้ถูกต้อง โดยราษฎรจะไม่เสียสิทธิ และกำหนดให้แล้วเสร็จใน ๕ ปี กล่าวคือภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ โดยกรมที่ดินจะต้องออก\\nใบแสดงกรรมสิทธิ์ให้แก่ราษฎร ทั้งนี้ปัจจุบันประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น แต่อย่างใด พร้อมกันนี้ ผู้แทนประชาชนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “นอกจากจะไม่มีการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ยังมีการทำประชาพิจารณ์ที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอน\\nของกฎหมายด้วย โดยมีการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวว่า หากเป็นที่ราชพัสดุชาวบ้านจะสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้ต่อไป โดยเสียค่าเช่าเพียงเล็กน้อยให้กับกรมธนารักษ์ ในขณะที่ที่ดินบริเวณนั้นเป็นสิทธิ\\nของชาวบ้านแต่ภาครัฐไม่ออกเอกสารสิทธิให้ตามกระบวนการ กลับกลายเป็นชาวบ้านต้องมาเช่าที่ดิน\\nของตัวเองเพื่อทำกินและอยู่อาศัย อีกทั้งขณะนี้มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าด้วย” ในการนี้ เห็นว่าสาเหตุของปัญหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใช้หลักฐานและข้อเท็จจริง\\nที่ผิดและบิดเบือน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินการตรวจสอบว่า\\nมีการละเลยการออกโฉนดที่ดิน ให้แก่ประชาชนตามมติคณะรัฐมนตรี หรือไม่ รวมทั้งมีการดำเนินการ\\nเพื่อนำที่ดินของประชาชนไปเป็นที่ราชพัสดุ หรือไม่","นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [691,910,213,"พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย","สถานการณ์บ้านเมือง","การเร่งรัดและปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี","การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ ได้รับทราบข้อมูลการแก้ไขปัญหาน้ำ ดังนี้         \\n\t\t\t๓.๑ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ \\nเพื่อลดความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยในเขตอำเภอเมือง และอำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะเวลา ๖ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๖ ใช้งบประมาณก่อสร้าง จำนวน ๙,๕๘๐ ล้านบาท โดยว่าจ้างบริษัทเอกชน จำนวน ๕ บริษัท และกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเองบางส่วน ความก้าวหน้าของโครงการ\\nเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีความคืบหน้า ร้อยละ ๓๐.๘๓๖ ถือว่ามีความล่าช้ามาก ปัจจุบันมีการขอขยายระยะเวลาดำเนินโครงการเป็น ๑๐ ปี (๒๕๖๑ – ๒๕๗๐) ซึ่งปัญหาความล่าช้าสำคัญ \\n๒ ประการ ได้แก่ ๑) การทิ้งงานของผู้รับจ้าง จำนวน ๑ ราย ๒) การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส\\nโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) ทั้งนี้ หากไม่มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่มีการบริหารจัดการที่ดีจะทำให้โครงการก่อสร้างเกิดความล่าช้าออกไปอีก จึงขอให้รัฐบาลควบคุม และเร่งรัดการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว                  \\n\t\t\t๓.๒ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโครงการขุดคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอพุนพิน \\nและอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะเวลา ๘ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๙ และขยายระยะเวลาอีก ๕ ปี จนถึงปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ งบประมาณดำเนินโครงการ ๓,๓๓๐ ล้านบาท ซึ่งตามแผนงานจะมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ\\n๑ แห่ง คลองส่งน้ำ ๒ สาย ประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ MC1 ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร\\nดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคลองส่งน้ำสายใหญ่ MC2 ระยะทาง ๗๓ กิโลเมตร ก่อสร้างได้เพียง ๙ กิโลเมตร โดยสถานีสูบน้ำไม่สามารถสูบน้ำได้ เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งน้ำในคลองพุมดวง\\nมีระดับต่ำกว่าหัวสูบน้ำ นอกจากนี้ พบปัญหาการดำเนินโครงการได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน\\nในพื้นที่ ได้แก่ ปัญหาการเดินทางข้ามคลองไปยังอีกฝั่งด้วยความยากลำบาก และปัญหาอุทกภัย\\nในช่วงฤดูฝนทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดความคุ้มค่า จึงขอให้ขุดลอกคลองส่งน้ำสายใหญ่ MC2 ให้แล้วเสร็จ รวมทั้งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ                \\n\t\t๓.๓ ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวตามแนวคลองแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สืบเนื่องจากประชาชนได้แจ้งปัญหา\\nความเดือดร้อนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการเดินทางประชุมสัญจรเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ซึ่งคลองแสงเป็นคลองที่รับน้ำจากเขื่อนรัชชประภา มีระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร คลองแสงมีลักษณะเป็นคลองต้นน้ำตลิ่งสูงชันไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ หากเขื่อนรัชชประภาไม่ปล่อยน้ำ หรือช่วงฤดูฝน\\nคลองแสงจะไม่มีน้ำ ประชาชนจึงขอให้สร้างอาคารทดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหา จำนวน ๒ จุด ดังนี้ จุดที่ ๑ ห่างจากเขื่อนรัชชประภา ระยะทาง ๖ กิโลเมตร จุดที่ ๒ ห่างจากจุดที่ ๑ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร \\nโดยดำเนินการออกแบบให้สามารถทนทานต่อการรับน้ำที่ถูกปล่อยจากเขื่อนรัชชประภา ซึ่งมีปริมาตร ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีได้ จากกรณีดังกล่าว จึงขอให้กรมชลประทานพิจารณาสร้างอาคารทดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [692,909,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","การดูแลผู้สูงอายุ","ประเทศไทยมีประชากร จำนวน ๖๖ ล้านคน โดยเป็นผู้สูงอายุ จำนวน ๑๒ ล้านคน แบ่งเป็นช่วงอายุ ๖๐ – ๖๙ ปี จำนวน ๗,๑๒๐,๒๗๑ คน ช่วงอายุ ๗๐ – ๗๙ ปี จำนวน ๓,๗๔๓,๔๖๖ คน และช่วงอายุ ๘๐ ปีขึ้นไป จำนวน ๑,๘๓๔,๖๒๕ คน ซึ่งจากการสำรวจผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางแบ่งออกเป็น ๖ กลุ่ม ดังนี้ ๑) ผู้สูงอายุที่อยู่ในสภาวะพึ่งพิง คือ พิการ ทุพพลภาพ สมองเสื่อม ๒) ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ๓) ผู้สูงอายุไร้บ้าน ๔) ผู้สูงอายุไร้สิทธิ หรือมีปัญหาสถานะบุคคล ๕) ผู้สูงอายุ และผู้ใกล้สูงอายุที่ย้ายถิ่นย้อนกลับ และ ๖) ผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ ขณะนี้การดูแลผู้สูงอายุแบ่งเป็น ๓ ระบบ \\nคือ ระบบที่ ๑ การจัดการดูแลผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพาตนเองตามสภาพบริบทชุมชน โดยการส่งเสริม\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t          ให้ผู้สูงอายุ…\\nให้ผู้สูงอายุออกกำลังกาย และส่งเสริมการทานอาหารให้ถูกต้อง ระบบที่ ๒ ท้องถิ่นดูแลผู้สูงอายุ \\nมีการตั้งชมรมผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนการตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ และชมรมต่าง ๆ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ระบบที่ ๓ ชุมชนวิสาหกิจดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุได้มีการรวมกลุ่มประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกลุ่มที่มีภารกิจ\\nในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน โดยรัฐจ่ายค่าตอบแทนให้ในอัตราเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อคน ซึ่งที่ผ่านมาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถดูแลผู้สูงอายุ\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้รัฐบาลพิจารณา\\nเพิ่มจำนวนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้มากขึ้น และเพิ่มค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อคน เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึง","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [693,908,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การบริการด้านทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย","สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้มีบริการคอลเช็นเตอร์ (Call Center) เพื่อให้บริการประชาชนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยมีการปรับปรุงเมื่อปี \\nพ.ศ. ๒๕๔๗ และได้มีการจัดตั้งศูนย์ตอบปัญหางานทะเบียนและบัตร ซึ่งได้มีการตอบปัญหาผ่านทางเว็บไซต์ ตอบผ่านอีเมล รวมทั้งมีการบันทึกคำถามคำตอบของปัญหาที่เป็นตัวอย่าง แต่คำถามหรือปัญหาที่ประชาชนพบบ่อยยังไม่มีการรวบรวม มีเพียงการเก็บข้อมูลไว้เป็นสถิติเท่านั้น โดยได้ตอบคำถามไปยังบุคคลเจ้าของคำถามโดยตรง ดังนั้น จึงควรมีการรวบรวมคำถามที่พบบ่อยว่ามีแนวทางและขั้นตอนในการแก้ไขอย่างไร รวมทั้งดำเนินการให้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูล\\nจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทางระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องให้ประชาชนเดินทางไกลเพื่อมาสอบถามหรือมาขอรับบริการอีกครั้ง นอกจากนี้ กรณีที่กระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้บริการ\\nคัดสำเนาเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งพบปัญหาประชาชนต้องเดินทางไปเพื่อทำการรับรองนิติกรณ์เอกสาร ณ กรมการกงสุล หรือสถานกงสุล ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยลดขั้นตอนการให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร เพื่อประชาชนสามารถใช้บริการกับส่วนราชการตั้งแต่ระดับตำบลหรือในอำเภอได้โดยสะดวก\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [694,907,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","วงงานรัฐสภา","ขอให้พิจารณาขึ้นเงินเดือนและปรับฐานเงินเดือนให้แก่ข้าราชการรัฐสภาสามัญ","ข้าราชการรัฐสภาสามัญไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนและปรับฐานเงินเดือนให้มีความเหมาะสมกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันมาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) พิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนและปรับฐานเงินเดือนของข้าราชการรัฐสภาสามัญให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการรัฐสภาสามัญ และสอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [695,906,195,"นายสมชาย แสวงการ","กฎหมาย","การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ เรื่อง การอำนวยความยุติธรรม กรณีการพักรักษาตัวนอกทัณฑสถาน เกินกว่า ๑๒๐ วัน","การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ เรื่อง การอำนวยความยุติธรรม กรณีการพักรักษาตัวนอกทัณฑสถาน เกินกว่า ๑๒๐ วัน\\\\n\t๑. เรื่อง การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่\\\\nสมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาญัตติขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภา ได้มีข้อสังเกตต่อกรณีคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ได้แถลงสรุปแนวทางจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ สรุปสาระสำคัญได้ว่าจะมีการทำประชามติ จำนวนทั้งสิ้น ๓ ครั้ง ดังนี้\\\\n\t(๑) คณะกรรมาธิการสามัญฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและให้ข้อมูลครบถ้วน\\\\nโดยรายงานต่อวุฒิสภาแล้ว สรุปได้ว่าการทำประชามติ ต้องใช้งบประมาณครั้งละ ๓,๕๐๐ ล้านบาท \\\\nหากต้องทำประชามติถึง ๓ ครั้ง ต้องใช้งบประมาณมากถึง ๑๐,๕๐๐ ล้านบาท ใช้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ จำนวนทั้งสิ้น ๔๗๕,๐๐๐ คน โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย หน่วยละ ๕ คน ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ จำนวน ๙๕,๐๐๐ หน่วย ต้องใช้งบประมาณเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวนประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของ สสร. รวมถึงผู้ติดตาม ประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากถึง ๑๕,๗๐๐ ล้านบาท\\\\n \t(๒) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะจัดทำขึ้นโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ นั้น รายงานของคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาญัตติขอให้สภามีมติ\\\\nส่งเรื่องที่มีเหตุสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภา ได้รายงาน\\\\nผลการพิจารณาว่าบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๙ มาตรา \\\\nโดยบัญญัติไว้ในหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ รวมกันเพียง ๑๑ มาตรา นอกนั้นจำนวน ๒๘ มาตรา ได้รับการบัญญัติไว้ในหมวดอื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ \\\\n\tดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าการทำประชามติเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยกระบวนการของรัฐสภา จะมีความคุ้มค่าหรือไม่ \\\\n\t๒. เรื่อง การอำนวยความยุติธรรม กรณีการพักรักษาตัวนอกทัณฑสถานเกินกว่า ๑๒๐ วัน\\\\n\tเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ\\\\nและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เชิญเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ให้ข้อมูล กรณีอนุญาตให้นักโทษเด็ดขาด\\\\nพักอยู่ภายนอกเรือนจำเกินกว่า ๑๒๐ วัน โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ \\\\nเข้าร่วมประชุมด้วย ได้รับการยืนยันว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้มีการเสนอความเห็น\\\\nตามที่มีการแถลงข่าวจากกระทรวงยุติธรรมแต่อย่างใด โดยมีข้อสังเกตดังนี้ \\\\n\t\t(๑) คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา\\\\nได้เคยมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ว่าเพื่อลดความแออัดของเรือนจำ ควรแยกพิจารณาเป็น ๒ ประเด็น คือ \\\\n\t\t     (๑.๑) ผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุด จำนวนประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ควรแยกขัง และ \\\\n\t\t     (๑.๒) ผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย และเหลือระยะเวลาจำคุกไม่มาก ควรได้รับการลดโทษ พักโทษ หรือปล่อยตัวอย่างมีเงื่อนไข หรือคุมขังในสถานที่อื่นที่เหมาะสม\\\\n\t\t(๒) ข้อกังวลในเรื่องปัญหาข้อกฎหมาย คือ กฎกระทรวงกำหนดสถานที่อื่นที่ใช้ในการขัง จำคุก หรือควบคุมผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้ซึ่งต้องจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด พ.ศ. ๒๕๕๒ และกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๙/๑ และมาตรา ๘๙/๒ น่าจะมีความขัดแย้งกับกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ออกตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งได้ประกาศเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ รวมทั้งขัดต่อประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาด\\\\nเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๓ ส่งผลต่อการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม และอาจนำมาซึ่งความเสื่อมของกระบวนการยุติธรรม\\\\n\t\t(๓) ควรตรวจสอบขั้นตอนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการส่งตัวนักโทษเด็ดขาดไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ นานเกินกว่า ๑๒๐ วัน ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย\\\\nและอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องหรือไม่ \\\\n\t\t(๔) มีความเห็นด้วยกับการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต\\\\nแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ที่มีหนังสือเป็นทางการไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง และเอกสารหลักฐาน เกี่ยวกับกรณีการส่งตัวนักโทษเด็ดขาดไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ \\\\n\t\t(๕) หากตรวจสอบแล้วพบว่ามาตรการบังคับโทษทางอาญาที่ออกโดยกรมราชทัณฑ์\\\\nไม่มีประสิทธิภาพ ขอเสนอให้พิจารณาตัดลดงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ หรือแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญ\\\\nศาลยุติธรรม เพื่อให้มีการจัดตั้งศาลแผนกบังคับโทษขึ้นเป็นการเฉพาะ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [696,905,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้พิจารณาทบทวนโครงการเขื่อนแม่วงก์ และขอให้ขยายถนนเข้าอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์","จากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนล่าง) เดินทางลงพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n\t๑. ขอให้พิจารณาทบทวนโครงการเขื่อนแม่วงก์\\n\tประชาชนในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก\\nเป็นประจำทุกปี ซึ่งหากได้มีการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ โดยที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ อนุมัติโครงการเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้าง\\nในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน กั้นแม่น้ำแม่วงก์บริเวณเขาชนกัน หรือเขาสบกก ในเขตอุทยานแห่งชาติ แม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ ๑๓,๐๐๐ ไร่ หากดำเนินการ\\nก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร พร้อมทั้งลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้ \\nแต่อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ได้มีการยกเลิกการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เป็นเหตุให้หลายพื้นที่\\nในจังหวัดนครสวรรค์ยังคงประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนโครงการเขื่อนแม่วงก์\\n\t๒. ขอให้ขยายถนนเข้าอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์\\n            ในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ มีประชาชนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก การจราจรในพื้นที่มีความหนาแน่น โดยถนนเข้าอำเภอลาดยาว เริ่มต้นจากบ้านหนองเบนไปยังอำเภอลาดยาว ระยะทาง ๒๗ กิโลเมตร สภาพถนนมีเพียง ๒ ช่องจราจร รถยนต์วิ่งสวนกันยากลำบาก เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [697,904,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ปัญหาการพัฒนาด่านห้วยโก๋น จังหวัดน่าน","วันที่ ๒๗ – ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือได้ร่วมกับ\\nคณะอนุกรรมาธิการยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ในคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด\\nการปฏิรูปประเทศ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ด่านบ้านห้วยโก๋น ซึ่งเป็นจุดผ่านแดน\\nระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยโก๋น อำเภอ\\nเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดน่าน ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ ระยะทางประมาณ ๑๓๖ กิโลเมตร เปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ โดยตั้งอยู่ตรงข้าม\\nกับด่านสากลน้ำเงิน เมืองเงิน แขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว\\n\tเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐ จังหวัดน่านได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยภูคา และป่าผาแดง เพื่อพัฒนาด่านการค้าชายแดนห้วยโก๋น – น้ำเงิน สำหรับรองรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียน พื้นที่ ๓๕๐ ไร่ แบ่งออกเป็น ๒ แปลง ดังนี้\\n\tแปลงที่ ๑ พื้นที่ ๑๖๐ ไร่ สำหรับจัดสรรเป็นศูนย์ราชการของหน่วยงานต่าง ๆ ของจังหวัดน่าน โดยในปี ๒๕๖๔ จังหวัดน่านได้ใช้งบประมาณดำเนินการศึกษาและออกแบบ ประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท \\nซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว\\n\tแปลงที่ ๒ พื้นที่ ๑๙๐ ไร่ สำหรับจัดสรรเป็นที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโก๋น (อบต.ห้วยโก๋น) ระบบสาธารณูปโภค ตลาด และสถานีขนส่ง โดยกรมโยธาธิการได้ดำเนินการออกแบบ\\nให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโก๋นเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำคำของบประมาณของหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้อง \\n\tในการนี้ ขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n\t(๑) กรมทางหลวงได้รับจัดสรรงบประมาณ ๗๔๙ ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างเส้นทางจากอำเภอทุ่งช้าง มายังด่านห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร แต่ไม่มีงบประมาณสำหรับเวนคืนที่ดินราษฎรในพื้นที่ ๕๓ ครัวเรือน และสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล\\nห้วยโก๋น ซึ่งมีที่ตั้งขวางเส้นทางการก่อสร้าง เป็นเหตุให้ราษฎรในพื้นที่ ๕๓ ครัวเรือน และสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโก๋น ไม่สามารถย้ายไปอยู่ในที่ดินแปลงที่ ๒ พื้นที่ ๑๙๐ ไร่ ที่กรมป่าไม้อนุมัติ\\nให้ใช้พื้นที่ได้ ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งรัดตั้งงบประมาณสำหรับเวนคืนที่ดิน\\nกรณีดังกล่าวข้างต้นโดยเร็ว \\n\t(๒) จังหวัดน่านได้จัดสรรงบประมาณให้กรมศุลกากร ๑๓๕ ล้านบาท เพื่อดำเนินการศึกษาและออกแบบอาคารผู้โดยสาร อาคารตรวจสินค้า ดังนั้น ขอให้กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\n\t(๓) อาคารซุ้มประตู งบประมาณ ๕๙ ล้านบาท และอาคารช่องประตูภูมิทัศน์ งบประมาณ ๗๘ ล้านบาท ได้รับการออกแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาเนื่องจากอยู่นอกเหนือภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงและกรมศุลกากร จังหวัดน่านได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความเห็นว่าการดำเนินการในส่วนนี้ ควรใช้งบประมาณที่ตั้งโดยกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ขอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาเร่งรัดจัดทำงบประมาณเพื่อดำเนินการต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [698,903,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","คุณภาพผู้อำนวยโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)","โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ผู้ปกครองมีความมั่นใจและไว้ใจ ดังนั้น ครู และ\\nผู้อำนวยการโรงเรียน จึงเป็นบุคคลที่คนในชุมชนให้ความเคารพ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการควรพัฒนา\\nความรู้และเสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้อำนวยการโรงเรียนให้มีความสามารถในการบริหารจัดการ \\nและมีความเป็นผู้นำชุมชนอย่างแท้จริง ด้วยหลักสูตรที่เข้มข้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการกวดขัน ตรวจสอบ ป้องกันมิให้ผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากสถานศึกษาในเวลาราชการ โดยให้ปฏิบัติภารกิจประจำ\\nอยู่ที่โรงเรียน หากเกิดปัญหาขึ้นภายในโรงเรียน จะได้สามารถแก้ไขได้ทันต่อสถานการณ์ และเพื่อป้องกันการถูกมองว่าเป็นบุคคลด้อยคุณภาพโดยใช้เวลาราชการไปทำงานส่วนตัว จนทำให้เสียภาพลักษณ์ที่ดี\\nและชุมชนอาจไม่ยอมรับ\t","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [699,902,130,"นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง","นโยบายของรัฐบาล","ขอการสนับสนุนโครงการถนนยกระดับเชื่อมระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี – อำเภอ วารินชำราบ ระยะทาง ๔.๘ กิโลเมตร","จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดอุบลราชธานี (กรอ.จังหวัดอุบลราชธานี) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ \\nได้รับการรายงานจากสถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยทุกภาคส่วนเชื่อมั่นว่าสถานการณ์อุทกภัยจะเกิดขึ้นอีก อันเนื่องมาจากภูมิประเทศของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่รับน้ำ\\nจากพื้นที่ต่าง ๆ โดยครั้งล่าสุด ปี ๒๕๖๕ เป็นปรากฏการณ์น้ำท่วมถนนวงแหวนรอบเมืองทุกเส้นทาง \\nรวมมูลค่าความเสียหายกว่า ๕,๘๐๐ ล้านบาท ที่ประชุม กรอ.จังหวัดอุบลราชธานี จึงมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง คณะทำงานเพื่อจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย\\nตามคำสั่งจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ๔๓๓๑๒/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และการขอรับ\\nการสนับสนุนงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น\\nในอนาคต โดยใช้กรณีศึกษาปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ในปี ๒๕๖๕\\n \tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างสะพานยกระดับ ซึ่งเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐาน\\nด้านการคมนาคมในสถานการณ์เกิดอุทกภัยให้สามารถเดินทางสัญจรระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี \\n– อำเภอวารินชำราบ รวมถึงการเดินทางไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นการเส้นทางสำหรับเดินทางช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและผู้ป่วย ตลอดจนเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด\\nในสถานการณ์ปกติ อีกทั้งเป็นการตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ทันสมัย และปลอดภัย \\nบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [700,901,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","วิกฤติการศึกษาไทย","นักธุรกิจชาวต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยมีความเห็นว่าระบบการศึกษาของประเทศไทยไม่สามารถผลิตคนที่มีคุณภาพไปสู่ตลาดแรงงานได้ สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยอยู่ในภาวะตกต่ำ นอกจากนี้ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O-NET) และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสูง (Advanced National Educational Test : A-NET) ที่แสดงให้เห็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทยยังมีผลคะแนนที่ตกต่ำลง อีกทั้ง ผลการประเมินนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Program for International Student Assessment : PISA) ปี ๒๕๖๖ ของนักเรียนไทยตกต่ำที่สุดในรอบ ๒๐ ปี ทั้งระดับการรู้เรื่องทักษะการอ่าน การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ รวมทั้งคะแนนเฉลี่ยของเด็กไทยต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ (อันดับหนึ่งของโลก) ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อศึกษาทบทวนพบว่าเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้\\n \t(๑) หลักสูตรการศึกษามีความล้าสมัย เป็นการสอนโดยใช้การท่องจำ ให้ความรู้ มิได้สอน\\nให้ฉลาดรู้\\n \t(๒) ไม่สามารถผลิตหรือพัฒนาครูให้สามารถถ่ายทอดความรู้ให้มีประสิทธิภาพต่อเด็กได้ \\nอีกทั้งยังให้ครูปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกจากการสอนนักเรียน\\n \t(๓) โครงสร้างของหน่วยงานด้านการศึกษาไม่มีความเป็นเอกภาพ\\n\t(๔) ใช้งบประมาณทางการศึกษาจำนวนมาก แต่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่คุ้มค่า\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำเนินการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [701,900,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","กฎหมาย","การช่วยเหลือแรงงานไทยจากเหตุการณ์สงครามในประเทศอิสราเอล","ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์สงครามในประเทศอิสราเอลและมีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลสูญหายและถูกจับเป็นตัวประกันซึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว ๑๔ คน ยังเหลืออีก ๓๑ คน \\nที่ยังคงถูกจับเป็นตัวประกัน ซึ่งรัฐบาลยังคงมีการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันอย่างต่อเนื่องนั้น \\nแต่อย่างไรก็ดี ภาครัฐไม่มีการสื่อสารให้ญาติของแรงงานที่สูญหาย หรือญาติของผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน\\nได้รับทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อตามหาผู้สูญหายหรือการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันดังกล่าว ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่ครอบครัวของผู้สูญหายและผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน ประการต่อมา\\nแม้ว่าสถานการณ์สงครามในประเทศอิสราเอลจะสงบลงบ้างแล้ว แต่พบว่าเกิดปัญหากับแรงงานไทย ได้แก่ \\n \t (๑) แรงงานไทยที่ประสงค์จะย้ายสถานที่ทำงานจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง จะถูกเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นเงินจำนวนมาก \\n \t (๒) การประกาศรับสมัครแรงงานใหม่ที่ยังไม่ผ่านการอบรมเพื่อเดินทางไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอล พบว่า มีการเรียกเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงถึงรายละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท\\n \t (๓) แรงงานไทยที่ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐตามที่ได้แจ้งไว้ เช่น \\n \t\t  (๓.๑) กรณีการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่แรงงาน โดยธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธ\\nการให้กู้เงิน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์อ้างว่าแม้ว่าภาครัฐแจ้งว่าจะจัดหางานให้แก่แรงงานที่เดินทางกลับมาประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีการจัดหางานให้แก่แรงงานแต่อย่างใด รวมทั้งธนาคารไม่มีความมั่นใจว่าแรงงานที่มาขอกู้เงินจะได้เดินทางกลับไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอลอีกครั้ง \\n                 (๓.๒) กรณีที่แรงงานไปติดต่อประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัด แต่ไม่ได้รับการบริการหรือการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้น ๆ เท่าที่ควร \\n \t\tดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงแรงงาน ขอให้กำกับเจ้าหน้าที่ให้\\nอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานให้แก่แรงงานไทยและครอบครัวที่ไปติดต่อประสานงาน \\nทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่แรงงานไทยดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [702,899,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การโฆษณาขายเครื่องสำอางปลอมและอาหารเสริมปลอมที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐผ่านทางระบบออนไลน์","ปัจจุบันมีการจับกุมอาหารเสริมปลอม และยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งไซบูทรามีนเป็นสารยับยั้งการหลั่งของสารเคมีภายในร่างกาย ทำให้ไม่อยากอาหาร\\nและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบประสาท ระบบหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้อาจเสียชีวิตได้ แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศยกเลิกให้ใช้สารไซบูทรามีนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยได้มีการ\\nเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน และได้ประกาศ ฯ กำหนดให้ไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท\\nพ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งผู้ใดผลิตนำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ \\n๕ – ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่  ๕๐๐,๐๐๐ – ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ใดขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๔ – ๒๐ ปี \\nและปรับตั้งแต่ ๔๐๐,๐๐๐ – ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ใดครอบครองจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ - ๕ ปี หรือปรับ\\nตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว \\nถือว่าเป็นความผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ \\nแต่อย่างไรก็ดี แม้ปัจจุบันพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ จะถูกยกเลิก\\nโดยพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่ตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติ\\nให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ บัญญัติว่า เมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดอ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ\\nป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ \\nพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ \\nหรือพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นอ้างถึงบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน \\nซึ่งปัจจุบันพบว่ายังคงมีการลักลอบนำเข้าไซบูทรามีนโดยไม่ผ่านศุลกากร และใส่ไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากนั้นบรรจุผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและนำออกจำหน่าย แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องละเลย\\nไม่ตรวจสอบ มีการขายอาหารเสริมปลอม หรือยาลดความอ้วนปลอมผ่านโทรทัศน์และทางระบบออนไลน์ต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เช่น เฟซบุ๊ก สร้างรายได้ให้แก่ผู้ขายเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการจับกุมและดำเนินคดีหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ที่ผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมและยาลดความอ้วนปลอม บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตของคนไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [703,898,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุ ","การฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะภูมิคุ้มกันต่าง ๆ เริ่มลดลง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป่วยเป็นโรคต่าง ๆ มากขึ้น การฉีดวัคซีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ปกป้องผู้ป่วยจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่สามารถทวีความรุนแรงขึ้นได้ ลดโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคติดเชื้อรุนแรง ลดอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อ ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญเสียจากการเกิดโรค ซึ่งโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนส่วนใหญ่ เป็นโรคที่เป็นแล้วจะมีความรุนแรงและรักษายาก เช่น โรคบาดทะยักในผู้สูงอายุ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวมในผู้สูงอายุ เป็นต้น วัคซีนที่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรได้รับ คือ วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ วัคซีนป้องกันโรคไอกรน วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี \\n\tวัคซีนที่จำเป็นสำหรับประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุ มีดังนี้ \\n \t(๑) วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ๔ สายพันธุ์ กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ ๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\t\\n \t(๒) วัคซีนนิวโมคอคคัส กลุ่มอายุที่ควรฉีด คือ ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๓) วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ โรคไอกรน โรคบาดทะยัก กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ \\n๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๔) วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด กลุ่มอายุที่ควรฉีด คือ ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๕) วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ ๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๖) วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ ๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n\tในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน การฉีดวัคซีนสามารถป้องกันมิให้เกิดโรค หรือสามารถป้องกันไม่ให้มีอาการรุนแรงหรือป้องกันการเสียชีวิตของประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้\\n\t(๑) ประชาสัมพันธ์ให้ประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้รับทราบถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างจริงจัง ให้ทราบและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน \\n\t(๒) หน่วยงานราชการจัดให้มีการส่งเสริมบุคลากร ประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้รับ\\nการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามช่วงอายุที่จำเป็น \\n\t(๓) ดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย\\n\tดังนั้น ขอให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วน จะทำให้ประเทศไทยมีประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย หรือไม่เจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [704,897,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนจากการที่สนามบินจังหวัดแพร่ ไม่มีสายการบินพาณิชย์ เปิดให้บริการ","สนามบินจังหวัดแพร่ เป็นสนามบินเก่าเพราะก่อสร้างมานาน มีความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) เพียง ๑,๕๐๐ เมตร รองรับเครื่องบินขนาดเล็ก ทำให้มีค่าโดยสาราคาแพง จึงมีสายการบินพาณิชย์เปิดให้บริการเที่ยวบินเป็นครั้งคราว ที่ผ่านมาจังหวัดแพร่ แม้จะเป็นเมืองรอง แต่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวได้จำนวนมากมีรายได้จากการท่องเที่ยวจากพันล้านบาทเศษเพิ่มขึ้นเป็นสามพันล้านบาท เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่กำลังเป็นไปได้ด้วยดี แต่ปรากฏว่าสายการบินพาณิชย์ได้หยุดให้บริการเที่ยวบินตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๖ โดยไม่มีกำหนดการเปิดให้บริการ โดยให้เหตุผลว่า การเปิดให้บริการเที่ยวบินนั้นไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัย คือ การขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) จาก ๑,๕๐๐ เมตร มีการเริ่มต้นสำรวจและรับฟังความคิดเห็น การศึกษาความเป็นไปได้ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งผ่านเป็นที่เรียบร้อย และได้ให้ขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) \\nเป็น ๑,๘๐๐ เมตร เพื่อให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่สามารถติดตั้งเซ็นเซอร์และเรดาร์ได้ ต่อจากนั้นส่วนกลางมีนโยบายให้ขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) เป็น ๒,๑๐๐ เมตร จึงทำให้ผลสำรวจความเห็น ผลการศึกษาความเป็นไปได้ และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้ดำเนินการไว้สิ้นอายุลงไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้ต้องขยายระยะเวลาออกไป รวมทั้งปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน ซึ่งขณะนี้ประชาชน\\nจังหวัดแพร่มีความยินดีให้ความร่วมมือ ขอเพียงให้เร่งดำเนินการขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) \\nของสนามบินจังหวัดแพร่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนจังหวัดแพร่เสียโอกาสด้านการท่องเที่ยว\\nที่กำลังสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ\\nที่สวยงาม วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ ผ้า สุราชุมชน ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) ของสนามบินจังหวัดแพร่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเร่งรัดเจรจากับสายการบินพาณิชย์ให้สามารถเปิดบริการเที่ยวบิน\\nอย่างต่อเนื่องโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [705,896,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","กฎหมาย","ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณสามแยกเมืองพระทางเข้าที่ว่าการอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟจราจร","ถนนบริเวณสามแยกเมืองพระทางเข้าที่ว่าการอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด \\nเป็นสามแยกที่ประชาชนใช้เป็นเส้นทางคมนาคมจำนวนมาก และบริเวณสามแยกดังกล่าวไม่มีสัญญาณ\\nไฟจราจร เมื่อไม่มีสัญญาณไฟจราจรจึงได้มีการนำถังน้ำมันขนาด ๒๐๐ ลิตร มาวางเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร เพื่อทำเป็นแนวถนนจนถึงบริเวณสามแยกจะเรียงเป็นวงกลมพร้อมทั้งทาสีขาวแดง โดยไม่มี\\nการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ เกิดอุบัติเหตุ \\nจำนวน ๓๕ ครั้ง โดยนายอำเภอจังหาร และหน่วยงานในพื้นที่ได้ทำหนังสือเพื่อขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่มีการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรแต่อย่างใด จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัด กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการติดตั้งไฟสัญญาจราจรบริเวณสามแยกเมืองพระ โดยเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัยในการใช้เส้นทางคมนาคม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [706,895,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","นโยบายของรัฐบาล","เรื่อง ๗ วันอันตราย","จากช่วงเทศกาลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาว\\nของทุกปีจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลดังกล่าวจำนวนมาก เป็นสาเหตุให้เกิด\\nความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากแผนงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการตั้งด่านเพื่อป้องกันและช่วยเหลือผู้เดินทาง แก้ไขปัญหาอุปสรรค และป้องกันอุบัติเหตุ\\nที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายปีที่ผ่านมาสถิติการเกิดอุบัติเหตุและภัยบนท้องถนนได้ลดลงกว่าในอดีต \\nดังนั้น การตั้งด่านถือเป็นกิจกรรมที่ดี หลายหน่วยงานได้ให้ความร่วมมือร่วมใจเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหา \\nซึ่งบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านของหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีความเสียสละและปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง \\nจึงขอให้สนับสนุนสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านในช่วงเทศกาลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ \\nและเทศกาลสงกรานต์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [707,894,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การแจ้งเตือนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตซ้ำ","จากข่าวเมื่อต้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ ได้เกิดกรณีเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริตเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้างในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันเป็นเท็จ ในหน่วยงานรองของส่วนราชการระดับกรมแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า ๑๐ ปี ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐมากกว่า ๕๑ ล้านบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นการดำเนินการของคนในครอบครัว โดยมีผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นลูก และเป็นผู้อนุมัติจัดซื้ออุปกรณ์จากบริษัทของตนและบริษัทของสามี เสนอต่อผู้อนุมัติซึ่งเป็นแม่ของตนเอง ที่เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการผู้มีอำนาจอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีการจัดซื้อตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ ถึง เดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ จำนวน ๘๙ ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๘.๘ ล้านบาทเศษ ซึ่งกรณีดังกล่าว เรียกว่าเป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งส่วนราชการส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสนใจกับความเสี่ยงซึ่งเป็นการทุจริตในลักษณะนี้มากนัก ดังนั้น เพื่อป้องกันการทุจริต\\nไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ   (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ควรตรวจสอบความเสี่ยงของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีการทำธุรกิจของเจ้าหน้าที่กับบริษัทของตน\\nหรือครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการทุจริตซ้ำขึ้นอีก จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้\\n(๑) ขอให้ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการขออนุมัติดำเนินการต่าง ๆ ต้องไม่เป็นบุคคล\\nในครอบครัว หรือผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และควรตรวจสอบพฤติกรรมเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติ\\nของบุคคลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง\\n(๒) หัวหน้าส่วนราชการที่มอบหมายผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องสั่งการให้มีการรายงานผล\\nการปฏิบัติงานที่สำคัญทุกเดือน เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และควรเปลี่ยนแปลง\\nผู้ได้รับมอบหมายให้มีระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี รวมทั้งจัดให้มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ\\n(๓) ขอให้ตรวจสอบและปรับปรุงหน่วยงานตรวจสอบภายในของหน่วยที่มีขีดความสามารถให้มีการประเมินความเสี่ยงการทุจริตในทุกรูปแบบ และกำหนดให้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในต้องนำเรียนหัวหน้าส่วนราชการทันทีเมื่อตรวจพบความผิดปกติ หากไม่ดำเนินการถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง","ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [708,893,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การทำนุบำรุงพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ของกรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๖","พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ตั้งอยู่ ณ จังหวัดสุโขทัย มีความสำคัญคือ \\nเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วงของไทย และเป็นพระราชบิดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงมีคุณูปการมากมายต่อปวงชนชาวไทย โดยพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ สร้างขึ้นโดยกรมศิลปากรร่วมกับจังหวัดสุโขทัย ณ บริเวณวัดพระพายหลวง แต่หลังจากสร้างเรียบร้อยแล้ว มีการละเลย ไม่มีการดูแล ถูกปล่อยให้รกร้าง และในเวลากลางคืนไม่มีไฟส่องสว่าง ในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้นำเงินส่วนตัวมาใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ให้มีไฟส่องสว่างและเกิดความปลอดภัยในเวลากลางคืนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชน\\n\tจึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๖ และจังหวัดสุโขทัย ขอให้มีการดูแลสั่งการ บังคับบัญชา ให้มีการทำนุบำรุง บูรณะซ่อมแซม และปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ดังกล่าว ให้มีความสะอาด จัดให้มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สำคัญและมีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย และเป็นการเทิดพระเกียรติต่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทั้งนี้ มีข้อเสนอว่า กรมศิลปากรอาจโอนภารกิจในการดูแลพระบรมราชานุสาวรีย์ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เพื่อที่จะได้มีการจัดสรรเงินงบประมาณ และบุคลากรมาดูแลให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวจังหวัดสุโขทัยเทียบเท่ากับพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [709,892,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","กฎหมาย","กระบวนการยุติธรรมไทย","กระบวนการยุติธรรมที่ดีจะต้องปกป้องคุ้มครองคนดีและผู้ถูกกระทำ \\nในขณะเดียวกันจะต้องทำให้คนไม่ดีหรือคนที่กระทำความผิดเกรงกลัวการลงโทษและไม่กล้ากระทำผิดซ้ำแต่สังคมไทยในวันนี้การบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลเกิดความย่อหย่อนและไม่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ทำให้คนในสังคมไม่เกรงกลัวกฎหมายและการลงโทษ จนทำให้คนขาดความยับยั้งชั่งใจ\\nในการกระทำความผิด และเป็นอันตรายต่อสังคมมากขึ้น สำหรับโทษประหารชีวิตนั้น ประเทศไทย\\nยังคงมีโทษประหารชีวิต ทั้งที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายและคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด แต่การประหารชีวิต\\nครั้งล่าสุดของไทยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งห่างจากการลงโทษประหารชีวิตครั้งก่อนหน้าถึง ๙ ปี \\nและหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ไม่มีการประหารชีวิตเกิดขึ้นอีก ทั้งที่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด\\nให้ประหารชีวิต เช่นเดียวกับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยในทางปฏิบัตินั้นได้รับการลดโทษจนเหลือการจำคุก\\nเพียงไม่กี่ปี บางคดีพิพากษาจำคุกเพียง ๖ – ๗ ปี เท่านั้น ตัวอย่างเช่น กรณีฆาตกรต่อเนื่องในคดีดังรายหนึ่ง ได้รับการลดโทษมาเป็นระยะจนเหลือโทษจำคุก ๑๓ ปี และเมื่อพ้นโทษออกมา ยังกระทำความผิดซ้ำอีก โดยก่อเหตุฆาตกรรมรายที่ ๖  เช่นเดียวกับโทษอื่น ๆ ที่ได้รับการพักโทษ และอภัยโทษจนกระทั่ง\\nเหลือจำคุกเพียงไม่กี่ปี เช่น คดีทุจริตจำนำข้าวที่ผู้กระทำความผิดถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ ๓๖ ปี ๔๐ ปี ๔๘ ปี และ ๕๐ ปี ปรากฏว่าได้รับการลดโทษเหลือจำคุกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น และบางรายกำลังพ้นโทษ \\nคำถามของสังคมคือ ประเทศไทยมีมาตรการลดโทษ พักโทษ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์มากเกินไปหรือไม่ อีกทั้ง มีระเบียบให้สามารถจำคุกนอกเรือนจำได้อีกโดยไม่คำนึงว่ารับโทษมาแล้วกี่ปี\\n\tจากกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้บุคคลไม่กลัวการลงโทษและถูกจำคุก ในขณะที่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษนั้น กลับเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีขั้นตอนมากมาย แต่เมื่อผู้กระทำความผิดได้รับโทษแล้ว กลับมีมาตรการต่าง ๆ มาผ่อนผัน จนทำให้ไม่ได้รับโทษตามจริง ส่งผลให้มาตรการที่เป็นสากล ที่นำมาใช้ในประเทศไทย อาจสิ้นผลไป เนื่องจากมีการฉ้อฉล\\nต่าง ๆ การกำหนดให้มีการลดโทษ พักโทษ อาจจะแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง คือ ระบายนักโทษออกจากเรือนจำได้ แต่อาจก่อให้เกิดอีกปัญหาหนึ่ง คือ ภายนอกเรือนจำจะมีนักโทษรายล้อมอยู่ในสังคมโดยทั่วไป \\nดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมราชทัณฑ์ให้มีการทบทวนกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะในชั้นการบังคับโทษให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [710,891,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่น","การทำงานขององค์กรด้านเด็กในหลายหน่วยงาน พบว่า ปัจจุบันอัตราการฆ่าตัวตายของประชากรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๒ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๖.๗๓  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๓ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๗.๓๗  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๔ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๗.๓๘  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๕ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๗.๙๗  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tอัตราวัยรุ่นฆ่าตัวตายสำเร็จ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่า กลุ่มวัยเรียน – กลุ่มวัยทำงานตอนต้น เพิ่มมากขึ้นกว่าวัยทำงาน ๔ เท่า ดังนี้\\n\t- กลุ่มวัยเรียน อายุระหว่าง ๑๖ – ๒๔ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เสียชีวิต ๔๒๘ คน และ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เสียชีวิต จำนวน ๔๓๙ คน \\n\t- กลุ่มวัยทำงานตอนต้น อายุระหว่าง ๒๕ – ๓๔ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เสียชีวิต ๘๙๖ คน และ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เสียชีวิต จำนวน ๙๕๖ คน \\n\tจะเห็นว่า ในแต่ละวันมีการฆ่าตัวตายเฉลี่ย จำนวน ๑๓ คน หากเป็นผู้สูงอายุจะฆ่าตัวตายเพราะป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ถ้าเป็นวัยรุ่นจะฆ่าตัวตายเพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการ ๒ ส่วน ดังนี้ \\n\tส่วนที่ ๑ แนวทางเพื่อป้องกันวัยรุ่นฆ่าตัวตาย มีดังนี้\\n\t\t(๑) การสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็กวัยรุ่น ให้วัยรุ่นมองโลกตามความเป็นจริง สามารถจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม การเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม สามารถทำให้เด็กรู้แพ้ รู้ชนะ และไม่กระทำการกลั่นแกล้งที่แสดงออกด้วยคำพูด หรือ บูลลี่ (Bully) ซึ่งกันและกัน\t \\n\t\t(๒) สื่อมวลชนไม่ควรนำเสนอข่าว หรือผลิตข่าวซ้ำ ไม่ควรนำเสนอวิธีการในการฆ่าตัวตาย แต่ควรนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เพื่อป้องกันพฤติกรรมการเลียนแบบ\\n\t\t(๓) การจำกัดวิธีในการฆ่าตัวตาย เช่น ให้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย \\n\t        (๔) ควรมีระบบการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะสถานศึกษาจะต้องหาวิธีที่เหมาะสม\\n\t\tส่วนที่ ๒ หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือจะต้องทำงานเชิงรุก\\n\tปัจจุบันมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง เช่น \\nโทรสายด่วน ๑๓๒๓ สายด่วนกรมสุขภาพจิต ๐ ๒๑๑๓ ๐๗๘๙ สะมาริตันส์ ๐๘ ๑๙๓๒ ๐๐๐๐ \\nDepress We care ซึ่งหากมีการกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น จะเป็นประโยชน์\\nต่อสังคมและช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นได้อย่างมาก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [711,890,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขังพ.ศ. ๒๕๖๖","ตามที่ได้มีการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกาศ ณ วันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๓ ประกอบมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยอ้างเหตุผลว่าปัจจุบันยังไม่มีระเบียบเกี่ยวกับ\\nการคุมขังในสถานที่อื่นนอกเหนือจากเรือนจำซึ่งเป็นเรื่องภายในและอยู่ในความรับผิดชอบของ\\nกรมราชทัณฑ์นั้น เห็นว่าการออกระเบียบฉบับดังกล่าวของกรมราชทัณฑ์ทำให้สังคมมีการตั้งข้อสังเกตว่า\\nระเบียบดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นักโทษชายรายหนึ่ง ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก ๓ คดี นับรวม ๘ ปี และต่อมาได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก ๑ ปี ซึ่งขณะนี้นอนพักรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยอาการป่วย ๔ โรค ได้แก่ ๑) โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งต้องรับประทานยา\\nอยู่ตลอดเวลา ๒) ปอดอักเสบ เนื่องมาจากติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จึงทำให้เกิดพังผืด\\nในปอด มีความผิดปกติของออกซิเจน ๓) ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความดันผิดปกติ ต้องรับประทานยาตลอดเวลา และ ๔) กระดูกสันหลังเสื่อม เกิดจากภาวะเสื่อมตามอายุ กดทับเส้นประสาทปวดเรื้อรัง ทำให้การทรงตัวผิดปกติ ซึ่งจะนอนพักรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ ครบ ๑๒๐ วัน ในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ นี้ ต่อกรณีดังกล่าว สังคมตั้งข้อสงสัยว่าโทษจำคุก ๑ ปี ที่นักโทษชายคนดังกล่าวได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษนั้น จะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องขังที่จะได้รับการพักโทษจะต้องโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๒ ใน ๓ ของโทษจำคุกที่ได้รับ และมีเกณฑ์แยกย่อย ๓ ข้อ คือ จะต้องเป็นนักโทษที่มีอายุ \\n๗๐ ปีขึ้นไป มีภาวะป่วยชราภาพ และต้องโทษไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของโทษจำคุก หรือต้องโทษจำคุก\\nตั้งแต่ ๖ เดือนขึ้นไป ซึ่งนักโทษชายคนดังกล่าวใกล้ครบกำหนดรับโทษ ๑ ใน ๓ หรือ ๔ เดือน (๑๒๐วัน) \\nในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่จะถึงนี้แล้ว อนึ่ง การอ้างว่ามีอาการป่วยหนักขอพักรักษาตัวนอกเรือนจำ \\nแต่ไม่มีความชัดเจนว่าป่วยหนักอย่างไร และอาการป่วย ๔ โรค ที่เปิดเผยก็เป็นโรคทั่วไปที่พบได้\\nในกลุ่มผู้สูงอายุเดียวกัน และเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาอาการป่วยของนักโทษชาย\\nคนดังกล่าวไม่สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ว่ามีอาการป่วยหนักอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยเพียงไร \\nที่จะต้องพักรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ \\n \t\tโดยมาตรา ๓ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม” และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ \\nในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย”\\n\t\tกรณีดังกล่าวจึงมีประเด็นหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้\\n\t \t(๑) การออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ มีวัตถุประสงค์ในการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจงหรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๒) กรณีของนักโทษชายที่ได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุก ๑ ปี ซึ่งได้ขอพักรักษาอาการป่วยหนัก ณ โรงพยาบาลตำรวจ แต่ไม่มีคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เกี่ยวข้อง\\nกับการดูแลรักษาอาการป่วยของนักโทษชายคนดังกล่าว ว่ามีอาการป่วยหนักอย่างไร และมีความจำเป็น\\nมากน้อยเพียงไรที่จะต้องนอนพักรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นเวลานานเกือบ ๑๒๐ วัน ซึ่งประเด็นนี้ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่านักโทษชายคนดังกล่าวอาจจะไม่ได้รับโทษจำคุกจริง ๆ \\n               (๓) กรณีการดำเนินการต่าง ๆ ตามข้อ (๑) และข้อ (๒) อาจเป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติรองรับไว้ว่า\\nการบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นการทั่วไปและบังคับใช้กับบุคคลทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง\\n","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [712,889,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","การประกาศเลื่อนวันหยุดชดเชยวันสิ้นปี ประจำปี ๒๕๖๖ จากวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ให้เลื่อนวันหยุดชดเชย\\nวันสิ้นปี ประจำปี ๒๕๖๖ จากวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ \\nได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี คนไทยส่วนใหญ่จะเดินทางไปเยี่ยมเยียนและอวยพรปีใหม่ญาติผู้ใหญ่ พบปะครอบครัว\\nและท่องเที่ยวในวันที่ ๓๑ ธันวาคม (วันสิ้นปี) และวันที่ ๑ มกราคม (วันขึ้นปีใหม่) ของทุกปี ส่วนวันที่ ๒ \\nมกราคม จะเป็นวันเดินทางกลับ เพื่อพร้อมทำงานในวันรุ่งขึ้น เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้เลื่อนวันหยุดชดเชย\\n\\n\\nวันสิ้นปี ...\\n-๑๒-\\n \\nวันสิ้นปี ประจำปี ๒๕๖๖ จากวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ย่อมเป็นผลให้วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันทำงาน เป็นเหตุให้ประชาชนที่กลับบ้านหรือเดินทางไปท่องเที่ยว\\nที่ต่างจังหวัด ต้องรีบเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ ทั้งที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้พร้อมทำงาน\\nในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ ทำให้ไม่สามารถอยู่ฉลองวันขึ้นปีใหม่กับครอบครัวได้เหมือนปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ประชาชนจำนวนมากได้สำรองที่พักและบัตรโดยสารเพื่อการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ไว้ล่วงหน้า\\nหลายเดือนแล้ว นอกจากนี้ มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว\\nและให้บริการที่พักอาศัยต่าง ๆ อาทิ โรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์ ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริม\\nการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้งต่อนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยสิ้นเชิง และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางประกอบการพิจารณาเลื่อนวันหยุดชดเชย หรือการเพิ่มวันหยุดชดเชยเป็นกรณีพิเศษ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวิถีชีวิตของประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [713,888,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การป้องกันปัญหาผลกระทบจากนโยบายอนุญาตให้มีการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา","ข่าวในสื่อมวลชน กรณีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๖ \\nธันวาคม ๒๕๖๖ เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา มีผู้เสียชีวิต ๑ คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๒ คน ผู้ขับขี่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่งออกจากผับ เมื่อเวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา จากการวัดปริมาณแอลกอฮอล์\\nในเลือด พบว่าได้มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ๑๒๑ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้กว่าสองเท่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในวันแรกของการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการ \\n(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย โดยมีสาระสำคัญ คือ การขยายเวลาเปิดสถานบริการ ให้สามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นได้ กรณีดังกล่าวเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่ง\\nในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากนโยบายดังกล่าว \\n\t\tนโยบายอนุญาตให้มีการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ถือเป็นนโยบายสาธารณะ ซึ่งนโยบายสาธารณะที่ดี ควรประกอบด้วยหลัก ๓ ประการ คือ ๑) เป็นเรื่องที่ดีงามถูกต้องตามศีลธรรม จริยธรรม ๒) เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ และ ๓) ต้องเป็นนโยบายที่วางอยู่บนฐานความรู้และการมีส่วนร่วม แต่นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นเกิดขึ้นจากแรงจูงใจทางการเมืองที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อมีการกำหนดนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งก็มักจะเกิดผลกระทบตามมา\\nอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพของนักท่องเที่ยวในสถานบริการที่ดื่มกินเป็นระยะเวลานาน การเกิดอุบัติเหตุอันเป็นผลจากการขับรถยนต์ภายหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง ซึ่งอาจ\\nเกิดอุบัติเหตุในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ตามที่กฎกระทรวงฯ ประกาศไว้ ได้แก่ \\nสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ และท้องที่อำเภอ\\nเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมทุกจังหวัดอีกด้วย \\nทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย พบว่าในปี ๒๕๖๖ มีผู้เสียชีวิต จำนวนกว่า ๑๔,๐๐๐ คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายแสนคน เห็นได้ว่านโยบายดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาวะ ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น \\nขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ \\nว่าได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกัน กวดขัน และลดปัญหาจากผลกระทบด้านลบที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ\\nบนท้องถนน อันเป็นผลจากนโยบายอนุญาตให้มีการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [714,887,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสูบน้ำโดยระบบท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตรของจังหวัดปราจีนบุรี","จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีการเพาะปลูกผลไม้เป็นจำนวนมาก แต่ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเมื่อ ๒ ปี ที่ผ่านมา คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ได้ช่วยผลักดันโครงการท่อส่งน้ำให้แก่จังหวัดปราจีนบุรี สามารถให้การช่วยเหลือ\\nแก่เกษตรกรในพื้นที่ ๒ ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านพระ และตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี \\nซึ่งเกษตรกรในหลายพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรียังมีความต้องการน้ำในการเพาะปลูกอีกจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรในจังหวัดปราจีนบุรีมีน้ำสำหรับทำการเกษตรอย่างเพียงพอ จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t\t(๑) กรณีในเขตชลประทาน ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการ\\nตั้งสถานีสูบน้ำจากโครงการชลประทานที่มีแหล่งน้ำ โดยสูบผ่านท่อไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร\\nที่มีความต้องการใช้น้ำ \\n\t \t(๒) กรณีนอกเขตชลประทาน ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาดำเนินการสูบน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ ตามธรรมชาติ ไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรที่มีความต้องการใช้น้ำ\\n\t \t(๓) กรณีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่ หากเกษตรกรต้องการวางท่อสูบน้ำ\\nจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขอให้กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม พิจารณาว่าสามารถให้ความช่วยเหลือในการสูบน้ำและการวางท่อสูบน้ำบริเวณริมทางหลวง ได้หรือไม่ อย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [715,886,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี ๒๕๖๖","จาก เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (International Anti-Corruption Day) ซึ่งนายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี ๒๕๖๖ ภายใต้แนวคิด “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต้านโกง” และเนื่องจากวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลในปี ๒๕๖๖ ครบรอบ ๒๐ ปี ที่มีการลงนาม\\nในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ (United Nations Convention against Corruption-UNCAC, 2003) ดังนั้น จากกิจกรรมในวันดังกล่าวเห็นว่าควรมีการเพิ่มสาระสำคัญ\\nที่จะต้องดำเนินการโดยประเทศไทยควรมีการประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตที่ชัดเจน\\nตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ ที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ได้เชิญชวนให้รัฐภาคีดำเนินการ\\nในปี ค.ศ. ๒๐๒๔ ภายใต้คำขวัญ “Stop Corruption Time For Area Change” (ให้หยุดการทุจริตด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ) โดยดำเนินงาน ๓ เรื่อง ที่สำคัญดังนี้\\n \t\t(๑) ขจัดเงินทุจริตผิดกฎหมายทุกประการที่ระบุไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติมิให้แพร่หลายในตลาดเงินโลกโดยการจัดลำดับการเคลื่อนไหวของเงินสกุลต่าง ๆ ที่ประเทศนั้น ๆ เป็นเจ้าของ และวางระบบความโปร่งใสในการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินในภาคการเมือง\\n \t\t(๒) การปกป้องคุ้มครองพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสให้แก่รัฐ ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินการ\\nในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากการตรากฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการปิดปาก หรือกฎหมายคุ้มครองพยาน ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ\\n\t\t(๓) การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เปิดเผยข้อมูลในระบบที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งการตรวจสอบพฤติกรรมความร่ำรวยผิดปกติ และการเสียภาษีของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [716,884,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่างให้ครบทุกแห่ง ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดให้มีการคัดเลือกบุคคล\\nเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งปรากฏว่าผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เข้าสอบบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกล\\nไปดำรงตำแหน่งในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่เขตเมือง โดยไม่มีการแต่งตั้งบุคคลอื่นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่าง เป็นเหตุให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกลประสบปัญหาขาดแคลนผู้อำนวยการสถานศึกษา ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่างให้ครบทุกแห่งโดยเร็ว  \\n               (๒) ปัญหาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ \\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียน ว่าในปัจจุบันนักเรียนในพื้นที่ \\n๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบปัญหาอ่อนด้อยทักษะวิชาภาษาไทย ทั้งทักษะด้านการอ่าน ไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ และทักษะด้านการเขียน ไม่สามารถเขียนภาษาไทยได้ ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เร่งดำเนินการให้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [717,883,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) ","ปัจจุบัน การปราบปรามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) \\nหรือขบวนการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา ยังคงมีการหลอกลวงประชาชนให้ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมาธิการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับกรณีประชาชนผู้สูงอายุถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวงโดยอ้างว่า\\nเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ เพื่อตรวจสอบการรับเงินบำเหน็จบำนาญ ทำให้ถูกหลอกลวงและถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา\\nแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยเร็วที่สุด และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงภัยอันตรายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์\\n\t\t(๒) การจำหน่ายอาหารไม่ปลอดภัย อาหารไม่บริสุทธิ์ และการนำสินค้าหมดอายุมาจัดกระเช้าช่วงเทศกาลปีใหม่  \\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร\\nที่หมดอายุ ไม่ปลอดภัย สินค้าที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น น้ำดื่มที่วางจำหน่ายโดยตากแดดในปั๊มน้ำมัน น้ำดื่มที่วางจำหน่ายด้านหน้าห้างสรรพสินค้า หรือน้ำดื่มที่วางจำหน่ายด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ และบรรจุภัณฑ์อาหาร\\nที่มีรอยปริแตก รวมทั้งการเก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น รวมถึงการนำสินค้าหมดอายุมาจัดกระเช้า\\nช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งการจำหน่ายสินค้าที่หมดอายุ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ \\nและที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการจำหน่ายอาหารที่บรรจุภัณฑ์ปริแตก หรืออาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตรวจสอบ กำกับดูแลการจำหน่ายอาหาร\\nไม่ปลอดภัยและอาหารไม่บริสุทธิ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงอันตรายจากการซื้อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยและไม่ได้คุณภาพ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [718,882,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขาดแคลนการนักภารโรง","ขอปรึกษาหารือ ๓ เรื่อง ดังนี้\\n\t\t(๑) ปัญหาขาดแคลนนักการภารโรง\\n\t\tเมื่อตำแหน่งนักการภารโรงของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่างลง เนื่องจากเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต จะไม่มีการคืนตำแหน่งให้แก่ทางโรงเรียน \\nเป็นเหตุให้ครูต้องทำหน้าที่ดูแลตัดหญ้า ซ่อมแซมโต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งการอยู่เวรยามต่าง ๆ ทำให้บุคลากรของสถานศึกษาได้รับความเดือดร้อน ชาวบ้านต้องช่วยกันทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา นำเงินที่ได้รับจากการทอดผ้าป่ามาใช้จัดจ้างนักการภารโรงให้กับโรงเรียน ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โปรดพิจารณาจัดสรรนักการภารโรงให้แก่สถานศึกษา ตามนโยบายลดภาระงานของครู เพื่อให้ครูสามารถสอนได้อย่างเต็มที่ \\n\\n\\n\\n(๒) การคืน ...\\n-๕-\\n\\n\t\t(๒) การคืนตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก\\n\t\tสืบเนื่องจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดอัตราตำแหน่งของผู้บริหารและครูของโรงเรียนขนาดเล็ก โดยกำหนดว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน เมื่อผู้บริหารเกษียณอายุราชการจะไม่คืนตำแหน่งให้แก่โรงเรียน ซึ่งเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำของสถานศึกษา ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน และคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งทราบว่า ขณะนี้ คปร. ได้มีการทบทวนที่จะคืนตำแหน่งผู้บริหารให้สถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๖๐ คน ขึ้นไป ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การคืนตำแหน่งผู้บริหารให้แก่โรงเรียน \\n\t\t(๓) การพิจารณาจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนขยายโอกาส\\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ของโรงเรียนขยายโอกาส กล่าวคือ โรงเรียนขยายโอกาสเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บนเกาะ บนภูเขา พื้นที่ชายขอบ ชายแดน มีความแตกต่างจากโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป ที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงเรียนและชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาคเงินและสิ่งของ นำไปใช้ประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส หรือผู้บริหารโรงเรียนและครูต้องแบ่งเงินงบประมาณ\\nอาหารกลางวันของนักเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษา เพื่อนำไปจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส แต่กลับกลายเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบของทางราชการ ต้องถูกลงโทษด้วยการปลดออกและไล่ออกจากราชการเป็นจำนวนมาก ดังเช่นกรณีที่เป็นข่าวในสื่อมวลชน กรณีนายชัยยศ สุขต้อ อดีตครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านยางเปา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเร่งรัดจัดสรร\\nงบประมาณอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนขยายโอกาสให้เพียงพอและเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กนักเรียนของโรงเรียนขยายโอกาสได้รับอาหารกลางวันอย่างเพียงพอและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [719,881,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","นโยบายของรัฐบาล","ขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินบ้านท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร","ได้รับข้อร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ของประชาชน\\nในพื้นที่เทศบาลตำบลท่าแร่ และเทศบาลตำบลเมืองทองท่าแร่ ตำบลท่าแร่ จังหวัดสกลนคร กล่าวคือ ชุมชนท่าแร่เป็นชุมชนที่มีความเป็นมานานกว่า ๑๐๐ ปี โดยชาวบ้านได้มีการตั้งถิ่นฐานในบริเวณชุมชน\\nแห่งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งเป็นเขตสุขาภิบาล และปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบล แต่จวบจนถึงปัจจุบัน ประชาชนในพื้นที่ชุมชนท่าแร่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โดยที่ผ่านมา ได้มีการเรียกร้องให้ออกเอกสารสิทธิ์มาโดยตลอด จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนครได้ดำเนินการออกสำรวจรังวัดที่ดิน ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าว สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร ได้ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินในท้องที่อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร พุทธศักราช ๒๔๘๔ ประกาศเขตหวงห้ามรอบหนองหาร และไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์หนองแข้ตีนกุด \\nแต่การดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด ขณะเดียวกัน กลับมีการออกเอกสารสิทธิ์ นส. ๓ ก. ให้แก่บริษัทเอกชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ชุมชนท่าแร่ จำนวนกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ \\nซึ่งในภายหลัง ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกเอกสารสิทธิ์ นส. ๓ ก. ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเพิกถอน\\n\t\tปัจจุบัน สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร ชี้แจงว่ายังไม่สามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ได้ เนื่องจากต้องรอเอกสารแผนที่ One Map ของทางราชการ ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุง ต้องใช้เวลาดำเนินการ ๓๖๐ วัน ประชาชนจึงยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต และได้รับความเดือดร้อน\\nเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน พิจารณาเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินจากภาพถ่ายทางอากาศ การตรวจสอบประวัติจากบุคคล \\nที่อยู่อาศัยมาก่อน รวมทั้งการตรวจสอบจากพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสุขาภิบาล การจัดตั้งเทศบาล ดำเนินการให้มีการเข้าสู่การพิสูจน์สิทธิ์ของคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัดสกลนคร (คพร.จังหวัด) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเร่งรัดการดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ประชาชนต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [720,880,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความก้าวหน้าในราชการของตำรวจชั้นประทวนที่มีคุณวุฒิปริญญาโทหรือปริญญาเอก","งานป้องกันปราบปรามถือเป็นงานหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ \\nการป้องกันดูแลทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนถือเป็นงานหลักของตำรวจทุกนาย ตำรวจชั้นประทวน \\nคือ “มดงาน” ถือเป็นกำลังสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตำรวจชั้นประทวนเหล่านี้พัฒนาตนเอง\\nด้วยการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น ในระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก จำนวนเกือบ ๒,๐๐๐ นาย \\nแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้พิจารณาให้ตำรวจเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่อันจะก่อให้เกิดประโยชน์\\nแก่องค์กรเท่าที่ควร ตัวอย่างเช่นกรณี ดาบตำรวจ สุเมธ ชนกสุนันทพล ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค ๙ คุณวุฒิรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเคยเป็นอาจารย์พิเศษ\\nที่วิทยาลัยชุมชนสงขลา จังหวัดสงขลา \\n\t\tกอปรกับปัจจุบันมีการก่อเหตุเป็นคดีความผิดอาญาเกิดขึ้นจำนวนมาก อาทิ นักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทโดยใช้อาวุธปืน การชิงทรัพย์ร้านทอง การเสพยาเสพติดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่งและก่อเหตุทำร้ายร่างกายหรือฆ่าผู้อื่น ซึ่งมีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้วยการป้องกันและปราบปราม ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาปรับปรุงและกำหนดหลักเกณฑ์ให้ตำรวจชั้นประทวนที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก สามารถปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสายตรวจประจำตำบลและสายตรวจประจำตำบล และสามารถเลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจตรีขึ้นไป เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประสานงาน ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม และเสริมสร้างการปฏิบัติงาน\\nด้านการป้องกันและปราบปราม ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [721,879,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหากระแสไฟฟ้าโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในเขตประสบอุทกภัย","ในฤดูกาลทำนาปรัง ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๖ เกษตรกร\\nในเขตชลประทานโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ประสบปัญหาการปรับขึ้นอัตราค่ากระแสไฟฟ้า ร้อยละ ๖๐ ของอัตราเดิม โดยเกษตรกรไม่ทราบล่วงหน้า จึงไม่ได้วางแผนรองรับไว้ เป็นเหตุให้กลุ่มเกษตรกรเป็นหนี้ค่ากระแสไฟฟ้า กลุ่มละหลายล้านบาท ต่อมา ในฤดูกาลทำนาปี ระหว่างเดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง เกษตรกรประสบกับปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมนาข้าวที่ปลูกไว้เสียหายทั้งหมด เป็นเหตุให้กลุ่มเกษตรกรประสบกับ\\nการขาดทุนและเป็นหนี้จำนวนมาก\\n\t\tในช่วงระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นฤดูการทำนาปรัง เกษตรกรต้องอาศัยโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แต่ประสบปัญหาอัตราค่าไฟฟ้าที่ยังคงสูง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า\\nกลุ่มเกษตรกรที่ทำนาปรังจะต้องเป็นหนี้ค่ากระแสไฟฟ้า กลุ่มละประมาณ ๒ - ๓ ล้านบาท ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้ปรับลดอัตราค่ากระแสไฟฟ้า ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๖ ให้จัดเก็บในอัตราเดิม ก่อนที่จะปรับขึ้นค่ากระแสไฟฟ้า เพื่อให้เกษตรกรที่ทำนาปรังได้มีโอกาสปลดหนี้ส่วนนี้\\n\t\t(๒) ในฤดูการทำนาปรัง ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๗ ขอให้รัฐบาลช่วยให้การอนุเคราะห์ยกเว้นค่ากระแสไฟฟ้าให้แก่เกษตรกรที่ทำนาปรัง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [722,878,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสื่อสารการจัดการน้ำและปัญหาข้อสงสัยของประชาชน ประเด็นประตูระบายน้ำบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ทำหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิชุมชน ซึ่งจากการลงพื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่าในฤดูน้ำหลาก จะมีน้ำท่วมเต็มทุ่ง แต่ในฤดูแล้ง กลับกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง จึงได้มีการศึกษาและจัดทำผังน้ำชุมชน \\nตำบลบางใหญ่ ซึ่งจากการศึกษาดังกล่าวได้พบประเด็นปัญหาและข้อสงสัยของประชาชน คือ ประตูระบายน้ำบางใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า สถานีสูบน้ำไม่สามารถ\\nใช้งานได้ โดยมีการใช้เครื่องสูบน้ำ สูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมซึ่งเป็นน้ำในทุ่ง ลงไปในแม่น้ำท่าจีน ทั้งที่\\nน้ำในทุ่งมีระดับน้ำสูงกว่าน้ำในแม่น้ำ ซึ่งหากเพียงยกประตูระบายน้ำขึ้นก็สามารถระบายน้ำในทุ่งลงสู่\\nแม่น้ำได้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ ดังนี้\\n\t\t(๑) น้ำในทุ่งหลังบานประตูระบายน้ำมีระดับสูงกว่าน้ำในแม่น้ำท่าจีน เหตุใดจึงต้องสูบน้ำออกด้วยเครื่องสูบน้ำซึ่งใช้น้ำมัน แทนที่จะเปิดบานประตูระบายน้ำให้น้ำในทุ่งที่สูงกว่า ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน\\n\t\t(๒) อาคารสูบน้ำที่ก่อสร้างเพียงไม่กี่ปี มีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ เพราะก่อสร้างวางท่อน้ำสูบลงแม่น้ำ แต่เปิดปากท่อตรงเสาใต้สะพาน ซึ่งจะเกิดปัญหาเมื่อกระแสน้ำถูกปล่อย จะกระแทกเสาสะพาน \\nใช่หรือไม่ เป็นปัญหาหลักที่ทำให้ใช้งานระบบทั้งหมดไม่ได้ ใช่หรือไม่ ปัจจุบัน สายไฟทั้งระบบถูกขโมย สำนักงานชลประทานที่ดูแลพื้นที่นี้ ได้ชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผู้บริหารชลประทานมีแผนสื่อสารสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [723,877,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าทำลายชีวิตเยาวชน","ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มจำนวนสูงขึ้น หากภาครัฐ\\\\nไม่เร่งป้องกันหรือเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมาย อาจจะทำให้มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีงานวิจัยล่าสุด เผยแพร่เมื่อพฤศจิกายน ๒๕๖๖ โดย ผศ.ดร.นพ.วิชช์  เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าเด็กและเยาวชนติดบุหรี่ไฟฟ้า จำนวนมากถึงร้อยละ ๓๐.๕ โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่านิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารนิโคตินสังเคราะห์ สามารถเติมเพิ่มในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าได้สูงกว่าบุหรี่มวน \\\\n๑๐ - ๑๐๐ เท่า ไม่ระคายคอ ทำให้เสพได้มาก ดูดซึมได้ภายใน ๗ - ๑๐ วินาที ทำให้ร่างกายเกิดอาการอยากและเสพติดได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบว่าสมองของเด็กมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้น หากเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าก่อนอายุ ๑๔ ปี เด็กที่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงมากกว่าเด็ก\\\\nที่ไม่เคยสูบถึง ๓ - ๔ เท่า\\\\n\t\tหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีการประชุมร่วมกัน \\\\nเพื่อพิจารณาประเด็นปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า และมีข้อสรุปถึงการกระทำอันเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ ๑) กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า ๒) กรณีผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ๓) กรณีผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า และ ๔) กรณีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ ล้วนเป็นการกระทำที่มีความผิดและมีโทษตามกฎหมายทั้งสิ้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนไทยตกเป็นเหยื่อ\\\\nของบุหรี่ไฟฟ้า","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [724,876,172,"นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน","นโยบายของรัฐบาล","เกาะกลางถนนบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ สายกาฬสินธุ์ - ช่องจอม","ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ได้มีการขยายช่องจราจรจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร และใช้การแบ่งเส้นทิศทางจราจรของรถโดยใช้เกาะกลางแบบเกาะสี (Flush and Painted Median) แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการก่อสร้างเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ที่มีความกว้าง ๔.๕ เมตร ซึ่งประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความเห็นว่าเกาะกลางมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ทำให้ช่องการจราจรแคบลง อีกทั้งไม่มีสัญลักษณ์บ่งบอกแนวเขตของเกาะกลางถนนที่ชัดเจน อาจทำให้ในเวลากลางคืนผู้ใช้ถนนที่ไม่คุ้นเคยเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ บริเวณสิ้นสุดเกาะกลางแบบยก ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่กลับรถ ซึ่งมีความคับแคบไม่ปลอดภัย หากผู้ใช้ถนนไม่มีความคุ้นเคยอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการเพิ่มพื้นที่ช่องจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ บริเวณเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งปรับปรุงแนวเขตที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเกาะกลางถนนให้ชัดเจน และก่อสร้างจุดกลับรถโดยมีป้ายสัญลักษณ์กำกับ บริเวณจุดสิ้นสุดเกาะกลางแบบยก เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับรถได้โดยสะดวก อันจะทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [725,875,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เยาวชนซึ่งรัฐบาลต้องบริหารจัดการเชิงรุก","การเรียนการสอนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในอดีต เริ่มต้นจากครอบครัวและวัด เช่น พ่อ - แม่สอนลูก หรือนำลูกไปถวายเป็นลูกศิษย์ของวัด หรือให้ลูกบวชเป็นสามเณรหรือพระสงฆ์ เพื่อให้มีโอกาสได้ศึกษาพระธรรมวินัย เป็นต้น แต่ปัจจุบัน พ่อ - แม่ไม่มีเวลา และหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนได้เน้นให้ความสำคัญกับเนื้อหาวิชาการ โดยเห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณให้กับพระธรรมทูต เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาลดลง จากปีละ ๙,๐๐๐ บาท คงเหลือ\\nปีละ ๑,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณา ดังนี้\\n\t(๑) จัดสรรงบประมาณให้กับพระธรรมทูตให้เพียงพอสำหรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับเยาวชน\\n\t(๒) กำหนดให้สถานศึกษานำวิชาศีลธรรมบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอน\\n\t(๓) สร้างความร่วมมือระหว่างวัดกับโรงเรียน โดยการนำวิชาปริยัติธรรมบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [726,874,114,"นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์","กฎหมาย","การขับขี่รถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพมหานคร","ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก ทั้งแบบรับจ้าง และแบบส่วนบุคคล โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมากมีพฤติกรรมการขับขี่ด้วยความประมาท \\nและฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ขับขี่เอง และต่อผู้ใช้ถนนรายอื่น ดังที่ปรากฏให้เห็นได้โดยทั่วไป ซึ่งสามารถสรุปพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ ดังนี้\\n \t(๑) ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย\\n \t(๒) ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก เช่น บริเวณปากซอยราชครู มีป้ายห้ามเลี้ยวขวา แต่เมื่อสัญญาณไฟจราจรให้ไป ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เลี้ยวขวา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนป้ายจราจร \\nและในหลายทางแยกที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เห็นว่าสัญญาณไฟจราจรให้หยุด แต่ใช้วิธีเลี้ยวซ้ายแล้วกลับรถเพื่อไปยังเส้นทางที่ประสงค์\\n \t(๓) ผู้ขับขี่ไม่หยุดหรือชะลอรถด้วยความระมัดระวัง เมื่อออกจากซอยหรือปั๊มน้ำมัน \\nหรือเปลี่ยนเส้นทางขณะขับขี่กะทันหัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ขับขี่รายอื่น\\n \t(๔) ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร และขับขี่บนบาทวิถี สร้างความเดือดร้อนรำคาญ \\nและอาจเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ถนน และประชาชนที่ใช้บาทวิถี\\n \t(๕) กลับรถจักรยานยนต์บนทางม้าลาย เช่น ถนนพหลโยธิน มีทางม้าลายที่มีเสากั้น\\nเพื่อป้องกันไม่ให้รถจักรยานยนต์กลับรถ แต่ต่อมากรุงเทพมหานครได้ปรับขยายความกว้างของเสา เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นคนพิการสามารถผ่านได้ แต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับใช้เป็นที่กลับรถ โดยไม่สนใจประชาชนที่ข้ามถนนแต่อย่างใด\\n\t(๖) ขับขี่รถจักรยานยนต์บนช่องทางหลัก ทั้งที่มีป้ายให้รถจักรยานยนต์วิ่งบนช่องทางขนานเท่านั้น มักพบเห็นได้บนถนนวิภาวดีรังสิต ถนนบรมราชชนนี และถนนพระราม ๒ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุอาจร้ายแรงถึงชีวิต เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้ช่องทางหลักวิ่งด้วยความเร็ว\\n\t(๗) ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่เปิดไฟหน้ารถ หรือท้ายรถในเวลากลางคืน\\n\tดังนั้น จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และกรุงเทพมหานคร\\nได้บูรณาการการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งดำเนินการกวดขันวินัยจราจร เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อไป","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม \\nและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [727,873,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากการกำหนดนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ","รัฐบาลมีนโยบายจะปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จากเดิมอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ\\nสูงที่สุด คือวันละ ๓๕๔ บาท และอัตราค่าจ้างขั้นต่ำน้อยที่สุด คือวันละ ๓๒๘ บาท ให้เป็นวันละ ๔๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ และจะปรับขึ้นเป็นวันละ ๖๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ ภายในปี ๒๕๗๐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กฎหมายได้กำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการค่าจ้าง ตามหมวด ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ\\n \tอย่างไรก็ดี นโยบายเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง\\nทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดเงินเฟ้อ และเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค เพราะเมื่ออัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการจะปรับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นไปด้วย เนื่องจากค่าจ้างแรงงาน\\nเป็นต้นทุนการผลิตประเภทหนึ่ง นอกจากนี้ อัตราค่าจ้างแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสำคัญในการพิจารณาเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาล\\nอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาทบทวนนโยบายการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยใช้วิธีกำหนดอัตราค่าจ้างเป็นแบบลอยตัว คือให้นายจ้างและลูกจ้าง\\nทำความตกลงอัตราค่าจ้างร่วมกัน จากอัตราค่าจ้างพื้นฐานที่รัฐบาลกำหนดไว้ เพื่อให้การกำหนดอัตราค่าจ้างมีความเป็นธรรม และเป็นการสะท้อนอัตราค่าจ้างแรงงานตามความเป็นจริง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [728,872,54,"นายณรงค์ อ่อนสอาด","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการถ่ายโอนบุคลากรของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการถ่ายโอนบุคลากรไปยัง อบจ. มีรายละเอียด ดังนี้\\\\n \t(๑) จังหวัดร้อยเอ็ด ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ อบจ. ร้อยเอ็ด ได้รับสมัครบุคลากร\\\\nที่มีความประสงค์ขอถ่ายโอน ไปยัง รพ.สต. จากนั้น ได้ประกาศรายชื่อ จำนวน ๑๖๑ คน แต่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งว่า มีผู้แสดงความประสงค์ขอถ่ายโอนฯ จำนวน ๖๘ คน แต่มีหนังสือ\\\\nแจ้งรายชื่อ จำนวน ๒๕ คน ทำให้บุคลากร จำนวน ๔๓ คน ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่จะถ่ายโอนฯ ทั้งนี้ \\\\nการถ่ายโอนฯ ดังกล่าวไม่เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ กล่าวคือ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง\\\\nถ่ายโอนบุคลากรที่มีความประสงค์ขอถ่ายโอนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้สำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นเงินเดือนและสวัสดิการของบุคลากรที่ขอถ่ายโอนฯ รวมทั้งให้สำนักงบประมาณ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หาแนวทางในการสรรหาบุคลากรให้เต็มกรอบอัตรากำลัง\\\\nตามโครงสร้างของ รพ.สต. ต่อไป\\\\n\t(๒)\tจังหวัดศรีสะเกษ มีบุคลากรสังกัด รพ.สต. จำนวน ๑๐๒ คน ได้ยื่นความประสงค์\\\\nขอถ่ายโอน ไปยัง อบจ. ศรีสะเกษ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ดังนี้\\\\n \t\t(๒.๑)ดำเนินการประกาศรายชื่อบุคลากรที่สมัครใจ ทั้งประเภทขอถ่ายโอนฯ \\\\nและขอไปช่วยราชการในสังกัด สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. ศรีสะเกษ\\\\n \t\t(๒.๒)ปฏิบัติตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ด้วยความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงผลกระทบต่อการบริการสุขภาพของประชาชน\\\\n \t\t(๒.๓)ปฏิบัติตามหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การถ่ายโอนบุคลากรด้านสาธารณสุขโดยเร็วและเป็นธรรม\\\\n \tโดยปัญหาดังกล่าวอาจเกิดขึ้นกับ อบจ. อีกหลายแห่ง ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการ\\\\nการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข \\\\nได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) ในฐานะประธานกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [729,870,38,"นายชลิต แก้วจินดา","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี","สถิติการแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของมิจฉาชีพ ในรูปแบบขบวนการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกให้เหยื่อโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ มีมากกว่า ๕๒๕ คดีต่อวัน สร้างความเสียหายมูลค่ามากกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นภายในประเทศ และจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะชายแดนที่ติดกับจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดตาก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติวิตกกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้ง บริเวณชายแดนของประเทศไทยที่ติดกับแม่น้ำโขง ได้มีการติดตั้งป้ายแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว โดยให้ระมัดระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งดำเนินการกวดขัน จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [730,869,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาท่าอากาศยานแพร่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการมานานกว่า ๖ เดือน","ท่าอากาศยานแพร่ เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็ก ไม่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ จึงมีความพยายามที่จะพัฒนาโดยการขยายทางขึ้นลงเครื่องบิน (Runway) โดยเมื่อปี ๒๕๖๕ กรมท่าอากาศยานได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และเวนคืนที่ดิน แต่ด้วยกระบวนการที่ล่าช้าจากการปรับขนาดความยาวของทางขึ้นลงเครื่องบินหลายครั้ง ส่งผลให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหมดอายุลง เนื่องจากมีอายุคราวละไม่เกินห้าปี โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง ที่ผ่านมา สายการบินพาณิชย์ต้องนำเครื่องบินขนาดเล็กแบบใบพัดรุ่น Q400 Next Gen และ ATR 72-500 มาให้บริการ ส่งผลให้ต้นทุนในการบินแต่ละเที่ยวบินมีราคาสูง เพราะรองรับผู้โดยสารได้จำนวนน้อย บัตรโดยสารจึงมีราคาสูงตามไปด้วย แต่ตลอดระยะเวลา ๖ เดือนที่ผ่านมา สายการบินพาณิชย์ได้หยุดให้บริการเพราะประสบปัญหาขาดทุน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อให้สายการบินพาณิชย์สามารถให้บริการประชาชนในแต่ละเที่ยวบินได้มากขึ้นด้วยราคาบัตรโดยสารที่เป็นธรรม และสามารถให้บริการได้ต่อเนื่อง จึงขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดโครงการปรับปรุงท่าอากาศยานแพร่ให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๗๑ เนื่องจากเป็นปีที่จังหวัดแพร่มีอายุครบรอบการสถาปนาเมืองแพร่ เป็นเวลา ๑,๒๐๐ ปี และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [731,868,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","รถไฟสายเวียงจันทน์ - จังหวัดอุดรธานี","เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (หนองคาย - ท่านาแล้ง) เป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟไทย - ลาว ระยะที่ ๑ ที่ร่วมลงทุนค่าใช้จ่ายร่วมกันในอาณาเขตของแต่ละประเทศ มีระยะทาง ๖ กิโลเมตร ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจำนวนน้อย \\nและเพื่อให้การคมนาคมขนส่งระบบรางระหว่างสองประเทศ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประเทศไทย \\nโดยสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ได้ให้ความช่วยเหลือโครงการก่อสร้างทางรถไฟประเทศไทย - สปป.ลาว ระยะที่ ๒ (ท่านาแล้ง - เวียงจันทน์) ระยะทาง \\n๗.๕ กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ ๑,๖๕๐ ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ร้อยละ ๗๐ และเงินให้เปล่าร้อยละ ๓๐ \\nของมูลค่าโครงการ อายุสัญญา ๓๐ ปี (รวมระยะเวลาปลอดหนี้ ๑๐ ปี) ดังนั้น จึงขอให้การรถไฟ\\nแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเดินรถไฟระหว่างเวียงจันทน์ - จังหวัดอุดรธานี เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย เนื่องจากสถานีเวียงจันทน์เป็นสถานีใหญ่ มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก หากเปิดให้บริการเดินรถไฟถึงจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี จะทำให้นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เดินทางท่องเที่ยวใน สปป.ลาว สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [732,867,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ และการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว","เนื่องจากช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายนของทุกปี คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) จะประกาศนโยบายด้านการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป็นต้น โดยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ รัฐบาลจะประกาศแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาในด้านต่าง ๆ แก่เกษตรกร จนถึงวันนี้ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ นบข. ก็ยังมิได้ดำเนินการประชุม หรือประกาศนโยบายด้านการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t(๑) รัฐบาลได้วางแผนให้มีการประชุม นบข. เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเมื่อใด และมีแนวทางอย่างไร\\n\t(๒) รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรกรณีประสบภัยพิบัติอย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [733,866,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติมิชอบ","เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงจนเสียชีวิตที่บ้านของผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนครปฐม \\nเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๖ กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒๗๓๙/๒๕๖๖ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล อำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยจัดตั้ง \\n“ศูนย์รับแจ้งเบาะแสผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย” เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งข้อมูล รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการรับและแจ้งข้อมูลจากส่วนราชการทั่วประเทศ พร้อมทั้งมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือได้ว่าเป็นการดำเนินการที่ดี แต่ยังไม่สามารถทำให้จำนวนผู้มีอิทธิพลลดลง และเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกยิงจนเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นล้วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดความเกรงกลัว จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอาจเป็นการผลักดันให้ข้าราชการประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องข้าราชการที่ดี และปราบปรามผู้มีอิทธิพล รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขด้วยการตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติ และตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้ควบคู่กัน ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้มีคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีชุด พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่แก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล ด้วยมาตรการเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และปกป้องประชาชนควบคู่กัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [734,865,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า และการสื่อสารเผยแพร่ผลร้ายต่อสุขภาพ","การศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง พบว่า ปี ๒๕๖๔ มีเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ ๕๙ และผลศึกษาทางการแพทย์ พบว่า ปี ๒๕๖๖ มีเยาวชนอายุระหว่าง ๑๔ - ๑๘ ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ ๙.๒ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งทางสังคม และทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาระค่าใช้จ่าย\\nในการรักษาพยาบาลผู้ที่สูบบุหรี่ ส่งผลให้ในแต่ละปีรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณไม่ต่ำกว่า ๕๓๔ ล้านบาท ถึงแม้ว่ารัฐบาลได้กำหนดกฎระเบียบ กฎหมายทางศุลกากรในการควบคุมการนำเข้า การซื้อ - ขาย \\nและการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็ตาม เช่น พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๔ กำหนดให้ผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ \\nและศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ มาตรา ๒๔๖ วรรคสาม กำหนดให้ผู้ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย \\nช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับ\\nไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๖๗ กำหนดพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท เป็นต้น \\nแต่ยังคงพบเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า และหาซื้อได้โดยไม่ยุ่งยาก จึงทำให้เยาวชนเข้าถึงได้โดยง่าย อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อให้ได้ข้อสรุป\\nเชิงวิชาการที่นำไปสู่การสร้างความรู้ให้แก่ประชาชน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาดำเนินการให้มีการศึกษา วิจัยผลกระทบและอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ว่าควรอนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากห้ามจำหน่าย เจ้าหน้าที่\\nต้องเข้มงวดไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกต่อไป เพื่อไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ \\nมูลค่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ดังเช่นที่ผ่านมา","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [735,864,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง  จังหวัดบึงกาฬ","การตีความพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ \\nและการจัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาไม่ชัดเจน\\nสืบเนื่องจาก...\\n \tสืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๙ ได้มีมติมอบที่ดินพื้นที่อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ จำนวน  ๑๔,๘๘๐ ไร่ โดยให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการกันพื้นที่ ๗,๒๗๕ ไร่ เป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ของราษฎร ซึ่งเรียกว่า “ป่าจัดสรรบ้านหนองทม” ให้กรมที่ดินสงวนพื้นที่ดังกล่าว\\nเพื่อเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ตามมาตรา ๒๐ (๔) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ปรากฏว่า ประชาชนในพื้นที่\\nบ้านซ่อมกอก ตำบลซาง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวก่อนแล้ว โดยมีหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดิน ได้แก่ แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) ตั้งแต่ \\nปี ๒๔๙๘ ต่อมาปี ๒๕๕๓ ได้ขอออกโฉนดที่ดิน จำนวน ๑๑๒ แปลง เนื้อที่ ๕๖ ไร่ ๒ งาน ๕๒ ตารางวา แต่มีประชาชนจำนวนหนึ่ง มีเพียงเอกสารหลักฐาน ส.ค.๑ จึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดิน หรือเอกสารเกี่ยวกับที่ดินอื่นได้ ได้แก่ พื้นที่บ้านห้วยผักขะ ตำบลเซกา อำเภอเซกา พื้นที่ตำบลน้ำจั้น อำเภอเซกา และพื้นที่ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง รวม ๑๘ หมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ ๗,๒๐๐ ไร่ ซึ่งเกิดจากการตีความกฎหมาย มาตรา ๒๖ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ไม่ชัดเจน ตลอดจนปัญหาความคลาดเคลื่อนในการจัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอพรเจริญ อำเภอโซ่พิสัย กิ่งอำเภอศรีวิไล กิ่งอำเภอบุ่งคล้า และกิ่งอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๒๖ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๕) เป็นเหตุให้ที่ดินสาธารณประโยชน์ทับซ้อนกับที่ดิน ส.ป.ก. โดยปัญหาดังกล่าวเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่งพิจารณาตีความปัญหาข้อกฎหมายในประเด็น ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ “ป่าจัดสรรบ้านหนองทม” ได้ถูกเพิกถอนสภาพตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๖ (๑) ประกอบพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน หรือไม่ อย่างไร ตลอดจน\\nขอให้ ส.ป.ก. และกรมที่ดินเร่งรัดการพิจารณา เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญ","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [736,863,159,"นายวันชัย สอนศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง","ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่ง ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๖ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน ๑๑ คน ส่งผลให้ถูกอายัดทรัพย์สินต่าง ๆ ทั้งเงินเดือน และเงินสำรองเลี้ยงชีพ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และส่งผลกระทบต่อจิตใจ ซึ่งบุคคลที่เป็นแกนนำผู้ชุมนุม หรือผู้เข้าร่วมกลุ่มการเมืองต่าง ๆ อาทิ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) มิได้เป็นผู้คิดร้ายต่อประเทศ เพียงแต่เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันเท่านั้น ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ก็ยังมิได้ดำเนินการ\\nอย่างเป็นรูปธรรมตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ให้แก่บุคคลที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นที่ยอมในระดับสากลแล้ว \\nว่าความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน มิได้เป็นเรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [737,862,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)","คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีข้อสงสัยในเรื่องคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้าม\\nตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ\\nว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึงแม้จะมีการตีความกฎหมายว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล และมีการกำหนดระยะเวลาให้เพิกถอนสิทธิได้หลังจากประกาศผลการเลือกตั้ง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ สส. ที่ไม่มีคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้าม อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย\\nต่อระบบรัฐสภาได้ ดังนั้น จึงขอสอบถาม กกต. ดังนี้\\n \t(๑)\tการจัดทำระบบให้คำปรึกษาแก่ผู้สมัคร สส. และรายงานสรุปผลการดำเนินงาน \\nปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งแบบล่วงหน้าได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร\\n \t(๒)\tการจัดทำระบบรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ กกต. ได้ประกาศรับรองแล้ว ด้วยวิธีเปิดเผย หรือวิธีการอื่นใด ได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร\\n\t(๓)\tการเปิดเผยข้อมูลของผู้ร้องเรียนสามารถดำเนินการได้หรือไม่\\n\t(๔)\tการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากการจัดการเลือกตั้ง จากบุคคล\\nที่ กกต. เพิกถอนสิทธิหลังจากประกาศรับรองฯ ได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ เป็นจำนวนกี่คน \\nและเป็นจำนวนเงินเท่าใด\\n \t(๕)\tการจัดทำข้อมูลการจัดการบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้ง การเตรียมการสำหรับการป้องกันความเสียหาย การเยียวยา และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ระบบรัฐสภา\\nได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร","ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [738,861,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโรคมะเร็งในประเทศไทย","จากวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นวันมะเร็งโลก มีข้อมูลที่น่าเป็นกังวล \\nคือ ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ คนต่อปี หรือประมาณ \\n๔๐๐ คนต่อวัน มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ประมาณ ๘๐,๐๐๐ คนต่อปี โดยโรคมะเร็งที่พบ ๕ อันดับแรก คือ ๑. มะเร็งตับ/มะเร็งท่อน้ำดี ๒. มะเร็งปอด ๓. มะเร็งเต้านม ๔. มะเร็งลำไส้ใหญ่/มะเร็งทวารหนัก \\nและ ๕. มะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุของโรคแบ่งออกเป็นปัจจัยภายในร่างกาย ได้แก่ พันธุกรรม \\nปัจจัยภายนอก ได้แก่ พฤติกรรมการดำเนินชีวิต สิ่งแวดล้อม สารที่ปนเปื้อนในชีวิตประจำวัน การได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด เป็นต้น แนวทางการป้องกันสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอันเป็นสาเหตุของโรค ทานอาหารธรรมชาติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อน\\nให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก ขับถ่ายให้เป็นเวลา ทำจิตใจให้เบิกบานไม่เคร่งเครียด เข้ารับการตรวจมะเร็งทุกปี ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) รณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่ถูกต้อง ทั้งการดูแล ป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอันเป็นสาเหตุของโรค \\nการตรวจคัดกรองหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรก เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้อง เนื่องจากโรคมะเร็ง\\nในระยะแรก สามารถรักษาให้หายได้\\n \t(๒) สร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับนโยบายของประเทศ ในการออกกฎหมายเกี่ยวกับโรคมะเร็ง เพื่อให้เกิดการดูแล ป้องกัน รักษาโรคอย่างจริงจังและต่อเนื่อง\\n \t(๓) ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนทราบว่า ปัจจุบันผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิได้รับการรักษา โดยใช้สิทธิจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม และกรมบัญชีกลาง\\n \tทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในประเทศไทยโดยภาพรวม ร้อยละ ๔๐ ซึ่งจะยังประโยชน์สูงสุดแก่สุขภาพและอนามัยของประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [739,860,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการป้องกันการเผาในที่โล่ง การเกิดไฟป่า และฝุ่นพิษ PM2.5 ในสภาวะเอลนีโญ","แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๒๕ กำหนดให้รัฐบาล\\nดำเนินมาตรการส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนามาอย่างต่อเนื่อง \\nซึ่งการทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด\\nอันเนื่องมาจากเกษตรกรทำการเผา เพื่อช่วยกำจัดซังข้าวโพด และปรับพื้นที่ให้โล่งเตียน กรณีที่ปลูกบนดอยหรือเชิงเขาที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า เมื่อจุดไฟเผาจะเกิดการลุกลาม ยากแก่การควบคุม ทำให้ป่าไม้ถูกทำลาย เกิดควันและฝุ่นพิษ PM2.5 เพิ่มมากขึ้น\\n \tข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ระบุว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้ฝนตกน้อยกว่าปกติ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๖๗ จะต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศรุนแรงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ระดับประเทศ ร่วมกับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงรุก เช่น ลดปัญหาการเผาในพื้นที่โล่ง การเกิดไฟป่า การบุกรุกพื้นที่ป่า การสนับสนุนให้เกษตรกรปรับพื้นที่การเกษตรอย่างเหมาะสม การจัดสรรที่ดินสำหรับทำการเกษตร และมีการลงโทษผู้ลักลอบเผาป่า เป็นต้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเลขานุการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) รวบรวมค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเผาในที่โล่งและไฟป่า เพื่อประเมินความสูญเสียงบประมาณในห้วง ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตั้งงบประมาณป้องกันเชิงรุก เพื่อทดแทนการดับไฟป่า ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณปลายเหตุ\\n \t(๒) มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nเพื่อวางแผนป้องกันและเพิ่มแนวทางแก้ไขปัญหาการเผาป่าในพื้นที่เกษตรกรรม โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามกรอบวงเงินไม่เกินวงเงินตามข้อ (๑) เพื่อจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรรวมไว้ที่หน่วยงาน\\nด้านการเกษตร หรือหน่วยทหารในพื้นที่ พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่บุคลากร เพื่อให้สามารถ\\nใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร เป็นการบริการเกษตรกรในการปรับพื้นที่เพื่อลดการเผา กรณีดังกล่าว อาจคิดค่าบริการตามค่าใช้จ่ายจริง หรือสนับสนุนโดยไม่คิดค่าบริการ\\n \t(๓) มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการให้มีการส่งเสริมและสนับสนุน\\nการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ภาคการเกษตร และพิจารณาอุดหนุนด้านการขนส่งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม \\nรวมทั้งลดการเผาทำลายซึ่งก่อให้เกิดฝุ่นพิษและเกิดก๊าซเรือนกระจก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [740,859,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำในภาคตะวันออก","ภาคตะวันออกของประเทศมีพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจส่งออกไปยังต่างประเทศปีละหลายล้านตัน เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย และเงาะ เป็นต้น อีกทั้ง มีโครงการเขตพัฒนาพิเศษ\\nภาคตะวันออก (EEC : Eastern Economic Corridor) และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง \\nจึงมีความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคทั้งภาคครัวเรือน ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอ เช่น การปลูกทุเรียนให้ได้คุณภาพเพื่อการส่งออก ต้องใช้น้ำปริมาณ ๑๕๐ ลิตร/ต้น/วัน หรือปริมาณ ๑๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/ไร่/วัน เป็นต้น นอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองจากการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำเป็นอย่างมาก ประกอบกับอ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำเหลือน้อย ดังนั้น รัฐบาลควรมีมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น เช่น การสูบน้ำจากคลองสะพาน จังหวัดระยอง และการผันน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ เป็นต้น และเร่งรัดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี กรณีการก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำให้แล้วเสร็จ เพื่อให้พื้นที่ภาคตะวันออกมีปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคทั้งภาคครัวเรือน ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอต่อไป","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [741,858,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การติดตั้งระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wifi) ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ","คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)  ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ พบว่า การบริหารจัดการการท่องเที่ยวของอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่มัคคุเทศก์นำชมและให้ความรู้ได้เป็นอย่างดี มีการจัดทำ QR Code ไว้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับต่ำ ไม่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t(๑) กระทรวงวัฒนธรรม พิจารณาประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมกับประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อบูรณาการติดตั้งสัญญาณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wifi : Wireless Fidelity) ความเร็วสูง โดยครอบคลุมพื้นที่อุทยานฯ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านสารประโยชน์และความรู้\\nแก่นักท่องเที่ยวต่อไป\\n \t(๒) อุทยานฯ ควรติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์ฉายไปยังสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง\\nทางประวัติศาสตร์อันมีคุณค่าสูงยิ่ง เพื่อความสวยงามในเวลากลางคืน\\n \t(๓) อุทยานฯ ควรพิจารณาเวลาในการเปิดให้เข้าชมอุทยานฯ ได้ถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแสง สี และสถาปัตยกรรมอันงดงามในเวลากลางคืน เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลเป็นจำนวนมากได้เดินทางไปท่องเที่ยว และจัดทำวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่มรดกโลกทางวัฒนธรรม\\nอันทรงคุณค่าของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [742,857,141,"พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ","กฎหมาย","การเร่งรัดกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด","ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีคุณภาพอากาศ\\nแย่ที่สุดในโลก เป็นระยะเวลาติดต่อกัน ๔ ปี (๒๕๖๓ - ๒๕๖๖) ซึ่งคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา\\nพบประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ (ตอนบน) ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และหอการค้า ๑๗ จังหวัด เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา PM2.5 และได้เสนอร่างกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ไปยังรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร\\nชุดที่มี พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ \\nตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ แต่ยังคงไม่มีความคืบหน้า\\n \tทั้งนี้ ร่างกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มุ่งปฏิรูปการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือจากภาคชุมชน ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหา ให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านมลพิษทางอากาศของประเทศ และใช้นวัตกรรม หรือมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร และบูรณาการการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการภายใต้แผนแม่บท แผนงาน โครงการ การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดตามมาตรฐานที่กำหนด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๗ (๒) และ (๓) กล่าวคือ ประชาชนมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้สังคมมีความสงบสุข มีโอกาสเท่าเทียมในการได้รับอากาศที่มีคุณภาพดีเสมอเหมือนกันจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ ว่าจะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่อง PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณานำร่างกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด บรรจุในกฎหมายปฏิรูปประเทศ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๐ วรรคสาม ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [743,856,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การดูแลสุนัขจรจัดในกรุงเทพมหานคร","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัด\\nในกรุงเทพมหานคร ดังกรณีเหตุการณ์สุนัขจรจัดรุมกัดเด็กนักเรียนจนอาการสาหัส และอีกหลายเหตุการณ์\\nที่เสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ว่า เมื่อถูกสุนัขจรจัดกัด ผู้ใดหรือหน่วยงานใดต้องรับผิดชอบ กรณีที่น่ากังวล\\nอีกประการหนึ่ง คือโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งสุนัขจรจัดเป็นพาหะในการแพร่เชื้อ ทั้งนี้ ได้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๗๕๑/๒๕๕๙ ระบุว่า หากถูกสุนัขจรจัดกัดแล้วไม่สามารถหาเจ้าของผู้ดูแลสุนัขนั้นได้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมปศุสัตว์เป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลสุนัขจรจัด และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น\\n\tจากการเสนอข่าวของสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเร่งดำเนินการควบคุมสุนัขและแมวจรจัด จำนวน ๒ แสนตัว เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และสนับสนุนให้ประชาชนรับไปเลี้ยงนั้น จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้\\n \t(๑) ควรเร่งทำหมันสุนัขและแมวจรจัดทุกพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร\\n \t(๒) สำนักงานเขตทุกเขตของกรุงเทพมหานคร ต้องรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน \\nและเร่งดำเนินการจับสุนัขและแมวจรจัดเพื่อส่งไปยังศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งการจับสุนัขและแมวจรจัดนั้น เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ พร้อมทั้งเชิญชวน\\nให้ร่วมสังเกตการณ์การจับสุนัขและแมวจรจัด รวมทั้งแจ้งให้ทราบว่าจะนำไปไว้ในสถานที่แห่งใด \\nมีการบันทึกภาพและบันทึกรูปพรรณสัณฐานของสุนัขและแมวจรจัดที่จับ แล้วติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน\\n \t(๓) กรุงเทพมหานครควรพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดูแลสุนัขจรจัด\\nพร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่แนะนำระบบการดูแลรักษาความสะอาด และการเก็บมูลสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากมีผู้ดูแลสุนัขจรจัดเป็นจำนวนมาก แต่รัฐไม่ได้ให้การสนับสนุน","ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [744,855,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอให้ทบทวนการยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ","ตามที่ มาตรา ๑๖๓ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้ “เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กองบังคับการตำรวจรถไฟเป็นอันยุบ \\nและให้โอนเงินงบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟ มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ดังนั้น ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ กองบังคับการตำรวจรถไฟจึงต้องเป็นอันยุบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อย่างไรก็ดี ภารกิจสำคัญของตำรวจรถไฟ คือ ทำหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการรถไฟ สืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความปลอดภัยทั้งบนรางและบนขบวนรถไฟให้แก่ประชาชนผู้โดยสารรถไฟ ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจรถไฟได้มีผลงานการจับกุมคดีสำคัญ เช่น คดียาเสพติด คดีการค้ามนุษย์ คดีสินค้าหนีภาษี และคดีแรงงานต่างด้าว เป็นต้น ซึ่งในต่างประเทศล้วนให้ความสำคัญกับตำรวจรถไฟ เช่น สหราชอาณาจักรได้ตั้งเป็นสำนักงานตำรวจขนส่งแห่งสหราชอาณาจักร หรือสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีการตั้งกระทรวงรถไฟ เป็นต้น จะเห็นว่าต่างประเทศให้ความสำคัญกับตำรวจรถไฟเพื่อให้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้โดยสารรถไฟ แต่ประเทศไทยกลับยุบตำรวจรถไฟ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนการยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ โดยพิจารณาตั้งกองบังคับการตำรวจรถไฟอีกครั้งหนึ่งภายใต้สังกัด\\nของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [745,854,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","กฎหมาย","การแก้ปัญหาเรื่องอาหารเสริมปลอม","ปัจจุบันประชาชนนิยมซื้อวิตามินและอาหารเสริมหลายชนิดมารับประทาน \\nซึ่งวิตามินและอาหารเสริมมิใช่ยา จึงควรรับประทานเมื่อบุคคลขาดวิตามินหรือสารอาหารเท่านั้น \\nโดยมีข้อแนะนำและข้อควรระวังในการทานวิตามินและอาหารเสริม ดังนี้ \\n \t\t๑๘.๑ ข้อแนะนำในการทานวิตามินและอาหารเสริม\\n \t\t\t๑๘.๑.๑ หากต้องการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมควรพบแพทย์ \\nเพื่อตรวจหาระดับวิตามินในร่างกายก่อน\\n \t\t\t๑๘.๑.๒ เลือกวิตามินกลุ่มที่ละลายน้ำ จะไม่มีการสะสมและตกค้างในร่างกาย ได้แก่ วิตามินบีและวิตามินซี\\n \t\t\t๑๘.๑.๓ เลือกอาหารเสริมที่เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ดูดซึมได้ดี\\n \t\t\t๑๘.๑.๔ ไม่รับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกัน \\nเช่น “วิตามินอีกับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส” \\n \t\t\t๑๘.๑.๕ ไม่รับประทานวิตามินและอาหารเสริมในปริมาณที่สูงเกินไป\\n \t\t\t๑๘.๑.๖ ควรระมัดระวังในการทานคอลลาเจนและกลูต้าไธโอน (Glutathione)\\n \t\t\t๑๘.๑.๗ หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน\\n \t\t๑๘.๒ ข้อควรระวังในการทานวิตามินและอาหารเสริม  \\n \t\t\t๑๘.๒.๑ วิตามินและอาหารเสริมที่ดูดซึมไม่หมดจะตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายทำให้เกิดโทษได้\\n \t\t\t๑๘.๒.๒ วิตามินและอาหารเสริมบางชนิดที่ละลายในน้ำได้ไม่ดี ร่างกายจะดูดซึมได้ไม่ดี ส่งผลเสียต่อตับ \\n \t\t\t๑๘.๒.๓ วิตามินบางชนิดได้รับในปริมาณที่มากเกินไปทำให้เกิดนิ่วในไตได้\\n \t\t\t๑๘.๒.๔ วิตามินและอาหารเสริมอาจทำให้โรคประจำตัวกำเริบ\\n \t\t\t๑๘.๒.๕ วิตามินที่มากเกินไป มีผลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง ไม่เหมาะกับคน\\nที่เป็นโรคเลือด\\n \t\t\t๑๘.๒.๖ วิตามินเอที่ดูดซึมยาก จะค้างและสะสมในตับได้ง่าย ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคไต\\n\t\t\tโดยวิตามินและเกลือแร่ส่วนใหญ่ร่างกายจะได้รับจากการทานผักและผลไม้ ดังนั้น ควรทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ ซึ่งปัญหาที่สำคัญ คือ ปัจจุบันมีการขายวิตามินและอาหารเสริมปลอมหลายชนิดในท้องตลาดสูงถึงร้อยละ ๔๐ ของวิตามินและอาหารเสริมทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณา\\nสรรพคุณของอาหารเสริมเกินความเป็นจริง เช่น รับประทานแล้วมีสุขภาพแข็งแรงสามารถรักษา\\nโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ หรือรับประทานแล้วจะช่วยให้ชะลอวัย เป็นต้น ซึ่งวิตามินและอาหารเสริมที่เป็น\\nของปลอมเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วอาจเกิดโทษต่อร่างกายและอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้น การเลือกซื้อวิตามินและอาหารเสริม ควรเลือกซื้อจากบริษัทผู้ผลิตที่เชื่อถือได้และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้   \\n \t\t\t(๑) ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบประโยชน์และโทษของอาหารเสริม รวมทั้งวิธีการเลือกอาหารเสริมที่ถูกต้อง แนะนำวิธีการตรวจสอบและแยกความแตกต่างระหว่าง\\nอาหารเสริมจริงกับอาหารเสริมปลอม    \\n \t\t\t(๒) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควรมีการตรวจสอบการขายวิตามินและอาหารเสริมในท้องตลาดอย่างต่อเนื่องและจริงจัง\\n \t\t\t(๓) ดำเนินการกับผู้ขายวิตามินและอาหารเสริมปลอมอย่างเข้มงวดจริงจัง \\n \t\t\t(๔) ดำเนินการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดอย่างเข้มงวดจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [746,853,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้พิจารณาทบทวนมาตรการการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน","คณะรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมาได้เคยมีมติให้ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๕๐ หน่วยต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ได้รับสิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรี แต่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันมีมติเห็นชอบมาตรการ\\nปรับลดค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน – เดือนธันวาคม ๒๕๖๖ จาก ๔.๑๐ บาทต่อหน่วย ลดลงเหลือ\\n๓.๙๙ บาทต่อหน่วย ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวผู้ที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้\\nปานกลางถึงผู้มีรายได้สูงเพราะมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าหลายหน่วยต่อเดือน แต่มิได้เป็นการช่วยเหลือ\\nหรือให้ประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยแต่อย่างใด เพราะผู้มีรายได้น้อยมีปริมาณการใช้ไฟฟ้า\\nต่อเดือนน้อยอยู่แล้ว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวนมาตรการการให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าไฟฟ้า โดยควรกำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๕๐ หน่วยต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ได้รับสิทธิ์\\nใช้ไฟฟ้าฟรี ดังเช่นรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้เคยดำเนินการไว้ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [747,852,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","กฎหมาย","ขอรับการบรรจุแต่งตั้งครูพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีจำนวนโรงเรียนสังกัด ระหว่างปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๖ ดังนี้ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ มีจำนวน ๒๙,๘๗๑ โรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๓ มีจำนวน ๒๙,๖๔๒ โรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๔ มีจำนวน ๒๙,๕๘๓ โรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ มีจำนวน ๒๙,๔๔๙ โรงเรียน และปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีจำนวน ๒๙,๓๑๒ โรงเรียน ปัญหาที่พบคือ โรงเรียนเหล่านี้มีครูพลศึกษาไม่เพียงพอต่อการสอนเด็กนักเรียน ทั้งนี้ ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ระหว่างวันที่ ๒๓ กันยายน – วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลปรากฏว่าจีนได้เป็นเจ้าเหรียญทอง และประเทศไทยได้อันดับที่ ๘ โดยได้ ๑๒ เหรียญทอง ๑๔ เหรียญเงิน และ ๓๒ เหรียญทองแดง ถือเป็นลำดับที่ ๑ ของอาเซียน ทั้งนี้ นักกีฬาของไทยต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศักยภาพสำคัญด้านการกีฬา คือ บุคลากรที่ทำหน้าที่อบรมให้ความรู้ด้านกีฬา แต่จากข้อมูลข้างต้นในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีโรงเรียน ๒๙,๓๑๒ โรงเรียน แต่มีจำนวนครูพลศึกษาไม่ถึงร้อยละ ๒๐ ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยและไม่เพียงพอต่อการอบรมให้ความรู้แก่เด็ก ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการด้านกีฬาไม่ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทาง จึงทำให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และทำให้นักกีฬาไทยไม่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีการพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก เยาวชน และทุกช่วงอายุ จึงทำให้สาธารณรัฐประชาชนจีนประสบผลสำเร็จในด้านการกีฬา\\n\t\tจากปัญหาการขาดแคลนครูพลศึกษาดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงการศึกษาธิการ\\nพิจารณาบรรจุครูพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น\\nให้เพียงพอ ทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) โรงเรียนขนาดกลาง (นักเรียน ๑๒๑ – ๖๐๐ คน) และโรงเรียนขนาดใหญ่ (นักเรียน ๖๐๐ – ๑,๕๐๐ คน) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้การกีฬาของไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศ และอยู่ในระดับโลกเพิ่มขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [748,851,120,"นายพลเดช ปิ่นประทีป","นโยบายของรัฐบาล","ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขายุคใหม่","คณะทำงานในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนจากประชาชนชาวม้ง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่อง ที่อยู่อาศัยที่กำลังถูกไล่ออกจากพื้นที่เช่าที่ใช้อยู่อาศัยและทำกิน เนื่องจากการเจริญเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวและเจ้าของที่ดินมีความประสงค์จะประกอบกิจการ ซึ่งเมื่อครั้งเกิดสงครามคอมมิวนิสต์ พื้นที่เขาค้อเคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ตั้งอยู่บริเวณ ๓ จังหวัดคือ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเลย และจังหวัดเพชรบูรณ์ การสู้รบและการปฏิบัติการทางทหารเป็นไปอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ต่อมากองทัพภาคที่ ๓ (ทภ.๓) ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ประมาณ ๓ แสนไร่มีการอพยพและย้ายถิ่นฐานของประชาชนตามยุทธศาสตร์และยุทธวิธี โดยมีคำมั่นสัญญาว่า เมื่อสงครามสงบลงจะจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน เมื่อสงครามสงบลงเส้นทางที่เคยใช้สู้รบได้รับการพัฒนาเป็นเส้นทางคมนาคมที่เดินทางสะดวก ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามและภูมิอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี ทำให้กลุ่มชุมชนชาวม้งดั้งเดิม และกลุ่มที่อพยพจากพื้นที่อื่นเข้ามาครอบครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัย\\\\nและทำกิน รวมทั้งประกอบกิจการต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น จนพื้นที่เขาค้อเปลี่ยนสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย \\\\n\t\tประเด็นปัญหา คือ ชุมชนชาวม้งดั้งเดิม จำนวน ๓ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านเล่านะ หมู่บ้านเล่าเน้ง และหมู่บ้านเล่าลือ ซึ่งเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ถูกอพยพทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี\\\\nในสงครามครั้งนั้น เมื่อสงครามสงบลงมีเพียงหมู่บ้านเล่าลือเท่านั้นที่ได้กลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่บริเวณเดิม ส่วนหมู่บ้านเล่านะ และหมู่บ้านเล่าเน้ง รวมจำนวน ๑๕๐ ครอบครัว ถูกทอดทิ้งให้หาพื้นที่เช่า\\\\nเพื่ออยู่อาศัยและรับจ้างทำงานกับชาวบ้านในบริเวณนั้น ดังนั้น เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ คณะทำงาน จึงได้ลงพื้นที่พร้อมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายปกครอง และองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อตรวจดูสภาพปัญหาและข้อเท็จจริง ปรากฏข้อเท็จจริงและมีข้อเสนอแนะ ดังนี้  \\\\n\t\t๑๕.๑ กลุ่มชาวม้งทั้ง ๑๕๐ ครอบครัว มีสถานภาพเป็นผู้เช่าที่ดินจากเพื่อนบ้าน \\\\nและชุมชน มีลักษณะเป็นกระท่อมหลังเล็กสร้างด้วยวัสดุไม้ไผ่ เพื่อใช้สำหรับอยู่อาศัยชั่วคราว ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีและขาดความมั่นคง  \\\\n\t\t๑๕.๒ กลุ่มชาวม้งเป็นชนกลุ่มน้อย ถือเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคม อีกทั้งชุมชนเล่านะ และชุมชนเล่าเน้ง มีส่วนร่วมกับทางราชการในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติ แต่ปัจจุบันกำลังอยู่ในสภาพถูกทอดทิ้ง จึงเห็นควรให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลช่วยเหลือตามหน้าที่และอำนาจต่อไป \\\\n\t\t๑๕.๓ จังหวัดเพชรบูรณ์แจ้งข้อมูลว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง\\\\nของมนุษย์เดิมเป็นกรมประชาสงเคราะห์ ได้รับมอบหมายจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื้นที่ตามโครงการ\\\\nศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา จำนวน ๔๗,๐๐๐ ไร่ และยังไม่ได้ส่งคืนพื้นที่ให้แก่กรมป่าไม้แต่ประการใด \\\\nและเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แบ่งพื้นที่ให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๖๐๐ ไร่ เพื่อใช้ทำศูนย์วิจัยเกษตรที่สูง\\\\nเพชรบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้าง คณะทำงานจึงมีข้อเสนอแนะ โดยขอให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศึกษาความเหมาะสมเพื่อดูแลปัญหาชุมชนม้งท้องถิ่น และพัฒนายกระดับให้เป็นศูนย์วิจัยส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในระยะยาวต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [749,850,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","กฎหมาย","การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ : กรณีถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่","จากกรณีที่หัวหน้าด่านกักกันสัตว์แห่งหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐมีความเสี่ยงภัยจากการกระทำของผู้ที่ไม่หวังดี หรือผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้กฎหมายเกี่ยวกับด้านการเกษตรเกือบทุกฉบับที่ตราขึ้นมานั้น จะเป็นกฎหมายที่ปกป้องและดูแลผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของเกษตรกร เช่น เรื่องความปลอดภัยของอาหาร และเรื่องชีวภาพต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ไม่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน       \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการคุ้มครองและดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดและตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เช่น (๑) กรณีที่หัวหน้าด่านกักกันสัตว์แห่งหนึ่งที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จากการเข้าตรวจสอบจับกุมเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายหลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำเนื้อสุกรมาขายในพื้นที่ \\nซึ่งอาจเกิดอันตรายจากโรคที่ติดมากับเนื้อสัตว์ ทำลายสุขภาพของประชาชนผู้บริโภค และก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบปศุสัตว์ของประเทศไทย (๒) กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุเรียนเพื่อส่งออกมีหลายครั้ง\\nที่เจ้าหน้าที่ถูกปิดล้อมไม่ให้ออกจากโกดัง หรือล้งของผู้ประกอบการ หรือ (๓) กรณีการทำหน้าที่\\nของเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งสารวัตรเกษตร ที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นปุ๋ยหรือยาปราบศัตรูพืชที่ผิดกฎหมาย หลายครั้งถูกขัดขวางและปิดล้อมไม่ให้ออกจากพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ระบบปศุสัตว์ ระบบเศรษฐกิจ สุขภาพของประชาชนคนไทย รวมถึง\\nความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรไทยในการส่งออก ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการควบคุมดูแลให้เกิดความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน   \\n\t\tทั้งนี้ จากการที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๑ – ๑๒ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความเชื่อมั่นว่า จะขับเคลื่อนนโยบายการปราบปรามการลักลอบการนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย ที่เข้ามาทำลายระบบปศุสัตว์ของไทย \\nหรือทำลายสุขภาพของประชาชน ซึ่งเมื่อมีนโยบายที่ชัดเจนแล้ว รัฐบาลควรมีการดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชน\\nในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ หรือการเข้าถึงอาหารที่มีความปลอดภัย รวมทั้งการดูแลปกป้องระบบการเลี้ยงสัตว์ ระบบการดูแลพืชผลทางการเกษตรของไทย ให้เกิดความเป็นธรรม และเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศชาติโดยรวม","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [750,849,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","กฎหมาย","การอนุญาตให้ใช้โดรนภาคการเกษตรที่มีน้ำหนักมากกว่า ๒๕ กิโลกรัม โดยถูกต้องตามกฎหมาย","ปัจจุบันการพัฒนาด้านการเกษตรของเกษตรกร อาทิ ชาวนา ชาวสวน และชาวไร่ เพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรและลดต้นทุนค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยมีการนำโดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร ทำการบินเพื่อหว่านปุ๋ย หว่านผลิตภัณฑ์ และพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนถ่ายภาพเพื่อสำรวจพืช และศัตรูพืช โดยมีการใช้โดรน ที่มีน้ำหนักมากกว่า ๒๕ กิโลกรัม กันอย่างแพร่หลาย และมีการใช้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ ๕๐ เนื่องจากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มทุน แต่ปัจจุบันบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ผู้ซึ่งใช้โดรนกำลังประสบปัญหา คือ ไม่สามารถขออนุญาตใช้โดรนที่มีน้ำหนักมากกว่า ๒๕ กิโลกรัมจากหน่วยงานราชการที่ควบคุมและกำกับดูแลได้ เนื่องจากความไม่ทันสมัยของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนี้  \\n\t\t๑๓.๑ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาออกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ฉบับใหม่เป็นการเร่งด่วน โดยให้มีสาระสำคัญครอบคลุมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การบังคับใช้โดรนทุกบริบททางการเกษตรที่มีน้ำหนักเกินกว่า ๒๕ กิโลกรัม \\n\t\t๑๓.๒ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาจัดสรรงบประมาณและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดหลักสูตรอบรมให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการ ในรูปแบบ One Stop Service สำหรับใช้โดรนเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย\\nต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม \\n\t\t๑๓.๓ เมื่อได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ขอให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์ ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร และผู้ประกอบการทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [751,848,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","ปัญหาความไม่ต่อเนื่องและไม่จริงจังในการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมของไทย","เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในพันธกรณีระหว่างประเทศที่สำคัญ\\nคือ การจัดทำ “ปฏิญญาจอมเทียน” ซึ่งเป็นปฏิญญาว่าด้วยการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education\\nfor All) ซึ่งการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนนั้น มีนัยสำคัญหลายประการ โดยในที่นี้ “การศึกษาแบบเรียนรวม” (Inclusive Education) เป็นรูปแบบการจัดการศึกษารูปแบบหนึ่งที่ประเทศไทย\\nยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณ ๖๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จัดให้มีการศึกษาแบบเรียนร่วม (Mainstreaming) ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาให้แก่เด็กพิการหรือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติในชั้นเรียนทั่วไป โดยที่สถานศึกษาดังกล่าวไม่ได้จัดให้มีการบริการด้านการศึกษาเป็นการเฉพาะ ส่งผลให้เด็กที่มีผลการเรียนระดับเกินค่าเฉลี่ยเท่านั้น จึงจะสามารถเรียนผ่านและเลื่อนระดับได้ จนกระทั่งเมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมา จึงได้มีความพยายามยกระดับการศึกษาแบบเรียนร่วม (Mainstreaming) ให้เป็นการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ซึ่งจะต้องจัดให้มีระบบนิเวศทางการศึกษา (Learning Ecosystem) ที่มีความเป็นมิตรและรองรับความหลากหลายของผู้เรียน  \\n\t\tรัฐบาลในขณะนั้นได้จัดตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษ ประกอบด้วย ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา และศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด รวมจำนวนทั้งสิ้น ๗๗ แห่ง มีหน้าที่เตรียม\\nความพร้อมผู้เรียนที่มีความพิการหรือมีความต้องการจำเป็นพิเศษ ให้มีความพร้อมเข้าเรียนในชั้นเรียนทั่วไปได้ รวมทั้งการส่งผู้ให้บริการไปประจำอยู่ในโรงเรียนทั่วไป แต่จวบจนถึงปัจจุบัน สถานศึกษาทั่วไปตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ยังไม่มีความพร้อมที่จะจัดการศึกษาแบบเรียนรวมดังกล่าว \\nโดยสถานศึกษาส่วนใหญ่จะปฏิเสธไม่รับเด็กพิการหรือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้าเรียน \\n\t\tอนึ่ง มีข้อสังเกตว่า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและตกไปแล้วนั้น ไม่ได้มีการบัญญัติถึงการสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมไว้อย่างชัดแจ้ง ดังนั้น จึงขอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... อย่างรอบคอบ ก่อนเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม และเพื่อให้การจัดการศึกษาของไทยเป็นการศึกษาเพื่อปวงชนอย่างแท้จริง \\n\t\tด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนดนโยบายการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม\\nให้มีความชัดเจน และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าหมายการพัฒนาที่ ๔ (สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต) ซึ่งได้กำหนดเรื่อง การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมไว้อย่างชัดแจ้ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [752,847,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการบริหารงานภาครัฐ","บทบัญญัติมาตรา ๗๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “รัฐพึงดำเนินการให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม โดยกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใด\\nใช้อำนาจหรือกระทำการโดยมิชอบที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระบวนการแต่งตั้งหรือการพิจารณาความดีความชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ” และแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. ๒๕๖๔ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำกฎหมายดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ต่อมา สำนักงาน ก.พ. ได้ออกหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๑๒.๓/ว ๑๔ ลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ เรื่อง แนวทางการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานบุคคลในราชการพลเรือน แจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และจังหวัด โดยสาระสำคัญคือ ปัจจุบันยังคงปรากฏพฤติการณ์หรือการกระทำที่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนระบบคุณธรรม หรือมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายแทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงกำหนดแนวทางป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานบุคคล\\nในราชการพลเรือนไว้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t\t๑๑.๑ แนวทางการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่และการบริหาร\\nงานบุคคลในราชการพลเรือน ของสำนักงาน ก.พ. มีผลบังคับแต่เฉพาะข้าราชการพลเรือนเท่านั้น \\nแต่ไม่มีผลบังคับกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทอื่น จึงยังไม่เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๗๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nทุกประเภท จึงสมควรพิจารณากำหนดเป็นมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีผลบังคับครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท\\n\t\t๑๑.๒ แนวทางการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงฯ ของสำนักงาน ก.พ. ดังกล่าว \\nเพื่อดำเนินการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งเท่านั้น ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ประสงค์ให้บัญญัติเป็นกฎหมายและมีบทลงโทษ\\nผู้ใช้อำนาจ หรือกระทำการโดยมิชอบที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของภาครัฐ \\nจึงสมควรที่รัฐบาลจะได้พิจารณาเร่งรัดให้ดำเนินการตราเป็นกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในแผน\\nการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. ๒๕๖๔ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [753,846,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","การปรับปรุงบทบาทหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับตำบล ให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป","กฎหมายหลายฉบับได้กำหนดบทบาทหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ อาทิ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๐ (๕) กำหนดให้เทศบาลตำบลมีหน้าที่ต้องจัดให้มีเครื่องใช้ในการดับเพลิง แต่ไม่มีการกำหนดให้มีหน้าที่สนับสนุนด้านการเกษตร จึงมีประเด็นปัญหาว่า เทศบาลตำบลจะดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนประชาชนในพื้นที่ได้หรือไม่ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้มีการส่งเสริมการทำมาหากินของประชาชน ส่งเสริมการฝึกและประกอบอาชีพ การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปศุสัตว์ โดยไม่มีการกำหนด\\nถึงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\nแต่กลับไม่มีกิจกรรมส่งเสริมด้านการเกษตรเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ดังนี้\\n\t\t๑๐.๑ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับต่าง ๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล จำนวนกี่แห่ง และแห่งใดบ้างที่มีการกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานให้สนับสนุนด้านการเกษตร\\nแก่ประชาชน และสนับสนุนด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านสภาองค์กรชุมชนของตำบล\\n\t\t๑๐.๒ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดที่มีการสนับสนุนและส่งเสริมด้านการเกษตร\\nในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม \\n\t\t๑๐.๓ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดบ้างที่มีการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน\\nในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในเขตตำบลของตนเอง   \\n\t\t๑๐.๔ ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาเห็นถึงปัญหาและอุปสรรค\\nในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายหรือแนวปฏิบัติกำหนดให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น\\nได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [754,844,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ขอให้จัดสรรครูภาษาไทยให้แก่โรงเรียนเอกชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้","เนื่องจากผลการสำรวจพบว่าการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผลการเรียนในระดับประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก เด็กนักเรียนจำนวนมากไม่สามารถอ่าน\\nและเขียนภาษาไทยได้อันเนื่องมาจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) ขาดครูสอนภาษาไทยเป็นจำนวนมาก และจากการลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่หลายแห่งมีความซ้ำซ้อนหลายรายการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ดังนี้ \\n \t\t(๑) ดำเนินการจัดหาครูสอนภาษาไทยให้แก่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ)\\n \t\t(๒) พิจารณายกเลิกการกำกับดูแลโรงเรียนตาดีกา (ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เนื่องจากมัสยิดได้กำกับดูแลแล้ว\\n \t\t(๓) ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่มีความซ้ำซ้อน กรณีโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [755,843,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","การละเลยการแก้ไขปัญหาการเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  ณ ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์","การเดินทางลงพื้นที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากกว่า ๒๐๐ คน เกี่ยวกับปัญหาการขึ้นค่าเช่าที่ดินของการรถไฟ\\nแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยที่ดินของ รฟท. คือที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว \\nได้พระราชทานเพื่อการก่อสร้างทางรถไฟไปทุกภาคของประเทศไทย และจากการก่อสร้างจะมีกรรมกรก่อสร้างย้ายที่อยู่อาศัยไปตามพื้นที่การก่อสร้าง เมื่อเสร็จสิ้นการก่อสร้างจะตั้งรกรากอาศัยอยู่\\nบริเวณนั้น ๆ โดยที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี มีกรรมกรก่อสร้างทางรถไฟมาตั้งถิ่นฐานบนที่ดิน\\nของ รฟท. จำนวน ๓๐๐ หลังคาเรือน เป็นระยะเวลามากกว่า ๖๐ ปี โดย รฟท. เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินปีละ\\nไม่เกินหนึ่งพันบาท แต่เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา รฟท. ต้องการเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์ จึงประกาศขึ้นค่าเช่าที่ดินร้อยละ ๑๐๐ ผู้ที่ไม่จ่ายค่าเช่าตามอัตราใหม่จะถูกดำเนินคดี \\n \t\tทั้งนี้ ได้เชิญผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเดินทางลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่จริง\\nและรับฟังสภาพปัญหา ซึ่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่า จะลดราคาค่าเช่าเพราะสถานะ\\nทางเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวย่ำแย่ แต่หลังจากผ่านมา ๓ ปี รฟท. ยังมิได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด จากนั้น จึงได้เชิญผู้แทนจาก รฟท. มาชี้แจง ซึ่งได้รับคำตอบว่า รฟท. ได้ลดค่าเช่าที่ดินให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลช่องแคสำหรับผู้เช่ารายใหม่ร้อยละ ๕๐ ปัจจุบัน รฟท. จะให้บริษัทเอกชนรับสัมปทานดำเนินการเกี่ยวกับการเช่าพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งราคาอาจไม่เป็นเช่นเดิม ซึ่งการดำเนินการของ รฟท. \\nไม่สอดคล้องและไม่เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และด้านกฎหมาย ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว และขอให้เจ้าหน้าที่ รฟท. \\nอย่าชะลอการพิจารณาเพียงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ รฟท. เท่านั้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [756,842,50,"พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน","นโยบายของรัฐบาล","การอนุรักษ์โบราณสถานไม่ให้มีการรื้อถอนหรือถูกทำลาย","พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้ให้ความคุ้มครองโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ \\nโดยมาตรา ๑๐ ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใด ๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่จะกระทำตามคำสั่งของอธิบดีหรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ ซึ่งอาคารสโมสรราชกรีฑาสโมสร เป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์\\nที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคาร และเป็นอาคารหลังแรก\\nที่ใช้เป็นโถงรับรองผู้โดยสารจากสายการบินแห่งแรกของประเทศไทย เป็นงานสถาปัตยกรรม\\nที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ได้รับการรับรองให้เป็นโบราณสถาน ตามมาตรา ๔ และได้รับความคุ้มครอง\\nตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ \\nพ.ศ. ๒๕๐๔ จากอธิบดีกรมศิลปากร ๒ คน คือ นายประทีป  เพ็งตะโก ได้มีหนังสือลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ แจ้งต่อคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และนายกิตติพันธ์ \\nพานสุวรรณ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๕ แจ้งต่อสมาชิกสมาคมราชกรีฑาสโมสร ทั้งนี้ \\nอาคารดังกล่าว ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ประเภทงานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรม\\nและชุมชนดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๕ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี        \\n \t\tต่อมา นายสถาพร  เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร รักษาราชการแทน\\nอธิบดีกรมศิลปากร มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ได้เสนอแนวทางการอนุรักษ์อาคารดังกล่าว ๒ แนวทาง คือ การบูรณปฏิสังขรณ์ และการรื้อถอนแล้วก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่ จากนั้น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้มีหนังสือถึงนายกสมาคม\\nราชกรีฑาสโมสร เพื่อพิจารณาแนวทางการอนุรักษ์ โดยสมาคมฯ ได้เลือกแนวทางการรื้อถอนแล้วก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ยังมีกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จะดำเนินการรื้อถอนอาคารเก่า จำนวน ๗ คูหา บนถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างทางขึ้น – ลง ของสถานีรถไฟฟ้า (ผ่านฟ้า) ซึ่งถือได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายโบราณสถานอย่างน่าเสียดาย จึงควรเก็บรักษาโบราณสถานอันจะเป็นประโยชน์ในการสร้างซอฟท์พาวเวอร์เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม รวมทั้ง\\nไม่ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังต้องสูญสลายไป ดังนั้น จึงขอสอบถามกรมศิลปากรว่า การที่สมาคมฯ เลือกใช้แนวทางการรื้อถอนแล้วก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่นั้น เป็นการทำลายโบราณสถานหรือไม่ และขอให้พิจารณาทบทวนแนวทางการรื้อถอนและก่อสร้างขึ้นมาใหม่ของอาคารสโมสรราชกรีฑาสโมสร เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นเดียวกับอาคารบอมเบย์เบอร์มา ซึ่งรื้อถอนไปแล้ว ๓ ปี แต่ยังไม่มีการสร้าง\\nกลับขึ้นมาใหม่ได้ดังเดิม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [757,841,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสัตว์เลื้อยคลานสร้างความเสียหายแก่เกษตรกร","ตัวเงินตัวทอง (Varanus salvator) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทสัตว์เลื้อยคลานตามกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๔๖ ออกตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามกระทำการต่อตัวเงินตัวทอง รวมถึงต่อซาก หรือผลิตภัณฑ์ต่อซาก เพราะเป็นสัตว์ที่มีบทบาทในการรักษาสมดุลให้กับธรรมชาติ แต่ปัจจุบันตัวเงินตัวทองได้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้พบเห็นตัวเงินตัวทองบนถนนในทุกภาคของประเทศ และสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ ปลา กุ้ง เป็นต้น ที่ผ่านมา มีนักวิจัยจากหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชนได้พยายามศึกษาในเชิงการแพทย์และการใช้ประโยชน์จากตัวเงินตัวทอง เพื่อผลักดันให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต พบว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้ทั้งตัว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ และกฎหมาย\\nที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมการพัฒนาให้ตัวเงินตัวทอง\\nเป็นสัตว์เศรษฐกิจโดยสามารถเพาะเลี้ยงในฟาร์มได้ต่อไป\\n\t\t๕.๒ เรื่อง ปัญหาการผลักดันน้ำทะเลในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดฉะเชิงเทรา\\n\t\t\t\tสืบเนื่องจาก นายถนอม  ยังเจริญ ประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ และเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม ระดับภาค ประจำปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐ ของจังหวัดสมุทรปราการ ร้องเรียนว่าเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งพื้นที่อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ปลูกข้าวในฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ข้าวจมน้ำ \\nจึงได้ผลผลิตจำนวนน้อย ข้าวมีความชื้นสูงและไม่ได้มาตรฐานทำให้โรงสีบางแห่งไม่รับซื้อ กรณีโรงสีที่รับซื้อจะให้ราคาต่ำกว่ากลไกตลาดเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพประมงเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา \\nได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งสาเหตุปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเกิดจากระบบชลประทานไม่สามารถผลักดันน้ำปริมาณมากจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตลงสู่ทะเลได้ทัน นอกจากนี้ น้ำที่ถูกผลักดันลงมานั้นส่วนใหญ่เป็นน้ำเน่าเสียจึงส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรนับแสนไร่ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน ดังนี้   \\n \t\t\t\t๕.๒.๑ ผลักดันน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชน\\n\t\t\t\t๕.๒.๒ ปรับปรุงแก้ไขตอม่อของสะพานบนถนนบางนา – ตราด ไม่ให้กีดขวาง ทางน้ำ\\n\t\t\t\t๕.๒.๓ ซ่อมแซมท่อส่งน้ำโครงการผันน้ำจากพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี       \\n \t\t\t\t๕.๒.๔ สำรวจและขุดลอกสันดอนที่มีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง\\nคลองที่ระบายน้ำลงสู่ทะเล","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [758,840,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนการจัดงานศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น","จากที่ผ่านมาได้ร่วมงานศิลปวัฒนธรรมประเพณี ในพื้นที่ต่าง ๆ ทุกภูมิภาค\\nทั่วประเทศ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละภูมิภาคนั้นเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ \\nโดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อชื่นชมศิลปวัฒนธรรม อันเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยหลายแสนล้านบาทต่อปี แต่จากการเข้าร่วมงานประเพณี\\nได้รับทราบข้อมูลว่า การจัดงานประเพณีต่าง ๆ ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่นได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้เป็นภาระของชุมชนที่ต้องหางบประมาณมาใช้ในการจัดงาน ปัจจุบันรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมประเพณีเป็นเป้าหมายหนึ่งที่กำหนดไว้ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๗ (๑) กำหนดว่า “รัฐต้องอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงาม\\nของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริม\\nและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการ\\nดำเนินการด้วย” จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานศิลปวัฒนธรรมประเพณี ","ตามเอกสารแนบ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [759,839,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการทางพิเศษในจังหวัดภูเก็ต","จากจังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาการจราจรติดขัด คณะรัฐมนตรีมอบหมาย\\nให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยรับผิดชอบโครงการทางพิเศษในจังหวัดภูเก็ต แบ่งออกเป็น ๒ ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ ๑ ช่วงกะทู้ – ป่าตอง ระยะทาง ๔ กิโลเมตร แบบโครงการมีการเจาะอุโมงค์ \\n๒ กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยเป็นทางยกระดับ \\n๒ กิโลเมตร และขายเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดเข้ายื่นข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการ และระยะที่ ๒ ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร เป็นโครงการก่อสร้างถนนคู่ขนานกับถนนสาย ๔๐๒ (ถนนเทพกระษัตรี) เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนน ๔๐๒ และสร้างทางเลือกในการเดินทางของประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว \\nซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม งบประมาณก่อสร้าง จำนวน ๔๕,๓๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืนที่ดิน จำนวน ๒๒,๗๕๐ ล้านบาท และค่าก่อสร้าง จำนวน ๒๒,๕๕๐ ล้านบาท ซึ่งค่าเวนคืนที่ดินมีราคาสูงเนื่องจากต้องเวนคืนที่ดิน ๘๐ เมตร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก กรณีที่เวนคืนที่ดินให้มีความกว้าง ๘๐ เมตร จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากต้องมีการกั้นรั้วทำให้ไม่สามารถเดินทางข้ามไปอีกฝั่งของถนนได้ และจะทำให้ถนนกีดขวางทางน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ทั้งนี้ หากปรับรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับ และลดการเวนคืนที่ดินให้เหลือความกว้าง ๓๐ เมตร จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อโครงการ ดังนี้ (๑) จะทำให้ค่าเวนคืนที่ดินลดลงเหลือ ๘,๐๐๐ ล้านบาท (๒) ทำให้ประชาชนเสียที่ดินจากการเวนคืนน้อยลง (๓) หากเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับจะทำให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ใต้ทางด่วนได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [760,838,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่","ประเทศไทยเป็นประเทศภาคการเกษตร แต่ปัจจุบันเกษตรกรรุ่นใหม่มีจำนวนน้อยลง ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ไปทำงานในต่างประเทศมีความประสงค์ที่จะนำความรู้มาต่อยอดการทำการเกษตรในประเทศไทย แต่ขาดแรงจูงใจจากนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้    ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [761,837,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาของผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ","๑.๑ เรื่อง ปัญหาของผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ \\n\t\tสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้มีผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือปัญหาการเลี้ยงสุกรและการจำหน่ายสุกร\\nของเกษตรกรรายย่อย ดังนี้   \\n\t\t๑.๑.๑ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวน ๔๓๙ ราย ประสบปัญหายังไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีสุกรถูกทำลายจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา\\nในสุกร (African Swine Fever : ASF) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ \\n\t\t๑.๑.๒ จากวิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลมาถึงปัจจุบันทำให้ลูกสุกรขาดตลาด \\nและส่งผลให้เนื้อสุกรชำแหละแล้วมีราคาสูงขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถขายสุกรได้ เพราะสุกร\\nที่พร้อมชำแหละส่วนใหญ่จะเป็นสุกรของผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้เกษตรกรรายย่อยไม่ได้ประโยชน์ \\n\t\t๑.๑.๓ นายทุนบางราย ได้นำเนื้อสุกรชำแหละสำเร็จรูปเข้ามาจากต่างประเทศ\\nโดยผิดกฎหมาย เช่น ประเทศบราซิล ประเทศฝรั่งเศส ประเทศตุรเคีย และประเทศอื่น ๆ อีก ๑๔ ประเทศ โดยไม่ได้ผ่านการตรวจโรคและสารเร่งเนื้อแดงแต่อย่างใด ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยตกอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค จึงมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหา ดังนี้  \\n\t\t\t(๑) ปราบปรามจับกุมการนำเข้าเนื้อสุกรที่ผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ \\n\t\t\t(๒) สร้างสมดุลทางการตลาด โดยจัดสรรโควต้าหรือส่วนแบ่งการตลาดอย่างเป็นธรรมในการจำหน่ายระหว่างนายทุนและผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย \\n  \t\t\t(๓) แก้ไขระเบียบ และกฎเกณฑ์เพื่อเอื้อให้ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยสามารถส่งเนื้อสุกรชำแหละไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น\\n\t\t\t(๔) สร้างเสถียรภาพด้านราคาระหว่างสุกรมีชีวิตและเนื้อสุกรชำแหละให้เป็นธรรมทั้งผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยและผู้บริโภค  \\n\t\t\t(๕) ลดต้นทุนอาหารสัตว์ และวัสดุที่จะนำมาผลิตอาหารสัตว์ให้มีราคาต่ำลง ซึ่งอาหารสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรสูงขึ้น \t\t\t\t \\n๑.๒ เรื่อง ปัญหาการจ่ายเงินอุดหนุนโครงการผลิตข้าวอินทรีย์ล้านไร่ \\n\t\t\tปัจจุบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการผลิตข้าวอินทรีย์ล้านไร่ในระยะ T๒ \\nและระยะ T๓ ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนตามที่โครงการรวมเป็นเงิน จำนวน ๑,๕๒๙,๙๖๘,๐๐๐ บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้    \\n\t \t\t๑.๒.๑ ระยะ T๒ เกษตรกรจำนวน ๒๘,๒๓๔ ราย พื้นที่ ๓๗,๔๘๘ แปลง จำนวน ๒๙๑,๔๕๒ ไร่ สนับสนุนเงินอุดหนุนไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๘๔๗,๓๕๖,๐๐๐ บาท    \\n\t\t\t๑.๒.๒ ระยะ T๓ เกษตรกรจำนวน ๑๕,๘๖๔ ราย พื้นที่ ๑๙,๒๗๖ แปลง จำนวน ๑๖๓,๙๐๓ ไร่ สนับสนุนเงินอุดหนุนไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน ๖๕๕,๖๑๒,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจ่ายเงินอุดหนุนดังกล่าวให้แก่เกษตรกร\\nเป็นการเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [762,836,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","ซอฟต์พาวเวอร์กับการทำสมาธิ","นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๒๓๐/๒๕๖๖ \\nเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการผลักดันและดำเนินการเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ให้เกิดผลสำเร็จ \\nซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลข่าวสารพบว่าการดำเนินการในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ของคณะกรรมการชุดดังกล่าวส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของอาหาร การแสดง ศิลปวัฒนธรรม วัดและโบราณสถาน การรักษาพยาบาล รวมทั้งด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อ เช่น วัตถุมงคล หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ\\n\tโดยที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก และเป็นศูนย์กลาง\\nของการปฏิบัติสมาธิของโลกตามมติของที่ประชุม International Buddhist Conference ที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ อีกทั้งประเทศไทยมีสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติสมาธิทั่วประเทศ\\nมากกว่า ๑,๐๐๐ แห่ง ซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทางด้านจิตวิญญาณและทางด้านจิตใจ อันเป็นจุดแข็ง\\nของประเทศไทยที่ประเทศอื่นไม่มี\\n \tดังนั้น จึงมีข้อหารือว่า นายกรัฐมนตรีและกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ควรมุ่งเน้นพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ทางด้านวัตถุ หรือด้านอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นเพียงเท่านั้น แต่ควรนำจุดแข็ง\\nของประเทศไทยในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก และเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติสมาธิ มาเป็นซอฟต์พาวเวอร์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการปฏิบัติธรรม\\nและฝึกปฏิบัติสมาธิในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำรายได้\\nเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งวุฒิสภาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวและในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ \\n(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ จะมีการเสนอญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติ\\nตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและพิจารณาเสนอแนะแผนกลยุทธ์การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยเช่นกัน","นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [763,835,42,"นายชาญวิทย์ ผลชีวิน","นโยบายของรัฐบาล","กีฬาเอเชียนเกมส์","การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ๒๐๒๒ ครั้งที่ ๑๙ หรือหางโจวเกมส์ ระหว่างวันที่ ๒๓ กันยายน - ๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยได้เหรียญรางวัลเป็นอันดับที่ ๘ ของเอเชีย และเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน นักกีฬาไทยได้เหรียญทอง ๑๒ เหรียญ \\nเหรียญเงิน ๑๔ เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ๓๒ เหรียญ รวมทั้งหมด ๕๘ เหรียญ ซึ่งประเทศไทย\\nส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันมากที่สุด มีผลการแข่งขันเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย\\nของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (National Olympic Committee \\nof Thailand) ที่ตั้งเป้าหมายเหรียญทองไว้ ๑๕ เหรียญ ดังนั้น จึงต้องมีการถอดบทเรียนและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้ \\n \tประเด็นที่ ๑ การส่งนักกีฬาไปร่วมการแข่งขันกีฬา ที่ใช้เหตุผลว่า “ส่งทีมไปหาประสบการณ์” ซึ่งการส่งนักกีฬาไปแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ \\nโอลิมปิกเกมส์ หรือเกมส์ระดับโลกอื่น ๆ จะต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ ความหวัง และการประสบความสำเร็จจากการแข่งขัน มิใช่เพียงส่งนักกีฬาไปหาประสบการณ์ \\n \tประเด็นที่ ๒ มีคำกล่าวว่า “เราต้องนำการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนานักกีฬาในระดับความเป็นเลิศ และในระดับอาชีพ” แต่มีผู้บริหารการกีฬาท่านหนึ่งได้กล่าวว่า ต้องใช้วิทยาศาสตร์\\nการกีฬาขั้นสูง วิทยาศาสตร์การกีฬาต้องเฉพาะกีฬา เน้นเฉพาะกีฬา เพราะโภชนาการของนักกีฬา\\nแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน เช่น โภชนาการของนักมวยกับนักฟุตบอลจะมีความแตกต่างกัน ความสมบูรณ์\\nของร่างกายก็มีความแตกต่างกัน อาหารของนักกีฬาก่อนการแข่ง ระหว่างการแข่ง และหลังการแข่ง \\nก็มีความแตกต่างกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ความหมายของการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง คือ การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเฉพาะทางและเฉพาะกีฬา เพราะฉะนั้น \\nขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทุกสมาคม หรือหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้อง ควรจัดสัมมนาเพื่อหาแนวทางและทำวิจัยและพัฒนา (Research ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [764,834,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาที่พึ่งทางใจของเยาวชนและประชาชน","เหตุการณ์ความรุนแรงที่มีเยาวชนอายุ ๑๔ ปี เป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น\\nจนบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ชีวิต จะเห็นว่าระยะหลังผู้ก่อเหตุจะเป็นเยาวชนที่มีอายุน้อย จึงเป็นเรื่องสำคัญ\\nที่ทุกคนต้องตระหนัก ซึ่งสาเหตุหลัก คือ เยาวชนขาดคุณธรรม ขาดที่พึ่งทางใจ มีความเครียดหรือความทุกข์ ขาดการอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรมจากครอบครัว สังคม และโรงเรียนอย่างเพียงพอ เมื่อเด็กขาดที่พึ่ง\\nทางใจที่ดี จะทำให้เด็กติดเพื่อน ติดโซเซียล และติดเกม โดยเฉพาะเกมที่รุนแรงเพราะเกิดความสนุก\\nและตื่นเต้นกว่าเกมปกติ ทำให้เด็กเห็นว่าความรุนแรงเป็นเรื่องปกติธรรมดา อาจนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงได้ \\n \tประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามีทั้งหลักปฏิบัติ\\nที่เป็นจริยธรรมและคุณธรรมที่นอกจากจะสอนให้ทุกคนเป็นคนดีมีคุณธรรมแล้ว ยังสามารถให้ทุกคนดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่ทุกข์และมีความสุขที่แท้จริง ดังนี้ \\n   \t(๑) อริยสัจ ๔ ถือเป็นหลักคำสอนที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา ใช้ในการทำ\\nความเข้าใจในการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความทุกข์ \\n  \t(๒) พรหมวิหาร ๔ ถือเป็นหลักธรรมครองใจ ที่ทำให้คนปฏิบัติในทางประเสริฐ\\nทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ใช้เป็นหลักปฏิบัติของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น \\n \t(๓) หิริ โอตตัปปะ เป็นธรรมะที่คอยควบคุมจิตใจให้ตั้งอยู่ในความดี ปกป้องการทำความชั่ว ใช้เป็นหลักการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนในสังคม \\n \tการศึกษาธรรมะจะทำให้คนในสังคม ครอบครัว และเยาวชน มีคุณธรรม มีจิตสำนึกที่ดี มีที่พึ่งทางใจ จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n \t(๑) จัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะสำหรับเยาวชน \\n \t(๒) จัดการดูแลให้วัดเป็นที่พึ่งทางใจ เป็นที่เผยแผ่ธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ควบคุมดูแลพระสงฆ์ให้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่ประชาชนให้ความเคารพ ศรัทธา \\n \t(๓) จัดให้มีหลักสูตรธรรมะ เพื่อศึกษาในโรงเรียนอย่างจริงจริงและต่อเนื่อง \\n \t(๔) ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมธรรมศึกษา เพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างจริงจัง เร่งด่วน และต่อเนื่อง \\n \t(๕) มีการพัฒนาธรรมศึกษาแทรกเข้าไปทุกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างจริงจัง แม้กระทั่งนักการเมืองควรมีการเสวนาธรรมศึกษาเป็นระยะ เมื่อมีธรรมมะในใจแล้วก็สามารถสร้างประเทศ\\nให้เจริญรุ่งเรืองได้\\n  \tทั้งนี้ เพื่อให้สังคมไทยและประชาชนมีจิตสำนึกที่ดี เพราะมีธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ \\nอันจะทำให้ประเทศชาติจะมีความสงบร่มเย็น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [765,833,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","กฎหมาย","ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติระบบ M-Flow","การใช้ทางหลวงพิเศษจะต้องชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยการชำระค่าธรรมเนียมมี ๒ วิธี คือ ๑) ชำระด้วยเงินสด และ ๒) ชำระแบบอัตโนมัติ โดยวิธีการชำระแบบอัตโนมัติ กรมทางหลวงใช้การชำระผ่านบัตร M-Pass ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ใช้การชำระ\\nผ่านบัตร Easy Pass ซึ่งประชาชนผู้ใช้บริการจะต้องเติมเงินในบัตรดังกล่าวก่อน เมื่อผู้ใช้บริการขับรถยนต์ผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียม ระบบชำระแบบอัตโนมัติจะหักเงินออกจากบัตร M-Pass หรือบัตร Easy Pass แล้วแต่กรณี ปัจจุบันบัตร M-Pass และ บัตร Easy Pass สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บัตร M-Pass และบัตร Easy Pass รวมกันจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บัญชี ต่อมา กรมทางหลวงได้พัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรตัดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่มีบัตร M-Pass \\nและบัตร Easy Pass ให้สามารถใช้บริการระบบ M-Flow ได้อย่างสะดวกสบาย รูปแบบการใช้งาน\\nเหมือนบัตรเครดิต คือใช้บัตรผ่านทางไปก่อนแล้วจึงชำระเงินในภายหลัง หากหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าธรรมเนียมจะมีความผิดตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์\\nบนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. ๒๔๙๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีระวางโทษปรับสิบเท่าของค่าธรรมเนียม\\nที่หลีกเลี่ยง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ M-Flow ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บัญชี\\n \tสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ บริเวณด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี มีช่องจราจรสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติประมาณ ๘ ช่องจราจร \\nกรมทางหลวงได้จัดช่องจราจรสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมแบบ M-Flow จำนวนถึง ๗ ช่องจราจร \\nแต่จัดช่องจราจรสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมด้วยบัตร M-Pass และบัตร Easy Pass ไว้เพียง ๑ ช่องจราจร ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บัตรดังกล่าวไว้ข้างต้น ที่มีผู้ใช้บัตร M-Pass และบัตร Easy Pass รวมกันจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บัญชี ขณะที่มีผู้ใช้ M-Flow เพียง ๕๐๐,๐๐๐ บัญชีเท่านั้น การดำเนินการดังกล่าวเสมือนเป็นการบีบบังคับให้ประชาชนต้องเลือกใช้บริการด้วยระบบ M-Flow ของกรมทางหลวง \\nซึ่งก่อให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดสะสมบริเวณหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษ\\nระหว่างเมืองเป็นจำนวนมาก ในการนี้ กรมทางหลวง ควรจัดช่องจราจรให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้บริการ ไม่ควรแบ่งแยก ไม่ควรสร้างขั้นตอนที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ทั้งนี้ \\nเมื่อพิจารณาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน กรมทางหลวงสมควรที่จะต้องพิจารณาปรับปรุงระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด กล่าวคือ ผู้ใช้บริการ M-Flow บัตร M-Pass และบัตร Easy Pass สามารถผ่านช่องจัดเก็บช่องเดียวกันได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [766,832,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","นโยบายของรัฐบาล","การช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล","สถานการณ์ภัยสงครามในบริเวณตอนใต้ของประเทศอิสราเอล \\nซึ่งในปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล จำนวนกว่า ๓๐,๐๐๐ คน รายงานข่าว\\nจากสื่อมวลชนแจ้งว่ามีแรงงานไทยได้รับผลกระทบจากภัยสงครามดังกล่าว โดยมีทั้งเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ \\nและถูกจับเป็นตัวประกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลไทยได้เตรียมการส่งเครื่องบินไปรับแรงงานไทยกลับมา แต่มีแรงงานไทยบางส่วนที่ยังมีความลังเลเนื่องจากการเดินทางไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอล ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการเรื่องต่าง ๆ คนละ ๖๐,๐๐๐ - ๑๐๐,๐๐๐ บาท อาทิ ค่าตรวจประวัติอาชญากรรม ค่าตรวจสุขภาพ ค่าหนังสือเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน และอื่น ๆ ซึ่งแรงงานไทยต้องกู้ยืมเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวทำให้มีภาระหนี้สิน จึงเป็นกังวลว่าหลังจากภัยสงครามครั้งนี้สิ้นสุดลง หากต้องการเดินทางกลับไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอลอีกครั้ง จะต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวอีกหรือไม่ และภาครัฐจะให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือโดยการออกค่าใช้จ่ายให้หรือไม่ อย่างไร ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้การสนับสนุนช่วยเหลือแรงงานไทยด้วย\\n \t๑๕.๒\tเรื่อง การแก้ไขปัญหาเงินนิตยภัต และเงินอุดหนุนการตรวจการคณะสงฆ์\\nไม่เพียงพอ\\n \t\tสืบเนื่องจากเงินนิตยภัต เป็นค่าภัตตาหารที่พระมหากษัตริย์ถวายแด่พระสงฆ์ตามสมณศักดิ์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการประกอบศาสนกิจในพระพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณี\\nที่สืบทอดมาช้านาน ประกอบกับเมื่อปี ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงเพิ่มเงินนิตยภัต พระสมณศักดิ์ พระสังฆาธิการ เลขานุการ พระเปรียญธรรม ๙ ประโยค และพระอธิการ ตามบัญชี\\nอัตรานิตยภัตปรับใหม่ ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ จำนวนทั้งสิ้น ๗๖ อัตรา \\nแต่ในทางปฏิบัติกลับปรากฏว่ายังมีพระสงฆ์จำนวนกว่า ๔,๐๐๐ รูป ที่ยังไม่ได้รับเงินนิตยภัต ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินนิตยภัตถวายแก่พระสงฆ์ให้ครบถ้วนทุกรูปโดยเร็ว \\n \t\tนอกจากนี้ ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ กำหนดให้มีพระวินยาธิการอย่างน้อยตำบลละ ๒ รูป มีหน้าที่ตรวจการความประพฤติของพระสงฆ์ในเขตปกครอง แต่ภาครัฐกำหนดอัตรา\\nเงินอุดหนุนการตรวจการคณะสงฆ์ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้พระวินยาธิการต้องออก\\nเงินส่วนตัวในการทำงานดังกล่าว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนการตรวจการคณะสงฆ์ เพื่อส่งเสริม\\nการปฏิบัติงานของพระวินยาธิการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมกับที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [767,831,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการยุติการให้บริการของศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตของคนหูหนวกไทย","ศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ โดยจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เพื่อให้คนพิการทางการได้ยินและคนพิการทางการพูดสามารถสื่อสาร\\nกับคนทั่วไปผ่านโทรคมนาคมพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้\\n \t(๑) เพื่อเป็นหลักประกันของความทั่วถึงและเท่าเทียมในการติดต่อสื่อสารสำหรับ\\nผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด\\n \t(๒) เพื่อดำเนินการตามภารกิจของสำนักงาน กสทช. ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔\\n \t(๓) เพื่อให้ศูนย์ TTRS สามารถให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง\\n\\n\\n(๔) เพื่อให้...\\n \t(๔) เพื่อให้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด มีช่องทาง\\nในการติดต่อสื่อสารกับคนทั่วไปได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น\\n \t(๕) เพื่อให้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐและเอกชนได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น\\n \tโดยโครงการดังกล่าวทำให้ประเทศไทยสามารถรวบรวมล่ามภาษามือที่มี ให้มารวม\\nอยู่ด้วยกันด้วยเทคโนโลยีโทรคมนาคม มีการบริหารจัดการเพื่อให้บริการแก่คนหูหนวกได้ทั่วประเทศ \\nคนหูหนวกที่ต้องการเดินทางไปทำธุระในสถานที่ต่าง ๆ อาทิ ไปโรงพยาบาล ไปสถานีตำรวจ หรือไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ สามารถใช้บริการจากอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต (Tablet) \\nโดยไม่จำเป็นต้องว่าจ้างล่ามภาษามือเพื่อร่วมเดินทาง หรือการถ่ายทอดการประชุมวุฒิสภาที่จัดให้มี\\nล่ามภาษามือเพื่อให้คนหูหนวกที่ชมการถ่ายทอดการประชุมสามารถเข้าใจเนื้อหาสาระของการประชุมวุฒิสภาได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดำเนินการ\\nเรื่องนี้ได้สำเร็จ ถือเป็นความก้าวหน้าในระดับทวีปเอเชีย แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วยังให้ความสนใจ\\nและเดินทางมาศึกษาดูงานเรื่องนี้ในประเทศไทย\\n \tโดยปกติคนหูหนวกจะสื่อสารโดยการใช้ภาษามือและภาษาเขียน ซึ่งโครงสร้างการใช้ภาษามือมีความแตกต่างกับโครงสร้างการใช้ภาษาพูด ประกอบกับประเทศไทยไม่สามารถผลิตล่ามภาษามือได้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นเหตุให้คนหูหนวกในประเทศไทยประสบปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน ตลอดจนปัญหาด้านการศึกษาและการทำงาน อีกทั้ง การเข้าถึงการสื่อสารถือเป็นความต้องการและสิทธิ\\nขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน การให้บริการของศูนย์TTRS จึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนหูหนวก\\nในประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลให้ศูนย์ TTRS ต้องยุติการให้บริการซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่คนหูหนวกในการดำรงชีวิตประจำวัน ตลอดจนการรับบริการสาธารณะต่าง ๆ ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น มีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้วิธีการสนับสนุนการให้บริการลักษณะนี้ โดยวิธีจัดสรรเงินเป็นโครงการ (Project Based) ส่งผลให้เมื่อดำเนินโครงการเสร็จสิ้น ต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณใหม่ ดังนั้น ขอให้ภาครัฐจะได้พิจารณาสนับสนุน\\nงบประมาณสำหรับการให้บริการของศูนย์ TTRS และการให้บริการในลักษณะที่ดังกล่าวข้างต้น \\nด้วยความต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป ","นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเลขาธิการ กสทช. \\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [768,830,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดสุโขทัย","จังหวัดสุโขทัยประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี \\nโดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) \\nได้เผยภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชต (Thaichote) เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ บริเวณพื้นที่อำเภอ\\nเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แสดงให้เห็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ\\nจากปัญหาน้ำท่วม จำนวน ๑๓๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ระบายน้ำที่ท่วมขังในจังหวัดสุโขทัย\\nและจังหวัดพิษณุโลก ไปทางแม่น้ำน่านเพื่อลดผลกระทบ พร้อมทั้งมอบหมาย รองนายกรัฐมนตรี \\n(นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์โดยเร่งด่วน พร้อมกับกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดและเต็มกำลัง \\n \tเนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีอ่างเก็บน้ำ ไม่มีพื้นที่แก้มลิงไว้รองรับน้ำที่ไหลบ่าลงมา \\nจึงเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดสุโขทัย ในการนี้ ภาครัฐจึงควรพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำ\\nและพื้นที่แก้มลิง เพราะนอกจากจะสามารถรองรับน้ำและป้องกันปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังใช้กักเก็บน้ำไว้ใช้\\nในฤดูแล้งได้อีกด้วย รวมทั้งควรพิจารณาทบทวนโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำยมที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [769,829,66,"นายถนัด มานะพันธุ์นิยม","กฎหมาย","บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย","บุหรี่ไฟฟ้าเป็นนวัตกรรมของยาสูบชนิดใหม่ที่อ้างว่าควันมีกลิ่นหอม \\nสูดดมแล้วสดชื่น ผู้ที่ใช้จะดูภูมิฐาน เท่ ทันสมัย ไม่รบกวนคนรอบข้าง และช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดาได้ \\nจึงทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้สูบบุหรี่เดิมและผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เป็นความกังวล\\nคือผู้ขายมุ่งเป้าหมายทางการตลาดไปยังเยาวชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้กล่าวว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดาได้ และยังเป็นสิ่งที่นำไปสู่สารเสพติด\\nชนิดอื่น ๆ  สำหรับประเทศไทยได้มีการทดสอบบุหรี่ไฟฟ้าพบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\\nหลายชนิด และยังพบโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็งด้วย จึงได้ประกาศให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่อาจ\\nเป็นอันตราย ผิดกฎหมาย ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย หรือให้บริการ และผู้ครอบครองอาจถูกดำเนินคดีได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลอย่าดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย\\nเพียงเพราะต้องการเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น เนื่องจากในระยะยาวรัฐบาลอาจต้องจ่ายค่ารักษาอาการป่วย\\nของประชาชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเงินที่มากกว่าเงินภาษีที่เก็บได้หลายเท่า และสิ่งสำคัญที่สุด\\nคือไม่ควรแลกด้วยสุขภาพที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [770,828,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาล","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาซึ่งผู้ขอหารือและสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลในการแจกเงินหรือ Token ให้กับประชาชนที่มีอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป และที่สำคัญ คือ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ๒ ท่าน \\nและคณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ร่วมกับนักวิชาการ จำนวน ๙๙ คน ได้ลงนามในแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายดังกล่าว รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน และนักเศรษฐศาสตร์\\nที่มีชื่อเสียงของประเทศ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกหลายคนที่แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวเพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งปัจจุบันหนี้สาธารณะ ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ \\nอยู่ที่ ๑๑.๐๒๗๙ ล้านล้านบาท หรือร้อยละ ๖๑.๗๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งกำลัง\\nจะเข้าสู่ ร้อยละ ๗๐ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑\\n \tเงินดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ตลาดเงินเก็งกำไรทั่วโลก เป็นความเสี่ยงที่รัฐบาล\\nจะเข้าไปรับประกันมูลค่า โดยนำเข้าตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ตัวอย่างเช่น เงินบิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลที่เคยขึ้นสูงสุดในปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๐ โดย ๑ Bitcoin มีมูลค่า ๖๙,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเหลือมูลค่าเพียง ๒๗,๕๐๐ เหรียญสหรัฐ และเชื่อว่าเป็นเงินดิจิทัลที่อยู่ในกลุ่มของการฟอกเงินสำหรับผู้ค้ายาเสพติด นักพนัน ผู้ค้าของเถื่อน และผู้หลบเลี่ยงภาษีทั่วโลก \\nถือได้ว่ารัฐบาลมองแต่ด้านบวกของนโยบายดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลกำลังจะนำประเทศไปเสี่ยงกับวงการ\\nเงินดิจิทัล ดังนั้น ขอเสนอข้อคิดเห็น ดังนี้\\n\\n\\n\\n\\n\\n \t(๑) ในขณะนี้การกระตุ้นการบริโภคส่วนบุคคลยังไม่มีความจำเป็น ควรเน้นการใช้จ่ายของภาครัฐในการสร้างศักยภาพการลงทุนและการส่งออก เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้น\\n \t(๒) เงินจำนวน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจะนำมาดำเนินนโยบายดังกล่าว \\nอาจทำให้รัฐบาลเสียโอกาสในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์\\n\t(๓) นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นนโยบายที่เลื่อนลอย เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินเข้าระบบเท่ากับเป็นการคาดหวังเกินจริง เนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐในลักษณะ\\nเงินโอนหรือแจกเงิน มีค่าต่ำกว่า ๑ และต่ำกว่าตัวทวีคูณทางการคลังสำหรับการใช้จ่ายโดยตรงและการลงทุนภาครัฐ\\n \t(๔) ประเทศไทยจะเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น\\n \t(๕) นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นนโยบายที่สวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็น กล่าวคือ หลังจากทั่วโลกเผชิญกับภาวะโรคระบาด เศรษฐกิจถดถอย และภาวะสงคราม หลายประเทศพยายามลดการขาดดุลภาครัฐและลดหนี้สาธารณะเพื่อสร้างพื้นที่ว่างทางการคลังไว้รองรับวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต\\n \t(๖) เป็นนโยบายที่ไม่สร้างความเป็นธรรม เพราะคนรวยและคนจนได้รับเงินเท่ากัน \t(๗) การเตรียมความพร้อมทางการคลังถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาล เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณายกเลิกนโยบายดังกล่าว แล้วนำเงินไปใช้\\nกับนโยบายอื่นที่เหมาะสมกับประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [771,827,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา เป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดปัญหา เพราะเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ต้องการกระตุ้นมากนัก แต่ควรเน้นเรื่องของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่า เพราะนโยบายดังกล่าวอาจสร้างหนี้สินให้กับรัฐบาลในอนาคต เพราะวิธีการและการบริหารจัดการยังไม่มีความชัดเจน และยังเสี่ยงต่อการกระทำผิดพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ อีกทั้ง รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณอีกหลายนโยบาย\\n\\n\\nที่ผ่านมาหลายประเทศต่างประสบความล้มเหลวกับนโยบายทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว นอกจากนี้ \\nยังมีคำเตือนจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักข่าวต่างประเทศ บลูมเบิร์ก เทเลวิชัน (Bloomberg Television) มูดีส์อินเวสเตอส์เซอร์วิส (Moody\\'s Investors Service) บริษัท เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้ง \\n(S","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [772,826,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยที่ยังไม่ได้รับเงินจากการตัดอ้อยสด เข้าโรงงาน ราคาตันละ ๑๒๐ บาท ในฤดูกาลที่ผ่านมา","รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้กำหนดนโยบายให้อ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานเป็นร้อยละ ๐ โดยสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานแทนการเผาอ้อยเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง\\nขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเงินชดเชยส่วนต่างราคาอ้อยสดเข้าโรงงานให้กับเกษตรกร\\nในราคา ตันละ ๑๒๐ บาท มาโดยตลอด แต่ฤดูกาลตัดอ้อยครั้งล่าสุดเป็นช่วงของการเปลี่ยนรัฐบาล จึงทำให้เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนดังกล่าวจากรัฐบาล ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือตัดอ้อยสดในฤดูกาลเปิดหีบอ้อยที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน\\nถึงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ ทั้งนี้ จากข้อมูลเดือนเมษายน ๒๕๖๖ (ก่อนปิดหีบอ้อย) มีปริมาณอ้อยสด\\nเข้าโรงงาน จำนวน ๖๓,๑๐๕,๕๖๓.๕๖ ตัน คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๒๒ และปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน \\nจำนวน ๓๐,๗๗๗,๗๐๙.๐๕ ตัน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๗๘ ซึ่งปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานมีแนวโน้มลดลง\\nเมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒ ที่มีปริมาณอ้อยไฟไหม้กับอ้อยสดเข้าโรงงานร้อยละ ๕๐ - ๕๐ \\nมาโดยตลอด ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n \t(๑) เร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาอ้อยสดเข้าโรงงานให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในราคา ตันละ ๑๒๐ บาท เพื่อให้เกษตรกรมีเงินจ่ายค่าจ้างแรงงานและซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยสดส่งโรงงานดังเช่นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการป้องกันการเผาอ้อยเข้าโรงงานอันเป็นสาเหตุการเกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ตามมา\\n \t(๒) เร่งรัดการดำเนินงานของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย \\n(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ เกี่ยวกับการจัดสรร\\nผลพลอยได้ (กากอ้อย และกากน้ำตาล) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังไม่มี\\nความคืบหน้าแต่อย่างใด เพราะผลพลอยได้จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินเพื่อการดำรงชีพและลงทุนจัดซื้อเครื่องจักรสำหรับตัดอ้อยสดส่งโรงงานต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [773,825,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายเติมเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท สุ่มเสี่ยงผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ","เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐบาลได้แถลงนโยบายการบริหาร\\nราชการแผ่นดินต่อรัฐสภา ซึ่งโครงการเติมเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลไม่ได้มีการชี้แจงแหล่งที่มา\\nของรายได้ที่จะนำมาดำเนินโครงการแต่อย่างใด จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะนำเงินจากส่วนใดมาดำเนินโครงการ จึงเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดวินัยการเงินการคลังตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ “รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม” ประกอบมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่บัญญัติให้ “รัฐต้องดำเนินนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ตามหลักการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน\\nและหลักความเป็นธรรมในสังคม และต้องรักษาวินัยการเงินการคลังตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้\\nและตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด” มาตรา ๗ “การกู้เงิน การลงทุน การตรากฎหมาย \\nการออกกฎ หรือการดำเนินการใด ๆ ของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ ต้องพิจารณาความคุ้มค่า ต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ\\nและสังคมตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย” และมาตรา ๙ วรรคสาม “คณะรัฐมนตรี\\nต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อ\\nระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว” อนึ่ง การที่รัฐบาลจะมอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการดังกล่าวแทนรัฐบาล ในฐานะธนาคารของรัฐและเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยใช้เงินของธนาคารออมสิน วงเงิน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท และรัฐบาลจะรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายคืนให้ในภายหลัง โดยอ้างว่าเป็น\\nการดำเนินการตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ นั้น \\nกรณีดังกล่าวเห็นว่าการที่รัฐบาลจะมอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินการเรื่องใด จะต้องเป็นเรื่อง\\nที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจและอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์การจัดตั้งธนาคารออมสิน ตามมาตรา ๗ \\nแห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ\\nในการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [774,824,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่น","ประเทศไทยพบปัญหาคดีเด็กใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น คดีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ รุมทำร้ายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ คดีเด็กรุ่นพี่บังคับให้รุ่นน้องถอดเสื้อผ้า\\nเพื่อถ่ายคลิปอนาจารนำไปขายตามสื่อต่าง ๆ คดีรุ่นพี่รุมซ้อมทำร้ายร่างกายรุ่นน้องซึ่งเป็นเด็กพิเศษ\\nที่มีความบกพร่องทางร่างกาย คดีเด็กอายุ ๑๕ ปี ฆ่าเด็กอายุ ๑๒ ปี และถ่ายคลิปไว้ดูเล่น คดีเด็กผู้หญิง ๒ คน\\nล่อลวงเด็กหญิงไปฆ่าโดยการกดน้ำจนเสียชีวิต และคดีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ใช้อาวุธปืน\\nยิงเพื่อนจนเสียชีวิต เนื่องจากมีความแค้นที่เพื่อนล้อเลียนว่าเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ\\nซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงมี ๘ ประการ ได้แก่ (๑) สื่อในรูปแบบต่าง ๆ \\n(๒) สิ่งแวดล้อม (๓) การศึกษา (๔) เศรษฐกิจ (๕) การเลี้ยงดู (๖) การเมือง (๗) ระบบศีลธรรม \\nและ (๘) กฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็ก\\nและเยาวชนแห่งชาติ นำเรื่องนี้เข้าหารือและกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [775,823,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การระบาดของปลาหมอคางดำ",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [776,822,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","การควบคุมอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน เพื่อป้องกันประชาชนผู้บริสุทธิ์","การที่ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์\\nอย่างต่อเนื่อง คือ เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชน ณ จังหวัดนครราชสีมา ยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ณ จังหวัดหนองบัวลำภู และเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร จากการสำรวจพบว่าประเทศไทย\\nมีอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายประมาณ ๑๐ - ๑๒ ล้านกระบอก มีอัตราเฉลี่ยปืน ๑๕ กระบอกต่อประชากร ๑๐๐ คน ทั้งนี้ ได้เคยตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เรื่อง การควบคุมอาวุธปืน\\n\\n\\n\\nโดยนายก...\\nโดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ซึ่งได้รับทราบ\\nว่ารัฐบาลรับทราบปัญหาและเร่งรัดมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น\\nแต่ปัจจุบันมีการซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการกวดขันจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน \\nวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประกาศใช้มานานแล้ว \\nทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การขออนุญาต การครอบครองอาวุธปืน และการพกพาอาวุธปืน ทำให้อาวุธปืนบางส่วนไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม โดยเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นการใช้สิ่งเทียมอาวุธปืนมาดัดแปลงเพื่อก่อเหตุ ซึ่งเป็นช่องว่างของกฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน \\nเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ โดยเร็ว และกวดขันจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมทั้งผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อความปลอดภัยในชีวิต\\nของประชาชนผู้บริสุทธิ์","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [777,821,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดรุนแรง","ปัจจุบันมีเด็กและผู้ใหญ่ ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์เอ\\nและสายพันธุ์บีเป็นจำนวนมาก และในโรงพยาบาลเอกชนมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา (Admit) \\nด้วยโรคดังกล่าวเต็มทุกเตียง โดยผู้ป่วยมีทั้งเด็กเล็กอายุ ๐ - ๔ ปี และผู้ใหญ่อายุ ๔๐ - ๗๐ ปี \\nเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ มีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จำนวน ๘๘,๐๐๐ คน (คิดเป็นผู้ป่วย ๑๓๔ คน\\nต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน) และเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖ มีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น \\nจำนวน ๑๘๕,๐๐๐ คน (คิดเป็นผู้ป่วย ๒๘๐ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน) โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ\\nไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ชนิดเอช ๑ เอ็น ๑ (A H1N1) จะมีอาการไข้สูง เจ็บคอ ไอ และมีเสมหะ ต้องให้\\nยาต้านไวรัสเป็นระยะเวลา ๕ วัน โดยผู้ป่วยที่มีไข้ขึ้นสูงถึง ๓๙ - ๔๐ องศา อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กอายุไม่เกิน ๑๐ ปี หากมีไข้ขึ้นสูงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ว่าที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมีนโยบายในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับเด็กเล็กอายุ ๐ - ๒ ปี ผู้สูงอายุตั้งแต่ ๖๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคอ้วน และสตรีที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน ๔ เดือน แต่กลับพบว่าจำนวนผู้ป่วย\\nเป็นไข้หวัดใหญ่กลับไม่ลดลง โดยสถิติผู้ป่วยในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เมื่อเปรียบเทียบ\\nกับเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ๓ เท่า ซึ่งอาจเกิดจากการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน\\nไม่ทั่วถึงหรือจำกัดการฉีดวัคซีนให้กับบุคคลเฉพาะกลุ่ม โดยมิได้ตระหนักถึงบุคคลที่เป็นกลุ่มเด็ก เยาวชน และบุคคลอายุต่ำกว่า ๖๕ ปี ให้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างทั่วถึงด้วย นอกจากนี้ \\nผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนมากมีความเข้าใจว่าหากเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ซ้ำอีก ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้น จากปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึง ๓ เท่า ประเด็นต่อมา คือ สปสช. ได้มองข้ามการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกัน\\nโรคไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์เอและสายพันธุ์บีทุกชนิด ให้แก่ประชาชนทุกคนอย่างครบถ้วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [778,820,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการจัดฝึกอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการที่ไม่ตรงกับความต้องการ","ประเด็นปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่\\n \t\t\t\t๓.๑ เรื่อง ปัญหาการจัดฝึกอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการที่ไม่ตรงกับความต้องการ\\n \t\t\t\t\tสืบเนื่องจากหน่วยงานของรัฐได้มีการตั้งงบประมาณสำหรับการพัฒนาองค์กร \\nพัฒนาชุมชน และพัฒนาประชาชน โดยเน้นการประชุม การจัดสัมมนา และการจัดอบรม ด้วยการสร้างความเข้าใจ และการให้ความรู้ยกระดับขีดความสามารถ ทักษะ เพื่อให้สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ ข้อดี คือ เป็นการสนับสนุนประชาชน ชุมชน องค์กร ให้มีการพัฒนาและปรับปรุงกลไกสาขาอาชีพต่าง ๆ \\nให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และสอดคล้องกับแผนพัฒนาในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค แต่มีข้อเสีย คือ ปัญหาของระบบงบประมาณที่ไม่เอื้อต่อการกระจายภารกิจในการประชุมสัมมนาและอบรม \\nเช่น การกำหนดหัวข้อไม่ตรงกับความจำเป็น ความต้องการ และสภาพความเป็นจริงของกลุ่มเป้าหมาย หรือการกำหนดเวลาในการจัดประชุมสัมมนาหรืออบรมที่ส่วนใหญ่จะกำหนดให้จัดในช่วงเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยว (High Season) ที่โรงแรม รีสอร์ต \\nหรือสถานที่ท่องเที่ยว จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเป็นจำนวนมาก หากกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานโรงแรมหรือพนักงานของรีสอร์ต อาจกระทบต่อการทำงานของพนักงานได้ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล\\nว่ามีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสัมมนา\\nหรืออบรมสามารถเข้าถึงกระบวนการพัฒนาตนเองและสามารถวางแผนการทำงานไปพร้อมกันได้ \\nทั้งนี้ เพื่อให้การจัดสัมมนาหรืออบรมเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด \\n\t\t\t\t\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา\\n \t\t\t\t๓.๒ เรื่อง การหาเสียงของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง \\n \t\t\t\t\tสืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา พรรคการเมือง\\nแต่ละพรรคได้มีการนำเสนอนโยบายต่าง ๆ ในการหาเสียง ดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังคณะกรรมการ\\nการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าได้มีการตรวจสอบรายละเอียดของนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง\\nแต่ละพรรคอย่างละเอียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการทำตามนโยบาย หรือมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสัญญา\\nว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในการเลือกตั้ง หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ ขอทราบรายละเอียดการหาเสียง\\nของแต่ละพรรคการเมืองว่ามีนโยบายในการหาเสียงไว้อย่างไร และสามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้\\nมากน้อยเพียงใด","ประธานกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [779,819,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","เกษตรกรตากข้าวบนถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุทุกปี","เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ชาวนาไม่มีสถานที่สำหรับตากเมล็ดข้าว\\nที่เก็บเกี่ยวแล้ว จึงได้นำเมล็ดข้าวมาตากบนถนนที่ประชาชนในท้องถิ่นใช้ในการสัญจรไปมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับชาวนาและผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งเมล็ดข้าวได้รับความเสียหายทุกปี แม้ว่าการนำเมล็ดข้าว\\nมาตากบนถนนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวที่ชาวนาจะเก็บเกี่ยวข้าวพร้อมกัน ทำให้ชาวนาต้องหาสถานที่สำหรับตากเมล็ดข้าวเพื่อให้เมล็ดข้าวแห้ง ซึ่งสถานที่ที่เป็นลานกว้าง\\nในท้องถิ่นที่ชาวนาสามารถขอนำเมล็ดข้าวมาตากได้ เช่น ลานวัด สนามฟุตบอลโรงเรียน หรือบริเวณรอบ ๆ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ล้วนมีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงพอให้ชาวนาตากเมล็ดข้าวได้ทั้งหมด \\nดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยว่า ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวจะสามารถอนุญาตให้ชาวนา\\nนำข้าวมาตากบนถนนในท้องถิ่นหรือหมู่บ้าน โดยแบ่งช่องทางไว้สำหรับสัญจรได้หรือไม่ อย่างไร \\nทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับชาวนาและผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งป้องกันเมล็ดข้าว\\nได้รับความเสียหาย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [780,818,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาต้นทุนการผลิตข้าวมีราคาสูง","ปัจจุบันข้าวไทยมีราคาสูงสุดในรอบ ๑๕ ปี ทำรายได้เข้าประเทศ\\nกว่าแสนล้านบาท โดยประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับสอง (มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ ๑๔) \\nรองจากประเทศอินเดีย (มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ ๓๙) และมากกว่าประเทศเวียดนาม (มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ ๑๒) ซึ่งประเทศอินเดียประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ \\nเพื่อรักษาเสถียรภาพทางอาหารในประเทศ ประเทศอินเดียจึงประกาศงดส่งออกข้าวบางชนิด \\nทำให้ส่วนแบ่งการตลาดข้าวส่วนหนึ่งของประเทศอินเดียมาเป็นของประเทศไทย และเมื่อพิจารณา\\nจากสถิติการส่งออกข้าวของประเทศไทยย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่า ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ \\nส่งออกข้าว จำนวน ๖.๓ ล้านตัน มูลค่า ๑๐๙,๗๗๑ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ส่งออกข้าว จำนวน ๗.๗ ล้านตัน มูลค่า ๑๓๘,๖๙๗ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ (ระยะเวลา ๘ เดือน) ส่งออกข้าว จำนวน ๕.๒ ล้านตัน \\nมูลค่า ๑๐๐,๓๖๙ ล้านบาท และจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Ni?o) ที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้หลายประเทศมีแนวโน้มที่จะงดส่งออกข้าวเช่นเดียวกับประเทศอินเดีย แต่จากข้อเท็จจริงพบว่าแม้ปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นและชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่สถานะทางการเงินของชาวนามิได้ดีขึ้น \\nเนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีดังต่อไปนี้\\n \t\t\t(๑) ปัจจัยภายใน ได้แก่ ค่าเช่าที่ดิน ค่าแรงงาน ค่าเครื่องจักร ค่าปุ๋ย ซึ่งมีมูลค่าหนึ่งในสี่\\nของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ค่าสารเคมีทางการเกษตร และผลผลิตต่อไร่ต่ำ เฉลี่ยอยู่ที่ ๔๖๕ กิโลกรัม/ไร่ \\nอนึ่ง ปุ๋ยเคมี ร้อยละ ๙๐ ของปุ๋ยเคมีในประเทศ เป็นปุ๋ยที่นำเข้าจากประเทศยูเครนซึ่งขณะนี้ไม่สามารถนำเข้าได้ ส่งผลให้ปุ๋ยเคมีมีราคาสูงขึ้น และทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย \\n \t\t\t(๒) ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ผลผลิตต่อไร่ของประเทศคู่แข่งทางการตลาดมีปริมาณมากกว่า\\nของประเทศไทย เช่น ประเทศอินเดีย มีปริมาณ ๖๔๓ กิโลกรัม/ไร่ ประเทศเวียดนาม มีปริมาณ \\n๙๓๔ กิโลกรัม/ไร่ เป็นต้น ซึ่งประเทศคู่แข่งมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่องและพัฒนา \\nจากการคาดการณ์ตลาดล่วงหน้าเป็นระยะเวลา ๒๐ - ๓๐ ปี ทำให้สายพันธุ์ข้าวสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค\\nในตลาดโลกได้มากกว่าข้าวของประเทศไทย \\n\\n\\n(๓) ปัจจัย...\\n \t\t\t(๓) ปัจจัยประกอบ คือ ข้าวของประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นข้าวนาปี ที่มีมากถึง\\nร้อยละ ๗๘ ของข้าวทั้งหมด ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำฝนในการเพาะปลูก กรณีหากเกิดภัยภัยแล้งหรืออุทกภัย\\nย่อมส่งผลต่อปริมาณข้าวที่จะออกสู่ตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้\\n \t\t\tอนึ่ง เมื่อพิจารณาตลาดข้าว ประเทศไทยยังมีโอกาสเนื่องจากข้าวไทยมีผู้บริโภค\\nที่เป็นตลาดในกลุ่มพรีเมียม (Premium) ทั้งข้าวขาวและข้าวหอมมะลิ เนื่องจากข้าวของประเทศไทย\\nมีคุณภาพที่ดีกว่า อันเป็นผลมาจากอายุและระยะการเก็บเกี่ยวที่นานกว่าประเทศคู่แข่ง ดังนั้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของชาวนาไทย จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้ \\n \t\t\t(๑) มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดแนวทางและมาตรการ\\nในการจัดการเรื่องเมล็ดพันธุ์และการพัฒนาคุณภาพข้าวไทยอย่างไร \\n \t\t\t(๒) มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ กำหนดแนวทางและมาตรการในการควบคุมราคาปัจจัยในการผลิต อันได้แก่ ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ หรือชีวพันธุ์ ในการผลิตข้าวให้มีราคาที่เหมาะสมหรือถูกลง\\nได้หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t\t(๓) มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ กำหนดแนวทางในการขยายตลาดข้าวของประเทศไทยไปสู่ตลาดโลกให้กว้างขึ้น โดยครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพรีเมียม (Premium) กลุ่มรายได้ปานกลาง หรือกลุ่มรายได้น้อยหรือไม่ อย่างไร ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [781,816,94,"ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญส่ง ไข่เกษ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งของจังหวัดตราด","จากพื้นที่อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา ๒๐ – ๓๐ ปี เนื่องจากบริเวณต้นน้ำไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อช่วยชะลอน้ำที่จะไหลลงมาท่วมบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอดังกล่าว เป็นพื้นที่เพาะปลูกผลไม้ของจังหวัดตราดแต่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนและน้ำแล้งในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งทำให้เกษตรกรไม่มีน้ำสำหรับทำการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง โดยประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันทำฝายชั่วคราวตามลำคลองขึ้นมาเพื่อใช้กันเอง ในการนี้ จังหวัดตราดมีแผนหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีแหล่งกักเก็บน้ำที่จะต้องดำเนินการก่อสร้าง จำนวน ๔ แห่ง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จ จำนวน ๓ แห่ง ขณะนี้ยังเหลืออ่างเก็บน้ำห้วยสะตอที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากพื้นที่ในการก่อสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอได้มีการทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม Environmental Impact Assessment : EIA) มาแล้ว ๒ ครั้ง ซึ่งผลการทำ EIA แต่ละครั้งมีอายุการใช้งาน ๕ ปี โดยผลการทำ EIA ครั้งที่ ๒ ใกล้จะหมดอายุการใช้งานแล้ว ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด รวมทั้งบางพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรี ให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างมาก","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [782,815,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการประเมินความเสียหายและเยียวยาชาวนาที่ประสบอุทกภัย","ขณะนี้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบอุทกภัย ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายของอำเภอและจังหวัดเพื่อสรุปพื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา โดยกรมการข้าว\\nได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณากรณีต้นข้าวน้ำท่วมเสียหายว่า ในระยะต้นกล้า – แตกกอ ระยะตั้งท้อง และระยะเก็บเกี่ยว ต้นข้าวจะต้องถูกน้ำท่วมมิดต้นข้าว เกิน ๕ วัน ทั้งนี้ นาข้าวที่ได้รับความเสียหายจะต้องเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติ\\nกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ \\nมีผลวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๔ โดยความเสียหายนั้นจะต้องเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยา\\nให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ กำหนดจ่ายค่าชดเชยได้ไม่เกินครัวเรือนละ ๓๐ ไร่ ในอัตราไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท \\nซึ่งไม่เพียงพอต่อความเสียหาย โดยตามข้อเท็จจริงแล้ว แม้ว่าน้ำท่วมต้นข้าวในช่วงข้าวตั้งท้องครึ่งลำต้น\\nไม่มิดต้นข้าวตามหลักเกณฑ์แต่ทำให้ข้าวเสียหายได้ทั้งหมด และเกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ \\nทำให้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ดังนั้น จึงขอให้แก้ไขหลักเกณฑ์การพิจารณา\\nกรณีน้ำท่วมต้นข้าว และหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาผู้ประสบอุทกภัยให้ได้รับค่าชดเชย\\nในอัตราที่สูงขึ้น","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [783,814,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","นโยบายของรัฐบาล","การประกันพืชผลทางการเกษตร","ภาคการเกษตรเป็นระบบการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย โดยแรงงานไทยมากกว่าร้อยละ ๖๐ มีอาชีพทำนา ซึ่งรายได้จากการส่งออกภาคเกษตรกรรมไปยังตลาดโลกในครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๖\\n(มกราคม – มิถุนายน) มีมูลค่า ๘๕๓,๕๓๑ ล้านบาท และการส่งออกสินค้าทางการเกษตร\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ มีการส่งออกเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ ๑,๔๒๖,๓๕๔ ล้านบาท หรือเฉลี่ย\\nร้อยละ ๑๘.๗๐ ต่อปี แต่อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรยังประสบปัญหาความผันแปรของผลผลิต\\nและรายได้อันเป็นผลมาจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และศัตรูพืช ก่อให้เกิดการสูญเสียผลผลิต \\nทำให้เกษตรกรขาดรายได้ และก่อให้เกิดภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ เช่น การใช้งบประมาณชดเชยรายได้ การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช และสนับสนุนปุ๋ยเคมี ทั้งนี้ หากเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างย่อมเป็นภาระแก่ภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ทำให้ไม่สามารถเยียวยาให้กับเกษตรกรรายย่อยได้ และ\\nไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ตลอดจนไม่พอเพียงต่อมูลค่าความเสียหาย\\nที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ จากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐบาลมุ่งเน้นมาตรการพักหนี้ให้กับเกษตรกร และการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกร แต่ยังไม่ครอบคลุมการสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรกรณีประสบภัยพิบัติกับผลผลิตทางการเกษตร หรือการจัดการให้มี\\nการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการขยายกิจการทางการเกษตร ตลอดจนจูงใจให้เกษตรกรมีการลงทุนใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นการลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน\\nที่ให้เกษตรกรกู้ยืม และลดภาระของรัฐบาลในการนำงบประมาณจำนวนมากไปช่วยเหลือเกษตรกร\\nเมื่อเกิดภัยพิบัติ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องดังกล่าว และควรมีการผลักดันให้มีการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร นอกเหนือจากโครงการที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินการ\\nอยู่แล้ว โดยให้ประกันภัยพืชผลเป็นรายแปลง หรือรายบุคคล โดยไม่ต้องทำเป็นรายพื้นที่ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นบางครั้งเกิดขึ้นเป็นการเฉพาะราย ประกอบกับปัญหาที่ผ่านมา เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน\\nจากการที่พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจะต้องรอให้มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ครอบคลุมพื้นที่จึงจะเข้าหลักเกณฑ์ได้รับเงินประกันพืชผลทางการเกษตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่การประกันภัยพืชผลทางการเกษตรเป็นรายบุคคลโดยตรวจสอบความเสียหายและจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นรายบุคคลหรือรายแปลงตามที่ได้รับความเสียหายจริงโดยไม่ต้องรอให้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย จะทำให้การช่วยเหลือเกษตรกรสอดคล้องกับความเป็นจริง และเกิดความรวดเร็วในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [784,813,8,"นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์","นโยบายของรัฐบาล","การเชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข 304","จากในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ ได้ปรึกษาหารือ เรื่อง การขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณา ต่อมา อธิบดีกรมทางหลวง \\nได้มีหนังสือกรมทางหลวง ที่ คค ๐๖๑๓๘.๒/๓๒๕๐ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ แจ้งผลการพิจารณาว่า “ได้เสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อขยายช่องจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ \\nสาย ฉะเชิงเทรา – เขาหินซ้อน ตอน บ.ท่าทองหลาง – อ.พนมสารคาม ระหว่าง กม.๙๓ ๘๐๐ – \\nกม.๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทางประมาณ ๘.๗ กิโลเมตร หากได้รับการจัดสรรงบประมาณจะดำเนินการ\\nตามขั้นตอนต่อไป” แต่จนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด\t\\n\tทั้งนี้ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ มีจุดเริ่มต้นที่ กม.๗๕ ๑๒๖ – กม.๑๒๖ ๔๑๖ ระยะทาง\\nประมาณ ๕๒ กิโลเมตร ขณะนี้การก่อสร้างขยายช่องจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ช่วงต้นทาง\\nและปลายทางเป็น ๘ ช่องจราจร ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเกือบทั้งหมด และได้เปิดให้ประชาชนใช้ถนน\\nในการสัญจรแล้ว แต่ช่วงระหว่าง กม.๙๓ ๘๐๐ – กม.๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทาง ๘.๗ กิโลเมตร \\nซึ่งเป็นช่วงตรงกลางของทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ยังคงมีสภาพเป็นถนนทางหลวง ๔ ช่องจราจร \\nซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีแผนงานและไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายผิวการจราจรในช่วงดังกล่าวเป็น ๘ ช่องจราจรแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะประสบอุบัติเหตุ\\nจากการที่ถนนมีช่องจราจรไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันตลอดเส้นทาง โดยพบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุ\\nบนท้องถนนในบริเวณดังกล่าวในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีจำนวนสูงพอสมควร ดังนั้น จึงขอให้\\nกระทรวงคมนาคม พิจารณาดังนี้\\n\t\t(๑) เร่งรัดการจัดทำแผนและจัดทำคำของบประมาณสำหรับขยายผิวการจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ระหว่าง กม.๙๓ ๘๐๐ – กม.๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทาง ๘.๗ กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ให้เป็น ๘ ช่องจราจร \\n\t\t(๒) ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างขยายผิวการจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ระหว่าง \\nกม.๙๓ ๘๐๐ – กม.๑๐๒ ๕๐๐ จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อไร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [785,812,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหารถโดยสารสาธารณะกึ่งซานต่ำ (Semi Low Floor Bus) ปฏิเสธรับผู้โดยสารพิการและปิดเสียงประกาศบนรถโดยพลการ","จากเป็นเวลากว่าสิบปีที่วุฒิสภาได้ร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมผลักดัน และขับเคลื่อน ให้มีการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูประบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้รถโดยสารสาธารณะแบบปกติเปลี่ยนเป็นแบบชานต่ำ (Low Floor Bus) ซึ่งรถประเภทนี้จะสร้างความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนและทุกกลุ่ม โดยในระยะแรกได้มีการนำรถ Compressed Natural Gas (CNG) ซึ่งเป็นรถแบบชานต่ำมาให้บริการ แต่บางคันเป็นรถแบบกึ่งชานต่ำ (Semi Low Floor Bus) ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม \\nและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้เคยทักท้วงหลายครั้ง และกรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเป็นอย่างดีและพยายามปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอด แม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร ยังได้มีการปรับปรุงทางเท้าให้สอดรับกับรถแบบชานต่ำ อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลา ๑ – ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนไปใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน ลดมลพิษทางอากาศ แต่ปัญหาคือบริษัทที่ได้รับสัมปทานเดินรถ ได้นำรถแบบกึ่งชานต่ำ\\nที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาให้บริการ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับประชาชนผู้ใช้รถเข็น ผู้ที่ใช้ไม้ค้ำยัน และผู้สูงอายุที่ยากแก่การขึ้นรถสาธารณะด้วยตนเอง หรือขึ้นได้แต่ยากและต้องใช้เวลา ซึ่งส่งผลให้พนักงานขับรถ \\nและพนักงานเดินตั๋วโดยสารใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการไม่รับผู้โดยสารที่เป็นผู้พิการและผู้สูงอายุที่เดินไม่ค่อยสะดวก ทำให้ผู้โดยสารต้องยืนรอรถเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ อีกทั้งมีเสียงประกาศบอกป้ายจอดถัดไปตลอดทาง \\nซึ่งอาจสร้างความรำคาญให้กับพนักงานขับรถบางคน จึงทำให้แอบปิดเสียงประกาศดังกล่าว จะเห็นได้ว่าความทันสมัยมิได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \\nจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาข้างต้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการรถโดยสารสาธารณะได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และสมศักดิ์ศรีความเป็นพลเมืองไทยเสมอกันทุกคน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [786,811,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความไม่ปลอดภัยบนถนนทางหลวงในระหว่างการก่อสร้างและบำรุงทาง","ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๙๐ สายบ้านไผ่ – ช่องสามหมอ เป็นทางหลวงแผ่นดินเริ่มจากถนนมิตรภาพ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ ในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผ่านอำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโคกโพธิ์ไชย และสิ้นสุดโดยบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑ \\nที่แยกสามหมอ ในอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ขนาด ๔ ช่องจราจร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงก่อสร้างผิวจราจร ซึ่งผู้รับเหมาได้มีการปิดช่องจราจร ๒ ช่องจราจร โดยไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนล่วงหน้า\\nว่าทางข้างหน้ามีการก่อสร้าง จะมีป้ายเตือนทางก่อสร้างบริเวณถึงจุดก่อสร้างแล้วเท่านั้น และมีการปิด\\nช่องทางการเดินรถเพื่อให้รถวิ่งสวนทางกันโดยไม่มีป้ายเตือนว่ามีรถวิ่งสวนทาง ซึ่งอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้  \\n\t\t(๑) การปิดช่องจราจรเพื่อซ่อมถนนมีกฎหมายหรือมีมาตรการอย่างไร เพื่อป้องกันอันตราย\\nและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน \\n\t\t(๒) กฎระเบียบและมาตรการปิดช่องจราจรเพื่อซ่อมถนนมีการบังคับใช้อย่างไร และบุคคลใดเป็นผู้บังคับใช้ \\n\t\t(๓) กรณีปิดช่องจราจรโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานใด\\nเป็นผู้รับผิดชอบ \\n\t\t(๔) มีนโยบายและมาตรการที่เข้มงวดเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนหรือไม่ อย่างไร ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [787,810,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การเดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)","โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) \\nเป็นโครงการที่รองรับผู้โดยสารจากกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมืองเป็นเส้นทางแรก \\nซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยใช้งบประมาณกว่าแสนล้านบาท มีระยะทางประมาณ \\n๒๒ กิโลเมตร แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดเดินรถได้ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีกำหนดว่า โครงการรถไฟฟ้า\\nสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จะเปิดให้เดินรถได้ต้องมีผู้ประกอบการร่วมลงทุนกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งช่วงดังกล่าวอยู่ระหว่างการฟ้องร้องคดีของผู้ประกวดราคาบางราย และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด\\nซึ่งการไม่สามารถเปิดให้เดินรถได้นั้น เป็นการเสียโอกาสเก็บค่าโดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก\\nและทำให้เสียค่าดูแลรักษา (Care of Works) โครงสร้างงานโยธาส่วนตะวันออก รวมมูลค่าปีละหลายพันล้านบาท\\n\t\tดังนั้น จึงควรเปิดให้มีการเดินรถไฟสายสีส้มส่วนตะวันออก ระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร โดยเร็ว เพื่อลดการสูญเสียโอกาสและเสียค่าบำรุงรักษา โดยขอให้มีการทบทวนและแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว โดยแยกเงื่อนไขการเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี\\n(สุวินทวงศ์) กับรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย \\nออกจากกัน เพราะหากเปิดสัมปทานแล้วจะไม่สามารถเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายตามนโยบาย\\nของรัฐบาลได้ เนื่องจากต้องเจรจากับผู้ประกอบการ แต่โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน\\nแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งสามารถจ้างเดินรถได้เอง และสามารถให้ผู้ว่าจ้างเดินรถเก็บค่าโดยสาร \\n๒๐ บาทตลอดสายตามนโยบายของรัฐบาลได้ ทั้งนี้ ควรเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม\\nโดยผู้ประกอบการมากกว่าหนึ่งราย เพราะหากมีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวจะทำให้มีราคาสูงเกินกว่าปกติ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [788,809,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","การเสนอแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อันเนื่องมาจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ","คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยหัวหน้าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังกล่าวได้กำหนดให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ตามมาตรา ๗ (๔) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการใน ก.ค.ศ. อันเป็นการทำลายระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาลของการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  และกรณีที่มาตรา ๗ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่กำหนดให้ “กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง\\nจำนวนสิบสองคน ประกอบด้วย ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น\\nในหน่วยงานการศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดซึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\\nในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูจำนวนห้าคน \\nซึ่งเลือกจากข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจำนวนสามคน ข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจำนวนหนึ่งคน และข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวนหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมจำนวนหนึ่งคนและผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน” มีเจตนารมณ์ต้องการให้องค์ประกอบของ ก.ค.ศ. มาจากไตรภาคี ได้แก่ กรรมการที่มาโดยตำแหน่ง กรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ และกรรมการที่เป็นตัวแทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่\\nตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานการศึกษาและการกำหนดให้องค์ประกอบของ ก.ค.ศ. มีผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา\\nซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ถือเป็นการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์\\nทรงเป็นประมุข และทำให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและรู้บริบทเกี่ยวกับการจัดการศึกษาอย่างแท้จริง อนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานราชการอื่น ๆ อาทิ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ล้วนแต่กำหนดให้มีข้าราชการ\\nในสังกัดซึ่งเป็นตัวแทนของวิชาชีพนั้น ๆ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของคณะกรรมการ ซึ่งแตกต่างกับ ก.ค.ศ. \\nชุดปัจจุบันที่ไม่มีตัวแทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นองค์ประกอบของ ก.ค.ศ. ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\nอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การบริหารงานด้านการศึกษามีประสิทธิภาพต่อไป","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [789,808,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","งบประมาณสภาเด็กและเยาวชน","สภาเด็กและเยาวชนเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ สภาเด็กและเยาวชนมีบทบาทในโครงการ\\nหรือกิจกรรมในประเด็นปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่หลายประการ เช่น การพัฒนาศักยภาพสภาเด็กและเยาวชน การพัฒนาเด็ก เยาวชน ชุมชน สังคม จิตอาสา การบำเพ็ญประโยชน์ การส่งเสริมอาชีพ\\nและภูมิปัญญาท้องถิ่น การส่งเสริมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กิจกรรมเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ และสื่อสร้างสรรค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หรือรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาในเด็ก เยาวชน ชุมชน และสังคม นอกจากนี้ยังมีโครงการหรือกิจกรรมเชิงประเด็นเร่งด่วน\\nของรัฐบาล ได้แก่ ๑) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๒) การป้องกันและแก้ไขปัญหา\\nยาเสพติด และ ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ สภาเด็ก\\nและเยาวชน ได้รับงบประมาณ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ระดับตำบล เทศบาล จำนวน ๗,๗๗๒ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๑๐,๐๐๐ บาท \\n\t\t(๒) ระดับเขต จำนวน ๕๐ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๓๐,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๓) ระดับอำเภอ จำนวน ๘๗๘ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๓๐,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๔) ระดับจังหวัด จำนวน ๗๖ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๙๕,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๕) ระดับกรุงเทพมหานคร จำนวน ๑ แห่ง ได้รับงบประมาณ ๓๔๕,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๖) ระดับชาติ จำนวน ๑ แห่ง ได้รับงบประมาณ ๑,๓๘๘,๔๐๐ บาท\\n \t\tจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่างบประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ รวมจำนวน ๑๑๔,๘๕๓,๔๐๐ บาท ใช้สำหรับคณะบริหาร จำนวน ๑๖๐,๐๐๐ คน โดยเฉลี่ยใช้งบประมาณคนละ ๗๑๗ บาทต่อปีเท่านั้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่สภาเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว เฉลี่ยจัดสรรงบประมาณให้คนละ\\n๑,๕๐๐ บาทต่อปี ซึ่งจะสามารถทำให้กลไกทำงานของสภาเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ\\nมากยิ่งขึ้น","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [790,807,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","นโยบายของรัฐบาล","การจัดระเบียบสังคมแก่ผู้ใช้แรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย","ผู้ใช้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและมีจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชายแดน อาทิ จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดระนอง จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดระนอง หรือแม้กระทั่งในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวง \\nมีผู้ใช้แรงงานต่างชาติอาศัยอย่างหนาแน่นในเขตต่าง ๆ อาทิ เขตลาดพร้าว เขตจตุจักร เขตวังทองหลาง และเขตห้วยขวาง แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร สำนึกบุญคุณต่อประเทศไทยที่ให้ที่พัก ที่อาศัย และมีงานทำ แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่มีปัญหาขาดความเคารพต่อกิจกรรมและวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศไทย อาทิ ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติไทย ไม่แสดงความเคารพเมื่อมีเสียงเพลงชาติไทยในวาระที่สมควร ไม่ยืนตรงเมื่อมีเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีในวาระที่สมควร \\nยกป้ายภาษาต่างชาติของตนเองในการโฆษณาสินค้าโดยไม่มีภาษาไทยกำกับ อันเป็นความผิด\\nตามพระราชบัญญัติป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ ไม่เคารพต่อวัฒนธรรมประเพณีไทย เช่น การดัดแปลงการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ผิดเพี้ยน แต่งกายไม่สุภาพ ไม่เคารพต่อพระภิกษุสงฆ์ มั่วสุมเสพยาเสพติด และค้ายาเสพติด \\nซึ่งนับวันปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรง ขยายวงกว้าง และทำให้ยากลำบากต่อการแก้ไขมากขึ้น ดังนั้น \\nขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการกำหนดนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย \\nกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ร่วมกัน\\nบูรณาการการทำงาน ให้มีเจ้าภาพตรวจตราสอดส่องหรือจัดระเบียบทางสังคมอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้\\nเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจัดอบรมการอ่านและเขียนภาษาไทยให้แก่ผู้ใช้แรงงานต่างชาติ เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และสร้างความรู้สึกในเชิงปรองดองและสมานฉันท์ในการอยู่ร่วมกัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [791,806,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารราชการบุคคลในส่วนราชการ","หัวใจของระบบบริหารราชการบุคคล คือ ระบบคุณธรรม (Merit System) ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าเป็นระบบที่มีการคัดเลือก แต่งตั้ง โอนย้าย ปูนบำเหน็จ ตลอดจนการลงโทษ ที่เป็นไปตามระบบความรู้ \\nความสามารถ ผลงานและประสบการณ์ โดยปราศจากการแทรกแซง อคติ และการกระทำโดยมิชอบใด ๆ     \\n\t\tสืบเนื่องจากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ อาจส่งผลให้\\nรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบางท่านมีความรู้สึกผิดหวังหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยนายกรัฐมนตรีรับที่จะแก้ไขเยียวยาปัญหาดังกล่าวด้วยการให้ไปดำรงตำแหน่งระดับเดียวกันในหน่วยงานราชการอื่น \\nซึ่งสื่อมวลชนรายงานว่าจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านหนึ่งไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีกท่านหนึ่งไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า\\nยังมีข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ \\nและมีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในหน่วยงานทั้งสอง โดยไม่จำเป็นต้องโยกย้ายข้าราชการจากหน่วยงานอื่นมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรียึดมั่นในระบบคุณธรรมดังที่ได้ประกาศไว้อย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการตามที่ปรากฏ\\nเป็นข่าวในสื่อมวลชน ไม่ควรให้การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานหนึ่งไปก่อให้เกิดปัญหาในอีกหน่วยงานหนึ่ง \\nทั้งนี้ การที่นายกรัฐมนตรียึดมั่นในระบบคุณธรรมอย่างเคร่งครัดและจริงจัง ย่อมส่งผลให้ข้าราชการ\\nในหน่วยงานต่าง ๆ มีขวัญกำลังใจที่ดี อุทิศตนให้แก่ราชการได้อย่างเต็มกำลังความสามารถและ\\nย่อมได้รับการเคารพนับถือจากข้าราชการทั้งปวง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [792,805,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน","จากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับพนักงานไปรษณีย์รายหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา มูลนิธิกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บ\\nส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลได้ทำการรักษาพยาบาลในเบื้องต้น โดยเอกซเรย์พบว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดสมอง \\nแต่โรงพยาบาลไม่ได้ดำเนินการผ่าตัดสมองเพื่อรักษาพยาบาลคนไข้ โดยญาติผู้ป่วยได้รับแจ้งผลการตรวจดังกล่าวจากทางโรงพยาบาล หลังจากเกิดเหตุประมาณ ๑ ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งว่าโรงพยาบาลไม่มี\\nความพร้อมในการผ่าตัด จึงขอให้ญาติดำเนินการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลอื่น เพื่อส่งตัวผู้ป่วย\\nไปรักษา ซึ่งญาติของผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ ฐานะยากจน ไม่มีความรู้ และไม่สามารถติดต่อประสานกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ จึงขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร ๙๐๔ และอาสาสมัครของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำเนินการช่วยเหลือเมื่อเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา และประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งได้เข้ารับการผ่าตัดสมองเมื่อเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา โดยสรุปต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมง ๓๐ นาที ผู้ป่วยจึงได้รับการรักษาอย่างถูกต้องด้วยการผ่าตัดสมอง ภายหลังเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยนอน\\nพักฟื้นเป็นเวลานานถึง ๒๕ วัน โดยไม่รู้สึกตัว จนเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ โรงพยาบาลตากสิน\\nได้แจ้งให้ญาติผู้ป่วยไปเยี่ยมผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นความสูญเสียกำลังสำคัญของครอบครัว\\nไปก่อนเวลาอันควรอย่างกะทันหัน\\n\t\tกรณีดังกล่าว เห็นได้ว่าหากคณะบุคลากรทางการแพทย์มีความตระหนักถึงความสำคัญ\\nของการรักษาพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามที่ประชาชนควรได้รับ ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [793,804,38,"นายชลิต แก้วจินดา","สถานการณ์บ้านเมือง","การบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม","เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก\\nทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทยจาก UNESCO เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งได้รับทราบว่า\\nมีวัตถุโบราณหลายชิ้นของเมืองมรดกโลกศรีเทพปรากฏในที่ต่าง ๆ ของต่างประเทศ เช่น รูปแผ่นทองดุนลาย รูปพระพุทธเจ้าขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์ รูปจันทรเทพ และพระโพธิสัตว์พระศรีอารยเมตไตรย\\nจากเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ทั้ง ๔ แผ่น ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์นอร์ตัน ไซมอน และพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ\\n\\nในสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุโบราณล้ำค่าหลายแห่งจำนวนมาก \\nที่ถูกโจรกรรมไปขายยังต่างประเทศเช่นกัน เช่น (๑) หลวงพ่ออู่ทอง (ทองคำ) พระพุทธรูปปางมารวิชัย\\nเนื้อโลหะ ทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักกว่า ๒๐๐ กิโลกรัม สูง ๔๓ นิ้ว หน้าตักกว้าง ๓๔ นิ้ว สร้างในสมัยอู่ทอง อายุ ๘๐๐ ปี ถูกโจรกรรมไปจากวัดดงสระแก้ว ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ (๒) พระพุทธรูปยืนสัมฤทธิ์ทรงเครื่องน้อย ปางห้ามสมุทร ศิลปะอยุธยาตอนกลาง อายุ ๔๐๐ ปี ความสูงประมาณ ๑.๕ เมตร น้ำหนักกว่า ๑๕๑ กิโลกรัม ถูกโจรกรรม\\nไปจากวัดพระฝาง สวางคบุรีมุนีนาถ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงแม้\\nจะจับตัวคนร้ายได้แต่ยังไม่สามารถติดตามพระพุทธรูปกลับมาได้ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล\\nวางแผนการดำเนินการพร้อมสนับสนุนงบประมาณการบริหารจัดการวัตถุโบราณและมรดกอันล้ำค่า\\nของประเทศไทย ดังนี้\\n \t\t(๑) ติดตามวัตถุโบราณต่าง ๆ ที่ถูกโจรกรรมและสูญหายให้กลับคืนมาเก็บรักษาในประเทศไทย\\n \t\t(๒) พิจารณาแนวทางการบำรุงรักษาโบราณวัตถุ และโบราณสถานซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และศาสนสถานต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์ ปลอดภัย\\n \t\t(๓) สำรวจพื้นที่ วางแนวเขตโบราณสถาน และขุดค้นเพิ่มเติมทั้งจากแหล่งเดิมและพื้นที่ใหม่ เพื่อนำวัตถุโบราณมาอนุรักษ์ดูแลไม่ให้สูญหายเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา\\n \t\t(๔) จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อการสืบค้นโบราณวัตถุ เพื่อการติดตามนำกลับมาเก็บรักษา\\nในประเทศไทยดังเดิม และเพื่อประกอบการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกสำหรับโบราณสถานในพื้นที่อื่นต่อไป\\n\t\t\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี \\nจึงเห็นสมควรส่งเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา\\n\t๑๗.\tนายจัตุรงค์ เสริมสุข สมาชิกวุฒิสภา\\n \t\t\tเรื่อง การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน\\n\tสืบเนื่องจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับพนักงานไปรษณีย์รายหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา มูลนิธิกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บ\\nส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลได้ทำการรักษาพยาบาลในเบื้องต้น โดยเอกซเรย์พบว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดสมอง \\nแต่โรงพยาบาลไม่ได้ดำเนินการผ่าตัดสมองเพื่อรักษาพยาบาลคนไข้ โดยญาติผู้ป่วยได้รับแจ้งผลการตรวจดังกล่าวจากทางโรงพยาบาล หลังจากเกิดเหตุประมาณ ๑ ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งว่าโรงพยาบาลไม่มี\\nความพร้อมในการผ่าตัด จึงขอให้ญาติดำเนินการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลอื่น เพื่อส่งตัวผู้ป่วย\\nไปรักษา ซึ่งญาติของผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ ฐานะยากจน ไม่มีความรู้ และไม่สามารถติดต่อประสานกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ จึงขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร ๙๐๔ และอาสาสมัครของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำเนินการช่วยเหลือเมื่อเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา และประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งได้เข้ารับการผ่าตัดสมองเมื่อเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา โดยสรุปต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมง ๓๐ นาที ผู้ป่วยจึงได้รับการรักษาอย่างถูกต้องด้วยการผ่าตัดสมอง ภายหลังเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยนอน\\nพักฟื้นเป็นเวลานานถึง ๒๕ วัน โดยไม่รู้สึกตัว จนเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ โรงพยาบาลตากสิน\\nได้แจ้งให้ญาติผู้ป่วยไปเยี่ยมผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นความสูญเสียกำลังสำคัญของครอบครัว\\nไปก่อนเวลาอันควรอย่างกะทันหัน\\n\t\tกรณีดังกล่าว เห็นได้ว่าหากคณะบุคลากรทางการแพทย์มีความตระหนักถึงความสำคัญ\\nของการรักษาพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามที่ประชาชนควรได้รับ ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [794,803,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสุขภาพฟันและช่องปากผู้สูงอายุ","เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาฟันและสุขภาพในช่องปาก ที่พบบ่อย คือ ฟันผุ รากฟันผุ \\nโรคเหงือก โรครำมะนาด ฟันสึก การสูญเสียฟัน ภาวะน้ำลายแห้ง และแผลเรื้อรังในปาก จากการสำรวจ\\nของกรมอนามัย ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ พบว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีการสูญเสียฟันสูงที่สุดถึงร้อยละ ๘๘ และในผู้สูงอายุ อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป มีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษาถึงร้อยละ ๕๖ ซึ่งร้อยละ ๓๖.๓ เป็นโรคปริทันต์ และร้อยละ ๑๖.๕ เป็นโรครากฟันผุ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีอัตราการเข้าถึงการบริการด้านทันตกรรมเพียงร้อยละ ๘.๑ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่าผู้สูงอายุกว่าร้อยละ ๔๐ มีฟันเพื่อใช้งานไม่ถึง ๒๐ ซี่ มีผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน\\nทั้งปากและต้องการใส่ฟันเทียมทั้งปากร้อยละ ๗.๒ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๖๓ พบว่าการสนับสนุนงบประมาณทางทันตสาธารณสุขลดลงทุกปี ซึ่งผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันเป็นจำนวนมากจะไม่สามารถเคี้ยวอาหาร\\nได้สะดวก เพราะเกิดความเจ็บปวดบริเวณเหงือกและฟัน ส่งผลให้ไม่อยากรับประทานอาหารจนนำไปสู่ภาวะ\\nขาดสารอาหารและเจ็บป่วยได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคสมองเสื่อม โรคหัวใจ \\nโรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคมะเร็ง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ดังนี้\\n \t\t(๑) ผลักดันนโยบาย ๘๐ : ๒๐ คือ ประชาชนวัย ๘๐ ปีขึ้นไป ควรมีฟันอย่างน้อย ๒๐ ซี่\\n \t\t(๒) สนับสนุนการดูแล ป้องกัน รักษาโรคฟัน โรคในช่องปากอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะการใส่ฟันเทียมให้ผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันแท้ทั้งในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มด้อยโอกาส รวมถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในเรือนจำ\\n \t\t(๓) จัดบริการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง โดยร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป\\n \t\t(๔) สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริม ดูแลและรักษาทันตกรรม ให้แก่ผู้สูงอายุอย่างจริงจังและต่อเนื่อง\\n \t\t(๕) เพิ่มการจัดสรรงบประมาณด้านทันตสาธารณสุขให้เพียงพอ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [795,802,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายเติมเงิน 10,000 บาทใส่ Digital Wallet","นโยบายเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ใส่ Digital Wallet เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นเงิน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยในช่วงการหาเสียงเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๖ \\nพรรคเพื่อไทยได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ว่าจะใช้การบริหารจัดการงบประมาณ และการบริหารจัดการระบบภาษี\\nในการดำเนินการ กล่าวโดยสรุปคือ เป็นเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ แต่เนื่องจากปฏิทินงบประมาณเปลี่ยนแปลงไป ทำให้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาจประกาศใช้ประมาณปลายเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ดังนั้น จึงไม่มีความเป็นไปได้ที่โครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ใส่ Digital Wallet จะปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ แต่รัฐบาลได้ประกาศว่าจะเริ่มโครงการเติมเงินฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ (๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ หรือ ๑ มีนาคม ๒๕๖๗) ซึ่งหมายความว่าจะมีการจ่ายเงิน จำนวน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมกัน โดยรัฐบาลอาจใช้วิธีเงินนอกงบประมาณ กล่าวคือ ให้ธนาคารของรัฐ (ธนาคารออมสิน) ดำเนินโครงการดังกล่าวไปก่อนแล้วรัฐบาลจะตั้งงบประมาณคืนให้ในภายหลังโดยทยอยใช้เป็นรายปี เช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะทำให้เงินจำนวนดังกล่าวไม่อยู่ในงบประมาณฯ แต่อาจอยู่เฉพาะเงินส่วนที่ต้องคืนให้\\nในงวดแรก และทยอยคืนในปีต่อไปอีกหลายปี\\n\t\tผู้ขอหารือได้ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการใช้เงินที่จะให้ธนาคารของรัฐดำเนินการ\\nตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น จึงขอให้รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายเกี่ยวกับโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท \\nใส่ Digital Wallet ตามสมควร โดยมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนของเงินเพิ่มขึ้น และไม่เป็นการสร้างหนี้สินให้กับรุ่นลูกหลานในอนาคตมากเกินความจำเป็น จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดของโครงการดังกล่าวโดยมีคำถาม ดังนี้\\n\t\t(๑) รัฐบาลจะตั้งงบประมาณใช้คืนธนาคารออมสิน (กรณีใช้ธนาคารออมสินดำเนินการ) \\nในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว จำนวนกี่ปีงบประมาณ และจำนวนเงินที่ใช้คืนในแต่ละปีงบประมาณเป็นจำนวนปีละเท่าใด\\n \t\t(๒) หากรวมโครงการพักหนี้เกษตรกร ซึ่งต้องใช้เงินนอกงบประมาณตามมาตรา ๒๘ เช่นเดียวกัน โดยใช้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จะตั้งงบประมาณสำหรับการชำระหนี้โดยนำเงินจากโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มารวมด้วยหรือไม่ รัฐบาลสามารถทยอยใช้คืนกี่ปี \\nปีละจำนวนเท่าใด\\n \t\t(๓) รัฐบาลต้องเปิดเผยสัญญาที่ทำกับธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หรือไม่ เพราะประชาชนจำเป็นต้องทราบจำนวนดอกเบี้ยใช้คืน ค่าบริหารจัดการ และค่าบริการของธนาคารว่าเป็นเงินเท่าใด\\n \t\t(๔) ในภาวะดอกเบี้ยสูง รัฐบาลมีต้นทุนสำหรับการตั้งงบประมาณคืนให้ธนาคารของรัฐเพิ่มขึ้นหรือไม่\\n \t\tตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ \\nที่กำหนดให้ทุกนโยบายที่มีการใช้จ่ายเงินต้องทำเป็นรายการชี้แจง กกต. คือ (๑) วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ (๒) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และ (๓) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า\\nเมื่อพรรคการเมืองชี้แจงข้อมูลตามที่กำหนดแล้ว เมื่อได้รับเลือกเป็นรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องทำตามที่ชี้แจงไว้\\nได้หรือไม่ และหากเป็นเช่นนี้จะมีประโยชน์อันใด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [796,801,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่115/2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557","การบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมต้องให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก \\nรวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเฉพาะการสอบสวนคดีอาญาต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการอย่างเหมาะสมตามหลักการที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๕๘ ง. \\nด้านกระบวนการยุติธรรม (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนั้น\\nการวินิจฉัยคำสั่งไม่ฟ้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา หรือคำสั่งถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์ ถอนฎีกา ของพนักงานอัยการ\\nและการทำความเห็นแย้งคำสั่งดังกล่าว ควรกระทำโดยหน่วยงานที่เป็นกลางและเหมาะสม สามารถอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งได้บัญญัติไว้แล้วในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมาย\\nวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นไปตามหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล \\nเนื่องจากปัจจุบันมาตรา ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย\\nวิธีพิจารณาความอาญา ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้เปลี่ยนแปลงหลักการเดิมที่กำหนด\\nไว้ในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งส่งผลต่อการตรวจสอบถ่วงดุล\\nระหว่างพนักงานอัยการกับพนักงานสอบสวนในการทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง ไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา \\nทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถอำนวยความเป็นธรรมในคดีอาญาให้กับประชาชนได้ ซึ่งขัดกับ\\nหลักการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินภายในอำนาจหน้าที่ของจังหวัด ตามที่บัญญัติไว้\\nในมาตรา ๕๒ (๑)  และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่จะต้องนำภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์และดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับให้เป็นไป\\nตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรม อีกทั้งยังไม่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์\\nในการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม และไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะใช้การบริหารงาน\\nในรูปแบบของ “ผู้ว่า CEO” เพื่อสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานในแต่ละจังหวัดและเพื่อให้ประชาชน\\nเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตามบทบัญญัติในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นเดิม \\nเพราะตามมาตรา ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม\\nโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ ดังกล่าว มีผลเป็นการตัดอำนาจ\\nของผู้ว่าราชการจังหวัดในการถ่วงดุลตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งคดี \\nเนื่องจากมาตรา ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ กำหนดให้ “ในกรณี\\nที่มีคำสั่งไม่ฟ้องและคำสั่งนั้นไม่ใช่คำสั่งของอัยการสูงสุด ถ้าในกรุงเทพมหานครให้รีบส่งสำนวน\\nการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ \\nหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถ้าในจังหวัดอื่นให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่ง\\nเสนอผู้บัญชาการหรือรองผู้บัญชาการ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ...” \\nจึงเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เริ่มต้นคดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจกลั่นกรองขั้นสุดท้ายก่อน\\nที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาล กล่าวคือ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาในภาคเดียวกัน \\nอันเป็นการทำให้บุคคลกลุ่มเดียวกันเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเป็นครั้งที่สอง \\nกรณีดังกล่าวนี้จึงถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียอาจไม่เป็นกลาง ซึ่งขัดกับหลักประกัน\\nความโปร่งใสในการสอบสวน ดังนั้น เพื่อให้การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างพนักงานอัยการกับพนักงานสอบสวนเป็นไปอย่างเหมาะสมตามหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา ๑๔๕/๑ \\nแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ \\nฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ โดยกลับไปใช้มาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อจะได้\\nเป็นการอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนในเขตอำนาจของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [797,800,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในด้านการอุปโภค บริโภคและด้านการเกษตร","รัฐบาลมีโครงการแก้มลิงกุดถ้ำมณี เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้งให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และอำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประสบปัญหาน้ำแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่โครงการแก้มลิงกุดถ้ำมณีในฤดูฝนจะเป็นพื้นที่ชะลอน้ำก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษและในฤดูแล้งจะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค เพราะในฤดูแล้งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวจะแห้งแล้งและไม่มีน้ำให้ประชาชนใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค จะเห็นว่าโครงการ\\nแก้มลิงกุดถ้ำมณีสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งอย่างเพียงพอ ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งผลักดันโครงการแก้มลิงกุดถ้ำมณีให้เกิดผล\\nเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และควรตรวจสอบพื้นที่ทั่วประเทศว่ามีพื้นที่เช่นเดียวกับพื้นที่แก้มลิงกุดถ้ำมณี\\nอยู่จำนวนเท่าใด เพราะพื้นที่เหล่านี้หากมีการพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคให้แก่ประชาชนในฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ รัฐบาลควรสำรวจความสมบูรณ์ของเขื่อนที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าสามารถกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งได้หรือไม่ และหากพบว่าเขื่อนแห่งใดมีปัญหาชำรุดหรือเสียหาย จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรเพื่อกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดสามารถนำมาใช้ประโยชน์และรองรับปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [798,799,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ผู้นำรัฐบาลควรเป็นผู้นำในการสื่อสารสร้างสรรค์สังคม","ในอดีตที่ผ่านมาการสื่อสารของรัฐบาลไปยังประชาชน ส่วนใหญ่จะเป็น\\nการสื่อสารแบบทางเดียวหรือแบบอนาลอก (Analog) ซึ่งปกติรัฐบาลจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่าน\\nกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีแผนยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์ แต่ยังคงเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว ดังนั้น การสื่อสารถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้นำประเทศในการบริหารจัดการบ้านเมืองให้มี\\nความชัดเจนและมียุทธศาสตร์พัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า\\n\t\tปัจจุบันการสื่อสารเป็นแบบดิจิทัล (Digital) สามารถสื่อสารได้สองทาง (Two – Way Communication) เป็นยุคที่สามารถสนทนาโต้ตอบกันได้ทันที แต่มีข้อจำกัดเรื่องการควบคุม การกำหนดเนื้อหาสาระให้มีคุณภาพ ทำให้การส่งสารออกไปมีปัญหาคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง ซึ่งความคาดหวัง\\nในการสื่อสารของรัฐบาลไปยังประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ มุ่งเม้นเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ \\nการแก้ไขปัญหา และให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้น จึงเรียนถามนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t\t(๑) ท่านจะใช้เวทีเพื่อการสื่อสารอย่างไรในการสร้างสรรค์บ้านเมือง ที่จะทำให้เป็นการสื่อสารทางการเมืองเกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐบาล เพื่อจัดการประโยชน์ให้แก่ประชาชน และสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม และประชาชน เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน\\n\t\t(๒) จะสื่อสารอย่างไรเพื่อให้การบริหารจัดการด้านนโยบายผ่านกลไกของกระทรวง \\nหน่วยงานระดับกรม และระดับท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและกลไกระดับล่างสามารถปฏิบัติงานเป็นไป\\nในทิศทางเดียวกัน\\n\t\t(๓) จะสื่อสารอย่างไรเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เกิดการเรียนรู้ และจัดการองค์ความรู้ร่วมกัน\\n\t\t(๔) จะสื่อสารอย่างไรเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหา\\nชีวิตประจำวันที่สำคัญ เช่น ช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก แต่ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำ\\nหรือกักเก็บน้ำในสถานที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [799,798,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การปราบปรามผู้มีอิทธิพล","ปัญหาผู้มีอิทธิพล ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก \\nโดยผู้มีอิทธิพลได้กระทำการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ \\nซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพลและให้ผู้มีอิทธิพล\\nซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ และได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒๗๓๙/๒๕๖๖ \\nแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ด้านความมั่นคง ประเด็นรักษาความสงบภายในประเทศและสอดคล้องกับนโยบาย\\nของนายกรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งเน้นย้ำนโยบายการให้ความสำคัญ\\nต่อความปลอดภัยในทุกพื้นที่ของประเทศ จึงขอแสดงความชื่นชมไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย \\nที่แก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลได้อย่างรวดเร็ว \\n\t\tอย่างไรก็ตาม การดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล อำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับ\\nความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการการทำงานให้เกิด\\nผลสัมฤทธิ์ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการข่าวและการติดตามพฤติกรรมของผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง \\nจึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้\\n\t\t(๑) รัฐบาลมีนโยบายและแนวทางเรื่องการป้องกันและการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างไร \\nมีมาตรการในการดำเนินการอย่างเร่งด่วนอย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม \\nและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ \\n\t\t(๒) ปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลเป็นปัญหาต่อเนื่อง ได้มีการแต่งตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตามมติของรัฐบาลชุดที่แล้ว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนั้น เพื่อให้ดำเนินการต่อเนื่องและรวดเร็ว รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายสืบสานต่อจากรัฐบาลชุดที่แล้วอย่างไร \\n\t\t(๓) การแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลควรจะคำนึงถึงความโปร่งใสด้านการเงินและด้านภาษีอากร \\nเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องความร่ำรวยผิดปกติของผู้มีอิทธิพลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในส่วนนี้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) \\nอย่างไรก็ตาม เพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบบุคคลทั่วไปซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพล \\nจึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบบุคคลได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [800,797,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","นายทวีชัย  หมื่นรักษ์ ร้องเรียนพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจเมืองราชบุรี","จากได้รับการร้องเรียนจากนายทวีชัย หมื่นรักษ์ อายุ ๖๒ ปี ข้าราชการบำนาญ \\nกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่บ้านเลขที่ ๖๐ หมู่ ๒ ตำบลพิกุลทอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีตั้งด่านตรวจ โดยได้\\nถูกตรวจค้นและถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซึ่งพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนคดี \\nคือ พันตำรวจโท ประมาณ ปลาทอง ได้รับคำร้องทุกข์ในข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ\\nทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามพฤติการณ์ ซึ่งได้รับคำร้องทุกข์\\nตามคดีอาญาเลขที่ ๒๒๓๓/๒๕๖๕ และได้ยึดทรัพย์ตามเลขที่ ๑๑๑๐/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ \\nซึ่งนายทวีชัยฯ ได้ประกันตัวโดยใช้เงินสด จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ในวันเกิดเหตุ ปัจจุบันเวลาได้ล่วงเลย\\nมากว่า ๙ เดือน แต่สำนวนคดีไม่มีความคืบหน้า ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถ\\nถอนเงินประกันจำนวนดังกล่าวได้ และไม่สามารถนำอาวุธปืนที่ถูกจับกุมซึ่งมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินในเคหสถานได้\\n\tทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ตร.๔๑๙/๒๕๕๖ \\nเรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้กรณีที่ผู้ต้องหาประกันตัว ต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๖๐ วัน หรือหากไม่แล้วเสร็จสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๓๐ วัน เป็นจำนวน ๖ ครั้ง\\nโดยยื่นคำขอต่อผู้กำกับหรือผู้บังคับการ ทั้งนี้ คดีพกพาอาวุธปืนถือเป็นคดีลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน \\nพ.ศ. ๒๔๙๐ อาจจะมีโทษสูงขึ้น ซึ่งในคดีนี้พบข้อสังเกตว่าพนักงานสอบสวนได้ละเลยต่อหน้าที่ ในขณะที่ผู้บังคับบัญชาขาดการใส่ใจเรื่องการตรวจสอบสำนวน กรณีดังกล่าวหากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เมื่อส่งฟ้อง\\nศาลอาญาจะไม่มีการนำสืบ ดังนั้น การทำสำนวนคดีนี้ จึงเป็นการปฏิบัติงานที่ล่าช้าเกินสมควร และขัดต่อคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติข้างต้น\\n\t\tจึงขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ทำการตรวจสอบสำนวนคดีว่ามีความล่าช้าเพราะเหตุใด หากพบข้อบกพร่องขอให้แก้ไขและเร่งรัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ \\n\t\t(๒) ให้ความใส่ใจต่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจ เพราะถือเป็นหัวใจและเป็นต้นทาง\\nของกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับโครงสร้างการทำงาน สร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้รับความศรัทธาจากประชาชน และเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ยอมรับและเป็นที่พึ่ง\\nของประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [801,796,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การปกป้องคุ้มครองพันธุ์พืชไทย (กรณีพันธุ์พืชสงวน)","การทำการเกษตรให้ได้ผลดี สิ่งสำคัญที่สุดคือพันธุ์พืช เมื่อพันธุ์พืชดีถือว่ามีชัย\\nไปแล้วครึ่งหนึ่ง ซึ่งพันธุ์พืชของไทยได้มีการพัฒนา ปรับปรุงสายพันธุ์ และดำเนินการให้เกิดประโยชน์มาแล้วเป็นจำนวนมาก โดยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้กำหนดพืชสงวนของไทย จำนวน \\n๑๑ ชนิด ห้ามนำออกนอกประเทศ เป็นการปกป้องพันธุ์พืชของไทยให้กับเกษตรกรไทยให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่ออาชีพเกษตรกร โดยเกษตรกรสามารถทำการขยายพันธุ์พืช\\nเพื่อการจำหน่ายผ่านเรือนเพาะชำกล้าไม้ที่มีอยู่ทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันมิได้มีการควบคุม กำกับดูแล\\nจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ภาคตะวันออก พบว่าเกือบร้อยละ ๑๐๐ ของโรงเพาะชำกล้าไม้ทั้งหมดมีการเพาะชำกล้าไม้พืชสงวน \\nคือ ทุเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยที่ทำรายได้เข้าประเทศได้ปีละนับแสนล้านบาท จึงเป็นกระแสให้เกิดการขยายพันธุ์และมีการเพาะปลูกในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ตลอดจน\\nมีการลักลอบนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการปลูกทุเรียนพันธุ์เดียวกับประเทศไทยในพื้นที่โดยรอบประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจาก (๑) ขาดการควบคุมพันธุ์พืชสงวนของไทย ผ่านกระบวนการขยายพันธุ์ว่าด้วยการกำกับดูแลโรงเรือนเพาะชำกล้าไม้ (๒) คนไทยขาดจิตสำนึก\\nในการดูแล ปกป้องพันธุ์พืชสงวนไว้ให้กับลูกหลานในอนาคต เพื่อเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านการเกษตรของประเทศ และ (๓) เจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย คือ พระราชบัญญัติพันธุ์พืช \\nพ.ศ. ๒๕๑๘ และพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นเครื่องมือในการปรับ ควบคุม \\nกำกับดูแลเรือนเพาะชำกล้าไม้ ตลอดจนการขนย้าย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n\t\t(๑) แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย โดยที่พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ มีการบังคับใช้\\nมาเป็นเวลานาน ควรพิจารณาแก้ไขปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยปัจจุบัน รวมทั้งต้องมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนเพาะชำกล้าไม้เพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตรวจสอบต้นกล้าไม้ของพืชทุกชนิดทั้งพืชเศรษฐกิจ และพืชสงวนของไทย\\n\t\t(๒) เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดในการปกป้องพืชสงวนของไทยทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบขนย้ายผ่านด่านชายแดน หรือการขนย้ายผ่านพื้นที่ต่าง ๆ\\n\t\t(๓) รณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลการเพาะชำกล้าไม้ของพืชสงวน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือนเพาะชำ และการลักลอบขนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นการปกป้องพันธุ์พืชเศรษฐกิจ\\nของไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของประเทศต่อไป ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [802,795,52,"นายณรงค์ รัตนานุกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการนำกัญชาและกัญชงไปใช้ในทางที่ผิด","ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยกัญชาและกัญชงที่ออกมาบังคับใช้โดยตรง \\nทำให้เกิดสุญญากาศ เป็นเหตุให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ\\n\t       กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามประมวลกฎหมาย\\nยาเสพติด ในส่วนของกัญชาและกัญชง โดยกำหนดแยกระหว่างกัญชาและกัญชงออกจากกัน เพื่อประโยชน์ในการควบคุม การนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจ โดยมีประเด็นพิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑. กัญชา (cannabis) หรือพืชตระกูล Cannabis และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา ยาง น้ำมัน ยกเว้นวัตถุหรือสารดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติด\\nให้โทษในประเภท ๕ ได้แก่\\n\t\t    ก) เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก\\n\t\t    ข) ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย\\n\t\t    ค) สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล (cannabidiol, CBD) เป็นส่วนประกอบ และต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ ๐.๒ โดยน้ำหนัก\\n\t\t    ง) กากหรือเศษที่เหลือจากการสกัดกัญชา และต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ ๐.๒ โดยน้ำหนัก\\n\t\t๒. กัญชง (hemp) เป็นพืชชนิดย่อยของพืชกัญชา (Cannabis sativa L.) และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชง เช่น ยาง น้ำมัน ยกเว้นวัตถุหรือสารต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิต\\nในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ซึ่งในรายละเอียดมีการกำหนดลักษณะเช่นเดียวกับกัญชา โดยเฉพาะใบ ซึ่งจะต้องไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย\\n\t\tทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับผู้ที่เคยได้รับใบอนุญาต ครอบครอง และขายช่อดอกกัญชาตามพระราชบัญญัติควบคุมและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ และผู้ที่ปลูกกัญชาไว้ก่อนมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ ที่จะกำหนดให้กัญชาและกัญชงเฉพาะยอดหรือช่อดอกเป็นยาเสพติดให้โทษ จึงต้องทอดระยะเวลาการบังคับใช้ประมาณ ๙๐ วัน เพื่อให้บุคคลดังกล่าวสามารถยื่นขออนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป \\n\t\tนอกจากนี้ กฎกระทรวงการขออนุญาตและการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา พ.ศ. ๒๕๖๔ และกฎกระทรวง\\nการขออนุญาตและการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด\\nให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่สอดคล้องกับการนำกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์ และไม่สอดคล้องกับการนำกัญชงไปใช้ในด้านเศรษฐกิจได้อย่างคล่องตัวและเหมาะสม กระทรวงสาธารณสุขจึงจำเป็นต้องเร่งรัดแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้สามารถ\\nนำไปใช้ในทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด\\nได้เปิดช่องให้ดำเนินการได้ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยกัญชาและกัญชงออกมาบังคับใช้ จึงจะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อปลดช่อดอกกัญชาและกัญชงออกจากยาเสพติดต่อไป ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ \\nพ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดให้เฉพาะยอดหรือช่อดอกกัญชาและกัญชง ยังคงสถานะเป็นยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำกัญชาและกัญชงไปใช้ในทางที่ผิดต่อไป","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [803,794,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาขยะในกรุงเทพมหานคร","สืบเนื่องจากสถานการณ์การทิ้งขยะในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นสภาพขยะที่ลอยอยู่ในคลองต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร กองขยะริมทางรถไฟที่เกิดจากการรื้อถอนบ้านเรือน อาจทำให้เกิดทัศนียภาพหรือภาพลักษณ์ไม่ดีต่อประเทศ ในปี ๒๕๖๕ กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะ จำนวน ๘,๙๗๙ ตัน/วัน ๓.๒๗ ล้านตัน/ปี มีวิธีการกำจัดขยะ ๔ วิธี ดังนี้ ๑) วิธีฝังกลบ ๒) หมักทำปุ๋ย ๓) เทคโนโลยีผสมผสาน และ ๔) เตาเผาขยะ ส่วนใหญ่ใช้วิธีการฝังกลบ แต่ปัจจุบันวิธีฝังกลบจะดำเนินการได้ยาก เนื่องจากไม่มีสถานที่ จึงได้มีการวางแผนว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ การกำจัดขยะโดยการฝังกลบ ให้ลดลงเหลือ ร้อยละ ๒๙ และให้เพิ่มการกำจัดขยะโดยวิธีหมักทำปุ๋ยเป็นร้อยละ ๓๕ วิธีเทคโนโลยีผสมผสานเป็นร้อยละ ๑๑ และวิธีเตาเผาขยะเป็นร้อยละ ๒๕ ให้มากขึ้น \\n\tในกรณีแนวคิด 3Rs รักษ์โลก โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ๑) เรื่อง Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ ๒) เรื่อง Reuse ใช้แล้วใช้ซ้ำ และ ๓) เรื่อง Reduce ลดการใช้ \\nซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดีในการแก้ไขปัญหาขยะ แต่แนวคิดดังกล่าวยังไม่ได้รับการสนับสนุนหรือตอบรับจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้กรุงเทพมหานครใช้หลักแนวคิด 3Rs รักษ์โลก \\nมาปรับใช้และรณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะ ซึ่งแนวคิด 3Rs รักษ์โลก จะทำให้กลไกการคัดแยกขยะ\\nและการแก้ไขปัญหาขยะในกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [804,793,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเสียในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง","สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ร่วมกับคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง โดยนายภาราดร ชนะสุนทร ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านหนองพะวา ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ว่าบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง \\nได้ยื่นคำขอใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๑๐๕ คือ คัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่ใช่ของเสียอันตราย เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรม\\nไม่ออกใบอนุญาตให้ เนื่องจากถูกชาวบ้านในพื้นที่คัดค้าน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ชาวบ้านหนองพะวา ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้ร้องเรียนต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง\\nขอให้ดำเนินการ กรณีบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ลักลอบฝังกากอันตราย ฝังกลบของเสียจากอุตสาหกรรม\\nทั้งของแข็งและของเหลวลงใต้ดินจนเกิดการรั่วไหลออกมายังพื้นที่โดยรอบโรงงาน ส่งผลกระทบ\\nต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน และส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านอย่างรุนแรง ต่อมาในปีเดียวกัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก ได้เข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ พบสารอินทรีย์ระเหยสูงกว่ามาตรฐาน และพบการปนเปื้อนของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน น้ำมัน และไขมัน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้มีคำสั่งให้บริษัทฯ ระงับการกระทำ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และให้ดำเนินการขนย้ายของเสีย\\nและวัตถุอันตรายออกจากโรงงานโดยเร็วที่สุด\\n \t\tในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๕๙ บริษัทวิน โพรเสสฯ ได้พยายามขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ออกใบอนุญาตให้แก่บริษัท วิน โพรเสสฯ จำนวน ๓ ฉบับ ดังนี้\\n\t \t(๑) วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ได้รับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๖๐ (๑) คือ หล่อและหลอมโลหะ\\n\t \t(๒) วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ได้รับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๔๐ (๑) และ ๖๔ (๑๑)  คือ อัดเศษกระดาษ เศษโลหะ และพลาสติก\\n\t \t(๓) วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๐ ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๑๐๖ คือ คืนสภาพกรดหรือด่าง ทำเชื้อเพลิงผสม และล้างภาชนะบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวทำลาย\\n\t \tวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ศาลจังหวัดระยอง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ \\nสวพ ๑/๒๕๖๕ ที่ประชาชนบ้านหนองพะวา หมู่ที่ ๔ ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ยื่นฟ้องบริษัท วิน โพรเสส จำกัด จำเลยที่ ๑ และนางสาววิชชุดา ไกรพงษ์ กรรมการบริษัท จำเลยที่ ๒ \\nและนายโอภาส บุญจันทร์ อดีตกรรมการบริษัท จำเลยที่ ๓ ในความผิดฐานละเมิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีประชาชนผู้ฟ้องคดี ๑๕ ราย ผลการพิพากษาสรุปได้ว่า ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทย์ที่ยื่นฟ้องทั้ง ๑๕ ราย เป็นจำนวน ๒๐,๘๒๓,๗๑๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี นับจากวันที่ฟ้องเป็นต้นไป พร้อมกับให้ทั้งสามฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่\\nที่ได้รับผลกระทบให้มีสภาพเป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษต่อไป ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ \\nได้จัดทำแผนการฟื้นฟูพื้นที่รอบนอกโรงงานแล้ว \\n\t \tอย่างไรก็ตาม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้จัดทำแผนการบำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรมและของเสียเคมีวัตถุ รวมถึงฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ถูกปนเปื้อนจากการประกอบกิจการโรงงานของบริษัท วิน โพรเสสฯ และบริษัท วิน โพรเสสฯ ในฐานะฝ่ายจำเลย ตกลงทำสัญญาจ้างบริษัท เอส.เคมิคอล จำกัด เป็นผู้รับบำบัดกำจัด โดย บริษัท วิน โพรเสสฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามคำสั่งศาลจังหวัดระยอง โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือน นับถัดจากลงนามในสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๖ โดยได้ยื่นสัญญาซึ่งลงนามกับบริษัทรับบำบัดกำจัดและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อศาลจังหวัดระยองเรียบร้อยแล้ว\\nสถานะปัจจุบัน บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ปิดกิจการไปแล้ว แต่สารเคมียังขนย้ายไม่หมดตามคำสั่งศาลจังหวัดระยอง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย เช่น ยางพารายืนต้นตาย และน้ำเสียซึมลงบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ และไหลลงสระน้ำสาธารณะ (หนองพะวา) ประมาณ ๔ ไร่ ปัจจุบันน้ำเสียดังกล่าวยังไหลออกจากพื้นที่โรงงานอย่างต่อเนื่อง กระจายขยายวงกว้างแบบไร้ขอบเขต ไร้การควบคุม ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ ดังนี้ ๑) ขอให้เร่งนำสารเคมีภายในโรงงานออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว เพราะเป็นจุดกำเนิดมลพิษ ๒) ควบคุมสารเคมีที่หลุดออกมาภายนอกโรงงานไม่ให้ขยายวงกว้างมากกว่านี้ และเก็บน้ำไปกำจัดโดยเร็วไม่ให้ตกค้าง ๓) ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติด้านชีวภาพให้กลับมาดังเดิม และ ๔) เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ความเสียหายจากพืชผลทางการเกษตร การเสียโอกาสทำมาหากินในพื้นที่ตนเอง และด้านสุขภาพกายและจิตใจ","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [805,792,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาเด็กและเยาวชน","จากปัจจุบันพบเด็กเกิดปัญหาในหลายด้าน เนื่องจากการเลี้ยงดูที่บกพร่อง เช่น การเลี้ยงดูเด็กโดยไม่ฝึกระเบียบวินัย และครอบครัวเลี้ยงดูแบบเข็มงวดมากเกินไป พ่อแม่หย่าร้างทำให้เด็กขาดความอบอุ่น เด็กถูกทอดทิ้ง เด็กถูกทำร้ายร่างกาย และบางกรณีพ่อแม่มีฐานะยากจนทำให้เด็กขาดสารอาหาร ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้เด็กมีลักษณะนิสัยเอาแต่ใจตนเอง ไม่รับความคิดเห็นของผู้อื่น มีความก้าวร้าว เด็กบางคนเป็นโรคซึมเศร้า และมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ \\nยังพบปัญหาเด็กติดเกม ติดการพนันออนไลน์ ติดโซเชียลมีเดีย (Social Media) และติดยาเสพติด \\nหรือเป็นอาชญากร ซึ่งเด็กรุ่นใหม่จะมีความชื่นชอบวัฒนธรรมต่างชาติ โดยลืมวัฒนธรรม รากเง้า และความเป็นชาติของตนเอง ไม่มีความรักชาติ แม้กระทั่งรังเกียจวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งในหลายประเทศประสบปัญหาเด็กรุ่นใหม่ในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ หลายประเทศพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว \\nโดยประเทศจีนได้ผลักดันให้มีกฎหมายส่งเสริมจิตวิญญาณความรักชาติ เน้นปลูกจิตสำนึกโดยเฉพาะ\\nกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความกตัญญู เพื่อจะสร้างเด็กที่มีคุณภาพ และมีความรักชาติ\\nของตนเอง จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดังนี้    \\n\t\t(๑) ขอให้สนับสนุนสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง สนับสนุนเด็กให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจอย่างจริงจัง \\n\t\t(๒) ปลูกฝังให้เด็กมีความรักชาติ ครอบครัว และมีความกตัญญู \\n\t\t(๓) มุ่งเน้นอบรมคุณธรรม จริยธรรมที่ถูกต้องให้แก่เด็ก \\n\t\t(๔) ส่งเสริมให้เด็กมีทัศนคติที่ดี มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ และความคิด โดยบรรจุหลักสูตรการทำสมาธิในโรงเรียนอย่างจริงจัง \\n\t\t(๕) มีมาตรการป้องกันการเล่นการพนันออนไลน์ การป้องกันข้อมูลเท็จจากโซเชียลมีเดีย (Social Media) ที่ทำให้เด็กไม่รักสถาบันชาติ และสถาบันครอบครัว \\n\t\t(๖) ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่ออนาคตที่ดีและความปลอดภัย\\nของเด็กและเยาวชน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [806,791,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","โรงเรียนประสบภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากโคลนถล่มได้รับความเสียหาย","จากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา นำโดย นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนบ้านห้วยผา ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๒๓.๓๐ นาฬิกา ทำให้อาคารเรียน รั้วโรงเรียน โรงอาหาร ห้องน้ำ และสนามเด็กเล่นได้รับความเสียหาย จากผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบล และประชาชน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [807,790,47,"ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จำปาเทศ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนกรณีการปรับปรุงพื้นที่ตลาดริมน้ำบ้านแพ้วที่เกิดเหตุอัคคีภัย","จากการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการเสนอโครงการปรับปรุงพื้นที่บริเวณตลาดริมน้ำบ้านแพ้วที่เกิดเหตุอัคคีภัย อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นตลาดค้าขายที่เก่าแก่คู่วิถีชีวิตของชาวอำเภอบ้านแพ้วมากว่า ๑๐๐ ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ได้เกิดเหตุอัคคีภัยขึ้น ทำให้บ้านเรือนและร้านค้าได้รับความเสียหาย จำนวน ๒๔ ครัวเรือน ภายหลังได้ทราบว่าบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายและไม่ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัยในครั้งนี้ \\nได้มีการก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าและกรมชลประทาน ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบ้านแพ้วได้ร่วมกับอำเภอบ้านแพ้วดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้ \\n\t\t(๑) ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร สาขาบ้านแพ้ว ทำการรังวัด เพื่อตรวจสอบแนวเขตซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว \\n\t\t(๒) ขอให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ออกแบบก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำเพื่อที่จะใช้สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนได้ด้วย ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาครได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว \\n\t\t(๓) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครได้บรรจุแผนและจัดเตรียมงบประมาณไว้รองรับแล้ว จำนวนกว่า ๑๘ ล้านบาท \\n\t\tทั้งนี้ ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากยังมีสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางแนวเขตก่อสร้าง ซึ่งระยะเวลาผ่านมากว่า ๒ ปี ราษฎรที่ประสบอัคคีภัยบางส่วน\\nยังไม่มีที่อยู่อาศัย และบางส่วนไม่มีที่ดินทำกิน ดังนั้น จึงขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และ\\nกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาการบุกรุกล่วงล้ำแนวเขตดังกล่าวเพื่อให้โครงการนี้สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย และคืนตลาดน้ำบ้านแพ้วกลับมาเหมือนเดิม","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [808,789,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","ทบทวนความเป็นไปได้โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย","โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย (Land Bridge) \\nมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการขนส่งสินค้า เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งสินค้าทางน้ำ และลดระยะเวลาการเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาไปยังท่าเรือปีนังและท่าเรือสิงคโปร์ โดยในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้อยู่ระหว่างการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูงถึงหนึ่งล้านล้านบาท แต่จากผลการศึกษายังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการ โดยเบื้องต้น\\nมีการคาดการณ์ว่าเมื่อโครงการประสบผลสำเร็จ จะมีปริมาณการขนถ่ายสินค้าบริเวณท่าเรือที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพรประมาณ ๒๐ ล้านทีอียูต่อปี (Twenty Foot Equivalent Unit : TEU) สามารถลด\\nค่าขนส่งสินค้าทางเรือได้จำนวนมาก และลดระยะเวลาการเดินเรือที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกาได้ ๒ วัน ทั้งนี้ ปริมาณการขนถ่ายสินค้าผ่านแลนด์บริดจ์ระนอง - ชุมพรที่คาดว่าจะมีปริมาณ ๒๐ ล้านทีอียูนั้น \\nถือว่าเป็นปริมาณการขนถ่ายสินค้าจำนวนมาก หากเทียบกับท่าเรือที่มีอยู่เดิม เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง \\nมีปริมาณ ๑๐ ล้านทีอียู ท่าเรือคลองเตย มีปริมาณ ๑ ล้านทีอียู ท่าเรือสงขลา มีปริมาณ ๔ แสนทีอียู \\nหรือท่าเรือระนองมีปริมาณ ๔ พันทีอียูต่อปี \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้งศึกษาจุดแข็งของโครงการที่จะสามารถทำให้ดึงดูดเรือขนส่งสินค้าทั่วโลกเข้ามาใช้เส้นทาง ตลอดจนความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างโครงการ เพื่อให้เกิดความชัดเจน\\nต่อภาคเอกชนที่จะมาร่วมลงทุน โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชนในสัดส่วน ๗๐:๓๐ เนื่องจากพบว่าโครงการดังกล่าวยังขาดความชัดเจน มีการทำงานซ้ำซ้อน (Double Handling) มีค่าใช้จ่ายสูง \\nและใช้ระยะเวลานาน เพราะถึงแม้ระยะเวลาเดินเรือจะสั้นกว่า แต่ต้องเสียเวลาในการถ่ายสินค้าจากเรือมายังรถ และถ่ายสินค้าจากรถมายังรถไฟ และอีกหลายทอด โดยในอดีตเคยมีโครงการเชื่อมฝั่งทะเล\\nอันดามันกับอ่าวไทยหลายโครงการ เช่น โครงการกระบี่ - ขนอม  โครงการปากบารา - สงขลา โครงการทวาย - แหลมฉบัง ซึ่งโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาล้วนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น จะสามารถเชื่อมั่น\\nได้อย่างไรว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะประสบความสำเร็จหากไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้อย่างแท้จริง\\nและไม่อยากให้เกิดเป็นบทเรียนซ้ำรอยโครงการที่ล้มเหลวในอดีตผ่านมา และการที่โครงการดังกล่าวจำเป็นต้องพึ่งเอกชนในการร่วมลงทุน หากโครงการไม่มีความชัดเจนหรือไม่มีความเป็นไปได้ อาจส่งผลให้การลงทุนเป็นการสูญเปล่าได้","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [809,788,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้แก้ไขปัญหาช้างป่าภูหลวงบุกรุกพื้นที่อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย","ปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ของชาวบ้านที่อยู่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีสาเหตุมาจากประชากรช้างป่าเพิ่มมากขึ้นกว่า ๑๘๐ ตัว ซึ่งอาหาร\\nในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีไม่เพียงพอ อีกทั้งมีสถานการณ์ภัยแล้ง ประกอบกับมีการบุกรุกพื้นที่\\nชายป่าเพื่อทำเกษตรกรรมของประชาชน โดยมีการปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารของช้างทั้งสิ้น จึงทำให้ช้างป่าออกมาจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และได้ทำลายพืชผล\\nทางการเกษตรและทำร้ายชาวบ้าน จนเกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งทางภาครัฐ\\nได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการเฝ้าระวังผลักดันช้างป่ากลับเข้าพื้นที่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า\\nภูหลวงถูกช้างป่าเหยียบจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ \\nทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจึงหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกด้วยตัวเอง \\nด้วยการวางกับดัก การใช้ประทัด จนช้างป่าเกิดการบาดเจ็บและพิการ อันเป็นการสร้างความดุร้ายให้ช้างป่ามากยิ่งขึ้น และได้ทำการบุกเข้าในพื้นที่บ้านน้ำพุ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย และทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตอีกครั้ง\\n\t\tจากปัญหาดังกล่าว จำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจากหลายฝ่าย\\nที่เกี่ยวข้อง โดยการสนับสนุนให้ประชาชนจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและผลักดัน\\nช้างป่า มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ให้มีการแจ้งเตือน\\nประชาชนอย่างทันท่วงที สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมของช้างป่า รวมทั้งการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และประชาชนในเครือข่าย\\nให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ควรมีการสร้างแหล่งอาหารของช้างป่า\\nให้เพียงพอ การปรับเปลี่ยนการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ของชาวบ้าน ตลอดจนหน่วยงานที่รับผิดชอบ\\nต้องผลิตบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการรักษาสถานะของช้างป่าในพื้นที่ ทั้งนี้ จำเป็นต้อง\\nมีการทบทวนแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คือ พระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและสถานการณ์\\nในปัจจุบัน เช่น ในมาตรา ๕ ที่กำหนดให้การดูแลช้างป่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นต้น จึงขอเสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการดังนี้ ๑) สร้างแหล่งอาหารให้ช้างป่าอย่างเพียงพอ ๒) สร้างแนวป้องกัน\\nคูดิน ร่องน้ำ และรั้วไผ่หนาม ๓) สร้างหอแจ้งเตือนเครือข่ายเฝ้าระวัง ๔) สนับสนุนงบประมาณในการป้องกันและช่วยเหลือรวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ๕) สนับสนุนให้มีกองทุนช่วยเหลือและทดแทนในกรณีการเสียชีวิตหรือการสูญเสียพืชผลทางการเกษตร","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [810,787,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","สถานการณ์บ้านเมือง","อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย","จากคณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุม ครั้งที่ ๔๕ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ที่ประชุมได้มีมติรับรองให้เมืองโบราณศรีเทพ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ถือเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย โดยเมืองโบราณศรีเทพเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมทวาราวดี รวมระยะเวลาที่มีความเจริญรุ่งเรืองถึงกว่า ๘๐๐ ปี ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างไปด้วยสาเหตุโรคระบาดร้ายแรงหรือปัญหาภัยแล้ง ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ อันเป็นช่วงก่อนที่วัฒนธรรมสุโขทัยและอยุธยาจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงขอแสดงความยินดีกับเมืองโบราณศรีเทพ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย \\n\t\tความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา \\nและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจำนวนมาก ที่ได้ดำเนินการศึกษาและจัดทำโครงการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เพิ่งเข้ารับหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลยังมีหน้าที่ในการสานต่อความสำเร็จดังกล่าว โดยการจัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เพื่อรองรับการอนุรักษ์\\nและพัฒนา มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนทุกภาคส่วน ดังนั้น ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองโบราณศรีเทพ แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย ให้เกิดคุณค่าและมูลค่าต่อทั้งประเทศไทยและโลก รวมทั้งรายงานต่อสาธารณชน\\nอย่างต่อเนื่อง","กระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [811,786,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","สิทธิของผู้ถือบัตรทองซึ่งประสบปัญหาเรื่องการส่งตัว และปัญหาที่เกิดกับโรงพยาบาล","ประเด็นที่ ๑ คนไทยทุกคนรับรู้ว่าทุกโรครักษาฟรีหรือจ่ายเพียง ๓๐ บาท แม้กระทั่งคลินิกนอกเวลา การจ่ายยานอกบัญชีหลัก โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เคยยืนยันว่าโรงพยาบาลสามารถขอเบิกตรงจาก สปสช. ได้ แต่ในทางปฏิบัติโรงพยาบาลไม่เคยได้รับการชำระเงินจาก สปสช. ครบถ้วนตามจำนวนที่โรงพยาบาลขอเบิกไปแต่อย่างใด เป็นเหตุให้โรงพยาบาลต้องรับภาระหนี้อันเกิดจากการให้บริการรักษาพยาบาล ได้แก่ ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ต่าง ๆ โรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องลงบัญชีเป็นหนี้สูญทุกปี จำเป็นต้องเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม ขณะที่ประชาชนผู้รับบริการเกิดความไม่พอใจและตำหนิโรงพยาบาลที่เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระเพิ่มขึ้น\\n\t\tประเด็นที่ ๒ เด็กอายุ ๔ เดือนป่วยเป็นโรคหัวใจ จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากรักษาตัวครบ ๗๒ ชั่วโมง ไม่สามารถย้ายออกได้ สปสช. ได้ประสานกับโรงพยาบาลเพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง แต่เกิดปัญหาคือ หลังจากที่เด็กอยู่ในห้องรักษาตัวจะต้องย้ายไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ โดยพ่อแม่ต้องอุ้มเด็กออกจากโรงพยาบาลที่ทำการรักษาไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อขอใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็กอีกต่อหนึ่ง ซึ่งปัญหาการส่งตัวจากโรงพยาบาลฉุกเฉิน ไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญนั้น เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ\\nผู้มีรายได้น้อย ดังนั้น สปสช. ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องการดำเนินการส่งตัวผู้ป่วย การจัดรถพยาบาลรับส่งผู้ป่วยวิกฤต โดยอาจกำหนดให้โรงพยาบาลที่ทำการรักษาหรือโรงพยาบาลตามสิทธิ สามารถส่งเอกสารเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ไปยังโรงพยาบาลที่จะทำการรักษาต่อได้ ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก\\n\t\tดังนั้น ขอให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ต้องประสบปัญหาขาดความเชื่อมโยงข้อมูล และการประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข ทั้งของสิทธิบัตรทอง (สปสช.) และสิทธิประกันสังคม โดยไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ประชาชนในเรื่องเอกสารส่งตัวหรืออื่นใด อันเกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาลตามสิทธิอันพึงมีของประชาชน เพราะอาจส่งผลต่อการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [812,785,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ยืนยันคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 58/255 และที่ 45/2560 ว่าด้วยการรักษาพยาบาลของคนพิการ","จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่ามีเรื่องใดที่ควรยกเลิกหรือดำเนินการต่อ พร้อมให้เหตุผลชี้แจง โดยในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของคนพิการ \\n๒ ฉบับ คือ ๑) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๘/๒๕๕๙ เรื่อง การรับบริการสาธารณสุขของคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๙ และ ๒) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๕/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๘/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการรักษาพยาบาลของคนพิการ เนื่องจากคนพิการที่มีงานทำได้โอนย้ายการรักษาพยาบาลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไปใช้สิทธิประกันสังคมในฐานะผู้ประกันตน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พศ. ๒๕๓๓ แต่การรักษาพยาบาลคนพิการนั้นมีความสลับซับซ้อน จึงต้องการให้เกิด\\nความยืดหยุ่นในการรักษาพยาบาล ดังนั้น คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งสองฉบับดังกล่าว \\nเป็นการแก้ไขปัญหาการรักษาพยาบาลของคนพิการได้เป็นอย่างดี เพราะทำให้คนพิการสามารถโอนย้ายสิทธิการรักษาพยาบาลระหว่าง สปสช. กับประกันสังคม สลับไป - มาได้ ปีละ ๑ ครั้ง ช่วยให้คนพิการ\\nที่มีงานทำสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลจาก สปสช. โดยกองทุนประกันสังคมจะจ่ายเงินสนับสนุน \\nทำให้คนพิการประสงค์ที่จะทำงานและเสียภาษีให้รัฐบาล ไม่สูญเสียโอกาสในการรักษาพยาบาลที่ตรงตามความต้องการ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญของคำสั่งดังกล่าวข้างต้นทั้งสองฉบับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนพิการ เพราะทำให้เกิดผลิตภาพของคนพิการที่ต้องการทำงาน สร้างประโยชน์ต่อพลเมืองที่พิการและต่อประเทศชาติโดยรวม หากไม่เสนอยืนยัน หรือรัฐบาลยกเลิกคำสั่งดังกล่าว จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนอันใหญ่หลวงต่อประชาชนคนพิการจำนวนมาก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [813,784,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลางให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่รับโอนภารกิจโรงพยาบาล","คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๖ อนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น งบประมาณทั้งสิ้น จำนวน ๔๙๗,๐๖๔,๘๘๓ บาท เพื่อจัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่รับโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือน และสวัสดิการ (ค่าเช่าบ้าน \\nค่าเล่าเรียนบุตร และค่าใช้จ่ายอื่น) ของบุคลากรที่ถ่ายโอนที่รับการจัดสรรไม่เพียงพอ จำนวน ๔๘ จังหวัด ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ\\n \t\tในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ขอแสดงความชื่นชม\\nและขอบคุณ คณะรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง ๔๘ แห่ง \\nที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติสนับสนุนงบประมาณให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อนำมาแก้ปัญหา\\nเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของบุคลากรที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ไม่เพียงพอ ซึ่งการสนับสนุนงบประมาณครั้งนี้ เท่ากับช่วยแก้ปัญหาไปได้กว่าครึ่งหนึ่งของการถ่ายโอน รพ.สต. จำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง มายังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๔๘ แห่ง\\n \t\tสำหรับปัญหาและอุปสรรคอื่น ๆ ในการถ่ายโอน รพ.สต. นั้น ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ซึ่งหากได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ปัญหาต่าง ๆ จะคลี่คลาย และช่วยให้ รพ.สต. \\nสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการดูแลสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิให้กับพี่น้องประชาชน\\n\\nในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น จึงขอนำเรียนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย เพื่อกรุณาทราบต่อไปด้วย\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [814,783,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาย้อนแย้งในการสื่อสารเพื่อจัดการน้ำของประเทศไทย","จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ชลประทานเกือบร้อยละ ๑๐๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ชาวนาได้เร่งทำนาเนื่องจากข้าวราคาดี แต่ปรากฏว่าในพื้นที่ไม่มีน้ำสำหรับทำนา ทำให้ชาวนาต้องเจาะน้ำบาดาลหรือหาน้ำจากแหล่งน้ำอื่น ๆ มาใช้สำหรับการทำนา และกรมชลประทานได้แจ้งให้ชาวนาทราบว่า ควรลดการทำนานอกฤดูกาล (นาปรัง) เพราะจะทำให้น้ำไม่เพียงพอสำหรับใช้ แต่อย่างไรก็ดี กลับพบว่าสถานการณ์น้ำใต้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณมาก และจำเป็นจะต้องปล่อยน้ำอย่างเร่งด่วน\\\\nส่งผลให้ต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดังนั้น จึงเกิดประเด็นข้อสงสัยว่าเหตุใด\\\\nจึงมีการเตือนภัยน้ำท่วมในขณะที่ชาวนาไม่มีน้ำสำหรับทำนา อนึ่ง ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำจำนวนมาก อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) รวมถึงคณะกรรมการลุ่มน้ำต่าง ๆ ตลอดจนมีการจัดทำแผนทรัพยากรน้ำประจำจังหวัด แต่กลับปรากฏว่า การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการน้ำไปไม่ถึงประชาชน ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ ดังนั้น \\\\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดนโยบายเพื่อให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง\\\\nของมนุษย์ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รวมทั้งการประมวลข้อมูลสารสนเทศของทรัพยากรน้ำทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดการ\\\\nองค์ความรู้ และบูรณาการการปฏิบัติการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง รวมทั้งควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกภาคส่วนของผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มากเกินไปในบางพื้นที่ พร้อมกันนี้ การสื่อสารไม่ควรมีความย้อนแย้งและควรเป็นการสื่อสารในเชิงนโยบาย การอำนวยการ การจัดการ การบริหาร การปฏิบัติการ และการจัดการตนเองของประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [815,782,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการใช้น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และเกษตรกรรม ในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง","จากในพื้นที่ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำต้นทุนที่จะนำมาผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน จึงได้เจาะน้ำบาดาลมาใช้ในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านแทน \\\\nซึ่งหากเจาะลึกลงไปประมาณ ๑๕ - ๑๖ เมตร จะได้น้ำบาดาลที่เป็นสนิม หากเจาะลึกลงไปประมาณ ๕๐ - ๗๐ เมตร จะได้น้ำบาดาลที่เป็นน้ำเค็ม ซึ่งไม่เหมาะต่อการใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค โดยปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำสะอาดที่จะนำมาใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภคเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำการเกษตรของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน และพื้นที่อื่น ๆ ที่ใกล้เคียงจังหวัดศรีสะเกษก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ น้ำสะอาดที่เหมาะต่อการใช้อุปโภคและบริโภค ถือเป็นน้ำที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [816,781,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","โครงการรักษาสถานภาพราคาข้าวปี ๒๕๖๖","โครงการรักษาสถานภาพราคาข้าว ปี ๒๕๖๖ มีจำนวน ๔ โครงการ ได้แก่ (๑) โครงการสินเชื่อชะลอข้าวเปลือกนาปี (ชาวนา) ปี ๖๖/๖๗ ซึ่งจะมีผลผลิตออกมามากในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๖ โดยให้เกษตรกรกู้ยืมเงินแบบไม่มีดอกเบี้ย และค่าเก็บรักษาข้าวให้ชาวนาตันละ ๑,๕๐๐ บาท (๒) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยปล่อยเงินกู้ให้กับสหกรณ์การเกษตรไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรกู้ได้ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชน ๕ ล้านบาท ซึ่งคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑ (๓) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าว\\nในการเก็บสต๊อก โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ ๓ เป็นระยะเวลา ๒ – ๖ เดือน และ (๔) โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกร\\nที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวในอัตราไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินรายละ ๒๐ ไร่/ครัวเรือน โดยมีเกษตรกร\\nเข้าร่วมโครงการ จำนวน ๔.๖ ล้านครัวเรือน แต่อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ไม่มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ส่วนต่าง) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องหามาตรการอื่นมาช่วยเหลือเกษตรกร ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้  \\n                (๑) เมื่อไม่มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ส่วนต่าง) แล้ว ควรเพิ่มเงินสนับสนุนให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวจากไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท \\nแต่ไม่เกิน ๒๐ ไร่/ครัวเรือน \\n\t\t(๒) ขอให้ชดเชยส่วนต่างค่ากระแสไฟฟ้าในการสูบน้ำเพื่อการทำนาข้าวในรอบปี ๖๕/๖๖ แก่เกษตรกรที่ทำนาในเขตชลประทาน เนื่องจากในปีที่ผ่านมาค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นเกือบร้อยละ ๑๐๐  \\n\t\t(๓) ในเขตพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเกษตรกรทำนาครั้งที่สองเพื่อชดเชยการทำนาครั้งที่หนึ่ง\\nที่เสียหายไปจากการถูกน้ำท่วม ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [817,779,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี","ปัจจุบันมีการใช้วิธีการทางเทคโนโลยีหลอกลวงประชาชนผ่านอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ จนทำให้ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์\\nของรองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่าในปี ๒๕๖๖ มีประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คิดเป็นจำนวนเงินกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๑ ที่บัญญัติว่า “รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค\\nด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรู้ข้อมูลที่เป็นจริง ด้านความปลอดภัย ด้านความเป็นธรรมในการทำสัญญา \\nหรือด้านอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค” แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้\\nรัฐมีหน้าที่วางมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค\\nในด้านต่าง ๆ โดยรัฐบาลได้ตราพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม\\nทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และนายกรัฐมนตรีได้อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ แต่งตั้ง “คณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พิจารณาจัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้\\n\t\t(๑) ศึกษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่อาชญากรนำมาใช้ในการหลอกลวงประชาชน และกำหนดมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไว้เป็นการล่วงหน้า ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก (Proactive) เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี\\n\t\t(๒) ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมความเสียหายจากการกระทำของมิจฉาชีพดังกล่าวให้ลดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ \\nวางมาตรการป้องกันการเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศ รวมถึงป้องกันมิให้มีการโอนเงินไปยังระบบ\\nที่รัฐไม่สามารถจะตรวจสอบและติดตามได้ เพื่อที่รัฐจะสามารถติดตามเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปกลับคืนมาสู่ประชาชน\\n\t\t(๓) ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเสียหายให้สามารถติดตามเงินคืนได้\\nอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมาตรการเยียวยาตามควรแก่กรณี\\n                (๔) กำหนดมาตรการป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐให้การสนับสนุนหรือร่วมมือกับมิจฉาชีพในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการดังกล่าว หัวหน้า\\nส่วนราชการต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด รวมทั้งต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปทราบทันที","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [818,778,5,"นายกษิดิศ อาชวคุณ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนที่ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วน","ในปัจจุบัน ประชาชนจำนวนมากมีความจำเป็นต้องใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนที่ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วน แต่กลับได้รับความเดือดร้อนจากการให้บริการที่ไม่มีมาตรฐาน อาทิ ความเสียหายจากการขนส่งของล่าช้าเกินสมควร การสูญหาย โดยมีประชาชนได้รับความเสียหาย\\nเป็นจำนวนมาก การเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทขนส่งเอกชนเป็นไปได้ยาก เนื่องจากบริษัทขนส่งเอกชนบางแห่งขาดความรับผิดชอบ ดังเช่นกรณีเกษตรกรรายหนึ่งได้ใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนให้จัดส่งสินค้าเกษตร ซึ่งปกติจะใช้เวลาขนส่งเพียง ๓ วัน แต่บริษัทขนส่งเอกชนกลับใช้เวลาขนส่งนานถึง ๖ วัน เป็นเหตุให้สินค้าเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทขนส่งเอกชนดังกล่าวยินยอมชดใช้ค่าเสียหายเพียง ๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น หากเกษตรกรผู้ส่งของจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสูงกว่าหรือเท่ากับความเสียหายตามความเป็นจริงที่ได้รับ จะต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลด้วยตนเอง ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ควรได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พิจารณา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [819,777,28,"นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร","สถานการณ์บ้านเมือง","ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล","เรื่อง ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล \\n\t\t(๑) ขอให้ส่งเสริมและปลูกฝังคนในชาติให้ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของประเทศไทย \\n\t\t(๒) ขอให้สานต่อและขยายผลแนวคิดเครดิตสังคม (Social Credit) เพื่อสร้างแรงจูงใจ\\nทางสังคม ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม พฤติกรรมทางด้านคุณธรรมและจริยธรรมของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้ปลูกฝังเด็กไทยให้เป็นคนดี มีคุณธรรมและจริยธรรม มีวินัย ตลอดจนมีความภาคภูมิใจ\\nในความเป็นชาติไทยอย่างเป็นรูปธรรม \\n\t\t(๓) ขอให้สนับสนุนชุมชนในกลุ่มอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม (Cultural Industries) \\nเพื่อสร้างรายได้และร่วมขับเคลื่อนซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาพลักษณ์ของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีความเจริญทางด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นอันมาก \\nจึงสามารถดำเนินการได้โดยขับเคลื่อนผ่านการจัดเทศกาล งานประเพณี อาหารไทย มรดกทางภูมิปัญญา รวมถึงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ  \\n\t\t(๔) ขอให้ส่งเสริมมาตรการดูแลศิลปินพื้นบ้าน รวมทั้งศิลปินที่ทำงานศิลปะทุกแขนง เพื่อให้ศิลปินของไทยมีพื้นที่ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ\\n\t\t(๕) ขอให้ส่งเสริมและต่อยอดแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น\\nในทุกจังหวัด ให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [820,776,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","สถานการณ์บ้านเมือง","ระบบการเรียนการสอนและฝึกประสบการณ์ด้านอาชีวศึกษา ",null,"นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2566,"2023-10-16T00:00:00"],
    [821,775,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","การช่วยเหลือนักศึกษาไทยในประเทศอิสราเอล",null,"นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2566,"2023-10-16T00:00:00"],
    [822,774,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ของรัฐ","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้องเรียนถึงปัญหาการไม่มีเอกสารสิทธิ์และไม่สามารถอยู่อาศัยในพื้นที่ได้ เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศ\\nให้พื้นที่ที่ประชาชนเคยอยู่อาศัยเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ \\nตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า \\nพ.ศ. ๒๕๓๕ โดยมิได้สำรวจพื้นที่ก่อน ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มาก่อนกฎหมายใช้บังคับ\\nเป็นผู้บุกรุก นอกจากนี้ ประชาชนยังไม่สามารถจัดหาสาธารณูปโภคเพื่อการอยู่อาศัยได้ เพราะติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ประชาชนบางส่วนถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ดี ได้มีมติคณะรัฐมนตรี และคำสั่ง\\nคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกมาหลายครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการยกเลิกพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ \\nและตราพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้นใหม่ ซึ่งมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนด “ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ” และมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และได้อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่อยู่อาศัยหรือทำกินในชุมชนภายใต้โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาสัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระ \\nและได้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ปัจจุบันกรมอุทยานฯ ได้จัดทำร่างกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ \\nพ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวน ๓ ฉบับ เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\\n\t\t๑) การดำเนินการเพื่อจำกัดสิทธิของประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับการอยู่อาศัย \\nหรือการประกอบอาชีพ ควรต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่อยู่อาศัยมาก่อน\\nการบังคับใช้กฎหมาย หรือประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการพื้นที่\\n\t\t๒) ควรดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครองในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัย\\nอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตอุทยานแห่งชาติ ได้รับทราบถึงสิทธิในการอยู่อาศัยหรือการประกอบอาชีพในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสิทธิในการถือครองพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ \\nสัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างครบถ้วน\\n๓) ควรดำเนินการ…\\n \t\t๓) ควรดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีส่วนร่วมระหว่างประชาชนในพื้นที่\\nกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกั้นแนวเขตที่ดินพิพาท หรือแนวเขตที่เคยกันเป็นป่าชุมชนออกจาก\\nเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งเร่งรัดคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาเห็นชอบกฎหมายลำดับรองข้างต้นโดยเร็ว กรณีพบว่าประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนที่กฎหมายใช้บังคับ ต้องดำเนินการเพื่อให้ประชาชนมีกรรมสิทธิ์\\nในที่ดินตามกฎหมายต่อไป\\n \t\t๔) ควรเร่งรัดการจัดทำแนวเขตพื้นที่เขตอนุรักษ์ตามโครงการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ราษฎรที่อยู่อาศัย ทำกินในเขตพื้นที่หลังจากประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ แต่อยู่อาศัยมาก่อนวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ และระหว่างการตรากฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ จะต้องมีการเร่งรัดพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน\\nที่จำเป็นสำหรับชุมชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [823,773,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาประมงพื้นบ้าน","จากการลงพื้นที่ ณ หมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน\\nของชาวประมงพื้นบ้าน จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไข ดังนี้\\n \t\t๑) การจดทะเบียนขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านใช้ระยะเวลาดำเนินการ \\n๑ - ๒ เดือน ซึ่งนานเกินไป นอกจากนี้ การขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านได้กำหนดหลักเกณฑ์\\nไว้จำนวนมาก สร้างความยากลำบากในการดำเนินการขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน\\n \t\t๒) รัฐบาลควรมีมาตรการในการสนับสนุนราคาน้ำมัน เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้าน\\nได้ใช้น้ำมันราคาถูก เช่นเดียวกับที่ให้การสนับสนุนราคาน้ำมันให้แก่เรือประมงพาณิชย์\\n \t\t๓) การสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับทำการประมงให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน เช่น \\nอวนจับปลา ซึ่งปัจจุบันมีราคาแพงขึ้น จากเดิมราคา ๑,๐๐๐ บาท ปัจจุบันราคา ๓,๐๐๐ บาท และอุปกรณ์ในปัจจุบันไม่มีความคงทนเท่ากับในอดีต เป็นต้น\\n \t\t๔) การกำหนดขนาดของปลาที่สามารถจับได้ โดยที่มาตรา ๕๗ แห่งพระราชกำหนด\\nการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง” ปรากฏว่าขณะนี้ยังมิได้มีการประกาศกำหนดขนาดของสัตว์น้ำ\\nตามมาตราดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งสร้างปัญหาให้กับชาวประมงในการจับปลา\\n \t\t๕) การเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินของกองทุนต่าง ๆ ของชาวประมงพื้นบ้าน ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เนื่องจากกองทุนต่าง ๆ ได้กำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์\\n \t\t๖) การให้ความช่วยเหลือแก่ชาวประมงพื้นบ้าน กรณีที่ไม่สามารถออกเรือจับปลา\\nเพราะเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [824,772,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขหมายเดียวทั้งประเทศ","หลายประเทศทั่วโลกได้กำหนดให้มีเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉิน\\nเพียงเลขหมายเดียวทั่วประเทศ เพื่อเป็นเลขหมายรับแจ้งเหตุกู้ภัย กู้ชีพ และรักษาความปลอดภัย\\nในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ประเทศในทวีปยุโรป (เลขหมายฉุกเฉิน ๑๑๒) ประเทศสหรัฐอเมริกา (เลขหมายฉุกเฉิน ๙๑๑) และประเทศญี่ปุ่น (เลขหมายฉุกเฉิน ๑๑๙) ซึ่งแม้แต่โทรศัพท์ที่ไม่มีซิมการ์ด (SIM card) เมื่อกดเลขหมายฉุกเฉินก็จะสามารถโทรออกไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ แสดงให้เห็นว่า\\nบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์ ได้ยอมรับหลักการเลขหมายฉุกเฉินเลขหมายเดียว ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษา \\nเรื่อง นโยบายมาตรการสนับสนุนให้มีเลขหมายฉุกเฉินเลขหมายเดียว แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ \\nซึ่งวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบรายงานดังกล่าว และส่งรายงานไปยังรัฐบาล สภาปฏิรูปแห่งชาติ \\nและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งรัฐบาลชุดก่อนได้มีการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวข้างต้น โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ โดยใช้เลขหมายเดียว\\nทั้งประเทศ และมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังมิได้ดำเนินการให้มีเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขหมายเดียวทั้งประเทศ \\nแต่กลับมีเลขหมายโทรศัพท์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจัดตั้ง\\nศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติที่ใช้เลขหมายโทรศัพท์เลขหมายเดียวทั้งประเทศ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงานส่งต่อข้อมูลอย่างชัดเจน ปลอดภัย และอำนวยความสะดวก\\nต่อประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [825,771,11,"นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายของคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการค้าและการลงทุน","คำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา หน้าที่ ๖ วรรคสุดท้าย “รัฐบาลมีแนวทาง\\nที่จะสร้างรายได้โดยการใช้ทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดประตูการค้าสู่ตลาดใหม่ อาทิ กลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้...” โดยตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก คือ ประเทศอินเดีย มีประชากร จำนวน ๑,๔๐๐ ล้านคน เป็นผู้ที่มีรายได้ปานกลาง จำนวน ๔๐๐ ล้านคน จึงถือได้ว่าประเทศอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับสินค้าและบริการของประเทศไทย เศรษฐกิจของประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตสูง ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อาทิ มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) และ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (Standard and Poor’s : S","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [826,770,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","โพงพางกีดขวางทางน้ำและการสัญจรทางเรือในทะเลสาบสงขลา","คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจังหวัดสงขลา เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ เรื่อง เรือไม่สามารถสัญจรไปมาบริเวณปากแม่น้ำสงขลาได้ เพราะทะเลสาบสงขลามีประชาชนประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านโดยสร้างเครื่องมือดักสัตว์น้ำที่เรียกว่าโพงพางกีดขวางทางน้ำ และกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ทำให้เรือไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะ\\nปากแม่น้ำสงขลาที่มีเรือสัญจรเป็นจำนวนมาก ทั้งเรือจากท่าเรือน้ำลึกสงขลาและจากท่าเรือหลายแห่ง ปัจจุบันเรือเฟอร์รี่จากชลบุรีไปยังสงขลาต้องยกเลิกการเดินเรือ เนื่องจากเรือได้ชนโพงพางของชาวบ้าน และถูกเรียกร้องค่าเสียหายถึงปากละห้าแสนบาท ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้การทำโพงพางถือเป็นการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะในทะเลสาบสงขลา อีกทั้งเป็นเครื่องมือทำการประมง\\nที่ผิดพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และขัดต่อเรื่องร่องน้ำทางเดินเรือ\\nของกรมเจ้าท่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากส่วนกลาง จึงทำให้มีการบุกรุกมากขึ้น หากไม่รีบดำเนินการแก้ไขหรือป้องกันการบุกรุก ทะเลสาบสงขลาอาจมีสภาพกลายเป็นแพอาหาร หรือเป็นหมู่บ้านกลางทะเลสาบได้ ทั้งนี้ ทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่\\nที่มีศักยภาพ นอกเหนือจากการประมงที่ถูกกฎหมายแล้ว ยังเป็นที่รับน้ำหรือระบายน้ำที่สมบูรณ์ อีกทั้งเป็นจุดสำคัญของการคมนาคมทางเรือฝั่งอ่าวไทยที่เหมาะสมต่อการพัฒนาโครงสร้างด้านการคมนาคมดังเช่นแหลมฉบัง หากปล่อยให้มีการรุกล้ำต่อไป การแก้ไขปัญหาจะยิ่งยากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้\\nศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กรมเจ้าท่า กรมประมง และกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำทะเลสาบสงขลา และการทำประมงโพงพางที่ผิดกฎหมายต่อไป","นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [827,769,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ๒ ครั้งต่อเดือน เป็นการแก้ไขปัญหาหรือสร้างปัญหาให้ข้าราชการ","มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ ได้มีมติปรับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จากปกติเดือนละ ๑ รอบ เป็นเดือนละ ๒ รอบ และให้มีผลเดือนมกราคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับข้าราชการที่มีเงินเดือนไม่พอใช้จ่ายให้มีเงินใช้จ่ายระหว่างเดือน ไม่ต้องขอกู้สินเชื่อจากที่อื่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในตลาดการเงินมากขึ้นและเร็วขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีข้าราชการมากกว่า ๒ ล้านคน และเพื่อให้มีเงินเหลือจ่ายจากการใช้จ่าย สามารถนำเงินไปลงทุนต่อยอดสร้างฐานะทางครอบครัว แต่ปรากฏว่ามีข้าราชการเพียงร้อยละ ๑๐ ที่เห็นด้วย แต่ข้าราชการ ร้อยละ ๙๐ ไม่เห็นด้วย โดยมีเหตุผล คือ ทำให้ประมาณการรับ - จ่ายเงินในแต่ละเดือนเกิดความยุ่งยาก และอาจเกิดความผิดพลาด เนื่องจากต้องนำเงินมาชำระหนี้ เช่น หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้นอกระบบ บริษัทสินเชื่อ บัตรเครดิต ตลอดจนฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งต้องชำระทุกสิ้นเดือน ส่งผลให้ต้องทำนิติกรรมสัญญาใหม่ สร้างความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ไม่ส่งผลดีต่อข้าราชการที่มีหนี้สินมาก ซึ่งการได้รับเงินเดือน ๑ รอบ สามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินได้ตลอดเดือน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี\\nได้ทบทวนผลดี - ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับข้าราชการทั้งระบบอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ข้าราชการทั่วประเทศต้องการให้รัฐบาลปรับขึ้นเงินเดือน หรือปรับสวัสดิการให้ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [828,768,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","สังคมสูงอายุกับการรับมือภาวะสมองเสื่อม","เนื่องจากปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ \\nในปี ๒๕๖๔ ได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ ๒๐.๖ และ\\nได้คาดการณ์ว่าในปี ๒๕๗๘ จะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอดที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ ๒๘.๕ จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดหมายได้ว่าจะมีปัญหาตามมาคือ ปัญหาสุขภาพ และการดูแลรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความเจ็บป่วยด้วยภาวะสมองเสื่อม (dementia) ซึ่งรวมถึงโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer\\'s Disease) คือ ภาวะที่สมองสูญเสียการทำงานหลายด้านพร้อมกันอย่างช้า ๆ เป็นการถาวร ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสามารถทางสติปัญญาลดลง เช่น หลงลืมง่าย \\nคิดไม่ออก มีพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนไป เป็นต้น ภาวะสมองเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายขาด หลังจากภาวะสมองเสื่อมเต็มที่แล้วอาจต้องใช้ชีวิตทุพพลภาพเป็นเวลายาวนานนับสิบปี จากการสำรวจในปี ๒๕๖๔ พบว่า มีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ราย และมีแนวโน้ม\\nเพิ่มจำนวนสูงขึ้นทุกปี ซึ่งจะเป็นปัญหาของประเทศต่อไป โดยเริ่มปรากฏในข่าวที่ผู้สูงอายุถูกทารุณกรรม ถูกทอดทิ้งเป็นคนไร้บ้าน เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อมโดยด่วน และพิจารณาวางมาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุ\\nภาวะสมองเสื่อมโดยการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง และประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับทราบ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [829,767,159,"นายวันชัย สอนศิริ","สถานการณ์บ้านเมือง","การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)","เนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีความแตกแยกจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม มีการฟ้องร้อง\\nเป็นคดีปกครอง แม้แต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็เกิดการแบ่งฝ่ายเช่นกัน สภาพปัญหาความแตกแยก\\nภายในองค์กรดังกล่าวได้ดำเนินมาเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ส่งผลให้ กสทช. ไม่มีผลงานปรากฏเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างใด ซึ่งปรากฏเป็นข่าวและเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปในสังคม สมควรที่ทุกฝ่ายควรลด ละ เลิก \\nการแบ่งฝ่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ดังนั้น \\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่\\nและกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [830,766,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖","เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในคราวการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ ข้อ ๑ ให้ทุกกระทรวงตรวจสอบว่า มีมติคณะรัฐมนตรีเรื่องใดที่ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดใดที่ยังคงมีประโยชน์ และมีความคุ้มค่าควรที่จะคงไว้ต่อไป \\nให้เสนอพร้อมเหตุผลประกอบการพิจารณา กรณีที่ไม่เสนอกลับมาภายในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ \\nจะดำเนินการยกเลิกทั้งหมด และข้อ ๒ ให้ทุกกระทรวงที่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการทบทวนคำสั่งทั้งหมดว่ามีความจำเป็นต้องคงคำสั่งเหล่านั้นไว้หรือไม่ และต้องเสนอข้อพิจารณาภายในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ หากไม่เสนอถือเป็นอันยกเลิกทั้งหมด จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มติคณะรัฐมนตรีที่มีความจำเป็นต้องคงไว้ คือ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ \\nซึ่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการอย่างเคร่งครัด โดยมีหลักเกณฑ์เพื่อประโยชน์\\nในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการ ๔ ประการ ดังนี้\\n \t\t๑) กรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ\\nหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จ\\nภายใน ๗ วัน แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อรับทราบทันที และให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน \\nในระหว่างนี้ให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อทราบเป็นระยะตามความเหมาะสม รวมทั้งให้มีการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว\\n \t\t๒) กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า สามารถ\\nสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการ\\nและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว และให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อทราบความคืบหน้า และเร่งรัดการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ อาจพิจารณาให้ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อน หรือออกจากตำแหน่ง ตามความจำเป็นและเหมาะสม และกรณีที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญา ให้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานของรัฐ\\nที่มีหน้าที่รับผิดชอบเพื่อพิจารณาดำเนินคดีโดยทันที\\n \t\t๓) การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล หรือ คสช. ที่ทำให้การปฏิบัติราชการ\\nเกิดความล่าช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน ให้ถือเป็นกรณีที่ต้องพิจารณาให้มีการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว\\n \t\t๔) ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดให้มีมาตรการคุ้มครองพยาน \\nหรือผู้ให้ข้อมูล หรือเบาะแสในการตรวจสอบอย่างเหมาะสม เพื่อให้การได้รับข้อมูลและหลักฐาน\\nในการดำเนินการต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ\\n \tนอกจากนี้ เห็นสมควรนำหลักการของคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ มาบังคับใช้ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ให้ทุกภาคส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกำหนดมาตรการ หรือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ\\nและกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการ ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัย หรือความผิดทางอาญาแล้วแต่กรณี หากรัฐบาลนำมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ\\nในระบบราชการมาบังคับใช้ จะสามารถลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ\\nได้อย่างรวดเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [831,765,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา","การที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติ \\\\\\\\nแต่ปัจจุบันพบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก ทั้งในวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา โรงเรียนมัธยมทั้งของรัฐและเอกชน กระทั่งลงไปถึงระดับประถมศึกษา ดังนั้น \\\\\\\\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไข และป้องกัน\\\\\\\\nปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาโดยด่วน โดยการกำชับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทั่วประเทศในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาเพิ่มความเข้มงวดและกวดขันเพื่อป้องกันไม่ให้มียาเสพติดในสถานศึกษาอีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [832,764,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาค่ากระแสไฟฟ้าโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อเกษตรกรของกรมชลประทาน","เนื่องจากการปลูกข้าวจำเป็นต้องใช้น้ำ และการสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรแบ่งเป็นพื้นที่\\nนอกเขตชลประทาน และพื้นที่ในเขตชลประทาน สำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทานจะใช้แพสูบน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางและ อปท. ได้ตั้งงบประมาณ\\nสำรองไว้อีกจำนวนหนึ่ง บางแห่งเรียกเก็บจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเพิ่มเติม ไร่ละ ๒๐ - ๓๐ บาท \\nซึ่งกรณีดังกล่าวเกษตรกรจะไม่เดือดร้อน แต่สำหรับพื้นที่ในเขตชลประทาน ซึ่งมีโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร โดยเกษตรกรต้องจ่ายเงินค่ากระแสไฟฟ้าเอง ตัวอย่างเช่น โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า\\nเพื่อการเกษตรลุ่มน้ำชีตอนกลางในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยกลุ่มเกษตรกรเชียงขวัญเสียค่าไฟฟ้าสูบน้ำ เมื่อปี ๒๕๖๔ จำนวน ๒ ล้านบาทเศษ และปี ๒๕๖๕ ได้กำหนดงบประมาณไว้ ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท \\nแต่ใบเสร็จค่าไฟฟ้าจากกรมชลประทานแจ้งเรียกเก็บเงินค่าสูบน้ำ เป็นจำนวน ๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท \\nซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเกษตรกรสนามบินร้อยเอ็ด เดิมเสียค่าไฟฟ้า ๓๔๐,๐๐๐ บาท แต่ถูกเรียกเก็บ จำนวน ๖๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเป็นค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร ซึ่งการสูบน้ำจะสูบเฉพาะในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อัตราค่าไฟฟ้าสูง จึงทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีเงินจ่าย และในปี ๒๕๖๖ แม้ว่าจะมีน้ำให้เกษตรกรทำนาแต่ต้องสูบน้ำ ถึงแม้ว่าราคาข้าวจะสูงขึ้น แต่ค่าไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้นเช่นนี้ เกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดทุนอยู่เสมอ ดังนั้น \\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑) จัดสรรงบกลางเพื่อชดเชยส่วนต่างค่ากระแสไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ \\nให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่เขตชลประทาน โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรสำหรับนาปรัง\\nของปี ๒๕๖๕ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรให้สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นและไม่จนซ้ำซาก\\nอีกต่อไป\\n \t\t๒) ปี ๒๕๖๖ จัดสรรงบประมาณสำรองสำหรับชดเชยค่าไฟฟ้าส่วนต่างจากงบประมาณในปีก่อนหน้านี้ อันจะเป็นการให้โอกาสเกษตรกรได้ทำนาอย่างมีความสุข และไม่เป็นหนี้อีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [833,763,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การส่งเสริมวัฒนธรรม","ปัจจุบันศิลปวัฒนธรรมไทย การละเล่นและเพลงพื้นบ้านของไทยเริ่มสูญหายไปตามกาลเวลา แต่ยังคงมีครูและหน่วยงานที่กำลังทำหน้าที่อนุรักษ์และส่งเสริมเพื่อไม่ให้สิ่งดี ๆ หายไปจากสังคมไทย\\nอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ (๑) ครูชูชีพ  ขุนอาจ ได้ทุ่มเทกับการสร้างโขนจิ๋ว การปั้นหัวโขน การแกะลายฉาก เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้นาฏศิลป์ไทยและวัฒนธรรมไทย โดยสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (๒) ครูสะเทื้อน  นาคเมือง (ครูเผ) ซึ่งเคยเป็นเด็กด้อยโอกาส ได้จัดตั้งคณะลิเกชื่อ “ลิเกเด็กด้อยโอกาสคลองขลุงบำรุงศิลป์” ณ จังหวัดกำแพงเพชร (๓) ศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี ได้ส่งเสริมให้มีลิเกฮูลูเด็ก ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง \\n(๔) ครูก้อย บ้านรำไทยพุทธรักษา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สอนให้เยาวชนเรียนการรำมโนราห์ (๕) ครูศรีนวล  ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๒ สาขาศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้าน - ลำตัด ได้ฟื้นฟูการแสดงเพลงลำตัดขึ้นใหม่เพื่อสืบสานเพลงลำตัดพ่อหวังเต๊ะ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (๖) ครูสมปอง  พลอยบุตร ปราชญ์ชาวบ้านด้านเพลงพื้นบ้าน ถึงแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ก็ยังไปสอน ณ โรงเรียนวัดยางมีมานะ \\nจังหวัดพิษณุโลก และ (๗) “กลุ่มถักทอฝัน” ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่รวมตัวกันขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์\\nการละเล่นพื้นบ้าน “กันตรึม” ของจังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นได้รับความนิยมน้อยลงเป็นอย่างมาก แต่ยังมีบุคคลที่พยายามสืบสาน อนุรักษ์ต่อไป ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม \\nและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องพยายามค้นหาบุคคลที่พยายามจะอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย แล้วพิจารณาให้การส่งเสริม สนับสนุนบุคคลหรือหน่วยงานเหล่านั้น เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรมไทยอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [834,762,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การกระจายงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ","พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่\\nวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของกองทุนการศึกษาของนักกีฬา กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ \\nและกองทุนสวัสดิการนักกีฬา มาเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้ใช้จ่ายเพื่อเป็นเงินรางวัล สวัสดิการ ทุนการศึกษา การพัฒนาการกีฬาและอื่น ๆ ทั้งนี้ ขอชื่นชมผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในการกำหนดเป้าหมายการบริหารกองทุน\\nไว้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการเชื่อมโยงการบริหารการจัดการไปสู่ความสำเร็จและก่อให้เกิดความสำเร็จ\\nอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี กีฬาบางประเภทต้องฝึกฝนนักกีฬาตั้งแต่อายุยังน้อยซึ่งการสร้างนักกีฬา\\nตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนนักกีฬาตั้งแต่ระดับพื้นฐานซึ่งควรมีในกีฬาทุกชนิด \\nและขอชื่นชมนายศรีศักดิ์  วัฒนพรมงคล นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ได้ส่งเสริม\\nกีฬายิมนาสติกจนกระทั่งมีนักกีฬายิมนาสติกที่มีความสามารถถึงระดับประเทศ ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนด้านการกีฬา จึงขอเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณบางส่วนไปยังสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ\\nให้มีสโมสรหรือสถาบัน (Academy) ด้านการกีฬาสำหรับฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนระดับภูมิภาคให้มีความเป็นเลิศด้านกีฬา และเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไป อีกทั้ง ยังเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพอีกด้วย","ประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [835,761,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตในเด็กวัยรุ่นโดยการทำสมาธิในโรงเรียน","ปัจจุบันการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักและจริงจัง เนื่องจากความทันสมัย\\nของเนื้อหาวิชาการและมีการแข่งขันที่สูง ซึ่งเด็กต้องเรียนพิเศษนอกเวลาเรียนเพื่อให้คะแนนดีขึ้น \\nส่งผลให้เด็กเกิดความเครียด นอกจากนี้ ในสังคมปัจจุบันยังมีสิ่งล่อใจจำนวนมาก เช่น การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ไปกับสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Facebook Tiktok Instragram หรือการเล่นเกม เป็นต้น \\nซึ่งสื่อออนไลน์มีสิ่งเร้ามากมายทำให้จิตใจของเด็กเกิดความสับสน ส่งผลให้เด็กมีอารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว จนทำให้เด็กอาจมีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การใช้ยาเสพติด หรืออาจแยกตัว\\nไม่เข้าสังคม หรือเกิดอาการซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้ปกครองและครูเข้าใจผิดคิดว่าเด็กเกเร ดังนั้น \\nวัยรุ่นที่มีอาการซึมเศร้าและไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นที่มีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ปัญหาการฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายผู้อื่น \\n \t\tในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมสุขภาพจิต ได้เปิดเผยผลการศึกษาว่า วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง \\n๑๐ - ๑๙ ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าถึงร้อยละ ๔๔ หรือประมาณ ๓ ล้านกว่าคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวน\\nที่สูงมากและอาจนำมาซึ่งปัญหาสังคมต่อไป ในเรื่องนี้โรงเรียนอาจมีวิธีการช่วยเหลือให้สุขภาพจิตของเด็ก\\nในวัยรุ่นดีขึ้นด้วยวิธีการให้เด็กฝึกทำสมาธิ ซึ่งจะทำให้เด็กมีความสงบในจิตใจ ไม่ว้าวุ่น คลายความกังวล \\nลดความซึมเศร้า และมีสติปัญญาดีขึ้น ปัจจุบันประเทศในซีกโลกตะวันตกได้นำวิชาสมาธิไปสอน\\nในโรงเรียนเพราะได้มีการศึกษาแล้วพบว่าการทำสมาธิเป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับของสารสื่อประสาท\\nที่ชื่อว่า “เซโรโทนิน” (Serotonin) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งสมองส่วนกลางที่มีความคิดด้านลบ นอกจากนี้ \\nการทำสมาธิจะทำให้มีการไหลเวียนของเลือดในระบบ มีการเผาผลาญอาหาร ทำให้ร่างกาย\\nมีความกระฉับกระเฉง ไม่เหนื่อยง่าย อารมณ์แจ่มใส ลดความกังวล และซึมเศร้า ทั้งยังช่วยให้มีความจำ\\nและสติปัญญาดีขึ้น ส่งผลให้การนอนหลับผ่อนคลายในตอนกลางคืนดีขึ้นด้วย โดยสถาบันการศึกษา\\nที่มีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษหลายแห่ง ได้บรรจุหลักสูตรการทำสมาธิ\\nในสถาบันการศึกษา ซึ่งนักจิตวิทยามนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) \\nและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ของประเทศอังกฤษ ได้ร่วมกันกำหนดรูปแบบ\\nการเรียนทำสมาธิสำหรับเด็กนักเรียนอายุระหว่าง ๑๔ - ๑๕ ปี โดยใช้เวลาเรียนทั้งหมด ๘ สัปดาห์ \\nโดยแต่ละสัปดาห์จะสอนทักษะการทำสมาธิแต่ละขั้นตอน ทุกชั้นเรียนมีการนั่งสมาธิเป็นเวลา ๔๐ นาที และนักเรียนจะได้รับ MP3 ที่บันทึกวิธีการฝึกนั่งสมาธิกลับไปฟังที่บ้านโดยจะต้องฝึกทำสมาธิทุกวันตอนเย็นก่อนทำการบ้าน ผลปรากฏว่านักเรียนที่เรียนหลักสูตรดังกล่าวได้รับผลที่ดีต่อตนเอง เพราะนักเรียน\\nในหลักสูตรกล่าวว่ารู้สึกมีความคิดที่โล่งขึ้น รู้จักแยกแยะและหลบหลีกทัศนคติที่ไม่ดี เช่น ลดความกังวล\\nมีสติรู้ตัวในปัจจุบันต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ช่วยให้ความคิดเป็นลำดับขั้นตอน และเกิดปัญญาเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าประโยชน์ของการทำสมาธิมีมากมาย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต\\nในเด็กวัยรุ่นโดยการพิจารณาบรรจุหลักสูตรการทำสมาธิในโรงเรียน เนื่องจากได้มีผลการวิจัยออกมา\\nเป็นรูปธรรมแล้วว่าการทำสมาธิเกิดแต่สิ่งที่ดีต่อเด็ก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [836,760,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการสมัครสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู","การที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้เปิดรับสมัครทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพครู โดยเปิดรับสมัครสอบ\\nผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ระหว่างวันที่ ๔ - ๒๒ กันยายน ๒๕๖๖ \\nโดยวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครสอบ ปรากฏว่าทุกสนามสอบเต็ม\\nภายใน ๕ ชั่วโมงแรกของการเปิดรับสมัคร ทำให้มีผู้พลาดโอกาสในการสมัครสอบหลายหมื่นคน \\nทั้งนี้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประสงค์จะสอบเป็นครูจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูก่อนจึงจะมีสิทธิสอบเป็นครูได้ ซึ่งได้รับทราบจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาว่า ใน พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะสามารถทำการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูให้แก่บัณฑิตที่ประสงค์จะสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู\\nได้ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีบัณฑิตครูที่จบใหม่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน \\nซึ่งจะมีบัณฑิตครูจบใหม่ที่ไม่ได้รับโอกาสทำการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู\\nประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ดังนั้น จากข้อเท็จจริงที่กล่าวข้างต้น จึงขอสอบถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n \t\t๑. เพื่อให้บัณฑิตครูที่จบใหม่และประสงค์จะสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู \\nสามารถสมัครสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ครบทุกคน กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร\\n \t\t๒. สนามสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ปัจจุบันมีอยู่เพียง ๘ แห่ง ซึ่งยังไม่สะดวก\\nและเหมาะสมเพียงพอ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการสามารถเพิ่มสนามสอบหรือดำเนินการอื่นใด \\nเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สมัครสอบได้หรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [837,759,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทัศนะอุจาด (มลภาวะทางสายตา)","ปัจจุบันมีสิ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางสายตาทำให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง ไม่สวยงาม อาทิ ตู้โทรศัพท์สาธารณะเก่าบริเวณริมถนนที่มีการติดแผ่นกระดาษโฆษณาต่าง ๆ สายสื่อสารที่รกรุงรัง\\nไม่มีการเก็บให้เรียบร้อย รูปปั้นนางยักษ์เปลือยอกและถือปืนในวัดพระนางสร้าง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวบ้าน\\nได้ร่วมกันคัดค้านและได้ทุบทิ้งเรียบร้อยแล้ว รวมทั้ง การบูชาศิวลึงค์กับโยนี ของสำนักพราหมณ์\\nธรรมโชติหิรัญ ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายอำเภอปากช่องได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nเข้าตรวจสอบ โดยในเบื้องต้นไม่พบความผิด และการนำรูปปั้นครูกายแก้วมาตั้งไว้ ณ โรงแรม The Bazaar Hotel Bangkok บริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว เพื่อให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา ส่งผลให้ทัศนียภาพ\\nบริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว ไม่น่ามองอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าไปตรวจสอบ\\nและขอให้เจ้าของพื้นที่ดำเนินการแก้ไข แต่หากยังสามารถมองเห็นรูปปั้นดังกล่าวจึงยังเป็นการทำลายทัศนียภาพบริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ ดังนี้\\n \t\t๑. จากกรณีของการบูชาศิวลึงค์กับโยนี ของสำนักพราหมณ์ธรรมโชติหิรัญ ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ขอให้กระทรวงมหาดไทยกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ตรวจสอบเกี่ยวกับ\\nการนำวัตถุต่าง ๆ มาตั้งเพื่อให้ประชาชนกราบไหว้บูชา\\n \t\t๒. ขอให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจสอบกรณีการนำรูปปั้นครูกายแก้วมาตั้งไว้ \\nณ โรงแรม The Bazaar Hotel Bangkok บริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว\t","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [838,758,38,"นายชลิต แก้วจินดา","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตการปล่อยสารกัมมันตรังสี กรณีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น","จากประเทศญี่ปุ่นมีแผนที่จะปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่ทะเล ทั้งนี้ น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเลดังกล่าวจะปนเปื้อน\\nสารกัมมันตรังสีที่สำคัญ ได้แก่ (๑) แร่ธาตุไอโอดีน ๑๓๑ (Iodine - 131) คุณสมบัติเป็นสารกัมมันตรังสี\\nที่มีความคงตัวต่ำ มีค่าครึ่งชีวิตของการสลายตัวประมาณ ๘ วัน ซึ่งหากมีการแพร่กระจายในอากาศ\\nจะเดินทางถึงประเทศไทยโดยใช้ระยะเวลาเดินทาง ๔ วัน หากสูดดมเข้าร่างกายจะเป็นโรคมะเร็ง\\nและโรคไทรอยด์ (๒) พลูโตเนียม - ๒๓๙ (Plutonium - 239) ซึ่งมีครึ่งชีวิต ๒๔,๑๐๐ ปี หากสูดดม\\nเข้าร่างกายจะเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื้อปอด และระบบหายใจ (๓) ซีเซียม - ๑๓๗ (Caesium - 137) \\nซึ่งมีค่าครึ่งชีวิต ๓๐ ปี สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหารได้ง่าย หากสูดดมเข้าร่างกาย\\nจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็ง และ (๔) สตรอนเชียม - ๙๐ (Strontium - 90) ซึ่งมีค่าครึ่งชีวิต ๒๙ ปี \\nมีคุณสมบัติคล้ายกับซีเซียม - ๑๓๗ หากเข้าสู่ร่างกายจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็งกระดูกหรือมะเร็งไขกระดูก ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \\nและสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่ามีแนวทางหรือมาตรการป้องกันอันตราย\\nที่จะเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง รวมทั้งได้มีการตรวจสอบอาหาร และห่วงโซ่อาหารต่าง ๆ ที่จะเกิดอันตราย\\nกับประชาชนที่ใดบ้าง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \\nและผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [839,757,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว","จากในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลาง ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ทำให้ข้าวยืนต้นตายก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต และเมื่อเกษตรกร\\nจะทำการเพาะปลูกข้าวอีกครั้งแต่ไม่สามารถปลูกข้าวได้เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว \\nไม่สามารถหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากร้านค้าทั่วไปและจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ชาวนาเสียโอกาสในการขายข้าวในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งมีราคาสูงถึง ๑๑,๐๐๐ – ๑๒,๐๐๐ บาท/ตัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหาขาดแคลน\\nเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเร่งด่วน และวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [840,756,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และขอให้ขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ นาแก - สามแยกบ้านต้อง เป็น ๔ ช่องจราจร และปรับปรุง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๑ นาแก - นครพนม","การแก้ปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม\\n       สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก จากประชาชน\\nในพื้นที่ตำบลนาแก ตำบลนาคู่ ตำบลพระซอง และตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม \\nซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มติดกับลำน้ำก่ำและลำน้ำบัง โดยที่ผ่านมากรมชลประทานได้แก้ไขปัญหาด้วยการสร้าง\\nแนวคันดินชลประทานบริเวณหมู่ที่ ๒ บ้านปากบัง ตำบลพิมาน แต่แนวคันดินดังกล่าวต่ำเกินไป เป็นเหตุ\\nให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรทุกปี นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการสร้างคลองส่งน้ำของสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าของอำเภอนาแก ซึ่งเป็นโครงการของกรมชลประทาน โดยคลองส่งน้ำจะผ่าน\\nพื้นที่นาและห้วยสายหลัก มีการสร้างท่อลอดระหว่างลำห้วย ๓ แห่ง ปรากฏว่าท่อลอดดังกล่าวมีขนาด\\nเล็กเกินไป เป็นเหตุให้ในฤดูฝนน้ำระบายผ่านท่อลอดไม่ทันส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ของเกษตรกร ส่วนในฤดูแล้งพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำที่จะใช้ในการเกษตร อาทิ การปลูกถั่ว พริก ข้าวโพด และพืชผักสวนครัว จากปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตำบลพิมาน จำนวน ๔ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ และหมู่ ๘ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน \\n๖๙๓ ครอบครัว พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ โดยในเรื่องนี้มีความเชื่อมโยง\\nกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในประเด็นการพัฒนาความมั่นคงของน้ำ การพัฒนาการจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ เพิ่มผลิตภาพของน้ำทั้งระบบเพื่อพัฒนาความมั่นคงของประเทศ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาให้โครงการชลประทานนครพนม สำนักชลประทาน\\nที่ ๗ ดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t\t๑.๑ จัดทำโครงการยกระดับถนนแนวคันดิน จากประตูระบายน้ำบ้านนาคู่ \\nบริเวณบ้านปากบัง หมู่ ๒ ให้มีความกว้าง ๕ เมตร ความสูง ๑ - ๑.๕ เมตร ความยาวประมาณ \\n๓ - ๔ กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม\\n \t\t\t๑.๒ ขยายความกว้างของท่อลอด บริเวณลำห้วยต่าง ๆ ให้สามารถระบายน้ำ\\nได้อย่างรวดเร็ว \\n \t\t\t๑.๓ ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยท่อส่งน้ำไปยังหมู่บ้านที่ประสบปัญหา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้งให้แก่เกษตรกร\\n \t\tโดยทั้ง ๓ เรื่องดังกล่าว ในระดับพื้นที่ได้มีการประสานกับโครงการชลประทานนครพนม \\nโดยจังหวัดนครพนม ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และมีการบรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจำปี \\n๒๕๖๘ - ๒๕๖๙ แล้ว เห็นควรประสานให้มีการปฏิบัติตามแผนเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว\\n \t-ขอให้ขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ นาแก - สามแยกบ้านต้อง \\nเป็น ๔ ช่องจราจร และปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๑ นาแก - นครพนม\\n \t\t\t๙.๒.๑ สืบเนื่องจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ สายสกลนคร - บ้านต้อง \\nเป็นถนน ๔ ช่องจราจรเกือบทั้งหมด ยกเว้นถนนช่วง นาแก - สามแยกบ้านต้อง ยังเป็น ๒ ช่องจราจร ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการขยายเป็น ๔ ช่องจราจร\\n \t\t\t๙.๒.๒ ขอให้ปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๑ นาแก - นครพนม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เพื่อการเดินทางและการท่องเที่ยว อันเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [841,755,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการซื้อและใช้ปุ๋ยเคมีของศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี","ปัจจุบันชาวนามีการใช้แอปพลิเคชันไลน์ (LINE) จัดตั้งไลน์กลุ่ม (LINE Group) “ชาวนาอาสา” โดยสมาชิกกลุ่มเป็นประธานศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนมีจำนวนหลายพันแห่งกระจาย\\nอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกร\\nและผลิตข้าวคุณภาพสูงเพื่อบริโภคภายในชุมชนและจำหน่าย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาอาชีพ\\nและคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย ทั้งนี้ ได้รับการร้องเรียนจากไลน์กลุ่ม (LINE Group) “ชาวนาอาสา”\\nว่าเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี \\nได้ซื้อปุ๋ยเคมียี่ห้อหนึ่ง จำนวน ๒๑๐ กระสอบ ราคากระสอบละ ๗๗๕ บาท ซึ่งเป็นการรวมตัว\\nเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตให้ได้ราคาถูกเพื่อแจกจ่ายให้แก่สมาชิกในกลุ่มไลน์ชาวนาอาสา เมื่อสมาชิกนำปุ๋ยเคมีดังกล่าวไปหว่านลงในนาข้าว ปรากฏว่าน้ำในนาข้าวกลายเป็นฟองสีขาวขุ่นปนเขียว ปุ๋ยลอยน้ำรวมกันเป็นก้อนอยู่ที่มุมคันนา สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าเป็นปุ๋ยปลอม ปุ๋ยคุณภาพต่ำ หรือปุ๋ยหมดอายุซึ่งใช้ไม่ได้ผล \\nถือเป็นปัญหาซ้ำเติมชาวนาที่ประสบกับปัญหาฝนแล้งและเมล็ดพันธุ์ข้าวขาดแคลนอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น \\nจึงขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งเยียวยาให้แก่เกษตรกรเป็นการด่วน\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [842,754,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การระบาดของหนอนเจาะทุเรียน","ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศที่มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรในทุกภูมิภาคของประเทศปลูกทุเรียน จำนวน ๗๔,๑๓๖ สวน และจากการลงพื้นที่ภาคใต้ ทราบว่ามีสวนผลไม้ จำนวน ๑,๑๓๙,๐๔๖ ไร่ พบปัญหาการระบาดของโรคแมลงศัตรูทุเรียน คือ หนอนเจาะทุเรียน หรือหนอนใต้ หรือหนอนมาเลย์ ซึ่งหนอนชนิดนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกทุเรียนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดนโยบาย ข้อเสนอแนะ และวิธีการป้องกันหนอนเจาะทุเรียนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน เพื่อลดการสูญเสียของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก รวมทั้งมิให้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศต่อไป\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [843,753,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การเชื่อมโยงถนนระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ไปยังด่านประเทศมาเลเซีย","เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับปัญหาระบบโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา โดยมีประเด็น เรื่อง ถนนทางเชื่อมโยงจากด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ไปยังด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย ตามที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากติดปัญหา\\nเรื่องถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย จึงทำให้\\nศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำข้อเสนอ\\nเพื่อเร่งรัดดำเนินการเปิดให้บริการและอำนวยความสะดวก ณ ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เพื่อผลักดัน\\nและเร่งรัดให้สามารถเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ได้ และเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา \\nได้มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Expert Working Group) ครั้งที่ ๒ ณ เมืองปุตราจายา \\nประเทศมาเลเซีย เพื่อหาแนวทางร่วมกันโดยได้บรรลุผลการเจรจาเกี่ยวกับจุดเชื่อมต่อด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮีตัม ในประเด็นองศาถนน จุดกึ่งกลางถนน และความเร็วใช้งานถนน โดยประเทศไทย\\nจะของบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ วงเงินงบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง ๑๘ เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ดี ประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน ซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น จึงขอหารือและขอเสนอแนวทางแก้ไข เป็น ๓ ระยะ ดังนี้ \\n \t\t\tระยะสั้น ประเทศไทยควรต้องประสานงานกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิดว่าประเทศมาเลเซียจะดำเนินการก่อสร้างจริงหรือไม่ เนื่องจากหากประเทศไทยดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย \\nแต่ประเทศมาเลเซียไม่ดำเนินการก่อสร้างหรือไม่ให้การสนับสนุน จะทำให้การดำเนินการก่อสร้าง\\nของไทยสูญเปล่า  \\n \t\t\tระยะกลาง ถนนเชื่อมโยงด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นผู้สร้าง ซึ่งยังไม่มีผู้ดำเนินการหรือผู้บริหารโครงการหรือผู้ดูแล ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคม \\nโดยกรมทางหลวง ควรเป็นผู้รับผิดชอบดูแลถนนสายดังกล่าวในเส้นทางหลัก ระหว่างประเทศไทย\\nกับประเทศมาเลเซีย เพราะปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน\\n \t\t\tระยะยาว ควรมีการถอดบทเรียน ว่าการก่อสร้างในประเทศไทยเพื่อเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ควรมีการหารือและประสานงานกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการดำเนินการร่วมกับต่างประเทศว่าจะมีการดำเนินการก่อสร้างจริงหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ในอนาคต\\nเกิดปัญหาขึ้นอีก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [844,752,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การกำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล","ได้มีการเสนอกฎหมายเพื่อให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริต\\nและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถฟ้องคดีเองได้ ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ไม่รับคำร้องหรือคำร้องไม่มีมูล ซึ่งจะทำให้ผู้เสียหายหรือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นนั้น เห็นว่ารัฐบาลควรเน้นการป้องกันและป้องปรามการทุจริต\\nของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเป็นลำดับแรก ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดนโยบาย ๓ ประการ ดังนี้\\n \t\t\t๑๑.๑ นายกรัฐมนตรีควรประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างชัดเจน โดยให้คณะรัฐมนตรีทุกคนเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากมีการทุจริตเกิดขึ้นให้พิจารณาดำเนินการทันทีและควรสั่งฟ้องภายใน ๓๐ วัน \\n \t\t\t๑๑.๒ รัฐบาลควรเร่งรัดการตรากฎหมายด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ประเทศไทย\\nมีพันธกรณีกับสหประชาชาติ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ \\nและบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายฉบับยังไม่มีความคืบหน้า เช่น กฎหมายว่าด้วยการขัดกัน\\nแห่งผลประโยชน์ กฎหมายว่าด้วยติดตามทรัพย์สินจากการคอร์รัปชัน กฎหมายว่าด้วยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่\\nของรัฐในระบบคุณธรรม และกฎหมายว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ทุกคน\\nให้กับผู้บังคับบัญชา เป็นต้น \\n \t\t\t๑๑.๓ รัฐบาลควรเน้นเรื่องกฎระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation \\nand Development : OECD) อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ควรทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum \\nof Understanding : MOU) ในความร่วมมือการต่อต้านการทุจริตกับมิตรประเทศให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเรื่องของการค้าและการลงทุน \\n \t\t\tดังนั้น หากรัฐบาลได้ดำเนินการตามนโยบาย ๓ ประการ ข้างต้น จะทำให้ดัชนีการรับรู้\\nการทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [845,751,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","กฎหมายเพื่อสังคมและสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลชุดใหม่ควรต้องเร่งผลักดัน","ขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีผลักดันกฎหมายที่เป็นการส่งเสริมการอยู่ดีมีสุขในสังคม กฎหมายลดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพื่อความเป็นธรรม และกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ \\n \t\t\t๑๐.๑ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. ....  โดยขอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ดำเนินการและผลักดันอย่างต่อเนื่อง \\n \t\t\t๑๐.๒ ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... หากได้รับการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ และจะทำให้เกิด\\nความเสมอภาค\\n \t\t\t๑๐.๓ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ....\\n \t\t\t๑๐.๔ ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... โดยที่ประเทศไทยมีความหลากหลายทางเพศ \\nการให้สิทธิในการเลือกคู่ชีวิตจะทำให้คนในสังคมอยู่อย่างมีความสุข \\n \t\t\t๑๐.๕ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือพระราชบัญญัติ\\nสุราก้าวหน้า พ.ศ. .... สำหรับประเด็นนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่บ้านสะเอียบ จังหวัดแพร่ พบปะกับผู้ประกอบการสุราชุมชน \\nและได้รับทราบประเด็นปัญหาต่าง ๆ ซึ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีสุรามีจำนวนหลายร้อยล้านบาท \\nฉะนั้น หากพระราชบัญญัติสุราก้าวหน้า พ.ศ. .... ที่ได้เสนอต่อรัฐสภาไปแล้ว ยังมีข้อบกพร่องที่สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขให้เหมาะสมขึ้นได้ เห็นว่าควรที่จะมีกฎหมายส่งเสริมกระจายการผลิตสุรา \\nเพื่อเป็นการยกระดับผลิตผลทางการเกษตรให้มีราคาสูงขึ้น พร้อมกันนี้ พระราชบัญญัติส่งเสริม\\nและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ที่กองทุนส่งเสริมและพัฒนา\\nคุณภาพชีวิตคนพิการที่เป็นส่วนหนึ่งของส่วนราชการยังมีปัญหาเรื่องการใช้เงินกองทุนไม่เต็มศักยภาพ \\nทำให้กระทรวงการคลังเรียกเงินจากกองทุนเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท และจากการที่ใช้เงินกองทุนไม่เต็มศักยภาพ ทำให้ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเรียกเงินกองทุนเข้าเป็นรายได้แผ่นดินอีก\\nจำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอเสนอว่าควรต้องเร่งปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้ง ควรดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ทั้งฉบับ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [846,750,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งคลองแสนแสบ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร","จากคลองแสนแสบที่เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ มีเรือวิ่งเป็นจำนวนมากทำให้มีน้ำ\\nจากลำคลองกระเพื่อมเข้ากัดเซาะอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนมักกะสันพิทยา \\nแขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอาคารเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองแสนแสบ \\nทำให้ประสบปัญหาพื้นอาคารทรุดอันเนื่องมาจากน้ำกัดเซาะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของครู\\nและนักเรียน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่า พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [847,749,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","นโยบายของรัฐบาล","การอนุรักษ์ถนนสายต้นยาง จังหวัดเชียงใหม่","จากพื้นที่ถนนสายต้นยาง จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นพื้นที่พิเศษแต่ขาดการดูแล\\\\nและอนุรักษ์ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งถนนสายดังกล่าวมีระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ถึงจังหวัดลำพูน ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร โดยตลอดสองข้างทางจะมีต้นยางขนาดใหญ่กว่า ๑,๐๐๐ ต้น ซึ่งแต่ละต้นมีอายุประมาณ ๑๔๑ ปี (เริ่มปลูกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๕) อาจถือได้ว่าเป็นถนนที่สามารถอวดความสวยงาม\\\\nต่อชาวโลกได้ แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอายุของต้นยางอาจจะใกล้ถึงช่วงปลายซึ่งมีข้อสรุปจากผู้ที่ดูแลต้นยาง\\\\nว่า “การพัฒนาเมืองในอดีตซึ่งมิได้ให้ความสำคัญกับมิติทางสิ่งแวดล้อมมากเท่าที่ควร จนนำไปสู่การเริ่ม\\\\nทรุดโทรม หักโค่น ล้มตาย สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ร้านค้า และผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา สภาพการณ์นับวันจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากขาดความสม่ำเสมอในการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \\\\nส่งผลต่อความไม่เชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการฟื้นฟู ดูแล และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า\\\\nจากการที่ต้นยางหักโค่น” อันเป็นความกังวลของประชาชนและชุมชนในพื้นที่กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม\\\\nที่มีต่อถนนสายต้นยาง โดยเมืองเชียงใหม่ถือเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ในหลาย ๆ ด้าน จึงสมควรเป็นจังหวัดนำร่อง\\\\nในการรักษาอุณหภูมิของเมืองไว้ อนึ่ง ในคราวที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดห้องเรียนคอมพิวเตอร์พระราชทาน ณ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่  ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ได้มีพระราชดำรัสว่า “ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อย่าให้ใครตัดต้นยางที่ถนนเชียงใหม่ - ลำพูน เพราะไม่มีที่ไหนอีกแล้ว” ดังนั้น จึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลต้นยาง ณ ถนนสายต้นยาง จังหวัดเชียงใหม่\\\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [848,748,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำการขาดแคลนน้ำและไฟฟ้า ในพื้นที่ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม","เรื่องที่ ๑ ปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอ \\n\t\tเนื่องจากประชาชนตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำประปาไม่เพียงพอต่อการอุปโภค – บริโภค ซึ่งตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม \\nมีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแหล่ง โดยมีลำน้ำ ลำห้วย จำนวน ๑๗ แห่ง มีบึง หนอง ๑๐ แห่ง มีแหล่งน้ำ\\nจากการสร้างเขื่อน ฝาย จำนวน ๒ แห่ง บ่อน้ำตื้น จำนวน ๒๑๙ แห่ง บ่อบาดาลโยก จำนวน ๒๖ แห่ง \\nโดยชุมชนตำบลโนนตาล มีจำนวน ๑๕ หมู่บ้าน ๒,๑๒๗ ครัวเรือน และมีประชากร จำนวน ๗,๐๐๐ กว่าคน การใช้น้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค ของตำบลโนนตาล มาจากแหล่งน้ำ ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ มาจากการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งได้เดินท่อประปามาถึงองค์การบริหารส่วนตำบลโนนตาลเรียบร้อยแล้ว และส่วนที่ ๒ มาจากการทำประปาหมู่บ้าน โดยการขุดเจาะบ่อบาดาล เนื่องจากบ่อบาดาลมีความลึกเพียง ๔๐ เมตร ทำให้ในฤดูแล้ง พบปัญหาระดับน้ำใต้ดินลดต่ำลง น้ำมีรสเค็มและเป็นสนิม ไม่สามารถสูบขึ้นมาใช้งานได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ ๓ บ้านนาผักปอด หมู่ที่ ๔ บ้านกุดกุ่มน้อย หมู่ที่ ๕ บ้านกุดกุ่มใหญ่ หมู่ที่ ๗ บ้านกุดสะกอย จำนวน ๕๐๐ กว่าครัวเรือน องค์การบริหารส่วนตำบลโนนตาล ได้รายงานว่า ในฤดูแล้ง อบต. ได้มีความพยายามแก้ไขปัญหา โดยการจัดรถบรรทุกน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม เพื่อการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว เห็นควรนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติมาใช้ในการทำประปาให้เพียงพอ โดยเพิ่มน้ำต้นทุน ขุดลอกฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำต่าง ๆ และจัดให้มีการส่งน้ำตามท่อประปา เพื่อให้ประปาชุมชนสามารถดำเนินการได้ \\n\t\tเรื่องที่ ๒ ปัญหาไฟฟ้า \\n\t\tเนื่องจากประชาชน หมู่ที่ ๔ บ้านกุดกุ่มน้อย ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน ๗๐ กว่าครัวเรือน มีการใช้ไฟฟ้าร่วมกับ หมู่ที่ ๓ บ้านนาผักปอด ซึ่งมีอัตราการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง จึงส่งผลกระทบไปยัง หมู่ที่ ๔ บ้านกุดกุ่มน้อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ปลายสาย\\nของระบบไฟฟ้าแรงต่ำ ทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ไฟดับ และไฟตก ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย จึงได้มีการขอขยายเขตไฟฟ้าไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ แต่ได้รับแจ้งว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [849,747,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","สถานการณ์บ้านเมือง","มาตรการรองรับปรากฏการณ์เอลนีโญ","เมื่อวันที่ ๒๔ - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา โดยการนำของ พลเอก ฉัตรชัย  สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา สำนักงานชลประทานที่ ๑๒ จังหวัดชัยนาท พบว่าคนไทยประสบกับสภาพภูมิอากาศร้อนจัด โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดตาก ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา วัดค่าอุณหภูมิสูงสุดได้ \\n๔๔.๖ องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ และถือเป็นสถิติสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ได้ประกาศเตือนถึงปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ๒๕๖๖ \\nอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคการเกษตร โดยข้อมูลจากกรมชลประทาน ระบุว่าพื้นที่ในเขตชลประทาน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีน้ำกักเก็บ ๓๙,๐๘๙ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ ๑๕,๕๕๒ ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีน้ำกักเก็บ ๒,๗๐๐ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ ๒,๒๙๘ ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกัน ๔๑,๗๘๙ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้เพียง ๑๗,๘๕๐ ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำที่กักเก็บในอ่างเก็บน้ำ ในปี ๒๕๖๖ มีปริมาณน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ จำนวน ๕,๕๒๕ ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ ๑๒) มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่าปี ๒๕๖๕ จำนวน ๕,๕๑๖ ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ ๒๔) ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำใน ๔ เขื่อนหลัก \\nได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บ ๑๐,๒๕๘ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ ๓,๕๖๒ ล้าน ลบ.ม. เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๕ มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่า  ๒,๓๖๘ ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ ๑๙) และน้ำใช้การได้น้อยกว่า ๒,๓๖๘ ล้าน ลบม. (ร้อยละ ๔๐) รวมทั้งเขื่อนอื่น ๆ ของประเทศไทยก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน   \\n\t\tในการนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้มีการติดตามสถานการณ์ และการเตรียมการรองรับปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ทราบข้อมูลว่า ในจังหวัดชัยนาท และพื้นที่ภาคกลาง รวมทั้งข้อมูลโดยรวมของทั้งประเทศในปี ๒๕๖๖ มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ ส่งผลให้ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนอยู่ในระดับปานกลางและระดับน้อย ส่งผลต่อการประกอบอาชีพของชาวนา โดยชาวนาส่วนหนึ่งไม่สามารถทำนาได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ราคาข้าวในปีนี้ข้าวเปลือกเจ้าสด มีราคาสูงกว่า ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเกวียน สูงกว่าราคาประกันรายได้หลายพันบาท ถือเป็นโอกาสดีของชาวนาที่จะมีรายได้และกำไรอันงดงามจากการประกอบอาชีพ ซึ่งไม่ปรากฏให้เห็นบ่อยนักในชั่วชีวิตชาวนาคนหนึ่ง แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง ในวันที่ข้าว\\nมีราคาดี กลับไม่มีน้ำสำหรับทำนา ทำให้เสียโอกาสอย่างน่าเสียดาย จากการลงพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่การเกษตรให้คำแนะนำเพียงว่า ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อย จึงขอหารือ ดังนี้           \\n\t\t๑. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา มีแนวทางแก้ไขปัญหาปรากฏการณ์เอลนีโญ อย่างไร\\n\t\t๒. หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเกษตรส่วนใหญ่จะให้คำแนะนำแก่เกษตรกร\\nโดยให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย จึงขอสอบถามว่า สามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจนแก่เกษตรกรได้หรือไม่ ว่าควรปลูกพืชชนิดใด ที่ใช้น้ำน้อยได้ผลผลิตสูง และจำหน่ายได้ราคาดี เหมือนการทำนาปลูกข้าวในเวลานี้ รวมทั้งเมล็ดพันธุ์พืชดังกล่าวมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรหรือไม่\\n\t\t๓. กระทรวงพาณิชย์สามารถยืนยันหรือคาดการณ์ได้หรือไม่ว่า ราคาข้าวจะอยู่ในสถานการณ์นี้นานเท่าใด เนื่องจากเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะขายข้าวได้ในราคาสูง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [850,746,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาลำน้ำเสียวใหญ่ตื้นเขิน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการบริโภคในชุมชน","การลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาเกษตรกรอำเภอหนองฮี ว่าลำน้ำเสียวใหญ่ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักของประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดศรีสะเกษ มีความตื้นเขิน \\nโดยขนาดความลึกของร่องน้ำไม่ถึง ๑ เมตร เมื่อฝนตกหนักจึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ส่งผลให้เกิด\\nน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนตลอดแนวลำน้ำ ได้แก่ พื้นที่ตำบลเด่นราษฎร์ ตำบลดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี และอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด รวมถึงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ \\nในขณะเดียวกัน เมื่อน้ำลดลงก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ส่งผลให้เกิดภัยแล้ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาต่อเกษตรกรบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้อีกด้วย ดังนั้น ประชาชนจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ\\nขุดลอกลำน้ำเสียว และลำน้ำเสียวใหญ่ ซึ่งไม่เคยมีการขุดลอกมาก่อน โดยกำหนดให้มีการขุดลอก\\nเป็นระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ลำคลองกว้าง ๘๐ เมตร ลึก ๔ เมตร สำหรับดินที่ขุดได้ควรจัดทำเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะบริเวณขอบตลิ่ง โดยสิ้นสุดที่ฝายยางดอนหม่วย ตำบลดอนหม่วย อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด นอกจากนี้ ยังพบปัญหาฝายยางดอนหม่วย ตำบลดอนหม่วย อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ชำรุดเสียหายอย่างมาก และเครื่องปั๊มน้ำเข้าฝายใช้การไม่ได้มาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างฝายคอนกรีตที่มีความมั่นคงถาวรทดแทนฝายยางเดิม โดยให้มีความสูงมากกว่าฝายยางเดิม ๑๕๐ เซนติเมตร พร้อมกับก่อสร้างทางน้ำล้น (spillway) ในระดับเดียวกัน เพื่อให้ระบบนิเวศตลอดสองฝั่งของลำน้ำเกิดความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนไม่ต้องประสบอุทกภัยและภัยแล้งซ้ำซากอีกต่อไป\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [851,745,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมการจัดกิจกรรมกีฬาให้แก่นักเรียน และการจัดอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียน","การปลูกฝังและสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬาถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะหลักจิตวิทยาพัฒนาการ ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย โดยการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ โภชนาการ \\nการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สำหรับเด็กระดับประถมศึกษา ต้องพัฒนาเพิ่มพูนปัญญาให้หลากหลายตามศักยภาพ รวมทั้งการปลูกฝังเรื่องวินัยและทัศนคติ ดังนั้น การกีฬาจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หากพื้นฐานการกีฬาไม่ดีก็ไม่สามารถมุ่งไปสู่การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ ตลอดจนไม่สามารถ\\nมีบุคลากรด้านกีฬาประเภทต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นได้ ถึงแม้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ดำเนินการพัฒนาการกีฬาเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่หลายเรื่องก็ยังไปไม่ถึงระดับเด็กปฐมวัย จึงเกิดความกังวลว่า หากเด็กไม่ได้รับ\\nการส่งเสริม สนับสนุนด้านการพัฒนาการกีฬาขั้นพื้นฐานแล้ว การสร้างแรงบันดาลใจจะไม่เกิดขึ้น \\nเพราะเมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นอย่างอื่นที่อาจไม่พึงประสงค์ต่อสังคมได้ และจากคำกล่าว “กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ กีฬาพัฒนาคน คนพัฒนาชาติ” ได้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ดังนั้น จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพลศึกษา การกีฬา\\nแห่งประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ โปรดพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแล\\nได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการกีฬาให้กับเด็กนักเรียน เช่น จัดการเรียนการสอน \\nการจัดการแข่งขัน การฝึกอบรม เป็นต้น โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องจัดทำโครงการเพื่อให้ได้รับ\\nการสนับสนุนงบประมาณด้านอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนหรือหน่วยงานในสังกัด อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์กีฬาที่เหมาะสม\\nกับวัยให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด เป็นต้น เพื่อให้เด็กระดับปฐมวัยได้รับการพัฒนาทักษะด้านการกีฬา และพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างสมบูรณ์ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [852,744,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ประเมินผลสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี  และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในปีงบประมาณ  พ.ศ. ๒๕๖๖ ก่อนการถ่ายโอนเพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ","ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้มีการถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. แล้ว ๔๙ จังหวัดจำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จะมีการดำเนินการถ่ายโอน รพ.สต. ที่เหลือไปยัง อบจ. เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ยังอยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาอนุมัติเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามกระบวนการ และขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. จากกระทรวงสาธารณสุขไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น มีความรีบเร่งในการถ่ายโอน โดยขาดการเตรียมความพร้อมและคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น ในการดำเนินการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จึงควรมีการประเมินผล สอน. และ รพ.สต. ที่ได้ถ่ายโอนไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ \\nว่ามีผลการดำเนินการเป็นอย่างไร จากนั้นจึงค่อยดำเนินการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ที่เหลือไปยัง อบจ. เพิ่มเติม เนื่องจากหากให้มีการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. ทั้งหมดแล้วจึงเริ่มดำเนินการประเมินผลอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน และจากการสำรวจความพร้อมของ อบจ. ๔๙ จังหวัด ภายหลังการรับถ่ายโอน รพ.สต. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ปรากฏผลดังนี้ \\n\t\t๑. มีความพร้อมทันที หลังการถ่ายโอน จำนวน ๙ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๑๘) \\n\t\t๒. มีความพร้อมหลังการถ่ายโอน ๖ เดือน จำนวน ๔ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๘)\\n\t\t๓. กำลังเตรียมการโดยจะมีความพร้อมภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จำนวน ๑๖ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๓๒)\\n\t\t๔. ไม่มีความพร้อมในการบริหารจัดการ จำนวน ๕ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๑๐)\\n\t\t๕. ไม่ตอบแบบสำรวจ จำนวน ๑๕ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๓๐)\\n\t\tดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยขอให้มีการประเมินผล สอน. และ รพ.สต. ที่ได้ถ่ายโอนไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจึงดำเนินการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ที่เหลือไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อมิให้กระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [853,743,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","คุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ประชาชนต้องการ เพื่อความหวังต่อการปฏิรูปการศึกษา","จากขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ จึงขอฝากประเด็นข้อห่วงใยเกี่ยวกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\t\\n \t\t(๑) คุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ      \\n \t    โดยที่กระทรวงศึกษาธิการถือเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นกระทรวงที่กำหนดนโยบายในการสร้างคนเพื่อที่จะไปพัฒนาประเทศในอนาคต ดังนั้น ในการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรจะได้มีการกลั่นกรอง คัดสรรบุคคล เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้บรรลุเป้าหมาย และแผนงานในการพัฒนาประเทศ โดยผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการควรมีคุณลักษณะ ดังนี้ \\n \t    \t(๑.๑) ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษา เป็นอย่างดี \\n \t    \t(๑.๒) ต้องเป็นผู้ที่รอบรู้ปัญหา และเข้าใจปัญหาเชิงลึกของกระทรวงศึกษาธิการ \\nและสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยเร็ว \\n \t    \t(๑.๓) เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เห็นผล\\nเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมทั้งมีทักษะในการบริหารงานเชิงรุก \\n \t    \t(๑.๔) เป็นผู้ที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ \\n \t    ดังนั้น จึงหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ว่ามีนโยบาย และแนวทางในการกำกับ ติดตาม การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการบริหารจัดการศึกษา เพื่อไปสู่ความสำเร็จ\\nในการปฏิรูปการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างไร  \\n \t\t(๒) เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปี ฉะนั้น ในการปฏิรูปการศึกษาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ออกมาใช้บังคับเพื่อให้กฎหมายมีความสอดคล้องกับบริบทของสภาพสังคม\\nที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา แต่มิได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีว่าจะมีแนวทางในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อให้เข้าสู่การพิจารณา\\nของรัฐสภาโดยเร็ว อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [854,742,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต้องเป็นการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล","นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการลงพื้นที่สำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูเก็ต พบปะกับผู้ประกอบการจำนวนมาก เพื่อรับฟังแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยว ฟื้นฟู และส่งเสริมเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีธรรมชาติ วัฒนธรรมที่สวยงาม มีเสน่ห์ นักท่องเที่ยวอยากเข้ามาเที่ยวและชื่นชม ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ\\nได้ให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมาตรา ๓ ได้ให้คำนิยาม ““การบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว” หมายความว่า การจัดสร้าง พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การรักษาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาบริการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ทางการท่องเที่ยว การสร้างสินค้าทางการท่องเที่ยว การรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว\\nหรือการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงหลักการการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ตลอดจนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม \\nไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมอันเป็นการสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้สูง แต่สูงวัย สามารถพัก\\nและท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยได้นาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้ว ทั้งระบบขนส่ง ระบบข้อมูลข่าวสาร และระบบดิจิทัล ยังมีปัญหาและอุปสรรคหลายประการที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว   \\n\t\tดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีว่า หากต้องการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ \\nและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนสูงวัย คนพิการ และคนที่มาจากประเทศที่มีระบบสวัสดิการที่ดี ให้เข้ามาพักและท่องเที่ยวในประเทศไทยให้นานขึ้น ควรปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชน ระบบข้อมูลข่าวสาร และระบบดิจิทัล โดยคำนึงถึงการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ใช้หลักการออกแบบที่เป็นมิตร เป็นธรรม เป็นสากล ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการรับประกันว่า การท่องเที่ยวจะสามารถสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่ประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [855,741,159,"นายวันชัย สอนศิริ","กฎหมาย","การแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ","เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช \\nได้มีมติเห็นชอบให้ รศ.ดร.วรรณธรรม  กาญจนสุวรรณ ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ ๗ ปี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชยังไม่เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รศ.ดร.วรรณธรรม  \\nกาญจนสุวรรณ เป็นอธิการบดี รวมทั้งมีพฤติการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่ดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล สรุปได้ดังนี้  \\n\t\t๑. เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเป็นที่สุด \\nว่าการสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยวินิจฉัยในประเด็นสำคัญ ๓ ประการ คือ ๑) กระบวนการสรรหาชอบด้วยกฎหมาย ๒) มติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ๓) คุณสมบัติของผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี ชอบด้วยกฎหมาย  \\n\t\t๒. ภายหลังจากรับทราบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด สภามหาวิทยาลัยสุโขทัย\\nธรรมาธิราช ได้มีหนังสือหารือไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่ามหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชสามารถดำเนินการเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รศ.ดร.วรรณธรรม  กาญจนสุวรรณ  เป็นอธิการบดีคนใหม่ ได้หรือไม่ เนื่องจากอดีตอธิการบดีที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ได้ฟ้องคดีต่อ\\nศาลปกครองกลาง โดยคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด  \\n\t\tต่อมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ตอบข้อหารือดังกล่าวว่า มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีได้ทันที แต่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกลับไม่เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ แต่อย่างใด\\n\t\t๓. สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ให้ รศ.ดร.วรรณธรรม  กาญจนสุวรรณ กรอกข้อมูลประวัติของผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดีไว้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบประวัติ ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องทุกประการ แต่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกลับไม่เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ \\n\t\tด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น มีความเห็นว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีเหตุผลใด ๆ \\nที่จะประวิงเวลาการเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อีกต่อไป ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดำเนินการให้มีการแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยเร็วที่สุด\\nเพื่อประโยชน์แก่การจัดการอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาและประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [856,740,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน","ขณะนี้จะมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ\\nในตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า “การทุจริตและประพฤติมิชอบได้ก่อให้เกิด\\nความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม ความยากจน และมีความตั้งใจจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ” ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นบุคคลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานเท่านั้น โดยองค์กรโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International :TI) ได้มีคำแนะนำแก่ประเทศ\\nที่มีดัชนีการรับรู้การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) อยู่ในระดับต่ำซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยว่า “ต้องคัดเลือกบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามารับผิดชอบในหน่วยงานของรัฐ” และในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ ที่ประเทศไทยได้เป็นรัฐภาคีได้มีการกำหนดให้รัฐภาคีต้องพยายามดำเนินการให้มีมาตรฐานและระบบที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐจัดทำคำแถลงต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากประการอื่นแล้วให้รวมถึงกิจกรรมนอกเหนือจากการทำงาน การลงทุน สินทรัพย์ และของขวัญหรือผลประโยชน์ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีกรณีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ขอให้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาดำรงตำแหน่ง รวมทั้งกำหนดมาตรการให้มีการแถลงผลประโยชน์อื่นที่นอกเหนือจากที่ได้รับจากทางราชการต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามการกระทำที่อาจจะก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์อันเนื่องมาจากการใช้หน้าที่และอำนาจในการปฏิบัติงาน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [857,739,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากนักเรียน ","ปัจจุบันพบว่าเด็กมีพฤติการณ์กินขนมหวานทั้งแบบบรรจุถุง/ซอง รวมทั้งน้ำอัดลม ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลเป็นจำนวนมาก โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป แม้กระทั่ง\\nในโรงเรียน ทำให้เด็กมีปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากหลายประการ ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของกรมอนามัย เรื่อง พัฒนาการของเด็กปฐมวัย พบว่าเด็กปฐมวัยที่ไม่พบปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากจะมีพัฒนาการ\\nที่ดีกว่าเด็กที่มีปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากถึง ๑.๔ เท่า และจากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปาก\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     แห่งชาติ ครั้งที่ ๘ พบว่าปัญหาโรคฟันผุในเด็กตั้งแต่อายุ ๓ ปี มีอัตราร้อยละ ๕๒.๙ และเด็กอายุตั้งแต่ ๕ ปี มีอัตราร้อยละ ๗๕.๖ แสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากของเด็กมีความสำคัญ \\nส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กจากการปวดฟัน ทำให้ทานอาหารไม่สะดวก การเจริญเติบโตช้าลง พัฒนาการไม่เหมาะสมกับวัย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ศึกษาธิการ ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงรุกในการดูแลสุขภาพฟันในช่องปากของเด็กปฐมวัยโดยเร็ว\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [858,738,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองประจันตคาม","จากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออก ได้รับการร้องเรียนกรณีปัญหาการจราจรติดขัดในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้เคยนำเรื่องดังกล่าวหารือในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ เมื่อวันอังคารที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ โดยกรมทางหลวงชนบทได้แจ้งผลการพิจารณาตามหนังสือ\\nกรมทางหลวงชนบท ที่ คค ๐๗๐๒/๔๓๗๖ ลงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๖ ว่าโครงการดังกล่าวมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๒.๒๐๐ กิโลเมตร เป็นถนนตัดใหม่ประมาณ ๐.๖๒๐ กิโลเมตร และขยายถนนเดิม \\n(ถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี) ประมาณ ๑.๕๘๐ กิโลเมตร แนวสายทางส่วนใหญ่ตัดผ่านที่ดินว่างเปล่าและทุ่งนา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ ๕๔.๒๕ ไร่ จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบกับแนวถนนโครงการตัดผ่านทางรถไฟ สมควรที่เทศบาลตำบลประจันตคามจะเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำเข้าวาระการประชุมของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ติดตามความคืบหน้าพบว่าโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับส่วนราชการหลายหน่วยงาน และต้องดำเนินการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินโครงการไม่น้อยกว่า ๕ ปี ในการสำรวจเบื้องต้น การตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การตั้งงบประมาณ การจ่ายค่าเวนคืน การสำรวจออกแบบก่อสร้าง และการก่อสร้าง ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลประจันตคาม จึงไม่สามารถเสนอเรื่องเพื่อจัดทำผังเมืองได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการเร่งรัดสำรวจออกแบบเพื่อให้ทราบเส้นทางที่ชัดเจน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนโครงการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [859,737,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขายน้ำกระท่อม","จากพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ โดยมาตรา ๒๔ กำหนดห้ามผู้ใดขายใบกระท่อม หรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า\\nสิบแปดปี (๒) สตรีมีครรภ์ (๓) สตรีให้นมบุตร และ (๔) บุคคลอื่นใดตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันประกาศกำหนด และมาตรา ๒๕ กำหนด\\nห้ามผู้ใดขายใบกระท่อมในสถานที่ โดยวิธีการ หรือในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ \\n(๑) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ (๒) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก \\n(๓) สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก (๔) ขายโดยใช้เครื่องขาย และ (๕) ขายในสถานที่ โดยวิธีการ หรือในลักษณะอื่นใด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันประกาศกำหนด ทั้งนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ประกาศ \\nณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ห้ามนำพืชกระท่อมมาผสมเป็นอาหาร ไม่ว่าจะนำมาต้มน้ำแล้วชง\\nเป็นแก้วขาย หรือการบรรจุขวดเป็นเครื่องดื่ม หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา ๕๐ จำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน – ๒ ปี และปรับตั้งแต่ ๕,๐๐๐ – ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันมีการขายน้ำใบกระท่อมเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) ดังนี้      \\n\t\t(๑) บริเวณซอยรามคำแหง ๒๔ หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อเนื่องถึงถนนศรีนครินทร์ ลักษณะร้านเป็นรถกระบะเปิดท้าย จอดริมถนน/สลับตั้งแผงขายบนฟุตบาท     \\n\t\t(๒) บริเวณซอยรามคำแหง ๒๔ หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อเนื่องถึงถนนพระรามเก้า\\nและลอดอุโมงค์ไปถนนพัฒนาการ มีการตั้งแผงขายทั้ง ๒ ฝั่งถนน จำนวน ๖ ร้าน กล่าวคือ แผงหลัก ๓ ร้าน (ลักษณะร้านตั้งแผงขายบนฟุตบาท มีร่ม และมีป้ายราคา) และแผงย่อย ๓ ร้าน (ลักษณะตั้งแผง\\nโดยรถจักรยานยนต์/คล้ายรถซาเล้ง บนฟุตบาท มีป้ายราคา)   \\n\t\t(๓) บริเวณซอยรามคำแหง ๖๕ หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อเนื่องถึง\\nซอยลาดพร้าว ๑๒๒ ถนนลาดพร้าว มีร้านหลัก ๒ ร้าน (ลักษณะเช่าแผงเป็นร้านถาวร/เช่าอาคารขาย) \\nแผงย่อยอีก ๔ – ๕ จุด กระจายบริเวณซอยรองของซอยรามคำแหง ๖๕  \\n            ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการตามกฎหมายในการกวดขัน และจับกุมผู้ที่จำหน่ายน้ำกระท่อมอย่างเด็ดขาด","กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [860,736,68,"นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณสี่แยกสะพานช้าง ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสระบุรี ขอให้แก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณสี่แยก\\nสะพานช้าง ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี สรุปความว่า บริเวณสี่แยกสะพานช้าง ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี มีอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณคอสะพานช้างมีลักษณะเป็นคอขวดและแคบ ทำให้การสัญจรของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วย\\nความยากลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สิน\\nเป็นจำนวนมาก   \\n\t\tเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางลงพื้นที่รับฟังสภาพปัญหา และหารือร่วมกับผู้อำนวยการแขวงการทางสระบุรี นายอำเภอบ้านหมอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร\\nบ้านหมอ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน สรุปสภาพปัญหาได้ดังนี้\\n\t\t๑. บริเวณดังกล่าวมีปัญหากระแสไฟฟ้าดับบ่อย ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะ\\nคนต่างพื้นที่ไม่คุ้นชินเส้นทางมีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุทางถนนได้\\n\t\t๒. ถนนที่ตัดผ่านสี่แยกทั้ง ๔ ด้าน มีช่องทางจราจรเพียง ๒ ช่องจราจร ถนนแคบ เมื่อรถยนต์\\nวิ่งสวนกัน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันได้\\n\t\t๓. ป้ายจราจรและป้ายเตือนความปลอดภัยมีจำนวนน้อยมาก และมีระยะกระชั้นชิดกับบริเวณจุดเกิดเหตุ หากขับรถยนต์ด้วยความเร็วอาจมองไม่เห็นป้ายดังกล่าว \\n\t\t๔. เส้นจราจรสีจาง มองไม่ชัดเจน \\n\t\t๕. อุปกรณ์แสงสว่าง ไฟส่องสว่าง มีไม่เพียงพอ \\n\t\tดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างยั่งยืน จึงเห็นควรขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักแผนงาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ประมาณการจำนวน ๖๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างและแก้ไขปรับปรุง ดังนี้ \\n\t\t๑) แผนระยะสั้น\t\t\\n\t\t๑.๑) ติดตั้งป้ายเตือนความปลอดภัย เพิ่มเติม \\n\t\t๑.๒) ตีเส้นจราจรใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น \\n\t\t\t๑.๓) เพิ่มเติมอุปกรณ์เกี่ยวกับแสงสว่าง เช่น เสาไฟฟ้า หรือเครื่องมือเพิ่มแสงสว่างอื่น ๆ \\n\t        ๑.๔) ขอให้เพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยการด้านความปลอดภัยทางถนน \\n\t\t๑.๕) ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการจราจรด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับอำเภอ \\nเพื่อสอดส่อง วิเคราะห์ ประเมินจุดเสี่ยง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม\\n\t\t๒) แผนระยะยาว\\n\t\t๒.๑) ขอให้มีการขยายความกว้างของสะพานและช่องทางการจราจร บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๒ จากจำนวน ๒ ช่องจราจร เป็นจำนวน ๔ ช่องจราจร \\n\t\t๒.๒) ขอให้มีการขยายช่องทางการจราจรบริเวณช่วงคอสะพาน จากจำนวน ๒ ช่องจราจร เป็นจำนวน ๔ ช่องจราจร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [861,735,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗","ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั้งสิ้น ๔๙ จังหวัด ๓,๒๖๓ แห่ง มีบุคลากรสาธารณสุขที่ถ่ายโอนจำนวน ๑๑,๙๒๘ อัตรา ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ที่พอใจและไม่พอใจ ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  รพ.สต. หลายแห่งต้องลดการบริการลง เพราะเจ้าหน้าที่ที่ประสงค์ถ่ายโอนมีจำนวนน้อย \\nจึงหาบุคลากรทดแทนไม่ทัน โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยและนักกายภาพบำบัดซึ่งไม่ประสงค์ขอถ่ายโอนทั้งหมด การให้บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หลายแห่งจึงงดไป โดยเฉพาะวันเสาร์และ\\nวันอาทิตย์ ทำให้ผู้ป่วยต้องไปใช้บริการที่โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) แทน ส่งผลให้ต้องเดินทางไกลขึ้นและเพิ่มค่าใช้จ่าย จากการประเมินของคณะอนุกรรมการ MIU (Ministry of Public Health Unit) ด้านการถ่ายโอนภารกิจฯ และ HITAP (Health Intervention and Technology Assessment Program) ภายใต้สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้ถ่ายโอนไปแล้วแจ้งความประสงค์ขอกลับไปยังกระทรวงสาธารณสุขถึงร้อยละ ๔๐ อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประเมินผลจากคณะกรรมการกระจายอำนาจ ซึ่งยัง\\nไม่แล้วเสร็จ เพราะการประเมินผลที่แท้จริงนั้นทำได้ยาก เพราะกระทรวงสาธารณสุขยังคงให้ความช่วยเหลือองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ เพราะต้องการให้การถ่ายโอนไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ต้องรอการตั้งรัฐบาลชุดใหม่จึงจะดำเนินการถ่ายโอน ซึ่งมีองค์การบริหาร\\nส่วนจังหวัด ๑๕ จังหวัด ขอถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน ๕๒๒ แห่ง ข้าราชการ จำนวน ๑,๘๖๗ อัตรา ลูกจ้าง จำนวน ๑,๒๖๔ อัตรา ดังนั้น จึงขอหารือ ดังนี้\\n \t\t๑. การถ่ายโอนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ\\nจากโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) จำนวน ๑,๓๕๖ คน \\nเช่น วิสัญญีพยาบาล พยาบาลห้องฉุกเฉินและพยาบาลห้องผ่าตัด เป็นต้น ได้ถือโอกาสเข้าร่วมการถ่ายโอนไปด้วย \\nทั้งที่งานของตนไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ส่งผลทำให้กระทรวงสาธารณสุขสูญเสียบุคลากรที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณในการฝึกอบรมไปอย่างน่าเสียดาย มีผลกระทบต่อ\\nงานประจำในโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เป็นต้นสังกัด และต้องสรรหาบุคลากรใหม่มาฝึกอบรม จึงขอสอบถามว่า\\nในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีกหรือไม่\\n\t\t๒. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ มีเจ้าหน้าที่ที่ขอถ่ายโอนแจ้งความประสงค์ขอถอนชื่อ \\nแต่คณะอนุกรรมการส่งเสริมการถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด เพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่ยังไม่ได้จัดทำงบประมาณการถ่ายโอนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ \\nในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... ที่อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรี อีกทั้งการตั้งคณะรัฐมนตรีก็มีความล่าช้า ส่งผลให้การพิจารณางบประมาณของสภาล่าช้าไปด้วย การบังคับบุคลากรจากสังกัดอื่นที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ น่าจะเกิดปัญหาต่อการบริการประชาชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บุคลากร\\nที่ขอถอนชื่อควรได้รับการอนุมัติ และ รพ.สต.ที่ถูกชี้ให้ถ่ายโอนไป หากไม่มีเจ้าหน้าที่สมัครใจ ก็ควรถอนชื่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ออก และไม่ควรปล่อยให้มีการถ่ายโอนไปโดยไม่มีบุคลากร\\nแล้วนำบุคลากรจากหน่วยงานอื่นมาทำงานแทน ดังเช่นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เห็นด้วยกับการถ่ายโอนบุคลากรไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพราะในระยะยาวการถ่ายโอนจะทำให้ รพ.สต. ได้รับงบประมาณมากกว่าการที่อยู่กับกระทรวงสาธารณสุข แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามความพร้อมของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนไม่ใช่ดำเนินการอย่างเร่งรีบและขาดการเตรียมการของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังคงมีปัญหาอื่นอีกเป็นจำนวนมาก","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [862,734,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ติดตามความคืบหน้าการเปลี่ยนชื่อเกาะพะงันให้กลับมาถูกต้อง","เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้ปรึกษาหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับการที่ประชาชน จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนชื่ออำเภอ “เกาะพะงัน” ซึ่งสะกดผิดตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ให้กลับมาถูกต้องเป็นอำเภอ “เกาะพงัน” ซึ่งบัดนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาครบ ๑ ปี แล้ว โดยในบันทึก\\nการเสด็จชวาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี ๒๔๖๘ ระบุว่า “เรือมาถึงเกาะพงัน\\nเวลาเกือบ ๕ โมง...” วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๓ ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอระบุในเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า “จังหวัดสุราษฎร์ธานี” \\nตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ๑ แห่ง ให้เรียกชื่อว่า “กิ่งอำเภอเกาะพงัน” ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๗ \\nตอนที่ ๙๐ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๓ หน้า ๒๗๙๐ ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศพระราชกฤษฎีกา\\nตั้งอำเภอปลายพระยา อำเภอห้วยเม็ก อำเภอละแม อำเภอแม่จริม อำเภอหนองกี่ อำเภอโคกปีบ \\nอำเภอเกาะพะงัน อำเภอสนม อำเภอโซ่พิสัย อำเภอโนนสะอาด และอำเภอนาจะหลวย พ.ศ. ๒๕๒๐ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๓๑ วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๐) โดยมาตรา ๓ (๗) กำหนดให้ตั้งกิ่งอำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอำเภอเกาะพะงัน จึงทำให้มีการใช้คำว่า “เกาะพะงัน” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่งเป็นการสะกดผิดมาจนถึงปัจจุบัน โดยการที่เคยหารือครั้งก่อนนั้น ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้มีการแก้ไขให้ถูกต้องเนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน \\nและเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ กรมการปกครองได้มีหนังสือแจ้งว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เคยทำหนังสือแจ้งไปยังกรมการปกครอง เพื่อขอเปลี่ยนชื่ออำเภอที่สะกดผิดให้กลับมาถูกต้อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ และเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ แต่ขาดหลักฐานเอกสารอ้างอิง กรมการปกครองจึงแจ้งให้จังหวัด\\nส่งเอกสารอ้างอิงเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ กรมการปกครองได้ติดตามสอบถามเป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีความล่าช้าเป็นอย่างมากทั้งที่หลักฐานแสดงถึงความผิดพลาดคลาดเคลื่อนนั้น ได้ปรากฏอย่างชัดเจนในราชกิจจานุเบกษาดังกล่าว รวมถึงหลักฐานบันทึกเรื่อง “ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๖๘) ซึ่งเป็นหลักฐานสาธารณะ สามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ทันที ดังนั้น ขอติดตามความคืบหน้าในการเปลี่ยนชื่อเกาะพะงันให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีความสลับซับซ้อนใด ๆ สมควรที่จะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องในระยะเวลาอันสมควร อันเป็นการสะท้อน\\nถึงประสิทธิภาพในการบริหารงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [863,733,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดเก็บภาษีที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน","พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐสามารถหารายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จะมีการจัดเก็บภาษีในอัตราสูงกว่าที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ทำให้ประชาชนนำที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาทำการเกษตร แต่พื้นที่ป่าชายเลนในที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชนนั้นไม่เข้าข่ายนิยามพื้นที่เกษตรกรรมตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงถูกประเมินให้เป็นลักษณะที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ ซึ่งมีอัตราภาษีสูงกว่าที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ทำให้ประชาชนเกรงว่าจะเสียภาษีเป็นจำนวนมาก จึงได้ตัดและแผ้วถางป่าชายเลนเพื่อนำที่ดินไปทำการเกษตร เพื่อให้สามารถเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง \\nส่งผลให้พื้นที่ป่าชายเลนมีจำนวนลดลง ซึ่งพื้นที่ป่าชายเลนมีความสำคัญโดยเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ เป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตามธรรมชาติ เป็นแหล่งดูดซับน้ำเสีย และดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n\t\t๑. ขอให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินในพื้นที่\\nป่าชายเลนออกไปก่อน ทั้งนี้ หากกำหนดให้ป่าชายเลนไม่ใช่ที่ดินรกร้างว่างเปล่า แต่เป็นที่ดินป่าที่มี\\nความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับป่าไม้หรือป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อลดการจัดเก็บภาษี จะทำให้ลดการทำลายพื้นที่ป่าชายเลน\\n\t\t๒. ขอให้มีการแก้ไขประกาศกระทรวงการคลังและประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม โดยเพิ่มบัญชีแนบท้าย ก ลำดับที่ ๕๒ ว่าด้วยป่าชายเลน \\n\t\t๓. ขอให้แก้ไขพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงโดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีพื้นที่ป่าชายเลน ","กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [864,732,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายส่งเสริมบุคลากรในวงการลูกเสือเพื่อสนับสนุนการสร้างพลเมืองของชาติ","กระบวนการลูกเสือเป็นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ฝึกฝนเด็ก\\nและเยาวชน ให้เติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติ ซึ่งขณะนี้มี ๑๗๑ ประเทศทั่วโลก ที่มีการจัดฝึกอบรมกระบวนการ ลูกเสือ โดยมีเด็กและเยาวชนกว่า ๔๐ ล้านคน ที่ได้รับการฝึกอบรมกระบวนการลูกเสือเพื่อเติบโตไปเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ซึ่งปัจจุบันการลูกเสืออยู่ภายใต้การดูแลขององค์การลูกเสือโลก (World Organization of the Scout Movement, WOSM) สำหรับประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติและสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว นอกจากนี้ ที่รัฐสภาได้มีการจัดตั้งชมรมลูกเสือรัฐสภาไทย ซึ่งเมื่อวันที่ ๑ - ๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ได้เดินทางไปประชุมสหภาพลูกเสือรัฐสภาโลก (World Scout Parliamentary Union \\n– WSPU) โดยที่ประชุมได้มุ่งเน้นให้สถาบันนิติบัญญัติของแต่ละประเทศเข้ามาสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ กิจการลูกเสือในเรื่องของการติดตาม การให้คำปรึกษา ดูแล และกำกับทิศทางในการที่จะทำให้เกิด\\nการรับผิดชอบดูแลการพัฒนาลูกเสือ พร้อมกับติดตามการใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือของทางราชการ อย่างไรก็ดี ในหลายประเทศกิจการลูกเสือดำเนินการภายใต้สมาคมเท่านั้น แต่สามารถดำเนินกิจการลูกเสือได้อย่างเข้มแข็งเพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นอย่างดี อาทิ ประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีฐานะเป็นประธานกรรมการบริหาร\\nลูกเสือแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๕ (๑) แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยตำแหน่ง \\nว่าคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติและสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ โดยขับเคลื่อนภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทางหรือนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทางการลูกเสือ\\nที่สนใจจะให้การสนับสนุนกิจการลูกเสือ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกรูปแบบการศึกษา \\nในการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของชาติตามวิสัยทัศน์ที่ได้กำหนดไว้อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [865,731,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาของการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไข","การลงพื้นที่พบหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบข้อมูลการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่กระทรวงศึกษาธิการ โดยแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งบางคนมีความเห็นว่าวิชาประวัติศาสตร์ไม่จำเป็น\\nต้องแยก และบางคนมีความเห็นว่าการเรียนวิชาประวัติศาสตร์เป็นสิ่งล้าหลัง มอมเมาเยาวชน ประชาชน และมีคำถามว่า ถ้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้ว ผู้เรียนจะได้อะไร จึงขอเรียนว่า สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ คือ \\n\t\t๑. ผู้เรียนจะได้รับรู้ รับทราบ และเข้าใจถึงความเป็นมาและวิวัฒนาการของท้องถิ่น \\nและประเทศชาติว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อจะได้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ข้อผิดพลาด เพื่อนำมาแก้ไข\\nและพัฒนา\\n\t\t๒. ผู้เรียนจะได้รับรู้ถึงการเสียสละของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตที่ก่อตั้งรวมทั้งกอบกู้บ้านเมือง \\nอันเป็นการเสียสละของบรรพบุรุษ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยให้คงอยู่ \\n\t\t๓. สร้างความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผลว่า การเรียนวิชาประวัติศาสตร์จะพัฒนาไปสู่เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นแบบวิถีของคนไทย และธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์\\n\t\tทั้งนี้ ได้มีครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ\\nด้านการศึกษาเพื่อนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๔ ข้อ คือ\\n๑.\tควรจัดให้มีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิตสื่อการเรียนการสอน\\nโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และควรสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอน นำนักเรียนไปสู่แหล่งการเรียนรู้ \\nโดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองในลักษณะ Active Learning \\n๒.\tขอให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม นิเทศก์ และให้กำลังใจครูและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะได้ทราบปัญหาอุปสรรค และต่อยอดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์\\n๓.\tควรมีนโยบายในการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้ครูมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพ \\nในการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และต้องคำนึงว่าครูเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน\\nให้มีศักยภาพ และมีครูบางท่านได้ถ่ายทอดวิชาประวัติศาสตร์แก่เด็กนักเรียน โดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน บิดเบือน นักเรียนเข้าใจผิด และหลงผิด เกิดความชังชาติ รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และหากมีครูท่านใดประพฤติหรือกระทำการดังกล่าว ขอให้รัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรง\\n๔.\tปัจจุบันมีกลุ่มการเมืองเข้าไปในสถานศึกษา โดยอ้างว่าเพื่อเข้าไปสอนวิชาประวัติศาสตร์ \\nและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่นักเรียน ซึ่งอาจทำให้เด็กเข้าใจผิดหรือหลงผิดในชาติบ้านเมืองหรือการปกครอง ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรง ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการ และกำชับให้สถานศึกษากลั่นกรอง หากจะรับบุคคลใด หรือกลุ่มการเมืองใดเข้าไปในสถานศึกษา\\nเพื่อกระทำการดังกล่าว ขอให้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจัง","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [866,730,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","กรณีการรับเด็กไร้สถานะเข้ารับการศึกษา","สถิติอัตราการเกิดของเด็กไทยน้อยลงจากล้านกว่าคนต่อปี ลดลงเหลือห้าแสนคนต่อปีต่อประชากรไทย ทำให้จำนวนเด็กที่เข้าเรียนจึงลดน้อยลง โรงเรียนหลายแห่งกลัวจะถูกยุบ จึงหา\\nทางออกด้วยการหาเด็กจากที่อื่นเพื่อเข้ามารับการศึกษา \\n\t\t\tกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ และพบว่ามีเด็กนักเรียนเพียง ๑๒ คน\\nจึงหารือกับกรรมการมูลนิธิสระแก้วจังหวัดอ่างทองและกรรมการโรงเรียน พบว่า วิธีปฏิบัติ คือการนำเด็กข้ามชาติหรือจากพื้นที่ห่างไกลเข้ามาเรียน จึงได้ประสานไปยังศิษย์เก่าของโรงเรียนที่อยู่อำเภอแม่สลอง \\nจังหวัดเชียงราย เพื่อประสานขอรับเด็กเข้ามาเรียนที่จังหวัดอ่างทอง โดยรุ่นที่ ๑ จำนวน ๓๕ คน รุ่นที่ ๒ จำนวน ๙๐ กว่าคน รวมจำนวน ๑๒๖ คน โดยปัจจุบันเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรในประเทศไทย แต่เดิมถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กไทยหรือไม่ จะใช้เลข ๐ นำหน้า เรียกว่า เด็กหัว ๐ และเมื่อใด\\nที่เด็กหัว ๐ เข้ารับการศึกษา และเปลี่ยนจากเลข ๐ เป็นอักษรภาษาอังกฤษ ตัว G ตามด้วยเลข ๑๒ หลัก \\n\t\t\t\tจากนั้นได้มีการฟ้องร้อง อันมีเหตุสงสัยถึงจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ว่ามีการนำเด็กเข้ามาอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองได้นัดประชุม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทองได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนในข้อหาที่รุนแรง คือ ลักลอบพาคนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และค้ามนุษย์ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n\t\t\t๑. ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียน เนื่องจากได้มีการสืบสวนแล้วว่า \\nไม่ได้มีกระบวนการค้ามนุษย์ เป็นกระบวนการนำพาเด็กเป็นปกติเช่นที่เคยปฏิบัติมา \\n                        ๒.กรณีเป็นเด็กต่างด้าวมี ๓ ประเภท คือ \\n              \t\t\tประเภทที่ ๑ กรณีเป็นเด็กต่างด้าวข้ามมาเรียนที่ฝั่งไทยและข้ามกลับประเทศในตอนเย็น \\n                                ประเภทที่ ๒ กรณีตามพ่อแม่มาใช้แรงงาน เช่น จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด บุตรจะได้สิทธิ์เข้าเรียนโดยใช้เอกสารตามระเบียบในการสมัคร \\n\t  \t\t\tประเภทที่ ๓ คือ กรณีการรับเด็กจากพื้นที่ห่างไกลมาเรียน เช่นจากจังหวัดเชียงราย\\nมาเรียนที่จังหวัดอ่างทอง ทั้งที่โรงเรียนในจังหวัดเชียงรายยังมีที่ว่างเป็นจำนวนมาก ในประเด็นนี้มีข้อเสนอ\\nว่ากระทรวงศึกษาธิการควรมีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับโรงเรียนที่ห่างไกล ไม่ควรรับเด็กข้ามจังหวัด เพราะเด็ก\\nอยู่ในพื้นที่ใดควรเรียนพื้นที่นั้น หรือเด็กอักษร G คือ เด็กไร้สถานะบุคคล ควรเรียนในละแวกชายแดนนั้นหรือพื้นที่ที่เด็กอยู่ใกล้ที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [867,729,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการพิสูจน์ความจนในสังคมที่เต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย","กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์\\nการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๒ ง ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ว่าต้องเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้\\nไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ\\nเป็นผู้กำหนด ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง\\n \t\t\tทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้ระบบคัดกรองเพื่อให้บุคคลเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้ก่อให้เกิดปัญหามาโดยตลอด เป็นเหตุให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นศรัทธา เพราะที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับการคัดกรอง\\nว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนและมีสิทธิได้รับสวัสดิการของรัฐ ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ หรือเครือข่ายของนักการเมืองท้องถิ่นหรือข้าราชการ ขณะที่ประชาชนระดับรากหญ้าซึ่งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มักจะถูกคัดออกโดยปริยาย ดังเห็นได้จากกรณีการลงทะเบียนขอรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ \\nที่ปรากฏว่าประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการจัดสวัสดิการดังกล่าว ประกอบกับสภาพสังคมไทย\\nในปัจจุบันที่แม้จะมีน้ำใจงดงาม แต่มักจะเจือปนด้วยความอิจฉา มีการเลือกปฏิบัติ เลือกที่รักมักที่ชัง \\nเล่นพรรคเล่นพวก ตลอดจนมีการใช้ระบบอุปถัมภ์และการใช้เส้นสาย ด้วยเหตุนี้ จึงเกรงว่าการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกปฏิบัติ การใช้ระบบอุปถัมภ์ และการใช้เส้นสาย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวน และใช้ความระมัดระวังในการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งของผู้มีสิทธิจะได้รับเงิน\\nเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยมีข้อเสนอแนะว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรเป็นระบบสวัสดิการถ้วนหน้า ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทุกคน ย่อมมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยรัฐควรกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ไม่มีคุณสมบัติ ได้แก่ ผู้ที่แจ้งสละสิทธิการรับเงินเบี้ยยังชีพ และบุคคลอื่นที่ไม่มีคุณสมบัติ จะถูกคัดออกภายหลังจากที่กำหนดให้เป็นระบบสวัสดิการถ้วนหน้าแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แทนที่จะใช้การคัดคนเข้า \\nควรเปลี่ยนเป็นการคัดคนออก น่าจะมีความเหมาะสมกว่า","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [868,728,148,"นายลักษณ์ วจนานวัช","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งสภาการสัตวบาลตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕","พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยในบทเฉพาะกาล มาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้มีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสภาการสัตวบาลตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ซึ่งคณะกรรมการตามบทเฉพาะกาลดังกล่าว มีหน้าที่และอำนาจในการออกข้อบังคับเท่าที่จำเป็นและดำเนินการให้ได้มา\\nซึ่งกรรมการของสภาการสัตวบาล ตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ภายในระยะเวลา ๑๕๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลใช้บังคับ กล่าวคือ ภายในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๖ ซึ่งปัจจุบัน ได้ล่วงเลยระยะเวลามาพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่มีการสรรหาหรือจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาการสัตวบาลตามมาตรา ๑๕ เพื่อทำหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่อย่างใด จึงมีความห่วงใยว่า หากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสภาการสัตวบาลอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาบุคลากร ด้านการสัตวบาลให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อประโยชน์ต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยง และควบคุมมิให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ด้านการสัตวบาล อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศตามเหตุผลและความจำเป็น ในการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินการสรรหาหรือจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ\\nสภาการสัตวบาล ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล \\nพ.ศ. ๒๕๖๕ โดยเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [869,727,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การป้องปรามการประพฤติมิชอบจากการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","จากในระยะนี้สื่อมวลชนได้มีการรายงานข่าวปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์\\nเป็นจำนวนเงินที่สูงของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาเหตุประการหนึ่งมาจากการที่มาตรการปราบปรามการเรียกรับสินบนของรัฐมีความล่าช้า และขาดพยานหลักฐานที่จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในกรณีดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้องค์การสหประชาชาติ \\nได้เสนอแนะในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งประเทศไทยได้ให้\\nความเห็นชอบและเป็นรัฐภาคีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ความว่า “รัฐภาคีต้องจัดให้มีมาตรการและระบบ\\nที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องจัดทำคำแถลงถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากการทำงานไม่ว่าจะเป็นการลงทุน สินทรัพย์ ของขวัญ หรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์\\nในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง” ด้วยเหตุนี้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐ บัญญัติ\\nให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑ อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการเรียกรับผลประโยชน์อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดในการตรา\\nพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และอนุวัติกฎหมายต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติ\\nว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งหากดำเนินการตามมาตรการนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว \\nปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบเจ้าหน้าที่ของรัฐจะลดลงได้อย่างรวดเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [870,726,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาของการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไข","การลงพื้นที่พบหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบข้อมูลการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่กระทรวงศึกษาธิการ โดยแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งบางคนมีความเห็นว่าวิชาประวัติศาสตร์ไม่จำเป็น\\\\nต้องแยก และบางคนมีความเห็นว่าการเรียนวิชาประวัติศาสตร์เป็นสิ่งล้าหลัง มอมเมาเยาวชน ประชาชน และมีคำถามว่า ถ้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้ว ผู้เรียนจะได้อะไร จึงขอเรียนว่า สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ คือ \\\\n\t\t๑. ผู้เรียนจะได้รับรู้ รับทราบ และเข้าใจถึงความเป็นมาและวิวัฒนาการของท้องถิ่น \\\\nและประเทศชาติว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อจะได้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ข้อผิดพลาด เพื่อนำมาแก้ไข\\\\nและพัฒนา\\\\n\t\t๒. ผู้เรียนจะได้รับรู้ถึงการเสียสละของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตที่ก่อตั้งรวมทั้งกอบกู้บ้านเมือง \\\\nอันเป็นการเสียสละของบรรพบุรุษ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยให้คงอยู่ \\\\n\t\t๓. สร้างความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผลว่า การเรียนวิชาประวัติศาสตร์จะพัฒนาไปสู่เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นแบบวิถีของคนไทย และธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์\\\\n\t\tทั้งนี้ ได้มีครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ\\\\nด้านการศึกษาเพื่อนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๔ ข้อ คือ\\\\n๑.\tควรจัดให้มีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิตสื่อการเรียนการสอน\\\\nโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และควรสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอน นำนักเรียนไปสู่แหล่งการเรียนรู้ \\\\nโดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองในลักษณะ Active Learning \\\\n๒.\tขอให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม นิเทศก์ และให้กำลังใจครูและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะได้ทราบปัญหาอุปสรรค และต่อยอดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์\\\\n๓.\tควรมีนโยบายในการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้ครูมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพ \\\\nในการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และต้องคำนึงว่าครูเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน\\\\nให้มีศักยภาพ และมีครูบางท่านได้ถ่ายทอดวิชาประวัติศาสตร์แก่เด็กนักเรียน โดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน บิดเบือน นักเรียนเข้าใจผิด และหลงผิด เกิดความชังชาติ รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และหากมีครูท่านใดประพฤติหรือกระทำการดังกล่าว ขอให้รัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรง\\\\n๔ปัจจุบันมีกลุ่มการเมืองเข้าไปในสถานศึกษา โดยอ้างว่าเพื่อเข้าไปสอนวิชาประวัติศาสตร์ \\\\nและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่นักเรียน ซึ่งอาจทำให้เด็กเข้าใจผิดหรือหลงผิดในชาติบ้านเมืองหรือการปกครอง ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรง ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการ และกำชับให้สถานศึกษากลั่นกรอง หากจะรับบุคคลใด หรือกลุ่มการเมืองใดเข้าไปในสถานศึกษา\\\\nเพื่อกระทำการดังกล่าว ขอให้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจัง","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [871,725,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาสัดส่วนการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานภาครัฐที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ","จากเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบรายงาน\\nของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพบว่าสถิติการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่กำหนดสัดส่วนการจ้างงานคนพิการไว้ว่า \\nถ้าหน่วยงานมีพนักงาน ๑๐๐ คน จะต้องจ้างงานคนพิการ ๑ คน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ หน่วยงานของรัฐมีการจ้างงานคนพิการสูงถึงร้อยละ ๘๔ และหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๖๑ พบว่าสถิติการจ้างงานคนพิการ\\nในหน่วยงานของรัฐลดลงอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่าการจ้างงานคนพิการในหน่วยงาน\\nของรัฐลดลงเหลือเพียงร้อยละ ๒๑ ซึ่งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\nพ.ศ. ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนจะต้องมีการจ้างงานคนพิการ \\nหรือหากไม่สามารถจ้างงานคนพิการ จะต้องจัดสถานที่เพื่อให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ หรือกรณีที่หน่วยงานไม่สามารถจ้างงานคนพิการและไม่สามารถจัดสถานที่ให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการได้ จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแทน ซึ่งหน่วยงานเอกชนมีการนำส่งเงินส่วนนี้เข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในขณะที่หน่วยงานของรัฐไม่มีการนำส่งเงินส่วนนี้เข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยปัจจุบันกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนหนึ่ง แต่กระทรวงการคลังได้มีคำสั่งให้กองทุนที่มีทุนหมุนเวียน\\nที่มีสภาพคล่องเกินความจำเป็นต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ซึ่งรวมถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้วย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๓ (๔/๑) \\nและมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ นอกจากนี้ \\nในอนาคตหากมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่ดำเนินการจ้างงานคนพิการ หรือไม่จัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้า\\nหรือบริการให้แก่คนพิการ จะต้องถูกปรับลดงบประมาณลงตามสัดส่วนที่จะต้องมีการจ้างงานคนพิการ \\nทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกับภาคเอกชนในกรณีที่ไม่สามารถจ้างงานคนพิการ หรือไม่จัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่คนพิการ จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [872,724,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๓ ตอนปากพลี - อำเภอประจันตคาม (แนวใหม่)","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กล่าวคือ โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๓ หรือ ถนนสุวรรณศร เป็นโครงข่ายทางหลวงสายหลัก\\nที่เชื่อมพื้นที่ภาคกลางกับพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกและเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงเอเชีย หมายเลข AH1 (Asian Highway1: AH1) ซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานคร นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ไปยังประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม โดยกรมทางหลวงมีแผนปรับปรุงทางหลวง\\nให้เป็น ๔ ช่องจราจรตลอดเส้นทาง แต่เนื่องจากในช่วงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ ช่วงปากพลี - \\nอำเภอประจันตคาม มีเขตต้นไม้ใหญ่ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ กรมทางหลวงจึงมีโครงการก่อสร้างแนวใหม่ โดยรัฐบาลได้อนุมัติโครงการก่อสร้างดังกล่าวแล้ว เป็นทางหลวง ๔ ช่องการจราจร\\nตลอดเส้นทาง ระยะทาง ๒๘ กิโลเมตร การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ ได้แก่ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๔๘ ๘๐๐ ถึง กิโลเมตรที่ ๑๕๔ ๕๐๐ ระยะทาง ๖ กิโลเมตรเศษ และ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๖๑ ๖๐๐ ถึง กิโลเมตรที่ ๑๖๘ ๐๐ ระยะทาง ๖ กิโลเมตรเศษ รวมระยะทางทั้ง ๒ ช่วง ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ยังคงเป็นถนน ๒ ช่องจราจร ทั้งที่ควรมี ๔ ช่องจราจร อันเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสี่แยกบ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่า “สี่แยกร้อยศพ” โดยกรมทางหลวงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ด้วยการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าว เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุในเบื้องต้น นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังมีจุดตัด – ทางแยก \\nที่มีการจราจรหนาแน่นมาก ได้แก่ \\n\t\tแยกที่ ๑ จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๑๙ เส้นทางปราจีนบุรี - ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี \\n\t\tแยกที่ ๒ จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๒๐ จากจังหวัดปราจีนบุรี ไปยัง กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ (ค่ายพรหมโยธี) ไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ \\n\t\tแยกที่ ๓ จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๒ จากจังหวัดปราจีนบุรี ไปยัง แยกห้วยขื่อ  อำเภอประจันตคาม และอำเภอกบินทร์บุรี \\n\t\tดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถในเส้นทางดังกล่าว ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย จึงขอให้ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n                ๑. ขอให้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๓ ตอนปากพลี - \\nอำเภอประจันตคาม (แนวใหม่) ในช่วงที่ยังเว้นว่างอยู่ ๒ ช่วง รวมระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร \\nให้เป็นทางหลวง ๔ ช่องจราจรตลอดเส้นทาง\\n\t\t๒. ขอให้พิจารณาการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกบริเวณจุดตัด - ทางแยก จำนวน \\n๓ ทางแยกดังกล่าวข้างต้น \\n\t\t๓. ขอให้ปรับปรุงการติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกบ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [873,723,120,"นายพลเดช ปิ่นประทีป","ความเดือดร้อนของประชาชน","ช้างพลายเอกชัย","เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน \\nในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้รับเรื่องร้องทุกข์\\nจากนายธนบดี  พรหมสุข ประธานกรรมการศูนย์อนุรักษ์ช้าง ตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม \\nและประธานกรรมการ บริษัท ช้างทองคำ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นเจ้าของและครอบครองช้างพลายเอกชัย แจ้งว่าช้างพลายเอกชัย เป็นช้างที่มีคชลักษณ์เข้าลักษณะ “ช้างสำคัญ” ครบถ้วนทั้ง ๗ ประการ ประกอบด้วย (๑) ตาขาว (๒) เพดานขาว (๓) เล็บขาว (๔) ขนขาว (๕) พื้นหนังขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ (๖) ขนหางขาว \\nและ (๗) อัณฑโคตร์ขาว ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นช้างเผือกคู่พระบารมี\\nในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ แต่การดำเนินการกลับประสบปัญหาอุปสรรคนานัปการ จนเวลาล่วงเลยมากว่า ๖ ปี รวมทั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการข่มขู่ คุกคามต่อพลายเอกชัย เจ้าของ และผู้ดูแล จึงได้ร้องทุกข์ต่อวุฒิสภา เพื่อหวังเป็นที่พึ่ง\\n\tความเป็นมา\t\\n\tพลายเอกชัย ปัจจุบันมีอายุ ๓๘ ปี เดิมชื่อ พลายบุญยง มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดกระบี่ \\nเมื่อปี ๒๕๕๒ บริษัท ช้างทองคำ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ซื้อพลายบุญยง และเปลี่ยนชื่อเป็น “พลายเอกชัย” \\nโดยย้ายมาอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ต่อมาในปี ๒๕๖๐ เจ้าของเริ่มสังเกตเห็นว่าพลายเอกชัยเป็นช้าง\\nสีประหลาด กล่าวคือ มีคชลักษณ์ปรากฏขึ้นครั้งละหนึ่งถึงสองประการ จนกระทั่งในที่สุดครบทั้ง ๗ ประการ จึงมั่นใจว่าพลายเอกชัย เป็น “ช้างสำคัญ” ตามพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ จึงมีความประสงค์ที่จะน้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ให้ทันกับช่วงเวลาพระราชพิธีบรมราชาภิเษก\\n \tหลังจากนั้น ในปี ๒๕๖๑ นายอำเภอวาปีปทุม และผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม \\nได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจ้งสำนักพระราชวังให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบคชลักษณ์ และต่อมา ในปี ๒๕๖๒ ได้มีหนังสือถึงสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสุขภาพช้าง\\nและขอคำแนะนำ ระหว่างนั้นได้มีปัญหาอุปสรรคหลายประการ รวมทั้งถูกกลั่นแกล้ง ปองร้ายหมายชีวิต\\nทั้งช้างและผู้ดูแล โดยช้างในปาง จำนวน ๙ เชือก รวมถึงพลายเอกชัย ถูกคนร้ายลอบวางยาพิษ เป็นเหตุให้ช้างล้มตายไปถึง ๓ เชือก ช้างที่เหลือล้มป่วย ผอมโซ ถ่ายเป็นเลือด ซึ่งผลการชันสูตรของสัตวแพทย์\\nได้สันนิษฐานว่า ช้างได้รับสารพิษในกลุ่มแลนเนท (Lannate) โดยเหตุการณ์ดังกล่าว พลายเอกชัยต้องรับการรักษาพยาบาลเป็นเวลานานหลายเดือน\\n \tในปี ๒๕๖๕ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมานาน อีกทั้งช้างและคนได้ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง \\nจึงตัดสินใจนำพลายเอกชัยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งระหว่างนั้นยังคงถูกสกัดกั้นตลอดเส้นทาง เมื่อเดินทางถึงกรุงเทพมหานครได้พักแรม ณ วัดเบญจมบพิตร เป็นเวลา \\n๒ วัน โดยสำนักพระราชวังรับทราบและได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแล ปัจจุบันพลายเอกชัยได้ย้ายมาพักชั่วคราว ณ บ้านเลขที่ ๕ หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยคหบดีผู้ใจบุญได้อนุญาต\\nให้ใช้สถานที่ชั่วคราว ต่อมา “ชมรมทำความดีเพื่อแผ่นดิน” ได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี \\nและกระทรวงวัฒนธรรม จนกระทั่งกรมศิลปากรได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการสมโภชช้าง” เพื่อรองรับ โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งย้ำไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ว่าในเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ริเริ่มกระบวนการตามขั้นตอนของทางราชการมา\\nตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอตรวจสอบคชลักษณ์ อีกทั้งได้เตือนให้เจ้าของช้างหยุดการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ แต่ชาวบ้านที่ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวกลับมีความรู้สึกว่ายิ่งเงียบก็ยิ่งมีความเสี่ยง\\nที่จะเกิดอันตรายต่อช้างและคน\\n\tต่อมา ในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นายพลเดช  ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเยี่ยมชมความสง่างามของพลายเอกชัย รวมทั้งหาแนวทางช่วยเหลือบรรเทาทุกข์\\nและความเดือดร้อนของบุคคลที่เกี่ยวข้อง\\n \tเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ สถานีวิทยุและโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์ได้รายงานข่าวเหตุการณ์ชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง จำนวน ๕ - ๖ คน บุกเข้าไปยังปางช้างแก่งคอย ด้วยท่าทีไม่น่าไว้วางใจ จนทำให้พลายเอกชัยและผู้ดูแล ตลอดจนชาวบ้านที่มาเยี่ยมชม เกิดความตระหนกตกใจ \\n\tด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการดูแลรักษาความปลอดภัยของพลายเอกชัย ผู้ดูแล และผู้เกี่ยวข้องด้วยความเอาใจใส่ พร้อมกับเร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบคชลักษณ์ของพลายเอกชัย เพื่อน้อมเกล้าถวายตามขั้นตอนของกฎหมายโดยมิชักช้า","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [874,722,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","เรื่อง ขอให้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่อาคารผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ปัญหาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้พบว่า โรงพยาบาลเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ มีจำนวนประชาชนที่มาใช้บริการปีละกว่า ๓๐,๐๐๐ คน โดยแต่เดิม โรงพยาบาลเชียงขวัญไม่มีอาคารผู้ป่วยในสำหรับรองรับผู้ป่วย\\nที่มีอาการหนักไม่สามารถกลับไปพักรักษาที่บ้านได้ และไม่สามารถส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษา\\nที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดได้ ผู้อำนวยการและบุคลากรของโรงพยาบาลเชียงขวัญ ตลอดจนภาครัฐ\\nและภาคเอกชน ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของอาคารผู้ป่วยในเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมระดมทุนจำนวน ๕ ล้านบาทเศษ ดำเนินการจัดสร้างอาคารผู้ป่วยใน เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน\\nในพื้นที่ เป็นอาคารขนาด ๑๐ เตียง ประกอบด้วยห้องรวม ๑ ห้อง (๔ เตียง) ห้องพิเศษคู่ ๒ ห้อง (๔ เตียง) และห้องพิเศษเดี่ยว ๒ ห้อง (๒ เตียง) รวมทั้งสิ้น ๑๐ เตียง พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ \\nและห้องเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยได้ดำเนินการจัดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยในเบื้องต้น ได้รายงานต่อประธานกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและขอรับบริจาค\\nจากสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาจัดสรรหรือสนับสนุนการจัดทำ\\nคำของบประมาณเพื่อการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่อาคารผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเชียงขวัญ \\nจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านการสาธารณสุขสำหรับประชาชนในพื้นที่\\nจากจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการแบ่งเขตการปกครอง กล่าวคือ อำเภอเชียงขวัญ \\nและอำเภอทุ่งเขาหลวง แยกออกมาจาก อำเภอธวัชบุรี แต่สารบบที่ดิน อาทิ โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน ซึ่งแต่เดิม ออกเลขทะเบียนไว้ในเขตอำเภอธวัชบุรี ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการแบ่งเขตการปกครองดังกล่าว ทำให้ที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง ยังคงเป็นเลขทะเบียนในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี เป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง ประสบปัญหาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อขอรับ\\nการสนับสนุนตามโครงการประกันรายได้จากการปลูกข้าวประจำปี ๒๕๖๖ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงสารบบที่ดินในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง ให้สอดคล้องกับการแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน เพื่อสิทธิประโยชน์\\nและอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว\\n\\n","กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [875,721,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการฝึกงานของนักศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี","หลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริงผ่านการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล กำหนดให้ผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติผ่านการฝึกงานในสถานประกอบการ ซึ่งสถานประกอบการจะมีการสอนงาน และให้นักศึกษาทำงานเป็นหลัก ซึ่งเป็นกระบวนการเพิ่มทักษะวิชาชีพและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ รวมทั้งมีการจ่ายค่าตอบแทนให้นักศึกษาเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งนับว่าแนวคิดการจัดการศึกษาที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม \\nได้รับการร้องทุกข์จากนักศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง \\n(ปวส.) ชั้นปีสุดท้าย สาขาวิชาการจัดการโรงแรม ของสถาบันการศึกษาในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ \\nว่าสถานประกอบการซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ได้รับนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าวเข้าฝึกงาน โดยให้\\nนักศึกษาทำงานต่อเนื่องวันละ ๑๐ - ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งเกินกว่าเวลาทำงานปกติที่กฎหมายแรงงานกำหนด \\nมีการสอนงานน้อย นักศึกษามีวันหยุดที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เข้าพัก\\nในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และจ่ายค่าตอบแทนให้นักศึกษาต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประเด็นสำคัญคือสถานประกอบการมีสิทธิประเมินผลการฝึกงานของนักศึกษา ว่าผ่านหรือไม่ผ่านการศึกษาในช่วงปีสุดท้ายของการศึกษาหลักสูตรนี้ ซึ่งเป็นการเอารัดเอาเปรียบและไม่เป็นธรรมต่อนักศึกษา จนเป็นเหตุให้นักศึกษาบางส่วนที่ทนต่อแรงกดดันไม่ไหว จำใจต้องลาออกจากการศึกษาทั้งที่เรียนมาถึงปีสุดท้าย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ใช้ความเข้มงวดในการกำกับดูแล\\nและตรวจสอบหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี ทั้งนี้ เพื่อรักษามาตรฐานการศึกษาและเพื่อสวัสดิภาพ\\nของนักศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [876,720,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ความเดือดร้อนของนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ","เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา นำโดย นายตวง  อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ร่วมประชุมกับ คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ตลอดจนศิษย์เก่าของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว สรุปได้ว่า ในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่นให้เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ให้ก่อความวุ่นวายขึ้นภายในโรงเรียน อาทิ ฝ่าฝืนกฎระเบียบของโรงเรียน กระทำผิด\\nต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งไม่เคารพต่อผู้ใหญ่ ไม่เคารพครูอาจารย์ โดยที่ผ่านมา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ตลอดจนศิษย์เก่าของโรงเรียน ได้พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น\\nอย่างเต็มความสามารถแล้ว จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n\t\t๑. ควรใช้หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจกับกลุ่มบุคคล\\nที่ยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่นให้เด็กนักเรียนหญิงดังกล่าวกระทำการที่ไม่เหมาะสม แต่หากเห็นว่ามีเหตุจำเป็น\\nต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิด ก็ควรดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่โรงเรียน\\n\t\t๒. ควรใช้หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ ประสานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดหาสถานศึกษาที่เหมาะสม มอบทุนการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนหญิงดังกล่าว เพื่ออนาคต\\nที่ต้องเติบโตอย่างเหมาะสม \\n\t\tอนึ่ง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ\\nมีประวัติความเป็นมายาวนาน และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราพระเกี้ยว เป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพด้านการจัดการศึกษาระดับชั้นนำของประเทศไทย โดยปัจจุบัน\\nมีนักเรียนจำนวนกว่า ๔,๐๐๐ คน ย่อมเห็นได้ว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากจะเป็นการทำเพื่ออนาคตของเด็กนักเรียนหญิงดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการทำเพื่ออนาคตของเด็กนักเรียนอื่นจำนวนกว่า ๔,๐๐๐ คนด้วย ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [877,719,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การพิจารณานำนโยบายต่อต้านการทุจริตของสาธารณรัฐประชาชนจีนมาปรับใช้ ในประเทศไทย","ในปัจจุบันการต่อต้านการทุจริตในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการยังไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งจากการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตของสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลจีน\\nได้กำหนดนโยบายปราบปรามการทุจริต ว่าต้องมีการปราบปรามการทุจริตจนกระทั่งไม่กล้าที่จะทำการทุจริต หรือไม่สามารถที่จะทำการทุจริต และไม่อยากที่จะทำการทุจริตอีกต่อไป โดยประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เน้นย้ำว่าการต่อต้านการทุจริตเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดที่ประชาชน\\nให้ความสนใจ และเป็นสงครามทางการเมืองที่ต้องไม่แพ้ ซึ่งต้องให้ความสำคัญและมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง\\nใน ๓ ประการ ดังนี้\\n\t\tประการแรก ต้องกำหนดให้เป็นวินัยของพรรคการเมืองและรัฐบาล โดยการจัดระเบียบ\\nและประสานการทำงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ\\n\t\tประการที่สอง ต้องให้ความสำคัญและเข้าใจการปราบปรามการทุจริตภายใต้สถานการณ์\\nที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยปรับปรุงระบบและกลไกการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการ\\nใช้อำนาจให้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรมตามกฎหมายเพื่อประชาชน ตลอดจนมีมาตรการป้องกันและควบคุม\\nการทุจริตให้มีมาตรฐาน โดยลดโอกาสในการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การอนุมัติ การอนุญาต รวมถึงกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด\\n\t\tประการที่สาม ปรับปรุงความสามารถการนำนโยบายการต่อต้านการทุจริตให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยการสร้างกฎระเบียบที่มีความจำเป็นขึ้นทั้งของพรรคการเมืองและรัฐบาล รวมทั้งระบบกฎหมาย \\nเพื่อให้สามารถมีผลใช้บังคับอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ มีความเด็ดขาด มีความเป็นธรรม และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [878,718,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการความปลอดภัยในการติดตั้งคานคอนกรีตสำเร็จรูปรูปกล่อง (Segment Box Girder)","ประเทศไทยมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ\\\\nการก่อสร้างพื้นสะพานส่วนบน (Super Structure) จากเดิมจะใช้วิธีการก่อสร้างโดยการหล่อคอนกรีตอัดแน่นอยู่กับที่ และต่อมาได้พัฒนาเป็นการก่อสร้างบนคานคอนกรีตสำเร็จรูปรูปกล่อง (Segment Box Girder) ซึ่งเป็นการก่อสร้างที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อาทิ โครงการก่อสร้าง\\\\nทางพิเศษ ช่วงสะพานพระราม ๙ - ดาวคะนอง กรณีคานคอนกรีตหล่นลงมาบนพื้นถนนพระรามที่ ๔ และโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช - ลาดกระบัง ที่คานคอนกรีตทรุดตัวทำให้สะพาน\\\\nถล่มลงมา และยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังจะก่อสร้าง อาทิ โครงการทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก โครงการรถไฟความเร็วสูง\\\\nกรุงเทพฯ - นครราชสีมา โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกาย เป็นต้น ดังนั้น หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามแบบก่อสร้างอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการติดตั้งคานคอนกรีตสำเร็จรูปรูปกล่อง (Segment Box Girder) เพื่อให้การเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดังนี้\\\\n\t\t๑. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับจ้างดำเนินโครงการก่อสร้าง ต้องให้ความสำคัญ\\\\nกับความปลอดภัย ต้องมีการจัดทำข้อกำหนดและขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR) \\\\nที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความปลอดภัย\\\\n \t\t๒. ที่ผ่านมามีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบก่อสร้างที่มีประสบการณ์สูง ดังนั้น การออกแบบและการคำนวณสัดส่วนของค่างาน ต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างต่าง ๆ และตัวแปรต่าง ๆ (ค่า Factor F) จำเป็นต้องรอบคอบยิ่งขึ้น\\\\n\t\t๓. บริษัทผู้รับจ้างดำเนินโครงการก่อสร้างต้องมีความสามารถและประสบการณ์\\\\n \t\t๔. บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างต้องให้ความสำคัญและเข้มงวดทุกขั้นตอน\\\\n \t\t๕. ผู้ปฏิบัติงานต้องทำตามแบบทุกขั้นตอน และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน \\\\nโดยตรวจสอบร่างกายของตนว่ามีความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือไม่","กระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [879,717,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","นโยบายของรัฐบาล","การลดก๊าซเรือนกระจกและการขายคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร","การลดก๊าซเรือนกระจก และการขายคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร สามารถนำไปสู่การลดปัจจัยการผลิตภาคการเกษตร และสามารถสร้างมาตรฐาน หรือตราสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมทั้งสามารถต่อยอดเพื่อขายคาร์บอนเครดิต เป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร ที่สำคัญยังเป็นการดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Bio Circular Green : BCG) และเป็นการรองรับผลกระทบจากมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ของสหภาพยุโรป จากการศึกษาพบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ ๑๙ ของโลก แต่ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนขึ้นเป็นอันดับที่ ๙ จาก ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก ขณะนี้ทราบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ และดำเนินการในประเด็นลดก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA : Nationally Appropriate Mitigation Actions) เพื่อสนับสนุนให้มีการทำนา เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ด้วยการ\\\\\\\\nทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำได้ ร้อยละ ๔๐ และลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายอินทรียวัตถุภายใต้สภาวะขาดออกซิเจน เทียบเท่า ๒๘ เท่าคาร์บอนไดออกไซด์ \\\\\\\\nโดยการปรับระดับพื้นนาให้เรียบเสมอทั้งแปลง และช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน มีการใส่ปุ๋ย\\\\\\\\nตามค่าวิเคราะห์ดิน ทำให้ลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเทียบเท่า ๒๗๙ เท่าคาร์บอนไดออกไซด์ โดยสรุป การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ในพื้นที่ ๑ ไร่ อาจลดได้ ๐.๕ - ๑ ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งส่วนลดนี้ สามารถนำไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตได้ แต่จำเป็นต้องหาวิธีดำเนินการเพื่อให้คุ้มทุน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งอาจใช้การดำเนินแนวทางการรวมเป็นแปลงใหญ่เพื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่าย\\\\\\\\nให้คุ้มต้นทุน เป็นต้น จากการศึกษาข้อมูลดังกล่าว ยังไม่สามารถสรุปแนวทางและนโยบายที่ชัดเจนได้ ดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้\\\\\\\\n \t\t๑.\tกระทรวงเกษตรและสหกรณ์\\\\\\\\n \t\t\t๑) มีนโยบายในการส่งเสริมโครงการ Thai rice NAMA และโครงการ Green Climate Fund Thai Rice เพื่อต่อยอดไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตในลักษณะการรวมเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้คุ้มค่าใช้จ่าย และเป็นรายได้เสริมให้แก่ชาวนาหรือไม่ หากมีนโยบายดังกล่าว ขอสอบถามว่า \\\\\\\\nเป็นการดำเนินการโดยกรมการข้าวเพียงเท่านั้น หรือกรมการข้าวร่วมกับภาคเอกชน หรือเป็นการดำเนินการของภาคเอกชนเท่านั้น โดยขอทราบหลักการ แนวทาง และกรอบระยะเวลาปฏิบัติ\\\\\\\\n \t\t\t๒) มีนโยบายในการสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม \\\\\\\\nเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าเกษตรที่อาจต้องใช้ตามมาตรการการนำสินค้าเกษตรเข้าสหภาพยุโรปหรืออเมริกา\\\\\\\\nภายในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙ หรือไม่ อย่างไร\\\\\\\\n\t\t\t๓) ขอให้ชี้แจงรายละเอียดว่ากระทรวงฯ มีนโยบายในการทำโครงการ\\\\\\\\nลดก๊าซเรือนกระจกในพืชไม้ผลและพืชไร่เพื่อนำไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรในลักษณะดำเนินการรวมเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้คุ้มค่าใช้จ่ายอย่างไร หรือไม่ และมีการพัฒนาแนวทาง\\\\\\\\nการใช้...\\\\\\\\nการใช้เทคโนโลยี เช่น เทคนิคภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อลดค่าใช้จ่ายแทนการใช้บุคลากร ตลอดจน\\\\\\\\nเพิ่มความแม่นยำในการตรวจประเมินพื้นที่รับรองคาร์บอนเครดิตหรือไม่\\\\\\\\n\t\t๒.\tกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารจัดการ\\\\\\\\nก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)\\\\\\\\n \t\t\t๑) สถิติปริมาณการปล่อยและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย \\\\\\\\nปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ ในภาพรวมของประเทศและแยกส่วน เช่น ภาคพลังงาน ภาคเกษตร \\\\\\\\nภาคการคมนาคมขนส่ง และอื่น ๆ มีจำนวนเท่าใด\\\\\\\\n \t\t\t๒) สถิติปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ทำโครงการภายในประเทศไทยทุกภาคส่วน \\\\\\\\nซึ่งมีผู้ทำการซื้อขายทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับภายในและต่างประเทศ ปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ มีปริมาณการขายคาร์บอนเครดิตในภาพรวมปริมาณเท่าใด\\\\\\\\n \t\t\t๓) มีนโยบายการพัฒนาและรับรองวิธีใหม่ ๆ ในการตรวจรับรองพื้นที่โครงการคาร์บอนเครดิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมหรืออื่น ๆ เพื่อลดการใช้บุคลากร\\\\\\\\nและเพิ่มความแม่นยำ นำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายในการตรวจรับรองพื้นที่คาร์บอนเครดิต ทั้งภาคการเกษตร ป่าไม้ พลังงาน และอื่น ๆ รวมทั้งมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา หรือภาคเอกชน\\\\\\\\nนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยตรวจรับรองพื้นที่โครงการคาร์บอนเครดิตหรือไม่ ตลอดจนมีข้อจำกัด \\\\\\\\nและแนวทางการแก้ไขอย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [880,716,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการป้องกันและการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัย","เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา เกิดเพลิงไหม้\\\\nอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านโนนสาวเอ้ ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต ๓ และถึงแม้ว่าครู ชาวบ้าน และรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔ แห่ง ช่วยกันดับเพลิง แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากอาคารที่ถูกไฟไหม้เป็นอาคาร ๒ ชั้น โดยชั้นบนเป็นไม้และชั้นล่างเป็นปูน จึงเสียหายทั้งหลัง \\\\nรวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สำนักงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และจากการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกับคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าว \\\\nได้รับแจ้งว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต ๓ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล นอกจากนี้ ยังมีประชาชนช่วยกันบริจาคสิ่งของให้กับทางโรงเรียนดังกล่าว และจากเหตุการณ์นี้พบว่า \\\\nมีโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัยที่ทำให้อาคารเรียนเสียหายเช่นเดียวกัน คือ โรงเรียนบ้านหนองพิกุล \\\\nตำบลตากฟ้า อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาสนับสนุน และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัย ดังนี้\\\\n \t\t๑. สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนเพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเก่า และจัดหาอุปกรณ์สำนักงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น เครื่องเขียน และแบบเรียนของนักเรียนในโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัย\\\\n \t\t๒. ควรกำหนดมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นกับสถานศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ โดยการกำหนดให้มีช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญดำเนินการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า เนื่องจากครูแต่ละโรงเรียนไม่มีความรู้ความชำนาญเพียงพอในการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า\\\\n \t\t๓. ควรเสนอตั้งงบประมาณสำหรับการซ่อมแซม หรือปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งสายไฟฟ้าเก่าภายในอาคารเรียน มิใช่ให้โรงเรียนดำเนินการขอรับบริจาค เช่น \\\\nการทอดผ้าป่า หรือการทอดกฐินเพื่อหาเงินมาซ่อมแซมหรือสร้างอาคารเรียนเอง ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [881,715,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศจะไปในทิศทางใด","สภาพสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความสะดวกและรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทางสังคมที่เพียงพอ ประกอบกับ ระบบการศึกษาในปัจจุบันได้มีการนำสื่อออนไลน์เข้ามาทดแทนสื่อเดิม ซึ่งสื่อออนไลน์จะมีเนื้อหาสั้นและส่งถึงกันได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถสร้างความรู้สึก ทัศนคติ แนวคิด และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้แสดงพฤติกรรมใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งองค์การยูนิเซฟ (Unicef) ได้มีคำแนะนำนโยบายด้านเด็กและเยาวชนที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ ๕ ประการ คือ\\n \t\t๑. การขยายโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้ครอบคลุมเด็กทุกคน\\n \t\t๒. การจัดให้มีระบบการดูแลเด็กอายุต่ำกว่า ๓ ปีที่มีคุณภาพและทั่วถึง\\n \t\t๓. การพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ ให้แก่นักเรียน\\n \t\t๔. พัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพในการคุ้มครองเด็กอย่างเป็นระบบในระดับท้องถิ่น\\n \t\t๕. พัฒนาทักษะให้กับเยาวชนเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของประเทศ\\nในอนาคต\\n \t\tอย่างไรก็ดี ประเทศไทยได้มีการกำหนดนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนไว้หลายแห่ง อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทในการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ \\nพ.ศ. ๒๕๕๐ แต่ยังไม่มีการดำเนินการเพื่อให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกันนี้ อาจประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนอยู่ในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นอนาคตของประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [882,714,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การแก้ไขปัญหาส่วยในประเทศไทย","“ส่วย” เป็นปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบรูปแบบหนึ่งที่เกิดจาก\\nการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในการให้บริการสาธารณะต่อประชาชน ซึ่งมีหลายรูปแบบ อาทิ\\nส่วยทางหลวง โดยการให้รถโดยสารและรถบรรทุกติดรูปลอก (Sticker) ไว้หน้ารถให้เจ้าหน้าที่เห็น \\nเพื่อจะได้ละเว้นการไม่บังคับใช้กฎหมายกับรถที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องและบรรทุกน้ำหนักเกิน ส่วยบัตรประชาชน\\nโดยกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่มีสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่รัฐจะเรียกรับผลประโยชน์จากการออกบัตรประชาชนให้แต่ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถยืนยันการใช้สิทธิตามกฎหมายได้ และส่วยจากการอนุมัติ อนุญาตในการก่อสร้างต่าง ๆ นำมาซึ่งความเสียหายและเกิดอุบัติเหตุในภายหลังอยู่เป็นประจำ ดังที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) กล่าวว่า ส่วยเป็นปัญหาคอร์รัปชันที่สำคัญ สมควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาส ดังนั้น จึงขอเสนอ\\nให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาส่วยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งดำเนินการให้ประชาชน\\nที่ได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ ได้โดยสะดวกทุกช่องทาง และได้รับความคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นอกจากนี้ นโยบาย\\nไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ที่ได้ดำเนินการในหน่วยงานรัฐหลายแห่งนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นวัฒนธรรมการทำงานของภาครัฐ สำหรับเจ้าหน้าที่\\nที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ต้องได้รับการลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างรวดเร็ว เด็ดขาดและยุติธรรม เพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง และลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด หากละเลยให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ (Accountability)","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [883,713,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขาดแคลนบริการด้านจิตสังคมในประเทศไทย","การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรี\\nได้มีมติเห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยเพิ่มโรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ถือเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับ\\nผู้ที่จะสอบเข้าเป็นข้าราชการพลเรือน เป็นเหตุให้มีการเคลื่อนไหวคัดค้านจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ\\nภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ว่าการกำหนดลักษณะต้องห้ามในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการไม่เลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าบุคคลที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวไม่มีความสามารถในการทำงานใด ๆ และอาจเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติ\\nในการจ้างงาน จึงได้ขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนร่างกฎ ก.พ. ข้างต้น ต่อมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ได้มีมติอนุมัติร่างกฎ ก.พ. ดังกล่าว โดยยกเลิกข้อความการกำหนดให้โรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรง\\nหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการ\\nไม่เลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง\\n         ปัจจุบัน ปัญหาด้านจิตสังคม (psychosocial) เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน\\nและใหญ่กว่าปัญหาด้านสุขภาพจิต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยพบว่า ขณะนี้มีผู้ปฏิบัติงานทั้งในระบบราชการและภาคเอกชนจำนวนมากที่ต้องเข้ารับบริการ\\nด้านจิตสังคม หากมีการออกกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... กำหนดให้โรคจิต (Psychosis) \\nหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) เป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะรับราชการ จะส่งผล\\nให้มีคนตกงานจำนวนนับแสน ประกอบกับ สภาพปัญหาของการให้บริการด้านสาธารณสุขในปัจจุบัน \\nที่ยังมีทัศนคติว่าความเจ็บป่วยทางจิตเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน และให้บริการในระดับตติยภูมิ กล่าวคือ \\nรอจนกระทั่งผู้ป่วยมีอาการทางจิตที่รุนแรงมากจึงจะได้รับบริการรักษา และผู้ป่วยต้องไปโรงพยาบาล\\nที่ให้บริการเฉพาะทาง ขณะที่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแห่ง ไม่มีการให้บริการด้านสุขภาพจิต ซึ่งการบริการด้านจิตสังคมเป็นทั้งมาตรการแก้ไข \\nและวิธีการเพิ่มความสามารถของบุคคลให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ของตนเอง เพื่อความมีสุขภาวะส่วนตัวและทางสังคมที่ดี การฟื้นสภาพด้านจิตสังคมนั้น ครอบคลุมมิติด้านจิตวิทยาและสังคม \\nซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการทำให้บุคคลหรือชุมชนกลับมามีพลังเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง \\nโดยแนวทางการบริการด้านจิตสังคมได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจและความเครียด ให้มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อผู้อื่น ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการ\\nพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนให้มีการบริการด้านจิตสังคม เพื่อรักษาผู้ที่เจ็บป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น \\nก่อนที่อาการจะรุนแรงจนยากแก่การรักษา ก่อปัญหาสังคม และถูกขับออกจากสังคมด้วยมาตรการ\\nทางกฎหมาย ดังเช่นกฎหมายของประเทศไทย ยังคงใช้ความมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน \\nเป็นเหตุให้ผู้ที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ในต่างประเทศได้พัฒนาไปถึงขั้นมีบริการทางจิตสังคม\\nในเรือนจำและทัณฑสถาน เนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันว่าอาการเจ็บป่วยทางจิตย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา และมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์บริการคนพิการบางแห่งได้นำเอา\\nหลัก “เพื่อนช่วยเพื่อน” หรือหลัก “Recovery Oriented Services” มาช่วยในการฟื้นคืนสู่สุขภาวะ\\nให้แก่ผู้ป่วยทางจิตที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถช่วยเหลือดูแลได้ เป็นการรักษาผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น \\nโดยไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรระดับวิชาชีพขั้นสูงหรือจิตแพทย์ ทำให้สามารถป้องกันมิให้ความเจ็บป่วยทางจิตลุกลามจนกระทั่งก่อปัญหาสังคมตามมา ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาลว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้\\nได้วางแผนการปรับปรุง พัฒนา หรือสร้างระบบบริการด้านจิตสังคมให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยอาศัย\\nหลัก “Quality Rights” ขององค์การอนามัยโลกหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [884,712,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง","จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ได้ประกาศการเริ่มต้นของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Ni?o) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ภูมิอากาศครั้งใหญ่\\nที่จะส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้พื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น มีสภาพอากาศที่รุนแรงเกิดขึ้นทุกภูมิภาคทั่วโลก \\nโดยมีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะส่งผล\\nให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน และปัญหาความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ดังนั้น \\nจึงขอปรึกษาหารือไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถึงการเตรียมการเพื่อรับมือสภาพปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติดังกล่าว ดังนี้\\n                ๓.๑สทนช. ได้มีการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะเกิดขึ้น\\nกับประเทศไทยหรือไม่ มีระยะเวลายาวนานเพียงใด ตลอดจนได้มีการวางมาตรการแก้ไขปัญหา \\nทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ไว้หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๓.๒ สทนช. ได้วางแนวทางแก้ไขเชิงบูรณาการ โดยใช้มาตรการ/โครงการ ที่จะต้อง\\nดำเนินการก่อสร้าง หรือโครงการที่ไม่ต้องดำเนินการก่อสร้าง เพื่อใช้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง ตลอดจนการประเมินความต้องการน้ำและการบริหารจัดการไว้อย่างไร \\n\t\t๓.๓ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) \\nได้มีการกำหนดแนวทางการแก้ไขบรรเทาภาวะแห้งแล้งไว้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าในระยะยาว\\nจะมีการวางกลยุทธ์ที่จะดูแลและแก้ไขภาวะความแห้งแล้งอย่างมีเป้าหมายถึงระดับพื้นที่ชุมชนต่อไป\\n \t\t๓.๔ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๒ ได้กำหนดให้ “คณะกรรมการ\\nลุ่มน้ำ” จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งไว้แล้ว จึงขอสอบถามถึงความคืบหน้าของแผนป้องกัน\\nและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง รวมทั้งเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง\\nการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล \\n \t\t๓.๕ สทนช. ได้มีการวางแผนงานระยะเร่งด่วน รวมทั้งมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหา\\nความแห้งแล้งต่อพื้นที่ชุมชนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไร","สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [885,711,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดหลักสุตรการสอนวิชาซ่อมเรือเฟอร์รี่ (Ferry) ขนาดใหญ่ ","ประเด็นปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่\\n \t\t๕.๑) เรื่อง การจัดหลักสูตรการสอนวิชาซ่อมเรือเฟอร์รี่ (Ferry) ขนาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ ในวิทยาลัยเทคนิค  \\n \t\t\tสืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา \\nและจังหวัดกระบี่ ว่าขณะนี้ประสบปัญหาไม่สามารถซ่อมแซมเรือขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากขาดแคลน\\nช่างที่มีความเชี่ยวชาญ จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดหลักสูตร\\nการซ่อมเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ในวิทยาลัยเทคนิคของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่\\n \t\t๕.๒) เรื่อง การตั้งศึกษาธิการภาค ๓ จังหวัดราชบุรี \\n \t    \tสืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการไม่มีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค ๓ จังหวัดราชบุรี เป็นระยะเวลามากว่า ๑๐ ปีแล้ว และในหลายจังหวัดไม่มีการแต่งตั้งศึกษาธิการภาคเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค \\nในตำแหน่งที่ว่าง และหากไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณายุบตำแหน่งศึกษาธิการภาค","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [886,710,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","บทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมในยุคสังคมออนไลน์","ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชน\\nเป็นอย่างมาก มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้การส่งข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึงทุกพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม การสื่อสารที่สะดวกและรวดเร็วอาจทำให้การแสดงความคิดเห็น\\nหรือข้อมูลข่าวสารที่ส่งออกไปซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ (Fake News) เพื่อคุกคามและสร้าง\\nความแตกแยกให้กับสังคมสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกรณีผู้ที่แสดง\\nความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม และสื่อสารมวลชน\\nได้นำข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ (Fake News) นั้น ไปเผยแพร่ก็จะทำให้เกิดความแตกแยกของคน\\nในสังคมได้เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น กรณีการยืนเคารพธงชาติหรือการยืนเคารพเพลงสรรเสริญ\\nพระบารมี ที่ปัจจุบันถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในแง่มุมเชิงสิทธิและเสรีภาพของบุคคล \\nซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียอัตลักษณ์ของคนไทยได้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงวัฒนธรรมว่า ได้มีนโยบายและแนวทางในการสื่อสารที่เน้นการดูแลเกี่ยวกับเอกลักษณ์และอัตลักษณ์\\nของประเทศไทย เช่น ภาษาไทย การกราบไหว้ การแต่งกาย ศิลปะไทย ดนตรีไทย และการละเล่นพื้นบ้าน\\nของไทย อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมไทยเกิดการสื่อสารที่สร้างสรรค์นำไปสู่สังคมที่มีความสันติ\\nและเป็นอารยะต่อไป","กระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [887,709,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","การขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต","จากปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ประเด็นพัฒนาที่ ๒ \\nตามแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ขับเคลื่อนการส่งเสริม\\nและพัฒนาการออกกำลังกายและเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้มีหนังสือ\\nถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการตามมติดังกล่าว โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ\\nคอยกำกับและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต \\nมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเป็นเวลาติดต่อกัน \\n๑๐ ปีขึ้นไป จึงจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นวิถีชีวิตได้ ในอดีตสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ถูกขนานนาม\\nว่าเป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” เนื่องจากคนจีนสูบฝิ่นเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นผู้นำของสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงเห็นความสำคัญในเรื่องการให้ประชากรสนใจการออกกำลังกายและการกีฬา โดยได้กล่าวว่า \\n“หากประชาชนจีนสุขภาพไม่แข็งแรง แล้วจะสู้ชาติใดในโลก” เพียงเวลาไม่นาน เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม \\nค.ศ. ๒๐๐๘ (๐๘/๐๘/๒๐๐๘) สาธารณรัฐประชาชนจีนได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก \\nณ กรุงปักกิ่ง จึงแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาของประชาชน จะเป็นการพัฒนาคนและพัฒนาชาติได้อย่างยั่งยืน\\n \t\tจากหนังสือซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมีไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง จึงมีข้อเสนอแนะและประเด็นคำถาม ดังนี้\\n \t\tข้อเสนอแนะ\\n \t\tปลัดกระทรวงมหาดไทยควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการกีฬาจังหวัดและมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย \\nพ.ศ. ๒๕๕๘ จัดการประชุมเพื่อวางแผนจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง\\nจนกลายเป็นวิถีชีวิต\\n\t\tประเด็นคำถาม \\n \t\t๑. กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการติดตาม ตรวจสอบการทำงานหรือการดำเนิน\\nกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน\\nให้เป็นวิถีชีวิตในระดับจังหวัดให้เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ \\n(พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) อย่างไร\\n \t\t๒. กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการติดตาม ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ\\nกีฬาจังหวัด เกี่ยวกับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน\\nให้เป็นวิถีชีวิตในระดับจังหวัด อย่างไร","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [888,708,238,"นายออน กาจกระโทก","สถานการณ์บ้านเมือง","คนทำความดีต้องมีที่ยืนในสังคม","เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๖ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เพื่อมอบเกียรติบัตรและเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง นักเรียน\\nชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนนครนายกวิทยาคม และนายปรีชา  แก้วเงิน พลเมืองดี ซึ่งได้กระทำ\\nคุณงามความดีที่สมควรได้รับการยกย่อง กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ได้เกิดเหตุ\\nนักท่องเที่ยว พ่อ แม่ ลูก ประสบอุบัติเหตุจมน้ำบริเวณแก่งตาเบิ้ม หลังวัดชำนาญรังสรรค์ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยนายวุฒิศักดิ์ฯ และนายปรีชาฯ ได้พบเห็นเหตุการณ์ \\nจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือจนครอบครัวดังกล่าวรอดชีวิต ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้นายปรีชาฯ ที่ได้ให้\\nความช่วยเหลือจมน้ำและหยุดหายใจ แต่ได้รับการปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจจนปลอดภัย ส่วนนายวุฒิศักดิ์ฯ \\nมีอาการสำลักน้ำจนทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและเลือดเป็นกรด ต้องเข้าพักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลนครนายกเป็นระยะเวลาหนึ่งและปัจจุบันได้กลับเข้าเรียนตามปกติแล้ว จากกรณีดังกล่าวขอแสดง\\nความขอบคุณสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปราจีนบุรี นครนายก และหน่วยงานภาคเอกชนต่าง ๆ ที่ได้ให้กำลังใจ\\nแสดงความชื่นชมโดยมอบเงินรางวัลและเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พลเมืองดี ตลอดจนขอขอบคุณคณะครูโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ที่สอนให้เด็กเป็นคนดีของสังคม นอกจากนี้ ขอสะท้อนไปยังสื่อมวลชน\\nว่าเรื่องราวดี ๆ ของเยาวชนที่เป็นตัวอย่างที่ดีน่ายกย่องของสังคม สื่อมวลชนกลับไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร และไม่มีการนำเสนอข่าวเป็นวงกว้าง แต่กลับให้ความสนใจนำเสนอข่าวบุคคลที่กระทำผิดและฝ่าฝืนกฎระเบียบของสังคมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอเสนอความคิดเห็นไปยังนายกรัฐมนตรีว่าควรพิจารณา\\nตั้งหน่วยงานเพื่อดูแล ส่งเสริมและสนับสนุน หรือจัดสวัสดิการให้กับบุคคลที่ประกอบคุณงามความดี\\nดังเช่นบุคคลทั้งสองที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้  เพื่อให้คนดีมีที่ยืนและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม \\nและมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [889,707,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเรียกคืนเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  โดยไม่เป็นธรรม ","พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐   มาตรา ๒๔ (๒) ได้กำหนดแหล่งที่มาของเงินในกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ว่าเงินกองทุนประกอบด้วย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ทั้งนี้ ให้รัฐบาลจัดสรรให้เพียงพอแก่การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่เคยจัดสรรเงินอุดหนุนให้กองทุนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ในขณะเดียวกันแหล่งที่มาของเงินอีกแห่งหนึ่งคือ มาจากสถานประกอบการหรือนายจ้างภาคเอกชนที่ไม่จ้างงานคนพิการตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวงฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีคนงานตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไปต้องจ้างงานคนพิการหนึ่งคน กรณีนี้ทำให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการเอกชนจำนวนหนึ่งนำส่งเงินเข้ากองทุน ทำให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีรายได้โดยเฉลี่ยสองพันล้านบาทต่อปี            \\n\t\tอย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้ผลักดันให้มีกฎหมายกองทุนหมุนเวียน \\nซึ่งกำหนดให้ทุนหมุนเวียนต่าง ๆ รวมถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการสามารถมีเงินสะสมสูงสุดได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ และกระทรวงการคลังได้กำหนดให้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่อยู่สูงกว่าสัดส่วนของเงินที่จะสามารถสะสมสูงสุดได้จะต้องนำส่งคืนคลัง ซึ่งมีข้อสังเกตว่าเงินเกือบทั้งหมดในกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนั้น เป็นเสมือนเงินเดือนค่าจ้างของคนพิการ ซึ่งมาจากการที่นายจ้างที่ไม่พร้อม\\nจะจ้างงานคนพิการยอมนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามกฎหมาย และกองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เฉพาะ\\nว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่เมื่อรัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ และได้กำหนดให้กองทุนต่าง ๆ รวมทั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อยู่ในข่ายที่สามารถมีเงินสูงสุดได้ไม่เกินตามที่พระราชกฤษฎีกากำหนด จะต้องจ่ายเงินคืน\\nให้กระทรวงการคลัง จึงเป็นกรณีที่น่าสงสัยว่ามีความชอบธรรมหรือไม่ ในการบรรจุกองทุนส่งเสริม\\nและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้อยู่ในข่ายที่จะต้องจ่ายเงินส่วนเกินสูงสุดคืนให้คลัง เนื่องจาก\\nกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ มีแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งเป็นเงินค่าจ้างคนพิการที่นายจ้างไม่ได้จ้างและจ่ายเงินสบทบแทน  \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้\\nมีกองทุนที่พระราชกฤษฎีกากำหนดว่าไม่ต้องจ่ายเงินคืนคลังแม้ว่าจะมีเงินสะสมเท่าใดก็ตาม ได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนเงินทดแทน และกองทุนการออมแห่งชาติ รวมถึงกองทุนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยในระยะเริ่มแรกอาจขอให้คณะกรรมการ นโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ประกาศให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายเงินคืนให้กระทรวงการคลัง ทั้งนี้เพราะที่มาของเงินเป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่าเป็นเงินค่าจ้างคนพิการ อีกทั้ง วัตถุประสงค์ของกองทุนก็เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ให้นำเงินไปใช้ประการอื่นแต่อย่างใด ในขณะที่กระทรวงการคลังเร่งให้กองทุนหมุนเวียนทุกกองทุนใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเร่งรัดการใช้เงินไม่ให้มีเงินค้างจ่าย แต่กระทรวงที่เกี่ยวข้องกลับพยายามจำกัดการใช้เงิน จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกันเอง จึงขอให้มีการทบทวน โดยออกเป็นประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการไม่ต้องนำส่งเงินคืนให้กระทรวงการคลังตามเงื่อนไขข้างต้น และในระยะยาวขอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เพื่อแก้ไขให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไม่ต้องจ่ายเงินคืนให้กระทรวงการคลังอีกต่อไป","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [890,706,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางไปศึกษาดูงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ พบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งอาจมีการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป แต่ตามบทบัญญัติในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่\\nปี ๒๕๖๓ ได้กำหนดให้การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๓ ของทุก ๓ ปี จึงทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งได้เพิ่มอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ในปี ๒๕๖๖ (เป็นปีที่ ๔ ที่มีการเก็บภาษี) ขึ้นอีกร้อยละ ๐.๓ \\nเป็นร้อยละ ๐.๖ ตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งอาจจะขัดกับพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่กำหนดให้ใช้อัตราภาษีนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ เป็นต้นไป \\nโดยไม่ได้กำหนดให้เพิ่มอัตราการเก็บภาษีขึ้นในปีถัด ๆ ไป ดังนั้น จึงใคร่ขอให้วุฒิสภาส่งเรื่องนี้\\nให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย พิจารณาเพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการประเมินภาษี\\nที่ถูกต้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดต่อไป        \\n\\n  การดำเนินการ…\\n           \\n\t\tการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นเป็นของปี ๒๕๖๖ ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่นได้ส่งแบบประเมินไปให้กับผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่แล้ว ทำให้มี\\nสองมาตรฐานที่แตกต่างกัน เหตุผลที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเป็นเพราะในช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา รัฐบาล\\nได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ตราพระราชกฤษฎีกาจำนวนหลายฉบับ ทั้งเพื่อแก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่องค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย พิจารณาพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบพระราชกฤษฎีกาเหล่านั้นแล้ว มีการตีความกฎหมายไม่ตรงกัน ทำให้มีการเรียกเก็บภาษี\\nที่ไม่ถูกต้อง ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมานี้เป็นประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติ มิใช่มีเพียงเท่านี้ ยังมีประเด็นปัญหาอื่น ๆ อาทิ ความยุ่งยากในการประเมินภาษี ซึ่งต้องทำการประเมินใหม่ทุกปี เพราะมีปัจจัย\\nที่ปรับเปลี่ยนไป เช่น การเสื่อมราคาของสิ่งปลูกสร้าง การปรับปรุงราคาประเมินที่ดิน โดยกรมธนารักษ์ได้มีการประกาศราคาประเมินที่ดินฉบับใหม่ของปี พ.ศ. ๒๕๖๖ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างหลายอย่าง\\nที่ไม่อยู่ในความหมายของบทนิยาม คำว่า “สิ่งปลูกสร้าง” ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ \\nเช่น หอส่งสัญญาณของบริษัทโทรคมนาคม ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากบริษัทโทรคมนาคมได้ ทั้งที่ในอดีตสามารถจัดเก็บภาษีได้ เป็นต้น  \\n\t\tอนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เคยตอบชี้แจงว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่ ๕ ของการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ จะต้องมีการพิจารณาทบทวนประเด็นปัญหาต่าง ๆ จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งรวมถึงอัตราภาษีแบบต่าง ๆ จำนวน ๔ ชนิด ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยังไม่เกิดความเป็นธรรม และทำให้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ซึ่งตราขึ้นใช้บังคับแทนกฎหมายเดิมที่ถูกยกเลิกไป ได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายที่มุ่งประสงค์ให้ลดความเหลื่อมล้ำ โดยจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจหรือคนมีฐานะทางเศรษฐกิจดีมาเฉลี่ยให้กับการพัฒนาท้องถิ่น จึงได้มีการมอบหน้าที่จัดเก็บภาษีในส่วนนี้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [891,705,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเก็บเงินค่าใช้น้ำบาดาลจากการเกษตร ","ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งในปี ๒๕๖๖ - ๒๕๖๗ โดยเกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทาน ซึ่งมีร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด จะได้รับการช่วยเหลือ แต่พื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานซึ่งมีมากกว่า เกษตรกรจำเป็นต้องช่วยเหลือตนเองโดยการขุดบ่อกักเก็บน้ำ หากพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติก็สามารถสูบน้ำผิวดินมาใช้ได้ แต่หากไม่มีแหล่งน้ำดังกล่าว จำเป็นต้องขุดบ่อน้ำบาดาล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทที่เกษตรกรต้องจ่ายและคุณภาพน้ำบาดาล ไม่ดีเท่าน้ำผิวดิน เพราะไม่มีแร่ธาตุสารอาหาร ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีหลักเกณฑ์ข้อหนึ่งว่า การขุดเจาะน้ำบาดาลต้องดำเนินการขออนุญาต แต่มีเงื่อนไขว่ากรณีที่มีระบบน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคผ่านพื้นที่การเกษตร เกษตรกรต้องเสียค่าใช้น้ำบาดาล ลูกบาศก์เมตรละ ๓.๕๐ บาท แต่การประปาส่วนภูมิภาคเก็บค่าใช้น้ำบาดาลลูกบาศก์เมตรละ ๑๐ บาท ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนจึงต้องเรียกเก็บในราคาดังกล่าว โดยขอยกตัวอย่าง กรณีเกษตรกรมีพื้นที่ปลูกทุเรียน จำนวน ๕ ไร่ ไร่ละ ๒๐ ต้น มีอัตราการใช้น้ำ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากเป็นน้ำบาดาลจะจ่ายเงินในอัตรา ๓๕๐ บาทต่อวัน หรือ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีค่าปรับในกรณีที่เกษตรกรได้รับใบแจ้งยอดแล้วไม่ชำระภายใน ๑ เดือน ต้องเสียค่าปรับร้อยละ ๑๐ หากเกิน ๒ เดือน ต้องเสียค่าปรับร้อยละ ๒๐ หากเกิน ๓ เดือน คิดค่าปรับร้อยละ ๓๐ หากเกิน ๔ เดือน คิดเป็นสองเท่าของเงินค้างชำระ ถือเป็นการซ้ำเติมและสร้างภาระให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทั้งที่น้ำบาดาลถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็มิได้ลงทุนเหมือนการประปาส่วนภูมิภาคที่ต้องลงทุนหาแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเพื่อผลิตน้ำประปาให้สามารถใช้สำหรับอุปโภคบริโภคได้ เพราะเหตุใดจึงเรียกเก็บค่าน้ำบาดาลลูกบาศก์เมตรละ ๓.๕๐ บาท จากเกษตรกร ดังนั้น จึงขอเสนอว่าหากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต้องการเก็บเงินค่าใช้น้ำบาดาล ควรเรียกเก็บจากการใช้ในครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมเพราะทำให้ประชาชนจ่ายเงินในราคาถูกกว่าการจ่ายให้กับการประปาส่วนภูมิภาค แต่สำหรับภาคการเกษตรที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากโดยเฉพาะในฤดูแล้ง ควรยกเว้นการจัดเก็บค่าน้ำบาดาลทุกกรณี","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [892,704,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยส่งผลต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร","ปัญหาน้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยส่งผลต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร จากการลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา \\\\nณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ พบข้อมูลภาพรวมปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ ดังนี้\t๑. ไม่มีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับร้อยละ ๘๑ ขึ้นไป \t๒. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับร้อยละ ๕๑ – ร้อยละ ๘๐ จำนวน ๑๒ แห่ง ๓. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับร้อยละ ๓๑ – ร้อยละ ๕๐ จำนวน ๑๔ แห่ง  ๔. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ จำนวน ๙ แห่ง โดยใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ มีปริมาณน้ำต้นทุนสะสม จำนวน ๑๖,๘๔๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ปี nพ.ศ. ๒๕๖๖ มีปริมาณน้ำต้นทุนสะสม จำนวน ๑๔,๖๖๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีปริมาณ \\\\nน้ำต้นทุนน้อยกว่า ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ อยู่จำนวน ๒,๑๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ดี เขื่อนทั่วประเทศยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก จำนวน ๓๗,๗๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นปีที่จะต้องเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (EL Nino) ซึ่งฝนจะตกน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนที่จะกักเก็บไว้เพื่อนำมาใช้ในฤดูแล้งมีปริมาณน้อย คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา \\\\nจึงมีความห่วงใยว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการอุปโภคและบริโภค และในปี \\\\nพ.ศ. ๒๕๖๗ อาจจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ และปัจจุบันพบว่ายังมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าได้มีแผนงานและมาตรการรองรับการขาดแคลนน้ำ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หรือไม่ อย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [893,703,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การสอบครูผู้ช่วยส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา","จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ ๒๔ – ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ โดยมีการสอบภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มีเขตพื้นที่การศึกษาเปิดสอบ จำนวน ๒๐๕ แห่ง มีตำแหน่งว่าง จำนวน ๗,๘๑๓ ตำแหน่ง และมีผู้สมัครสอบ ๑๗๒,๐๒๖ คน แต่มีผู้สอบผ่านภาคทั้งภาค ก และภาค ข จำนวน ๔๒,๙๕๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๕๙ ถือได้ว่ามีผู้สอบผ่านน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา \\nเช่น จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๒ มีผู้สมัครสอบ ๑,๓๔๗ คน สอบผ่าน ๓๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒.๓๗ หรือจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ มีผู้เข้าสอบ ๗๒๐ คน มีผู้สอบผ่าน ๒๐ คน นอกจากนี้ สาขาวิชาเอกประถมวัยไม่มีผู้สอบผ่าน และสาขาวิชาเอกภาษาเวียดนามในพื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดหนองบัวลำภูไม่มีผู้สอบผ่านเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เขตพื้นที่การศึกษาได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัย \\nศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏต่าง ๆ เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบ จึงขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้           \\n\t\t(๑) ผู้เข้าสอบจบการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย และสถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้ออกข้อสอบ แต่ในการสอบครั้งนี้มีผู้สอบผ่านน้อย แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการศึกษาในระดับ อุดมศึกษาของประเทศไทยกำลังตกต่ำ    \\n\t\t(๒) การเปิดสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยและบุคลากรทางการศึกษา มีผู้สมัครสอบ   ๑๗๒,๐๒๖ คน ซึ่งผู้เข้าสอบเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และทำให้สูญเสียงบประมาณในการจัดสอบ\\nเป็นจำนวนมากเช่นกัน         \\n\t\t(๓) เมื่อมีผู้สอบผ่านตำแหน่งครูผู้ช่วยน้อย สถานศึกษาที่จะบรรจุครูในตำแหน่ง\\nสาขาวิชาเอกต่าง ๆ ย่อมทำให้หาครูมาบรรจุยากมากขึ้น และได้ครูที่มีความรู้ความสามารถไม่ตรงกับความต้องการ ส่งผลถึงคุณภาพทางการศึกษา","กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [894,702,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","กฎหมาย","การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร","สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ นาฬิกา ณ หน่วยเลือกตั้งที่เกษตรกรมีรายชื่อที่ประกาศไว้ในแต่ละอำเภอ โดยเป็นการเลือกตั้งแบบ\\nหย่อนบัตรออกเสียงลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ ใช้เงินงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง จำนวนมากถึง ๕๔๐ ล้านบาท โดยสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ถือเป็นส่วนหนึ่งของสภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นสภาวิชาชีพของเกษตรกร มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการเกษตรตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การตลาด การวิจัยและพัฒนาองค์กรเกษตรกร การทำการเกษตรรูปแบบใหม่ ตลอดจน\\nการติดต่อประสานงานด้านนโยบายการเกษตรกับองค์กรภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ \\nเพื่อกำหนดนโยบายด้านการเกษตรในการยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่าเกษตรกรจำนวนมากยังไม่ทราบเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดดังกล่าว อันเนื่องมาจาก\\nการประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมถึงเกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเพียงพอ เป็นที่กังวลว่าเกษตรกรอาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนจำนวนน้อยกว่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) ได้พิจารณาให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบและออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดครั้งนี้ให้มากที่สุด","เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [895,701,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบริการรับ - ส่งผู้โดยสารของรถแท็กซี่ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง","จากได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชน ว่าท่าอากาศยานดอนเมืองไม่อนุญาตให้\\\\nรถแท็กซี่จอดส่งผู้โดยสาร บริเวณชั้น ๓ ซึ่งเปิดให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางภายในประเทศ (ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ) โดยให้ไปจอดส่งผู้โดยสาร บริเวณชั้น ๑ หรือชั้น ๒ เป็นเหตุให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เพราะเมื่อลงจากรถแท็กซี่แล้วต้องขนสัมภาระขึ้นไปที่ชั้น ๓ ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาอนุญาตให้รถแท็กซี่สามารถจอดรับ - ส่งผู้โดยสาร บริเวณชั้น ๓ ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในบริเวณชั้น ๓ และลดความแออัดของผู้โดยสารที่รอรถแท็กซี่ในบริเวณชั้น ๑","ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [896,700,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","นโยบายของรัฐบาล","เร่งรัดการดำเนินการตามโครงการ “ธรรมจักรสีเขียว” เพื่อให้ศาสนสถานต่าง ๆ  มีส่วนในการดูแลรักษาป่าอย่างเป็นรูปธรรม","หลวงพ่อนิพนธ์ อภิปสันโน วัดป่าศาลาน้อย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้ดูแลพื้นที่ป่าทั้งพื้นที่ซึ่งได้รับอนุญาตเข้าใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ และดูแลพื้นที่บริเวณใกล้เคียง จำนวนกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ โดยการสร้างรั้วเพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกลักลอบตัดไม้ ซึ่งเดิมประชาชนมักบุกรุกตัดต้นไม้และทำไร่ข้าวโพด นอกจากนี้ ยังได้ดูแลรักษา ปกป้อง คุ้มครองพื้นที่ป่ามาเป็นอย่างดี ทั้งป้องกันไฟป่า \\nดับไฟป่า และปลูกป่ามาโดยตลอด ทำให้ปัจจุบันสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีวัดและสำนักสงฆ์หลายแห่งทั่วประเทศได้ดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม มีพระสงฆ์จำนวนมากที่มีความกังวลในการดำเนินการปกป้องผืนป่าดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าหน้าที่\\nและอำนาจหรือไม่ พระสงฆ์และวัดมีสิทธิดำเนินการได้เพียงใด มีกฎหมายรองรับการกระทำของพระสงฆ์ที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการปกป้องผืนป่าหรือไม่ อย่างไร \\n \tทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำโครงการ “ธรรมจักรสีเขียว” โดยให้กรมป่าไม้กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตการขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ของศาสนสถานที่อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกป่า การป้องกันการบุกรุก การตัดไม้ทำลายป่า การดูแลบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จาทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้อง แต่มีศาสนสถานหลายแห่งไม่ทราบรายละเอียดหรือขอบเขตของหน้าที่และอำนาจในการปกป้องพื้นที่ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งพิจารณาหลักเกณฑ์เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตการขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ของศาสนสถานที่อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ให้ชัดเจน และดำเนินการเผยแพร่ สื่อสารทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ในศาสนสถานทั่วประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [897,699,172,"นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน","นโยบายของรัฐบาล","การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและจัดทำช่องจราจรบนถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก (East – West Economic Corridor: EWEC) ","จากปัญหาสภาพถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก (East – West Economic Corridor : EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข ๙ (R9) มีประเด็นหารือ จำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้  \\\\n\tประเด็นที่ ๑ ถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก เส้นทางเริ่มต้นจากประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศลาว และประเทศไทย สิ้นสุดที่ประเทศเมียนมา โดยเส้นทางในประเทศไทย\\\\nเริ่มต้นจากสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๒ (มุกดาหาร – สุวรรณเขต) ผ่านเข้าทางหลวงแผ่นดิน \\\\nหมายเลข ๑๒ ช่วงจังหวัดมุกดาหาร – จังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดขอนแก่น – จังหวัดพิษณุโลก – จังหวัดสุโขทัย – จังหวัดตาก สิ้นสุดที่สะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา ซึ่งถนนสายดังกล่าวช่วงจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดขอนแก่น พบว่าไฟฟ้าบนถนนส่องสว่างไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่มีการติดตั้งเฉพาะบริเวณเขตหมู่บ้าน\\\\nและชุมชน ขณะที่เส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะช่วงจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ – อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และช่วงอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ – อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม และช่วงติดต่อระหว่างอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม – อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ยังไม่มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างแต่อย่างใด \\\\n\tประเด็นที่ ๒ ถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก ช่วงจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดมุกดาหาร เป็นถนนตัดใหม่ เปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งบริเวณสี่แยกอินโดจีน บ้านกลางดง เป็นจุดตัดถนนสายจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดมุกดาหาร กับถนนสายจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ ๖ กิโลเมตร ได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามสี่แยกเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มี\\\\nการออกแบบจัดทำช่องจราจร เพื่อให้รถสามารถเลี้ยวขวาได้ กล่าวคือ หากเดินทางจากอำเภอรอบนอกของจังหวัดกาฬสินธุ์ไปยังจังหวัดมุกดาหารไม่มีช่องจราจรให้รถสามารถเลี้ยวขวาได้ จึงเป็นเหตุให้ประชาชน\\\\nใช้วิธีขับรถผ่านสี่แยกและกลับรถในจุดที่ไม่ได้กำหนดไว้ ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น       \\\\n\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [898,698,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ มีเด็กเข้าเรียนจำนวนน้อยลงทุกปี สาเหตุอาจมาจากการมีครูที่มีวุฒิการศึกษาไม่เหมาะสมกับการพัฒนาของเด็กในแต่ละช่วงวัย ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อปท. หลายแห่งขาดแคลนครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คือ เด็กวัยอนุบาล (อายุไม่เกิน ๖ ปี) และสาขาวิชาประถมศึกษา คือ เด็กวัยประถมศึกษา (อายุระหว่าง ๖ – ๑๑ ปี) ซึ่งครูสาขาดังกล่าวจะมีความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับการสอนเด็กในแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปฐมวัยเป็นวัยที่มีความสำคัญที่สุดต่อพัฒนาการและอนาคตของเด็ก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเปิดรับสมัครครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย และสาขาวิชาประถมศึกษา เพื่อบรรจุเป็นครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนทุกแห่งในสังกัด อปท. ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลได้อีกทางหนึ่ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [899,697,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร","ประเทศไทยประกอบด้วยพลเมืองหลากหลายเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์ ซึ่งมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้า หากผู้ใดมีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนราษฎร ถือเป็นพลเมืองไทย \\nจะได้รับการดูแลและคุ้มครองตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนพิการจำนวนมากที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร และไม่มีสถานะการทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร สาเหตุอาจเกิดจากการสำรวจตกหล่น การอพยพ การโยกย้ายแรงงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งว่า เป็นคนพิการไม่ต้องแจ้งเกิดแต่อย่างใด ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ \\n\tพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๑๙/๑ ได้บัญญัติว่า “คนพิการซึ่งไม่มีสถานะการทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร อาจได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมตามหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จากรัฐ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบ”  \\n\tปัจจุบันระเบียบดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมาได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและหารือ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ทำให้คนพิการเหล่านี้อยู่นอกระบบ ไม่ได้รับโอกาสและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกระเบียบการช่วยเหลือคนพิการ\\nซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน ตามความในมาตรา ๑๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\n(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [900,696,42,"นายชาญวิทย์ ผลชีวิน","กฎหมาย","คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกประกาศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่อง ให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติอยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๔๐ ง ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖) อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีพฤติการณ์จงใจ หลีกเลี่ยง หรือประวิงการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของสถาบันอุดมศึกษา หรือคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่สั่งการตามกฎหมาย ฯลฯ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ฯลฯ ซึ่งหากปล่อยให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าออกไปจะเป็นอุปสรรคในการบังคับใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย\\nการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงด้านการกีฬาอันทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษาหรือนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก ดังนั้น จึงให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเป็นสถาบันอุดมศึกษา อยู่ภายใต้บังคับของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป\\n\t \tต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกคำสั่งกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ที่ ๕๗/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เรื่อง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยมีคำสั่ง ดังนี้ \\n\t\t๑. ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ \\n\t\t๒. ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่  \\n\t\t๓. แต่งตั้งคณะบุคคล ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยมี\\nพลตำรวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ เป็น ประธานกรรมการ ทั้งนี้ ให้คณะบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พร้อมจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ รวมถึงปรึกษาหารือกับคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ\\n\tนอกจากนี้ยังแต่งตั้ง นายวิษณุ ไล่ชะพิษ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติอีกตำแหน่งหนึ่ง และให้คณะบุคคลผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง หรือ\\nคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ที่ได้กระทำการไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติและไม่เกินสมควรแก่เหตุ ย่อมได้รับความคุ้มครอง และไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย และให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับและพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ให้กับ\\nผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามคำสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ \\n\tส่วนที่พิเศษและปัญหาที่ได้รับการแก้ไขสั่งการ คือ ให้ทบทวนการสรรหาผู้ที่สมควร\\nดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงให้ทบทวนและพิจารณาสำนวนรายงานผล\\nการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ของอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [901,695,28,"นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ","ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้รายงานสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทย ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยเป็นผลสำรวจจากกลุ่มประชากรไทยในวัยทำงาน อายุระหว่าง ๒๕ – ๔๐ ปี ทั่วประเทศ จำนวนกว่า ๘,๐๐๐ คน พบว่าสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยอยู่ในระดับ “พอใช้” เท่านั้น โดยเมื่อพิจารณาคุณธรรมพื้นฐานแต่ละด้าน (ค่าเฉลี่ยเต็ม ๖ คะแนน) ซึ่งมีทั้งหมด ๕ ด้าน ประกอบด้วย พอเพียง วินัยความรับผิดชอบ สุจริต จิตสาธารณะ และกตัญญู พบว่า ด้านกตัญญู อยู่ในระดับมาก \\nมีค่าเฉลี่ย ๕.๑๑ คะแนน ด้านวินัยความรับผิดชอบ อยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย ๔.๑๘ คะแนน ส่วนคุณธรรมด้านอื่น ๆ ได้แก่ จิตสาธารณะ พอเพียง และสุจริต อยู่ในระดับพอใช้ โดยมีค่าเฉลี่ย ๔.๗๗ คะแนน \\n๔.๖๑ คะแนน และ ๔.๔๙ คะแนน ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๕) ประกอบด้วยหลัก ๓ มิติ \\n๔ คุณธรรม คือ หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามร่วมกับคุณธรรม ๔ ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา”\\n\tเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ อันเป็นการต่อยอดจากการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ \\n– ๒๕๖๕) โดยยังคงสานต่อหลักการ ๓ มิติ ๔ คุณธรรม โดยเพิ่มคุณธรรมประการที่ ๕ คือ “กตัญญู” เป็น \\n๕ คุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อให้คนไทยตระหนักและประพฤติปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีพฤติกรรม\\nที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทย\\nปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรม\\nแห่งชาติ ได้ร่วมกันพิจารณากำชับให้หน่วยงานของรัฐทุกองค์กรร่วมกันขับเคลื่อนแผนปฏิรูปในแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อให้ผลสำรวจสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยในครั้งต่อไป อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา และเพื่อสร้างสังคมคุณธรรมตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่สัมฤทธิผลตามเป้าหมายในระดับชาติต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [902,694,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ประกาศกระทรวงสาธารณสุข “เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖”","เรื่องที่ ๑ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข “เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖” \\n \tสืบเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยมีผลยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๔ พร้อมทั้ง ได้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และการรายงานผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านกลางกำหนด โดยให้กระทรวงสาธารณสุขกำหนดจำนวน อสม. ทั้งประเทศในแต่ละปีงบประมาณ เพื่อปฏิบัติหน้าที่และมีสิทธิได้รับเงินค่าป่วยการตามประกาศ ฉบับนี้ โดย อสม. ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าป่วยการตามประกาศฉบับนี้จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ ดังนี้\\n \t๑. มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติ อสม. ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (www.thaiphc.net) \\n \t๒. ต้องมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานแน่นอนในกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบ ตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของ อสม. \\n \t๓. ให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานตามแบบ (อสม.๑) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านกลางกำหนด โดยมีประธานชมรมอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านระดับหมู่บ้านหรือชุมชน และประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านระดับตำบล เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองรายงานผลการปฏิบัติงาน หากกรณีมีปัญหาให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านส่งรายงานผลการปฏิบัติให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองรายงานผลการปฏิบัติงานภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ตรวจสอบและยืนยันการส่งรายงานผลการปฏิบัติงานในระบบฐานข้อมูลค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ                                                                                                       หมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ยืนยันข้อมูล อสม. ที่ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานเข้าในระบบ                                                                                                                       \\n \tทั้งนี้ การจ่ายเงินค่าป่วยการของ อสม. ให้กรมบัญชีกลางโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ อสม. แต่ถ้าหาก อสม.รายใด มีเหตุจำเป็นไม่อาจเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินค่าป่วยการได้ ให้ทำ\\nคำชี้แจงต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นรายบุคคลและให้รวบรวมข้อมูล รวมทั้งเหตุผลความจำเป็น \\nส่งให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพพิจารณา เพื่อให้ความเห็นชอบในการเบิกจ่ายเงินสดเป็นรายบุคคลต่อไป และให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามประกาศนี้ \\n \tโดยประกาศฉบับนี้ส่งผลให้การรับรองผลงานของ อสม. ไม่ต้องผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำให้ลดขั้นตอนและสามารถเบิกจ่ายค่าป่วยการให้ อสม. ได้รวดเร็วขึ้น และเป็น\\nการยืนยันว่า อสม. ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข มิได้มีการถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่อย่างใด จึงควรเผยแพร่ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้รับทราบโดยทั่วกัน\\n\tกรณีข้อปรึกษาหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์เผยแพร่ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้รับทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีผลใช้บังคับแล้ว จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณา\\n\tเรื่องที่ ๒ ทัวร์ศูนย์เหรียญ\\n\t\tสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) เริ่มดีขึ้น และประเทศไทยได้เปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทำให้เกิดกรณี \\n“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ซึ่งเป็นคณะนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย \\nโดยการซื้อโปรแกรมทัวร์จากบริษัทนำเที่ยวในประเทศของตนเองในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน และจ้างผู้นำเที่ยวคนไทย (มัคคุเทศก์) จำนวน ๑ คน ให้มาอยู่ในคณะทัวร์เพื่อเป็นการเลี่ยงกฎหมาย โดยบริษัทนำเที่ยว\\nทำกำไรจากการหลอกขายสินค้าหรือนำนักท่องเที่ยวเข้าพักโรงแรมในเครือบริษัททัวร์ของตนเอง รวมทั้ง\\nมีการคิดค่าบริการชดเชยค่าทัวร์ที่ราคาถูก ทำให้ไม่มีรายได้เข้าประเทศไทย กรณีปัญหาดังกล่าวเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕ ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฟ้องคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ เนื่องจากข้อเท็จจริงฟังไม่ขึ้นว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ จึงไม่เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน และไม่ได้ประกอบธุรกิจให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและไม่เป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนด “ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดบริการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวโดยไม่เรียกเก็บค่าบริการหรือเรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่เห็นได้ว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างน้อยให้กำหนดอัตราค่าบริการขั้นต่ำและกำหนดให้มีการจัดทำเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงค่าบริการที่เรียกเก็บ” ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติมาตรา ๓๑ คณะกรรมการจึงควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความรัดกุมรอบคอบเพื่อมิให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย และป้องกันการนำนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมากจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามมาต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [903,693,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","การส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพการเกษตรเพื่อรองรับการเปิดประเทศหลังวิกฤตโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) และภัยพิบัติอื่น ๆ","นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะมีความมั่นใจในระบบการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) \\nและระบบการสาธารณสุขของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาในหลายภาคส่วน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตร เพื่อผลิตอาหารให้เพียงพอในการรองรับนักท่องเที่ยวและประชาชน \\nทั้งนี้ จากการเดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน พบว่ามีประเด็นสำคัญที่ควรดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑. ขอให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากพายุโนรู โดยการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหาย ให้แก่พื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมเสียหายโดยสิ้นเชิง ซึ่งเกษตรกรส่วนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาความเสียหายในส่วนนี้ เนื่องจากติดปัญหาทางธุรการของส่วนราชการที่มีความล่าช้า อันส่งผลให้เกษตรกรขาดเงินลงทุนเพื่อให้เกิดผลผลิต \\n \t๒. ขอให้ส่งเสริมนวัตกรรมการผลิตพืชและสัตว์ในระยะสั้น เพื่อเร่งให้ผลผลิตออกสู่ตลาด โดยส่วนราชการต้องเร่งการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งมีงบประมาณสำหรับการดำเนินการในส่วนนี้\\nแต่การปฏิบัติยังคงล่าช้า\\n \t๓. ขอให้เร่งส่งเสริมองค์ความรู้และการปฏิบัติการมาตรฐานแปลงปลูกและมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรเพื่อตอบสนองตลาดแนวใหม่ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขนส่งผักและผลไม้จำนวนมากเข้ามาจำหน่าย\\nในประเทศไทย หากไม่เร่งดำเนินการประเทศไทยอาจเสียเปรียบดุลการค้า \\n \t๔. ขอให้เร่งพัฒนาแหล่งน้ำนอกเขตชลประทานควบคู่กับการพัฒนาพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์) เพื่อสนับสนุนการปลูกพืชระยะสั้นให้แก่เกษตรกร\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [904,692,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","รัฐบาลเตรียมการเกี่ยวกับทิศทางกิจการลูกเสือไทยในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีอย่างไร","พระราชบัญญัติลูกเสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้คณะลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งด้านกาย ด้านสติปัญญา และด้านศีลธรรม ส่งเสริมให้เป็นพลเมืองดี \\nมีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้า จึงขอหารือเพื่อทราบแนวทางการพัฒนาลูกเสือและการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ดังนี้  \t\\n\t๑. ข้อมูลสถานะและจำนวนสมาคม หรือสโมสรลูกเสือในประเทศไทย แบ่งตามภูมิภาคต่าง ๆ ที่มีการดำเนินการต่อเนื่อง รวมทั้งที่หยุดดำเนินการ และจำนวนสมาชิกและบุคลากรลูกเสือประเภทต่าง ๆ ตามกฎหมายมีจำนวนเท่าไร \\n\t๒. ข้อมูลจำนวนค่ายลูกเสือพร้อมที่ตั้งของทางราชการ และภาคเอกชน รวมทั้งสภาพทางกายภาพในปัจจุบันและงบประมาณในการดูแลบำรุงรักษาในแต่ละปี \\n\t๓. สถิติการฝึกอบรมลูกเสือและบุคลากรทางลูกเสือทุกประเภทตลอดระยะเวลา ๕ ปี\\nที่ผ่านมา\\n \t๔. คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติได้ประมวลปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย และตามเจตจำนงของกฎหมาย ในการสร้างเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี ผ่านกระบวนการลูกเสือในปัจจุบันไว้หรือไม่ และมีแผนดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ประเด็นที่ ๓ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยได้จัดทำแผนพัฒนากิจการลูกเสือแห่งชาติไว้อย่างไร \\n\t๕. สถาบันการศึกษาและสถาบันฝึกอบรมของทางราชการและเอกชนได้ใช้หลักสูตรอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมีนโยบายที่จะประมวลความร่วมมือ จากบุคคลากรลูกเสือดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนกิจการลูกเสือของชาติอย่างไร \\n\t๖. ปัญหาเมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๖๕ บ่งชี้ถึงความเข้าใจผิด หรือค่านิยมที่เปลี่ยนไปของสังคมที่มีต่อกิจการลูกเสือ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมีแผนกลยุทธ์ดำเนินการอย่างไร\\n\t๗. สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติได้มีการประชุมปีละกี่ครั้ง ได้มีการนำ\\nผลการประชุมมาเผยแพร่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทราบหรือไม่ และการฝึกอบรมตาม ข้อ ๕ ในปีที่ผ่านมา ได้มี\\nการระงับการอบรม รวมทั้งระงับการออกวุฒิบัตรจำนวนหลายพันใบ ดังนั้น อาจแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กรณีดังกล่าวประธานกรรมการบริหารทราบหรือไม่ มีแนวทางแก้ไขอย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [905,691,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","สถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศที่รุนแรงมากขึ้น","จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันหรือการฉ้อราษฎร์\\nบังหลวงในประเทศไทย มีการใช้หน้าที่และอำนาจ เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ใน ๕ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีดัชนีการรับรู้การคอร์รัปชัน Corruption Perceptions Index : CPI อยู่ในระดับ ๓๕ – ๓๖ คะแนน ซึ่งจากการพิจารณา CPI ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่ามีตัวชี้วัดที่ระดับคะแนนคงที่ จำนวน ๑ ตัว และมีตัวชี้วัดที่ระดับคะแนนลดลง จำนวน ๒ ตัว ดังนี้\\n\t๑. ตัวชี้วัดที่มีระดับคะแนนคงที่ คือ การประเมิน V – Dem (Varieties of Democracy Project) เป็นตัวชี้วัดด้านการทุจริตในภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เกี่ยวกับการให้สินบน การเรียกรับสินบน การขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับส่วนรวม โดยประเทศไทยได้รับคะแนน ๒๖ คะแนน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่าอยู่ในระดับคงที่ และเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย CPI ของโลก ประเทศไทยได้รับ ๔๓ คะแนน เห็นว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนต่ำมาก จึงประเมินได้ว่า ในระดับนานาชาติปัญหา\\nด้านการทุจริตในภาครัฐเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรงมาก \\n\t๒. ตัวชี้วัดที่มีระดับคะแนนลดลง คือ การประเมิน Political and Economic Risk Consultancy : PERC เป็นตัวชี้วัดด้านการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ประเทศไทยได้รับ ๓๕ คะแนน ลดลงจากระดับเดิม คือ ๓๖ คะแนน จึงประเมินได้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ตระหนักหรือ\\nให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชันในประเทศ \\n\t๓. ตัวชี้วัดที่มีคะแนนลดลง คือ World Justice Project เป็นตัวชี้วัดเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nที่มีพฤติกรรมการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ ประเทศไทยได้รับ ๓๔ คะแนน ลดลงจากระดับเดิม คือ \\n๓๕ คะแนน จึงประเมินได้ว่า มีการใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบมากขึ้น\\n\tจากข้อมูลดังกล่าวเห็นว่า จุดอ่อนของการต่อต้านคอร์รัปชัน คือ การประพฤติมิชอบเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง พวกพ้อง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ทั้งในฝ่ายบริหาร \\nฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระ\\n\tดังนั้น การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยให้สำเร็จได้นั้น รัฐบาลต้องมีเจตจำนงหรือ Political will อันแน่วแน่ ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ และความสามารถของนายกรัฐมนตรีในฐานะประมุขฝ่ายบริหารเพื่อแสวงหาความร่วมมือกับประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [906,690,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","พืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น : ลิ้นจี่แม่กลอง","จากลิ่นจี่พันธุ์ค่อม หรือหอมลำเจียก จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับการขึ้นทะเบียน\\nสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ประสบปัญหาลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากการนำที่ดินไปทำหมู่บ้านจัดสรร การปลูกพืชอื่น รวมถึงทำประโยชน์ด้านอื่น แต่เดิม เมื่อปี ๒๕๔๗ มีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ ต่อมา ในปี ๒๕๖๕ พื้นที่ปลูกลิ้นจี่เหลือเพียงประมาณ ๕,๑๐๐ ไร่ นอกจากนี้ ในช่วงระยะเวลา \\n๔ - ๕ ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ อันเนื่องมาจากลิ้นจี่ไม่ออกดอก และ\\nออกดอกแต่ไม่ติดผล ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีรายได้ แต่เดิม เมื่อปี ๒๕๔๗ มีผลผลิต ๗,๐๐๐ ตัน ต่อมา \\nในปี  ๒๕๖๕ มีผลผลิตลดลงเหลือเพียง ๓๐๐ ตัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาลิ้นจี่พันธุ์ค่อมให้สามารถติดดอกออกผลได้สม่ำเสมอ ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ หรือสามารถออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้ เช่นเดียวกับการวิจัยการปลูกผลไม้ชนิดอื่น ๆ เช่น ลำไย ทุเรียน มะม่วง ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่มีความมั่นคงด้านอาชีพยิ่งขึ้นต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [907,689,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖","จากกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษา ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ ลงนามโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนที่ ๑๑ ก ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖) โดยให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๗ แห่งกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน \\n\t\t“ข้อ ๗ สถานศึกษาตามข้อ ๒ ที่มีนักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งตั้งครรภ์อยู่ในสถานศึกษาต้องไม่ให้นักเรียนหรือนักศึกษานั้นออกจากสถานศึกษาดังกล่าว เว้นแต่เป็นการย้ายสถานศึกษาตามความประสงค์ของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น” \\n\t\tการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับนี้ ทำให้หลักเกณฑ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ขณะที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีข้อสังเกต ดังนี้\\n\t\t๑. เนื่องจากมีข้อกังวลว่าผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งที่ยังมีแนวคิดว่านักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรทำให้สถานศึกษาเสื่อมเสียชื่อเสียงและใช้วิธีการต่าง ๆ บีบบังคับให้นักเรียนหรือนักศึกษานั้นลาออกจากสถานศึกษา จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินการของสถานศึกษาเพื่อเป็นการคุ้มครองวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ขณะที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้มีสิทธิได้รับการศึกษาในสถานศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมและต่อเนื่องตามความประสงค์ของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น \\n\t\t๒. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎหมายฉบับนี้ คือ ครูอาจารย์รุ่นเก่าจำนวนมากมีแนวคิดที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิด (Mindset) ทั้งที่แต่เดิม\\nมีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ได้แก่ หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา และแนวทางช่วยเหลือวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์\\nก่อนวัยอันควรและบุตร ประกอบกับเจตนารมณ์ในการตรากฎหมายฉบับนี้ เป็นการสร้างกลไกในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕ กระทรวง\\n               ๓. พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นที่มาของกฎกระทรวงฉบับนี้ กำหนดให้มีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ๕ กระทรวง ได้แก่ ๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ \\n๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ๔) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ และ ๕) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอำนาจออก\\nกฏกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติดังกล่าว อนึ่ง เหตุที่มิได้กำหนดรัฐมนตรี\\nว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้รักษาการ เนื่องจากพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ก่อนที่จะมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งแยกจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒\\n\t\t๔. การออกกฎกระทรวงมีความล่าช้าเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ๑) กฎกระทรวงของกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ มีความล่าช้าถึง ๒ ปีเศษ และมีผลบังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด ๑๘๐ วันหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา (หลังวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๒) ๒) กฎกระทรวงของกระทรวงสาธารณสุข มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๒ ๓) กฎกระทรวงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๒ \\n๔) กฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทย มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ดังนั้น จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ที่ตราขึ้นในภายหลัง ต้องกำหนดกรอบระยะเวลาการตรา\\nอนุบัญญัติให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๒ ปี \\n\t\t๕. ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงขอเสนอแนะให้บูรณาการกฎกระทรวงทั้ง ๖ กระทรวง รวมทั้งกฎหมายลำดับรองที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ และ มาตรา ๓๐๕ (ความผิดฐานทำให้แท้งลูก) ผ่านคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ช","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [908,688,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","กฎหมาย","กองทุนการออมแห่งชาติ","กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดตั้งขึ้นโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุน\\nการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๓๔ ก ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔) เปิดรับบุคคลเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง นับแต่ กอช. เริ่มดำเนินงานกองทุนครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา ๘ ปี แต่ยังไม่สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกได้เท่าที่ควร ดังเห็นได้จากรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของกองทุนการออมแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า กอช. มีจำนวนสมาชิกสะสม ๒,๔๕๘,๙๑๖ คน (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔) เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๓ เพียง ๖๒,๓๗๓ คน แม้ กอช. จะได้จัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงขอเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณา ๒ ประเด็น ดังนี้\\n\t\t๑. กฎเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไข ของ กอช. ไม่จูงใจที่จะทำให้ประชาชนสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก เพราะผลตอบแทนต่ำ ด้วยเหตุนี้ กอช. จึงควรพิจารณาทบทวนหรือปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์เดิม โดยสร้างแรงจูงใจและผลตอบแทนให้มากขึ้น ซึ่งในประเด็นนี้ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ได้เคยชี้แจงว่าอยู่ในระหว่างการดำเนินการ\\n\t\t๒. เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และมีอายุยืนยาวขึ้น ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงในชีวิต จึงเห็นควรเพิ่ม\\nการออมอีกส่วนหนึ่งของ กอช. สำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ช่วงอายุหลังวัย ๖๕ ปี \\nซึ่งอาจจะแบ่งเป็น ๒ ช่วงอายุ คือ ๑) ช่วงอายุ ๖๕ – ๗๕ ปี (ระยะเวลา ๑๐ ปี) และ ๒) ช่วงอายุ ๖๕ – ๘๐ ปี (ระยะเวลา ๑๕ ปี) โดยพิจารณาให้ได้รับผลตอบแทนสูง อัตราดอกเบี้ยสูง และปลอดภาษี ปรับปรุงหลักเกณฑ์การถอนเงินจากกองทุนของสมาชิกกลุ่มนี้ ให้สามารถถอนก่อนครบกำหนด เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็น หรือถอนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดเวลา ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงในชีวิตยิ่งขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [909,687,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมที่ยังไม่เป็นจริง","ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๑๕/๒๕๕๕ โดยวินิจฉัยว่า ข้อความที่ว่า “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” ในมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นการกำหนดที่ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจกว้างขวางเกินความจำเป็นอันอาจจะส่งผลให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการได้ การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังกล่าว เป็นการตัดสิทธิคนพิการไม่ให้สามารถสอบคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป ทั้งความพิการก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ ที่จะมีผลต่อการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความหรือผู้เกี่ยวข้อง ข้อความดังกล่าวจึงขัดต่อสิทธิของคนพิการในการเข้าทำงานบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปและเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความพิการ ดังนั้น มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ เฉพาะในส่วนที่บัญญัติว่า “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ วรรคสาม เป็นอันใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ \\n\tปรากฏว่าที่ผ่านมามีผู้พิการได้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ \\nในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา โดยแจ้งขอรับการอำนวยความสะดวกในการเข้าสอบ ต่อมา ได้รับหนังสือตอบจากสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าขณะนี้แผนกจัดการสอบของสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมยังไม่มีระเบียบให้มีการอำนวยความสะดวกในการสอบ นอกเหนือไปจากการเขียนคำตอบด้วยปากกาเท่านั้น จึงไม่อาจจัดสอบให้แก่ผู้สมัครได้ กรณีดังกล่าวถือเป็นการตัดโอกาสในการประกอบอาชีพของผู้พิการที่มีความรู้ความสามารถและมีความสนใจที่จะเข้าสู่วิชาชีพสายตุลาการ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ทันสมัยในการจัดสอบของหน่วยงาน ดังนั้น จึงขอเสนอแนะให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ","ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [910,686,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","ทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา กับสถานีรัฐสภา ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง  ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก)","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีโครงการรถไฟฟ้า\\nสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) โดยโครงการนี้ผ่านอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการของหน่วยงานของรัฐขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า ๔๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร มีบุคคลในวงงานรัฐสภา ได้แก่ สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้มาติดต่อราชการเป็นจำนวนมากนับหมื่นคนต่อวัน โดย รฟม. กำหนดให้มี สถานีรัฐสภา (PP17 PARLIAMENT STATION ) ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา มีทางขึ้น - ลงสถานี (Entrance) จำนวน ๔ จุด โดยจุดที่ ๑ และจุดที่ ๒ ตั้งอยู่บริเวณกรมทหาร จุดที่ ๓ \\nอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านวุฒิสภา และจุดที่ ๔ อยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านสภาผู้แทนราษฎร ในเบื้องต้น พบว่าทางขึ้น - ลงสถานีรัฐสภา สิ้นสุดที่บริเวณบาทวิถี (footpath) ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ดังนั้น \\nจึงขอหารือไปยังประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑. รัฐสภามีแนวคิดหรือโครงการก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา กับ ทางขึ้น - ลงสถานีรัฐสภา ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) จุดที่ ๓ บริเวณประตูทางเข้าด้านวุฒิสภา และจุดที่ ๔ บริเวณประตูทางเข้าด้านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสิ้นสุดที่บริเวณบาทวิถีด้านหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อให้มีทางเชื่อมเข้ามาในอาคารรัฐสภา หรือไม่ ถ้าหากมีแนวคิดหรือ\\nมีโครงการฯ ดังกล่าว ได้มีการออกแบบทางเชื่อมในลักษณะใด เช่น หลังคาบังแดด อุโมงค์ทางเดินลอด เป็นต้น\\n\t\t๒. งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างทางเชื่อม จะใช้งบประมาณของรัฐสภา (เนื่องจากอยู่ในบริเวณรัฐสภา) หรือ งบประมาณของ รฟม. (เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อกิจการของ รฟม.) และได้มีการประมาณการงบประมาณไว้หรือไม่ อย่างไร\\n\t\t๓. การก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา กับ ทางขึ้น - ลงสถานีรัฐสภา สามารถดำเนินการไปพร้อมกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภา และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ได้หรือไม่ หรือจะดำเนินการก่อสร้างภายหลังจากที่อาคารรัฐสภาและโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว","ประธานรัฐสภา ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [911,685,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","คำตอบ : ที่ดินทำกินชาวบ้านอยู่ที่รัฐบาล","คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ค ทช.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ มีภารกิจสำคัญในด้านการบริหารจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่มีผู้ครอบครองมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบให้แก่ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นประโยชน์แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก \\n\tอย่างไรก็ตาม ประชาชนในบางพื้นที่ยังประสบปัญหาที่ดินทำกิน คือ พื้นที่ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี มีข้อมูลสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน ดังนี้ หมู่ที่ ๑ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๓๐ ที่ดิน น.ส.๓ ร้อยละ ๓๐ หมู่ที่ ๒ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๑๐๐ หมู่ที่ ๔ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๙๘ หมู่ที่ ๕ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๕ หมู่ที่ ๗ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๙๐ พื้นที่ส่วนที่เหลือ ซึ่งรวมถึงหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๘ เป็นที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ที่ดินทำกิน ส.ป.ก.) ซึ่งสิทธิในที่ดินทำกินไม่เท่าเทียมกับโฉนดที่ดิน และที่ดิน น.ส.๓ เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาไม่สามารถโอนสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่ทายาทที่มิได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งไม่สามารถแบ่งแยกที่ดินเป็นสัดส่วนให้แก่ทายาทที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งไม่สามารถใช้สิทธิครอบครองในที่ดินทำกินเพื่อค้ำประกันกับสถาบันการเงินอื่นที่มิใช่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ มีปัญหาข้อขัดข้องในการติดต่อประสานงานกับหน่วยราชการมาโดยตลอด ประกอบกับประชาชนทราบข่าวว่า ขณะนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างจัดสรรที่ดินจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน ๕๕๗ ไร่ ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นเหตุให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินเกิดความคับข้องใจ ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบและหน่วยงานสนับสนุนได้รับทราบปัญหาความอึดอัดใจของประชาชนดังกล่าวหรือไม่ และต้องการทราบความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ของตน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ดังนี้ \\n\t๑. คทช. มีข้อมูลความคืบหน้าการบริหารจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่มีผู้ครอบครองนำมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบให้แก่ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ เผยแพร่ให้ประชาชนติดตามและรับทราบการพิจารณาจัดสรรที่ดินทำกินของตนได้หรือไม่ เช่น ปัญหาและอุปสรรค ข้อจำกัดอื่น เป็นต้น \\n\t๒. ขอให้ใช้กลไกของชุมชน ท้องที่ และท้องถิ่น ในการสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมกันในเรื่องการทำมาหากิน และสนับสนุนให้ประชาชนประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [912,684,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ณ พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๕ อนุมัติกรอบงบประมาณ การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา (จัดงานระดับ A1) ในปี พ.ศ. ๒๕๗๒ วงเงินงบประมาณ ๔,๒๘๑ ล้านบาท โดยกำหนดสถานที่จัดงาน ณ พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ๖๗๘ ไร่ ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ๒๖๐,๐๐๐ คน โดยร้อยละ ๑๕ เป็นชาวต่างประเทศ ระยะเวลาการจัดงาน ๑๑๐ วัน ระหว่างวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๗๒ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๓ ปรากฏว่าเมื่อไม่นานมานี้มีกลุ่มการเมืองพยายามเคลื่อนไหวผลักดันให้เปลี่ยนสถานที่จัดงานดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา มีคุณภาพดินและน้ำไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่จัดงาน อันเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อขวัญกำลังใจของคณะทำงานพืชสวนโลก ส่งผลให้ไม่มีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณายืนยันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา มีความเหมาะสมในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก เพื่อจะได้นำเสนอข้อมูลไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไป   \\n\t\tอนึ่ง สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับรายงานสรุปผลการศึกษาสภาพดิน น้ำ การเดินเท้าศึกษาป่าโคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จัดทำโดย ฝ่ายวิชาการและข้อมูล คณะทำงานพืชสวนโลก (กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖) จากคณะทำงานพืชสวนโลก และขอให้ส่งรายงานดังกล่าวไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณา ตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [913,683,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการสลากการกุศลเป็นทุนการศึกษาสายอาชีพ แก่เยาวชนพิการ วงเงิน ๘๓ ล้านบาท","กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มีความประสงค์เสนอโครงการสลากการกุศลของ กสศ. เพิ่มเติม จำนวน ๘๓ ล้านบาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาสายอาชีพแก่เยาวชนพิการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสทางการศึกษา จำนวน ๓๐๐ ทุน เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นสามารถนำความรู้มาประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการสลากการกุศล รอบกุมภาพันธ์ - มีนาคม ๒๕๖๖ มีงบประมาณคงเหลือ จำนวน ๑,๘๐๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการสลากการกุศลดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [914,682,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การใช้มาตรการทางการบริหารแก่ข้าราชการที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง","เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาธิการ ก.พ.) ได้มีหนังสือเวียน ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เรื่อง การกำชับให้ใช้มาตรการทางการบริหารแก่ข้าราชการที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีสาระสำคัญคือ กรณีปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนหลายกรณีว่ามีข้าราชการที่มีพฤติการณ์ในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เช่น การเรียกรับเงินในการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง การอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตนเรียกรับผลประโยชน์ที่มิควรได้ ดังนั้น เพื่อให้ธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินการของส่วนราชการ จึงเห็นควรกำชับให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลให้ข้าราชการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของคุณธรรม จริยธรรม และวินัย โดยให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ ซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องเร่งรัดในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการทางวินัยโดยเร็ว โดยนำมาตรการบริหารมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากผู้บังคับบัญชาละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย จะเห็นได้ว่าแนวทางปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว มีความสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) กิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) เรื่อง การพัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ๔ โดยกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทุกแห่งต้องถือปฏิบัติ ดังนั้น การที่เลขาธิการ ก.พ. มีหนังสือแจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และทุกจังหวัดดังกล่าวนั้น จึงเป็นเพียงหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในฝ่ายบริหาร ยังไม่ครอบคลุมถึงหน่วยงานของรัฐประเภทอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในสังกัดของฝ่ายบริหาร ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณามีหนังสือแจ้งมาตรการดังกล่าว ไปยังประธานองค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ และประธานองค์กรอิสระที่มีองค์กรกลางบริหารงาน\\nบุคคลของตนเอง ได้รับทราบและกวดขันให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องถือปฏิบัติตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการทางวินัยและจริยธรรมข้าราชการทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกันและสัมฤทธิ์ผล ตลอดจนทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐยิ่งขึ้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [915,681,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","ผลการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ และการสร้างการรับรู้และความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง","เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ ได้กำหนดให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ส่งผลให้การบริหารงานเชิงพื้นที่สามารถไปถึงระดับกลุ่มจังหวัด ระดับจังหวัด และระดับตำบล อีกทั้ง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้กำหนดให้มีแผนพัฒนาจังหวัดที่ประกอบด้วย การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา แผนงาน และโครงการสำคัญของกลุ่มจังหวัดที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด ๒๐ ปี โดยได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นฉบับแรก และขณะนี้ได้ล่วงพ้นเวลามากว่า ๕ ปี ประกอบกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ได้มีการกล่าวถึงแผนพัฒนาจังหวัดเช่นกัน ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) พิจารณาดำเนินการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัดให้กับประชาชน เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่ และขอสอบถามว่า ตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีการประชุม ก.น.บ. จำนวนกี่ครั้ง ได้กำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานอย่างไร มีการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร ตลอดจนคณะอนุกรรมการ ก.น.บ. ประจำภาค คณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ และคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ มีการประชุมจำนวนกี่ครั้ง มีผลการประชุมเป็นอย่างไร และการดำเนินการเพื่อให้แผนพัฒนาตำบล/หมู่บ้าน ไปถึงระดับนโยบายเพื่อเชื่อมโยง\\nพื้นที่เป้าหมายโดยตรงนั้น สามารถบูรณาการได้มากน้อยเพียงใด\\n","นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.)\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [916,680,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาฝุ่น PM2.5","เนื่องจากประเทศไทยกำลังประสบปัญหาคุณภาพอากาศทุกภูมิภาคและทุกปี โดยพื้นที่เขตเมืองมีสาเหตุหลักมาจากมลภาวะทางอากาศและฝุ่น PM2.5 (ฝุ่นละออง ขนาดจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน) ซึ่งเกิดจากการก่อสร้าง ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนพื้นที่ในชนบทมีสาเหตุหลักมาจากไฟป่า และการเผาไร่อ้อยและฟางข้าวเพื่อปรับพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกครั้งต่อไป จากการลงพื้นที่ พบว่า บริเวณอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่ที่ถูกเผาคือพื้นที่ปลูกข้าวโพด แต่พื้นที่ที่ทำสวน ทำนา ทำไร่ชา และทำไร่ส้ม จะไม่มีการเผา ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศ โดยกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมและป้องกันสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง ตลอดจนส่งเสริมและให้ความรู้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงได้เห็นความสำคัญของการปลูกพืชสวนหรือพืชที่มีอายุยืนเพื่อทดแทนการปลูกพืชไร่ซึ่งมีอายุสั้น","กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [917,679,2,"นายกรรณภว์  ธนภรรคภวิน","นโยบายของรัฐบาล","การท่องเที่ยวราคาต่ำกว่าทุน (ทัวร์ศูนย์เหรียญ)","เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่ได้รับความเสียหายจากทัวร์ศูนย์เหรียญ \\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ แจ้งว่า ที่ผ่านมาหัวหน้าทัวร์จะเป็นผู้ขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว \\nและออกใบเสร็จค่าสินค้าโดยระบุว่าเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยให้นักท่องเที่ยวไปรับสินค้า\\nที่ประเทศจีน แต่สินค้ามีราคาสูงเกินคุณภาพของสินค้าที่ได้รับเป็นอย่างมาก เช่น ให้นักท่องเที่ยว\\nชิมทุเรียนอบแห้งที่มีคุณภาพ แต่เมื่อได้รับสินค้าก็จะเป็นทุเรียนอบแห้งที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งมีการ\\nขายโปรแกรมท่องเที่ยวประเทศไทย โดยบริษัท โมเดิร์น อินเตอร์เนชั่นแนล ทัวร์ริสต์ กรุ๊ป \\nออฟ ไทยแลนด์ จำกัด จำนวน ๖ วัน ๕ คืน ด้วยราคาเพียงหนึ่งหมื่นกว่าบาท มีการประกาศรับสมัครหุ้นส่วนทางธุรกิจ มัคคุเทศก์ เจ้าหน้าที่ธุรการ และพนักงานบัญชี ซึ่งมัคคุเทศก์เป็นคนต่างชาติทั้งหมด ทั้งนี้ พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๙ \\nมาตรา ๕๐ กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น และมิให้ผู้อื่น\\nทำหน้าที่แทน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องมีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่\\nในราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ คือ ห้ามมิให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการทำธุรกิจให้เป็นธรรม ห้ามจำหน่ายสินค้าราคาต่ำกว่าต้นทุนโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจที่เหมาะสม ทั้งนี้ ราคาค่าบริการที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวประเทศจีนที่เดินทางมาประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ มีราคาต่ำกว่าต้นทุนมาก ทำให้บริษัทประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ในประเทศไทยได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับผู้ประกอบการต่างชาติที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวได้ อีกทั้ง ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการกำกับดูแลไม่ให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว และประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในประเทศไทย พร้อมทั้งตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ และผู้ประกอบการต้องออกใบเสร็จที่ถูกต้องให้กับนักท่องเที่ยว\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [918,678,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาห้องน้ำบนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย","เนื่องจากรถไฟของประเทศไทยได้มีการใช้มายาวนาน มีการพัฒนาการขนส่งทางรางมากขึ้น รวมถึงได้มีการปรับปรุงห้องน้ำบนรถไฟชั้น ๑ และชั้น ๒ ให้ถูกสุขลักษณะ แต่สำหรับห้องน้ำบนรถไฟชั้น ๓ ยังคงเป็นระบบเปิด คือ ไม่มีที่รองรับกักเก็บของเสีย จึงเป็นการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงบนทางรถไฟที่ไม่ถูกสุขลักษณะโดยสิ้นเชิง และปัจจุบันได้มีการเปิดใช้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รถไฟที่จะวิ่งไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้องวิ่งบนทางยกระดับตั้งแต่ออกจากสถานีดอนเมือง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการปิดล็อคประตูห้องน้ำบนรถไฟชั้น ๓ และขอความร่วมมือจากผู้โดยสารให้งดการใช้ห้องน้ำระหว่างที่วิ่งบนทางยกระดับและเข้าสถานี ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุคสมัย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ดังนั้น จึงขอสอบถามว่า ปัจจุบันมีรถไฟชั้น ๓ ที่มีห้องน้ำระบบเปิดหรือไม่ได้มาตรฐานจำนวนเท่าใด และได้กำหนดแผนเพื่อพัฒนา ปรับปรุงห้องน้ำบนรถไฟทุกระดับชั้นให้เป็นระบบปิดที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะหรือไม่ กรณีมีแผนการปรับปรุง \\nคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [919,677,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","เรื่อง  ปัญหาตลิ่งลำน้ำชีทรุด","เนื่องจากพื้นที่ตำบลนาเริง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีแม่น้ำชีไหลผ่าน \\nเป็นระยะทาง ๑,๙๖๐ เมตร เกิดปัญหาตลิ่งทรุดเนื่องจากน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายปี โดยพื้นที่\\nที่พบความเสียหายมากที่สุด คือ บ้านคุ้งสะอาด หมู่ที่ ๕ เนื่องจากมีพื้นที่ติดแม่น้ำ ระยะทาง ๙๖๐ เมตร อยู่บริเวณโค้งน้ำรูปตัวเอส กล่าวคือ พื้นที่ของส่วนที่โค้งถูกน้ำกัดเซาะ และส่วนที่เว้าได้รับแรงปะทะ\\nทำให้ตลิ่งทรุด ถนนเลียบแม่น้ำพัง รวมถึงชุมชน บ้าน วัด และโรงเรียน เสียหายและรอวันจมน้ำ \\nหากไม่ดำเนินการแก้ไข อาจทำให้บ้านเรือนทั้งหมด ๑๕๐ หลังคาเรือน เหลือเพียง ๒๐ หลังคาเรือน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาจัดสรรงบกลางโดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาตลิ่งทรุดในพื้นที่บ้านคุ้งสะอาด หมู่ที่ ๕ ตำบลนาเริง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกรณีเร่งด่วน\\n\\nเรื่อง  ปัญหาการย้ายข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา\\nขั้นพื้นฐาน\\n \t\tเนื่องจากได้รับทราบว่า มีการเรียกรับเงินจากครูและผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาที่แสดงความประสงค์ขอย้ายกลับภูมิลำเนา โดยแบ่งเป็น ระดับครู จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท และระดับผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเป็นความจริง ขอให้\\nเร่งดำเนินการแก้ไขและลงโทษอย่างเด็ดขาด แต่หากไม่เป็นความจริง ขอให้ดำเนินการชี้แจงให้ข้าราชการครูทั่วประเทศได้ทราบข้อเท็จจริง เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป\\n","กระทรวงศึกษาธิการ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [920,676,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ครอบครองยาบ้าไม่เกิน ๑ เม็ด กับผลกระทบทางสังคม","เนื่องจากร่างกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์\\\\nที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. .... ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ข้อ ๓ (๑) (จ) \\\\nระบุว่า ผู้ที่ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณที่กำหนด คือ แอมเฟตามีน (ยาบ้า) ปริมาณไม่เกิน ๑ หน่วยการใช้ หรือ ๑ เม็ด หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน ๐.๑ กรัม \\\\nให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งการกำหนดปริมาณดังกล่าวจะส่งผลกระทบ\\\\nต่อสังคมอย่างรุนแรง เนื่องจาก เป็นการกำหนดปริมาณการครอบครองในจำนวนที่ต่ำเกินไป ทำให้\\\\nผู้ที่มียาบ้าเพื่อเสพ เกินกว่า ๑ เม็ด เพียงเล็กน้อย ต้องถูกดำเนินคดีฐานผู้ค้า ซึ่งมีบทกำหนดโทษจำคุก\\\\nไม่เกิน ๑๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑.๕ ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ต้องโทษความผิดดังกล่าวไม่สามารถเข้าสู่การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา ๑๑๔ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มองว่าผู้เสพฯ คือผู้ป่วยและเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้สร้างกลไกใหม่รองรับการแก้ไขปัญหา\\\\nผู้เสพยาเสพติด โดยเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาโดยสมัครใจ และไม่ถือว่าเป็นความผิด การแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวจะทำให้ผู้เสพฯ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในระบบใหม่ได้ ทำให้มีผู้ถูกจับกุมในคดียาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณงาน\\\\nของพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และกรมราชทัณฑ์เพิ่มขึ้น อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสถานการณ์ผู้ต้องขังล้นเรือนจำอีกครั้ง และทำให้คุณภาพการพัฒนาพฤตินิสัยการคืนคนดีสู่สังคม เป็นปัญหาสู่สังคมรวมถึง เป็นปัญหานโยบายยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศที่นำผู้ที่ไม่สมควรได้รับโทษไปสู่การควบคุมตัวในเรือนจำ นอกจากนี้ ผู้ครอบครองยาบ้าเพียงเล็กน้อย แต่เกินกว่า ๑ เม็ด จะถูกดำเนินคดีฐานความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเช่นเดียวกับฐานความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ซึ่งสามารถถูกตรวจสอบ ยึด อายัดทรัพย์สิน ถึงแม้จะสามารถนำพิสูจน์ต่อศาลได้แต่สร้างความยุ่งยาก และหากเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่ออายัดทรัพย์สินกับคนกลุ่มดังกล่าว จะเป็นการสูญเสียเวลาและทรัพยากรเป็นจำนวนมากแต่ผลที่ได้ไม่คุ้มค่า อาจเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนแสวงหาผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ที่สำคัญผู้เสพยาเสพติดที่ถูกดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับการค้าต้องมีประวัติในระบบฐานข้อมูลอาชญากรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตในอนาคต โดยทั้งหมดนี้ ขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ และการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขและคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาทบทวน\\\\nร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว","คณะรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [921,675,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ปัญหาที่ดินทำกิน ส.ป.ก. จังหวัดนครสวรรค์ หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาชนกัน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสุภลักษณ์  รัตนิล ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเข้าทำประโยชน์\\nในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) จำนวน ๒ แปลง ประกอบด้วย แปลงที่ ๑ กลุ่มที่ ๒๑๕ เนื้อที่ \\n๑๖-๓-๕๙ ไร่ และ แปลงที่ ๒ กลุ่มที่ ๒๑๕ เนื้อที่ ๓๐-๑-๘๕ ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาชนกัน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้เข้าทำประโยชน์ปลูกต้นยูคาลิปตัสมาเป็นเวลานาน ต่อมา พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นนางสาวใจฝัน  คงนิสัย อันเป็นเหตุให้นางสุภลักษณ์ฯ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ อย่างไร และขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [922,674,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการบริหารองค์กรกีฬา กรณีสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์","เนื่องจากกีฬาถือเป็นสื่อกลางที่ทำให้ประเทศทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทย ผ่านนักกีฬาประเภทต่าง ๆ อาทิ มวย ยกน้ำหนัก กอล์ฟ สนุกเกอร์ ที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยฟุตบอลถือเป็นกีฬาซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดของคนทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ทั้งนี้ ระบบการแข่งขันฟุตบอลสโมสรของประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แบ่งการแข่งขันเป็น ๓ ระดับ ซึ่งทุกสโมสรต่างประสบปัญหาเงินสนับสนุนไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่าย กล่าวคือ ระดับไทยลีก (T1) มี ๑๖ ทีม กำหนดให้เงินทีมละ ๒๐ ล้านบาท ปรับลดเหลือ ๑๔ ล้านบาท กำหนดจ่าย ๔ งวด งวดละ ๓.๕ ล้านบาท แต่งวดแรกจ่าย ๑.๕ ล้านบาท ไทยลีก ๒ (T2) มี ๑๘ ทีม กำหนดให้เงินทีมละ ๓ ล้านบาท ปรับลดเหลือ ๒.๑ ล้านบาท กำหนดจ่าย ๔ งวด งวดละ ๕๒๕,๐๐๐ บาท แต่งวดแรกจ่าย ๒๒๕,๐๐๐ บาท และไทยลีก ๓ (T3) มี ๗๖ ทีม กำหนดให้เงินทีมละ ๑ ล้านบาท ปรับลดเหลือ ๗๐๐,๐๐๐ บาท กำหนดจ่าย ๔ งวด งวดละ ๑๗๕,๐๐๐ บาท แต่งวดแรกจ่าย ๗๕,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ ยังประสบปัญหาการใช้นักฟุตบอลต่างชาติ เป็นเหตุให้นักฟุตบอลไทยไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอลเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาติดตาม กำกับดูแลการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้ระบบการแข่งขันฟุตบอลสโมสรของประเทศไทยเกิดการพัฒนาได้ทัดเทียมกับประเทศประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [923,673,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอคืนอัตราจ้างตำแหน่งธุรการและนักการภารโรงให้แก่ทุกโรงเรียน","คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีมติเห็นชอบ ให้คืนตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนและครู ให้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก (มีนักเรียนตั้งแต่ ๖๑ - ๑๑๙ คน) ประมาณ ๗,๗๐๐ โรงเรียน นั้น มีประเด็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม คือ การคืนอัตราตำแหน่งครูธุรการโรงเรียนและนักการภารโรง ที่เกษียณอายุ ลาออกหรือเสียชีวิต ให้ทุกโรงเรียน เนื่องจากมีความสำคัญในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของข้าราชการครูให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หนังสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๑ \\\\nที่ ศธ ๐๔๑๖๖/๔๕๗ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงาน\\\\nให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน ดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ใหม่ คือ ให้สถานศึกษาดำเนินการจ้างอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการได้อย่างต่อเนื่องรายเดิมจนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณ กรณีอัตราจ้างว่างลง หลังวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ สามารถสรรหาผู้ปฏิบัติงานให้ราชการรายใหม่ทดแทนในตำแหน่งธุรการโรงเรียน และนักการภารโรง โดยไม่ต้องรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่โรงเรียนที่มีตำแหน่งครูธุรการ และนักการภารโรง ว่างลงก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ จะไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาคืนอัตราตำแหน่งดังกล่าวให้แก่โรงเรียนทุกแห่ง\\\\n","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [924,672,181,"พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ","กฎหมาย","การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ (๑ โครงการ ๑ QR Code)","เนื่องจากคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดทำระบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (๑ โครงการ ๑ QR Code) โดยที่ประชุมวุฒิสภา\\nได้เห็นชอบให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ๑ โครงการ ๑ QR Code \\nจะเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้เครือข่าย ภาคประชาชน \\nภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง สอดส่อง แจ้งเบาะแสการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ\\nได้โดยง่าย ด้วยการเข้ารหัส QR Code ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะไม่มีความซับซ้อน \\nไม่ใช้งบประมาณ ไม่เพิ่มบุคลากร แต่ปัจจุบันรัฐบาลยังมิได้ดำเนินการขับเคลื่อนแต่อย่างใด ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐบาลได้นำเรื่อง การกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐที่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง จัดทำ QR Code ไว้ที่ชื่อ/ป้ายโครงการ โดยมีข้อกำหนดว่า ทุก QR Code ต้องประกอบด้วย ข้อกำหนด รายละเอียด เงื่อนไข หรือขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) ราคา และผู้รับจ้าง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้สนใจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตาม ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ นำไปสู่ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยมีคะแนนสูงขึ้น ส่งผลให้คะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) สูงขึ้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [925,671,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทย","เนื่องจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้ประกาศดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยปี ๒๕๖๕ โดยได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ จำนวน ๑ คะแนน เป็น ๓๖ คะแนน ซึ่งเท่ากับปี ๒๕๖๑ และการจัดอันดับดีขึ้น \\n๙ อันดับ จากอันดับที่ ๑๑๐ เป็นอันดับที่ ๑๐๑ แต่ยังคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่กำหนดให้มีคะแนน CPI ในปี ๒๕๖๕ \\nอยู่ที่ ๔๕ คะแนน ซึ่งเรื่องที่ได้รับการประเมินค่อนข้างต่ำ มีคะแนน ๒๖ คะแนน เป็นเรื่องการทุจริต\\nในภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เกี่ยวกับการเรียกรับสินบน การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม การมีพฤติกรรมเบียดบังเงินงบประมาณหรือทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนหรือคนในครอบครัว ซึ่งห่างไกลจากเกณฑ์เฉลี่ยของโลก คือ ๔๓ คะแนน ทั้งนี้ \\nTI ได้ยกย่องประเทศเวียดนามว่ามีพัฒนาการด้านการต่อต้านการทุจริตดีขึ้น ซึ่งได้คะแนนโดยรวมเพิ่มขึ้น ๙ คะแนน จากปี ๒๕๖๑ ได้ ๓๓ คะแนน และปี ๒๕๖๕ ได้ ๔๒ คะแนน ซึ่งประเทศเวียดนามได้ดำเนินนโยบายล้างผลาญการทุจริตกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ประธานาธิบดีเวียดนามคนปัจจุบันได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง และยุติบทบาททางการเมือง อันเนื่องมาจากการจับกุมดำเนินคดีรองนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และนักธุรกิจ ประมาณ ๑๐๐ คน ในข้อหาฉ้อโกงและทุจริต ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลได้เร่งรัดปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อเป็นแบบอย่างให้พรรคการเมืองที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศในช่วงต่อไป ได้ประกาศนโยบายปราบปรามการทุจริตที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้คะแนน CPI ของประเทศไทยในปี ๒๕๖๖ เป็นไปตามเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [926,670,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การเยียวยาเจ้าหน้าที่ที่ไม่ถ่ายโอนยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ของกระทรวงสาธารณสุข","การถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ พบปัญหาบุคลากรสาธารณสุขที่มีทั้งผู้ไม่ประสงค์ถ่ายโอน และผู้ที่ขอยกเลิกความประสงค์ถ่ายโอนแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และผู้ที่ถ่ายโอนไปแล้วเปลี่ยนใจขอโอนย้ายกลับมาที่กระทรวงสาธารณสุข โดยบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนและได้รับความเดือดร้อน มีจำนวน ๔,๖๕๕ คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล รพ.สต. จำนวน ๖๐๘ คน และเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมการด้านวิชาการและติดตามประเมินผล กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาด้านวิชาการ \\nและติดตามประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการถ่ายโอน พบว่า บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่โอนย้ายไป \\nร้อยละ ๔๐ ของจำนวนอัตราทั้งหมด ๑๑,๙๒๘ อัตรา มีความต้องการขอโอนย้ายกลับมาที่กระทรวงสาธารณสุข ด้วยเหตุผลหลายประการ \\n \t\tโดยบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ถ่ายโอนไปยัง อบจ. เนื่องจากต้องการปฏิบัติราชการ ณ รพ.สต. เดิม ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพราะได้อยู่ใกล้ครอบครัว และญาติพี่น้อง แต่ปรากฏว่า\\nต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติราชการจาก รพ.สต.เดิม ไปยัง รพ.สต. อื่น รวมถึงโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) \\n \t\tสำหรับผู้อำนวยการโรงพยาบาล รพ.สต. ที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอน ตำแหน่งได้ถูกตัดออกไป\\nข้อสำคัญ คือ ถูกตัดเงินค่าอยู่เวร หรือค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน ที่เรียกว่า ฉ.๕ และ ฉ.๑๑ ส่งผลให้\\nรายได้ลดน้อยลง ส่วนผู้ที่ยังสามารถอยู่เวรได้พบว่าได้รับเงินค่าอยู่เวรลดน้อยลงกว่าเดิม อีกทั้ง การเดินทางไปปฏิบัติราชการในสถานที่ทำงานแห่งใหม่มีระยะทางไกลขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ สวัสดิการต่าง ๆ ก็ได้รับลดน้อยลงกว่าเดิม เช่น ไม่มีสวัสดิการที่พักอาศัยให้แก่บุคลากร \\nและไม่มีสวัสดิการเบิกค่าเช่าบ้าน เป็นต้น\\n \t\tดังนั้น ปัญหาที่ต้องการให้พิจารณาหาแนวทางแก้ไข คือ \\n \t\t๑. การช่วยเหลือเยียวยาแก่บุคลากรที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนและต้องการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต่อไป เพราะการถ่ายโอนจะต้องได้รับความยินยอมโดยความสมัครใจมิใช่ถูกบังคับ \\nและผู้ที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนต้องมีทางเลือกให้สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง \\n\t\t๒. สำหรับผู้ที่ถ่ายโอนไปแล้วและต้องการโอนย้ายกลับมายังกระทรวงสาธารณสุข \\nขอให้มีการช่วยเหลือเยียวยาให้ได้ทำงานตามแนวทางและสภาพแวดล้อมที่บุคลากรเหล่านั้นต้องการ \\nเพื่อจะได้มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน อันเป็นปณิธานตั้งแต่\\nเมื่อครั้งสมัครสอบบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ \\n \t\tอนึ่ง สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือเรื่องนี้ ได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขหลังการถ่ายโอน รพ.สต. (ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถาม ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ๒ ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ ๑ ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๖ และครั้งที่ ๒ ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๖ หากมีการเลื่อนตอบกระทู้ถามออกไปอีกเกรงว่ากระทู้ถามดังกล่าวจะไม่ได้รับการตอบในที่ประชุมวุฒิสภา เนื่องจากจะสิ้นสุดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สองในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งสุดท้ายของรัฐสภาเพราะครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการด่วน","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [927,669,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างทางลอดหน้าโรงเรียนบ้านหนองบัว และวัดสุขวรารามตำบลบ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า โรงเรียนบ้านหนองบัวและวัดสุขวราราม \\nตำบลบ่อกระดาน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี มีพื้นที่ตั้งอยู่ติดกับถนนเพชรเกษมและเป็นเขตชุมชน \\nซึ่งถนนบริเวณดังกล่าวมีรถวิ่งสัญจรจำนวนมากและใช้ความเร็วสูง ประชาชนในพื้นที่ข้ามถนน\\nด้วยความยากลำบากและไม่มีความปลอดภัย จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาสร้างอุโมงค์ทางลอด\\nใต้ถนนเพชรเกษมบริเวณดังกล่าว","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [928,668,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนเลี่ยงเมืองเทศบาลตำบลประจันตคาม","จากทางหลวงหมายเลข ๓๓ (ถนนสุวรรณศร) ที่มี ๖ ช่องจราจร กับทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๘ ที่มี ๒ ช่องจราจรและไม่มีไหล่ทาง มีจุดที่ถนนตัดกันผ่านกลางเทศบาลตำบล\\nประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี  ซึ่งบริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๘ เป็นบริเวณ\\nที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น อีกทั้งมีรถบรรทุกสินค้า และรถโดยสารรับ-ส่งพนักงาน ไปยังนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ เป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดเป็นอย่างมาก และไม่สามารถขยายเส้นทางการจราจรได้เนื่องจากมีเขตทางจำกัด ทำให้ประชาชนในเขตเทศบาลประจันตคาม\\nได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเทศบาลตำบลประจันตคามได้พยายามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว \\nด้วยแนวคิดการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองแต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกินขีดความสามารถของเทศบาล \\nองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี เพราะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง\\nเป็นจำนวนมาก และในโอกาสที่สมาชิกวุฒิสภาในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคตะวันออก \\nได้เดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดปราจีนบุรี นายกเทศบาลตำบลประจันตคามได้ร้องเรียนปัญหา\\nความเดือดร้อนดังกล่าว โดยเทศบาลตำบลประจันตคามได้ส่งเรื่องไปยังกรมทางหลวงชนบทจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการพิจารณาแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดี ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจแนวการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๓ ข้างโรงพยาบาลประจันตคาม ข้ามไปยังทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๘ \\nบริเวณข้างองค์การบริหารส่วนตำบลประจันตคาม มีระยะทาง ๒ กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้สำรวจเบื้องต้นและแจ้งว่าต้องมีผังจังหวัดปราจีนบุรี \\nปัจจุบันเทศบาลตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ได้กำหนดผังจังหวัดปราจีนบุรีเรียบร้อยแล้วและเนื่องจากขั้นตอนการก่อสร้าง การเวนคืนที่ดิน และการจัดสรรงบประมาณ ต้องใช้\\nระยะเวลานาน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลประจันตคาม","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [929,667,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","ความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา","จากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มีการสรรหาคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๒๔๕ เขต ประกอบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าจะดำเนินการสรรหา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จากนั้น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ประเด็นสำคัญ คือ ต้องมีการถ่ายโอนหน้าที่และอำนาจการบริหารงานบุคคล ได้แก่ การบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้าย การโอน การพิจารณาความดีความชอบ และการพิจารณาดำเนินการทางวินัย จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n \t\t๑. มีการเตรียมการเพื่อให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พร้อมในการปฏิบัติหน้าที่\\nหรือไม่ อย่างไร\t\\n \t\t๒. มียุทธวิธีหรือวิสัยทัศน์ ที่จะขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ หรือใช้ระบบอุปถัมภ์\\nในทางมิชอบ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในบางเขตพื้นที่การศึกษา หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๓. มีการวางระบบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ หรือไม่ อย่างไร","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [930,666,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การปราบปรามแพลตฟอร์มหวยเถื่อนออนไลน์",null,"นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [931,665,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","การสนับสนุนร่างกฎหมายว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล","กฎหมายที่ส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชน ด้านประชาธิปไตย การขจัดโอกาสในการทุจริต\\nคอร์รัปชัน และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม คือกฎหมายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการส่งเสริม\\nความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งหลักการนี้ปรากฏอยู่ในปฏิญญา สนธิสัญญา อนุสัญญา\\nและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชนทุกฉบับ รวมทั้งที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย \\nโดยหลักการนี้ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาจนถึงฉบับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม “ร่างกฎหมายว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล” ยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร \\nเนื่องจากได้มีการเสนอเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ และไม่ปรากฏว่ามีการเสนอเข้ามาอีก ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ \\nสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นำกลับมาพิจารณาศึกษาใหม่และถูกตีตกไป จากนั้น ภาคประชาสังคม\\nได้มีการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลและได้เสนอรัฐบาลอีกครั้งในปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละรัฐบาลต่างให้คำสัญญาว่า\\nจะสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อขจัดความไม่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และลดโอกาสการสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ แต่ยังไม่มีผู้ใดขับเคลื่อนให้กฎหมายเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมได้ อนึ่ง ปัจจุบันร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคงอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ส่วนฉบับประชาชนได้ยื่นต่อประธานรัฐสภาและคณะกรรมาธิการ\\nหลายคณะ แต่ยังไม่ได้รับการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ช่วยลดความขัดแย้ง ลดการสร้างมาตรฐานหลายมาตรฐานของสังคม จึงมีความเชื่อมั่นว่า\\nหากผู้ใดสามารถขับเคลื่อนให้ “ร่างกฎหมายว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล” ตราเป็นกฎหมายออกมาใช้บังคับจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างมาก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [932,664,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การสื่อสารนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนองค์กรชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและการสร้างโอกาสความเสมอภาคทางสีงคม","การลงพื้นที่ ณ จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก พบว่าการดำเนินการใด ๆ ของภาครัฐจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากขาดการสื่อสารเชิงนโยบายจากรัฐบาล ซึ่งพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดบทนิยามศัพท์คำว่า “องค์กรชุมชน” ไว้ และได้กำหนดองค์ประกอบของสภาองค์กรชุมชนตำบลไว้ในหมวด ๑ ซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการร่วมกับประชาชนและหน่วยงานของรัฐ แต่อย่างไรก็ดี ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. ๒๕๖๒ มิได้กล่าวถึงองค์กรชุมชนหรือสภาองค์กรชุมชนตำบลแต่อย่างใด ในขณะที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ให้ความหมายบทนิยามศัพท์คำว่า “ผู้แทนภาคประชาสังคม” หมายถึง ผู้แทนซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการกำหนด และมาตรา ๙ ของพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกันได้กำหนดให้ “ผู้แทนภาคประชาสังคม” เป็นองค์ประกอบหนึ่งของคณะกรรมการนโยบาย\\nการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและหมู่บ้าน\\nในการวางระบบในการบริหารงานแบบบูรณาการ เนื่องจากต้องมีการดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น สวัสดิการชุมชน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การดูแลที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เป็นต้น ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว และมีการรวมตัวที่ทำให้เกิดความร่วมมือในการสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากได้ ยกตัวอย่างเช่น สภาองค์กรชุมชนตำบลดงเดือย อำเภอกงไกรลาศ \\nจังหวัดสุโขทัย สามารถพัฒนาปลาหมอพันธุ์ชุมพร จากขนาดน้ำหนัก ๒๕๐ กรัม ให้มีน้ำหนัก ๔๐๐ - ๔๕๐ กรัม ในระยะเวลาไม่กี่ปี ดังนั้น เพื่อเป็นการสื่อสารนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่กำกับดูแล และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับภูมิภาค รัฐบาลควรใช้กลไกของ “สภาองค์กรชุมชนตำบล” เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และทำความเข้าใจ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในชนบทเกิดผลเป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [933,663,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาหลังน้ำลดให้ประชาชนที่ได้","จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n \t\t    ๑. เรื่อง การแก้ไขปัญหาหลังน้ำลดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดร้อยเอ็ด\\n \t\t\tจากการเดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับทราบจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว\\nใน ๑๒ อำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งประสบอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ว่าขณะนี้กำลังประสบปัญหา\\nไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ เนื่องจากไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวเพราะน้ำท่วมนาข้าวในขณะที่ต้นข้าวกำลัง\\nออกรวงทำให้ต้นข้าวเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้ไม่มีเงินทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมาเพาะปลูกในปีต่อไป \\nอนึ่ง สำหรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือชาวนาไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท เป็นเพียงความช่วยเหลือเบื้องต้นมิใช่เป็นการช่วยเหลือในระยะยาว และในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกปีเกษตรกรจะเริ่มปลูกข้าวนาปีแต่ปรากฏว่ายังคงประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นการเยียวยาและช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ในระยะยาว \\n                   ๒. เรื่อง ปัญหาที่ดินของโรงพยาบาลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด\\n\t\t\tเนื่องจากโรงพยาบาลเชียงขวัญเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอเชียงขวัญ ซึ่งให้บริการ\\nแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีบริการรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) หากกรณี\\nมีผู้ป่วยอาการหนักจะต้องส่งตัวเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ซึ่งมีระยะทางห่างจากโรงพยาบาลเชียงขวัญประมาณ ๑๙ กิโลเมตร สร้างความลำบากให้แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไกลขึ้น\\nและเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับรับผู้ป่วยใน จำนวน ๓๐ เตียง ให้แก่โรงพยาบาลเชียงขวัญ แต่มีปัญหาว่าพื้นที่ของโรงพยาบาลเชียงขวัญเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ และจากการติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา ๒ ปี พบว่ายังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลเชียงขวัญให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อที่โรงพยาบาลเชียงขวัญจะสามารถรับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับผู้ป่วยใน จำนวน ๓๐ เตียง จากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยและญาติที่มารับบริการจากโรงพยาบาลเชียงขวัญได้","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [934,662,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จากโครงการ \\\\\\\"บางระกำโมเดล\\\\\\\"","โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้เดินทางลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๑๙–๒๐ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ตำบลวังเป็ด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ได้มีประชาชนชาวอำเภอบางระกำร้องเรียนถึงปัญหาความเดือดร้อนและสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขอันเกิดจากผลกระทบของโครงการบางระกำโมเดลที่ได้นำพื้นที่นาในอำเภอบางระกำประมาณ ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ ไปใช้ในการกักเก็บน้ำเป็นเวลาประมาณ ๓-๔ เดือน ทำให้ประชาชนเจ้าของพื้นที่นาไม่สามารถทำนาได้ และเมื่อกรมชลประทานได้ระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้วก็ยังไม่สามารถทำนาได้เพราะมีน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้น ชาวบางระกำจึงขอให้ทางภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อน และบริหารจัดการน้ำภายหลังการกักเก็บน้ำเพื่อให้ประชาชนชาวอำเภอบางระกำ มีน้ำเพียงพอสำหรับการทำนา รวมทั้งต้องการให้ภาครัฐจัดทำบริการสาธารณูปโภค เช่น ถนน น้ำประปา ไฟฟ้า และจัดหาอาชีพเสริมเพื่อให้ชาวอำเภอบางระกำมีรายได้เหมือนเดิมก่อนที่จะมีการจัดทำโครงการบางระกำโมเดล","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [935,661,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การกำกับดูแลข้าราชการที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ","จากช่วงที่ผ่านมาสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เสนอข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการที่ใช้หน้าที่และอำนาจโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นหลายกรณี อาทิ การใช้อำนาจทางปกครองต่อผู้ใต้บังคับบัญชาโดยมิชอบ การเรียกรับผลประโยชน์จากการใช้หน้าที่และอำนาจ รวมทั้งการเรียกรับผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกอบกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า หากเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดใช้หน้าที่และอำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบจะไม่ดำเนินการลงโทษเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่จะดำเนินการลงโทษกับผู้บังคับบัญชาที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกสองลำดับชั้น เพราะถือว่าบกพร่องในการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างไรก็ดี ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) เรื่องการพัฒนาระบบข้าราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ เป็นกิจกรรมปฏิรูปที่ ๔ โดยมีเป้าหมายให้หัวหน้าหน่วยงาน\\nของรัฐจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nในหน่วยงาน และบังคับใช้มาตรการทางจริยธรรม วินัย และทางอาญาต่อผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว\\nและเป็นธรรม พร้อมกับนำหลักความรับผิดชอบในการกระทำ (Accountability) มาบังคับใช้กับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนั้น แนวความคิดของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติข้างต้นสอดคล้องกับ Big Rock ที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นสิ่งที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานควรต้องถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน ในการนี้ จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำประเด็นดังกล่าวกับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในส่วนของการประพฤติปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจะทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศสามารถดำเนินต่อไปได้","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [936,660,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การเพิ่มความเที่ยงตรงของการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จับกุมผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานหนึ่ง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่าการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงาน ป.ป.ช. อาจจะขาดความเที่ยงตรง ทำให้หน่วยงานดังกล่าวได้คะแนนการประเมินอยู่ในระดับ A ตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวชี้วัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ O๔๓ \\nโดยนโยบายไม่รับของขวัญในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ทั้งนี้ จากการติดตาม\\nการประเมินความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี โดยผลการประเมินส่วนมากมีความเที่ยงตรง มีเพียงบางหน่วยงานที่รู้หลักเกณฑ์การให้คะแนนจึงมีวิธีที่สามารถทำให้ได้คะแนนสูงกว่าความเป็นจริง ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. จึงควรปรับปรุง หลักเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ดังนี้          \\n\t\t(๑) แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment : IIT) เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกคำตอบตามการรับรู้ของตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์\\nเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในองค์กรที่หน่วยงานเสนอชื่อ จำนวน ๓๐ คำถาม ซึ่งอาจทำให้มีการเตรียมการได้ จึงควรจะสอบถามบุคคลจากภายนอกกลุ่มที่หน่วยงานเสนอในจำนวนที่เท่ากัน \\nซึ่งจะทำให้คะแนนมีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น              \\n\t\t(๒) แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment : EIT) เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกคำตอบตามการรับรู้ของตนเอง \\nโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จำนวน ๑๕ คำถาม โดยหน่วยงาน\\nเป็นผู้คัดเลือกกลุ่มบุคคล ดังนั้น เพื่อเพิ่มความเที่ยงตรง สำนักงาน ป.ป.ช. ควรขอข้อมูลรายชื่อ \\nหรือช่องทางในการติดต่อกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกเพิ่มเติม หรืออาจขอเข้าเก็บข้อมูลภาคสนาม\\nที่หน่วยงานของรัฐหรือแหล่งข้อมูลที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด โดยรวบรวมข้อมูลให้ได้ไม่น้อยกว่า\\nกลุ่มตัวอย่างขั้นต่ำ และมีลักษณะเป็นตัวแทนที่ดีมากที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดความเที่ยงตรงในการประเมิน  \\n\t\t(๓) แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment : OIT) เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกตอบมีหรือไม่มีการเปิดเผยข้อมูล พร้อมทั้งระบุ URL เพื่อเชื่อมโยงไปสู่แหล่งที่อยู่ของการเปิดเผยข้อมูล จำนวน ๔๓ ตัวชี้วัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูล จากเว็บไซต์ของหน่วยงาน ซึ่งเป็นการประเมินว่ามีการจัดทำกิจกรรมเท่านั้น ไม่ได้มีการวัดประสิทธิผล หรือประสิทธิภาพ ดังนั้น ในปีต่อไป สำนักงาน ป.ป.ช. ควรจะเพิ่มการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ให้มากขึ้นในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น ตัวชี้วัด O๓๗ การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต ตัวชี้วัด O๓๙ แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต และตัวชี้วัด O๔๓ การดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การประเมินมีความเที่ยงตรง\\nมากยิ่งขึ้น ","เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [937,659,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... กับการสร้างปัญหาใหม่ทางการศึกษา","จากกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... จึงมีความห่วงใยต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากหลักการของการศึกษาพิเศษเป็นสาขาวิชา เป็นบริการเติมเต็มเพื่อทำให้ระบบการศึกษามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยและต่างประเทศไม่มีบทบัญญัติใดรับรองสิทธิผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีบทบัญญัติรับรองสิทธิคนพิการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ดังนั้น การผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... เพื่อยกเลิกพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายให้หน่วยงานใหญ่ขึ้น มีบุคลากรและงบประมาณมากขึ้น ถือเป็นสิ่งที่มิชอบและไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง หากมีความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการบริหาร อาทิ กรม หรือ หน่วยงาน ควรพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเรื่องการบริหารจัดการมากกว่าการออกกฎหมายทับซ้อนหรือยกเลิกกฎหมายที่รับรองสิทธิของประชาชนหรือกฎหมาย\\nที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้น ขอให้พิจารณาทบทวนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาแก่คนพิการทั่วประเทศ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [938,658,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การพิสูจน์สิทธิที่ทำกินและสัญชาติในพื้นที่ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และการจัดทำแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในพื้นที่อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางลงพื้นที่เข้าร่วมโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ จังหวัดราชบุรี ได้มีกำนันตำบลสวนผึ้ง ขอให้ช่วยดำเนินการประสานเพื่อเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้    \\n               (๑) ประชาชนในพื้นที่ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสิทธิที่ทำกินและปัญหาสัญชาติเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม ดำเนินการพิสูจน์สิทธิที่ทำกินในพื้นที่ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการพิสูจน์สัญชาติของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยเร็วด้วย     \\n\t\t(๒) ประชาชนในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีความประสงค์ที่จะจัดทำแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จึงได้ทำเรื่องไปยังกรมธนารักษ์ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ จัดทำเป็นแหล่งน้ำฯ โดยกรมธนารักษ์ได้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นเวลานานแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการคลัง เร่งรัดการพิจารณากรณีดังกล่าวโดยเร็ว ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [939,657,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าของกรมชลประทานในฤดูการทำนาปรัง","จากได้รับการร้องเรียนกรณีน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลสนามคลี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำประปาไม่ถูกสุขลักษณะ ด้อยคุณภาพ มีตะกอน มีสีเหลืองขุ่นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งทั่วประเทศพบปัญหาน้ำประปาด้อยคุณภาพลักษณะดังกล่าวร้อยละ ๗๐ ปัจจุบันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้านหลายฉบับ เช่น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารกิจการและบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยกฎหมายกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ซ่อมแซมและบำรุงรักษาประปาหมู่บ้านให้สามารถใช้การได้อยู่เสมอ พร้อมทั้งบำรุง รักษาแหล่งน้ำดิบของประปาหมู่บ้านให้สะอาดและมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะใช้ผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ จากการที่มีกฎหมายหลายฉบับ และกำหนดให้มีส่วนราชการหลายหน่วยงานมีหน้าที่กำกับ ดูแลคุณภาพ และบริหารจัดการน้ำประปาหมู่บ้าน เช่น กรมอนามัยมีหน้าที่ดูแลคุณภาพของน้ำประปา กรมทรัพยากรน้ำมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสรรน้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่รับผิดชอบการในการบริหารจัดการน้ำประปาหมู่บ้าน ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติโดยเฉพาะน้ำประปาหมู่บ้านที่อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กที่ขาดแคลนงบประมาณ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านด้อยคุณภาพ ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ และการสนับสนุนงบประมาณ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรี่วาการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [940,656,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าของกรมชลประทานในฤดูการทำนาปรัง","ฤดูฝนปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบปัญหาอุทกภัย \\nซึ่งบางพื้นที่ยังไม่ได้รับเงินค่าเยียวยา และปัจจุบันประสบปัญหากรมชลประทานเรียกเก็บค่าใช้กระแสไฟฟ้า ไร่ละประมาณ ๔๐๐ บาท อันเนื่องมาจากเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จะเปิดเครื่องเพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติแล้วปล่อยไปตามคลองชลประทาน\\nในช่วงเวลากลางวัน เมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดเครื่องจักรของโรงงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปจะเปิดเครื่องจักรในเวลากลางคืนเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากค่ากระแสไฟฟ้า เนื่องจากเป็นช่วงความต้องการไฟฟ้าต่ำ \\n(Off Peak) ระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ - ๐๙.๐๐ นาฬิกา ทั้งนี้ ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดจึงไม่เปิด\\nเครื่องสูบน้ำเข้าคลองชลประทานในเวลากลางคืน ได้รับคำชี้แจงว่าระเบียบไม่เอื้ออำนวย หากดำเนินการ\\nในช่วงเวลากลางคืนต้องดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เช่น การขออนุญาตเปิดเครื่อง\\nนอกช่วงเวลาราชการ และการเบิกค่าล่วงเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้น น้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากเกษตรกร ดังนั้น จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี \\nและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ \\n\t\t(๑) สามารถแก้ไขระเบียบให้เครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าดำเนินการในตอนกลางคืน\\nได้หรือไม่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกร   \\n\t\t(๒) สามารถยกเว้นค่าใช้ไฟฟ้าจากเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าให้กับเกษตรกร\\nที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและได้รับการตรวจสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสบ\\nภัยพิบัติแล้ว ได้หรือไม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง   \\n\t\t(๓) รัฐบาลและกรมชลประทานได้เตรียมแผนการเพื่อรองรับผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) จากปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) ในประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [941,655,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับครูทั่วประเทศ","เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นวันครูแห่งชาติ ได้รับทราบปัญหาของครูที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับครูทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน ได้แก่     \\n \t\t(๑) ขอให้ลดภาระงานด้านอื่น ๆ ที่มิใช่ภาระงานเกี่ยวกับการเรียนการสอนลง \\nเพื่อให้ครูได้มีเวลาสอนเด็กนักเรียนได้อย่างเต็มที่       \\n \t\t(๒) ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยี สื่อ และอุปกรณ์การเรียนการสอน \\nให้มีความทันสมัยและเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันครูต้องใช้ทุนทรัพย์ของตนเองในการซื้อสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครู    \\n \t\t(๓) ขอให้คืนตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน ครู เจ้าหน้าที่ธุรการ และนักการภารโรง \\nให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คน       \\n \t\t(๔) ขอให้กำหนดบัญชีการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของข้าราชการครูเป็นการเฉพาะ โดยแยกจากบัญชีของข้าราชการพลเรือน      \\n                (๕) กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็นวาระแห่งชาติ\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [942,654,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้เร่งรัดการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๖ บางปะอิน-นครราชสีมา","ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ บางปะอิน – นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๖๐,๐๐๐ – ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ การก่อสร้างมีความก้าวหน้าประมาณร้อยละ ๙๐ ถือว่าการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ได้รับทราบว่าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ บางปะอิน – นครราชสีมา จะต้องมีการก่อสร้างเพิ่มเติม ใช้งบประมาณการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มเติมแล้วจะต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ ๓ ปี ดังนั้น หากอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างเพิ่มเติมในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ การก่อสร้างเพิ่มเติมจะแล้วเสร็จในปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งล่าช้ากว่าระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการ \\nอนุมัติงบประมาณสำหรับการก่อสร้างเพิ่มเติมดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ งบประมาณการก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อให้การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ บางปะอิน  – นครราชสีมา แล้วเสร็จสมบูรณ์และประชาชนสามารถได้ใช้สัญจรอย่างสะดวกโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [943,653,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕","จากพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๓ ก ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้มี \\\\nการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดทำบริการสาธารณะ \\\\nและเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ ทั้งในส่วนของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ จึงขอหารือ ดังนี้\\\\n\t \t๑. พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ มาตรา ๖ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงมาตรฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ\\\\nและการสื่อสาร ที่หน่วยงานของรัฐจะต้องใช้และปฏิบัติให้สอดคล้องกัน เชื่อมโยงถึงกันได้ มีความมั่นคง ปลอดภัย และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ประกอบกับมาตรา ๑๙ กำหนดให้หน่วยงาน ของรัฐ ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ร่วมกันจัดทำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องคำนึงถึงการเชื่อมโยงถึงกัน โดยสามารถใช้อุปกรณ์และข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสูดและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ทั้งนี้ ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายใน ๒๔๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยมีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามาตรฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยงานไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีการเชื่อมโยงถึงกัน เป็นเหตุให้การเข้าถึงของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยไม่สมควร ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลผลักดันให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด\\\\n\t\t๒. พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ มาตรา ๔ ได้กำหนดข้อยกเว้น ไม่ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ฯลฯ \\\\nโดยเมื่อจะใช้บังคับแก่หน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าวทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งเป็นผลให้หน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัตินี้ โดยมีข้อสังเกตว่า แม้พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ จะไม่ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติก็ตาม แต่หากหน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติได้มีการดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกฎหมายดังกล่าวแล้ว ย่อมสามารถตราพระราชกฤษฎีกาใช้บังคับในภายหลังได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในหน่วยงาน และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้ผลักดันให้หน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์และเป็น\\\\nการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน\\\\n","นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [944,652,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","คดีจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับการประเมิน ITA ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","เนื่องจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ กรณีผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบนำกำลังเข้าจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ \\nสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ ห้องทำงาน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด\\nในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีผล\\nการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ในภาพรวม คือ ๘๕.๗๙ คะแนน ระดับ A ด้านคุณธรรมความโปร่งใส ติดต่อกัน ๔ ปี จากการประเมินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้ง ปรากฏภาพอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บนแผ่นภาพเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรณรงค์นโยบายงดรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด หรือ No Gift Policy ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากขาดความศรัทธาและความเชื่อถือต่อแนวทางและเครื่องมือในการประเมินผล ITA ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมไปถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เสมือนผงฟอกขาวให้หน่วยงานภาครัฐหรือไม่ และจะเกิดกรณีเช่นเดียวกันนี้กับหน่วยงานอื่นอีกหรือไม่ และการทุจริตในภาครัฐทำเป็นกระบวนการหรือเป็นเครือข่ายหรือไม่\\n \t\tทั้งนี้ เมื่อศึกษาแนวทางและเครื่องมือที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) กำหนด ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๑ โดยมีมติให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งให้ความร่วมมือและเข้าร่วมแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และคณะกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ\\nดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐได้กำหนดตัวชี้วัด จำนวน ๑๐ ตัวชี้วัด แต่ละตัวชี้วัดประกอบด้วยคำถาม อาทิ ตัวชี้วัดที่ ๕ การแก้ไขปัญหาการทุจริต ประกอบด้วยคำถาม จำนวน ๖ ข้อ ดังนี้\\n \t\t \tข้อ ๑ ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานท่านได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตหรือประพฤติมิชอบมากน้อยเพียงใด\\n \t\t \tข้อ ๒ มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานท่านสามารถป้องกันการทุจริตได้จริงหรือไม่\\n \t\t\tข้อ ๓ ท่านทราบเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมหรือประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานท่านมากน้อยเพียงใด\\n \t\t \tข้อ ๔ หน่วยงานท่านได้มีการนำผลการประเมิน ITA ไปปรับปรุงการทำงานเพื่อป้องกันการทุจริตในหน่วยงานมากน้อยเพียงใด\\n \t\t\tข้อ ๕ หากท่านพบเห็นการทุจริตที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ท่านมั่นใจที่จะแจ้งให้ข้อมูล หรือร้องเรียนต่อส่วนงานที่เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด\\n \t\t\tข้อ ๖ หากมีเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริต หน่วยงานท่านจะมีการตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด\\n \t\tซึ่งคำถามดังกล่าว เป็นการตั้งคำถามไปยังข้าราชการในหน่วยงาน ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประเมิน ITA ดังนี้\\n \t\t๑. ควรนำกรณีดังกล่าวมาถอดบทเรียนเพื่อทบทวน แก้ไข คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ \\n \t\t๒. ควรเพิ่มหลักเกณฑ์การประเมินหัวหน้าหน่วยงานในลักษณะที่วุฒิสภาใช้ดำเนินการ\\nตรวจสอบเพื่อประเมินผู้ถูกเสนอชื่อเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ คือ การสอบถามหัวหน้าหน่วยงาน \\nทั้งในอดีตและปัจจุบัน หรือผู้บังคับบัญชาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตลอดจนผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม","เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [945,651,214,"นายสุชัย บุตรสาระ","นโยบายของรัฐบาล","โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย","เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของประชาชน ณ บ้านเกิ้งเหนือ ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม รับทราบว่า เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา จังหวัดมหาสารคามได้เกิดอุทกภัย ส่งผลให้อาคารของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เกิ้ง บ้านพักข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ครุภัณฑ์สำนักงาน และวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ของ รพ.สต. เกิ้ง รวมทั้งถนนและพื้นที่ภายในได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดย รพ.สต.เกิ้ง รับผิดชอบการให้บริการรักษาพยาบาล และดูแลสุขภาพประชาชนประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ในพื้นที่ ๑๔ หมู่บ้าน ซึ่ง รพ.สต. เกิ้ง ประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำซากเกือบทุกปี เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำชี และมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะต่ำกว่าผิวถนนประมาณ ๑.๒๐ เมตร ประกอบกับประชาชนสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ รพ.สต.เกิ้ง เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เมื่อถึงฤดูฝนซึ่งมีปริมาณน้ำมาก ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน อนึ่ง รพ.สต. เกิ้ง ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ตัวอาคารมีขนาดเล็ก ทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน อาทิ คลินิกโรคเรื้อรัง และคลินิกเด็ก รวมทั้งผู้ที่มารับบริการฉีดวัคซีน แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่สภาพความเสียหายของ รพ.สต.เกิ้ง บ้านพักข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยยังปรากฏอยู่ ทำให้ประชาชนที่มารับบริการไม่ได้รับความสะดวก ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน  โดย รพ.สต. เกิ้ง ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อ รพ.สต. ที่จะถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้\\n                ๑. มีการช่วยเหลือ ซ่อมแซม บูรณะอาคาร และพื้นที่ของ รพ.สต. เกิ้ง ที่ได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยหรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๒. ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ \\n \t \t    ๒.๑ เพื่อก่อสร้างอาคาร รพ.สต. เกิ้ง หลังใหม่ ให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งถมที่ดินให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง\\n \t        ๒.๒ เพื่อก่อสร้างอาคารบ้านพักให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ \\nรพ.สต. เกิ้ง ทดแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรมและได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม\\n\t        ๓. ขอรับการสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์และครุภัณฑ์สำนักงาน เพื่อทดแทนครุภัณฑ์เก่าที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [946,650,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การหยุดเดินรถไฟทางไกลเชิงพาณิชย์มายังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)","การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนโยบายย้ายการให้บริการรถไฟเชิงพาณิชย์จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป โดยสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เห็นด้วยกับการหยุดให้บริการรถไฟเชิงพาณิชย์มายังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เนื่องจากยังมีปัญหาด้านความพร้อมของรถจักรที่มีระบบห้ามล้ออัตโนมัติ (Automatic Train Protection : ATP) ไม่ครบทุกขบวน ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินรถ เนื่องจากรถไฟต้องวิ่งจากพื้นราบขึ้นไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และปัญหาห้องน้ำผู้โดยสารที่ยังเป็นระบบเปิด โดยมีเพียงบางส่วนที่เป็นระบบปิด นอกจากนี้ นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งข้อสังเกต ดังนี้ (๑) การหยุดเดินรถไฟเชิงพาณิชย์มีผลให้ขบวนรถไฟที่จะให้บริการไปยังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ลดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้หมดความจำเป็นและหยุดให้บริการในที่สุด (๒) มีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนสีผังเมืองบริเวณสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) จากโซนสีน้ำเงินเป็นโซนสีแดง และ (๓) มีข่าวว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะให้เอกชนเป็นผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยควรแถลงถึงความพร้อม และมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ก่อนจะมีการย้ายการให้บริการรถไฟเชิงพาณิชย์จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [947,649,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","การปราบปรามการทุจริตกรณีจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช   ","จากกรณีเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันดำเนินการจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด\\nในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชา \\nเพื่อแลกกับการไม่ถูกโยกย้ายตำแหน่ง และเรียกรับเงินจากหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ\\nจากหมวดงบดำเนินงานและค่าใช้สอย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบราชการ ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินคดีให้ได้รับโทษโดยเร็วจะเป็นคดีตัวอย่างเพื่อยับยั้งไม่ให้ข้าราชการคนอื่น ๆ ทำการทุจริต ขอชื่นชมการทำงานของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และขอให้ดำเนินการจับกุมคดีที่มีการทุจริตลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผลให้ข้าราชการระดับสูงไม่กล้าทำการทุจริตอีกต่อไป","ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [948,648,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","นโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนองค์กรชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาประชาชนในชุมชนท้องถิ่น","จากประชาชนในพื้นที่ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและมีรายได้น้อย ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศ ซึ่งสถานะการพัฒนาด้านการเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศยังมีข้อจำกัด ประชาชนประสบปัญหาหลายด้าน อาทิ การเพิ่มรายได้ การประกอบอาชีพ และปัญหาอื่น ๆ จึงได้ร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรชุมชนขึ้น ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ต่อมาพัฒนาเป็นสภาองค์กรชุมชน มีกระบวนการศึกษาปัญหา ติดตามดูแล ช่วยเหลือกันภายในท้องถิ่น ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข คลี่คลาย รัฐบาลจึงควรสนับสนุนองค์กรชุมชน โดยทบทวนนโยบายให้มีบทบาทในระดับจังหวัด ที่เรียกว่า ขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด เพื่อร่วมมือกันประมวลปัญหา นำเสนอปัญหาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในความร่วมมือของบุคคลเหล่านี้ถือเป็นอาสาสมัคร จิตอาสา เป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่าย และหากดำเนินการร่วมมือกันเองอาจใช้ระยะเวลานาน ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสียโอกาส ดังนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีนโยบายสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศอย่างไร และหากมีความสามารถควรสนับสนุนงบประมาณให้แก่องค์กรชุมชนที่มีความเข้มแข็งแห่งละ ๕๐,๐๐๐ – ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาของประชาชนจะได้รับความร่วมมือมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วม\\nของประชาชนในชุมชนให้ยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [949,647,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การประพฤติมิชอบของหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง","จากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ดำเนินการจับกุมหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยพบของกลางเป็นเงินสดที่ผู้ใต้บังคับบัญชามอบให้ ณ ห้องทำงาน ต่อมาสื่อมวลชนได้แสดงความเห็นว่า หัวหน้าส่วนราชการระดับสูงผู้นี้มีนโยบายงดรับของขวัญและ\\nของกำนัลทุกชนิด หรือ No Gift Policy อีกทั้งส่วนราชการดังกล่าวได้รับการประเมินคุณธรรมและ\\nความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency  Assessment : ITA) ในระดับ A หรือเกินร้อยละ ๘๕ ถือเป็นเกณฑ์ผ่านการประเมินใน ๔ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของประเทศเป็นอย่างมาก จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้\\n๑.\tรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งรัดการสอบสวนดำเนินคดีให้ขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดกรณีการประพฤติมิชอบของหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง \\nและรัฐบาลควรทบทวนการบริหารราชการแผ่นดินตามแผนปฏิรูปประเทศ ไม่เปิดโอกาสให้หัวหน้า\\nส่วนราชการระดับสูง ประพฤติมิชอบได้ทุกกรณี\\n๒.\tสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงานป.ป.ช.) ควรตรวจสอบทบทวนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสอย่างเที่ยงตรง การวัดระดับ\\nธรรมาภิบาล (Good Governance) และการวัดระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ มิชอบอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริง\\n๓.\tรัฐบาลควรทบทวนมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินสดรวมทั้งที่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามคำแนะนำของสหประชาชาติ เพื่อสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเงินได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [950,646,120,"นายพลเดช ปิ่นประทีป","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนในเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา","โครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยมีการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ว่าจ้าง และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง โดยช่วงสถานีพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปยังสถานีสระบุรี ระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร จำแนกเป็นการก่อสร้างแบบยกระดับระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร และการก่อสร้างทางราบที่มีการยกเป็นคันดินสูง ๔ เมตร และเจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านตามจุดตัดของถนน รวมระยะทาง ๗ กิโลเมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีทั้งศูนย์ราชการ โรงเรียน ร้านค้า สถานีขนส่งสาธารณะและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างหนาแน่น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับแผนผังการก่อสร้างการเจาะอุโมงค์ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ให้เป็นทางยกระดับตลอดระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการขวางเส้นทางน้ำ และเพื่อที่ชุมชนจะไม่ถูกแบ่งเป็น ๒ ฝั่ง ระหว่างศูนย์ราชการและโรงพยาบาล กับย่านธุรกิจการค้าและการขนส่ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [951,645,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","กลยุทธ์การจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓","สืบเนื่องจากปี ๒๕๖๖ ประเทศไทยจะเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ \\nฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ประชาชนคนไทยทุกคนควรมีความตระหนักรู้ มีความเข้าใจ\\nแนวทางการพัฒนา ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดังกล่าว ก่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติตามหน้าที่ในความรับผิดชอบเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผน ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญ ๖ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านความมั่นคง ๒) ด้านการแข่งขัน ๓) ด้านการสร้างคน ๔) ด้านโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ๕) ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคน และ ๖) ด้านการสร้างความสมดุลภาครัฐ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา ประเทศไทย\\nประสบกับปัญหาการจัดการความรู้ ซึ่งอาจเกิดจากข้อมูลภาครัฐขาดความน่าเชื่อถือ ความขัดแย้ง\\nทางการเมือง การขาดความร่วมมือของบุคลากรในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การมีทัศนคติที่ไม่ดี\\nต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และที่สำคัญ คือ ขาดการรณรงค์และการสื่อสาร ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติสภาการพัฒนาเศรษฐกิจ\\nและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ว่ารัฐบาลมีกลยุทธ์ในการดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดการรณรงค์\\nและการสื่อสารที่มีความต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดเป็นวัฒนธรรมการจัดการความรู้ที่จะทำให้ประชาชน\\nมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือ\\nในการสร้างความสำเร็จของประเทศชาติต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [952,644,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลอันเนื่องมาจากการปิดช่องการจราจร เพื่อซ่อมแซมผิวถนน","ปัจจุบันมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและซ่อมแซมผิวถนนในหลายเส้นทาง \\nส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างมากในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ตัวอย่างเช่น \\nถนนพระราม ๒ ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจรเพื่อเดินทางไปยังภาคใต้ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางสายอื่น ขณะนี้ถนนพระราม ๒ อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือซ่อมแซมผิวถนน โดยมีการกันพื้นที่ผิวถนนไว้สำหรับการก่อสร้าง แต่ในบางช่วงเวลามีการก่อสร้างโดยใช้พื้นที่ผิวถนนนอกเหนือจากพื้นที่ที่กันไว้ ซึ่งส่งผลกระทบให้การจราจรบริเวณนั้นติดขัด ประกอบกับเมื่อไม่นานมานี้ ได้เดินทางด้วยรถยนต์ในเส้นทางดังกล่าว พบว่า ตั้งแต่ช่วงแยกตำบลวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ถึง แยกอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี มีการปิดการจราจรช่องกลางเพื่อซ่อมแซมผิวถนน โดยเปิดให้ประชาชนสัญจรได้เฉพาะช่องการจราจรช่องทางซ้ายและช่องทางขวาเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากการจราจรติดขัด\\nอันเนื่องมาจากการปิดช่องการจราจรเพื่อซ่อมผิวถนนดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการสร้างหรือซ่อมแซมผิวถนนในช่วงเวลาอื่นที่มิใช่ช่วงเวลาเทศกาลได้หรือไม่ อย่างไร กรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงคมนาคม จึงเห็นสมควรส่งเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณา\\n\t๙. นายพลเดช  ปิ่นประทีป  สมาชิกวุฒิสภา  \\n\tเรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนในเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา\\n\tโครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยมี\\nการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ว่าจ้าง และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง โดยช่วงสถานีพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปยังสถานีสระบุรี ระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร จำแนกเป็นการก่อสร้างแบบยกระดับระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร และการก่อสร้างทางราบ\\nที่มีการยกเป็นคันดินสูง ๔ เมตร และเจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านตามจุดตัดของถนน รวมระยะทาง \\n๗ กิโลเมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีทั้งศูนย์ราชการ โรงเรียน ร้านค้า สถานีขนส่งสาธารณะและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างหนาแน่น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับแผนผังการก่อสร้างการเจาะอุโมงค์ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ให้เป็นทางยกระดับตลอดระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการขวางเส้นทางน้ำ และเพื่อที่ชุมชนจะไม่ถูกแบ่งเป็น ๒ ฝั่ง ระหว่างศูนย์ราชการและโรงพยาบาล กับย่านธุรกิจการค้าและการขนส่ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [953,643,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ","ในขณะที่หลายประเทศได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ แต่ประเทศไทยกลับประสบกับปัญหาขาดการส่งเสริมให้มีการสร้าง พัฒนา และใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาโดยตลอด ขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อส่งเสริม\\nการวิจัย โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยในแต่ละปี ไม่ถึงร้อยละ ๑ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม\\nในประเทศ (GDP) ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับสนับสนุนการวิจัย\\nเกินกว่าร้อยละ ๓ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) \\n\tคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมกับจัดการสัมมนา ณ โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงการ\\nที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะพัฒนาพื้นที่โครงการฯ \\nจำนวน ๓,๔๕๔ ไร่ ให้มีระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) โดยโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย\\nโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้เป็นแหล่งผลิตนักวิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเด็กนักเรียนในโครงการดังกล่าว ซึ่งพบว่าเด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย มากกว่าเป็นแพทย์หรือวิศวกร แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัย มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณา ดังนี้\\n\t๑. ควรกำหนดให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ โดยกำหนดไว้ในแผนงาน/โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ชัดเจน \\n\t๒. กระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ควรระบุเป้าหมายไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศ ซึ่งเมื่อมีความจำเป็น\\nต้องจัดซื้อในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลให้มีการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่จัดซื้อแต่เฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ \\n\t๓. ควรส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [954,642,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอแสดงความเสียใจต่อกรณีการอับปางของเรือหลวงสุโขทัย","สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ เรือหลวงสุโขทัยได้นำกำลังพลเดินทาง\\nไปราชการเพื่อประเทศชาติและรักษาความสงบสุขให้กับประชาชนจากฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี \\nไปยังจังหวัดชุมพร โดยมีกำลังพลบนเรือ ๑๐๕ นาย ระหว่างเดินทางถึงบริเวณอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือหลวงสุโขทัยได้ประสบคลื่นลมอย่างรุนแรงและกะทันหันจนทำให้เรือหลวงสุโขทัยอับปาง โดยมีกำลังพลรอดชีวิต ๗๖ นาย เสียชีวิต ๑๘ นาย และสูญหาย ๑๑ นาย โดยกำลังพลที่เสียชีวิตสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ๑๐ นาย คือ (๑) เรือโท สามารถ  แก้วผลึก (๒) พันจ่าเอก สมเกียรติ  หมายชอบ (๓) พันจ่าเอก อัชชา  แก้วสุพรรณ์ (๔) พันจ่าเอก อำนาจ  พิมที (๕) พันจ่าเอก จักรพงค์  พูนพล (๖) จ่าตรี ศราวุธ  นาดี (๗) พลทหาร อัครเดช  โพธิ์บัติ (๘) พลทหาร วรพงษ์  บุญละคร (๙) พลทหาร สิทธิพงษ์ หงษ์ทอง (๑๐) พลทหาร จิราวัฒน์ ธูปหอม และอยู่ในกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ๘ นาย (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๕) ดังนั้น จึงขอแสดงความเสียใจผ่านกระทรวงกลาโหม ไปยังครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้สูญหายในเหตุการณ์ครั้งนี้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [955,641,52,"นายณรงค์ รัตนานุกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การตรวจสุขภาพเชิงรุกตามโครงการ Healthy Thailand สำหรับผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ","จากคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้ทำการศึกษา และติดตามการดำเนินการตรวจสุขภาพเชิงรุกตามโครงการ Healthy Thailand สำหรับผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานประกันสังคม โรงพยาบาล และสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการตรวจสุขภาพในสถานประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่มีอยู่ โดยเมื่อวันที่ ๑๓ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครพนมเพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพเชิงรุกตามโครงการ Healthy Thailand สำหรับผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม เนื่องจากจังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้เกิดการสร้างงานและสร้างอาชีพใหม่ ๆ ขึ้น รวมทั้งในอนาคตจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ จากการศึกษาดูงานพบปัญหาโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ขอความร่วมมือสำหรับการออกตรวจสุขภาพในแต่ละครั้ง โดยขอให้มีผู้ประกันตนเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อย ๕๐ คนขึ้นไป เพื่อความคุ้มค่าในการจัดเตรียมบุคลากร และเครื่องมือทางการแพทย์ แต่จังหวัดนครพนมมีสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนเกินกว่า ๕๐ คนจำนวนไม่มาก ทำให้การดำเนินงานในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ สามารถตรวจสุขภาพเชิงรุกของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้เพียง ๒๓๕ คน จากผู้ประกันตนทั้งหมดจำนวน ๑๘,๘๐๐ คน ถือว่ามีลูกจ้างได้รับการตรวจสุขภาพเชิงรุกค่อนข้างน้อย แม้เจ้าหน้าที่ได้มีการขับเคลื่อนโครงการอย่างเข้มแข็งและจริงจัง โดยคาดว่าปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกำหนดให้พื้นที่ที่มีสถานประกอบการขนาดเล็กและมีโรงพยาบาลในพื้นที่จำนวนน้อย แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเพิ่มการประชาสัมพันธ์เชิงรุก และประสานนายจ้างของสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อทำความเข้าใจและให้ลูกจ้างได้เข้ารับการตรวจสุขภาพในจุดตรวจที่กำหนดร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [956,640,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหากรณีข้าราชการครูกล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมต่อ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ","จากกรณีข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง กล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติยศของ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ต่อมา ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งคำสั่งย้ายข้าราชการครูผู้นั้นให้มาประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ กรณีดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่นักเรียน สร้างความแตกแยกในสังคม อีกทั้งเป็นการไม่ประพฤติปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ ๓ (๑) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข \\n(๗) ดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนข้อบังคับครุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวง ศึกษาธิการ พิจารณา ดังนี้ \\n\t๑. ควรให้ข้าราชการครูผู้นั้นหยุดพักการทำหน้าที่สอนหนังสือแก่นักเรียน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน \\n\t๒. ควรเร่งดำเนินการสอบสวนว่า ข้าราชการครูผู้นั้นได้รับแนวความคิดมาจากบุคคลใด สถาบันการศึกษาใด หากสอบสวนพบว่าเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ควรมีบทลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง \\n        ๓. ควรนำวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม กลับมาสอนในชั้นเรียนโดยเร็ว \\nและประชาสัมพันธ์คุณงามความดีของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ \\nที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองมาตลอดชีวิต\\n\t๔. ควรวางมาตรการป้องกันไม่ให้มีการดูหมิ่นให้ร้ายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ \\n\t๕. ควรมอบรางวัลแก่นักเรียนที่ถ่ายคลิปการกล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการครูดังกล่าวและนำออกเผยแพร่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ\\n\t๖. ควรทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [957,639,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำทำให้การจราจรติดขัดและประชาชนเดือดร้อน","จากโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำขนาดใหญ่บริเวณแยกปักธงชัย ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการก่อสร้างมาเป็นระยะเวลา ๖ เดือน และไม่ทราบว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ทำให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวติดขัด ประชาชนผู้ใช้เส้นทางคมนาคมบริเวณดังกล่าวได้รับ\\nความเดือดร้อน เกิดความล่าช้าในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่น โดยใช้เส้นทาง\\nถนนเลี่ยงเมืองมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระบุรีเพื่อเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจราจรจะหนาแน่นติดขัดในช่วงเช้าและช่วงเย็น ประกอบกับในช่วงเทศกาลสำคัญ ประชาชนจำนวนมากเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ส่งผลให้การจราจรหนาแน่นมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการตรวจสอบ สั่งการ เร่งรัดการก่อสร้างท่อระบายน้ำให้แล้วเสร็จ หรือดำเนินการหาแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญให้แก่ประชาชนโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [958,638,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว และผลกระทบจากการเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยล่าช้า","        ๑. โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว \\n\t    สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว มีเป้าหมายการดำเนินการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากศูนย์วิจัยข้าวของกรมการข้าว ซึ่งถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์\\nแก่ชาวนาเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังมีข้อกังวลในเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะมอบให้แก่ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\nกำกับดูแลและตรวจสอบด้วยความรอบคอบและรัดกุม \\n\t๒. ผลกระทบจากการเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยล่าช้า \\n\t    สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากสถานการณ์ฝนตกชุกสะสมและพายุดีเปรสชั่น ซึ่งมีเกษตรกรประสบอุทกภัยเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากภาครัฐ ประกอบกับการทำนาปรังในพื้นที่\\nนอกเขตชลประทาน เกษตรกรจะต้องเริ่มทำการเพาะปลูกในเดือนมกราคม ๒๕๖๖ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง\\nที่เกษตรกรจะต้องได้รับเงินเยียวยาเพื่อใช้เป็นทุนในการเพาะปลูก หากเกษตรกรได้รับเงินเยียวยาล่าช้า ย่อมส่งผลกระทบต่อผลผลิตและโอกาสในการสร้างรายได้ที่ควรจะได้รับ ทำให้กระแสเงินสดในมือของเกษตรกรลดลง ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [959,637,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต","จากภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญในการชี้เบาะแสคดีทุจริต แสวงหาพยาน หลักฐาน จนกระทั่งนำไปสู่การไต่สวนและชี้มูลความผิดในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของภาครัฐหลายคดี ประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน อย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ซึ่งประกอบด้วย ๕ กิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรมที่ ๑ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วม\\nในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ \\n\t\tการที่จะให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันต่อต้านการทุจริตและชี้เบาะแสคดีทุจริตได้นั้น \\nรัฐต้องให้ความสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐโดยสะดวกและไม่ต้องร้องขอ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติว่า “รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก” \\n\t\tนอกจากนี้ หลายภาคส่วน อาทิ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ \\nพ.ศ. .... เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสาธารณะได้โดยสะดวกและมีประสิทธิภาพ เป็นการลด\\nความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการรับทราบและตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้การป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ\\nในภาครัฐมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้ยืนยันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร\\nของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งปรับปรุง\\nตามคำแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ\\nเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาพิจารณาตราเป็นกฎหมายต่อไป โดยมีข้อสังเกตว่า หากหน่วยงานใด\\nมีความประสงค์แก้ไขเพิ่มเติม สามารถทำได้ในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต และยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย โดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2565,"2022-12-27T00:00:00"],
    [960,636,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ขอให้ตั้งศึกษาธิการภาค แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๗ ภาค","จากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการ\\nของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙    ซึ่งกำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน ๑๘ ภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงฯ ในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัดโดยการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือ ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงาน  ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยปัจจุบันมีตำแหน่งศึกษาธิการภาคยังคงว่างอยู่ จำนวน ๗ ตำแหน่ง ได้แก่ ศึกษาธิการภาค ๑ ศึกษาธิการภาค ๓ ศึกษาธิการภาค ๕ ศึกษาธิการภาค ๘ ศึกษาธิการภาค ๑๐ ศึกษาธิการภาค ๑๓ และศึกษาธิการภาค ๑๔ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งศึกษาธิการภาคแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อให้การปฏิบัติงานในพื้นที่ของบุคลากรสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [961,635,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","สถานการณ์บ้านเมือง","การสนับสนุนการดำเนินงานของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก","จากการลงพื้นที่ ณ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางบกขนาดเล็กมีพื้นที่ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จำนวน ๙๓,๑๒๕ ไร่ แต่มีพื้นที่จริง จำนวน ๑๖๓,๗๕๐ ไร่ และภายในพื้นที่ของอุทยานฯ มีต้นกระบากยักษ์ อายุ ๗๐๐ ปี มีวงรอบ กว้าง ๑๖ เมตร มีความสูง ๕๐ เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นไม้ยักษ์ที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดิน นอกจากนี้ มีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจำนวนน้อย แต่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ อาทิ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ การแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีหน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน และมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งการให้บริการในการเข้าพักและเยี่ยมชมอุทยานฯ ที่ผ่านมา อุทยานฯ มีนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี แต่เงินรายได้จากค่าบำรุงรักษาอุทยานฯ ที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อย และต้องนำส่งเงินรายได้ฯ ไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในสัดส่วน ที่มากกว่าเงินคงเหลือให้อุทยานฯ จึงทำให้อุทยานฯ ไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายภายใน เนื่องจากอุทยานฯ ได้รับงบประมาณด้านการสาธารณูปโภคจำนวนจำกัด จึงได้นำเงินบริจาค  และเงินค่าบำรุงรักษาอุทยานฯ มาใช้เพิ่มเติม\\n \t\tทั้งนี้ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเก็บ การรักษา การใช้จ่ายเงินรายได้เพื่อบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีข้อกำหนดให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่ง นำเงินรายได้ค่าบำรุงรักษาส่งเข้ากรมฯ โดยสามารถกันเงินค่าบำรุงรักษาส่วนหนึ่งซึ่งต้องน้อยกว่าเงินที่นำส่งเข้ากรมฯ ไปเป็นค่าใช้จ่ายภายในอุทยานแห่งชาตินั้น ๆ ได้ ดังนั้น จึงเสนอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาทบทวนสัดส่วนการนำส่งเงินรายได้ค่าบำรุงรักษาสำหรับอุทยานแห่งชาติ  มีขนาดเล็ก ให้สามารถกันเงินค่าบำรุงรักษาในสัดส่วนที่มากกว่าเงินที่นำส่งเข้ากรมฯ และหากไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอได้จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [962,634,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","การสื่อสารสถานะ สิทธิและการพัฒนาระบบปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ","เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้มีนโยบายในการปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้ประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกินจะได้มีที่ดินทำกิน อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างคุ้มค่าซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก แต่จากการลงพื้นที่ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี พบปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกับประชาชนในเรื่องสถานะ สิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ อาทิ ผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เป็นผู้สูงอายุหรือเสียชีวิตแล้วทำให้เกิดปัญหาการโอนที่ดิน ปัญหาการแบ่งที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ไปเป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินหรือเพื่อการทำธุรกรรมอื่น ๆ ตลอดจนปัญหาการอำนวยความสะดวกและการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ทั้งที่มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาล ดังนี้\\n \t\t๑) มีแนวทางพัฒนาระบบการปฏิรูปที่ดินอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของ คทช. อย่างไร\\n \t\t๒) มีแนวทางในการสื่อสารข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานะ สิทธิ และการพัฒนาระบบการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ อย่างไร\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [963,633,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การปรับปรุงย่านชุมชนเทศบาลตำบลโพธิ์งามบนทางหลวงหมายเลข ๓๓ สายเก่า อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี","เนื่องจากชุมชนในพื้นที่เทศบาลตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๓ สายเก่า (ถนนสุวรรณศร) เป็นชุมชนขนาดใหญ่ โดยตลอดแนวของถนนมีประชาชนอาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นที่ตั้งของวัด โรงเรียน ตลาดสด และร้านค้า ทั้งนี้ ถนนบริเวณดังกล่าวมีขนาด ๒ ช่องจราจร เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และปัญหาระบบระบายน้ำที่ผ่านมาเทศบาลตำบลโพธิ์งามได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงและขยายช่องจราจรของถนนสายดังกล่าว บริเวณเทศบาลตำบลโพธิ์งาม เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนในพื้นที่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [964,632,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","กรณีแกนนำผู้ชุมนุมร่ำรวยผิดปกติ","จากการที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวแกนนำผู้ชุมนุมบางคนร่ำรวยผิดปกติ โดยมีเงินเข้าบัญชีจำนวน ๖ ล้านบาท ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความสงสัยเกี่ยวกับที่มาของรายได้ และได้รับการชี้แจงว่า เงินในบัญชีมาจากประชาชนที่ศรัทธาในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็น          การจูงใจให้บุคคลอื่นสร้างประเด็นเพื่อชักชวนให้ประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อจะได้เป็นแกนนำผู้ชุมนุม          เพราะมีแนวความคิดว่าสู้แล้วรวย อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเกิดความวุ่นวายต่อสังคมภายในประเทศ ทั้งนี้ การรับเงินบริจาคจากกลุ่มองค์กรหรือบุคคลจากต่างประเทศที่ไม่ปรารถนาดีต่อประเทศไทย หรือจากนักการเมืองที่ต้องการล้มล้างรัฐบาลหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น  มีความผิด หากมีเจตนาในการชุมนุมเพื่อต้องการล้มล้างรัฐบาลที่สืบทอดระบบเผด็จการจริง ต้องสามารถเปิดเผยข้อมูล เอกสาร และที่มาของเงินฝากในบัญชีได้ ที่ผ่านมา การประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมมิใช่  การใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น จึงขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานด้านความมั่นคง เร่งดำเนินการสืบหาข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี         และขอให้ศาลยุติธรรมได้พิจารณาดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมที่ยังคงค้างการพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น\\\\n","นายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [965,631,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการส่งเสริมให้ประชาชนรวมถึงคนพิการ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและบริการของรัฐที่เกี่ยวข้องได้โดยสะดวก","เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยให้เปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พระราชบัญญัติ  การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการของภาครัฐที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ กฎหมายทุกฉบับมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ได้โดยสะดวกแต่การจัดซื้อจัดจ้างด้านเทคโนโลยี และระบบการจัดการฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐแตกต่างกันตามวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละแห่ง จึงทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูล นำไปสู่ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ นำมาซึ่งการขาดความปลอดภัยของระบบและข้อมูล กรณีที่เกิดปัญหา ผู้ที่เดือดร้อนที่สุด          คือประชาชน และถึงแม้ว่ารัฐบาลได้กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันของหน่วยงานเพื่อให้บริการประชาชน แต่ประสบปัญหาความยุ่งยากในการใช้งาน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน เนื่องด้วยการจัดทำไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑) เร่งดำเนินการกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ และเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก\\n \t\t๒) สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งปรับปรุงแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เอื้อต่อการเข้าถึงของประชาชนทุกกลุ่มได้โดยสะดวกมิเช่นนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุครัฐบาลดิจิทัลจะเพิ่มความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [966,630,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","โรงเรียนยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าพาหนะรับ - ส่ง นักเรียน","เนื่องจากได้รับข้อมูลจากครูและผู้บริหารสถานศึกษาว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนหลายแห่ง   ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณค่าพาหนะรับ - ส่ง นักเรียน กรณีรวมและเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2565 ตามนโยบายและมาตรการควบคุมและยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวง          ศึกษาธิการ อาทิ โรงเรียนอนุบาลตากฟ้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๓ จังหวัดนครสวรรค์ ยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณฯ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕ และภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๕ จำนวนทั้งสิ้น ๓๖,๘๑๐ บาท จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการขับรถยนต์รับ - ส่ง นักเรียน ขอยกเลิกสัญญาจ้างกับโรงเรียน ผู้บริหารและครูในโรงเรียนต้องการให้เด็กได้เรียนหนังสือ จึงนำเงินเดือนส่วนหนึ่งสำรองจ่ายล่วงหน้า สำหรับโรงเรียนบ้านคลองสีฟัน และโรงเรียนบ้านร่องดู่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๒ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณฯ เนื่องจากไม่มีระเบียบของทางราชการรองรับ เพราะโรงเรียนดังกล่าวได้เปิดรับสมัครนักเรียนเข้ามาใหม่ โดยคิดว่าสามารถทดแทนจำนวนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ที่จบการศึกษาไปแล้ว เป็นต้น เหล่านี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนทั่วประเทศ หากไม่ได้รับการแก้ไขย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง ร่วมกันพิจารณาจัดสรรงบประมาณค่าพาหนะ          รับ - ส่ง นักเรียน กรณีรวมและเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเร็วที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [967,629,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","กฎหมาย","แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) เพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร","เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้รัฐพึงส่งเสริมและดำเนินการ          ให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย          อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ตามมาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๒๕๘ ก. (๑) และ (๔) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยอำเภอ และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยจังหวัด เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง          ในการพัฒนาประชาธิปไตย สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคพลเมือง           ตลอดจนการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม แต่เนื่องด้วย กกต. มีเพียงหน่วยงานระดับจังหวัด จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระดับนโยบายการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองคุณภาพและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กรมการปกครองกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมกิจการผู้สูงอายุ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสร้างเสริมความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้ได้ประชาชนที่มีคุณภาพ  ไปคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพ มีคุณธรรมจริยธรรมและมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง แต่จากการติดตามการทำหน้าที่ของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) หลายแห่ง พบว่า ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ ปราศจากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เป็นอุปสรรคในการส่งเสริมประชาธิปไตยในสถานศึกษา กรรมการ ศส.ปชต. ขาดความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ตลอดจน บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เป็นอุปสรรค อการขับเคลื่อนการติดตามการประเมินผล การตรวจสอบผลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต          และเที่ยงธรรม ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาให้กรรมการ ศส.ปชต. มีองค์ความรู้ในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ของ ศส.ปชต. ตลอดจนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองสำหรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้กรรมการ ศส.ปชต. มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และควรจัดทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในสถานศึกษา\\n\t\t๒) กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการถ่ายทอดนโยบายจากส่วนกลางไปยังระดับพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนงบเงินอุดหนุนให้แก่ ศส.ปชต.\\n\t\t๓) กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการส่งเสริมให้ครูในสังกัด กศน. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ ศส.ปชต. อย่างแท้จริง เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ ตลอดจนพิจารณา          ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำบันทึกข้อตกลงกับ กกต. เกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในสถานศึกษา\\n","ประธานกรรมการการเลือกตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [968,628,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาผักราคาแพง","การลงพื้นที่ได้รับทราบจากเกษตรกรในหลายพื้นที่ว่ามีความกังวลกรณีกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการแทรกแซงราคาสินค้าทางการเกษตรเพื่อให้ราคาลดต่ำลง ดังเช่นที่เคยดำเนินการกรณีข้าวเหนียวมีราคาสูง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้นำเข้าข้าวเหนียวจากต่างประเทศเพื่อแทรกแซงราคาให้ลดต่ำลง และช่วงเวลาที่ปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง และยาปราบศัตรูพืชมีราคาแพง กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมราคาได้ เกษตรกรต้องยอมรับต่อสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันผักมีราคาสูงขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องมาจากปีนี้มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากเทียบเท่ากับ ปี ๒๕๕๔ เกษตรกร จึงเสียสละที่ดินทำกินโดยยอมให้น้ำไหลเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลหลากเข้าสู่ชุมชนเมืองอันจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทำให้พื้นที่ปลูกผักเป็นจำนวนมากได้รับความเสียหายและไม่สามารถปลูกทดแทนได้อย่างรวดเร็วเพราะน้ำท่วมขังเป็นเวลานานกว่าทุกปีจึงทำให้ได้รับผลผลิตจำนวนน้อย ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์โปรดอย่าได้แทรกแซงราคาผักที่มีราคาสูงด้วยการนำเข้าผักจากต่างประเทศ ดังกรณีตัวอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะประชาชนในชุมชนเมืองสามารถทำการเกษตรขนาดเล็ก หรือขนาดกลางภายในเขตเมืองหรือชุมชนได้ (Urban Agriculture หรือ City Farm) ซึ่งจะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมในเมืองให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างนิสัยประหยัดและได้บริโภคผักปลอดสารพิษ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [969,627,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","จากการเผยแพร่ข่าววิศวกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองหลังจากเขียนจดหมายไว้ว่า ถูกกดดันให้ทำการทุจริตเกี่ยวกับการก่อสร้างถนนที่ไม่ได้มาตรฐานจนต้องตัดสินใจลาออกทั้งที่การก่อสร้างถนนยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งการที่วิศวกรท่านนั้นได้ทำงานใน อปท.                ที่มีวัฒนธรรมองค์กรตรงกันข้ามกับค่านิยมด้านความซื่อตรงและดำรงรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่ได้รับการปลูกฝังจากสถาบันการศึกษา เมื่อไม่สามารถปรับตัวได้จึงเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียให้แก่ครอบครัว เรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ทั้งนี้ การปลูกฝังวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรภาครัฐเป็นแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) โดยมุ่งเน้นการสร้างค่านิยมสุจริตให้ประชาชนผ่านองค์กรต่าง ๆ อาทิ ครอบครัว สถานศึกษา สถาบันศาสนา ประชาชน ชุมชน ภาคธุรกิจและองค์กรทางการเมืองการปกครอง ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศนโยบาย “No Gift Policy” และรณรงค์เกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรแล้ว ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการรณรงค์เกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรอย่างจริงจัง และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทุจริตขึ้น รวมทั้ง ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เร่งสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการสร้างวัฒนธรรมสุจริต ในองค์กรโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",12,2565,"2022-12-20T00:00:00"],
    [970,626,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเร่งด่วนที่คนพิการรอการพิจารณา","รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เรื่อง การปรับเบี้ยยังชีพความพิการ ซึ่งได้มี\\nกลุ่มคนพิการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเบี้ยยังชีพความพิการ โดยให้คนพิการทุกคนได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ\\nเท่าเทียมกันทุกคนจากเดิมที่ได้รับคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เพิ่มเป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน \\nซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการยื่นข้อเสนอไปยังคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ จำนวน ๓ ครั้ง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จำนวน ๓ ครั้ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปรับอัตราเบี้ยยังชีพความพิการเฉพาะคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนพิการที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี โดยให้ได้รับเงินเพิ่มจากเดิมอีกเดือนละ ๒๐๐ บาท นั้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังมีคนพิการอีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังคงได้รับเบี้ยยังชีพความพิการเท่าเดิม ซึ่งการให้เบี้ยยังชีพความพิการเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือกำหนดเงื่อนไขอื่นใดอันเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นระหว่างคนพิการได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาเพิ่มเบี้ยยังชีพความพิการให้กับคนพิการทุกคนโดยปราศจากเงื่อนไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันแก่ผู้พิการทุกคน\\n \t\t๗.๒ การจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐ\\n\t\t\tเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เรื่อง การส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงาน\\nของรัฐ โดยปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะต้องดำเนินการให้ได้ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้เห็นชอบให้กำหนดการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐเป็นดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงานสำหรับผู้บริหาร (KPI) แต่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐมีแนวโน้มการจ้างงานคนพิการลดลง โดยปัจจุบันมีอัตราตำแหน่งงานว่าง จำนวน ๑๕,๐๐๐ ตำแหน่ง แต่ไม่มีการจ้างงาน จึงขอให้รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี\\nเพื่อติดตาม และตรวจสอบหน่วยงานราชการว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงไม่มีการจ้างคนพิการเข้าทำงานซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [971,625,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา","ตามที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย มีฐานะเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มี\\nความสนใจและความถนัดทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสิ่งที่ตนเองถนัดและสนใจได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นนักเรียนประจำและได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเต็มจำนวนตลอดหลักสูตรการศึกษาทุกคน ซึ่งแตกต่างจากเด็กนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนทั่วไปที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนเพียงคนละ ๓,๘๐๐ บาทต่อปี อีกทั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ยังมีเครือข่ายกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำในประเทศอื่น ๆ หลายแห่ง จึงก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์กับเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมทั่วไป ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ที่จะเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย ควรจะต้องเป็นผู้ที่ทำผลงานอันเป็นงานวิจัยหรืองานวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง จึงจะมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของโรงเรียนที่ต้องการผลิตนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [972,624,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับผลลัพธ์ และผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕","พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่\\nวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ซึ่งเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นไปตามมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\nมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอข้อบัญญัติได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงสมควรปรับปรุงให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย\\nและปรับปรุงบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ ซึ่งพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕  ได้วางหลักกฎหมายที่สำคัญไว้ อาทิ มาตรา ๗ วางหลักไว้ว่า ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นในวันที่ยื่นคำร้องเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และต้องไม่อยู่\\nในระหว่างเป็นผู้ถูกต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมกันจำนวนไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ คน หรือไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒๐ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นภายหลังจากที่สภาท้องถิ่นนั้นสิ้นอายุหรือถูกยุบครั้งหลังสุด \\nแล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า และมาตรา ๙ วางหลักไว้ว่า ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นมีสิทธิ\\nยื่นคำร้องต่อประธานสภาท้องถิ่น ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดทำร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือดำเนินการให้มีการเชิญชวนให้ร่วมเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือให้ดำเนินการทั้งสองกรณี \\nตามระเบียบที่ประธานสภาท้องถิ่นกำหนดโดยความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น โดยจำนวนผู้เข้าชื่อยื่นคำร้องดังกล่าว จะกำหนดให้เกิน ๑๐ คนมิได้ อันเป็นการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน \\nและสนับสนุนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือเรื่องนี้\\nไปยังกระทรวงมหาดไทย ดังนี้\\n \t\t๑. ตั้งแต่มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลลัพธ์ในเชิงปริมาณ กล่าวคือมีประชาชนเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการร่วมมือกับประชาชนในการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือไม่ อย่างไร และมุ่งหวังผลสัมฤทธิ์\\nจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวอย่างไร\\n \t\t๒. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้มีการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ \\nและผลกระทบเชิงคุณภาพในเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๓. กระทรวงมหาดไทยได้มีการถอดบทเรียนจากข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม่ และได้มีการกำหนดแนวความคิด หรือเป้าหมายในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการสนับสนุนนโยบายกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [973,623,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทางเข้า - ออก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๗ (M7) อำเภอศรีราชา","ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M7) สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง (ช่วงกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด) มีจำนวนผู้ใช้ทางเป็นจำนวนมาก โดยทางออกของทางหลวงพิเศษฯ ในบริเวณพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีหลายแห่ง ได้แก่ อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอเมือง (ตำบลบางแสน) อำเภอแหลมฉบัง อำเภอเขาไม้แก้ว และเมืองพัทยา แต่ไม่มีทางออกไปยังอำเภอศรีราชาซึ่งเป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมากจึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวงกำลังดำเนินโครงการก่อสร้างที่พักริมทาง (Rest Area) ช่วงกิโลเมตรที่ ๙๔ โดยมีการเวนคืนที่ดิน รวมถึงการขยายทางหลวงหมายเลข ๓๗๐๑ และ ๓๗๐๒ โดยบริเวณดังกล่าวอยู่ในพื้นที่อำเภอศรีราชา ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาก่อสร้างทางเข้า – ออก เพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับอำเภอศรีราชา เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของประชาชน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และจะทำให้มีผู้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M7) เพิ่มมากขึ้น อันนำไปสู่การเพิ่มรายได้ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [974,622,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่","ลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง จำนวน ๑๗ จังหวัด ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พบว่า โครงการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาที่ดินให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำแปลงที่ดินหลายแปลงมารวมกันมีการวางผังและจัดระเบียบแปลงใหม่โดยปันพื้นที่บางส่วนเพื่อสร้างถนนและสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้มากขึ้น และสามารถออกหนังสือเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงใหม่ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการได้ ส่งผลให้ที่ดินบริเวณดังกล่าวมีมูลค่าสูงขึ้น ตัวอย่างพื้นที่ที่ดำเนินโครงการสำเร็จเรียบร้อยและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณพื้นที่เทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีพื้นที่รวม ๑๙๙ ไร่ แปลงที่ดิน ๓๒ แปลง เจ้าของที่ดิน ๓๖ ราย สามารถแก้ไขปัญหาที่ดินตาบอดโดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ซึ่งได้พัฒนาตามหลักผังเมืองและจัดแปลงใหม่ให้มีมาตรฐาน ทำให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่าและส่งผลให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น และจังหวัดลพบุรี พื้นที่บริเวณหมู่ที่ ๙ ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง มีพื้นที่รวม ๓๓๕ ไร่ แปลงที่ดิน ๘๔ แปลง เจ้าของที่ดิน ๙๐ ราย ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากประชาชน จนเกิดโครงการที่สองบริเวณพื้นที่เทศบาลตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี \\nพื้นที่รวม ๑,๐๐๐ ไร่ แปลงที่ดิน ๕๐๐ แปลง เจ้าของที่ดิน ๓๐๐ ราย อนึ่ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมพื้นที่\\nเพื่อดำเนินโครงการอีก ๒ แห่ง แต่อย่างไรก็ดี จากการติดตามผลการดำเนินโครงการในพื้นที่หลายจังหวัด \\nพบว่า บางพื้นที่มีปัญหาการเลือกพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับการพัฒนาผังเมือง รวมทั้งไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของที่ดิน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑. ควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการฯ ให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับซึ่งจะส่งผลต่อการเข้าร่วมโครงการมากขึ้น\\n \t\t๒. ควรถอดบทเรียนจากโครงการที่ประสบผลสำเร็จเพื่อนำไปเป็นตัวอย่าง โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง\\n \t\t๓. สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินการมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้\\nการสื่อสารได้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [975,621,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงราชการในปี พ.ศ. ๒๕๖๖","เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี ๒๕๖๕ โดยได้ประกาศแนวทางการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศในปี ๒๕๖๖ ว่า “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง” ซึ่งให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-Corruption Organization of Thailand (ACT)) ได้รายงานสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทยปี ๒๕๖๕ ว่าการทุจริตคอร์รัปชันในเชิงนโยบายตลอดจนการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการที่มีงบประมาณสูงของนักการเมือง\\nยังคงมีจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุมาจากระบบราชการไทยที่ขาดความเข้มแข็งและยังคงมีระบบอุปถัมภ์ นอกจากนั้น กฎหมายที่มีประโยชน์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือกฎหมายเกี่ยวกับข่าวสารสาธารณะ ยังไม่สามารถดำเนินการตราเป็นกฎหมายออกมาใช้บังคับได้ รวมทั้ง\\nการบังคับใช้มาตรการที่สำคัญ เช่น การกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรการไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่รับของขวัญหรือของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) \\nรวมทั้งมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ยังคงไม่มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ในการนี้ เห็นว่ารายงานสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-Corruption Organization of Thailand (ACT)) เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการรับรู้และแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศ ดังนั้น เพื่อให้การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของสำนักงาน ป.ป.ช. ประสบความสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาลว่า ควรให้หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกับมาตรการ ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในองค์กรของตนเอง รวมทั้งกำกับดูแลพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในองค์กรไม่ให้มีพฤติกรรมที่เรียกว่า “ฉ้อราษฎร์ บังหลวง” ตลอดจนร่วมมือในการผลักดันกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในสายตาของนานาอารยประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [976,620,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","สถานการณ์บ้านเมือง","การขยายระยะเวลาในการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี ๒๕๖๖","จากเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา \\nได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ จังหวัดปทุมธานี ในการนี้ \\nได้มีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลของจังหวัดปทุมธานีหลายแห่ง ขอความอนุเคราะห์\\nให้คณะกรรมาธิการฯ ประสานกับกระทรวงมหาดไทยให้ขยายระยะเวลาการเก็บภาษีที่ดินและ\\nสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่จะต้องเริ่มดำเนินการในวันที่ \\n๑ มกราคม ๒๕๖๖ ออกไปก่อน ตามที่คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ\\nได้ประกาศกำหนดให้ใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน\\nและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดิน\\nและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดประเภทสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบการคำนวณ\\nมูลค่าฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ ๗,๘๐๐ แห่งทั่วประเทศ \\nจะต้องดำเนินการจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกาศพร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง\\nให้ผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบถึงการใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ มาเป็นฐานคำนวณในการจัดเก็บภาษีที่ดิน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ \\n \t\tอย่างไรก็ดี ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ขยายกำหนดเวลาดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ ให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกไปอีก ๒ เดือน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดประเภทสิ่งปลูกสร้าง\\nที่ใช้ประกอบการคำนวณมูลค่าฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ประชาชนได้รับทราบและมีความเข้าใจ เรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",10,2565,"2022-12-13T00:00:00"],
    [977,619,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาบุคลากรที่เกิดจากการถ่ายโอนระบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  จากกระทรวงสาธารณสุขไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด","การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับทราบข้อมูลว่าการถ่ายโอนระบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จากกระทรวงสาธารณสุขไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาด้านบุคลากร ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีการถ่ายโอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยอำเภอสองพี่น้อง ประกอบด้วย  ๑๕ ตำบล จำนวน ๑๔๐ หมู่บ้าน โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน ๑ แห่ง รพ.สต. จำนวน ๒๕ แห่ง องค์การ บริหารส่วนตำบล จำนวน ๑๔ แห่ง มีเจ้าหน้าที่ประสงค์ถ่ายโอน จำนวน ๖๐ คน ไม่ประสงค์ถ่ายโอน จำนวน ๕๙ คน โดยคนที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนได้ขอย้ายไปที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จำนวน ๓๙ คน  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวน ๙ คน โรงพยาบาล จำนวน ๑ คน และมีบุคลากรตำแหน่งระดับ ผู้อำนวยการ จำนวน ๑๒ คน ไม่ประสงค์ขอถ่ายโอน เนื่องจากเสียโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่ ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ประกอบกับต้องเดินทางไกล เนื่องจากไม่มีบ้านพักสวัสดิการ                        \\n\tปัญหาที่พบมากที่สุด คือ เรื่องการฉีดวัคซีนที่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากบุคลากร ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล ปัญหาการให้ความดูแลหญิงตั้งครรภ์และกลุ่มเปราะบาง ขาดบุคลากรดูแล ผู้ป่วยติดเตียง การนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล การบริการด้านทันตกรรม และการบริการการแพทย์แผนไทย ซึ่งมีบุคลากรไม่เพียงพอทั้งที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ทำให้ต้องปิดการให้บริการในวันอาทิตย์ นอกจากนี้ พบปัญหาที่ดินของ รพ.สต. บางเลน ติดจำนอง พร้อมทั้งขอตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่และบุคลากรที่ไม่ได้ สังกัด รพ.สต. แต่สังกัดโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลศูนย์ จำนวน ๑,๓๕๖ คน  ประสงค์ขอรับการถ่ายโอนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เนื่องจากต้องเป็นการถ่ายโอน เฉพาะเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่สังกัด รพ.สต. เท่านั้น และความชัดเจนเกี่ยวกับการเยียวยาบุคลากร  ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรณีพิเศษ กรณีปัญหาไม่มีสถานพยาบาลรองรับบุคลากรกลุ่มที่มีความรู้ ความชำนาญเป็นพิเศษ กระทรวงสาธารณสุขควรนำบุคลากรเหล่านั้นเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ  ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เพื่อให้งานด้านสาธารณสุขขับเคลื่อนและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว และขอทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา\\nทั้งด้านสาธารณสุข การบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์และการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2565,"2022-12-06T00:00:00"],
    [978,618,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมการรองรับการถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ","พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๖๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้กองบังคับการตำรวจรถไฟเป็นอันยุบ และให้โอนเงินงบประมาณ     ของการรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน   และค่าใช้จ่ายอื่นของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟ มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” และมาตรา ๑๖๔ บัญญัติว่า “บรรดาหน้าที่และอำนาจของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟในส่วนที่เกี่ยวกับการสืบสวนหรือสอบสวนเรื่องใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อนยุบกองบังคับการ\\nตำรวจรถไฟ ให้โอนไปเป็นของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจหรือในกองบังคับการ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด และให้ถือว่าการสืบสวนหรือสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้วและที่จะดำเนินการต่อไปเป็นการดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว” ซึ่งเป็นการถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ จากเดิมอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นหน้าที่          ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการปฏิรูปประเทศ     ด้านกระบวนการยุติธรรมให้เกิดผลในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม จากการรับชมข่าวสารทางโทรทัศน์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประชาชนที่ใช้รถไฟเส้นทางสายใต้ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีระยะทางยาวและมีความเสี่ยงภัยค่อนข้างมาก ถึงความรู้สึกที่มีต่อการยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ เพื่อถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และเกิดข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงได้ยุบเลิกตำรวจรถไฟ ทั้งที่ตำรวจรถไฟได้ให้ความคุ้มครองดูแลประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยในการเดินทางเป็นอย่างดี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าประชาชนยังมีความเข้าใจสับสนและคลาดเคลื่อน โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยังขาดการประชาสัมพันธ์ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ดังนั้น จึงขอหารือเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นรัฐมนตรีรักษาการ ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าได้มีการพิจารณาเตรียมแผนรองรับการถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ ตลอดจนแผนการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจแก่สาธารณชนในช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าว หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการคุ้มครองและรักษาสวัสดิภาพของประชาชนผู้โดยสารรถไฟต่อไป","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2565,"2022-12-06T00:00:00"],
    [979,617,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาประชาชนในพื้นที่ ๓ ตำบล ของอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เสียโอกาสทำกินบริเวณท้ายเขื่อนกระเสียว","เนื่องจากอำเภอด่านช้างมีแหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญ คือ เขื่อนกระเสียวซึ่งเป็นเขื่อนดิน      ที่มีระยะทางยาว ๔ กิโลเมตร และมีการดำเนินกิจกรรมขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ      วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นการสร้างรายได้       และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตำบลวังคัน ตำบลห้วยขมิ้น และตำบลนิคมกระเสียว ตลอดจนพื้นที่ตำบลองค์พระ และเทศบาลตำบลด่านช้าง โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นมิได้เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ต่อมาได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวทะเลาะวิวาทกันจนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต ทางราชการจึงให้ยุติกิจกรรมทั้งหมดในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถประกอบอาชีพและขาดรายได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมชลประทานในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้พิจารณาผ่อนผันการใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินกิจกรรม  ต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขและข้อเสนอเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากดังต่อไปนี้  \\n \t(๑) จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยการรวมกลุ่มของภาคประชาชน\\n \t(๒) ภาคเอกชนรวมตัวกันตั้งชมรมการท่องเที่ยวโดยร่วมเสนอหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม\\n \t(๓) สภาองค์กรชุมชนร่วมสนับสนุนตามภารกิจที่กำหนดไว้\\n \t(๔) องค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง ๓ แห่ง ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อกำหนดการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม   \\n \t(๕) กำนันผู้ใหญ่บ้านสอดส่องดูแล โดยนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมให้  ความช่วยเหลือ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2565,"2022-12-06T00:00:00"],
    [980,616,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดสรรสวัสดิการที่พักของ สกสค. ให้แก่ข้าราชการครู","ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการครูว่ามีข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ไม่สามารถเข้าพัก ณ หอพักของคุรุสภาในราคาสวัสดิการสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ เนื่องจากข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้วบางคนไม่มีบัตรข้าราชการบำนาญ หรือบางคนลืมนำบัตรข้าราชการบำนาญมาแสดงในวันที่เข้าพัก ซึ่งข้าราชการครูเหล่านั้นได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนและคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกระทรวง ศึกษาธิการต่อเจ้าหน้าที่ของหอพักคุรุสภา แต่เจ้าหน้าที่ของหอพักคุรุสภายังคงยืนยันไม่ให้ใช้สิทธิเข้าพัก   ในราคาสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากประสงค์จะเข้าพักต้องชำระค่าห้องพักในราคา  ของบุคคลทั่วไป ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้แก่ข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ ที่เดินทางไกลมาจากต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2565,"2022-12-06T00:00:00"],
    [981,615,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ","ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ (UN) มีมติเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention against Corruption - UNCAC, 2003) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 จากนั้นประเทศภาคีสมาชิกสหประชาชาติ จำนวน 191 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาดังกล่าว ระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2546 และได้ให้สัตยาบันเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ โดยสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล นอกจากนี้ประเทศสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบในมาตรฐานจริยธรรม พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานป้องกันการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ ๕ ประการ ดังนี้ ๑) การไม่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ๒) การแสดงบัญชีทรัพย์สินของตน คู่สมรส และผู้อยู่ในอุปการะ ๓) การไม่รับของขวัญของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ ๔) การปกปิดข้อมูล ที่เป็นความลับของทางราชการ และ ๕) ความเป็นกลางทางการเมือง         \\n\tทั้งนี้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ได้กำหนดประเด็นความร่วมมือที่สำคัญของรัฐภาคีไว้ ๓ ประการ ดังนี้ ๑) มาตรการเชิงป้องกันการคอร์รัปชัน 2) กำหนดการคอร์รัปชันเป็นความผิดทางอาญา 3) การร่วมมือกันเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามอนุสัญญา และในวาระที่อนุสัญญาครบรอบ ๒๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ สหประชาชาติได้กำหนดให้มีการปฏิบัติงานของประเทศรัฐภาคีในเงื่อนไขการเชื่อมโยงการคอร์รัปชันที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ โดยการอนุวัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันให้แล้วเสร็จ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรากฎหมาย ๒ ฉบับ ดังนี้   ๑) กฎหมายว่าด้วยการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ๒) กฎหมายว่าด้วย  การติดตามทรัพย์สินจากการทุจริต โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ อันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีที่ได้ปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน ค.ศ. 2003 และมีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งเป็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การคอร์รัปชันของประเทศ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2565,"2022-12-06T00:00:00"],
    [982,614,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาช้างป่าเข้ามาทำความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ","จากมีช้างป่าเข้ามาหากินในเขตบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ของประชาชน โดยช้างป่าได้ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน เพื่อหาพืชผลทางการเกษตร\\nที่เก็บไว้ตามบ้านเรือน เช่น ทุเรียน กล้วย สับปะรด เป็นต้น และยังพบว่ามีช้างป่าเดินเร่ร่อนหากินบริเวณถนนเส้นทางจากหมู่บ้านเข้ามาอำเภอหัวหินซึ่งอาจทำอันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรผ่าน\\nไป-มา ได้ ทั้งนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัดร่วมกันพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพ \\nและเป็นรูปธรรม จึงขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องประสานไปยังอำเภอหัวหินเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวให้แก่ประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [983,613,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","หลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา","การประชุมของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๕ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการของร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการกำหนดจำนวน องค์ประกอบการได้มา คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยกำหนดให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวน ๑๑ คน ประกอบด้วย ประธาน ๑ คน อนุกรรมการจากส่วนราชการ ๓ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓ คน และอนุกรรมการและเลขานุการ จำนวน ๑ คน จึงขอเสนอข้อสังเกต ดังนี้  \\n                ๑. การได้มาซึ่งประธานอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เป็นผู้เสนอชื่อบุคคล เขตพื้นที่การศึกษาละไม่เกิน ๒ คน (รวมเป็น ๔ คน) แล้วพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเขตพื้นที่การศึกษาละ ๑ คน ซึ่งการคัดเลือก ดังกล่าวมีลักษณะราชการส่วนกลางส่งบุคลากรขอตนเองไปกำกับดูแลการปฏิบัติงานของหน่วยงานระดับล่าง แสดงถึงความไม่โปร่งใสในการทำงาน จึงควรใช้วิธีการเลือกตั้งโดยให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่เลือกตัวแทนกันเอง       \\n\t\t๒. การได้มาซึ่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา ในสัดส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดหลักเกณฑ์ให้ตนเองหรือผู้บังคับบัญชาเป็นผู้เสนอชื่อ ซึ่งมีลักษณะเป็นการแต่งตั้ง จึงควรใช้วิธีเลือกตั้งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา เพราะจะทำให้ได้ตัวแทนตามความต้องการ           \\n\t \t๓. หลักเกณฑ์ที่ออกมาดังกล่าว ได้มีการทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความคิดเห็นตาม มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [984,612,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจราจรบริเวณสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง)","สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง) คือ สถานที่รวบรวม\\nตู้คอนเทนเนอร์เพื่อขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และนำเข้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ สถานีดังกล่าวอยู่บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ตรงข้ามสนามบินสุวรรณภูมิ มีปริมาณการขนถ่ายสินค้า\\nจำนวนมาก และมีปริมาณรถเทรลเลอร์วันละ ๒,๐๐๐ คันต่อวัน แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเดิมบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ตรงข้ามกับสนามบินสุวรรณภูมิ รถสามารถวิ่งผ่านเข้าไปยังสถานีลาดกระบัง ได้จากถนนมอเตอร์เวย์ โดยผ่านพื้นที่ของกรมการขนส่งทางบก บริเวณสถานีขนส่งสินค้าชานเมือง\\nร่มเกล้า แต่ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้นำแบริเออร์ปิดเส้นทางดังกล่าว ทำให้รถเทรลเลอร์\\nไม่สามารถวิ่งผ่านทางสายหลักได้ เนื่องจากต้องกลับรถ (U-Turn) จึงเป็นสาเหตุให้รถติดสะสม\\nเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรติดขัด สาเหตุเพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกรมการขนส่งทางบก \\nที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ผู้ใช้ประโยชน์ คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ \\n๓ หน่วยงาน คือ กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งทั้ง ๓ หน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม แม้จะมีภารกิจที่แตกต่างกัน แต่ควรมองเป้าหมายร่วมกัน ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหาและจัดการจราจรโดยเร่งด่วน ควรบูรณาการ เป้าหมายร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ เนื่องจากมีปัญหาด้านการจราจรติดขัดมาเป็น\\nระยะเวลานาน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญในการขนถ่ายสินค้านำเข้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [985,611,28,"นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร","ความเดือดร้อนของประชาชน","พลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว-เศรษฐกิจด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (SOFT POWER)","ขอชื่นชมรัฐบาลที่ได้จัดการประชุมเอเปค ๒๐๒๒ ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะนอกจาก\\nสาระของการประชุมแล้ว การต้อนรับ การนำชมสถานที่และกิจกรรมต่าง ๆ ของประเทศเป็นการใช้\\nซอฟต์พาวเวอร์ตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5F เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อันได้แก่ ๑) Food อาหารไทยที่มีชื่อเสียงด้านรสชาติ ๒) Fashion เน้นผ้าไทยที่มีอัตลักษณ์และการออกแบบของแฟชั่นไทย ๓) Festival เทศกาล ประเพณีที่เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม \\n๔) Film ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และ ๕) Fighting ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย\\n \t \tจากข้อมูลการประกาศผลรางวัล Cond? Nast Traveler Readers’ Choice Awards 2022 โดยสำรวจประเทศยอดนิยมของโลก (Top Countries in The World) ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นอันดับที่ ๓ จาก ๔๘ ประเทศชั้นนำของโลก และกรุงเทพมหานครได้อันดับที่ ๔ ของเมืองที่ดีที่สุด\\nในโลก (Best Cities in the World) ในขณะเดียวกัน การจัดอันดับเกาะยอดนิยมของเอเชีย โดยเกาะสมุยได้อันดับที่ ๓ เกาะภูเก็ตได้อันดับที่ ๕ และเกาะพีพีได้อันดับที่ ๑๐ นั้น มีแนวโน้มว่าปี ๒๕๖๖ เป็นปี\\nของการฟื้นตัว เศรษฐกิจของประเทศไทยน่าจะดีขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จึงเป็นโอกาสที่จะใช้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ\\nเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลส่งเสริม ต่อยอดการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศในมิติใหม่ที่นอกเหนือจาก 5F ดังกล่าว โดยการนำทุนทางวัฒนธรรม อาทิ เรื่องธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เวทีโลก เพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของประเทศให้ดียิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [986,610,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ความสำเร็จที่น่ายินดีและประสบการณ์จากการประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ที่ควรได้รับการพิจารณา","จากความสำเร็จของรัฐบาลในการจัดการประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ ๒๙ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยประเทศไทยได้เป็นผู้ริเริ่มนำเอาแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG) มาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในยุคหลังโควิด-๑๙ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน สมดุล และครอบคลุม โดยผลสำเร็จ คือ “เป้าหมายกรุงเทพมหานครว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว” (Bangkok \\nGoals on Bio-Circular-Green (BCG) Economy) ดังเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไป อย่างไรก็ตามเป้าหมาย\\nสำคัญประการหนึ่งของแนวคิดเศรษฐกิจดังกล่าว คือ “ครอบคลุม” (Inclusive Growth) จำต้อง\\nประกอบด้วย ปัจจัยพื้นฐาน ๓ ด้าน ได้แก่ ๑) การมีส่วนร่วมของผู้คนที่มีความหลากหลาย ๒) มีกลไก\\nที่เปิดกว้างให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายของผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย และ ๓) มีลักษณะเป็น\\nการเสริมพลังอำนาจให้ผู้คนที่ไม่เหลื่อมล้ำกันมาก \\n\t\tอนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศต่าง ๆ ภาคประชาชนจะมีการเปิดเวทีคู่ขนานเพื่อนำเสนอข้อคิดเห็นจากภาคประชาสังคมควบคู่กันไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ ของประชาชนต่อประเด็นการประชุมนั้น แต่ในการประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดประเด็นการประชุม และได้มีการชุมนุมสาธารณะเสนอข้อเรียกร้องในประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งหากรัฐบาลต้องการให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจกันผลักดันขับเคลื่อนให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับนับถือ ควรส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วม\\nของทุกฝ่ายทุกภาคส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น \\n\t\tสุดท้ายนี้ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมระดับชาติเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย โดยผู้ออกแบบได้มีการอ้างถึงหลักการออกแบบเพื่อมวลชน (Universal Design) ซึ่งเป็นการออกแบบที่เป็นสากล เป็นมิตร และเป็นธรรมสำหรับคนทั้งมวลนั้น \\nมีนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิของคนพิการ พบว่าทางเข้าศูนย์การประชุมเป็นบันไดสูงชัน ซึ่งเป็นอุปสรรค\\nต่อการเข้าถึงอย่างหนึ่งที่ควรได้รับการแก้ไขปรับปรุง ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นดินแดนที่น่าท่องเที่ยวและน่าอยู่อาศัยไปพร้อมกัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [987,609,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","นโยบายของรัฐบาล","ญัตติขอเสนอให้มีการออกเสียงประชามติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ","การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอต่อคณะรัฐมนตรี\\nดำเนินการตามที่รัฐสภามีมติในการออกเสียงประชามติ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการ \\nยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสาระสำคัญของญัตติดังกล่าว ๒ ประการ ดังนี้\\n\t\t๑. กรณีที่ระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงกว่า ๕ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐธรรมนูญมีที่มาจากคณะรัฐประหาร\\n\t\tจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับประชาชน ไม่พบว่าประชาชนแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันแต่อย่างใด คงเห็นแต่บรรดานักการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่แสดงอาการเกลียดกลัว เพราะรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน เป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง”\\n  \t\t๒. กรณีที่ระบุว่า จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่ กับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ พร้อมกับการเลือกตั้งสมัยหน้า \\n\t \t\tเนื่องจากญัตติดังกล่าวเป็นการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเสนอให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันที่จัดให้มีการเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพรรคการเมืองทั้งสองเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งย่อมหมายรวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ อาจส่งผลกระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐสภาจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การจัดให้มีการทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่จะต้องร่วมกันพิจารณา อีกทั้ง แม้รัฐสภาจะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาญัตติดังกล่าวและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา การพิจารณาดังกล่าวไม่น่าจะแล้วเสร็จภายในอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [988,608,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวไทย","การเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาที่ผ่านมา พบว่ามาตรฐานความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวไทย เช่น ข้าวหอมไทย ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวนุ่ม และข้าวสายพันธุ์อื่น ๆ ไม่ได้มาตรฐาน\\nของสายพันธุ์ข้าวเพื่อการตลาดตามที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่างเช่น ข้าวหอมมะลิไทยกำหนดความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ไว้ที่ร้อยละ ๙๒ ข้าวหอมไทยกำหนดความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ไว้ที่ร้อยละ ๘๕ เป็นต้นและจากการสุ่มตรวจข้าวหอมมะลิไทยในพื้นที่ด้วยวิธีการย้อมสารไอโอดีนและการต้ม-กด พบว่ามีหลายพื้นที่ที่พันธุ์ข้าวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานและไม่ผ่านมาตรฐานความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ ส่งผลให้เกษตรกรถูกตัดราคาขายข้าว โดยที่ผ่านมาภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องปริมาณและราคาข้าวเป็นหลัก แต่ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะนำไปปลูกในแปลงนา ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรับรู้เพียงว่าข้าวเปลือกที่นำไปปลูกเป็นพันธุ์ข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๐๕ แต่ไม่รู้ว่าความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์มีค่าเท่าใด ดังนั้น ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ข้าวและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยนำกลไกของรัฐที่มีอยู่มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อที่เกษตรกรจะได้ตรวจสายพันธุ์ข้าว\\nด้วยตนเองก่อนที่จะนำลงปลูกในแปลงนา \\n \t\tจากข้อมูลดังกล่าว จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n\t\t๑. ภาครัฐได้มีมาตรการบริหารจัดการเรื่องมาตรฐานความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่ละสายพันธุ์อย่างชัดเจนทั่วถึง หรือไม่ อย่างไร\\n\t\t๒. ภาครัฐได้มีการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวหรือเมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนที่จะให้เกษตรกรนำไปปลูกอย่างทั่วถึงหรือไม่ อย่างไร\\n\t๓. ภาครัฐได้มีการจัดอบรมหรือให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อให้สามารถตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยตนเองก่อนนำไปปลูกอย่างทั่วถึงหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [989,607,93,"นายบุญมี สุระโคตร","นโยบายของรัฐบาล","แผนการบูรณาการในการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซาก","ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมสูงในหลายจังหวัด ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ จำนวน ๒๒ ลุ่มน้ำ \\nทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด\\nในเขตลุ่มน้ำเป็นประธานโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบว่า การทำงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ\\nขาดการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด ติดภารกิจก็จะมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมประชุมแทน ทำให้ข้อมูลในการประชุม การตัดสินใจ และการทำหน้าที่ของประธาน\\nในที่ประชุมขาดความต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรรมการลุ่มน้ำจากผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีลักษณะ \\nการมอบหมายผู้แทนเข้าประชุมเช่นเดียวกัน หรือไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุม\\nของคณะกรรมการลุ่มน้ำมูล และคณะกรรมการลุ่มน้ำชี ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาการทำงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [990,606,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต","การประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างดีเยี่ยม ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จ คือ การเชิญเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุมในฐานะ\\nแขกพิเศษของรัฐบาล และเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ทรงเป็นสักขีพยานร่วมในพิธีแลกเปลี่ยน เอกสารความร่วมมือ จำนวน ๕ ฉบับ ซึ่งหนึ่งในเอกสาร คือ บันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านความร่วมมือในการป้องกันและต่อสู้กับคอร์รัปชันระหว่างองค์กรกำกับดูแลและต่อต้านการทุจริตของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ราชอาณาจักรไทย ซึ่งผลของการลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้สะท้อนให้ทั่วโลกเห็นว่า ประเทศไทยมีเจตจำนง\\nในการต่อต้านคอร์รัปชัน ถือเป็นเครื่องมือสำหรับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ\\nของเจ้าหน้าที่รัฐไทย อันจะมีผลต่อคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยตรง การทำบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นกลยุทธ์ที่หลายประเทศได้ปฏิบัติ\\nเพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันในการต่อต้านคอร์รัปชัน ดังนั้น ขอเสนอให้รัฐบาลเจรจากับประเทศต่าง ๆ \\nที่มีเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันและมีแนวโน้มว่า อาจจะเกิดการคอร์รัปชันระหว่างประเทศขึ้น เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีนและสหรัฐอเมริกา เพื่อให้มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านความร่วมมือ\\nในการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบระหว่างหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในการป้องกันปราบปรามการทุจริตของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะทำให้การปราบปรามระหว่างสองประเทศสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลให้บุคคลที่พยายามจะกระทำการคอร์รัปชันไม่กล้ากระทำความผิด รวมทั้งเป็นการป้องกันปราบปรามการให้และเรียกรับสินบนระหว่างประเทศได้ อีกทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการรับรู้และปราบปรามการคอร์รัปชันในสายตาชาวต่างประเทศได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2565,"2022-11-22T00:00:00"],
    [991,605,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาขาดอัตรากำลังในโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กและขนาดกลาง","เนื่องจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็กและขนาดกลางประสบปัญหาขาดบุคลากรครู ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพนักเรียน ดังนี้\\n\t\t๑) โรงเรียนมัธยมบางแห่ง ครูที่มีคุณลักษณะการสอนสาขาวิชาเฉพาะทาง เช่น เอกฟิสิกส์ เอกภาษาไทย เอกภาษาอังกฤษ ต้องทำหน้าที่สอนตั้งแต่มัธยมศึกษา ชั้นปีที่ ๑ - ๖ ซึ่งมีจำนวนรวมกันมากถึง ๑๒ ห้องเรียน โดยต้องทำการสอนคนเดียวถึง ๔๐ คาบต่อสัปดาห์\\n \t\t๒) การแก้ไขหลักเกณฑ์การขอโอนย้ายของข้าราชการครู ซึ่งเดิมต้องปฏิบัติหน้าที่ เป็นเวลา ๔ ปี จึงจะขอโอนย้ายได้ เปลี่ยนเป็นปฏิบัติหน้าที่ ๒ ปี สามารถขอโอนย้ายได้ เป็นเหตุให้ข้าราชการครู   มีการโยกย้ายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ขาดแคลนครูผู้ทำการสอน\\n \t\t๓) มีการกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังใหม่ โดยนำชั่วโมงสอนของผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา มาคำนวณผลรวมชั่วโมงสอน  ของครูผู้สอนด้วย โดยผู้บริหารสถานศึกษามีจำนวนชั่วโมงการสอนมากถึง ๖ ประเภท เช่น ชั่วโมง   การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ชั่วโมงนิเทศ เป็นต้น ทั้งที่ในความเป็นจริง ครูผู้สอนต้องทำการสอนแทนผู้บริหารสถานศึกษา เป็นเหตุให้อัตราส่วนของครูผู้สอนมีอัตรากำลังลดลง ดังนั้น  จึงไม่สมควรใช้หลักคิดว่าผู้บริหารสถานศึกษาได้ทำหน้าที่สอนในห้องเรียนแล้วมาตัดอัตรากำลังของครูผู้สอน\\n \t\t๔) โรงเรียนมัธยมขนาดเล็กหลายแห่งไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนจึงทำหน้าที่รักษาการผู้บริหารสถานศึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง เป็นเหตุให้การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนเป็นไปได้ยาก\\n \t\t๕) ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมหลายแห่ง มีภารกิจหลักคือทำการสอน แต่ต้องทำภารกิจพิเศษด้านอื่น เช่น การเงิน การพัสดุ โดยไม่มีการสนับสนุนด้านอัตรากำลัง\\n \t\tจากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ในหลายพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณสำหรับจ้างครูอัตราจ้างให้แก่โรงเรียน ซึ่งยังมิใช่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาปัญหาดังกล่าวและดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์แก่เด็กนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติต่อไป\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [992,604,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาสุญญากาศการใช้กัญชาในประเทศไทย","เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อเป็นการรับรองและคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับและใช้กัญชา เพื่อประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาทางการแพทย์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการให้ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยา ของประเทศ และป้องกันมิให้เกิดการผูกขาดทางด้านยา เนื่องจากปรากฏผลการวิจัยว่า สารสกัดจากกัญชาและพืชกระท่อมมีประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกได้แก้ไขกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาและพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรค และประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ ถือเป็นเรื่องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง\\n \t\tสำหรับนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ได้มีการขยายผลออกไปเป็นกัญชาเสรีเพื่อสันทนาการ จนเกิดเป็นปัญหาสุญญากาศการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทย ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องไปอีก ๑ - ๓ ปี โดยที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒ ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ ๑ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ เป็นกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับ จนเป็นเหตุให้เกิดร้านจำหน่ายกัญชาเสรีเพื่อสันทนาการแพร่หลายทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ต่อมา มีประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โดยยกเลิกประกาศฯ ฉบับที่ ๑ โดยกำหนดให้กัญชา ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. วงศ์ Cannabaceae รวมทั้งชื่อวิทยาศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นชื่อพ้องเฉพาะส่วนของช่อดอก เป็นสมุนไพรควบคุม ผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ และผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กำหนด ซึ่งเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาอย่างถาวรจะต้องกระทำโดยการตรากฎหมายว่าด้วยกัญชา กัญชง ซึ่งขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่สองของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... มาให้วุฒิสภา พิจารณากลั่นกรองโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้การตรากฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จภายในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖\\n","ประธานสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [993,603,54,"นายณรงค์ อ่อนสอาด","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยทางถนนระดับพื้นที่ในช่วงเทศกาล","ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลวันหยุดต่อเนื่อง คณะกรรมการ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จะบูรณาการหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อรณรงค์ ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่มักพบเห็นเป็นประจำ คือ การตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน และการตั้งด่านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศ โดยตั้งอยู่ริมถนน  ในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ แบ่งเป็น (๑) ระดับอำเภอ มีการตั้ง “ด่านความมั่นคง” หรือเรียกว่า  “จุดตรวจร่วม” และ (๒) ระดับท้องถิ่น รับผิดชอบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการตั้ง “ด่านชุมชน” และกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานประสานความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง  แต่ที่ผ่านมามักพบปัญหาคือ จุดตรวจร่วมมักขาดแคลนเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่เป็นเจ้าพนักงานจราจรประจำจุดตรวจร่วมที่สามารถบังคับใช้กฎหมายจราจรได้ ส่งผลให้มีการละเลยการเรียกตรวจ  แต่มุ่งให้บริการแก่ผู้ใช้ถนนแทน อีกทั้ง บางจุดตรวจไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติงาน และบางจุดตรวจ  มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบางช่วงเวลาของวันเท่านั้น สำหรับปัญหาที่มักพบในส่วนของด่านชุมชนคือ ไม่มีการเรียกตรวจและใช้มาตรการทางสังคมตามบทบาทหน้าที่ที่คาดหวังไว้ แต่เป็นการให้บริการเท่านั้น อีกทั้ง ยังพบว่า มีด่านชุมชนหลายแห่งมีเพียงเต็นท์ว่างเปล่า และไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแต่อย่างใด\\n \t\tจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วง ๗ วันอันตราย ของเทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๕ พบว่า  เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๒,๗๐๗ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ จำนวน ๒,๖๗๒ คน เสียชีวิต จำนวน ๓๓๓ คน และเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๖๕ เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๑,๙๑๗ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ จำนวน ๑,๘๖๙ คน เสียชีวิต จำนวน ๒๗๘ คน ภาพรวมการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ตั้งแต่  ปี ๒๕๕๔ - ๒๕๖๔ มีค่าเฉลี่ย ปีละ ๒๐,๐๐๐ คน หรือมีอัตราการเสียชีวิต ๓๐ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน โดยมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้ยานพาหนะ เช่น เมาแล้วขับ การไม่สวมหมวกนิรภัย การพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีพันธกิจในการนำปฏิญญากรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm Declaration) มาปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอันเนื่องมาจากการขับขี่และดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ ๕๐ ในปี ๒๕๗๓ โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ที่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ ๑๒ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ภายในปี ๒๕๗๐ และในปี ๒๕๘๐ ให้เหลืออัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ๕ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่จากสถิติที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงสูงกว่าเป้าหมายของโลกและเป้าหมายตามแผนแม่บทฯ อยู่มาก ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะต่อไปนี้ เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นไปตามเป้าหมายของประเทศและเป้าหมายโลก คือ\\n\t\t๑) ศึกษาจุดอ่อนจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอย่างจริงจัง แล้วนำไปเป็นบทเรียนเพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนให้เกิดผลที่รวดเร็ว เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินงาน\\n๒) สนับสนุน…\\n\t\t๒) สนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้กับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่ (อำเภอและ อปท.) ในด้านการเสริมสร้างจิตสำนึก การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ใช้ยานพาหนะเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม\\n\t\t๓) บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมในการใช้ยานพาหนะบนท้องถนนอย่างปลอดภัย ให้เป็นค่านิยมของสังคมอย่างยั่งยืน\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [994,602,130,"นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอรับการสนับสนุนระบบน้ำบาดาล เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และเอกสารสิทธิเพื่อขอไฟฟ้า","จากการลงพื้นที่พบกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดราชบุรี พบว่า ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน ๔๑ ราย มีพื้นที่ในการปลูกหม่อนผลสด ประมาณ ๘๐ ไร่ เป็นไปตามมาตรฐานการปลูกหม่อนและมาตรฐานการปฏิบัติ  ทางการเกษตรที่ดีและปลอดภัย โดยมีศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี เป็นผู้ให้คำแนะนำดูแล สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ - ๑๒๐,๐๐๐ บาท ด้วยการจำหน่ายเส้นไหมให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสร้างรายได้ให้สมาชิก เดือนละ ๑๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ บาท/คน จากการจำหน่ายหม่อนผลสดและแปรรูปเพื่อจำหน่ายทั้งภายใน   และภายนอกประเทศ แต่กลุ่มผู้ปลูกหม่อนฯ ยังคงประสบปัญหาเครื่องสูบน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และที่ดินของสมาชิกในกลุ่มฯ ที่ใช้ในการปลูกต้นหม่อนเป็นที่ดินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.๕) ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเงินตามนโยบายของรัฐได้ อีกทั้ง มีประชาชนที่ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน ๘ ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านหนองมะค่า ตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ดังนี้\\n\t\t๑) ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำบาดาลระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โล่งและมีแดดจัด จึงมีความเหมาะสมที่จะใช้เครื่องสูบน้ำระบบพลังงานแสงอาทิตย์\\n๒) ขอให้…\\n\t\t๒) ขอให้พิจารณาติดตั้งไฟฟ้าให้แก่ประชาชน จำนวน ๘ ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านหนองมะค่า ตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [995,601,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย","เนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจาณาให้ความช่วยเหลือ ดังนี้\\n\t\t๑) กรณีการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะต้องปรากฏว่าข้าวที่ปลูกตาย หรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยาให้กลับคืนสภาพเดิมได้จึงจะมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ  แต่บางพื้นที่น้ำได้ท่วมต้นข้าวในระยะตั้งท้อง ทำให้ข้าวไม่สามารถออกรวงหรือรวงข้าวไม่สมบูรณ์ เกษตรกรก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน แต่ต้นข้าวยังไม่ตายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ  จากภาครัฐ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในกรณีดังกล่าว\\n \t\t๒) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ประชาชน    ได้เลี้ยงปลาไว้ในบ่อธรรมชาติเพื่อบริโภค แต่เมื่อเกิดอุทกภัยทำให้ปลาที่ประชาชนเลี้ยงสูญหาย  จึงเป็นสาเหตุให้ประชาชนขาดแคลนอาหาร ดังนั้น จึงขอให้กรมประมงพิจารณาช่วยเหลือประชาชน  ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการนำพันธุ์ปลาน้ำจืดจากโครงการ  ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ เพื่อฟื้นฟูลำน้ำตามธรรมชาติ  และสร้างอาหารให้ชุมชน มอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคต่อไป\\n \t\t๓) ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ต้องประสบปัญหาอุทกภัยเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย          และขาดรายได้จากการประกอบอาชีพ จึงไม่สามารถชำระหนี้ให้กับกองทุนฯ ได้ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติพิจารณากำหนดมาตรการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [996,600,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","รถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน","เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งได้ลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ทำการเดินรถ และได้สิทธิพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์  ในพื้นที่มักกะสัน จำนวน ๑๔๐ ไร่ และในพื้นที่อำเภอศรีราชา จำนวน ๕๐ ไร่ รวมทั้ง ได้รับสิทธิ   ในการบริหารกิจการรถไฟฟ้าเอราวัณ (Airport Rail Link) โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินร่วมลงทุน ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการทยอยจ่าย นับตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จและเดินรถเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการดังกล่าวเกิดปัญหาการทับซ้อนงานโยธากับโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย - จีน  ช่วงดอนเมือง - บางซื่อ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) จึงได้มีมติ  ให้โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโครงสร้างร่วม  ของทั้ง 2 โครงการ และเป็นผู้รับผิดชอบค่าก่อสร้าง จำนวน ๙,๒๐๗ ล้านบาท โดยจะมีการแก้ไขสัญญาใหม่ ซึ่งจากเดิมรัฐจะจ่ายเงินร่วมลงทุน ปีที่ ๖ - ๑๕ รวม ๑๐ ปี แก้ไขสัญญาเป็นการดำเนินการก่อสร้างไป จ่ายไป โดยรัฐจะจ่ายเงินร่วมลงทุน ปีที่ ๒ - ๘ รวม ๗ ปี ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในการแก้ไขสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน เพื่อมิให้ผิดไปจากขอบเขตของงาน (Terms of Reference - TOR) ในการประกวดราคา และขอเสนอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย   เป็นผู้ดำเนินการตั้งงบประมาณและดำเนินการก่อสร้างงานโครงสร้างร่วมของทั้ง 2 โครงการ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [997,599,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ขอให้เร่งพิจารณากฎกระทรวงและประกาศกระทรวงในประมวลกฎหมายยาเสพติด","พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แต่ปรากฏว่ามีอนุบัญญัติที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ คือ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ที่เป็นศูนย์คัดกรอง พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจและขึ้นทะเบียนศูนย์คัดกรองทั้งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ให้ครอบคลุมทุกตำบล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน จึงขอเสนอให้จัดทำประกาศโดยแบ่งเป็นรอบ ไม่ต้องรอให้ครบทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังมีกฎกระทรวงที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑) ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการฟื้นฟูสภาพทางสังคม พ.ศ. .... มีเจตนารมณ์เพื่อการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรื่องการศึกษา อาชีพ ติดตาม ดูแล          จนสามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาโปรดเร่งการพิจารณาเพื่อส่งให้รัฐมนตรีได้ลงนามโดยเร็ว\\n\t\t๒) ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขพิจารณายืนยันว่ายาเสพติดแต่ละประเภท          ต้องมีปริมาณเท่าใดจึงจะได้รับโทษความผิดร้ายแรง จึงขอให้เร่งพิจารณาลงนามเพื่อส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา\\n \t\t๓) ร่างกฎกระทรวงการอนุญาตโฆษณาเกี่ยวกับการบำบัดรักษา หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ  ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. .... ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาโปรดเร่งการพิจารณาเพื่อส่งให้รัฐมนตรีได้ลงนามโดยเร็ว\\n","นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [998,598,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การจัดกิจกรรมโครงการอาชีพในโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี","เนื่องจากโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี มีกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ดี โดยการจัดกิจกรรมโครงการอาชีพและการปฏิบัติทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน สามารถสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนที่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เข้าเยี่ยมชมหรือศึกษากระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนดังกล่าว เพื่อนำไปเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [999,597,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาทางเท้าไม่ได้มาตรฐาน","จากการที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวหนุ่มพิการถูกรถกระบะพุ่งชนจนกระทั่งเสียชีวิต ในขณะที่ใช้เก้าอี้รถเข็นสำหรับคนพิการ (Wheelchair) บนถนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทางเท้าในประเทศไทย   มีขนาดแคบ บางแห่งไม่มีทางลาดสำหรับเก้าอี้รถเข็น ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วจะให้ความสำคัญกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ถึงแม้ว่ากระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ แล้วก็ตาม แต่มิได้ครอบคลุมถึงถนนและทางเท้า ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาปรับปรุงทางเท้าทุกแห่งในประเทศไทยให้ได้มาตรฐาน มีความสะดวก ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกกลุ่ม เพราะเป็นตัวชี้วัดด้านการพัฒนา          ที่ยั่งยืน และสามารถสร้างความเท่าเทียมในสังคมได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [1000,595,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การประกาศให้ระบบเลี้ยงควายปลักพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย","เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ได้แจ้งว่า ข้อเสนอโครงการการเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ได้ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Advisory  Group : SAG) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โดยได้ประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร (Global Important Agricultural Heritage Systems หรือ GIAHS) ของ FAO และเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนไทย ทั้งประเทศ จึงขอชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันผลักดันให้ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โดยความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่เดียวกับการทำเกษตรกรรมการเลี้ยงควายปลัก ซึ่งเป็นวิถีการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมของเกษตรกรท้องถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อยู่ในการดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกทั้ง พื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในการดูแล  ของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น จึงขอให้ทั้ง ๓ หน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาต่อยอดการทำการเกษตรเลี้ยงควายปลักในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมการท่องเที่ยว วิถีชุมชนด้านต่าง ๆ อย่างเป็นองค์รวม เพื่อยกระดับพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [1001,594,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต","เนื่องจากภาคประชาชนมากกว่า ๕๐ เครือข่าย ได้รวมตัวกันในระบบจิตอาสาเพื่อต่อต้านการทุจริต เป็นเวลากว่า ๒๐ ปี แต่มีอุปสรรค คือ การถูกคุกคามจากผู้เสียผลประโยชน์ การถูกกล่าวหาว่า  มีผลประโยชน์ทางการเมือง และการขาดแคลนบุคลากรและเงินทุน จึงทำให้หลายเครือข่ายต้องยุติบทบาทลง ด้วยเหตุดังกล่าว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๓  จึงบัญญัติให้รัฐจัดให้มีกลไกและส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้านและชี้เบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ และได้วางหลักการเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันไว้ ๒๒ มาตรา รวมทั้งกำหนดแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่จะส่งผลให้  เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) โดยให้รัฐเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน โดยไม่ต้องร้องขอ ตลอดจนมีกฎหมายคุ้มครองประชาชนในการแจ้งเบาะแสการทุจริต ตลอดระยะเวลา ๕ ปี ที่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในการนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-Corruption Organization of Thailand : ACT) ได้แถลงว่า การต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชนพบปัญหา  ๓ ประการ คือ (๑) ภาครัฐขาดความจริงใจในการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส (๒) รัฐยังขาดเทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายตามหน่วยงาน และต้องเป็นเทคโนโลยีที่ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ และ (๓) ขาดมาตรการในการปกป้องประชาชนที่เปิดเผยพฤติกรรมการทุจริต ฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น  จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๕ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2565,"2022-11-15T00:00:00"],
    [1002,593,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","การดำเนินการเกี่ยวกับคนพิการเมื่อแผนการปฏิรูปประเทศได้สิ้นสุดลง","แผนการปฏิรูปประเทศจะสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้กำหนดให้ “เรื่องของคนพิการ” เป็นกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big rock) โดยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ดังนี้\\n๑. การปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\n๒. การขึ้นทะเบียนคนพิการ และการจัดทำฐานข้อมูล/สถิติ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ \\n๓. การจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้\\n๔. การจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐ \\n๕. การผนวกรวมคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก ซึ่งเป็นประเด็นที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังให้ความสนใจ \\nต่อประเด็นข้างต้น หากแผนการปฏิรูปประเทศสิ้นสุดลง มีความห่วงใยว่าประเด็น\\nที่เกี่ยวข้องกับคนพิการจะไม่ได้รับการผลักดันให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องได้นำประเด็นเกี่ยวกับคนพิการที่บรรจุอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม มาบรรจุไว้\\nในแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ และแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทั้งนี้ เพื่อให้คนพิการได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง","กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1003,592,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","ขวัญและกำลังใจข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก มีการส่งออกทุเรียนไปจำหน่ายยังต่างประเทศมากที่สุด โดยในปีนี้มีผลผลิตทุเรียนจำนวนมากถึงหนึ่งล้านตัน มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนล้านบาท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ (สวพ.๖) ตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาพันธุ์เกษตร ส่งเสริมมาตรฐานของผลไม้ที่มีคุณภาพ การออกใบรับรองมาตรฐาน GMP ควบคุมคุณภาพของผลผลิตให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ ที่ผ่านมา มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ อาทิ การทำ GMP เคลื่อนที่ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรจำนวนสองหมื่นครัวเรือน การตั้งหน่วยทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทยเพื่อคุณภาพมาตรฐานการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศ ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชาชน เกษตรกรและกลุ่มเครือข่ายเกษตร แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข่าว กรณีผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาให้ความสำคัญกับขวัญและกำลังใจของข้าราชการ เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์เกษตร ตลอดจนการควบคุมคุณภาพของผลไม้ไทยผลผลิตให้ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย ต่อไป","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1004,591,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาธนาคารกรุงไทยพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ","ธนาคารกรุงไทยมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมา ได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ และคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ซึ่งอยู่ในกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ถือหุ้นเกินร้อยละ ๕๐ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ จึงมีผลทำให้ธนาคารกรุงไทยหลุดพ้นจากการเป็นธนาคารของรัฐวิสาหกิจ และเป็นเหตุให้ธนาคารกรุงไทยไม่อยู่ภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกระทรวงการคลังแจ้งว่าธนาคารกรุงไทยไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ พนักงานธนาคารจึงไม่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และมีการยกเลิกสหภาพแรงงาน แต่พนักงานธนาคารจะต้องอยู่ภายใต้กำกับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยในปัจจุบัน ธนาคารที่ยังคงมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีจำนวนเหลือเพียง ๕ แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)\\nขณะนี้มีการยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับหนึ่ง คือ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..)  พ.ศ. .... กำหนดให้นำเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงการคลัง \\nว่าหากได้มีการตรากฎหมายดังกล่าว เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเป็นกองทุน\\nการออมเพื่อการเกษียณอายุภาคบังคับของข้าราชการ  จะสามารถนำฝากที่ธนาคารกรุงไทยได้หรือไม่ เพราะปัจจุบัน ธนาคารกรุงไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่ยังคงเป็นธนาคารของรัฐ ดังนั้นหากได้มีการแก้ไขถ้อยคำในร่างพระราชบัญญัติ จากเดิมที่กำหนดให้ เงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่อยู่ในบัญชีเงินสำรอง ให้ลงทุนเป็นเงินฝากใน “ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ” เปลี่ยนเป็น “ธนาคารของรัฐ” \\nจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการดำเนินการมากกว่าหรือไม่ อย่างไร","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1005,590,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและคุรุสภา ตรวจสอบหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู","จากใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้นมีความสำคัญอย่างมากกับการรักษามาตรฐานทางการศึกษาเพราะถือเป็นใบอนุญาตที่รับรองความพร้อมของบุคคลในการปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอน ทำให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนมีความมั่นใจว่าครูผู้สอนมีทักษะ ความรู้ และความสามารถ \\nตรงตามสายงาน รวมทั้งมีคุณธรรมและจริยธรรมเพียงพอ ปัจจุบันโรงเรียนบางแห่งมีครูที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูและหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพทางการศึกษาได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการและคุรุสภา พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n๑. ตรวจสอบหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ว่าหลักสูตร\\nการเรียนการสอนมีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่\\n๒. ตรวจสอบวุฒิการศึกษา และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของครูในโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1006,589,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอเพิ่มเงินชดเชยให้กับเกษตรกร","จากพายุโนรู (NORU) ได้พัดเข้าสู่ประเทศไทยทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่และบางพื้นที่เป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่ตัวเมือง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนาข้าวได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งภาครัฐได้ชดเชยความเสียหายของนาข้าวให้เกษตรกรไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท อย่างไรก็ดี เงินชดเชยความเสียหายที่เกษตรกรได้รับดังกล่าวถือว่าน้อยมาก และไม่สามารถบรรเทาความเสียหายให้กับเกษตรกรได้ ประกอบกับปัจจุบัน\\nค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนเพิ่มเงินชดเชยความเสียหายของนาข้าวให้กับเกษตรกรจากไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท เป็นไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1007,588,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขอตัดต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า","จากได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ประสบปัญหาไม่สามารถตัดต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ หรือเป็นระยะเวลากว่า ๒๘ ปีแล้ว โดยในอดีตประชาชนได้รวมตัวจัดตั้งสหกรณ์เพื่อเช่าที่ดินกับกรมป่าไม้ โดยสัญญาเช่ามีระยะเวลา ๓๐ ปี ต่อมา ภาครัฐได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกป่าในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งแต่ละแปลงจะได้รับงบประมาณจากภาครัฐสนับสนุนเป็นเงินไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลา ๕ ปี และเมื่อครบสัญญาเช่าที่ดินในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมป่าไม้ไม่ได้ต่อสัญญาเช่าที่ดินให้กับประชาชน ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้นั้นไม่สามารถตัดขายได้ โดยประชาชนได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายครั้ง โดยครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ครั้งที่ ๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๔ - ๖ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า และสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1008,587,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดสรรงบประมาณเป็นค่าไฟฟ้าให้กับวัด","ปัจจุบันวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศประสบปัญหาไม่มีเงินชำระค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัญหาที่มีต่อเนื่องมานาน แต่ไม่มีหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือ ที่ผ่านมา วัดหลายแห่งได้ตั้งกล่องรับบริจาคจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อชำระค่าไฟฟ้า อาทิ การจัดกิจกรรมทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พิจารณาจัดสรรงบประมาณแก่วัดทั่วประเทศ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายชำระค่าไฟฟ้าบางส่วน เพื่อเป็นการช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ และลดภาระของประชาชน  ","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1009,586,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย","ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า ๓๐ จังหวัด เนื้อที่กว่า ๕,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ และมีประชาชนเดือดร้อนกว่า ๔๑,๐๐๐ ครัวเรือน โดยพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาของเกษตรกร และภายหลังจากน้ำลดลงแล้ว เกษตรกรจะมีการทำนาปรัง ซึ่งในการทำนาปรัง\\nมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำ เกษตรกรจึงมีภาระค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟฟ้าหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการให้การช่วยเหลือ ดังนี้\\n\t๑. ลดค่าไฟฟ้าลงร้อยละ ๕๐ - ๗๐ สำหรับการสูบน้ำทำนาให้แก่เกษตรกร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา\\n\t๒. จัดสรรสัดส่วน (โควตา) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการสูบน้ำทำนาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยดำเนินการผ่านกลไกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1010,585,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผังการจัดการน้ำตำบล เครื่องมือสำคัญของการจัดการน้ำในชุมชนท้องถิ่น","จากหลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบกับปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง\\nที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี ทั้งที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง สามารถบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรการใช้ การพัฒนา ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้มีความประสานสอดคล้องกัน\\nในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลจากผังน้ำ ซึ่งเป็นแผนที่หรือแผนผังแสดงระบบทางน้ำของประเทศไทย จะทราบข้อมูลของแม่น้ำทุกสาย เช่น แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม \\nแม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำแม่กลอง ว่ามีน้ำหลากเข้าไปแต่ละพื้นที่ ตลอดจนไหลลงมาสู่พื้นที่แหล่งน้ำอย่างไรบ้าง แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ ยังขาดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับตำบล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกตำบลจะต้องทำแผนที่น้ำในพื้นที่ตำบล\\nของตนเอง ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ\\nตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนี้\\n๑. ปัจจุบัน รัฐบาลได้มีการจัดทำแผนที่น้ำในพื้นที่ตำบล และผังการจัดการน้ำตำบล จำนวนกี่ตำบล และมีความคืบหน้าอย่างไร\\n๒. สภาพปัญหาการรุกล้ำพื้นที่แหล่งน้ำสาธารณะ อาทิ แม่น้ำ ลำคลอง อันสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นอย่างไร\\n๓. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการถ่ายทอดภารกิจ เพื่อบูรณาการการทำงานลงไปในพื้นที่ระดับตำบล เพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำผังการจัดการน้ำตำบล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญของการจัดการน้ำในชุมชนท้องถิ่น ลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากอย่างถาวร หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1011,584,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยอย่างรุนแรง","กรณีการจับกุมผับลับซึ่งมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ ลักลอบเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติด เข้าลักษณะเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งการกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น หากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ถูกต้องและชอบธรรม โดยสื่อมวลชนได้รายงานข่าวอาชญากรรมในเชิงลึก \\nว่าก่อนหน้านี้ได้มีการกระทำความผิดลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง\\nหลายหน่วยงานให้การช่วยเหลือแก่ผู้กระทำความผิดชาวต่างชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ในลักษณะต่างตอบแทน อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ของตนเองและ\\nพวกพ้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยอย่างรุนแรง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญต่อปัญหาดังกล่าว โดยควรเร่งรัด\\nการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน รวมถึงฐานะทางการเงินของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด \\nตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ หากพบว่ามีการกระทำความผิด\\nฐานทุจริตต่อหน้าที่ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือร่ำรวยผิดปกติ ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาไต่สวนและดำเนินคดี เพื่อยึดและอายัดทรัพย์โดยเร็ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความคิดที่จะกระทำความผิด เกิดความเกรงกลัว ไม่กล้ากระทำความผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nที่กระทำความผิด ต้องมีความผิดทั้งทางวินัยและทางปกครอง ในฐานที่ปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแล\\nความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชา ตามหลักความรับผิดชอบ (Accourtability) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บังคับบัญชาต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการกำกับดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป ทั้งนี้ หากรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าวจะส่งผลให้สามารถลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของ\\nเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2565,"2022-11-08T00:00:00"],
    [1012,583,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่า","สถานการณ์ความเดือดร้อนจากช้างป่ากระจายอยู่ในหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีช้างป่าบุกทำร้ายประชาชนในบ้านพักเสียชีวิต ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา และเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ พบช้างป่าที่ไร่มันสำปะหลัง ณ จังหวัดปราจีนบุรี ขณะเดียวกันพบว่า มีช้างป่าถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บหรือจนถึงขั้นเสียชีวิต สาเหตุสำคัญที่ช้างป่าเข้ามาในชุมชน คือพื้นที่อาหารไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ ได้มีการลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่ภาคกลาง ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า พบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ จำนวน ๓๗ ครั้ง โดยในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๖๕ มีผู้บาดเจ็บ จำนวน ๑๔ ราย และเสียชีวิต จำนวน ๘ ราย รวมทั้งสิ้น ๒๒ ราย และพบช้างป่าถูกทำร้าย จำนวน ๒๑ ตัว    \\n\tการแก้ไขปัญหาของกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการบริหารจัดการให้ช้างป่ากับคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ดำเนินการโดยการสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารสัตว์ป่าก่อนถึงพื้นที่ชุมชน สร้างแนวรั้วป้องกันช้างป่า ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพช้างป่าแบบเรียลไทม์ ติดปลอกคอติดตามตัวช้าง และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการผลักดัน ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะจ่ายเงินเยียวยาโดยอ้างอิง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่การประกาศเขตภัยพิบัติมีข้อจำกัดกรณีขนาดความเสียหายระดับหมู่บ้านและตำบล จึงได้จัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าและกระทิง พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยการใช้เงินจากการจัดเก็บค่าบริการ ค่าตอบแทน จ่ายเป็นเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ซึ่งมีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาฯ ดังนี้ ๑) ที่ดินที่มีสิทธิ์ได้รับการชดเชยยังไม่ครอบคลุมที่ดินที่เป็นป่าสงวน   เสื่อมโทรม หรือพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติจัดให้ตามกฎหมาย ซึ่งสามารถเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้หรือไม่  ๒) การกำหนดจ่ายเงินเยียวยาจะดำเนินการไม่เกิน ๑๒ เดือน ซึ่งมีความล่าช้า จึงควรเร่งรัดระยะเวลาให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที         \\n\tดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการคลัง ดังนี้ \\n\t๑. สถานะของร่างหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาฯ ปัจจุบันกระทรวงการคลัง ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด \\n\t๒. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีแนวทางการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการเพิ่มหลักเกณฑ์ที่ดินที่ได้รับเงินชดเชย และระยะเวลาการดำเนินการช่วยเหลือประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1013,582,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขที่ไม่ได้ถ่ายโอนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดของกระทรวงสาธารณสุข","เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง (จากจำนวนทั้งสิ้น ๙,๗๘๕ แห่ง) และบุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน ๑๑,๙๒๘ คน (จากจำนวน ทั้งสิ้น ๓๙,๗๖๑ คน) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในพื้นที่ ๔๙ จังหวัด แต่เมื่อพิจารณาจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ในชั้นคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบ มีการเสนอให้ถ่ายโอน รพ.สต. จำนวนเพียง ๕๑๒ แห่ง และบุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน ๒,๓๒๙ คนเท่านั้น ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวเป็นผลมาจากนโยบายที่เร่งรีบ รวบรัด ขาดการทดลองนำร่อง จึงขาดความพร้อม และจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย      \\n\tบุคลากรเจ้าหน้าที่ที่แจ้งความประสงค์ไม่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้กำหนดให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่แจ้งความประสงค์ขอถ่ายโอนไว้ก่อนวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยไม่ต้องดำเนินการผ่านจังหวัด ดังนั้น นายแพทย์ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จึงไม่ทราบข้อมูลเบื้องต้น บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ภายใต้เงื่อนเวลาที่เร่งรีบและรวบรัด หลายคนไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดเป็นการเลือกโอนแบบตาม ๆ กันไป เมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในภายหลัง จึงมีความต้องการที่จะแจ้งโอนย้ายกลับไปสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แต่โดยหลักการ เมื่อได้มีการตัดโอนตำแหน่งไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว จะโอนย้ายกลับมายังกระทรวงสาธารณสุขได้ก็ต่อเมื่อมีตำแหน่งว่างรองรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน ๘๔ คน ที่มีรายชื่อถ่ายโอนไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ไม่มีลายมือชื่อแสดงความประสงค์ คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้วินิจฉัยว่าการที่มีรายชื่อถ่ายโอนไป องค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ไม่มีลายมือชื่อแสดงความประสงค์นั้น เกิดจากความบกพร่องและรวบรัดการถ่ายโอน   \\n\tรพ.สต.ที่ต้องถ่ายโอน ทั้งที่ไม่มีผู้แสดงความประสงค์ขอถ่ายโอนไป หรือมีผู้แสดงความประสงค์เพียง ๑ คน โดยกระทรวงสาธารณสุขต้องเกลี่ยบุคลากรเจ้าหน้าที่ดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่เปลี่ยนใจภายหลังวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนไปตั้งแต่ต้น กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องจัดหาสถานที่ทำงานแห่งใหม่ ซึ่งอาจเป็น รพ.สต. ที่ไม่ต้องถ่ายโอน หรือสำนักงานสาธารณสุขอื่น ๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนสิทธิและสวัสดิการเดิมที่ต้องเร่งพิจารณาดำเนินการ ประเด็นสำคัญคือ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องรับผิดชอบดูแล รพ.สต. ที่ไม่ต้อง  ถ่ายโอนไป อบจ. และ รพ.สต. ที่บุคลากรเจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์ขอถ่ายโอนไป อบจ. ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะจะมีการเปรียบเทียบความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ตลอดจนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ระหว่าง รพ.สต. ที่มีการถ่ายโอนไป อบจ. กับ รพ.สต. ที่ไม่มีการถ่ายโอนไป อบจ. เพราะสาเหตุหนึ่งที่บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. แจ้งความประสงค์ขอถ่ายโอนไปยัง อบจ. เป็นจำนวนมากก็เนื่องมาจากปัญหาการบริหารของ รพ.สต. หลายประการ เช่น ความไม่ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ การจัดสรรงบประมาณที่จำกัด ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบมีมาก ขาดแคลนบุคลากร ไม่ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์บางประการ เป็นต้น     \\n\tขณะนี้ การถ่ายโอนเป็นเพียงโอนย้ายบุคลากรเจ้าหน้าที่ แต่การปฏิบัติภารกิจด้านสาธารณสุขในพื้นที่ยังคงให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขช่วยเหลือ ประเด็นนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การถ่ายโอน จะเป็นไปตามทฤษฎีการกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควร แต่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ถ้าหากว่าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ไม่มีโครงการนำร่อง อาจเกิดปัญหากับ รพ.สต. ที่ได้มีการถ่ายโอนไปยัง อบจ. ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. ในประเด็นบุคลากรดังกล่าวด้วย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1014,581,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมและใบประกอบวิชาชีพครูของนายวัชิระ  พนมแก่นณ์ข้าราชการครู","จากเกิดเหตุการณ์ที่นายวัชิระ  พนมแก่นณ์ ครูพละศึกษา โรงเรียนบัวขาว กระทำอนาจารนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย เข้าไปตรวจสอบจริยธรรมและใบประกอบวิชาชีพครูของนายวัชิระ  พนมแก่นณ์ ครูพละศึกษา โรงเรียนบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1015,580,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ในโรงเรียนมัธยมขยายโอกาสในชนบท","การติดตามนโยบายอาหารกลางวันของนักเรียน พบว่า เมื่อต้นปี ๒๕๖๔ ได้รับงบประมาณต่อหัวเพิ่มขึ้นจากคนละ ๒๐ บาทต่อวัน เป็นคนละ ๒๑ บาทต่อวัน และกลางปี ๒๕๖๕ ได้มีการเสนอให้ปรับเป็น ๒๘ บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งการพิจารณาอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาทั่วไปไม่น่าจะมีปัญหาและได้รับการสนับสนุนจากภาคชุมชนหรือผู้มีจิตศรัทธา แต่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษามีโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งไม่มีงบประมาณค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จึงขอหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n\t\t(๑) ประเทศไทยมีโรงเรียนมัธยมศึกษาหรือโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำนวนเท่าใด มีจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ เป็นจำนวนเท่าใด อยู่ในพื้นที่อำเภอและจังหวัดใด \\n\t\t(๒) มีโรงเรียนที่มีโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนระดับมัธยมศึกษากี่แห่ง ครอบคลุมนักเรียนกี่คน มีรูปแบบและขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร พบปัญหาอุปสรรคและมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร  \\n\t\t(๓) ได้รับเงินสนับสนุนภายนอกเพิ่มเติมจากภาคประชาสังคม ผู้ปกครอง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่     \\n\t\t(๔) มีการจัดสรรนักโภชนาการชุมชนได้เพียงพอหรือไม่ \\n\tทั้งนี้ จากผลสำรวจของนักวิชาการโภชนาการ พบว่า ปัจจุบันเด็กไทยยังอยู่ในภาวะ  ขาดสารอาหารถึงร้อยละ ๒๐ – ๒๕ ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ขาดการควบคุมกำกับ หรือมีการจัดการวางแผนทางโภชนาการที่ไม่ดีเพียงพอ จึงขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1016,579,28,"นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร","ความเดือดร้อนของประชาชน","กลโกงออนไลน์ภัยคุกคามสังคมไทย","สังคมไทยเป็นสังคมยุคดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เช่น Facebook, Twister, YouTube เป็นต้น จึงเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่าง ๆ ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เพื่อหลอกลวงประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ในรูปแบบหลากหลายจากขบวนการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ (Call Center Gang) อยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหลอกลวงเงิน หลอกขายสินค้า หรือแม้แต่หลอกให้รัก (Romance Scammer) เงินกู้ออนไลน์ การเชิญชวนไปทำงานต่างประเทศ การหลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และแชร์ลูกโซ่ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและเข้มข้นมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยให้ความสำคัญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Hybrid Threat โดยมุ่งเน้นให้ประชาชน เยาวชน และกลุ่มผู้สูงอายุได้มีทักษะและรู้เท่าทัน  เล่ห์เหลี่ยม กลโกงออนไลน์ ด้วยทักษะต่าง ๆ เช่น การบริหารจัดการข้อมูลร่องรอยทางดิจิทัล (Digital Footprint) การรับมือการกลั่นแกล้ง (Cyber Bully Management) การรักษาความปลอดภัยของตนเองบนโลกไซเบอร์ (Cyber security management) และการรู้เท่าทันข่าวปลอมหรือข่าวลวง (Fake news) ให้มากที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการ กสทช.\\\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1017,578,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเดินรถไฟเข้า-ออก สถานีสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย","จากอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มีเส้นทางรถไฟสายรองในระบบรถไฟระหว่างเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทย แยกมาจากทางรถไฟสายเหนือที่สถานีรถไฟชุมทาง       บ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ระยะทาง ๒๙ กิโลเมตร สิ้นสุดที่สถานีสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย   เป็นเส้นทางขนส่งมวลชนท้องถิ่น ซึ่งผู้โดยสารมีทั้งนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) มีการให้บริการขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (สปรินเตอร์) เส้นทางกรุงเทพ – สวรรคโลก – กรุงเทพ วันละ ๑ เที่ยว     แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้หยุดการให้บริการรถไฟเส้นทางดังกล่าว ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายจนเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว ดังนั้น จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดขบวนรถไฟวิ่งให้บริการเข้าสู่สถานีสวรรคโลกเหมือนเช่นเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1018,577,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรหลังน้ำลด","ประเด็นการปรึกษาหารือจำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้            \\n\tประเด็นที่หนึ่ง สืบเนื่องจากเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา โดยภาครัฐได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหายจริง โดยให้เงินช่วยเหลือข้าวอัตราไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้ภาครัฐทบทวนมาตรการการให้ความช่วยเหลือข้างต้นว่าสามารถจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้มากกว่าที่ดำเนินการอยู่หรือไม่ อย่างไร    \\n\tประเด็นที่สอง เกษตรกรได้กู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อมาลงทุน    ทำนา ดังนั้น จะมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในการพักชำระหนี้ หรือลดหย่อนหนี้ หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1019,576,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาผลกระทบจากการออกกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรคที่ถือเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้บุคลากรเข้ารับราชการ","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่าง กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๕๓ มีการเพิ่มชนิดของโรคที่ถือว่าเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับบุคคลที่เข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ได้กำหนดให้ โรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์\\nผิดปกติ หรือ (Mood Disorders) เป็นลักษณะต้องห้าม ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ     ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้ประชุมหารือร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาชีพ นักวิชาการ โดยขอให้พิจารณาทบทวนร่าง กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้         \\n \t\t(๑) การมีประกาศที่มีลักษณะเป็นการทั่วไป กำหนดให้โรคทางจิตเวช มีลักษณะเป็นอันตรายและรุนแรงเรื้อรังจนเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อพิจารณาจากระยะที่จะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่มีความบกพร่องทางจิต หรือเป็นคนพิการทางจิตสังคม ประกอบกับข้อกำหนดดังกล่าวอาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศหลักที่ให้ความเคารพในเรื่องหลักการส่งเสริมสิทธิคนพิการมาโดยตลอด ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซียกำลังจะยกเลิกข้อห้ามดังกล่าวจากกฎหมาย ส่วนประเทศไทยกำลังเข้าสู่ข้อห้ามดังกล่าว  \\n \t\t(๒) การยกร่างกฎ ก.พ.ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๗๗ วรรค ๒ และมีข้อสงสัยว่า เป็นการรับฟังเฉพาะหน่วยงานราชการ ไม่เปิดโอกาสให้สังคมได้แลกเปลี่ยน ท้วงติง หรือตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการทางจิตสังคม และข้าราชการจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการรักษา    \\n \t\t(๓) ได้รับการยืนยันจากจิตแพทย์และแพทย์ที่เกี่ยวข้องว่า การประเมินลักษณะ   ของโรคไม่สามารถกระทำได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่สามารถวินิจฉัยโรคจากการตรวจชีวภาพได้     ต้องสังเกตอาการ สัมภาษณ์ และติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานถึงทราบว่าใครเป็นโรคอันตรายร้ายแรงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติราชการ \\n \t\t(๔) ขณะนี้มีข้าราชการจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับสูงที่อยู่ระหว่างการรักษา ซึ่งอาจทำให้บุคคลเหล่านี้ ขาดคุณสมบัติในการรับราชการทันที และอาจทำให้คนที่มีแนวโน้ม     มีความผิดปกติหรือมีความบกพร่อง หรือมีความผิดปกติทางอารมณ์อาจปฏิเสธการรักษา เนื่องจากเกรงว่า    หากเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว จะทำให้มีชื่ออยู่ในระบบสุ่มเสี่ยงต่อการขาดคุณสมบัติที่จะรับราชการ    ซึ่งปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดผลร้ายแรง    \\n \tดังนั้น ขอให้รัฐบาลทบทวนร่าง กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... เพื่อให้สังคมอยู่อย่างเป็นสุข  และเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1020,575,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การป้องกัน การแก้ปัญหา และการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย","ในระหว่างปิดสมัยประชุมสามัญของรัฐสภา ได้เดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด สรุปได้ดังนี้ \\n\t\t(๑) การป้องกันปัญหาอุทกภัย  \\n\t\t\tสาเหตุของการเกิดอุทกภัยเนื่องจากมีการก่อสร้างถนนขวางทางน้ำ เป็นเหตุให้   ไม่สามารถระบายน้ำได้ ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรกรรม ได้รับความเสียหาย ดังนั้น การสร้างถนนจะต้องไม่ขวางทางน้ำ โดยสร้างสะพานเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้     \\n\t\t(๒) การแก้ปัญหาอุทกภัย  \\n\t\t\t(๒.๑) การช่วยเหลือจากภาครัฐ กรณีน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ตามระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง กำหนดว่าต้นข้าวต้องถูกน้ำท่วมมิดต้นข้าว จนต้นข้าวเน่าตายไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ถือว่าเสียหายสิ้นเชิง จึงจะเข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายที่จะมีสิทธิได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ ทั้งที่ตามความเป็นจริงเพียงน้ำท่วมถึงท้องข้าว ข้าวก็จะไม่ออกรวง หรือแม้จะออกรวงก็เป็นเพียงดอกหญ้า ไม่สามารถเก็บเกี่ยวนำมาใช้ประโยชน์ ถือได้ว่าเกษตรกรได้รับความเสียหายแล้ว แต่กลับ     ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อมาเยียวยาแก่เกษตรกรได้  \\n\t\t\t(๒.๒) ตลิ่งทรุดและพนังกั้นน้ำขาด น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนและที่ดินทำกินของราษฎร กล่าวคือ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล มีปัญหาตลิ่งทรุด เป็นเหตุให้บ้านเรือนของราษฎร  พังถล่มลงน้ำเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยนำไม้ยูคาลิปตัสไปปัก และนำดินไปถม    ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งได้ ทำให้เกิดความเสียหายซ้ำซาก ดังนั้น จึงควรแก้ไขปัญหา  โดยสร้างแนวป้องกันตลิ่งทรุดตลอดลำน้ำแบบถาวร  \\n\t\t\t(๒.๓) รัฐควรเร่งจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน ที่ผ่านมามีการใช้ถุงกระสอบบรรจุทราย (บิ๊กแบ็ค) ไปตั้งในบริเวณพนังกั้นน้ำที่ขาด ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราว ควรมีมาตรการแก้ไขปัญหาแบบถาวร   \\n\t\t(๓) การเยียวยาเกษตรกร  \\n\t\t\t(๓.๑) เมล็ดพันธุ์ เนื่องจากข้าวนาปีของปีนี้ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงจากอุทกภัย รัฐจึงต้องช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปรัง รวมทั้งช่วยเหลือเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปีของ  ปีหน้าด้วย\\n\t\t\t(๓.๒) เงินช่วยเหลือในโครงการประกันรายได้เกษตรกรของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเรื่องต้นทุนและ       การบริหารจัดการข้าว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ หรือรวมกันรายละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท รัฐควรเร่งเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรภายในสิ้นปี ๒๕๖๕ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้จ่ายเป็นต้นทุนในการทำนา อาทิ ปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรง ยาฆ่าแมลง          \\n\t\t\t(๓.๓) เงินเยียวยาหลังน้ำท่วม ๑,๓๔๐ บาท ต่อไร่ ควรเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรภายในสิ้นปี ๒๕๖๕ เช่นเดียวกัน  \\n\t\t\t(๓.๔) เร่งดำเนินการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ถนน ประปา และไฟฟ้า \\n\t\t\t(๓.๕) ภายหลังน้ำลด ควรให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ เร่งดำเนินการสำรวจ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เช่น โรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1021,574,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของเจ้าหน้าที่รัฐ","กรณีปัญหาความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนกราดยิงในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาอาวุธปืนและยาเสพติด โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ จากการติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดพบว่าบ่อยครั้งปัญหายาเสพติดเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องใน ๓ ลักษณะ คือ  \\n\tลักษณะที่ ๑ เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่รับผิดชอบในกระบวนการปราบปราม ปล่อยปละละเลย ไม่กวดขันจับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด  \\n\tลักษณะที่ ๒ เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนมีผลประโยชน์จากการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจำหน่ายยาเสพติด                 \\n\tลักษณะที่ ๓ เจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติบางส่วนดำเนินการเคลื่อนย้าย และจำหน่าย     ยาเสพติด\\n\tซึ่งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสามลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายประพฤติมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง เป็นความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่การหาหลักฐานเพื่อเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดทำได้ยาก และต้องอาศัยความร่วมมือกลไกระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมความร่ำรวยผิดปกติจากการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมอันน่าสงสัยว่าพัวพันกับการค้ายาเสพติด อย่างไรก็ดี การตราพระราชกฤษฎีกาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้บังคับบัญชายังไม่แล้วเสร็จ จึงส่งผลให้การตรวจสอบพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันกับยาเสพติดขาดข้อมูล ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ความร่ำรวยผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการตราพระราชกฤษฎีกาการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด เพื่อให้สามารถตรวจสอบพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",1,2565,"2022-11-01T00:00:00"],
    [1022,573,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ","คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ควรปรับหลักสูตร\\nการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากองค์กรและส่วนราชการต่าง ๆ ได้สะท้อนว่า นักเรียนที่มาสมัครงานเขียนหนังสืออ่านไม่ออก เนื่องจากเขียนพยัญชนะไม่มีหัวหรือเขียนไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่าง พยัญชนะ “ถ” ถ้าเขียนไม่มีหัว จะเป็นพยัญชนะ “ก” เป็นต้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาปรับหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยเพื่อให้นักเรียนสามารถเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1023,572,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","สะพานข้ามคลองโคนเก่าชำรุดอันอาจจะเกิดอันตราย","ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรสงคราม \\nคือ สะพานข้ามคลองโคน ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม \\nซึ่งเป็นสะพานที่ชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวใช้ในการสัญจร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เสาตอม่อ\\nของสะพานดังกล่าวเสียหายทั้งหมด โดยได้นำปัญหาความเดือดร้อนข้างต้นมาปรึกษาหารือในช่วงก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ต่อมากรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด \\nที่ มท ๐๗๐๑.๓/๒๐๐๓ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ แจ้งผลการพิจารณา สรุปสาระสำคัญได้ว่า \\nเสาตอม่อของสะพานดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน ๔ ตับ อยู่ในสภาพชำรุดเสียหายทั้ง ๔ ตับ โดยสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม จะดำเนินการจัดทำคำของบประมาณจากจังหวัดสมุทรสงคราม\\nในการซ่อมแซมสะพานดังกล่าวในวาระต่อไป อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ระยะเวลาล่วงเลยมากว่า ๗ เดือนแล้วยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแต่อย่างใด เกรงว่าสะพานเก่าจะชำรุดจนพังทลายลงมาก่อให้เกิดเหตุร้ายสร้างความเสียหายทั้งแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับที่สะพานกลับรถ (U-Turn Bridge) บริเวณถนนพระราม ๒ ได้พังถล่มลงมาทับรถยนต์\\nที่วิ่งอยู่ด้านล่างเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาเร่งรัดให้\\nกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการซ่อมแซมสะพานดังกล่าวโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันมิให้เกิด\\nความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1024,571,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","การเตรียมพร้อมรองรับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแบบไร้รอยต่อ","วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ จะเริ่มปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางสาธารณสุขครั้งสำคัญ คือ การถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา \\nนวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน ๓,๒๖๕ แห่ง \\nให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) (สำนักงบประมาณกำหนดให้มีการถ่ายโอน ๕๑๒ แห่ง \\nแปรญัตติเพิ่มขึ้นเป็น ๓,๒๖๓ แห่ง และกระทรวงสาธารณสุข ปรับเพิ่มเป็น ๓,๒๖๕ แห่ง) \\nโดยคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\nในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กำหนดให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่มีความประสงค์จะถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้แจ้งความประสงค์\\nได้จนถึงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขที่รับผิดชอบภารกิจการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. มีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด และการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวมีการรวบรัดขั้นตอนและขาดการเตรียมการวางแผนรองรับ ในเบื้องต้นประเมินว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรค \\nสรุปได้ดังนี้\\n \t\t๑. การถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. พร้อมกันทั้งหมดจะทำให้เกิดปัญหา \\n \t\t๒. บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ไม่สามารถเปลี่ยนความประสงค์ภายหลังวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ \\n \t\t๓. ประชาชนจะได้รับผลกระทบด้านการรับบริการในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่าน \\n \t\t๔. ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการโอนเงินให้แก่ รพ.สต. \\nที่ถ่ายโอนไปยัง อบจ. \\n \t\t๕. รายได้ของ รพ.สต. มีข้อจำกัด \\n \t\t๖. รพ.สต. ต้องแบกรับความเสี่ยงในการบริหารจัดการทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระราคาค่ายาและวัสดุทางการแพทย์ \\n \t\t๗. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนดให้เครือข่ายหน่วยบริการ\\nในแต่ละจังหวัดทำความตกลงกันเอง ซึ่งจะทำให้เครือข่ายหน่วยบริการในแต่ละพื้นที่เกิดปัญหาที่ยุ่งยากตามมา \\n \t\t๘. ปัญหาการบริหารจัดการระหว่าง อปท. กับกระทรวงสาธารณสุข และ \\n \t\t๙. มีการผลักภาระความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ และพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้แก่ อบจ. จะทำให้เกิดปัญหากับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ\\n \t\tพร้อมกันนี้ ยังมีประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับบุคลากรเจ้าหน้าที่ที่ถ่ายโอนโดยแบ่งบุคลากรออกได้เป็น ๕ กลุ่ม คือ \\n \t\tกลุ่มที่ ๑ ถ่ายโอนไปแน่นอน \\n \t\tกลุ่มที่ ๒ ไม่ยอมถ่ายโอนไป \\n \t\tกลุ่มที่ ๓ ลังเลและเปลี่ยนใจ \\n \t\tกลุ่มที่ ๔ มีรายชื่อถ่ายโอนไป แต่ไม่มีลายมือชื่อแสดงความประสงค์ และ\\n \t\tกลุ่มที่ ๕ ทำเรื่องขอยกเลิกการถ่ายโอนภายหลังวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ \\n \t\tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งซึ่งอาจจำเป็นต้องชะลอการดำเนินการเพราะหากยังคงดำเนินการต่อไปในลักษณะเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้\\n","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1025,570,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำท่วม","ประชาชนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม \\nได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าปัญหาฝนตกน้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมชาติแต่ปีนี้มีปริมาณน้ำฝนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณน้ำฝนถึง ๑๒๐ มิลลิเมตร จึงทำให้\\nการระบายน้ำทำไม่ทัน อีกทั้งในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลซึ่งการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือการสูบน้ำออก แต่อย่างไรก็ดี ในต่างจังหวัดแม้จะเป็นพื้นที่สูงแต่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมซึ่งมาจากหลายสาเหตุ อยากทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการในหน้าที่ดีแล้วหรือไม่ เช่น การบริหารจัดการน้ำคลองรังสิต หากรู้ว่าปริมาณน้ำฝนมีมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำหรืออุปกรณ์ให้พร้อม มิใช่ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนแล้ว จึงดำเนินการแก้ไข \\nดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ พิจารณาถอดบทเรียนเพื่อหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม\\nในหลายพื้นที่ อาทิ ควรพิจารณาตรวจสอบการรุกล้ำลำน้ำของเอกชนและประชาชน การก่อสร้างถนนต้องไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ หรือการเปิดช่องระบายน้ำได้มีการคำนวณอย่างเพียงพอหรือไม่ \\nได้มีการขุดลอกทางน้ำเพื่อเปิดช่องการระบายน้ำให้เหมาะสมเพียงพอหรือไม่ และได้จัดหาหรือก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อกักเก็บน้ำช่วงฤดูฝนหรือมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีหรือไม่ รวมทั้งได้มีการกำหนดผังเมืองที่คำนึงถึงว่าในพื้นที่รับน้ำต้องไม่มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1026,569,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการรับมือกับความเป็นไปได้ที่กรุงเทพมหานครจะจมน้ำ","การบริหารราชการส่วนกลางใช้หลักการรวมอำนาจการปกครอง ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่เจริญเติบโตด้วยโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมาก มีประชากรอยู่อาศัยและประชากรแฝง\\nที่เดินทางเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก และเมื่อเกิดฝนตกน้ำจะท่วมขังอยู่เสมอ ซึ่งในอนาคตจะเพิ่ม\\nความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อมูลจาก\\nผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศได้พยากรณ์ว่าอีกไม่เกิน ๓๐ ปีข้างหน้ากรุงเทพมหานครจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต\\nค่อย ๆ จมน้ำเนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งส่วนที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและส่วนที่อยู่สูงกว่าระดับ\\nน้ำทะเลเพียงเล็กน้อย หากมีการก่อสร้างมากจะทำให้มีน้ำหนักกดทับบนดินที่อ่อนตัวอยู่แล้วเพิ่มขึ้น \\nอีกทั้งกรุงเทพมหานครถูกจัดอันดับว่าเป็นมหานครที่มีโอกาสจมน้ำในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า แต่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ หรือการนำเสนอนโยบายทางการเมืองของพรรคการเมืองต่าง ๆ มิได้มีการนำเสนอการบริหารจัดการหรือเสนอแนวทางการป้องกันไว้ล่วงหน้า\\nหากกรุงเทพมหานครจะจมน้ำ ซึ่งในหลายประเทศได้ดำเนินการป้องกันด้วยการย้ายเมืองหลวง เช่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตาไปยังกรุงนูซันตารา หรือราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ได้มีโครงการบริหารจัดการจนสามารถอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลได้ จึงขอสอบถามว่า\\n \t\t๑. ในระยะยาวประเทศไทยได้คำนึงถึงการย้ายเมืองหลวงหรือเตรียมมาตรการรองรับไว้หรือไม่ อย่างไร \\n \t\t๒. ได้มีการนำเทคโนโลยีหรือผลการวิจัยมาศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินการป้องกันหรือไม่ อย่างไร \\n \t\tทั้งนี้ รัฐบาลควรเริ่มดำเนินการเพื่อป้องกันโดยเร็วเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่า\\nในอนาคต กรุงเทพมหานครจะไม่จมน้ำ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1027,568,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางซ้ำซาก","นายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้ถามที่ ๐๐๖ (ร) ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ \\nเรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางซ้ำซาก (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๗ ง ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ หน้าที่ ๓๗ – ๔๒) ได้ตอบชี้แจงครอบคลุมเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานว่าจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ทราบว่ากรมชลประทานได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน ๒๐ ปี แบ่งกรอบระยะเวลาการทำงานการดำเนินการเป็น ๔ ช่วง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยในช่วงระยะ \\n๕ ปีแรก ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น “องค์กรอัจฉริยะที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) \\nเพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี ๒๕๘๐” โดยยุทธศาสตร์กรมชลประทาน ๒๐ ปี มี ๕ ประเด็นยุทธศาสตร์ และ “การบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วม” อยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะก่อนน้ำมา (ก่อนถึงฤดูฝน) ระยะระหว่างน้ำมาหรือขณะเกิดภัย และระยะหลังอุทกภัย อย่างไรก็ดี ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัด จึงขอหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้        \\n \t\t๑. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้มีการสื่อสาร เผยแพร่ สร้างความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์ และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่มากน้อยเพียงใด หรือประชาชนได้มีส่วนร่วมหรือไม่ อย่างไร  \\n \t\t๒. มีการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในภาคประชาสังคมหรือภาคเอกชนหรือไม่ อย่างไร และทำอย่างไรกลไกการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางซ้ำซากจึงจะประสบความสำเร็จ\\n \t\t๓. รัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่รับน้ำหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1028,567,238,"นายออน กาจกระโทก","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณในโครงการอาหารกลางวันให้กับนักเรียนโรงเรียนเอกชน","ลงพื้นที่พบปะกับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ได้เห็นถึงความทุ่มเท\\nของบุคลากรทางการศึกษาของภาคเอกชน มีการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับโรงเรียน\\nของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเอกชนประสบปัญหาการจัดอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน \\nเนื่องจากโรงเรียนเอกชนได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาเฉพาะเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือขาดโภชนาการ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ\\nร้อยละ ๓๐ ของเด็กนักเรียนทั้งหมด แต่โรงเรียนของรัฐบาลได้รับสนับสนุนค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนทุกคนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนเอกชนทุกคนเหมือนกับที่ได้จัดสรรให้กับ\\nเด็กนักเรียนโรงเรียนของรัฐบาล\\n","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1029,566,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","สถานการณ์บ้านเมือง","การเข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมายสวมหมวกนิรภัยในระหว่างการขับขี่รถจักรยานยนต์","เดือนกันยายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์\\nของนักเรียนที่จังหวัดสงขลา ทำให้นักเรียนหญิงของโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดสงขลาที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มา ๓ คน เสียชีวิตทั้งหมด โดยนักเรียนทั้ง ๓ คนไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ซึ่งอุบัติเหตุ\\nบนท้องถนนก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตของคนไทยทุกวัน โดยประเทศไทยยังคงครองแชมป์อัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก \\nจากผลการสำรวจพบว่าแต่ละปีประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ย\\nปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน โดยสาเหตุการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์คิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งหมด แม้ว่าการสวมหมวกนิรภัยสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้เป็นอย่างมากแต่จากผลการสำรวจกลับพบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สวมหมวกนิรภัยมีไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งหมด ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายเป็นมาตรการ\\nที่สำคัญและได้ผลมากที่สุดแต่ยังไม่เข้มงวดและเคร่งครัดเท่าที่ควร","คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (คปถ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1030,565,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ","คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงาน\\nสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้เห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน ยังคงสามารถติดตามกิจกรรมสำคัญตามแผนการปฏิรูปประเทศที่มีความต่อเนื่องเพื่อไปดำเนินการได้หลังจากที่แผนการปฏิรูปประเทศได้สิ้นสุดลง\\nในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยให้ดำเนินการติดตามผ่านกลไกของแผนระดับ ๒ และแผนระดับ ๓ \\nและการดำเนินการต่าง ๆ ของหน่วยงานดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมิได้มีการกำหนดหน่วยงาน\\nเพื่อกำกับดูแลการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศให้มีความต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมายของ\\nแผนการปฏิรูปประเทศที่ชัดเจน ซึ่งแนวทางการปฏิบัติคล้ายกับเป็นการดำเนินงานของหน่วยงาน\\nที่ประสงค์หรือสมัครใจจะดำเนินการ แต่ยังไม่มีการกำกับดูแลการปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม\\n \t\tต่อประเด็นข้างต้น แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบมีประเด็นการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญหลายประเด็นที่จำเป็นจะต้องมีนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติและจำเป็นต้องมีการบูรณาการการขับเคลื่อนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด อาทิ\\n \t\t๑. การตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่ำรวยผิดปกติ\\n \t\t๒. การควบคุมความเคลื่อนไหวทางการเงินระหว่างประเทศ\\n \t\t๓. การปรับปรุงหลักเกณฑ์และระเบียบการเบิกจ่ายเงินรางวัลจับกุมให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\n \t\t๔. การปรับปรุงระเบียบการรับบริจาคและการเรี่ยไรของหน่วยราชการ\\n \t\t๕. การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อผู้บังคับบัญชา เป็นต้น\\n\t\tในการนี้ ขอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติทบทวนแนวทางการดำเนินงานในส่วน\\nของการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยควรกำหนดให้มีหน่วยงานผู้รับผิดชอบ\\nในการกำกับดูแลการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นการเฉพาะเพื่อลดจุดอ่อนและความเสี่ยงต่อการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพและคะแนนประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศสูงขึ้น\\nส่งผลให้การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติ\\nมิชอบบรรลุเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป\\n","คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",31,2565,"2022-09-13T00:00:00"],
    [1031,564,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","สถานการณ์บ้านเมือง","เตรียมตัวรับมือภัยน้ำท่วม","วันจันทร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้เกิดปรากฏการณ์เมฆฝนสีดำปกคลุมท้องฟ้า\\nในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ของดิน\\nฟ้า อากาศ ในปัจจุบัน เป็นสิ่งเตือนใจให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องมีการเฝ้าระวังและเตรียมการป้องกันภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรมีประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกร\\nเป็นจำนวนมาก ประกอบกับในช่วงฤดูฝน จะมีพายุฝนพัดเข้าสู่ประเทศไทย โดยเริ่มจากภาคเหนือ \\nภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมายังกรุงเทพมหานคร จากนั้นในราวเดือนตุลาคมจะลงไปยังภาคใต้ \\nพายุฝนก่อให้เกิดปัญหาอุทกภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั้งชาวนา ชาวไร่ และชาวสวน โดยตัวอย่าง\\nที่เห็นได้ชัด คือ ในเดือนกันยายนเป็นช่วงที่ชาวนาจะเริ่มทำนาปลูกข้าวซึ่งต้องใช้เวลาเพาะปลูกประมาณ ๑๒๐ วัน หากเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นในระหว่างนี้จนเป็นเหตุให้ต้องเลื่อนการทำนาปลูกข้าวออกไป อาจจะได้รับความเสียหายและผลกระทบจากภัยหนาว นอกจากนี้ พายุฝนยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ดังเช่นเมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ประสบเหตุฟ้าผ่าขณะขับรถยนต์โดยกล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเตรียมการวางแผนป้องกันภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1032,563,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","อุบัติเหตุสะพานกลับรถบนทางหลวงหมายเลข ๓๕","เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ได้เกิดอุบัติเหตุโดยมีสิ่งก่อสร้างร่วงหล่น\\nลงมาบนผิวจราจรสร้างความเสียหายและตื่นตกใจของประชาชนที่สัญจรบนทางหลวงหมายเลข ๓๕ ช่วงกิโลเมตรที่ ๓๔ ซึ่งมีการซ่อมแซมสะพานกลับรถที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เนื่องจากโครงสร้างสะพานมีความชำรุด สมควรบูรณะพื้นผิวให้สมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร กรมทางหลวง\\nจึงมอบหมายให้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ ๓ (ปทุมธานี) สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง \\nโดยมีงบประมาณ ๓ ล้านบาท ในการดำเนินการรื้อพื้นผิวที่เสียหายออกแล้ววางแผ่นพื้นสำเร็จโดยวางเหล็ก เทคอนกรีต และปูผิวแอสฟัลติกคอนกรีต จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สอบถามผู้แทนจากกรมทางหลวง ทราบว่า เป็นความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ซึ่งเกิดจากความประมาทและได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพื่อลงโทษต่อไป จากนั้นได้สอบถามไปยังผู้แทนสภาวิศวกร ได้รับความคิดเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากขั้นตอนการกำหนดความปลอดภัย ขั้นตอนการดำเนินการและประสิทธิภาพการจัดการจราจรไม่ดีเพียงพอ จากนั้น ได้สอบถามผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้รับข้อมูลว่า เป็นการดำเนินการอย่างเพียงพอแล้ว แต่พฤติกรรมเกิดขึ้นโดยคาดไม่ถึง จึงส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เพราะสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงมีมากกว่าหนึ่งหมื่นแห่ง ดังนั้น จึงสมควรที่กรมทางหลวงต้องวิเคราะห์และถอดบทเรียนสาเหตุของปัญหาเพื่อนำไปสู่วิธีการป้องกันและหาแนวทางการแก้ไข เพื่อนำไปสู่การพิจารณางบประมาณ สำหรับงานซ่อมแซม ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่างานก่อสร้างใหม่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น มิใช่คิดเพียงแต่ปริมาณงานซ่อมเท่านั้น ที่สำคัญต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการจัดการจราจร \\nเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไป\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1033,562,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การบูรณาการภารกิจหน่วยงานรัฐกับภาคประชาชนในชุมชนท้องถิ่นต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นศูนย์ประสานงาน","จากได้เคยปรึกษาหารือกรณีนี้ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ แต่ได้รับคำตอบ\\nที่ยังไม่ชัดเจน จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวมีความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่เมืองโบราณ\\nอู่ทองที่มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี ตั้งแต่ก่อนยุคทวารวดี ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานโบราณคดี\\nและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี และบริเวณใกล้กันนั้นจะเป็นวนอุทยานพุม่วงซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ สวยงามเป็นอย่างมาก มีพืชพันธุ์เก่าแก่โบราณ แต่บริเวณดังกล่าวมีป่าชุมชน\\nที่กำกับดูแลโดยสำนักงานป่าชุมชน กรมป่าไม้ แต่อยู่ติดเขตสัมปทานเหมืองแร่ เริ่มมีความแห้งแล้ง\\nจึงทำให้ประชาชนบางกลุ่มพยายามสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะดินและหินบริเวณดังกล่าวเริ่มมีรอยแยก จากนั้นกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการจัดสรรน้ำ โดยสร้างน้ำตกเทียม\\nที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ใกล้เคียงเกิดความชุ่มชื้น สวยงาม ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว\\nมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้น จะดำเนินการอย่างไรให้ประชาชน องค์กร ชุมชน และหน่วยงาน ภาครัฐได้บูรณาการความร่วมมือในการดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ เทศบาลตำบลจระเข้สามพันต้องการอาสาสมัคร เป็นผู้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจ แต่ประสบปัญหา\\nจากการที่หน่วยงานต่างๆ ยังไม่สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมส่งเสริม \\nการปกครองท้องถิ่นได้พิจารณาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและดูแลพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เทศบาลตำบลจระเข้สามพันเป็นศูนย์กลางการประสานงานของหน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบูรณาการภารกิจและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1034,561,238,"นายออน กาจกระโทก","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนนสายมิตรภาพสระบุรี-นครราชสีมา","ถนนสายมิตรภาพเส้นทางสระบุรี - นครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีรถยนต์สัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ เส้นทางนี้จะมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้\\nใช้เวลาในการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา นานประมาณ ๘ - ๑๐ ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาปกติที่มิใช่ช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงวันหยุดเทศกาล พบว่า มีปัญหาการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว ดังนี้\\n \t\tประเด็นที่หนึ่ง การใช้ช่องจราจรของรถบรรทุกขนาดต่างๆ ซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่ พบว่าหากถนนมีช่องจราจร ๓ ช่องจราจร รถบรรทุกจะวิ่งโดยใช้ช่องจราจร ๒ ช่องจราจร หรือกรณีถนน\\nมีช่องจราจร ๔ ช่องจราจร รถบรรทุกจะวิ่ง โดยใช้ช่องจราจร ๓ ช่องจราจร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็น รถยนต์ที่ประชาชนใช้สัญจรเหลือช่องจราจรในการสัญจร เพียง ๑ ช่องจราจร ส่งผลให้การสัญจร\\nในเส้นทางดังกล่าวติดขัด โดยเฉพาะระยะทางช่วงอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี, ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง หรือเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางช่วงขึ้น - ลงเขา การจราจรจะติดขัดมากกว่าบริเวณอื่นๆ\\n \t\tประเด็นที่สอง กรณีรถกระบะที่ประชาชนนำมาต่อพวงเองเพื่อใช้ในการบรรทุกฟาง\\nอัดแท่งซึ่งได้นำมาวิ่งบนถนนมิตรภาพก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งและส่งผลให้มีรถติดยาวสะสม \\nเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการขนส่งทางบกจึงอนุญาตให้รถกระบะที่ต่อพ่วงโดยผิดกฎหมายสามารถวิ่งบนถนนมิตรภาพได้","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1035,560,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","เกือบสามปีแห่งการรอคอยสวัสดิการเบี้ยความพิการ ๑,๐๐๐ บาทถ้วนหน้า","ปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nและคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ได้รับข้อเสนอแนะจากคนพิการเกี่ยวกับการขอเพิ่มเงินสวัสดิการ\\n\\nเบี้ยความพิการจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือนถ้วนหน้า และได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ๒ ครั้ง แต่คณะรัฐมนตรีมิได้ให้\\nความเห็นชอบต่อข้อเสนอดังกล่าว และ กพช. ได้เตรียมการเพื่อนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งแต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเช่นเดิม อนึ่ง แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาล\\nจะได้เพิ่มเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่ผู้พิการที่มีสิทธิจะได้รับเงินเพิ่ม ๒๐๐ บาท จะต้องเป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น จึงถือเป็นเพียงมาตรการการช่วยเหลือคนพิการชั่วคราวเท่านั้น ยังไม่ถือเป็นสวัสดิการของคนพิการทุกคนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคนพิการที่ลงทะเบียนผู้พิการไว้ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ แต่ได้รับเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพียง ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ยังคงเหลือคนพิการที่ไม่ได้รับเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มอีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ให้กับคนพิการทุกคนโดยถ้วนหน้า","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1036,559,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความล่าช้าในการบรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย","ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำเกิดน้ำท่วมขังเกษตรกรไม่สามารถทำนาได้ ส่วนเกษตรกรที่ได้ทำนาไปแล้ว น้ำท่วมทำให้ข้าวได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ จากการที่ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำในลำน้ำสูงขึ้นและไหลเข้าสู้พื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งวิธีการแก้ไขสามารถทำได้โดยก่อนที่ฝนจะตกหนักและมีน้ำเป็นจำนวนมาก สามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำได้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำนาได้ตามฤดูกาล ซึ่งจากการหารือกับนายอำเภอธวัชบุรีและผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับทราบข้อมูลว่า จังหวัดร้อยเอ็ดยินดีที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่หากจะต้องสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำจะต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จึงจะสามารถอนุมัติงบประมาณเพื่อช่วยเหลือได้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \\n\t\t๑. ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดพนังกั้นแม่น้ำชีชั่วคราวที่สร้างจากถุงบิ๊กแบ๊ค (BIGBAG) ตั้งแต่เมื่อครั้งพายุโซนร้อน “โพดุล” (PODUL) ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ปัจจุบันมีสภาพชำรุดเสียหาย และไม่มีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำถาวรแต่อย่างใด     \\n\t\t๒. กรณีเกิดภัยพิบัติเฉพาะหน้ามีมาตรการอย่างไรเพื่อให้นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน  .\\n\t\t๓. กรณีน้ำท่วมขังและน้ำไหลหลากอย่างรุนแรง หน่วยงานภาครัฐมีวิธีการอย่างไร\\nเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1037,558,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนเพชรเกษมบริเวณสี่แยกห้วยชินสีห์ ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองราชบุรี ถึงสี่แยกปากท่อ ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง","ถนนเพชรเกษมตั้งแต่บริเวณสี่แยกห้วยชินสีห์ ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองราชบุรี ถึงสี่แยกปากท่อ ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดตลอดแนวถนน และบริเวณจุดกลับรถทั้ง ๓ จุด ในช่วงถนนดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมแซมและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนเพชรเกษม","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1038,557,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","สถานการณ์บ้านเมือง","การเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการสูญเสียจากกรณีช้างป่ารุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัย ของประชาชนและเกษตรกร","ข้อมูลการลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนที่จังหวัด\\nกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ และจากข่าวสารทางสื่อมวลชนทั่วไป พบว่า ปัจจุบันปัญหาสัตว์ป่าทั้งช้างป่าและกระทิงป่าออกหากินรุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนและเกษตรกร ทำอันตรายแก่ชีวิต ทำลายทรัพย์สิน และผลิตผลทางการเกษตรเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากในหลายจังหวัด\\nที่มีเขตติดต่อกับป่าไม้ทั่วประเทศ แม้จะมีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจร่วมปฏิบัติการเฝ้าระวังและผลักดัน\\nช้างป่า รวมทั้งมีการจัดสร้างแหล่งน้ำ และอาหารให้ช้างป่าที่อยู่อาศัย แต่ช้างป่ายังคงออกมาบุกรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ มีเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บ จำนวน ๒ คน เสียชีวิต จำนวน ๑ คน ที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น แต่มีเรื่องที่น่ายินดีที่ได้รับทราบข้อมูลความสำเร็จประการหนึ่งของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยความร่วมมือ \\nกับชาวบ้านใช้โดรนหรือยานบินขนาดเล็กบังคับจากระยะไกลออกลาดตระเวนเฝ้าระวังและแจ้งเตือนชุดลาดตระเวนไปขับไล่ช้างป่า โดยทำเป็นกิจวัตรประจำจนช้างป่าเรียนรู้เองและไม่รุกล้ำพื้นที่ จึงมีความเห็นว่า ควรมีการนำศักยภาพของการใช้โดรนมาขยายผล จึงขอเสนอแนะและสอบถามไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\\n\t\t๑. ขอให้มีการพิจารณาจัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาการใช้ “โดรนอัจฉริยะ” ให้มี\\nขีดความสามารถในการลาดตระเวน สามารถตรวจจับช้างป่าและกระทิงป่าทั้งในเวลากลางวันและ\\nเวลากลางคืนด้วยระบบอินฟราเรด (Infrared) หรือ กล้องอินฟราเรดมองกลางคืน (Night Vision) \\nขับไล่ช้างป่าโดยอัตโนมัติด้วยเทคนิคการใช้ เสียง แสง และวิธีอื่นๆ ที่เหมาะสม ซึ่งเกิดจากการวิจัยพัฒนาโดรนอัจฉริยะร่วมกับหน่วยบริหารจัดการกองทุนวิจัยต่างๆ เช่น สำนักงานวิจัยแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็นต้น ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม เช่น กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมหรือสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ เป็นต้น\\n\t\t๒. พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อโดรนอัจฉริยะ สำหรับใช้งานในทุกพื้นที่\\nที่ประสบปัญหาสัตว์ป่าบุกรุกทั่วประเทศ และที่สำคัญให้มีมาตรการเพื่อเยียวยาผู้เสียชีวิต หรือได้รับความเสียหายจากการบุกรุกของสัตว์ป่า ตามมูลค่าความเสียหายอย่างเหมาะสม รวมทั้งพิจารณาสร้างแนวกีดขวางป้องกันการบุกรุกของสัตว์ป่าที่แข็งแรงถาวรและมีมาตรฐานสูง ครอบคลุมทุกพื้นที่\\nทั่วประเทศ","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1039,556,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับพื้นที่","การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่การปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมายังขาดการบูรณาการกลไกการดำเนินงานในระดับจังหวัด ทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตยังไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควร ในการแก้ไขปัญหานี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การต่อต้าน\\nการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระดับจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานของกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกภาคส่วนในจังหวัด ภายใต้การสนับสนุนของ ป.ป.ช. จังหวัด และ ป.ป.ท. เขต และได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบอยู่ในขณะนี้ จากการติดตามแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พบว่า กิจกรรมที่ ๑ หรือ Big Rock ที่ ๑ ได้จัดให้มีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตผ่านภาคีการพัฒนาต่างๆ เพื่อตรวจสอบป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ซึ่งเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว ๑๗ จังหวัด ๑๗๑ ตำบล และได้มอบโครงการนี้ให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้จังหวัดติดตามผลและขยายผลการปฏิบัติได้ครอบคลุมทั่วประเทศ \\nจึงมีความเห็นว่า การจัดตั้งคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบระดับจังหวัดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการแผนปฏิรูปประเทศที่ได้ดำเนินการแล้ว อีกทั้ง สามารถต่อยอดขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศได้ และเป็นการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๓ ได้บัญญัติไว้ ให้สัมฤทธิ์ผลได้โดยเร็ว ดังนั้น จึงขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำเสนอ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",27,2565,"2022-08-30T00:00:00"],
    [1040,555,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของเกษตรกรอำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด","กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทุกปี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับสิทธิประโยชน์ในหลายด้าน แต่ปรากฏว่าเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ประสบปัญหาเนื่องจากข้อมูลเลขโฉนดที่ดินในสารบบที่ดินของเกษตรกรอำเภอเชียงขวัญ ไม่มีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยยังคงเป็นข้อมูลเลขโฉนดที่ดินในสารบบที่ดินของเขตอำเภอธวัชบุรี เป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญจำนวนมากไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ หากต้องการขึ้นทะเบียนโดยเร็วต้องเดินทางไปติดต่อขอเปลี่ยนเลขโฉนดที่ดินที่อยู่ในสารบบที่ดินของอำเภอธวัชบุรีเป็นเลขโฉนดของอำเภอเชียงขวัญ ณ ที่ทำการเกษตรอำเภอธวัชบุรี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการติดต่อราชการนั้นต้องใช้เวลานาน ทำให้ประชาชนเสียเวลาประกอบอาชีพ ดังนั้น จึงขอให้ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยโอนย้ายฐานข้อมูลเลขโฉนดที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่ ๖ ตำบล ประกอบด้วย ตำบลเชียงขวัญ ตำบลพลับพลา ตำบลพระธาตุ ตำบลพระเจ้า ตำบลหมูม้น และตำบลบ้านเขือง ซึ่งเป็นเลขโฉนดที่ดินเดิมของสารบบที่ดินอำเภอธวัชบุรี\\nไปยังอำเภอเชียงขวัญ โดยไม่ต้องให้ประชาชนเดินทางไปติดต่อราชการเอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของประชาชนจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่พึงได้โดยเร็ว\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1041,553,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","กรณีอุบัติเหตุผู้โดยสารพลัดตกบันไดเลื่อนรถไฟฟ้า สถานีสุรศักดิ์","จากเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ เกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารพลัดตกบันไดเลื่อนรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งอุบัติเหตุจากการใช้บันไดเลื่อนเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยมีการนำเสนอข่าว ทั้งนี้ ได้เคยหารือกับผู้บริหารที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ได้รับทราบข้อมูลว่า บันไดเลื่อนของสถานีรถไฟฟ้า ได้มีการปรับให้มีความเร็วสูงกว่าบันไดเลื่อนตามห้างสรรพสินค้า เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หากบันไดเลื่อนมีความช้าแบบที่ให้บริการตามห้างสรรพสินค้าจะทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง โดยเมืองขนาดใหญ่ทั่วโลก เช่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กรุงปักกิ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ และเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน และอีกหลายเมืองในทวีปยุโรป ไม่ได้นำความเร็วของบันไดเลื่อนมาเป็นตัวกำหนดความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง โดยในต่างประเทศได้กำหนดมาตรการหลายอย่างในการให้บริการสาธารณะ และทุกมาตรการได้คำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับและดูแลความปลอดภัยของการให้บริการขนส่งสาธารณะ อาทิ บันไดเลื่อน ชานชาลาที่ไม่มีรั้วกั้นหรือประตู ปิด - เปิด ควรเร่งพิจารณากำหนดมาตรฐานเพื่อวางมาตรการความปลอดภัย โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1042,552,42,"นายชาญวิทย์ ผลชีวิน","กฎหมาย","การสรรหาอธิการบดีและคุณธรรม จริยธรรม ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ","\t๑. การสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ \\n\tสืบเนื่องจากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศใน\\nราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ \\nโดยบัญญัติว่า ในวาระเริ่มแรก ให้มีการสรรหาอธิการบดี ภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ แต่ปรากฏว่า จวบจนถึงปัจจุบัน การสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ \\nยังดำเนินการสรรหาไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่ระยะเวลาล่วงเลยมานานกว่า ๓ ปีแล้ว โดยการสรรหาดังกล่าวกระทำโดยคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ มีการประกาศรายชื่อและนำข้อมูลเข้าสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว แต่สภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติไม่บรรจุระเบียบวาระเข้าที่ประชุม จึงได้มีการติดตามโดยการตั้งกระทู้สด สอบถาม \\nและเรียกมาชี้แจง แต่กลับได้รับคำตอบว่ายังอยู่ระหว่างการดำเนินการ \\n\t๒. คุณธรรมจริยธรรมในสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ\\n\tสืบเนื่องจากขณะนี้ ผู้รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มีตำแหน่งรักษาการมากถึง ๓ ตำแหน่ง ได้แก่ ๑) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ๒) รักษาการนายกสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และ ๓) รักษาการในการเป็นประธานการประชุมสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งการที่ผู้รักษาการในตำแหน่งทั้ง ๓ ตำแหน่ง เป็นบุคคลคนเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ดังเช่นกรณีคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เรื่อง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ \\nได้พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวมีความผิดร้ายแรง และส่งผลการพิจารณาให้สภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติแล้ว แต่กลับให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวไม่มีความผิด โดยไม่นำเรื่องเข้าสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เพื่อพิจารณา ถือเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว \\n\t\tทั้งนี้ จากปัญหาทั้ง ๒ ประการดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาดำเนินการเร่งรัดให้มีการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติโดยเร็วที่สุด","กระทรวงการท่องเที่ียวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1043,551,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ก่อสร้างอ่างโปร่งพรหมเพื่อเก็บน้ำบริฺโภคหมู่4 บ้านหินสี-บ้านพุหวาย ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.เพชรบุรี","การก่อสร้างอ่างโปร่งพรหม หมู่ ๔ บ้านหินสี - บ้านพุหวาย ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ \\nเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำในการเพาะปลูก และการอุปโภค - บริโภค โดยกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการสำรวจแบบก่อสร้างมา ๓ ปีแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า\\nแต่อย่างใด ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ฝากสอบถามว่าโครงการนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด และขอให้\\nเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1044,550,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า ความยั่งยืนด้านการเกษตร พร้อมมู่งสู่การลดโลกร้อน","นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย\\\\nการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๖ (Conference of the Parties : COP26) เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร นั้น ประเทศไทยจะต้องวางเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero target) ภายในปี ค.ศ. ๒๐๖๕ อันเป็นการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในขณะนี้ด้วย สถานภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) หรือก๊าซเรือนกระจก ประมาณ ๓๕๔ ล้านตัน/ปี โดยภาคอุตสาหกรรม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก สูงถึงร้อยละ ๗๐ และภาคเกษตร ร้อยละ ๑๕ เฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ด้านผลิตไฟฟ้ายังคงต้องใช้พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ น้ำมันดีเซล (Diesel oil) และ ก๊าซธรรมชาติ (Natural gas) มีราคาแพง อีกทั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero target) \\\\nตามเป้าหมายที่วางไว้ ประเทศไทยจะต้องปรับใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ชีวภาพ ชีวมวล แสงอาทิตย์ และลม ประกอบกับการใช้ชีวมวลเป็นวิธีที่มีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้า และก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล และที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรอีกด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงขอหารือ ดังนี้\\\\n\t๑. กระทรวงพลังงานมีนโยบายและกรอบเวลาในการส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างไร และมีการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลชีวภาพ \\\\nมีผลก้าวหน้าอย่างไร และจะเปิดใช้เมื่อใด\\\\n\t๒. กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการประสานงานกันเพื่อเร่งรัด\\\\nการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งโรงผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนขนาดเล็ก\\\\nในประเด็นโรงผลิตพลังงานไฟฟ้า ตามกฎกระทรวง กำหนดประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๓\\\\nโดยการปลดโรงงานลำดับที่ ๘๘ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ไปอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยการขออนุญาตตั้งโรงงาน ให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพียงหน่วยงานเดียว โดยไม่ต้องขออนุญาตต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และการแก้ไขกฎระเบียบของแต่ละกระทรวงจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด\\\\n\t๓. กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการประสานงานกันอย่างไร เพื่อผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนชีวมวลชีวภาพ \\\\nในประเด็นสำคัญ อาทิ ความชัดเจน การกำหนดที่ตั้ง และจำนวนโรงไฟฟ้าชุมชน การปลูกไม้เศรษฐกิจ\\\\nโตเร็ว หรือหญ้าเนเปียร์ และการเตรียมวัสดุเชื้อเพลิงทางการเกษตรในบริเวณที่ตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน แต่ละกระทรวงมีการดำเนินการถึงขั้นตอนใด จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด และมีกระทรวงใดที่ดำเนินการจัดทำด้านสถิติ ข้อมูลการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อประโยชน์บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐\\\\n\t๔. ประการสุดท้าย ขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินนโยบายความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกไม้เศรษฐกิจโตเร็วและไม้มีค่า นอกเหนือจากไม้กินได้หรือไม่ อย่างไร และมีแนวคิดที่จะเพิ่มข้อมูลอื่นๆ เช่น ไม้เศรษฐกิจโตเร็วและไม้มีค่า ในแผนที่เกษตร (Agri-Map) ให้เป็น One Big Agri-Map เพื่อเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่จะปลูกไม้ ๓ อย่างเพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง หรือไม่ อย่างไร\\\\n","กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1045,549,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาของกลุ่มเยาวชนอาสาสมัครเพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดี","การส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาของกลุ่มเยาวชนอาสาสมัครเพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดี\\\\nสืบเนื่องจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๘ โดยมีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน การส่งเสริมสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยการกำหนดนโยบาย มาตรการ กลไก ส่งเสริมสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชน ติดตามและประเมินผล\\\\nการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการที่กำหนด เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ดังนั้น จึงขอสอบถาม ดังนี้\\\\n\t\t๑. ได้กำหนดนโยบาย มาตรการ กลไก ส่งเสริมสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชนอย่างไร\\\\n \t\t๒. มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการอย่างไร\\\\n \t\t๓. มีการสร้างเข็มมุ่งเชิงอุดมคติที่วัดผลเชิงสัมฤทธิ์ผลในสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อย่างไร\\\\n \t\t๔. มีกระบวนการบ่มเพาะเด็กและเยาวชนสู่การเป็นพลเมืองดีที่ใฝ่สันติ มีความสามัคคี มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสังคมอารยะอย่างไร\\\\n \t\t๕. มีการเสริมสร้างกลไกตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในอีก ๑๕ ปีที่เหลือ ให้เป็นรูปธรรมอย่างไร\\\\n \tทั้งนี้ ขอเสนอให้สภาองค์กรชุมชนตำบล สนับสนุนกระบวนการของสภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาให้กับกลุ่มเยาวชนอาสาในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีกระบวนการและเป้าหมายที่สามารถประเมินผลได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1046,548,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขาดนักการภารโรงในสถานศึกษา","การลงพื้นที่ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และการลงพื้นที่พบปะผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง ได้รับการร้องเรียนเรื่องสถานศึกษาขาดแคลนนักการภารโรง ซึ่งนักการภารโรงมีหน้าที่ดูแลสถานที่ อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนการสอน ซ่อมแซมโต๊ะเก้าอี้ ตัดหญ้าบริเวณโรงเรียน บางครั้งต้องส่งเด็กนักเรียนไปโรงพยาบาลกรณีเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งการเข้าเวรดูแลรักษาความปลอดภัยโรงเรียน แต่เมื่อไม่มีนักการภารโรงทำให้ภาระหน้าที่ดังกล่าวตกไปอยู่กับผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน ทำให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปโดยไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งจากการสอบถามไปยังเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับทราบว่า คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่า ตำแหน่งนักการภารโรงที่เป็นอัตราจ้างประจำ หรืออัตราจ้างชั่วคราว เมื่อเกษียณอายุหรือลาออก หรือเสียชีวิต ให้ตัดตำแหน่งนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตรากำลังคนภาครัฐ และลดค่าใช้จ่าย จึงเป็นสาเหตุทำให้สถานศึกษาไม่ได้รับการคืนตำแหน่งนักการภารโรง ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องแก้ไขปัญหาโดยร่วมกับชุมชน ประชาชน ครู และผู้ปกครอง จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อนำเงินมาจ้างนักการภารโรง หรือบางครั้งต้องให้ครูเสียสละเงินเดือนบางส่วนมาจ่ายเป็นค่าจ้างนักการภารโรง ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อคืนตำแหน่งนักการภารโรงให้กับโรงเรียนทุกแห่ง\t","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1047,547,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","แนวทางและมาตรการในการจัดการอุทกภัยของประเทศไทย","สภาพอากาศในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักอันเนื่องมาจากอิทธิพลของร่องมรสุม\\\\nที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันตกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำ ประกอบกับมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรงพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตลอดสัปดาห์ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนตกหนักในบริเวณภาคเหนือตลอดสัปดาห์ รวมทั้งแนวโน้มของฝนในปีนี้จะมีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ยจนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งจากสภาพการณ์ดังกล่าว อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงเกิดดินถล่มในบริเวณพื้นที่ลาดชัน รัฐบาลได้มีการวางแผน ๑๓ มาตรการเพื่อรองรับน้ำฝน ปี ๒๕๖๕ ตลอดจนการกักเก็บน้ำเพื่อนำมาใช้\\\\nในฤดูแล้ง ปี ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นมาตรการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม ลักษณะฝนในปี ๒๕๖๕ เกิดจากแนวปะทะของลมจากทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นแนวพื้นที่ แต่อาจจะมีแนวโน้มของฝนจากพายุไต้ฝุ่น ที่คาดว่าจะพัดเข้ามาในเดือนกันยายน - ตุลาคม ๒๕๖๕ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล พิจารณาดำเนินการให้มีมาตรการเสริมจาก ๑๓ มาตรการดังกล่าว ดังนี้\\\\n\t\t๑. การสื่อสารข้อมูลให้กับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยใช้ประโยชน์จากการทำนายสภาพอากาศล่วงหน้า ๗๒ ชั่วโมง ๓ วัน หรือ ๑๐ วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เตรียมตัวได้ทันต่อสถานการณ์\\\\n\t\t๒. การเตรียมการต่างๆ ได้แก่ เตรียมการระบบป้องกัน ระบบระบายน้ำในเขตเทศบาลเมืองที่มีความเสี่ยงโดยใช้ประโยชน์จากการทำนายสภาพอากาศล่วงหน้าดังกล่าว\\\\n\t\t๓. การนำมาตรการ ๑๓ มาตรการ ไปสู่แนวปฏิบัติในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ \\\\nโดยขอให้ทุกจังหวัดดำเนินการตั้งศูนย์อำนวยการอุทกภัยเพื่อเตรียมการไว้ล่วงหน้า และกำหนดแผนบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งกำหนดตัวบุคคลผู้มีอำนาจสั่งการ\\\\nตามแผนไว้อย่างชัดเจน \\\\n\t\t๔. เตรียมระบบช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ แผนอพยพ สถานที่รองรับผู้อพยพชั่วคราว ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือประชาชนหลังจากเกิดอุทกภัย \\\\n                ๕. ให้ประชาชนและองค์กรในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน เพราะทราบปัญหาและสภาพพื้นที่ แต่ยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับน้ำซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็น\\\\n\t\t๖. จัดทำบทเรียน ทบทวนมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการแล้ว เพื่อรองรับความเสี่ยง\\\\nในพื้นที่อย่างเหมาะสมในอนาคต\\\\n\t\t๗. เตรียมการรองรับเอลนีโญ (El Nino) ซึ่งเป็นสภาวะอากาศแปรปรวนฉับพลัน\\\\nที่ทำให้เกิดภัยแล้ง โดยมีการคาดหมายว่าจะเกิดภายหลังเดือนเมษายน ๒๕๖๖ เป็นการล่วงหน้า","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",25,2565,"2022-08-23T00:00:00"],
    [1048,546,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้เร่งออกมาตรการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐ  ","ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการจ้างงานหรือการประกอบอาชีพ เป็นเหตุให้เป็นภาระต่อครอบครัว ชุมชน สังคม ต่อประเทศชาติ มีคนพิการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ กว่า ๒ ล้านคน อยู่ในวัยแรงงานกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๕๘ กำหนดมาตรการเชิงรุกให้หน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการ คือ หน่วยงานของรัฐต้องจ้างงานตามสัดส่วนจ้างงาน ๑ ต่อ ๑๐๐ และปี ๒๕๖๐ ได้มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดการจ้างงานคนพิการเป็น KPI ของผู้บริหารหน่วยงานของรัฐด้วย จะเห็นว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา อัตราการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐต่ำลงมาก และปีที่ผ่านมา พบว่า หน่วยงานของรัฐไม่จ้างงานคนพิการถึง ๑๕,๐๐๐ คน ซึ่งมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลยังไม่สามารถส่งผลในระดับประเทศได้ จึงขอหารือต่อรัฐบาลให้มีมาตรการส่งเสริมการจ้างงานโดยหน่วยงานของรัฐ  ดังต่อไปนี้      \\n\t๑. ขอให้ทบทวนและนำมติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๐ มาประกาศใช้      โดยเพิ่มมาตรการเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ได้แก่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คือ ต้องประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ไม่จ้างงานคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดในที่สาธารณะในฐานะที่มีหน้าที่ตามกฎหมายและไม่ดำเนินการ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำหรืองดเว้นการกระทำในทางที่ไม่ชอบ  \\n\t๒. ควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่จ้างงานคนพิการ ดำเนินการเช่นเดียวกับภาคเอกชน คือ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้หน่วยงานที่ไม่ประสงค์จ้างงานคนพิการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อให้กองทุนดังกล่าวนำเงินไปปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งเสริม   การมีงานทำของคนพิการต่อไป    \\n\tหากดำเนินตามข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยเรื่องการมีงานทำของคนพิการให้มีทิศทางดีขึ้น   และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลและจัดสวัสดิการสำหรับคนที่ไม่มีอาชีพหรือไม่มีงานทำต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2565,"2022-08-16T00:00:00"],
    [1049,545,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไรให้สมดุลกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs","การกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระบบตลาดเสรี มีทั้งข้อดีและข้อด้อย โดยข้อดีของการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของพี่น้องประชาชน คือ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นการทำลายโอกาสในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทย เพราะในความเป็นจริง ห่วงโซ่คุณค่าทุกระดับจะมีความเกี่ยวพันกันทั้งในด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ด้านพาณิชยกรรม ซึ่งรวมทั้งการบริการและการท่องเที่ยว เป็นห่วงโซ่ที่คล้องเชื่อมต่อกันทั้งหมด โดยในการเชื่อมต่อกันนี้ ล้วนแต่มีส่วนต่างที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะดำรงชีพ ประกอบกิจการ และสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ธุรกิจ อุตสาหกรรมและบริการของตนเองได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน ได้แก่ การปรับขึ้นราคาสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญของคนไทยในปัจจุบันและกระทรวงพาณิชย์ได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าหากมีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายจะทำให้ประชาชนที่บริโภคสินค้าดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน แต่ในขณะเดียวกัน มีการนำเข้าสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ จำหน่ายในราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และสินค้าที่มีมูลค่าสูง จำหน่ายในราคาสูงกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ จำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคที่มีฐานะดีและมีกำลังซื้อสูง หากผู้ผลิตสินค้าในประเทศจะต้องไปแข่งขันด้านราคากับสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าที่มีคุณภาพต่ำ ก็อาจจะต้องลดต้นทุนการผลิต ซึ่งรวมถึงการลดวัตถุดิบ   ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการบริโภคด้วย ซึ่งหากมีการควบคุมราคาจำหน่ายสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผลิตภายในประเทศ ในลักษณะกดดันจนกระทั่งไม่สามารถที่จะอยู่ได้ ผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ดีกว่า ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าได้มีการวางแผนติดตาม กำกับดูแล ตลอดจนกำหนดราคาสินค้าอย่างไรที่จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าครองชีพ ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายในประเทศทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่     ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสูงและมีมูลค่าสูง ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการทั้งภายในกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster) เดียวกันและระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงการเพิ่มรายได้ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในช่วงต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเกิดความสมดุลกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2565,"2022-08-16T00:00:00"],
    [1050,544,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน","๑. ได้รับหนังสือร้องทุกข์จาก นายบวรนันท์  ทองพนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แจ้งว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่หมู่ ๗ บ้านโคกคล้าย ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถนนที่ประชาชนใช้ในการสัญจรและขนส่งสินค้าทางการเกษตรสามารถเดินทางเชื่อมไปถึงจังหวัดเลย เป็นถนนดินลูกรัง มีสภาพขรุขระ    เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นถนนที่ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบดูแลโดยตรง ที่ผ่านมาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยใช้งบประมาณดำเนินการซ่อมแซม โดยนำดินลูกรังไปเทและ   ปรับสภาพพื้นผิวถนน ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาสั่งการให้แขวงการทางหลวงชนบทพิษณุโลก กรมทางหลวงชนบท เพื่อพิจารณาสำรวจก่อสร้างถนนดังกล่าว \\n\t๒. ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน หมู่ ๑ บ้านบ่อโพธิ์ ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แจ้งว่า สืบเนื่องจากฝนตกหนักระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๖๕ เกิดน้ำท่วม โคลนถล่มท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า ๕๐ หลังคาเรือน ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยในเบื้องต้น นายอำเภอนครไทย กำนันตำบลบ่อโพธิ์ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อโพธิ์  ได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยแล้ว ดังนั้น ขอให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพิษณุโลก และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณุโลก ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และร่องระบายน้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างถาวร","กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2565,"2022-08-16T00:00:00"],
    [1051,543,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ช่วงปากพลี – ประจันตคาม (ตัดใหม่)","ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ เป็นโครงข่ายทางหลวงสายหลักที่เชื่อมพื้นที่     ภาคกลางกับพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกและเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงเอเชีย หมายเลข AH1  \\nเชื่อมต่อประเทศกัมพูชาที่ด่านอรัญประเทศ ซึ่งช่วงปากพลี – ประจันตคาม เดิมไม่สามารถก่อสร้างได้\\nเนื่องจาก…\\nเนื่องจากแนวก่อสร้างได้มีการประกาศเป็นถนนต้นไม้สวย จึงได้ก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) โดยผ่านพื้นที่ชุมชน และตัดผ่านทางร่วมทางแยกหลายเส้นทาง โดยเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งการสร้างถนนบางช่วงมีขนาด 2 ช่องจราจร (ไป – กลับ) ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้      \\n\t๑. บริเวณสี่แยกบ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น เมื่อมีการก่อสร้างถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) ทำให้รถมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแยกบ้านดงบังไม่มีไฟสัญญาณจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง       จึงขอให้มีการติดตั้งสัญญาณจราจรบริเวณสี่แยกดังกล่าว รวมทั้งถนนสายรองควรทำเป็นลักษณะ       ตัวเอส (S) เพื่อให้ประชาชนรู้ว่ามีถนนสายหลักตัดผ่าน                  \\n\t๒. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) จะมีประชาชนก่อสร้างร้านค้าและ   สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวเขตถนนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ควรควบคุมดูแลไม่ให้มีการก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่เขตกรมทางหลวง ซึ่งหากปล่อยให้มีการรุกล้ำเป็นเวลานานจะแก้ไขปัญหายากลำบาก         \\n\t๓. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ช่วงที่มีขนาด ๒ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว        \\n\t๔. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) มีแนวเส้นทางตัดผ่านถนนสายสำคัญ กล่าวคือ (๑) ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๙ สายหนองชะอม – พนมสารคาม (๒) ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 320 สายศาลนเรศวร – สถานีรถไฟปราจีนบุรี และ (๓) ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๕๒ สายปราจีน – ตะคาม ซึ่งจุดตัดถนนทั้ง ๓ เส้นทางดังกล่าว มีรถสัญจรเป็นจำนวนมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงควรก่อสร้างเป็นทางยกระดับข้ามแยก ซึ่งกรมทางหลวงได้ออกแบบและ  กันพื้นที่สำหรับการก่อสร้างไว้แล้ว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคม\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2565,"2022-08-16T00:00:00"],
    [1052,542,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่","จากแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) กิจกรรมที่ ๔ กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐประกาศนโยบายไม่รับของขวัญและ ของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ได้กำหนดเรื่องการป้องกันการทุจริต ไว้ในตัวชี้วัดที่ ๑๐ เพื่อประเมินเจตจำนงของผู้บริหารจากการไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผลการประเมิน ITA ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่าคะแนนประเมินเฉลี่ยของตัวชี้วัดดังกล่าวได้คะแนนต่ำสุดของคะแนนตัวชี้วัดทั้ง ๑๐ ตัวชี้วัด โดยได้คะแนนร้อยละ ๘๒  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความสนใจอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรุงเทพมหานครได้ประกาศนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติของบุคลากรของกรุงเทพมหานคร ดังนี้ (๑) งดรับของขวัญของกำนัล ตลอดจนรับการเลี้ยงอาหารจากบุคคลภายนอก หรือผู้มาติดต่อราชการ (๒) งดการให้ของขวัญหรือของกำนัลทุกชนิดแก่บุคคลภายนอกที่มาติดต่อราชการกับกรุงเทพมหานคร (๓) ต้องไม่แสวงหาเพื่อให้ได้มาซึ่งของขวัญและของกำนัลทุกชนิด หรือผลประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (๔) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมทั้งกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้ปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เคร่งครัด พร้อมทั้งยืนหยัดต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ แนวทางการประกาศนโยบายดังกล่าวของกรุงเทพมหานครเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดี สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน (ITA) ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาสั่งการให้หัวหน้า  ส่วนราชการของรัฐทุกหน่วยงานดำเนินการประกาศนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดผลสัมฤทธิ์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2565,"2022-08-16T00:00:00"],
    [1053,541,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","วงงานรัฐสภา","การเผยแพร่ความคืบหน้าในการดำเนินการติดตามหรือแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจากการปรึกษาหารือต่อประธานของที่ประชุมวุฒิสภา","จากการที่ประธานวุฒิสภาได้อนุญาตให้สมาชิกวุฒิสภาปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา \\\\nเพื่อสะท้อนปัญหาของประชาชนหรือปัญหาอื่นใด รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศของส่วนราชการต่าง ๆ จึงจำเป็นที่ประชาชนจะได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อปรึกษาหารือ แต่จากการที่ได้ปรึกษาหารือไปยังส่วนราชการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาว่าได้ส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบแล้ว บางกรณีได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง \\\\nโดยมีเนื้อหาและรายละเอียดครบถ้วน ดังนั้น หากสามารถทำให้กระบวนการปรึกษาหารือมีระบบการบันทึกสาระสำคัญ ความเป็นมา และความคืบหน้าให้มีความชัดเจนมากขึ้น จะทำให้ทราบว่าเรื่องใดที่ส่วนราชการไม่แจ้งผลการพิจารณา โดยอาจจัดทำในรูปแบบแผนผังความคืบหน้าของข้อปรึกษาหารือ เป็นต้น",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1054,540,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมความพร้อมรองรับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของกระทรวงสาธารณสุข","นโยบายของรัฐบาลที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศคือ ภารกิจการถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน ๕๑๒ แห่ง ซึ่งรวมถึงการถ่ายโอนบุคลากรและงบประมาณ ประกอบด้วย งบบุคลากร ๑,๒๒๖ ล้านบาท งบประมาณ ๑,๔๗๖ ล้านบาท และงบดำเนินการ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้น ต่อมา ในชั้นการเสนอเปลี่ยนแปลงงบประมาณของคณะรัฐมนตรี          ได้มีการอนุมัติเพิ่มการถ่ายโอนให้แก่ อบจ. จากเดิม ๔๖ แห่ง เป็น ๔๙ แห่ง เพิ่มจำนวนโรงพยาบาล เป็น ๒,๗๕๑ แห่ง บุคลากร จำนวน ๙,๕๙๙ อัตรา เงินเดือน ๔,๐๙๒.๑๗ ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ อยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ จะเริ่มใช้นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป จึงเหลือเวลาไม่ถึง ๒ เดือน ที่ต้องดำเนินการถ่ายโอน รพ.สต. จำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง จากกระทรวงสาธารณสุขไปยัง อบจ. จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมตามภารกิจดังกล่าว ดังนั้น จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาการดำเนินการโดยคำนึงถึงปัจจัย ดังนี้\\\\n \t\t๑) ลูกจ้างชั่วคราวที่อยู่กับ รพ.สต. จะพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาจ้างที่ทำไว้กับกระทรวงฯ ส่วนการทำสัญญาจ้างกับลูกจ้างชั่วคราวดังกล่าวต่อไปนั้น จะขึ้นอยู่กับ อบจ. พิจารณา\\\\n \t\t๒) กระทรวงฯ ควรมีข้อกำหนดที่ชัดเจน กรณีที่บุคลากรในสังกัดไม่ประสงค์จะโอนไปยัง อบจ. โดยต้องดำเนินการโอนไปสถานที่ใหม่ในสังกัดกระทรวงฯ ก่อน\\\\n \t\t๓) อบจ. ยังไม่มีความพร้อมในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Care Cluster : PCC) เมื่อถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุข อบจ. อาจต้องขอความร่วมมือด้วยการจ้างแพทย์และพยาบาล  เพื่อช่วยงานจนกว่า อบจ. จะสามารถดำเนินการได้เอง\\\\n","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1055,539,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้มีการสร้างสะพานลอยข้ามถนนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและประชาชน","เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนบ้านส้มมิตรภาพที่ ๙๓ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๑ ได้รับความเดือดร้อนในการข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากถนนบริเวณดังกล่าวมีช่องจราจร ๔ ช่องทาง ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวแก่เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป โดยครูและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กนักเรียนในการข้ามถนน ทั้งในช่วงก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียนทุกวัน ดังนั้น          จึงขอให้กระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านส้มมิตรภาพที่ ๙๓ อีกทั้ง ขอติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียนโชคชัยสามัคคี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา และโรงเรียนครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ปรึกษาหารือในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ ว่าดำเนินการหรือไม่ อย่างไร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1056,538,54,"นายณรงค์ อ่อนสอาด","กฎหมาย","ข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","คณะกรรมาธิการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยอง และจังหวัดเชียงราย จึงได้รับเรื่องร้องเรียนจากโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับ          การสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน สำหรับครูอัตราจ้างเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้กำหนด          การคัดเลือกพิเศษเป็นพนักงานท้องถิ่นโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน โดย อปท. เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกพนักงานจ้างเอง เช่น พนักงานจ้างตามภารกิจ ครูอัตราจ้าง ผู้ช่วยครูตั้งแต่ ๓ ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ส่งผลให้โรงเรียนใน อปท. มีช่องทางในการบรรจุบุคลากรที่มีประสบการณ์ สามารถแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูได้ ต่อมาได้มีการยกเลิกประกาศดังกล่าว ทำให้ครูขาดกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และขาดโอกาสก้าวหน้าในวิชาชีพ เกิดความเหลื่อมล้ำในวิชาชีพเมื่อเทียบกับการบรรจุแต่งตั้งของกระทรวง          ศึกษาธิการที่เปิดโอกาสให้ครูอัตราจ้าง พนักงานราชการและครูผู้สอน สามารถเข้ารับการสรรหาจาก          การคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษ ไม่ต้องสอบแข่งขันเป็นข้าราชการครูได้ ปัจจุบันการคัดเลือกกรณีพิเศษฯ ตามประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง ประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีที่มีเหตุพิเศษ          ที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน พ.ศ. ๒๕๖๓ เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่มีคุณสมบัติ มีผลงานเชิงประจักษ์ และได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติขึ้นไป สามารถบรรจุเป็นข้าราชการได้ แต่เนื่องจากไม่สามารถสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงทำให้มีปัญหาในการดำเนินงานของ อปท. ดังนั้น ควรปรับปรุงประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง ประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน พ.ศ. ๒๕๖๓ และหนังสือกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔ โดยนำประกาศ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน สำหรับครูอัตราจ้างเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ เป็นแนวทาง เพื่อให้พนักงานจ้างของ อปท. สามารถได้รับคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษได้โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ซึ่งจะทำให้โรงเรียนของ อปท. มีข้าราชการครูครบตามอัตรา พนักงานจ้างเกิดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่\\\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1057,537,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","สถานการณ์บ้านเมือง","การเปลี่ยนชื่อเกาะพะงันที่สะกดผิดให้กลับมาถูกต้อง เป็น “เกาะพงัน”","เนื่องจากประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แจ้งว่าชื่ออำเภอเกาะพะงันสะกดผิดมาเป็นเวลา ๔๕ ปี อันเนื่องมาจากหลักฐานบันทึกเรื่อง “ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน ของพระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๖๘) บันทึกไว้ในตอนที่ ๙๔ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๖๘ ข้อความว่า “เรือมาถึงเกาะพงันเวลาเกือบ ๕ โมง...” นอกจากนี้ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๗ ตอนที่ ๙๐ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๓ หน้า ๒๗๙๐ ระบุในเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า “จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ๑ แห่ง ให้เรียกชื่อว่า “กิ่งอำเภอเกาะพงัน” ต่อมากระทรวงมหาดไทยประกาศยกฐานะกิ่งอำเภอทั่วประเทศ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๓๑ วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๐ หน้า ๓๒๘ ระบุว่า (๗) กิ่งอำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เป็นอำเภอเกาะพะงัน” เมื่อมองในเชิงประวัติศาสตร์และความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยประชาชนได้ให้ความเห็นว่า คำว่า “พะงัน” ไม่เป็นมงคล ทำให้ชะงัก ไม่เจริญ ส่วนคำว่า “พงัน” มาจากคำว่าหลังงัน ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่แปลว่าสันทรายที่โผล่พ้นน้ำยามน้ำลง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยโปรดเร่งพิจารณาข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ตรงตามประวัติศาสตร์          และบันทึกเดิมที่เคยเป็นมา เนื่องจากเคยยื่นเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ไม่ทราบความคืบหน้า รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบ\\\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1058,536,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในสังคมเหลื่อมล้ำ","พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... โดยมุ่งหวังให้หน่วยงานของรัฐบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานเพื่อประโยชน์ต่อราชการและประชาชน แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบ ความปลอดภัย ความไม่สะดวกต่อการเข้าถึง   และความซ้ำซ้อน ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (Web Technology) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวกับอุปกรณ์พกพาหรือ Mobile Technology ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้มีการพัฒนาเป็นจำนวนมาก แต่ผู้พิการไม่สามารถใช้งานได้ เช่น แอปพลิเคชัน ViaBus ที่ช่วยให้สามารถติดตามเส้นทางการเดินรถโดยสารประจำทาง แอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่ช่วยในการทำธุรกรรมทางการเงินและเป็นคลังข้อมูลที่รัฐใช้กระจายความช่วยเหลือไปสู่ประชาชน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐนำนโยบายการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนทุกกลุ่มไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเชิงประจักษ์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1059,535,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง บริเวณหนองคาย - เวียงจันทน์","การติดต่อค้าขายข้ามชายแดนระหว่างประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศจีน เป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างไทย - ลาว - จีน (ช่วงหนองคาย - เวียงจันทน์) ซึ่งประเทศไทยได้ทำความตกลงกับประเทศลาวในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ ๑ เพียง 30 เมตร โดยมีทั้งทางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร และทางขนาด 1 เมตร ปัจจุบันได้ข้อตกลงฝ่ายไทยและลาวจะร่วมลงทุนค่าใช้จ่ายร่วมกันในอาณาเขตของแต่ละฝ่าย ต่อมา ได้มีตัวแทนหอการค้าให้ความเห็นว่า ควรสร้างทางรถยนต์ควบคู่กับทางรถไฟ จึงทำให้งบประมาณก่อสร้างสูงขึ้นและประเทศลาวไม่เห็นด้วย ดังนั้น จึงเสนอให้รัฐบาลปฏิบัติตามความตกลงการก่อสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำโขงเฉพาะรางรถไฟเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อระบบการขนส่งสินค้าทางรางจากประเทศไทยผ่านประเทศลาว ไปยังประเทศจีน จนกว่าประเทศลาวมีความพร้อมจึงก่อสร้างทางรถยนต์ต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1060,534,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ","สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดงานแถลงข่าวประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปี ๒๕๖๕ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕           มีหน่วยงานของรัฐเข้าประเมินผล จำนวน ๘,๓๐๓ หน่วยงาน มีผู้ให้ข้อมูลในการประเมิน ๑,๓๐๐,๑๓๒ คน ผลการประเมิน ITA ในภาพรวมของประเทศไทย ปี ๒๕๖๕ มีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ ๘๗.๕๗ ซึ่งสูงกว่า          ปีที่ผ่านมา ๖.๓๒ คะแนน เมื่อพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พบว่า มีหน่วยงานที่มีคะแนนผ่านค่าเป้าหมายที่กำหนด จำนวน ๕,๘๕๕ หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๕๒ ของหน่วยงานเข้าร่วมประเมินทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา แม้สัดส่วนของหน่วยงานที่ผ่านค่าเป้าหมายจะสูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่น้อยกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด   ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติฯ ที่กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีค่าประเมิน ร้อยละ ๘๕ ขึ้นไป    ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของหน่วยเข้าร่วมทั้งหมดก็ตาม แต่มีหน่วยงานที่มีระดับคะแนนสูงขึ้นใกล้เคียงกับเป้าหมาย โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังมีหน่วยงานที่มีภารกิจบริการประชาชน ได้แก่ หน่วยงานระดับจังหวัด หน่วยงานระดับกระทรวง สถานศึกษา องค์กรอิสระ บางหน่วยงานได้คะแนน ร้อยละ ๗๐ - ๘๐ และบางหน่วยงานมีคะแนนประเมินลดลงอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเอาใจใส่          ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบภายในองค์กรของหัวหน้าส่วนราชการ          ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดให้เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าส่วนราชการ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรให้ความสนใจกับการคัดเลือกคนดี คนเก่ง คนมีคุณภาพ ให้เข้ามารับผิดชอบหน่วยงานของรัฐเพื่อให้มีจิตสำนึกในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ อันจะทำให้การทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการหมดไปโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2565,"2022-08-09T00:00:00"],
    [1061,533,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","ข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่อการปฏิรูปการลดโทษผู้กระทำผิดของกรมราชทัณฑ์","นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ความเป็นมาและการดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติในการขอรับพระราชทานอภัยโทษและการกำหนดชั้นนักโทษของกรมราชทัณฑ์ เพื่อป้องกันมิให้นักโทษเสียสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับตามกฎหมาย และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ศึกษาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่อการปฏิรูปการลดโทษผู้กระทำผิดของกรมราชทัณฑ์ โดยได้นำกราบเรียนประธานวุฒิสภาแล้ว มีข้อสังเกตว่าจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรือนจำ โดยเฉพาะการเลื่อนชั้นนักโทษเพื่อให้ได้รับการลดโทษ โดยมีนักโทษที่ได้รับการจำคุกจริงน้อยกว่ากำหนดโทษ\\nเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ต้องขังคดีจำนำข้าวคนหนึ่ง ได้รับกำหนดโทษตามคำพิพากษาเป็นเวลา ๔๘ ปี \\nในปี ๒๕๖๓ ได้เลื่อนชั้นเพื่อให้ได้รับการลดโทษ จำนวน ๓ ครั้ง คือ จากชั้นกลางเป็นชั้นดี วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ จากชั้นดีเป็นชั้นดีมาก วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ และจากชั้นดีมากเป็นชั้นดีเยี่ยม วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ซึ่งทำให้กำหนดโทษปัจจุบันคือ ๑๐ ปี ๘ เดือน เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๕ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการอภัยโทษ ซึ่งเป็นการปรับปรุงแนวทางการจัดชั้น เลื่อนชั้นนักโทษ เพื่อให้มีแนวทาง\\nที่ชัดเจนขึ้น โดยเป็นการรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี มีข้อสรุป คือ (๑) ไม่มีความจำเป็นในการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๔ (๒) นักโทษที่จะได้รับอภัยโทษต้องผ่านระยะปลอดภัย คือ ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ หรือรับโทษจำคุกมาแล้ว ๘ ปี แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน และไม่ว่าจะเป็นนักโทษชั้นใด หลังจากนั้นจะพิจารณาอายุ สุขภาพ การจัดชั้น เพื่อลดโทษ ยกเว้น\\nแต่เป็นการถวายฎีกาเฉพาะราย (๓) วางหลักเกณฑ์ใหม่ที่เข้มขึ้นเกี่ยวกับการลดโทษคดีร้ายแรง\\nในความรู้สึกของสังคม เช่น คดียาเสพติด คดีทุจริต คดีที่ศาลให้ประหารชีวิตโดยให้การลดโทษและปล่อยตัว (๔) การจัดชั้นนักโทษ ชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม จะเข้มขึ้นและมีกฎเกณฑ์มากขึ้น (๕) \\nมีการเตรียมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน และต้องวางแผนระยะยาวล่วงหน้า และ (๖) การออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ยังคงมีความจำเป็นอยู่ตามโอกาสอันสมควร เพื่อจูงใจให้นักโทษมีความหวัง ไม่ก่อการจลาจล ลดความแออัดในเรือนจำนำไปสู่การคืนคนดีกลับสู่สังคม และแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ และกระทรวงยุติธรรม พิจารณาตรวจสอบความเรียบร้อยในการพิจารณาการขอพระราชทานอภัยโทษวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ครบ ๗๐ พรรษา และวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ และขอให้กระทรวง มหาดไทย พิจารณาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นกรรมการ ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยไม่ต้องมอบผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดเป็นกรรมการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่อีกต่อไป เพื่อให้เกิดความถูกต้องเพราะในฐานะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ และเป็นการป้องกันปัญหาประชาชนไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม\\n","นายกรัฐมนตรี  กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2565,"2022-07-19T00:00:00"],
    [1062,532,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายโดยหน่วยงานของรัฐ ","กฎหมายที่บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวก\\\\nแก่คนพิการ ขอยกตัวอย่าง ๒ ฉบับ คือ (๑) พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ กำหนดให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดให้มีอุปกรณ์ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร นำมาให้คนพิการยืมหรือให้เปล่า แล้วแต่มูลค่า ซึ่งกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการสื่อสาร และบริการสาธารณะ สำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดไว้ และ (๒) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ กำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประสบปัญหาอุปกรณ์ล้าสมัยจากการจัดซื้ออุปกรณ์เก็บไว้ เพราะเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว จึงพยายามแก้ไขโดยเปลี่ยนจากการจัดซื้อเก็บไว้ เป็นการอุดหนุนให้ผู้พิการสามารถซื้อใช้เอง อาจเป็นการอุดหนุนบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งในระหว่างการแก้ไขกฎกระทรวงในหลายปีที่ผ่านมา ก็มิได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงศึกษาธิการโปรดเร่งดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จ และระหว่างนี้ขอให้จัดให้มีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ มิเช่นนั้นจะแสดงว่าหน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ประชาชนร้องเรียนการทำงานของหน่วยงานของรัฐได้","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2565,"2022-07-19T00:00:00"],
    [1063,531,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การส่งเสริมผลไม้ไทยเพื่อการส่งออก","ประเทศไทยมีดิน อากาศ และน้ำที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชทางการเกษตร โดยข้อมูลการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ปรากฏว่าประเทศไทยได้ส่งออกทุเรียน จำนวน ๓๒,๒๓๓ ล้านบาท และส่งออกข้าว จำนวน ๑๕๒,๕๒๕ ล้านบาท แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้ส่งออกทุเรียน จำนวน ๑๘๗,๒๗๘ ล้านบาท และส่งออกข้าว จำนวน ๑๐๐,๔๗๗ ล้านบาท ซึ่งทุเรียนมีการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยจังหวัดจันทบุรีมีการส่งออกทุเรียนมากกว่าหนึ่งแสนล้านบาท ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ จันทบุรี ที่ได้สนับสนุนการวิจัย การบำรุงรักษา การรณรงค์ไม่ให้ตัดทุเรียนอ่อน รวมทั้งการควบคุมน้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียนไม่น้อยกว่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน ทำให้ทุเรียนเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ซึ่งหน่วยงานของรัฐเพียงแต่ส่งเสริม ช่วยเหลือ และสนับสนุนเท่านั้น เมื่อเทียบกับผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่นที่ภาครัฐได้อุดหนุนและแทรกแซงราคาโดยใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ราคา และมูลค่าการส่งออกก็ยังคงลดต่ำลง ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรช่วยเหลือและสนับสนุน ดังนี้\\n๑. กำหนดปัจจัยการผลิตและผลิตภัณฑ์เกษตรที่ตรวจรับรองมาตรฐาน\\n๒. แหล่งผลิตที่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อรับรองมาตรฐานตามระบบการจัดการคุณภาพ GMP\\n๓. โรงงานผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการตรวจสอบและควบคุมกำกับให้อยู่ในมาตรฐานตามระบบการจัดการคุณภาพ GMP\\n๔. ผลิตพืชที่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อรองรับมาตรฐานตามระบบเกษตรอินทรีย์\\n๕. สินค้าเกษตรด้านพืชที่ผ่านการตรวจสอบรับรองไม่ถูกแจ้งเตือนจากต่างประเทศ\\n   ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรสนับสนุนและส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มากยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรอุดหนุนหรือแทรกแซงราคา และขอให้กระทรวงพาณิชย์หาตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากตลาดในประเทศจีน เพื่อให้มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากผลไม้ไทยได้รับการสนับสนุน และส่งเสริมในทิศทางที่ถูกต้องก็จะเป็นสินค้าที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2565,"2022-07-19T00:00:00"],
    [1064,530,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ข้อร้องเรียนประชาชนผู้ใช้บริการทางธุรกรรมการเงิน","จากปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตมีความเจริญก้าวหน้า ทำให้มีการทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์กับสถาบันการเงินและบริษัทเครดิตเพิ่มมากขึ้นทั้งการฝาก ถอน โอน และการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการค้า เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการบริการ สามารถลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จากการสัมผัสธนบัตร และลดการใช้ธนบัตรและเหรียญลง แต่อย่างไรก็ตาม ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ว่าการทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์กับสถาบันการเงินและบริษัทเครดิตมีช่องว่างช่วงระยะเวลาการโอนเงิน เช่น โอนเงินในช่วงเช้า การโอนเงินจะมีผลในช่วงบ่าย หรือโอนเงินในช่วงบ่าย การโอนเงินจะมีผลในช่วงเวลากลางคืน และในบางกรณีโอนเงินในวันนี้ การโอนเงินจะมีผลในอีก ๓ วัน ทำให้ประชาชนสงสัยว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าว เงินไปอยู่ที่ใด และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ดังนั้น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ควรจะมีการทบทวนเทคโนโลยีเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2565,"2022-07-19T00:00:00"],
    [1065,529,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การทูตด้วยอาหารช่วยเหลือประเทศยากลำบากในยามโลกวิกฤต","ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) สงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน และสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้หลายประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว ทั้งด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือปากท้องของประชาชน และกำลังเกิดวิกฤตทางด้านอาหาร ได้มีการคาดการณ์ว่าวิกฤตอาหารจะมีความรุนแรงมากขึ้น บางประเทศเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจจนขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรคและปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีวิต ซึ่งประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกจำนวนมาก ประกอบกับประเทศไทยเป็นสังคมที่มีน้ำใจ มีความเมตตากรุณา เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตหรือเรียกว่าฐานพลังงานอำนาจอ่อน (Soft Power) ดังนั้น เมื่อมีประเทศที่กำลังประสบปัญหาด้านต่างๆ หรือเผชิญกับความยากลำบาก ประเทศไทยควรใช้อาหารเพื่อเป็น Food Diplomacy หรือที่เรียกว่าการทูตผ่านอาหาร ซึ่งจัดเป็นการทูตทางวัฒนธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในประเทศที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว จึงขอเสนอให้รัฐบาลเป็นตัวหลักในการให้ความช่วยเหลือหรือเชิญชวนคนไทยจากทุกภาคส่วนร่วมกันช่วยเหลือด้านอาหารให้แก่ประเทศที่กำลังประสบปัญหา เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดี และนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคตได้อีกด้วย","นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2565,"2022-07-19T00:00:00"],
    [1066,528,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ","การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เป็นนโยบายสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปฏิรูปประเทศ และได้ตราพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ นับตั้งแต่กฎหมายมีผลใช้บังคับวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับความสะดวกในการขออนุญาตเป็นอย่างมาก เนื่องจากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ให้ส่วนราชการที่มีอำนาจ อนุมัติ อนุญาต “จัดทำคู่มือสำหรับประชาชน” ในเรื่องการขออนุญาตทุกประเภท ทำให้ผู้ขออนุญาตได้รับความสะดวกและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ผู้ขออนุญาตสามารถยื่นคำขอผ่านช่องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แทนการยื่นด้วยตนเอง จึงป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบลงได้จำนวนมาก\\n\tอย่างไรก็ดี การขออนุญาตที่ต้องดำเนินการตามสัญญาผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐ\\nหรือการดำเนินธุรกิจบางประการ เช่น การขออนุญาตจดทะเบียนอากาศยานที่คู่มือกำหนดว่า ใช้เวลาดำเนินการอนุญาตประมาณ ๒๗ วันทำการ แต่พบว่ายังล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียค่าปรับแก่ทางราชการและขาดโอกาสในการใช้อากาศยานดำเนินธุรกิจ ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย จึงขอเสนอให้ ก.พ.ร. ตรวจสอบและกวดขันทุกหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการอนุญาตทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ ของกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยผู้อนุญาตต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทุกรายทราบถึงเหตุผลความล่าช้าทุก ๗ วัน จนกว่าการพิจารณาอนุญาตจะแล้วเสร็จ พร้อมทั้งสำเนาการแจ้งดังกล่าวให้ ก.พ.ร. ทราบทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อผู้ขออนุญาตจะได้ทราบความคืบหน้าของการขออนุญาตและสามารถติดตามได้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2565,"2022-07-19T00:00:00"],
    [1067,527,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความหวังอันริบหรี่ของคนพิการและภาคประชาสังคม","รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๕ - ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยสมาชิกรัฐสภาได้มีการอภิปรายและมีข้อเสนอ ๕ - ๖ ข้อ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับที่จะนำไปพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวทุกข้อ จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ ๓ ปีแล้ว ปรากฏว่ามีการดำเนินการตามข้อเสนอเพียงเรื่องเดียว คือ การออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ส่วนข้อเสนออื่นที่เหลือนั้น ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ยังต้องรอด้วยความหวังต่อไป โดยมีร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน ๒ ฉบับ ดังนี้ \\n๑. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... โดยเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณา เมื่อต้นปี ๒๕๖๔ ต่อมา ได้ถูกบิดเบือนเปลี่ยนผันเป็น ร่างพระราชบัญญัติ\\nการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมผู้ไม่หวังดีจากต่างประเทศ แต่กลับกลายเป็นการควบคุมภาคประชาสังคม จึงขอให้รัฐบาลยับยั้งการพิจารณา\\nร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไรฯ และนำร่างพระราชบัญญัติฉบับเดิม คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... เสนอเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว\\n๒. ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... เป็นความหวังในการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ จนถึง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน เพราะสาเหตุหลักของความเหลื่อมล้ำ คือ การเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แม้กระทั่งกระบวนการสรรหา คัดสรร หรือคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมหรือสายงานตุลาการ ก็ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนเมื่อไม่นานมานี้ ว่ามีการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อให้สังคมไทยไปสู่สังคมที่ปราศจากความเหลื่อมล้ำ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และก้าวไปสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างแท้จริง\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1068,526,195,"นายสมชาย แสวงการ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสุญญากาศจากกัญชาเสรีและข้อเสนอแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า","สภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันที่มีการจำหน่ายกัญชาอย่างเสรี อันเป็นผลมาจากนโยบายกัญชาเสรีของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่มีผลบังคับใช้แล้วเป็นเวลากว่า ๑ เดือน ได้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่เปิดเสรีกัญชา โดยรัฐยังไม่มีการตรากฎหมายออกมาควบคุม เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้จำหน่ายตามท้องถนนและสาธารณสถานได้ เป็นภัยต่อสังคมที่คุกคามครอบคลุมไปทั่วประเทศ ประกอบกับในช่วงสุญญากาศของการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ได้รับข้อมูลว่านายหน้าค้ากัญชาชาวไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางมาติดต่อเพื่อเสนอขายกัญชาให้แก่สถานบันเทิงในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ในราคาประมาณกิโลกรัมละ ๒๐๐,๐๐๐ - ๘๐๐,๐๐๐ บาท โดยสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทแห่งหนึ่งที่รับกัญชาไปจำหน่าย มีรายได้จากการจำหน่ายกัญชา ประมาณวันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ – ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเสพกัญชาพร้อมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย โดยมีข้อบ่งชี้จากกรมการแพทย์ ว่าจะใช้กัญชาในการรักษาก็ต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีปกติไม่ได้ผลเท่านั้น ไม่ได้ใช้กัญชาเป็นยาเริ่มต้น เช่น รักษาโรคคลื่นไส้อาเจียนจากการรับยาเคมีบำบัด แก้อาการปวดประสาท แก้กล้ามเนื้อหดเกร็ง โรคลมชักที่ดื้อยา เป็นต้น โดยธรรมชาติของกัญชานั้นมีพิษที่เป็นโทษมหันต์ กล่าวคือ สาร Tetrahydrocannabinol (THC) ทำให้ประสาทหลอน วิตกกังวล มีอาการกระสับกระส่าย อารมณ์ไม่สมดุล หัวใจเต้นเร็ว เกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เป็นต้น สาร Cannabidiol (CBD) ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงซึม กล่าวโดยสรุปได้ว่ากัญชามีผลกระทบต่อสมอง ทำให้เนื้อสมองน้อยลง ผู้เสพกัญชาจะมีระดับเชาว์ปัญญาต่ำลง ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ จึงขอสนับสนุนให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และใช้ในการรักษาโรคเท่านั้น โดยไม่สนับสนุนการเปิดเสรีการจำหน่ายกัญชา ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ คือ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ได้แก่ “รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด” (มาตรา ๕๓) และหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ ได้แก่ รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น (มาตรา ๗๑ วรรคสอง) รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว (มาตรา ๗๑ วรรคสาม) ขอให้รัฐบาลพิจารณาปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว หากรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ปล่อยปละให้เด็กและเยาวชนไปข้องเกี่ยวกับการเสพกัญชาโดยปราศจากมาตรการควบคุม กำกับดูแล ย่อมถือได้ว่ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในระหว่างช่วงสุญญากาศของการบังคับใช้กฎหมายนี้ ประกอบกับกระบวนการตรากฎหมายระดับพระราชบัญญัติมาใช้บังคับ ต้องใช้ระยะเวลาพิจารณานาน ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณา\\nแก้ไขปัญหาตามแบบอย่างการบริหารจัดการกัญชา โดยอ้างอิงจากประเทศเนเธอร์แลนด์ สรุปได้ดังนี้ \\n๑) ต้องไม่ให้เกิดการรบกวนต่อสาธารณะ ๒) ห้ามจำหน่ายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ๓) ห้ามกระทำการโฆษณา ๔) ห้ามจำหน่ายในปริมาณที่สูงเกินกว่า ๕ กรัมต่อการซื้อ ๑ ครั้ง ๕) การครอบครองกัญชา\\nเกิน ๕ - ๓๐ กรัม จะถูกยึดของกลางและปรับ ๗๕ ยูโร และปรับเพิ่มขึ้นหากกระทำผิดซ้ำ และหากครอบครองเกิน ๓๐ กรัม เป็นคดีอาญา จำคุกไม่เกิน ๒ ปี และ/หรือปรับ ๑๖,๗๕๐ ยูโร ๖) ร้านจำหน่ายกัญชา (Coffee shop) ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐและต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากละเมิดจะมีความผิดอาญาและยึดใบอนุญาต ๗) อนุญาตให้ประชาชนปลูกกัญชาได้ไม่เกิน ๕ ต้น แต่ต้องมีระบบป้องกันมิดชิด มิให้เด็กเข้าถึง ห้ามเพื่อการพาณิชย์ หากเกินต้องตัดทำลายโดยต้องแจ้งหน่วยราชการทราบก่อน หากละเมิดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน ๔ ปี และ/หรือปรับ ๖๗,๐๐๐ ยูโร ๘) อนุญาตให้ร้านจำหน่ายกัญชา ให้เฉพาะผู้ป่วย หรือผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศ หรือนักท่องเที่ยว โดยทางร้านมีหน้าที่ขอดูเอกสาร ๙) ที่ตั้งของร้านต้องห่างจากสถานศึกษาเกิน ๓๕๐ เมตร ๑๐) กัญชาที่มีสาร Tetrahydro cannabinol (THC) เกินร้อยละ ๑๕ ถือเป็นความผิดรุนแรงต้องโทษอาญา ๑๑) การปลูกเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภทต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ มีกฎระเบียบควบคุมชัดเจน ๑๒) การใช้เพื่อการแพทย์สามารถทำได้โดยได้รับอนุญาตจากแพทย์ ๑๓) การนำเข้า ส่งออก ต้องขออนุญาตเท่านั้น ๑๔) ต้องควบคุมคุณภาพในทางการแพทย์ให้ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีตกค้าง และ ๑๕) ให้องค์การต่าง ๆ ของรัฐ เช่น องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ดูแลการปลูก การกระจายสินค้าและการผลิต จำหน่าย เพื่อป้องกันการรั่วไหล สุดท้ายนี้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยใช้อำนาจของฝ่ายบริหารผ่านกลไกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ๑) คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ๒) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ ๓) แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา)พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ไม่มีผลบังคับใช้ เพราะมิได้นำมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ที่บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูป สมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต” มาใช้บังคับ จึงไม่มีบทลงโทษตามมาตรา ๗๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๓ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”","นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ  เครืองาม) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1069,525,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาของผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ แพะ แกะ โค และกระบือ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าปัจจุบันเป็นช่วงฤดูฝนมีสัตว์เลี้ยงเกิดอาการเจ็บป่วย และล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อประชาชนไปติดต่อที่ปศุสัตว์อำเภอ ปรากฏว่า การให้บริการและให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนเช่น ปศุสัตว์อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย มีเจ้าหน้าที่เพียง ๒ คน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมการระบาดของโรค ควบคุมสินค้าปศุสัตว์ และประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ กว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปช่วยเหลือเกษตรกร สัตว์ก็ล้มตายแล้ว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณา ดังนี้\\n๑. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จะมีปศุสัตว์อำเภอเกษียณอายุราชการ จำนวน ๔๐๐ ตำแหน่ง ขอให้พิจารณาบรรจุแต่งตั้งปศุสัตว์อำเภอแทนอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการดังกล่าวโดยเร็ว\\n๒. ขอให้เพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เพิ่มมากขึ้น โดยพิจารณาตามสัดส่วนของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ในแต่ละอำเภอ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน\\n๓. ขอให้พิจารณาเพิ่มเงินเดือนหรือค่าครองชีพให้กับพนักงานจ้างเหมาด้านปศุสัตว์ ที่มีวุฒิการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. ซึ่งปัจจุบันได้รับค่าจ้างเพียงเดือนละ ๖,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ บาท \\nไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1070,524,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรแก้ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับประชาชน","เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่บริเวณคลองชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองขวัญ (โครงการหนองขวัญ) ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ และการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ซึ่งคลองหนองขวัญเป็นคลองส่งน้ำจากแม่น้ำปิงเพื่อให้ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภค และการเกษตร พื้นที่รวม ๓ จังหวัด ได้แก่ อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร และอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร โดยในช่วงระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลดต่ำกว่าคลองหนองขวัญ ๒ - ๓ เมตร ทำให้น้ำจากแม่น้ำปิงไม่สามารถไหลเข้าสู่คลองหนองขวัญได้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณสำหรับใช้ในการก่อสร้างฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิงเพื่อทดน้ำเข้าสู่คลองหนองขวัญ จำนวน ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งรองอธิบดีกรมชลประทานได้ชี้แจงว่า \\nกรมชลประทานพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างฝายชั่วคราวดังกล่าว ทั้งนี้ หากโครงการก่อสร้างฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิงแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับราษฎรในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาเร่งรัดโครงการดังกล่าวโดยเร็ว","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1071,523,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการผลักดันระบบสุขภาพปฐมภูมิ","จากพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ของประเทศไทย และระบบสุขภาพปฐมภูมิ จัดอยู่ ๑ ใน ๑๐ ของแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ถือเป็นการปฏิรูปต่อเนื่อง เนื่องจากนโยบายสุขภาพปฐมภูมิเป็นการนำระบบการให้บริการสาธารณสุขแก่ผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วยที่รับการรักษาแบบไม่ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล (Out-Patient-Department : OPD) ที่ต้องรอคิดการตรวจรักษาจากแพทย์ที่ประจำอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ ไปไว้ในหน่วยย่อยบริการปฐมภูมิ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้ใกล้ชิดมากที่สุด ต่อมา ในปี ๒๕๖๒ ได้มีการตราพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยไม่มีการกำหนดส่วนราชการภายในให้ทำหน้าที่ด้านเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดตั้ง สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งควรมีฐานะเป็นส่วนราชการภายในระดับกอง แต่ไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จึงไม่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ต้องบริหารด้านบุคลากรด้วยการยืมตัวเจ้าหน้าที่มาช่วยปฏิบัติราชการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งมีปริมาณงานการให้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้ รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน  ชาญวีรกูล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาผลักดันให้ สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.) เป็นส่วนราชการภายในระดับกรมหรือกอง ที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้การบริการด้านสาธารณสุขมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน","รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน  ชาญวีรกูล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1072,522,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีกลางบางซื่อ","สถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมของประเทศไทย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน มีพื้นที่รวมกันกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ตารางเมตร ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย โดยอาคารสถานีกลางบางซื่อ มี ๔ ชั้น ประกอบด้วย ๑) ชั้นใต้ดิน มีพื้นที่ ๗๒,๕๐๐ ตารางเมตร สามารถจอดรถได้ ๑,๖๒๐ คัน ๒) ชั้นที่ ๑ มีพื้นที่ ๘๗,๒๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋ว ทางเดิน ร้านอาหาร และร้านค้า โดยมีชั้นลอย ๒ ชั้น คือ ชั้นลอย ๑ มีพื้นที่ ๑๒,๐๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่ของการรถไฟ\\nแห่งประเทศไทยและห้องควบคุม และชั้นลอย ๒ มีพื้นที่ ๘,๗๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่สำหรับค้าขาย \\n๓) ชั้นที่ ๒ มีพื้นที่ ๕๘,๙๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟทางไกล มี ๑๒ ชานชาลา และ ๔) ชั้นที่ ๓ มีพื้นที่ ๕๘,๙๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่จอดรถไฟความเร็วสูง มี ๑๒ ชานชาลา ด้วยเหตุนี้ จึงมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงดูแลรักษาเป็นจำนวนมาก แต่เดิม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีโครงการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยใช้พื้นที่ชั้น ๑ และชั้นลอย พื้นที่รวมกัน ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตร ต่อมา กระทรวงคมนาคมมีโครงการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก ๒๗,๐๐๐ ตารางเมตร โดยใช้พื้นที่บริเวณ\\nชานชาลาชั้น ๒ และชั้น ๓ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้\\n๑. โครงการของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก ๒๗,๐๐๐ ตารางเมตร โดยใช้พื้นที่บริเวณชานชาลาชั้น ๒ และชั้น ๓ นั้น ไม่เหมาะสมในการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์ เนื่องจากบริเวณชานชาลาควรใช้เป็นพื้นที่สำหรับการเดินทางเท่านั้น ไม่ควรมีร้านค้าตั้งปะปนในบริเวณดังกล่าว เพราะอาจเป็นอันตรายต่อการคมนาคมได้\\n๒. ขณะนี้การเปิดให้บริการยังไม่สมบูรณ์ การใช้พื้นที่ยังไม่เต็มที่ ผู้โดยสารจึงมีจำนวนน้อย เหตุใดจึงมีโครงการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นและจัดให้มีการประกวดราคาโดยเร็ว อีกทั้งสัญญากำหนดระยะเวลานานถึง ๒๐ ปี ควรรอให้มีการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงก่อน เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารและการใช้บริการที่แท้จริง และสัญญาควรมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี\\n๓. ไม่ควรทำพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวนมากในคราวเดียวกัน โดยควรทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เฉพาะพื้นที่ส่วนที่จำเป็นเท่านั้น และควรทำสัญญามีกำหนดระยะเวลา ๓ - ๕ ปี เนื่องจากพื้นที่ร้านค้า\\nมีค่าใช้จ่ายลงทุนไม่มาก เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร และเหมาะสมกับการคมนาคม\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1073,521,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ความคืบหน้าผลสัมฤทธิ์จากการควบคุมสารเคมีเกษตรต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย","จากคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ๓ ชนิด ได้แก่ สารพาราควอต (Paraquat) สารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และสารไกลโฟเซต (Glyphosate) \\nให้เป็นสารเคมีอันตราย เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งจากวงในสังคมการเกษตรหรือคนบางกลุ่ม ซึ่งตลอดระยะเวลา ๓๐ - ๔๐ ปีที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ใช้สารเคมีดังกล่าวโดยขาดความระมัดระวังอย่างเพียงพอ จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \\n๑. ปัจจุบันปริมาณเคมีเกษตรทั้งหมด ที่มีการใช้โดยเกษตรกรในประเทศไทยมีกี่เปอร์เซ็นต์ ที่เกษตรกรใช้ได้ถูกต้องหรือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ไม่ถูกต้องและมีความเสี่ยงสูงมาก มีการประเมินมากน้อยเพียงใด\\n๒. ในช่วง ๒ - ๔ ปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขมีการประเมิน รวบรวมข้อมูล และสรุป ต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านกฎหมาย และทำให้เกิดสถานการณ์ที่ดีขึ้นต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้มากน้อยเพียงใด\\n๓. การจำหน่ายสารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอส ถือว่าเป็นสารที่ยังมีการลักลอบจำหน่ายอยู่หรือไม่ \\n๔. สารไกลโฟเซตถูกควบคุมปริมาณการนำเข้าและการจำหน่าย ในมุมมองของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวทางการเกษตร ยังมีปัญหาด้านราคาหรือเป็นที่ต้องการของประชาชน เนื่องจากเป็นสารต้องห้าม จึงทำให้ราคาสูงเกินความเป็นจริงหรือไม่\\n๕. รัฐบาลมีมาตรการบังคับผู้นำเข้าและจำหน่ายเคมีเกษตร ให้มีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของเกษตรกรมากน้อยเพียงใด \\n๖. รัฐบาลจะใช้กลไกหน่วยงาน สภาองค์กรของผู้บริโภค ให้เข้ามามีส่วนร่วมมีบทบาทกับรัฐบาลในการปกป้องชีวิตของเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1074,520,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","ความเดือดร้อนของประชาชน","การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและการลดก๊าซเรือนกระจก และขายคาร์บอนเครดิตจากภาคการเกษตร","จากสถานการณ์ตลาดโลกในปัจจุบัน ปุ๋ยเคมีมีราคาสูงมาก ประกอบกับประเทศไทยยังไม่มีโรงงานผลิตแม่ปุ๋ยใช้เอง รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้\\nปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ที่ได้จากการหมักวัสดุอินทรีย์ซึ่งเป็นวัตถุเหลือใช้จากภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เช่น ฟางข้าว มูลสัตว์ กากเมล็ดถั่วเหลือง (มีไนโตรเจน ร้อยละ ๗ – ๑๐) กระดูกป่น (มีฟอสฟอรัส ร้อยละ ๑๕ – ๒๓) ขี้เถ้าไม้ยาง (มีโปแตสเซียม ร้อยละ ๑๓) เป็นต้น โดยผสมกับสารเร่งจุลินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดิน อาทิ สารเร่งซุปเปอร์ พด.๑ พด.๒ และ พด.๙ นำมาหมักรวมกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงโดยไม่ผสมปุ๋ยเคมี จึงเห็นควรส่งเสริมผู้ประกอบการภายในประเทศ ให้มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรใช้ในการทำการเกษตร และลดการใช้ปุ๋ยเคมี ดังนั้น จึงมีประเด็นคำถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\\n๑. ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง จะมีกระบวนการทำงานของจุลินทรีย์โดยต่อเนื่อง เพื่อปลดปล่อยธาตุอาหาร ดังนั้น ในทางปฏิบัติจะไม่สอดคล้องกับประกาศ เรื่อง มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ เช่น การย่อยสลายที่สมบูรณ์โดยการวัดค่าดัชนี Germination Index ที่จะต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ และค่าการนำไฟฟ้า จะมากกว่า ๑๐ เดซิซีเมนต์ต่อเมตร เป็นต้น ในประเด็นดังกล่าวขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง และเพื่อให้ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตผลผลิตทางการเกษตรของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป  \\n๒. ในการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ด้วยวิธีเกษตรอัจฉริยะนั้น จะมีการลดใช้ปุ๋ยเคมี และใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน หรือในกรณีทำนาในระบบแห้งสลับเปียก รวมถึงการปลูกไม้มีค่าในรูปเกษตรผสมผสานนั้น จะเป็นผลให้ลดการปลดปล่อยก๊าซ เช่น มีเทน (Methane) ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide) และคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก ทำให้สามารถเข้าสู่กระบวนการขายคาร์บอนเครดิต และได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากการทำการเกษตร ในกรณีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการส่งเสริมเกษตรกร และประสานงานกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มรายได้ด้วยการขายคาร์บอนเครดิตอย่างไรบ้าง เพื่อส่งเสริมประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero target)","นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1075,519,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการผ่อนคลายภาษีสรรพสามิตแก่ผู้ประกอบการสถานบันเทิง","รัฐบาลได้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่คลี่คลายลง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นมา สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ จึงสามารถกลับมาเปิดให้บริการ จำหน่าย และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ โดยในบางพื้นที่เปิดให้บริการได้ไม่เกิน ๒๔.๐๐ นาฬิกา และในบางพื้นที่เปิดให้บริการได้เกิน ๒๔.๐๐ นาฬิกา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อการประกอบอาชีพและวิถีชีวิตของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้รับข้อร้องเรียนจากสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย \\nว่าพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีสถานบริการ ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลานจ์ ซึ่งหมายรวมถึงสถานบันเทิงที่จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ต้องเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ ๑๐ จากรายรับของสถานที่ ประกอบด้วย เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณได้\\nเป็นเงินที่ได้รับหรือพึงได้รับเนื่องจากการให้บริการ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า รายรับของสถานบันเทิง ตั้งแต่รายได้จากการจำหน่ายน้ำแข็งเปล่า อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ต้องชำระภาษีสรรพสามิตในอัตราดังกล่าวทั้งสิ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายอยู่แล้ว การซื้อขายวัตถุดิบมาประกอบอาหาร ก็มีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ อยู่แล้ว และเมื่อถึงสิ้นปี ผู้ประกอบการสถานบันเทิงเหล่านี้ก็ต้องยื่นชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แล้วแต่กรณี แต่ยังต้องถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากสถานบริการเพิ่มเติมอีก สภาพการณ์ดังกล่าวย่อมไม่เอื้อต่อการประกอบกิจการของสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มาตลอดระยะเวลา ๓ ปี ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง พิจารณายกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่เป็นการจัดเก็บภาษีสถานบริการ อัตราร้อยละ ๑๐ เป็นอัตราร้อยละ ๐ เป็นระยะเวลา ๑ ปี เพื่อให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงต่างๆ ได้มีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ","นายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1076,518,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนลง","จากค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงจนถึง ๓๖ บาทต่อ ๑ ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ ๖ ปี โดยมีการคาดการณ์ว่าค่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าลงไปถึง ๓๗ บาทต่อ ๑ ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งตามหลักการทั่วไปทางด้านเศรษฐศาสตร์ การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงย่อมจะส่งผลดีต่อการส่งออก ทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น แต่หากค่าเงินบาทอ่อนจนเกินไปย่อมจะส่งผลเสียต่อการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อดุลการชำระเงินของประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและให้ความเห็นว่า การบริหารจัดการจำเป็นต้องมีการวางแผนให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งออก การนำเข้า และอัตราเงินเฟ้อเป็นสำคัญ ภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องมีการควบคุมดูแลค่าเงินบาทไม่ให้มีความผันผวนจนเกินไป โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีภาระที่จะต้องนำเข้าพลังงานมากถึงร้อยละ ๙๐ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ได้ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการชำระเงินตามอัตราการใช้พลังงานของประเทศ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n\t๑. รัฐบาลควรเร่งรัดมาตรการประหยัดพลังงานของประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐควรลดการใช้พลังงานในทุกรูปแบบลงอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ซึ่งในอดีตเคยใช้มาตรการนี้แก้ไขปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างได้ผลมาแล้ว \\n\t๒. รัฐบาลควรชะลอการลงทุนของงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ต้องใช้เงินตราต่างประเทศ และยังไม่ได้ผูกพันงบประมาณไว้ก่อน โดยพิจารณาทบทวนและเลือกดำเนินการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนเท่านั้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2565,"2022-07-12T00:00:00"],
    [1077,517,195,"นายสมชาย แสวงการ","กฎหมาย","ปัญหากัญชาเสรีและมาตรการควบคุมในช่วงสุญญากาศ","ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕   พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดดังกล่าว เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทำให้เกิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคม ดังนี้\\\\n\t\t๑) ข้อมูลจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้แสดงผลกระทบที่เกิดจากการใช้กัญชา ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ โดยพบผู้ป่วยที่เป็นเยาวชนอายุ ๑๕ - ๑๗ ปี จำนวน ๖ ราย (ชาย ๕ คน, หญิง ๑ คน) มีอาการง่วงซึมคลื่นไส้ อาเจียน หวาดระแวง สับสน กระวนกระวาย อาละวาด และมี ๑ คน หมดสติ เกิดอาการแพ้รุนแรงอยู่ในขั้นวิกฤติที่แพทย์ต้องติดตามอาการใกล้ชิด\\\\n\t\t๒) มีการจำหน่ายขนม น้ำดื่มที่ผสมกัญชาในร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายดอกช่อในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงเปิดร้านค้าเพื่อจำหน่ายมากกว่า ๑๐๐ แห่ง ซึ่งแต่ละร้านมียอดขายวันละ ๐.๕ - ๑ ล้านบาท\\\\n\t\t๓) กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ วรรคสาม และวรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ไม่มีการระบุมาตรา ๑๙ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๘ บัญญัติให้ “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๓ วรรคห้า ต้องระหว่างโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” เป็นประกาศที่ใช้ไม่ได้\\\\n \t\t๔) ขณะนี้การลงทะเบียนจดแจ้งปลูกกัญชาผ่านแอปพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ได้รับอนุญาตแล้ว ๗ - ๘ แสนราย ประชาชนสามารถปลูกกัญชาโดยไม่ต้องลงทะเบียน และสามารถนำช่อดอกมาขาย  ในราคากิโลกรัมละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีสารก่อให้เกิดอาการมึนเมา (Tetrahydrocannabinol : THC) อยู่ในระดับ ร้อยละ ๕ - ๒๐ แต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่ายพืช สัตว์ หรือส่วนของพืชหรือสัตว์ ตามบัญชีท้ายประกาศโดยห้ามนำช่อดอกกัญชาไปปรุงอาหาร (บัญชี ข้อ ๑๘) ซึ่งกำหนดสาร THC  ร้อยละ ๐.๒ ดังนั้น จึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้\\\\n \t\t๑. ให้นายกรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดเพื่อควบคุมกัญชา เนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุม ๔ ครั้ง แต่ยังไม่มีการพิจารณาในรายละเอียด หากกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรนำเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นางพรรณสิริ  กุลนาถศิริ มาประกอบการพิจารณา จะทำให้การพิจารณากฎหมายของรัฐสภาเป็นไปอย่างรวดเร็ว\\\\n \t\t๒. หากตราพระราชกำหนดไม่ทัน ให้นำพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาใช้บังคับ เพื่อให้กัญชาอยู่ในความควบคุมเช่นเดียวกับกาวและทินเนอร์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1078,516,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาถนนชำรุดลำบากต่อการสัญจรขนส่งผลิตผล","คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้นำที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีสภาพเสื่อมโทรม และที่ดินสาธารณประโยชน์ มาจัดสรรให้กับประชาชนที่ยากไร้ไม่มีที่อยู่อาศัยและ  ที่ดินทำกิน จำนวน ๘๖ ครัวเรือน โดยจัดสรรให้เป็นที่ทำกินครัวเรือนละ ๕ ไร่ และที่อยู่อาศัย ครอบครัวละ ๑ ไร่ พร้อมกับสร้างบ้านให้ ๑ หลัง ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางปฏิบัติ จนประสบความสำเร็จ สามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่ประสบปัญหาถนนในหมู่บ้านชำรุด เป็นร่องหลุม ส่งผลให้การสัญจรยากลำบาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อความสะดวกในการเดินทางและขนส่งผลผลิตทางการเกษตรต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1079,515,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","มหันตภัย “ใบสั่ง”","การแถลงข่าวของกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า มีแนวทางการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจราจรและไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ หากยังไม่ชำระค่าปรับจะขอศาลออกหมายจับนั้น กล่าวได้ว่าเป็นมหันตภัยอย่างร้ายแรงกับผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งหากมีการปลอมแปลงหรือเปลี่ยนแปลงป้ายทะเบียน โดยผู้กระทำความผิดได้ตัดต่อป้ายทะเบียนของบุคคลอื่นไปกระทำความผิดจนได้รับใบสั่งฯ แต่คนที่ได้รับใบสั่งฯ เป็นเจ้าของป้ายทะเบียนที่มิใช่ผู้กระทำความผิด ดังนั้น จึงเสนอให้ประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก เพื่อชะลอการเก็บภาษีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ประจำปี จนกว่าจะชำระค่าปรับจราจรเรียบร้อยแล้ว","กระทรวงคมนาคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1080,514,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การควบคุมการโฆษณาสินค้า Online และการคุ้มครองผู้บริโภคสินค้า Online","ปัจจุบันมีการโฆษณาขายสินค้าทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก มีสินค้าหลากหลายประเภท แม้กระทั่งปืนจำลอง (Blank Guns) ซึ่งมีการโฆษณาอย่างชัดเจนว่าสามารถยิงได้โดยใช้  กระสุนแบลงค์ซึ่งมีทั้งขนาด ๙ มิลลิเมตร หรือ ๑๑ มิลลิเมตร หรือ .๓๘ ซึ่งเป็นสิ่งเทียมอาวุธที่ผิดกฎหมาย เยาวชนหรือประชาชนสามารถหาซื้อได้ง่าย หากนำกระสุนจริงมาใส่อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมได้ ดังนั้น จึงทดลองสั่งปืนดังกล่าว จำนวน ๒ กระบอก ในราคากระบอกละ ๑,๓๐๐ บาท ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แต่สินค้าที่ได้รับเป็นตะแกรงใส่ของทอด ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร้านค้าออนไลน์รายอื่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคขาดความเชื่อถือต่อการสั่งสินค้าออนไลน์เพราะเกรงว่าจะได้รับสินค้า ไม่ตรงตามโฆษณา จึงขอให้เร่งดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑. ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบ ปราบปรามผู้ขายสินค้าและบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ Social Media ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผู้บริโภคได้รับสินค้าไม่ตรงตามคำสั่งซื้อ\\n \t\t๒. ให้กระทรวงพาณิชย์กำกับ ติดตาม และกำหนดมาตรการการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้มีการขายสินค้าที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรม จริยธรรม","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1081,513,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของชาวนา","เนื่องจากรัฐบาลไม่มีนโยบายให้เงินชดเชยช่วยเหลือชาวนาในฤดูทำนาปรัง ปัจจุบันต้นทุนการปลูกข้าว ประมาณ ๖,๔๐๐ บาท/ตัน ขณะที่ข้าวเปลือก ราคา ๗,๘๐๐ - ๘,๕๐๐ บาท/ตัน ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมากแต่ได้รับผลตอบแทนต่ำ ถึงแม้จะพยายามลดต้นทุนแล้วก็ยังคงเดือดร้อน ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยได้ประกาศปรับขึ้นราคาจำหน่ายข้าวสารเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ โดยข้าวสารบรรจุถุงขนาด ๕ กิโลกรัม จะปรับราคาขึ้น ๓๐ - ๕๐ บาท/ถุง ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ค้าคนกลางได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างของราคาขายข้าวเปลือกและข้าวสาร แต่ชาวนาเป็นผู้รับภาระต้นทุนการผลิต รวมถึงรับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเสนอให้พิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาพัฒนาสายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม โดยใช้ปุ๋ยเคมีปริมาณน้อยแต่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ข้าวโตทันต่อความต้องการของตลาด และทนทานต่อโรคและภาวะแห้งแล้ง\\n\t\t๒. ให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาควบคุมกำกับดูแลราคาจำหน่ายปุ๋ย ข้าวเปลือกและข้าวสารให้มีความสมดุลกัน\\n\t\t๓. ให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงโดยเร่งด่วน\\n \t\t๔. รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของชาวนาในฤดูทำนาปรังอย่างไร","นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1082,512,225,"นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การช่วยเหลือข้าราชการบำนาญในการรับสินเชื่อจากธนาคารของรัฐ","ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์หลายด้าน อาทิ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ น้ำมันเชื้อเพลิงราคาสูงและภาวะเงินเฟ้อสูงเนื่องจากสงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ธนาคารของรัฐจึงมีมาตรการด้านสินเชื่อเพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย โดยมีเงื่อนไขว่าสำหรับข้าราชการบำนาญต้องมีรหัสสำหรับหักบัญชีเงินบำนาญนำส่ง เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ข้าราชการบำนาญมี ๒ ประเภท คือ ๑) ข้าราชการบำนาญทั่วไป จะมีการออกหนังสือรับรองโดยกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีรหัสสำหรับหักบัญชีเงินบำนาญนำส่ง และ ๒) ข้าราชการบำนาญสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะมีการออกหนังสือรับรองโดย อปท. แต่ไม่มีรหัสสำหรับหักบัญชีเงินบำนาญนำส่ง ซึ่งมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน เป็นเหตุให้ไม่ได้รับการพิจารณาจากธนาคาร สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากต่อครอบครัว จึงเสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาดำเนินการเชื่อมต่อระบบบำเหน็จบำนาญค้ำประกันกับกรมบัญชีกลางโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ข้าราชการบำนาญในสังกัดสามารถเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ          ตามมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อของรัฐบาลต่อไป","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1083,511,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ตัวชี้วัดความคืบหน้าและความสำเร็จของรัฐวิสาหกิจชุมชนไทย","พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ส่งผลให้เกษตรกรสามารถพัฒนาตนเองโดยรวมกลุ่มกันประกอบธุรกิจในรูปวิสาหกิจชุมชน ประกอบธุรกิจการค้าที่ยังไม่เป็นนิติบุคคล เป็นชุมชนต้นแบบที่มีการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่เป็นคณะบุคคล ต่อมา ได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมุ่งเน้นให้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ที่กว้างขวางมากขึ้น โดยกำหนดให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่ในองค์ประกอบ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ ทำให้การพัฒนาเป็นระบบมากขึ้น ดังนั้น ขอสอบถาม ดังนี้\\n \t\t๑. ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกี่แห่ง แบ่งประเภทอย่างไร มีสมาชิกที่เป็นคณะบุคคลหรือบุคคลธรรมดาเท่าใด และมีวิสาหกิจฯ ที่เป็นนิติบุคคลรูปแบบอื่นเท่าใด\\n \t\t๒. วิสาหกิจชุมชนมีรายได้จากการประกอบกิจการเท่าใด หลังจากการตราพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่ ๒ แล้ว มีผลเป็นประการใด\\n \t\t๓. สมาชิกฯ ได้รับการส่งเสริมการดำเนินงาน พัฒนาการผลิต หรือเทคโนโลยีอื่นอย่างไร\\n \t\t๔. มีวิสาหกิจชุมชนที่รายได้อยู่ในเกณฑ์ต้องชำระภาษีจำนวนเท่าได และการบริหารจัดการด้านภาษีถูกต้องหรือไม่\\n \t\t๕. รัฐบาลมีนโยบายให้วิสาหกิจชุมชนเป็นฐานการผลิต การแปรรูป หรือบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างไร\\n\t\t๖. รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ท้องถิ่น ท้องที่ อาทิ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมวิชาชีพอื่น ๆ เข้าร่วมสนับสนุนอย่างไร","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1084,510,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","ความเดือดร้อนของประชาชน","สิ่งแปลกปลอมในลำน้ำโขง","จากคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อพบกับนายนิวัฒน์  ร้อยแก้ว ผู้นำกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ ซึ่งได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ทราบว่า ประชาชนในพื้นที่ชื่นชมรัฐบาลที่ได้มีมติคณะรัฐมนตรี          เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ให้ยุติโครงการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นโครงการขุดร่องน้ำ          เพื่อการเดินเรือพาณิชย์ นับเป็นการรับฟังประชาชนผู้ต้องการรักษาระบบนิเวศ แต่ได้รับผลกระทบจากการปิด - เปิดเขื่อน ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้น - ลง ผิดธรรมชาติ จำนวนพันธุ์ปลาลดลง ตะกอนหินที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำผันผวน อันเนื่องมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงแล้วเสร็จ จำนวน ๑๒ เขื่อน จากแผน ๒๘ เขื่อน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก่อสร้างเขื่อนฯ แล้วเสร็จ   จำนวน ๑ เขื่อน และได้กำหนดแผนก่อสร้างอีก ๘ เขื่อน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นแบตเตอรี่ของเอเชีย ซึ่งหมายความว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ในแม่น้ำโขง มากกว่า ๓๐ เขื่อน ในขณะที่ทวีปยุโรป  ๑๗ ประเทศ ได้รื้อถอนโครงสร้างเขื่อนไปแล้ว ๒๓๙ เขื่อน เพื่อให้ระบบนิเวศน้ำคืนสู่ธรรมชาติ ปลาอพยพขึ้นลงตามธรรมชาติ จำนวนพันธุ์ปลาเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาดำเนินการในนามรัฐบาลโดยใช้กลไกองค์กรแม่น้ำโขง หรือประชุมร่วมกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำโขง โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทุกประเทศได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ          อย่างสมศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกัน\\n","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1085,509,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนจากการบริการรถโดยสารประจำทาง","เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ ได้มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขาดระยะในหลายเส้นทางต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะหลังเวลา ๒๐.๐๐ น. จากข้อมูลศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง พบว่า ปัญหารถขาดระยะทางต้องรอนาน พบบ่อยที่สุด ร้อยละ ๘๙.๒ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ ร้อยละ ๗๕.๔ ไปเรียน/ทำงาน ช้ากว่ากำหนด ร้อยละ ๖๑.๔ ต้องใช้บริการขนส่งทางอื่นทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ร้อยละ ๓๗.๓ ต้องต่อรถหลายสาย และผลกระทบอื่น เช่น ต้องประสบมลภาวะทางถนนนานขึ้น กลับบ้านดึกเสี่ยงอันตราย รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนหมายเลขประจำสายรถมีความซับซ้อน จำยาก สร้างความสับสนว่าเป็นรถที่วิ่งเส้นทางเดิมหรือไม่ นอกจากนี้สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอภาพศาลาที่พักโดยสารรถประจำทางมีสภาพเก่า ชำรุด ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว และภาพพนักงานขับรถประจำทางที่ขับรถพร้อมกางร่ม เพราะฝนตกหลังคารั่ว จากนั้น ขสมก. ชี้แจงว่า ปัจจุบันมีรถโดยสารประจำทางลดลง ประมาณ ๒๐๐ คัน เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาเช่า และต้องสำรองรถฯ ร้อยละ ๕ สำหรับกรณีฉุกเฉิน จึงทำให้มีรถโดยสารวิ่งในแต่ละวัน ร้อยละ ๙๕ อีกทั้ง ขาดอัตรากำลังพนักงานขับรถ กว่า ๗๐๐ คน แต่พร้อมเร่งปรับปรุงแก้ไขภายใน ๑๕ วัน กรณีปัญหารถขาดระยะ ได้ปรับแผนการเดินรถใหม่โดยเฉพาะเส้นทางวิกฤติ ๒๗ เส้นทาง โดยเกลี่ยรถในเส้นทางและช่วงเวลาที่คนใช้บริการน้อยมาให้บริการในช่วงเย็นถึงค่ำ และตัดเส้นทางเดินรถเสริม ในเส้นทางที่มีระยะทางไกล โดยประเมินผลเป็นรายวันเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นกับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อให้พิจารณาการก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารให้เหมาะสม และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างมากขึ้น และยังคงให้บริการเดินรถประจำทางเป็นปกติแม้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ชี้แจงว่า กรณีการเปลี่ยนเลขประจำสายของรถโดยสารประจำทางนั้น เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาระบบรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งใช้เลขเดิมควบคู่กับเลขใหม่ที่จะใช้ โดยเริ่มประชาสัมพันธ์ด้วยการแจกแผ่นพับ และจะนำแอปพลิเคชันมาใช้ต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ประเมินผลการดำเนินการ วิธีการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานดังกล่าวว่าสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตรงจุดหรือไม่ อย่างไร และได้วางแผนเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาเช่นเดิมอย่างไร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1086,508,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ (BA.4, BA.5)","สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ย่อย ที่ BA.4 และ BA.5 ได้แพร่ระบาดในหลายประเทศรวมทั้งพบในประเทศไทยแล้ว โดยกล่าวว่ามีตำแหน่ง ที่อาจตรงกับ BA.2 สามารถก่อให้เกิดความรุนแรงต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลไม่มั่นใจในนโยบายผ่อนคลายของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงว่า พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวแล้วมีลักษณะติดเชื้อได้ง่าย อาจต่อต้านภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนได้มากขึ้น จากข้อมูลผู้ติดเชื้อมีอาการ ไม่รุนแรง จึงอาจเชื่อได้ว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อในขณะนี้อาจไม่มีผลต่อการแพร่ระบาดมากนัก อย่างไรก็ตาม ได้เตือนให้ประชาชนกลุ่ม ๖๐๘ (ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว สตรีตั้งครรภ์) ยังคงใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention For COVID-19) และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเป็นวงกว้างมากที่สุด โดยเฉพาะคำแนะนำในการสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีและตลอดเวลาเมื่อพบปะผู้อื่นและ ในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก กำหนดมาตรการการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในสถานที่ราชการทุกแห่งและระบบขนส่งสาธารณะ และให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในสถานศึกษา เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อฯ จากเยาวชนไปสู่ผู้ปกครอง ซึ่งอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดเป็นวงกว้างอีกครั้ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2565,"2022-06-28T00:00:00"],
    [1087,505,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....","ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่) .. พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าหากให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านการพิจารณาจากสภาจะเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เช่น สหกรณ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว จาก ๒๕๙ สหกรณ์ มีพื้นที่ปลูกอ้อย ๒ ล้านไร่       จะได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ยกตัวอย่าง มาตรา ๑๗ (๗) เรื่องการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อยว่าต้องใช้จำนวนสมาชิกชาวไร่อ้อย จำนวนไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คน และมีปริมาณอ้อยของสมาชิกส่งให้แก่โรงงานใดโรงงานหนึ่งรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๕ ของปริมาณอ้อยที่โรงงานนั้นหีบทั้งหมดในฤดูกาลผลิต ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาและแก้ไขไว้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า การที่สมาคมชาวไร่อ้อยกำหนดปริมาณอ้อยจำนวน ๕๕ เปอร์เซ็นต์    ต่อโรงงาน ทำให้สหกรณ์ได้รับความเดือดร้อน เพราะมีปริมาณอ้อยน้อยไม่ถึง ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสหกรณ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยจัดอยู่ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ดังนั้น การที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.) กำหนดหลักเกณฑ์มาตรา ๑๗ (๗) นั้น ทำให้ผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการได้เสียสิทธิและหายไปจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ซึ่งจะเหลือเพียงหนึ่งเดียว คือ สมาคม จึงเป็นความขัดแย้งและเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ๒๕๙ สหกรณ์ และปัจจุบันได้เกิดความแตกแยกขึ้นอย่างมาก กล่าวคือ โรงงานน้ำตาลอย่างน้อย ๓ สมาคม ถอนตัวออกจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เสนอเพิ่มเรื่องผลพลอยได้    ซึ่งผลพลอยได้คือกากอ้อย เป็นต้น ทำให้สร้างความไม่สบายใจให้แก่โรงงาน ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้น จึงขอเรียนว่า หากร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ขอให้พิจารณาเพื่อให้กฎหมายสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน และสร้างความเจริญ รุ่งเรืองในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทย","คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วุฒิสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1088,504,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงในการเดินทางมาสถานศึกษาของนักเรียนนักศึกษา","สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ต้องอาศัยรถประจำทาง รถรับส่งนักเรียน หรือรถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลในการเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียน กล่าวคือ ในปัจจุบันสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ผ่อนคลายลง กระทรวง ศึกษาธิการจึงให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติ (ONSITE) ได้ ประกอบกับขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นเหตุให้ผู้ปกครองของนักเรียนนักศึกษาเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้น จึงขอให้พิจารณา   หาแนวทางช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษา เช่น เงินอุดหนุนเป็นรายหัว หรือคูปองน้ำมัน เป็นต้น","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1089,503,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","นโยบายของรัฐบาล","การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางราง","จากสถานะระบบขนส่งสินค้าทางรางของประเทศไทย มีสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางราง ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนี้ (๑) การขนส่งทางถนน ร้อยละ ๘๖.๓๑ (๒) การขนส่งทางน้ำ ร้อยละ ๑๒.๓๕ (๓) การขนส่งทางราง ร้อยละ ๑.๓๓ และ (๔) การขนส่งทางอากาศ ร้อยละ ๐.๐๑  \\n\tทั้งนี้ การขนส่งทางรางแม้ว่าจะมีสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าที่น้อยกว่าแต่มีข้อได้เปรียบอยู่มาก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง และมีต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นมิตรต่อ  สิ่งแวดล้อม สามารถขนส่งสินค้าได้เป็นจำนวนมาก มีศักยภาพในการพัฒนาใช้ประโยชน์ได้ เพราะ        มีทรัพย์สินที่ดินเป็นจำนวนมากที่สามารถเอื้ออำนวย จากความสำคัญดังกล่าวเพื่อให้เข้าสู่ก้าวใหม่ของระบบการขนส่งทางรางไทย กระทรวงคมนาคมได้จัดทำข้อเสนอการพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมืองไว้ในยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕ ในการแถลงผลงานของกระทรวงคมนาคม ๔ ปี (ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๐) พบว่า รัฐบาลได้พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางรางให้เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ โดยเร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่ อนุมัติให้ดำเนินการเพิ่มเติม ๖ สาย รวมทั้งสานต่อโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่อีก ๙ สายทาง ทำให้ประเทศไทยมีโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มขึ้นเป็น ๓,๕๒๘ กิโลเมตร ส่งผลให้สัดส่วนโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๙   เป็นร้อยละ ๖๘ สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้าไปสู่ทุกภูมิภาค  \\n\tอย่างไรก็ตาม ในด้านประสิทธิภาพการขนส่งทางรางพบว่า ยังไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา พบว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางมีเพียงร้อยละ ๑.๒๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีสัดส่วนลดลงเหลือร้อยละ ๑.๒๓ มีเส้นทางรถไฟครอบคลุมเพียง ๔๗ จังหวัด ทำให้ขอบเขตการบริการจำกัด โครงสร้างพื้นฐานในการเดินรถบางแห่งเก่าล้าสมัย มีอายุการใช้งานมาก เฉลี่ยหัวจักร ๓๐ ปี ผู้ใช้บริการยังไม่นิยม เนื่องจากปัญหาความเร็วในการขนส่ง การตรงต่อเวลาหากเทียบกับการให้บริการของเอกชน ทำให้มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้เสนอแนวทางการเพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าทางราง ดังนี้ (๑) เพิ่มประสิทธิภาพโดยจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถอำนวยความสะดวกในการขนส่ง (๒) เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ (๓) แก้ไขกฎระเบียบ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ จากผลการศึกษาข้างต้นขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้  \\n\t(๑) การเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง หรือการเพิ่มปริมาณการขนส่งให้มากขึ้น   จะเป็นการเพิ่มการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้ \\n\t(๒) กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๘๐ ดังนี้\\n\t    - ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔ \t\\n\t    - ปี พ.ศ. ๒๕๗๐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗  \\n\t    - ปี พ.ศ. ๒๕๗๕ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘  \\n\t    - ปี พ.ศ. ๒๕๘๐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐  \\n\tหากดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าว อาจใช้ระยะเวลาดำเนินการถึง ๑๕ ปี ซึ่งปัจจุบัน การขนส่งสินค้ามีการแข่งขันค่อนข้างสูงอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  \\n\tจึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้     \\n\t    ๑. การเพิ่มสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป้าหมายร้อยละ ๔ ขณะนี้มีแนวโน้มว่าเป็นไปตามที่ตั้งไว้หรือไม่ และผลเป็นอย่างไร\\n\t    ๒. เป้าหมายในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ – ๒๕๘๐ จะมีแนวทางการเพิ่มสัดส่วนปริมาณ    การขนส่งสินค้าทางรางในแต่ละช่วงให้มากกว่านี้ได้อย่างไร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1090,502,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","ปิดช่องสุญญากาศกัญชาเสรี โดยประกาศให้เป็น “วัตถุออกฤทธิ์”","ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕  พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่สังคมก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับ    การควบคุม การครอบครอง และการใช้กัญชา ซึ่งทางออกของปัญหาสามารถดำเนินการได้โดยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดประกาศให้กัญชาเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ประเภทที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ คำนิยาม “วัตถุออกฤทธิ์” หมายความว่า “วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่เป็นสิ่งธรรมชาติหรือที่ได้จากสิ่งธรรมชาติ หรือ\\nวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่เป็นวัตถุสังเคราะห์” และมาตรา ๓๐ (๒) “ประเภท ๒ วัตถุออกฤทธิ์    ที่ใช้ในทางการแพทย์ และอาจก่อให้เกิดการนำไปใช้หรือมีแนวโน้มในการนำไปใช้ในทางที่ผิดสูง”     หากประกาศให้กัญชาเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ประเภท ๒ จะทำให้เกิดความสมดุลในระยะเปลี่ยนผ่านระหว่างด้านเสรีกับด้านควบคุมระหว่างรอร่างพระราชบัญญัติกัญชา และกัญชง พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1091,501,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","ความเดือดร้อนของประชาชน","การตั้งโรงงานผลิตแม่ปุ๋ย และแนวทางการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพงและขาดแคลน","ประเทศไทยได้ลงนามความร่วมมือในปฏิญญาสมานฉันท์แห่งอาเซียน ปี ๒๕๑๙ ต่อมากระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้มีโครงการอุตสาหกรรมอาเซียน (ASEAN Industrial Project : AIP) ของประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๒๓ โดยมีวัตถุประสงค์ที่ทำเหมืองแร่ และโรงแต่งแร่โพแทสเซียมที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตได้ ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ทำเกษตรปลอดภัย (Good Agricultural Practice) มีการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรไนโตรเจน-ฟอสฟอรัส -โพแทสเซียม (N-P-K) ตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อเป็นธาตุอาหารแก่พืช แต่ปัจจุบันปุ๋ยมีราคาสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ ๑๐๐ เปรียบเทียบเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ โดยปุ๋ยยูเรีย (ไนโตรเจน) จากเดิมตันละ ๑๑,๖๕๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท ปุ๋ยโพแทสเซียม จากเดิมตันละ ๑๕,๑๐๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท และปุ๋ยสูตรที่ชาวนาต้องใช้หลังการหว่านข้าวแล้ว มีการขาดแคลน และราคาแพง เช่น ปุ๋ย ๑๖-๒๐-๐ เดิมตันละ ๑๓,๐๐๐ บาท เป็น ๒๔,๕๐๐ บาท  \\n \tประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตโพแทสเซียมสูง เพราะมีแหล่งสำรองแร่โพแทสเซียมประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เป็นอันดับ ๔ ของโลก ประกอบด้วยแอ่งสกลนคร ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จังหวัด หนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนครพนม และแอ่งโคราช ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่โพแทสเซียมให้กับบริษัทเอกชน ๒ แห่ง แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตปุ๋ยได้ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผลแห่งความมั่นคงของเกษตรกร และความมั่นคงด้านการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อให้ประเทศไทย   เป็นครัวโลกต่อไป จึงมีข้อพิจาณา ดังนี้  \\n\t(๑) ขอให้กระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาผลักดันโครงการอุตสาหกรรมอาเซียนในการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมที่จังหวัดชัยภูมิให้สำเร็จเป็นรูปธรรม และพิจารณาประเด็นการถือครองหุ้นในส่วนของประเทศไทยที่กระทรวงการคลังเกี่ยวข้อง อีกทั้งให้โรงงานจัดทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมด้วย  \\n        (๒) ขอให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการสร้างโรงงานผลิตแม่ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น พิจารณาส่งเสริมโรงงานปิโตรเคมีลงทุนผลิตปุ๋ยไนโตรเจนจากผลพลอยได้ของการกลั่นน้ำมัน เป็นต้น \\n \t(๓) ขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพงและการขาดแคลนปุ๋ยสูตรที่เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ เช่น ปุ๋ยหลังการหว่านข้าวสูตร ๑๖-๘-๘ และ ๑๖-๒๐-๐ เป็นต้น พร้อมกับกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการกักตุนและผูกขาดการจำหน่ายปุ๋ยเคมี พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบ\\n \t(๔) ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงอย่างทั่วถึงในปริมาณที่เพียงพอและราคาที่เหมาะสมเพื่อเสริมคุณภาพดิน รวมถึงให้มีการอำนวย    ความสะดวกแก่เกษตรกรในการตรวจวิเคราะห์ดินอย่างทั่วถึงและรวดเร็วเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยสูตรที่เกินความจำเป็น","กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1092,500,214,"นายสุชัย บุตรสาระ","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอทราบความคืบหน้าในโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย","คณะกรรมการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ลงพื้นที่ ณ จังหวัดเลย เพื่อพบประชาชนและได้รับการสอบถามความคืบหน้าการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าจังหวัดเลย เนื่องจากเป็นโครงการที่เกิดจากความต้องการของประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง และเป็นบริการทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกัน ปัจจุบันการเดินทางขึ้นภูกระดึงใช้การเดินทางด้วยเท้า เป็นหลัก โดยมีลูกหาบขนสัมภาระที่จำเป็น ภูกระดึงมีสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  แต่การเดินทางต้องเดินทางด้วยเท้าเพียงอย่างเดียว เป็นทางลาดชันประมาณ ๕.๕ กิโลเมตร ทางราบอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางอย่างน้อย ๕ ชั่วโมง ดังนั้น จึงมีแนวคิดสร้างกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นภูกระดึง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ และเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบ ผลการศึกษาคือสามารถดำเนินการได้    มีการมอบหมายสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องเงียบหายไป เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ดำเนินการศึกษาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการศึกษานั้นโดยตลอด แต่โครงการดังกล่าวยังไม่มี ความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้           \\n\t(๑) โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงจังหวัดเลยยังคงมีโครงการที่จะดำเนินการ อยู่หรือไม่     \\n\t(๒) หากยังมีโครงการนี้อยู่ ปัจจุบันมีความคืบหน้าหรือได้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด และจะแล้วเสร็จเมื่อใด พร้อมทั้งขอให้เร่งรัดสนับสนุนโครงการดังกล่าวด้วย","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1093,499,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดการปัญหาจอกหูหนูยักษ์วัชพืชร้ายแรงแพร่ระบาดตามแหล่งน้ำทั่วประเทศ","การลงพื้นที่พบประชาชนได้รับการร้องเรียนปัญหาการแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจอกหูหนูยักษ์มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพืชที่มีความเปราะบาง หักง่าย และส่วนที่หักสามารถเจริญเติบโตต่อได้ เมื่อจอกหูหนูยักษ์ในแหล่งน้ำมีจำนวนมากจะทำให้น้ำเน่าเสีย ขาดออกชิเจน ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน กีดขวางการคมนาคม และมีผลต่อระบบนิเวศอย่างมาก ซึ่งในทางวิชาการได้จัดให้จอกหูหนูยักษ์เป็นวัชพืชที่มีความร้ายแรงที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นศัตรูพืชกักกัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ แต่ปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าจอกหูหนูยักษ์เพื่อจำหน่ายในวงการปลาสวยงามตามสื่อออนไลน์ จึงขอให้กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขปัญหาจอกหูหนูยักษ์โดยเร่งด่วน","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1094,498,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","ความก้าวหน้าการปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภค","สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้ทำหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในด้านการปฏิรูปด้านการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่ากระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ถือเป็นกลไกที่สำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทว่ากลไกในการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ยังขาดการสนับสนุน ดังนั้น จึงขอหารือไปยัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ    ที่กำกับดูแลการจัดตั้งและการดำเนินการของสภาองค์กรของผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้ง    สภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้       \\n\t(๑) ภาครัฐได้มีการสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคในระดับชุมชน อาทิ ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือไม่ เพียงใด       \\n\t(๒) การรณรงค์ในระดับองค์กร หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีคำประกาศเจตนารมณ์ที่สร้างมาตรฐานการปฏิบัติที่ดี ในการผลิตสินค้า การให้บริการ และการทำนิติกรรมสัญญาที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ตลอดจนการรักษามาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ อย่างไร     \\n\t(๓) กรณีที่เกิดความขัดแย้ง หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการอย่างไร เพื่อมิให้พระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคฯ กลายเป็นเครื่องมือสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการและ   สร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภค","สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1095,497,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","การบุกรุกป่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่อสังคมเป็นอย่างมาก สำหรับเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้ความสำคัญโดยจัดตั้งสำนักไต่สวนคดีด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะ เจ้าหน้าที่มีความรู้ ความชำนาญ ด้านกฎหมายทรัพยากร  ธรรมชาติฯ และสามารถนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้โดยเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้ความสำคัญในการให้ความรู้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยมี “หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา” ที่ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทุจริตมากขึ้นในการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรทางทะเล เช่น ทหาร ตำรวจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ด้านทรัพยากรธรรมชาติฯ  ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล และผู้มีอำนาจ ซึ่ง ป.ป.ช. จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาประกาศเรื่องดังกล่าวให้เป็นวาระของชาติ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างจริงจัง เพื่อให้ปัญหาร้ายแรงของชาติในเรื่องดังกล่าวหมดไปโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2565,"2022-06-21T00:00:00"],
    [1096,496,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","ปิดช่องสุญญากาศกัญชาเสรี - คุ้มครองเด็ก เยาวชน และสังคม","ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท\\nที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดดังกล่าว ทำให้นับตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ เกิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายจากนโยบายกัญชาเสรี เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะสร้างหลักเกณฑ์ควบคุมการใช้กัญชาให้อยู่ในกรอบนั้น รัฐสภายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยเพิ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการอุดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายสามารถทำได้โดยอาศัยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ในฐานะเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ ขั้นตอนดำเนินการโดยประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามมาตรา ๔๔ จากนั้นให้ประกาศหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขทั้งปวงในการบริโภค การใช้ การจำหน่าย และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกัญชาทั้งหมด โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๔๕ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔๕ มีเนื้อหาที่ครอบคลุมป้องกันมิให้นำกัญชาใช้ในทางที่ผิดประเภท ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียหายต่อเด็ก เยาวชน และสังคม","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1097,495,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางหลวงแผ่นดินสายหลักและความปลอดภัย บนทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ภายในเขตจังหวัดปราจีนบุรี","จากได้ปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับทางหลวงแผ่นดินสายหลักที่ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี คือ ทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ดังนี้\\n\t\t๑) ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อ\\nวันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ เรื่อง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (สายใหม่) สืบเนื่องจาก\\nทางหลวงสายดังกล่าวเป็นทางหลวงสายเอเชียหมายเลข ๑ (AH1) ตลอดเส้นทางมีการปรับปรุงให้เป็น ๔ - ๖ ช่องจราจร แต่คงเหลือเพียง ๒ ช่องจราจร มีสภาพเป็นถนนคอขวด ๒ ช่วง คือ กม.๑๔๒ ๕๐๐ - กม.๑๔๙ ๕๐๐ และ กม.๑๕๖ ๐๐๐ - กม.๑๖๒ ๐๐๐ ทำให้ระบบการจราจรไม่สมบูรณ์ เนื่องจากถนนตัดผ่านชุมชน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่คุ้นเคยจึงประสบอุบัติเหตุจำนวนมาก จึงขอให้ปรับปรุงทางหลวงในช่วงดังกล่าวเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อให้เป็นทางหลวงที่มีระบบการจราจรที่สมบูรณ์และ\\nลดปัญหาอุบัติเหตุ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา กราบเรียนประธานวุฒิสภาว่า กรมทางหลวงรับทราบปัญหาดังกล่าวและ\\nจะได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อดำเนินการขยายทางหลวงหมายเลข ๓๓ \\nตอน ปากพลี - อำเภอประจันตคาม แนวใหม่ (คันทางฝั่งขวาทาง) ระหว่าง กม.๑๔๒ ๘๐๐ - กม.๑๕๔ ๕๐๐ และ กม.๑๖๑ ๐๐๐ - กม.๑๖๘ ๐๐๐ หากได้รับการจัดสรรงบประมาณและดำเนินการแล้วเสร็จ\\nจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางได้เป็นอย่างดี \\n\t\t๒) ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อ\\nวันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง การพัฒนาทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กม. ๑๔๒ บ้านคลองรั้งตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี สืบเนื่องจากทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ซึ่งเป็น\\nเส้นทางหนึ่งที่มุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังจังหวัดนครราชสีมา \\nมีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก โดยขอให้พิจารณาปรับปรุงถนนสายดังกล่าวให้มีความปลอดภัย\\nสะดวก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา กราบเรียนประธานวุฒิสภาว่า กรมทางหลวงได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ สาย ตำบลเขาหินซ้อน - อำเภอกบินทร์บุรี ตอน ตำบลเขาหินซ้อน - บ้านคลองรั้ง เพื่อบูรณะและขยายช่องจราจรเป็น ๖ ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงทางแยก หากได้รับงบประมาณจะเร่งดำเนินการก่อสร้างต่อไป\\n\t \tอย่างไรก็ตาม จากการติดตามตรวจสอบเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ไม่ปรากฏโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ แต่อย่างใด ทั้งที่กระทรวงคมนาคมได้ขอรับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาผลักดันให้มีการจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อใช้ในการดำเนินการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้\\nทางหลวงดังกล่าว\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1098,494,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ข้าราชการบำนาญเป็น “ช้างป่วย” สร้างภาระให้แก่ประเทศจริงหรือ?","จากกรณีนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ประเด็นเกี่ยวกับงบประมาณบำนาญข้าราชการ สรุปใจความสำคัญได้ว่า วงเงินงบประมาณสำหรับจ่ายเป็นบำนาญให้แก่ข้าราชการเกษียณมีจำนวนสูงเกินไป โดยประเทศไทยต้องใช้จ่ายงบประมาณจำนวนสูงถึงร้อยละ ๔๐ ไปกับรายจ่ายด้านบุคลากรของราชการ เงินเดือน สวัสดิการ และบำนาญข้าราชการเพิ่มสูงขึ้นทุกปี กล่าวเฉพาะในส่วนที่เป็นบำนาญ ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องใช้เงินงบประมาณจ่ายเป็นบำนาญเพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า เพียงงบประมาณบำนาญของข้าราชการก็เกินงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาประเทศไปมาก กระบวนการของรัฐราชการที่อุ้ยอ้ายนี้จึงเป็นเหมือนช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้ ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ประเทศชาติจะพัฒนาต่อไปได้อย่างไร \\nเงินบำนาญที่จ่ายเป็นรายเดือนให้แก่ข้าราชการบำนาญ ทำให้ประเทศเปรียบเสมือนเป็น “ช้างป่วย” \\n\t\tการอภิปรายดังกล่าวทำให้ข้าราชการเกษียณทั่วทั้งประเทศ เสียขวัญกำลังใจ และกังวลว่าฝ่ายการเมืองจะตัดลดงบประมาณที่จะจ่ายเป็นบำเหน็จบำนาญ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน\\nแก่ครอบครัว รวมทั้งทำให้เกิดความไม่พอใจแก่ข้าราชการเกษียณ เหมือนถูกเหยียดหยามว่า\\nเงินบำนาญที่จ่ายให้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และเป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งที่การรับราชการ\\nจนเกิดสิทธิรับบำนาญได้นั้น จะต้องรับราชการต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลา ๒๕ ปี ต้องมีความเสียสละ อดทน ขยัน หมั่นเพียร ปฏิบัติราชการเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า ซึ่งเงินเดือนที่ข้าราชการได้รับเมื่อบรรจุครั้งแรกเป็นจำนวนเงินที่ต่ำมาก ต้องเสียสละตนเองตลอดเวลา เพียงหวังว่าจะมีเงินบำนาญไว้เลี้ยงชีพในยามเกษียณอายุราชการ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความเชื่อมั่นแก่ข้าราชการบำนาญว่าจะไม่มีการตัดงบประมาณดังกล่าว และควรหาแนวทางที่จะสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการบำนาญให้มีความภาคภูมิใจที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ หากมีแนวความคิดที่จะตัดลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศ โปรดพิจารณาตัดลดหรือปรับปรุงกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเป็นลำดับแรก","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1099,493,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","วงงานรัฐสภา","ปรากฏการณ์ครั้งแรกในการจัดประชุมสัมมนาของรัฐสภาไทยที่มีบริการล่ามภาษามือ คำบรรยายแทนเสียง เสียงบรรยายภาพ","การจัดสัมมนาเหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน ในวาระวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี ขอชื่นชมการดำเนินการของคณะกรรมการจัดงานและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในเรื่องรูปแบบการจัดประชุม สัมมนา ที่ให้มีบริการล่ามภาษามือ คำบรรยายแทนเสียง (Closed Caption : CC) เสียงบรรยายภาพ (Audio Description : AD) ถือเป็นต้นแบบในการจัดการประชุม สัมมนา โดยภาครัฐของประเทศไทย ซึ่งบริการดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องปกติของการจัดการประชุม สัมมนาในระดับสากล ทั้งในการแถลงข่าวของผู้นำประเทศ การประชุมขององค์กรระหว่างประเทศ หรือบริษัทข้ามชาติระดับโลก ทั้งนี้ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๓ วรรค ๒ ระบุว่า ในการประชุมวุฒิสภาเฉพาะที่เป็นการเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมได้ ตามระเบียบที่ประธานวุฒิสภากำหนดไว้ และให้ประธานวุฒิสภาจัดให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และจัดให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางเครื่องขยายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์วงจรปิดภายในบริเวณของรัฐสภา รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น และล่ามภาษามือ หากมีเหตุขัดข้องให้แจ้งที่ประชุมทราบ ทั้งนี้ อาจจัดให้มีคำบรรยายแทนเสียงด้วยก็ได้ ซึ่งในงานดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินการได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันและสามารถทำให้ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาเป็นจริง โดยบริการล่ามภาษามือเป็นที่คุ้นชินแล้ว แต่หากนำการบริการคำบรรยายแทนเสียง และเสียงบรรยายภาพมาใช้ในทุกการประชุมของวงงานรัฐสภาจะก่อให้เกิด\\nประโยชน์ เช่น ระหว่างการประชุมไม่ได้ตั้งใจฟังประเด็นบางช่วงก็สามารถอ่านได้จากตัวอักษรบรรยายใต้ภาพได้ อีกทั้ง เมื่อเลิกประชุม สัมมนาแล้ว สามารถได้รับบทถอดข้อความการประชุมทุกตัวอักษรภายในไม่กี่นาที ซึ่งเป็นการตอบสนองความจำเป็นของคนบางกลุ่ม และเป็นการเติมเต็มบรรยากาศและประสบการณ์การเข้าถึงเนื้อหาสาระของทุกคน ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางดังนี้\\n                ๑. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชุมวุฒิสภาและรัฐสภา ควรเตรียมการจัดทำบริการดังกล่าว เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การประชุมของรัฐสภาไปสู่การดำเนินงานในภาคปกติ \\nทั้งในการประชุมวุฒิสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นการเติมเต็มประสบการณ์การเข้าถึงการประชุม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประชาธิปไตย\\n \t\t๒. การประชุมคณะรัฐมนตรี การแถลงข่าวของหน่วยงานภาครัฐ การจัดการประชุม สัมมนาระดับชาติของรัฐบาล ควรจัดให้มีบริการดังกล่าวเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีความหลากหลาย","รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1100,492,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T) งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับ ๓,๐๐๐ ตำบล โดยการจ้างบัณฑิตที่จบการศึกษาไม่เกิน ๓ ปี ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน และประชาชน ๑๕,๐๐๐ คน เฉลี่ยตำบลละประมาณ ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี มีอาจารย์มหาวิทยาลัย จำนวน ๗๖ แห่ง เข้าร่วมโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาได้ใช้กระบวนทัศน์ในการจัดการความรู้\\\\nแบบนักวิจัยในกระบวนการสร้างทักษะดิจิทัลเทคโนโลยีในเรื่องของการเงิน ภาษา สังคม มีการจัดเก็บฐานข้อมูลชุมชนเป็น Big Data เพื่อให้สามารถใช้ประมวลประเด็นปัญหา ดังนั้น จึงขอสอบถามดังนี้ \\\\n๑) ได้มีการดำเนินโครงการทั้ง ๓,๐๐๐ แห่งหรือไม่ และดำเนินการอย่างไร ๒) มีการดำเนินการ\\\\nที่นำไปสู่การจัดการความรู้ได้มากน้อยเพียงใด ๓) มีอาจารย์ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาหรือชุมชนหรือไม่ พบปัญหาอุปสรรคอย่างไร ๔) มีปัญหาความขัดแย้งในการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์ นักศึกษา\\\\nและประชาชนมากน้อยเพียงใด และ ๕) ผลกระทบที่ได้รับทางสังคม (Social Return On Investment) เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และ ผลกระทบ (Impact) อย่างไร ทั้งนี้ ต้องการเห็นภาพรวมของคณะกรรมการที่ปรึกษาของโครงการ U2T ในระดับจังหวัดและระดับตำบลโดยการให้คนที่มีความรู้ความสามารถในพื้นที่เป็นผู้ดูแลข้อมูลต่าง ๆ และสร้างตัวชี้วัดระยะปานกลาง อีกทั้ง ขอเสนอให้นำโครงการต่างๆ ที่ลงไปสู่ชุมชน หมู่บ้าน ในกลไกของภาครัฐมาบูรณาการเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการสร้างตำบลเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มิใช่การฝึกงานของนักศึกษาหรือเพื่อการวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัย\\\\n","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1101,491,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","ข้อเสนอและมาตรการควบคุมการเสพกัญชาเสรียามไร้กฎหมายควบคุม","   จากเรื่องข้อเสนอและมาตรการควบคุมการเสพกัญชาเสรียามไร้กฎหมายควบคุม โดยมีข้อสรุปจากนโยบายกัญชาเสรี ดังนี้\\n   ๑. ขณะนี้ดอกกัญชาไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติด เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศปลดออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕ ซึ่งช่อดอกกัญชามีสารเตตรา\\\\nไฮโดรแคนนาบินอยด์ (Tetrahydrocannabinol : THC) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการมึนเมาอยู่ในระดับ ๒-๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ดังนั้น ข้อกำหนดที่ออกมาเพื่อควบคุมสารสกัดจากกัญชา ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เป็นผล เพราะช่อดอกกัญชาเป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งจากการสูบ เสพ และปรุงอาหาร\\n   ๒. ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีห้องปฏิบัติการ (Laboratory : Lab) สำหรับตรวจสาร THC สำหรับห้องปฏิบัติการขนาดเล็กมีค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ประมาณ ๓-๕ ล้านบาท ซึ่งนโยบายกัญชาเสรีต้องมีห้องปฏิบัติการทุกอำเภอ ทั้งนี้การตรวจสาร THC มีค่าใช้จ่ายครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก\\n   ๓. ขณะนี้มีขบวนการค้ากัญชาที่เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยปลูกกัญชาในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนหลายแสนไร่รอบประเทศไทย จากนั้นจะนำข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบขบวนการค้ากัญชาในประเทศเพื่อนบ้าน\\n   ๔. มาตรการที่ออกมาในการควบคุมการเสพกัญชาเสรีไม่มีความเข็มงวดมากพอ เช่น มาตรการประกาศควันจากกัญชาเป็นเหตุรำคาญมีโทษปรับ ๒๕,๐๐๐ บาท มาตรการห้ามขับรถยนต์สาธารณะ แต่ไม่ได้ห้ามขับขี่จักรยานยนต์ รถยนต์ และไม่ได้ห้ามคนเสพกัญชาออกมาบนท้องถนน ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับสังคมในระยะต่อไป อีกทั้ง ไม่ได้ห้ามเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงกัญชา\\n   ๕. ประเทศไทยละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๖๑ และสาร THC ยังเป็นสารวัตถุออกฤทธิ์ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๗๑ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีกฎหมายควบคุมกัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้\\n   ๖. ประชาชนปลูกเสรี เสพเสรี และประกอบอาหารเสรี จะมีแนวทางควบคุมอย่างไร เพราะใบและช่อดอกกัญชา มีสาร THC สูงมากและอันตรายต่อร่างกาย\\n   ๗. นายกรัฐมนตรีควรรับฟังความเห็นจากอายุรแพทย์ กุมารแพทย์ จิตแพทย์ และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ให้ความเห็นคัดค้านกัญชาและกัญชงเป็นสิ่งต้องห้ามเช่นเดียวกับสุรา\\n   แนวทางแก้ไข ดังนี้\\n   ๑. คณะรัฐมนตรีควรมีมติห้ามใช้ เสพ สูบ ปรุง หรือด้วยวิธีอื่นใด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นช่อดอกกัญชาในทางสันทนาการทุกกรณี เพราะมีสาร THC ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการมึนเมาสูง ๒-๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ยกเว้นการนำมาเพื่อการปรุงยาทางการแพทย์ และเพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชาโดยเมื่อสกัดแล้วต้องนำมาเจือจางให้เหลือสาร THC ไม่เกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์\\n   ๒. พิจารณาตราพระราชกำหนดโดยนำสาระสำคัญบางส่วนของร่างพระราชบัญญัติกัญชา และกัญชง พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง มาปรับปรุง\\\\nแก้ไขในการห้าม ควบคุมการนำเข้า ส่งออก ขนย้าย ดูแลเด็ก เยาวชน และสังคม เพราะกว่าร่างพระราชบัญญัติกัญชา และกัญชง พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาอาจจะไม่ทันในสมัยของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ซึ่งจะเกิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายเป็นเวลานานจนถึงวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดต่อไป\\n   ๓. เร่งรัดออกประกาศหรือระเบียบเพื่อแยกการใช้กัญชาออกเป็น ๓ ประเภท กล่าวคือ ๑) กัญชาครัวเรือน ๒) กัญชาการค้า และ ๓) กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งกลุ่มกัญชาทางการค้าควรมีสูตรหรือข้อมูลในการผสมเครื่องดื่มและอาหาร มีการตรวจสอบสาร THC ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกครั้ง\\n   ๔. มาตรการกำกับดูแลช่วงในระยะเวลานี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ นโยบายตำรวจแห่งชาติต้องสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบเส้นทางการขนย้าย การจำหน่าย กัญชาชนิดที่สามารถสูบได้ มีการจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งขณะนี้ไม่มีกฎหมายควบคุมบังคับแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนโดยควรหามาตรการทางกฎหมายอื่นใดที่จะดำเนินการจับกุม หรือเพื่อป้องปรามไม่ให้คนขายกัญชาโดยเสรี\\n   ๕. เร่งรัดจัดสรรทุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยในการศึกษาผลกระทบเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดจุดคุ้มทุน โดยนำประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาชั่งน้ำหนักกับผลเสียทางสังคม ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวไม่ควรมอบให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการวิจัย เนื่องจากเป็นเจ้าของเรื่องอาจเกิดอคติในการแปรผล ควรให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดำเนินการวิจัย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1102,489,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การออกเอกสารสิทธิ์รุกป่าชุมชนดงบ้านผึ้ง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ","   จากพื้นที่ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่เป็นป่าชุมชน จำนวน ๓ แปลง มากกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๔ หมู่บ้าน มีชาวบ้านในพื้นที่และคณะกรรมการป่าชุมชนที่เข้มแข็งเพื่อดูแลรักษาป่าชุมชนมาอย่างยาวนาน จนได้รับพระราชทานธง “พิทักษ์ป่า รักษาชีวิต” หรือที่พี่น้องประชาชนทราบในนามธงพิทักษ์ป่า ช้างสามเศียร จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเมื่อปี ๒๕๖๓ เกิดกรณีชาวบ้านประท้วงผู้ที่อ้างเอกสารสิทธิ์บางรายได้บุกรุกพื้นที่ป่าทำลายต้นไม้ รุกล้ำเขตป่าชุมชนดงบ้านผึ้งหลายสิบไร่ ซึ่งเป็นเขตป่าชุมชนที่ทางราชการปักหลักเขตไว้ชัดเจนแล้ว ต่อจากนั้น มีการสำรวจตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ป่าไม้ และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าชุมชน ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ และจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทราบว่า การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างล่าช้า และมีแนวโน้มว่าชาวบ้านที่ดูแลรักษาป่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้ชาวบ้านเกิดความห่วงใยและวิตกกังวล ในขณะที่ผู้บุกรุกพื้นที่ป่าชุมชนบางรายยังเดินหน้าเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าชุมชนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดำเนินการรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะอย่างจริงจังและรวดเร็วต่อไป ซึ่งอาจใช้โมเดลเกาะนุ้ยนอกที่หลายหน่วยงานได้ร่วมมือกันจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี","กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมที่ดิน และกรมป่าไม้","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1103,488,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาเงินเฟ้อของประเทศ","   เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเงินเฟ้อของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ ๗.๑ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามควบคุมเงินเฟ้อของประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ ๑ - ร้อยละ ๓ เท่านั้น จากสถานการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจโลก พบว่า ปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้มีสาเหตุมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ขาดแคลนสินค้า อาหาร และพลังงาน จึงส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันและแก๊ส ประกอบกับความขัดแย้งในยุโรปและการปฏิเสธการใช้ก๊าซธรรมชาติจากประเทศรัสเซีย ทำให้ความต้องการพลังงานมีมากขึ้น ราคาพลังงานจึงปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ราคาเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศไทยมีราคาสูงขึ้นมาก กล่าวคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ราคาลิตรละ ๒๒.๕๐ บาท ถึง ๒๔.๖๗ บาท ปรับขึ้นเป็น ๔๓.๔๔ บาท ถึง ๔๔.๕๐ บาท ปรับเพิ่มขึ้นถึง ๑ เท่าตัว ภายในระยะเวลา ๔ เดือน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดในส่วนของต้นทุนการผลิตตามความเป็นจริงที่จัดซื้อโดยไม่ต้องอ้างอิงราคาตลาดโลก แก้ไขราคาต้นทุนให้ถูกลงโดยการปรับสัดส่วนเอทานอลให้เหมาะสม รวมทั้งติดต่อขอซื้อน้ำมันราคามิตรภาพจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง นอกจากนี้ รัฐบาลควรกำหนดมาตรการประหยัดพลังงานภาพรวมของประเทศ เพื่อลดการขาดดุลการค้าและดุลการชำระเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2565,"2022-06-14T00:00:00"],
    [1104,487,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้แก้ไขปัญหาเส้นทางขนส่งผลไม้ภาคตะวันออก","   ภาคตะวันออกของประเทศไทยสามารถปลูกผลไม้ได้ผลผลิตปีละประมาณ ๕-๖ แสนตัน รถขนส่งผลไม้ต้องสัญจรบนทางหลวงหมายเลข ๓ ไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐ คัน เพื่อส่งผลผลิตไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศและเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งการขนส่งผลไม้จะเริ่มปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน แต่ถนนสายดังกล่าวกลับมีการซ่อมผิวจราจรโดยปิดช่องจราจรทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณสามแยกแกลงถึงจันทบุรี มีไฟสัญญาณจราจรอีกเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ ทั้งทางอากาศและทางเรือเกิดความล่าช้าไม่ทันเรือและเครื่องบิน ผลไม้ตกค้างเน่าเสีย ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นทุกปีที่กรมทางหลวงได้รับงบประมาณแล้วจึงดำเนินการซ่อมแซมในช่วงเวลาดังกล่าวเสมอ รวมถึงการซ่อมแซมมีความล่าช้าและบางวันไม่มีคนงานทำงาน ก่อให้เกิดความล่าช้าและความเสียหายต่อธุรกิจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการซ่อมแซมผิวจราจรภาคตะวันออกนั้น สามารถดำเนินการช่วงใดของปีงบประมาณก็ได้ แต่ต้องมิใช่ฤดูกาลขนส่งผลไม้ที่มีระยะเวลาเพียง ๔ เดือน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาทบทวนแผนการปรับปรุงซ่อมแซมถนนโดยคำนึงถึงฤดูกาลผลผลิตและการขนส่งสินค้า เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศต่อไป","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1105,486,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอทราบข้อมูลความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของกิจการลูกเสือวิสามัญ","   จากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในประเด็นชุดเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี เพิ่มภาระให้กับผู้ปกครองนอกเหนือไปจากชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดพละ ชุดเพื่อการแสดง ค่าอุปกรณ์งานฝีมือ หรือค่าใช้จ่ายจิปาถะในช่วงเปิดภาคการศึกษาอยู่เสมอ ซึ่งสถานศึกษาแต่ละแห่งควรสอบถามความเห็นสมาคมผู้ปกครองเพื่อรับทราบปัญหาและดำเนินการช่วยเหลือ การใช้มาตรการใดก็ตามจะต้องไม่ก่อให้เกิดการด้อยค่ากิจกรรมลูกเสือ และเนตรนารี โดยควรทำให้ประชาชนได้ทบทวนว่ากิจกรรมลูกเสือฯ มีคุณูปการต่อตัวเยาวชน ประชาชน ครอบครัว สังคม ชุมชน และประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมลูกเสือเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการกำหนดกิจกรรมในวิชาลูกเสือ ได้แก่ การฝึกแถว ฝึกระเบียบ เรียนรู้การใช้ชีวิตรวมหมู่ที่ต้องมีระเบียบวินัย และมีวิชาต่างๆ เพื่อการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้กระทั่งวิชาการสอดแนม (Scouting) ได้มีการกำหนดวิชาลูกเสือสำรองในระดับประถมศึกษา ลูกเสือสามัญในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ลูกเสือวิสามัญในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรืออาชีวะ หรืออุดมศึกษา สำหรับผู้บังคับบัญชาลูกเสือก็ยังมีการอบรมในหลักสูตรต่างๆ ทั้งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝึก ผู้อำนวยการฝึก แต่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารซึ่งผู้ที่ศึกษาได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เป็นเหตุให้นักเรียนระดับมัธยมปลายไม่สนใจวิชาลูกเสือวิสามัญอีกต่อไป ดังนั้น ขอหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n   ๑) ปัจจุบันมีลูกเสือวิสามัญสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย อาชีวศึกษา หรือระดับ อุดมศึกษา จำนวนเท่าใด\\n   ๒) มีแนวทางสนับสนุนกิจการลูกเสือวิสามัญอย่างจริงจังหรือไม่ และได้กำหนดงบประมาณสนับสนุนเพียงใด\\n   ๓) มีการศึกษาผลสัมฤทธิ์ และการวิจัยเพื่อปรับให้เข้ากับยุคสมัยหรือไม่","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1106,485,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","สร้างจิตสำนึกนักเรียนในสถานศึกษา","ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเรื่องการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาว่าควรมีนโยบายในการอบรมให้ความรู้สร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจในการรับรู้\\nเท่าทันสื่อ ซึ่งเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวนมากจะมีอุปกรณ์รวมทั้งเครื่องมือสื่อสาร จึงมีการรับสื่อที่หลากหลายและสื่อบางประเภทที่ไม่ถูกต้องสร้างสรรค์ ทำให้เยาวชนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เคารพครู และไม่เคารพพ่อแม่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดอบรมแก่นักเรียนเพื่อให้รู้เท่าทันสื่อ","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1107,484,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ขอให้ขยายเวลาประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ออกไป ๙๐ – ๑๒๐ วัน","   เนื่องจากได้รับการปรึกษาจากราชวิทยาลัยหลายแห่งผ่านทางแพทยสภาว่ามีความ\\\\nเป็นห่วงในเรื่องช่องว่างระยะเวลาเมื่อครบ ๑๒๐ วัน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ซึ่งจะมีผลให้ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทำให้กัญชาและกัญชงพ้นจากยาเสพติดประเภทดังกล่าว ยกเว้นสารสกัดจากทุกส่วนของกัญชาและกัญชงที่มี เตตราไฮโดรแคนนาบินอยด์ (Tetrahydrocannabinol : THC) เกินกว่าร้อยละ ๐.๒ และสารสกัดที่ได้จากเมล็ดกัญชาและกัญชงจากต่างประเภท ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้สามารถปล่อยตัวผู้ต้องหา ลดคดียาเสพติด และการทำงานวิจัยมีความสะดวกมากขึ้น แต่หากนำช่อดอกมาใช้เพื่อนันทนาการเพื่อความบันเทิงและสนุกสนาน จะเกินกว่าวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลเคยชี้แจงต่อรัฐสภาไว้ ทั้งนี้ การปลูกกัญชา การเสพกัญชา การค้ากัญชาทั้งสดและแห้ง การซื้อขายกัญชาที่ทำในตลาดมืด การค้านอกระบบ การค้าทางออนไลน์จะสามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายจะมีผลทำให้หลายพื้นที่เป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาดของกัญชา เช่น สถานบันเทิง สถานบริการ และแหล่งพบปะสังสรรค์รวมกลุ่มของเยาวชน ส่งผลกระทบด้านสุขภาพ ปัญหาทางสังคม อุบัติเหตุที่จะเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเสพของเยาวชน กรณีนี้จะทำให้ประเทศไทยขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๖๑ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๗๑ และขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบการค้ายาเสพติด และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๘๘ ในความผิดทางอาญาเกี่ยวกับกัญชาซึ่งการกระทำของกลุ่มเครือข่ายการผลิตและค้ากัญชาทั้งในประเทศและที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศปลายทางที่มีการส่งกัญชาไปจำหน่ายในตลาดมืดจะกลายเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ผิดกฎหมายในประเทศไทยในช่วงที่มีช่องว่างของกฎหมาย ย่อมมีการละเมิดอนุสัญญาดังกล่าว และประเทศไทยอาจเป็นประเทศเดียวที่ละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติในลักษณะนี้ ทั้งที่ปัจจุบันมีเพียง ๒ ประเทศ ที่ให้เสพกัญชาเพื่อนันทนาการได้ คือ ประเทศอุรุกวัย และประเทศแคนาดา ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีเพียง ๑๙ มลรัฐ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยถูกเพ่งเล็งจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณากรณีการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ออกไป ๙๐ - ๑๒๐ วัน เพื่อรอร่างพระราชบัญญัติกัญชาและกัญชง พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1108,483,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกรผู้ปลูกขนุน","เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ องค์การบริหารส่วนตำบลสระว่านพระยา อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดเทศกาลขนุนโลก หนุนนำ หมากมั่งมี ครั้งที่ ๑ โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสินค้า OTOP ซึ่งอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา \\nเป็นแหล่งปลูกขนุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเกษตรกรประกอบอาชีพปลูกขนุนประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่เศษ มีรายได้หลายร้อยล้านบาทจากส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และบางประเทศในแถบยุโรป ต่อมาเมื่อปลายปี ๒๕๖๓ เกิดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ การส่งออกไปยังต่างประเทศมีความยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากมาตรการควบคุมโรค ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกขนุนได้รับความเดือดร้อน จากเดิมราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ ๒๐ - ๓๐ บาท ปัจจุบันราคาจำหน่ายเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๒ บาท หรือ จากเดิมจำหน่ายลูกละ ๕๐๐ บาท ปัจจุบันจำหน่ายได้เพียงลูกละ ๕๐ บาท \\nแต่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้\\n\t\t๑. ขอให้ประสานงานเรื่องการส่งออกขนุนและผลิตผลจากขนุนไปยังตลาดต่างประเทศ \\n\t\t๒. ขอให้ส่งเสริมการซื้อขายภายในประเทศ หรือส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตจากขนุน\\nเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกขนุนมีรายได้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้\\n","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1109,482,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติ ระบบ M-Flow","กระทรวงคมนาคมได้นำระบบ M-Flow มาใช้ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียม \\nซึ่งเป็นการให้รถยนต์ผ่านด่านก่อนและจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมในภายหลังผ่านบัตรเครดิต จากเดิมที่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ๒ แบบ คือ ๑) แบบชำระเงินสด และ ๒) ระบบ M-Pass/Easy Pass ซึ่งเป็นการ\\nเติมเงินไว้ในบัตรและตัดเงินเมื่อรถยนต์ผ่านด่าน โดยกระทรวงคมนาคมมีโครงการนำร่องระบบ M-Flow \\nที่ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก บริเวณอำเภอธัญบุรีถึงอำเภอลำลูกกา ซึ่งด่านจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีช่องบริการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรวมทั้งหมด จำนวน ๑๕ ช่อง แบ่งเป็น ๑) ช่องชำระเงินสด จำนวน ๖ ช่อง ๒) ช่องระบบ M-Pass/Easy Pass จำนวนเพียง ๑ ช่อง และ ๓) ช่องระบบ M-Flow จำนวนมากถึง ๘ ช่อง ทั้งที่ระบบ M-Pass/Easy Pass มีบัญชีผู้ใช้บริการ จำนวนกว่า ๒ ล้านบัญชี ขณะที่ระบบ M-Flow ซึ่งเป็นระบบใหม่มีบัญชีผู้ใช้บริการเพียง ๓ แสนบัญชีเท่านั้น เป็นเหตุให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการดังนี้ \\n๑) ปรับปรุงช่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางให้มีความสอดคล้องกับจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการ \\n๒) แม้ว่าระบบ M-Flow จะเป็นระบบผ่านก่อนจ่ายเงินในภายหลัง หากผู้ใช้บริการ\\nลืมจ่ายต้องเสียค่าปรับ หรือต้องมีการผูกบัญชีกับบัตรเครดิตนั้น ผู้ใช้บริการบางคนไม่สะดวกชำระ\\nผ่านบัตรเครดิต จึงควรให้เป็นทางเลือกของผู้ใช้บริการ ไม่ควรบังคับให้ใช้บริการช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น\\n๓) ปรับปรุงช่องบริการอัตโนมัติทุกช่อง ให้สามารถรองรับทั้ง ๓ ระบบ คือ ระบบ \\nM-Pass/Easy Pass และระบบ M-Flow โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ทำให้สามารถบริหารจัดการร่วมกันได้","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1110,481,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","นโยบายของรัฐบาล","การติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5","   ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผชิญกับสถานการณ์มลพิษทางอากาศฝุ่นละออง PM2.5 ที่รุนแรง ในระหว่างปี ๒๕๖๑ โดยรายงานของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จนอยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยยังมีปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานติดอันดับโลก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดขอนแก่น มีมลพิษทางอากาศสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ ๑) ด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มอัตราการป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจหลอดเลือด และมีผลต่อผิวหนัง และดวงตา ชักนำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และ ๒) ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ส่งผลให้ครัวเรือนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากค่ารักษาพยาบาลและค่าอุปกรณ์ป้องกันมลพิษ นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประชาชนลดการออกนอกบ้าน ยอดขายร้านอาหารและร้านค้าปลีกปรับตัวลดลงโดยรัฐบาลในขณะนั้นได้มีมาตรการและการรณรงค์แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายประการ อาทิ รณรงค์ไม่ให้จุดไฟเผาไร่ข้าวโพดและไร่อ้อย แนะนำให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกนอกบ้าน ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดมลพิษ ใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบสภาพมลพิษในอากาศ เป็นต้น ต่อมา ในปี ๒๕๖๒ โลกเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ถูกจัดให้เป็นปัญหาสำคัญลำดับรอง และการสื่อสารสร้างการรับรู้แก่ประชาชนลดลง โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยงานหลักได้เสนอแผนบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” (พ.ศ. ๒๕๖๓) และแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ และเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ตามลำดับ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\\n   ๑. ในการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕) \\\\nซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการดำเนินการถึงขั้นตอนใด และผลการดำเนินการเป็นอย่างไร\\n   ๒. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วางแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ไว้อย่างไร","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1111,480,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒","พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ จะส่งผลกระทบต่อมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริต กล่าวคือ ประเทศไทยได้มีการตรากฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงข้าราชการบางประเภท มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งนี้ เพื่อให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ \\nซึ่งสอดคล้องกับมาตรการขององค์การสหประชาชาติในการต่อต้านการคอร์รัปชันในมาตรฐานจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐของประเทศสมาชิก และสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกัน\\nและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งได้กำหนดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งการทุจริตและประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. ทั้งนี้ เพื่อให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้\\nในการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว อาทิ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่อาศัย เป็นต้น ถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสียก่อน เว้นแต่จะเป็นการทำเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ อันเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๖ (๕) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาล โดย “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” พิจารณาจัดทำข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๖ (๕) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล\\nส่วนบุคคลฯ ความว่า “เพื่อเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล\\nมาบังคับใช้กับเจ้าพนักงานของรัฐทุกคนที่ได้รับสิทธิในการใช้ดุลพินิจจากรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ดังที่เคยปฏิบัติมาแต่เดิม”","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2565,"2022-06-07T00:00:00"],
    [1112,479,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือเกษตรกรเนื่องจากราคาปุ๋ยสูงขึ้น","ปัจจุบันปุ๋ยเคมีได้มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ ๒๐๐ จากราคา ๖๘๐ บาทต่อกระสอบ เป็นราคา ๑,๗๐๐ บาทต่อกระสอบ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ได้มีการจำหน่ายปุ๋ยปลอม ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพให้กับเกษตรกร ถึงแม้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรออกตรวจสอบแล้วก็ตาม แต่การดูแลและตรวจสอบยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร อีกทั้ง กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดโครงการลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร ผ่านสหกรณ์การเกษตร แต่การจัดกิจกรรมเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และมีจำนวนปุ๋ยไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ได้พิจารณาว่ามีกิจกรรมหรือโครงการใด อย่างไร ที่สามารถลดราคาปุ๋ยอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1113,478,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี","โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้มีอาคารเรียนบางอาคารที่มีสภาพเก่าและชำรุดทรุดโทรม จนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ และกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการรื้อถอนอาคารดังกล่าวแล้ว แต่มิได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ จึงทำให้อาคารเรียนที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอสำหรับใช้จัดการเรียนการสอน เนื่องจากปัจจุบันมีนักเรียน จำนวน ๔,๐๐๐ คนเศษ จึงขอให้กระทรวงฯ แก้ไขปัญหาอาคารเรียนที่มีไม่เพียงพอของโรงเรียนโดยด่วน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1114,477,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามค่าชดเชยกรณีโค - กระบือ เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน","เกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับความเดือดร้อนจากโค - กระบือ เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน ถือเป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ และกรมปศุสัตว์ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยมีสัตว์ล้มตาย จำนวน ๖,๗๗๐ ตัว คิดเป็นเงินชดเชย จำนวน ๑๓๒,๑๔๒,๐๐๐ บาท แม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ชดเชยบางส่วน จำนวน ๒๗ ตัว และมีบางส่วนไม่เข้าเกณฑ์ คงเหลือเงินที่ต้องชดเชย จำนวน ๑๑๘,๓๕๐,๒๕๐ บาท จำนวน ๖,๗๔๓ ตัว ซึ่งได้มีการติดตามสอบถามเป็นระยะ แต่ยังไม่ได้รับการชดเชยใด ๆ  จากสำนักงบประมาณ ซึ่งหากสัตว์เหล่านี้ได้รับการรักษาหรือได้รับวัคซีนป้องกันก็จะไม่เกิดความสูญเสีย และประชาชนจะได้เลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ไม่ให้เป็นภาระของรัฐ จึงขอติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเงินชดเชยว่าเกษตรกรจะได้รับเมื่อใด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1115,476,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการเรียนรู้หลักประชาธิปไตยในโรงเรียน","คนไทยขาดความรู้และความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เช่น หลักสิทธิและเสรีภาพ คนส่วนใหญ่คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพส่วนตนมากกว่าการเคารพสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ดังนั้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญ รักและยึดมั่น ในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จึงได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมการพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยมีข้อสรุป คือ ๑) ต้องจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยที่เป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Active Learning) โดยใช้กิจกรรมสภานักเรียนเป็นกลไกในการขับเคลื่อน และ ๒) ต้องจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนมีความรักและศรัทธาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการบูรณาการผ่านวิชาต่าง ๆ เช่น หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ ลูกเสือ เนตรนารี และกิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น จึงขอให้กระทรวงฯ ประกาศนโยบายเป็นวาระแห่งชาติว่าจะเสริมสร้างองค์ความรู้วิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย สร้างการเรียนรู้และทำให้เด็กรักและยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับรู้และร่วมกันพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1116,475,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","บริเวณจุดตัดทางรถไฟในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี","รัฐบาลได้ลงทุนพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม - ชุมพร มูลค่าการลงทุนกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ โดยการก่อสร้างจะต้องไม่มีจุดตัด (ระหว่างถนนกับรางรถไฟ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ ซึ่งในพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี มีจุดตัดตลอดเส้นทางนับ ๑๐ แห่ง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ออกแบบให้บริเวณจุดตัดมีสะพานกลับรถ (U-Turn Bridge) สะพานข้ามทางรถไฟ (Overpass) หรือจุดลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ต้องการให้ก่อสร้างเป็นทางยกระดับ เหมือนกับเส้นทางรถไฟที่ผ่านจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม นอกจาก รฟท. ปฏิเสธการก่อสร้างทางยกระดับแล้ว ยังยกเลิกการก่อสร้างจุดตัดตามที่ออกแบบไว้เดิม เนื่องจากได้ตัดลดงบประมาณ จำนวน ๒๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อไปใช้ในโครงการอื่น ซึ่งหากไม่ดำเนินการก่อสร้างจุดตัดตามที่ได้ออกแบบไว้จะก่อให้เกิดปัญหา คือ ๑) ปัญหาอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น ๒) ปัญหาจราจรติดขัดในบริเวณจุดตัดที่ไม่มีสะพานกลับรถ สะพานข้ามทางรถไฟ หรือจุดลอดใต้ทางรถไฟ และ ๓) การลงทุนพัฒนาเส้นทางรถไฟไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1117,474,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","การรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมไทยเพื่อการไม่สูบบุหรี่","การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly : WHA) สมัยที่ ๗๕ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้รับรางวัล Dr. LEE Jong-wook Memorial Prize for Public Health จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในฐานะบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดยการรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมไทยเพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลา ๓๖ ปี จนกระทั่งผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ชื่นชมและได้รับการยอมรับในระดับสากล ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง โดยในโอกาสดังกล่าว ศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิตฯ ได้กล่าวปาฐกถาใจความสำคัญว่า “สงครามนี้จะชนะไม่ได้ ถ้าไม่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนค่านิยมการสูบบุหรี่ไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ และทำให้คนที่ติดบุหรี่เลิกสูบ” อย่างไรก็ตาม การที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า ได้มีการพยายามผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น เป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับการรณรงค์ของศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิตฯ และภาคีเครือข่ายที่ได้รับรางวัลยกย่อง จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำกับดูแลกรณีดังกล่าว เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1118,473,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การบูรณาการความร่วมมือเพื่อการดูแลรักษาป่าชุมชน ณ ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี","ตำบลจรเข้สามพันในอดีตเคยเป็นอำเภอจรเข้สามพัน แขวงเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเมืองที่มีผู้คนเคยอาศัยมาตั้งแต่ก่อนสมัยทวารวดี มีโบราณสถานซากเจดีย์โบราณ คอกช้างดิน พื้นที่          ทำพิธีกรรมของพราหมณ์ตั้งแต่ยุคก่อนพระพุทธศาสนาเข้ามาประเทศไทย รวมถึงพันธุ์ไม้หายาก ได้แก่ ปรงพันปี สลัดได และกระเจียวป่าซึ่งถูกพบเมื่อไม่นานมานี้ ปัจจุบันเป็นเทศบาลตำบล ดูแล ๑๕ หมู่บ้าน พื้นที่ด้านตะวันตกมีป่าชุมชนหลายแห่ง อาทิ ป่าชุมชนบ้านหนองบัว หมู่ที่ ๑ ซึ่งเป็นป่าชุมชนตามประกาศกรมป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ป่าชุมชนบ้านเนินสมบัติซึ่งอยู่ติดกับสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ป่าชุมชนเขาผักหวาน ตำบลจรเข้สามพัน ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ ตำบลอู่ทอง และตำบลเขาพระ โดยป่าชุมชนเหล่านี้ประชาชนในพื้นที่ต้องการบูรณะ ดูแล ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดสามารถเข้าถึงได้โดยรอบ แต่ขาดการสนับสนุนจากภาคราชการ จึงขอให้พิจารณาสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในพื้นที่ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับหมู่บ้าน เพื่อให้มีการดูแลเขตพื้นที่ให้ตรงตามเจตนารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าสงวน เขตป่าชุมชน เขตสัมปทาน รวมถึงการรักษาทรัพยากรอันล้ำค่าในพื้นที่เพื่อทำนุบำรุง ส่งเสริม อนุรักษ์โดยการจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความตื่นตัว และสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีกำลังที่จะรักษาทรัพยากรของชาติอันล้ำค่านี้ต่อไป","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1119,472,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","กรุงเทพมหานครจากเมืองน่าท่องเที่ยวสู่เมืองน่าอยู่อาศัยสำหรับทุกคน","สถิติการจัดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกย้อนหลังไปหลายปี กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เมืองที่มีเสน่ห์มีแรงดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกนี้\\\\nยังไม่สัมพันธ์กับความเป็นเมืองน่าอยู่อาศัย นักท่องเที่ยวมาแล้วก็ไป แต่คนไทยยังคงอยู่เช่นเดิม ที่ผ่านมาผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการนำร่องเป็นจำนวนมาก อาทิ โครงการจัดระเบียบทางเท้าและปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชดำริที่ไม่มีการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งทรุดโทรม โครงการศาลาที่พักโดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter) ที่มีเพียงไม่กี่แห่ง บางแห่งอุปกรณ์ใช้การไม่ได้ ไม่มีสิ่งบ่งชี้\\\\nถึงความปลอดภัยและความสะดวกต่อคนทุกกลุ่ม อีกทั้ง รถประจำทาง สวนสาธารณะ ยังคงเป็นสถานที่ที่เข้าถึงยาก ไม่เป็นมิตร ไม่สะดวกและมีอันตรายรอบด้าน ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินโครงการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงคนทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงผู้พิการให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองมหานครที่น่าอยู่อาศัยสำหรับทุกคน กล่าวคือ เป็นเมืองอัจฉริยะ มีความปลอดภัย สะอาด การเดินทางสะดวกเชื่อมโยงกัน การจัดภูมิทัศน์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นผิวทางเท้า ทางข้ามถนน สะพานลอยคนข้าม ซึ่งจะนำไปสู่ผู้คนยิ้มแย้ม เกิดการยอมรับในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักเท่าเทียมและเป็นธรรมถ้วนหน้า โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่อไป\\\\n","ผว.กทม.","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1120,471,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมความพร้อมให้โรคโควิด ๑๙ เป็นโรคประจำถิ่น","   เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ รัฐบาลจะประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โรคโควิด ๑๙) เป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ตลอดระยะเวลา ๒ ปีเศษ ที่มีการแพร่ระบาดฯ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสภาพเศรษฐกิจของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนให้โรคโควิด ๑๙ เป็นโรคประจำถิ่น กล่าวคือ “สามารถลดระดับได้แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศ” สำหรับประเทศไทยการแพร่ระบาดได้เริ่มลดความรุนแรงลงมาก และประชาชนได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วมากกว่า ๒๗.๖ ล้านคนซึ่งโรคประจำถิ่น (Endemic) หมายถึง โรคระบาดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่สามารถคาดการณ์และควบคุมได้ แต่มิได้หมายความว่าอาการของโรคต่อบุคคลจะลดความรุนแรงลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอายุเกิน ๖๐ ปี กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว ๗ โรค สตรีมีครรภ์ และผู้ที่ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ ๓ เข็ม ยังคงต้องใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เช่นเดิม ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า การประกาศเป็นโรคประจำถิ่นนั้นเป็นเพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายโรคติดต่อเพื่อเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดร้ายแรงมาเป็นโรคที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เพื่อให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมแต่ละพื้นที่ อีกทั้ง เน้นย้ำให้ประชาชนยังคงป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มเป็นจำนวนมากเพื่อควบคุมและลดการแพร่ระบาดต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2565,"2022-05-31T00:00:00"],
    [1121,470,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","การโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด นำร่อง  ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖","   การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวนที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเสนอ คือ ๓,๓๖๔ แห่ง และจากสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี รวมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมทั้งสิ้น ๙,๗๘๗ แห่ง ซึ่งสำนักงบประมาณ และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาอนุมัติจำนวน ๕๑๒ แห่ง และเบื้องต้นทราบว่าได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ ๑) กลุ่ม S คือ ประชาชนน้อยกว่า ๓,๐๐๐ คน ๒) กลุ่ม M คือ ประชาชน ๓,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ คน และ ๓) กลุ่ม L คือ ประชาชน ๘,๐๐๐ คน ขึ้นไป ทั้งนี้ การจัดทำต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ดังกล่าวเป็นตัวเลขเบื้องต้นที่ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรณีการถ่ายโอนขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และในอนาคตจะมีการเปรียบเทียบกันทั้ง ๒ ระบบ เนื่องจากพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดว่า ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีหน้าที่จัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัดและอื่น ๆ ซึ่งกรณีของการถ่ายโอนอยู่ในภารกิจอื่น ๆ ถึงแม้ว่าจะมีสองระบบเปรียบเทียบ เรื่องการดูแลประชาชนในภาพรวม นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขด้านการส่งเสริมป้องกันรวมทั้งโรคระบาดใหม่ การรักษา พยาบาล และหน่วยบริหารปฐมภูมิตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ถือเป็นเรื่องที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดต้องจัดให้มีขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม จำนวน ๕๑๒ แห่งนี้ จะเป็นแซนด์บ็อกซ์นำร่อง ซึ่งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เขตอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบว่า อำเภอโป่งน้ำร้อน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไม่ต้องการถ่ายโอนทั้งหมด ดังนั้น จึงขอให้มีการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อพิจารณาศึกษาถึงผลดีและผลเสียจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งหมด ๕๑๒ แห่ง ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน","กระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1122,469,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","โรงเรียนยังขาดผู้อำนวยการสถานศึกษาและการเปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ควรแยกระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา","ขอหารือจำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้\\n   ประเด็นที่ ๑ สืบเนื่องจากการลงพื้นที่พบปัญหาว่า ผลการเรียนและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของบางโรงเรียนตกต่ำมาก เนื่องจากขาดผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งโรงเรียนในระดับประถมและระดับมัธยมจำเป็นต้องมีผู้บริหารเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน ตัวอย่าง โรงเรียนวัดหนองบัว จังหวัดราชบุรี โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาเป็นระยะเวลานานแล้ว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเปิดสอบผู้บริหารสถานศึกษาอย่างเร่งด่วนเพื่อเข้ามาตัดสินใจและบริหารจัดการการเรียนการสอน\\n   ประเด็นที่ ๒ การเปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรพิจารณาจากบริบทการจัดการเรียนการสอน ยกตัวอย่าง การสอบบรรจุครูในระดับประถมศึกษา ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการร่างกายของเด็กเล็ก ส่วนระดับมัธยมศึกษาจะเป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้น จึงขอให้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยแยกระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1123,468,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","สลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อใคร","จากเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบรายงาน      ผลการพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากในประเทศไทย  ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลาก   ในประเทศไทย พิจารณาเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา   ผู้ขอปรึกษาหารือเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ นักวิชาการ อดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวแทนจากภาคประชาสังคม และตัวแทนผู้ค้าสลากรายย่อย ต่อมารัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล น่าเชื่อว่าได้นำเอาสาระสำคัญบางประเด็นจากรายงานดังกล่าวไปประกอบการพิจารณา โดยมองว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ใช่เพียงกลไกที่ใช้ในการหารายได้เข้าภาครัฐ ไม่ใช่เป็นเพียงกลไกในการป้องปรามการเสพติดการพนันที่รุนแรง หากแต่เป็นเรื่องของการเปิดโอกาสให้แก่คนที่ต้องการเสี่ยงโชคพอเหมาะพอควร โดยมีการจัดเก็บรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้ารัฐ และรัฐจะได้จัดสรรเงินบางส่วนไปสนับสนุนกองทุนที่ดำเนินกิจการด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน และครอบครัวของกลุ่มคนเปราะบาง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไม่เคยปรับเปลี่ยน คือ การรักษาดุลยภาพระหว่างการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐกับการแก้ไขเยียวยาปัญหาสังคมด้านต่าง ๆ รัฐบาลยังคงพัฒนาระบบการจำหน่ายสลาก โดยยึดมั่นกับการได้รับกำไรเต็มจำนวน และควบคุมราคาจำหน่ายสลาก ฉบับละ ๘๐ บาท โดยไม่นำพาต่อข้อเท็จจริงที่ว่าสลากไม่มีวันจำหน่ายหมดทุกฉบับ ถ้าต้องการได้รับกำไรเต็มจำนวน ก็ต้องยอมรับความผันผวนในเรื่องราคาจำหน่ายสลาก ปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและเอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่ม แต่โดยที่แอปพลิเคชันดังกล่าวยังไม่เสถียร ไม่คำนึงถึงการเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงผู้พัฒนาระบบอยู่เนือง ๆ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือดังนี้\\n  ๑. หากรัฐบาลยังคงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง รัฐบาลควรพิจารณาให้ครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยสามารถเข้าถึงกลไกดังกล่าว\\n  ๒. หากรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการบริหารจัดการแอปพลิเคชันเป๋าตัง รวมถึงแอปพลิเคชันถุงเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรชะลอนโยบายดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น\\n  ๓. รัฐบาลควรพิจารณาปฏิรูประบบการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงความสมดุลของการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ การแก้ไขเยียวยาปัญหาสังคม ตลอดจนการจัดสรรเงินไปใช้ประโยชน์ดูแลสวัสดิการแก่ผู้ค้าสลากรายย่อย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1124,467,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการการพัฒนาเกษตรกรเพื่อรองรับการแก้ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาสูง","ในปัจจุบัน ปุ๋ยเคมีที่จำหน่ายในท้องตลาด รวมถึง “ปุ๋ยสั่งตัด” ซึ่งเป็นปุ๋ยเคมีที่ผลิตขึ้นตามชุดดินและค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) กรมส่งเสริม การเกษตร มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ ๒๐๐ ในขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ใช้ปุ๋ยเคมีได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงควรจัดให้มีการฝึกอบรมแก่เกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่ได้ทำการเกษตรควบคู่กับการทำปศุสัตว์ ให้มีองค์ความรู้ในการนำเอามูลสัตว์ที่ได้จากการทำปศุสัตว์ มาใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยคอกทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากปุ๋ยเคมี ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ มีมูลสัตว์จากการทำปศุสัตว์ จำนวนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน อีกทั้งปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยอินทรีย์ย่อมส่งผลดีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรวม ดังนั้น จึงขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าได้มีนโยบายเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเพื่อปรับตัวกับปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงหรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1125,466,159,"นายวันชัย สอนศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การลบล้างทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","การที่ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์  หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวว่าจะเร่งแก้ไขประวัติอาชญากร ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิต คืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน      ผู้บริสุทธิ์ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขในสังคม โดยคัดแยกหรือเปลี่ยนแปลงรายการข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของบุคคลผู้บริสุทธิ์ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้อยู่ในระดับสากลนั้น ขอชื่นชมแนวความคิดดังกล่าว เพราะปัจจุบันมีคนไทยประมาณ ๑๗ ล้านคน จากประชากรทั้งหมด ๗๐ ล้านคน มีชื่อติดอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งบางบริษัทไม่รับบุคคลที่มีประวัติอาชญากรเข้าทำงาน ประกอบกับเวลาจะสมัครงาน หรือกระทำกิจการใด ๆ ที่หน่วยงานนั้นต้องการตรวจสอบประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏว่าการคัดทะเบียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นอาจต้องใช้เวลาทั้งวันเพราะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก แม้แต่การตรวจสอบประวัติของรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ก็ปรากฏว่าหลายคนมีประวัติตั้งแต่สมัย  วัยเยาว์ซึ่งยังคงค้างอยู่ในระบบทั้งที่คดีถึงที่สุดแล้ว ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้อง ศาลพิพากษายกฟ้องแล้วก็ตาม แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้ลบล้างประวัติอาชญากรของบุคคลออกจากระบบ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยทันที เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก รวมถึงการนำเทคโนโลยีและระบบออนไลน์ต่าง ๆ มาใช้ในการตรวจสอบประวัติเพื่อประโยชน์และความรวดเร็วในการบริการประชาชน","สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1126,465,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","นโยบายของรัฐบาล","การจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร","สายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบ มีสภาพรกรุงรัง ได้ก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กล่าวคือ สายไฟฟ้าสายสื่อสารที่ไร้ระเบียบรกรุงรังก่อให้เกิดอันตราย ทำให้เกิดอุบัติเหตุและ   มีความสูญเสียดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอ เช่น ชายคนหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ขับขี่รถจักรยานยนต์  ถูกสายสื่อสารที่ห้อยลงมากลางถนนเกี่ยวคอทำให้รถเสียหลักล้มศีรษะฟาดพื้นกะโหลกร้าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและต่อมาได้เสียชีวิต และยังมีเหตุการณ์ที่นักเรียนถูกสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตตกลงมาบนถนนเกี่ยวคอขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และหญิงสาวที่เก็บของเก่าขายกลายเป็นศพโดยมือจับขั้วสายไฟฟ้า นั่งเสียชีวิตบนสะพานลอย นอกจากนี้ ภาพสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไร้ระเบียบรกรุงรังได้ถูกชาวต่างชาติเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีการตั้งคำถามต่อผู้สมัคร ผู้ว่ากรุงเทพมหานครถึงการบริหารจัดการสายไฟฟ้าและสายสื่อสารว่ามีแผนดำเนินการอย่างไร  เพราะเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย     \\n\tทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาและได้มีมติคณะรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้ง คือ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ และวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ โดยมีมติให้กระทรวงมหาดไทย    โดยการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งมีมติให้มีการประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้มีการปรับปรุงจัดระเบียบสายสื่อสาร     ในเส้นทางทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแล้ว แต่ผลยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม จึงเห็นควรให้ความสำคัญ  ในการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากชีวิตทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนนั้น ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (APEC 2022) ดังนั้น การดำเนินการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและ  สายสื่อสารหากดำเนินการอย่างรวดเร็วจะเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของประเทศให้สวยงาม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ COVID - 19 ดีขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการวางเป้าหมายให้การดำเนินงานชัดเจนและแล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว อีกทั้งขอให้มีกลไกการติดตามแผนบูรณาการ แผนปฏิบัติการให้เป็นไปตามเป้าหมาย และเห็นควรให้มีแผนบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วย","กระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1127,464,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การเพิกถอนโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่","เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๔ มีการออกโฉนดที่ดินบนเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พื้นที่จำนวน ๕ ไร่ โดยการใช้เอกสาร ส.ค.๑ ที่ออกให้สำหรับที่ดินแปลงอื่น โดยเจ้าหน้าที่ผู้อนุมัติได้ลงนามออกโฉนดที่ดินก่อนเกษียณอายุราชการเพียง ๓ วัน จากนั้นได้มีการประกาศขายที่ดินดังกล่าวมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก ๕ ล้านบาท เป็น ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะจึงได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ทั้งนี้เรื่องการเพิกถอนโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก ได้เคยหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภามาแล้ว จำนวน ๒ ครั้ง กล่าวคือ เมื่อวันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ และวันอังคารที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ซึ่งได้มีหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินดังกล่าว ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พบว่าเกาะนุ้ยนอกเป็นเกาะขนาดเล็ก มีสภาพเป็นป่า ไม่มีร่องรอยการทำกินมาก่อน มีเพียงการแผ้วถางใหม่ ๆ เพียงบางส่วน ซึ่งได้รับทราบจากทางจังหวัดกระบี่ว่า กรมที่ดินได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ และศาลปกครอง ภูเก็ตได้มีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลใดเข้าไปใช้พื้นที่บนเกาะดังกล่าวแล้ว จึงขอชื่นชมรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งขอชื่นชมประชาชนและสื่อมวลชนที่ช่วยกันเรียกร้องเพื่อรักษาสมบัติของชาติ จึงขอให้รัฐบาลใช้เกาะนุ้ยนอกโมเดลที่ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาสมบัติชาติอย่างจริงจัง เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาบริเวณอื่น ๆ เช่น กรณีการออกโฉนดที่ดินบนที่สาธารณะที่ชาวเลอยู่อาศัยบริเวณหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1128,463,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน","รัฐบาลได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยได้ตั้งเป้าหมายไว้ให้ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามจากการเกิดปัญหาสงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ ๔๐ ทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งตัวเลขอัตราเงินเฟ้อจากดัชนีค่าครองชีพในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้เพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ ๓.๒๓ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๕ เป็นร้อยละ ๕.๒๘ ซึ่งเกินเกณฑ์ควบคุมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้อยู่ระหว่างร้อยละ ๑ – ๓ นอกจากนี้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕ ได้ยอมรับว่าเงินเฟ้อของประเทศไทยจะสูงกว่าร้อยละ ๕ ในไตรมาสที่ ๒ – ๓ ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างรุนแรงโดยเฉพาะผู้มีหนี้สินครัวเรือนสูง ทั้งนี้หนี้ภาคครัวเรือนของประชาชนในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ส่วนใหญ่เป็นการกู้หนี้เพิ่มขึ้นจากการซื้อที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนร้อยละ ๓๔.๕ และการกู้หนี้เพื่อซื้อและเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนร้อยละ ๑๒.๔ สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ\\n   ๑. ขอความร่วมมือจากภาคสถาบันการเงินไม่ออกกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์การเงินที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประชาชนติดกับดักหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้สร้างการตระหนักรู้ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืนได้\\n   ๒. สร้างการตระหนักรู้ด้านการเงินเพื่อให้ครัวเรือนเกิดการใช้จ่าย และก่อหนี้ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยการทำบัญชีครัวเรือน บัญชีความเสี่ยง ตลอดจนการให้ความสำคัญต่อการออมและการลงทุน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2565,"2022-05-24T00:00:00"],
    [1129,462,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ทางข้ามถนนที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวกและปลอดภัย","คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา ได้มีการรณรงค์การข้ามถนนบริเวณหน้ารัฐสภา อันแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของวุฒิสภาซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่มีต่อปัญหาความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างความตระหนัก แก่ประชาชนต่อปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยให้ความสำคัญแก่โครงสร้างพื้นฐานของทางข้ามถนนหรือทางม้าลายทั่วประเทศไทย ซึ่งทางข้ามถนนหรือทางม้าลายเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความไม่มีมาตรฐาน โดยทางข้ามถนนแต่ละแห่งมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ปุ่มกดให้สัญญาณเตือนว่ามีคนจะข้ามถนน บางแห่งมีและบางแห่งไม่มี ส่วนใหญ่เป็นปุ่มกดให้สัญญาณไฟ แต่ไม่มีสัญญาณเสียงเตือน หรือแม้จะมีสัญญาณเสียงเตือนแต่ถูกกลบด้วยเสียงรถยนต์ที่วิ่งสัญจรไปมา ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับปรุงทางข้ามถนนบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ให้เป็น “ทางข้ามถนนต้นแบบ” ประกอบด้วย สัญญาณไฟลดความเร็ว สัญญาณเสียงเตือนตัวอักษร รวมทั้งมีลักษณะทางกายภาพอื่นๆ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยออกแบบให้มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้ทางข้ามถนนบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย สร้างการตระหนักรู้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ทางข้ามถนนที่มีลักษณะทางกายภาพตามมาตรฐานสากล ให้แพร่หลายทั่วประเทศ นอกจากนี้ ควรปรับปรุงบริเวณทางเท้าและภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบอาคารรัฐสภาให้เป็นระบบนิเวศน์ต้นแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยสะดวกและปลอดภัย","นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1130,461,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ความซ้ำซ้อนของแอปพลิเคชันที่ใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙","รัฐบาลมีภารกิจสำคัญที่จะต้องเตรียมการเปิดประเทศ ต้อนรับการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทุเลาเบาบางลง โดยความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงข่าวว่า สหภาพยุโรป (European Union : EU) ได้มีมติรับรองประเทศไทยเป็นประเทศที่ ๒ ของทวีปเอเชีย ว่ามีมาตรฐานเท่ากับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป (EU Digital COVID Certificate : EU DCC) \\nคนไทยจึงสามารถใช้เอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด – ๑๙ ของประเทศไทย  (Thailand Digital Health Pass) ที่บันทึกไว้ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” แสดงสถานะสุขภาพเกี่ยวกับโควิด – ๑๙ เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่เข้าร่วมระบบเอกสาร EU DCC จำนวน ๖๒ ประเทศ ประกอบด้วยประเทศในสหภาพยุโรป จำนวน ๒๗ ประเทศ และประเทศนอกสหภาพยุโรป จำนวน ๓๕ ประเทศ โดยไม่ต้องใช้เอกสารอื่นๆ รับรองเพิ่มเติม เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจาก ๖๒ ประเทศดังกล่าวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งเตรียมยกเลิกการตรวจด้วยวิธี RT - PCR (Real Time PCR) เปลี่ยนเป็นวิธีการตรวจด้วยตนเอง (Antigen Test Kit : ATK) ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่ายในการจองที่พักและโรงแรม จำนวน ๒ คืน เพื่อรอผลการตรวจ RT-PCR โดยจะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ นอกจากนี้ ผู้บริหารสายการบินแอร์เอเชีย (Air Asia) ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ที่ต้องกรอกแบบฟอร์มด้านสาธารณสุขที่บริเวณสนามบิน ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาให้ความสำคัญ คือ การลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาความซ้ำซ้อนการใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อาทิ “Thailand Plus” “หมอชนะ” และแอปพลิเคชันของแต่ละจังหวัด เป็นต้นทั้งที่แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ของรัฐบาล มีประชาชนใช้งานมากถึง ๒๑ ล้านคน และบัญชีทางการ “หมอพร้อม” ในแอปพลิเคชันไลน์ (Line) มีประชาชนใช้งานกว่า ๑๕ ล้านคน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาให้หน่วยงานภาครัฐใช้เฉพาะแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เป็นแอปพลิเคชันหลัก เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนของภาครัฐ และเพื่อความสะดวกของประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1131,460,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนเลี่ยงเมืองเทศบาลตำบลประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี","การลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคตะวันออก ณ จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลประจันตคาม เนื่องจาก อำเภอประจันตคามเป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ถนนภายในเขตชุมชนของเทศบาลฯ เป็น ๒ ช่องจราจร ปัจจุบันมีประชากรมากขึ้นและมีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก โดยเป็นรถขนส่งสินค้า รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ และรถโดยสารขนส่งพนักงานจำนวนมาก ซึ่งวิ่งสัญจรมาจากนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ และสัญจรผ่านพื้นที่ชุมชน เนื่องจากมีถนนที่ใช้สัญจรเพียงเส้นทางเดียว ทำให้การจราจรหนาแน่น ติดขัด และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งเทศบาลตำบลประจันตคามมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงได้ส่งเรื่องขอรับการสนับสนุนไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเทศบาลตำบลประจันตคาม ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองบริเวณชุมชนในเขตเทศบาลตำบลประจันตคาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนน อีกทั้ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งระหว่างเมืองต่อไป\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1132,459,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค","โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประจำ ประเภทสหศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม \\\"โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย” เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๓๕ ปัจจุบันโรงเรียนฯ อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๘ กระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนประมาณ ๖๐๐ คน ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี ที่เปิดทำการ โรงเรียนได้ใช้น้ำดิบจากบ่อกักเก็บน้ำของโรงเรียนและน้ำบาดาลมาโดยตลอด อีกทั้งน้ำบาดาลมีคราบสนิม หากนำมาซักเสื้อผ้าจะเกิดคราบ สร้างความลำบากให้กับครูและนักเรียนที่ต้องกินนอนที่โรงเรียน ในฤดูแล้งน้ำจะไม่พอใช้เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการแก้ปัญหาโดยการเดินท่อประปาไปยังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อให้ครู นักเรียน และบุคลากรที่พักอาศัยในบริเวณโรงเรียนได้มีน้ำประปาสำหรับอุปโภค - บริโภค ต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1133,458,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือกสำหรับครูสายปฏิบัติการสอน","จากการประกาศรายชื่อของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้สร้างความปิติยินดีให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง แต่ปรากฏว่าครูสายปฏิบัติการสอนไม่ได้รับการพิจารณา เพื่อรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก ซึ่งครูสายปฏิบัติการสอนเป็นข้าราชการครูที่ทุ่มเทเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาครูสายปฏิบัติการสอนเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เช่นเดียวกับสายผู้บริหาร โดยใช้หลักเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ \\nอันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ \\nตามบัญชีที่ ๔๑ ซึ่งกำหนดให้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับข้าราชการประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการและประเภทบริหาร โดยเงื่อนไขและระยะเวลาการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องได้รับเงินเดือนสูงสุดของระดับชำนาญการพิเศษ และต้องได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปีบริบูรณ์ ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาเพื่อให้ข้าราชการครู สายปฏิบัติการสอนให้ได้รับสิทธิในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1134,457,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","จุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจราจร - บนถนนหน้าโรงพยาบาลพัฒนานิคม","โรงพยาบาลพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่แนวถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๑๗ สายสามแยกนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี - อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี \\nซึ่งถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลพัฒนานิคมมีปริมาณรถวิ่งสัญจรเป็นจำนวนมาก แต่ลักษณะสภาพถนนไม่มีเกาะกลางแบบยกหรือแบบกำแพงกั้นเพื่อแบ่งช่องจราจร มีเพียงเกาะกลางถนนแบบเกาะสีเพื่อห้ามรถวิ่งข้ามผิวจราจรไปอีกฝั่งหนึ่ง ไม่มีป้ายจราจรเตือนว่าเป็นเขตโรงพยาบาล ไม่มีช่องจราจรให้รถวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย ซึ่งรถที่วิ่งมาจากอำเภอพัฒนานิคมหากจะเลี้ยวขวาเข้าโรงพยาบาลจะต้องวิ่งข้ามเส้นเกาะสี และรถที่วิ่งออกจากโรงพยาบาลหากจะเลี้ยวขวาไปยังอำเภอเมืองลพบุรีจะต้องวิ่งข้ามเส้นเกาะสีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ไม่มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่รถและคนข้ามถนนแต่อย่างใด ทำให้ถนนบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพัฒนานิคมเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1135,456,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","วงจรปัญหาของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ราบลุ่มต่ำเจ้าพระยา - ท่าจีน","จากลุ่มน้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร และลุ่มน้ำท่าจีนมีพื้นที่ ๑๓,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร ตอนบนเป็นลุ่มสะแกกรังและตอนใต้เป็นลุ่มท่าจีน พื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทางตะวันออก ประกอบด้วย ๑๓ จังหวัด ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ร้อยละ ๘๘ จังหวัดนครปฐม ร้อยละ ๘๖ จังหวัดสมุทรสงคราม ร้อยละ ๗๗ และจังหวัดอุทัยธานีร้อยละ ๖๖ และส่วนที่น้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ ๐.๗ จังหวัดนนทบุรี ร้อยละ ๐.๕  และจังหวัดราชบุรี ร้อยละ ๐.๔ วงจรปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา – ท่าจีน คือ ๑) ภูมิทัศน์ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำเจ้าพระยา - ท่าจีน ๒) ธรรมชาติของฤดูกาลในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ๓) ถนนและความเจริญของชุมชน ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก\\nที่ทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำขัง น้ำแห้ง และน้ำแล้ง ทำให้เกิดการสูญเสีย ดังนั้น จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการจากรัฐบาลอย่างจริงจังและเข้มงวด โดยใช้นโยบายและสถานะการเมืองที่เข้มแข็งในการบริหารจัดการ หากไม่เร่งแก้ไขจะทำให้การบริหารของหน่วยงานที่รับผิดชอบเกิดความซ้ำซ้อน สับสน และสิ้นเปลือง ส่วนราชการทุกระดับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกปี จึงควรมีนโยบายรัฐในการจัดการพื้นที่รับน้ำอย่างมีแบบแผน การบูรณาการแนวความคิดทางการเมือง ด้านนโยบาย ด้านแผนงานของหน่วยงานต่างๆ ด้านข้อมูลและข้อเท็จจริง และด้านเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญขอเสนอให้พิจารณาพื้นที่เพื่อจัดทำนิคมอุตสาหกรรมประมงน้ำจืดในพื้นที่ที่ราบลุ่มต่ำของแม่น้ำท่าจีนในจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1136,455,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การให้ความรู้ประชาชนป้องกันโควิดสายพันธุ์โอมิครอน","การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ที่กำลังระบาดจำนวนมากในผู้ป่วยกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรังที่เรียกว่า กลุ่ม ๖๐๘ ได้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากขึ้น ซึ่งข่าวสารของทางราชการกล่าวว่าเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยบีเอวัน (BA.1) สามารถแพร่ได้รวดเร็วไปยังผู้อื่น\\nในอัตรา ๑ ต่อ ๑๘ ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มียอดผู้เสียชีวิตจำนวนน้อย และข่าวที่กล่าวว่าการที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อาจจะช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่และกลายเป็นโรคประจำถิ่น จึงทำให้ประชาชนบางกลุ่มไม่กังวลหรือไม่กลัวการติดเชื้อ แม้จะทราบว่าหลังจากหายป่วยแล้วอาจจะมีอาการหลงเหลือเรียกว่า Post Covid Syndrome หรือ Long COVID ก็ตาม ประกอบกับปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีข่าวว่าได้ตรวจพบเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยบีเอทู (BA.2) ที่สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วและหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้ดีกว่า BA.1 ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงมากขึ้น เกือบ ๒๐,๐๐๐ คนต่อวัน และเมื่อรวมกับผู้ป่วยที่ตรวจด้วยอุปกรณ์ ATK จะมีผู้ป่วยรวม ๓๐,๐๐๐ คนต่อวัน ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่ม ๖๐๘ เข้าใจถึงวิธีการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลหรือที่เรียกว่า Universal Prevention For COVID - 19 ตามคำแนะนำของทางราชการ และที่สำคัญ คือ ควรให้ความรู้ที่ถูกต้องจากอาการที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่รักษาหายแล้วหรือเรียกว่า Long COVID เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงภัยอันตรายที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต จึงควรให้ความสำคัญ กับการป้องกันตนเองให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดความรุนแรงและลดการแพร่ระบาดของโรคที่กำลังเกิดขึ้นให้ลดลงได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2565,"2022-02-22T00:00:00"],
    [1137,453,159,"นายวันชัย สอนศิริ","กฎหมาย","มาตรการในการดำเนินการกับพระภิกษุที่ประพฤติผิด","กรณีชาวบ้านรวมตัวกันขับไล่และรุมประชาทัณฑ์\\nเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการกล่าวหาว่าพระสงฆ์รูปดังกล่าวประพฤติผิดต่อพระธรรมวินัย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้มีมานานแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนจึงหมดศรัทธาต่อหน่วยงานของรัฐ \\nและไปร้องเรียนกับกลุ่มบุคคลที่เป็นเพียงผู้ผลิตสื่อทางช่องยูทูบ (Youtube) ให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังต่อหน่วยงานหรือองค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา คือ ๑) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนราชการ\\nขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา รวมทั้งมีความพร้อมด้านบุคลากรทางกฎหมาย และ ๒) มหาเถรสมาคม เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพิจารณาปรับปรุงการทำงานให้มีลักษณะเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1138,452,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสภามหาวิทยาลัยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยด่วน","ปัญหาความขัดแย้งภายในของสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีการกล่าวหาว่ามีการบริหารงานโดยลุแก่อำนาจ เล่นพรรคเล่นพวก แต่งตั้ง\\nบุคคลที่เป็นข้าราชการพลเรือนและพนักงานมหาวิทยาลัยที่เป็นสายสนับสนุนตนเอง ปัญหาการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ปราศจากหลักธรรมาภิบาล ปัญหาการสรรหาบุคลากรเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้บริหารในหน่วยงานภายในและคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว อาทิ บัณฑิตวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1139,451,102,"นายประมาณ สว่างญาติ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวหรือจำนำยุ้งฉาง","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างการชะลอการขายข้าว ไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนั้น โครงการดังกล่าวถือได้ว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ สามารถช่วยให้เกษตรกรสามารถขายข้าวได้ราคาดี ไม่ประสบปัญหาขาดทุน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ ว่าปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวอย่างไร มีรูปแบบการดำเนินการที่เหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร และมีกรอบระยะเวลาดำเนินการอย่างไร รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับทราบด้วยวิธีการใดบ้าง\\n","กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1140,450,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน","กรณีปัญหาอุบัติเหตุบนทางม้าลายหรือบนท้องถนนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นเหตุให้สาธารณชนเกิดความตื่นกลัวและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความปลอดภัยของคนเดินข้ามถนน กรณีเช่นนี้ รัฐควรพิจารณากรณีศึกษามาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กล่าวคือ ในบางประเทศจะมีการส่งเสริมวัฒนธรรมความเห็นอกเห็นใจต่อคนข้ามถนนหรือเดินข้างถนน โดยมีการตรากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความปลอดภัยในการข้ามถนน (Pedestrian safety law) ดังเช่นในหลายมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคนที่จะข้ามถนนชูไม้เท้าขาวขึ้น ซึ่งไม้เท้าขาวนั้นมีคุณลักษณะสะท้อนแสง ทำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะสังเกตเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล และหยุดรถให้แก่คนข้ามถนนได้ทันที อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมในเชิงสัญลักษณ์ให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยของคนข้ามถนน แม้ว่าที่มาของมาตรการดังกล่าวอาจจะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ย่อมสามารถหล่อหลอมและช่วยสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ดีงามให้ผู้คนในสังคมได้มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาวางมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยกำหนดเป็นแนวนโยบายพื้นฐาน มติคณะรัฐมนตรี หรือยกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความปลอดภัยในการข้ามถนน เพื่อรณรงค์ให้รถทุกคันหยุดให้แก่คนข้ามถนนบริเวณทางม้าลายหรือทางข้ามถนนทุกครั้ง ทั้งนี้ ไม้เท้าขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลของคนตาบอดทั่วโลกอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยสำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนนในอนาคตต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1141,449,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาบรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดให้มีการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง และได้มีการขึ้นบัญชีไว้แล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำหนดอัตรากำลังสายงานบริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสถานศึกษาที่มีนักเรียน ๑๒๐ คนขึ้นไป สามารถกำหนดอัตรากำลังสายงานบริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ ๑ อัตรา ทำหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการสถานศึกษาแก้ไขปัญหาด้านการบริหารในสถานศึกษา โดยในปัจจุบัน ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษายังมีอัตราว่างเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาบรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเร็ว","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1142,448,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำและพัฒนา (ร่าง) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช .... (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) \\nโดยคณะกรรมการดังกล่าวได้พิจารณาจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เรียกว่า “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ต่อมา เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้พิจารณาและมีมติเสนอให้ใช้ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” แทนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยจะนำไปใช้ในโรงเรียนเขตพื้นที่นวัตกรรม ๘ จังหวัด จำนวน ๔๖๗ แห่ง และเปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีความพร้อมแต่อยู่นอกเขตพื้นที่นวัตกรรม สามารถนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปทดลองใช้ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ มีนักกฎหมายและนักวิชาการแสดงความคิดเห็นท้วงติง โดยตีความว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า “ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ” จึงเห็นได้ว่า การกำหนดหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานเป็นอำนาจหน้าที่ของ กพฐ. มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่อย่างใด การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใช้อำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว จะเข้าข่ายกระทำผิดต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ หรือไม่และทำให้คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ อันเป็นผลทำให้คำสั่งดังกล่าวตกเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณา\\n","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1143,447,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระยะที่ ๒ ของจังหวัดปราจีนบุรี","โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นโครงการสำคัญ\\nของรัฐบาลที่ได้วางไว้ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งทางด้านกายภาพและสังคม มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการลงทุนซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ \\nเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต ๓ จังหวัดของภาคตะวันออก ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง \\nและจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออก มีพื้นที่ติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงหลายประการ กล่าวคือ จังหวัดปราจีนบุรีมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ประมาณ ๕ แสนคน รายได้เฉลี่ยของประชากรสูงเป็นอันดับที่ ๔ ของประเทศ และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) อยู่ที่อันดับที่ ๑๐ ของประเทศ มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ๖ นิคม ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๕๖,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาบรรจุจังหวัดปราจีนบุรี โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระยะที่ ๒ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักลงทุน ซึ่งจะช่วยให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1144,446,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","หลักเกณฑ์แนวปฏิบัติและดุลยพินิจในการดำเนินภารกิจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเหมาะสมกับยุคสมัยหรือไม่","ปัจจุบัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหน้าที่เพิ่มขึ้น และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ตามความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ\\nในชุมชนท้องถิ่นที่มีการพัฒนาและขยายตัวออกไป แต่พบว่าหลักเกณฑ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\nซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามภารกิจดังกล่าว เช่น พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้บัญญัติให้เทศบาลเมืองมีอำนาจหน้าที่จัดทำกิจการใดๆ ในเขตเทศบาล เกี่ยวกับการบำรุงและส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร โดยในปัจจุบันขยายความไปถึงการจัดการส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วยนั้น ในทางปฏิบัติมีปัญหาและอุปสรรค เช่น กรณีการจัดรถนำเที่ยว\\nพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง จะเดินทางข้ามไปยังเขตพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นอีกแห่งหนึ่ง รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์\\nการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัญหาการตีความกฎหมาย ทำให้แนวปฏิบัติในการดำเนินตามภารกิจมีความลักลั่น สับสน และเป็นปัญหากับองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้งจากดุลยพินิจของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละท้องถิ่น \\nและจากคำชี้แนะของกระทรวงมหาดไทยที่ยังขาดความชัดเจน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย ว่าหลักเกณฑ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าวมีความเหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบันหรือไม่ \\nและมีความพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เรียบง่ายและสมประโยชน์กับการส่งเสริม\\nการทำมาหากินของประชาชนในท้องถิ่นหรือไม่ เพียงใด\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1145,445,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนน้ำมัน","ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันบางชนิดสูงถึงลิตรละ ๗.๑๘ บาท และต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน\\nเข้ารักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งกองทุนน้ำมันมีเงินทุนลดน้อยลง ต้องกู้เงินมาเสริมในกองทุนดังกล่าว จำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีก เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ พบว่า รัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง ๓ ชนิด ประกอบด้วย ๑) แก๊สโซฮอล์ E85 ใช้เงินอุดหนุนลิตรละ ๔.๕๓ บาท โดยเป็นค่าการตลาดสูงถึง ลิตรละ ๔.๒๗ บาท ๒) น้ำมันดีเซล ๓ ประเภท ได้แก่ ดีเซลธรรมดา ดีเซล B7 และดีเซล B20 ใช้เงินอุดหนุนลิตรละ ๓.๗๙ บาท และ ๓) ก๊าซแอลพีจี (LPG) ใช้เงินอุดหนุนกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ซึ่งเห็นได้ว่ากองทุนน้ำมันต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวนสูงมาก เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ๒ ชนิด คือ แก๊สโซฮอล์ E85 และก๊าซแอลพีจี (LPG) ประกอบกับในขณะนี้ สถานการณ์ทางการเมืองในต่างประเทศยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกองทุนน้ำมันและภาวะการคลังของประเทศได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรวางแนวทางการบรรเทาสภาพปัญหาดังกล่าว โดยพิจารณาทบทวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้\\n๑) ชะลอการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงธรรมชาติ \\n๒) กำหนดราคาก๊าซแอลพีจี (LPG) ที่จำหน่ายแบบขายปลีกให้แก่ประชาชนราคาเดียวกับที่จำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยไม่ยึดตามราคาจำหน่ายของต่างประเทศ แนวทางทั้ง ๒ ประการนี้จะช่วยลดการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมัน ในส่วนของต้นทุนการผลิตให้เป็นไปตามสภาพความเป็นจริงของราคาที่จัดซื้อ โดยไม่อ้างอิงราคาน้ำมันในตลาดโลก และขอซื้อน้ำมันในราคามิตรภาพจากผู้ผลิต ดังที่เคยดำเนินการในอดีต ซึ่งจะช่วยตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายในท้องตลาดเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญของรัฐบาล รวมทั้งฐานะการคลังของประเทศ\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2565,"2022-02-15T00:00:00"],
    [1146,444,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","PM 2.5 กับปัญหาการเผาอ้อย","สถานการณ์ด้านมลพิษที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและ          การดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยได้กระจายในพื้นที่ ๕๗ จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มีอาการแสบจมูก ไอ จาม           ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคหัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองตีบ และมะเร็ง ซึ่งประเทศไทยได้กำหนด          ค่ามาตรฐานในบรรยากาศทั่วไปของฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง ไม่เกิน ๕๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ไม่เกิน ๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ \\nปลูกอ้อย...\\nปลูกอ้อยมากกว่า ๑๒ ล้านไร่ และมีการเผาไร่อ้อยกว่า ๖ ล้านไร่ ส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5           ในปีการผลิต และกระทบต่อการส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลกำหนดให้รับซื้ออ้อยไฟไหม้ไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ แต่เมื่อมีการประท้วงคัดค้านก็มีการปรับหลักเกณฑ์ให้รับซื้ออ้อยไฟไหม้ ร้อยละ ๕๐ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดการเผาอ้อยเพิ่มมากขึ้น เพราะมิได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับโรงงานที่รับซื้ออ้อยไฟไหม้เกินกว่าปริมาณที่กำหนด ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับ ๖ ภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนและดูแลเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่เข้าร่วมโครงการลดการเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีการผลิตอ้อยมากที่สุดในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายลดการเผาอ้อยในปี ๒๕๖๔ ร้อยละ ๒๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ร้อยละ ๕๐ และภายในปี ๒๕๖๖ ร้อยละ ๑๐๐ ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดใน ๓ จังหวัดดังกล่าว หากดำเนินการสำเร็จจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาดำเนินการเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยมีความเข้าใจถึงผลกระทบจากการเผาอ้อย สร้างความเข้าใจกับโรงงานให้รับซื้ออ้อยไฟไหม้ตามที่กฎหมายกำหนด และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง\\n","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1147,443,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการออกกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ","กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ                   ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการบริหารองค์กร เป็นการนำเอากลุ่มเป้าหมายการศึกษาหลายกลุ่มมาควบรวมไว้ด้วยกัน ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งถือเป็นกฎหมายทางการศึกษาสำหรับคนพิการที่ได้รับความสนใจ สอดรับกับหลักการของกฎหมายฐานสิทธิ สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา ซึ่งหน่วยงานที่บริหารจัดการการศึกษามีกลุ่มเป้าหมาย ๓ กลุ่ม คือ ผู้เรียนที่เป็นคนพิการ ผู้เรียนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส และผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ หากมีความจำเป็นต้องบริหารองค์กรโดยการจัดตั้งกรมขึ้นใหม่ ก็สามารถออกกฎหมายได้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยุบรวมกฎหมายที่ดีอยู่แล้วให้มาอยู่ภายใต้กฎหมายส่งเสริมการศึกษาพิเศษ เพราะขัดต่อหลักวิชาการด้านการศึกษาพิเศษ อีกทั้ง ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน          ทั้ง ๓ กลุ่มดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้พิจารณาทบทวนโดยไม่นำกฎหมายทางการศึกษาที่ดีอยู่แล้วมารวมกับกฎหมายฉบับใหม่","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1148,442,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การรั่วไหลของน้ำมันดิบกลางทะเล","เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลอ่าวไทยเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ของบริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ การท่องเที่ยว และชาวประมงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด อำเภอบ้านเพ จังหวัดระยอง และล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ ได้เกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ได้รั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ไปยังโรงกลั่นน้ำมัน โดยท่อมีระยะทางเกือบ ๒๐ กิโลเมตร ทั้งนี้ จากการศึกษาทราบว่า การถ่ายน้ำมันดิบนั้นเรือขนส่งจะต้องเข้าเทียบที่ท่าเรือแล้วจึงต่อท่อไปยังโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งโรงกลั่นน้ำมันที่ใช้ระบบนี้ ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) แต่ PTTGC และ SPRC สองบริษัทนี้ใช้ระบบทุ่นลอย คือ การขนถ่ายน้ำมันในทะเล ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตไปยังรัฐบาล ดังนี้\\n๑) เสนอให้พิจารณาประเมินค่าเสียหายทุกด้านโดยเรียกเก็บจากบริษัท\\n๒) เสนอให้ยกเลิกการขนถ่ายน้ำมันในทะเล เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากท่อใต้ทะเล\\n๓) ทุ่นผูกเรือน้ำลึกหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่  ได้มีการตรวจสอบ และบำรุงรักษาตามกำหนดหรือไม่\\n๔) มีแนวทางการเยียวยา ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างไร และได้วางแผนป้องกันในระยะยาวไว้อย่างไร เพราะการเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้งได้สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และสัตว์ทะเลเป็นอย่างมาก รวมทั้งต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาจำนวนมากเพื่อบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยา\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1149,441,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ความสำเร็จของมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปัญหาราคาค่าน้ำมัน","ปัจจุบันประชาชนทุกระดับ ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการอื่น          อีกเป็นจำนวนมากต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนในหลายด้านแตกต่างกันไป ได้แก่ ปัญหาพืชผล          ทางการเกษตรราคาตกต่ำ กลไกการแข่งขันด้านราคาทั้งภายในและภายนอกประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันกับตลาดโลก ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในขณะนี้ โดยส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างชัดเจนเพราะคือต้นทุนในการเดินทางและขนส่งสินค้า ดังนั้น จึงขอทราบ ดังนี้\\n๑) รัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไร\\n๒) มีมาตรการหรือโครงการใดบ้างที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้มีรายได้น้อย และมีผลสำเร็จอย่างไร\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1150,440,8,"นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบผลไม้ไทยกับการขนส่งสินค้าทางอากาศของไทย","ผลไม้ของประเทศไทยเป็นที่นิยมบริโภคในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา ฯลฯ จึงได้มีการส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่ผลไม้นั้นมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา          การเก็บรักษาจึงต้องพึ่งพาการขนส่งทางอากาศ ปัญหาที่ผู้ส่งออกผลไม้ประสบ คือ ปัจจุบันมีสายการบินที่ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) เพียงรายเดียว ซึ่งมีเครื่องบินขนส่งสินค้า (Cargo Flight) เพียง ๒ ลำเท่านั้น ในขณะที่สายการบินอื่นได้ดัดแปลงเครื่องบินโดยสาร (Passenger Flight) ให้สามารถขนส่งสินค้าได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้สินค้าได้รับความเสียหายเนื่องจากตกค้าง         อยู่ที่สนามบิน อีกทั้ง เครื่องบินโดยสารที่ดัดแปลงมาเพื่อขนส่งสินค้าสามารถบรรทุกได้เที่ยวละ ๒๐ ตัน ซึ่งเครื่องบินขนส่งสินค้าโดยเฉพาะสามารถบรรทุกได้เที่ยวละ ๓๐ - ๔๐ ตัน นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา สินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมีน้ำหนักถึง ๑ ล้านล้านตัน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการรองรับการส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ย่อมส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ เกษตรกร แรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการรองรับการส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1151,439,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","หลักเกณฑ์การรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ","จากการลงพื้นที่จึงได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการรับนักเรียน          ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน          โดยกำหนดให้ต้องมีการจัดสอบ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นสาเหตุให้เด็กจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางไปเข้าสอบได้ ผู้ปกครองจึงต้องการให้โรงเรียนสามารถผ่อนปรนการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นดังกล่าวของปีการศึกษา ๒๕๖๕ และได้เสนอให้การรับนักเรียนเข้าศึกษาของแต่ละโรงเรียนนั้นให้แบ่งเป็นร้อยละ ดังนี้ ๑) ร้อยละ ๕๐ สำหรับนักเรียนสามารถทำข้อสอบได้คะแนนถึงเกณฑ์ขึ้นไป ๒) ร้อยละ ๓๐ สำหรับเด็กที่ผู้ปกครองมีอุปการคุณต่อโรงเรียน และ ๓) ร้อยละ ๒๐ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โดยแบ่งเป็นด้านดนตรี ร้อยละ ๑๐ และด้านกีฬา ร้อยละ ๑๐ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นที่ต้องมีการสอบแข่งขัน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1152,438,110,"นายปัญญา งานเลิศ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจังหวัดอ่างทอง","เนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ กระทรวงคมนาคมได้เสนอโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นโครงการตามแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ปีงบประมาณ          พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๗ วงเงินงบประมาณ ๓,๒๐๐ ล้านบาท หากสามารถดำเนินโครงการดังกล่าวสำเร็จ          จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งด้านการสัญจรและการขนส่งสินค้า ปัจจุบันโครงการดังกล่าว         มีความคืบหน้า แบ่งเป็น ๒ ส่วน ดังนี้\\n\tส่วนที่ ๑ การประชุมพิจารณาประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination : IEE) และรายงานการประเมิน          ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ซึ่งได้มีการประเมินเรื่องน้ำ ผิวดิน เสียง การโยกย้าย การเวนคืน การคมนาคมขนส่ง การสาธารณสุขและสุขาภิบาล พร้อมมาตรการแก้ไขและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\\n\tส่วนที่ ๒ การสำรวจ การเวนคืนที่ดิน ซึ่งจะต้องมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดราคาเวนคืนที่ดิน โดยใช้งบประมาณเวนคืนที่ดิน ประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท และงบประมาณก่อสร้าง ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษดังนั้น จึงขอสอบถามว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินแผนงานในการขอตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวสำหรับงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๖๗ หรือไม่ อย่างไร\\n","กระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1153,437,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","ติดตามเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินบริเวณเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่","เนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ได้เคยหารือเรื่องดังกล่าว และได้ส่งเรื่องไปยัง\\nหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแล้ว และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว ทราบว่า กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านเจ๊ะหลี อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าคดีมีความล่าช้าทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน คือ การใช้แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) จากพื้นที่อื่นมาออกโฉนดที่ดิน ๕ ไร่ บนเกาะนุ้ยนอกฯ   ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริงทั้งพยานบุคคลและเอกสารแล้ว กำลังรวบรวมเอกสารพร้อมรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะเชื่อว่าเป็นการออกโฉนดฯ  โดยมิชอบด้วยกฎหมาย รอเพียง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑๒ คน สำหรับที่ดินที่ออกโฉนดไปแล้วได้รอการเพิกถอนจากอธิบดีกรมที่ดิน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน เพราะเป็นเหตุให้เกิดการออกโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าว และ ป.ป.ช. ได้เร่งรัดการพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่จะทำให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศลดลง\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1154,436,250,"พลตรี โอสถ ภาวิไล","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา","ปัจจุบันสลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาเพิ่มขึ้นมาก เพราะไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนจองล่วงหน้า          เพื่อรับสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขาย ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนกว่าหนึ่งล้านคน แต่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรให้ได้เพียงสองแสนคน ปัจจุบันประชาชนตกงานเป็นจำนวนมากจึงต้องการเป็นผู้ค้าสลากฯ          ดังนั้น จึงขอเสนอวิธีแก้ไขปัญหาสลากฯ ขายเกินราคา ได้แก่ ๑) พิมพ์สลากฯ ให้ผู้ที่ลงทะเบียน          ทุกคน ๆ ละ ๕ - ๑๐ เล่ม ขึ้นอยู่กับความต้องการและศักยภาพของแต่ละคนที่สามารถขายได้             ๒) สำนักงานสลากฯ ควรจัดพิมพ์ตามจำนวนการจองทุก ๑๐,๐๐๐ คน เพื่อไม่ให้สลากฯ เหลือ และให้ผู้ค้านำไปขายในราคาใบละ ๘๐ บาท และ ๓) ปรับปรุงระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทะเบียนจองล่วงหน้า เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและความโปร่งใสในการจัดสรร โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลควรเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและบริการต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว เช่น การจำหน่ายสลากฯ ออนไลน์ ซึ่งทำให้การผลิตสลากฯ ลดลง ข้อดีของการแก้ไขปัญหา คือ ผู้ค้าสามารถขายสลากฯ ได้          ผู้ซื้อสามารถซื้อในราคาที่ลดลง ลดความขัดแย้งที่เกิดจากการจัดสรรซึ่งอนาคตอาจเกิดการประท้วงได้  ผู้ที่ตกงานมีงานทำ และรัฐบาลสามารถนำรายได้จากการจำหน่ายสลากฯ ไปพัฒนาหรือช่วยเหลือบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอรายได้จากการเก็บภาษีประจำปี เพราะมีรายได้จากการจำหน่ายสลากฯ งวดละ ๑,๘๔๐ ล้านบาท ปีละ ๔๔,๑๖๔ ล้าน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1155,435,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ผลดัชนีการรับรู้การทุจริตปี ๒๕๖๔","เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ประกาศผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่าประเทศไทยได้รับคะแนนเพียง ๓๕ คะแนน ได้ลำดับที่ ๑๑๐ จากทั้งหมด ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ๔๓ คะแนน ทำให้ภาพลักษณ์เรื่อง          การทุจริตในการดำเนินธุรกิจของประเทศไทยในสายตาของต่างประเทศตกต่ำลง และห่างจากเป้าหมาย          ที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตอยู่ที่ระดับ ๑ - ๒๐ และได้คะแนน ๗๓ คะแนน ภายในปี ๒๕๘๐ ทั้งนี้ คะแนนที่ได้จากแหล่งข้อมูล ๙ แหล่ง สามารถแบ่งเป็น          ๓ กลุ่ม ดังนี้\\nกลุ่มที่ ๑ แหล่งข้อมูลที่ให้คะแนนลดลง จำนวน ๔ แหล่งข้อมูล คือ ๑) IMD World Competitiveness Yearbook ๒) The Political and Economic Risk Consultancy (PERC) ๓) World Economic Forum (WEF) และ ๔) World Justice Project (WJP) โดยสะท้อนว่าประเทศไทยมีปัญหาหลัก คือ การทุจริต การเรียกรับสินบน การจ่ายเงินพิเศษในการส่งสินค้าออกและนำเข้า การชำระภาษี การอนุมัติ การอนุญาตต่าง ๆ การทำสัญญา การทำสัมปทานไม่ถูกต้อง และการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรมในการ          เอื้อประโยชน์ต่าง ๆ\\nกลุ่มที่ ๒ แหล่งข้อมูลที่ให้คะแนนคงเดิม จำนวน ๔ แหล่งข้อมูล คือ ๑) Bertelsmann Stiftung’s Transformation’s Index (BTI) ๒) Economist Intelligence Unit Country Risk Ratings (EIU) ๓) Global Insight Country Risk (GI) และ ๔) PRS International Country Risk Guide สะท้อนว่าประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงต่อการเผชิญกับการเรียกรับสินบนในระบบการเมือง ความไม่โปร่งใสในการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ เช่น การให้สัมปทาน ความไม่โปร่งใสในการจ่ายเงินงบประมาณ และ          การใช้อิทธิพลในการแต่งตั้งข้าราชการ\\nกลุ่มที่ ๓ แหล่งข้อมูลที่ให้คะแนนเพิ่มขึ้น คือ Varieties of Democracy Institute (V-DEM) สะท้อนว่าปัญหาการทุจริตของประเทศไทยดีขึ้น เช่น เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ระหว่างส่วนตัว\\nกับประโยชน์…\\nกับประโยชน์ส่วนรวม การเรียกรับสินบนน้อยลง แต่โดยรวมประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องการทุจริต          อย่างจริงจัง ซึ่งองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ถึงแม้โลกกำลังเผชิญกับปัญหา          การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แต่รัฐบาลทุกประเทศยังต้องให้ความสำคัญกับ   เรื่องการทุจริต การตรวจสอบความโปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง ความเป็นอิสระ ของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ และช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว จึงขอเสนอคำแนะนำไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2565,"2022-02-01T00:00:00"],
    [1156,434,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","ปัญหาของกฎหมายว่าด้วยการดำเนินกิจกรรมขององค์กรที่ไม่แสวงหากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน","เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแนวทางการยกร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งร่างดังกล่าวมีต้นทางจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่ยกร่างร่วมกับภาคประชาสังคมมาเป็นอย่างดี ให้ภาคประชาสังคมเข้ามามี      ส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อแบ่งเบาภาระให้ภาครัฐ และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. …. ของกระทรวง     การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบ          การยกร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน        ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ทำให้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ไม่ได้รับการพิจารณามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งช่วงเวลานั้นมีปัญหาที่เกิดขึ้น คือ องค์กรภาคประชาสังคม    บางองค์กรตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องของการเข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือรับเงินจากต่างชาติ     เข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งภาคประชาสังคมมีความไม่สบายใจในเรื่องดังกล่าว และในภาวการณ์ที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลจำเป็นต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน และหากรัฐบาลต้องการดำเนินการกับสิ่งที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือปราบปรามองค์กรที่มีลักษณะไม่เป็นผลดีต่อรัฐ รัฐบาลควรใช้กฎหมายเฉพาะ เช่น กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายความมั่นคงฉบับอื่น ๆ หรือกฎหมายอาญาในการจัดการได้ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้ทบทวน   ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ....","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1157,433,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","โรงเรียนป่าไม้เมืองแพร่สู่การขอคืนป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์โดยการเปิดวิทยาลัยนวัตกรรมการป่าไม้และการเกษตรจังหวัดแพร่","จากการศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการตั้งมหาวิทยาลัยป่าไม้ภาคเหนือ จังหวัดแพร่ พบว่าจังหวัดแพร่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ และผลิตภัณฑ์ไม้สัก       มีการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดองค์ความรู้ ทักษะและการพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งวิสาหกิจหรือผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐจำนวนน้อย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ และการส่งออก จึงขอผลักดันให้จัดตั้งวิทยาลัยนวัตกรรมการป่าไม้และการเกษตรจังหวัดแพร่ขึ้น โดยให้นักศึกษาจากประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศไทยสามารถเรียนร่วมกันได้ ทั้งนี้ วิทยาลัยนวัตกรรมการป่าไม้และการเกษตรจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาต้นแบบในการพัฒนาจังหวัดด้วยนวัตกรรมและการสร้างสรรค์  ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเป็นสถาบันต้นแบบการพัฒนาที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงกับยุคสมัย มีคุณภาพ มีชื่อเสียง มีความโดดเด่นเฉพาะจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ สู่การยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่การพัฒนาและการสร้างมูลค่าด้านการเกษตร ทรัพยากรป่าไม้และธรรมชาติที่ยั่งยืนเพื่อให้สามารถปลูกไม้สักที่สามารถใช้ได้จนถึงลูกหลาน สามารถวางแผนทางด้านวิชาการและขยายผลทั่วภาคเหนือเพื่อให้ภาคเหนือของประเทศไทยเต็มไปด้วยผืนป่า พลิกฟื้นป่าไม้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์","กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1158,432,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","กฎหมาย","เร่งรัดร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ....","จากรัฐบาลได้ใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้มีการตราพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ จัดตั้งกรมการขนส่งทางรางขึ้น แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกิจการขนส่งทางรางยังสะดุดหยุดอยู่ในขั้นตอนการยกร่าง คือ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายด้านการขนส่งทางราง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง การกำกับดูแลความปลอดภัย การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี การเชื่อมต่อ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการควบคุมราคาค่าโดยสาร ค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม ฯลฯ     \\n\tโดยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ รองนายกรัฐมนตรี      (นายวิษณุ  เครืองาม) มีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. …. เป็นกฎหมายที่สำคัญ เพื่อให้มีบทบัญญัติของกฎหมายในการควบคุมและกำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง ให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม การขนส่งทางรางและการบริหารจัดการการขนส่งทางรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งรัดการตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในสมัยประชุมสามัญประจำปี   ครั้งที่สอง ของปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕) ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่จวบจนถึงวันที่ปรึกษาหารือเรื่องนี้ (๒๕ มกราคม ๒๕๖๕) รัฐสภาเหลือเวลาพิจารณาตรากฎหมายอีกประมาณ ๑ เดือน จะปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง คณะรัฐมนตรียังมิได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. …. ต่อสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด เกรงว่าหากรัฐบาลไม่เร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ต่อสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ในอีก ๑ ปีข้างหน้า จะส่งผลเสียหายต่อประเทศได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง     พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตราเป็นกฎหมายโดยเร็วที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1159,431,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบูรณาการของภาครัฐในการรองรับผลผลิตทางด้านการจำหน่ายผลไม้ทางภาคตะวันออกทั้งภายในและภายนอกประเทศ","ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม เป็นฤดูกาลผลไม้ของจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งจะมีผลไม้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก สมาคมและกลุ่มเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมผู้ผลิต สมาคมผู้ส่งออก สมาคมทุเรียนไทย เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ มีความวิตกกังวลว่า ผลไม้ประจำฤดูกาลของภาคตะวันออกหลายชนิดมีความยืดหยุ่นน้อย หากภาครัฐไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการส่งออกผลไม้ดังกล่าว อาจจะเกิดปัญหาติดขัด     ในขั้นตอนต่าง ๆ และก่อให้เกิดความเสียหายได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข จะต้องมีการบูรณาการการบริหารจัดการขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีความพร้อม การตรวจสอบ โลจิสติกส์ ตลอดจนการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข ขอให้พิจารณาบูรณาการการบริหารจัดการให้มีความพร้อมเพื่อรองรับผลผลิตทางด้านการจำหน่ายผลไม้    ทางภาคตะวันออก ทั้งภายในและภายนอกประเทศ","กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1160,430,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาอุปสรรคที่เป็นกับดักของวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์","จากได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบันไดทอง ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจัดทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันนวดสมุนไพร ปัจจุบันขายไม่ได้เพราะต้องขออนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเมื่ออ่านหลักเกณฑ์ของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ทราบว่า นอกเหนือจากการพยายามจะทำให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization : ISO) และมาตรฐานคุณภาพต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแต่กลับสร้างปัญหาและอุปสรรคที่เป็นกับดักที่สำคัญจนกระทั่งทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ตลอดระยะเวลา ๒๐ - ๓๐ ปี ไม่สามารถพัฒนาต่อยอด และติดปัญหาเรื่องการตลาด นอกจากนี้ มีผลิตภัณฑ์กว่า ๑,๔๐๐ รายการ ซึ่งมีทั้งของใช้ ของแต่งบ้าน เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า เครื่องดนตรีไทย อาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ปรุงอาหาร อาหารสด อาหารแห้ง สมุนไพรที่ไม่ใช่ยา ซึ่งน่าสนใจและน่าจะดำเนินการไปได้ดี แต่วันนี้ไม่แน่ใจในการต่อยอดได้มากน้อยเพียงใด จากตัวอย่างวิสาหกิจชุมชนบันไดทองถือเป็นโศกนาฏกรรมในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน เพราะอาจต้องไปผลิตสินค้าอื่นที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือเลิกกิจการไปเลย เพราะในช่วง ๒๐ - ๓๐ ปีที่ผ่านมา มีการส่งเสริม  ให้ประชาชนนำเอาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในพื้นที่มาจัดทำให้เป็นสินค้ามาตรฐานแล้วส่งเสริมการขาย แต่ปัญหาด้านการตลาดก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกระบวนการผลิต กระบวนการได้รับการอนุญาตหรือการควบคุมหลักเกณฑ์ของทางราชการล้วนแล้วแต่เป็นการควบคุมที่ไม่ช่วยส่งเสริม จึงเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ ดังนั้น จึงขอถามรัฐบาล ดังนี้  \\n \t๑) ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ประสบความสำเร็จและสามารถพัฒนาต่อเนื่อง สามารถยกระดับได้นั้น มีมากน้อยเพียงใดตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา \\n \t๒) มีการประมวลสรุปผลเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคทั้งห่วงโซ่หรือไม่ เช่น กระบวนการผลิต และห่วงโซ่คุณค่า และได้ผลเป็นอย่างไร\\n \t๓) มีต้นแบบการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่น       ซึ่งสามารถทำให้ความฝันในการปั้นดินให้เป็นดาวนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้หรือไม่","กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1161,429,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","นโยบายของรัฐบาล","การรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญา กรณีความเสียหายจากโรคระบาดร้ายแรง","ในปี ๒๕๖๔ ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายส่ง ๑๒๘ บาทต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างเป็นค่าดำเนินการและกำไร ๔๘ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายของร้านค้าขายปลีกต่อผู้บริโภค ๑๖๐ บาทต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างเพิ่มจากร้านขายส่ง ๓๒ บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันราคาแพงขึ้นคือ ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ๑๑๐ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายส่ง ๑๗๖ บาท   ต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างค่าดำเนินการและกำไร ๖๖ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายของร้านขายปลีก ต่อผู้บริโภคโดยประมาณ ๒๒๐ บาทต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างเพิ่มจากร้านขายส่ง ๔๔ บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบราคาหมูในปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ พบว่า ราคาที่ร้านขายส่งเอากำไรจากหน้าฟาร์มเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๘ บาทต่อกิโลกรัม และร้านค้าปลีกเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๒ บาทต่อกิโลกรัม และ   จากข่าวกรณีเจ้าของฟาร์มหมูแห่งหนึ่งได้เปิดเผยทางสื่อสาธารณะเมื่อต้นเดือนมกราคมว่า หมูที่เลี้ยงไว้จำนวน ๑,๔๐๐ ตัว มีการทำสัญญาซื้อขายที่หน้าฟาร์ม ๖๐ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถูกกว่าราคาที่มีการซื้อขายหน้าฟาร์มทั่วไปถึง ๕๐ บาทต่อกิโลกรัม แม้กรณีดังกล่าวจะเป็นการซื้อขายในระบบเกษตรพันธสัญญาก็ตาม จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่เนื้อหมูมีราคาแพงเป็นไปตามกลไกของตลาดที่ขาดแคลนหมูเนื่องจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูจริงหรือไม่ จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาตรวจสอบ และขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลเกษตรพันธสัญญา พิจารณาดังนี้   \\n \t๑) ตามมาตรา ๒๐ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรต้องจัดทำสัญญาสำหรับชี้ชวนและร่างสัญญาเป็นการล่วงหน้าพร้อมส่งเอกสารดังกล่าวให้กระทรวงฯ เก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบนั้น ได้มีการตรวจสอบสัญญาดังกล่าวเพื่อให้เกิดความถูกต้อง ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ ในโอกาสต่อไปขอให้พิจารณาเพิ่มเติมเงื่อนไขในเกษตรพันธสัญญากรณีมีการระบาดของโรคต่อปศุสัตว์ ประมง หรือพืชทางการเกษตรด้วย   \\n\t๒) ตามมาตรา ๔ วรรคสอง กรณีการทำสัญญาในกรณีที่มีเกษตรกรไม่ถึง ๑๐ ราย     แต่ไม่น้อยกว่า ๒ รายขึ้นไป ประเภทใดต้องนำระบบเกษตรพันธสัญญาตามพระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญาไปใช้บังคับ และให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกานั้น ได้มีการเร่งรัด ผลักดัน หรือประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรอื่นใดที่มิได้อยู่ในระบบเกษตรพันธสัญญาจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม     \\n \t๓) ขอให้มีการเร่งรัดประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเสนอของบประมาณเพื่อจัดให้มีการวิจัยเกี่ยวกับการจัดทำวัคซีนและยารักษาเพื่อใช้หรือผลิตเองให้เพียงพอสำหรับป้องกันและรักษาโรคระบาดต่อปศุสัตว์ ประมง และพืชทางการเกษตรให้ใช้ในประเทศไทยได้อย่างเพียงพอ","กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1162,428,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ดัชนีการรับรู้การทุจริต","การประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ ๒๑ เรื่อง การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ   ได้กำหนดเป้าหมายหลักไว้ว่า ให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ ๑ - ๒๐ หรือมีคะแนนประมาณ ๗๓ คะแนน ภายในปี ๒๕๗๖ - ๒๕๘๐ จากการติดตามการประเมินปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๓ พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพียง ๓๖ คะแนน ทั้ง ๓ ปี และอยู่ในลำดับที่ ๑๐๔ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งยังห่างไกลเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้มาก จึงกังวลว่าอาจไม่บรรลุเป้าหมายในปี ๒๕๘๐ สำหรับแนวทางในการยกระดับคะแนนนั้น เมื่อปี ๒๕๖๓ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศ      ที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า ๔๓ รวมถึงประเทศไทยว่า รัฐบาลควรมีแผนการดำเนินการ ๗ ประการ ดังนี้      \\n \t๑) ต้องไม่แต่งตั้งบุคคลที่มีผลประโยชน์ให้ดำรงตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบในกิจการนั้น\\n \t๒) ควรปรับปรุงและรณรงค์กฎ ระเบียบด้านการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการใช้อิทธิพลทางการเมือง โดยให้หน่วยงานที่กำกับดูแลมีหน้าที่และอำนาจมากขึ้น รวมถึงจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม    \\n\t๓) ต้องให้ความมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยเสรี ยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ ขายเสียง เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านการทุจริต และประชาชนจะสามารถลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตได้อย่างเด็ดขาด  \\n \t๔) ควรเข้าถึงการตัดสินใจที่เปิดกว้าง โดยการหารือกับกลุ่มที่หลากหลาย ต้องมีระบบการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  \\n \t๕) ต้องสร้างกลไกเพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารและการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายสามารถดำเนินการได้โดยปราศจากความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือระบบอุปถัมภ์\\n \t๖) ควรให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เปิดเผยการทุจริต และคุ้มครองผู้ที่เปิดเผยการทุจริตอย่างครบวงจร\\n \t๗) ต้องส่งเสริมการถ่วงดุลทางอำนาจและความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม     และดำรงไว้ซึ่งการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ \\n \tทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาแนวทางดังกล่าวข้างต้น เพราะหากดำเนินการตามคำแนะนำข้างต้นแล้วเชื่อว่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะสามารถยกระดับคะแนน และเป็นไปตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างแน่นอน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1163,427,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขุดลอกอ่างเก็บน้ำเพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร","อ่างเก็บน้ำบ้านขุมะค่า ตำบลมาบตะโกเอน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ มีพื้นที่กักเก็บน้ำ จำนวน ๓๕๐ ไร่ มีประชาชนใช้น้ำ จำนวน ๒ ตำบล ประกอบด้วย ตำบลมาบตะโกเอน และตำบลแชะ มีพื้นที่ทางการเกษตรได้ใช้ประโยชน์มากกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำมีสภาพตื้นเขิน และมีวัชพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหลือพื้นที่ในการกักเก็บน้ำน้อย จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดสรรงบประมาณ  เพื่อดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านขุมะค่า เพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1164,426,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เนื่องจากประสบปัญหาสุกรตาย","จากผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทำให้สุกรตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเสียหายมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้รู้ว่ามีโรคระบาดในพื้นที่มาหนึ่งปีแล้ว แต่ไม่ได้รายงานให้ส่วนกลางทราบเมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณกว่า ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ถูกทำลายเพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) จังหวัดราชบุรีจึงไม่ได้รับงบประมาณ เพื่อเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแต่อย่างใด จึงขอให้ภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1165,425,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","การลดการตายและบาดเจ็บบนท้องถนนในเขตชุมชน สืบเนื่องจากกรณีบิ๊กไบค์ชนแพทย์หญิงเสียชีวิตบนทางม้าลาย","เมื่อวันที่ 21 มกราคม ๒๕๖๕ เกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจตรีขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ด้วยความเร็วสูงชนแพทย์หญิง วราลัคน์  สุภวัตรจริยากุล เสียชีวิตขณะข้ามถนนบนทางม้าลาย บริเวณถนนพญาไท ซึ่งนับเป็นความสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่ง จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบได้ให้ความเป็นธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างสูงสุด อย่าให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือปกป้องช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ความสูญเสียเกิดจากการกระทำของผู้ที่ไม่เคารพกฎหมาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ขาดความเข้มงวดกวดขัน ขาดการเอาใจใส่ และปัญหากลไกภาครัฐในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย   ทำให้ผู้ขับขี่เกิดความประมาทไม่เคารพกฎจราจร ก่อให้เกิดความสูญเสียที่รุนแรงบ่อยครั้ง            \\n\tกรณีเหตุการณ์สูญเสียร้ายแรงครั้งนี้ รัฐบาลและสังคมไม่ควรปล่อยให้ผ่านเลยไปอย่างง่ายดาย ซึ่งรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสังคม ควรใช้เป็นโอกาสร่วมกันยกระดับมาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน หยุดการสูญเสียในลักษณะเช่นนี้ลงให้ได้                \\n\tการเกิดอุบัติเหตุของคนข้ามถนนบนทางม้าลายลักษณะเช่นนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ          ซึ่งองค์การอนามัยโลกประกาศเป็นนโยบายของโลกว่า การขับขี่ยานพาหนะในชุมชนเมือง ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้ภาคสังคมและภาควิชาการกำลังพยายามผลักดันให้ควบคุมความเร็วในเขตชุมชนไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทุกฝ่ายควรได้ช่วยกันผลักดันให้เต็มที่ต่อไป","นายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2565,"2022-01-25T00:00:00"],
    [1166,424,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการถ่ายโอนงบประมาณและครุภัณฑ์ภาครัฐข้ามกระทรวงหรือข้ามหน่วยงาน","จังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ในด้านต่างๆ อาทิ การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วัสดุครุภัณฑ์ด้านสาธารณสุข โครงการเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการเกษตร เป็นต้น\\nสภาพปัญหา คือ กระทรวงหนึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณ แต่อีกกระทรวงหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ เมื่อจัดซื้อมาแล้วต้องใช้ระยะเวลาออกเลขครุภัณฑ์และถ่ายโอนทรัพย์สินเป็นเวลานาน ไม่สามารถถ่ายโอนงบประมาณและครุภัณฑ์ภาครัฐข้ามกระทรวงหรือข้ามหน่วยงานได้ทันที ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \\n๑. มีแนวทางจัดกระบวนการถ่ายโอนทรัพย์สินให้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ และสามารถปรับปรุงการโต้ตอบทางธุรการให้รวดเร็วขึ้นได้หรือไม่\\n๒. มีแนวทางอื่นๆ ที่จะใช้แก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ หรือไม่","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1167,423,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จากการเผาอ้อย","จากคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ โรงงานรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ ร้อยละ ๐ โดยขณะนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อย ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) มีมติปรับลดปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของปริมาณทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในฤดูกาลนี้ อ้อยไฟไหม้มีจำนวนถึงร้อยละ ๒๐.๙๓ (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕) เกษตรกรชาวไร่อ้อยจึงมีความต้องการรถตัดอ้อยเป็นของตนเอง เพื่อลดปัญหาการเผาอ้อย ไม่ต้องพึ่งพารถรับจ้างตัดอ้อยของโรงงาน ซึ่งจะเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้มีการเผาอ้อย สนับสนุนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าควรกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณแก่สหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ชาวไร่อ้อย เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้มีโอกาสจัดซื้อรถตัดอ้อยเป็นของตนเอง ซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยควรปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณส่วนนี้จำนวน ๒ หมื่นล้านบาท\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1168,422,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","น้ำอุปโภคบริโภค","การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการบริหารจัดการแหล่งน้ำในการกำกับดูแลของกรมชลประทาน ปัจจุบันเข้าสู่ฤดูแล้งทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร \\nสวนผัก สวนผลไม้ และสวนมะพร้าวได้รับผลกระทบโดยตรงจากการรุกของน้ำทะเลเนื่องจากไม่มีน้ำ\\nที่กักเก็บไปผลักดันน้ำเค็ม ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเน่าเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจาก\\nกรมชลประทานปิดระบบน้ำที่จะเข้ามายังคลองส่งน้ำ โดยแจ้งว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงซ่อมแซม อีกทั้งเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค เนื่องจากขาดแหล่งน้ำดิบในการทำประปาหมู่บ้าน ดังนั้น \\nจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑. ขอให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงระบบชลประทานไปยังคลองส่งน้ำให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว\\n \t\t๒. หากมีการปรับปรุงซ่อมแซมในครั้งต่อไปในกรณีที่มีแผนอยู่แล้ว ควรแจ้งให้ประชาชน ในพื้นที่ได้รับทราบล่วงหน้าก่อนฤดูการเพาะปลูกเพื่อจะได้วางแผนเตรียมการสำหรับเพาะปลูกโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร และจะได้สำรองน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคต่อไปได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1169,421,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความล่าช้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๖ สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา","โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ มีการลงนามสัญญาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ งบประมาณ ๘๔,๖๐๐ ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง ๗๗,๙๗๐ ล้านบาท เป็นค่าเวนคืน ๖,๖๓๐ ล้านบาท ระยะทาง ๑๙๖ กิโลเมตร มีทั้งหมด ๔๐ สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ ๒๓ สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก ๑๗ สัญญา กำหนดแล้วเสร็จปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น โครงการมีความคืบหน้า ร้อยละ ๙๐ ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ ๙๕ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าความล่าช้าเกิดจากสาเหตุ ดังนี้\\n\t\t๑. สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากเดิมมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบ แต่ปัจจุบันเป็นบ่อน้ำลึกกักเก็บน้ำ ต้องสร้างเป็นสะพานข้ามจึงทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้น\\n                ๒. ปรับปรุงรูปแบบวิศวกรรมให้สอดคล้องกับสภาพทางกายภาพของพื้นที่ในปัจจุบัน บางช่วงของโครงการเมื่อเข้าพื้นที่พบว่ามีร่องน้ำไหลและสภาพธรณีที่เปลี่ยนแปลงไปจึงต้องปรับรูปแบบ การก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน กล่าวคือ เดิมสำรวจเป็นที่ราบแต่เมื่อเปิดหน้าดิน พบว่า เป็นร่องลึกหรือเหวจึงต้องสร้างเป็นสะพาน ซึ่งต้องอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท\\n \t\t๓. ปรับรูปแบบการก่อสร้างที่โครงการตัดผ่านพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน ต่างๆ ซึ่งต้องเพิ่มงบประมาณ\\n \t\t๔. ปรับรูปแบบการก่อสร้างเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่และให้สอดคล้องกับโครงข่ายที่ประชาชนใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากระหว่างก่อสร้างประชาชนได้ร้องเรียนถึงการเดินทางไม่สะดวกต้องเพิ่มจุดตัดและทางลอดหลายแห่ง ทำให้ต้องเพิ่มงบประมาณ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1170,420,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอของขวัญให้ครูเนื่องในโอกาสวันครู","เนื่องจากวันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปี ราชการกำหนดให้เป็นวันครูแห่งชาติ เพื่อให้ความสำคัญกับวิชาชีพครูและเพื่อให้ลูกศิษย์ได้ระลึกถึงบุญคุณของครูบาอาจารย์ จึงขอให้แก้ไขปัญหาให้แก่ครู ดังนี้   \\n\t\t๑. ขอให้คืนครูและบุคลากรทางการศึกษาให้กับเด็กและโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งขาดแคลนผู้บริหารและครู \\n\t\t๒. ขอให้คืนภารโรงและครูธุรการให้แก่ทุกโรงเรียน \\n\t\t๓. การพัฒนาครู ขอให้ลดการอบรมครูโดยไม่จำเป็น ไม่เอาครูออกนอกห้องเรียน \\nไม่เอาครูออกจากเด็ก ซึ่งการพัฒนาครูขอให้สอบถามครูว่าจะพัฒนาเรื่องอะไรที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน และไม่ควรให้ครูเสียค่าใช้จ่ายหรือเสียน้อยที่สุด \\n\t\t๔. ขอให้จัดสื่อเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ห้องปฏิบัติการ หรือห้องแล็บหรืออินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม เพื่อให้ครูสามารถใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน   \\n\t\t๕. ขอให้ส่งเสริมให้ครูมีวิทยฐานะ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่สามารถประเมินตามสภาพจริงหรือเชิงประจักษ์ ลดการใช้การประเมินจากเอกสาร ซึ่งจะทำให้ครูสามารถพัฒนาคุณภาพเด็กจึงจะได้วิทยฐานะ ไม่ใช่การพัฒนาจากเอกสาร \\n\t\t๖. ขอให้ปรับปรุงบ้านพักครูเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับครูทั่วประเทศ \\n\t\t๗. ควรให้ครูได้วิทยฐานะที่เท่าเทียมกันในทุกสังกัด โดยวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ ขอให้มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับครูในสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น    \\n\t\t๘. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ครูทั่วประเทศ แต่การแก้ไขปัญหายังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม \\n\t\t๙. ขอให้ช่วยเหลือครูที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย กรณีการก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งปัญหาเกิดจากฝ่ายการเมือง โดยครูไม่ได้มีเจตนาทุจริต","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1171,419,148,"นายลักษณ์ วจนานวัช","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF)","การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF) ในประเทศไทย แม้โรคดังกล่าวจะไม่แพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนก็ตาม แต่ส่งผลทำให้สุกรในฟาร์ม\\nที่ติดเชื้อมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ ๘๐ จึงเป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคนี้มีความคงทนสูงและสามารถอยู่ในสภาวะแวดล้อมได้นาน รวมทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษา ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรขาดความเชื่อมั่นและหยุดเลี้ยงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย จึงส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ปริมาณสุกรลดลงไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และราคาเนื้อสุกรปรับเพิ่มสูงขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแผนงานแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างเป็นเอกภาพเป็นรูปธรรม มีการวางแผนเฉพาะหน้าในการควบคุมการระบาดของโรค แผนระยะสั้นและระยะกลางในการปรับมาตรฐานเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรคให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งจัดให้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่จำเป็นสำหรับฟื้นฟูการผลิตสุกรของผู้เลี้ยงรายย่อย และเตรียมแผนระยะยาวในการวิจัยค้นคว้าเพื่อหาวัคซีนป้องกันโรคโดยมีกรอบระยะเวลาขับเคลื่อนตามแผนที่ชัดเจน รัฐบาลควรกำหนดแผนเผชิญวิกฤติทั้งหมดนี้ให้สมบูรณ์เสียก่อน จึงพิจารณาเรื่องการนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ โดยควรนำเข้าเนื้อสุกรเท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับความก้าวหน้าในการดำเนินการตามแผนดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้อาชีพเลี้ยงสุกรของคนไทย ได้รับผลกระทบและต้องยุติกิจการลงในระยะยาว อนึ่งประเทศจีนเคยมีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมาก่อน ซึ่งประเทศจีนมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะภาคการผลิตเพื่อเพิ่มปริมาณสุกรในประเทศ ดังนั้น ประเทศไทยควรศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศจีนด้วย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1172,418,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ส่งเสริมป้องกันหรือกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล","ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นการเติบโตของผู้ประกอบการมีสินทรัพย์ที่มีตัวตน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่สินทรัพย์ดิจิทัลที่จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีข้อดีที่จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ตามอุปสงค์และอุปทาน เป็นไปตามขีดความสามารถของผู้ประกอบการ แต่เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่มีตัวตน ไม่มีเส้นทางประกอบการ และความสามารถในการแข่งขัน จึงนำไปสู่ข้อด้อยในความรู้ที่ไม่เท่าทัน เป็นไปตามกระแส ทำให้มีความเสี่ยงสูงและมีความเสียหายมาก ดังนั้น หน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องควรมีกระบวนการ สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน ซึ่งมีขีดความสามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว และสามารถลงทะเบียนผูกบัญชีธนาคารของบุคคลในครอบครัวได้ รวมถึงบุคคลวัยทำงานแม้จะมีความรู้ที่ดี แต่หากอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงสามารถสร้างความเสียหายได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อประเทศชาติ มีแนวทางควบคุม กำกับ ดูแล ป้องกัน ไม่ให้เกิดโทษ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1173,417,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการจ้างงานคนพิการในภาครัฐ","จากพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๓ กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐรับคนพิการ\\nเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วน ๑ : ๑๐๐ กรณีของหน่วยงานเอกชนหากไม่จ้างคนพิการเข้าทำงานจะมีทางเลือก ๒ แนวทาง กล่าวคือ แนวทางที่หนึ่ง นายจ้างหรือสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงานให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามมาตรา ๓๔ แนวทางที่สอง นายจ้างหรือสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงาน และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นายจ้างหรือสถานประกอบการนั้นต้องจัดสถานที่เพื่อจำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่คนพิการ ตามมาตรา ๓๕ ทั้งนี้ มาตรา ๓๙ กำหนดให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต้องประกาศรายชื่อหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ ต่อสาธารณะ ซึ่งก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ภาคเอกชนได้ปฏิบัติตามกฎหมายค่อนข้างดีประมาณร้อยละ ๙๐ แต่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐไม่ได้จ้างคนพิการเข้าทำงานและไม่จัดสถานที่ให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการเป็นส่วนใหญ่ โดยปลายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ต้องจ้างคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากกว่า ๘,๐๐๐ ตำแหน่ง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต้องจ้างคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากกว่า ๑๑,๐๐๐ ตำแหน่ง ปลายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ต้องจ้างคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากกว่า ๑๔,๐๐๐ คน จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนการปฏิบัติตามกฎหมายโดยหน่วยงานของรัฐลดลงตามลำดับ จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้         \\n\t\t\t๑. ขอให้มีมติคณะรัฐมนตรีในลักษณะเดียวกันกับที่เคยมีมาแล้วในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด \\n\t\t\t๒. ขอให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการติดตามการดำเนินงานตามมาตรา ๓๙ อย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยนำรายชื่อของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใด     \\n\t\t\t๓. ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการจ้างคนพิการเข้าทำงาน โดยรัฐสภามีข้าราชการและลูกจ้างประมาณ ๓,๐๐๐ คน ซึ่งต้องมีสัดส่วนจ้างคนพิการเข้าทำงานจำนวน ๓๐ ตำแหน่ง แต่ที่ผ่านมาไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้มีการจ้างคนพิการเข้าทำงานแต่อย่างใด จึงขอให้พิจารณาจ้างคนพิการเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐสภาหรือจัดสถานที่ให้คนพิการได้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ\\n","นายกรัฐมนตรี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1174,416,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล รับ - ส่ง ผู้ป่วย","จากหลังเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๕ มีข่าวเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล รับ - ส่ง ผู้ป่วย จำนวนมาก และในช่วง ๔ ปี ที่ผ่านมา มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากรถพยาบาล จำนวน ๑๑๐ ครั้ง ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สินของผู้ป่วย ญาติ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และส่วนรวม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพนักงานขับรถด้วยความเร็วสูง ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เพราะถือว่าได้รับการยกเว้นในกรณีเร่งด่วน ประกอบกับรถพยาบาลส่วนใหญ่เป็นรถตู้มีการทรงตัวและยึดเกาะถนนไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยปกติการรับ - ส่ง ผู้ป่วย แพทย์ได้ประเมินวินิจฉัยแล้วว่า ผู้ป่วยไม่มีขีดอันตราย สัญญาณชีพทรงตัว ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบขับรถด้วยความเร็วเพื่อแข่งกับเวลา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการพิจารณาวางมาตรการอย่างเข้มงวดในเรื่องดังกล่าว โดยการลดความเร็ว และเคารพกฎจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุรถพยาบาล รับ - ส่ง ผู้ป่วย และลดความเสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม","กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1175,415,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน","จากนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนของนายกรัฐมนตรีที่ดำเนินการ มาตลอดใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ และมีการแถลงในช่วงปีใหม่ว่าได้ตั้งเป้าหมายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนให้สำเร็จนั้น เนื่องจากประชาชนโดยเฉพาะข้าราชการครูและตำรวจ มีภาระหนี้สินจำนวนมาก ส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนของรัฐบาลที่ได้ดำเนินการแล้ว จำนวน ๘ ด้าน ได้แก่ ๑) การแก้ไขปัญหาหนี้สินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ๒) การไกล่เกลี่ยและปรับโครงสร้างหนี้สินผ่านกลไกของธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินของรัฐ ๓) การแก้ไข ปัญหาหนี้สินเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ๔) การแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการ ๕) การปรับลดหรือการทบทวนโครงสร้างเพดานอัตราดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม รวมทั้งการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ\\nของลูกหนี้ ๖) การแก้ไขหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ๗) การแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย หรือ SMEs และ ๘) การปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาจากปัจจัยภายนอกของปัญหาหนี้สินได้เป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาจากปัจจัยภายในของลูกหนี้ โดยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาถือปฏิบัติ\\nในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นไปตามวิสัยทัศน์ประเทศไทยตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ -๒๕๘๐ ที่กำหนดว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความสุขอย่างยั่งยืน ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มาตรการในการขับเคลื่อนควรเริ่มจากกลุ่มข้าราชการที่มีปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนก่อน โดยหัวหน้า\\nส่วนราชการทุกระดับทำกิจกรรมเรียกว่าแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ -๒๕๖๔) ซึ่งควรขยายถึง ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เชิญชวนข้าราชการที่มีปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนจำนวนมาก\\nเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพอเพียงด้วยการจัดทำบัญชีครัวเรือน แผนการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ตระหนักรู้ในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตามความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ผู้บังคับบัญชาต้องเอาใจใส่และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และหากได้ผลดีจึงขยายไปยังภาคประชาชน ซึ่งการดำเนินตามแนวทางนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ลดการทุจริต และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2565,"2022-01-18T00:00:00"],
    [1176,414,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศเมียนมา","การแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศเมียนมา ๒ ประเด็น ดังนี้\\nประเด็นที่หนึ่ง เมื่อต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๔ มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศเมียนมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยมีการจัดตั้งกองกำลังพิทักษ์ประชาชน หรือ The People’s Defense Force (PDF)สถานการณ์การสู้รบในประเทศเมียนมาส่งผลให้มีผู้หนีภัยการสู้รบเดินทางหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยโดยประเทศไทยได้ให้ที่พักพิงและดูแลเป็นการชั่วคราว เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยแล้วจะดำเนินการส่งกลับประเทศเมียนมาต่อไป ซึ่งแนวทางดังกล่าวรัฐบาลได้ดำเนินการถูกต้องแแล้วประเด็นที่สอง เมื่อกว่า ๓๗ ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศเมียนมา ส่งผลให้มีผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศเมียนมาเข้ามาพักพิงชั่วคราวในประเทศไทย โดยยังคงมีการสู้รบระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยบริเวณติดชายแดนในบางพื้นที่ ทำให้รัฐบาลไทยไม่สามารถดำเนินการส่งกลับผู้หนีภัยการสู้รบดังกล่าวได้ จึงต้องผ่อนปรนให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวตามหลักมนุษยธรรม โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากประเทศเมียนมา จำนวน ๙ แห่ง ในพื้นที่ ๔ จังหวัด มีผู้หนีภัยการสู้รบกว่า ๗๗,๐๐๐ คน ซึ่งผู้หนีภัยการสู้รบดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และกระทรวง มหาดไทย พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เสร็จเด็ดขาดโดยเร็ว และไม่ควรปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อและเป็นภาระต่อประเทศไทยอีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1177,412,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การพัฒนาทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กม. ๑๔๒ บ้านคลองรั้ง ตำบลท่าตูม อำเภอ ศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี","ในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ เป็นเส้นทางหนึ่งที่มุ่งสู่\\nภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังจังหวัดนครราชสีมา ทางหลวงสายดังกล่าวมีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก แม้จะไม่ใช่ในช่วงเทศกาล ถึงแม้กรมทางหลวงได้ขยายช่องจราจรในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราเป็น ๘ ช่องจราจรแล้วก็ตาม แต่ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีเพียง ๔ ช่องจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณบ้านคลองรั้ง ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี มีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก เพราะเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ ซึ่งมีโรงงานจำนวนนับร้อย มีประชากร จำนวน ๒๓,๐๐๐ คน ยังไม่รวมประชากรแฝงที่มาทำงานที่นิคมอุตสาหกรรม อีกทั้งบริเวณดังกล่าวมีจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๙ และหมายเลข ๓๒๘๑ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่อยู่อาศัย ผู้สัญจร รวมถึงรถขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงถนนบริเวณดังกล่าวให้มีความปลอดภัย สะดวก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1178,411,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอความอนุเคราะห์ซ่อมแซมสะพานเก่าชำรุด ตำบลคลองโคน จังหวัดสมุทรสงคราม","โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน\\nของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม กรณีสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กในพื้นที่บ้านผู้ใหญ่ชงค์ ระหว่างหมู่ที่ ๒ ไปยังหมู่ที่ ๓ ตำบลคลองโคน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบันตอม่อสะพานดังกล่าวอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก อันเนื่องมาจากถูกน้ำกร่อยกัดเซาะโครงสร้าง เกรงว่าหากปล่อยไว้เนิ่นช้าสะพานอาจพังทลายลง ก่อเกิดความเสียหายและเป็นอันตรายต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวผู้สัญจรไปมา โดยบริเวณสะพานแห่งนี้ มีข้อความว่า “กรมโยธาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๐” เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองโคนได้มีหนังสือขอความอนุเคราะห์ไปยังโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม ขอให้ส่งช่างลงมาสำรวจและซ่อมแซมสะพานดังกล่าว แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ ดังนั้น จึงขอให้ส่งข้อหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย พิจารณา ดังนี้\\n๑) หากสะพานดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง ขอให้\\nผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม พิจารณาเร่งรัดดำเนินการซ่อมแซมสะพานดังกล่าว \\n๒) กรณีที่ได้มีการถ่ายโอนสะพานดังกล่าวให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบแล้ว ขอให้ดำเนินการประสานไปยังหน่วยงานดังกล่าว และแจ้งผลการดำเนินการให้ทราบด้วย\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1179,410,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายสนับสนุนกิจการลูกเสือแห่งชาติของรัฐบาลและสถานะปัจจุบันของกิจการลูกเสือไทย","เนื่องจากกิจการลูกเสือมีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 และต่อมา ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัฐสภาได้ตราพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยมีการประกาศฉบับต่างๆ ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของคณะลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคีและมีความเจริญก้าวหน้า ตามแนวทางต่อไปนี้ คือ นิสัยช่างสังเกต จดจำ เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต ความมีระเบียบวินัย มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น บำเพ็ญตนเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ การทำการฝีมือ รวมทั้งการฝึกฝนทำกิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม ตลอดจนรักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม และความมั่นคงของประเทศชาติ ทั้งนี้ เพื่อความสงบสุขและความมั่นคงของประเทศชาติ กอปรกับรัฐสภาไทยได้มีการจัดตั้งชมรมลูกเสือรัฐสภาไทย โดยมี พลเอก วรพงษ์  สง่าเนตร สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานกรรมการบริหารชมรมลูกเสือรัฐสภาไทย ย่อมชี้ให้เห็นว่ารัฐสภาทั่วโลกมีการรณรงค์และสนับสนุนประสานงานกับคณะลูกเสือแห่งชาติของประเทศต่างๆ โดยประเด็นสำคัญ คือ กิจการลูกเสือนั้นได้มีการจัดตั้งลูกเสือระดับสูงในชั้นผู้บังคับบัญชาหรือชั้นผู้นำซึ่งมีบทบาทสำคัญ ลูกเสือที่อยู่ในระบบการศึกษา และลูกเสือที่เป็นประชาชนทั่วไปที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยกิจการลูกเสือที่อยู่ในระบบการศึกษายังมีข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการ จึงควรกำหนดให้ลูกเสือระดับสูงในชั้นผู้บังคับบัญชาหรือชั้นผู้นำ ให้การสนับสนุน ผลักดันหรือส่งเสริมให้กิจการลูกเสือทั้งที่อยู่ในระบบการศึกษาและที่เป็นประชาชนทั่วไป มีความเจริญก้าวหน้า ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาลว่า ปัจจุบันกิจการลูกเสือของประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าหรือไม่ อย่างไร และภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับกิจการลูกเสือที่จัดทำขึ้นมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกเสือโรเวอร์ ลูกเสือวิสามัญ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีและเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1180,409,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","สถานการณ์บ้านเมือง","นิเวศวัฒนธรรมกับวิถีชุมชน","คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศให้ ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล\\nแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่และกำลังเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า อันเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๔ ทำให้เกิดประเด็นข้อพิพาทระหว่างฝ่ายบ้านเมืองกับชุมชนเป็นจำนวนมาก ถือเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาแก้ไข ว่าควรดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ประชาชนอยู่กับป่าได้อย่างถูกต้อง ดังเช่น สุนทรพจน์บางตอนของหัวหน้าเผ่าอินเดียนแดงที่ได้เรียกร้องต่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาซึ่งขอซื้อดินแดนจากเผ่าอินเดียนแดง ความว่า “เราพิจารณาข้อเสนอของท่าน เพราะเรารู้ว่าถ้าเราไม่ขาย พวกคนขาวก็อาจจะขนปืนมายึดดินแดนของพวกเราอยู่ดี แต่ท้องฟ้าและ\\nความอบอุ่นของแผ่นดินนั้น เราซื้อขายกันได้อย่างไร และเราเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน และแผ่นดินนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกัน ที่ท่านขอซื้อแผ่นดินของเรา แต่ไม่ใช่ของง่าย เพราะแผ่นดินนี้คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์\\nของพวกเรา กระแสน้ำระยิบระยับที่ไหลไปตามลำธาร แม่น้ำและทะเลสาบที่ใสสะอาดนั้น เต็มไปด้วยอดีตและความทรงจำของชาวอินเดียนแดง และสุดท้าย เรารู้ดีว่าโลกนี้เป็นของมนุษย์ แต่มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้สร้างเส้นใยแห่งมวลชีวิต แต่มนุษย์เป็นเพียงเส้นใยเส้นหนึ่งเท่านั้น หากเขาทำลายเส้นใยเหล่านี้ เขาก็ทำลายตัวเอง” หรือกรณีประชาชนชาวสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่อยู่กับทะเลและรักษาทะเล และทะเลก็รักษาชุมชน หรือกรณีนักเขียนปีเตอร์ เซงเก้ ได้กล่าวว่า “เทคโนโลยีทำให้เราเป็นมนุษย์น้อยลง และมันกำลังทำลายสังคมแบบที่มนุษย์ควรจะมี” ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ว่ามีแนวทางดำเนินการอย่างไรที่จะสร้างความเจริญ โดยไม่ทำลายคุณค่าความเป็นมนุษย์และไม่ทำลายคุณค่าของธรรมชาติ\\n","กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1181,408,204,"พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่","กฎหมาย","การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ","เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งได้รับทราบข้อมูลและข้อเสนอแนะปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ดังนี้ \\n๑) ควรมีการแก้ไขกฎหมายให้มีหลักเกณฑ์เพื่อให้สามารถปัดเศษสตางค์ได้ ๒) ข้อมูลกรมที่ดินและกรมธนารักษ์ไม่ตรงกัน ควรมีโปรแกรมที่สามารถจัดเก็บภาษีได้ทันทีเหมือนกันทั่วประเทศ เช่น พัฒนาระบบโปรแกรมแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน (LTAX) ๓) ควรแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถเก็บภาษีย้อนหลังได้ ๔) ควรกำหนดอัตราการจัดเก็บภาษีตามประเภทที่อยู่อาศัย เช่น หอพัก ห้องเช่า และบ้านเช่า เป็นต้น ๕) ควรมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นระยะ ๖) ควรมีการเชื่อมโยงข้อมูลที่ดินของกรมธนารักษ์กับข้อมูลทะเบียนราษฎร์แบบครบวงจร ๗) ควรลดขั้นตอนการติดต่อขอข้อมูลจากหน่วยงานข้ามสังกัดกัน ซึ่งที่ผ่านมามีความล่าช้าและไม่ทันต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน ๘) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งควรมีหน่วยงานจัดเก็บภาษีแยกเป็นการเฉพาะ เพื่อให้การดำเนินการจัดเก็บภาษีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็ว ๙) การแจ้งประเมินภาษี หากไม่สามารถส่งหนังสือแจ้งประเมินภาษีได้ ให้ใช้วิธีปิดประกาศหนังสือในสถานที่ที่เห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทำการของผู้เสียภาษี และ ๑๐) ควรทบทวนการใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีความซับซ้อน และการจัดเก็บภาษีไม่ได้จริงตามประมาณการ\\n","กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1182,407,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชน","ประชาชนบางกลุ่มมีการใช้สิทธิและเสรีภาพที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมทั้งมีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในสังคม โดยกรณีการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนนั้น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) อันเป็นเอกสารสำคัญที่รัฐสมาชิกสหประชาชาติได้ลงมติรับรองและประกาศใช้เป็นหลักการสำคัญในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาคมโลก เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส \\nโดยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ ๒๙ ได้บัญญัติเรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่น ๓ ประการ ดังนี้ ๑) ทุกคนมีหน้าที่ต่อชุมชน ซึ่งการพัฒนาบุคลิกภาพของตนโดยอิสระและเต็มที่ จะกระทำได้ก็แต่ในชุมชนเท่านั้น ๒) ในการใช้สิทธิและเสรีภาพแห่งตน ทุกคนต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเพียงเท่าที่มีกำหนดไว้\\nตามกฎหมายเท่านั้น เพื่อวัตถุประสงค์ของการได้มาซึ่งการยอมรับและการเคารพสิทธิและอิสรภาพอันควรของผู้อื่น และเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการอันสมควรทางด้านศีลธรรม ความสงบเรียบร้อยของประชาชน และสวัสดิการทั่วไปในสังคมประชาธิปไตย และ ๓) สิทธิและอิสรภาพเหล่านี้ ไม่อาจใช้ขัดต่อวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติไม่ว่ากรณีใดๆ ถึงแม้ว่าปฏิญญาสากลฉบับนี้จะไม่ใช่สนธิสัญญาระหว่างประเทศ แต่ก็จัดเป็นกฎหมายจารีตระหว่างประเทศทางด้านสิทธิมนุษยชน\\nที่มีความสำคัญ ซึ่งประเทศต่างๆ จำต้องเคารพต่อหลักการสิทธิมนุษยชนที่ตราไว้ในปฏิญญาฉบับนี้ ประเทศไทยได้บัญญัติสาระสำคัญของกฎบัตรสหประชาชาตินี้ไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕ แต่ยังขาดการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับการเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นให้แก่ประชาชน ตลอดจนปลูกฝังความคิดนี้ในสถานศึกษาตั้งแต่เยาว์วัย จะช่วยให้ประชาชนใช้สิทธิและเสรีภาพได้อย่างถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน\\n","นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",14,2564,"2021-12-28T00:00:00"],
    [1183,406,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ช้างป่าทองผาภูมิ","จากที่อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี           มีช้างป่าอาศัยอยู่จำนวนมาก ประมาณ ๑๐๐ ตัว ซึ่งบางส่วนได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน เนื่องจากฤดูแล้งแหล่งน้ำของช้างจะขาดแคลน ทำให้พืชสวน พืชไร่ของประชาชนได้รับความเสียหาย          อยู่เป็นประจำ จึงเกิดความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน โดยวัดเวฬุวันและประชาชนที่อาศัยอยู่          ในตำบลห้วยเขย่ง ตำบลท่าขนุน ตำบลลิ่นถิ่น และตำบลหินดาด ได้ช่วยกันขุดแหล่งน้ำให้ช้างเข้ามาใช้ประโยชน์แต่ยังไม่พอเพียง หน่วยพิทักษ์อุทยานไทรโยคและมูลนิธิพิทักษ์คชสารจึงได้เข้ามาช่วยเหลือและดำเนินการร่วมกับประชาชนแต่ยังไม่คืบหน้า ดังนั้น เพื่อให้โครงการมีความก้าวหน้าและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการความร่วมมือ เพื่อผลักดันให้โครงการสำเร็จโดยเร็ว","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1184,404,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","วงงานรัฐสภา","อาคารรัฐสภาที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวกและปลอดภัย","พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดให้อาคารสถานที่ที่มีขนาดใหญ่และพื้นที่สาธารณะต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ ทุพพลภาพ และคนชรา ประกอบกับข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๑๙๒ ให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดสภาพแวดล้อมทั้งทางสถาปัตยกรรม สารสนเทศ การสื่อสาร หรือบริการอื่นใดให้เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗ วรรค ๔ ที่ระบุว่า มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิหรือเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองหรืออำนวยความสะดวกให้แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาส ย่อมไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามวรรคสาม ซึ่งอาคารรัฐสภามีความสวยโดดเด่นเป็นสง่า เป็นที่เชิดหน้าชูตา กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมและเป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการออกแบบควรคำนึงถึงแนวคิดในการออกแบบ (Conceptual Design) และการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งาน (Function Design) เข้าด้วยกัน โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยความสะดวกและความปลอดภัยเป็นสำคัญ แต่ปรากฏว่าอาคารรัฐสภาแห่งนี้คำนึงถึง Conceptual Design เป็นอันดับแรก จึงทำให้ประโยชน์ใช้สอยของอาคารไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย เช่น พื้นขัดมัน ห้องน้ำคับแคบ เป็นต้น ดังนั้น ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุกับสมาชิกรัฐสภาและประชาชน","เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1185,403,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ขอให้ยับยั้งการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด","จากวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นวันสุดท้ายที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ไม่ประสงค์จะถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งจะต้องแจ้งความจำนงไปยังคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากไม่แจ้งภายในระยะเวลา          ที่กำหนดจะถือว่าประสงค์เข้าร่วมการถ่ายโอนดังกล่าว ทั้งนี้ มี รพ.สต. จำนวน ๓,๐๓๖ แห่ง จากจำนวนทั้งหมด ๙,๗๘๗ แห่ง ได้ยื่นความจำนง โดยคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาแบ่งระดับของ รพ.สต. เป็น  ๓ ระดับ คือ ระดับดีที่ต้องถ่ายโอนอย่างน้อย ๑ แห่ง ต่อ ๑ อำเภอ ระดับดีมากที่ต้องถ่ายโอนอย่างน้อย ๒ แห่ง ต่อ ๑ อำเภอ และระดับดีเลิศที่ต้องถ่ายโอนทั้งจังหวัด ซึ่งการถ่ายโอนทั้งจังหวัดจะส่งผลกระทบต่อระบบการให้บริการสาธารณสุขเป็นอย่างมากเพราะในห้วง ๘ ปีที่ผ่านมา อปท. ใช้งบประมาณสบทบเพิ่มเติม ๗๒๖ ล้านบาท เป็นส่วนที่อยู่นอกเหนือจากที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดสรรให้ และหากมีการถ่ายโอน รพ.สต. จำนวน ๓,๐๐๐ แห่ง จะต้องจัดสรรให้แก่ อปท. เพิ่มขึ้นเท่าใด ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องวิเคราะห์ให้รอบคอบ ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีการสอบถามกระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. แต่อย่างใด ซึ่งต้นเหตุของการถ่ายโอน รพ.สต. เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ในทางปฏิบัติไม่มีการกำหนดแผนและขั้นตอนการถ่ายโอนแต่อย่างใด ไม่มีการศึกษาวิเคราะห์เพียงพอ ประเด็นสำคัญ คือ ได้ตัดการจัดบริการสุขภาพแบบพวงบริการและระบบการส่งต่อผู้ป่วยออกจากระบบสาธารณสุขโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Health Care) ซึ่งเป็นหัวใจของระบบบริการสาธารณสุข ปัจจุบันมีการรักษาพยาบาลและส่งต่อคนไข้ ตามลำดับ เมื่อมีการกำหนดให้ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิถ่ายโอนไปแต่ระบบบริการสุขภาพทุติยภูมิและตติยภูมิยังคงอยู่กับกระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นการตัดระบบสุขภาพแบบพวงบริการที่ได้กำหนดไว้ดีแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริการสาธารณสุขและการจัดสรรงบประมาณรวมถึงแผนงานที่เคยกำหนดไว้ว่า ระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิจะมีแพทย์ ๓ คน ต่อประชาชน ๓๐,๐๐๐ คน ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไป จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t๑) แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งให้มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาศึกษาประเด็นการถ่ายโอน รพ.สต. ที่เป็นผลมาจากพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ\\n\t\t๒) ยับยั้งการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยไม่ให้มีการบรรจุเรื่องดังกล่าวไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขโดยรวมและบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ไม่ประสงค์จะถ่ายโอน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1186,402,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","การยกระดับการพัฒนาศักยภาพของ Young Smart Farmer ","จากปัจจุบันเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวจำนวนมากมีความคิดสร้างสรรค์นำเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรมมาใช้ในการทำเกษตรกรรม เรียกว่า “เกษตรอัจฉริยะ” (Smart Farming) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้มีการถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร  รุ่นใหม่ แต่การพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรรุ่นใหม่ยังจำกัดอยู่เพียงพัฒนาเป็นราย ๆ ไป มีลักษณะ  ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างทำ โดยมีการรวมกลุ่มเพียงเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เท่านั้น ยังไม่มีการรวมกลุ่มในเชิงธุรกิจเพื่อต่อยอดขึ้นไปเป็นเครือข่ายธุรกิจเกษตรแต่อย่างใด ซึ่งหากมีการส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่รวมกลุ่มในเชิงธุรกิจเป็นเครือข่ายธุรกิจเกษตรเพื่อผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าพื้นฐานทั่วไป (Functions Product) จากการทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การแปรรูปสินค้าเกษตร การพัฒนาด้านการตลาด สร้างตราสินค้าของจังหวัด (Provincial Brand) โดยตั้งเป็นบริษัทพัฒนาการเกษตรของจังหวัดตามความเหมาะสมจะช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรเป็นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย จึงขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\\n\t\t๑) กระทรวงฯ ได้กำหนดแผนการจัดตั้งกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่พัฒนาสู่การประกอบธุรกิจโดยจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SMEs) หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๒) กระทรวงฯ มีแผนการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ อย่างไร อาทิ การสนับสนุนการทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน โดยใช้งบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด - 19 เป็นต้น\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1187,401,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การขอความอนุเคราะห์คลื่นความถี่ผ่านดาวเทียมเพื่อการถ่ายทอดการประชุมวุฒิสภาทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในพื้นที่ต่างจังหวัด","จากได้รับข้อร้องเรียนว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีความต้องการรับฟังการถ่ายทอดเสียงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมวุฒิสภาเพื่อติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญที่มีการแก้ไขปรับปรุง แต่ต้องประสบปัญหาการรับฟังการถ่ายทอดเสียงการประชุมฯ จากคลื่นความถี่ 92.25 เมกกะเฮิร์ซ ของสถานีวิทยุ          ในต่างจังหวัด บางพื้นที่ไม่สามารถรับฟังในที่พักอาศัยได้แต่รับฟังในรถยนต์ได้ และในพื้นที่บางจังหวัด          ไม่สามารถรับฟังได้ โดยที่สถานีวิทยุในต่างจังหวัดเหล่านั้นอยู่ในเครือข่ายของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ดังนั้น จึงขอให้กรมประชาสัมพันธ์ได้พิจารณาประสานกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อพิจารณา          เปิดคลื่นความถี่ผ่านดาวเทียมไปยังสถานีวิทยุในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับฟังการถ่ายทอดเสียงการประชุมของรัฐสภาได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1188,400,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘ มุ่งสู่ภาคใต้","จากปัจจุบันรัฐบาลได้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางการคมนาคมเป็นจำนวนมากเพื่อพัฒนาการคมนาคมขนส่ง          โดยปัจจุบันมีทางพิเศษที่ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว คือ โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ หรือถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครโดยฝั่งตะวันออก คือ บางปะอิน - บางนา ฝั่งตะวันตก คือ บางปะอิน - บางขุนเทียน ฝั่งใต้ คือ บางขุนเทียน - บางนา และโครงการทางหลวงหมายเลข ๗ สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง ซึ่งประชาชนนิยมใช้เป็นจำนวนมาก สำหรับทางหลวงพิเศษ          ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ๓ สาย คือ (๑) ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๖ สายบางปะอิน - นครราชสีมา ระยะทาง ๑๙๖ กิโลเมตร งบประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ สามารถเปิดใช้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ (๒) ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๑ สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี ระยะทาง ๙๖ กิโลเมตร งบประมาณ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ สามารถเปิดใช้ได้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ และ(๓) ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๘๒ สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร งบประมาณ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๘ สายนครปฐม - ชะอำ ระยะทาง ๑๐๙ กิโลเมตร งบประมาณ ๗๙,๐๐๐ ล้านบาท สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนที่มุ่งสู่ภาคใต้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ได้มีการศึกษาความเหมาะสมและดำเนินการออกแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถูกเลื่อนการพิจารณาจัดสรรงบประมาณอยู่เป็นประจำ จึงขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาผลักดันโครงการดังกล่าวให้สอดคล้องกับการเปิดใช้บริการของโครงการทางหลวงหมายเลข ๘๑ และ ๘๒ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1189,399,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","เตือนภัยการซื้อสินค้าออนไลน์ที่ได้ของไม่ตรงปก","จากได้สั่งซื้อ แม่แรงไฮดรอลิคผ่านช่องทางออนไลน์มูลค่า ๑,๘๙๐ บาท และร้านค้าออนไลน์ได้ส่งสินค้าผ่านบริษัท เคอรี่ เอ็กเพรส สาขาไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โดยวันที่จัดส่งสินค้าผู้ซื้อไม่ได้อยู่รับสินค้าแต่มีผู้รับแทนและเป็นการเก็บเงินปลายทาง กล่าวคือ ผู้ซื้อจะชำระเงินให้เมื่อได้รับสินค้า จากบริษัทขนส่ง ซึ่งบรรจุภัณฑ์ของสินค้าด้านหน้าระบุว่าเป็นแม่แรงไฮดรอลิค แต่เมื่อเปิดออกกลายเป็นกล่องใส่เครื่องมือช่างที่มีมูลค่าไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท จากนั้นได้ติดต่อไปยังบริษัทขนส่งดังกล่าว ได้คำตอบว่าเหตุการณ์เช่นนี้มีเป็นจำนวนมาก บริษัทฯ ไม่สามารถติดต่อกับบริษัทผู้จำหน่ายได้ และให้ผู้เสียหาย ไปแจ้งความดำเนินคดี ทั้งนี้ มีความสงสัยว่าการที่บริษัทฯ แจ้งว่าไม่สามารถติดต่อกับบริษัทผู้จำหน่ายสินค้าได้นั้นจริงหรือไม่ เพราะหากบริษัทฯ ไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้ผู้รับได้ บริษัทฯ จะเรียกเก็บเงินจากใครและจะส่งสินค้าคืนให้แก่ผู้จำหน่ายกรณีไม่มีผู้รับสินค้าได้อย่างไร อีกทั้ง ในหน้าเว็บไซต์ของผู้จำหน่ายสินค้าดังกล่าวยังคงเปิดจำหน่ายสินค้าเป็นปกติ จึงขอให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้พิจารณาตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่ไม่สุจริตกระทำการอันเป็นภัยต่อประชาชนอีกต่อไป","นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1190,398,42,"นายชาญวิทย์ ผลชีวิน","กฎหมาย","ปัญหาการสรรหาอธิการบดีวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติและปัญหาการสอบวินัยร้ายแรงของรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ","เนื่องจากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ กำหนดให้มีการสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย  การกีฬาแห่งชาติ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรรหาบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งได้ โดยเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ได้ประกาศหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ จะมีการประกาศรายชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เสนอสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ แต่ก็ไม่สามารถประกาศรายชื่อได้เนื่องจากหลายฝ่ายคัดค้านกระบวนการสรรหา จนกระทั่งปัจจุบันการคัดค้านกระบวนการสรรหายังไม่ยุติ และได้มีการระงับ  การสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งการสรรหาตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัย    การกีฬาแห่งชาติ และนายกสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นตำแหน่งที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการและกำหนดแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีวิทยาเขตทั่วประเทศ ๑๗ แห่ง โรงเรียนกีฬา ๑๓ แห่ง ได้รับการจัดสรรงบประมาณตลอดระยะเวลา ๕ ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งหลายฝ่ายต้องการเห็นความโปร่งใส และการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้เร่งรัดการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และนายกสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติโดยเร็ว","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1191,397,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ตลิ่งทรุดหลังภาวะน้ำท่วม","การเดินทางลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๕ ตำบลนาเลิง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาตลิ่งทรุดเพราะเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำชี ก่อนหน้านี้พื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมแต่เมื่อระดับน้ำลดลงตลิ่งริมแม่น้ำเกิดการทรุดตัวทำให้บ้านเรือนหลายหลังในพื้นที่หมู่ที่ ๓ พังทลายลงแม่น้ำ สร้างความหวาดกลัวและวิตกกังวลให้ประชาชนอย่างยิ่ง สำหรับพื้นที่หมู่ที่ ๕ ถนนที่รถยนต์  เคยสัญจรริมแม่น้ำได้ทรุดตัวลงจนเหลือพื้นผิวสำหรับรถจักรยานยนต์และรถจักรยานเท่านั้น ที่ผ่านมาส่วนราชการได้ดำเนินการแก้ไขโดยนำท่อนไม้จากต้นยูคาลิปตัสไปปักตามแนวตลิ่งแล้วนำดินไปถมเท่านั้น เมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็พัดพาดินดังกล่าวไปหมด ถือเป็นการใช้งบประมาณที่สูญเปล่า จึงเสนอให้จัดทำแนวป้องกันตลิ่งทรุดอย่างถาวรตลอดทั้งแนว จากเดิมที่มีแนวกั้นถาวรเพียงบางช่วงซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาในภาพรวมได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้กำกับดูแลหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เร่งพิจารณาดำเนินการโดยด่วน ทั้งนี้ ขอสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้    \\n\t๑. รัฐบาลได้สำรวจความเสียหายในลักษณะดังกล่าวข้างต้นของทั้ง ๒๒ ลุ่มน้ำ           ทั่วประเทศหรือไม่ \\n\t๒. รัฐบาลได้วางแผนงาน โครงการ และงบประมาณในการก่อสร้างแนวป้องกันตลิ่งทรุดไว้หรือไม่ \\n\t๓. รัฐบาลมีแผนที่จะบริหารจัดการปัญหาดังกล่าวในระยะยาวอย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1192,396,117,"คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์","กฎหมาย","ระบบการลดโทษผู้กระทำผิด","๑. โทษของความผิดเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ความผิดที่เกี่ยวกับค้ายาเสพติด หรือจัดหายาเสพติดมาให้ผู้เสพ และความผิดที่เกี่ยวกับความผิดต่อเนื่องหรือกระทำผิดอันเป็นความรุนแรงนั้น มีอัตราโทษไม่เท่ากับความผิดฐานลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์       \\n\t๒. เนื่องจากกรมราชทัณฑ์ยังไม่มีกรอบกฎหมายที่กำหนดชัดเจนเรื่องประเภทคดีที่มีการลดโทษ คงมีเพียงกฎกระทรวงที่เป็นระเบียบปฏิบัติ ซึ่งจะดำเนินการโดยข้าราชการประจำและรัฐมนตรีเท่านั้น จึงขอให้เพิ่มจากภาคประชาชนและศาลเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณา         \\n\t๓. การพิจารณาลดโทษควรจะคำนึงถึงดังนี้     \\n\t\t๓.๑ นโยบายการพิจารณาลดโทษ หากไม่มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจน อาจทำให้นโยบาย มีการเบี่ยงเบนได้      \\n\t\t๓.๒ การมีคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา กรมราชทัณฑ์ได้เคยให้ข้อมูลว่า กรรมการไม่ได้เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกอย่างจริงจังในแต่ละรายชื่อ แต่เป็นการพิจารณารายชื่อตามที่หน่วยล่างเสนอขึ้นมา ดังนั้น ควรมีระบบการตรวจสอบและขอให้มีบุคคลภายนอกร่วมพิจารณาด้วย    \\n\t\t๓.๓ การจัดเก็บรวบรวมข้อมูล Big Data ของกระบวนการยุติธรรมมีหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ควรมีการบูรณาการร่วมกัน เช่น ข้อมูลการกระทำความผิดของผู้ต้องขัง เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญในการนำมาพิจารณาลดโทษ         \\n\t\t ๓.๔ การพิจารณาเสนอรายชื่อมาจากเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ ซึ่งควรมีหลักประกัน    ในการให้ความเป็นธรรม เพราะอาจมีประเด็นของเรื่องผลประโยชน์ หรือการรับส่วย","กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรม และการตำรวจ คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1193,395,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้หยุดโครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข ๔๑๘๙ เพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่าและป้องกันการบุกรุกป่า","จากโครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข ๔๑๘๙ เส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง    อำเภอพิปูนและอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถนนสายดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด การฟื้นฟูถนนดังกล่าวทำให้แบ่งพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่\\nขนาดเล็ก ทำให้ป่ามีสภาพทรุดโทรม และเกิดการบุกรุกทำลายมากขึ้น อาจทำให้สัตว์ป่าในพื้นที่สูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน จึงขอให้กรมทางหลวงและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หยุดการดำเนินโครงการฟื้นฟูทางหลวงหมายเลข ๔๑๘๙","กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1194,394,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของรัฐบาล","จากสถานการณ์ชุมนุมประท้วงโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา โดยโครงการนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม “เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” ซึ่งน่าจะเป็นที่   พึงพอใจของพี่น้องประชาชนที่สามารถมองเห็นอนาคตของตนเองที่จะมีโอกาสได้เจริญก้าวหน้าไปพร้อมกับความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่ทว่ากระบวนการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลในอดีต ล้วนแต่มีความโน้มเอียงไปทางด้านเทคโนโลยี (Technology) ด้านเทคโนแครต (Technocrat) หรือมีความโน้มเอียงไปในทางวิชาการ มากกว่าที่จะให้ความสนใจกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน  \\n\tรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่ในด้านต่าง ๆ ไว้ในหมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ อาทิ มาตรา 51 บัญญัติว่า “การใดที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวดนี้ ถ้าการนั้นเป็นการทำเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรงย่อมเป็นสิทธิของประชาชนและชุมชนที่จะติดตามและเร่งรัดให้รัฐดำเนินการ รวมตลอดทั้งฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้ประชาชนหรือชุมชนได้รับประโยชน์นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ”มาตรา ๕๓ บัญญัติว่า “รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด” มาตรา ๕๖ การจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มาตรา ๕๗ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม มาตรา 58 การจัดให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน เป็นต้น โดยมาตราสำคัญ คือ มาตรา ๕๙ ซึ่งบัญญัติว่า “รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก” นั้น ซึ่งลำพังเพียงสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการอาจจะไม่เพียงพอ รัฐบาลยังมีความจำเป็นที่ต้องสื่อสารให้เห็นถึงการดำเนินการ      เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างโปร่งใส และที่สำคัญคือ รัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อให้มีการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นวงจรร้ายของประเทศไทยในอดีต  ซึ่งจะส่งผลไปถึงด้านสังคมและการเมืองด้วย ดังนั้น หากรัฐบาลไม่มีมาตรการที่เหมาะสมในการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลแล้ว ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านที่ ๔ ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม (Social Cohesion and Just Society) ย่อมไม่อาจที่จะประสบความสำเร็จได้ ทั้งนี้ โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา ถือเป็นเครื่องบ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจและจริงใจในการที่จะกำหนดมาตรการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนมากน้อยเพียงใด ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1195,393,100,"นางประภาศรี สุฉันทบุตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การทำวัคซีนพาสปอร์ต (Vaccine Passport) ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ","การเดินทางไปยังต่างประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จำเป็นต้องมีหนังสือรับรองการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือ “วัคซีนพาสปอร์ต” (Vaccine Passport) เพื่อใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยในปัจจุบันกระทรวงการต่างประเทศ และกรมควบคุมโรค ได้เปิดให้บริการทำวัคซีนพาสปอร์ตให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ ประกอบกับประชาชนไม่ทราบข้อมูลว่าจะต้องไปรับบริการทำวัคซีนพาสปอร์ตที่ใด อย่างไร ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณากระจายจุดให้บริการทำวัคซีนพาสปอร์ตให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ สถานที่ที่เปิดให้ประชาชนฉีดวัคซีน โรงพยาบาลของรัฐ โรงพยาบาลของเอกชน ศาลากลางจังหวัด เป็นต้น โดยสามารถดำเนินการผ่าน   แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลการฉีดวัคซีนของประชาชนไว้แล้ว รวมทั้งการกำหนดค่าธรรมเนียมและออกใบอนุญาตให้สามารถออกวัคซีนพาสปอร์ตได้ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลว่ามีจุดให้บริการทำวัคซีนพาสปอร์ตที่ใดบ้าง ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1196,392,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา","ประเด็นที่หนึ่ง สืบเนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางสาวตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเชิญสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ ดังนั้นจึงขอแสดงความขอบคุณไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ       \\n\tประเด็นที่สอง กรณีกองทุนสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้นำเงินของกองทุนซึ่งควรใช้สำหรับจัดสวัสดิการให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่กลับนำเงินไปซื้อที่ดินในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดหนองคาย เพราะเหตุใดกองทุนสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา  จึงไม่นำเงินในส่วนนี้ไปใช้แก้ไขปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1197,391,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","การทำความเห็นสั่งไม่ฟ้องหรือคำสั่งแย้งในคดีอาญาในภูมิภาคหรือต่างจังหวัด  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ และมาตรา ๑๔๕/๑","รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๘ วรรคหนึ่ง กำหนดให้รัฐพึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็วและไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร และมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๒) กำหนดให้ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสม     ซึ่งเดิมการทำความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา หรือถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์ ถอนฎีกา รวมทั้งการทำความเห็นแย้งในคดีอาญาในส่วนภูมิภาคหรือต่างจังหวัดเป็นอำนาจวินิจฉัยของผู้ว่าราชการจังหวัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕ กล่าวคือ เมื่อพนักงานอัยการมีความเห็นแย้งพนักงานสอบสวน คือเห็นว่าไม่ควรสั่งฟ้องตามความเห็นของพนักงานสอบสวน จะต้องเสนอความเห็น  ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณา ซึ่งผลดีทำให้มีความสะดวกรวดเร็ว เป็นการตรวจสอบถ่วงดุล  โดยองค์กรภายนอกระหว่างตำรวจ อัยการ และฝ่ายปกครอง เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีส่วนได้เสียเป็นบุคคลภายนอก เป็นคนกลางย่อมให้ความยุติธรรมเป็นอย่างดี รวมทั้งมีเครือข่ายครอบคลุมทั้งพื้นที่ฝ่ายปกครอง อำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ย่อมรู้จักบุคคลต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่ภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้มีประกาศฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเพิ่มมาตรา ๑๔๕/๑ เปลี่ยนผู้มีอำนาจทำความเห็นสั่งไม่ฟ้องหรือทำความเห็นแย้งจาก      ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ซึ่งจากการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาดังกล่าวทำให้เกิดผลเสียดังนี้     \\n\t๑. ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสำนวนคดี เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานสอบสวน สามารถเรียกสำนวนสอบสวนมาแก้ไขเพิ่มเติมได้ในชั้นสอบสวน จึงเกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียหาย  \\n\t๒. คดีล่าช้า เพราะมีผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๙ ภาค รับผิดชอบภาคละ ๗ – ๘ จังหวัด ทำให้มีคำสั่งวินิจฉัยล่าช้าอาจเป็นเหตุให้จำเลยที่ไม่ได้รับการประกันตัวจะอยู่ในคุกเป็นเวลานาน จึงไม่ได้รับความเป็นธรรม \\n\t๓. จำเลยไม่ได้รับความสะดวกและเสียค่าใช้จ่ายสูง เนื่องจากบางคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลตำรวจภูธรภาค \\n\t๔. เมื่ออัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง มักจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกรับเงินจากการไม่แย้งคำสั่งจากผู้ต้องหา  \\n\t๕. เป็นกฎหมายออกมาเร่งด่วนผิดปกติ คณะรักษาความสงบแห่งชาติยึดอำนาจ       การปกครองได้ ๒ เดือน ออกประกาศ ฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพิ่มมาตรา ๑๔๕/๑ โดยไม่ผ่านการหารือ ร่วมประชุมหรือรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด  \\n\t๖. มาตรา ๑๔๕/๑ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคคลที่  ตกเป็นผู้ต้องหา กล่าวคือ ปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาไม่ว่าจะมีความเห็นแย้งหรือไม่แย้ง ซึ่งแต่เดิมเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด จะทำได้อย่างรวดเร็วภายในสัปดาห์หรือ ๑ เดือน เนื่องจากอยู่ในจังหวัดเดียวกัน แต่ปัจจุบันทุกจังหวัดต้องรวบรวมส่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ซึ่งแต่ละแห่งอยู่ห่างไกลกันมาก การตรวจพิจารณาแย้งหรือไม่แย้งใช้เวลานาน  \\n\t๗. การร้องขอความเป็นธรรม ต้องเดินทางไกล เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ยาก \\n\t๘. เป็นการรวมศูนย์อำนาจ ขัดเจตนารมณ์ในการตั้งศูนย์ดำรงธรรม   \\n\tจึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้    \\n\t๑. รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขหรือยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕/๑ หรือไม่ อย่างไร   \\n\t๒. มาตรา ๑๔๕/๑ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๖๘ ที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมโดยสะดวก รวดเร็ว และขัดมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๒) กล่าวคือ การทำความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ไม่มีการถ่วงดุลอำนาจแต่อย่างใด   \\n\tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้มีการแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมาเหมือนเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๕","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1198,390,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาน้ำมันเบนซิน","ปัญหาราคาน้ำมันมีราคาเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่ผสม     เอทานอล หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์มีราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ๙๕ มีราคาเพิ่มขึ้นจากลิตรละ ๑๘.๒๕ บาท เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นลิตรละ ๓๐.๔๕ บาท เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔  เพิ่มขึ้นลิตรละ ๑๒.๒๐ บาท จากการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์พบว่า ราคาน้ำมันเบนซินหน้าโรงกลั่นระหว่างวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ มีราคาเพิ่มสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลกจากลิตรละ ๕.๓๒ บาท เป็นลิตรละ ๑๘.๑๐ บาท เพิ่มขึ้นประมาณลิตรละ ๑๒.๗๘ บาทและราคาเอทานอลปรับเพิ่มขึ้นจากลิตรละ ๒๓.๒๘ บาท เป็นลิตรละ ๒๕.๑๔ บาท เพิ่มขึ้นลิตรละ ๑.๘๐ บาท ผลจากการที่ราคาเอทานอลสูงกว่าราคาน้ำมันเบนซินขณะนี้ ทำให้รัฐบาลเก็บเงินจากน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยและรักษาราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาโดยตลอด    ซึ่งขณะนี้ต้องชดเชยให้กับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ ๒.๒๘ บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ ๗.๑๓ บาท ทำให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้เงินเพิ่มขึ้น จำนวน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนำมารักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภคน้ำมันเบนซินชนิดอื่น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการบริโภคน้ำมันเบนซินจึงขอให้รัฐบาลพิจารณาชะลอการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 หรือน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงธรรมชาติและเอทานอลมีราคาสูง ซึ่งจะช่วยให้เสถียรภาพทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดีขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลไม่ต้องมีภาระทางการเงินมากเกินความจำเป็น และช่วยให้ราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ชนิดอื่นลดลงด้วย เป็นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยในขณะนี้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1199,389,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาด้านงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม","เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม พบว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามมีปัญหาด้านงบประมาณที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอ โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้รับจัดสรรงบประมาณรายได้จากเงินอุดหนุนลดลงจำนวนกว่า ๒๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ลดลงร้อยละ ๓๖.๑๔ ซึ่งมีผลกระทบต่อการบริการสาธารณะและการจัดกิจกรรมสาธารณะที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามได้เตรียมการและวางแผนไว้ อีกทั้งยังมีปัญหาการถ่ายโอนภารกิจทางหลวงตามแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจและการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๕ และฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ได้รับการถ่ายโอนถนนจากกรมทางหลวงชนบท จำนวน ๑๐๖ เส้นทาง ระยะทางกว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร โดยได้รับจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างและบำรุงถนนเพียง ๔ เส้นทาง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการนำไปบำรุงรักษาถนน   ที่รับผิดชอบดูแลอยู่ อีกทั้งที่ผ่านมาเกิดอุทกภัยในหลายอำเภอเป็นเหตุให้ทางหลวงชนบทชำรุดเสียหายเพิ่มมากขึ้นจนเกินขีดความสามารถขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามที่จะซ่อมแซมได้ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ใช้ในการสัญจรไปมาและในการขนส่งผลิตภัณฑ์ทางด้านการเกษตรและด้านอื่น ๆ จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคามต่อไป","กระทรวง การคลัง และกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2564,"2021-12-14T00:00:00"],
    [1200,388,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการที่เป็นรูปธรรมและผลลัพธ์ของแผนแม่บทเฉพาะกิจที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาหลังโควิด “ล้มแล้วลุกเร็ว”","การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัย พบว่า พื้นที่ที่ต้องรับน้ำส่วนใหญ่อยู่ในรัศมีที่ไม่ไกลจากถนนเลียบแม่น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยาการระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขาดการวางแผนในการบริหารจัดการการอพยพช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับน้ำ และตลอด ๕ - ๑๐ ปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวพบผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำ เมื่อเกิดอุทกภัยญาติต้องอพยพอย่างยากลำบาก บางรายไม่มีญาติก็ต้องนอนอยู่กับเตียงที่แช่อยู่ในน้ำ จึงเสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมจากการปฏิรูปประเทศที่มีแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้น ขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทยและด้านเศรษฐกิจ โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ รัฐบาลได้กำหนดแผนแม่บทเฉพาะกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ อันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด - ๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในลักษณะที่ “ล้มแล้วลุกเร็ว” เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งระบบ ผู้ประกอบการหลายคนประสบปัญหาและตกอยู่ในสภาพล้มแล้วลุกไม่ขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารของรัฐบาลและธนาคารพาณิชย์ได้มีเครื่องมือจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการฯ แต่ธนาคารพาณิชย์มักให้ความสำคัญกับลูกค้าชั้นดีเพราะสามารถเติบโตและฟื้นตัวได้เร็วกว่า จึงขอสอบถาม ดังนี้\\n \t\t๑) รัฐบาลมีนโยบายหรือมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากธนาคารพาณิชย์อย่างไร\\n \t\t๒) ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๓) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ รัฐบาลได้มีมาตรการใดที่ดำเนินการแล้ว และมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และมีสิ่งใดบ่งชี้ว่าผู้ประกอบการฯ สามารถต่อสู้เพื่อให้ลุกขึ้นได้โดยไม่ล้มแล้วหายไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1201,387,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การจัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง","จากประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม  นั้น เข้าใจว่าคณะรัฐมนตรีได้จัดทำขึ้นโดยยึดโยงกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกระทำที่มีการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหลายประการ ทั้งนี้ การที่ข้าราชการการเมืองจะสามารถจดจำและนำไปปฏิบัติได้นั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในเหตุผลและลักษณะของการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างชัดเจน ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้กำหนดลักษณะไว้ ๙ ลักษณะ คือ การรับผลประโยชน์ การทำธุรกิจกับตนเองหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ตนสังกัด การทำงานหลังจากพ้นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว การทำงานอาชีพพิเศษที่ตรงกับหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ การใช้ข้อมูลภายในของทางราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง การใช้ทรัพย์สินของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว การนำโครงการสาธารณะไปลงในเขตเลือกตั้งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองการใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง และการใช้อิทธิพลไปมีส่วนในการตัดสินใจต่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น จึงเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม เรื่อง การขัดกันแห่งผลประโยชน์ในลักษณะที่เรียกว่า Do and Don\\\\\\'t (สิ่งที่ทำได้และสิ่งที่ทำไม่ได้) พร้อมยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทได้มีความรู้ ความเข้าใจที่จะไม่กระทำการที่เป็นลักษณะที่ขัดต่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งจะสามารถช่วยให้การประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยมีคะแนนสูงขึ้นตามเป้าหมายโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2564,"2021-12-07T00:00:00"],
    [1202,385,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์พันธุ์พืชไทย","ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง จึงมีการนำพันธุ์พืช\\nที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาใช้ประโยชน์อย่างมากมาย ขณะเดียวกันมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปรับปรุง\\nพันธุ์พืชเพื่อใช้ประโยชน์ทางการค้า สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยพันธุ์พืชที่เป็นที่นิยมบริโภคหลายชนิดมาจากผลของการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ถ้าเป็นการปรับปรุงพันธุ์หรือผสมพันธุ์จะต้องใช้ระยะเวลานาน ตัวอย่าง เช่น ทุเรียน ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี ๑ ทุเรียนพันธุ์จันทบุรี ๒ และทุเรียนพันธุ์จันทบุรี ๓ เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากการปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพันธุ์เป็นเวลายาวนานกว่า ๓๕ ปี ในขณะที่ทุเรียนพันธุ์กบตาขำ ทุเรียนพันธุ์ชะนี หรือทุเรียนพันธุ์พวงมณี มาจากการคัดเลือกพันธุ์ของชาวบ้าน โดยการคัดเลือกพันธุ์พืชในลักษณะดังกล่าวจะมีปัญหาการกลายพันธุ์อยู่พอสมควร โดยยังมีพืชอีกหลายชนิดที่ไม่สามารถควบคุมดูแล เพราะต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการปรับปรุงพันธุ์หรือผสมพันธุ์ ดังนั้น การคัดเลือกพันธุ์พืชที่มีอายุยืนยาว และสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดี จึงน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ในการคัดเลือกพันธุ์พืชดังกล่าวมีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยการหลอกขายพันธุ์พืชไม้ผลหลายชนิดที่มีอายุยืนยาวให้แก่เกษตรกร ซึ่งกว่าเกษตรกรจะทราบว่าถูกหลอก เพราะปลูกแล้วไม่ได้ผลตามที่มีการโฆษณาไว้ ต้องใช้ระยะเวลาปลูกนานถึง ๕ - ๗ ปี ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ ดังนี้\\n\t        ๑. ขอให้ภาครัฐดำเนินการให้มีศูนย์ขยายพันธุ์พืชและเรียนรู้การปรับปรุงพันธุ์พืชชุมชน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับชุมชน สร้างแหล่งพันธุ์พืชของชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การขึ้นทะเบียนรับรองพันธุ์พืช และคุ้มครองพันธุ์พืชเหล่านั้นได้ สร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ภาคการเกษตรของไทย\\n\t\t๒. ขอให้สนับสนุนงบประมาณให้แก่ศูนย์วิจัย สถานีทดลอง หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพันธุ์พืช เพื่อให้มีการดูแลรักษาพันธุ์พืชหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และป้องกันไม่ให้พันธุ์พืชเหล่านั้นสูญหายไป โดยพันธุ์พืชเหล่านั้นเป็นพันธุ์พืชที่ทรงคุณค่า และพันธุ์พืชหลายชนิดมาจากการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1203,384,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลที่ผ่านมามีการซื้อเสียงจำนวนมาก  ตำแหน่งผู้ตรวจการคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องยกเลิกเพราะไม่สามารถจัดการได้","จากวันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นวันเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล\\nโดยมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมกันทั่วประเทศ หลังจากที่ประเทศไทยว่างเว้นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นมานานกว่า ๘ – ๙ ปี เป็นเหตุให้ประเทศชาติเสียประโยชน์เป็นอย่างมาก ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่าการเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบลครั้งนี้ มีปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงกันถึงคนละ ๒,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ บาท\\n\\nโดยสำนักงาน…\\nโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ยังไม่มี\\nการประมวลผลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ มีความเห็นว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่มีการกำหนดไว้จังหวัดละ ๓ - ๘ คน \\nเป็นตำแหน่งที่มีการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้น \\nจึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณายุบเลิกตำแหน่ง\\nผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด และหาแนวทางการบริหารจัดการรูปแบบองค์กรใหม่ ที่สามารถแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพื่อให้วงจรการซื้อสิทธิขายเสียง\\nและวงจรการฉ้อราษฎร์บังหลวงในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดน้อยลง และทำให้การบริหารงานส่วนท้องถิ่นมีความบริสุทธิ์ยุติธรรรม\\n","นายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1204,383,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดที่ดินทำกินของอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี","มีประชาชนจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ได้เคยทำงานที่โรงงานในอำเภอเขาย้อย แต่ปัจจุบันโรงงานดังกล่าวได้ปิดกิจการ จึงทำให้ประชาชนกลุ่มดังกล่าวตกงาน ไม่มีรายได้และไม่มีที่ดินทำกิน จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ในพื้นที่อำเภอปากท่อยังมีที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่สามารถจัดสรรได้อีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนที่ตกงานและพิจารณาจัดสรรที่ดินทำกินให้ประชาชนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1205,382,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","นโยบายของรัฐบาล","ประเทศไทยต้องไม่เป็นม้าอารีต่อผู้ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ","จากประชาชนจำนวนมากออกมาเรียกร้อง ต่อต้าน ขับไล่องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ที่จดทะเบียนก่อตั้ง ณ สหราชอาณาจักรเกรตบริเตน และนอร์เทิร์นไอร์แลนด์ ซึ่งองค์กรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ แต่เครือข่ายในประเทศไทยนั้นอาจจดทะเบียนไม่ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะจากการค้นคว้าข้อมูลทราบว่าองค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ (Non - Governmental Organizations : NGOs) ส่วนใหญ่จะดำเนินภารกิจตามวัตถุประสงค์ ที่ได้แจ้งจดทะเบียนไว้ แต่ Amnesty ประเทศไทยได้ร่วมกับฝ่ายการเมืองและกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งประเทศไทยต้องประกอบไปด้วยสถาบันชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลได้พิจารณาตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า NGOs ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศกระทำการผิดวัตถุประสงค์และเป็นภัยต่อความมั่นคง ขอให้พิจารณาใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยต่อประเทศชาติและสถาบันให้คงอยู่กับประเทศไทยตลอดไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1206,381,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร","นโยบายประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลสามารถจัดสรรเงินให้กับเกษตรกรเพิ่มอีก ๑.๕๕ แสนล้านบาท โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ได้เห็นชอบกรอบอัตรายอดคงค้างทั้งหมดที่รัฐบาลต้องชดเชยค่าใช้จ่าย การสูญเสีย รายได้ในการดำเนินกิจการ มาตรการ หรือโครงการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ จากไม่เกินร้อยละ ๓๐ เป็นไม่เกินร้อยละ ๓๕ ของปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อเพิ่มวงเงินให้กับการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร ส่งผลให้วงเงินเพิ่มอีก ๑.๕๕ แสนล้านบาท ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาอนุมัติโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวส่วนที่เหลือ รวมทั้งโครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา เพื่อจ่ายเงินประกันรายได้ให้กับ เกษตรกรภายในเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ ดังนั้น หากไม่มีการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ รัฐบาลจะต้อง ชดเชยรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่องและไม่เกิดความยั่งยืน ซึ่งเกษตรกรบางคนปลูกพืชเพื่อหวังเงินชดเชยจากภาครัฐ ดังนั้น จึงควรส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่สามารถสร้างรายได้ มีความคุ้มค่า ยืนได้ด้วยตัวเองและลดการรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1207,380,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนจากการไม่มีผู้บริหารโรงเรียน","หลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข การจัดสรรคืนอัตราเกษียณอายุราชการของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๖/๖๒๗ ลงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๔ ได้กำหนดให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความชัดเจน โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ คปร. กำหนดในมาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ โดยเห็นควรจัดสรรคืนตำแหน่งทั้งหมด ดังนี้ \t\\n\t\t๑. ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา \\nรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด เป็นต้น  \\n\t\t๒. ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๑๒๐ คนขึ้นไป ซึ่งไม่อยู่ในแผน\\nการถ่ายโอนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือไม่อยู่ในแผนการควบรวมสถานศึกษา หรือโรงเรียนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล และโรงเรียนพื้นที่พิเศษห่างไกลทุรกันดาร เกาะ แก่ง และภูเขา  \t\\n\t\tซึ่งตำแหน่งดังกล่าวข้างต้นได้มีการจัดสรรคืนตำแหน่งทั้งหมด นอกเหนือจากนั้นโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน จะไม่คืนตำแหน่งผู้บริหารที่เกษียณอายุราชการให้กับโรงเรียนเหล่านั้น ซึ่งมีมากกว่า ๑๕,๐๐๐ โรงเรียน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนี้ \\n\t\t๑. อำนาจในการบริหารจัดการ การตัดสินใจสั่งการทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการตั้ง\\nผู้รักษาการเพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนตำแหน่งที่ว่าง\t\t\\n                ๒. ครูผู้สอนขาดขวัญกำลังใจเพราะมีครูอยู่น้อย เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่ยุบและควบรวมโรงเรียน \\n\t\t๓. การยกระดับคุณภาพทางการศึกษาดำเนินไปด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีผู้บริหารโรงเรียน \\n\t\t๔. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดมีลักษณะที่บังคับ จำกัดสิทธิ ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กนักเรียนที่บ้านอยู่ไกลจากโรงเรียน    \\n\t\tจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณา ดังนี้  \\n\t\t๑. ขอให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) และคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เร่งพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการคืนตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมทั้งคืนตำแหน่งภารโรงและตำแหน่งธุรการโรงเรียนให้กับโรงเรียน   \\n                 ๒. ขอให้แก้ไขปัญหาผู้อำนวยการสถานศึกษาโดยเร็ว เพราะเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ ในการบริหารสถานศึกษา เป็นกลไกหลักที่จะขับเคลื่อนการจัดการศึกษา เพื่อสนองนโยบายยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา","รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1208,379,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหารถไฟฟ้าสายสีส้ม","โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ ส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้า \\nร้อยละ ๘๖ เป็นสถานีใต้ดิน จำนวน ๑๐ สถานี และสถานียกระดับ จำนวน ๗ สถานี ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่จะไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งให้บริการ เนื่องจากการเดินรถไฟฟ้าสายตะวันออกได้\\nผูกติดสัญญาไว้กับรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – บางขุนนนท์) เป็นสถานีใต้ดินตลอดสาย จำนวน ๑๑ สถานี ขณะนี้ได้ประกาศ TOR ของรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก โดยจะผูกติดสัญญาการเดินรถกับสายสีส้มตะวันออกด้วย ซึ่งระยะเวลาผ่านมาแล้วเกือบสองปี\\nยังไม่สามารถดำเนินการหาผู้รับสัมปทานได้ เพราะใน TOR มีการระบุเกณฑ์การตัดสินในการคิดคะแนนเป็นราคาร้อยละ ๗๐ และด้านเทคนิคร้อยละ ๓๐ ทำให้มีผู้ร้องคัดค้านและฟ้องคดี\\nต่อศาลปกครอง ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมีการยกเลิก TOR และออก TOR ใหม่ หากยังมีความล่าช้ารถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกไม่มีรถมาวิ่งให้บริการ ประชาชนจะเสียโอกาส และรัฐ\\nต้องสูญเสียเงินในการดูแลบำรุงรักษาปีละหลายร้อยล้านบาท จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการหาผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกให้เป็นไปตามแผนงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนและเพื่อแก้ไขปัญหารถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกที่สร้างเสร็จแล้วแต่ไม่มีรถวิ่งให้บริการ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1209,378,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การออกโฉนดที่ดินเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่","ได้รับข้อมูลจากสมัชชาเครือข่ายสุขภาพจังหวัดกระบี่และตามที่มีการเสนอ\\nข่าวว่า มีการออกโฉนดที่ดินเกาะนุ้ยนอก หมู่ ๓ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอลันตา จังหวัดกระบี่ เนื้อที่ประมาณ ๕ ไร่ โดยวิธีการเดินสำรวจ ผู้ที่ขอออกโฉนดใช้หลักฐาน ส.ค. ๑ และผู้อนุมัติให้ออกโฉนด\\nลงนามอนุมัติวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๔ ก่อนจะเกษียณอายุราชการเพียงสองวัน ต่อมาได้มีการขาย\\nเปลี่ยนมืออย่างรวดเร็วในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ดังนั้น การออกโฉนดดังกล่าว พบเหตุน่าสงสัย\\nหลายประการว่าเป็นการครอบครองที่ดินสาธารณะโดยมิชอบหรือไม่ เป็นการทำผิดกฎหมายโดยมีข้าราชการและนายทุนเกี่ยวข้องหรือไม่ และได้รับการยืนยันจากประชาชนในพื้นที่ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะ ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งทำให้กระทบกับความรู้สึกของประชาชนอย่างกว้างขวาง กระทบต่อภาพลักษณ์การบริหารราชการแผ่นดิน กระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งผลการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง\\nโดยด่วนต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมที่ดิน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1210,377,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความคืบหน้าของการช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรเรื้อรังนานเกิน ๑๐ ปี","การช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรเรื้อรังนานเกิน ๑๐ ปี ประสบปัญหาการกู้ยืมนอกระบบและอยู่ในกองทุนแก้ไขปัญหาหนี้สินจำนวนมาก หากไม่สามารถชำระหนี้สินได้จะถูกยึดหลักทรัพย์ รวมทั้งที่ดิน ดังนั้น ควรให้ความช่วยเหลือโดยการจัดให้มีที่ปรึกษาด้านกฎหมายหรือมีทนายความในการทำสัญญาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ ด้านส่งเสริมให้เกิดโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ควรวางแนวทางให้บุคคลเหล่านี้มีขีดความสามารถ ในการแข่งขันได้ จึงขอทราบความคืบหน้าว่ารัฐบาลมีแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินของเกษตรกรอย่างไร รวมทั้งมีแนวทางการฟื้นฟูอย่างไร และส่งเสริมผู้ที่มีความสามารถในการปลดเปลื้องชำระหนี้สินทั้งหมดให้กับตนเองได้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อเกษตรกรที่ประสบปัญหาต่อไป","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1211,376,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล","จากวันที่ ๙ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (International \\nAnti - Corruption Day) และได้มีกำหนดการจัดประชุมสุดยอดเพื่อประชาธิปไตย (Summit for Democracy) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๙ – ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งเชิญผู้นำประเทศ จำนวน ๑๑๐ ประเทศเข้าร่วม โดยมีหัวข้อหารือเกี่ยวกับการต่อต้านคอร์รัปชั่นเนื่องในโอกาส\\nวันคอร์รัปชั่นสากล แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุม จึงทำให้ขาดโอกาสชี้แจง \\nแสดงเจตนารมณ์ นำเสนอผลงาน แนวทางและแผนการต่อต้านคอร์รัปชั่นในประเทศไทยต่อเวทีประชุมนานาชาติ ดังนั้น รัฐบาลควรใช้โอกาสในวันจัดงานต่อต้านคอร์รัปชั่นสากลในวันที่ ๙ ธันวาคม ของทุกปี \\nที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจัดขึ้น เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประกาศนโยบายที่สำคัญที่จะดำเนินการเพื่อต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทว่าด้วยการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งหากได้มีการประกาศนโยบายที่ชัดเจนในกิจกรรมครั้งนี้ จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชั่น และจะทำให้คะแนนการรับรู้การทุจริต หรือ Corruption Perceptions Index : (CPI) เพิ่มขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2564,"2021-11-30T00:00:00"],
    [1212,375,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาหลักเกณฑ์การจัดอัตรากำลังครูและบุคลากรทางการศึกษา","จากหลักเกณฑ์การคิดอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสือ ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๖/ว๒๓ ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ เรื่อง เกณฑ์อัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ข้อ ๗.๒.๑ สถานศึกษาที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ ๑๑๙ คนลงมา กำหนดอัตรากำลังสายงานการสอนในสถานศึกษา ตามแต่กรณี โดยข้อ (๑) สถานศึกษาที่เปิดสอนระดับประถมศึกษาที่มีนักเรียน จำนวน ๑ - ๔๐ คน ให้มีครู ๑ - ๔ อัตรา มีนักเรียนจำนวน ๔๑ - ๘๐ คน ให้มีครู ๖ อัตรา และมีนักเรียน จำนวน ๘๑ - ๑๑๙ คน ให้มีครู ๘ อัตรา ขอชื่นชมว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ดีและตรงจุดที่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กได้มีอัตรากำลังครูครบชั้น หากไม่ครบชั้นก็สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ แต่สำหรับข้อ (๒) สถานศึกษาที่เปิดสอนระดับมัธยมศึกษา ให้กำหนดอัตรากำลังโดยคำนวณตามสูตร ดังนี้ เมื่อคำนวณอัตรากำลังในแต่ละระดับแล้วให้นำมารวมกันเพื่อกำหนดเป็นอัตรากำลังสายงานการสอนของสถานศึกษานั้น จากสูตรดังกล่าวมีข้อดีคือ เป็นการกระจายอัตรากำลังจากโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษไปให้โรงเรียนที่มีขนาดกลางและเล็กทำให้โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กมีจำนวนครูที่เหมาะสมต่อการเรียนการสอน แต่ข้อเสียคือ โรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดใหญ่พิเศษจะถูกตัดจำนวนครูผู้สอนไปเพราะเกินเกณฑ์ที่กำหนด จึงขอยกตัวอย่างโรงเรียนสุรนารีวิทยา จังหวัดนครราชสีมา มีนักเรียน ๔,๓๐๐ คนเศษ มีห้องเรียน ๑๒๖ ห้อง มีผู้บริหาร ๕ คน หากคำนวณด้วยสูตรดังกล่าวจะมีครูผู้สอน ๒๐๔ คน แต่ปัจจุบันโรงเรียนดังกล่าวมีผู้บริหาร ๕ คน มีครูผู้สอน ๒๒๔ คน มีจำนวนครูเกินเกณฑ์ ๒๐ คน ปัญหาที่จะเกิดคือครูที่เกษียณอายุราชการจะไม่ได้ตำแหน่งคืน และครูในวิชาเอกที่สำคัญอาจถูกจัดให้ไปอยู่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ทำให้โรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางวิชาการต้องสูญเสียบุคลากรที่สำคัญไป ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์หรือหาแนวทาง วิธีการในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดการศึกษา อีกทั้งขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณหรือจัดสรรบุคลากรในตำแหน่งนักการภารโรงไปให้ทุกโรงเรียนที่ยังขาดแคลน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1213,374,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","ปัญหาและข้อขัดข้องจากการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๒๘ - ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ เพื่อศึกษาดูงาน ณ องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมณี จังหวัดนครนายก เทศบาลเมืองปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และเทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ได้รับทราบปัญหาและข้อขัดข้องจากการปฏิบัติตามพระบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้\\n\t \t๑. องค์การบริหารส่วนตำบลพรหมณี จังหวัดนครนายก ประสบปัญหา คือ\\n\t \t\t(๑) ได้รับข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ครบถ้วนและไม่เป็นปัจจุบัน ขาดที่อยู่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการจัดส่งเอกสาร ผู้ถือกรรมสิทธิ์ย้ายภูมิลำเนา และมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน\\n\t \t\t(๒) การคำนวณภาษีมีความยุ่งยากในทางปฏิบัติ เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติในการปัดเศษสตางค์ ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการโอนเงินชำระ ทำให้เกิดปัญหาในการออกใบเสร็จรับเงินในระบบ\\n\t \t๒. เทศบาลเมืองปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ประสบปัญหา คือ\\n\t \t\t(๑) การสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อนำมาประเมินภาษีไม่ถูกต้อง ครบถ้วน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโนา ๒๐๑๙ มีผลให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจได้ไม่ครบถ้วน\\n\t \t\t(๒) ภาครัฐและภาคประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการคิดฐานภาษี อัตราภาษี การคำนวณภาษี รวมถึงการดำเนินการกับภาษีที่ค้างชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตลอดจนการคัดค้านและการประเมินการอุทธรณ์ภาษี เนื่องมาจากกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่และสลับซับซ้อน\\n\t \t๓. เทศบาลเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ประสบปัญหา คือ\\n\t \t\t(๑) ข้อมูลที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับจากหน่วยงานอื่นไม่ครบถ้วนและไม่เป็นปัจจุบัน\\n\t \t\t(๒) หลักเกณฑ์การประเมินทุนทรัพย์ไม่ชัดเจนและไม่ครอบคลุมสิ่งปลูกสร้างที่ต้องเสียภาษี\\n\t \t\t(๓) การคำนวณภาษีบางกรณีมีความซับซ้อนในทางปฏิบัติ\\n \t\t\t(๔) การสำรวจที่ดินและสิ่งปลูกสร้างยังไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร\\n \t\t\t(๕) ผู้เสียภาษีขาดความรู้ความเข้าใจเนื่องจากกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องใหม่\\n \t\tทั้งนี้ เทศบาลเมืองสระบุรีมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จำนวน ๒.๒ ล้านบาทเศษ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จำนวน ๓ ล้านบาทเศษ เมื่อเปรียบกับปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่เทศบาลเมืองสระบุรีมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนและที่ดิน จำนวน ๓๗.๕ ล้านบาทเศษ ทำให้ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ มีรายได้ลดลง ร้อยละ ๙๓.๘๘ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ มีรายได้ลดลง ร้อยละ ๙๑.๗๖ ซึ่งองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งมักประสบปัญหาและข้อขัดข้องในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายใหม่นี้ จึงควรหาแนวทางและมาตรการ\\nในการแก้ไขรวมถึงเยียวยารายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ลดลงไปเป็นจำนวนมากให้แก่ อปท. และถึงแม้ว่าในอนาคตรัฐบาลไม่ลดหย่อนภาษีให้กับผู้ที่ต้องเสียภาษีร้อยละ ๙๐ ดังเช่น ๒ ปีที่ผ่านมา อปท. ก็ยังประสบปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติ เพราะก่อนมีกฎหมายฉบับดังกล่าวรัฐเคยมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีได้มากกว่า ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว","กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1214,373,11,"นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา","ความเดือดร้อนของประชาชน","การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๕ จาก ๓๐๐ บาท เป็น ๕๐๐ บาท","จากปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนว่า ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ ประเทศไทยจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยปรับขึ้นจากคนละ ๓๐๐ บาท \\nเป็นคนละ ๕๐๐ บาท โดยในรายงานข่าว ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ให้สัมภาษณ์ว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๕  คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย จำนวน ๑๐ ล้านคน จะทำให้สามารถจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน ๔๐ ล้านคน ต่อมา ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓\\nมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวน ๖ ล้านคน และในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนเพียง ๑ ล้านคน เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนน้อย จึงอาจไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวเพื่อปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่ควรรอให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย จำนวนถึง ๔๐ ล้านคนต่อปีเสียก่อน แล้วจึงจะพิจารณาปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกครั้ง นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวย่อมส่งผลกระทบโดยตรงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่นิยมท่องเที่ยวแบบประหยัด ซึ่งนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของพ่อค้าแม่ค้าและธุรกิจ SMEs ที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดังนี้\\n\t(๑) ปัจจุบัน อุปทานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังเหลืออยู่มาก สมควรที่ประเทศไทยจะปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากคนละ ๓๐๐ บาท เป็นคนละ ๕๐๐ บาท ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือไม่\\n\t(๒) ในทางตรงกันข้าม ประเทศไทยควรพิจารณายกเลิกค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว จากเดิม คนละ ๓๐๐ บาท ในช่วงเวลาที่น้ำมันปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ค่าเดินทางเพิ่มสูงขึ้นด้วย \\n\t(๓) ควรพิจารณาปรับลดค่าธรรมเนียมวีซ่าเดินทางเข้าประเทศไทย เป็นเวลาอย่างน้อย ๒ ปี","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1215,372,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาจากปัญหาปุ๋ยมีราคาแพง และข้าวราคาตกต่ำ","เกษตรกรประสบปัญหาราคาปุ๋ยมีราคาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่ในทางกลับกันข้าวมีราคาตกต่ำลง ซึ่งราคาปุ๋ยที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นส่งผลกระทบกับชาวนาเป็นจำนวนมาก \\nโดยราคาปุ๋ยเมื่อเปรียบเทียบในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔ อ้างอิงราคาขายที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปุ๋ยสูตร ๑๖-๒๐-๐ ปัจจุบันราคา ๙๘๐ บาท/กระสอบ/๕๐ กิโลกรัม เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๖๓ ราคา ๖๑๐ บาท/กระสอบ/๕๐ กิโลกรัม เพิ่มขึ้น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ปุ๋ยสูตร ๔๖-๐-๐ ปัจจุบันราคา ๑,๒๐๐ บาท/กระสอบ/๕๐ กิโลกรัม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ราคา ๕๔๐ บาท/กระสอบ/๕๐ กิโลกรัม เพิ่มขึ้น ๑๒๒ เปอร์เซ็นต์ ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ ปัจจุบันราคา ๑,๑๕๐ บาท/กระสอบ/๕๐ กิโลกรัม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ราคา ๗๐๐ บาท/กระสอบ/๕๐ กิโลกรัม เพิ่มขึ้น ๖๔ เปอร์เซ็นต์ จากการเปรียบเทียบขั้นต้น ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นประมาณ ๗๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ทำให้รายได้ของเกษตรกรมีไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย \\nแม้ภาครัฐจะได้มีมาตรการช่วยเหลือด้วยการตรึงราคาปุ๋ย การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ หรือการประกันราคาข้าวแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเร่งรัดแก้ไขปัญหาปุ๋ยมีราคาแพง ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาส่งเสริมพันธุ์ข้าวและแก้ไขปัญหาปุ๋ยมีราคาแพง และขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาส่งเสริมโรงงานผลิตแม่ปุ๋ยในประเทศไทย รวมทั้งขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน อาทิ การส่งเสริมพันธุ์ข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชแบบผสมผสาน และลดพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่มีปริมาณผลผลิตล้นตลาดโดยมีมาตรการจูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการที่เหมาะสม เป็นต้น\\n","กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1216,371,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ตำรวจและข้าราชการตามแนวชายแดน","จากมีบุคลากร ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อาสารักษาดินแดน และกองกำลังทุกหมู่เหล่า ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนด้วยความยากลำบากและวิริยะอุตสาหะ เพื่อดูแล ปกป้อง และป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น การลักลอบเข้าเมือง ยาเสพติด การค้ามนุษย์ สินค้าผิดกฎหมาย ปัญหาทางด้านชายแดน และปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และบุคลากรด้านสาธารณสุข อย่างเต็มความสามารถและด้วยความเสียสละ แต่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนและสื่อดิจิทัลว่ามีกลุ่มบุคคลส่วนน้อยจำนวนหนึ่งได้กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ทำงานบกพร่อง \\nไร้ประสิทธิภาพ และไม่มีความกระตือรือร้น ซึ่งอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้นเสียขวัญกำลังใจ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและพี่น้องประชาชนร่วมกันส่งกำลังใจ ชื่นชม และขอบคุณทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนด้วยความยากลำบากและวิริยะอุตสาหะ\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1217,370,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด","จากการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอน\\nการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งในขณะนั้นมีเพียงสถานีอนามัย ยังไม่มี รพ.สต. ภายหลังปี ๒๕๔๒ มีการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับการสาธารณสุขหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้น ประกอบกับสาเหตุที่ต้องดำเนินการถ่ายโอนโรงพยาบาล เพราะพระราชบัญญัติกําหนดแผนและขั้นตอน\\nการกระจายอํานาจฯ ยังมีผลใช้บังคับอยู่ และในขณะนี้ อยู่ในช่วงปลายของแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจฯ ฉบับที่ ๒ ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาจัดทำแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจฉบับใหม่ แม้ว่าเป็นที่ยอมรับว่าการถ่ายโอนถือเป็นเรื่องที่ดีในการกระจายอำนาจเพื่อพัฒนาประเทศ แต่ควรคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเห็นได้จากความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งระบบสาธารณสุขและการแพทย์สาธารณสุข รวมถึง รพ.สต. สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี การถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงอาจไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และที่สำคัญคือ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ \\nมีการกำหนดให้มี “ระบบการส่งต่อผู้ป่วย” คือ การส่งต่อผู้ป่วยจาก รพ.สต. ไปยังโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด และโรงพยาบาลอื่นๆ ต่อไป หากมีการถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งยังไม่มีความพร้อมในการส่งต่อผู้ป่วย จะส่งผลให้ประชาชนได้รับความยากลำบาก ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาทบทวนเรื่องการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง \\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1218,369,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำกุดประสาท หมู่ ๑๒ ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัด ศรีสะเกษ","ได้รับการร้องขอจากประชาชนในพื้นที่ตำบลสมอและบริเวณใกล้เคียง อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ  มีประชาชน จำนวน ๔๐๐ หลังคาเรือน พักอาศัยติดกับแหล่งน้ำกุดประสาท \\nซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ใช้สำหรับทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ของประชาชน ปัจจุบันมีสภาพเสื่อมโทรม วัชพืชปกคลุมหนาแน่น ทำให้มีสภาพน้ำเสื่อมโทรมและตื้นเขิน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตทางการเกษตร ในฤดูฝนเกิดน้ำท่วมพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย และไม่สามารถกักเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเกษตรในฤดูแล้งได้ ควรดำเนินการปรับปรุงแหล่งน้ำกุดประสาทให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณติดกับปราสาทบ้านสมอหรือปราสาททามจาน สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสันทนาการได้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\\n\t\t๑. กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับทราบปัญหาแล้วหรือไม่ และได้มีการดำเนินการสำรวจออกแบบก่อสร้างโครงการอนุรักษ์ดังกล่าวหรือไม่\\n\t\t๒. ถ้าหากยังไม่ได้ดำเนินการ ขอความอนุเคราะห์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาสั่งการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็ว โดยได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำเข้ามาดูแลพื้นที่หนองน้ำกุดประสาทเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบความก้าวหน้าของโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด จึงขอทราบผลการดำเนินการ  \\n\t\t๓. หากได้มีการเขียนแบบแปลนโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำกุดประสาทเสร็จแล้ว ขอทราบว่ามีแผนการดำเนินงานที่จะตั้งงบประมาณก่อสร้างไว้ในปีงบประมาณใด และมีวงเงินงบประมาณเท่าไร\\n","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1219,368,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การหยุดเดินรถไฟเข้า - ออก สถานีหัวลำโพง","ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะหยุดการเดินรถไฟทุกขบวนที่สถานีหัวลำโพง ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยเปลี่ยนมาใช้สถานีกลางบางซื่อ \\nเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางราง ทำให้ประชาชนที่เดินทางโดยรถไฟวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความวิตกถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าได้มีการกำหนดนโยบายดังกล่าวจริงหรือไม่ มีการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนมากน้อยเพียงใด และประชาชนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายดังกล่าวมากน้อยเพียงใด\\n\t\tอนึ่ง มีข้อเสนอแนะว่า ควรพิจารณากำหนดให้ รถไฟขบวนหลัก ให้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ และให้รถไฟขบวนชานเมือง ร้อยละ ๑๐-๒๐ ยังคงให้บริการที่สถานีหัวลำโพง เพื่ออนุรักษ์สถานีหัวลำโพงซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปี สามารถพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน และทำให้สถานีหัวลำโพงยังคงมีชีวิตต่อไป ไม่ให้กลายสภาพเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ดังเห็นตัวอย่างในต่างประเทศ สถานีรถไฟเก่าที่มีอายุ\\nนับร้อยปีที่ตั้งอยู่ในเมือง จะไม่ยกเลิกการให้บริการของสถานีอย่างสิ้นเชิง แต่จะเปิดให้บริการบางเวลา บางเที่ยว เพื่ออนุรักษ์สถานีรถไฟดังกล่าวไว้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนั้น\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1220,367,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเรือนจำ","ปัญหาการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเรือนจำ ซึ่งแม้ทางราชการจะได้มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดแล้ว แต่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง โดยข้อมูลเมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ พบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ๒๒๔ ราย แบ่งเป็นในเรือนจำสีแดง ๖๙ ราย และห้องแยกโรค/กักขังผู้ต้องขังใหม่ ๑๕๕ ราย สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการของทางราชการยังไม่ได้ผลดีนักซึ่งจากการสอบถามผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเรือนจำและแพทย์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้รับข้อมูลว่า ปัญหาการแพร่ระบาดในเรือนจำมีสาเหตุมาจากเรือนจำมีพื้นที่คับแคบ ไม่มีสถานที่เพียงพอสำหรับกักตัวผู้ต้องขังใหม่ กอปรกับเรือนจำบางแห่งมีปัญหาอุปสรรคในการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR (Polymerase chain reaction) จึงไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำได้ นอกจากนี้ ผู้คุมเรือนจำบางคน\\nยังขาดความระมัดระวัง ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) อันเป็นปัจจัยเสริมให้เกิดการแพร่ระบาดจากนักโทษใหม่สู่นักโทษเก่าเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ผู้รับผิดชอบกรมราชทัณฑ์ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดในเรือนจำสีแดงทั้ง ๑๖ แห่ง โดยควรจัดให้มีโครงการนำร่อง กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่เฉพาะ หรือที่เรียกว่า “บับเบิลแอนด์ซีล” (Bubble and seal) รวมทั้งกวดขันวินัยของข้าราชการกรมราชทัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นตัวอย่างในการป้องกันการแพร่ระบาดให้แก่สถานประกอบการเอกชน ซึ่งจะช่วยให้สามารถยุติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้โดยเร็ว","กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1221,366,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การฟื้นฟูคลองหนองหลวง","คลองหนองหลวงเป็นคลองธรรมชาติที่รับน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ในพื้นที่หมู่ ๓ บ้านโนนยาว หมู่ ๔ บ้านเมืองใหม่ หมู่ ๑ บ้านเกาะลอย หมู่ ๖ บ้านห้วยเต่า และหมู่ ๒ เทศบาลตำบลประจันตคาม ในเขตพื้นที่อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งตัดกับถนนทางหลวง หมายเลข ๓๓ \\\\nที่ กม.174 234 โดยคลองดังกล่าวขาดการฟื้นฟูมาเป็นเวลานาน ทำให้มีสภาพตื้นเขิน มีผักตบชวาและสิ่งกีดขวางการระบายน้ำเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน และไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอเพื่อใช้ในยามฤดูแล้ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลประจันตคาม และองค์การบริหารส่วนตำบลประจันตคาม โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งสองได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ขอสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๖ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๖ ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาคลองหนองหลวงโดยเร่งด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ป้องกันปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน และบรรเทาการขาดแคลนน้ำในยามฤดูแล้งอย่างยั่งยืน\\\\n","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2564,"2021-11-23T00:00:00"],
    [1222,364,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาเพื่อรองรับการเปิดให้บริการรถไฟจีน - ลาว","โครงการรถไฟจีน - ลาว จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยมีขบวนขนส่งผู้โดยสาร จำนวน ๔ ขบวนต่อวัน และขนส่งสินค้า จำนวน ๑๔ ขบวนต่อวัน ซึ่งประเทศจีนและประเทศไทยมีการค้าขายเป็นจำนวนมากโดยมีการขนส่งสินค้าทางเรือใช้เวลาประมาณ ๗ - ๑๐ วัน หากมีการขนส่งสินค้าโดยใช้รถไฟจีน - ลาว ทำให้ใช้เวลาเพียง ๑ วัน แต่ต้องขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปประเทศลาวที่สถานีรถไฟท่านาแล้งซึ่งรถไฟจากจีนสิ้นสุด จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดวางระบบรางรถไฟตามมาตรฐานประเทศจีน ขนาด ๑.๔๓๕ เมตร จากสถานีรถไฟท่านาแล้ง ประเทศลาว มายังจังหวัดหนองคาย ประเทศไทย ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร เพื่อให้ขบวนรถไฟจากประเทศจีนสามารถเดินทางมาบรรทุกสินค้าที่ฝั่งประเทศไทย และควรเร่งดำเนินการเจรจา ๓ ฝ่าย ระหว่างประเทศจีน ประเทศลาวและประเทศไทย เพื่อเร่งสร้างทางรถไฟที่มีลักษณะที่เป็นคอขวดระหว่างนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว มายังจังหวัดหนองคาย ประเทศไทย รวมถึงสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ที่สามารถรองรับขบวนรถไฟได้ เพื่อให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบ เสียโอกาส มีความสามารถในการแข่งขันทางการค้าได้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1223,363,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","ติดตามความคืบหน้าการสร้างสะพานมิตรภาพไทย - มาเลเซีย (สะพานสตูล - เปอร์ลิส)","โครงการก่อสร้างสะพานสตูล - เปอร์ลิส (ไทย - มาเลเซีย) เป็นสะพานที่หอการค้าและภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดสตูลได้เสนอรัฐบาลเพื่อเชื่อมโยงแนวชายแดนไทยกับมาเลเซีย มีความยาว ๑๓ กิโลเมตร มูลค่าก่อสร้าง ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ก่อสร้างเลียบชายฝั่งทะเลไม่ตัดผ่านพื้นที่ป่าชายเลนจึงไม่ส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือการเดินเรือ แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ ระยะทาง ๔ กิโลเมตรเริ่มจากปากน้ำตำมะลัง ตำบลตำมะลัง อำเภอเมืองสตูล ไปยังแหลมปูยู ตำบลปูยู จังหวัดสตูล ส่วนที่ ๒ ระยะทาง ๙ กิโลเมตร จากแหลมปูยู ไปยังบูเก็ตปูเต๊ะ รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อเดินทางไปยังปีนัง กัวลาลัมเปอร์ และสิงคโปร์ ได้สะดวก ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเส้นทางสตูล - เปอร์ลิส เดิมใช้เวลา ๑.๓๐ ชั่วโมง เส้นทางใหม่ใช้เวลา ๒๐ นาที เส้นทางสตูล - ปีนัง เดิมใช้เวลา ๓.๓๐ ชั่วโมง เส้นทางใหม่ใช้เวลา ๒.๔๐ ชั่วโมง ซึ่งเป็นโครงการที่จะยกระดับเส้นทางคมนาคมฝั่งอันดามันเชื่อมต่อระหว่างประเทศ สร้างความสัมพันธ์อันดีของเมืองแนวชายแดนเป็นเส้นทางพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้อันก่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศและต่อภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสตูลจึงขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมได้พิจารณาชี้แจงความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1224,362,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเหลือง","การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองระยะทาง ๒๓ กิโลเมตร จะเปิดให้บริการในเดือนเมษายน ๒๕๖๕ เส้นทาง สำโรง - หัวหมาก - บางกะปิ - ลาดพร้าว สิ้นสุดทางบริเวณถนนรัชดาและลาดพร้าว หากต้องการเดินทางไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือสยามสแควร์ด้วยรถไฟฟ้า ต้องไปต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินซึ่งต้องเสียค่าแรกเข้าและเสียเวลา ประชาชนจึงได้เรียกร้องให้ดำเนินการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่สถานีพหลโยธิน ซึ่งผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเหลืองมีความพร้อมในก่อสร้างโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินไม่ยินยอม โดยให้เหตุผลว่าขัดกับข้อตกลงที่ทำให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินขาดผู้โดยสาร และได้มีการหารือไปยังอัยการสูงสุดแล้วได้รับคำชี้แจงว่า เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นจึงไม่อาจวิเคราะห์ได้ว่าจะเกิดผลกระทบต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินหรือไม่ และอยู่ในอำนาจพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้ว จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองให้ไปบรรจบกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อความสะดวกของประชาชนต่อไป","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1225,361,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","กฎหมาย","การควบคุม การครอบงำหรือการชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๒๙ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐","รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่กฎหมายบัญญัติ และมาตรา ๔๕ วรรคสอง บัญญัติว่า “กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นไป โดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และกำหนดมาตรการให้สามารถดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำหรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น...” ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ บัญญัติว่า “ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม” และมาตรา ๒๙ บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม” โดยกรณีตามมาตรา ๒๘ หากพรรคการเมืองใดกระทำการฝ่าฝืนอาจโดนสั่งยุบพรรคการเมืองได้ตามมาตรา ๙๒ และกรณีตามมาตรา ๒๙ หากผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๕ - ๑๐ ปี ตามมาตรา ๑๐๘ ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๒๗๐ วุฒิสภา มีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามที่กำหนดในแผนปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กิจกรรมปฏิรูปที่ ๔ การส่งเสริมการพัฒนาพรรคการเมือง จึงขอสอบถาม ดังนี้\\n ๑) มีประชาชนยื่นคำร้องกล่าวหาพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา ๒๘ กี่พรรค มีพรรคการเมืองใดบ้าง และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองได้ดำเนินการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างไร\\n ๒) มีผู้ยื่นคำร้องกล่าวหาบุคคลกระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา ๒๙ จำนวนกี่คน ใครบ้าง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการสืบสวน สอบสวน รวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างไร","คณะกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1226,360,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดงบประมาณซื้อชุดตรวจ ATK สำหรับโรงเรียน","ได้รับข้อมูลจากนายปริญญา  จุฑาสงฆ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมาว่านักเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมาที่มีอายุระหว่าง ๑๒ - ๑๘ ปี ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ถึงร้อยละ ๘๖ และข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่านักเรียนที่มีอายุระหว่าง ๑๒ - ๑๘ ปี ได้รับการฉีดวัคซีน ร้อยละ ๘๐ จากจำนวนนักเรียนทั่วประเทศ ร้อยละ ๘๕ จึงสามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติแบบ On-Site ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดว่าโรงเรียนที่จะเปิดการเรียนการสอนตามปกติแบบ On-Site ต้องจัดซื้อชุดตรวจโรคโควิด-๑๙ แบบเร่งด่วน (Antigen test kit : ATK) โดยใช้งบประมาณในหมวดเงินอุดหนุนรายการที่ ๕ ซึ่งอยู่ในหมวดการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งโรงเรียนจะใช้ในกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ ศึกษาธรรมะ ทัศนศึกษานอกสถานที่ และกิจกรรมด้านดนตรี ศิลปะและกีฬา จึงมีโรงเรียนที่เปิดการเรียนการสอนแบบ On-Site จำนวน ๑๒,๐๐๐ แห่ง คงเหลือโรงเรียนอีกกว่า ๒๐,๐๐๐ แห่ง ต้องใช้ การเรียนการสอนแบบผสมผสานหรือ On line เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณและต้องการให้การใช้งบประมาณในหมวดดังกล่าว เป็นไปตามโครงการ/แผนงาน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดสรรงบประมาณส่วนกลางสำหรับใช้ในการจัดซื้อชุดตรวจโรคโควิด-๑๙ แบบเร่งด่วนให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1227,359,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาผู้ป่วยโควิด","ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ของประเทศไทย มีจำนวน ๑๙,๒๔๔ ราย คิดเป็นร้อยละ ๑.๐๑ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำมาก อันเป็นผลมาจากประสิทธิผลของวัคซีนที่ประชาชนได้รับวัคซีนครบ ๒ เข็ม คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๙ โดยกลุ่มเสี่ยงสูงได้รับวัคซีนแล้วถึง ร้อยละ ๕๔ - ๕๖ ของกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงประสิทธิผลของยาที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และฟ้าทะลายโจร โดยแพทย์ได้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงหรือปอดบวมเล็กน้อยมีปัจจัยเสี่ยง รวมถึงผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูงแต่ไม่แสดงอาการ ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ได้เองโดยนำเข้าวัตถุดิบที่เป็นสารสังเคราะห์ ปริมาณการใช้ประมาณ ๔.๕ แสนเม็ดต่อวัน ปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ ๒๕ ล้านเม็ด แต่มีผลการวิจัยที่เผยแพร่โดย Health Intervention and Technology Assessment Program (HITAP) พบว่า การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษามีประสิทธิผลในการลดอาการทางคลินิกเท่านั้น ไม่ส่งผลต่อการลดอัตราการเสียชีวิต ความต้องการออกซิเจน ความต้องการเตียง ในขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรในการรักษาผู้ป่วยในระยะเริ่มแรกเนื่องจากมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหวัด แก้เจ็บคอ มีสารสกัดที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด คือ andrographolide ซึ่งกระทรวงยุติธรรมเคยใช้ในการรักษานักโทษที่ติดเชื้อโควิดแล้วได้ผลเป็นอย่างดี และมีงานวิจัยเผยแพร่ว่ามีประสิทธิผลในการรักษาที่ดีมาก ระหว่างรอการรวบรวมเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ได้ถูกโจมตีว่ามีพิษต่อตับ ซึ่งไม่เป็นความจริง ถึงแม้ว่าคณะกรรมการอาหารและยาได้รับรองฟ้าทะลายโจรแล้ว กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ใช้ในการรักษาได้ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็รับรองให้สามารถเบิกจ่ายได้แล้วก็ตาม แต่แพทย์ส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในประสิทธิภาพ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นต่อยาฟาวิพิราเวียร์ค่อนข้างสูง อนึ่ง จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๕ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง เสริมสร้างให้ประชาชนมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคและส่งเสริม สนับสนุนให้มีการพัฒนาภูมิปัญญาด้านแพทย์          แผนไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด” จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำวิจัยเปรียบเทียบ (Randomised Control Trial) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระหว่างยาฟาวิพิราเวียร์กับฟ้าทะลายโจร และสนับสนุนให้มีการใช้ฟ้าทะลายโจรในการรักษาต่อไป","กระทรวงสาธารณสุข ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1228,358,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่รับน้ำท่วม อย่างถาวรและยั่งยืน","การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัย พบว่า พื้นที่ที่ต้องรับน้ำส่วนใหญ่อยู่ในรัศมีที่ไม่ไกลจากถนนเลียบแม่น้ำสายใหญ่อย่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขาดการวางแผนในการบริหารจัดการการอพยพช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่รับน้ำ และตลอด ๕ - ๑๐ ปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวพบผู้สูงอายุที่ป่วย          ติดเตียงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำ เมื่อเกิดอุทกภัยญาติต้องอพยพอย่างยากลำบาก บางรายไม่มีญาติ ก็ต้องนอนอยู่กับเตียงที่แช่อยู่ในน้ำ จึงเสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำเครื่องมือที่มีอยู่มาใช้ในการขับเคลื่อนระดับพื้นที่ เช่น สภาองค์กรชุมชน ตำบล โครงการบ้านมั่นคง บ้านพอเพียง โดยประสานความร่วมมือกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสำรวจและจัดทำแผนรับมือการอพยพ เคลื่อนย้าย การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่รับน้ำให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม อันเนื่องมาจากระดับน้ำจะสูงขึ้นทุกปีอันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และขอให้นำแผนกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเพื่อให้ได้แผนที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้ สามารถดำเนินการคู่ขนานกับการปฏิรูปประเทศด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพื่อยกระดับและสร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่รับน้ำในอนาคต\\n","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1229,357,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","อื่นๆ","การจัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการการเมือง","ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๔ นั้น เข้าใจว่าคณะรัฐมนตรีได้จัดทำขึ้นโดยยึดโยงกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกระทำที่มีการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวมหลายประการ ทั้งนี้ การที่ข้าราชการการเมืองจะสามารถจดจำและนำไปปฏิบัติได้นั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจในเหตุผลและลักษณะของการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างชัดเจน ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้กำหนดลักษณะไว้ ๙ ลักษณะ คือ การรับผลประโยชน์ การทำธุรกิจกับตนเองหรือเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ตนสังกัด การทำงานหลังจากพ้นตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว การทำงานอาชีพพิเศษที่ตรงกับหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ          การใช้ข้อมูลภายในของทางราชการเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง การใช้ทรัพย์สินของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว การนำโครงการสาธารณะไปลงในเขตเลือกตั้งเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง การใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง และการใช้อิทธิพลไปมีส่วนในการตัดสินใจต่อเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น จึงเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม เรื่อง การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ในลักษณะที่เรียกว่า Do and Don\\\\\\'t (สิ่งที่ทำได้และสิ่งที่ทำไม่ได้) พร้อมยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทได้มีความรู้ ความเข้าใจที่จะไม่กระทำการที่เป็นลักษณะที่ขัดต่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งจะสามารถช่วยให้การประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยมีคะแนนสูงขึ้นตามเป้าหมายโดยเร็ว","สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1230,356,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การชดเชยการตายของวัวจากโรคลัมปี สกิน","การลงพื้นที่พบเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ หลายแห่งประสบปัญหาสัตว์ติดโรคระบาดที่เรียกว่า ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease Virus) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการแก้ไขอัตราการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโค - กระบือ ตายจากโรคลัมปี สกิน ตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ จากเดิมรายละไม่เกิน ๒ ตัว ๆ ละ ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นรายละไม่เกิน ๕ ตัว ๆ ละ ๓๕,๐๐๐ - ๓๙,๐๐๐ บาท กรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จ่ายเงินชดเชยไปก่อนแล้วแต่ยังไม่ครบตามประกาศใหม่ กระทรวงฯ จะชดเชยให้ครบตามจำนวน จึงมีหลายพื้นที่ได้สอบถามแล้วได้คำตอบว่าต้องใช้เวลา ๖ - ๑๒ เดือน จึงจะได้รับเงินชดเชย จึงขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\\n ๑) กรมปศุสัตว์จะดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้ครบ ๖๗ จังหวัดที่เกิดโรคระบาดได้เมื่อใด\\n ๒) ได้มีนโยบายพัฒนาระบบป้องกันโรคระบาดที่มีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบันหรือไม่ อย่างไร\\n ๓) ในอนาคตได้มีนโยบายฟื้นฟูเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบกรณีเกิดโรคระบาดอย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2564,"2021-11-02T00:00:00"],
    [1231,355,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการจัดซื้อ ATK ขององค์การเภสัชกรรม","ปัญหาการจัดซื้อชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) ซึ่งมีลำดับเหตุการณ์ ดังนี้    \\\\n\t(๑) การจัดหาชุดตรวจ Antigen test kit (ATK) เริ่มเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ในการประชุมของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ วาระพิเศษ เห็นชอบให้เพิ่มชุดตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID – 19 ด้วย (ATK) วงเงินเบื้องต้น ๑,๐๑๔ ล้านบาท ในแผนการจัดหาภายใต้โครงการยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๔ และจ่ายให้แก่เครือข่ายหน่วยบริการด้านยาและเวชภัณฑ์ คือ เครือข่ายโรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดหาเพื่อสนับสนุนชุดตรวจให้แก่หน่วยบริการในเครือข่ายและประชาชนต่อไป       \\\\n\t(๒) วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ สปสช. แจ้งโรงพยาบาลราชวิถี และองค์การเภสัชกรรม ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดหาชุดตรวจอย่างเร่งด่วน ภายในวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๔\\\\n\t(๓) วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔ องค์การเภสัชกรรมดำเนินการจัดซื้อ ครั้งที่ ๑\\\\n\t(๔) หนังสือ สปสช. ที่ ๖.๗๐/๑๕๔๔๔ ลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ แจ้งให้จัดหาชุดตรวจ ATK โดย\\\\n\t\t(๔.๑) กำหนดระยะเวลาส่งมอบ จำนวน ๘.๕ ล้านชุด เร็วที่สุด\\\\n\t\t(๔.๒) ชุดตรวจต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือได้รับรองมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก ซึ่งชุดตรวจต้องมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับ ประเทศและระดับสากล    \\\\n\t\t(๔.๓) อัตราค่าชุดตรวจรวมค่าขนส่งไปยังหน่วยบริการหรือหน่วยงานที่ สปสช. กำหนดนั้นมีประเด็นที่เป็นข่าวออกสื่อ มีการคัดเลือกโดยองค์การเภสัชกรรมได้ยี่ห้อ LePu ในราคาชิ้นละ ๗๐ บาท ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าบริหารจัดการแล้ว  \\\\n\tการจัดซื้อในครั้งนี้มีการคัดค้านการจัดซื้อจากชมรมแพทย์ชนบทด้วยเกรงว่าจะได้ของ ไม่มีคุณภาพให้ประชาชนไปตรวจหาเชื้อโควิดนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา จึงเชิญหน่วยงานที่จัดซื้อทั้ง สปสช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) กรมควบคุมโรค และกรุงเทพมหานคร มาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง ได้ข้อสรุปดังนี้       \\\\n\t๑. การจัดซื้อ ATK จำนวน ๘.๕ ล้านชิ้น วงเงินจำนวน ๑,๐๑๔ ล้านบาท อาจไม่ชอบต่อมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดให้ สปสช. เป็นผู้จัดทำแผน และโรงพยาบาลราชวิถีเป็นผู้จัดซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม ตามหลักการแยกผู้ซื้อบริการและผู้ขายบริการตามคำสั่ง คสช.ที่ ๔๑/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๐ ทั้งนี้ ปรากฏข้อเท็จจริงจากการที่มีเอกสารข้อกำหนดคุณลักษณะเพื่อการจัดซื้อลงนามโดยประธานคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ในคณะอนุกรรมการกำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารกองทุน สปสช.แนบมากับหนังสือแจ้งแผนการจัดซื้อ ลงนามโดยเลขาธิการ สปสช. ถึงโรงพยาบาลราชวิถี ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๔    \\\\n\t๒. การจัดซื้อ ครั้งที่ ๑ โดยองค์การเภสัชกรรม ซึ่งต่อมาต้องมีการยกเลิก เนื่องจากในวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นวันเสนอราคามีสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เนื่องจากมีผู้สังเกตการณ์จาก สปสช. จำนวน ๒ คน คือ ประธาน และกรรมการ ซึ่งคณะทำงานกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข สปสช. ได้ตั้งประเด็นก่อนการเปิดซองเสนอราคาอาจไม่ชอบ และเข้าข่ายแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยเฉพาะในประเด็นที่กล่าวอ้างถึงบริษัทใหญ่สินค้ามีคุณภาพ ขายราคา ๑๒๐ บาท/set ไม่ได้มาเสนอราคา อาจเข้าข่ายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือไม่       \\\\n\t๓. การจัดทำข้อกำหนดคุณลักษณะโดย สปสช. ในการจัดซื้อ ครั้งที่ ๒ ที่เลื่อนออกไปและครั้งที่ ๓ มีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนด จำนวน ๓ ครั้ง จากการทักท้วงขององค์การเภสัชกรรม และบริษัทผู้ซื้อซองเสนอราคา ๓ บริษัท ในข้อกำหนดฉบับที่ ๑ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และฉบับที่ ๒ วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ อาจไม่ชอบและอาจเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม่        \\\\n\tดังนั้น คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา พิจารณาแล้วเห็นว่าควรมอบผล การศึกษาข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่ได้ให้กับรัฐบาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อทราบและพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป","นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2564,"2021-09-14T00:00:00"],
    [1232,353,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประชาชนอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ยังไม่มีสิทธิในที่ดินทำกิน","ประชาชนในพื้นที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี จำนวน ๔,๐๐๐ ไร่เศษ ได้อยู่อาศัยและประกอบอาชีพมาตั้งแต่บรรพบุรุษจนกระทั่งปัจจุบันยังไม่ได้สิทธิในที่ดินทำกิน จึงขอให้รัฐบาลได้เข้าไปดูแล เช่นเดียวกับพื้นที่ตำบลยางหัก ตำบลทุ่งหลวง อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี         ที่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินไปเรียบร้อยแล้ว โดยประชาชนจังหวัดราชบุรีได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2564,"2021-09-14T00:00:00"],
    [1233,352,11,"นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา","สถานการณ์บ้านเมือง","ยกย่องเชิดชูผู้ช่วยเหลือสังคมในช่วงวิกฤติโควิด – ๑๙","จากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19)   ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อระบบสาธารณสุขเกิดการขาดแคลนเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์  และบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศทำให้มีผู้ตกงานเพิ่มขึ้น ผู้มีรายได้น้อยขาดรายได้ในการดำรงชีวิตประจำวัน แม้รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่วิกฤติต่าง ๆ จะเลวร้ายกว่านี้หากไม่ได้รับความ ร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาที่เสียสละทุนทรัพย์ กำลังกาย เวลา และสติปัญญา ให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น หากผ่านพ้นวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ไปแล้ว ขอเสนอให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องนำรายชื่อบุคคลเหล่านี้เสนอต่อรัฐบาลและวุฒิสภาเพื่อชมเชยยกย่องเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำความดีต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2564,"2021-09-14T00:00:00"],
    [1234,351,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจ้างบัณฑิตจบใหม่ปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการตามมติคณะรัฐมนตรี","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 ให้มีการจ้างบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่เป็นพนักงานราชการเฉพาะกิจเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี ให้ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 10,000 บาท   เพื่อเป็นมาตรการช่วยเหลือบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ใช้งบประมาณรวม 2,254 ล้านบาท ซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นในเดือนสิงหาคม 2564 อีกทั้งให้คำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการและบัณฑิตที่จบการศึกษาใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนติดตามประเมินผลการดำเนินการ และผลสัมฤทธิ์เพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรี แต่ได้รับการร้องเรียนว่าหลายหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณโครงการดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกว่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรีก่อนวันปิดรับสมัคร และมีการจ้างพนักงานราชการที่จ้างอยู่เดิมและเป็นบัณฑิตที่จบการศึกษาหลายปีแล้ว ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และมีความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2564,"2021-09-14T00:00:00"],
    [1235,350,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","นโยบายของรัฐบาล","กิจกรรมอ่านเขียนในโรงเรียน","ปัจจุบันคนไทยไม่รู้หนังสือเพราะไม่ได้อ่านหนังสือเป็นจำนวนมาก จึงเสนอแนวทางให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่านหนังสือ เช่น การใช้ชั่วโมงลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เพื่อจัดกิจกรรมให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาได้อ่านหนังสือ จากนั้นให้เด็กนักเรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากเรื่องที่ได้อ่าน สำหรับระดับมัธยมให้มอบหนังสือ เรื่องสั้น หรือหนังสือที่ดีให้นักเรียนอ่าน จากนั้นในสัปดาห์ต่อไปให้นักเรียนได้มาพูดคุยความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือ ซึ่งหากทำเป็นประจำ   ทุกสัปดาห์จะทำให้นักเรียนรักการอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๑ ปี จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเสริมกิจกรรมการอ่านเขียนในโรงเรียนให้เพิ่มมากขึ้น","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2564,"2021-09-14T00:00:00"],
    [1236,349,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต ","การยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประทศไทย ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ได้กำหนดไว้ต้องได้คะแนนสูงกว่า ๕๐ คะแนน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่ในปีที่ผ่านมาองค์กร      เพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ประกาศคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต CPI (Corruption Perceptions Index : CPI) ประเทศไทยได้เพียง ๓๖ คะแนนเท่านั้น จึงควรจะพิจารณาแก้ไขปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยได้คะแนนต่ำ และหาแนวทางที่จะยกระดับคะแนนในจุดนั้นให้สูงขึ้น องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริตประเทศไทยเป็นประจำทุกปี   มีแหล่งข้อมูลในการประเมินทั้งหมด ๙ แหล่ง ซึ่งแหล่งข้อมูลที่ประเทศไทยได้คะแนนต่ำมาก คือ แหล่งข้อมูล V – DEM (Varieties of Democracy Project) ซึ่งประเทศไทยเคยได้รับคะแนนสูงสุดในปี พ.ศ. ๒๕๕๙ เพียง ๒๔ คะแนน และคะแนนลดต่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั้งปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้เพียง ๒๐ คะแนน จึงต้องทบทวนยกระดับคะแนนตรงจุดนี้ให้สูงขึ้น และเมื่อพิจารณาคำถามจากการประเมินพบว่า คำถามที่ได้ถามประเทศไทย คือ      \\n\t๑. การทุจริตทางด้านการเมืองที่เป็นที่แพร่หลายมีมากน้อยเพียงใด โดยมีคำถามเจาะจงไปที่พฤติกรรมของผู้บริหารระดับสูงของประเทศทั้งในฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงตัวแทนว่ามีพฤติกรรมเรียกรับสินบนหรือสิ่งของอื่นใด ในระดับใด และเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติกรรมเบียดบังเงินหรืองบประมาณหรือทรัพยากรภาครัฐ เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือคนในครอบครัวของตนเองบ่อยครั้งเพียงใด   \t\\n\t๒. มีคำถามเฉพาะลงไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายนิติบัญญัติว่าได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่        เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ในประเด็นเหล่านี้อย่างไรบ้าง คือ (๑) เรียกรับสินบน (๒) รับเงินเพื่อช่วยเหลือให้ได้รับสัญญาจากภาครัฐ เพื่อตนเองหรือพวกพ้อง หรือผู้สนับสนุนทางการเมือง (๓) มีผลประโยชน์  ต่างตอบแทนกับภาคธุรกิจเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้รับการว่าจ้างภายหลังจากออกจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแล้ว (๔) เบียดบังเงินของภาครัฐหรือเงินบริจาคจากโครงการต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ส่วนตัว จะเห็นได้ว่าจากคำถามเหล่านี้ มุ่งตรวจสอบไปที่พฤติกรรมของผู้บริหารระดับสูงในฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐกับการใช้อำนาจเพื่อแสวงประโยชน์ให้ตนเองหรือพวกพ้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงเสนอให้กำหนดมาตรการป้องกันการกระทำดังกล่าว เพื่อแนะนำ และตักเตือนเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ ผ่านประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเร็ว จึงจะสามารถยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้ของประเทศไทยให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2564,"2021-09-14T00:00:00"],
    [1237,348,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","กฎหมาย","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับกรณีวัดบางคลาน","เจ้าคณะตำบลแต่งตั้งพระสงฆ์นอกเขตปกครองเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดหิรัญญาราม (บางคลาน) เป็นขบวนการบิดเบือนกฎหมาย รายงานเท็จต่อนายกรัฐมนตรีและวุฒิสภา ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งการแต่งตั้งดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยรักษาการเจ้าอาวาสได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนกว่า ๑๐๐ คดี ทำให้ผู้ขอปรึกษา หารือซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในพื้นที่ต้องใช้ตำแหน่งประกันตัวประชาชนส่วนหนึ่งที่ถูกแจ้งความจับ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๓ การปกครองคณะสงฆ์ ได้แบ่งการปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาค เป็นภาค จังหวัด อำเภอ และตำบล โดยมีเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบล เป็นผู้ปกครองตามลำดับ ประกอบกับกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ ข้อ ๒๕ กำหนดว่า “เจ้าคณะตำบลมีอำนาจหน้าที่ปกครองคณะสงฆ์ในเขตตำบลของตน” แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาได้นำข้อความในกฎมหาเถรสมาคมที่กำหนดว่า “ในกรณีไม่มีเจ้าอาวาส และจะแต่งตั้งเจ้าอาวาสทันทีมิได้ ให้เจ้าคณะตำบลนั้นแต่งตั้งพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส” ไปบิดเบือนว่าเจ้าคณะตำบลสามารถแต่งตั้งพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสได้ ทั้งที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าคณะตำบลแต่งตั้งพระสงฆ์นอกเขตปกครองของตนรักษาการแทนเจ้าอาวาส ดังนั้น การแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลานจากพระสงฆ์นอกเขตปกครองเป็นการใช้อำนาจเกินเขตปกครอง และผู้ขอปรึกษาหารือได้ดำเนินการแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2564,"2021-09-07T00:00:00"],
    [1238,347,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ติดตามเรื่องที่ร้องเรียนผ่านโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน","ประชาชนมีความคาดหวังกับการส่งเรื่องร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ผ่านการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เมื่อได้รับเรื่องดังกล่าวมา ได้มีการส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการต่างๆ ของวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ที่ประชาชนส่งมาเกิดความล่าช้า เนื่องจากวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถก้าวก่ายการบริหารราชการแผ่นดินได้ ดังนั้น จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้ทราบว่า เรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองท้องถิ่น ควรส่งให้กับหน่วยงานในพื้นที่โดยตรง อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการของวุฒิสภาที่รับเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนควรติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง\\n","คณะกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2564,"2021-09-07T00:00:00"],
    [1239,346,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","การส่งเสริมและพัฒนากีฬาคนพิการ","ปรึกษาหารือเรื่องที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้   \\n \t\t๑. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค?กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ?งป?นกัน พ.ศ. .... สืบเนื่องจากการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย รัฐบาลต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนสังคมไทย แต่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร?างพระราชบัญญัติว?าด?วยการดำเนินงานขององค?กรที่ไม?แสวงหารายได?หรือกำไรมาแบ?งป?นกัน พ.ศ. .... แทนที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติว?าด?วยการดำเนินงานขององค?กร\\nที่ไม?แสวงหารายได?หรือกำไรมาแบ?งป?นกัน พ.ศ. ....       \\n \t๒. เรื่อง การส่งเสริมและพัฒนากีฬาคนพิการ สืบเนื่องจากคนพิการของไทยได้แสดงศักยภาพในการเข้าร่วมการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว ๒๐๒๐ ณ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้รับเหรียญรางวัลจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาหลักการความเท่าเทียมทั่วหน้าจะเห็นได้ว่า นักกีฬาไทยยังไม่ได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม การยอมรับการเข้าร่วมแข่งขันกีฬาในทุกระดับ การส่งเสริมการฝึกฝนให้มีทักษะอย่างเป็นระบบ สถาบันกีฬาหลายแห่งยังไม่ยอมรับคนพิการเข้าเรียน โดยให้เหตุผลความไม่พร้อม และอุปสรรคหลายอย่าง แทนที่จะหาแนวทางในการอำนวยความสะดวก แม้กระทั่งกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ มีมติจ่ายเงินรางวัลให้กับนักกีฬาพิการครึ่งหนึ่งของนักกีฬาที่ไม่พิการ ซึ่งไม่สะท้อนหลักการความเท่าเทียมอย่างทั่วหน้า ดังนั้น จึงขอให้มีการพิจารณาทบทวนการจัดสรรเงินรางวัลให้กับคนพิการเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นขวัญกำลังให้กับพี่น้องคนพิการ รวมทั้งขอให้หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกีฬาได้เปิดโอกาสให้กับคนพิการเข้าไปฝึกฝน พัฒนาตนเองเข้าสู่การแข่งขันกีฬา ซึ่งการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ยังมีกีฬาหลายประเภทที่ประเทศไทยไม่ได้ส่งเข้าแข่งขัน","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2564,"2021-09-07T00:00:00"],
    [1240,345,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การยกย่องชื่นชมนักกีฬาพาราลิมปิกและศักยภาพคนพิการ","จากผลการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว ๒๐๒๐ ณ ประเทศญี่ปุ่น \\\\nซึ่งประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ โดยได้รับเหรียญรางวัลรวม \\\\n๑๘ เหรียญ เป็นอันดับที่ ๒๕ ส่วนประเทศจีนได้รับเหรียญรางวัลมากเป็นอันดับที่ ๑ รวม ๒๐๗ เหรียญ ซึ่งประเทศจีนมีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน โดยอัตราการได้รับเหรียญรางวัลเท่ากับ ๑.๕ ต่อประชากร ๑๐ ล้านคน ประเทศไทยมีประชากรน้อยกว่าประเทศจีน ๒๐ เท่า แต่ประเทศไทยสามารถแสดงให้เห็นศักยภาพของคนพิการที่โดดเด่นสามารถได้รับเหรียญรางวัลเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า ๑. ศักยภาพของคนพิการมีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคนทั่วไป ในบางด้านคนพิการมีความสามารถสูงกว่าคนทั่วไป ๒. ควรสร้างการยอมรับจากสังคม ทัศนคติที่มองคนพิการให้เห็นถึงศักยภาพของคนพิการ ไม่ใช่ภาระ ๓. ให้โอกาสคนพิการได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๔. พัฒนาศักยภาพได้เต็มศักยภาพของคนพิการ ซึ่งจะทำให้คนพิการของประเทศไทยมีความสามารถที่โดดเด่นขึ้น ดังนั้น จึงขอให้มีการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพคนพิการให้เพิ่มมากขึ้น","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2564,"2021-09-07T00:00:00"],
    [1241,344,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าส่วนราชการ","จากประชาชนและสื่อมวลชนได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับฐานะของข้าราชการ\\nบางคนที่ส่อว่ามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติหรือมีพฤติการณ์อันน่าสงสัยว่าทรัพย์สินอาจได้มาจาก\\nการประพฤติมิชอบ หรือทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งจะตรวจสอบเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลฐานะการเงินในอดีตและปัจจุบัน และบุคคลนั้นยืนยันว่าทรัพย์สินนั้นได้มาโดยสุจริต จึงจะสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ด้วยเหตุนี้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา ๔๒ มาตรา ๑๐๓ และมาตรา ๑๕๘ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา กำหนดระยะเวลาการยื่นแบบรายการ หลักเกณฑ์ วิธีการยื่น และการเก็บรักษาบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเหล่านั้น \\nโดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ ต่อมาแผนปฏิรูปประเทศการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบฉบับปรับปรุง ได้กำหนดแผนงานให้มีการจัดทำพระราชกฤษฎีกาตามที่กฎหมายกำหนด ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจรัฐต่อประชาชน ต้องดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่เนื่องจากร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงไม่สามารถปฏิบัติได้ทันตามที่แผนปฏิรูปประเทศกำหนดไว้ ดังนั้น ขอให้คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา เร่งรัดการดำเนินการโดยเสนอให้สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เร่งรัดดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อไป","คณะกรรมาธิการติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2564,"2021-09-07T00:00:00"],
    [1242,343,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสภาเมืองพัทยาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้","กรณีสมาชิกสภาเมืองพัทยาจำนวน ๔ คน ได้ลาออก ทำให้เหลือสมาชิกเมืองพัทยา จำนวน ๔ คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ และเกิดข้อถกเถียงถึงทางออกว่า จะแต่งตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาชุดใหม่ จำนวน ๑๒ คน ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยาเช่นเดียวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\\nที่ดำเนินการไปแล้วทั่วประเทศ\\n\tดังนั้น จึงเห็นควรคืนอำนาจให้ประชาชนคนพัทยา โดยจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา\\nเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาในคราวเดียวกัน การใช้อำนาจตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองพัทยาจะขัดกับพระราชบัญญัติเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๙ ที่กำหนดไว้แล้วว่าสมาชิกสภาเมืองพัทยาต้องมาจากการเลือกตั้ง และหลังจากสมาชิกสภาเมืองพัทยาลาออกพร้อมกัน ๔ คน เมืองพัทยาส่งเรื่องเสนอให้กระทรวง มหาดไทยยุบสภาเมืองพัทยา หลังจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีจะตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาชุดใหม่ จำนวน ๑๒ คน ภายใน ๑๕ วัน แม้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช พ.ศ. ๒๕๖๐ ไปแล้ว แต่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีข้อยกเว้น และสิ่งที่ไม่ควรลืม คือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่บังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ในมาตรา ๒๘ รับรองเฉพาะบุคคลที่ดำรงตำแหน่งในวันก่อนพระราชบัญญัติบังคับใช้ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะกำหนดการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาหรือสภาเมืองพัทยาแล้วแต่กรณี และเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่กำหนดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา แต่ตามมาตรา ๒๘ \\nของพระราชบัญญัติเมืองพัทยาไม่ได้รับรองบุคคลที่แต่งตั้งเข้ามาใหม่ให้ดำรงตำแหน่งได้ หมายความว่าหากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีตั้งคณะกรรมการสรรหาและแต่งตั้งบุคคล จำนวน ๑๒ คน เข้ามาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองพัทยาโดยอ้างประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ ๘๕/๒๕๕๗ บุคคล จำนวน ๑๒ คน จะสามารถดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองพัทยาได้ตามกฎหมายหรือไม่ ในเมื่อ มาตรา ๒๘ ของ พระราชบัญญัติเมืองพัทยาไม่ได้ครอบคลุมถึงบุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งมาก่อน วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ เงื่อนไขสำคัญ คือ ในเมื่อไม่ได้ดำรงตำแหน่งมาก่อน วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ การได้มาซึ่งสมาชิกสภาเมืองพัทยาต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งจะต้องมาจากการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีจะใช้อำนาจแต่งตั้งคณะบุคคล จำนวน ๑๒ คน \\nเข้ามาเป็นสมาชิกสภาเมืองพัทยา มีกฎหมายอะไรรองรับบ้าง แม้ว่าประกาศคณะรักษาความสงบ\\nแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในส่วนที่เกี่ยวกับเมืองพัทยาจะยังไม่ยกเลิกจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศให้มีการเลือกตั้ง แต่เป็นเพียงการรับรองฐานะของผู้ที่ดำรงตำแหน่งก่อนพระราชบัญญัติเมืองพัทยา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ ควรประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาไปในคราวเดียวกัน\\n","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2564,"2021-09-07T00:00:00"],
    [1243,342,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","กฎหมาย","การติดตามเร่งรัดการจัดทำร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ....","รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติให้มีการปฏิรูปตำรวจไว้ในหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ มีหลักประกันว่าข้าราชการตำรวจจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง และโยกย้าย และการพิจารณาบำเหน็จความชอบตามระบบคุณธรรมที่ชัดเจน ซึ่งในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน เพื่อให้ข้าราชการตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีอิสระ ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพ และภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ประกอบกับมาตรา ๒๖๐ บัญญัติให้มีคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายตามมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คณะรัฐมนตรีได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... มีการจัดทำและเสนอร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาได้พิจารณาและลงมติรับหลักการในวาระที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อพิจารณา โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น ๑๗๒ มาตรา แต่ปรากฏว่าปัจจุบันคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้วเสร็จไปเพียง ๑๗ มาตราเท่านั้น ดังนั้น จึงขอให้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายวิรัช  รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร) และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... คนที่หนึ่ง (พลตำรวจเอก ชัชวาลย์  สุขสมจิตร์ สมาชิกวุฒิสภา) ได้พิจารณาเร่งรัดการปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อยโดยเร็ว เพื่อจะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ภายในสมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง (๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ - ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕) และเพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐสภาทำงานล่าช้า ทั้งนี้ มีข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณา ดังนี้\\n\t \t๑) ขอให้คำนึงว่าประชาชนและสังคมจะได้อะไรจากการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ การไม่ได้รับความเป็นธรรมในขั้นตอนการตรวจค้น การจับกุม การสอบสวน การตั้งข้อหา การเรียกรับเงินและผลประโยชน์ ตลอดจนการวิ่งเต้นคดี การบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ การดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม ไม่ปล่อยปละละเลยให้มีบ่อนการพนันหรืออบายมุขต่างๆ และไม่ใช้อำนาจในการแสวงหาประโยชน์ในทางที่มิชอบ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน\\n\t \t๒) ขอให้คำนึงถึงการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาทิ ปัญหาการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง และโยกย้าย โดยไม่คำนึงถึงความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง มีการเรียกรับเงินและผลประโยชน์ตอบแทน ใช้ระบบอุปถัมภ์ ขาดระบบกฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานในการแต่งตั้ง และโยกย้าย เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเจริญเติบโตในอาชีพ ได้รับค่าตอบแทนไม่เหมาะสม มีผู้บังคับบัญชาจำนวนมากเกินไป คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (ก.ตร.) มีการเปลี่ยนแปลงตามข้อยกเว้นอยู่เสมอ รวมถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านอื่น เช่น ตำรวจป่าไม้ ตำรวจรถไฟ ตำรวจจราจร ฯลฯ จะมีการปรับโครงสร้างในการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ด้วยหรือไม่\\n","คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1244,341,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","ส่งเสริมสนับสนุนภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยต้านภัยโควิด-19","การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ทำให้เกิดวิกฤติด้านการสาธารณสุข ประชาชนไม่มีสถานที่รักษาพยาบาล โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนามเต็ม เป็นเหตุให้ประชาชนที่เจ็บป่วยต้องเดินทางกลับไปรับการรักษาที่ภูมิลำเนาในต่างจังหวัด กระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจำเป็นต้องดำเนินการขับเคลื่อนการใช้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอย่างเร่งด่วน โดยการส่งเสริมสนับสนุนให้กินอาหารเป็นยา และการใช้ตำรับยาแผนไทย อาทิ ตำรับยาห้าราก ตำรับยาจันทน์ลีลา และฟ้าทะลายโจร รักษาทันทีที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการโดยไม่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบัน หรือรอสถานที่รักษา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้ปรึกษาหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อระดมแพทย์แผนไทยดำเนินนโยบาย “คนคอนรวมใจ สู้ภัยโควิด” ใช้ตำรับยาแผนไทยเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อลง ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยควรเร่งดำเนินการศึกษาและรณรงค์ให้ประชาชนกินอาหารเป็นยา ใช้ตำรับยาแพทย์แผนไทยต้านโควิด เพื่อเป็นการขยายพื้นที่สีฟ้าเขตปลอดเชื้อ ลดพื้นที่สีเหลืองและพื้นที่สีแดงตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งจะเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้การแพทย์แผนไทยด้วย\\n","กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1245,340,38,"นายชลิต แก้วจินดา","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗(จังหวัดอุตรดิตถ์-จุดผ่านแดนถาวรภูดู่)","โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ เพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมต่อ ระหว่างจังหวัดอุตรดิตถ์กับจุดผ่านแดนถาวรภูดู่ ตามแผนการพัฒนาทางหลวงระหว่างประเทศซึ่งได้ดำเนินการศึกษาสำรวจออกแบบในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒ และก่อสร้างปี พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ โดยถนนเส้นนี้จะเชื่อมต่อกับแนวระเบียงเศรษฐกิจเชียงใหม่ - เวียงจันทน์ ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย เชื่อมโยงเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก - ตะวันตก เมาะละแหม่ง (เมียนมา) ผ่านจังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดมุกดาหาร ประเทศเวียดนาม เชื่อมโยงเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวเหนือ - ใต้ เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงการขนส่งทางบกระหว่างนครคุนหมิง (จีน) จังหวัดเชียงราย จังหวัดอุตรดิตถ์ กับกรุงเทพฯ ซึ่งหากการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ แล้วเสร็จ จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุนทั้งในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศไทย ดังนั้น จึงขอสอบถามความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ (จังหวัดอุตรดิตถ์ - จุดผ่านแดนถาวรภูดู่)","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1246,339,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การจ่ายเงินชดเชยกรณีสัตว์ตายจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน","การระบาดของโรคลัมปีสกิน ทำให้สัตว์ทั่วประเทศล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดมีสัตว์ล้มตายเป็นจำนวนหลายพันตัว เช่น อำเภอศรีสมเด็จ สัตว์ตาย ๓๐๐ ตัว และอำเภอธวัชบุรี สัตว์ตาย ๒๐๐ ตัว ซึ่งขั้นตอนการขอรับเงินชดเชยนั้น ปศุสัตว์อาสาและกำนัน\\nจะทำการสำรวจแล้วรายงานปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์อำเภอรายงานต่อปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์จังหวัดรายงานต่อกรมปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์รายงานต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยต้องมีเอกสารประกาศภัยพิบัติโรคระบาดที่ออกโดยผู้ว่าราชการจังหวัดประกอบการขอรับเงินชดเชย แบ่งเป็น ๑) สัตว์อายุน้อยกว่า 6 เดือน โค จ่ายเงินเยียวยา 6,000 บาท/ตัว กระบือ จ่ายเงินเยียวยา 8,000 บาท/ตัว จ่ายตามจริง และ ๒) สัตว์อายุมากกว่า 2 ปี โค จ่ายเงินเยียวยา 20,000 บาท/ตัว กระบือ จ่ายเงินเยียวยา 22,000 บาท/ตัว แต่เมื่อมีสัตว์ล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงให้การจ่ายเงินชดเชยเป็นภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องจ่ายเงินเยียวยาให้กับเกษตรกร แต่ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีภารกิจในการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นเหตุให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบประมาณไม่เพียงพอที่จะจ่ายเงินชดเชย โดยเกษตรกรบางรายได้รับเงินชดเชยเพียง ๑,๐๐๐ – ๒,๐๐๐ บาท/ตัว ดังนั้น จึงขอให้ลดขั้นตอนและเร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว และเกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1247,338,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","นักกีฬาที่ฉีดวัคซีนแล้วและผ่านการตรวจเชื้อก่อนเดินทาง ๗๒ ชั่วโมง เมื่อเข้าประเทศไทยทำไมต้องกักตัว 14 วัน","กรณีนักกีฬาไทย เช่น นักกอล์ฟที่ไปแข่งขันในรายการ Ladies Professional Golf Association (LPGA) หรือรายการอื่นๆ และนักกีฬาโอลิมปิก ที่ได้สร้างชื่อเสียงทำให้คนต่างประเทศรู้จักประเทศไทย ที่ฉีดวัคซีนแล้วและผ่านการตรวจเชื้อก่อนเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ 72 ชั่วโมง เมื่อเข้าประเทศไทยต้องกักตัว 14 วัน ทำให้เกิดผลกระทบต่อนักกีฬา ทั้งในเรื่องการไม่ได้ฝึกซ้อมในระหว่างที่ต้องถูกกักตัว อีกทั้งเสียโอกาสในการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศอันเนื่องมาจากต้องถูกกักตัว เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรการของต่างประเทศ อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอังกฤษหากมีใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ 2 โดส และมีใบรับรองการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แบบ RT-PCR (Polymerase chain reaction) ในเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องถูกกักตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศอังกฤษจะแบ่งประเทศของผู้ที่จะเดินทางเข้าเป็น 3 กลุ่ม คือ ๑) ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มสีเขียวสามารถเข้าประเทศได้ ๒) ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มสีเหลืองสามารถเข้าประเทศได้ โดยมีเงื่อนไขว่าภายในเวลา 8 วัน ต้องไปตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และ ๓) ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มสีแดงจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ ดังนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศ ควรพิจารณามาตรการเฉพาะที่เหมาะสมกับนักกีฬาไทยที่เดินทางกลับจากการไปแข่งขันในต่างประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนนักกีฬาไทย","นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1248,337,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเข้าพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำใสน้อย-ใสใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี","ช่วงฤดูฝนจังหวัดปราจีนบุรีมีฝนตกในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้เกิดน้ำท่วม จังหวัดปราจีนบุรีมีความต้องการอ่างเก็บน้ำใสน้อย - ใสใหญ่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ป้องกันน้ำท่วม\\nในฤดูฝน ผลักดันน้ำเค็มในช่วงปริมาณน้ำเค็มมีระดับสูง การเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ และเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินและบาดาล เพื่อให้มีปริมาณมากพอในการอุปโภค - บริโภค และนายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตอบกระทู้ถามถึงเรื่องโครงการอ่างเก็บน้ำใสน้อย - ใสใหญ่ ว่ากรมชลประทานมีงบประมาณสำรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวว่ามีความเหมาะสมหรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ปัจจุบันไม่สามารถเข้าไปสำรวจพื้นที่ได้ เนื่องจากติดขัดเรื่องระเบียบและเงื่อนไขต่างๆ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงทำให้งบประมาณในโครงการนี้ตกไป ทั้งนี้ มีงบประมาณและมีการเซ็นต์สัญญาจ้างผู้ออกแบบแล้ว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยคำนึงถึงเป้าหมายและความต้องการของประชาชนเป็นหลัก\\n","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1249,336,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","การจัดให้ผู้ต้องหาใฟ้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในระหว่างแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","กรณีที่ปรากฏเป็นข่าว มีการจับกุมนายตำรวจซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีบังคับทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วยการใช้ถุงดำคลุมศรีษะจนเสียชีวิต ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดแถลงข่าวการจับกุม เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ โดยมีการต่อสายโทรศัพท์ให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์นายตำรวจผู้ต้องหาในลักษณะแก้ต่างให้กับตนเอง ซึ่งหากเป็นผู้ต้องหาทั่วไปจะไม่มีโอกาสให้สัมภาษณ์ในลักษณะเช่นนี้ กอปรกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ ๓๐ การปฏิบัติเกี่ยวกับการให้ข่าว การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์ การเผยแพร่ภาพต่อสื่อมวลชน และการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ดังนี้ \\n\tข้อ 1 การให้ข่าว แถลงข่าว และให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน\\n\t        ๑.๒\tแนวทางปฏิบัติในการให้ข่าว แถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทุกแขนง\\n\t\t\t1.2.4 ห้ามนำหรือจัดให้ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือพยาน มาให้ข่าว แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนทุกแขนง\\n\tข้อ ๒ ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสื่อมวลชน ให้ถือปฏิบัติดังนี้\\n\t\t2.3\tห้ามอนุญาตหรือจัดให้สื่อมวลชนทุกแขนง ถ่ายภาพ สัมภาษณ์ หรือให้ข่าวของบุคคลต่อไปนี้\\n\t\t\t2.3.1  ผู้ต้องหาในระหว่างการควบคุมของตำรวจทั้งภายในและภายนอกที่ทำการหรือสถานีตำรวจ \\n\t \tดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการจัดแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ ดังนี้\\n\t\t๑) เป็นการกระทำที่ผิดระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่\\n\t\t๒) เป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะกรณีผู้ต้องหาเป็นนายตำรวจหรือไม่\\n\t\t๓) กรณีผู้ต้องหาทั่วไปสามารถให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยนายตำรวจจัดการให้ในลักษณะเช่นนี้ได้หรือไม่\\n\t\t๔) เป็นการกระทำในลักษณะเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และไม่เป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมหรือไม่\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1250,335,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การผลักดันนโยบายสมุนไพรแห่งชาติให้เป็นรูปธรรมและเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่","การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เห็นว่าเมื่อมีการแพร่ระบาดของโรคเป็นวงกว้างแล้ว ความขาดแคลนวัคซีน และขาดแคลนยารักษาโรค ซึ่งภาครัฐ\\nได้เลือกใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) แต่เพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดปัญหาการรักษาพยาบาลผู้ป่วย และสะท้อนให้เห็นว่า ห่วงโซ่คุณค่าของสมุนไพรไทยยังไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้ รัฐบาลมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร คือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ประกาศให้ “ฟ้าทะลายโจร” เป็นสมุนไพรไทยที่สามารถจ่ายให้ผู้ป่วยได้ ในด้านการศึกษา มีสถาบันการศึกษาผลิตบุคลากรด้านการแพทย์แผนไทยออกมามากมาย \\nมีหลักสูตรแพทย์แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนไทยดั้งเดิม รวมถึงเภสัชกรรมไทย ประเด็นสำคัญที่สุด คือ กระทรวงสาธารณสุขยังกำหนดนโยบายด้านสาธารณสุขที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายด้านการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงยารักษาโรค ซึ่งควรรวมถึงสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณสามารถสกัดกั้นโรคภัยไข้เจ็บในระยะเริ่มแรก แต่กลับไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาติดตามและผลักดันหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าของสมุนไพรไทย ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การติดตามดูแลของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้มีการบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพรไทย ซึ่งหากได้รับการบริหารจัดการที่ดี จะทำให้สมุนไพรไทยมีมูลค่าสูงมาก ทั้งยังจะพลิกฟื้นพื้นฐานชีวิตใหม่ให้กับประชาชนได้อีกด้วย\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1251,334,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ ปี ๒๕๖๔","เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 256๔ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้ประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปี 2564 ซึ่งได้ดำเนินการประเมินติดต่อกันมาเป็นเวลา 9 ปี โดยในปี 2564 มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วม 8,300 หน่วยงาน มีหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์ค่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 85 ขึ้นไป จำนวน 4,146 หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ 49.9๕ ซึ่งถือว่ามีหน่วยงานผ่านเกณฑ์จำนวนต่ำกว่าที่คาดหวังไว้ คือไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๕ (๕,๓๙๕ หน่วยงาน) โดยมีหน่วยงานของรัฐที่ได้รับการประเมินผลคะแนนอยู่ในระดับ AA (95 คะแนนขึ้นไป) จำนวน 83 หน่วยงาน ในจำนวนนี้ เป็นหน่วยงานที่มีผลคะแนนมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จำนวน 33 หน่วยงาน ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ควรจัดให้มีการสัมภาษณ์หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ทั้ง 83 หน่วยงานที่ได้รับการประเมินผลคะแนนอยู่ในระดับ AA เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาหน่วยงานให้มีคุณธรรมและความโปร่งใส นำองค์ความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาหน่วยงานของรัฐอื่นที่ยังได้รับการประเมินผลคะแนนอยู่ในระดับต่ำ ทั้งยังสามารถจะช่วยยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยให้สูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ควรให้คำแนะนำแก่หน่วยงานของรัฐที่ได้รับการประเมินผลคะแนนอยู่ในระดับ AA จัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการสร้างคุณธรรมความซื่อตรง (Integrity) เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมความซื่อตรงของหน่วยงาน (Integrity culture) และนำคุณธรรมความซื่อตรงดังกล่าวไปใช้ในการทำงาน ซึ่งจะทำให้เกิดบุคลากรภาครัฐที่มีจิตสำนึกต่อต้านการทุจริตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2564,"2021-08-31T00:00:00"],
    [1252,333,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขาดสภาพคล่องของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ","สืบเนื่องจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นเงินทุนที่จัดสรรให้กับองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อดำเนินการกิจกรรมต่าง ๆ ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งรายได้มาจากสถานประกอบการที่ไม่จ้างงานคนพิการได้นำเงินส่งเข้ากองทุนฯ และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๙ สถานประกอบการได้นำส่งเงิน รวมประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงการคลังจึงไม่จัดสรรเงินอุดหนุนให้กับกองทุนฯ ทำให้องค์กรคนพิการต่าง ๆ ยื่นเรื่องไปยังศาลปกครองเนื่องจากงบประมาณหลักในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต้องมาจากงบประมาณปกติของรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่ได้จัดสรรเงินอุดหนุนให้หลายปี กระทั่งศาลปกครองได้มีคำวินิจฉัยให้กระทรวงการคลังคืนเงินอุดหนุนที่ต้องจัดสรรเข้ากองทุนฯ ขณะนี้สถานประกอบการจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ไม่สามารถส่งเงินเข้ากองทุนฯ ส่งผลให้กองทุนฯ ไม่สามารถจ่ายเงินเยียวยาหรือฟื้นฟูคุณภาพชีวิตคนพิการได้ จึงขอให้รัฐบาลจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่กองทุนฯ ควบคู่กับการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม โดยการออกสลากพิเศษตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1253,332,38,"นายชลิต แก้วจินดา","อื่นๆ","การอนุญาตใช้พื้นที่การพัฒนาตามแผนผังบริเวณจุดผ่านแดนถาวรภูดู่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้สอดคล้องแผนการปฏิรูปประเทศ ","สืบเนื่องจากจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ส่งคำขออนุญาตการใช้พื้นที่ตามแผนผังสำหรับระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ บ้านพักของส่วนราชการและย่านธุรกิจ ตามผังแผนงานบริเวณจุดผ่านแดนถาวรภูดู่ยังไม่ได้รับอนุญาต แต่มีข้อสังเกต คือ\\\\n ๑) การขอใช้พื้นที่ ๙๙ ไร่ ยื่นคำขอเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ ใช้เวลาพิจารณา ๑๒ ปี ๕ เดือน ภายหลังจากเข้าใช้พื้นที่แล้วได้รับแจ้งจากกรมป่าไม้ว่า ต้องเพิ่มวัตถุประสงค์การขออนุญาตจากเดิม คือ “เพื่อก่อสร้างตลาดการค้าชายแดนโดยใช้พื้นที่ตลาดที่สร้างไว้แล้ว” ให้เป็น “เพื่อเป็นที่ตั้งของส่วนราชการอื่นท้องที่เดียวกันในตำบลม่วงเจ็ดต้น อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์” โดยยื่นขออนุญาตกรมป่าไม้เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้แต่อย่างใด\\\\n ๒) จังหวัดอุตรดิตถ์ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาแล้วเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ หากได้รับการพิจารณาแล้วจึงจะสามารถนำไปประกอบการยื่นคำขอใช้พื้นที่ใหม่รวมพื้นที่ ประมาณ ๒๗๐ ไร่ ต่อกรมป่าไม้ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1254,331,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","อื่นๆ","การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารความรู้ที่มีเอกภาพและสร้างสรรค์เพื่อการฝ่าฟันภัยพิบัติโรคติดเชื้อร้ายแรง ","จากสื่อสังคมอิเล็กทรอนิกส์ (Social Media) เป็นสื่อใหม่ที่มีข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ทำให้ผู้รับสื่อกลายเป็นผู้ส่งสื่อที่เป็นปัจเจกสามารถสื่อสารความคิดเห็นและทัศนคติของตนเองได้อย่างรวดเร็ว แต่จุดอ่อนคือช่องว่างของการรับรู้ทำให้เกิดการสื่อสารข้อความอันเป็นเท็จ ขาดการกลั่นกรอง ทำให้เผยแพร่อย่างไม่ถูกต้องตามหลักจริยธรรม หลักวิชาชีพ และหลักกฎหมาย โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้สร้างความตื่นตระหนก สร้างการรับรู้ที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมมากยิ่งขึ้น โดยสื่อมวลชนได้นำเสนอข้อขัดแย้งทางสังคมทุกเช้า - เย็น ขณะที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้มีการสื่อสารในลักษณะสั่งการทางเดียวเฉพาะกลุ่มข้าราชการและผู้ปฏิบัติงาน แต่ประชาชนไม่เข้าใจ จึงเสนอให้รัฐบาลบูรณาการการทำงานของหน่วยงานประชาสัมพันธ์จากทุกกระทรวง โดยใช้สื่อทุกประเภทจากมุมมองของประชาชนเพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง สร้างทัศนคติที่ดีและให้ความรู้และฝึกทักษะให้สามารถฝ่าวิกฤตได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1255,330,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสร้างสะพานลอยเพื่อความปลอดภัยให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน ","สืบเนื่องจากการลงไปพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อติดตามการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พบว่า ผู้ปกครอง ครูอาจารย์และนักเรียน โรงเรียนโชคชัยสามัคคี ตำบลโชคชัย อำเภอโชคชัย และโรงเรียนครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนน เนื่องจากถนนบริเวณหน้าโรงเรียนเป็น ๔ ช่องจราจร และมีการจราจรหนาแน่น ส่งผลให้การเดินข้ามถนนเป็นไปด้วยความยากลำบาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งขอให้สำรวจและก่อสร้างสะพานลอยคนข้ามให้กับโรงเรียนในพื้นที่อื่นที่มีลักษณะเดียวกันต่อไป","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1256,329,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","Covid pass หรือ Vaccine Passport","สืบเนื่องจากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ ขยายเวลามาตรการจำกัดการเดินทาง การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและจำกัดการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ (Lockdown) เพิ่มอีก ๑๔ วัน ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพราะประเทศไทยมีวัคซีนไม่เพียงพอส่งผลให้การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนช้ากว่าที่ควรจะเป็น จึงขอให้ ศบค. พิจารณาการใช้ Covid Health Pass หรือ SmartHealth Card หรือ Vaccine Passport หรือ Covid pass โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการเดินทางไปต่างประเทศและสามารถใช้บริการในสถานที่ต่าง ๆ ได้ เช่น ภัตตาคาร สถานที่ทำงาน โรงเรียน สถานที่ออกกำลังกาย คลับ บาร์ โรงแรม ร้านเสริมสวย เป็นต้น ซึ่งหากเข้าใช้บริการต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนครบ ๒ เข็ม และผลตรวจโควิดที่กระทำภายใน ๗๒ ชั่วโมง โดยผลตรวจสามารถมาจาก RT-PCR (Polymerase chain reaction) หรือ ATK (Antigen Test Kit) และควรให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือบริษัท เอกชนเป็นผู้จัดทำ โดยใช้รูปแบบกระดาษและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้การอ่านรหัส (QR Code) เพื่อให้ได้ข้อมูลจริงที่มีความน่าเชื่อถือและแสดงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นโดยไม่มีข้อมูลส่วนตัว ซึ่งจะทำให้ประชาชนอยากฉีดวัคซีนมากขึ้นเพื่อให้ได้สิทธิต่าง ๆ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้สังคมกลับสู่สภาวะปกติเร็วขึ้น","นายกรัรฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1257,328,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (สายใหม่)","สืบเนื่องจากทางหลวงสายดังกล่าวเป็นทางหลวงสายเอเชียหมายเลข ๑ (AH1) ตลอดเส้นทางมีการปรับปรุงให้เป็น ๔ - ๖ ช่องจราจร แต่คงเหลือที่เป็น ๒ ช่องจราจร คือ กม.๑๔๒ ๕๐๐ - กม.๑๔๙ ๕๐๐ ตำบลปากพลี อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ระยะทาง ๗ กิโลเมตร และ กม.๑๕๖ ๐๐๐ - ๑๖๒ ๐๐๐ ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี - ตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ระยะทาง ๖ กิโลเมตร ทำให้ระบบการจราจรยังไม่สมบูรณ์ และเนื่องจากเดิมเป็นถนนชุมชนเมื่อมีการตัดถนนทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่คุ้นเคยจึงประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้พิจารณาปรับปรุงทางหลวงในช่วงดังกล่าวเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อให้เป็นทางหลวงที่มีระบบการจราจรที่สมบูรณ์และลดปัญหาอุบัติเหตุ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1258,327,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การเพิ่มดัชนีการรับรู้การทุจริต","สืบเนื่องจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ได้ให้คำแนะนำสำหรับปรับปรุงคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index) ของประเทศสมาชิกที่มีผลการจัดลำดับและคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำรวมถึงประเทศไทย โดยมีคำแนะนำ ดังนี้\\n ๑) ควรให้ความสำคัญกับการจัดการไม่ให้เกิดการรับตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง\\n ๒) ควรควบคุมกระบวนการใช้จ่ายเงินด้านการเมืองให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้\\n ๓) ควรเสริมสร้างและส่งเสริมจริยธรรมและคุณธรรมความโปร่งใสในการเลือกตั้ง\\n ๔) ควรออกกฎเกณฑ์และระเบียบสำหรับการกระทำของนักประสานผลประโยชน์ (Lobbyist) ให้รัดกุม\\n ๕) ควรเสริมสร้างและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกภาคส่วน\\n ๖) ต้องปราบปรามกรณีการให้สิทธิพิเศษอย่างจริงจัง\\n ๗) ต้องส่งเสริมกระบวนการตรวจสอบและการถ่วงดุลอย่างเข้มข้น\\nดังนั้น จึงเสนอให้รัฐบาลใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการเพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยให้ดีขึ้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1259,326,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","นโยบายของรัฐบาล","โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเสริมสร้างการท่องเที่ยวโดยสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ในภาวะวิกฤติอย่างไร","สืบเนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเคยมีนักท่องเที่ยวถึงปีละกว่า ๒๐ ล้านคน สามารถทำรายได้ให้กับประเทศไทยรวมถึงห่วงโซ่การท่องเที่ยวได้ถึงปีละล้านล้านบาท ปัจจุบันเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกใหม่ที่รุนแรงยาวนาน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจและภาคราชการได้ระดมความคิดจนเกิดชุดความคิดที่เรียกว่า “ภูเก็ต          แซนด์บ็อกซ์” ซึ่งกำลังจะเกิดผลสำเร็จอย่างน่าสนใจ แต่ติดปัญหาระบบราชการที่ล่าช้าปฏิบัติหน้าที่เหมือนงานประจำ (Routine) จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กรรมการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัด ได้มีอำนาจในการทำงานข้ามกระทรวง และขอให้สนับสนุนองค์กรภาคประชาชนในจังหวัดภูเก็ต เช่น ชมรมธุรกิจท่องเที่ยว สมาคมธนาคาร หอการค้า กลุ่ม young creative\\nที่ทำโครงการ Whoever โครงการรักษ์บ้านเกิด เป็นต้น เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการช่วยกันทำให้ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เกิดสัมฤทธิผล","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1260,325,213,"พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนจากสินค้าราคาสูงและผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ","สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่าขณะนี้สินค้าต่าง ๆ ขึ้นราคาและผลผลิตจากสินค้าเกษตรราคาตกต่ำและเกิดขึ้นทั่วประเทศ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปุ๋ย ไข่ไก่มีราคาสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุก่อสร้างทุกรายการ เช่น เหล็กเส้นราคาสูงขึ้นร้อยละ ๗๐ รวมถึง ข้าว ยางพารา เงาะ มังคุด ลองกอง ราคาตกต่ำมาก ทั้งนี้เข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์มีข้อมูลแล้ว เพียงแต่การแก้ไขปัญหายังไม่ตรงประเด็นและทันต่อสถานการณ์ จึงเสนอให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เร่งพิจารณาควบคุมราคาสินค้าหรือตรึงราคาสำหรับสินค้าที่ราคาสูงขึ้น สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรราคาตกต่ำนั้น ขอให้เร่งการกระจายสินค้าโดยเร็ว เพื่อเป็นการยกระดับความเป็นอยู่และค่าครองชีพให้กับประชาชน","กระุทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",11,2564,"2021-08-17T00:00:00"],
    [1261,315,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการค่าคงทะเบียนและค่าใช้จ่ายการศึกษาในระดับ อุดมศึกษา ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๕ ","กระทรวงศึกษาธิการได้มีมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดทั่วประเทศแล้ว สำหรับสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายการลงทะเบียน ค่าหนังสือ ค่าบริการห้องสมุด และค่ากิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าปรับในกรณีที่ลงทะเบียนล่าช้า และค่ารักษา สถานภาพความเป็นนักศึกษากรณีที่ไม่ได้ลงทะเบียน นอกจากนี้ยังมีค่าอาหาร ค่าจัดกิจกรรม ประชุม สัมมนานอกสถานที่ ในระดับปริญญาโท และปริญญาเอก ในปี พ.ศ. 2563 - 2564 ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้มีการปรับรูปแบบกิจกรรมหลายอย่างเป็นกิจกรรมออนไลน์ แต่ไม่มีการลดค่าจัดกิจกรรม โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเปิดที่มีทั้งผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน ผู้สูงอายุ ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น และนักบวชเข้าศึกษา หากสามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาจะเป็นการลดภาระให้ประชาชนผ่านวิกฤตไปได้ นอกจากนี้ขอให้รัฐบาลออกมาตรการให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาทุกแห่งลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา      เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเรียนต่อไปได้","กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1262,314,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","กฎหมาย","ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....","คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ ขอหารือประเด็นที่สำคัญ ดังนี้ \\nประเด็นที่ ๑ เมื่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ สังคม ประชาชนที่ประกอบวิชาชีพครู ผู้ปกครอง เด็กประถมวัย นักเรียน นักศึกษา อย่างไร \\nประเด็นที่ ๒ การปรับโครงสร้างหน่วยงานในการบริหารและจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาค ปัญหาการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัดตามคำสั่ง คสช.ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ กับคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการ  เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ ยังไม่มีแนวทางปรับปรุงแก้ไขแต่อย่างใด จึงเห็นควรยกเลิก คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ และให้อำนาจหน้าที่กลับไปยังหน่วยงานตามกฎหมายฉบับเดิม   \\nประเด็นที่ ๓ โครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการที่มีบทบัญญัติในร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ ในมาตรา ๖๙ และมาตรา ๑๐๖ ยังไม่ชัดเจนว่า ในการบริหารราชการในส่วนกลางจะเป็นลักษณะคณะบุคคลหรือกรม รวมทั้งการบริหารจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคจะกระจายอำนาจไปยังคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และสถานศึกษาของรัฐอย่างไร จึงขอทราบแนวทางดังกล่าว \\nประเด็นที่ ๔ ปัญหาสถานศึกษาของรัฐที่ไม่มีความเป็นอิสระและไม่เป็นนิติบุคคล  ตามมาตรา ๒๐ วรรค ๔ ของกฎหมายฉบับนี้ ส่วนกลางไม่มีการกระจายอำนาจและมอบอำนาจการบริหารและจัดการการศึกษาทั้งด้านวิชาการ การบริหารทั่วไป การงบประมาณ การบริหารงานบุคคล ร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ได้มีบทบัญญัติแนวทางแก้ไขไว้อย่างไรหรือไม่    \\nประเด็นที่ ๕ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานหรือคณะกรรมการที่อยู่ในโรงเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับเดิม) เป็นองค์กรหลักในการสนับสนุนให้การปฏิบัติงานของสถานศึกษาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพ แต่ในร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ในมาตรา ๒๓ กำหนดให้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ติดตาม ดูแล ช่วยเหลือ ในลักษณะเป็นอาสาสมัคร ซึ่งข้อเท็จจริงควรเพิ่มบทบาทหน้าที่ การกระจายอำนาจให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วม การบริหารจัดการศึกษา มีอำนาจกำกับดูแลคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษามากยิ่งขึ้น รวมทั้งกำหนดนโยบาย เป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ และร่วมรับผิดชอบคุณภาพผู้เรียนของสถานศึกษานั้น และให้สามารถเป็นองค์กรหลักในการปฏิบัติงานควบคู่กับสถานศึกษาของรัฐ     \\nประเด็นที่ ๖ ปัญหาบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษา ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่ได้กำหนดให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง และในปัจจุบันได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าผู้ที่ประกอบวิชาชีพครู ดังนั้น จึงควรให้มีการตรากฎหมายเป็นพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ เงินประจำตำแหน่ง และค่าตอบแทนอื่น ของครูผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ศึกษานิเทศ  ให้ครอบคลุมตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาที่กล่าวถึงในพระราชบัญญัติ\\nประเด็นที่ ๗ การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาในคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ในร่างพระราชบัญญัติฯ ฉบับนี้ เห็นว่า องค์ประกอบของนโยบายคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ มีผู้ที่มีความรู้ทางด้านการศึกษาค่อนข้างน้อย จึงขอเสนอให้แต่งตั้งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเลขาธิการอาชีวศึกษาให้เป็นกรรมการ โดยตำแหน่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิควรให้มีบุคลากรทางการศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม เช่น ผู้แทนองค์กรวิชาชีพครู ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่เกี่ยวกับการจัดการ ศึกษา","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1263,313,177,"รองศาสตราจารย์ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร","กฎหมาย","กรณีสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้ยุติการดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิศึกษา","จากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ วรรคสอง ระบุว่ารัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ และมาตรา ๒๕๘ จ ด้านการศึกษา (๔) ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการจัดการศึกษาเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) คือ การจัดการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ให้แก่ผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีความประสงค์จะเรียนในสายวิชาชีพ เมื่อผู้เรียนสำเร็จการศึกษาครบตามหลักสูตรจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองวุฒิการศึกษา ทั้งในระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ดียิ่งของสำนักงาน การอาชีวศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ และจากสถิติปี พ.ศ. ๒๕๖๓ พบว่ามีนักเรียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ทั้งสิ้น ๓๖,๖๖๘ คน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการจัดการศึกษาในมิติใหม่ เพราะเป็นการสร้างโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่โรงเรียนชายขอบโรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ โรงเรียนมัธยมตำบล โรงเรียนมัธยมที่มีขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กด้อยโอกาส จะเห็นได้ว่าระบบทวิศึกษานั้นเป็นการจัดการศึกษาที่สร้างทางเลือกให้กับเยาวชน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสามารถสร้างสมรรถภาพและทักษะด้านการอาชีพของเยาวชนได้อย่างดียิ่ง จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาทบทวนการยุติการจัดการศึกษาระบบทวิศึกษาดังกล่าว เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาส ได้มีอาชีพที่สามารถส่งผลต่อภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันและอนาคตต่อไป","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1264,312,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","นโยบายของรัฐบาล","วิกฤตภาษาในสภาวะวิกฤต ","ในปัจจุบันมีการใช้คำศัพท์ที่เป็นภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เช่น คำว่า คลัสเตอร์ (cluster) โซเชียล ดิสแทนซิ่ง (social distancing) สวอป (swab) ซูเปอร์ – สเปรดเดอร์ (Super-spreader) ซึ่งหลายคนยังไม่ทราบความหมาย หรือทราบความหมายแต่เข้าใจไม่ตรงกัน หรือเข้าใจแต่เข้าใจไม่ตรงกัน ผู้ใช้ภาษาคำเหล่านี้ควรมีการขยายความเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจด้วย ทั้งนี้ปัจจุบัน มีการใช้ภาษาต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เช่น ป้ายโฆษณา และชื่อสถานที่ต่าง ๆ ทำให้ไม่มีคำภาษาไทยบนป้ายโฆษณา และชื่อสถานที่เหล่านั้น นอกจากนี้การตั้งชื่อบุคคลมีการใช้คำบาลีและสันสกฤต จึงขอให้กระทรวงวัฒนธรรมได้มีการรณรงค์ให้มีการใช้ภาษาไทย และขอให้ราชบัณฑิตยสภามีการบัญญัติ ความหมายของคำศัพท์ต่างประเทศดังกล่าว เพื่อให้คนทั่วไปได้ทราบความหมายด้วย","กระทรวงวัฒนธรรม ราชบัณฑิตยสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1265,311,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการติดต่อราชการที่ดิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี","จาก การลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้มีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งมีการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความล่าช้า และมีความเหลื่อมล้ำในการให้บริการ เช่น กรณีประชาชนได้ยื่นเรื่องขอออกโฉนดที่ดิน ระยะเวลาผ่านมา ๓ ปี แต่ยังไม่มีการออกโฉนดที่ดินแต่อย่างใด ประชาชนจึงได้มาร้องเรียนกับสมาชิก วุฒิสภาจากการลงพื้นที่ตามโครงสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเจ้าพนักงาน ที่ดินได้มาดำเนินการรังวัดที่ดิน และเรื่องเงียบหายไปกว่า ๒ ปี ภายหลังจากการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสมาชิกวุฒิสภาได้มีการออกโฉนดภายในระยะเวลา ๓ – ๔ เดือน ทั้งนี้ได้มีการขอเข้าพบหัวหน้าเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอปากท่อ เพื่อติดตามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรายดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ หน้าห้องไม่อนุญาตให้เข้าพบ จึงขอให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงการทำงานเพื่อให้การบริการประชาชนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเกิดความเสมอภาคกับประชาชน","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1266,310,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเป็นกรณีพิเศษ ","ปัจจุบันประชาชนมีหนี้ครัวเรือนประมาณ ๑๔ ล้านล้านบาท สูงสุดที่สุดในรอบ ๑๘ ปี ติดอันดับ ๑๑ ของโลก และติดอันดับ ๒ จาก ๒๒ ของประเทศในทวีปเอเชีย นักเศรษฐศาสตร์มองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เป็นรูปตัวเค (K) คือ มีทั้งขึ้นและลง และบุคคลที่อยู่ในส่วนของหางตัวเค ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ระยะสั้น มีจำนวนเกือบ ๗ ล้านล้านบาท จึงขอเสนอแนะมาตรการเร่งด่วน ดังนี้  \\\\nประการที่ ๑ ขอให้ยกเลิกภาษีเงินได้จากการขายฝาก โดยให้กระทรวงการคลังตราพระราชกฤษฎีกา อาศัยอำนาจตามความในประมวลรัษฎากร มาตรา ๓(๑) ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ให้แก่บุคคลธรรมดา ให้สามารถนำที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่ดินที่อยู่อาศัยไปขายฝากให้กับนายทุนหรือสถาบันการเงิน และอาจรวมไปถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และ  อากรแสตมป์ใด ๆ สำหรับเงินได้ที่เป็นมูลค่าของฐานภาษีด้วย และให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการทบทวนเพื่อออกประกาศยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินกรณีขายฝากที่ดินกรณีประเภทดังกล่าว \\\\nประการที่ ๒ ขอให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์บริหารหนี้เบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว เพื่อให้บริการสำหรับบุคคลที่มีปัญหาหนี้ทุกประเภท ทั้งหนี้ในระบบและนอกระบบ โดยให้ศูนย์มีหน้าที่และอำนาจ    ในการสำรวจหนี้ แยกประเภทหนี้ วิเคราะห์สภาพการเป็นหนี้ และประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ซึ่งสามารถดำเนินการจัดตั้งได้ทันทีโดยประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) หรือสายด่วน ๑๒๑๓ และหากยกระดับเป็นหน่วยงานของรัฐได้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก\\\\nประการที่ ๓ การช่วยเหลือลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยการชะลอการบังคับคดีชั้นการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และเปิดช่องให้บุคคลที่เป็นหนี้ตามคำพิพากษาสามารถฟื้นฟูสถานภาพ  เหมือนกับที่บริษัทสามารถฟื้นฟูกิจการได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1267,309,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","กรณีการเบิกเงินค่ารักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ของโรงพยาบาลบางแห่งที่อาจจะเป็นไปอย่างมิชอบ ","สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19)ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพ ชีวิตและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน ในเรื่องการให้บริการด้านการสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยไม่คิดมูลค่า ครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาผู้ป่วย การควบคุมโรค และการดูแลรักษาผู้ป่วย ซึ่งทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากรัฐได้เต็มจำนวน อย่างไรก็ตามพบว่ามีโรงพยาบาลบางแห่งมีวิธีการจัดกลุ่มผู้ป่วย การจัดสถานที่รักษา และการนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ และการทำรายการเรียกเก็บเงินในลักษณะที่ไม่ตรงไปตรงมา เบิกค่าใช้จ่ายเกินจริง โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ซึ่งไม่จำเป็น ต้องดูแลรักษามากนัก แต่ใช้เวลารักษานานถึง 14 วัน ทำให้โรงพยาบาลเหล่านั้นได้รับเงินจากรัฐเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้รัฐบาลต้องสูญเสียเงินงบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้ตรวจสอบว่ามีเหตุฉ้อฉลในลักษณะนี้มากน้อยเพียงใด มีการแก้ไขปัญหาหรือไม่ ได้มีการดำเนินการต่อผู้กระทำผิดหรือไม่ และมีมาตรการป้องกันปัญหาดังกล่าวหรือไม่","นายกรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1268,308,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","กฎหมาย","การปราบปราม การป้องกันและการบำบัดภัยพิบัติจากยาเสพติด","รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าข่าวจากสื่อต่าง ๆ ที่นำเสนอข่าวการจับกุมผู้เสพ และผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันมีการจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นกลุ่มผู้หญิงและเด็กที่ใช้วิธีการขนย้ายยาเสพติดโดยซุกซ่อนไว้ภายในร่มผ้า จึงเสนอให้เพิ่มอัตราสายตรวจที่เป็นตำรวจผู้หญิงให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถตรวจค้นผู้ต้องหาได้อย่างเหมาะสม และขอให้เพิ่มมาตรการปราบปรามและป้องกันยาเสพติดที่เข้มงวดยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1269,307,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารจัดการวัคซีนโควิด – ๑๙ ","การดำเนินการฉีดวัคซีนโควิด - 19 มียอดรวมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงปัจจุบันทั้งสิ้น 4,634,941 โดส คิดเป็นจำนวนประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 3,243,913 คน หรือเกือบ 5 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และได้มีการจัดสรรวัคซีนสำหรับฉีดให้ประชาชนในวันที่ 8 - 11 มิถุนายน 2564 ไปแล้ว ดังนั้น รวมตั้งแต่วันที่ 7 - 11 มิถุนายน 2564 จะมีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนประมาณ 1,500,000 โดส ซึ่งจากจำนวนดังกล่าวจะเห็นว่าการฉีดวัคซีนของประเทศไทยอยู่ในอัตราที่สูง แต่ที่ผ่านมาเนื่องจากในช่วงแรกมีประชาชนจองวัคซีนน้อยเพราะความไม่มั่นใจ ต่อมาเมื่อมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงขึ้น ทำให้ประชาชนจองวัคซีนเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายจัดสรรวัคซีน Astra Zeneca ที่สั่งมาจากประเทศเกาหลีใต้ 240,000 โดส ให้ทุกจังหวัดเท่า ๆ กัน และจัดสรรเพิ่มให้กับจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง และจังหวัดที่มีนโยบายเฉพาะเช่นจังหวัดภูเก็ต  ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ การจัดสรรวัคซีนในระยะแรกวัคซีนยังมีปริมาณน้อยแต่ต้องจัดสรรให้กับจังหวัดต่าง ๆ รวมทั้งมหาวิทยาลัย และสำนักงานประกันสังคม ซึ่งการจัดสรรวัคซีนต้องสอดคล้องกับนโยบายที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเร็ว จึงขอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ประชาชนให้เข้าใจ มีความชัดเจน รวมถึงการสื่อสารข้อมูลไปยังส่วนภูมิภาคให้มีความรวดเร็ว เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และประชาชนไม่เกิดความสับสน","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1270,306,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนในการขนส่งสินค้าเพื่อลดต้นทุนการผลิตพืชผลทางการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยว ","การลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 มีประชาชนจากอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ยื่นหนังสือเรื่องความเดือดร้อนในการเดินทาง การขนส่งสินค้าเพื่อลดต้นทุนการผลิตพืชผลทางการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 1119 (อุ้มผาง – แม่สอด) เพียงเส้นทางเดียว ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง โดยเมื่อปี พ.ศ. 2521 หน่วยทหารได้มีการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1117 (คลองลาน – อุ้มผาง) แต่มีการซุ่มโจมตีของคอมมิวนิสต์ทำให้ต้องยุติการก่อสร้าง และไม่มีการดำเนินการต่อ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 1117 (คลองลาน – อุ้มผาง) เนื่องจากอำเภอคลองลานกับอำเภออุ้มผางมีพื้นที่ติดกันจะทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก ลดต้นทุนการขนส่งพืชผลทางการเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1271,305,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","การประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ","การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) หลายจังหวัดผู้ที่ลงทะเบียนจองแต่ยังไม่รับการฉีดวัคซีน แต่จะได้รับการฉีดวัคซีนภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายจะฉีดให้ได้วันละ ๔๕๐,๐๐๐ – ๕๐๐,๐๐๐ โดส/วัน เพื่อให้ได้ตามเป้า ๑๐๐ ล้านโดส ภายในสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ปัจจุบันมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วรวม ๔,๕๖๙,๒๖๓ โดส เป็นอันดับ ๔ ของอาเซียน ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ ประเทศไทยจะได้รับวัคซีน ๖ – ๗ ล้านโดส และ ได้ครบ ๑๐๐ ล้านโดสภายในสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ จำกัด จำนวน ๖๑ ล้านโดส วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน จำนวน ๒๕ ล้านโดส วัคซีน ไฟเซอร์ จำนวน ๒๐ ล้านโดส วัคซีนซิโนแวค จำนวน ๑๕ ล้านโดส วัคซีนซิโนฟาร์มนำเข้าโดยราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ จำนวน ๑ ล้านโดส และวัคซีนโมเดอร์นาสั่งซื้อโดยสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้รับวัคซีนแล้ว ประกอบด้วย วัคซีนซิโนแวค ๒ ล้านโดส รัฐบาลจีนบริจาค ๕ แสนโดส วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านำเข้าจากประเทศเกาหลีใต้ จำนวน ๒.๔ แสนโดส และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด จำนวน   ๑.๘ ล้านโดส นอกจากนี้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด จะส่งมอบวัคซีนกลางเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๒ ล้านโดส และปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๒ ล้านโดส ดังนั้น ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๔ จะมีวัคซีนฉีดให้กับประชาชนมากกว่า ๖ ล้านโดส โดยจะจัดสรรวัคซีนให้แต่ละจังหวัดตามสถานการณ์และกระจายวัคซีนไปให้กับจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา พัทยา และเกาะสมุย ดังนั้น ขอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) หรือ (ศบค.) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจว่าวัคซีนที่ประชาชนได้รับการจัดสรรเป็นไปตามความเหมาะสมกับสถานการณ์สำหรับคนไทย และต้องพยายามสื่อสารประชาสัมพันธ์โดยข้อเท็จจริงเชิงบวกและสร้างสรรค์","นายกรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1272,304,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","ปัญหาข้อกล่าวหาการบุกรุกที่ดินระหว่างประชาชนกับอุทยานแห่งชาติ","ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมาว่าชาวบ้านในพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐานบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน ความเป็นมาของสถานที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยมีชาวบ้านเข้าไปอยู่อาศัยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 โดยทางราชการได้นำประชาชนกลุ่มพัฒนาชาติไทย ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 6๖/๒๕๒๓ และกลุ่มประชาชนที่ไปบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำลำพระเพลิง เนื่องจากสมัยนั้น ได้ให้ประชาชน   มีที่ทำกินและที่อยู่อาศัย โดยจัดสรรที่ดินทำกินให้ครัวเรือนละ 15 ไร่ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้จังหวัดและอำเภอไปดำเนินการจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน มีการดำเนินการออกบ้านเลขที่ ทะเบียนบ้าน ไฟฟ้าและน้ำประปา ส่วนกรมป่าไม้ส่งได้ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) มีการสำรวจรังวัด ให้สิทธิทำกินแก่ประชาชน ส่วนประชาชนในอีกพื้นที่หนึ่งมีการออกหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.ท.บ. ๕) ให้ประชาชนทำกินมาเป็นเวลาหลายสิบปี ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้ดำเนินการจับกุมชาวบ้านจำนวนกว่า ๒๐๐ ราย ในข้อหาความผิดฐานบุกรุกอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยมีการส่งฟ้องคดีต่อศาล เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน บางรายอยู่ระหว่างดำเนินคดี บางรายต้องรับโทษจำคุก ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้       \\n๑. เพราะเหตุใด ชาวบ้านเข้าทำประโยชน์ประกอบอาชีพในพื้นที่ที่ได้รับสิทธิทำกิน จึงถูกเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินคดีในข้อหาความผิดฐานบุกรุก \\n๒. เพราะเหตุใด ประชาชนอีกส่วนหนึ่งซึ่งทำประโยชน์ในพื้นที่ที่มีหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.ท.บ. ๕) มาเป็นเวลาหลายสิบปี และกรมป่าไม้มีการปักแนวเขตห้ามบุกรุกไว้     อย่างชัดเจน ซึ่งชาวบ้านไม่เคยบุกรุก แต่ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุก \\n๓. เพราะเหตุใด กลุ่มนายทุนถือครองที่ดินบริเวณใกล้เคียง มีพยานหลักฐานเหมือนกันกับประชาชน กลับไม่ถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดี   \\n๔. ประชาชนให้ข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์แลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี หากชาวบ้านรายใดไม่จ่ายเงินก็จะถูกเร่งรัดดำเนินคดี","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2564,"2021-06-08T00:00:00"],
    [1273,303,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","การใช้จ่ายเงินกู้ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด งบประมาณ ๑๓,๙๐๔ ล้านบาท","คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการใช้จ่ายเงินกู้ตามโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด กรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน ๑๓,๙๐๔ ล้านบาท รวมทั้งสิ้นจำนวน ๕,๒๕๐ แปลง สิ้นสุดโครงการในเดือนกันยายน ๒๕๖๔ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๖ หน่วยงาน ได้แก่ กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมหม่อนไหม กรมประมง การยางแห่งประเทศไทย และกรมปศุสัตว์ แต่ข้อมูลการดำเนินโครงการ ณ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ คณะกรรมการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัดได้อนุมัติโครงการแล้วจำนวน ๙๑ แปลง และการบริหารจัดการเป็นไปด้วยความล่าช้า เช่น พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด ได้รับงบประมาณจากเงินกู้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๓ จำนวน ๗,๓๗๓ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๘๕ โดย ๖ จังหวัดที่ได้รับงบประมาณสูงสุด ได้แก่\\n๑) จังหวัดขอนแก่น จำนวน ๓๙๐ แปลง งบประมาณ ๑,๑๓๕ ล้านบาท\\n๒) จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน ๒๘๗ แปลง งบประมาณ ๘๑๕ ล้านบาท\\n๓) จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๒๖๕ แปลง งบประมาณ ๖๓๑ ล้านบาท\\n๔) จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน ๒๒๒ แปลง งบประมาณ ๖๒๘ ล้านบาท\\n๕) จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน ๑๙๖ แปลง งบประมาณ ๕๒๘ ล้านบาท\\n๖) จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๑๘๐ แปลง งบประมาณ ๕๐๙ ล้านบาท\\nทั้งนี้ ๖ จังหวัดดังกล่าวข้างต้นคณะกรรมการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่\\nและเชื่อมโยงตลาดระดับจังหวัดยังไม่มีการโอนเงินอุดหนุนให้กับเกษตรกรแปลงใหญ่แต่อย่างใด โดยโครงการนี้ต้องเบิกจ่ายเงินภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ","กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1274,302,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง","โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร วงเงิน 45,797 ล้านบาท มีจำนวน ๒๓ สถานี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๕ ซึ่งจากแผนเดิมโครงการจะมีการเชื่อมต่อการเดินทางกับสายสีเขียว และสายสีน้ำเงินที่ห้าแยกลาดพร้าว แต่มีการปรับแบบการก่อสร้างให้มีการเชื่อมต่อการเดินทางกับสายสีน้ำเงินที่สถานีรัชดา (สถานีลาดพร้าวของสายสีน้ำเงิน) ทำให้ประชาชนที่จะเดินทางไปยังห้าแยกลาดพร้าวไม่ได้รับสะดวกในการเดินทาง เสียเวลา และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการเสียค่าแรกเข้าสถานี จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้      \\n๑. เพราะเหตุใดจึงเปลี่ยนรูปแบบโครงการจากเดิมที่จะเริ่มต้นที่ห้าแยกลาดพร้าวมาเริ่มต้นที่ถนนรัชดา (สถานีรัชดา)      \\n๒. โครงการส่วนต่อขยายสายสีเหลืองตามแนวถนนรัชดาผ่านหน้าศาลอาญาไปสิ้นสุด\\nที่แยกรัชโยธิน เพื่อเชื่อมต่อกับสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต) ซึ่งผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้ยื่นข้อร้องเรียนว่าจะขาดรายได้จากจำนวนผู้โดยสารที่ลดลง แต่ในความเป็นจริงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากผู้โดยสารของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งควรนำผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากสายสีเหลืองมาประกอบการพิจารณาด้วย","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1275,301,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ความช่วยเหลือด้านการส่งเสริมการจ้างงานที่ยังไม่เป็นจริง","ตามที่รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมาย โดยให้จ้างงานคนพิการให้ครบตามสัดส่วนการจ้างงาน คือ หน่วยงานใดมีคนทำงาน ๑๐๐ คน ให้จ้างงานคนพิการ ๑ คน และให้ถือเป็นตัวชี้วัดความดีความชอบผู้บริหารหน่วยงานของรัฐด้วย และในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด - ๑๙ หน่วยงานของรัฐมีการจ้างงานคนพิการลดลง คนพิการไม่ได้รับจ้างงาน จำนวน ๑๑,๗๗๗ ตำแหน่ง ทำให้คนพิการได้รับความยากลำบาก แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการความช่วยเหลือแล้วแต่ยังไม่เพียงพอ ธุรกิจและกิจการของคนพิการปิดตัวลงเพราะมาตรการจำเป็นที่รัฐบาลประกาศใช้ จึงขอเสนอให้รัฐบาลใช้เงินส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนกิจการของคนพิการ โดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมาย ๒ ฉบับ คือ\\n๑. พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๓๕ กล่าวว่า กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ประสงค์จะรับคนพิการเข้าทํางาน นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการไม่รับคนพิการเข้าทํางานตามมาตรา ๓๓ นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการนั้นอาจให้สัมปทานจัดสถานที่จําหน่ายสินค้าหรือบริการหรือซื้อสินค้าและบริการจากคนพิการ ซึ่งหน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการได้ทันที และสามารถนำเงินมาชดเชยการจ้างงานคนพิการ เพื่อจะช่วยแก้ไขปัญหาและเยียวยาได้\\n๒. พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.๒๕๖๐ มาตรา ๕๕ สามารถให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างได้โดยไม่มีการประมูล หากเป็นการส่งเสริมอาชีพการมีงานทำของผู้ด้อยโอกาสหรือกลุ่มเปราะบางหรือคนพิการสามารถกระทำได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1276,300,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","สวัสดิการครู (สกสค.)","ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการครูเป็นจำนวนมากในกรณี ดังนี้\\n๑) การจัดสวัสดิการและสวัสดิภาพข้าราชการครูในกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การส่งเงินค่าจัดการศพซึ่งข้าราชครูที่เป็นสมาชิกต้องจ่ายประมาณเดือนละ 600 กว่าบาท นั้น ได้มีการบริหารจัดการเงินจำนวนนี้ในเรื่องใดบ้าง\\n๒) การจัดสวัสดิการและสวัสดิภาพข้าราชการครูเกี่ยวกับการสำรองห้องพัก การลงทะเบียน และข้อปฏิบัติในการเข้าพักที่พักของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เนื่องจากการติดต่อจองห้องพักเป็นไปด้วยความยากลำบากและไม่ทราบสาเหตุ","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1277,299,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","กฎหมาย","ขอให้เร่งรัดกฎหมายลำดับรอง เรื่อง การส่งเสริมให้รังนกนางแอ่นในอาคารถูกกฎหมายสามารถส่งออกสร้างรายได้ในสถานการณ์โควิด - ๑๙","ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กฎหมายลำดับรอง (กฎหมายลูก) เพื่อคุ้มครองบ้านรังนกแอ่น และประกอบกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ประชาชนไม่มีรายได้จากการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร การประกอบธุรกิจรังนกแอ่นบ้านเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนมีรายได้ ซึ่งสามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ ๒๕,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น เพื่อให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากวิกฤตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จึงเห็นควรเสนอไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวเพื่อเร่งรัดเรื่องการออกกฎหมายลำดับรอง (กฎหมายลูก) เรื่องการคุ้มครองบ้านรังนกแอ่นอย่างจริงจัง ให้ผู้ที่ประกอบการสามารถดำเนินการเลี้ยงหรือเคลื่อนย้าย หรือสามารถส่งออกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1278,298,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนโดยเร่งด่วนตามดำริของนายกรัฐมนตรี","นายกรัฐมนตรีได้ประชุมร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและตัวแทนหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินรายย่อย ให้กับประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้แก่ หนี้ กยศ. หนี้ครู/ข้าราชการ หนี้เช่าซื้อรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และปัญหาหนี้สินอื่นๆ โดยที่ประชุมเห็นว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้เบ็ดเสร็จต้องทำ 3 เรื่องควบคู่กัน คือ การปรับโครงสร้างหนี้และการไกล่เกลี่ยปัญหาหนี้สิน การกำกับดูแลให้เจ้าหนี้ให้สินเชื่ออย่างเป็นธรรม และการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนทั้งยังได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาวด้วยนั้น มีความเห็นสอดคล้องกับมาตรการดังกล่าวทุกประการ และขอเสนอมาตรการเพิ่มเติม ตามที่ได้เคยเสนอแนวความคิดไว้แล้ว ในช่วงการปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ เรื่อง ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนเป็นกรณีพิเศษ สรุปได้ดังนี้\\n1) รัฐบาลสามารถยกเลิกภาษีเงินได้จากการขายฝากที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยได้ทันที โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓ แห่งประมวลรัษฎากร\\n2) ชะลอการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกไปก่อน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน\\n3) จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จหนี้ ณ จุดเดียว โดยยกระดับจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ซึ่งตั้งอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และมีสายด่วน 1213 อยู่แล้ว โดยรัฐบาลสามารถดำเนินการจัดทำให้เป็นมหกรรมแก้หนี้ครัวเรือนระดับชาติ ให้เป็นผลสำเร็จภายในสิ้นปี พ.ศ. 2564 ถึงต้นปี พ.ศ. 2565","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1279,297,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การเรียนการสอนออนไลน์ในยุคโควิด - ๑๙","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้วางแนวทางกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งไปยังโรงเรียนต่างๆ ทุกภูมิภาค ว่าในการเปิดภาคเรียนตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนเป็นต้นไป ให้โรงเรียนสามารถเลือกรูปแบบการเรียนการสอนที่ปลอดภัย หรือแบบผสมผสานกันได้ โดยนับชั่วโมงการเรียน และไม่บังคับให้ต้องมาเรียนในสถานที่ของโรงเรียน โดยกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในยุคโควิด - ๑๙ มี 5 รูปแบบ ได้แก่ ๑) On Site คือ ให้จัดการเรียนการสอนในโรงเรียนได้ตามปกติ ๒) Online ให้ครูเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ผ่านเครื่องมือที่ทางโรงเรียนกระจายไปสู่นักเรียน เป็นรูปแบบที่ถูกใช้ในการจัดการเรียนการสอนจำนวนมากที่สุด ๓) On Air คือการเรียนผ่านสื่อโทรทัศน์ DLTV ๔) On Hand คือ มอบหมายใบงาน ชุดการเรียนการสอน และแบบฝึกหัด และ ๕) On Demand คือ การเรียนการสอนผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ นั้น มีความเห็นว่า การจัดการเรียนการสอนที่ดีและเหมาะสมกับยุคโควิด - ๑๙ คือ การจัดการเรียนการสอนแบบ Online ซึ่งประกอบด้วย ๒ ช่องทาง คือ ช่องทางที่ ๑ ต้นทาง คือ โรงเรียน และช่องทางที่ ๒ ปลายทาง คือ นักเรียน โดยมีข้อสังเกต ดังนี้ ๑) ต้องมีคุณครูที่รู้จักวิธีการเรียนการสอน วิธีการวัดผล ต้องมีคำสั่ง ประกาศ วิธีการที่จะวัดผลและประเมินผลให้ชัดเจน ๒) ต้องมีระบบ WIFI และระบบอินเตอร์เน็ต ๓) ต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ และ ๔) ต้องมีโปรแกรมที่รองรับการเรียนการสอนออนไลน์ ส่วนนักเรียนซึ่งเป็นปลายทาง จะต้องเข้าใจวิธีการเรียนการสอน การวัดผล ตลอดจนมีอุปกรณ์ที่สามารถใช้เรียนออนไลน์ที่บ้านได้ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ เป็นต้น และที่บ้านของนักเรียนจะต้องมีระบบ WIFI หรือระบบอินเตอร์เน็ต จึงจะทำให้การเรียนการสอนแบบ Online สัมฤทธิ์ผลได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่โรงเรียน เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนออนไลน์ให้เกิดผลสัมฤทธิ์","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1280,295,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการฉีดวัคซีนระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกรุงเทพมหานคร","การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในโลก ประเทศไทยประสบปัญหาการกระจายวัคซีน แม้ในภาพรวมวัคซีนยังไม่ขาดแคลนแต่เป็นการทยอยส่งมอบ จึงก่อให้เกิดปัญหาไม่ทันกับความต้องการ ซึ่งเป้าหมายหลักของการฉีดวัคซีนคือลดการเสียชีวิต เป้าหมายระยะกลางและระยะยาวคือการควบคุมโรค โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเร่งให้ฉีดก่อนคือกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย ๗ กลุ่มโรคเสี่ยง ซึ่งได้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม 2564 จำนวนกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐ โดส แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน แม้กรุงเทพมหานครจะมีจุดให้บริการฉีดวัคซีนมากถึง ๑๕๑ แห่ง เนื่องจากการส่งมอบวัคซีนได้แบ่งเป็นกลุ่ม โดยกรุงเทพมหานครและกลุ่มประกันสังคม ได้กลุ่มละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ โดส และกลุ่มมหาวิทยาลัย จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ โดส เพราะนโยบายที่ต้องการให้ภาคสังคมและภาคธุรกิจเดินไปด้วยกัน ทั้งนี้ กลุ่มประกันสังคมที่เป็นคนทำงาน กลุ่มนักศึกษา และคลัสเตอร์โควิด เช่น ตลาด ชุมชนแออัด เป็นกลุ่มที่คนส่วนใหญ่อายุน้อยและอยู่ในกรุงเทพฯ อีกทั้งประชาชนคนเดียวลงทะเบียนฉีดวัคซีนหลายแหล่งที่ตนมีสิทธิ์เพื่อจะได้รับวัคซีนให้เร็วที่สุด หรือประเด็นอื่นที่อาจมีนัยทางการเมืองแอบแฝง ทำให้วัคซีนสำหรับฉีดให้ประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ป่วย ๗ กลุ่มโรคเสี่ยงที่จองในแอปพลิเคชันหมอพร้อมน้อยลงไปอีก จึงเกิดปัญหาเลื่อนการฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ซึ่งข้อขัดแย้งระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกรุงเทพมหานครนั้นมาจากโครงสร้าง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขไม่มีโรงพยาบาลและบุคลากรในกรุงเทพฯ แม้มีโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์แต่ก็ไม่ได้ขึ้นกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งโรงพยาบาลในสังกัดโรงเรียนแพทย์หรือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และโรงพยาบาลเอกชน ก็ไม่ได้ขึ้นกับกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงไม่มีอำนาจสั่งการ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไม่สามารถสั่งการให้เป็น Single command ได้เหมือน ๗๖ จังหวัด ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจปัญหา จึงได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๖/๒๕๖๔ เรื่อง จัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล(ศบค.กทม.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ และอธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นกรรมการและเลขานุการ ดังนั้น จึงเสนอให้มีการประชุมหารือกันของ ศบค.กทม. เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและประเด็นอื่นได้ และนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 คือให้กรุงเทพมหานครฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมมากที่สุด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1281,294,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","กฎหมาย","การปกป้องพันธุ์พืชสงวนของไทย","เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชหนองคายได้มีการจับกุมผู้กำลังดำเนินการขนย้าย\\nต้นกล้าพันธุ์พืชสงวนของไทย ได้แก่ ทุเรียน มะพร้าวน้ำหอม ลิ้นจี่ ส้มโอ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการออกพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ เพื่อดูแลปกป้องสงวนฐานชีวภาพพันธุ์พืชของไทยไว้ให้คนไทย เป็นการสร้างเศรษฐกิจและสร้างความสมบูรณ์ทางด้านความมั่นคงด้านอาหารและเศรษฐกิจของชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อจะปกป้องฐานทรัพยากรชีวภาพของไทยเพื่อเป็นประโยชน์ของชาติ แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาไม่ได้ผลเท่าที่ควร และอาจมีการเคลื่อนย้ายพันธุ์พืชสงวนออกไปแล้ว จึงขอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n๑) เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอนว่าด้วยการลักลอบ \\nซึ่งจะมีโทษจำคุกและปรับไปพร้อมกัน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘\\n๒) ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ควรจะต้องมีการควบคุมการผลิต โดยเฉพาะเรือนเพาะชำ\\nต้องมีการดูแลตั้งแต่ความแน่นอนของพันธุ์พืช การควบคุมในการซื้อ การขาย รวมถึงการขนย้ายข้ามแดน \\n๓) ควรมีการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เกี่ยวกับการหวงแหนทรัพยากรทางชีวภาพของไทย เพื่อให้เป็นทรัพย์สมบัติของลูกหลานในวันข้างหน้า โดยขอให้ดำเนินการควบคู่ไประหว่างการกำกับ บังคับใช้กฎหมายและการสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นกับประชาชนในการหวงแหนทรัพยากรของชาติไทย","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1282,293,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","บทเรียนจากมาตรการแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ และแนวทางที่ต้องปรับปรุงในปี พ.ศ. ๒๕๖๔","การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ส่งผลต่อวงจรภาคธุรกิจของประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจของโลก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมด้านบันเทิงในเรื่องการท่องเที่ยว การเดินทาง การซื้อสินค้าของฝาก ได้ถูกระงับเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งเป็นภัยคุกคามระดับโลก\\nที่ไม่เคยเกิดขึ้น สำหรับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ จำนวน ๑๒ โครงการ เช่น การกระตุ้นตลาดเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๓ โครงการทางด้านส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐาน โครงการส่งเสริมการพัฒนาท่องเที่ยววิถีเกษตร การส่งเสริมการท่องเที่ยวยกระดับชุมชนท่องเที่ยวเพื่อเข้าสู่มาตรฐานต่างๆ และโครงการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย : Amazing Thailand Safety ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1283,292,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาทุกข์ซ้ำซ้อนของประชาชน","ขณะนี้คนไทยอยู่ในสงครามโรคระบาดโควิด - 19 ที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง เช่นเดียวกับคนทั่วโลก โดยคนไทยมีทุกข์ซ้ำซ้อนอย่างน้อย 4 เรื่อง คือ 1) กลัวความเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากโรคโควิด - 19 ที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น และมีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส 2) การประกอบอาชีพที่ยากลำบาก ตกงาน มีหนี้สิน ไม่เห็นอนาคต 3) กลัวการฉีดวัคซีน การลงทะเบียนแล้วไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามลำดับการลงทะเบียน หรือเลื่อนวันฉีดวัคซีน ซึ่งข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมีความสับสนเป็นอย่างมาก อีกทั้งมีความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ 4) การดูแลลูกหลานที่ไม่ได้ไปโรงเรียนตามปกติ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเรียนออนไลน์ แต่เมื่อมีการเปิดการเรียนการสอนในสถานศึกษาปกติก็กังวลว่าอาจจะติดโรคโควิด - 19 จากสถานศึกษา ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานสุขภาพคนไทยปีพ.ศ. 2563 ที่เริ่มเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ในประเทศไทย พบว่ามีจำนวนคนฆ่าตัวตายสูงขึ้นกว่าเดิม โดยในปี พ.ศ. 2553 มีจำนวนผู้ฆ่าตัวตาย 5.9 คน ต่อประชากร 1 แสนคน แต่ในปี พ.ศ. 2563 มีจำนวนผู้ฆ่าตัวตาย 7.8 คน ต่อประชากร 1 แสนคน และน่าเป็นห่วงว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นในปี พ.ศ. 2564 จึงขอหารือไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำงานอย่างมีเอกภาพ ลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน การสื่อสารข้อมูลต้องมีความชัดเจน ไม่สร้างความสับสน อันจะเป็นการสร้างความทุกข์และความเครียดให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1284,290,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐบาลจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน","จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ทำให้กระทรวงศึกษาธิการต้องประกาศเลื่อนการเปิดภาคเรียนจากวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 มาเป็นวันที่ 1 มิถุนายน 2564 และวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ตามลำดับ โดยเปิดโอกาสให้สถานศึกษาและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) แต่ละจังหวัด ร่วมกันพิจารณาแนวทางการเรียนการสอนในรูปแบบ On Site, Online, On Air หรือ On Hand ให้เหมาะสมกับความรุนแรงของการแพร่ระบาดในพื้นที่ ซึ่งหากเปิดการเรียนการสอนแล้วเกิดการแพร่ระบาดในสถานศึกษา จะควบคุมยากกว่าการแพร่ระบาดในโรงงานอุตสาหกรรม และจากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ รวมถึงรับทราบความพร้อมในการเปิดการเรียนการสอนของสถานศึกษา ทราบข้อมูลว่าผู้ปกครองบางส่วนยังไม่พร้อมที่จะให้ลูกหลานไปเรียนในสถานศึกษาตามปกติ เนื่องจากมีความกังวลว่าอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากสถานศึกษา และอาจนำมาติดคนที่บ้านจนป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตได้ เพราะขณะนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในภาพรวมทั้งประเทศได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ยังไม่ถึงร้อยละ 20 ทั้งนี้ การบริหารจัดการวัคซีนเป็นการจัดสรรตามลำดับความสำคัญ โดยจัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นอันดับแรก และเมื่อสถานศึกษาเปิดการเรียนการสอน ต้องมีการจัดสรรให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นลำดับถัดมา จึงขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาจัดสรรวัคซีน\\nให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนให้ครบทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการศึกษา","นายกรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2564,"2021-06-15T00:00:00"],
    [1285,289,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้มานานนับร้อยปี","พื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะพื้นที่บ้านป่าคาและบ้านวุ้งกระสัง ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน และบ้านโละโคะ ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร มีประชาชนอาศัยอยู่มานานนับร้อยปี โดยเฉพาะบ้านป่าคา มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ ซึ่งเป็นระยะเวลากว่า ๘๐ ปีแต่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังไม่มีไฟฟ้าใช้และไม่มีการปรับปรุงถนนสำหรับเข้า - ออก เพราะอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันพื้นที่จริงเป็นอย่างไร เนื่องจากการลงพื้นที่ของสมาชิกวุฒิสภา พบว่า ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นพื้นที่ป่า แต่พื้นที่ดังกล่าวได้กลายเป็นหมู่บ้านและพื้นที่ทำการเกษตร มีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับที่พักและร้านกาแฟ ทั้งนี้ ขอเทียบเคียงจากการลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกในพื้นที่บ้านวังนกแอ่น ตำบลวังนกแอ่น อำเภอวังทอง และบ้านชมพู ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ไม่มีสภาพเป็นพื้นที่ป่าและมีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับที่พัก และร้านกาแฟเช่นเดียวกับอำเภอคลองลานแต่กลับมีสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ถนน เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนพื้นที่ต่อไป","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1286,288,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","กฎหมาย","ขอให้รัฐบาลปราบปรามยาเสพติดอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด","การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้ประชาชนเกิดความเครียด เห็นได้จากกลุ่มวัยรุ่นและประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดหันไปใช้ยาเสพติด ทั้งยาไอซ์(Methcathinone) ยาอี (Ecstasy) และยาบ้า (Amphetamine) และการเข้าถึงยาเสพติดสามารถทำได้โดยง่าย เช่น ยาบ้าจำหน่ายเพียงเม็ดละ ๓๐ บาท เท่านั้น อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ปัจจุบันภัยจากยาเสพติดได้สร้างอาชญากรรมร้ายแรงต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก เช่น พ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อและแม่ เพื่อต้องการนำเงินไปซื้อยาเสพติด และใช้เพื่อการมั่วสุมกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเพศ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดควบคู่กับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมและปัญหาสังคม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1287,287,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","นำไฟฟ้าให้ประชาชน ๓๐,๐๐๐ คน บ้านโละโคะ – โครงการพระราชดำริ ป่าคา จังหวัดกำแพงเพชร","ลงพื้นที่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนบ้านโละโคะ - โครงการพระราชดำริ ป่าคา จังหวัดกำแพงเพชร เป็นชาวไทยภูเขา จำนวนกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ในพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ตกลงว่าจะจัดสรรงบประมาณก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่ และการดำเนินการก่อสร้างระบบไฟฟ้าดังกล่าวไม่มีการตัดต้นไม้หรือทำลายสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด แต่รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ไม่อนุญาตให้ดำเนินการก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าผ่านพื้นที่ที่เป็นอุทยาน และแจ้งว่าจะสามารถดำเนินการได้เฉพาะไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น กรณีดังกล่าวได้นำหารือและได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๖ ได้กล่าวว่า รัฐต้องจัดหรือดำเนินการให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรองอธิบดีกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทำการตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯ มาตรา ๕๖  เพื่อจัดให้มีสาธารณูปโภคสำหรับการดำรงชีวิตของประชาชนต่อไป","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1288,286,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การจัดการวัคซีน","ประเทศไทยประสบปัญหาวัคซีนไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนให้ตามสัดส่วนของแต่ละจังหวัด เพื่อฉีดให้ผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นโรค\\\\nกลุ่มเสี่ยง ๗ โรค แต่เนื่องจากมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ ประกอบกับเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ สายพันธุ์อังกฤษที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายและมีความรุนแรงของเชื้อไวรัสมากกว่า ทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค ไม่สามารถควบคุมทำได้ดีเหมือน ๒ ระลอกที่ผ่านมา ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น อีกทั้ง ยังตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ สายพันธุ์อินเดียจากที่พักคนงานก่อสร้างในพื้นที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และสายพันธุ์แอฟริกาในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว สำหรับการฉีดวัคซีนมีจุดประสงค์เพื่อไม่ให้เกิดการเสียชีวิตเมื่อมีการติดเชื้อไวรัส ดังนั้น จึงขอให้จัดสรรวัคซีนที่มีอยู่ให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตก่อน ในส่วนของวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ที่มีอยู่ขณะนี้ได้มีงานวิจัยขององค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าหลังจากฉีดครบ ๒ โดสแล้ว จำนวน ๑๔ วัน สามารถบรรเทาอาการในผู้ป่วยได้ ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก (ICU) ๘๙ เปอร์เซ็นต์ และผู้ป่วยไม่เสียชีวิต ๘๐ เปอร์เซ็นต์ จึงขอเสนอให้จัดสรรวัคซีนใหม่ ในช่วงระยะเวลา ๒ เดือน โดยจัดสรรวัคซีนจากจังหวัดที่ไม่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือมีการติดเชื้อลดลงไปเพิ่มให้จังหวัดที่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือมีคลัสเตอร์ขนาดใหญ่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1289,285,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)","ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่การระบาดระลอกแรก โดยกระทรวงการคลังได้มี\\\\nมาตรการแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อให้การปฏิบัติตามสัญญาเป็นไปตามพระราชบัญญัติ\\\\nการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้มีหนังสือแจ้งเวียนไปยังหน่วยงานของรัฐตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๑๗๑ ลงวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๓ เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการในช่วงเวลา\\\\nที่ได้รับผลกระทบจากกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรคโควิด ๑๙ (Coronavirus Disease 2019 (COVID – 19)) และหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว๔๒๓ ลงวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๓ เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายระยะเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้รับผลกระทบจากกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรคโควิด ๑๙(Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยการพิจารณางดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายระยะเวลาทำการตามสัญญา แต่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐยังไม่พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการแต่อย่างใด ทั้งที่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐจากการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถาน การห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน เป็นต้น ทำให้การทำงานตามสัญญาเกิดความล่าช้า ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยเร่งด่วน\\\\n","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1290,284,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","ข้อเสนอการใช้งบประมาณตามพระราชกำหนดเงินกู้ ๕ แสนล้านบาท","รัฐบาลได้เยียวยาพี่น้องประชาชนโดยดำเนินโครงการต่างๆ ซึ่งการระบาดในระลอกที่สามรัฐบาลได้นำโครงการเดิมที่ได้ดำเนินการแล้วมาดำเนินการอีกครั้ง เช่น โครงการ “เราชนะ” โครงการ “ม๓๓ เรารักกัน” โดยได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” และโครงการ “คนละครึ่ง” เฟสที่สาม ซึ่งจะเริ่มโครงการในเดือนกรกฎาคม – ธันวาคม ๒๕๖๔ นอกจากนี้ได้มีโครงการใหม่ คือ โครงการ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้” ซึ่งมีเป้าหมายช่วยการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านผู้ที่มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยตั้งเป้าหมายประชาชนจะใช้จ่ายเงินคนละประมาณ ๖๐,๐๐๐ – ๗๐,๐๐๐ บาท เพื่อได้รับโบนัสกลับมา\\\\nไม่เกินคนละ ๗,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ เป้าหมายการดำเนินโครงการตามที่กระทรวงการคลังเสนอต่อรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงขึ้น แต่จากการดำเนินโครงการ ๑ ปีที่ผ่านมา ได้เกิดคดีความหลายพันคดี มีผู้ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการหลายพันคน มีการกล่าวหาว่าประชาชนขายสิทธิ์ที่ได้รับจากโครงการ เนื่องจากประชาชนต้องการเงินนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่าการนำไปซื้อสิ่งของ เช่น นำเงินใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ ผ่อนชำระค่างวดยานพาหนะ และจ่ายค่าเช่าบ้าน แต่รัฐบาลให้เงินประชาชนเพื่อนำไปซื้อสิ่งของ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และขนม ดังนั้น การกู้เงินตามพระราชกำหนดได้ให้อำนาจกระทรวงการคลัง\\\\nกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ วงเงินกู้ ๕ แสนล้านบาท จึงขอให้รัฐบาลพิจารณามอบเงินให้กับประชาชนคนละ ๕,๐๐๐ บาท จำนวน ๕๐ ล้านคน คิดเป็นเงินจำนวน ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หากประชาชนได้รับเงินดังกล่าวจะสามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ตรงกับความจำเป็นของแต่ละคนได้ อีกทั้งรัฐบาลยังมีเงินกู้คงเหลือที่ยังสามารถนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) ซึ่งหลายประเทศได้ให้เงินโดยตรงกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้\\\\nรัฐบาลควรมีมาตรการที่หลากหลายและตรงกับความต้องการของประชาชน ไม่ควรพิจารณาแต่การหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจเท่านั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการคลังพิจารณาการใช้เงินกู้บางส่วนให้ตรงกับความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง\\\\n","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1291,283,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การเลิกจ้างบุคลากรวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์โครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา","กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีหนังสือ ที่ ศธ ๐๔๐๑๐/ว ๓๙ ลงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๔ เรื่อง การเลิกจ้างอัตราจ้างครูวิทยาศาสตร์และครูคณิตศาสตร์ในโครงการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา จำนวน ๑,๙๖๔ คน โดยให้เหตุผลว่าโครงการดังกล่าวบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการและครบระยะเวลาแล้ว จึงขอเลิกจ้างอัตราจ้างดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้จะครบกำหนดตามสัญญาจ้างเดือนกันยายน ๒๕๖๔ และจากการประเมินพบว่า โครงการดังกล่าวสามารถพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการคิดวิเคราะห์ทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียนได้เป็นอย่างดี และหากมีการยกเลิกจะเกิดผลกระทบและผลเสีย ดังนี้\\\\\\\\n๑. ขาดแคลนอัตรากำลังครูและอัตราจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่โดยผลทางการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะต่ำลงอย่างแน่นอน\\\\\\\\n๒. เกิดความเหลื่อมล้ำในโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนในชนบท โรงเรียนชายแดน โรงเรียนห่างไกล\\\\\\\\n๓. เกิดผลกระทบเดือดร้อนต่อชีวิตครอบครัวของครูอัตราจ้าง จำนวน ๑,๙๖๔ คน ที่มีรายได้เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท และมีภาระหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระ\\\\\\\\n๔. อัตราจ้างเหล่านี้จะเสียสิทธิในการสอบครูตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือ\\\\\\\\nเหตุพิเศษ หรือ ว ๑๖","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1292,282,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","การจัดสรรวัคซีนให้เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาโควิด","เรื่องที่ ๑ การจัดสรรวัคซีนให้แต่ละจังหวัด \\nเรื่องที่ ๒ การระบาดในเรือนจำ\\nเรื่องที่ ๓ การฉีดวัคซีนให้กับคนต่างด้าว \\nเรื่องที่ ๔ การชี้แจงเรื่องวัคซีน","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2564,"2021-05-25T00:00:00"],
    [1293,281,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","รัฐบาลควรให้การสนับสนุนผู้ที่สร้างชื่อเสียง และคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ","จากคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ได้รับข้อเสนอจากนางสาวอาฒยา  ฐิติกุล นักกอล์ฟเยาวชนหมายเลข ๑ ของประเทศไทย ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง เช่น คว้าแชมป์รายการ Ladies European Thailand Championship 2017 เหรียญทองประเภทบุคคล SEA Game 2017 \\\\nณ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เหรียญทองประเภททีมผสม Youth Olympic 2018 ณ นครบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และแชมป์รายการ Ladies European Thailand Championship 2019 แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยสนับสนุนนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศสิงค์โปร์ และประเทศเกาหลี ซึ่งการเดินทางไปแข่งขันกีฬาในต่างประเทศจะประสบปัญหาการทำหนังสือเดินทางที่ต้องใช้เวลานานและมีหลายขั้นตอน จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุน ดังนี้      \\\\n\t๑. การขอหนังสือเดินทางให้กับนักกีฬาเป็นหนังสือเดินทางทูต ซึ่งระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๖ (๑๔) กำหนดให้หนังสือเดินทางทูตสามารถออกให้กับบุคคลอื่นใด เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ หรือภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ หรือ ภายใต้สถานการณ์พิเศษที่มีความจําเป็น หรือเกี่ยวกับการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศ หรืออดีตเอกอัครราชทูต หรือในกรณีที่เห็นสมควร\\\\nให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผููที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย มีอํานาจใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติให้ออกหนังสือเดินทางทูตได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาออกหนังสือเดินทางทูตให้กับนักกีฬาที่สร้างสร้างชื่อเสียงและคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ     \\\\n\t๒. ขอให้สนับสนุนการเรียนหนังสือที่บ้านและสามารถสอบทางออนไลน์ได้","กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2564,"2021-02-23T00:00:00"],
    [1294,280,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","กฎหมาย","การตั้งด่านตรวจโควิด – ๑๙ ในภูมิภาค","การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) เป็นที่ทราบดีว่าทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน และเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรค จึงมีมาตรการการตั้งด่านหรือตั้งจุดสกัดเพื่อทำหน้าที่\\\\nคัดกรองหรือกวดขันผู้ที่จะเข้าพื้นที่ในแต่ละจังหวัด ซึ่งการตั้งด่านที่ดีหรือได้ประสิทธิภาพนั้น จะต้องปฏิบัติหน้าที่\\\\nและดำเนินการอย่างเคร่งครัดและจริงจัง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรายผ่านจัดหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดแพร่ และจังหวัดชียงราย ได้ผ่านด่านตรวจหลายด่าน\\\\nในแต่ละจังหวัด ปรากฏว่า ด่านตรวจทุกด่านมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกด่าน แต่ไม่มีการตรวจหรือซักถามคนที่เดินทาง\\\\nเข้าพื้นที่แต่อย่างใด ซึ่งมีเพียงด่านตรวจเดียว คือ ด่านอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้มีการร่วมมือกันทุกภาคส่วน\\\\nปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการอย่างจริงจัง มีการตรวจสอบเส้นทางต้นทางและปลายทาง มีการซักประวัติ\\\\nและลงรายละเอียดของผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ ส่งผลให้การสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา หากเห็นว่าการตั้งด่านตรวจนั้นเป็นมาตรการหนึ่งที่สำคัญ ควรปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจังเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่\\\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2564,"2021-02-23T00:00:00"],
    [1295,279,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาภาษีค้าไม้ท่อนที่ไม่จูงใจการปลูกไม้ยืนต้น","ได้รับการร้องเรียนจากเครือข่ายสหกรณ์สวนป่าเอกชน ซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ที่ทำการปลูกไม้ยืนต้น ประสบปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดอัตราภาษีส่งออกไม้ท่อน ซึ่งมีการกำหนดอัตราภาษีที่สูงมาก ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ภาครัฐได้ส่งเสริมการทำการเกษตร สินค้าที่เป็นพืชเกษตร อาทิ ข้าว อ้อย ปาล์ม ยางพารา มันสำปะหลัง ยูคาลิปตัส ถือเป็นพืชเศรษฐกิจ อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมีมาตรการจูงใจให้ปลูกพืชเศรษฐกิจโดยใช้มาตรการทางภาษี เพื่อให้สามารถส่งออกไปแข่งขันกับต่างประเทศ ส่วนนี้เป็นภาคหนึ่ง\\\\n\tในอีกภาคหนึ่ง เป็นส่วนของการทำไม้มีค่า ซึ่งแต่เดิม เป็นการทำไม้ที่ตัดไม้จากป่าไม้ในธรรมชาติ ถือว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติ รัฐบาลจึงได้ตั้งอัตราภาษีไม้เหล่านั้นไว้สูง โดยไม้ท่อนที่ส่งออก กำหนดอัตราภาษี ร้อยละ 40 ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ต่อมา ภาครัฐได้มีการส่งเสริมให้คนไทยปลูกไม้ยืนต้นที่เป็นไม้มีค่าเพื่อตัดไม้ไปจำหน่าย ซึ่งเป็นประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นการออมระยะยาว นับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. ๒535 ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง หรือในที่ดินที่ทางราชการอนุญาต ซึ่งต้องลงทุนระยะยาวเป็นเวลานานนับ 10-๓๐ ปี และล่าสุด เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีได้มี\\\\nมติเห็นชอบประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ประชาชนสามารถปลูกไม้มีค่าที่ในที่ดิน ส.ป.ก. โดยให้ถือว่าเป็นไม้ที่ไม่ต้องขออนุญาตทำไม้แบบไม้ในป่า อันเป็นการส่งเสริมและจูงใจให้คนไทยปลูกไม้ยืนต้นที่เป็นไม้มีค่าให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น แต่ปรากฏว่า การจัดเก็บภาษียังไม่ได้แก้ไข ผู้ปลูกไม้ยืนต้นประสบปัญหาเสียภาษีส่งออกไม้ในอัตราที่สูงมาก แตกต่างกับการส่งออกพืชเศรษฐกิจอื่นๆ จึงควรแจ้งกระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ พิจารณาแก้ไขเรื่องนี้ให้เหมาะสมต่อไป\\\\n","กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2564,"2021-02-23T00:00:00"],
    [1296,278,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","กฎหมาย","วัดบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร","ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ วัดบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร มีผลกระทบกับความมั่นคงของประชาชนและกระทบความมั่นคงของพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ดังนั้น จึงขอถามไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้ \\\\n\t๑. การแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลาน เข้ามาบริหารจัดการวัดบางคลาน โดยยังไม่ได้ปรึกษาหารือและเห็นชอบจากตำบลบางคลาน และการบริหารจัดการนั้น ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสได้มอบหมายให้พวกและทนายความฟ้องร้องดำเนินคดีกับชาวบ้านวัดบางคลานกว่า ๑๐๐ คดี มีการสมคบกับนักเลงอันธพาล พกพาอาวุธปืนและยิงปืนภายในวัด ทำร้ายชาวบ้าน มีการแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ แต่เรื่องได้เงียบไป กรณีเช่นนี้ \\\\nจึงเป็นปัญหาว่ากระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงของพระพุทธศาสนาหรือไม่ อย่างไร\\\\n\t๒. ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลานได้ตั้งมูลนิธิและถ่ายโอนเงินของวัดบางคลานไปยังมูลนิธิที่ตนเองเป็นประธาน ซึ่งขัดกับกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ข้อ ๕ วรรคสอง กำหนดว่า การดูแลรักษาและการจัดการเงินการกุศลที่มีผู้บริจาค ให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้บริจาค ดังนั้น เงินของรัฐต้องใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้ทำบุญ แต่ผู้แทนเจ้าอาวาสวัดบางคลานได้นำเงินกว่า ๖๕ ล้านบาท เข้าในบัญชีมูลนิธิที่ตนเองเป็นประธานอยู่นั้น จึงเป็นปัญหาว่ากระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือไม่ \\\\n\t๓. การที่เจ้าคณะตำบลแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ดำรงตำแหน่งรักษาการ ๖-๗ ปี ติดต่อกัน ทั้งที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งบัญญัติเรื่องการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสนั้น ต้องแต่งตั้งภายใน ๑ ปี หลังจากนั้นต้องแต่งตั้งเจ้าอาวาส แต่เจ้าคณะตำบลได้แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสในตำแหน่งติดต่อกันนาน ๖-๗ ปี จึงเป็นปัญหาว่ากระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2564,"2021-02-23T00:00:00"],
    [1297,277,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการทุจริตในโครงการที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเพื่อลดภาระค่าครองชีพ ให้ประชาชน","รัฐบาลได้จัดทำโครงการเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ซึ่งประกอบด้วยหลายโครงการ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการเราชนะ และโครงการ ม.33 เรารักกัน โดยโครงการเราชนะ มีผู้ลงทะเบียน จำนวน 31.๑ ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ ๗,๐๐๐ บาท เป็นระยะเวลา ๒ เดือน โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับโอนเงินดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะได้รับเงินสัปดาห์แรก 2,000 บาท จากนั้นจะได้รับเงินทุกวันพฤหัสบดี \\\\nสัปดาห์ละ 1,000 บาท จนครบ 7,000 บาท ผู้ได้รับโอนเงินจะต้องนำเงินที่ได้รับไปใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคหรือใช้กับบริการที่เข้าร่วมโครงการตามที่รัฐกำหนด จนกว่าเงินจะหมดหรือจนกว่าจะครบกำหนด\\\\nตามโครงการ ส่วนโครงการ ม.๓๓ เรารักกัน ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 7 ล้านคนเศษ จะได้รับโอนเงินคนละ 4,000 บาท โดยกำหนดให้นำเงินไปใช้จ่ายในลักษณะเดียวกันกับโครงการเราชนะ ปรากฏว่าจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องพบว่ามีปัญหาการทุจริตในโครงการของรัฐเป็นจำนวนมาก โดยในบางจังหวัดพบการร่วมกระทำผิดกัน\\\\nเป็นทีม ดังเห็นได้จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดเผยเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิด จำนวนเกือบหนึ่งพันราย ทำรายการเท็จในการเบิกจ่ายการเข้าพักในโรงแรมและ\\\\nค่าใช้จ่ายระหว่างเข้าพัก ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด โดยส่วนใหญ่ไม่มีการเข้าพักจริง และอีกกรณีหนึ่ง คือ \\\\nโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ ทำรายการเท็จเป็นเหตุให้ได้รับโอนเงินจากโครงการ จำนวนกว่า 10 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับเจ้าหน้าที่โดยขอคืนเงินเพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยปัญหาทุจริตในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วประเทศ มีผู้ที่ถูกกล่าวหาหรืออยู่ในบัญชีรายชื่อที่จะต้องถูกดำเนินคดีประกอบด้วยร้านค้าหลายร้อยแห่ง และโรงแรมอีกหลายร้อยแห่ง \\\\n\tในส่วนของโครงการเราชนะ กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเตือนประชาชนว่า \\\\nสิทธิ์ตามโครงการเราชนะไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งไม่ให้นำของที่ซื้อมาไปแลกเปลี่ยนเป็นเงิน \\\\nโดยเสียค่าหัวคิวประมาณร้อยละ 20 ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้รับฟังปัญหามาด้วยตนเอง โดยพนักงานบริการ\\\\nคนหนึ่งได้แจ้งว่ามีการเชิญชวนให้โอนสิทธิ์ โดยจะได้รับการโอนเงินคืนร้อยละ 80 ปรากฏว่าเมื่อโอนสิทธิ์ไปแล้ว\\\\nก็ไม่ได้รับเงินคืน \\\\n\tหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งรัดดำเนินการกับการทุจริตดังกล่าวอย่างรวดเร็วและเข้มงวด โดยสามารถดำเนินการหลายมาตรการ อาทิ การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ การดำเนินการปราบปราม\\\\nอย่างจริงจัง การเปิดเผยชื่อผู้ทุจริต การดำเนินการปรับโครงการให้การใช้งานแอปพลิเคชันไม่สามารถโกงกันได้ง่าย อีกทั้งต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชน เนื่องจากประชาชนระดับรากหญ้าส่วนใหญ่ต้องการเงินสด หากรัฐบาลต้องการให้ประชาชนเอาเงินในโครงการนี้ไปหมุนเวียนในเศรษฐกิจหลายๆ รอบ ก็อาจจะต้องพบกันครึ่งทาง โดยการจ่ายเป็นเงินสดครึ่งหนึ่ง เพื่อที่ประชาชนจะได้ไม่ต้องไปขายสิทธิ์ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงสูญเสียเงินตามสิทธิ์ที่ได้รับมา ดังนั้น จึงขอให้การกระทรวงการคลัง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\\\n","กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2564,"2021-02-23T00:00:00"],
    [1298,276,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การตรวจสอบคุณสมบัติข้าราชการครูที่เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์","ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสายปฏิบัติการสอนและสายบริหารที่เกษียณอายุราชการแล้วเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) แต่ปัจจุบันไม่ได้รับฯ จึงทำให้รู้สึกขาดขวัญและกำลังใจอันแสดงถึงความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รับใช้ชาติด้วยความอดทนและบากบั่นอย่างยิ่งเพื่อความภาคภูมิใจของลูก หลานและญาติ ทั้งนี้ จากการศึกษาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ ตามบัญชี ๔๑ ชั้นสายสะพาย ป.ม. คือ (๑) ต้องได้รับเงินเดือนสูงสุดในขั้นชำนาญการพิเศษก่อนการเกษียณอายุราชการ และ (๒) ต้องได้เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) ไม่น้อยกว่า ๕ ปีบริบูรณ์ เมื่อได้สอบถามสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับแจ้งว่า ได้เสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามคุณสมบัติหลักเกณฑ์แล้ว จึงขอสอบถามสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เพิ่งเกษียณอายุราชการไม่ได้รับการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นความจริงหรือไม่และเพราะเหตุใด","เลขาธิการนายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1299,275,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขยายช่องจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1117 (คลองแม่ลาย - อุ้มผาง)","จากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๑๑๗ เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติคลองลานและอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร โดยถนนสายดังกล่าวผ่านชุมชนและตลาด เช่น ที่อยู่อาศัย ตลาดชุมชนอำเภอคลองลาน เป็นต้น โดยพื้นที่อำเภอคลองลานเริ่มตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ ๔๐ ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๙๘ เป็นเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นและเกิดอุบัติเหตุจำนวนมากโดยเฉลี่ย จำนวน ๑๕๐ - ๒๐๐ ครั้งต่อปี เนื่องจากเป็นถนน ๒ ช่องจราจร และประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตรโดยปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง และใช้รถบรรทุกพ่วงสำหรับขนย้ายผลผลิตทางการเกษตร จำเป็นต้องวิ่งกลางถนนเพราะหากวิ่งบริเวณไหล่ทางจะทำให้รถเอียง พลิกคว่ำ โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าอำเภอคลองลาน จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาขยายช่องทางจราจรของทางหลวงหมายเลข ๑๑๑๗ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1300,274,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ความชัดเจนของพืชสมุนไพร ยา อาหาร หรือยาเสพติด","จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๓๗๘) พ.ศ. ๒๕๕๙ เรื่อง กำหนดพืช สัตว์ หรือส่วนของพืชหรือสัตว์ ที่ห้ามใช้ในอาหาร ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๙ โดยในท้ายประกาศฯ ลำดับที่ ๑๕ กัญชา ได้ถูกประกาศไว้ว่าห้ามประกอบอาหาร แต่ถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติด ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวในการที่จะนำมาใช้ประโยชน์เป็นอย่างมาก ในบทความของต่างประเทศซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลได้จากสื่อออนไลน์ทั่วไป ได้กล่าวถึงกัญชาว่าสามารถใช้เป็นไม้ประดับ มีข้อมูลสรรพคุณทางยา การประกอบอาหารประเภทสมุนไพร และข้อบ่งชี้ความเป็นพิษ ซึ่งข้อมูลหรือบทความต่าง ๆ นั้น ได้มีการนำมาปรับปรุงให้ถูกต้องตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม่ รวมทั้ง พืชสมุนไพรอื่นที่นำมาใช้เป็นยา อาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร รวมทั้งการทำยาสมุนไพรต่าง ๆ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงข้อมูล ความรู้ ขั้นตอน คำแนะนำที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนที่ใช้ประโยชน์จากพืชสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรสื่อสารผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในชนบทมากที่สุด","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1301,273,8,"นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบโครงการใช้นวัตกรรมรากโกงกางเทียมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน","ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงและบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ว่ากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำลังจะดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนโดยนวัตกรรมรากโกงกางเทียม โดยว่าจ้างบริษัทเอกชนให้ดำเนินการติดตั้งรากโกงกางเทียม ซึ่งทำมาจากรากไม้เทียม พลาสติก และยางสังเคราะห์ ด้วยงบประมาณ ๙๙๗ ล้านบาท กับพื้นที่ความยาว ประมาณ ๘.๙ กิโลเมตร ถือว่าเป็นงบประมาณที่สูงมาก และได้ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทำการประชาสัมพันธ์โครงการแบบเร่งด่วน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกระทำเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจหรือกลุ่มทุนรายใดรายหนึ่งหรือไม่ จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชี้แจงว่ามีผลการศึกษาวิจัยของสถาบันที่น่าเชื่อถือแห่งใดยืนยันว่ารากโกงกางเทียมสามารถก่อให้เกิดผลดีต่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนได้อย่างยั่งยืน อีกทั้ง ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ทำรากโกงกางเทียมนั้นได้มีสถาบันใดรับรองมาตรฐานของสินค้าหรือไม่","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1302,272,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีที่ไม่มีการซื้อเสียงและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย","คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔ และกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันจันทร์ที่ ๘ ถึงวันศุกร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ได้มีการร้องเรียน เรื่อง     การทุจริตการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้ทราบว่าการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต และยุติธรรมกับทุกฝ่าย จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งและกระทรวงมหาดไทย กำกับ ตรวจสอบการดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยให้เป็นไปโดยสุจริตและเกิดความยุติธรรมกับทุกฝ่าย","ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1303,271,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหา PM2.5 ในประเทศ","ปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต้องจัดสัมมนาเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว จากการวัดตามดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) พบว่าเมืองที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 ลำดับที่ ๑ เมืองลาฮอร์ (Lahore) สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ลำดับที่ ๒ เมืองกัลกัตตา (Calcutta) สาธารณรัฐอินเดีย ลำดับที่ ๓ เมืองธากา (Dhaka) สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ สำหรับประเทศไทย กรุงเทพมหานครอยู่ลำดับที่ ๑๔ และจังหวัดเชียงใหม่อยู่ลำดับที่ ๓๒ หากพิจารณาจากแผนที่จะเห็นว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 กระจุกตัวอยู่บริเวณภาคกลางซึ่งมีค่า AQI 110 - 180 โดยกรุงเทพมหานคร วัดค่า AQI ได้ ๑๖๒ ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร และฝุ่น PM2.5 ประกอบด้วย คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ โอโซน ซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ ไนตรัสอ๊อกไซด์ และสารตะกั่ว ซึ่งระยะยาวนำไปสู่โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคปอด เป็นต้น ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลทำความตกลงกับประเทศในกลุ่มอาเซียนให้เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีส รัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาว อาทิ การเปลี่ยนน้ำมันไปเป็นมาตรฐานยูโร ๕ - ๖ ลดการเผาไร่อ้อย ทั้งนี้ ต้องจัดทำสถิติภาพรวมทุกปีเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการแก้ไขปัญหา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1304,270,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินที่ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์","จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ระลอกแรก คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือคนพิการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดฯ โดยให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการสามารถกู้ยืมเงินฉุกเฉินเพื่อประกอบอาชีพจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ รายละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ว่าด้วยการพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และการจัดทำรายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2552 ไม่รองรับการปล่อยเงินกู้ฉุกเฉินให้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการได้ จึงมีการแก้ไขระเบียบฯ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ ซึ่งการแก้ไขระเบียบแล้วเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ ถือเป็นการดำเนินการที่ล่าช้ามาก ทั้งนี้ การปล่อยเงินกู้มีเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านคนพิการก่อน ทำให้ขณะนี้คนพิการและผู้ดูแลคนพิการยังมิได้รับเงินกู้แต่อย่างใด มาตรการฉุกเฉินไม่สามารถดำเนินการตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันสถานการณ์ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลใช้วิธีการผ่อนปรน แก้ไข ปรับปรุงระเบียบหรือประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วนสำหรับกรณีที่เป็นเรื่องฉุกเฉินหรือเร่งด่วน เพื่อให้การช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้ทันการณ์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1305,269,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาผู้สูงอายุจำนวนมากถูกเรียกเงินเบี้ยยังชีพคืน","จากกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียกคืนเงินเบี้ยยังชีพจากผู้สูงอายุจำนวนมาก เนื่องจากผิดระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งกำหนดว่า ผู้มีสิทธิจะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ฯลฯ โดยเป็นการเรียกคืนเบี้ยยังชีพย้อนหลังเป็นเวลานับสิบปี พร้อมทั้งดอกเบี้ยตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้สูงอายุซึ่งถูกเรียกเงินคืนตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนถึงหลักแสนบาทได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งที่การจ่ายเงินดังกล่าวผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วโดยผู้สูงอายุเหล่านั้นไม่ทราบหลักเกณฑ์ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่มิได้กระทำ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1306,268,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร","จากการที่ผู้ขอหารือได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร และได้มีการตอบกระทู้ถามดังกล่าวแล้วนั้น แต่ผู้ขอหารือได้ทราบความเห็นจากนักกฎหมายว่าเป็นการแต่งตั้งโดยมิชอบ เนื่องจากเจ้าคณะตำบลไม่มีอำนาจแต่งตั้งพระในวัดซึ่งอยู่นอกพื้นที่ของตนมาเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลานได้ และกฎมหาเถรสมาคมได้บัญญัติระยะเวลาการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี แต่เจ้าคณะตำบลรูปเดิมได้แต่งตั้งพระรูปเดิมเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบางคลานมาเป็นเวลา ๗ ปีแล้ว ทั้งที่พระในวัดดังกล่าวมีคุณสมบัติเป็นเจ้าอาวาสได้จำนวนกว่า ๑๐ รูป แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็มิได้ดำเนินการแต่อย่างใด ที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ได้ร้องเรียนกรณีการแต่งตั้งตำแหน่งรักษาการฯ และขอให้ชี้แจงการทยอยถอนเงินบริจาคของบัญชีวัดฯ จำนวน ๑๔๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นการเบิกเงินเกินอำนาจของตำแหน่งรักษาการฯ แต่มิได้รับการชี้แจงแต่อย่างใด และมีการกระทำของกลุ่มบุคคลเสมือนเป็นขบวนการของผู้มีอิทธิพล ซึ่งในกลุ่มมีทนายความจำนวน ๓ - ๔ คน ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนนับร้อยคดีและซ้ำเรื่องเดิม เช่น ประชาชนจะเดินทางไปทำบุญ ทางวัดก็แจ้งความข้อหาบุกรุก เป็นต้น อีกทั้งสถานีตำรวจภูธรโพทะเลได้รับแจ้งความจากทนายความฝ่ายวัดฯ เท่านั้น เสมือนเป็นการเลือกปฏิบัติ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและชี้แจงว่าการกระทำของทนายความของวัดฯ และการรับแจ้งความของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรโพทะเล จังหวัดพิจิตร มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",19,2564,"2021-02-02T00:00:00"],
    [1307,267,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรับภัยแล้งปี ๒๕๖๔","นอกจากปัญหาที่เป็นความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาภัยพิบัติอื่นๆ แล้ว ประชาชนยังวิตกกังวลกับปัญหาปากท้องในช่วงเกิดโรคระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร แม้เกษตรกรเองจะได้ร่วมมือกันป้องกันแก้ไขปัญหา และภาครัฐก็ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาคือการปรึกษาหารือการหาทางออกร่วมกันในแต่ละพื้นที่ วางแผนกำหนดเป้าหมาย การมีส่วนร่วม สำรวจและทบทวนสภาพปัญหา สิ่งที่ทำได้ดีในพื้นที่ของตัวเองหรือสิ่งที่ล้มเหลวจากการทำงานของพี่น้องประชาชนเองหรือจากหน่วยงานราชการ ซึ่งแต่ละหน่วยงานมีงบประมาณแต่ขาดการบูรณาการร่วมกันระหว่างประชาชนกับหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทยที่ควบคุมดูแลองค์กรปกครองท้องถิ่น เช่น ระดับอำนวยการมีผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัด และในระดับพื้นที่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น จึงมีความเห็นว่าถ้ารัฐบาลมีการร่วมมือและบูรณาการร่วมกันเตรียมการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรับภัยแล้ง ไม่ว่าจะเป็นในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทานที่ได้รับความเดือดร้อนแตกต่างกัน จะสามารถแก้ไขปัญหาได้","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1308,266,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","วัคซีน (Vaccine)","เนื่องจากในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ จะเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ให้แก่ประชาชน โดยเป็นวัคซีนที่อยู่ในโควตาที่บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ดำเนินการผลิตให้แก่บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ของอังกฤษ มีฐานการผลิตกระจายอยู่ในกว่า ๑๐ ประเทศทั่วโลก อาทิ อินเดีย สหรัฐอเมริกา จีน เม็กซิโก อังกฤษ บราซิล ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เป็นต้น โดยประเทศไทยได้รับวัคซีนเร็วกว่าที่กำหนด ๔ เดือน ซึ่งจะฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์และกลุ่มเสี่ยงสูงก่อน หลังจากนั้นจึงจะฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยล๊อตแรก 50,000 โดส และล๊อตต่อไป ๑๐0,000 โดส \\nนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศไทย โดยขณะนี้ประเทศอินเดียได้มีการฉีดวัคซีนดังกล่าวให้แก่ประชาชนแล้ว 1.4 ล้านคน ภายในเวลาเพียง ๑ สัปดาห์ ซึ่งพบว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย แต่มีข้อที่น่ากังวลคือ การฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจมีปัญหาในการจัดลำดับของประชาชนที่จะได้รับการฉีดวัคซีน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขวางแผนการกระจายวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ที่จะฉีดให้แก่ประชาชนให้รอบคอบและรัดกุม","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1309,263,8,"นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์","นโยบายของรัฐบาล","การขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ จังหวัดฉะเชิงเทรา","เนื่องจากกรมทางหลวงมีแผนงานขยายถนนหมายเลข ๓๐๔ โดยเริ่มต้นที่บริเวณสี่แยก พล.ร.๑๑ (สี่แยกคอมเพล็กซ์) หลักกิโลเมตรที่ ๗๕ ๑๒๖ ถึงบริเวณสามแยกเขาหินซ้อน หลักกิโลเมตรที่ ๑๒๖ ๔๑๖ ระยะทางประมาณ ๕๒ กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนในพื้นมีข้อสังเกตว่าเหตุใดกรมทางหลวงจึงยังไม่มีแผนงานก่อสร้างในช่วงกิโลเมตรที่ ๙๓ ๘๐๐ - กิโลเมตรที่ ๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทาง ๘.๗ กิโลเมตร จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา ดังนี้ (๑) การแก้ไขปัญหาการก่อสร้างถนนขาดความต่อเนื่องนี้จะดำเนินการอย่างไร และ (๒) เร่งรัดออกแบบและจัดสรรงบประมาณและเร่งรัดการก่อสร้างเพื่อให้ถนนสายนี้เสร็จพร้อมกัน มีความเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1310,262,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","อาชีพที่เปราะบางช่วงการระบาดโควิด - ๑๙","ตามที่รัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานครได้ประกาศผ่อนปรนให้กิจการร้านนวดแผนไทยและร้านสปาต่างๆ ให้สามารถเปิดกิจการได้ภายใต้การควบคุมและตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข แต่ยังมีอาชีพอื่นที่ค่อนข้างเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ คือ อาชีพค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล แม้ว่าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้ประกาศเลื่อนการออกสลากออกไปก็ตาม แต่ได้รับความเดือดร้อนจากการฉวยโอกาสของนักหาประโยชน์หรือมิจฉาชีพ ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือคนพิการ โดยเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ มีผู้พิการถูกกระชากสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 500 ใบ มูลค่าประมาณ 40,000 บาท ปัจจุบันยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ หากเป็นคนที่หาเช้ากินค่ำอาจทำให้ขาดทุน นี่คือเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย ความไม่สงบต่อประชาชน ดังนั้น นอกจากการผ่อนคลายมาตรการที่เข้มข้นแล้ว ขอให้รัฐบาลคุ้มครองสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงมาตรการที่รัฐบาลออกมาช่วยเหลือประชาชนนั้น ควรเป็นมาตรการที่ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย และควรคำนึงกลุ่มคนที่ไม่มีเทคโนโลยีให้มีทางเลือกสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือของรัฐบาลได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1311,261,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","การปรับลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลงร้อยละ ๙๐ จากการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง","สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่จะให้มีการขยายระยะเวลาปรับลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลง ร้อยละ 90 อีก 1 ปี และลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ลงเหลือร้อยละ 0.01 โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีเจตนารมณ์ต้องการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป แต่ขณะเดียวกันเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนต่องบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 7,850 แห่งทั่วประเทศ ดังปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนหลายแขนง โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ การออกมาให้ข่าวของนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ได้กล่าวว่าการลดอัตราจัดเก็บภาษีลงร้อยละ 90 ที่ดำเนินการครั้งแรกในปี 2563 ทำให้รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหายไป 50,000 ล้าน เฉพาะของเทศบาลนครและเทศบาลเมืองขนาดใหญ่ก็ลดลงถึง 30,000 ล้าน ปีที่ผ่านมา เทศบาลนครภูเก็ตสูญเสียรายได้จากส่วนนี้ไป 100 ล้านบาทเศษ หากรัฐบาลมีนโยบายขยายการลดอัตราการจัดเก็บต่อไปในปีนี้ จะทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้ในส่วนนี้ไม่น้อยกว่าเดิม และบางพื้นที่อาจจะเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษกิจ ผู้ประกอบการหลายรายสู้ไม่ไหว ต้องเลิกกิจการ และเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นกลับมา ทำให้ฐานภาษีของท้องถิ่นในส่วนนี้ลดลง โดยรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดเก็บเอง มีเพียงร้อยละ 10-20 งบประมาณส่วนที่เหลือได้รับการจัดสรรจากรัฐบาล เพื่อปฏิบัติภารกิจต่างๆ ภายในท้องถิ่นที่รับผิดชอบ เมื่อเกิดเหตุโรคระบาดและมีการลดอัตราภาษีที่เป็นรายได้ของท้องถิ่นลง ทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เหลือเพียงร้อยละ 60 ของภาษีที่เคยจัดเก็บได้ในภาวะปกติ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณชดเชยในส่วนนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฉพาะเทศบาลตําบลและองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นเงินเพียง 10,067 ล้านบาท โดยชดเชยจากงบประมาณที่คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรตัดลง แต่ไม่ได้ชดเชยให้กับเทศบาลระดับเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เช่น เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดทำงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยจัดสรรงบประมาณชดเชยในส่วนนี้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1312,260,38,"นายชลิต แก้วจินดา","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5","ปัจจุบันสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ มีสาเหตุหลายประการ เช่น อุตสาหกรรม การผลิตไฟฟ้า การคมนาคมขนส่ง การรวมตัวของก๊าซในบรรยากาศ และที่อยู่อาศัย แต่ต้นเหตุที่สำคัญมาจากการเผาในพื้นที่โล่ง ซึ่งจากการเดินทางโดยรถยนต์จากจังหวัดอุตรดิตถ์มายังกรุงเทพมหานครจะพบการเผาพืชไร่เป็นระยะ ซึ่งการเผาในที่โล่งนี้มีสารก่อมะเร็งเป็นจำนวนมากขึ้นอยู่กับว่าเผาในพื้นที่จังหวัดใด อีกทั้งข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก ในรอบ ๑๐ ปี มีปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว รวมถึงข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายว่าประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น จาก ๖.๓๗ ล้านไร่ เป็น ๑๑.๕๔ ล้านไร่ จึงควบคุมการเผาในพื้นที่โล่งไม่ได้ แต่สามารถทำให้ลดลงได้ การที่เกษตรกรต้องเผาเพราะขาดแรงงานตัดอ้อย และรถตัดอ้อยมีราคาสูงถึง คันละ ๑๐ - ๑๒ ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้สนับสนุนให้มีการผลิตรถตัดอ้อยในประเทศ โดยราคารถตัดอ้อยที่ผลิตในประเทศราคา ๖ - 8 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวอย่างพื้นที่อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ มีการรับซื้อใบอ้อย เศษไม้ เพื่อเอามาผลิตปุ๋ยชีวภาพ กิโลกรัมละ ๑ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำมาก แต่การนำวัชพืชมาอัดแท่งเพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงสามารถให้ความร้อนได้สูงกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น หากรัฐช่วยสนับสนุนอาจเป็นการลดการเผาในเขตป่าหรือพื้นที่โล่งได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง ได้บูรณาการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองโดยลดการเผา ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เศษวัสดุให้มีมูลค่า พร้อมทั้งหาตลาดและสนับสนุนด้านราคา จะเป็นการส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรอีกทางหนึ่ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1313,259,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติไม่เกิดยากที่จะปฏิรูปศึกษา","รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีเจตนารมณ์ให้มีการปฏิรูปการศึกษาภายในสองปี หากไม่มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่เป็นกฎหมายในการพัฒนาบุคลากรของชาติก็จะไม่สามารถพัฒนาการศึกษาของชาติได้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ทำให้เกิดผลกระทบ ดังนี้\\n1. ครู และบุคลากรทางการศึกษาไม่มีความเชื่อมั่นในแนวทางการปฏิรูปการศึกษาตามรัฐธรรมนูญ\\n2. สังคมมองว่ารัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้มีการปฏิรูปการศึกษา แต่ระบบการศึกษา การจัดการเรียนการสอนก็ยังเหมือนเดิม\\n3. ระบบการศึกษาของชาติที่โครงสร้างปัจจุบันมีปัญหา แต่ยังไม่มีความคืบหน้า และก็ยังมีปัญหาต่อไป ซึ่งจะเพิ่มมากขึ้นจนแก้ไขได้ยาก จึงขอถามนายกรัฐมนตรีว่าร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... อยู่ในขั้นตอนใด มีความคืบหน้าอย่างไร และจะประกาศใช้ได้ภายในระยะเวลาเท่าใด\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1314,258,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","กฎหมาย","สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ - กฎหมาย - กรณีวัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร","สืบเนื่องจากการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ โดยนายกรัฐมนตรีได้มีการตอบกระทู้ถามดังกล่าวประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามข้อมูลที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินำเสนอว่าเจ้าคณะตำบลมีอำนาจแต่งตั้งพระสงฆ์นอกเขตปกครองเป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสได้ ตามกฎมหาเถรสมาคมที่กำหนดว่า “ในกรณีไม่มีเจ้าอาวาส และจะแต่งตั้งเจ้าอาวาสทันทีมิได้ ให้เจ้าคณะตำบลนั้นแต่งตั้งพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งที่เห็นสมควรเป็นผู้รักษาการ แทนเจ้าอาวาส” ซึ่งการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสของเจ้าคณะตำบล ต้องแต่งตั้งพระสงฆ์ในเขตปกครองของตนเท่านั้น พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎมหาเถรสมาคม ไม่ได้ให้อำนาจเจ้าคณะตำบลแต่งตั้งพระสงฆ์นอกเขตปกครองของตนรักษาการแทนเจ้าอาวาส ดังนั้น การที่เจ้าคณะตำบลท่านั่ง - บางคลาน แต่งตั้งพระครูพิสุทธิวรากรที่เป็นพระสงฆ์สังกัดวัดในเขตปกครองตำบลท่าเสาเป็นรักษาการ\\nเจ้าอาวาสวัดบางคลานมาเป็นเวลา 6 - 7 ปีแล้ว ทั้งที่กฎมหาเถรสมาคมกำหนดให้ดำเนินการแต่งตั้งเจ้าอาวาสภายใน 1 ปี และขณะนี้มีการฟ้องร้องเรื่องการแต่งตั้งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงรักษาการเจ้าอาวาสมีปัญหาทุจริตการใช้เงินของวัดจำนวน 140 ล้านบาท และความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่โดยฟ้องร้องประชาชนเป็นจำนวนกว่า 100 คดี จึงต้องดำเนินการให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางคลานพ้นจากหน้าที่ทันทีเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2564,"2021-01-26T00:00:00"],
    [1315,257,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ","สืบเนื่องจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า  ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จำนวน 2 โครงการ คือ ๑) โครงการชำระดีมีคืน สำหรับลูกค้าที่มีสถานะหนี้ปกติ และ ๒) โครงการลดภาระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะหนี้ค้างชำระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการชำระดีมีคืน วงเงินคืนดอกเบี้ย ๓,๐๐๐ ล้านบาท คืนแล้วสะสมทั้งประเทศ ๑,๓๐๘ ล้านบาท วงเงินคงเหลือ ๑,๖๙๒ ล้านบาท โดยจังหวัดที่คืนดอกเบี้ยสูงสุด ๑๐ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัด      สุราษฎร์ธานี จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดอุดรธานี ซึ่งถือเป็นผลงานดีเด่นของธ.ก.ส. ที่แสดงให้เห็นว่าธนาคารเป็นที่พึ่งของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนในการทำการเกษตรได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงเห็นควรสนับสนุนโครงการดังกล่าว ","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1316,256,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการอนุญาตให้เช่าพื้นที่ในเขต  ป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้เกษตรกรไม่ได้รับการเยียวยาช่วยเหลือในกรณีภัยแล้ง อุทกภัย และวาตภัย","ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร และในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ได้รับความเดือดร้อนจากรณีที่สัญญาเช่าที่ดินกับกรมป่าไม้ได้สิ้นสุดลงเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ แต่ขณะนี้ระยะเวลาได้ล่วงเลยมา ๓ ปีแล้ว ประชาชนยังไม่ได้รับการต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่จากกรมป่าไม้ แต่อย่างใด ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติไม่ได้รับเงินเยียวยาจากภาครัฐกรณีเกิดภัยแล้ง อุทกภัย และวาตภัย นอกจากนี้นิคมสหกรณ์ที่ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมป่าไม้ในอัตราไร่ละ ๕๐ บาท ตลอดระยะเวลาสัญญาเช่า ๓๐ ปี แต่นิคมสหกรณ์ไม่ได้มีการชำระค่าเช่าให้กับกรมป่าไม้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการเก็บภาษีบำรุงท้องที่มาโดยตลอด เหตุใดจึงไม่มีการนำเงินชำระค่าเช่าให้กับกรมป่าไม้ จึงขอให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว และเร่งรัดให้กรมป่าไม้ต่อสัญญาเช่าฉบับใหม่ให้กับประชาชนโดยเร็ว","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1317,255,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาปากท้องของประชาชนในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19)","สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อปัญหาปากท้องของประชาชน กล่าวคือ ในขณะที่รัฐบาลพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาฯ โดยใช้มาตรการที่ค่อนข้างปิดล๊อก เป็นเหตุให้สถานประกอบการเอกชนหลายแห่งจำต้องหยุดดำเนินกิจการ ส่งผลให้ลูกจ้างพนักงานจำนวนมากตกงาน แต่ในขณะเดียวกันมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบของรัฐบาลบางโครงการกลับไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ อาทิ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน กระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านการเดินทางท่องเที่ยว แต่รัฐบาลได้รณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาฯ โครงการคนละครึ่งซึ่งกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการบริโภค แต่รัฐบาลได้ออกมาตรการจำกัดเวลาการเปิด-ปิดร้านอาหาร เป็นต้น ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าหากรัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาไม่ทันสถานการณ์อาจส่งผลกระทบให้อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) พิจารณาดำเนินการดังนี้   \\n\t๑) ศบค. ควรรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ได้แก่ จำนวนสถานประกอบการเอกชนที่ปิดกิจการ และจำนวนคนตกงานที่เพิ่มขึ้นจากการปิดกิจการ \\n\t๒) มาตรการเยียวยาโดยการสร้างงานให้กับประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1318,254,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙","เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ รอบแรก กลุ่มผู้ประกอบอาชีพนวดแผนโบราณ ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ผู้แสดงความสามารถในที่สาธารณะหรือนักดนตรีอิสระ มอเตอร์ไซค์รับจ้างและอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้หยุดดำเนินกิจการเพื่อป้องกันการระบาดนั้น กลุ่มอาชีพเปราะบางดังกล่าวยังไม่ได้รับการเยียวยาจากรัฐเพียงพอ แต่ก็มาเกิดการระบาดระลอกใหม่กลุ่มดังกล่าวก็ได้รับผลกระทบอีกเช่นกัน สำหรับมาตรการเยียวยาช่วยเหลือเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท เป็นเวลา ๒ เดือน อาจไม่สามารถช่วยเหลือผู้ที่ต้องหยุดดำเนินกิจการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดได้ จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณามาตรการผ่อนปรนให้ผู้ประกอบอาชีพนวดแผนโบราณสามารถประกอบอาชีพได้แต่ต้องอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการป้องอย่างเข้มงวด เพราะที่ผ่านมายังไม่ปรากฏมีผู้ติดเชื้อจากร้านนวดแผนโบราณแต่อย่างใด อีกทั้งนโยบายคนละครึ่ง หากรัฐพิจารณาให้ร้านนวดแผนโบราณ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลสามารถเข้าร่วมโครงการได้จะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพเปราะบางดังกล่าวได้อีกทางหนึ่ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1319,253,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการประกอบอาชีพและการใช้ประโยชน์ในที่ดินของประชาชนรอบอ่างเก็บน้ำลำตะเพินในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดกาญจนบุรี","ปัญหาความไม่ชัดเจนของพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนรอบอ่างเก็บน้ำลำตะเพินที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และบางส่วนของอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่รวมประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีระยะทางเพียง ๒๑๐ กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ และมีหน่วยงานราชการเข้าไปส่งเสริมอาชีพด้านเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมอาชีพด้านการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ และมีที่พักแบบกางเต้นท์ ถือเป็นโอกาสส่งเสริมการประกอบอาชีพแบบผสมผสานอย่างยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาลให้กับประชาชนในชุมชน แต่ประสบปัญหาการขยายตัวของประชาชนที่เข้าไปอยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการทับซ้อนกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อีกทั้งการออกหลักเกณฑ์ใหม่ในการใช้ประโยชน์ในที่ดินของกรมป่าไม้ และกรมชลประทานทำให้เกิดปัญหาในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น การขอบ้านเลขที่ การขอใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงาน รวมถึงมีผู้ใช้อิทธิพลเหนือสิทธิของประชาชนในการใช้ประโยชน์พื้นที่ ดังนั้น ขอให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ โดยเฉพาะคณะกรรมการในระดับจังหวัดแก้ไขปัญหาโดยเร่งรัดในการจัดสรรการทำประโยชน์ในที่ดินต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1320,252,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","บ่อนการพนัน","ขณะนี้สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเรื่องบ่อนการพนัน ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อจะมีการหยิบยก เรื่องการอนุญาตให้มีบ่อนการพนันถูกกฎหมายขึ้นมาพิจารณา ก็จะมีบางกลุ่มคัดค้านโดยอ้างว่าประเทศไทย เป็นเมืองพุทธไม่ควรมีบ่อนการพนัน โดยในความเป็นจริงประเทศไทยมีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันมาโดยตลอด  และไม่สามารถปราบปรามได้หมด แต่กลับบอกว่าประเทศไม่มีบ่อนการพนัน จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี  นำเรื่องบ่อนการพนันถูกกฎหมายมาทำประชามติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560  มาตรา 166 เพื่อให้ได้ข้อยุติ หากประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศไทยมีบ่อนการพนันถูกกฎหมายจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง หรือหากประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ประเทศไทยมีบ่อนการพนันถูกกฎหมาย    ก็จะได้ดำเนินการปราบปรามตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1321,251,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้รัฐบาลทบทวนการแก้ไขปัญหาประชาคมกระเหรี่ยงบางกลอยคืนถิ่นสู่ใจแผ่นดินเมืองเพชร ","สืบเนื่องจากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๔ ได้มีข่าวว่าชาวบ้านบางกลอยกลุ่มหนึ่งได้อพยพกลับไปเพื่ออาศัยอยู่ในพื้นที่บางกลอยบน และใจแผ่นดิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านดั้งเดิม ทั้งนี้ชาวบ้านบางกลอยทั้งหมู่บ้านได้ถูกอพยพลงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ แต่ไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ได้เนื่องจากไม่มีที่ดินทำกิน และได้กลับขึ้นไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเดิมอีกครั้ง จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ใช้ยุทธการตะนาวศรีโดยการเผากระท่อมและยุ้งข้าวของชาวบ้าน และกดดันให้ชาวบ้านย้ายลงมาอยู่หมู่บ้านบางกลอยล่าง – โป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสาเหตุที่ชาวบ้านไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ได้เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตร ที่ดินทำกินไม่เพียงพอ และดินมีสภาพที่ไม่สามารถปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ ทำให้ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก จึงขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านบางกลอย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1322,250,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","วงงานรัฐสภา","การจัดพื้นที่สำหรับผู้สูบบุหรี่ในอาคารรัฐสภา","เนื่องจากการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้วกว่าร้อยละ ๙๐ และเชื่อว่าการกำหนดพื้นที่ปลอดบุหรี่และพื้นที่ที่จัดให้มีการสูบบุหรี่ในบริเวณอาคารรัฐสภาจะอยู่ในแผนการบริหารจัดการพื้นที่ของรัฐสภาแล้ว ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดประเภทหรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๕ ได้กำหนดให้สถานที่ราชการเป็นสถานที่สาธารณะที่ให้มีการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ โดยกำหนดให้พื้นที่และบริเวณทั้งหมดซึ่งใช้ประกอบภารกิจของสถานที่นั้น ทั้งภายในและภายนอกอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง บริเวณที่จัดไว้ให้ผู้มารับบริการใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นเขตปลอดบุหรี่ แต่สามารถจัดให้มีเขตสูบบุหรี่เป็นการเฉพาะได้ในพื้นที่นอกอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างได้ เพื่อเคารพสิทธิผู้ที่ยังสูบบุหรี่ ซึ่งการจัดพื้นที่ของอาคารรัฐสภานั้น ต้องคำนึงถึงกรณีดังกล่าวเพื่อไม่ให้พื้นที่สูบบุหรี่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เช่นกัน เพราะผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ที่ได้รับควันจากบุหรี่   จะกลายเป็นการสูบบุหรี่มือสอง หรือ Passive Smoking ไปในตัว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพไม่น้อยกว่าผู้ที่  สูบบุหรี่หรืออาจจะมากกว่าด้วย ดังนั้น จึงขอให้ดำเนินการกำหนดพื้นที่สำหรับผู้สูบบุหรี่บริเวณอาคารรัฐสภาให้เหมาะสมเพื่อเป็นตัวอย่างของสถานที่ราชการที่ปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2564,"2021-01-19T00:00:00"],
    [1323,249,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางจักรยานทั่วประเทศ","จากมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเส้นทางจักรยานบนถนนเลี่ยงเมืองราชบุรี มีระยะทาง \\n๗.๕ กิโลเมตร งบประมาณก่อสร้าง ๑๐ ล้านบาท ว่าไม่มีความเหมาะสมและไม่สมเหตุผลและใช้ระยะเวลานานซึ่งโครงการดังกล่าวเริ่มในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้รับผิดชอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน ๖ คณะ เพื่อรับผิดชอบพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ทำให้การดูแลอาจไม่ทั่วถึง จึงเกิดปัญหาที่จังหวัดราชบุรีว่า เส้นทางจักรยานของจังหวัดราชบุรีไม่มีนักปั่นจักรยานมาใช้ เนื่องจากการก่อสร้างที่ไม่เหมาะสม จึงไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางปั่นจักรยานของชมรมจักรยานหรือประชาชนทั่วไปได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างทางจักรยานในโครงการดังกล่าวทั่วประเทศว่าจังหวัดใดดำเนินการก่อสร้างในเชิงปริมาณ ประชาชนมิได้ใช้ประโยชน์ มีการทุจริต และมีจังหวัดใดที่ดำเนินการด้วยความโปร่งใสประชาชนได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่า โดยแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไปเพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐได้ใช้ภาษีของประชาชนเพื่อประโยชน์สูงสุด","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1324,248,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ....","คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๓ มีหลักการเพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพโดยแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม และแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการตำรวจให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน แต่มีข้อสังเกตว่า มาตรา ๖๙ กล่าวเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยระบุระยะเวลาการครองตำแหน่งกี่ปีจึงจะได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น และวรรคสองของมาตรา ๖๙ ระบุว่า กรณีที่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ  คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะมีมติลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับผู้บังคับการขึ้นไปเฉพาะบุคคลใดเป็นกรณีเป็นการเฉพาะให้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งได้ มติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ และมาตรา ๘๐ ระบุว่า เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจออกกฎ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้งและโยกย้ายไว้ให้ชัดเจน และวรรคสองระบุว่า ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจมีมติด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์เพื่อแต่งตั้งบุคคลใดให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตำรวจแตกต่างไปจากหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหมวดนี้ได้ ซึ่งวรรคสองของ\\nทั้งสองมาตรานั้น ส่งผลให้ข้าราชการตำรวจอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เนื่องจากหากกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแล้ว แต่ยังสามารถยกเว้นได้โดยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นการสามารถแก้ไขได้โดยง่าย จึงเรียนถามไปยังคณะรัฐมนตรีว่าข้อยกเว้นดังกล่าวในวรรคสองของมาตรา ๖๙ และมาตรา ๘๐ ของร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว สามารถทำให้ข้าราชการตำรวจได้รับความเป็นธรรมมากกว่าเดิมอย่างไรบ้าง และคำนึงถึงความอาวุโส ความรู้ความสามารถประกอบกันหรือไม่ และขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๔) หรือไม่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1325,247,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ของขวัญปีใหม่คนพิการอยากได้จากรัฐบาล","จากได้มีการขอหารือในประเด็นต่างๆ ตามที่ได้เคยหารือมาแล้ว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณามอบเป็นของขวัญให้แก่คนพิการในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๖๔ ดังนี้\\n๑. ขอให้พิจารณาปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการจากเดือนละ ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท โดยอาจใช้งบประมาณจัดสรรจากงบกลางตามที่ได้เคยเสนอไปแล้ว\\n๒. กรณีที่กระทรวงมหาดไทยได้มีการปรับปรุงกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ไม่ทันสมัยและเกิดปัญหาในการปฏิบัติ โดยมอบให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าวตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขแต่อย่างใด\\n๓. คณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการให้ครบสัดส่วน ๑๐๐ ต่อ ๑ คน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘แต่จากข้อมูลปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๒ พบว่า ยังมีการจ้างงานคนพิการไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ในกรณีรัฐสภาหากไม่จ้างงานคนพิการ สามารถให้คนพิการเข้ามาจำหน่ายสินค้าภายในบริเวณรัฐสภา เพื่อสร้างโอกาสและมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมได้\\n๔. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรประชาสังคม พ.ศ. .... มีเจตนารมณ์ที่ต้องการให้ภาคประชาสังคมมีความเข้มแข็ง เป็นกลไกร่วมในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว\\n๕. ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุคคล โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้มีการนำเสนอต่อประธานรัฐสภา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าพิจารณา\\n๖. มาตรการในการรับมือการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รอบใหม่ มีที่มาแตกต่างจากเดิม หากสามารถกำหนดพื้นที่ชุมชนที่มีผู้ใช้แรงงานข้ามชาติหนาแน่น เพื่อเร่งทำการตรวจหาเชื้ออย่างรวดเร็ว และดำเนินการจำกัดพื้นที่จะสามารถแก้ไขปัญหาได้","นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1326,246,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","การระบาดของ Covid – 19 จากสมุทรสาคร","จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รอบใหม่ มีจุดเริ่มต้นมาจากตลาดอาหารทะเลในจังหวัดสมุทรสาคร ได้สร้างความตื่นตระหนกอย่างมาก กระทรวงสาธารณสุขได้ใช้แนวทางชะลอจำนวนผู้ติดเชื้อ เพื่อให้หน่วยงานทางสาธารณสุขเตรียมบุคลากรและวัสดุอุปกรณ์พร้อมรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงมีข้อเสนอแนะ ดังนี้\\n\t๑. การระบาดของโรคมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองย่างกุ้ง ยะไข่ มัณฑะเลย์ และพื้นที่ภาคกลางขึ้นไปจนถึงชายแดนที่ติดต่อกับประเทศบังคลาเทศ ดังนั้น ต้องมีการควบคุมแนวชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเมียนมาร์อย่างเข้มงวด และกรณีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวในการเข้าออกประเทศ หากพบว่ามีความผิดต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด \\n        ๒. รัฐบาลนำมาตรการของประเทศสิงคโปร์มาเป็นแนวทางดำเนินการ โดยประเทศสิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อ ๕๘,๔๓๒ คน ผู้เสียชีวิต ๒๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๐.๐๕ เนื่องจากมีการควบคุมหอพัก การตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่ที่มีการระบาด และการปูพรมหาผู้ติดเชื้อที่มีแรงงานต่างด้าวพักอาศัยจำนวนมาก เพื่อทราบความเชื่อมโยงของผู้ติดเชื้อ และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1327,245,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบการทำนาปรังของเกษตรกรจังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี","จากกรมชลประทานได้แจ้งว่าจะไม่มีการสนับสนุนน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนทำนาปรังในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ไม่มีน้ำเพียงพอในการทำนาปรัง ซึ่งในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี ประชาชนจะมีการทำนาตลอดทั้งปี เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้ประชาชนไม่สามารถประกอบอาชีพอื่นได้ จึงจำเป็นต้องประกอบอาชีพทำนาปรัง จึงขอให้กรมชลประทานสนับสนุนน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการทำนาปรังในพื้นที่จังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1328,244,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากการทำนาปรังลุ่มน้ำแม่กลอง ","กรมชลประทานได้วางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในพื้นที่เขตชลประทานของลุ่มน้ำแม่กลองให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนตลอดฤดูแล้งปี ๒๕๖๓/๖๔ ต่อเนื่องไปจนถึงต้นฤดูฝนปี ๒๕๖๔ ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ โดยน้ำต้นทุนของเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ในช่วงฤดูแล้งมีปริมาณน้ำต้นทุนที่สามารถใช้งานได้ จำนวน ๔,๙๕๑ ล้านลูกบาศก์เมตร มีการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค การเกษตร รักษาระบบนิเวศน์ และกิจกรรมต่าง ๆ มีการเปิด – ปิด การระบายน้ำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งจะมีการระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองเพื่อสนับสนุนการทำนาปรังในเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมีนาคม ๒๕๖๔ และเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวข้าวในเดือนมิถุนายน แต่ชาวนาที่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทานจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งหากเลื่อนการเพาะปลูกไปถึงเดือนเมษายน เกษตรกรจะไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำเนื่องจากจะเข้าสู่ฤดูฝน และเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร จึงควรจัดโซนพื้นที่การใช้ประโยชน์ในที่ดินตามคุณภาพหรือลักษณะของดิน และหากต้องงดการระบายน้ำให้กับเกษตรกรควรจะมีมาตรการช่วยเหลือและหาอาชีพเสริมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบด้วย ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1329,243,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความล่าช้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด","จากกรณีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และ คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ว่างลง เนื่องจากลาออกหรือเสียชีวิตหรืออายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์ ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง ซึ่งทางสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการต้องนำเสนอคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) เพื่อเสนอแต่งตั้ง แต่เกิดความล่าช้า เนื่องจากในช่วง ๓ – ๔ เดือน ที่ผ่านมา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นำเสนอแต่งตั้งในหลายจังหวัดและจังหวัดที่เกิดปัญหามาก คือ จังหวัดนครราชสีมา \\nทำให้เกิดปัญหาหลายประการ ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อการศึกษา จึงขอเรียนถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n\t\t\t๑. ขอทราบเหตุผลที่ไม่ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และ คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) มีเหตุผลความจำเป็นหรือมีความยากลำบากในการแต่งตั้งอย่างไร\\n\t\t\t๒. ขอทราบแนวทางแก้ไขปัญหาหรือรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น กรณีขาดแคลนครูผู้สอน ไม่มีการบรรจุครูผู้ช่วยหรือย้ายครูหรือย้ายผู้บริหาร เป็นต้น\\n\t\t\t๓. ขอทราบแนวทางแก้ไขปัญหาต่อผลกระทบของครูที่ส่งผลงานทางวิชาการเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะ \\n\t\t\t๔. ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบกระบวนการแต่งตั้งว่ามีปัญหาอุปสรรคอย่างไร","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1330,242,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","การเตรียมการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ยังไม่ได้ดำเนินการ","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา มีข้อมูลเพื่อนำเสนอ ดังนี้ การเตรียมการการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีความเห็นว่า ควรจัดการเลือกตั้งแบบแยกกัน โดยควรจัดให้มีการเลือกตั้งระดับเทศบาลก่อนองค์การบริหารส่วนตำบล เนื่องจากเทศบาลมีขนาดใหญ่กว่าจึงมีความสำคัญมากกว่าองค์การบริหารส่วนตำบลและเกี่ยวข้องกับงบประมาณ มีการแบ่งเขตสมาชิกสภาเทศบาลที่ได้เตรียมการไว้แล้ว ส่วนความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสงขลา เห็นว่า ควรจัดให้มีการเลือกตั้งพร้อมกัน มีข้อดี คือ พื้นที่ไม่ทับซ้อนกัน สามารถจัดการเลือกตั้งพร้อมกันได้ ประหยัดงบประมาณ ส่วนข้อเสียของการจัดการเลือกตั้งพร้อมกัน ตามผลการจัดสัมมนาของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ที่ได้จัดขึ้น เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ มีดังนี้\\n๑. พื้นที่กว้างขวาง ทำให้ยากต่อการบริหารจัดการ \\n๒. ปัญหาด้านบุคลากรบางประเภทไม่เพียงพอ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และในช่วง New Normal ได้มีการเพิ่มจำนวนหน่วยเลือกตั้งมากขึ้นจากเดิมร้อยละ ๓๐ ถึงร้อยละ ๔๐ จึงจำเป็นต้องใช้บุคลากรในการจัดการเลือกตั้งค่อนข้างมาก\\n๓. หากจัดการเลือกตั้งพร้อมกันทั้งเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวน ๗,๗๗๒ แห่ง หากมีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก จะทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาเรื่องร้องเรียนหรือเรื่องทุจริตไม่ทันภายในกำหนดเวลา ๓๐ วัน อาจส่งผลเสียในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและยุติธรรมได้","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-12-22T00:00:00"],
    [1331,240,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","กฎหมาย","การทำสัญญาจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์","สืบเนื่องจากผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง รักษาการตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ได้ลงนาม\\\\nในสัญญาจ้างเลขที่ ๓๕๗/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ เพื่อจัดซื้อถุงมือยางไนไตร จำนวน ๕๐๐ ล้านกล่อง กล่องละ ๒๒๕ บาท เป็นเงินจำนวน ๑๑๒,๕๐๐ ล้านบาทนั้น พบความผิดปกติ คือ ๑) ผู้ลงนามในสัญญามิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมทั้งกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เช่น ไม่มีการทำข้อกำหนดในสัญญาหรือขอบเขตงานของผู้ว่าจ้าง (Term of Reference : TOR) ไม่มีการระบุเงื่อนไขหรือการเรียกค่าเสียหายหากมีการกระทำผิดสัญญา ๒) มิได้ส่งสัญญาซื้อขายหรือสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างให้กับอัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา ๓) บริษัทผู้ขายมิได้วางหลักประกันสัญญา และ ๔) มิได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการองค์การคลังสินค้าพิจารณา แต่ได้สั่งจ่ายเงินมัดจำให้บริษัท จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท หลังจากลงนามในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง เพียง ๓ วัน ซึ่งคณะกรรมการ อคส. ทราบการสั่งจ่ายเงินจำนวนมากหรือไม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการ อคส. ได้ระงับการจัดซื้อถุงมือยางและยกเลิกสัญญา เนื่องจากผู้ลงนามในสัญญาไม่มีอำนาจอนุมัติวงเงินดังกล่าว จากนั้น ได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๓๑/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๓ ให้รักษาการผู้อำนวยการฯ ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงประเด็นต่อไปนี้ ๑) ได้มีการดำเนินคดีอาญากับรักษาการผู้อำนวยการฯ กับพวก ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ หรือไม่ อย่างไร ๒) ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไร มีผู้ใดร่วมขบวนการที่ต้องรับผิดชอบ และผลการดำเนินการตรวจสอบเป็นประการใด มีการลงโทษทางวินัยหรือไม่ อย่างไร และ ๓) ได้มีการติดตามหรืออายัดเงินที่จ่ายล่วงหน้า จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วหรือไม่ และหากไม่สามารถติดตามเงินคืนได้ ผู้ลงนามในสัญญาต้องรับผิดอย่างไร สามารถยึดทรัพย์สินได้หรือไม่\\\\n","กระทรวงพาณิชย์ นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1332,239,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","ความคืบหน้าของการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจภาคตะวันตก (Western Economic Corridor)","สืบเนื่องจากได้รับทราบความคืบหน้าของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic corridor : EEC) ว่าได้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การใช้อุปกรณ์อัจฉริยะ (intelligent equipment) ในด้านอุตสาหกรรม รวมถึงได้มีการวางแผนการใช้พื้นที่เพื่อการพัฒนาในอนาคต และเชื่อว่ารัฐบาลได้วางแผนสำหรับภูมิภาคอื่นต่อไป สำหรับภาคตะวันตก ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นั้น มีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องหลายจังหวัด กล่าวคือ พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดตาก ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดกำแพงเพชร พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คือจังหวัดระนอง ซึ่งภาคตะวันตกของไทยนั้นติดต่อกับประเทศเมียนมา ได้แก่ จังหวัดเกาะสอง จังหวัดมะริด จังหวัดทวาย และจังหวัดมะละแหม่งหรือเมาะลำเลิง ซึ่งล้วนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตั้งแต่อดีตกาล เป็นจุดเชื่อมระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จนมีคำเรียกว่า “อินโดจีน” ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงแนวนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันตก (Western Economic Corridor) ว่าจะมีแผนพัฒนาพื้นที่อย่างไร มีการวางแผนระยะสั้น \\nระยะยาวหรือไม่ สามารถดำเนินการคู่ขนานกับพื้นที่ EEC ได้หรือไม่ การลงทุนโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย และเส้นทางคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนมามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบความคืบหน้าและแนวทางการพัฒนาให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ\\n","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1333,238,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 และการประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภาประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่องการชุมนุมในประเทศไทย","๑. เรื่อง การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังมีความรุนแรง และมีแนวโน้มจะแพร่ระบาดเข้ามายังประเทศไทยผ่านทางแนวชายแดน โดยมีการลักลอบนำคนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย การจัดหาบ้านพักให้กับแรงงานต่างด้าวแบบพักรวม ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ตลอดจนปัญหาการจัดคอนเสิร์ต\\nบิ๊กเมาน์เท่น เฟสติวัล 2020 ที่ได้สั่งยุติการแสดงคอนเสิร์ตดังกล่าว แต่ยังคงมีการแสดงคอนเสิร์ตต่อไป เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์จากระยะเวลาอุทธรณ์และพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งรวม ๘ ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นจุดบกพร่องอีกประการหนึ่ง ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีความชัดเจนในมาตรการควบคุมโรค รวมทั้งเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ให้รัดกุม รวมทั้งมาตรการตรวจวัดอุณหภูมิที่สนามบินให้รัดกุม\\nมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึง \\n\t๒. เรื่อง การประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภาประเทศสหรัฐอเมริกาเรื่องการชุมนุมในประเทศไทย สืบเนื่องจากกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน ๙ ท่าน ได้เสนอญัตติเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ\\nการต่างประเทศ และจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา อันเนื่องมาจากได้รับข้อมูลด้านเดียวจากกรณีการชุมนุมในประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา ๓ คณะ ประกอบด้วย คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีมติในแต่ละคณะกรรมาธิการเพื่อร่วมกันแถลงการณ์รวม ๕ ข้อ ยืนยันหลักการประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการดูแลการชุมนุมอย่างดี ไม่มีการควบคุมตัวผู้ชุมนุมในเรือนจำ จำนวน ๑๑๗ คน ตามที่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาได้รับข้อมูล เป็นเพียงการดำเนินคดีความ ซึ่งการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีการตรวจสอบการใช้กำลัง และการใช้หลักสิทธิมนุษยชนในการควบคุมผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การชุมนุมในประเทศไทยยังไม่มีความรุนแรงตามที่ได้มีการร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และกระทรวงการต่างประเทศ ตรวจสอบว่านับจากวันที่คณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภาทั้ง ๓ คณะได้มีการแถลงข่าวนั้น สมาชิกวุฒิสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังมีความเคลือบแคลงสงสัยประการใดหรือไม่ ต้องการข้อมูลจากรัฐบาลไทยหรือรัฐสภาไทยเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร เพราะขั้นตอนหลังจากนี้ภายใน ๑ เดือน จะมีการบรรจุญัตติเข้าสู่การประชุมของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ประเทศสหรัฐอเมริกา และภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๔ จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา หากคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ หรือวุฒิสภา ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีมติในทางที่เป็นลบต่อประเทศไทย โดยขาดข้อมูลที่ถูกต้องจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้ส่งข้อมูล ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องไปยังสมาชิกวุฒิสภา ประเทศสหรัฐอเมริกา \\n","นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1334,237,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การฟื้นฟูสร้างอาชีพเสริมให้กับประชาชน เพื่อการครองชีพของประชาชน จังหวัดนครศรีธรรมราช","สืบเนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราชประสบภัยพิบัติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 29 คน และส่งผลให้สัตว์เลี้ยงของเกษตรกรสูญหายและตายเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันน้ำได้ลดระดับลงแล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่ทำการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถทำการเกษตรในระยะนี้ได้ จึงจำเป็นต้องหาอาชีพเสริมให้กับประชาชน เพื่อสร้างรายได้ในระยะสั้น ดังนั้น จึงขอให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ได้เร่งรัดส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ประสบภัยจังหวัดนครศรีธรรมราชให้สามารถมีเงินทุนหมุนเวียนและสร้างรายได้ในระยะสั้น\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1335,236,38,"นายชลิต แก้วจินดา","ความเดือดร้อนของประชาชน","การพัฒนาพิพิธภัณฑ์บ้านวังหาด อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนล่าง) ได้ลงพื้นที่ ณ พิพิธภัณฑ์บ้านวังหาด อำเภอด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย โดยพื้นที่บ้านวังหาดเป็นชุมชนเก่าแก่ ก่อนสมัยกรุงสุโขทัย สันนิษฐานว่ามีอายุราว 2,500 ปี ตั้งแต่ในช่วงยุคหินใหม่ต่อเนื่องเข้าสู่ยุคเหล็ก มีการค้นพบวัตถุโบราณจำนวนมาก อาทิ เครื่องประดับ กำไลข้อมือมีกระดิ่ง กริชโบราณ เครื่องใช้ยุคหิน เตาหลอมเหล็กโบราณ เตาถลุงเหล็กโบราณ กำไลสัมฤทธิ์ เป็นต้น รวมทั้งของใช้ในยุคหินอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก จึงขอให้รัฐบาลช่วยดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนบ้านวังหาด ดังนี้ 1) ขอให้ขยายพิพิธภัณฑ์ เพื่อรองรับการจัดแสดงเครื่องใช้โบราณต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ ตามแบบแผนของพิพิธภัณฑ์ที่ดี 2) ขอให้ขยายไหล่ทางและปรับปรุงถนนบริเวณทางเข้าพิพิธภัณฑ์ ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ให้มีความสะดวก ปลอดภัย ไม่ขรุขระ 3) ถนนทางเข้าที่จะเชื่อมออกไปถนนพหลโยธิน ได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้วจำนวน 7 กิโลเมตร แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดพื้นที่ป่าสงวน 4) ปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ เช่น ควรมีการปั้นรูปคนโบราณ การจำลองที่อยู่อาศัยของคนโบราณ และการจำลองกิจกรรมต่างๆ และ 5) ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของชุมชน ได้แก่ ผ้าย้อมดิน ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1336,235,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","ผลกระทบประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ต่อการทำสวนป่าและไม้ยืนต้น","สืบเนื่องจากประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ลงวันที่ 30 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ส่งเสริมให้ผู้ที่มีที่ดินได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินได้อย่างสูงสุด ไม่ปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่า หากปล่อยให้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าจะทำให้ต้องเสียภาษีมาก หากใช้ประโยชน์จากที่ดินทำเกษตรกรรมหรือใช้ประโยชน์ต่างๆ จะเสียภาษีต่ำ หรือถ้าเป็นที่อยู่อาศัยจะไม่เสียภาษี โดยประกาศดังกล่าวมีบัญชีแนบท้าย กำหนดชนิดพืช 51 ชนิด ซึ่งพืช 50 ชนิดแรก ส่วนใหญ่เป็นพืชเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้รับผิดชอบ หากปลูกตามจำนวนที่กำหนด ถือว่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนพืชชนิดที่ 51 คือ พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ จะไม่ได้รับการสนับสนุนแบบพืชกลุ่มเกษตรทั่วไป มีการกำหนดว่าในพื้นที่ 1 ไร่ ต้องมีจำนวนต้นไม้ไม่น้อยกว่า 100 ต้น ซึ่งการปลูกสวนป่าหรือการปลูกไม้ยืนต้นตามพระราชบัญญัติสวนป่า พ.ศ. 2535 ได้มีการส่งเสริมให้มีการปลูกไม้ยืนต้นให้มากขึ้น โดยการปลูกเริ่มแรก เริ่มต้นที่จำนวน 100 ต้น เมื่อต้นไม้เติบโตใหญ่ขึ้นจะมีการตัดออก ทำให้มีจำนวนไม่ถึง 100 ต้น อาทิ ต้นฉำฉา ต้นยางนา เป็นต้น ส่งผลกระทบต่อคนทำสวนป่า เนื่องจากไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว และจะถูกตีความว่าเป็นที่รกร้างว่างเปล่า โดยได้รับการร้องเรียนจากผู้ที่ปลูกไม้ยืนต้นซึ่งได้รับความเดือดร้อน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นผู้ประเมินตรวจสอบและนับไม้ยืนต้นซึ่งเป็นพืชชนิดที่ 51 ตามบัญชีแนบท้ายประกาศฯ จะต้องนับจำนวนต้นไม้ให้ได้ตามประกาศฯ เป็นที่คาดหมายได้ว่าจะเกิดความขัดแย้งกับประชาชน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย พิจารณาปรับปรุงประกาศดังกล่าวในประเด็นของพืชชนิดที่ 51 ตามบัญชีแนบท้ายประกาศฯ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเป็นจริง\\n","กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1337,234,104,"นางประยูร เหล่าสายเชื้อ","นโยบายของรัฐบาล","การรักษาพันธุ์ข้าวไทย ส่งเสริมพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพ","สืบเนื่องจากประเทศไทยได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลก หรือ “World’s Best Rice Award 2020” จากการประกวดข้าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในงานประชุมข้าวโลก หรือ World Rice Conference จัดโดย The Rice Trader ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดมาแล้ว จำนวน 12 ครั้ง ประเทศไทยได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 6 ครั้ง นับว่าได้รับรางวัลชนะเลิศมากเป็นอันดับ 1 ของโลก เมื่อประเทศไทยได้รางวัลข้าวที่ดีที่สุด ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย สร้างความเชื่อมั่นและยกระดับคุณภาพข้าวไทยในตลาดโลกได้มากขึ้น ทำให้ข้าวหอมมะลิ 105 ของประเทศไทยเป็นที่รู้จัก เป็นที่ชื่นชอบและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลกำหนดเป้าหมายและกำหนดคุณภาพของข้าวไทย เพื่อรักษามาตรฐานข้าวไทยให้มีคุณภาพ และคงความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย พร้อมทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างจริงจังและรวดเร็ว\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1338,233,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความปลอดภัยบริเวณเกาะกลางถนน","สืบเนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุด เป็นอันดับที่ ๑ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นอันดับที่ ๑ ของทวีปเอเชีย รวมทั้งติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของโลก โดยคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จำนวนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คนต่อปี หรือเฉลี่ย ๖๐ คนต่อวัน กอปรกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดความเร็วของยานพาหนะ พ.ศ. .... ตามที่\\nกระทรวงคมนาคม เสนอ โดยปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ทุกประเภทบนถนนที่มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นที่คาดหมายได้ว่าการขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วเพิ่มมากขึ้น ย่อมส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมีหลายปัจจัย โดยปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่ง คือ บริเวณเกาะกลางถนนซึ่งมีจุดเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงบริเวณเกาะกลางถนน เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนี้ ๑) ยกเลิกเกาะกลางแบบเกาะสีตีเส้น (Flush and Painted Median) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถนนที่มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไปซี่งรถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูง ถึง 90 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควรใช้เกาะกลางแบบแบริเออร์ (Barrier Median) ๒) ปรับปรุงเกาะกลางแบบขอบคันหิน จากเดิมที่มีความสูงเพียง ๑๕ เซนติเมตร ให้เป็น ๖๐ เซนติเมตร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนต์เสียหลักวิ่งข้ามฝั่ง และ ๓) ปรับปรุงบริเวณจุดกลับรถเกาะกลางถนนเป็นแบบหยดน้ำ คือ มีเลนสำหรับรถยนต์จอดแอบระหว่างรอเลี้ยว เนื่องจากบนท้องถนนที่มีการจราจรคับคั่ง รถยนต์จะเลี้ยวกลับรถในบริเวณเกาะกลางแบบปกติค่อนข้างยากลำบาก และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ\\n","กระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1339,232,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","นโยบายของรัฐบาล","ขอร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส ๒ ของกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ ๒๐๐,๐๐๐ คน และกลุ่มคนขับรถตุ๊กตุ๊ก","สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน ได้รับสิทธิ์คนละ ๓,๕๐๐ บาท และสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิม ได้รับสิทธิ์คนละ ๕๐๐ บาท โดยเปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งมีจำนวนกว่า 200,๐๐๐ คน และกลุ่มคนขับรถตุ๊กตุ๊ก ซึ่งคาดว่ามีจำนวนกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คนเช่นกัน โดยผู้ประกอบอาชีพทั้ง ๒ กลุ่มได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ในส่วนการรับเงินสำหรับร้านค้า ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ในส่วนการรับเงินสำหรับร้านค้า\\n","สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1340,231,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","ผลกระทบต่อร่างกฎกระทรวงที่มีต่อสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน","สืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 256๒ และเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2563 อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง จำนวน ๕ ฉบับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 89/2 แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 กลุ่มตัวแทนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้พิจารณาชะลอการออกร่างกฎกระทรวงดังกล่าว เพราะหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในร่างกฎกระทรวงจะส่งผลกระทบต่อการบริหารของสหกรณ์ทั่วประเทศ โดยมีความเห็นว่าหน่วยงานราชการซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลสหกรณ์ควรกำหนดหลักเกณฑ์ที่ใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการของสหกรณ์ ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยควรให้สหกรณ์แต่ละแห่งบริหารจัดการเอง ภายใต้หลักการของสหกรณ์ซึ่งมีหลักธรรมาภิบาล โปร่งใสและตรวจสอบได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชะลอการพิจารณาร่างกฎกระทรวงดังกล่าว และตั้งคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและผู้แทนของกลุ่มสหกรณ์ เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างกฎกระทรวงในประเด็นที่จะเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินงานของสหกรณ์\\n","สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-12-15T00:00:00"],
    [1341,230,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจ่ายน้ำเพื่อการทำนาปรังแก่เกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก บริเวณลุ่มน้ำชี พื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด 8 อำเภอ ","เนื่องจากพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอจังหาร อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอธวัชบุรี อำเภอเชียงขวัญ อำเภอพนมไพร อำเภอทุ่งเขาหลวง อำเภอเสลภูมิ และอำเภออาจสามารถ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำชีซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซาก ในปี ๒๕๖๓ ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุลและคาจิกิ รวมถึงภัยแล้ง ทำให้ไม่ได้ผลผลิตข้าว ส่งผลต่อรายได้ของครอบครัว จากการประสานกับกรมชลประทานเบื้องต้น โดยขอให้ปล่อยน้ำช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี และอำเภอเชียงขวัญ ซึ่งประสบอุทกภัยมากที่สุด ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวรับน้ำจากเขื่อนลำปาวและเขื่อนอุบลรัตน์ สามารถสนับสนุนน้ำได้เพียง 4,000 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 26,000 ไร่ และหากสนับสนุนให้พื้นที่บางส่วนอาจเกิดความขัดแย้งต่อไปได้ จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวให้สามารถทำนาปรังได้ 15,000 - 20,000 ไร่ เป็นการเร่งด่วน","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1342,229,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาจุดกลับรถบนถนนเพชรเกษมบริเวณอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี","ขอให้สร้างจุดกลับรถบนถนนเพชรเกษมบริเวณอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เนื่องจากประชาชนในพื้นที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการใช้ถนนในพื้นที่ต่อไปนี้\\n  (๑) บริเวณจุดกลับรถ หลักกิโลเมตร ๑๑๔ ซึ่งตรงกับทางเข้าหมู่บ้านหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๔ ตำบลบ่อกระดาน ไหล่ทางแคบ เมื่อมีรถเลี้ยวกลับรถทำให้ล้ำเข้าไปช่องจราจรด้านซ้าย ประกอบกับรถยนต์ทางตรงก็วิ่งด้วยความเร็วสูง ทำให้บริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ปัจจุบันแขวงทางหลวงจังหวัดราชบุรีได้ดำเนินการแก้ไขเบื้องต้นโดยการวางแท่งแบร์ริเออร์เพื่อห้ามกลับรถบริเวณ ดังกล่าว ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนต้องไปกลับรถไกลออกไปอีก ๕ กิโลเมตร จึงขอให้พิจารณาปรับปรุงจุดกลับรถดังกล่าวโดยขยายไหล่ทางให้มีความกว้างเพื่อรองรับการกลับรถและไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับรถยนต์ที่วิ่งมาจากทางตรง\\n  (๒) บริเวณหน้าวัดสุขวราราม และโรงเรียนบ้านหนองบัว ตำบลบ่อกระดาน เนื่องจากรถที่วิ่งบนถนนเพชรเกษมใช้ความเร็วสูง แต่บริเวณดังกล่าวเป็นชุมชน ประชาชนในพื้นที่ต้องการข้ามถนนแต่เป็นไปด้วยความยากลำบากและไม่ปลอดภัย จึงขอให้พิจารณาสร้างอุโมงค์ทางลอดใต้ถนนเพชรเกษมบริเวณหน้าวัดสุขวราราม","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1343,227,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขอธารน้ำใจซับน้ำตาชาวใต้และจังหวัดนครศรีธรรมราช","๑. เรื่อง การอนุรักษ์ป่าไม้เขตอนุรักษ์เทือกเขาหลวง จากกรณีภัยพิบัติที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้ง ๒๓ อำเภอ รวมถึงจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดจากการที่ทรัพยากรป่าไม้ถูกทำลาย ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้เป็นพื้นที่ลาดชันเมื่อเกิดฝนตกหนักเป็นเวลานานติดต่อกันจะส่งผลให้น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มอย่างรวดเร็วเพราะน้ำจะไหลเร็วและแรง จึงขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาวางแผนฟื้นฟูแหล่งป่าไม้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากดังเดิม\\n๒. เรื่อง การขอธารน้ำใจซับน้ำตาชาวใต้และจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากขณะนี้เกิดอุทกภัยจังหวัดในภาคใต้ บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ดังนั้น จึงขอให้วุฒิสภาพิจารณาจัดตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของเพื่อการยังชีพ หรือวิธีการอื่นใดตามที่เห็นสมควร เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในภาคใต้ให้มีกำลังใจดำเนินชีวิตต่อไป","ประธานวุฒิสภา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1344,226,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","วงงานรัฐสภา","การประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์หน้าอาคารรัฐสภา","การประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์หน้าอาคารรัฐสภา จากการออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้มีการออกแบบให้มีลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ ๗ เพื่อประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) โดยนำพระองค์เดิมมาประดิษฐานบริเวณดังกล่าว ต่อมา กรมศิลปากรได้เสนอให้มีการจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์องค์ใหม่ ขนาด ๔ เท่าของพระองค์จริงเพื่อความสมพระเกียรติ และนำพระองค์เดิมไปประดิษฐานในหอเกียรติยศ ณ พิพิธภัณฑ์ประชาธิปไตยภายในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จึงขอให้ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ได้พิจารณาทบทวนหรือดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาเพื่อความรอบคอบสมบูรณ์ ขอให้คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา โปรดเร่งดำเนินการ ศึกษาเรื่องดังกล่าวโดยด่วน แล้วนำกราบเรียนประธานรัฐสภาพิจารณา โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ประธานคณะผู้ออกแบบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นต้น และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมชี้แจงเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ขอหารือจะดำเนินการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในประเด็นดังกล่าวเพื่อติดตามความคืบหน้าต่อไป","ประธานรัฐสภา กระทรวงวัฒนธรรม ประธานวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะ และวัฒนธรรม วุฒิสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1345,225,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","วงงานรัฐสภา","การจัดสภาพแวดล้อมในอาคารรัฐสภา ","เนื่องจากการก่อสร้างอาคารรัฐสภากำลังดำเนินการ จึงขอแจ้งว่าประตูห้องน้ำซึ่งเป็นประตูแบบผลักเข้า - ออก อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ที่เดินผ่านได้ อีกประการคือ การจัดสภาพแวดล้อมโดยรวมภายในรัฐสภาให้มีความรู้สึกเป็นมิตรใกล้ชิดประชาชน โดยรัฐสภาหลายประเทศได้จัดสถานที่ให้ประชาชนสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ เช่น รัฐสภาแห่งประเทศสาธารณรัฐเกาหลีได้จัดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคมที่ต้องการผลักดันนโยบายสาธารณะสามารถขอใช้พื้นที่ภายในรัฐสภาเพื่อเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมรับฟังและถกแถลงนโยบายต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ลดความขัดแย้งในสังคม ลดการชุมนุมบนถนน และสามารถเข้าถึงสมาชิกรัฐสภาได้ เป็นต้น จึงคาดหวังว่ารัฐสภาไทยจะเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทั้งทางกายภาพและต้อนรับประชาชนให้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ โดยอาจมีโครงการนำร่องซึ่งจะนำไปสู่การเป็นสังคมน่าอยู่ ถกเถียงอย่างมีเหตุผลแบบวิญญูชน","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1346,223,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","วงงานรัฐสภา","การประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์หน้าอาคารรัฐสภา","เนื่องจากจะมีการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๗) เพื่อประดิษฐานบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ขนาด ๔ เท่าของพระองค์จริง ซึ่งพระองค์เดิมที่เคยประดิษฐานหน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองในมีขนาด ๑.๕ เท่าของพระองค์จริง ทั้งนี้ ศิลปินหลายท่านเห็นว่า ควรอัญเชิญพระบรมราชานุสาวรีย์องค์ปฐมต้นแบบมาประดิษฐาน ด้วยเหตุผล ดังนี้ (๑) ขนาดสัดส่วนมีลักษณะสัมพันธ์ทางทัศนวิสัยเป็นองค์รวมของความเป็นรัฐสภาคือ ให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่าขนาดที่ขยายใหญ่เพราะให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและห่างเหินกับประชาชน (๒) เป็นดั่งองค์เอกอัครสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงบำเพ็ญจาคะธรรมคือ ทรงสละพระราชอำนาจ ซึ่งการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระองค์เดิมเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาชน และสมาชิกรัฐสภา สมกับชื่อราชประชาสมาสัย และ (๓) เพื่อยืนยันการพิทักษ์ สืบทอด และธำรงไว้ซึ่งกตเวทิตาธรรมที่รัฐสภาพึงมีต่อบรรพบุรุษ ด้วยการที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระองค์เดิมต้องสถิตเสถียรเป็นศรีสง่าหน้าอาคารรัฐสภาสืบไป","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1347,222,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การเปิดเวทีและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคประชาสังคม","การเปิดเวทีและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและภาคประชาสังคมจำเป็นต้องได้รับการสนองตอบจากส่วนราชการ เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา ๔๑ - ๔๓ กล่าวโดยสรุปว่าบุคคลและชุมชนมีสิทธิในการรับทราบและสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะของหน่วยงานภาครัฐตามกฎหมาย สามารถร้องทุกข์ ฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐกรณีกระทำหรือละเว้นการกระทำได้ มีสิทธิในการรวมตัวเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะ ห้ามคัดค้าน ยกเว้นการรวมตัวนั้นก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี และสามารถเข้าชื่อเพื่อเสนอให้รัฐดำเนินการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและประชาชน หรือเสนอให้งดการกระทำที่กระทบต่อความสงบสุขของชุมชน โดยรัฐต้องพิจารณาข้อเสนอแนะนั้นโดยให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพิจารณาตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ จึงขอเสนอให้ภาคราชการทั้งระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาคมีความตื่นตัวและให้ความสนใจโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ต้องเปิดเวที เปิดโอกาส เปิดความคิด เปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นที่กว้างที่สุดที่ทำให้ประชาชนทุกระดับสามารถนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ได้ตามที่รัฐธรรมนูญระบุไว้","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1348,221,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","กรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จากอำเภอท่าขี้เหล็ก ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์"," เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จำนวน ๓๖ ราย มาจากโรงแรมวันจีวัน อำเภอท่าขี้เหล็กฯ ทำให้คนไทยเกิดความตื่นตระหนกด้วยเกรงจะเกิดการระบาดรอบที่ ๒ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขสามารถติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อฯ ดำเนินการตรวจหาเชื้อและเฝ้าระวังผู้ที่มีความเสี่ยงได้ครบถ้วน จึงแถลงต่อสาธารณชนเพื่อคลายความตื่นตระหนก สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครพบผู้ติดเชื้อ ๒ ราย ซึ่งมาจากอำเภอท่าขี้เหล็กเช่นกัน จากเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง คือ กองบัญชาการกองทัพไทย ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ควรมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากกว่าหนึ่งแสนคน และกรณีโรงแรมวันจีวันปิดเนื่องจากการแพร่ระบาดฯ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ และมีนายหน้าพาผู้หญิงไทยไปทำงานในสถานบันเทิงของโรงแรมดังกล่าวโดยต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมการระบาดฯ ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงเทศกาลวันหยุดต่อเนื่องซึ่งเป็นความหวังของผู้ประกอบธุรกิจของไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1349,220,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้","ปัญหาสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ เนื่องจากวันที่ 4 ธันวาคม 2563 เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thailand Pesticide Alert Network : Thai-PAN) ได้แถลงข่าวการตรวจสอบสารพิษตกค้างในพืชผักผลไม้ ประจำปี 2563 จากการสุ่ม 509 ตัวอย่าง เป็นผลไม้ 9 ชนิด ผัก 18 ชนิด และของแห้ง 2 ชนิด โดยส่งตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการของประเทศสหราชอาณาจักร พบว่า มีสารพิษตกค้าง ร้อยละ 58.๗ ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน โดยพืชที่มีสารตกค้างในอัตราสูงมาก อาทิ มะเขือเทศเล็ก พริกขี้หนู พริกแดง ขึ้นฉ่าย คะน้า องุ่นนำเข้า พุทราจีน ร้อยละ 100 พริกแห้ง เห็ดหอมแห้ง ร้อยละ 80 - 90 เป็นต้น จากการสุ่มสถานที่ตรวจพืชผักผลไม้ทั้งในตลาดสดและห้างสรรพสินค้า ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 4 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 และ พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 และเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายของหลายหน่วยงาน จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันในการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชนให้เป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2563,"2020-12-08T00:00:00"],
    [1350,217,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบกฎกระทรวงคมนาคมให้ใช้ใบรับรองแพทย์ ในการต่อใบอนุญาตขับขี่ทุกกรณี","จากกระทรวงคมนาคม ได้ออกกฎกระทรวงการขอและการออกใบอนุญาตขับรถ และการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ และจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้การต่อใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ทุกประเภทต้องใช้ใบรับรองแพทย์ประกอบการพิจารณา ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้มีเจตนารมณ์ที่คำนึงถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน แต่ได้รับทราบข้อมูลว่าระบบตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองแพทย์ทั่วไปในปัจจุบันยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดความชัดเจนเกี่ยวกับการกำหนดโรคและสภาวะสุขภาพที่อาจเป็นปัญหาต่อการขับขี่ยานพาหนะ อาทิ สมรรถภาพการมองเห็น การได้ยิน โรคภัยบางอย่างที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเฉพาะ เป็นต้น รวมทั้งปัญหาการเข้าถึงระบบตรวจสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการตรวจสุขภาพเพื่อขอใบรับรองแพทย์มาใช้ประกอบการขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ โดยที่กรณีดังกล่าวเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันพิจารณาพัฒนาระบบที่เกี่ยวข้องให้สมบูรณ์ พร้อมทั้งสื่อสารให้ประชาชนรับทราบ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และบรรลุวัตถุประสงค์ในการออกกฎกระทรวงฉบับนี้","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2563,"2020-11-24T00:00:00"],
    [1351,216,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนในยุคสังคมวัฒนธรรม จะสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างไร","เนื่องจากสภาวะทางการเมืองที่มีความผันผวน ตลอดจนระบบการศึกษาและระบบสังคมที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลกระทบให้การพัฒนาเยาวชนขาดทิศทางและไม่สามารถจะนำเอาพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติได้เท่าที่ควร สภาพปัญหาดังกล่าวพบได้ทุกระดับการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา จนถึงระดับอุดมศึกษา รวมทั้งระดับอาชีวศึกษา ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง\\nของมนุษย์มีหน้าที่ดูแลการพัฒนาเด็กและเยาวชน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประสานผ่านสังคมชุมชนไปสู่สังคมโรงเรียนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้เรียนเกี่ยวกับการรักษาดินแดน เพื่อให้ได้รับการศึกษาเรื่องระบบและระเบียบวินัยของสังคมในวัยผู้ใหญ่ ดังนั้น \\nจึงขอสอบถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดังนี้\\n\t๑. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมีความเชื่อมโยงนโยบายการพัฒนาเยาวชนและการบูรณาการแนวคิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหน่วยงานภาคเอกชน อย่างไร \\n\t๒. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมีการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้องรองรับและสนับสนุนพลังสร้างสรรค์ของเยาวชนให้เกิดประโยชน์ ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน อย่างไร","กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2563,"2020-11-24T00:00:00"],
    [1352,215,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์  หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม ในสถานศึกษา","เนื่องจากปัจจุบันมีการชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ แต่กลับละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น กระทำการที่ขัดต่อจริยธรรมและศีลธรรมอันดีในที่สาธารณะ อีกทั้งมีการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้เกิดความไม่สบายใจและหดหู่ใจในหมู่คนไทย จึงมีผู้อยู่ในวงการด้านการศึกษาที่มีความห่วงใยต่อลูกหลานและประเทศชาติ ต้องการให้เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n1. ควรจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนรู้ถึงประวัติความเป็นมา รากเหง้าของคนไทย รวมถึงประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตริย์ และของบรรพบุรุษที่ได้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองรักษาผืนแผ่นดินไทยมาจนถึงทุกวันนี้\\n2. ควรจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมือง เพื่อให้นักเรียนรู้และเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของตนเองต่อชาติบ้านเมือง สิทธิเสรีภาพของตนเองที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น\\n3. ควรจัดการเรียนการสอนวิชาศีลธรรม เพื่อให้นักเรียนรู้ผิดชอบชั่วดี สิ่งใดควรทำและไม่ควรทำตามหลักศาสนาต่างๆ ที่ตนเองนับถือ ซึ่งล้วนแต่สอนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม อยู่ในสังคมอย่างเป็นสุขการจัดการศึกษาในอดีตวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรมเป็น 3 วิชาเฉพาะที่เป็นวิชาหลัก แต่หลักสูตรปัจจุบันจัดให้เป็นวิชารองที่นำไปบูรณาการสอดแทรกไว้ในทุกวิชา ทำให้ผู้เรียนไม่รู้ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรมอย่างถ่องแท้ ไม่มีความรู้สึกรักและหวงแหนในประเทศไทย วัฒนธรรม ประเพณีไทย ขาดความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขาดความรู้ความเข้าใจถึงศีลธรรมอันดีของคนไทย ไม่รู้บทบาทหน้าที่ว่าตนเองควรทำอะไรต่อชาติบ้านเมือง และขาดความเชื่อมั่นต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น หากเชื่อว่าการศึกษาคือสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาคนทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา ไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทบทวนนำวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม กลับมาจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างเต็มรูปแบบ และเป็นรูปธรรม","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2563,"2020-11-24T00:00:00"],
    [1353,214,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมบทบาทภาคประชาสังคม","บทบาทของภาคประชาสังคมในหลายประเทศช่วยทำให้การบริหารและพัฒนาประเทศมีมิติที่กว้างขึ้นและมีความหลากหลาย ซึ่งในต่างประเทศมีการสนับสนุนกิจกรรมการรวมตัวของประชาชนในรูปแบบขององค์กร\\nภาคประชาสังคม โดยมีการจัดตั้งกองทุนและสนับสนุนงบประมาณทำให้การทำงานของภาคประชาสังคมสามารถ\\nอุดช่องว่างการทำงานของภาครัฐที่ไม่สามารถทำได้ เช่น การทำงานในลักษณะการบูรณาการข้ามกระทรวง ทบวง กรม การทำงานข้ามพื้นที่ การทำงานข้ามประเด็น ซึ่งภาคราชการยังมีจุดอ่อนไม่สามารถทำได้ ซึ่งในหลายประเทศได้อาศัยภาคประชาสังคมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ สำหรับประเทศไทยได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคมแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ขณะที่สังคมไทยมีความสงสัยบทบาทการทำงานของภาคประชาสังคมของไทยที่อาจเสี่ยงจากการแทรกแซงของต่างประเทศ แต่หากประเทศไทย\\nมีการสนับสนุนการทำงานของภาคประชาสังคมผ่านกลไกของรัฐ และกองทุนต่างๆ จะทำให้ภาคประชาสังคมของไทย สามารถเติบโตตามบริบทของสังคมไทยได้ และไม่ต้องสุ่มเสี่ยงที่จะเปิดรับการสนับสนุนจากต่างประเทศ ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐบาลเร่งพัฒนาเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ .... ต่อรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ในการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถทำงานควบคู่กับภาครัฐต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2563,"2020-11-24T00:00:00"],
    [1354,213,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","กระตุ้นให้การใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยมีค่าป่วยการให้แก่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง คนละ ๓๐๐ บาท","เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลได้มีโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหลายโครงการ และเป็นช่วงที่จะมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด \\nจะมีขึ้นในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ อีกทั้งต่อไปจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับ อาทิ เทศบาล องค์การบริหาร\\nส่วนตำบล และกรุงเทพมหานคร จึงมีข้อคิดเห็นว่ารัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณเป็นค่าป่วยการให้แก่คนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในวันเลือกตั้งคนละ ๓๐๐ บาท โดยออกกฎหมายเพื่อให้ดำเนินการดังกล่าวได้ ดังนั้น จึงขอฝากไปยังรัฐบาลจัดทำเป็นนโยบายหรือเป็นหลักการ\\nเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมากขึ้น\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2563,"2020-11-24T00:00:00"],
    [1355,212,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","สถานการณ์บ้านเมือง","กรณีพระสงฆ์ สามเณร ร่วมชุมนุมทางการเมือง","การที่มีพระภิกษุ สามเณรเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ทำให้พระผู้ใหญ่หลายท่าน ตลอดจนหลายฝ่าย\\nมีความกังวลใจ ซึ่งมหาเถรสมาคมได้มีคำสั่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ห้ามพระภิกษุ สามเณรเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ก็ได้มีมติ 4 ข้อ ห้ามพระภิกษุ สามเณรเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง หากไม่ปฏิบัติตามถือเป็นการฝ่าฝืนพระธรรมวินัย แต่ก็ยังไม่บรรลุผล ดังนั้น ขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเจ้าอาวาส\\nควรมีการประชุมชี้แจงพระภิกษุ สามเณรในปกครอง และมีคำสั่งห้ามเป็นลายลักษณ์อักษร อีกทั้งควรมีการตั้ง\\nกองอำนวยการร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ในจุดที่ใกล้พื้นที่ชุมนุม เพื่อให้พระวินัยธรเข้าไปดำเนินการกับพระภิกษุ สามเณร\\nที่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง และทำการสอบสวนทางพระธรรมวินัย และทางกฎหมายต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2563,"2020-11-24T00:00:00"],
    [1356,211,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","โครงการประกันรายได้เกษตรกร (ข้าว)","เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ และอุโมงค์เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่ - ทับลาน ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีติดอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง โดยพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอนาดีที่เกิดน้ำท่วมยังขาดพื้นที่กักเก็บน้ำ ซึ่งหากมีอ่างเก็บน้ำใสน้อย - ใสใหญ่ และอ่างเก็บน้ำ\\nลำพระยาธารที่มีพื้นที่เหมาะสมและมีการสำรวจออกแบบไว้แล้ว จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง จึงขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้ง ๒ แห่ง","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1357,210,64,"นายตวง อันทะไชย","นโยบายของรัฐบาล","การปฏิรูปการศึกษากับข้อเสนอของผู้ชุมนุมทางการเมือง ","จากผลสำรวจผู้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ พบว่า ร้อยละ ๘๘.๑ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ชุมนุมส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า ๒๔ ปีลงมา ร้อยละ ๘๓.๖ เปอร์เซ็นต์ ของผู้ชุมนุมส่วนใหญ่มีความหลากหลายในความต้องการมากกว่าการชูสามนิ้ว และร้อยละ ๙๔.๑ เปอร์เซ็นต์ ต้องการให้มีการปฏิรูปทางการศึกษามากกว่าการปฏิรูปด้านอื่นๆ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่งตั้งคณะกรรมการสมัชชาเด็กและเยาวชนว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากผู้ชุมนุม จากนั้น ขอให้นำข้อเสนอมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยเห็นควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๓ เดือน","กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1358,209,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินกำกับภายใต้นโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติทั้งในระดับประเทศและระดับจังหวัด","การประกาศใช้พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และได้มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนไม่มีที่ดินทำกินและการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ\\\\nได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา ขณะเดียวกันยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ได้มีการกล่าวถึงแนวทางแก้ไขการถือครองที่ดินทำกินและการเข้าถึงทรัพยากรไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น จึงขอสอบถามประเด็นปัญหา ดังนี้\\\\n \t๑. ทำอย่างไรให้ประชาชนที่ประสบปัญหาได้รับการเยียวยาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้มีไฟฟ้าใช้ในราคาที่เป็นธรรม ได้รับสิทธิสวัสดิการสังคมที่ไม่ต้องผูกมัด รวมทั้งการสนับสนุนของสถาบันการเงิน\\\\n \t๒. ทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สิทธิประโยชน์สูงสุดที่จะพึงได้ \\\\n \t๓. ทำอย่างไรให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับชาติและระดับจังหวัด เปิดโอกาสให้สภาองค์กรชุมชนได้มีส่วนร่วมรับรู้ถึงปัญหาและความคืบหน้าในการดำเนินงาน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1359,208,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","สถานการณ์บ้านเมือง","ความจริง (บ้านเมือง) วันนี้","จากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศทุกวันนี้เป็นเหตุมาจากการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ที่ต้องการให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะลาออกจากตำแหน่ง และมีการกล่าวอ้างว่าสมาชิกวุฒิสภามิได้เกี่ยวข้องยึดโยงกับประชาชน ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ล้วนมาจากรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน อีกทั้งรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ได้มีประชาชนออกมาประท้วง และมีประชาชนของทั้ง ๒ ฝ่ายปะทะกันจนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง จึงนำไปสู่การที่ทหารต้องทำการปฏิวัติ ทั้งนี้ ระยะเวลาอีกเพียงหนึ่งปีเศษจะมีการเลือกตั้ง  จึงขอกราบเรียนนายกรัฐมนตรีและคณะว่าไม่สมควรลาออกจากตำแหน่ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1360,207,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","น้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี","เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ และอุโมงค์เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่ - ทับลาน ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีติดอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง โดยพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอนาดีที่เกิดน้ำท่วมยังขาดพื้นที่กักเก็บน้ำ ซึ่งหากมีอ่างเก็บน้ำใสน้อย - ใสใหญ่ และอ่างเก็บน้ำ\\nลำพระยาธารที่มีพื้นที่เหมาะสมและมีการสำรวจออกแบบไว้แล้ว จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง จึงขอให้รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้ง ๒ แห่ง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1361,206,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","การจ่ายเงินเบี้ยความพิการ","จากคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ได้มีมติเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ และเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ ให้จ่ายเงินเบี้ยความพิการเพิ่มขึ้นจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติครั้งที่หนึ่งให้จ่ายเงินเบี้ยความพิการเพิ่มขึ้นเฉพาะผู้พิการที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น และมติครั้งที่สอง ให้จ่ายเงินเบี้ยความพิการเพิ่มขึ้นเฉพาะผู้พิการที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ทำให้ผู้พิการได้รับเบี้ยความพิการเพิ่มขึ้นรวมจำนวน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งยังคงเหลือผู้พิการที่ยังไม่ได้รับเบี้ย\\nความพิการเพิ่มอีก จำนวน ๘๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเบี้ยความพิการให้กับผู้พิการที่ยังไม่ได้รับเงินเพิ่มดังกล่าว\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1362,205,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","พัฒนาสวนสาธารณะเขาแก่นจันทร์ คืนลมหายใจและความปลอดภัยให้ชาวราชบุรี","จากสวนสาธารณะเขาแก่นจันทร์ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชนจังหวัดราชบุรี มีสภาพทรุดโทรม ถนนหนทางขรุขระ ไฟส่องสว่างชำรุด ขาดการดูแลเอาใจใส่ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วจะเห็นได้ว่ามีการจัดสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีต้นไม้และสัตว์ต่าง ๆ มีนักพฤกษศาสตร์และนักสัตวศาสตร์ มีทางสำหรับคนเดินและทางสำหรับจักรยาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครดูแล\\\\\\\\nความเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย กอปรกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๑ บัญญัติให้รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อให้ประชาชน\\\\\\\\nมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีจิตใจเข้มแข็ง รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ\\\\\\\\nและความสามารถสูงขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี พิจารณา\\\\\\\\n","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1363,204,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","ความเดือดร้อนของประชาชน","การขาดแคลนครูผู้สอนของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่","การบริหารจัดการศึกษาโรงเรียนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ หมวดวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมหาวิทยาลัย\\nราชภัฏวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อสนับสนุนดูแลพัฒนาหลักสูตรและพัฒนาครู พบปัญหาอุปสรรคด้านการเรียนการสอนของโรงเรียน ดังนี้\\n\t\t\t๑. นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ มีจำนวน ๖๔๗ คน ซึ่งตามเกณฑ์จะต้องมีข้าราชการครู จำนวน ๓๔ คน แต่ปัจจุบันมีข้าราชการครูเพียง ๒๑ คน ขาดข้าราชการครู จำนวน ๑๓ อัตรา\\n\t\t\t๒.กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสอบข้าราชการครู ปีละ ๑ ครั้ง จึงเกิดความล่าช้าในการบรรจุข้าราชการ ส่งผลต่อการเรียนการสอน ทำให้ต้องไปจ้างครูตามภารกิจมาทดแทน\\n \t\t\t๓. การจัดสอบข้าราชการครูของส่วนกลาง มีผู้สอบผ่านจำนวนน้อย ทุกคนจึงเลือกที่จะลงบรรจุในพื้นที่ใกล้บ้าน\\nจึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปิดสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการครู สำหรับพนักงานราชการและลูกจ้างที่มีอายุงานครบ ๓ ปี รวมถึงกรณีของโรงเรียนต่างๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่ประสบปัญหาคล้ายๆ กัน เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนครู\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1364,203,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","กฎหมาย","ข้อคิดเห็นในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.)","จากในวันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ จะมีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ขณะนี้มีผู้สมัครประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน เป็นการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั้ง ๒ ตำแหน่ง โดยใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๙ – ๒๕๔ ไดับัญญัติเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมให้ความสำคัญ ให้เกียรติ และสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ในนามของสมาชิกวุฒิสภาและในนามของกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จึงขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดีมายังผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ทุกท่าน หวังว่าผู้สมัครจะเสนอตัวหาเสียงแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยแนวทางการพัฒนาที่สร้างสรรค์ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง ผู้สมัครและพรรคการเมืองที่สนับสนุนจะยืนยันในหลักการที่ถูกต้องพร้อมทั้งแสวงหาการพัฒนาทางการเมือง และการพัฒนาพื้นที่อย่างสันติวิธี ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ตามมาตรา ๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้      \\n\t\t\t๑. กระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชาราชการในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอที่เป็นผู้ช่วยเหลือดูแลราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการเลือกตั้งครั้งนี้ กรุณาแนะนำแนวทางที่ถูกต้องในการรณรงค์หาเสียงแก่ผู้สมัครทุกคน เพื่อใช้สันติวิธีและความถูกต้องในการหาเสียง  \\n \t\t\t๒. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรุณาย้ำประเด็นดังกล่าวข้างต้น เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม สอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศในการพัฒนาการเมือง และประชาสัมพันธ์  ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยเสรี  \\n\t\t\t๓. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งดูแลสนับสนุนองค์กรพัฒนาชุมชน และองค์กรทางสังคมด้านต่าง ๆ เพื่อช่วยดูแลให้กำลังใจแก่ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ทุกท่าน เพื่อใช้แนวทางการพัฒนาชุมชนและพัฒนาสังคมที่ถูกต้องภายใต้สันติวิธี  ","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1365,202,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การติดเชื้อโควิด-๑๙ ภายในประเทศและความเสี่ยงในการระบาดรอบสองในประเทศไทย","จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ของโลกยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องและรุนแรง สำหรับประเทศไทยมีการบริหารจัดการได้ดีแต่ยังคงมีผู้ติดเชื้ออยู่ทุกวัน        ซึ่งมาจากสถานที่กักบริเวณของรัฐ (State Quarantine) มีการพบผู้ติดเชื้อบางรายที่จังหวัดกระบี่ เมื่อตรวจด้วย Lab RPCR จะพบผลเป็นบวก ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นซากเชื้อ แต่เนื่องจากผู้ติดเชื้อไม่แสดงอาการจึงสามารถเดินทางภายในประเทศได้ตลอด ทั้งนี้ เหตุที่ต้องตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิด ๒๙๐ ราย เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ๒๑๑ ราย และ      ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ๗๙ ราย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน ซึ่งกรมควบคุมโรค พร้อมกับนักวิชาการที่มิใช่ ผู้บริหารควรจัดแถลงข่าวให้ประชาชนได้เข้าใจเพื่อไม่ให้เกิดความหวาดกลัว สำหรับความเป็นไปได้เกี่ยวกับการระบาดรอบที่สองนั้น แม้ว่าประชาชนจะป้องกันน้อยลง แต่กระทรวงสาธารณสุขยังคงใช้มาตรการเข้มงวดกับ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาโดยตลอดในสถานที่กักบริเวณของรัฐ สำหรับกรณีแรงงานที่ข้ามด่านพรมแดนธรรมชาติแบบผิดกฎหมายนั้น ขอให้ฝ่ายความมั่นคงและอาสาสมัครสาธารณสุขได้ร่วมมือกันตรวจสอบอย่าง เข้มงวดเพราะหากพบผู้ติดเชื้อจะนำไปสู่การระบาดในประเทศรอบสองได้ ดังนั้น ขอให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงข้อเท็จจริงของซากเชื้อ และมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาด รอบที่สอง","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1366,201,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","ความคืบหน้าในการเข้าถึงการใช้กัญชาเพื่อการดูแลสุขภาพของประชาชน ","จากมีการใช้กัญชาเป็นสมุนไพรในชีวิตประจำวันของคนไทยโดยเป็นส่วนผสมในอาหารและ    ใช้รักษาโรคมานาน แต่ปัจจุบันยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ และการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้กัญชาก็ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ แม้ปัจจุบันจะมีการเข้าถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ โดยกรมการแพทย์กำหนดให้สามารถใช้กัญชาทางการแพทย์ได้ โดยต้องมีคุณประโยชน์อย่างแท้จริง มีความปลอดภัย และต้องไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่ในขณะที่รอกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดออกมาบังคับใช้ ก็ยังมีปัญหาในการใช้กัญชาอย่างไม่ถูกสุขลักษณะหรือมีสารปนเปื้อนที่ทำให้เกิดโทษ รวมถึงการนำไปใช้ในทางธุรกิจการค้ากำไรเกินควรจากกัญชา จึงขอทราบความคืบหน้าในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเรื่อง  การเข้าถึงการใช้กัญชาว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการอย่างไร","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1367,200,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","ปัญหาและอุปสรรคในด้านการบริหารงบประมาณและการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่","จากคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงานขององค์กรปกครองส่วนจังหวัดแพร่ เมื่อวันที่ ๒9 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้รับทราบปัญหาและอุปสรรค ดังนี้ \\n\tปัญหาที่ 1 ด้านการบริหารงบประมาณและการดำเนินโครงการ ๑) เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลส่วนใหญ่ เป็นรายจ่ายที่ถูกกำหนดให้จ่ายตามระเบียบและกฎหมาย จึงเหลืองบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินการเองค่อนข้างน้อย ไม่เพียงพอ 2) พื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าไม้ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตป่าชุมชน โดยการจัดทำโครงการต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว จึงมีความล่าช้า บางโครงการไม่ได้รับอนุญาต และบางโครงการถูกยกเลิกเพราะไม่สามารถดำเนินโครงการให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และ 3) เนื่องจากโครงการมีจำนวนมากและมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ยุ่งยาก หลายขั้นตอน จึงไม่สามารถดำเนินโครงการให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือ แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติให้การดำเนินโครงการเสร็จสิ้นเร็วยิ่งขึ้น และแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้หน่วยงานราชการสามารถปฏิบัติงานได้ด้วยความสะดวกและรวดเร็ว\\n\tปัญหาที่ 2 ด้านการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ๑) การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้เวลามาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง การใช้วิธีประกาศเชิญชวน ๒) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมีหลายกระบวนการ และการทำงานซ้ำซ้อนของโปรแกรมคอมพิวเตอร์หลายระบบ ได้แก่ ระบบ e-GP และระบบ e-LAAS ๓) สัญญาซื้อและสัญญาจ้างที่พิมพ์จากโปรแกรม บางครั้งรายละเอียดที่ปรากฏในสัญญาไม่รัดกุม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติจึงต้องจัดพิมพ์สัญญาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระงานและทำให้เกิดความล่าช้า และ ๔) กรณีเบิกตัดปี ในเดือนตุลาคมไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันตามกำหนด เนื่องจากระบบ e-LAAS ไม่สามารถปิดงบได้ ดังนั้น จึงขอเสนอ           แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเห็นว่าควรรวมระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ให้อยู่โปรแกรมเดียวกัน โดยเพิ่มรายละเอียดในโปรแกรมให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ปรับปรุงระบบบันทึกบัญชีให้มีการปิดล็อคได้รวดเร็วขึ้น เพื่อลดระยะเวลาในการทำงาน\\n\tทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศต่างประสบกับปัญหาดังกล่าว จึงขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการแก้ไข\\n","กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1368,199,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การอนุญาตคนต่างชาติเข้าประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ","ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาเศรษฐกิจจากต่างประเทศ และจากการแพร่ระบาดของโรค     ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทั่วโลกส่งผลให้เศรษฐกิจโลกตกต่ำ ประเทศไทยใช้มาตรการเข้มงวดในการป้องกัน  การแพร่ระบาดโดยการปิดประเทศเพื่อป้องกันบุคคลจากต่างชาติที่มีความเสี่ยงนำเชื้อเข้ามาภายในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ โดยเฉพาะด้านการลงทุน ขาดการลงทุนจากต่างชาติและผู้มีประสบการณ์ทำให้โรงงาน ธุรกิจด้านบริการและการท่องเที่ยวต้องปิดกิจการ ส่งผลให้มีผู้ตกงานเป็นจำนวนมาก จากสถิติ    ผู้ติดเชื้อของประเทศไทยเป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานที่กักบริเวณของรัฐ (State Quarantine) ดังนั้น เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกลับมาได้ไว จึงเสนอให้รัฐบาลเปิดรับนักธุรกิจ นักลงทุน นักวิชาการผู้มีความรู้ แรงงานขาดแคลนจากต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานให้สามารถ       เดินทางเข้าประเทศไทยได้ โดยใช้มาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดอย่างที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งอาจใช้วิธีคิดค่าใช้จ่ายโดยแบ่งระดับจากกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ในช่วงที่อยู่สถานที่กักบริเวณของรัฐ เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1369,198,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","สถานการณ์บ้านเมือง","ไอลอว์ (ใครอยู่เบื้องหลัง)","จากกรณีที่มีการชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวาย และความไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในขณะนี้ ได้มีประชาชนมีความสงสัยต่อองค์กรภาคเอกชนที่รับเงินจากต่างประเทศอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และปรากฏทางสื่อต่าง ๆ ว่าไอลอว์ (iLAW) ซึ่งรวมรวมรายชื่อประชาชนเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ โดยร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่ไอลอว์เสนอมานั้น มีการแก้ไขในหมวดที่ ๑ และหมวดที่ ๒ ด้วย สอดคล้องกับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่จะมีขึ้น ประชาชนไม่ควรเลือกผู้ที่คิดไม่ดีต่อสถาบันและสร้างความแตกแยก และรัฐบาลควรมีกฎหมายควบคุมและตรวจสอบองค์กรภาคเอกชนว่า นำเงินที่รับจากต่างประเทศไปดำเนินการอะไร เพราะหากปล่อยให้มีการสร้างความแตกแยกเกลียดชังของคนในชาติ ประเทศชาติจะเสียหาย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1370,197,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ความเดือดร้อนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนขนาดเล็ก ","๑. ปัญหาการขาดแคลนผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครูผู้สอนของโรงเรียนขนาดเล็ก \\nสืบเนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ และคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้มีนโยบายกำหนดให้เมื่อผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนเมื่อเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่สามารถจัดสรรอัตราทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการให้กับโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน ยกเว้นโรงเรียนที่ตั้งอยู่บนเขา เกาะ หรือโรงเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กดังกล่าวไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาและทำให้ มีครูผู้สอนไม่ครบชั้นเรียน ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษาต้องช่วยเหลือโรงเรียนโดยการร่วมกันบริจาคเงินเพื่อนำเงินมาจ้างครู ซึ่งนโยบายลักษณะนี้เป็นการกดดันให้โรงเรียนขนาดเล็กต้องยุบโรงเรียน และรัฐบาลกำลังใช้มติคณะรัฐมนตรีในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ดังนั้น จึงขอให้คืนตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและตำแหน่งครูผู้สอนให้กับโรงเรียนขนาดเล็กโดยด่วน และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทบทวนนโยบายการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กโดยเร็ว       \\\\n\t๒. กระทรวงศึกษาธิการควรเร่งจัดหาสื่อการเรียนการสอน และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้ครูสามารถนำไปใช้จัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ ดังนี้ ๑) ขอให้จัดหาโทรทัศน์แบบสมาร์ททีวี ขนาด ๕๐ – ๕๕ นิ้ว ซึ่งขณะนี้โรงเรียนขนาดเล็กจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม หรือ DLTV ของโรงเรียนไกลกังวล ๒) ขอให้จัดหาสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อใช้ในการจัดการเรียนออนไลน์ ๓) จัดหาจานรับสัญญาณดาวเทียมและกล่องรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อให้สามารถจัดการเรียน      การสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๔) ขอให้จัดสรรเงินอุดหนุนการเรียนการสอนรายหัวให้กับโรงเรียนขนาดเล็กเพิ่มขึ้น ปัจจุบันรายละ ๑,๙๐๐ บาท/คน/ปี ควรจัดสรรเพิ่มขึ้นเป็นรายละ ๒,๕๐๐ บาท/คน/ปี ๕) ควรเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับครู และบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ในโรงเรียนขนาดเล็ก เช่น เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และสวัสดิการต่าง ๆ","นายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",4,2563,"2020-11-10T00:00:00"],
    [1371,196,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","สถานการณ์บ้านเมือง","วิกฤตศรัทธาทางวัฒนธรรมบางประการอันอาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อบ้านเมือง","การชุมนุมของกลุ่มคน เป็นเหตุให้เกิดการชักจูงและอาจลุกลามมากขึ้น หากไม่มีมาตรการป้องกันดูแล ซึ่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นกฎหมายที่ให้ประชาชนสามารถดำรงอยู่ได้โดยสันติสุข จึงขอหารือไปยังกระทรวงวัฒนธรรม ดังนี้ ๑. กระทรวงวัฒนธรรมได้มีมาตรการปกป้องรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม \\\\\\\\nที่กำลังถูกบุคคลกลุ่มหนึ่งเหยียบย่ำทำลายอย่างไร ๒. กระทรวงวัฒนธรรมมีมาตรการเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้นอย่างไร ๓. กระทรวงวัฒนธรรมมีแนวทางอย่างไร เพื่อให้เกิดการรับรู้และบูรณาการร่วมกันกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ \\\\\\\\n","กระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",2,2563,"2020-11-03T00:00:00"],
    [1372,195,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการอ่างเก็บน้ำใสน้อย-ใสใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี","โครงการอ่างเก็บน้ำใสน้อย - ใสใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปราจีนบุรี\\nเนื่องจากพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีมีปริมาณน้ำไหลผ่านจำนวนมากในแต่ละปี แต่ประสบปัญหาอุทกภัยในปีที่มีปริมาณฝนตกมาก และมีแหล่งกักเก็บน้ำไม่เพียงพอไว้ใช้ในฤดูแล้ง จากการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนได้รับทราบว่าประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำใสน้อย - ใสใหญ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อพัฒนาต้นน้ำ และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดปี โดยพื้นที่โครงการมีความเหมาะสมเป็นช่องเขาที่มีน้ำไหลผ่านปริมาณ 500 ล้านลูกบากศ์เมตรต่อปี เหนือต้นน้ำปราจีนบุรีที่ไหลลงแม่น้ำนครนายก และแม่น้ำบางปะกง เมื่อสร้างเสร็จจะกักเก็บน้ำได้ จำนวน 334 ล้านลูกบากศ์เมตร สามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน และกักเก็บน้ำไว้ส่งให้ประชาชนใช้อุปโภคบริโภคในหน้าแล้ง รวมถึงใช้ผลักดันน้ำเค็มที่หนุนขึ้นมา ตลอดจนเพิ่มความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่า ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขอใช้พื้นที่ ดังนั้น ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก พิจารณาอนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าว","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1373,194,130,"นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอความเป็นธรรมผู้ค้าสลากรายย่อยที่ถูกยึดโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล","ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยซึ่งได้รับจัดสรรโควตาจากจังหวัดแต่ละงวด\\nคนละ 5 เล่ม ในราคาเล่มละ 7,040 บาท นำมาจำหน่ายในราคาใบละ 80 บาท หรือเล่มละ 8,000 บาท ในแต่ละเดือน หากจำหน่ายหมดทั้ง 2 งวด จะได้กำไรรวม 9,600 บาท แต่เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการเช่าแผงเพื่อจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว จะเหลือรายได้เพียงเดือนละ 5,000 - 6,000 บาทเท่านั้น \\nผู้ค้ารายย่อยจึงนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจำหน่ายเป็นเล่ม ๆ ละ 8,000 บาท เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการ\\nเช่าแผง และลดความเสี่ยงที่จะต้องขาดทุนหากจำหน่ายสลากไม่หมด ต่อมา สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลแจ้งว่าผู้ค้ารายย่อยจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ จึงยึดโควตา\\nสลากกินแบ่งรัฐบาลคืนและไม่สามารถไปขอรับจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลได้อีก ทำให้ผู้ค้ารายย่อยและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากการขาดรายได้ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติให้ความผิดฐานจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคา\\nเกินกว่าที่กำหนดไว้ ต้องระวางโทษปรับเท่านั้น จึงขอให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กระทรวงการคลัง พิจารณากรณีดังกล่าว และขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนี้\\n\t\t1. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องตัดพ่อค้าคนกลาง (ยี่ปั๊ว) ออกจากระบบการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล \\n\t\t2. นำโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่สมาคม องค์กรการกุศลต่าง ๆ ได้รับจัดสรรมากระจายให้ผู้ค้ารายย่อยเท่า ๆ กัน คนละ 5 เล่ม \\n3. สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องกระจายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นอาชีพได้ ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีอาชีพและไม่เป็นภาระของรัฐบาล\\n","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1374,193,8,"นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การให้บริการเติมเงินของบัตรอีซี่พาส (easy-pass) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย","การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้มีการยกเลิกการให้บริการเติมเงินบัตรเก็บค่าผ่านทางอีซี่พาส (Easy – pass) ที่ช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษ จำนวน ๑๔๙ แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านและลดความเสี่ยงการสัมผัสธนบัตร ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ผลของการยกเลิกดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากประชาชนต้องหาช่องทางเติมเงินอื่น ๆ เช่น เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือเคาน์เตอร์ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะมีการคิดค่าบริการครั้งละ ๕ – ๑๐ บาท ปัจจุบันมีผู้ใช้บัตรอีซี่พาส (Easy – pass) จำนวน ๑.๗ ล้านใบ ดังนั้น หากผู้ใช้บัตรอีซี่พาส (Easy – pass) ใช้บริการเติมเงินปีละ ๑ ครั้ง ในหนึ่งปีประชาชนจะเสียเงินค่าธรรมเนียมการให้บริการจำนวน ๑๗ ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายต่อผู้ใช้บริการ ดังนั้น จึงขอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้  \\n\t\t๑. ค่าบริการเติมเงินในแต่ละครั้ง ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้รับผิดชอบออกค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชนผู้ใช้บัตร  \\n\t\t๒. ขอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดช่องเก็บค่าผ่านทาง เพื่อให้บริการเติมเงินบัตรเก็บค่าผ่านทางอีซี่พาส (Easy – pass) เหมือนเช่นที่ผ่านมา","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1375,192,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","วิกฤตศรัทธาทางการศึกษาไทยสถานการณ์ปัจจุบัน","สถานการณ์ปัจจุบันที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาออกมาเรียกร้องประท้วงเกี่ยวกับนโยบายของสถานศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ และจากการลงพื้นที่ได้พบปะพูดคุยกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทำให้ทราบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความสนใจในการเมืองและกล้าแสดงออกมากขึ้นเนื่องจากการปลูกฝังระบอบประชาธิปไตยในโรงเรียน แต่ครูและผู้บริหารโรงเรียนไม่เข้าใจบริบททางความคิดของนักเรียน กีดกั้นการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดกับเรื่องเล็กน้อย เช่น ทรงผม ชุดนักเรียน และการมาโรงเรียน เป็นต้น ซึ่งครูไม่พยายามเข้าใจและรับฟังปัญหาของนักเรียนว่ามาจากสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ไม่เปิดใจรับฟัง ดังนั้น จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาดำเนินนโยบายโดยให้ผู้อำนวยการโรงเรียน และครูในระดับมัธยมศึกษาได้นำศาสตร์ของจิตวิทยาพัฒนาการมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเยาวชนให้มากที่สุด โดยการรับฟัง ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องตามทำนองครองธรรม สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไปของสังคม เพราะเชื่อว่าเด็กทุกคนรักโรงเรียนและครูผู้ให้วิชาความรู้","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1376,191,195,"นายสมชาย แสวงการ","กฎหมาย","การปิดเว็บไซด์หมิ่นสถาบันและการแก้ปัญหาการชุมนุมทางการเมือง","กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับกลุ่มเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” ในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และศาลได้มีคำสั่งให้ปิดเฟซบุ๊ก “รอยัลลิสต์ มาร์เก็ตเพลส” จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาในการระงับการเผยแพร่ ลบข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ หรือสั่งให้ผู้ให้บริการระงับการเผยแพร่และลบข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูลคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นตามมาตรา ๒๐ เพื่อติดตามเว็บไซต์ อินสตาแกรม ยูทูป ทวิตเตอร์ และสื่อออนไลน์อื่นๆ ที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์และสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนที่ติดตามเว็บไซต์ดังกล่าว และดำเนินคดีบุคคลที่ทำการเผยแพร่ซ้ำซึ่งข้อความที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ \\n\t\t๒. การชุมนุมของนิสิตนักศึกษา รัฐบาลจะต้องจัดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับอนาคตของนิสิตนักศึกษาเหล่านั้น ส่วนการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการผูกโบว์สีขาวของนักเรียนกระทรวงศึกษาธิการต้องเปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็นของนักเรียน โดยมีผู้บริหารโรงเรียน นายกสมาคม สมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครอง และประธานกรรมการนักเรียน เข้าร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เสนอข้อเรียกร้อง ที่ผ่านมาข้อเรียกร้องของนักเรียนส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับทรงผม การผูกโบว์สีขาว หรือหลักสูตรการเรียนการสอนที่ล้าสมัย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการสามารถดำเนินการปรับปรุงตามข้อเรียกร้องของนักเรียนได้\\n\t\t๓. การชุมนุมของกลุ่มการเมืองและประชาชน มีกลุ่มสีเสื้อต่าง ๆ เข้าร่วมมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝง ซึ่งอาจมีการชุมนุมอีกครั้งในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๓ พบว่ามีพรรคการเมืองส่งคนเข้าร่วมการชุมนุมประมาณครึ่งหนึ่ง โดยมีข้อเรียกร้องขอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ การเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่มี ๒๗๙ มาตรา คงเหลือไว้ ๒ หมวด จำนวน ๒๔ มาตรา ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการปกครองและอาจนำไปสู่ความขัดแย้ง อาทิ การแก้ไขมาตราที่เกี่ยวข้องกับองคมนตรี หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ศาลรัฐธรรมนูญ สมาชิกวุฒิสภา เป็นต้น ดังนั้น จึงควรแก้เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้รอบคอบก่อนเสนอเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1377,190,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","รูปแบบเอกสารราชการที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึง","ตราพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งมีผลบังคับใช้มาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว แต่การบริหารงานและการให้บริการของภาครัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับเอกสารราชการยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากส่วนราชการต่าง ๆ ถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ ซึ่งเป็นระเบียบที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของระบบเอกสารแบบเก่าในยุคแอนะล็อก ไม่สะดวกต่อการจัดเก็บการเผยแพร่ และการนำไปประมวลผลให้เกิดประโยชน์ในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารราชการได้ ซึ่งบางกรณีไม่ได้เกิดจากกฎ ระเบียบของราชการ หากแต่เกิดจากประเพณีปฏิบัติของหน่วยงานราชการซึ่งส่วนใหญ่ยังคงจัดทำเอกสารเป็นกระดาษ ต่อมา เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล มีการใช้งานไฟล์เอกสาร PDF (Portable Document Format) ทำได้เพียงสั่งพิมพ์ ไม่สามารถนำไปประมวลผล ซึ่งเป็นปัญหาในการขับเคลื่อนไปสู่สังคมดิจิทัล แม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ก็ไม่สามารถอ่านเอกสารดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ กำหนดมาตรฐานรูปแบบเอกสารดิจิทัลที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการจัดเก็บ เผยแพร่ หรือประมวลผล เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง และทำให้เป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างแท้จริง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1378,189,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","สถานการณ์บ้านเมือง","วิกฤติศรัทธาทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน","วิกฤติศรัทธาทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเกิดขึ้นใน ๓ ภาคส่วน ภาคที่ ๑ ภาคฐานอำนาจ คือ รัฐบาล ภาคที่ ๒ พรรคการเมือง และภาคที่ ๓ ภาคประชาชน ประกอบด้วยเยาวชนคนหนุ่มสาวจำนวนมาก วิกฤติศรัทธาทางการเมืองในครั้งนี้เป็นการมีส่วนร่วมแบบประชาธิปไตยอย่างรอบด้านและแหลมคม แนวทางแก้ไขวิกฤติมี ๒ แนวทาง คือ ๑) แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ\\\\nแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๖ ซึ่งมีกระบวนการหลายขั้นตอน ใช้ระยะเวลาค่อนข้างยาวนาน ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายฝ่ายพยายามดำเนินการ และ ๒) ยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป โดยสมาชิกวุฒิสภาผู้ขอหารือมีความเห็นด้วยกับแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๒ มาตรา คือ มาตรา ๒๖๙ ที่มาของสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และมาตรา ๒๗๒ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยอำนาจอันชอบธรรม มี ๔ ภาคส่วน ประกอบด้วย ๑) การได้มาซึ่งอำนาจต้องชอบธรรม ๒) การทรงไว้ซึ่งอำนาจต้องชอบธรรม ๓) การใช้อำนาจต้องชอบธรรม และ ๔) การที่ประชาชน\\\\nจะมีส่วนร่วมในอำนาจนั้นต้องชอบธรรม ทั้งนี้ มีข้อคิดเห็นทางการเมืองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนี้ \\\\n๑) รัฐและสังคมควรรับฟังข้อเรียกร้องและข้อเสนอแนะในทุกประเด็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่\\\\nการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีด้วยความจริงจังและจริงใจ ๒) รัฐต้องมีหน้าที่ดูแลและป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงจากการชุมนุมอย่างสงบและสันติของทุกฝ่าย ๓) สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสัญลักษณ์องค์คุณแห่งสามัคคีธรรมของบ้านเมือง ไม่พึงนำมาเป็นเงื่อนไขข้อขัดแย้งทางการเมือง และ ๔) เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในทุกประเด็นที่เป็นธรรม อันนำไปสู่ประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง\\\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2563,"2020-08-25T00:00:00"],
    [1379,188,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","ข้อเสนอจากการชุมนุมของนักศึกษาและประชาชน","ถึงแม้รัฐบาลจะมีผลงานในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก แต่กลับนำประเด็นอื่นมาโจมตีรัฐบาลเพื่อชุมนุมประท้วง ซึ่งการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นสิทธิ   ตามรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลต้องดำเนินการตามกฎหมายกับแกนนำที่อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งข้อเรียกร้อง ๑๐ ข้อ ที่จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำหรับข้อเรียกร้อง ๓ ข้อ อันได้แก่ (๑) รัฐบาลต้องยุติคุกคามประชาชน (๒) ต้องแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ (๓) ต้องยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ การดำเนินการในวาระที่หนึ่ง และวาระที่สามต้องมีสมาชิกวุฒิสภาไม่น้อยกว่า ๘๔ คน ร่วมด้วย แต่ขณะนี้มีเพียงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยประชาชน และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กำลังพิจารณาดำเนินการเพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภายังไม่มีการหารือร่วมกัน แต่มีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งขอทราบประเด็นที่จะมีการแก้ไขก่อน ทั้งนี้ ความเห็นส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๖ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากในอดีตมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ เพื่อจะยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับต้องมีการทำประชามติใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวได้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนแล้ว ดังนั้นจึงเสนอให้รัฐบาลอดทนรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านจากทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เร่งแก้ไขปัญหาการชุมนุมของนักเรียนที่ไม่ปกติ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1380,187,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาที่ดิน ภ.บ.ท.๕ ไม่สามารถเข้าถึงโครงการโคกหนองนาโมเดล, เกษตรทฤษฎีใหม่","ตามที่รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ จำนวน ๔๐๐, ล้านบาท ในพื้นที่ ๗,๒๕๕ ตำบล แบ่งเป็นโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ๔,๐๐๙ ตำบล และโครงการโคก หนอง นา โมเดล ๓,๒๔๖ ตำบล แต่จากการลงพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ทำให้ทราบว่าเกษตรกรที่ทำกินบนที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ มีเพียงใบรับรองการเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.๕) มาเป็นเวลา ๔๐ - ๕๐ ปี กลับไม่สามารถเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาของเกษตรกรจำนวนมากทำให้ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนได้ นอกจากนี้ มีการแบ่งแยกจำนวนงบประมาณที่ให้การสนับสนุนตามขนาดพื้นที่ ซึ่งมีการกำหนดจำนวนเงินไว้แตกต่างกันมาก จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนทุกคนสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ รวมถึงโครงการสนับสนุนอื่น ๆ ของรัฐได้อย่างเท่าเทียมกัน หรือให้เกิดความเหลื่อมล้ำน้อยที่สุด",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1381,186,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านโคกกระจะ - ไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี","จากการลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าพื้นที่อำเภอเมือง ประกอบด้วย ตำบลบ้านพระ ตำบลโคกไม้ลาย และตำบลไม้เค็ด ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ประกอบกับในปีที่ผ่านมาฝนตก  ในพื้นที่น้อยกว่าปกติทำให้เกษตรกรที่ทำสวนทุเรียนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงขอให้ดำเนินโครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านโคกกระจะ - ไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี ส่งตามระบบท่อไปยังลำน้ำโคกกระจะ โครงการดังกล่าวนี้มีพื้นที่ทำการเกษตรได้รับประโยชน์ ๓,๐๐๐ ไร่ ๗๔๘ ครัวเรือน เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จประชาชนในพื้นที่จะตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำ เพื่อบริหารจัดการน้ำ ดูแลเครื่องสูบน้ำและออกค่าใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งการรวมกลุ่มเพื่อดูแลสถานีสูบน้ำในลักษณะนี้ได้มีการดำเนินการในจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว เช่น สถานีสูบน้ำดงพระราม สถานีสูบน้ำบ้านพระ และสถานีสูบน้ำดงขี้เหล็ก ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของผู้อำนวยการโครงการชลประทานปราจีนบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติงบประมาณจากกระทรวงการคลัง ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1382,185,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมเครือข่ายผู้ประกอบการยานยนต์โดยสารปลอดภัยเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวไทย","เนื่องจากรัฐบาลได้มีมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวควบคู่มาตรฐานความปลอดภัยทางการคมนาคม แต่รถโดยสารสาธารณะของประเทศไทย โดยเฉพาะรถตู้ รถบัสประจำทาง และรถบัสท่องเที่ยว มีมาตรฐานความปลอดภัยไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวของประเทศไม่สามารถอยู่ในลำดับที่ดีขึ้น ดังนั้น กระทรวงคมนาคมได้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายยานยนต์โดยสารปลอดภัยเพื่อแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวอย่างไร ทั้งการฝึกอบรม การตรวจสอบ การติดตาม และการรายงานพฤติกรรมการให้บริการของผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของผู้ขับรถโดยสารสาธารณะ การติดตามการซ่อมบำรุงรถโดยสารให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ ผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนด้านการลงทุนและแหล่งเงินลงทุนจากภาครัฐหรือไม่ การควบคุมดูแลความปลอดภัยเส้นทางที่อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง รวมทั้งการสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์โดยสารสาธารณะภายใต้เครือข่ายที่กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ให้การสนับสนุนมีความปลอดภัยในการเดินทางหรือไม่",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1383,184,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","ความล่าช้าในการออกกฎกระทรวงมหาดไทยตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒","เนื่องจากปัจจุบันเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปถึงหลัก “การเข้าถึงสภาพแวดล้อมโดยสะดวกถ้วนหน้า” โดยมีกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. ๒๕๔๘ ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ให้อาคารต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา ต้องมีพื้นที่ของอาคารที่เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร ซึ่งเป็นการบังคับให้สถานประกอบการต้องจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแต่เฉพาะภายในอาคารเท่านั้น ในปี ๒๕๕๐ มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มีการเรียกร้องให้ปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยบรรจุหลัก “การเข้าถึงสภาพแวดล้อมโดยสะดวกถ้วนหน้า” ไว้ในกฎกระทรวง แต่ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ต่อมาปี ๒๕๖๐ ผู้หารือได้ตั้งกระทู้ถามเรื่องดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตอบโดยให้สัญญาว่าจะพิจารณาออกกฎกระทรวงฉบับใหม่เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๑ แก่ประชาชน กระทั่งปัจจุบันยังไม่ดำเนินการแต่อย่างใด ทั้งนี้ การไม่มีกฎกระทรวงดังกล่าวส่งผลให้อาคารที่ก่อสร้างใหม่   ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกฯ ดังเห็นได้จากอาคารรัฐสภาที่มีสภาพแวดล้อมไม่สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา โดยคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ได้ติดตามความคืบหน้าทราบว่ามีการยกร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่ โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการและอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ฯ  ให้สอดคล้องกับหลัก “การเข้าถึงสภาพแวดล้อมโดยสะดวกถ้วนหน้า” โดยเร็วที่สุด",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1384,183,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ","การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากรัฐสภาได้อนุมัติพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ให้อำนาจกระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีมีอำนาจกู้เงินฯ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย มูลค่ารวมกันไม่เกิน ๑ ล้านล้านบาท) โดยรัฐบาลได้มีการใช้เยียวยาเพียง ๓ แสนล้านบาทเศษ โดยยังมีแผนงานหรือโครงการที่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ วงเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยยังไม่มีความคืบหน้า สำหรับแผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อฯ วงเงิน ๔ แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายงบประมาณเพียง ๔ หมื่นล้านบาทเศษ ซึ่งรัฐบาลควรเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยคณะรัฐมนตรีควรอนุมัติแผนงาน/โครงการในส่วนนี้ จำนวน ๑ แสนล้านบาท ให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด งบประมาณส่วนที่เหลืออีก ๓ แสนล้านบาท ควรปรับปรุงโดยแบ่งออกเป็น (๑) การจ้างงานนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาให้ทำงานใน ๗๘,๐๐๐ หมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จำนวน ๑ แสนล้านบาท และ (๒) การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นสังคมดิจิทัล จำนวน ๒ แสนล้านบาท โดยในส่วนนี้ควรจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ส่วนแผนงาน/โครงการสร้างถนน ควรบรรจุไว้ในงบประมาณตามปกติ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1385,182,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง","การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จากการชุมนุมเรียกร้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของกลุ่มเยาวชนปลดแอก (Free YOUTH) เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ แม้มีการลดระดับความรุนแรงแต่มีข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองให้การสนับสนุนโดยจัดตั้งกลุ่มมวลชนจำนวนหลายพันคนมาจากเขตมีนบุรี เขตสายไหม และเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ มาร่วมชุมนุมพร้อมทั้งสนับสนุนอาหารเครื่องดื่ม ห้องน้ำและเวทีแสงสีเสียง มีการทะเลาะกันระหว่างการ์ดของกลุ่มคนเสื้อสีหนึ่งกับกลุ่มชายชุดดำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรวางมาตรการรับมือสถานการณ์ ดังนี้ (๑) ดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่แสดงความอาฆาตมาดร้ายจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ (๒) ยังไม่ควรดำเนินการจับกุมผู้ปราศรัยแต่หากมีการละเมิดต่อกฎหมายจึงดำเนินคดี (๓) จัดเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของนักเรียน นิสิตนักศึกษา เรื่องการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอย่างสร้างสรรค์ เช่น มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เพื่อเชิญผู้แทนจากทุกมหาวิทยาลัย คือ อธิการบดี ๑ คน ประธานสภาคณาจารย์ ๑ คน นายกองค์การนิสิตนักศึกษา ๑ คน และประธานสภานิสิตนักศึกษา ๑ คน มาร่วมประชุมกับฝ่ายการเมืองอันได้แก่ ฝ่ายบริหาร ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานคณะกรรมาธิการสามัญสภาผู้แทนราษฎร ๓๕ คณะ ประธานคณะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน และวุฒิสภา ประกอบด้วย ประธานวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา ๒๖ คณะ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และประธานคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ อาจใช้ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นสถานที่จัดการประชุม สำหรับความเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนทั่วประเทศในการ ชูสามนิ้วระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ การผูกโบว์สีขาว สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานควรประสานกับผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่งพิจารณาเชิญผู้ปกครองประชุมปรึกษาในวันเสาร์/วันอาทิตย์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาทางออกร่วมกัน และป้องกันการเกิดเหตุการณ์วุ่นวายดังที่เกิดขึ้นในการชุมนุมที่ฮ่องกง\\n \tนอกจานี้ ได้รับการยืนยันจากผู้ที่เข้ารับการรักษาโรคการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ว่าเมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ได้เข้าร่วมการชุมนุม ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นได้ว่ามาตรการคัดกรองอาจได้ผลแต่เพียงบางส่วน จึงน่าเป็นห่วงว่าการชุมนุมอาจทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่จะกลับมาได้อีก\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1386,181,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ประธานในที่ประชุมรับทราบ","การประกันภัยพืชผลทางการเกษตร","ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยในเดือนสิงหาคมของทุกปีจะมีฝนตกชุก ซึ่งก่อนหน้านี้ประสบภัยแล้งและภัยศัตรูพืชตามธรรมชาติก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเกษตรกรทราบและได้ดำเนินการการประกันภัยพืชผลทางการเกษตรมาตลอด ซึ่งการประกันฯ มีเงื่อนไขว่ากรณีพืชผลทางการเกษตรเสียหายเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยตามข้อตกลงจากนายประกันนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตภัยพิบัติ   แต่ในความเป็นจริงมีเกษตรกรประสบภัยพิบัติในพื้นที่เป็นส่วนน้อยไม่เพียงพอต่อการประกาศเขตภัยพิบัติได้ ส่งผลให้เกษตรกรไม่ได้รับเงินประกันดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการให้เจ้าหน้าที่สำรวจพื้นที่เพื่อยืนยันความเสียหาย และชดเชยรายได้ตามข้อตกลงการประกันฯ ให้เกษตรกรตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ตามความเป็นจริง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1387,180,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในฤดูกาลผลิตปี ๒๕๖๓","เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกลำไยล้านกว่าไร่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปี ๒๕๖๓ ผลผลิตลำไยมีประมาณ ๑.๐๕๖ ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าเงินประมาณ ๒.๗๕ ล้านบาท อีกทั้งประเทศไทยเคยส่งออกลำไยเป็นอันดับหนึ่งของโลก ประมาณ ๘๑๕,๐๐๐ ตัน แต่ในปี ๒๕๖๓ ช่วงต้นปีเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้งส่งผลให้ผลผลิตลำไยไม่เป็นไปตามมาตรฐานส่งออก ส่งผลให้ราคาตกต่ำกว่าทุกปี ซึ่งไม่คุ้มค่าแรงคนงาน ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทั่วโลก ส่งผลให้พ่อค้าคนกลางชาวจีน (ล้ง) ที่ปกติเปิด  รับซื้อในผลไม้ในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้เดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน จะมีผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมากแต่ไม่สามารถส่งออกไปได้อย่างปกติ จึงขอถามกระทรวงพาณิชย์ว่ามีมาตรการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิตได้อย่างไร และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการชดเชยรายได้ให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1388,179,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนลำไย","การลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนได้ลงพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทำให้ทราบปัญหาความเดือดร้อนของชาวสวนลำไยในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเกษตรกรประสบปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ และสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งในประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกลำไยประมาณ ๑.๒ ล้านไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน รายได้จากการส่งออกลำไย จำนวน ๒๒,๗๐๐ ล้านบาท สำหรับปี ๒๕๖๓ ได้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทั่วโลก ทำให้การส่งออกลำไยของไทยชะลอตัวลง ซึ่งตลาดส่งออกส่วนใหญ่เป็นประเทศจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ขณะนี้ราคาลำไยส่งออกถือว่าตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนอย่างมาก จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการ (๑) ขอให้ชดเชยเยียวยาในราคา ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท (๒) ขอให้รับประกันราคาเช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจอื่น (๓) ขอให้วางแผนการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศแบบระยะยาวเพื่อยกระดับราคาให้สูงขึ้น (๔) ขอให้พิจารณาดำเนินออกพระราชบัญญัติลำไย เพื่อความมั่นคงและความก้าวหน้าของเกษตรกรผู้ปลูกลำไย",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2563,"2020-08-18T00:00:00"],
    [1389,178,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาหน้ากากอนามัย","ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นระยะเวลา ๗๗ วัน โดยมีผู้ติดเชื้อ จำนวน ๓,๓๕๑ ราย และมีผู้เสียชีวิต จำนวน ๕๘ ราย ในการแพร่ระบาดระยะแรกประเทศไทยประกาศให้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์\\nใยสังเคราะห์ Polypropylene (Spunbond) เพื่อใช้ในการผลิตหน้ากากอนามัย และผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์\\nที่มีส่วนประกอบเพื่อสุขอนามัยสำหรับมือ เป็นสินค้าควบคุม และควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งหน้ากากอนามัย ตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และช่วงแรกประเทศไทยมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ จำนวน ๑๑ แห่ง สามารถผลิตให้กับโรงพยาบาลได้วันละ ๑ ล้านชิ้น และผลิตให้กระทรวงมหาดไทยอีกวันละ ๑ ล้านชิ้น แต่ขณะนี้มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ จำนวน ๒๘ แห่ง สามารถผลิตได้ ๔.๒ ล้านชิ้นต่อวัน \\nโดยส่งให้โรงพยาบาลวันละ ๑.๘ ล้านชิ้น และส่งให้กระทรวงมหาดไทยและโรงเรียนวันละ ๑.๒ ล้านชิ้น ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ แต่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ได้ประกาศให้จำหน่ายหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ที่ผลิตในประเทศจำหน่ายปลีกในราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ไม่สูงกว่าชิ้นละ ๒.๕๐ บาท ประชาชนไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยที่ผลิตในประเทศได้ เนื่องจากถูกควบคุมราคาจำหน่าย ทำให้สินค้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาถูกและไม่มีคุณภาพถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จึงเห็นควรให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยแจ้งต้นทุนที่แท้จริงและให้จำหน่ายในราคาที่สะท้อนต้นทุนจริง โดยไม่มีการควบคุมราคาจำหน่าย และให้สามารถส่งออกหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักรได้\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1390,177,159,"นายวันชัย สอนศิริ","สถานการณ์บ้านเมือง","สถานการณ์บ้านเมือง","ตลอดระยะเวลา ๒ - ๓ วันที่ผ่านมา มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง \\nมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน และความขัดแย้งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการชุมนุมเมื่อคืนวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ มีการปราศรัยบนเวที และมีการแสดงข้อความที่มีความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรง ตลอดระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งคนไทยทั้งประเทศมีความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่มีบุคคลบางกลุ่ม\\nได้สร้างภัยคุกคามทั้งจากในประเทศและนอกประเทศเพื่อทำลายชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนิสิต และนักศึกษา ได้มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามสอดแทรกการเคลื่อนไหวเพื่อทำลายชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เหตุการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา         จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้เรียกประชุมรัฐสภา ให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาต่อกรณีดังกล่าว เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างนายกรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๖๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1391,176,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย","การล่าอาณานิคมยุคใหม่ไม่ได้ใช้กำลังทางทหารเหมือนดังเช่นในอดีต หากแต่เป็นการล่าอาณานิคมทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยผ่านการเคลื่อนไหวของเยาวชนที่เพิ่งจะเรียนรู้ผ่านระบบการศึกษาที่ให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยมาไม่มากเท่าที่ควร ผู้ที่เข้าร่วมในเหตุการณ์ทางการเมืองทุกครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนอายุระหว่าง ๑๕ - ๒๕ ปี ที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการเมืองและมีอุดมการณ์เป็นแรงผลักดัน และกลายเป็นเครื่องมือของผู้ที่มีความประสงค์เคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีทั้งที่อยู่ภายในประเทศ และที่มีส่วนเกี่ยวพันกับนักล่าอาณานิคมยุคใหม่ ที่ล่าอาณานิคมทางการเมืองและเศรษฐกิจโดยผ่านการเคลื่อนไหวของเยาวชนที่เพิ่งจะเรียนรู้ผ่านระบบการศึกษาที่ให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยมาไม่มากเท่าที่ควร จึงมีการแสดงออกอย่างแข็งกร้าวและกระทบกระทั่งกับประชาชนส่วนใหญ่ที่มีความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้มีการแสดงออกไม่เห็นด้วยกับเยาวชนเหล่านั้น ซึ่งเมื่อมองภาพรวมแล้วเป็นการสร้างความร้าวฉานและแตกแยกของคนในชาติ โดยสถาบันกษัตริย์ของไทยเป็นที่หวงแหนของปวงชนชาวไทยตลอดมา แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งสำคัญ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕ รวมทั้งเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งสำคัญหลายครั้ง อาทิ เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้วุฒิสภาในฐานะที่มีคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และขอให้รัฐบาลซึ่งมีกลไกต่างๆ ในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นได้เรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งเป็นอัตลักษณ์และเป็นเอกลักษณ์ที่คงความมั่นคงและเป็นเอกราชมาจวบจนทุกวันนี้ โดยไม่เปิดโอกาสให้บุคคลที่เอาใจออกห่าง หรือมีเจตนาสร้างผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเป็นเครื่องมือของต่างชาติที่ต้องการเข้ามาแทรกแซงการปกครองของประเทศไทย และขอให้นำหนังสือเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยที่วุฒิสภาในอดีตได้มีการจัดทำ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทย รวมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งหรือภูมิต้านทานของคนในชาติ\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1392,175,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจ้างงานตามกฎหมายโดยหน่วยงานภาครัฐ","พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. ๒๕๓๔ กำหนดให้สถานประกอบการเอกชนที่มีลูกจ้างตั้งแต่ ๒๐๐ คนขึ้นไป ต้องจ้างคนพิการ ๑ คน (อัตราส่วน ๑ : ๒๐๐) แต่ไม่บังคับกับหน่วยงานของรัฐ โดยสถานประกอบการที่ให้ความร่วมมือได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ได้รับรางวัลยกย่อง สถานประกอบการใดไม่พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา\\nคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐและสถานประกอบการเอกชนที่มีผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไป ต้องจ้างคนพิการ ๑ คน (อัตราส่วน ๑ : ๑๐๐) ซึ่งเป็นอัตราจ้างงานคนพิการที่ต่ำที่สุดในทวีปเอเชีย ซึ่งหากหน่วยงานของรัฐหรือสถานประกอบการใดไม่พร้อมปฏิบัติตาม สามารถจ้างเหมาสนับสนุนการอบรมอาชีพ \\nหรือจัดพื้นที่ให้คนพิการไปจำหน่ายสินค้าหรือบริการ หากสถานประกอบการเอกชนไม่พร้อมจ้างงานคนพิการ\\nและไม่พร้อมที่สนับสนุนการอบรมอาชีพ ฯลฯ ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่หากเป็นหน่วยงานภาครัฐกลับไม่ต้องจ่ายเงินสมทบดังกล่าวแต่อย่างใด ทำให้ภาคเอกชนไม่พอใจและพยายามผลักดันให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์จ้างงานคนพิการตามอัตราส่วน ๑ : ๒๐๐\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1393,174,59,"นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม","กฎหมาย","ปัญหาการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.2547 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ","ประชาชนมีความคิดเห็นแตกแยก และมีการชุมนุมเรียกร้องที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหา\\nการเรียนรู้ทางการเมืองของคนในชาติ ขาดความรับผิดชอบในการยอมรับกฎหมาย โดยประชาชนต้องมีส่วนร่วม\\nในการสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากตัวแทนประชาชน ต้องมุ่งเน้นความเป็นธรรมในสังคม และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยกระทรวงมหาดไทยมีระเบียบว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ.2547 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่กำหนดให้ประธานสภาท้องถิ่นประชาสัมพันธ์วัน เวลา สถานที่ และเรื่องที่นำเข้าพิจารณาในสภาท้องถิ่นให้ประชาชนทราบ และให้แต่ละท้องถิ่นออกหลักเกณฑ์ให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟังการประชุมสภาท้องถิ่น \\nโดยการให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟังการประชุมสภาท้องถิ่น จะเป็นห้องเรียนประชาธิปไตยให้ประชาชนเรียนรู้การเมืองการบริหารราชการ จะแก้ปัญหาเรื่องการเรียนรู้ของคนในชาติได้ซึ่งเป็นการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ มาตรา 258 ก. ด้านการเมือง (1) ที่ต้องทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วม\\nในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ยอมรับความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1394,173,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การทุจริตสนามฟุตซอลในโรงเรียน","สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่งแปรญัตติงบประมาณรายจ่ายประจำปี\\nที่ตั้งไว้สำหรับซ่อมแซม หรือสร้างอาคารเรียนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย จำนวน 4,400 ล้านบาทเศษ ไปเป็นงบประมาณสร้างสนามฟุตซอลให้โรงเรียน 356 แห่ง โรงเรียนละ 2.5 - 5 ล้านบาท ในพื้นที่ 17 จังหวัด โดยที่โรงเรียนต่างๆ ไม่ได้มีการเสนอของบประมาณดังกล่าว และมีบริษัทเอกชนเข้าไปอำนวยความสะดวกในขั้นตอนดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจนจัดหาเอกสารรับรองมาตรฐานแบบการก่อสร้าง และคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนเหล่านั้นไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างแต่อย่างใด ได้ดำเนินการไปเพราะเห็นว่ามีเอกสารรับรองต่างๆ ถูกต้องครบถ้วน แต่หลังจากที่สนามฟุตซอลสร้างเสร็จเพียง 1 ปี ก็เกิดชำรุดเสียหายทั้งโครงสร้างและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงเข้าตรวจสอบ และชี้มูลความผิดว่าผู้บริหารโรงเรียนร่วมกับนักการเมืองทุจริต โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 63 คน ถูกลงโทษทางวินัยไล่ออกจากราชการ ทำให้ไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นกระทำความดีมาเป็นเวลากว่า 30 ปี และดำเนินการไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีเจตนาที่ดีเพียงต้องการให้นักเรียนและชุมชนมีสนามฟุตซอลสำหรับออกกำลังกาย ดังนั้น ขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกลงโทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการ และเร่งรัดการดำเนินคดีในส่วนของนักการเมืองและบริษัทเอกชนเพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง และเกิดความเชื่อมั่นของสังคม\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1395,172,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","สถานการณ์บ้านเมือง","เรื่อง การชุมนุมทางการเมือง เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์","การชุมนุมทางการเมืองวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ และวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต รวมถึงได้มีการประกาศนัดชุมนุมในลักษณะเดียวกันในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ สวนลุมพินี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยในการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม 2563 มีการแสดงความคิดเห็นที่มีเนื้อหารุนแรงที่สุดที่แทบไม่มีคนไทยคนไหนเรียกร้องในการชุมนุมสาธารณะมาก่อน เกินเลยจากการขับไล่รัฐบาล และการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ชวนให้คิดได้ว่าการให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับนั้นมีเป้าหมายอะไร นอกจากนี้ การชุมนุมดังกล่าวยังมีรูปแบบการชุมนุมบางช่วงที่นำประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนานด้วยความเคารพศรัทธาสูงสุดของประชาชนชาวไทยมาล้อเลียนบนเวที มีการขึ้นกล่าวบนเวทีของผู้ต้องหา ๒ คน ที่ได้รับการประกันตัวออกมาในลักษณะผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวของศาล มีการ Live สด จากต่างประเทศของผู้หลบหนีคดีซึ่งเคยกล่าวไว้ในอดีตว่าประเทศนี้ต้องลงเอยด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง และวันนี้มีประชาชนสอบถามว่าเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปหรือ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลบริหารจัดการได้ยากยิ่ง ดังนั้นต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมายและมาตรการทางการเมืองควบคู่กัน จึงเสนอว่ารัฐบาลควรขอเปิดอภิปรายทั่วไปในรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา ๑๖๕ โดยเร็วที่สุด เพื่อให้รัฐสภาเป็นเวทีในการหาทางออกให้บ้านเมืองไม่ให้เกิดความรุนแรงในสังคมไทยขึ้นอีกเพราะจะเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดิ่งลงโดยแก้ไขไม่ทันการณ์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1396,171,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การชุมนุมของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และที่่เชียงใหม่ที่จาบจ้วงและหมิ่นสถาบัน","การชุมนุม ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ การชุมนุมที่จังหวัดเชียงใหม่ และการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เกิดการจาบจ้วงล่วงละเมิดและเกินเลยที่จะยอมรับได้กับสิ่งที่บุคคลไม่กี่ร้อยกี่พันคนที่พยายามจะชักจูงสังคมไทยเข้าสู่ความขัดแย้งถึงที่สุด ผ่าน Social Media ผ่านกระบวนการล้มสถาบัน ทั้งบุคคลในประเทศและที่มาจากต่างประเทศ การชุมนุม การอภิปราย และการแสดงบนเวทีเกินเลยกว่าการเรียกร้องให้ยุบสภา ขับไล่สมาชิกวุฒิสภา และล้มรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน ๗ ปี ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องมีการแก้ไขเพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่ยอมให้เกิดขึ้น ต้องใช้ทั้งไม้แข็งและไม้นวมพร้อมกับอ้อมกอด โดยคนที่อยู่เบื้องหลังได้นำเด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษามาเป็นกำแพง โดยมีความตั้งใจล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยเคารพรักเทิดทูน ต้องการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองเช่นวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ และพฤษภาคม ๒๕๓๕ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องจาก ๑๐ ข้อ คือให้พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมาย ดังนั้นจึงเสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินในการสนับสนุนการชุมนุม ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ดำเนินการจัดการสื่อสารทางสังคมออนไลน์ โดยเอาผิดในการเผยแพร่โฆษณา ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการถอนการประกันตัวนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก เนื่องจากได้กล่าวซ้ำจาบจ้วงสถาบันและชักชวนนำพาให้ก่อเหตุการณ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน ขอให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่งซึ่งจะจัดการชุมนุม รับผิดชอบทางกฎหมายต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากไม่ควบคุมและอนุญาตให้ใช้สถานที่สำหรับการชุมนุม ขอให้สื่อสารมวลชน สถานีโทรทัศน์ทุกแห่งทั้ง Digital TV และโทรทัศน์ดาวเทียมให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ข่าวสารของบุคคลเหล่านี้เพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศซึ่งนายประวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเคลื่อนไหวผ่าน Royal Market Place ไม่อนุญาตให้พำนักอาศัยเนื่องจากให้ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นการโจมตีความมั่นคงของประเทศไทย และรัฐบาลควรเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากนักเรียน นิสิต นักศึกษาอย่างตรงไปตรงมาในเรื่องการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการทุกคณะของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ร่วมประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย ประธานสภาอาจารย์สถาบันการศึกษา ทุกแห่งในประเทศไทย และตัวแทนและประธานสภานิสิต นักศึกษาทุกมหาวิทยาลัย สถาบันละ ๑ คน เพื่อมาพูดคุยหาทางออกประเทศไทยทางการเมือง ซึ่งมิใช่ ๑๐ ข้อเสนอ จากการชุมนุมดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2563,"2020-08-11T00:00:00"],
    [1397,170,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ใครได้ประโยชน์","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการคลัง จัดโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมาโดยลดค่าที่พักให้ร้อยละ 40 แต่ไม่เกินห้องละ 3,000 บาทต่อคืน ซึ่งเมื่อโรงแรมต่าง ๆ เปิดให้บริการได้มีการจัดโปรโมชั่นลดราคาลงมาเกือบครึ่งหนึ่งและมีผู้เข้าจองพักจนเต็ม แต่เมื่อมีโครงการดังกล่าวโรงแรมกลับปรับราคาค่าที่พักเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้ส่วนลดจริง และยังทำให้ผู้ที่เข้าพัก   ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายค่าที่พักแพงขึ้น อีกทั้งไม่สามารถเอาผิดได้เนื่องจากปกติโรงแรมจะมีการปรับราคาอยู่ตลอด รวมถึงอาจมีการตกลงกันระหว่างผู้ประกอบการโรงแรมกับผู้เข้าพักที่อาจมีการสร้างหลักฐานการจองและเข้าพักโดยไม่มีการเข้าพักจริงเพื่อนำส่วนลดที่ได้รับมาแบ่งกัน ดังนั้นในการจัดทำโครงการต่าง ๆ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้รอบคอบ รู้เท่าทันธุรกิจ หลักอุปสงค์ (Demand) อุปทาน (Supply)","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1398,169,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การตั้งศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติมหาสารคาม","การลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนเมื่อวันที่ 16 - 17 กรกฎาคม 2563 สมาชิกวุฒิสภาได้รับทราบข้อมูลการจัดตั้งศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติมหาสารคาม แทนสถานีใบยาสูบเดิมที่เลิกดำเนินงาน โดยพิจารณาจากโครงการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจ\\nสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning by Agri – Map) ของกรมพัฒนาที่ดิน พบว่าพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดยโสธร มีความเหมาะสมในการปลูกหม่อนสำหรับเลี้ยงไหม และมีการทอผ้าไหมลายเฉพาะของแต่ละพื้นที่ เช่น จังหวัดมหาสารคามลายสร้อยดอกหมาก จังหวัดร้อยเอ็ดลายสาเกต และจังหวัดกาฬสินธุ์ลายแพรวา เป็นต้น ซึ่งประชาชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนาจะมีการเลี้ยงไหมสายพันธุ์ไทยแท้ที่ให้ผลผลิตเส้นไหมราคากิโลกรัมละกว่า 1,000 บาท โดยได้พันธุ์ไหมมาจากศูนย์หม่อนไหมร้อยเอ็ดเพียงครั้งละ 30 จ่อ (กระด้ง) แต่พื้นที่จังหวัดมหาสารคามมีความต้องการพันธุ์ไหมครั้งละ 120 จ่อ ทำให้พันธุ์ไหมไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้ จึงขอให้ดำเนินการตั้งศูนย์หม่อนไหม  เฉลิมพระเกียรติมหาสารคามให้เสร็จโดยเร็วเพื่อผลิตพันธุ์ไหมและสร้างรายได้ให้ประชาชนในจังหวัดมหาสารคามและจังหวัดใกล้เคียง\\n","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1399,168,214,"นายสุชัย บุตรสาระ","นโยบายของรัฐบาล","การจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอให้เป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคระดับอำเภอ","ขอหารือไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดังนี้   \\\\\\\\n\t\t\t(๑) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีนโยบายในการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอให้เป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคระดับอำเภอหรือไม่ อย่างไร\\\\\\\\n\t\t\t(๒) หากมีนโยบายในการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอ ควรมีการดำเนินการเร่งรัดจัดตั้งโดยเร็ว ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันทีเพราะมีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงาน   ที่อำเภออยู่แล้ว หรือเกลี่ยอัตรากำลังจากสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด หรือจากส่วนกลาง  \\\\\\\\n\t\t\t(๓) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และสำนักงบประมาณ ควรให้ความสำคัญในการสนับสนุนจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอำเภอ เป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค\\\\\\\\n","กระทรวงมหาดไทย,นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1400,167,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","กฎหมาย","การลากิจของนักโทษเด็ดขาดเพื่อไปประกอบพิธีเกี่ยวกับงานศพ","สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ กรมราชทัณฑ์อนุญาตให้นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ลากิจออกจากเรือนจำเพื่อไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพบิดา ซึ่งนายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจากศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกเป็นเวลา ๒ ปี ๘ เดือน ในคดีบุก บ้านสี่เสาเทเวศร์เมื่อปี ๒๕๕๐ นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลา ๒๐ กว่าวัน ซึ่งตามระเบียบจัดเป็นนักโทษชั้นกลาง โดยเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้แก้ไขระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการลาของนักโทษเด็ดขาด เพื่อให้นักโทษเด็ดขาดตั้งแต่ชั้นกลางขึ้นไปสามารถลากิจไปประกอบพิธีเกี่ยวกับงานศพได้ จึงขอให้มีการตรวจสอบว่าการแก้ไขระเบียบดังกล่าวได้เอื้อประโยชน์ให้กับนักโทษคนใดหรือไม่ ","กระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1401,166,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งเกิดจากการเผาอ้อย","สืบเนื่องจากที่ได้ปรึกษาหารือ เรื่อง แนวทางการแก้ไขการเผาอ้อย ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ โดยเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งผลการพิจารณาข้อหารือดังกล่าว สรุปได้ว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้กำหนดนโยบายลดปริมาณอ้อยไฟไหม้ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ ให้เหลือร้อยละ ๒๐ ปริมาณอ้อยสด ร้อยละ ๘๐ ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด โดยมีมาตรการกำหนดราคาส่วนต่างให้อ้อยสดมากกว่าอ้อยไฟไหม้คุ้มค่ามากพอที่จะทำให้เกษตรกรตัดอ้อยสดที่ราคาต่างกันตันละประมาณ ๒๐๐ บาท เพื่อสนับสนุนและเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดมากขึ้น ซึ่งผลการพิจารณาดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจของเกษตรกร อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเพิ่มปริมาณ  อ้อยสด เป็นร้อยละ ๘๐ ดังกล่าวแล้ว เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดย่อมมีความต้องการเครื่องจักร   ที่ใช้ในการตัดอ้อยสดเพิ่มมากขึ้น แต่งบกลางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยสำหรับฤดูการผลิตปี ๒๕๖๒/๖๓ จำนวน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ใช้จ่ายไปหมดแล้ว จึงไม่มีเงินให้เกษตรกรกู้ยืมไปใช้จัดหาเครื่องจักรดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดหาเครื่องจักร ที่ใช้ในการตัดอ้อยสดให้ทันฤดูการตัดอ้อยในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1402,165,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การชุมนุมทางการเมืองของนักศึกษาและประชาชน","ขอให้รัฐบาลดำเนินการแบบบูรณาการในเชิงรุก ดังนี้\\\\\\\\\\\\\\\\n\t\t\t๑. ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีการชุมนุม เชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้าร่วมปรึกษาหารือเพื่อหาแนวทางรับมือกับการชุมนุมของนิสิตและนักศึกษา รวมทั้งมาตรการรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ที่เกิดจากการชุมนุมประท้วง ๒. ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมโดยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ๓. ขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินคดีกับบุคคลที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เสนอข้อมูลบิดเบือนและให้ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งยุยง ปลุกปั่นให้มีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล","นายกรัฐมนตรี,กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1403,164,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายส่งเสริมกิจการเยาวชนของรัฐบาลในการพัฒนาบุคลิกภาพและศักยภาพสู่อนาคต","เยาวชนวัยหนุ่มสาวถือเป็นกำลังสำคัญในอนาคต ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนา    ให้เป็นไปตามแนวทางของการวางยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทั้งนี้ประเทศไทยได้มีการตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติในห้วงเวลาที่นิสิต นักศึกษามีการเคลื่อนไหว ทางการเมืองทั่วประเทศซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมมาโดยตลอด ทำให้เยาวชนไทยเติบโตมาอย่างมีคุณภาพไม่น้อยกว่าเยาวชนชาติใดในโลก ซึ่งกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมได้เริ่มบ่มเพาะมาตั้งแต่สถาบันการศึกษา เช่น การฝึกอบรมลูกเสือ การฝึกอบรมนักศึกษาวิชาทหาร รวมถึงระดับ อุดมศึกษาก็มีกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับด้านสังคมทั่วไปนั้น กระทรวงต่าง ๆ มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนโดยสร้างกลไกใหม่ ๆ เช่น การสร้าง Smart Farmer วิสาหกิจชุมชนที่อาศัยคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำหน้าที่ของตนในสังคม เป็นต้น รวมถึงภาคเอกชนได้ดำเนินการแล้ว เช่น การฝึกงาน การรับเยาวชนทำงานในช่วงปิดภาคเรียนเพื่อหารายได้เสริมให้กับครอบครัว และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย จึงขอสอบถามรัฐบาลว่าได้มีแนวทางที่จะวางนโยบายหรือทบทวนนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมกิจการเยาวชนของไทยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพลังในการที่จะดำเนินภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติในช่วงต่อไปได้อย่างไรบ้าง\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1404,163,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","หอนาฬิกาเก่าแก่เทศบาลเมืองราชบุรี","จากการก่อสร้างหอนาฬิกาเทศบาลเมืองราชบุรีจะมีอายุย่างเข้า ๖๕ ปีแล้ว มีดำริ  ให้ก่อสร้างโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพราะสมัยนั้นนาฬิกาข้อมือมีราคาแพง จึงให้ทุกชุมชน เทศบาลมีนาฬิกาเพื่อให้ประชาชนเป็นคนตรงต่อเวลา มีวัฒนธรรมในการรักษาเวลา และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการหรือกิจการใด แต่ปัจจุบันหอนาฬิกาในต่างจังหวัดบางแห่งมีการดูแลรักษาให้มีความสวยงาม แต่หอนาฬิกาเทศบาลเมืองราชบุรีในปัจจุบันให้เอกชนประมูลและทำห้องน้ำสาธารณะแบบเก็บเงิน บริเวณโดยรอบมีความสกปรกไม่สะอาดตา อีกทั้งยังมีเสาไฟ และสายไฟฟ้ารกรุงรังหากปล่อยปละละเลยอาจนำไปสู่การรื้อทิ้ง จึงขอเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายกเทศมนตรีเมืองราชบุรี ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อไม่ให้เกิดการปล่อยปละละเลยให้สกปรกจนนำไปสู่การรื้อทิ้ง และเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมจัดประกวดหอนาฬิกาทั่วประเทศว่าแห่งใดสวยที่สุดและยังคงรักษาภาพลักษณ์เดิมไว้ได้ดีที่สุด","กระทรวงมหาดไทย,กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา,กระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",16,2563,"2020-07-21T00:00:00"],
    [1405,162,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","นโยบายของรัฐบาล","อนุรักษ์โบราณสถานกรณีอาคารไม้เมืองแพร่","จากกรณีการรื้อถอนอาคารศูนย์การเรียนรู้ป่าไม้ สวนรุกขชาติเชตะวัน หรืออาคารบอมเบย์เบอร์มา อายุ ๑๒๗ ปี เป็นอาคารไม้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของจังหวัดแพร่ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ เพิ่งจะมีการจัดพิธีทำบุญขอขมาพื้นที่ ซึ่งเป็นการขอภายหลังจากที่ได้มีการรื้อถอนอาคารดังกล่าวไปแล้ว ทั้งที่ควรจะจัดพิธีดังกล่าวก่อนทำการรื้อถอน ทั้งนี้ โบราณสถาน มีความสำคัญอย่างน้อย ๓ ประการ คือ ๑) โบราณสถานเป็นแหล่งท่องเที่ยว ๒) โบราณสถานเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ และ ๓) โบราณสถานเป็นแรงบันดาลใจ มีข้อเสนอแนะว่า กรณีรื้อถอนอาคารโบราณดังกล่าว ขอเสนอให้กระทรวงวัฒนธรรมใช้กลไกของสภาวัฒนธรรม ซึ่งมีทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล ดำเนินการสำรวจข้อมูลอาคารโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ นำมาขึ้นทำเนียบอาคารโบราณไว้ อาคารโบราณแห่งใดที่อยู่ในหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร ก็ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนต่อไป เมื่ออาคารโบราณได้รับการบรรจุ\\nในทำเนียบดังกล่าว ย่อมเป็นอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับภูมิฐานบ้านเมือง สร้างความตระหนักและภาคภูมิใจในวิถีชีวิตของชุมชน ส่งเสริมให้มีการเล่าเรื่องผ่านงานศิลปะ นอกจากนี้ ขอเสนอให้เร่งรัดพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๓ ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน กฎหมายว่าด้วยสิทธิชุมชน และกฎหมายว่าด้วยภาคีศิลปวัฒนธรรม โดยการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมจะต้องประกอบด้วย ๓ ภาคส่วนอย่างสมดุล คือ \\nภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1406,161,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ ๕ ช่วงโควิด-19 และ การเข้าถึงข้อมูลตรวจสอบเงินกู้  ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท","มาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ ๕ ช่วงโควิด-19 เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะมีมาตรการผ่อนคลายระยะที่ ๕ จึงทำให้เกิดความกังวลว่าหากเปิดประเทศมีการทำ Travel Bubble ซึ่งหากเกิดการจัดคู่การท่องเที่ยวเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าประเทศเหล่านั้นปลอดโรคนี้แล้ว เนื่องจากหลายประเทศที่ประเทศไทยกำลังจะจับคู่การท่องเที่ยวก็เกิดการแพร่ระบาดใหญ่เป็นครั้งที่ ๒ นอกจากนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) ต้องพิจารณาให้รอบคอบหากให้ผับ บาร์ เปิดบริการ ว่าจะมีมาตรการรัดกุมเพียงใด และจากการที่มีข้อเสนอให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยให้ใช้พระราชบัญญัติอื่นทดแทน เช่น พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พระราชบัญญัติควบคุมโรคติดต่อ พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พระราชบัญญัติเทศบาล เป็นต้น ซึ่งมีอยู่กว่า ๔๐ ฉบับนั้น ที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้ จึงทำให้มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอเสนอให้คงการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ต่อไป ในเดือนกรกฎาคม รวมถึงใช้มาตรการผ่อนคลายทางกายภาพให้มากที่สุด เพราะหากเกิดมีการระบาดใหญ่ครั้งที่ ๒ อำนาจการบริหารยังคงอยู่ที่นายกรัฐมนตรี แต่อาจให้มีการปรับปรุงผู้แทนใน ศบค. เช่น จากรัฐมนตรีเป็นปลัดกระทรวง หรือเพิ่มกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น เรื่อง การเข้าถึงข้อมูลตรวจสอบเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เนื่องจากได้ทดลองเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ ThaiMe ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) พบว่าฐานข้อมูลมีความซับซ้อน และใช้ระยะเวลาในการสืบข้อมูล ทำให้ภาคเอกชน ภาคีสังคมที่จะตรวจสอบไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ซึ่งสถาบันบัณฑิต\\nพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้สำรวจแล้วจัดทำข้อมูลพบว่าว่ามีข้อมูลของโครงการที่ไม่เกี่ยวข้อง และประชาชนไม่สามารถดูรายละเอียดเฉพาะเจาะจงได้ ดังนั้น จึงเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ ดังนี้ (๑) ให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) จัดทำฐานข้อมูลเว็บไซต์สำหรับการตรวจสอบ ติดตามโครงการเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมวลเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย พร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลให้ประธานวุฒิสภา เพื่อให้คณะกรรมาธิการสามัญสามัญประจำวุฒิสภาที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องได้ตรวจสอบ และ (๒) การอนุมัติงบประมาณจะต้องเปิดเผยทางเว็บไซต์ และให้จัดส่งข้อมูลการอนุมัติงบประมาณเป็นระยะ พร้อมกับที่รายงานต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้คณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาสามารถติดตาม ตรวจสอบได้",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1407,160,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","ควรปฏิรูปและปฏิวัติสถาบันพัฒนาครูให้สร้างครูที่มีจริยธรรม เพื่อสร้าง คนเก่ง คนกล้า นำมาพัฒนาชาติต่อไป","จากการนำเสนอข่าวครูข่มขืนลูกศิษย์นั้นนำความเสื่อมเสียสู่วงการครูเป็นอย่างมาก โดยส่วนตัว\\nมีความคิดเห็นสอดคล้องกับ รองศาสตราจารย์ ศักดิ์ไทย  สุรกิจบวร คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา ที่ได้ตั้งคำถามว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องยกเครื่องหรือปฏิวัติ ปฏิรูปวงการผลิตครู จึงได้ประมวลผลสรุปว่าสาเหตุเกิดจาก ๔ เรื่องหลัก ได้แก่ (๑) สถาบันที่ผลิตครูทุกสถาบัน โครงสร้างการผลิตครู และความเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับสถาบันที่ผลิตครู (๒) กระบวนการจัดการศึกษาสู่การเป็นครูที่ดี มีคุณภาพ \\n(๓) หลักสูตรครู ทั้งระดับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับที่สูงกว่า และ (๔) การสำเร็จการศึกษาของครูกับใบประกอบวิชาชีพครู กล่าวคือ เมื่อจบการศึกษาได้รับวุฒิการศึกษาด้านใดก็ตาม แต่เมื่อสอบใบประกอบวิชาชีพครูได้ ก็สามารถเป็นครูได้ ไม่ได้เน้นการสร้างหรือผลิตครูให้เป็นคนดี คนเก่ง คนกล้า เพื่อสร้างโอกาสสู่การพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ ทำให้เกิดชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ระบบการเรียนการสอนแตกต่างไปจากเดิมโดยใช้การเรียนการสอนออนไลน์ (Online learning) แต่สำหรับครอบครัวที่มีลูกมากกว่า ๑ คน การเรียนการสอนดังกล่าวจึงเป็นภาระต่อผู้ปกครอง ดังนั้น การเรียนที่สถานศึกษาหรือโรงเรียนจึงยังคงมีความสำคัญ ซึ่งบุคลากรครูมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเด็กและเยาวชน จึงขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดำเนินการศึกษาทบทวนหลักสูตรของสถาบันการศึกษาที่ผลิตครูผู้สอนอย่างจริงจัง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1408,159,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนทางหลวงหมายเลข 304 ช่วงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี","ทางหลวงหมายเลข 304 เริ่มต้นจากจังหวัดนนทบุรี ผ่านกรุงเทพฯ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครราชสีมาเพื่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังมีทางหลวงหมายเลข 331 จากจังหวัดระยอง ทำให้มีปริมาณรถใช้เส้นทางจำนวนมาก จึงมีการขยายเส้นทางช่วงกรุงเทพฯ - จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น 8 ช่องจราจร แต่เส้นทางช่วงที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมจำนวน 3 แห่ง และมีจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 33 ที่ไปยังอำเภออรัญประเทศ ยังมีเพียง 4 ช่องจราจร ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้น ขอเสนอให้กระทรวงคมนาคมปรับปรุงขยายช่องทางจราจรหลวงหมายเลข 304 ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เป็น 8 ช่องจราจร สร้างสะพานข้ามแยก และจุดกลับรถที่ปลอดภัย เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1409,158,12,"นายเกียว แก้วสุทอ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาขาดแคลนน้ำ ภัยแล้ง ","จากการลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนประสบปัญหาความยากจน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งและน้ำท่วมในฤดูฝน เนื่องจากแหล่งกักเก็บน้ำมีความลึกไม่เกิน 3 เมตร กักเก็บน้ำได้ไม่เพียงพอ โดยกรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการขุดบ่อกักเก็บน้ำให้ทุกปีตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรมา ดังนั้น ขอเสนอให้ดำเนินการขุดบ่อ ห้วย หนอง คลอง บึง โดยเพิ่มความลึกเป็น 6 เมตรขึ้นไป และทำระบบส่งน้ำทางท่อไปยังพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้โดยใช้ศาสตร์พระราชาตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1410,157,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","การกำหนดมาตรการและช่วงเวลาพักฟื้นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ","จากการที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ โดยออกมาตรการปิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้มีการฟื้นฟูตัวเองกลับมาสวยงามและอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ดังนั้น จึงควรมีการพิจารณาศึกษาระยะเวลาและมาตรการเพื่อปิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในห้วงเวลาที่เหมาะสมเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งการประกาศระยะเวลาการปิด สัมมนาสร้างการรับรู้ และประสานไปยังผู้ประกอบการท่องเที่ยวเพื่อขอความร่วมมือและให้การสนับสนุน ซึ่งการปิดแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติยังเป็นการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปท่องเที่ยวในจังหวัดที่เป็นเมืองรองในช่วงดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1411,155,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการบรรจุข้าราชการจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล","จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ ได้มีมติ เรื่อง การเพิ่มอัตราข้าราชการตั้งใหม่ และมาตรการเพิ่มสิทธิประโยชน์อื่นสำหรับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขรองรับภาวะฉุกเฉินในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโรคโควิด ๑๙ จำนวน ๔๕,๖๘๔ ตำแหน่ง ซึ่งอนุมัติให้กับตำแหน่งพนักงานราชการ พนักงานสาธารณสุข และลูกจ้างชั่วคราว ที่มีเลขตำแหน่งแล้วบรรจุเป็นข้าราชการ จำนวน ๓ กลุ่ม คือ \\nกลุ่มบริการ กลุ่มสนับสนุน และกลุ่มนักศึกษาที่จบใหม่ ในปี ๒๕๖๓ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ ตอบแทนการทุ่มเททำงาน และป้องกันบุคลากรลาออกในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า ๒๐๑๙ แบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ ระยะที่ ๑ กลุ่มบุคลากรที่ให้บริการ จำนวน ๒๕,๐๕๑ อัตรา ภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ระยะที่ ๒ กลุ่มบุคลากรที่สนับสนุนการให้บริการ จำนวน ๕,๖๑๖ อัตรา ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป และระยะที่ ๓ กลุ่มบุคลากรที่ให้บริการหรือสนับสนุนการให้บริการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ จำนวน ๗,๔๓๘ อัตรา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ให้กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ บรรจุในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และกลุ่มที่ ๓ บรรจุในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ซึ่งการบรรจุปีงบประมาณที่แตกต่างกันนั้น มีผลให้อายุราชการแตกต่างกัน ส่งผลกระทบต่อการทำงานและสภาพทางจิตใจของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้เสนอคณะรัฐมนตรีมีมติให้บรรจุทั้ง ๓ กลุ่ม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปและในปีงบประมาณเดียวกัน",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1412,154,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","กฎหมาย","ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง","จากพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้มีการจัดตั้ง\\nกรมการขนส่งทางราง ให้มีผลวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ ให้กรมการขนส่งทางรางมีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานและความปลอดภัยทางราง กำกับการประกอบกิจการทางราง เสนอนโยบายและแผนแม่บทการขนส่งทางราง การจัดเก็บค่าโดยสาร ซึ่งขณะนี้มีเสียงเรียกร้องมาว่าค่ารถโดยสารรถไฟฟ้าหรือระบบรางนั้น น่าจะปรับลดราคาลงได้อีก แต่กรมการขนส่งทางรางไม่สามารถดำเนินการในเรื่องใดๆ ได้ เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ยังไม่ประกาศใช้เป็นกฎหมาย จึงขอปรึกษาหารือกับประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการกฤษฎีกา ขอให้ความสำคัญผลักดันเร่งรัดร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... เข้าสู่รัฐสภา เพื่อพิจารณาบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1413,153,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาอุปสรรคการเตรียมการก่อนเปิดเรียนในสถานการณ์โควิด-19","เนื่องจากได้เดินทางลงพื้นที่ไปศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรคของเตรียมการก่อนเปิดภาคเรียน ในสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งจะเปิดในวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้รับฟังความคิดเห็นจากครูและผู้บริหาร กรรมการบริหารสถานศึกษา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปกครอง และนักเรียน ของโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้นำเสนอปัญหาอุปสรรคการเตรียมการก่อนเปิดเรียน ดังนี้ ๑) การจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ น้ำยาฆ่าเชื้อ เป็นต้น กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ใช้งบประมาณที่เป็นเงินอุดหนุนในรายการที่ ๕ ซึ่งเป็นงบประมาณเกี่ยวกับการพัฒนาผู้เรียนไปพลางก่อน ซึ่งใช้จ่ายมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ เหลืองบประมาณจำนวนน้อย คาดว่าจะใช้จ่ายได้อีก ๑ - ๒ เดือน ซึ่งไม่น่าจะเพียงพอ ขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอด้วย ๒) ขอให้งดการจัดกิจกรรมการประกวดต่าง ๆ ตลอดจนการประเมินของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และเพิ่มเวลาการเรียนการสอนของครูและนักเรียน ๓) จัดสรรงบประมาณจ้างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอัตราจ้าง ระยะเวลาจ้าง ๓ – ๕ เดือน เพื่อทำหน้าที่ช่วยครูในการตรวจสุขภาพนักเรียน โดยจ้างจากนักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษา หรือคนตกงาน ๔) ขอให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้ข้อมูลที่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสาธารณสุขให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ และ ๕) ถ้าภายหลังเปิดเรียนในวันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้ว สถานการณ์โควิด-19 ไม่ดีขึ้น จำเป็นต้องปิดโรงเรียนและต้องจัดการศึกษาออนไลน์ กระทรวงศึกษาธิการได้มีการเตรียมการจัดการศึกษาออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบอย่างไร",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1414,152,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบชาวนาจากการตั้งบริษัทรับจ้างทำนาและการเช่าที่นา","ปัจจุบันความเจริญและวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ได้ทำให้ชาวนาเจ้าของที่ดิน ขายที่ดินให้แก่นายทุน และเช่าที่ดินจากนายทุนเพื่อทำนา หากข้าวราคาดี เจ้าของนาส่วนใหญ่จะเอาที่นาไปเข้ากับบริษัทรับจ้างทำนา ผลตอบแทนจะได้กับเจ้าของนาโดยตรง ซึ่งนายทุนสามารถควบคุมดูแลการทำเกษตรอุตสาหกรรมผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ ดังนั้น เกษตรกรดั้งเดิมจะไม่มีที่ดินทำกินและใช้ทำนา ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวนาอย่างยิ่ง รัฐบาลจึงควรมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้ชาวนาทำการเกษตรอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมวิชาการเกษตร และกรมการข้าว สามารถให้ความรู้และผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวแจกจ่าย\\\\\\\\nให้ชาวนา ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการสนับสนุนชาวนาอย่างจริงจัง เพื่อให้อาชีพการทำนายังคงอยู่ \\\\\\\\nและสนับสนุนให้ลูกหลานกลับมาหวงแหนที่ดินในการทำนา ได้แก่ ๑) ออกกฎหมายเช่าที่นาที่เป็นธรรม ๒) การจัดหาที่ดินให้เกษตรกรเพื่อใช้เป็นแหล่งทำกิน ๓) ส่งเสริมการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีในการผลิต และหลังการเก็บเกี่ยว \\\\\\\\nโดยการสนับสนุนทุนและเครื่องจักร เพื่อให้เกษตรกรเข้าสู่การเป็นเกษตรอัจฉริยะ ๔) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ\\\\\\\\nการทำนา โดยการจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรผู้ทำนา ทั้งในเรื่องของการใช้เครื่องจักรกล การทำนาแบบเกษตรอัจฉริยะ และ ๕) ส่งเสริมการตลาดที่เป็นธรรมกับเกษตรกร โดยคณะกรรมการข้าวในระดับจังหวัดต้องมีการติดตามการกำหนดราคาข้าวเป็นไปตามกลไกของตลาดและความต้องการของผู้บริโภคและตลาดโลก และราคาที่นำมากำหนดต้องมีความเหมาะสม เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ชาวนา",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",10,2563,"2020-06-23T00:00:00"],
    [1415,151,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","การขับเคลื่อนของปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1416,150,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1417,149,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1418,148,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การบูรณาการภารกิจสนับสนุนผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SMES) ของหน่วยงานภาครัฐ",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1419,147,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ความล่าช้าของมาตรการช่วยเหลือเยียวยาและเสริมพลังให้กับคนพิการ และกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโดโลน่า 2019",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1420,146,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยเร็ว",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1421,145,192,"พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม","กฎหมาย","การจัดการศาสนสมบัติของวัด",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1422,144,213,"พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่สำหรับการประมงชายฝั่งของพี่น้องประชาชนในเขตอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1423,143,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1424,142,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2563,"2020-06-16T00:00:00"],
    [1425,141,12,"นายเกียว แก้วสุทอ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาภัยแล้ง","พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งกักเก็บน้ำจะตั้งอยู่ห่างไกลจากไร่นาของประชาชนเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร จึงขอให้แก้ไขปัญหาโดยการสูบน้ำส่งผ่านระบบท่อให้กับประชาชนเพื่อนำน้ำไปใช้ทำการเกษตร นอกจากนี้บ่อกักเก็บน้ำที่ภาครัฐขุดให้กับประชาชนมีความลึกประมาณ ๒ - ๔ เมตร ซึ่งไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียงพอ จึงควรมีการเพิ่มความลึกของบ่อให้มีความลึกมากขึ้นเป็น ๖ - ๑๐ เมตร และขอให้มีการขุดลอกหนอง คลอง บึง เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มมากขึ้น",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1426,140,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย","การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ทำให้มีนโยบายที่จะลดหย่อนค่าเล่าเรียน ค่าบำรุงการศึกษา และค่าบริการต่างๆ ให้กับนักเรียนและนักศึกษา แต่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่งยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษา ซึ่งขณะนี้ใกล้ถึงเวลาเปิดภาคเรียนทำให้ผู้ปกครอง นักเรียนและนักศึกษามีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เร่งรัดให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1427,139,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง","ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) มีเป้าหมายสนับสนุนให้ประชาชนใช้บริการขนส่งมวลชนในการเดินทาง เพื่อลดปัญหาการจราจร มลภาวะเป็นพิษ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยรับผิดชอบการขนส่งมวลชนชานเมืองหรือสายสีแดง ซึ่งโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) บางซื่อ - รังสิต อยู่ในช่วงดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) บางซื่อ - ตลิ่งชัน \\nซึ่งสร้างเสร็จเป็นเวลา ๑๐ ปี แล้ว แต่ยังไม่เปิดให้บริการ ซึ่งการเปิดให้บริการประชาชนได้นั้น จะต้องมีการทดสอบการเดินรถอีก จำนวน ๖ เดือน หรือ ๑ ปี ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการทดสอบแต่อย่างใด ทำให้เกิดความล่าช้าในการเปิดให้บริการแก่ประชาชน และยังไม่มีความชัดเจนและความก้าวหน้า ทำให้เสียโอกาสในการลงทุน ดังนั้น ขอกราบเรียนประธานวุฒิสภาผ่านไปยังรัฐบาล ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดให้โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ดำเนินการเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็ว",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1428,138,223,"นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","เส้นทางสาย ๑๐๙๕ เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ระยะทาง ๒๐๔ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ๖ ชั่วโมง ขอให้เข้าสู่แผนแม่บทของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม","ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๙๕ เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน (แม่มาลัย - ปาย - แม่ฮ่องสอน) จากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอน เส้นทางคดเคี้ยวเป็นระยะทาง ๒๐๔ กิโลเมตร ๑,๘๖๔ โค้ง ใช้เวลาเดินทาง ๖ ชั่วโมง มีรถยนต์ใช้เส้นทางนี้เฉลี่ยวันละกว่า ๓,๐๐๐ คัน เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้ อีกทั้งเป็นช่วงฤดูฝนเส้นทางบางจุดเกิดดินสไลด์ ทำให้การเดินทางและการขนส่งพืชผลทางการเกษตรยากลำบากและใช้ระยะเวลามากขึ้น ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น จึงขอหารือประธานวุฒิสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้นำเข้าแผนแม่บทของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพื่อปรับปรุงขยายเส้นทางให้ได้มาตรฐาน โดยการออกแบบสำรวจให้ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการตัดจมูกเขา การสร้างสะพานบก เพื่อให้เดินทางได้อย่างสะดวก และลดระยะเวลาในการเดินทาง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1429,137,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดการจราจรและซ่อมบำรุงถนนพระราม ๒","ถนนพระราม ๒ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดทางภาคใต้ ตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี มีปัญหาจราจรติดขัดมาตลอด และไม่เคยว่างเว้นจากการซ่อมบำรุง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง กม. ๒๓ - กม. ๒๘ มีการขุดซ่อมผิวทางและปิดการจราจร ๓ ช่องทาง เหลือใช้งานได้เพียง ๑ ช่องทาง ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร การเดินทางกลับจากจังหวัดเพชรบุรีมายังกรุงเทพฯ ผ่านถนนพระราม ๒ ต้องใช้เวลานานกว่า ๓ ชั่วโมง จึงมีความเห็นว่าในปัจจุบันรัฐบาลได้มีการผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ให้เดินทางระหว่างจังหวัดได้ ประชาชนมีความจำเป็นต้องสัญจรโดยทางรถยนต์เพื่อประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเดินทางไปท่องเที่ยว นอกจากนี้ ถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางไปยังชะอำ - หัวหิน ตามแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก (The Royal Coast หรือ Thailand Riviera) อีกด้วย การจัดการจราจรและซ่อมบำรุงถนนพระราม ๒ จึงมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการพัฒนาประเทศ หากบริหารจัดการไม่ดี การจราจรติดขัดดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ย่อมส่งผลให้ประชาชนที่ใช้ถนนสายนี้ในการสัญจรได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งส่งผลเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1430,135,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ของกรมประมง ในพื้นที่อ่าวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช","กรณีที่กรมประมงได้ดำเนินการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ของกรมประมงขึ้น ประมาณ ๒๐ กลุ่ม แต่ละกลุ่มใช้งบประมาณจำนวนนับล้านบาท เป็นงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลที่เรียกว่า “งบปลาบึก” ทำหน้าที่ปักไม้ไผ่ในอ่าวเพื่อกันแนวเขตพื้นที่ไว้ บริเวณโดยรอบของชุมชนประมงพื้นบ้านในพื้นที่อ่าวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำมาหากินในบริเวณที่กันแนวเขตไว้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประมงพื้นบ้านในพื้นที่นั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ากรมประมงใช้อำนาจอะไรในการดำเนินการดังกล่าว โดยมีความเห็นว่ากรมประมงควรจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ปรึกษาหารือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อ่าวขนาดเล็ก รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณากรณีดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรที่ใช้ร่วมกันอย่างทั่วถึง\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1431,134,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายที่ส่งผลกระทบ ต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของประเทศ","ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่กำหนดให้สารพาราควอต (Paraquart) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๔ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ ส่งผลให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก เกษตรกร หรือผู้ขาย มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๑๐ ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งผลให้เกษตรกรที่ครอบครองต้องนำไปคืนร้านที่ซื้อมาโดยไม่ได้รับเงินคืน ร้านที่ซื้อมาต้องนำไปคืนโรงงาน โรงงานที่ผลิตหรือนำเข้ามาต้องนำไปทำลาย ซึ่งกระบวนการทั้งหมดมีระยะเวลา ๙๐ วัน ๑๒๐ วัน ๒๗๐ วัน ตามแต่สภาพของการครอบครอง นอกจากนี้กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี เป็นต้น ที่กำหนดค่าสารตกค้างจากสารเคมีดังกล่าวเป็นศูนย์ (Zero Tolerance) คือไม่ให้มีการเจือปนใดๆ เลย ในขณะที่มาตรฐานโลกหรือมาตรฐาน Cordex กำหนดให้ค่ามาตรฐานของวัตถุอันตรายเจือปนได้เท่าที่ไม่เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ ดังนั้น จึงส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งผู้ใช้ ผู้ผลิต ผู้นำเข้าสินค้าเกษตร\\\\\\\\nที่เป็นห่วงโซ่ทั้งอุปสงค์และอุปทาน โดยสินค้าเกษตรดังกล่าวเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมแปรรูปและอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งน้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารสัตว์ ขนมปัง เบเกอรี่ รวมถึงอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ซึ่งหากไม่สามารถผลิตได้จะส่งผลให้คนตกงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๓ ทำให้ผู้นำเข้าไม่สามารถนำเข้าสินค้าดังกล่าวได้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งพิจารณาประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้นำเข้าสินค้าต่างๆ ให้ทราบโดยทั่วถึงยิ่งขึ้น และเร่งพิจารณาหาสารทดแทนสินค้าเกษตรดังกล่าว เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นครัวอาหารอินทรีย์ (Organic Food Country) แห่งแรกของโลก",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1432,133,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","อื่นๆ","กรณีการย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น","กรณีการย้ายนายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ไปปฏิบัติราชการ กองบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข มีผลกระทบต่อความรู้สึกของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลขอนแก่นทุกคน และเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนโดยมีการเสนอข่าวในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกระทรวงสาธารณสุขในเชิงลบ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้สร้างชื่อเสียงในการป้องกัน ควบคุมโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยในวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา ๕ เดือน แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขได้รับคำชื่นชมจากประชาชนชาวไทยและต่างประเทศ ระบบสาธารณสุขได้รับการยอมรับว่าอยู่ในแถวหน้าของโลกมาก่อนการระบาด สามารถระงับการระบาดของโรคไม่ให้ลุกลามเหมือนนานาประเทศทั้งประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่เจริญแล้วในทวีปอื่น เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นในการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน\\\\nในประเทศไทย แพทย์ไทยและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับการปรบมือเพื่อขอบคุณ ประชาชนจำนวนมากร่วมกัน\\\\nจัดหาวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร แม้แต่ที่พักให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ฟรีในช่วงเวลาการระบาดของโรค และกำลังจะมีโครงการให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขพักฟรี กินฟรีทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเกิดความนิยมชมชอบบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งส่งผลดีในระยะยาว นอกเหนือจากการได้อัตราข้าราชการเพิ่มขึ้นกว่า ๔๕,๐๐๐ ตำแหน่ง และได้รับงบประมาณจากพระราชกำหนดกู้เงินอีก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่กล่าวมานี้กำลังจะถูกกระแสการโยกย้ายดังกล่าว \\\\nมาทำลายความเสียสละทำงานหนักเพื่อต่อสู้กับโรคโควิด-19 ที่แพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนลำบากมา \\\\nถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย ถึงแม้ว่าอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายจะเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงสาธารณสุขก็ตาม แต่ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุขได้พิจารณาแก้ไขกรณีการโยกย้ายดังกล่าวเพื่อให้เกิดความพึงพอใจของทุกฝ่าย \\\\nและไม่ให้บั่นทอนภาพลักษณ์ของแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้สร้างชื่อเสียงมาตลอด\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1433,132,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","ความเดือดร้อนของประชาชน","อนุรักษ์วิถีทะเลและชุมชนชาวจะนะ สงขลา","วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันทะเลโลก จึงขอเสนอประเด็นการอนุรักษ์วิถีทะเล ซึ่งในประเด็นดังกล่าวชุมชนชาวอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้รวมตัวกันคัดค้านโครงการ “จะนะเมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต” เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยหากมีการผลักดันเป็นเมืองอุตสาหกรรมจะส่งผลกระทบต่อชาวตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม รวมพื้นที่ 16,753 ไร่ โดยชุมชนชาวจะนะอาศัยทะเลเป็นชีวิต และทะเลก็อาศัยชุมชนในการอนุรักษ์ จึงขอให้หยุดทำลายวิถีทะเลและชุมชนชาวอำเภอจะนะ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1434,131,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","เรื่อง  การพิจารณาอนุมัติโครงการฟื้นฟูภาคการเกษตร จากผลกระทบ COVID-19","เกษตรกรเสนอโครงการไปยังกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมการข้าว โดยผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอที่มีเกษตรอำเภอเป็นประธาน และคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีเกษตรจังหวัดเป็นประธาน โดยมีระยะเวลาจำกัด และโครงการส่วนหนึ่งไม่ผ่านการพิจารณาตั้งแต่ในระดับคณะกรรมการอำเภอ เช่น โครงการจัดซื้อ\\\\nรถแทรคเตอร์ซึ่งเป็นเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อนำมาใช้ร่วมกันในระบบเกษตรแปลงใหญ่หรือศูนย์ข้าวชุมชน \\\\nแต่กลับถูกตีความว่าเป็นยานพาหนะ หรือโครงการติดตั้งปั๊มโซล่าเซลล์เพื่อสูบน้ำมาใช้ในระบบเกษตรแปลงใหญ่\\\\nหรือศูนย์ข้าวชุมชนก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะตีความว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ขอให้รัฐบาลขยายระยะเวลาในการเสนอโครงการ และสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดทำโครงการให้ตรงกันเพื่อเสนอโครงการเข้ามาใหม่ เนื่องจากโครงการลักษณะนี้เป็นงบอุดหนุน\\\\nที่ไม่ได้มีเป็นประจำ และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร หากไม่สามารถเสนอโครงการได้จะทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่ง\\\\nที่ต้องออกจากงานในภาคอุตสาหกรรมเสียประโยชน์\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2563,"2020-06-09T00:00:00"],
    [1435,130,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","เสนอรูปแบบการเตรียมการของเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราชในการฟื้นฟู เพื่อสร้างเครือข่ายรองรับการขาดแคลนอาหารและการว่างงานหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙   ","จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ทำโครงการฟื้นฟูเพื่อสร้างเครือข่ายรองรับ  การขาดแคลนอาหารและการว่างงานโดยไม่ใช้งบประมาณ โดยการเปิดรับอาสาสมัครเพื่อเป็นวิทยากรเครือข่ายในการสร้างความรู้ในการเตรียมการรองรับการขาดแคลนอาหารและการว่างงานหลังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ที่ได้จัดทำหลักสูตรระยะสั้นและต่อเนื่อง จำนวนกว่า ๒๐๐ หลักสูตร ให้แก่ประชาชนที่ตกงาน รวมทั้งผู้ที่กลับภูมิลำเนาและยังไม่มีอาชีพ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทุกจังหวัดสามารถนำไปปรับใช้ได้ โดยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบและสามารถรองรับนำไปขับเคลื่อน คือ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมเรื่องนี้ให้นำไปดำเนินการในทุกจังหวัด",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1436,129,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","กฎหมาย","ขอให้ตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ตาม  พระราชกำหนดกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ๔ คน จากภาคประชาสังคม","พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓\\\\\\\\nมาตรา ๗ กำหนดให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ จำนวน ๑๑ คน ประกอบด้วย เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน ๕ คน เป็นกรรมการ โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งนั้น ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติหรือคุณลักษณะต้องห้ามไว้ นายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งแล้ว จำนวน ๑ คน คือ นายปกรณ์  นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น จึงเหลือผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งได้อีก จำนวน ๔ คน         จึงเห็นควรแต่งตั้งบุคคลจากภาคประชาสังคม เนื่องจากเงินกู้ในส่วนที่ ๓ แผนงานหรือโครงการ           มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นั้น เป็นเงินที่ต้องลงสู่ชุมชนทั่วประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๔ คน จากภาคประชาสังคม \\\\\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1437,127,213,"พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล ว่าในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสบ\\nปัญหาขาดแคลนบุคลากรจำนวนมากมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการให้บริการแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยตำแหน่งสำคัญที่ขาดแคลน แบ่งออกได้เป็น ๓ กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ ๑ กลุ่มบริหาร ได้แก่ ปลัด รองปลัด ผู้อำนวยการกองต่าง ๆ กลุ่มที่ ๒ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และกลุ่มที่ ๓ ครูอัตราจ้าง จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดดำเนินการพิจารณาบรรจุบุคลากรในตำแหน่งที่ขาดแคลนดังกล่าวให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1438,126,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา – หนองคาย ","สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากสำหรับการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนและภาคเอกชนและเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนโครงการลงทุนต่าง ๆ เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ - หนองคาย ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง ๔ แสนล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศจีน ผ่านประเทศลาว ซึ่งในความเป็นจริงการเดินทางระหว่างประเทศสามารถใช้สายการบินราคาถูกได้หลายสายการบิน อีกทั้งรถไฟความเร็วสูงสามารถขนส่งผู้โดยสารแต่ไม่มีบริการขนส่งสินค้า และเส้นทางรถไฟไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นมีการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่แล้ว ซึ่งการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางดังกล่าวอาจไม่คุ้มค่าการลงทุน จึงเสนอให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ - หนองคาย เพื่อให้คุ้มค่าและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1439,125,64,"นายตวง อันทะไชย","นโยบายของรัฐบาล","การเปิดภาคเรียนของโรงเรียนนานาชาติในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓  ","กระทรวงศึกษาธิการกำลังเสนอให้โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเปิด   ภาคเรียนในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ ทั้งที่ทราบกันดีว่าโรงเรียนนานาชาตินั้นถือเป็นพื้นที่เสี่ยงตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ผู้เรียนในโรงเรียนนานาชาตินั้นส่วนใหญ่มาจากประเทศในเอเชียและยุโรปซึ่งเป็นประเทศเสี่ยง โดยโรงเรียนนานาชาตินั้นส่วนใหญ่สนับสนุนแนวคิดการเปิดภาคเรียนที่ยึดหลักเอกภาพทางนโยบาย หลากหลายในทางปฏิบัติ ยึดหลักในการบริหารจัดการการศึกษาใหม่ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา  ๒๐๑๙ การดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) คือ ยึดหลักการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนเป็นหลัก และยึดประโยชน์ของผู้เรียนอย่างน้อย ๒ เรื่อง คือคุณภาพของการเรียนการสอน และยึดมั่นในสุขภาพอย่างดียิ่งของผู้เรียน จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาทบทวนในเรื่องดังต่อไปนี้     \\\\n๑. ไม่ควรอนุญาตให้โรงเรียนนานาชาติเปิดภาคเรียนในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ \\\\n๒. โรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่าง ๆ สามารถจัดการศึกษาแบบเอกภาพทางนโยบายได้หรือไม่ กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถเรียนเต็มหลักสูตร เต็มเวลา มีประสิทธิภาพ ทั่วถึง มีคุณภาพ สามารถรักษาควบคุมโรคระบาดได้ประกอบด้วย การรักษาระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย วัดไข้",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1440,124,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","กรณีการกระทำผิดของครูเกี่ยวกับการข่มขืนหรืออนาจารเด็กนักเรียน","กรณีข้าราชการครูในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 5 คน ก่อเหตุข่มขืนเด็กนักเรียน ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพครู อีกทั้งทำให้ประชาชนและผู้ปกครองขาดความเชื่อมั่นในตัวครู จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ \\\\n    1. กระทรวงศึกษาธิการต้องดำเนินการลงโทษข้าราชการครูที่กระทำผิดโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมว่ากระทรวงศึกษาธิการจะไม่ละเลยต่อปัญหาดังกล่าว แต่หากผล        การสอบสวนพบว่า ไม่มีความผิดก็จะได้คืนความเป็นธรรมให้ข้าราชการครูที่ถูกกล่าวหา และไม่ต้องตกเป็นจำเลยสังคม 2. กระทรวงศึกษาธิการต้องร่วมกับโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม3. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ       การประกอบวิชาชีพ ต้องเร่งดำเนินการในส่วนของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น \\\\n4. สถาบันที่ผลิตนักศึกษาซึ่งจะไปเป็นครูจะต้องคัดกรองตั้งแต่การรับเข้าศึกษา และระหว่างการศึกษา",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1441,123,122,"พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาความเดือดร้อนของคนประจำเรือสนับสนุนแท่นผลิตปิโตรเลียมในทะเล","แท่นผลิตปิโตรเลียมในทะเลทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันที่อยู่ห่างจากฝั่งกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร จะต้องมีเรือสนับสนุนแท่นผลิตปิโตรเลียมในทะเลที่รับ – ส่งคนและสิ่งของระหว่างท่าเรือสัตหีบหรือท่าเรือสงขลากับแท่นผลิตที่อยู่กลางทะเลฝั่งอ่าวไทย และระหว่างท่าเรือระนองกับ   แท่นผลิตในเขตประเทศเมียนมาร์ที่อยู่กลางทะเลฝั่งอันดามัน การเดินทางปฏิบัติงานของเรือดังกล่าว  ทางราชการถือเป็นการเดินทางเข้า – ออกราชอาณาจักร และคนประจำเรือต้องมีหนังสือเดินทาง       ซึ่งจะต้องประทับตราเข้า – ออกประเทศทุกครั้ง แต่การเดินทางเข้าประเทศในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ รัฐกำหนดมาตรการว่าจะต้องมีใบรับรองแพทย์ และใบรับรองของสถานทูตประเทศต้นทาง คนประจำเรือที่ปกติจะทำงานกลางทะเล ๓ เดือน และขึ้นฝั่งมาพัก ๑ เดือน ไม่สามารถหาใบรับรองแพทย์ และใบรับรองของสถานทูตได้ จึงไม่สามารถเข้าฝั่งได้และไม่สามารถผลัดเปลี่ยนคนออกไปทำงานได้ จึงขอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) แก้ไขปัญหาด้วยการให้บริษัทเจ้าของเรือสามารถขอหนังสือรับรองจากกรมการกงสุลได้เมื่อเรือเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นเข้าตรวจสุขภาพ และเข้ามาตรการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ (Local Quarantine) โดยดำเนินการให้ครอบคลุมด่านทางทะเลต่าง ๆ ประกอบด้วย ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือ    ศรีราชา ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด ท่าเรือสัตหีบ ท่าเรือสงขลา และท่าเรือระนอง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1442,122,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ประกันตนและความไม่มั่นใจในความมั่นคงของระบบประกันสังคม","รัฐบาลได้มีมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แต่ประชาชนที่อยู่ในระบบประกันสังคมได้รับการจ่ายเงินชดเชยล่าช้า ซึ่งปัญหาการจ่ายเงินชดเชยล่าช้าเกิดจากความล้าสมัยของระบบคอมพิวเตอร์ ความล่าช้าในการตัดสินใจของคณะกรรมการประกันสังคม และปัญหากลไกการทำงานของภาครัฐ นอกจากนี้กระทรวงแรงงานมีแนวโน้มที่จะมีการเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคมจาก ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นเป็น ๒๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น ขอให้กระทรวงแรงงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว และชี้แจงถึงแนวนโยบายที่จะเพิ่มการเก็บเงินเข้ากองทุนประกันสังคม",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1443,121,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","แนวนโยบายและการปฏิบัติการฟื้นฟูโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวงศึกษาธิการ","กระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายที่จะยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก และไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือไม่มีการบรรจุครูแทนตำแหน่งที่ว่าง รวมทั้ง     ไม่จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเพียงพอ ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กต้องหางบประมาณด้วยการร่วมกับผู้ปกครองจัดกิจกรรมทอดผ้าป่าเพื่อหางบประมาณสนับสนุนการศึกษา จึงขอสอบถามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้  \\n๑. กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายและแนวทางปฏิบัติในการฟื้นฟู สนับสนุน และส่งเสริมการดำรงคงอยู่ของโรงเรียนขนาดเล็กที่เป็นรูปธรรมหรือไม่ อย่างไร   \\n๒. กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมความเข้มแข็งของโรงเรียน  ขนาดเล็กอย่างไร \\n๓. กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการประสานงานร่วมกับองค์กรอื่นหรือไม่ อย่างไร ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2563,"2020-05-26T00:00:00"],
    [1444,118,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","วงงานรัฐสภา","การจัดสถานที่สำหรับสูบบุหรี่บริเวณสัปปายะสภาสถาน","เนื่องจากสัปปายะสภาสถานมีผู้เดินทางติดต่อประสานงานเป็นจำนวนมาก มีทั้งผู้ที่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้สูบบุหรี่โดยไม่ให้รบกวนผู้อื่นโดยกำหนดบริเวณที่เหมาะสมและดำเนินการโดยเคร่งครัด",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1445,117,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","วงงานรัฐสภา","การรักษาความปลอดภัยบริเวณสัปปายะสภาสถาน และอาคารสุขประพฤติยังไม่มีความปลอดภัย","บริเวณชั้นจอดรถของอาคารบางชั้นสามารถขึ้นลิฟท์โดยสารไปยังห้องประชุมได้โดยมิต้องมีการแลกบัตรเพื่อแสดงตน หรือผ่านช่องทางการตรวจอาวุธสำหรับบุคคลภายนอกแต่อย่างใด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาดำเนินการกำกับดูแลความปลอดภัยของสมาชิกรัฐสภาโดยด่วน",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1446,116,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","วงงานรัฐสภา","ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณโดยรอบอาคารรัฐสภา","ในวันที่มีการประชุมวุฒิสภาและการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พบว่าก่อนและหลังการประชุมการจราจรโดยรอบบริเวณสัปปายะสภาสถานเกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและสัญจรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงขอให้ดำเนินการประสานผู้บังคับการตำรวจจราจรและผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดูแลความเรียบร้อยและเตรียมแผนป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดในวันที่มีการประชุมรัฐสภา",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1447,114,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโครงการผันน้ำลำห้วยกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรีที่มีการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หรือหลังเสร็จแต่ไม่ได้ใช้งาน","โครงการผันน้ำลำห้วยกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๖ โดยโครงการดังกล่าวเป็นความหวังประชาชนที่ในพื้นที่อำเภอหนองหญ้าไทร และอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่จะได้ใช้ประโยชน์จากน้ำที่มาจากโครงการดังกล่าว ซึ่งโครงการผันน้ำลำห้วยกระเสียวก่อสร้างมาประมาณ ๑๐ ปีเศษ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ โดยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ผู้รับเหมาก่อสร้างได้ขอขยายเวลาก่อสร้างออกไป เป็นเหตุให้ประชาชน\\\\nในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวได้ ต้องอาศัยโครงการธนาคารน้ำใต้ดินและฝายชะลอน้ำ ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำในลำห้วยกระเสียวมีเพียงร้อยละ ๒๐ เท่านั้น หากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกลงไปในคลองส่งน้ำที่ไหลมาตามลำรางข้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓๓ จะก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรงยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาเร่งรัดโครงการผันน้ำลำห้วยกระเสียวให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์โดยเร็ว",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1448,113,93,"นายบุญมี สุระโคตร","นโยบายของรัฐบาล","การเผาเศษพืชวัสดุทางเกษตร ฝุ่นละออง PM 2.5","ปัญหาการเผาเศษพืชเศษวัสดุทางการเกษตร ทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หากพิจารณาให้ละเอียดจะพบว่า ปัญหาการเผาเศษพืชบางชนิดอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้โดยเกษตรกรสามารถใช้วิธีการไถกลบฟางข้าวแทนการเผาฟางข้าวที่ทำอยู่แต่เดิม โดยการไถกลบฟางข้าวในพื้นที่เพาะปลูก ๑ ไร่ จะช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดิน ได้แก่ ไนโตรเจน (N) จำนวน ๘ กิโลกรัม ฟอสฟอรัส (P) จำนวน ๘ กิโลกรัม และโพแทสเซียม (K) จำนวน ๑๘ กิโลกรัม และหากรัฐบาลพิจารณากำหนดนโยบายให้มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับการเผาเศษพืชเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มแร่ธาตุในดินแก่เกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล กระทรวงที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดนโยบายแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1449,112,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การบริหารจัดการน้ำ","ประเทศไทยเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งเนื่องมาจากน้ำน้อยและน้ำทะเลหนุนทำให้เกษตรกรที่มีพื้นที่\\\\\\\\nใกล้ทะเลประสบปัญหาภาวะน้ำกร่อย ไม่สามารถทำการเกษตรได้ จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย \\\\\\\\nร่วมบูรณาการแก้ไขโดยด่วน และขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา แบ่งเป็น ๓ ระยะ ดังนี้ ๑. ระยะสั้น ควรจัดสรรแบ่งปันน้ำให้แก่ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือนอย่างเหมาะสม ๒. ระยะกลาง มีโครงการก่อสร้างประตูน้ำเพื่อกั้นน้ำเค็มไม่ให้เข้าพื้นที่ จัดทำฝายทดน้ำ หรือโครงการแก้มลิงในพื้นที่ที่เหมาะสม และ ๓. ระยะยาว มีโครงการก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำในพื้นที่ที่เหมาะสมให้เก็บกักน้ำได้ปริมาณมากขึ้น\\\\\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1450,111,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากการประกันรายได้จากเกษตรกร","เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศไทยยังคงเช่าที่ดินทำการเกษตรเพื่อสร้างรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งการเช่าที่ดินกว่าร้อยละ ๙๐ เกษตรกรกับเจ้าของที่ดินไม่ได้ทำสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้เกษตรกรที่เป็นผู้เช่ามักถูกเจ้าของที่ดินเอาเปรียบ เช่น ผู้เช่าที่เพื่อทำนาต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินเป็นข้าวปีละ ๒๐ - ๒๕ ถัง บางแห่งคิดค่าเช่าเป็นเงิน และเมื่อผลผลิตตกต่ำจากปัญหาภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค - บริโภค และเพื่อใช้สำหรับการเกษตร ผู้เช่าไม่มีรายได้หรือผลผลิตไปจ่ายค่าเช่า จึงจำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบเพื่อชำระค่าเช่า เป็นต้น ดังนั้น การขึ้นทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำหนดให้ ๑ ครัวเรือน สามารถขึ้นทะเบียนได้ ๑ คน ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เช่าที่ดินทำกินที่อาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากเจ้าของที่ดินบางรายเป็นผู้ยื่นขึ้นทะเบียนเอง และเมื่อภาครัฐมีนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร เจ้าของที่ดินที่ให้เช่าก็จะได้รับประโยชน์ทั้งที่ไม่ได้ประกอบอาชีพทำการเกษตรแต่อย่างใด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตรวจสอบการทำอาชีพการเกษตรของเกษตรกรผู้เช่าที่ดิน กรณีที่เจ้าของที่ดินยื่นขอใช้สิทธิขึ้นทะเบียน และให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงโดยให้ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างแท้จริง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1451,110,104,"นางประยูร เหล่าสายเชื้อ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาด้านการตลาดสินค้ากลุ่มสตรี (ผลิตภัณฑ์)","กลุ่มสตรีของแต่ละพื้นที่ได้มีการจัดทำและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ \\\\\\\\nที่ทำออกมาเพื่อจำหน่ายได้อย่างสวยงามและมีคุณภาพ แต่ส่วนใหญ่ประสบปัญหาด้านราคา และการตลาด ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้การสนับสนุนส่งเสริมด้านราคา และการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของกลุ่มสตรีในแต่ละพื้นที่\\\\\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1452,108,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำที่มีผลกระทบต่อการค้าขาย การลงทุนการท่องเที่ยว การส่งออก จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร","ปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศไทยมีการชะลอตัว สาเหตุมาจากหลายประการ เช่น ผลกระทบจากภัยแล้ง ผลกระทบจากความล่าช้าของพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประเมินแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศไทยว่า จะมีอัตราเติบโตร้อยละ ๒.๘ และลดลงเหลือร้อยละ ๒.๕ และหากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น GDP จะลดลงเหลือร้อยละ ๑.๕ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจมาให้ข้อมูลต่อสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ทราบถึงมาตรการป้องกันและแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1453,107,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการเผาอ้อยก่อนตัด กับฝุ่น PM 2.5","ปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในการตัดอ้อย ทำให้ต้องใช้วิธีการเผาอ้อยก่อนตัดส่งโรงงาน ซึ่งการเผาอ้อยจะทำให้ตัดได้ง่ายและสร้างรายได้ให้กับแรงงานตัดอ้อยได้ดีกว่าการตัดอ้อยสด \\\\nและปัจจุบันประเทศไทยมีรถตัดอ้อย จำนวน ๑,๘๐๒ คัน ราคาคันละ ๖ – ๘ ล้านบาท ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้น รัฐบาลจึงควรส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้รถตัดอ้อยเพื่อลดพื้นที่การเผาอ้อย โดยการเร่งรัดการปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับสหกรณ์การเกษตรเพื่อใช้ในการซื้อรถตัดอ้อย และเพิ่มการชดเชยให้กับเกษตรกรที่นำอ้อยสดมาขายโรงงาน พร้อมทั้งเพิ่มค่าปรับผู้ที่ทำการเผาอ้อยก่อนตัดให้สูงขึ้น\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1454,106,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ และมาตรการบริหารจัดการมันสำปะหลัง","จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ได้อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี ๒๕๖๒/๖๓ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยมีวงเงิน ๙,๖๗๑,๕๘๒,๘๐๐ บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยมีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการนี้ ๕๒๔,๐๐๐ ครัวเรือน แต่เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากโครงการประกันรายได้ของรัฐบาล จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ ๑. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินให้เกษตรกรโดยเร็ว ๒. ขอให้ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้รับทราบถึงกระบวนการขั้นตอนดำเนินการ และ ๓. ให้ดำเนินการหาวิธีป้องกันการทุจริตในรูปแบบต่างๆ ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1455,105,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","กฎหมาย","การมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง","เนื่องจากสังคมไทยมีการใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกายผู้อื่นมากขึ้น จากสถิติการใช้อาวุธปืนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีสถิติเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี ๒๕๕๘ จำนวน ๑,๗๒๙ กรณี ในปี ๒๕๕๙ มีจำนวน ๓,๓๐๐ กรณี ซึ่งประเทศไทย อยู่ในลำดับที่ ๒๓ ของโลกที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง จำนวน ๑๓ ล้านกระบอก เป็นอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายเพียง ๖ ล้านกระบอก จะเห็นว่าอาวุธปืนที่จดทะเบียนถูกต้องมีจำนวนน้อยกว่าอาวุธปืนที่ไม่จดทะเบียน จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนที่อยู่ในระบบทั้งหมด อีกทั้งจับกุมและลดการครอบครองอาวุธปืนที่ไม่จดทะเบียนให้ลดลงได้\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2563,"2020-02-18T00:00:00"],
    [1456,104,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","กรณีมติคณะรัฐมนตรีให้เพิ่มเบี้ยความพิการเฉพาะสำหรับ คนพิการที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ให้เพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท เฉพาะคนพิการที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น ซึ่งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\\\nพ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติให้มีสวัสดิการเบี้ยความพิการโดยเจตนารมณ์ไม่ได้ต้องการให้มีอัตราที่แตกต่างกัน แต่มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวทำให้เกิดความแตกต่าง ระหว่างคนพิการที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับคนพิการที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนี้ คุณสมบัติผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ทำให้ผู้พิการ\\\\nที่อายุไม่ถึง 18 ปี ไม่ได้รับเบี้ยความพิการเพิ่ม ทั้งนี้ อัตราเบี้ยความพิการที่กำหนดนั้นไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต \\\\nเป็นเพียงส่วนเสริมให้คนพิการมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นเท่านั้น ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรม ขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวน หรือชี้แจงว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อให้คนพิการได้รับเบี้ยความพิการในอัตราที่เท่าเทียมกัน\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1457,103,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","ผู้อำนวยการเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนม่าร์ ขอให้ประเทศไทยขยายเวลาเปิด – ปิด ด่านพรมแดน บริเวณอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ เทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตาก ระหว่างวันที่ ๓๐ – ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ และได้มีโอกาสพบปะหารือกับนายอูมิน อ่องแอ ผู้อำนวยการเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนม่าร์ ซึ่งจากการพบปะหารือได้รับแจ้งว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลเมียนม่าร์ได้ให้ความเห็นชอบในการขยายเวลาการปิดด่านพรมแดนบริเวณสะพานมิตรภาพไทย – เมียนม่าร์ แห่งที่ ๒ จากเดิมปิดในเวลา ๑๗.๓๐ นาฬิกา ขยายเป็นปิดเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา ซึ่งจะตรงกับเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา ตามเวลาของประเทศไทย \\nจึงขอให้ฝ่ายไทยได้ดำเนินการปรับเวลาการเปิด – ปิด ด่านพรมแดนให้สอดคล้องกัน เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศในการขนส่งสินค้าข้ามแดน สำหรับสาเหตุที่ต้องเลื่อนเวลาเปิดด่านพรมแดนออกไปอีก ๓ ชั่วโมง เพื่อให้รถบรรทุกสินค้าจากประเทศไทยที่ข้ามไปยังประเทศเมียนม่าร์มีเวลาในการขนส่งสินค้าจากจังหวัดเมียวดีข้ามกลับ\\nมายังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้มากขึ้น ซึ่งแต่เดิมนั้น หากดำเนินการขนส่งสินค้าไม่ทัน ก็ไม่สามารถค้างคืน ในประเทศเมียนม่าร์ได้ ต้องกลับประเทศไทยโดยไม่มีสินค้า นอกจากนี้ ได้รับทราบข้อมูลจากภาคเอกชนในพื้นที่ว่า ปัจจุบันรถบรรทุกสินค้าจากประเทศไทยสามารถใช้สะพานมิตรภาพไทย – เมียนม่าร์ แห่งที่ ๒ เพื่อขนส่งสินค้าไปยังประเทศเมียนม่าร์ได้ แต่ทางประเทศไทยไม่อนุญาตให้รถบรรทุกสินค้าของประเทศเมียนม่าร์เข้ามาขนสินค้าในฝั่งประเทศไทย ทำให้ภาคเอกชนเริ่มไปสร้างโกดังหรือคลังเก็บสินค้าในจังหวัดเมียวดี และโรงงานผลิตสินค้าเริ่มย้ายฐานการผลิตไปสร้างโรงงานในประเทศเมียนม่าร์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดนของประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนม่าร์ประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงขอให้กรมศุลกากร กรมการขนส่งทางบก และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันพิจารณาเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1458,102,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","มลพิษทางทัศนียภาพ","จากกรณีชาวต่างชาติรายหนึ่ง ได้อัดคลิปวีดีโอผ่านแอปพลิเคชั่น “Tiktok” ซึ่งเป็นคลิปการเปิดตู้ควบคุมสายสื่อสารที่มีสภาพเก่า ด้านล่างกลายเป็นที่ทิ้งขยะ และมีการพ่นสีด้วยข้อความต่าง ๆ โดยเมื่อเปิดตู้พบว่ามีหนูอาศัยอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก ซึ่งตู้ดังกล่าวตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก กรุงเทพมหานคร โดยพบว่าในประเทศไทยบริเวณเสาไฟฟ้ามีการติดตั้งสายไฟฟ้าและสายสื่อสารเป็นจำนวนมากและไม่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งในหลายพื้นที่ทางจังหวัดได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำโครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดิน แต่ปรากฏว่าในบางจังหวัดได้รับแจ้งจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินว่า โครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินไม่ใช่หน้าที่และอำนาจของเทศบาล ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาดังกล่าว",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1459,101,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","สถานการณ์บ้านเมือง","การไปรับคนไทยจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนกลับบ้าน","ขณะนี้สถานการณ์ไวรัสโคโรน่าถือเป็นวิกฤตของโลก ทำให้ WHO หรือ องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศให้ไวรัสโคโรน่าเป็นภาวะฉุกเฉิน จำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดทั่วโลก จำนวน ๑๗,๐๐๐ คน เสียชีวิตแล้ว จำนวน ๔๐๐ คน และประเทศไทยได้ส่งคณะแพทย์เดินทางไปที่เมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน ๑๐ คน นำโดย นายแพทย์อภิชาติ วชิรพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร เป็นหัวหน้าทีม เพื่อรับคนไทย จำนวน ๑๖๐ คน \\nกลับประเทศไทย ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ จำนวน ๑๙ คน อนุญาตให้กลับบ้านได้ จำนวน ๑๐ คน เฝ้าระวัง จำนวน ๙ คน ดังนั้น ขอให้สภาแห่งนี้ได้มีส่วนร่วมชื่นชมและกล่าวขอบคุณ ดังนี้\\n\t๑. ขอต้อนรับพี่น้องชาวไทย จำนวน ๑๖๐ คน กลับประเทศไทย ขออวยพรให้ท่านมีสุขภาพดี\\n\t๒. ขอชื่นชมและขอบคุณ แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ ที่เดินทางไปรับพี่น้องชาวไทย และขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) และอธิบดีกรมควบคุมโรค ที่ดูแลเอาใจใส่และบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี\\n\t๓. ขอส่งกำลังใจความปรารถนาดีไปยังประชาชนของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น และขอบคุณทางการจีนที่ดูแลความมั่นคงปลอดภัยไม่ให้เชื้อไวรัสโคโรน่าแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1460,100,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","อื่นๆ","การจัดการระบบชลประทานให้ทดน้ำพื้นที่สูง เพื่อการระบายน้ำให้ทั่วถึงและลดปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้ง","เนื่องจาก เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม – ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ คณะกรรมการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย พบว่า โครงการห้วยหลวงตอนล่าง สามารถดึงน้ำจากแม่น้ำโขงมาใช้เพื่อการเกษตร และอุปโภค – บริโภค ซึ่งสามารถต่อยอดได้คือ การสูบน้ำให้สูงขึ้นและนำไปกักเก็บในพื้นที่แก้มลิง และใช้วิธีระบบท่อสูบน้ำขึ้นมาใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำน้ำนั้นมาใช้เพื่อการเกษตร และเพื่อการบริโภคได้ ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้  \\\\\\\\n\t๑. ควรให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำรวมไว้เป็นองค์กรเดียวกัน และให้ขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ รวมทั้งกรมชลประทานที่อยู่ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \\\\\\\\nให้เปลี่ยนมาขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อการบริหารจัดการที่รวดเร็ว  \\\\\\\\n\t๒. ขอให้ดำเนินการสูบน้ำจากแม่น้ำไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศหรือแม่น้ำภายในประเทศ โดยให้สูบขึ้นไปพื้นที่สูงและปล่อยลงมาตามระบบชลประทาน เช่น สูบน้ำขึ้นไปที่เขื่อนจุฬาภรณ์ จังหวัดชัยภูมิ เขื่อนห้วยหลวง จังหวัดอุดรธานี และเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และหลังจากนั้นปล่อยกระจายลงมาตามระบบชลประทานให้ทั่วถึงทั้งประเทศ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1461,99,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","ระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๓","สืบเนื่องจากประธานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ออกระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๘ ก ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ เป็นต้นไป โดยกรณีดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวในสื่อสารมวลชนและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนถึงความเหมาะสมของการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อ ๘ ของระเบียบดังกล่าว กำหนดว่า“ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับคู่สมรสได้เฉพาะกรณีที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคู่สมรส ให้เบิกได้ในอัตราเดียวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน” ซึ่งกรณีดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรของรัฐ เพราะกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถที่จะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับคู่สมรสของตนเองได้ ตามระเบียบซึ่งออกโดยผู้ตรวจการแผ่นดินเอง ทั้งที่คู่สมรสของผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการแต่อย่างใด แต่กลับมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ในอัตราเดียวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นการใช้อำนาจทางบริหารและใช้จ่ายงบประมาณซึ่งเป็นเงินของแผ่นดิน มิใช่การใช้หน้าที่และอำนาจโดยตรงขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ขอให้วุฒิสภาใช้กลไกกรรมาธิการของวุฒิสภา คือ คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบการออกระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดินดังกล่าว","คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ วุฒิสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1462,98,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","ยาเสพติด","สืบเนื่องจากได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ทราบว่า ในปัจจุบันประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหายาเสพติดระบาดอย่างหนัก ทั้งที่ภาครัฐได้ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังมาโดยตลอด ดังเห็นได้จากเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง แต่ปรากฏว่าการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มียาเสพติดจำนวนล้านเม็ดขึ้นไป กลับเพิ่มจำนวนมากขึ้นหลายเท่า สะท้อนให้เห็นว่าลำพังเพียงมาตรการปราบปรามแต่เพียงอย่างเดียวยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ดังนั้น ภาครัฐจึงควรพิจารณามาตรการป้องกันปัญหายาเสพติด ด้วยการให้การศึกษาแก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ให้มีความรู้เท่าทันปัญหายาเสพติด ไม่ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติดให้โทษ หากภาครัฐมีมาตรการป้องกันปัญหายาเสพติดที่มีประสิทธิภาพ ย่อมสามารถยับยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ มาตรการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้กลับมาเป็นคนดีของสังคมก็เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่มีความสำคัญ ซึ่งภาครัฐควรมีมาตรการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจร รวมทั้งควรมีการประชาสัมพันธ์มาตรการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง จะช่วยลดปัญหายาเสพติดระบาดลงได้อย่างเป็นรูปธรรม\\\\\\\\n","กระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",17,2563,"2020-02-04T00:00:00"],
    [1463,97,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาตู้ ATM แบบจอสัมผัส (Touch Screen)","เนื่องจากปัจจุบันธนาคารหลายแห่งได้นำตู้ ATM แบบจอสัมผัส (Touch Screen) มาให้บริการสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้คนพิการทางการมองเห็นไม่สามารถใช้บริการตู้ ATM ดังกล่าวด้วยตนเองได้ จำเป็น ต้องอาศัยบุคคลอื่นให้ทำธุรกรรมทางการเงินแทน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินและความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากบุคคลอื่นสามารถรับทราบข้อมูลทางการเงิน จึงเสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะกำกับดูแลสมาคมธนาคารไทยได้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน","ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1464,96,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การควบคุมการแพร่ระบาดไวรัส CORONA 2019","การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส CORONA 2019 รัฐบาลได้เตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อบริหารจัดการกับสถานการณ์การแพร่ระบาดแล้ว จึงเสนอให้รัฐบาลควรตั้งงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของศูนย์ดังกล่าว และควรจัดทำแผนสำรองไว้หลายแผนหากการแพร่ระบาดไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ยังพบเห็นการส่งข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือข่าวสารปลอม (Fake News) เป็นจำนวนมาก จึงเสนอให้จัดตั้งศูนย์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส CORONA 2019 ที่ถูกต้อง รวมถึงเฝ้าระวังและตอบโต้ข่าวสารปลอม พร้อมทั้งขอความร่วมมือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งควบคุมสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ และสื่อมวลชน โดยขอความร่วมมือให้ตรวจสอบไม่ให้มีการเผยแพร่ข่าวสารปลอม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1465,95,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓","กรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยื่นความเห็นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นโมฆะหรือไม่ กรณีเกิดปัญหาการลงคะแนนแทนกันในการลงมติการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะนัดประชุมในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๓ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งในระหว่างรอผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น รัฐบาลควรมีการอนุมัติขยายกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไปพลางก่อน จากเดิมร้อยละ ๕๐ เป็นร้อยละ ๗๕-๘๐ เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินงานของภาครัฐ และรัฐบาลควรมีการเตรียมเอกสารไว้ล่วงหน้าในการชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1466,94,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","การจัดเก็บข้อมูลผู้ประสบภัยหรือเสียชีวิตบนถนน","จากการจัดเก็บข้อมูลผู้ประสบภัยหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนมีการจัดเก็บหลายหน่วยงานและข้อมูลไม่ตรงกัน จึงเสนอให้แต่ละจังหวัดเป็นฐานข้อมูลหลักในการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อจัดเก็บสถิติข้อมูลผู้ประสบภัยหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนน โดยให้การจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงกันได้จากหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงภาคเอกชน เช่น บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เป็นต้น","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1467,93,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","กฎหมาย","ขอให้กรมทางหลวงปรับเปลี่ยนเขตความรับผิดชอบถนนในพื้นที่อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช","จากการรับฟังปัญหาจากประชาชนทราบว่า ในพื้นที่อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช เส้นทางถนนบ่อล้อ-ลำทับ (ทางหลวงหมายเลข ๔๑๕๑) เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช-จังหวัดตรัง-จังหวัดกระบี่ มีความยาวประมาณ 99 กิโลเมตร และถนนสายดังกล่าวซึ่งผ่านพื้นที่ของอำเภอบางขันอยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราชและแขวงทางหลวงชนบทกระบี่ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่มีไฟสัญญาณจราจร ส่งผลให้รถที่วิ่งบนถนนใช้ความเร็วสูงประชาชนในพื้นที่เดินทางสัญจรด้วยความลำบากต้องกลับรถไกล และไหล่ทางมีปัญหา จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทพิจารณาให้ถนนบ่อล้อ-ลำทับ (ทางหลวงหมายเลข ๔๑๕๑) ช่วงอำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราช เพื่อให้เกิดเอกภาพในการแก้ไขปัญหาการจราจรและการซ่อมแซม","กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1468,91,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหานกปากห่างทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวสวนผลไม้","การลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ณ อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร พบว่าปัญหานกปากห่างมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเข้าไปกินผลไม้ในสวนลำไยและสวนมะม่วง สร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดอ่างทองเป็นอย่างมาก อีกทั้ง นกปากห่างเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. ๒๕๓๕ ตามกฎกระทรวง กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๔๖ ลำดับที่ ๖๑๖ คือ ห้ามล่า พยายามล่า ห้ามค้า ห้ามนำเข้าหรือส่งออก ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประชาชนจึงไม่กล้าดำเนินการใดๆ จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยอาจดำเนินการคุมกำเนิดประชากรนกปากห่างตามขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้อง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1469,90,104,"นางประยูร เหล่าสายเชื้อ","กฎหมาย","กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี","การเดินทางลงพื้นที่พบประชาชนร่วมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส และคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา พบว่า กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีซึ่งเป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพแก่กลุ่มสตรีโดยให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิกเพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวนั้น ที่ผ่านมาภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบอุทกภัยและภัยแล้งอย่างต่อเนื่องทำให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย เป็นเหตุให้สมาชิกที่กู้ยืมเงินจากกองทุนฯ ผิดนัดชำระหนี้ต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก ดังนั้นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้เสนอปัญหาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบและได้รับพิจารณาให้ปรับลดดอกเบี้ยผิดนัดลง คงเหลือในอัตราร้อยละ ๑ ต่อปี\\\\n \t\tทั้งนี้ หลักเกณฑ์การชำระเงินกู้ให้กองทุนฯ ที่กำหนดให้สมาชิกต้องชำระหนี้ปีละ ๒ ครั้ง เป็นภาระต่อสมาชิกเป็นอย่างมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับแก้หลักเกณฑ์การชำระหนี้เป็นปีละ ๑ ครั้ง เพื่อช่วยสร้างความเข้มแข็งแก่กลุ่มสตรีให้สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้อย่างมีความสุข\\\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1470,89,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","สถานการณ์บ้านเมือง","การเตรียมการสำหรับการระบาดรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (CORONA 2019) ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข","การแพร่ระบาดรุนแรงของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ CORONA 2019 ซึ่งเริ่มที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อ จำนวน ๔,๑๙๓ คน เสียชีวิต จำนวน ๑๐๖ คน กลับบ้านได้ จำนวน ๕๘ คน และได้แพร่ระบาดในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐสิงคโปร์ ราชอาณาจักรกัมพูชา เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเป้าหมายที่คนจีนจากเมืองอู่ฮั่นต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดโดยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในประเทศไทยมีผู้ป่วย จำนวน ๘ คน เป็นคนจีน ๗ คน คนไทย ๑ คน แม้ยังไม่รุนแรงมาก แต่จากการที่รัฐบาลจีนได้เตรียมการรองรับสถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรงของไวรัสดังกล่าว โดยปรับสภาพโรงพยาบาล ๒๔ แห่ง และก่อสร้างโรงพยาบาลสนาม จำนวน ๒ แห่ง โดยแห่งที่ ๑ มีเตียงผู้ป่วย จำนวน ๑,๐๐๐ เตียง และแห่งที่ ๒ มีเตียงผู้ป่วย จำนวน ๑,๓๐๐ เตียง ใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง ๖ วัน และ ๑๔ วันตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไทยควรเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว ถึงแม้ว่าการปรับสภาพโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าวอาจดำเนินการได้ค่อนข้างยากอันเนื่องมาจากมีภารกิจต้องรองรับผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก แต่ในอดีตกรมควบคุมโรคมีประสบการณ์และศักยภาพในการบริหารจัดการควบคุมโรคระบาด เช่น โรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome: SARS) และโรคไข้หวัดนก (Avian Influenza) ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (H1N1) มาแล้ว และเชื่อว่าประเทศไทยสามารถระดมจิตอาสา จัดหาพื้นที่รวมทั้งงบประมาณสนับสนุนเพื่อใช้แก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวได้ จึงขอให้พิจารณาเตรียมการวางแผนรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงของไวรัสสายพันธุ์ CORONA 2019","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1471,88,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครด้วยระบบ ITS (ITS-Intelligent Traffic System)","สืบเนื่องจากปริมาณรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในกรุงเทพมหานครมีจำนวนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ ๑ ล้านคัน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดถึงขั้นวิกฤติ ทั้งนี้ได้มีการศึกษาและเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นจำนวนกว่า ๓๐ มาตรการ หลายมาตรการเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากหรืออาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน จากการศึกษาข้อมูล พบว่า มาตรการที่มีความเป็นไปได้และเหมาะสมที่สุดคือ ระบบการจราจรอัจฉริยะ (ITS - Intelligent Traffic System) โดยสัญญาณไฟจราจรในกรุงเทพมหานครมีประมาณ ๔๖๐ แห่ง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร แต่การควบคุมสัญญาณไฟจราจรอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ในแต่ละวันต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจำนวน ๕๐๐ กว่านาย หากมีการนำระบบ ITS ไปใช้จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจราจรด้านอื่นต่อไป ทั้งนี้ ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัตินี้จะใช้กล้องวงจรปิดบริเวณทางแยกที่มีไฟสัญญาณจราจรเชื่อมข้อมูลการจราจรและอุบัติเหตุบนถนนไปยังศูนย์ควบคุมกลางเพื่อตรวจสอบสภาพการจราจรโดยรวม ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนอย่างต่อเนื่องได้ทันท่วงที จึงขอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดโดยใช้ระบบ ITS โดยด่วน เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของผู้ใช้ถนนในกรุงเทพมหานคร","ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1472,87,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการแก้ไขปัญหาการเผาอ้อย","๒๓ มกราคม ๒๕๖๓ มีปริมาณอ้อยสดร้อยละ ๕๐.๖ ปริมาณอ้อยไฟไหม้ร้อยละ ๔๙.๓๗ และจากสถิติย้อนหลังไปถึง พ.ศ. ๒๕๔๒ เห็นว่าโรงงานอ้อยและน้ำตาลบริหารจัดการอ้อยด้วยการเผา เพราะบางปี มีปริมาณอ้อยไฟไหม้มากกว่าร้อยละ ๖๐ ซึ่งหากรัฐบาลต้องการลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ควรควบคุมการเผาอ้อยอย่างเข้มงวด รวมถึงควบคุมการบริหารจัดการคณะกรรมการอ้อยซึ่งมี ๓ คณะ ได้แก่ คณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน คณะกรรมการระดับท้องถิ่น ซึ่งมีเกษตรจังหวัดเป็นประธาน และคณะกรรมการบริหารกองทุน (กท.) มีผู้แทนส่วนราชการจาก ๖ หน่วยงาน คือ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง ปัจจุบันยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน (กท.) ชุดใหม่ จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการพิจารณาเรื่องต่างๆ กล่าวคือ เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยได้ยื่นขอกู้เงินจากกองทุนฯ เพื่อจัดซื้อรถตัดอ้อยจำนวนหลายร้อยคันแต่ได้รับการอนุมัติ จำนวน ๘๙ คัน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาเร่งรัดการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุน (กท.) ชุดใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและเพื่อลดสาเหตุการก่อมลพิษจากฝุ่น PM 2.5","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2563,"2020-01-28T00:00:00"],
    [1473,86,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","อื่นๆ","กรณีวัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร","ปัญหาความขัดแย้งที่วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร เริ่มต้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่มีพระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดพิจิตรต้องการนำพระที่จัดสร้างขึ้นมาจำหน่ายที่วัดบางคลานแต่เป็นการผิดระเบียบของวัด คณะกรรมการจึงไม่อนุญาต ทำให้เกิดความไม่พอใจ อีกทั้ง พระรูปดังกล่าวได้ขอเงินจากวัดบางคลานหลายครั้ง ครั้งล่าสุดจำนวน ๒ ล้านบาท แต่คณะกรรมการของวัดมีมติไม่ให้เงินตามที่ร้องขอ จึงต้องการจะปลดอดีตเจ้าอาวาส โดยให้ประชาชนเขียนหนังสือร้องเรียนอดีตเจ้าอาวาสต่อมหาเถรสมาคม ๒๕ ข้อ แต่เมื่อได้มีการสอบสวนแล้วพบว่าอดีตเจ้าอาวาสไม่มีความผิดตามที่ถูกร้องเรียน ต่อมาได้มีการให้อดีตเจ้าอาวาสออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้งพระรูปอื่นรักษาการตำแหน่งเจ้าอาวาส จึงเกิดปัญหาระหว่างรักษาการเจ้าอาวาสกับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งการใช้เงินของวัดจำนวน ๑๒๐ ล้านบาทโดยไม่สามารถชี้แจงได้ นอกจากทรัพย์สินแล้วประชาชนยังมีความห่วงใยต่อวัตถุโบราณของวัดบางคลานที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุไว้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2562,"2019-12-23T00:00:00"],
    [1474,85,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","ปัญหาการจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคในการจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ อย่างมีประสิทธิภาพและทันกำหนดเวลา ประกอบด้วย\\n ๑. พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎกระทรวง ระเบียบ รวมทั้งประกาศที่เกี่ยวข้องมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติจำนวนมากสำหรับที่ดินแต่ละรายแต่ละแปลง อีกทั้ง มีหลายฉบับที่ยังอยู่ในขั้นตอนการประกาศใช้\\n ๒. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งมีเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบขนาดใหญ่ การที่ต้องใช้ฐานข้อมูลใหม่ทั้งหมดทำให้สำรวจและประเมินภาษีไม่ทัน\\n ๓. สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรูปแบบที่แตกต่างจากบัญชี ประเภทสิ่งปลูกสร้างของกรมธนารักษ์ ทำให้เกิดความขัดแย้งในการกำหนดประเภทกับเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง\\n๔. ข้อมูลที่กรมที่ดินส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่มีการระบุว่าเป็นข้อมูลเมื่อใด รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทำให้ตรวจสอบได้ยากในการใช้เป็นฐานคำนวณภาษี\\n๕. การดำเนินการต่าง ๆ มีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกือบทุกขั้นตอน ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความวิตกกังวลอย่างมากในการปฏิบัติงาน\\nการที่รัฐบาลขยายเวลาการจัดเก็บภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นระยะเวลา ๔ เดือน สามารถแก้ไขปัญหาได้ส่วนหนึ่ง แต่สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เขตความรับผิดชอบขนาดใหญ่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทัน จึงขอให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย หาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ","กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2562,"2019-12-23T00:00:00"],
    [1475,83,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเตรียมการแก้ปัญหาจราจรติดขัดช่วงเทศกาลปีใหม่","ช่วงวันหยุดเทศกาลต่อเนื่องของทุกปี การใช้เส้นทางสัญจรของประชาชนจะประสบกับปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในปีนี้มีการก่อสร้างถนนหลายเส้นทาง เช่น สายใต้มีการก่อสร้างบริเวณถนนพระราม ๒ สายตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงเทศกาลจะมีการจราจรติดขัดบริเวณกิโลเมตร ที่ ๒๔ – ๓๐ (แก่งคอย – มวกเหล็ก) และกิโลเมตร ที่ ๓๕ – ๓๙ มีการก่อสร้างสะพานกลับรถและขยายผิวจราจร ทำให้การจราจรติดขัด ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือแล้ว แต่ยังแก้ไขปัญหาไม่เรียบร้อย จึงขอให้กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการคืนพื้นผิวจราจรโดยเร็ว","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2562,"2019-12-23T00:00:00"],
    [1476,82,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ปัญหาราชทัณฑ์กับมาตรการต่อเนื่อง","ปัจจุบันประเทศไทย มีนักโทษทั้งสิ้น จำนวน ๓๖๘,๒๙๒ คน สูงเป็นอันดับ ๖ ของโลก มากกว่าร้อยละ ๗๐ เป็นคดียาเสพติด เรือนจำแต่ละแห่งนักโทษต้องอาศัยอย่างแออัด โดยกรมราชทัณฑ์มีแนวทางแก้ไขปัญหานักโทษล้นคุก ดังนี้ ๑. การติดกำไลข้อเท้า ๒. การพักการลงโทษ และ ๓. การลดวันต้องโทษจำคุก ดังนั้น ขอเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\\n๑. ขอให้ทบทวนบทบาทของคณะกรรมการราชทัณฑ์ในการพิจารณาพักการลงโทษ และการลดวันต้องโทษให้สอดคล้องกับหลักสากล และให้ผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาเพื่อพักการลงโทษ และลดวันต้องโทษให้มีความเหมาะสมรัดกุมยิ่งขึ้น ๒. ขอให้เร่งรัดผลักดันการพิจารณาร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดที่เคยเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติแต่ยังไม่ผ่านการพิจารณา โดยให้รัฐบาลเสนอร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อรัฐสภาอีกครั้ง",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2562,"2019-12-23T00:00:00"],
    [1477,81,159,"นายวันชัย สอนศิริ","วงงานรัฐสภา","การปฏิรูปประเทศ","รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๐ ให้วุฒิสภามีหน้าที่และอํานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ซึ่งการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูป ได้มีการดำเนินการวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว และจะมี Big Rock ในเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนั้น เพื่อเป็นการขับเคลื่อนควบคู่กัน ขอให้วุฒิสภาดำเนินการดังนี้\\\\\\\\\\\\\\\\n ๑. ขอให้คณะกรรมาธิการทุกคณะที่เกี่ยวข้องกับการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ได้รายงานผลการดำเนินการต่อวุฒิสภา\\\\\\\\\\\\\\\\n ๒. เชิญคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ และกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๑ ด้าน มาถกแถลงร่วมกับวุฒิสภา การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ประชาชนได้เห็นผลงานและรับรู้ รับฟัง และมีส่วนร่วม อันจะทำให้การปฏิรูปประเทศเกิดผลสัมฤทธิ์ ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา หรือนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป\\\\\\\\\\\\\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2562,"2019-12-23T00:00:00"],
    [1478,80,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","วงงานรัฐสภา","การปรับแผนการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๗๐ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติ วันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒","เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๐ ให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ ได้เห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอในการปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายคณะกรรมการปฏิรูปประเทศดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบระยะเวลาของกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนสำคัญคือ ให้ปรับกิจกรรมที่เข้าข่ายการปฏิรูปที่มิได้เป็นภารกิจปกติของหน่วยงาน คัดเลือกเฉพาะกิจกรรมการปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยยะสำคัญหรือที่เรียกว่า Big Rock โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้งในภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร จำนวน ๔ ครั้ง และ สศช. จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ จึงขอให้วุฒิสภาปรับแผนการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ โดยการเชิญรัฐบาล สศช. และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง ๑๑ ด้าน ร่วมกันหารือและรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกวุฒิสภาว่าควรมีการปรับแผนหรือมีหลักการเลือก Big Rock อย่างไร และให้บรรจุเรื่องดังกล่าวในระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภาในวันอังคารหรือนำเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาเพื่อพิจารณา","คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",9,2562,"2019-12-23T00:00:00"],
    [1479,79,195,"นายสมชาย แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาขยะพลาสติก","รัฐบาลได้รณรงค์ให้ห้างสรรพสินค้าและประชาชนงดใช้ถุงพลาสติก ส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกลดลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตอบกระทู้ถามด้วยวาจา\\\\nในประเด็นการนำเข้าขยะรีไซเคิลว่า ประเทศไทยจะงดการนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศภายในสิ้นปี พ.ศ. ๒๕๖๓ แต่ขณะเดียวกันปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่าประเทศมาเลเชียได้มีการส่งขยะพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ\\\\nกลับไปยังประเทศต้นทาง จำนวน ๑๕๐ ตู้คอนเทนเนอร์ หรือ ๓,๗๓๗ เมตริกตัน ประกอบด้วย ส่งกลับไปประเทศฝรั่งเศส จำนวน ๔๓ ตู้คอนเทนเนอร์ ส่งกลับไปประเทศสหราชอาณาจักร จำนวน ๔๒ ตู้คอนเทนเนอร์ ส่งกลับไปประเทศ\\\\nเเคนาดา จำนวน ๑๗ ตู้คอนเทนเนอร์ และส่งกลับไปประเทศสเปน จำนวน ๑๐ ตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนที่เหลือจะถูกส่งไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งประเทศไทยควรส่งกลับขยะพลาสติกไปยังประเทศต้นทางเช่นเดียวกับประเทศมาเลเชีย โดยขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมศุลกากร ทำงานร่วมกันในการตรวจจับขยะพลาสติกที่นำเข้าจากต่างประเทศ และรัฐบาลต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนในการส่งกลับขยะพลาสติกไปยังประเทศต้นทาง\\\\n","เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1480,78,195,"นายสมชาย แสวงการ","วงงานรัฐสภา","ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และภายในอาคารรัฐสภา","เลขาธิการวุฒิสภาได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดห้องประชุมวุฒิสภา\\\\nก่อนเปิดประชุมวุฒิสภาตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา ซึ่งจากการวัดปริมาณฝุ่นละอองในห้องประชุมวุฒิสภาขณะนี้อยู่ในระดับ ๓๕ - ๓๖ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย แต่บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินวัดค่าฝุ่นละอองได้ ๑๘๐ - ๑๘๘ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และบริเวณด้านข้างอาคารรัฐสภาวัดค่าฝุ่นละอองได้ ๑๗๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จึงขอให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเช่าเครื่องฟอกอากาศเพื่อนำมาติดตั้งภายในบริเวณอาคารรัฐสภา พร้อมทั้งประสานกับบริษัทรับเหมาก่อสร้างเพื่อล้างทำความอาคารจอดรถและบริเวณรอบอาคารรัฐสภาทุกวัน นอกจากนี้ในห้องประชุมวุฒิสภาบริเวณผนังด้านหลังที่นั่งของประธานวุฒิสภาเป็นผนังปูนเปลือยที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากการถูกตัดงบประมาณ ดังนั้น ขอให้รัฐสภาดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว","เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1481,77,159,"นายวันชัย สอนศิริ","กฎหมาย","ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน","ราคายาของโรงพยาบาลเอกชนมีราคาแพงและมีการสั่งจ่ายยาให้กับผู้ป่วยมาก\\\\nเกินความจำเป็น ทำให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาตรการควบคุมราคายา เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของโรงพยาบาลเอกชน แต่มาตรการ ดังกล่าวสามารถควบคุมกำกับดูแลได้เพียงบางโรงพยาบาลเท่านั้น ซึ่งยังมียา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์อีกหลายรายการที่ยังไม่สามารถควบคุมราคาได้ ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมกับผู้บริโภคที่ใช้บริการทางการแพทย์ จึงขอให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มมาตรการกำกับดูแลให้ทั่วถึง และควรมีมาตรการให้โรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมโครงการทุกโรงพยาบาล\\\\n","กระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1482,76,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","การดำเนินการแก้ไขปัญหาเผาอ้อยเร่งด่วน","กระทรวงอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดกำแพงเพชร ได้จัดให้เกษตรกรร่วมโครงการขอสนับสนุนสินเชื่อเครื่องจักรกลการเกษตรประเภทรถบรรทุกหรือรถแทรกเตอร์ คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๔ ต่อปี ในวงเงิน จำนวน ๓ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ แก้ไขการขาดแคลนแรงงาน และลดปัญหาการเผาอ้อย ซึ่งวงเงินดังกล่าวนั้น ไม่เพียงพอต่อการให้เกษตรกรกู้ยืมเงิน เนื่องจากรถอ้อย จำนวน ๑ คัน มีราคาตั้งแต่ ๘ ล้านบาท ถึง ๑๓ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอหารือประธานวุฒิสภาผ่านไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อขอให้แก้ไขงบประมาณที่อนุมัติ จำนวน ๓ ล้านบาท เป็น ๘ - ๑๐ ล้านบาท อีกทั้ง การเผาอ้อยเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและเกิดหิมะดำ ทำให้ประชาชนจังหวัดกำแพงเพชรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก\\\\n","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1483,74,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขอให้ตั้งงบประมาณชดเชยรายได้ที่หายไป","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหา ณ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำปาง ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๑๘ มกราคม ๒๕๖๓ และได้รับทราบปัญหาจากเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และเทศบาลตำบลเกาะคา จังหวัดลำปาง เกี่ยวกับปัญหาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คาดว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ลดลงไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากเดิม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่ ปีละประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยในเบื้องต้น กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มรายการตั้งงบประมาณชดเชยในส่วนภาษีที่คาดว่าจะจัดเก็บได้น้อยลงในคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีกำหนดส่งภายในเดือนมกราคม ๒๕๖๓ แต่ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งยกเลิกรายการขอตั้งงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าว ซึ่งหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณชดเชยดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อโครงการ/แผนงาน และการจัดทำบริการสาธารณะ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกาลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๓ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗ ตอนที่ ๕ ก ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓) กำหนดให้ลดภาษีตามที่บัญญัติให้มีการจัดเก็บตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมาตรา ๓ กำหนดให้ลดภาษีในอัตราร้อยละ ๕๐ ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ๓ ประเภท \\\\nและมาตรา ๔ กำหนดให้ลดภาษีในอัตราร้อยละ ๙๐ ของจำนวนภาษีที่จะต้องเสียสำหรับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ๑๐ ประเภท ซึ่งที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการลดภาษีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นทรัพย์สินของนิติบุคคล และเอกชนผู้ประกอบธุรกิจ จะส่งผลให้การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดน้อยลงไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการจัดทำบริการสาธารณะและส่งผลกระทบต่อประชาชนเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\\\n","นายกรัฐมนตรี และ กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1484,73,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","นโยบายของรัฐบาล","โครงการสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน","โครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังเกาะสมุย และเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยว\\\\nอย่างยั่งยืนนั้น เห็นว่าข้อเสนอดังกล่าวมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีปัจจัยเอื้ออำนวยต่อการสร้างสะพานดังกล่าวหลายประการ ประกอบด้วย\\\\n๑. ระยะทางระหว่างอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีระยะทางสั้นเพียง ๑๖ - ๑๘ กิโลเมตรเท่านั้น\\\\n๒. เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในบริเวณอ่าวไทยในช่วงโลว์ซีซั่น (Low Season)\\\\n๓. ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภคไปยังเกาะสมุย และเกาะพะงัน\\\\n๔. ทำให้การเดินทางไปยังเกาะสมุยและเกาะพะงันมีความสะดวก เดินทางได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง\\\\nโดยในปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนิยมการท่องเที่ยวบนเกาะสมุย และเกาะพะงัน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวเอเชียนิยมการท่องเที่ยวบนฝั่งอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เช่น กลุ่มผู้ประกอบกิจการเรือเฟอร์รี่ อาจมีการชักชวนให้มาร่วมลงทุนและสนับสนุนได้ ทั้งนี้ สะพานดังกล่าวจะช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการเติบโตและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ \\\\nจึงขอให้รัฐบาลเร่งจัดทำแผนศึกษาความเป็นไปได้ รวมทั้งทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1485,72,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","มาตรฐานกล้องถ่ายรูปตรวจจับความเร็วรถยนต์บนถนนหลวง","ปัจจุบันกล้องถ่ายภาพตรวจจับรถยนต์ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดมีความคมชัดสูงถ่ายป้ายทะเบียนได้ชัดเจนมาก แต่มีข้อสังเกตว่าความเที่ยงตรงแม่นยำของเครื่องตรวจจับความเร็วเกินกำหนดนั้นมีมาตรฐานหรือไม่ เนื่องจากประชาชนที่ถูกใบสั่งให้ไปชำระค่าปรับนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้ จึงขอสอบถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนี้\\\\\\\\\\\\\\\\n \t๑. กล้องถ่ายภาพตรวจจับความเร็วมีอายุการใช้งานเท่าใด และได้ดำเนินการตรวจสอบความเสื่อมสภาพหรือไม่\\\\\\\\\\\\\\\\n \t๒. ความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง กรณีฝนตกมีสายไฟรั่วหรือไม่ มีกระแสไฟฟ้ารัดวงจรหรือไม่ \\\\\\\\\\\\\\\\nมีวิธีการป้องกันความเสื่อมสภาพและตัววัดค่าการตรวจจับความเร็วเกินกำหนดอย่างไร\\\\\\\\\\\\\\\\n \t๓. ความแม่นยำในการตรวจจับความเร็วเกินมาตรฐานนั้นคงที่หรือไม่\\\\\\\\\\\\\\\\n \tจึงขอเสนอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการส่งใบแจ้งให้ชำระค่าปรับจากการขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็วเกินกำหนด ไปพร้อมกับใบรับรองคุณภาพความแม่นยำของอุปกรณ์ตรวจจับความเร็วประจำปีทุกครั้ง เพื่อยืนยันมาตรฐานความเที่ยงตรงให้เกิดความน่าเชื่อถือต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน","สำนักงานตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1486,71,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","นโยบายของรัฐบาล","ผลกระทบของการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี","เกษตรกรมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี จำนวน ๑.๕ ล้านตัน แต่รัฐบาลสามารถตอบสนองได้เพียง ๓๐๐,๐๐๐ ตันเศษ และส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐานจริงๆ เห็นได้จากในหลายปีที่ผ่านมาข้าวหอมมะลิไทยเคยได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้าวหอมมะลิกัมพูชาได้รับรางวัลชนะเลิศ และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ประเทศเวียดนามได้รับรางวัลชนะเลิศ สาเหตุที่คุณภาพพันธุ์ข้าวหอมมะลิไทยตกต่ำอันเนื่องมาจากขาดการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมะลิ และขาดการสนับสนุนการวิจัย เมื่อประสบภัยแล้งหรืออุทกภัยอาจทำให้\\\\\\\\nได้ข้าวหอมมะลิคุณภาพต่ำ มีเมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพปน อีกทั้งมิได้มีการวิจัยเพื่อปรับปรุงคุณภาพข้าวอย่างสม่ำเสมอ จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมมะลิของไทยให้มีคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอ\\\\\\\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1487,70,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ การโอนศึกษานิเทศก์ ฝ่ายตรวจสอบภายใน และไอซีที ไปสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด","เมื่อวันที่ 17 มกราคม ๒๕๖๓ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วยศึกษานิเทศก์ \\nฝ่ายตรวจสอบภายใน กลุ่มงานนิติการ และไอซีที จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศได้แต่งชุดดำนัดรวมตัวกัน เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานที่จะดำเนินการโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าวไปสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นความผิดพลาดเหมือนกรณีที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 ที่ตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นหน่วยงานใหม่ในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผลให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแยกออกเป็น 2 ส่วน สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะมีประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการศึกษา ดังนี้\\n\t๑. หากโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จะส่งผลต่อการยอมรับของโรงเรียนในการปฏิบัติงาน เพราะสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดไม่มีโรงเรียนอยู่ในสังกัด\\n        ๒. หากโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จะทำให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขาดบุคลากรที่จะปฏิบัติหน้าที่ทำให้ไม่สามารถพัฒนาโรงเรียนได้\\n        ๓. ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด\\nดังนั้น ขอเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาสิ่งใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ไม่สร้างความขัดแย้งและทำให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาไม่ก้าวหน้า ควรคิดว่าจะจัดการศึกษาอย่างไรให้สนองตอบต่อยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปการศึกษา จะส่งเสริมด้านกองทุนการศึกษาอย่างไรเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จะใช้เทคโนโลยีอย่างไรในการจัดกระบวนการเรียนรู้ จะสร้างขวัญกำลังใจส่งเสริมสวัสดิการครูและนักเรียนอย่างไร\\n","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1488,69,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนสายเจดีย์หัก - เขางู เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง","ถนนสายเจดีย์หักถึงสามแยกอุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี ระยะทาง 4 กิโลเมตร เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าถนนสายดังกล่าวมีโอกาสสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุเพราะไม่มีเกาะกลางถนน การแบ่งช่องทางจราจร ยังใช้เส้นสีแบ่งช่องทางจราจร โดยถนนสายนี้เป็นเส้นทางที่มีผู้ใช้สัญจรมาก และมีความสำคัญต่อการท่องเที่ยว สามารถไปยังอำเภอจอมบึง อำเภอสวนผึ้ง อำเภอโพธาราม อำเภอบ้านโป่ง และไปยังจังหวัดกาญจนบุรีได้ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้เคยลงพื้นที่และจะพัฒนาอุทยานหินเขางูเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงถนนดังกล่าวให้ได้มาตรฐาน มีเกาะกลางถนน ทางระบายน้ำ และทางเท้าริมถนน\\n","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",13,2563,"2020-01-21T00:00:00"],
    [1489,68,195,"นายสมชาย แสวงการ","วงงานรัฐสภา","มาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร     รัฐสภาแห่งใหม่","โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัปปายะสภาสถาน ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และคาดว่าจะต้องก่อสร้างอีกนานนับปี เป็นผลให้บริเวณอาคารรัฐสภาซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมรัฐสภา  การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมวุฒิสภา ตลอดจนการประชุมคณะกรรมาธิการต่างๆ มีฝุ่นละออง ที่เกิดจากการก่อสร้างกระจายอยู่ทั่วไป โดยฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างเป็นฝุ่นที่มาจากผงซีเมนต์ซึ่งจะมี การจับตัวกับของเหลว ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายของมนุษย์ในระยะยาว ดังนั้น จึงขอให้เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการวุฒิสภา พิจารณาดำเนินการเช่าเครื่องฟอกอากาศ จำนวน ๑๐ เครื่องเพื่อติดตั้งในห้องประชุมต่างๆ และดำเนินการทำความสะอาดลานจอดรถที่อยู่บริเวณชั้นใต้ดินทุกวัน รวมทั้ง ติดตั้งระบบฟอกอากาศภายในอาคารรัฐสภา ","มอบหมายให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและเลขาธิการวุฒิสภาพิจารณา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1490,67,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","การเกิดขึ้นของโรงงานขยะรีไซเคิลกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา  ","สืบเนื่องจากในช่วง ๒ – ๓ ปีมานี้ มีการตั้งโรงงานขยะรีไซเคิลเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความย้อนแย้งกับนโยบายของรัฐบาลที่รณรงค์ให้ประชาชนเลิกใช้ถุงพลาสติก โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตอบชี้แจงกระทู้ถามด้วยวาจาในประเด็นการนำเข้าขยะรีไซเคิล ว่าการนำเข้าขยะพลาสติกโดยอ้างว่าเพื่อนำมาผลิตเป็นสินค้าพลาสติกใหม่ ซึ่งแท้ที่จริงเป็นนำเข้าขยะพลาสติกมาทิ้งในประเทศไทย ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้กระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ซึ่งมีการใช้บังคับมาเป็นเวลากว่า ๔ ปีแล้ว โดยมีสาระสำคัญของคำสั่งดังกล่าวคือยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วยผังเมือง โดยภายหลังจากที่ได้มีการใช้บังคับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ ปรากฏว่ามีการตั้งโรงงานขยะรีไซเคิลในจังหวัดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีการตั้งโรงงานขยะรีไซเคิลทั่วประเทศรวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า ๖,๐๐๐ แห่ง ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีนโยบายในเรื่องนี้ให้ชัดเจน รวมทั้งพิจารณาทบทวนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ ดังกล่าวว่ายังมีความจำเป็นและเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันหรือไม่ \\\\n","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1491,66,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","การจัดสรรงบประมาณชดเชยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างล่าช้าและลดลง","พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้เริ่มใช้ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ซึ่งทำให้ประชาชนไม่ต้องชำระภาษีเต็มจำนวน ด้วยมาตรการลดหย่อน เช่น บ้านที่มูลค่าไม่ถึง ๕๐ ล้านบาท ไม่ต้องจ่ายภาษี และมาตรการผ่อนปรนคือ สามารถชำระภาษีแบบแบ่งเป็น ๓ งวด คือปลายเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ ส่งผลให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองท้องถิ่นทั่วประเทศลดลงจากเดิม และมีความล่าช้า คือจากการประมาณการจัดเก็บภาษีของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจากเดิมเก็บได้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ จะคงเหลือรายรับจากภาษี จำนวน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ส่งผลให้โครงการ  ด้านการบริการสาธารณะเพื่อราษฎรในพื้นที่น้อยลงและไม่เป็นไปตามแผนงานเพราะงบประมาณลงไปช้า จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการใช้งบประมาณล่าช้าและพิจารณางบประมาณชดเชยในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเคยได้ เพื่อสามารถดำเนินโครงการ/กิจกรรมการบริการสาธารณะให้กับราษฎรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1492,64,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","ความล่าช้าในการสนับสนุนให้เกษตรกร     ผู้ปลูกอ้อยมีรถตัดอ้อย","ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรมีการเผาไร่อ้อยเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน       ๒.๕ ไมครอน (PM2.5) เหตุผลสำคัญที่เกษตรกรต้องใช้วิธีการเผานั้นมาจากจำนวนแรงงานในการตัดอ้อย ไม่เพียงพอ และไม่มีเครื่องมือที่ใช้สำหรับเก็บเกี่ยวผลผลิต จากสาเหตุดังกล่าวนั้นขัดแย้งกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ คือ มาตรการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุน ให้กลุ่มผู้ปลูกอ้อยและสหกรณ์การเกษตร ใช้รถตัดอ้อยแทนการเผาก่อนเตรียมพื้นที่ปลูกเป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยลดการก่อมลพิษทางอากาศ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น SME (สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ดำเนินการล่าช้าและปรับนโยบายในการกู้เงินของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยลงจากวงเงินกู้ไม่เกิน ๖ ล้านบาท เป็นให้กู้ในวงเงินไม่เกิน ๓ ล้านบาท ซึ่งในความเป็นจริงนั้นราคารถตัดอ้อยมีราคาสูงกว่า ๓ ล้านบาท","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1493,63,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ทิศทางการสนับสนุนกิจกรรมเยาวชนสร้างสรรค์ในภาพรวม ","ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่เป็นเด็ก ๑๔.๒ ล้านคน และมีเยาวชน 7.4 ล้านคน แม้ว่าในช่วงเวลา 10 - ๒๐ ปีที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะบูรณาการเพื่อดำเนินการด้านเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติอย่างดี แต่แนวโน้มการคุกคามทางสังคมอย่างสม่ำเสมอจากสื่อโซเซียลมีเดียยังทำให้เกิดปัญหาต่อเด็กและเยาวชนทำให้ต้องมีการแก้ไขและเยียวยา ดังนั้น ควรจะมีการเฝ้าระวังติดตามแก้ไขปัญหา  ในระดับชุมชนจนถึงตัวบุคคล","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1494,62,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาฝุ่นจิ๋ว ","ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 เป็นปัญหามลพิษที่กระทบต่อประชาชน และในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว สำหรับการแก้ไขปัญหา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ให้ปัญหาฝุ่นละอองในอากาศเป็นวาระแห่งชาติและมีมติเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ให้ความเห็นชอบแผนขับเคลื่อนวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ กำหนดมาตรการ ๓ มาตรการ ดังนี้\\n ๑.มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่\\n ๒.มาตรการป้องกันและลดการเกิดมลพิษที่ต้นทางหรือแหล่งกำเนิด\\n ๓.มาตรการระยะยาวตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ - ๒๕๖๗ ประกอบด้วย\\n ๓.๑ ควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ\\n ๓.๒ ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ\\n ๓.๓ ปรับปรุงแก้ไขการเก็บภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถยนต์ใช้งานและห้ามนำเข้าเครื่องยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วทุกประเภท\\n \tขณะนี้รถยนต์ในกรุงเทพมหานครมีจำนวนมาก โดยเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ๔.๕ ล้านคัน และรถจักรยานยนต์ ๓.๖๖๙ ล้านคัน นอกจากนโยบายที่กำหนดให้มีการบังคับใช้เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 6 ภายในปี ๒๕๖๕ และใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีกำมะถันไม่เกิน ๑๐ PPM ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ แล้วนั้น รัฐบาลควรมีการกำหนดกรอบเวลาและขั้นตอนการดำเนินการสำหรับมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและการดำเนินการที่ชัดเจน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1495,61,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๒ (ทางพิเศษศรีรัช) ","การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ทำสัญญากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ ๒ (ทางพิเศษศรีรัช) มีระยะเวลาสัมปทาน ๓๐ ปี ซึ่งสัญญาจะครบกำหนดวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ทำสัญญากับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด เพื่อก่อสร้างทางพิเศษอุดรรัถยา(ทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด) ต่อมาบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ได้ฟ้องร้องการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กรณีมีการก่อสร้างโครงการดอนเมืองโทลล์เวย์ส่วนต่อขยาย ช่วงอนุสรณ์สถาน – รังสิต โดยเส้นทางนี้มีลักษณะเป็นทางแข่งขันกับ ทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด) ต่อมาวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาข้อพิพาทสัมปทานทางด่วนระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ว่ากระทรวงคมนาคมได้แนวทางยุติข้อพิพาทโดยการต่อสัญญาสัมปทานออกไปอีก ๑๕ ปี ๘ เดือน แลกกับยุติการดำเนินคดีมูลค่า ๕๘,๘๗๓ ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการทางด่วนขั้นที่ ๒ (ทางพิเศษศรีรัช) เป็นโครงการที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้ทำสัญญากับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และโครงการทางพิเศษอุดรรัถยา (ทางด่วนสายบางปะอิน – ปากเกร็ด) ได้ทำสัญญากับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ซึ่งเป็นคนละบริษัทกัน คนละกรณีพิพาทกัน และข้อพิพาทคดียังไม่ถึงที่สุด เหตุใดกระทรวงคมนาคมจึงได้ต่อสัญญาสัมปทานระยะที่ ๒ ให้กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1496,60,72,"นายทวีวงษ์ จุลกมนตรี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเสี่ยงบนถนน","วันศุกร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๓ คณะอนุกรรมการศึกษาเสนอแนะแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา ในคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน ณ จังหวันครราชสีมา บริเวณถนนมิตรภาพหลักกิโลเมตรที่ ๘๖ – ๘๗ ซึ่งเป็นถนนขนาด ๘ ช่องจราจร บริเวณเกาะกลางถนนอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน – นครราชสีมา ซึ่งถนนบริเวณนี้รถยนต์และรถบรรทุก   ขับขี่ด้วยความเร็วสูง และเป็นทางแยกเข้าหมู่บ้านคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ประชาชนที่เข้า – ออกหมู่บ้านจะต้องไปกลับรถระยะทาง ๒ กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่จะเป็นรถจักรยานยนต์ ซึ่งการกลับรถจะต้อง  ขับขี่จากช่องจราจรด้านซ้ายไปยังช่องจราจรด้านขวาด้วยความเร็วสูงเพื่อเปลี่ยนช่องจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ขอให้มีการก่อสร้างสะพานกลับรถในบริเวณดังกล่าว ซึ่งประชาชนได้สำรวจจุดที่จะทำการก่อสร้างแล้ว โดยใช้งบประมาณจำนวน ๙,๘๐๐,๐๐๐ บาท","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",11,2563,"2020-01-13T00:00:00"],
    [1497,53,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","การติดตามกำกับดูแลและควบคุมนโยบายเสริมสร้างความ ปลอดภัยให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถจักรยานในชีวิตประจำวัน","ในช่วงระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้ตื่นตัวและมีความสนใจใช้รถจักรยานเป็นพาหนะเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การเป็นสังคมเมือง ทำให้การใช้รถจักรยานในเขตเมืองไม่มีความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ ได้เคยหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ว่าการกำหนดนโยบายในการควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถจักรยาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีการตราหรือออกข้อบัญญัติเพื่อจำกัดความเร็วของรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ในเขตเมืองไม่ให้มีการใช้ความเร็วสูงเกินความจำเป็นโดยเฉพาะบริเวณหน้าสถานศึกษา ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีการติดตามกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้มีการตราหรือออกข้อบัญญัติเพื่อจำกัดความเร็วของรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ให้มีความชัดเจนแล้วหรือไม่ และได้นำไปประสานงานกับเจ้าพนักงานจราจรเพื่อบังคับใช้และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้รถจักรยานในชีวิตประจำวันหรือไม่ อย่างไร",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2562,"2019-12-16T00:00:00"],
    [1498,52,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ความคืบหน้าโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ","โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ ได้มีแนวความคิดริเริ่มโครงการมานานกว่า ๘๐ ปี เพื่อเป็นเส้นทางการคมนาคมเชื่อมต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ แต่จากการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ จังหวัดแพร่ ประชาชนได้สอบถามถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟทางคู่สายดังกล่าว ว่าขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนใด ประชาชนจะได้รับประโยชน์ และเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการได้อย่างไร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบถึงความคืบหน้าของการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย - เชียงราย - เชียงของ\\\\\\\\n",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2562,"2019-12-16T00:00:00"],
    [1499,51,205,"นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์","กฎหมาย","องค์กรสมาชิกชาวประมงพาณิชย์ จำนวน ๒๒ จังหวัดชายทะเลร่วมยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัด","กลุ่มผู้ประกอบอาชีพประมงพาณิชย์ และประมงพื้นบ้าน จำนวน ๒๒ จังหวัด ได้มีการจัดประชุมเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ โดยประชุมหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมง จัดโดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และได้นัดยื่นหนังสือข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในหลายประเด็นจากความเดือดร้อนดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาผ่อนปรนการบังคับใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ดังนี้\\\\n\t ประเด็นที่ ๑ ขอให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดอนุญาตบังคับใช้พระราชกำหนดการประมง มาตรา ๘๓ พ.ศ. ๒๕๕๘ ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงโดยเร่งด่วน\\\\n\t ประเด็นที่ ๒ ขอให้เพิ่มจำนวนวันการทำประมงให้กับผู้ประกอบอาชีพประมงโดยเร่งด่วน เพราะผู้ประกอบการประมงประสบปัญหาภาวะขาดทุน ๔ – ๕ ปี ติดต่อกัน เนื่องจากการกำหนดวันตามกฎหมายไม่สามารถหมุนเวียนทำประมงได้ทั้งปี ทำให้สูญเสียรายได้ แต่ในขณะที่รายจ่าย เช่น ค่าแรงงาน จำเป็นต้องจ่ายตลอดทั้งปี ",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2562,"2019-12-16T00:00:00"],
    [1500,50,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","กฎหมาย","ปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างของโรงพยาบาลเมืองพัทยา","โรงพยาบาลเมืองพัทยาเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะแก่ประชาชนในพื้นที่ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ จึงได้วิวัฒนาการเป็นโรงพยาบาลที่ดำเนินการในรูปแบบ Trans - Pacific Partnership (TPP) หรือความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่ให้เอกชนมาร่วมลงทุน เพื่อทำให้ขอบเขตการให้บริการขยายเพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญ คือ ในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน จำเป็นต้องจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ไม่สามารถจัดหาได้ทันการณ์ ติดปัญหาเรื่องระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งใช้ระยะเวลานาน ทำให้คนไข้กรณีเร่งด่วนฉุกเฉินไม่ได้รับการบริการดูแลอย่างสมบูรณ์ตามหลักสาธารณสุข แม้ว่าโรงพยาบาลเมืองพัทยาจะมีรายได้ประมาณ ๒๕ ล้านบาท ต่อเดือนจากผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติวันละ ๑,๐๐๐ คน แต่ไม่มีระเบียบเรื่องการนำเงินบำรุงมาใช้เหมือนกับโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เงินรายได้ทั้งหมดต้องส่งเข้าคลัง ทำให้โรงพยาบาลเมืองพัทยา\\\\\\\\nไม่มีเงินหมุนเวียน ดังนั้น ปัญหาของโรงพยาบาลที่ดำเนินการในรูปแบบ Trans-Pacific Partnership (TPP) ยังขาดระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้างที่เหมาะสมและครอบคลุมถึงหน่วยงานต่างๆ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแก้ไขเรื่องระเบียบสำหรับโรงพยาบาลที่ดำเนินการในรูปแบบ Trans-Pacific Partnership (TPP) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ\\\\\\\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2562,"2019-12-16T00:00:00"],
    [1501,49,79,"นายธานี สุโชดายน","กฎหมาย","การแก้ปัญหาภัยหนาว","การประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยหนาว พบว่ามีปัญหา จำนวน ๓ ประเด็น ดังนี้\\\\\\\\n\t๑. ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบางพื้นที่ของภาคตะวันตก ประสบกับปัญหาไม่สามารถดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยหนาวได้ อันเนื่องมาจากหลักเกณฑ์เกณฑ์การประกาศภัยหนาวของทางราชการ ที่กำหนดว่าต้องมีอุณหภูมิต่ำกว่า ๘ องศาเซลเซียส เป็นเวลาติดต่อกัน ๓ วัน โดยกำหนดให้ยึดประกาศอุณหภูมิของกรมอุตุนิยมวิทยา \\\\\\\\nซึ่งเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ ภัยหนาว เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยมีอุณหภูมิไม่ต่อเนื่อง ประกอบกับในบางพื้นที่ไม่สามารถตรวจวัดสภาพอากาศได้อย่างชัดเจน อีกทั้งจุดที่วัดอุณหภูมิไม่ได้ตั้งอยู่บนดอยสูงแต่ตั้งอยู่ในเมือง ซึ่งอุณหภูมิไม่ถึงเกณฑ์ที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยหนาวได้\\\\\\\\n\t๒. ขอให้พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๖ ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาภัยหนาวที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน\\\\\\\\n\t๓. ควรพิจารณามอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ภัยหนาว มีอำนาจดุลพินิจในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย\\\\\\\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2562,"2019-12-16T00:00:00"],
    [1502,48,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","งบประมาณแก้ปัญหาเรื่องน้ำ จังหวัดสุรินทร์","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ได้เดินทางลงพื้นที่และได้รับทราบสภาพปัญหาน้ำแล้งของจังหวัดสุรินทร์ โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒ อ่าง คือ อ่างเก็บน้ำอำปึล และอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่งลดลงจนเกือบแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ต่อมา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทาง\\\\\\\\nลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดบุรีรัมย์ รับฟังสภาพปัญหาดังกล่าว จากนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติในหลักการ ให้กระทรวงมหาดไทยใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน ๑๕,๘๐๐ ล้านบาท ครอบคลุม ๗๔ จังหวัด จังหวัดละ ๒๐๐ ล้านบาท และสำหรับจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดละ ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ต่อมา เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๒ กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือสั่งการไปยังทุกจังหวัด ให้เขียนโครงการ/แผนงานให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๒ เสนอสำนักงบประมาณ ภายในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒ และเสนอเรื่องเข้าคณะกรรมการจังหวัดภายในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ โดยต้องอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างภายใน ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป ไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ทันภายในกำหนด ดังนั้น จึงขอให้พิจารณานำงบกลางมาใช้แก้ไขปัญหาน้ำแล้งของจังหวัดสุรินทร์ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว \\\\\\\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",8,2562,"2019-12-16T00:00:00"],
    [1503,47,159,"นายวันชัย สอนศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนประชาชื่นและถนนแจ้งวัฒนะ","ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนประชาชื่นและถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งใกล้กับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ประชาชนที่พักอาศัยในบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนจากการจราจรที่ติดขัดเป็นอย่างมากโดยเฉพาะช่วงเช้า จากการสังเกตพบว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยการจราจรน้อยมาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1504,45,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","AI กับ Disruption และมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบของรัฐบาล","นโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น E-Government ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น ปัจจุบันเทคโนโลยี 5G เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในเรื่องข้อมูลข่าวสารต่างๆ เช่น Big Data, Veracity, หุ่นยนต์, 3D Printing, AI, Fiber Optic Internet และ Drone ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและมีขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันเมื่อได้รับประโยชน์จาก 5G และ AI แต่สิ่งที่ต้องเสียไปคือ ผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ หน่วยงานหรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมเพียงพอหรือไม่ อย่างไร สามารถช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้สามารถอยู่ในสังคมได้ในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลควรเพิ่มรายได้และปรับลดรายจ่ายให้กับประชาชนและผู้ที่ประกอบอาชีพต่างๆ ให้สามารถปรับเปลี่ยนอาชีพ หากยังไม่มีมาตรการหรือนโยบายช่วยเหลือจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นโอกาสที่จะลดอัตรากำลังของข้าราชการ จึงสมควรที่รัฐบาลจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือหรือลดผลกระทบต่อประชาชน",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1505,44,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การเตรียมความพร้อมของส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล ต่อภาวะน้ำแล้งเพื่อการลดชะลอความสูญเสียของประชาชน","ภาวะความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชน ซึ่งสาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ปัญหาการเตรียมความพร้อมที่ไม่เหมาะสม และการสื่อสารที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้ได้คาดการณ์ว่าในฤดูแล้งปี ๒๕๖๓ จะเกิดปัญหาสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมากกว่าปีที่ผ่านมา และก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง ปัจจุบันในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ๑๐๙ ตำบล ๕๔ อำเภอ ในพื้นที่ ๒๐ จังหวัด มีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำแล้ง แม้แต่ในพื้นที่เขตชลประทานก็ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะน้ำแล้งเช่นเดียวกัน ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการเตรียมการรองรับปัญหาดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร จึงขอเสนอให้มีการวางแผนทั้งแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว อาทิ การวางแผนบริหารจัดการน้ำ การหาอาชีพเสริมให้ประชาชน การกำหนดวิถีชีวิตที่เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เป็นต้น ตลอดจนการส่งเสริมให้บ้าน วัด และโรงเรียน ได้มีส่วนช่วยปลุกให้สังคมมีความตื่นรู้ในปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ โดยการกำหนดเป้าหมาย การวางแผนที่ดี การบริหารจัดการที่เหมาะสม และการประเมินผล จะช่วยให้สามารถบรรเทาปัญหาและช่วยส่งเสริมให้ประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนมีขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น",null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1506,43,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนทางหลวงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี","ทางหลวงแผ่นดินที่ตัดผ่านจังหวัดปราจีนบุรีมีสายหลัก ๒ เส้นทาง คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ สายสุพรรณบุรี–อรัญประเทศ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ สายปากเกร็ด–สะพานต่างระดับนครราชสีมา ซึ่งทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ บริเวณตลาดหนองชะอม ถึงอำเภอประจันตคาม มีช่องทางจราจรเพียง ๒ ช่องทาง ไม่เอื้ออำนวยต่อการสัญจรเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงขอให้กรมทางหลวงพิจารณาปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินดังกล่าวให้มีช่องทางจราจรเพียงพอต่อการสัญจร สำหรับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ บริเวณคลองรั้ง ตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ มีปัญหาจราจรติดขัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล จึงขอให้กรมทางหลวงและหน่วยการที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงสะพานข้ามแยกเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1507,41,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","การบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจนตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑","คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. .... เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา ทำให้ประชาชนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศซึ่งเป็นไปตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาทุกสามเดือน ซึ่งได้กล่าวถึงคณะกรรมการบริหารการลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจน (กบล.) จากการตรวจสอบ พบว่า ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีดังกล่าว พึ่งผ่านคณะกรรมการตรวจสอบร่างกฎหมายและร่างอนุบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และได้เปลี่ยนชื่อเป็นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม จึงขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีโปรดพิจารณาให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าวโดยให้มีผลปฏิบัติเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",7,2562,"2019-12-03T00:00:00"],
    [1508,40,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","วงงานรัฐสภา","การจัดสภาพแวดล้อมของอาคารรัฐสภา","เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภามากกว่ากึ่งหนึ่งอยู่ในฐานะผู้สูงอายุ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๑ และข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๙๒ ได้กำหนดให้มีการจัดสภาพแวดล้อมทั้งทางสถาปัตยกรรม สารสนเทศ การสื่อสาร หรือบริเวณอื่นใดให้เหมาะสม สะดวก ปลอดภัย และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้ทุกคน ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารสัปปายะสภาสถาน ได้มีการกำหนดไว้ในขอบเขตของงานก่อสร้างว่าจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและการเข้าถึงของคนทุกคน แต่ได้เริ่มใช้อาคารสัปปายะสภาสถานโดยที่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งพบว่ามีปัญหาการใช้งานทั้งที่เป็นอาคารก่อสร้างขึ้นใหม่ และจะมีการจัดซื้อจัดจ้างอีกหลายประการ ซึ่งอาคารสัปปายะสภาสถานควรเป็นอาคารที่สามารถใช้งานอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และไม่ถูกเลือกปฏิบัติ จึงเห็นควรส่งเรื่องนี้ไปยังประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1509,39,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","กลไกการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ    และการสร้างความสามัคคีปรองดอง","เนื่องจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๑ เรื่อง กลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ โดยมีสาระสำคัญ ๒ ประการ คือ (๑) ให้มีการจัดตั้งสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (๒) ตามข้อ ๑๓ ของคำสั่งฯ กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นหน่วยงานกำหนดนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนและบูรณาการการปฏิรูปประเทศตามแผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายการปฏิรูปของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการสร้างความสามัคคีปรองดอง แต่ขณะนี้ระยะเวลาผ่านมา ๑ ปี ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯ แต่อย่างใด จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดองด้วย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1510,38,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","การประกันราคาพืชผลการเกษตร (ข้าว มันสำปะหลัง)","เมื่อเกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกก็ต้องการราคาผลผลิตที่สูง รัฐบาลได้มีการประกันราคาและเอาเงินไปอุดหนุนเสมือนไปกำหนดเพดานราคาไว้ และทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินภาษีของประชาชนไปอุดหนุนการประกันราคา ดังนั้น ขอเสนอให้รัฐบาลชะลอการขายผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อจะได้เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยใช้วิธีการชะลอการขายแทนการประกันราคา และการขายในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาราคาข้าวและราคามันสำปะหลังให้ขยับขึ้นได้","นายกรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1511,37,142,"พลเอก ยอดยุทธ บุญญาธิการ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาจราจรบนทางด่วน","เนื่องจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาจราจรจากจำนวนรถที่เพิ่มขึ้นได้ และประเด็นสำคัญที่ทำให้การจราจรติดขัดคือ ช่องเก็บเงินค่าผ่านทางในระบบเก็บเงินอัตโนมัติ หรือ Easy Pass ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีรถยนต์บางคันที่เข้าช่อง Easy Pass ไม่สามารถผ่านได้ จึงเสนอให้ปรับปรุง Easy Pass ให้เป็นระบบไม่มีไม้กั้นแต่การอ่านบัตรต้องมีประสิทธิภาพ อีกประเด็นคือ เมื่อเกิดการจราจรติดขัดบนทางด่วน เจ้าหน้าที่จราจรจะมาอำนวยความสะดวกโดยเปิดเส้นทางการจราจรแบบทีละด้าน ซึ่งควรทำให้มีการสัญจรได้ทุกด้านหรือใช้ในจุดที่จำเป็นเท่านั้น จึงเห็นสมควรเสนอเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณา","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1512,36,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","วงงานรัฐสภา","อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ ๗ กระจายเสียงในรัฐสภา","พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญและทำให้เกิดรัฐสภาขึ้น พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทเพลงที่มีความหมาย ได้แก่ “โหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง” เหมาะแก่การเปิดในบริเวณรัฐสภาซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และ “ราตรีประดับดาว” เหมาะแก่การเปิดในบริเวณห้องประชุมจันทรา หากสามารถเปิดกระจายเสียงในรัฐสภาโดยใช้ระดับเสียงและในเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงก่อนเปิดการประชุม นอกจากจะเป็นการเชิดชูพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ แล้ว ยังเป็นเรื่องอันมงคลยิ่งแก่รัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งมีนามว่า “สัปปายะสภาสถาน” จึงขอให้ประธานรัฐสภา พิจารณาอัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ กระจายเสียงในรัฐสภาด้วย","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1513,35,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","หนี้นอกระบบ","รัฐบาลที่ผ่านมาจึงได้มีการจัดการกับหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นการทำงานแบบบูรณาการการทำงานของหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วน แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันไม่มีการสานต่อ ทำให้ปัญหาหนี้นอกระบบกลับมาอีก ปัญหาหนี้นอกระบบไม่สามารถแก้ไขโดยอาศัยกระบวนการยุติธรรมตามปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานของรัฐและการใช้อำนาจรัฐ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้ดำเนินโครงการจัดการกับหนี้นอกระบบดังกล่าว เนื่องจากทุกข์ของชาวนา คือทุกข์ของแผ่นดิน ทุกข์ของคนยากคนจน คือทุกข์ของประเทศ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1514,34,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","สถานีขนส่งหมอชิต ๒","เนื่องจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือสถานีขนส่งหมอชิต ๒ ดำเนินการโดย บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวกับการรถไฟแห่งประเทศไทย กำลังจะหมดสัญญาเช่า ซึ่งการรถไฟฯ ต้องการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์สำหรับชุมทางสถานีรถไฟฟ้าบางซื่อและเปิดประมูลเพื่อการพาณิชย์ ดังนั้น สถานีขนส่งหมอชิต ๒ จำเป็นต้องย้ายออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่เนื่องจาก บขส. ประสบปัญหาผลประกอบการขาดทุน และการย้ายพื้นที่ต้องใช้ระยะเวลา ๔ - ๕ ปี จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณาต่อสัญญาการเช่าพื้นที่เท่าที่จำเป็นให้กับ บริษัท ขนส่ง จำกัด ไปอีกระยะหนึ่ง","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1515,33,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขาดแคลนน้ำของเกษตรกร","เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดใกล้เคียงนอกพื้นที่เขตชลประทานกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ต้นข้าวที่กำลังออกรวงไม่ได้รับน้ำอย่างเหมาะสมอาจส่งผลให้ไม่ได้ผลผลิตและเกิดความเสียหายต่อสภาพเศรษฐกิจของครัวเรือน ทั้งนี้ ในพื้นที่เขตชลประทานอาจได้รับน้ำที่เพียงพอ แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานกำลังลำบาก จึงสมควรที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกำกับดูแลกรมชลประทาน ได้พิจารณานำข้อเสนอดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนอกเขตชลประทานโดยให้เร่งระบายน้ำตามสมควร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1516,32,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","วงงานรัฐสภา","การลดการใช้กระดาษที่เป็นเอกสารประกอบการประชุมของสมาชิกวุฒิสภา","การลดการใช้กระดาษที่เป็นเอกสารประกอบการประชุมของสมาชิกวุฒิสภา ขอเสนอให้จัดทำเป็น QR Code สำหรับเอกสารประกอบการประชุมวุฒิสภา กรณีที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่ต้องจัดทำเป็นเอกสารนั้น ควรมีการแก้ไขออกแบบเพื่อส่งเสริมการลดการใช้กระดาษ","มอบหมายให้เลขาธิการวุฒิสภาพิจารณา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1517,31,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","วงงานรัฐสภา","การลดใช้ถุงและภาชนะบรรจุอาหาร/เครื่องดื่ม ","๑. เรื่อง การลดใช้ถุงและภาชนะบรรจุอาหาร/เครื่องดื่ม วุฒิสภาควรเป็นต้นแบบสนับสนุนอุตสาหกรรมที่พึงประสงค์ Bio Circular Green (BCG) ด้วยการลดใช้ภาชนะโฟม และพลาสติกใส่อาหาร อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ในการประชุมคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา โดยได้เสนอเรื่องนี้ต่อประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม และได้ทดลองใช้ภาชนะที่ทำจากชานอ้อยในคณะกรรมาธิการฯ แล้ว ","มอบหมายให้เลขาธิการวุฒิสภาพิจารณา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1518,30,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการฆ่าตัวตายและโรคซึมเศร้า","เนื่องจากประเทศไทยมีการฆ่าตัวตายเป็นอันดับ ๓๒ ของโลก ซึ่งสูงสุดในอาเซียน สาเหตุการฆ่าตัวตายอันดับแรกมาจากโรคซึมเศร้า ถึงแม้ว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพียงร้อยละ ๒ - ๗ เท่านั้นที่จะฆ่าตัวตัวตาย และผู้ที่ฆ่าตัวตายร้อยละ ๖๐ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าร่วมกับความผิดปกติทางอารมณ์อื่น ปัญหาการฆ่าตัวตายจึงเป็นปัญหาที่ซับซ้อน กระทรวงสาธารณสุขต้องร่วมมือกับหลายฝ่ายในการแก้ไขปัญหา ต้องสร้างความเข้มแข็งผ่านสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษา การรักษาโรคซึมเศร้าที่กรมสุขภาพจิตใช้แนวทางสอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง การมีสายตรง ๑๓๒๓ ให้ผู้ป่วยหรือญาติปรึกษานั้นอาจยังไม่เพียงพอ จึงขอเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณา ดังนี้\\\\\\\\\\\\\\\\n \t๑. ควรสร้างแนวร่วมเครือข่ายส่งต่อเชื่อมโยงประสานกับการสอดส่องมองหา โดยการสร้างแผนภาพข้อมูลความรู้ (Infographics) เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและวิธีการแก้ไข\\\\\\\\\\\\\\\\n \t๒. การเผยแพร่ข้อมูลของสื่ออาจนำไปสู่การเลียนแบบได้ โดยเฉพาะวิธีการฆ่าตัวตาย ผู้ที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาหาแนวทางแก้ไข\\\\\\\\\\\\\\\\nยเป็นปัญหาที่ซับซ้อน เช่น ปัญหาเศรษฐกิจคือการว่างงานและความยากจนที่ต้องแก้ไขด้วยการลดความเหลื่อมล้ำ ปัญหาจิตใจอ่อนแอโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่ภูมิคุ้มกัน อันเป็นปัญหาการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดจากการแยกตัวเพราะใช้โซเซียลมีเดีย ที่ต้องสร้างความเข้มแข็งผ่านสถาบันครอบครัวและสถาบันทางการศึกษา สำหรับการรักษาโรคซึมเศร้ากรมสุขภาพจิตใช้แนวทางสอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง มีสายตรง ๑๓๒๓ ให้ผู้ป่วยหรือญาติปรึกษา แต่อาจยังไม่เพียงพอ จำเป็นต้องให้หน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการสอดส่องมองหาที่มีความสำคัญ แต่กระทรวงสาธารณสุขมีบุคลกรไม่เพียงพอ จำเป็นต้องให้ความความรู้กับประชาชน ในการสังเกตผู้ที่มีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายจะมีพฤติกรรมและประสิทธิภาพในการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะ ๑. การเพิ่มบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขให้เพียงพอทำได้ยาก จึงควรสร้างแนวร่วมเครือข่ายส่งต่อเชื่อมโยงประสานกับการสอดส่องมองหา โดยการสร้างแผนภาพข้อมูลความรู้ (Infographics) โรคซึมเศร้าและวิธีการแก้ไข ๒. การเผยแพร่ข้อมูลของสื่ออาจนำไปสู่การเลียนแบบ โดยเฉพาะวิธีการฆ่าตัวตาย ผู้เกี่ยวข้องควรพิจารณาหาแนวทางแก้ไข กรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข จึงเห็นควรส่งเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณา","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2562,"2019-11-26T00:00:00"],
    [1519,21,2,"พลเรือเอก กฤษฎา  เจริญพานิช ","สถานการณ์บ้านเมือง","าเ่ัีพห่้ทท่มรั",null,null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1520,20,119,"พลเรือเอก ณะ อารีนิจ","สถานการณ์บ้านเมือง","การลงประชามติ","เสใเพยวสะพยนสำบยนสบ",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1521,18,28,"พลอากาศเอก ชนะ  อยู่สถาพร","ประธานในที่ประชุมรับทราบ","ที่จอดรถ","ดเ้เะกหะ้้้่่าเกเ้า่สนวว",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1522,17,7,"นางกาญจนารัตน์  ลีวิโรจน์","ประธานในที่ประชุมรับทราบ","รัฐสภา",null,null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1523,16,10,"พลเอก กิตติ  อินทสร","ความเดือดร้อนของประชาชน","เรื่องปรึกษามมมม","เนื้ิอหาย่อมม",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1524,15,2,"พลเรือเอก กฤษฎา  เจริญพานิช ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาถนนในจังหวัดนครปฐม","เนื่องจากมีรถบรรทุกขนาดใหญ่",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1525,14,3,"พลตรี  กลชัย สุวรรณบูรณ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนจังหวัดชุมพร","การจัดการปัญหาความเดือดร้อนของจังหวัดชุมพร ยังไม่มีการแก้ไขที่ชัดเจน",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1526,13,3,"พลตรี  กลชัย สุวรรณบูรณ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาที่ดินทำกิน","ประชาชนเดือดร้อนจากไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1527,12,150,"นายสมชาย  แสวงการ","นโยบายของรัฐบาล","ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้","การลดเเวลาเรียนและเพิ่มเวลาเรียนรู้เป็นนโยบายของรัฐบาล",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1528,11,1,"นายกรรณภว์  ธนภรรคภวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประชาชนเดือดร้อนจากภัยแล้ง","คำอธิบายประชาชนเดือดร้อนจากภัยแล้ง",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญทั่วไป",26,2559,"2016-04-28T00:00:00"],
    [1529,9,5,"นายโกศล เพ็ชร์สุวรรณ์","สถานการณ์บ้านเมือง","เรื่อง คณะของสงกรานต์","เนื้อหาย่อ",null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1530,8,58,"นายธานี อ่อนละเอียด","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายรัฐจำนำข้าว","นโยบายรัฐจำนำข้าว นโยบายรัฐจำนำข้าว 2","เรียบร้อยแล้ว","สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1531,5,4,"นายกล้านรงค์ จันทิก","กฎหมาย","กฏหมายทั่วไป",null,null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1532,4,1,"นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน",null,null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1533,3,4,"นายกล้านรงค์ จันทิก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาภัยแล้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ",null,null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"],
    [1534,2,4,"นายกล้านรงค์ จันทิก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาประชาชนขาดสถานศึกษา",null,null,"สภานิติบัญญัติแห่งชาติ","สามัญ",13,2559,"2016-02-26T00:00:00"]
]}
