{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"CONSULT_ID","type":"numeric","info":{"label":"รหัสการปรึกษาหารือ","notes":"รหัสรายการการปรึกษาหารือ","type_override":"numeric"}},{"id":"SENATOR_CODE","type":"numeric","info":{"label":"รหัสสมาชิกวุฒิสภา","notes":"รหัสสมาชิกวุฒิสภา","type_override":"numeric"}},{"id":"SENATOR","type":"text","info":{"label":"ชื่อสมาชิกวุฒิสภา","notes":"ชื่อสมาชิกวุฒิสภาที่ปรึกษาหารือ","type_override":"text"}},{"id":"CONSULT_TYPE","type":"text","info":{"label":"ประเภทการปรึกษาหารือ","notes":"ประเภทของการปรึกษาหารือ","type_override":"text"}},{"id":"CONSULT_TITLE","type":"text","info":{"label":"เรื่องที่ปรึกษาหารือ","notes":"เรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาปรึกษาหารือ","type_override":"text"}},{"id":"CONSULT_DETAIL","type":"text","info":{"label":"รายละเอียด","notes":"รายละเอียดการปรึกษาหารือโดยย่อ","type_override":"text"}},{"id":"RESULT","type":"text","info":{"label":"การติดตาม","notes":"ผลการติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง","type_override":"text"}},{"id":"PARLIAMENT_SET","type":"text","info":{"label":"ชุดสภา","notes":"ชุดของสภา","type_override":"text"}},{"id":"MEETING_TERM","type":"text","info":{"label":"สมัยประชุม","notes":"สมัยประชุม","type_override":"text"}},{"id":"MEETING_NO","type":"numeric","info":{"label":"ประชุมวุฒิสภาครั้งที่","notes":"ประชุมวุฒิสภาครั้งที่","type_override":"numeric"}},{"id":"MEETING_YEAR","type":"numeric","info":{"label":"ปีที่ประชุม","notes":"ปีที่ประชุม","type_override":"numeric"}},{"id":"MEETING_DATE","type":"timestamp","info":{"label":"วันที่ประชุม","notes":"วันที่ประชุมวุฒิสภา","type_override":"timestamp"}}],
  "records": [
    [1,920,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหา PM 2.5 จากการเผาอ้อยเข้าโรงงาน","จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำการปลูกอ้อยเป็นจำนวนมาก ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลรณรงค์ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยไม่เผาอ้อยก่อนตัดส่งโรงงาน ซึ่งจัดสรรงบประมาณสนับสนุนแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยปีละประมาณ ๘ พันล้านบาท โดยเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ รัฐบาลได้ประชาสัมพันธ์ โครงการสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM 2.5 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกดปุ่ม Kick off จ่ายเงินสนับสนุน และพบปะทักทายเกษตรกรชาวไร่อ้อยผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเด็นปัญหา คือ ไม่ได้ทำให้ปัญหา PM 2.5 จากการเผาอ้อย\\nเข้าโรงงานมีปริมาณลดลง เนื่องจากบริษัทและโรงงานผู้ผลิตน้ำตาลทรายยังคงรับซื้ออ้อยเผาเข้าโรงงาน\\nโดยไม่รับผิดชอบต่อประชาชน และประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจาก PM 2.5 เป็นอย่างมาก      \\n\t\t\tดังนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องกำกับดูแลโรงงาน และผู้ผลิตน้ำตาลทราย\\nอย่างเคร่งครัด ซึ่งรายงานการผลิตน้ำตาลทรายของโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๖ พบว่า มียอดเผาอ้อยเข้าโรงงาน ร้อยละ ๒๖ จากเดิม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีการเผาอ้อย\\nร้อยละ ๕๐ และอ้อยสด ร้อยละ ๕๐ จะเห็นว่า มีแนวโน้มจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม เพราะผู้รับผิดชอบ\\nหรือสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายละเลยขาดการดูแลเอาใจใส่ จึงทำให้เกิดปัญหาแบบเดิม ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ การพัฒนา ปรับปรุงเครื่องจักร เครื่องมือ รถตัดอ้อย รถไถ \\nเพื่อปรับปรุงดิน และขอให้ตั้งกองทุนหรือสหกรณ์สำหรับเครื่องจักร เครื่องมือเพื่อการเกษตร เพื่อให้เกษตรกร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการซื้อเครื่องจักรนำมาตัดอ้อยโดยไม่ต้องเผา และโรงงานใดที่ยังคงรับซื้ออ้อยเผาเข้าโรงงาน ขอให้ดำเนินการสั่งปิดโรงงานทันที","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [2,919,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","การตรากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้ร่วมกับคณะกรรมการโครงการ\\nสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแพร่ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ ได้พบว่าชนเผ่ามลาบรี (ตองเหลือง) กลุ่มหนึ่ง ประมาณ ๓๐ ครอบครัว \\nซึ่งแต่เดิมเป็นชนเผ่าเร่ร่อนที่ตั้งหลักปักฐานในประเทศไทยมาเป็นเวลายาวนาน ดำรงชีพด้วยการเก็บของป่าและล่าสัตว์ ตามวิถีชีวิตแบบบรรพชนสมัยโบราณ ไม่รู้จักการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน\\nที่อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ โดยนายบุญยืน สุขเสน่ห์ อดีตหมอสอนศาสนา ได้ให้การช่วยเหลือ\\nชนเผ่ามลาบรีกลุ่มนี้จนกระทั่งได้รับสัญชาติไทย รวมทั้งได้รับการศึกษาจากภาครัฐ ได้รับการจัดสรรที่ดิน และประกอบอาชีพอื่น ๆ โดยปัจจุบันชนเผ่ามลาบรีกลุ่มนี้ยังประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตบางประการ อาทิ ขาดแคลนน้ำสะอาด ปัญหาการคมนาคม และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขระดับพื้นฐาน จากกรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนผ่านจากวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมมาสู่วิถีชีวิตแบบสังคมยุคปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่ได้รับสัญชาติไทย ทำให้ขาดโอกาสเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและสวัสดิการจากรัฐ \\nทั้งที่พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นคนไทย  \\n\t\t\tที่ผ่านมา ได้มีความพยายามผลักดันให้มีการตรากฎหมายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีการเสนอร่างกฎหมาย จำนวน ๖ ฉบับ มีชื่อแตกต่างกันไป อาทิ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. …. ร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. .... แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาตราเป็นกฎหมาย  \\n\t\t\tในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมือง\\nแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายศักดิ์ดา  แสนมี่ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๘๘๘ คน \\nเป็นผู้เสนอ) และต่อมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันพุธที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีได้ขอรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณา\\nก่อนรับหลักการ โดยที่ประชุมได้อนุมัติให้รอการพิจารณาไว้ก่อน ซึ่งต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่สภามีมติ และขอนำร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ฉบับอื่น ๆ อีก ๕ ฉบับ ไปพิจารณาศึกษาพร้อมกัน และจะส่งคืนร่างพระราชบัญญัติกลับมายัง\\nสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพร้อมกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดการพิจารณา โดยให้มีการตรากฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการยอมรับ\\nความมีตัวตนของประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ว่าเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของสังคมไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [3,918,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้เข้าใจผิดว่าสามารถใช้รักษาโรค  หรืออาการเจ็บป่วยได้","ในปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มีรายได้นับหมื่นล้านบาท จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร\\nสามารถใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ อาทิ ปวดข้อ ปวดเข่า ปวดหลัง อัมพฤกษ์ อัมพาต \\nโดยกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุและเกษตรกรซึ่งมีจำนวนกว่า ๒๐ ล้านคน การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายฉบับ อาทิ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติ\\nว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ยังไม่สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดดังกล่าวได้อย่างจริงจัง\\n\t\t  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เคยมีการเตือนว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค ไม่ได้ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ฯลฯ ดังนั้น การโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์\\nเสริมอาหารสามารถใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ จึงเป็นการโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง หรือที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้า อันเป็นความผิด\\nตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ แต่โทษที่ใช้บังคับในปัจจุบัน มีเพียงโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน ผู้กระทำผิดจึงไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้น จึงเห็นควรเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายกรณีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการโฆษณาจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้เข้าใจผิดว่าสามารถใช้รักษาโรคหรืออาการเจ็บป่วยได้ มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [4,917,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา","เนื่องจากโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว หากก่อสร้างแล้วเสร็จคาดว่าจะลดปริมาณการจราจรบนถนน ได้เป็นอย่างมาก แต่โครงการดังกล่าวกำลังประสบปัญหา ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการ ก่อสร้าง แต่ขณะนี้ติดปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นซึ่งไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนี้\\n \t\t๙.๑ บริเวณสถานีรถไฟจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ในพื้นที่มรดกโลก จึงยังไม่มีข้อสรุป รฟท. จึงได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงแบบตามคำแนะนำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อไม่ให้บดบังภูมิทัศน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาแบบของทั้งสองกระทรวง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงวัฒนธรรมเร่งพิจารณาอนุญาต เพื่อป้องกันความล่าช้าของโครงการ\\nโดยภาพรวมเพื่อให้ รฟท. เร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป\\n๙.๒ ช่วงสถานีดอนเมือง – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) ซึ่งเป็นพื้นที่\\nทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ\\nภาคตะวันออก (คณะกรรมการ EEC) ได้มอบหมายให้รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินดำเนินโครงการก่อสร้าง โดยให้เป็นงบประมาณของ รฟท. แต่ปัจจุบันโครงการรถไฟความเร็วสูง\\nเชื่อมสามสนามบินยังมิได้เริ่มดำเนินการแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการ EEC ได้ทบทวน\\nมติที่ประชุม โดยมอบหมายให้ รฟท. ดำเนินการ จะทำให้โครงการดังกล่าวสำเร็จได้โดยเร็วและเป็นไปตามเป้าหมาย เพราะหากล่าช้าจะทำให้เกิดอุปสรรคในช่วงงานอื่น ๆ ต่อไป\\n","นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [5,916,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ประโยชน์และโทษของผงชูรส","เนื่องจากคนไทยได้ปรุงอาหารโดยใช้ผงชูรสมาโดยตลอด ซึ่งผงชูรสมีส่วนประกอบของเกลือ และกรดกลูตามิก (glutamic acid) อันตรายที่เกิดจากผงชูรส ได้แก่ อาการผิดปกติเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงอาการปากแห้ง ลิ้นชา แขน หลัง ขาและคอมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น \\nแน่นหน้าอก หน้าแดงจนถึงขั้นหมดสติ และอาจเป็นอัมพาตชั่วคราว สำหรับบางรายอาจมีอาการแพ้รุนแรง คือ เจ็บหน้าอกรุนแรง หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจถี่ คอบวม ชาใบหน้า เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้\\n\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t        และเนื่องจาก…\\nและเนื่องจากผงชูรสมีส่วนประกอบของเกลือ จึงทำให้ภูมิต้านทานลดลง หากเด็กรับประทานมากจะเกิด\\nการสะสมในสมอง เมื่อโตขึ้นอาจทำให้มีความบกพร่องทางสติปัญญา และทำลายสมองส่วนที่ควบคุม\\nการเจริญเติบโต ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน เพราะอาจเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ สำหรับผู้ใหญ่ที่บริโภคผงชูรสเป็นประจำในปริมาณมากเกินไปจะทำให้มีผลต่อโรคไต โรคความดันสูง \\nและโรคหัวใจ อีกทั้งผงชูรสยังทำลายระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาทตา และอาจเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็ง จะเห็นว่าอันตรายของผงชูรสมีเป็นจำนวนมาก และสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ทั้งนี้ สามารถหลีกเลี่ยงการบริโภคผงชูรสโดยการปรุงอาหารด้วยตนเอง หลีกเลี่ยงน้ำจิ้มปรุงรสต่าง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง\\nที่หมักด้วยผงชูรส แต่ในโทษก็ยังมีประโยชน์อยู่บางประการ คือ เพิ่มความอยากอาหารในผู้สูงอายุ \\nลดปริมาณโซเดียมในอาหาร และช่วยให้กระเพาะอาหารและต่อมน้ำลายทำงานดีขึ้น ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการเพื่อให้ประชาชน\\nมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ดังนี้\\n \t\t๘.๑ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบผลเสียจากการบริโภคผงชูรส\\nอย่างต่อเนื่องและในปริมาณมากเกินไป  \\n \t\t๘.๒ ติดตาม กวดขัน ควบคุมร้านอาหารให้มีมาตรฐานในการใส่ผงชูรสไม่ให้เกิน ขีดจำกัดที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย      \\n \t\t๘.๓ ควรมีร่างพระราชบัญญัติอาหารและยา พ.ศ. .... เพื่อกำหนดโทษ ดูแล ติดตาม ควบคุม และจับกุมบริษัทที่ใส่ผงชูรสในการผลิตขนมขบเคี้ยว และอาหารทานเล่นสำหรับเด็ก และกำกับร้านอาหารเพื่อไม่ให้ใส่ผงชูรสมากเกินไป","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน) ในฐานะกำกับดูแลงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [6,914,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","น้ำต้มใบมะละกอ ","เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๖ รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) และอดีตอธิบดีกรมอนามัย ได้นำผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ลุกลามไปยังปอดมาร่วมแถลงข่าวว่า ผู้ป่วยได้ดื่มน้ำต้มจากใบมะละกอเพื่อรักษาโรคมะเร็งแล้วหายจากโรคดังกล่าว รวมถึงภรรยาของผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคมะเร็งเต้านมก็รักษาโรคหายเช่นเดียวกัน ตลอดจนมีการสาธิตการต้มใบมะละกอ พร้อมทั้งอ้างว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง จำนวน ๑๑ คน ก็รักษาหายเช่นเดียวกัน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ได้ จากข่าวดังกล่าวได้สร้างความตื่นเต้นให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์เกิดความสงสัยและไม่เชื่อ จึงได้ขอให้ผู้ปรึกษาหารือสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว     \\n \t\tจากนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ติดต่อไปยังสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จึงได้รับทราบว่าเป็นข่าวปลอม แต่รองนายกรัฐมนตรีฯ ตอบโต้ว่าสามารถรักษาได้จริงและไม่ใช่ข่าวปลอม ในขณะที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ออกมาระบุว่า แม้ว่าจะมีวารสารที่อ้างคุณสมบัติ\\nในใบมะละกอว่าสามารถลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง และมีรายงานบางฉบับได้อ้างว่าในใบมะละกอ\\nมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติต้านมะเร็งเต้านมได้ในหนูทดลอง แต่ก็เป็นเพียง Case Report \\nซึ่งยังไม่มีรายงานผลการวิจัยในลักษณะ Clinical Control Trial ที่เป็นมาตรฐานสากล จึงไม่สามารถนำมายืนยันว่าเป็นการวิจัยทางการแพทย์ได้ ดังนั้น การที่รองนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมอนามัย นำผู้ป่วยโรคมะเร็งมาแถลงข่าวดังกล่าว ถือได้ว่ายังมีข้อมูลที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้ประชาชนหลงเชื่อ และเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อาจส่งผลให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมากสูญเสียโอกาสในการเข้ารับ\\nการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน โรคมะเร็งอาจลุกลาม และเกิดผลเสียต่อการรักษาในอนาคต ดังนั้น \\nจึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องโปรดระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะดังกล่าวข้างต้น และขอสนับสนุนแนวความคิดที่ท่านจะให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข \\nได้ศึกษาวิจัยประโยชน์ทางการแพทย์จากมะละกออย่างจริงจังต่อไป เพื่อให้เกิดความชัดเจน เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุดิบเป็นจำนวนมากที่พบได้ทั่วไปในประเทศ","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน)\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [7,913,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากทางลอดถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดสุขวราราม และโรงเรียนหนองบัว จังหวัดราชบุรี","จากประชาชนในพื้นที่บริเวณวัดสุขวรารามและโรงเรียนหนองบัว ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถใช้ทางลอดสัญจรไป – มา ระหว่างถนนเพชรเกษมไปยังวัดสุขวรารามและโรงเรียนวัดหนองบัว ตำบลบ่อกระดาน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีได้ เพราะมีน้ำขังอยู่ในทางลอดถนนเพชรเกษมบริเวณหน้าวัดสุขวรารามและโรงเรียนหนองบัว จังหวัดราชบุรี ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำออกจากทางลอดถนนเพชรเกษม บริเวณหน้าวัดสุขวรารามและโรงเรียนหนองบัว จังหวัดราชบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรไป – มา ได้โดยสะดวก","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [8,912,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ","เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้มีบทความจัดทำสรุป ๑๐ คดีคอร์รัปชันแห่งปี ๒๕๖๖ ซึ่งพบว่ามีคดีคอร์รัปชันเพียง ๒ คดี ได้แก่ \\n๑) คดีเสาไฟกินรี และโครงการประเภท “คิด ทำ ทิ้ง” ทั่วประเทศ เช่น เครื่องออกกำลังกาย \\nลานออกกำลังกายชุมชน เครื่องกรองน้ำ เครื่องผลิตน้ำประปา เสาไฟโซล่าเซลล์ และโซล่าเซลล์ ฯลฯ \\nและ ๒) กรณีโกงนมโรงเรียน อาหารกลางวันเด็ก ตำราเรียน ส่วนอีก ๘ คดี เป็นคดีเกี่ยวกับการเรียกรับสินบน ส่วย และการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง \\nโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้สรุปว่า “หากก้าวข้ามคอร์รัปชันไม่ได้ รัฐบาลคิดทำอะไร\\nก็ยากจะสำเร็จ เพราะคนจ้องจะคดโกงมีมาก จนสังคมไม่ไว้วางใจ ไม่ร่วมมือ ดังนั้น เพื่อหยุดวิกฤตนี้ รัฐบาลต้องจริงจัง ต่อสู้เชิงรุกโดยประกาศให้การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นวาระแห่งชาติ จัดตั้งวอร์รูมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำในการทำงานร่วมกับภาคประชาชน” ต่อกรณีดังกล่าวข้างต้น เห็นว่าปัญหา\\nการคอร์รัปชันของประเทศเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน คือ การใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อประโยชน์ ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งผู้กระทำความผิดส่วนมากเป็นผู้มีอิทธิพล เช่น นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่น และบุคคลอื่น ๆ ที่มีอิทธิพล มีการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดล่าช้า เพราะผู้กระทำความผิดเป็นผู้มีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น \\nเพื่อยุติวิกฤติของชาติจากการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีโดยขอให้รัฐบาลประกาศให้การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นวาระแห่งชาติและใช้กลไกของ “ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)” ดำเนินการแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายล่าช้าในกรณีทุจริตประพฤติมิชอบทุกกรณี พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [9,911,59,"นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการนำที่ดินในพื้นที่ตำบลเขาค้อ ตำบลหนองแม่นา ตำบลสะเดาะพง และตำบลริมสีม่วง ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ประชาชนอยู่อาศัยและทำกินตั้งแต่ปี  พ.ศ. ๒๕๒๐ ไปเป็นที่ราชพัสดุ","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ๔ ตำบล ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แก่ ตำบลเขาค้อ ตำบลหนองแม่นา ตำบลสะเดาะพง และตำบลริมสีม่วง จำนวน ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน หรือที่เรียกว่าเขตป่าถาวรหมายเลข ๒๒ รวมกว่า ๗๕,๐๐๐ ไร่ ที่ประสบ\\nความเดือดร้อนจากแนวนโยบายจัดการที่ดินของรัฐบาล ที่ดำเนินการผลักดันที่ดินของประชาชน\\nซึ่งได้สิทธิอยู่อาศัยและทำกินมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ เป็นต้นมา ไปเป็นที่ราชพัสดุทั้งที่ประชาชนบางส่วน\\nมีใบจอง (น.ส.๒) ที่ออกโดยกรมที่ดิน โดยได้รับทราบข้อเท็จจริงว่า ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย\\nของประชาชนทั้ง ๔ ตำบลดังกล่าว ได้สิทธิมาตามระเบียบว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อประชาชน\\nของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ตามมาตรา ๒๗ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๘ \\nตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีโครงการจัดที่ดินผืนใหญ่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาชาวไร่ และได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๑๙\\nและวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๒๐ จำนวน ๓ โครงการ โดยระบุพื้นที่อนุญาต ได้แก่ ๑) เส้นทาง ๒ ข้างทาง\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     ของถนนทุ่งสมอ...\\nของถนนทุ่งสมอ – เขาค้อ ข้างละ ๑ กิโลเมตร จำนวนพื้นที่ ๑๒,๘๗๕ ไร่ ๒) เส้นทาง ๒ ข้างทาง\\nของถนนสายนางั่ว – หนองแม่ ข้างละ ๑ กิโลเมตร จำนวน ๔๐,๐๐๐ไร่ ๓) เส้นทาง ๒ ข้างทาง \\nของถนนสายเขาค้อ – สะเดาะพง ข้างละ ๑ กิโลเมตร จำนวน ๑๗,๕๐๐ ไร่ โดยกรมที่ดินได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ซึ่งระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๐ – ๒๕๒๗ มีประชาชนได้รับ น.ส.๒ จำนวน ๕๘๕ แปลง จากที่ดินจำนวน ๒,๙๑๑ แปลง โดยส่วนมากยังขาดขั้นตอนการออกใบ น.ส.๒ แต่ประชาชนได้เข้าอยู่อาศัย\\nและทำกินในพื้นที่มาตลอด ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๙ มีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่แบ่งแยกที่ดินที่ประชาชนเข้าอยู่อาศัยและทำกินแล้วออกมา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสืออนุญาตให้จังหวัดเพชรบูรณ์นำพื้นที่ดังกล่าวไปขอจัดที่ดินแปลงใหญ่ตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ก็ตาม  \\n \t\t\tต่อมาช่วงหลังปี พ.ศ. ๒๕๒๘ กองทัพภาคที่ ๓ ได้เข้ามาบริหารจัดการที่ดิน โดยอ้างว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ กรมป่าไม้ ได้อนุญาตให้กองทัพภาคที่ ๓ เข้าใช้พื้นที่ และให้ประชาชนเข้ามา\\nอยู่อาศัยและทำกินชั่วคราว และเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีการสอบถามไปยังอธิบดีกรมป่าไม้ ได้รับการยืนยันว่ากรมป่าไม้ ไม่เคยอนุญาตให้ทหารเข้าไปใช้พื้นที่แต่อย่างใด โดยข้อเท็จจริงตรงกับที่ได้รับทราบจากประชาชนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสืออนุญาตให้จังหวัดเพชรบูรณ์\\nนำพื้นที่ดังกล่าวไปขอจัดที่ดินแปลงใหญ่ตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ ซึ่งในปี ๒๕๖๒ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้แจ้งความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาที่ดินผืนใหญ่ส่วนนี้ว่า เนื่องจากหน่วยงานทหารในพื้นที่มีความเห็นว่า ไม่สมควรออกใบจองหรือ น.ส.๒ ให้แก่ประชาชน ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๘ ตามข้อสรุปของกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ไข\\nการประกาศเขตป่าสงวนฯ ที่ประกาศทับซ้อนกับโครงการจัดที่ดินแปลงใหญ่ให้ถูกต้อง โดยราษฎรจะไม่เสียสิทธิ และกำหนดให้แล้วเสร็จใน ๕ ปี กล่าวคือภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ โดยกรมที่ดินจะต้องออก\\nใบแสดงกรรมสิทธิ์ให้แก่ราษฎร ทั้งนี้ปัจจุบันประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรีข้างต้น แต่อย่างใด พร้อมกันนี้ ผู้แทนประชาชนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “นอกจากจะไม่มีการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ยังมีการทำประชาพิจารณ์ที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอน\\nของกฎหมายด้วย โดยมีการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียวว่า หากเป็นที่ราชพัสดุชาวบ้านจะสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้ต่อไป โดยเสียค่าเช่าเพียงเล็กน้อยให้กับกรมธนารักษ์ ในขณะที่ที่ดินบริเวณนั้นเป็นสิทธิ\\nของชาวบ้านแต่ภาครัฐไม่ออกเอกสารสิทธิให้ตามกระบวนการ กลับกลายเป็นชาวบ้านต้องมาเช่าที่ดิน\\nของตัวเองเพื่อทำกินและอยู่อาศัย อีกทั้งขณะนี้มีชาวบ้านถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าด้วย” ในการนี้ เห็นว่าสาเหตุของปัญหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใช้หลักฐานและข้อเท็จจริง\\nที่ผิดและบิดเบือน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินการตรวจสอบว่า\\nมีการละเลยการออกโฉนดที่ดิน ให้แก่ประชาชนตามมติคณะรัฐมนตรี หรือไม่ รวมทั้งมีการดำเนินการ\\nเพื่อนำที่ดินของประชาชนไปเป็นที่ราชพัสดุ หรือไม่","นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [10,910,213,"พลอากาศเอก สุจินต์ แช่มช้อย","สถานการณ์บ้านเมือง","การเร่งรัดและปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี","การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ ได้รับทราบข้อมูลการแก้ไขปัญหาน้ำ ดังนี้         \\n\t\t\t๓.๑ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ \\nเพื่อลดความเสียหายที่เกิดจากอุทกภัยในเขตอำเภอเมือง และอำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะเวลา ๖ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๖ ใช้งบประมาณก่อสร้าง จำนวน ๙,๕๘๐ ล้านบาท โดยว่าจ้างบริษัทเอกชน จำนวน ๕ บริษัท และกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเองบางส่วน ความก้าวหน้าของโครงการ\\nเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ มีความคืบหน้า ร้อยละ ๓๐.๘๓๖ ถือว่ามีความล่าช้ามาก ปัจจุบันมีการขอขยายระยะเวลาดำเนินโครงการเป็น ๑๐ ปี (๒๕๖๑ – ๒๕๗๐) ซึ่งปัญหาความล่าช้าสำคัญ \\n๒ ประการ ได้แก่ ๑) การทิ้งงานของผู้รับจ้าง จำนวน ๑ ราย ๒) การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส\\nโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID - 19) ทั้งนี้ หากไม่มีการควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่มีการบริหารจัดการที่ดีจะทำให้โครงการก่อสร้างเกิดความล่าช้าออกไปอีก จึงขอให้รัฐบาลควบคุม และเร่งรัดการดำเนินโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว                  \\n\t\t\t๓.๒ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นโครงการขุดคลองส่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอพุนพิน \\nและอำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างเป็นระยะเวลา ๘ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๙ และขยายระยะเวลาอีก ๕ ปี จนถึงปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ งบประมาณดำเนินโครงการ ๓,๓๓๐ ล้านบาท ซึ่งตามแผนงานจะมีการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ\\n๑ แห่ง คลองส่งน้ำ ๒ สาย ประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ MC1 ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร\\nดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และคลองส่งน้ำสายใหญ่ MC2 ระยะทาง ๗๓ กิโลเมตร ก่อสร้างได้เพียง ๙ กิโลเมตร โดยสถานีสูบน้ำไม่สามารถสูบน้ำได้ เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งน้ำในคลองพุมดวง\\nมีระดับต่ำกว่าหัวสูบน้ำ นอกจากนี้ พบปัญหาการดำเนินโครงการได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน\\nในพื้นที่ ได้แก่ ปัญหาการเดินทางข้ามคลองไปยังอีกฝั่งด้วยความยากลำบาก และปัญหาอุทกภัย\\nในช่วงฤดูฝนทำให้พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดความคุ้มค่า จึงขอให้ขุดลอกคลองส่งน้ำสายใหญ่ MC2 ให้แล้วเสร็จ รวมทั้งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ                \\n\t\t๓.๓ ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวตามแนวคลองแสง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สืบเนื่องจากประชาชนได้แจ้งปัญหา\\nความเดือดร้อนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการเดินทางประชุมสัญจรเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ซึ่งคลองแสงเป็นคลองที่รับน้ำจากเขื่อนรัชชประภา มีระยะทาง ๑๓ กิโลเมตร คลองแสงมีลักษณะเป็นคลองต้นน้ำตลิ่งสูงชันไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ หากเขื่อนรัชชประภาไม่ปล่อยน้ำ หรือช่วงฤดูฝน\\nคลองแสงจะไม่มีน้ำ ประชาชนจึงขอให้สร้างอาคารทดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหา จำนวน ๒ จุด ดังนี้ จุดที่ ๑ ห่างจากเขื่อนรัชชประภา ระยะทาง ๖ กิโลเมตร จุดที่ ๒ ห่างจากจุดที่ ๑ ระยะทาง ๔ กิโลเมตร \\nโดยดำเนินการออกแบบให้สามารถทนทานต่อการรับน้ำที่ถูกปล่อยจากเขื่อนรัชชประภา ซึ่งมีปริมาตร ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีได้ จากกรณีดังกล่าว จึงขอให้กรมชลประทานพิจารณาสร้างอาคารทดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [11,909,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","การดูแลผู้สูงอายุ","ประเทศไทยมีประชากร จำนวน ๖๖ ล้านคน โดยเป็นผู้สูงอายุ จำนวน ๑๒ ล้านคน แบ่งเป็นช่วงอายุ ๖๐ – ๖๙ ปี จำนวน ๗,๑๒๐,๒๗๑ คน ช่วงอายุ ๗๐ – ๗๙ ปี จำนวน ๓,๗๔๓,๔๖๖ คน และช่วงอายุ ๘๐ ปีขึ้นไป จำนวน ๑,๘๓๔,๖๒๕ คน ซึ่งจากการสำรวจผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางแบ่งออกเป็น ๖ กลุ่ม ดังนี้ ๑) ผู้สูงอายุที่อยู่ในสภาวะพึ่งพิง คือ พิการ ทุพพลภาพ สมองเสื่อม ๒) ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ๓) ผู้สูงอายุไร้บ้าน ๔) ผู้สูงอายุไร้สิทธิ หรือมีปัญหาสถานะบุคคล ๕) ผู้สูงอายุ และผู้ใกล้สูงอายุที่ย้ายถิ่นย้อนกลับ และ ๖) ผู้สูงอายุที่มีความหลากหลายทางเพศ ขณะนี้การดูแลผู้สูงอายุแบ่งเป็น ๓ ระบบ \\nคือ ระบบที่ ๑ การจัดการดูแลผู้สูงอายุให้สามารถพึ่งพาตนเองตามสภาพบริบทชุมชน โดยการส่งเสริม\\n\\n\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t          ให้ผู้สูงอายุ…\\nให้ผู้สูงอายุออกกำลังกาย และส่งเสริมการทานอาหารให้ถูกต้อง ระบบที่ ๒ ท้องถิ่นดูแลผู้สูงอายุ \\nมีการตั้งชมรมผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนการตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ และชมรมต่าง ๆ ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ระบบที่ ๓ ชุมชนวิสาหกิจดูแลผู้สูงอายุ โดยผู้สูงอายุได้มีการรวมกลุ่มประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ ทั้งนี้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นกลุ่มที่มีภารกิจ\\nในการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน โดยรัฐจ่ายค่าตอบแทนให้ในอัตราเดือนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อคน ซึ่งที่ผ่านมาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถดูแลผู้สูงอายุ\\nได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้รัฐบาลพิจารณา\\nเพิ่มจำนวนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ให้มากขึ้น และเพิ่มค่าตอบแทนให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นเดือนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อคน เพื่อให้การดูแลผู้สูงอายุเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึง","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [12,908,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การบริการด้านทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย","สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้มีบริการคอลเช็นเตอร์ (Call Center) เพื่อให้บริการประชาชนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๗ โดยมีการปรับปรุงเมื่อปี \\nพ.ศ. ๒๕๔๗ และได้มีการจัดตั้งศูนย์ตอบปัญหางานทะเบียนและบัตร ซึ่งได้มีการตอบปัญหาผ่านทางเว็บไซต์ ตอบผ่านอีเมล รวมทั้งมีการบันทึกคำถามคำตอบของปัญหาที่เป็นตัวอย่าง แต่คำถามหรือปัญหาที่ประชาชนพบบ่อยยังไม่มีการรวบรวม มีเพียงการเก็บข้อมูลไว้เป็นสถิติเท่านั้น โดยได้ตอบคำถามไปยังบุคคลเจ้าของคำถามโดยตรง ดังนั้น จึงควรมีการรวบรวมคำถามที่พบบ่อยว่ามีแนวทางและขั้นตอนในการแก้ไขอย่างไร รวมทั้งดำเนินการให้มีการเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูล\\nจากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านทางระบบออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องให้ประชาชนเดินทางไกลเพื่อมาสอบถามหรือมาขอรับบริการอีกครั้ง นอกจากนี้ กรณีที่กระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้บริการ\\nคัดสำเนาเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งพบปัญหาประชาชนต้องเดินทางไปเพื่อทำการรับรองนิติกรณ์เอกสาร ณ กรมการกงสุล หรือสถานกงสุล ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยลดขั้นตอนการให้บริการประชาชนด้านทะเบียนราษฎร เพื่อประชาชนสามารถใช้บริการกับส่วนราชการตั้งแต่ระดับตำบลหรือในอำเภอได้โดยสะดวก\\n","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [13,907,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","วงงานรัฐสภา","ขอให้พิจารณาขึ้นเงินเดือนและปรับฐานเงินเดือนให้แก่ข้าราชการรัฐสภาสามัญ","ข้าราชการรัฐสภาสามัญไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนและปรับฐานเงินเดือนให้มีความเหมาะสมกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบันมาเป็นระยะเวลานาน ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) พิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนและปรับฐานเงินเดือนของข้าราชการรัฐสภาสามัญให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการรัฐสภาสามัญ และสอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน","ประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",6,2566,"2024-01-02T00:00:00"],
    [14,906,195,"นายสมชาย แสวงการ","กฎหมาย","การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ เรื่อง การอำนวยความยุติธรรม กรณีการพักรักษาตัวนอกทัณฑสถาน เกินกว่า ๑๒๐ วัน","การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ เรื่อง การอำนวยความยุติธรรม กรณีการพักรักษาตัวนอกทัณฑสถาน เกินกว่า ๑๒๐ วัน\\\\n\t๑. เรื่อง การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่\\\\nสมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาญัตติขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภา ได้มีข้อสังเกตต่อกรณีคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการ ได้แถลงสรุปแนวทางจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ สรุปสาระสำคัญได้ว่าจะมีการทำประชามติ จำนวนทั้งสิ้น ๓ ครั้ง ดังนี้\\\\n\t(๑) คณะกรรมาธิการสามัญฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงและให้ข้อมูลครบถ้วน\\\\nโดยรายงานต่อวุฒิสภาแล้ว สรุปได้ว่าการทำประชามติ ต้องใช้งบประมาณครั้งละ ๓,๕๐๐ ล้านบาท \\\\nหากต้องทำประชามติถึง ๓ ครั้ง ต้องใช้งบประมาณมากถึง ๑๐,๕๐๐ ล้านบาท ใช้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ จำนวนทั้งสิ้น ๔๗๕,๐๐๐ คน โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย หน่วยละ ๕ คน ประจำหน่วยออกเสียงประชามติ จำนวน ๙๕,๐๐๐ หน่วย ต้องใช้งบประมาณเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวนประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของ สสร. รวมถึงผู้ติดตาม ประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมากถึง ๑๕,๗๐๐ ล้านบาท\\\\n \t(๒) ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะจัดทำขึ้นโดยอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ นั้น รายงานของคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาญัตติขอให้สภามีมติ\\\\nส่งเรื่องที่มีเหตุสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ วุฒิสภา ได้รายงาน\\\\nผลการพิจารณาว่าบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๙ มาตรา \\\\nโดยบัญญัติไว้ในหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ รวมกันเพียง ๑๑ มาตรา นอกนั้นจำนวน ๒๘ มาตรา ได้รับการบัญญัติไว้ในหมวดอื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ \\\\n\tดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าการทำประชามติเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แทนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยกระบวนการของรัฐสภา จะมีความคุ้มค่าหรือไม่ \\\\n\t๒. เรื่อง การอำนวยความยุติธรรม กรณีการพักรักษาตัวนอกทัณฑสถานเกินกว่า ๑๒๐ วัน\\\\n\tเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ\\\\nและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้เชิญเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ให้ข้อมูล กรณีอนุญาตให้นักโทษเด็ดขาด\\\\nพักอยู่ภายนอกเรือนจำเกินกว่า ๑๒๐ วัน โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ \\\\nเข้าร่วมประชุมด้วย ได้รับการยืนยันว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ได้มีการเสนอความเห็น\\\\nตามที่มีการแถลงข่าวจากกระทรวงยุติธรรมแต่อย่างใด โดยมีข้อสังเกตดังนี้ \\\\n\t\t(๑) คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา\\\\nได้เคยมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ว่าเพื่อลดความแออัดของเรือนจำ ควรแยกพิจารณาเป็น ๒ ประเด็น คือ \\\\n\t\t     (๑.๑) ผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุด จำนวนประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ควรแยกขัง และ \\\\n\t\t     (๑.๒) ผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย และเหลือระยะเวลาจำคุกไม่มาก ควรได้รับการลดโทษ พักโทษ หรือปล่อยตัวอย่างมีเงื่อนไข หรือคุมขังในสถานที่อื่นที่เหมาะสม\\\\n\t\t(๒) ข้อกังวลในเรื่องปัญหาข้อกฎหมาย คือ กฎกระทรวงกำหนดสถานที่อื่นที่ใช้ในการขัง จำคุก หรือควบคุมผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้ซึ่งต้องจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด พ.ศ. ๒๕๕๒ และกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่ออกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๙/๑ และมาตรา ๘๙/๒ น่าจะมีความขัดแย้งกับกฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ออกตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งได้ประกาศเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ รวมทั้งขัดต่อประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาด\\\\nเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษเนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ ๗๐ ปีขึ้นไป พ.ศ. ๒๕๖๓ ส่งผลต่อการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม และอาจนำมาซึ่งความเสื่อมของกระบวนการยุติธรรม\\\\n\t\t(๓) ควรตรวจสอบขั้นตอนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการส่งตัวนักโทษเด็ดขาดไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ นานเกินกว่า ๑๒๐ วัน ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย\\\\nและอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้องหรือไม่ \\\\n\t\t(๔) มีความเห็นด้วยกับการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต\\\\nแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ที่มีหนังสือเป็นทางการไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง และเอกสารหลักฐาน เกี่ยวกับกรณีการส่งตัวนักโทษเด็ดขาดไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ \\\\n\t\t(๕) หากตรวจสอบแล้วพบว่ามาตรการบังคับโทษทางอาญาที่ออกโดยกรมราชทัณฑ์\\\\nไม่มีประสิทธิภาพ ขอเสนอให้พิจารณาตัดลดงบประมาณของกรมราชทัณฑ์ หรือแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญ\\\\nศาลยุติธรรม เพื่อให้มีการจัดตั้งศาลแผนกบังคับโทษขึ้นเป็นการเฉพาะ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [15,905,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้พิจารณาทบทวนโครงการเขื่อนแม่วงก์ และขอให้ขยายถนนเข้าอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์","จากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนล่าง) เดินทางลงพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n\t๑. ขอให้พิจารณาทบทวนโครงการเขื่อนแม่วงก์\\n\tประชาชนในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก\\nเป็นประจำทุกปี ซึ่งหากได้มีการสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ โดยที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๕ อนุมัติโครงการเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้าง\\nในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน กั้นแม่น้ำแม่วงก์บริเวณเขาชนกัน หรือเขาสบกก ในเขตอุทยานแห่งชาติ แม่วงก์ อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ มีพื้นที่อ่างเก็บน้ำประมาณ ๑๓,๐๐๐ ไร่ หากดำเนินการ\\nก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร พร้อมทั้งลดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากได้ \\nแต่อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา ได้มีการยกเลิกการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ เป็นเหตุให้หลายพื้นที่\\nในจังหวัดนครสวรรค์ยังคงประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาทบทวนโครงการเขื่อนแม่วงก์\\n\t๒. ขอให้ขยายถนนเข้าอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์\\n            ในพื้นที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ มีประชาชนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก การจราจรในพื้นที่มีความหนาแน่น โดยถนนเข้าอำเภอลาดยาว เริ่มต้นจากบ้านหนองเบนไปยังอำเภอลาดยาว ระยะทาง ๒๗ กิโลเมตร สภาพถนนมีเพียง ๒ ช่องจราจร รถยนต์วิ่งสวนกันยากลำบาก เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [16,904,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ปัญหาการพัฒนาด่านห้วยโก๋น จังหวัดน่าน","วันที่ ๒๗ – ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ สมาชิกวุฒิสภาผู้ขอปรึกษาหารือได้ร่วมกับ\\nคณะอนุกรรมาธิการยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ในคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด\\nการปฏิรูปประเทศ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ด่านบ้านห้วยโก๋น ซึ่งเป็นจุดผ่านแดน\\nระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยโก๋น อำเภอ\\nเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ห่างจากตัวจังหวัดน่าน ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๑ ระยะทางประมาณ ๑๓๖ กิโลเมตร เปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๗ โดยตั้งอยู่ตรงข้าม\\nกับด่านสากลน้ำเงิน เมืองเงิน แขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว\\n\tเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐ จังหวัดน่านได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอยภูคา และป่าผาแดง เพื่อพัฒนาด่านการค้าชายแดนห้วยโก๋น – น้ำเงิน สำหรับรองรับการเปิดเสรีการค้าอาเซียน พื้นที่ ๓๕๐ ไร่ แบ่งออกเป็น ๒ แปลง ดังนี้\\n\tแปลงที่ ๑ พื้นที่ ๑๖๐ ไร่ สำหรับจัดสรรเป็นศูนย์ราชการของหน่วยงานต่าง ๆ ของจังหวัดน่าน โดยในปี ๒๕๖๔ จังหวัดน่านได้ใช้งบประมาณดำเนินการศึกษาและออกแบบ ประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท \\nซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว\\n\tแปลงที่ ๒ พื้นที่ ๑๙๐ ไร่ สำหรับจัดสรรเป็นที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโก๋น (อบต.ห้วยโก๋น) ระบบสาธารณูปโภค ตลาด และสถานีขนส่ง โดยกรมโยธาธิการได้ดำเนินการออกแบบ\\nให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโก๋นเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างจัดทำคำของบประมาณของหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้อง \\n\tในการนี้ ขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n\t(๑) กรมทางหลวงได้รับจัดสรรงบประมาณ ๗๔๙ ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างเส้นทางจากอำเภอทุ่งช้าง มายังด่านห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร แต่ไม่มีงบประมาณสำหรับเวนคืนที่ดินราษฎรในพื้นที่ ๕๓ ครัวเรือน และสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล\\nห้วยโก๋น ซึ่งมีที่ตั้งขวางเส้นทางการก่อสร้าง เป็นเหตุให้ราษฎรในพื้นที่ ๕๓ ครัวเรือน และสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยโก๋น ไม่สามารถย้ายไปอยู่ในที่ดินแปลงที่ ๒ พื้นที่ ๑๙๐ ไร่ ที่กรมป่าไม้อนุมัติ\\nให้ใช้พื้นที่ได้ ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งรัดตั้งงบประมาณสำหรับเวนคืนที่ดิน\\nกรณีดังกล่าวข้างต้นโดยเร็ว \\n\t(๒) จังหวัดน่านได้จัดสรรงบประมาณให้กรมศุลกากร ๑๓๕ ล้านบาท เพื่อดำเนินการศึกษาและออกแบบอาคารผู้โดยสาร อาคารตรวจสินค้า ดังนั้น ขอให้กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว\\n\t(๓) อาคารซุ้มประตู งบประมาณ ๕๙ ล้านบาท และอาคารช่องประตูภูมิทัศน์ งบประมาณ ๗๘ ล้านบาท ได้รับการออกแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาเนื่องจากอยู่นอกเหนือภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงและกรมศุลกากร จังหวัดน่านได้แจ้งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีความเห็นว่าการดำเนินการในส่วนนี้ ควรใช้งบประมาณที่ตั้งโดยกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น ขอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาเร่งรัดจัดทำงบประมาณเพื่อดำเนินการต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [17,903,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","คุณภาพผู้อำนวยโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)","โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ผู้ปกครองมีความมั่นใจและไว้ใจ ดังนั้น ครู และ\\nผู้อำนวยการโรงเรียน จึงเป็นบุคคลที่คนในชุมชนให้ความเคารพ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการควรพัฒนา\\nความรู้และเสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้อำนวยการโรงเรียนให้มีความสามารถในการบริหารจัดการ \\nและมีความเป็นผู้นำชุมชนอย่างแท้จริง ด้วยหลักสูตรที่เข้มข้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการกวดขัน ตรวจสอบ ป้องกันมิให้ผู้อำนวยการโรงเรียนออกจากสถานศึกษาในเวลาราชการ โดยให้ปฏิบัติภารกิจประจำ\\nอยู่ที่โรงเรียน หากเกิดปัญหาขึ้นภายในโรงเรียน จะได้สามารถแก้ไขได้ทันต่อสถานการณ์ และเพื่อป้องกันการถูกมองว่าเป็นบุคคลด้อยคุณภาพโดยใช้เวลาราชการไปทำงานส่วนตัว จนทำให้เสียภาพลักษณ์ที่ดี\\nและชุมชนอาจไม่ยอมรับ\t","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [18,902,130,"นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง","นโยบายของรัฐบาล","ขอการสนับสนุนโครงการถนนยกระดับเชื่อมระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี – อำเภอ วารินชำราบ ระยะทาง ๔.๘ กิโลเมตร","จากการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดอุบลราชธานี (กรอ.จังหวัดอุบลราชธานี) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ \\nได้รับการรายงานจากสถานการณ์เศรษฐกิจและผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยทุกภาคส่วนเชื่อมั่นว่าสถานการณ์อุทกภัยจะเกิดขึ้นอีก อันเนื่องมาจากภูมิประเทศของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นพื้นที่รับน้ำ\\nจากพื้นที่ต่าง ๆ โดยครั้งล่าสุด ปี ๒๕๖๕ เป็นปรากฏการณ์น้ำท่วมถนนวงแหวนรอบเมืองทุกเส้นทาง \\nรวมมูลค่าความเสียหายกว่า ๕,๘๐๐ ล้านบาท ที่ประชุม กรอ.จังหวัดอุบลราชธานี จึงมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง คณะทำงานเพื่อจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย\\nตามคำสั่งจังหวัดอุบลราชธานี ที่ ๔๓๓๑๒/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และการขอรับ\\nการสนับสนุนงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น\\nในอนาคต โดยใช้กรณีศึกษาปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ในปี ๒๕๖๕\\n \tดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างสะพานยกระดับ ซึ่งเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐาน\\nด้านการคมนาคมในสถานการณ์เกิดอุทกภัยให้สามารถเดินทางสัญจรระหว่างจังหวัดอุบลราชธานี \\n– อำเภอวารินชำราบ รวมถึงการเดินทางไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นการเส้นทางสำหรับเดินทางช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและผู้ป่วย ตลอดจนเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด\\nในสถานการณ์ปกติ อีกทั้งเป็นการตอบโจทย์เรื่องการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ ทันสมัย และปลอดภัย \\nบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [19,901,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","วิกฤติการศึกษาไทย","นักธุรกิจชาวต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทยมีความเห็นว่าระบบการศึกษาของประเทศไทยไม่สามารถผลิตคนที่มีคุณภาพไปสู่ตลาดแรงงานได้ สะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยอยู่ในภาวะตกต่ำ นอกจากนี้ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test : O-NET) และผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสูง (Advanced National Educational Test : A-NET) ที่แสดงให้เห็นผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กไทยยังมีผลคะแนนที่ตกต่ำลง อีกทั้ง ผลการประเมินนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Program for International Student Assessment : PISA) ปี ๒๕๖๖ ของนักเรียนไทยตกต่ำที่สุดในรอบ ๒๐ ปี ทั้งระดับการรู้เรื่องทักษะการอ่าน การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ รวมทั้งคะแนนเฉลี่ยของเด็กไทยต่ำกว่าหลายประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ (อันดับหนึ่งของโลก) ประเทศเวียดนาม ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อศึกษาทบทวนพบว่าเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้\\n \t(๑) หลักสูตรการศึกษามีความล้าสมัย เป็นการสอนโดยใช้การท่องจำ ให้ความรู้ มิได้สอน\\nให้ฉลาดรู้\\n \t(๒) ไม่สามารถผลิตหรือพัฒนาครูให้สามารถถ่ายทอดความรู้ให้มีประสิทธิภาพต่อเด็กได้ \\nอีกทั้งยังให้ครูปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกจากการสอนนักเรียน\\n \t(๓) โครงสร้างของหน่วยงานด้านการศึกษาไม่มีความเป็นเอกภาพ\\n\t(๔) ใช้งบประมาณทางการศึกษาจำนวนมาก แต่ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่คุ้มค่า\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เร่งดำเนินการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [20,900,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","กฎหมาย","การช่วยเหลือแรงงานไทยจากเหตุการณ์สงครามในประเทศอิสราเอล","ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์สงครามในประเทศอิสราเอลและมีแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอลสูญหายและถูกจับเป็นตัวประกันซึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว ๑๔ คน ยังเหลืออีก ๓๑ คน \\nที่ยังคงถูกจับเป็นตัวประกัน ซึ่งรัฐบาลยังคงมีการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันอย่างต่อเนื่องนั้น \\nแต่อย่างไรก็ดี ภาครัฐไม่มีการสื่อสารให้ญาติของแรงงานที่สูญหาย หรือญาติของผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน\\nได้รับทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อตามหาผู้สูญหายหรือการเจรจาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันดังกล่าว ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่ครอบครัวของผู้สูญหายและผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน ประการต่อมา\\nแม้ว่าสถานการณ์สงครามในประเทศอิสราเอลจะสงบลงบ้างแล้ว แต่พบว่าเกิดปัญหากับแรงงานไทย ได้แก่ \\n \t (๑) แรงงานไทยที่ประสงค์จะย้ายสถานที่ทำงานจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่ง จะถูกเรียกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเป็นเงินจำนวนมาก \\n \t (๒) การประกาศรับสมัครแรงงานใหม่ที่ยังไม่ผ่านการอบรมเพื่อเดินทางไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอล พบว่า มีการเรียกเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงถึงรายละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท\\n \t (๓) แรงงานไทยที่ได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐตามที่ได้แจ้งไว้ เช่น \\n \t\t  (๓.๑) กรณีการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้แก่แรงงาน โดยธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธ\\nการให้กู้เงิน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์อ้างว่าแม้ว่าภาครัฐแจ้งว่าจะจัดหางานให้แก่แรงงานที่เดินทางกลับมาประเทศไทย แต่ปัจจุบันยังไม่มีการจัดหางานให้แก่แรงงานแต่อย่างใด รวมทั้งธนาคารไม่มีความมั่นใจว่าแรงงานที่มาขอกู้เงินจะได้เดินทางกลับไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอลอีกครั้ง \\n                 (๓.๒) กรณีที่แรงงานไปติดต่อประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัด แต่ไม่ได้รับการบริการหรือการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนั้น ๆ เท่าที่ควร \\n \t\tดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงแรงงาน ขอให้กำกับเจ้าหน้าที่ให้\\nอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงานให้แก่แรงงานไทยและครอบครัวที่ไปติดต่อประสานงาน \\nทั้งนี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่แรงงานไทยดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [21,899,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การโฆษณาขายเครื่องสำอางปลอมและอาหารเสริมปลอมที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ จากเจ้าหน้าที่ของรัฐผ่านทางระบบออนไลน์","ปัจจุบันมีการจับกุมอาหารเสริมปลอม และยาลดความอ้วนที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งไซบูทรามีนเป็นสารยับยั้งการหลั่งของสารเคมีภายในร่างกาย ทำให้ไม่อยากอาหาร\\nและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบประสาท ระบบหัวใจ และระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลให้อาจเสียชีวิตได้ แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศยกเลิกให้ใช้สารไซบูทรามีนตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยได้มีการ\\nเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน และได้ประกาศ ฯ กำหนดให้ไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท\\nพ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งผู้ใดผลิตนำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ \\n๕ – ๒๐ ปี และปรับตั้งแต่  ๕๐๐,๐๐๐ – ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ใดขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๔ – ๒๐ ปี \\nและปรับตั้งแต่ ๔๐๐,๐๐๐ – ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผู้ใดครอบครองจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๑ - ๕ ปี หรือปรับ\\nตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ – ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว \\nถือว่าเป็นความผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ \\nแต่อย่างไรก็ดี แม้ปัจจุบันพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ จะถูกยกเลิก\\nโดยพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ แต่ตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติ\\nให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ บัญญัติว่า เมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแล้ว บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดอ้างถึงบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติ\\nป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ \\nพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ \\nหรือพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นอ้างถึงบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน \\nซึ่งปัจจุบันพบว่ายังคงมีการลักลอบนำเข้าไซบูทรามีนโดยไม่ผ่านศุลกากร และใส่ไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากนั้นบรรจุผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและนำออกจำหน่าย แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องละเลย\\nไม่ตรวจสอบ มีการขายอาหารเสริมปลอม หรือยาลดความอ้วนปลอมผ่านโทรทัศน์และทางระบบออนไลน์ต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เช่น เฟซบุ๊ก สร้างรายได้ให้แก่ผู้ขายเป็นจำนวนมากโดยไม่มีการจับกุมและดำเนินคดีหรือบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีให้เร่งดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ที่ผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมและยาลดความอ้วนปลอม บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตของคนไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [22,898,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุ ","การฉีดวัคซีนให้แก่ประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะภูมิคุ้มกันต่าง ๆ เริ่มลดลง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป่วยเป็นโรคต่าง ๆ มากขึ้น การฉีดวัคซีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ปกป้องผู้ป่วยจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ ที่สามารถทวีความรุนแรงขึ้นได้ ลดโอกาสเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคติดเชื้อรุนแรง ลดอัตราการเสียชีวิตที่เกิดจากการติดเชื้อ ลดค่าใช้จ่ายที่ต้องสูญเสียจากการเกิดโรค ซึ่งโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนส่วนใหญ่ เป็นโรคที่เป็นแล้วจะมีความรุนแรงและรักษายาก เช่น โรคบาดทะยักในผู้สูงอายุ โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวมในผู้สูงอายุ เป็นต้น วัคซีนที่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรได้รับ คือ วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ วัคซีนป้องกันโรคไอกรน วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี \\n\tวัคซีนที่จำเป็นสำหรับประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุ มีดังนี้ \\n \t(๑) วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ๔ สายพันธุ์ กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ ๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\t\\n \t(๒) วัคซีนนิวโมคอคคัส กลุ่มอายุที่ควรฉีด คือ ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๓) วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ โรคไอกรน โรคบาดทะยัก กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ \\n๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๔) วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด กลุ่มอายุที่ควรฉีด คือ ผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๕) วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ ๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n \t(๖) วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี กลุ่มอายุที่ควรฉีด ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ ๒๐ ปี – ๖๐ ปี และผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป\\n\tในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน การฉีดวัคซีนสามารถป้องกันมิให้เกิดโรค หรือสามารถป้องกันไม่ให้มีอาการรุนแรงหรือป้องกันการเสียชีวิตของประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้\\n\t(๑) ประชาสัมพันธ์ให้ประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้รับทราบถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างจริงจัง ให้ทราบและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีน \\n\t(๒) หน่วยงานราชการจัดให้มีการส่งเสริมบุคลากร ประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุได้รับ\\nการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตามช่วงอายุที่จำเป็น \\n\t(๓) ดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชากรวัยทำงานและผู้สูงอายุโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย\\n\tดังนั้น ขอให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร่งด่วน จะทำให้ประเทศไทยมีประชากรวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่แข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย หรือไม่เจ็บป่วยรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [23,897,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนจากการที่สนามบินจังหวัดแพร่ ไม่มีสายการบินพาณิชย์ เปิดให้บริการ","สนามบินจังหวัดแพร่ เป็นสนามบินเก่าเพราะก่อสร้างมานาน มีความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) เพียง ๑,๕๐๐ เมตร รองรับเครื่องบินขนาดเล็ก ทำให้มีค่าโดยสาราคาแพง จึงมีสายการบินพาณิชย์เปิดให้บริการเที่ยวบินเป็นครั้งคราว ที่ผ่านมาจังหวัดแพร่ แม้จะเป็นเมืองรอง แต่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาท่องเที่ยวได้จำนวนมากมีรายได้จากการท่องเที่ยวจากพันล้านบาทเศษเพิ่มขึ้นเป็นสามพันล้านบาท เศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดแพร่กำลังเป็นไปได้ด้วยดี แต่ปรากฏว่าสายการบินพาณิชย์ได้หยุดให้บริการเที่ยวบินตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๖ โดยไม่มีกำหนดการเปิดให้บริการ โดยให้เหตุผลว่า การเปิดให้บริการเที่ยวบินนั้นไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งมีสาเหตุจากปัจจัย คือ การขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) จาก ๑,๕๐๐ เมตร มีการเริ่มต้นสำรวจและรับฟังความคิดเห็น การศึกษาความเป็นไปได้ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมซึ่งผ่านเป็นที่เรียบร้อย และได้ให้ขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) \\nเป็น ๑,๘๐๐ เมตร เพื่อให้อยู่ในระดับมาตรฐานที่สามารถติดตั้งเซ็นเซอร์และเรดาร์ได้ ต่อจากนั้นส่วนกลางมีนโยบายให้ขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) เป็น ๒,๑๐๐ เมตร จึงทำให้ผลสำรวจความเห็น ผลการศึกษาความเป็นไปได้ และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้ดำเนินการไว้สิ้นอายุลงไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้ต้องขยายระยะเวลาออกไป รวมทั้งปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน ซึ่งขณะนี้ประชาชน\\nจังหวัดแพร่มีความยินดีให้ความร่วมมือ ขอเพียงให้เร่งดำเนินการขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) \\nของสนามบินจังหวัดแพร่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประชาชนจังหวัดแพร่เสียโอกาสด้านการท่องเที่ยว\\nที่กำลังสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ\\nที่สวยงาม วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ ผ้า สุราชุมชน ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการขยายความยาวทางวิ่ง (รันเวย์) ของสนามบินจังหวัดแพร่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยเร่งรัดเจรจากับสายการบินพาณิชย์ให้สามารถเปิดบริการเที่ยวบิน\\nอย่างต่อเนื่องโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [24,896,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","กฎหมาย","ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณสามแยกเมืองพระทางเข้าที่ว่าการอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากไม่มีสัญญาณไฟจราจร","ถนนบริเวณสามแยกเมืองพระทางเข้าที่ว่าการอำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด \\nเป็นสามแยกที่ประชาชนใช้เป็นเส้นทางคมนาคมจำนวนมาก และบริเวณสามแยกดังกล่าวไม่มีสัญญาณ\\nไฟจราจร เมื่อไม่มีสัญญาณไฟจราจรจึงได้มีการนำถังน้ำมันขนาด ๒๐๐ ลิตร มาวางเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร เพื่อทำเป็นแนวถนนจนถึงบริเวณสามแยกจะเรียงเป็นวงกลมพร้อมทั้งทาสีขาวแดง โดยไม่มี\\nการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยมีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๖ ถึงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๖ เกิดอุบัติเหตุ \\nจำนวน ๓๕ ครั้ง โดยนายอำเภอจังหาร และหน่วยงานในพื้นที่ได้ทำหนังสือเพื่อขอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่มีการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรแต่อย่างใด จึงขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัด กำชับหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการติดตั้งไฟสัญญาจราจรบริเวณสามแยกเมืองพระ โดยเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่รู้สึกปลอดภัยในการใช้เส้นทางคมนาคม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [25,895,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","นโยบายของรัฐบาล","เรื่อง ๗ วันอันตราย","จากช่วงเทศกาลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาว\\nของทุกปีจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลดังกล่าวจำนวนมาก เป็นสาเหตุให้เกิด\\nความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จากแผนงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการตั้งด่านเพื่อป้องกันและช่วยเหลือผู้เดินทาง แก้ไขปัญหาอุปสรรค และป้องกันอุบัติเหตุ\\nที่จะเกิดขึ้น ทำให้หลายปีที่ผ่านมาสถิติการเกิดอุบัติเหตุและภัยบนท้องถนนได้ลดลงกว่าในอดีต \\nดังนั้น การตั้งด่านถือเป็นกิจกรรมที่ดี หลายหน่วยงานได้ให้ความร่วมมือร่วมใจเพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหา \\nซึ่งบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านของหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีความเสียสละและปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง \\nจึงขอให้สนับสนุนสวัสดิการแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งด่านในช่วงเทศกาลในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ \\nและเทศกาลสงกรานต์","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [26,894,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การแจ้งเตือนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตซ้ำ","จากข่าวเมื่อต้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ ได้เกิดกรณีเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริตเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้างในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันเป็นเท็จ ในหน่วยงานรองของส่วนราชการระดับกรมแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า ๑๐ ปี ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐมากกว่า ๕๑ ล้านบาท จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เป็นการดำเนินการของคนในครอบครัว โดยมีผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นลูก และเป็นผู้อนุมัติจัดซื้ออุปกรณ์จากบริษัทของตนและบริษัทของสามี เสนอต่อผู้อนุมัติซึ่งเป็นแม่ของตนเอง ที่เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าส่วนราชการผู้มีอำนาจอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท โดยมีการจัดซื้อตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ ถึง เดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ จำนวน ๘๙ ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๘.๘ ล้านบาทเศษ ซึ่งกรณีดังกล่าว เรียกว่าเป็นการกระทำที่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งส่วนราชการส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความสนใจกับความเสี่ยงซึ่งเป็นการทุจริตในลักษณะนี้มากนัก ดังนั้น เพื่อป้องกันการทุจริต\\nไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีก เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ   (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ควรตรวจสอบความเสี่ยงของการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีการทำธุรกิจของเจ้าหน้าที่กับบริษัทของตน\\nหรือครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการทุจริตซ้ำขึ้นอีก จึงขอเสนอแนวทาง ดังนี้\\n(๑) ขอให้ตรวจสอบผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการขออนุมัติดำเนินการต่าง ๆ ต้องไม่เป็นบุคคล\\nในครอบครัว หรือผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด และควรตรวจสอบพฤติกรรมเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติ\\nของบุคคลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง\\n(๒) หัวหน้าส่วนราชการที่มอบหมายผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องสั่งการให้มีการรายงานผล\\nการปฏิบัติงานที่สำคัญทุกเดือน เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน และควรเปลี่ยนแปลง\\nผู้ได้รับมอบหมายให้มีระยะเวลาไม่เกิน ๒ ปี รวมทั้งจัดให้มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ\\n(๓) ขอให้ตรวจสอบและปรับปรุงหน่วยงานตรวจสอบภายในของหน่วยที่มีขีดความสามารถให้มีการประเมินความเสี่ยงการทุจริตในทุกรูปแบบ และกำหนดให้หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในต้องนำเรียนหัวหน้าส่วนราชการทันทีเมื่อตรวจพบความผิดปกติ หากไม่ดำเนินการถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง","ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [27,893,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การทำนุบำรุงพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ของกรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๖","พระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ตั้งอยู่ ณ จังหวัดสุโขทัย มีความสำคัญคือ \\nเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วงของไทย และเป็นพระราชบิดาของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงมีคุณูปการมากมายต่อปวงชนชาวไทย โดยพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ สร้างขึ้นโดยกรมศิลปากรร่วมกับจังหวัดสุโขทัย ณ บริเวณวัดพระพายหลวง แต่หลังจากสร้างเรียบร้อยแล้ว มีการละเลย ไม่มีการดูแล ถูกปล่อยให้รกร้าง และในเวลากลางคืนไม่มีไฟส่องสว่าง ในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น นายมนู พุกประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย ได้นำเงินส่วนตัวมาใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ให้มีไฟส่องสว่างและเกิดความปลอดภัยในเวลากลางคืนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชน\\n\tจึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๖ และจังหวัดสุโขทัย ขอให้มีการดูแลสั่งการ บังคับบัญชา ให้มีการทำนุบำรุง บูรณะซ่อมแซม และปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ดังกล่าว ให้มีความสะอาด จัดให้มีไฟส่องสว่างในเวลากลางคืน เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สำคัญและมีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุโขทัย และเป็นการเทิดพระเกียรติต่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ทั้งนี้ มีข้อเสนอว่า กรมศิลปากรอาจโอนภารกิจในการดูแลพระบรมราชานุสาวรีย์ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เพื่อที่จะได้มีการจัดสรรเงินงบประมาณ และบุคลากรมาดูแลให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวจังหวัดสุโขทัยเทียบเท่ากับพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราชต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [28,892,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","กฎหมาย","กระบวนการยุติธรรมไทย","กระบวนการยุติธรรมที่ดีจะต้องปกป้องคุ้มครองคนดีและผู้ถูกกระทำ \\nในขณะเดียวกันจะต้องทำให้คนไม่ดีหรือคนที่กระทำความผิดเกรงกลัวการลงโทษและไม่กล้ากระทำผิดซ้ำแต่สังคมไทยในวันนี้การบังคับโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลเกิดความย่อหย่อนและไม่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ ทำให้คนในสังคมไม่เกรงกลัวกฎหมายและการลงโทษ จนทำให้คนขาดความยับยั้งชั่งใจ\\nในการกระทำความผิด และเป็นอันตรายต่อสังคมมากขึ้น สำหรับโทษประหารชีวิตนั้น ประเทศไทย\\nยังคงมีโทษประหารชีวิต ทั้งที่ปรากฏอยู่ในกฎหมายและคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด แต่การประหารชีวิต\\nครั้งล่าสุดของไทยเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งห่างจากการลงโทษประหารชีวิตครั้งก่อนหน้าถึง ๙ ปี \\nและหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ไม่มีการประหารชีวิตเกิดขึ้นอีก ทั้งที่มีคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด\\nให้ประหารชีวิต เช่นเดียวกับโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยในทางปฏิบัตินั้นได้รับการลดโทษจนเหลือการจำคุก\\nเพียงไม่กี่ปี บางคดีพิพากษาจำคุกเพียง ๖ – ๗ ปี เท่านั้น ตัวอย่างเช่น กรณีฆาตกรต่อเนื่องในคดีดังรายหนึ่ง ได้รับการลดโทษมาเป็นระยะจนเหลือโทษจำคุก ๑๓ ปี และเมื่อพ้นโทษออกมา ยังกระทำความผิดซ้ำอีก โดยก่อเหตุฆาตกรรมรายที่ ๖  เช่นเดียวกับโทษอื่น ๆ ที่ได้รับการพักโทษ และอภัยโทษจนกระทั่ง\\nเหลือจำคุกเพียงไม่กี่ปี เช่น คดีทุจริตจำนำข้าวที่ผู้กระทำความผิดถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ ๓๖ ปี ๔๐ ปี ๔๘ ปี และ ๕๐ ปี ปรากฏว่าได้รับการลดโทษเหลือจำคุกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น และบางรายกำลังพ้นโทษ \\nคำถามของสังคมคือ ประเทศไทยมีมาตรการลดโทษ พักโทษ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์มากเกินไปหรือไม่ อีกทั้ง มีระเบียบให้สามารถจำคุกนอกเรือนจำได้อีกโดยไม่คำนึงว่ารับโทษมาแล้วกี่ปี\\n\tจากกระบวนการดังกล่าวส่งผลให้บุคคลไม่กลัวการลงโทษและถูกจำคุก ในขณะที่ขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษนั้น กลับเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีขั้นตอนมากมาย แต่เมื่อผู้กระทำความผิดได้รับโทษแล้ว กลับมีมาตรการต่าง ๆ มาผ่อนผัน จนทำให้ไม่ได้รับโทษตามจริง ส่งผลให้มาตรการที่เป็นสากล ที่นำมาใช้ในประเทศไทย อาจสิ้นผลไป เนื่องจากมีการฉ้อฉล\\nต่าง ๆ การกำหนดให้มีการลดโทษ พักโทษ อาจจะแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง คือ ระบายนักโทษออกจากเรือนจำได้ แต่อาจก่อให้เกิดอีกปัญหาหนึ่ง คือ ภายนอกเรือนจำจะมีนักโทษรายล้อมอยู่ในสังคมโดยทั่วไป \\nดังนั้น จึงขอหารือไปยังกรมราชทัณฑ์ให้มีการทบทวนกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะในชั้นการบังคับโทษให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [29,891,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่น","การทำงานขององค์กรด้านเด็กในหลายหน่วยงาน พบว่า ปัจจุบันอัตราการฆ่าตัวตายของประชากรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๒ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๖.๗๓  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๓ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๗.๓๗  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๔ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๗.๓๘  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tปี พ.ศ. ๒๕๖๕ อัตราฆ่าตัวตาย ร้อยละ ๗.๙๗  ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน\\n\tอัตราวัยรุ่นฆ่าตัวตายสำเร็จ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ – พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่า กลุ่มวัยเรียน – กลุ่มวัยทำงานตอนต้น เพิ่มมากขึ้นกว่าวัยทำงาน ๔ เท่า ดังนี้\\n\t- กลุ่มวัยเรียน อายุระหว่าง ๑๖ – ๒๔ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เสียชีวิต ๔๒๘ คน และ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เสียชีวิต จำนวน ๔๓๙ คน \\n\t- กลุ่มวัยทำงานตอนต้น อายุระหว่าง ๒๕ – ๓๔ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ เสียชีวิต ๘๙๖ คน และ ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เสียชีวิต จำนวน ๙๕๖ คน \\n\tจะเห็นว่า ในแต่ละวันมีการฆ่าตัวตายเฉลี่ย จำนวน ๑๓ คน หากเป็นผู้สูงอายุจะฆ่าตัวตายเพราะป่วยเป็นโรคเรื้อรัง ถ้าเป็นวัยรุ่นจะฆ่าตัวตายเพราะป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการ ๒ ส่วน ดังนี้ \\n\tส่วนที่ ๑ แนวทางเพื่อป้องกันวัยรุ่นฆ่าตัวตาย มีดังนี้\\n\t\t(๑) การสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็กวัยรุ่น ให้วัยรุ่นมองโลกตามความเป็นจริง สามารถจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม การเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรม สามารถทำให้เด็กรู้แพ้ รู้ชนะ และไม่กระทำการกลั่นแกล้งที่แสดงออกด้วยคำพูด หรือ บูลลี่ (Bully) ซึ่งกันและกัน\t \\n\t\t(๒) สื่อมวลชนไม่ควรนำเสนอข่าว หรือผลิตข่าวซ้ำ ไม่ควรนำเสนอวิธีการในการฆ่าตัวตาย แต่ควรนำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เพื่อป้องกันพฤติกรรมการเลียนแบบ\\n\t\t(๓) การจำกัดวิธีในการฆ่าตัวตาย เช่น ให้มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย \\n\t        (๔) ควรมีระบบการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะสถานศึกษาจะต้องหาวิธีที่เหมาะสม\\n\t\tส่วนที่ ๒ หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือจะต้องทำงานเชิงรุก\\n\tปัจจุบันมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง เช่น \\nโทรสายด่วน ๑๓๒๓ สายด่วนกรมสุขภาพจิต ๐ ๒๑๑๓ ๐๗๘๙ สะมาริตันส์ ๐๘ ๑๙๓๒ ๐๐๐๐ \\nDepress We care ซึ่งหากมีการกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น จะเป็นประโยชน์\\nต่อสังคมและช่วยลดอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กวัยรุ่นได้อย่างมาก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",5,2566,"2023-12-26T00:00:00"],
    [30,890,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขังพ.ศ. ๒๕๖๖","ตามที่ได้มีการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ ประกาศ ณ วันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๓ ประกอบมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยอ้างเหตุผลว่าปัจจุบันยังไม่มีระเบียบเกี่ยวกับ\\nการคุมขังในสถานที่อื่นนอกเหนือจากเรือนจำซึ่งเป็นเรื่องภายในและอยู่ในความรับผิดชอบของ\\nกรมราชทัณฑ์นั้น เห็นว่าการออกระเบียบฉบับดังกล่าวของกรมราชทัณฑ์ทำให้สังคมมีการตั้งข้อสังเกตว่า\\nระเบียบดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้นักโทษชายรายหนึ่ง ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก ๓ คดี นับรวม ๘ ปี และต่อมาได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก ๑ ปี ซึ่งขณะนี้นอนพักรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยอาการป่วย ๔ โรค ได้แก่ ๑) โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งต้องรับประทานยา\\nอยู่ตลอดเวลา ๒) ปอดอักเสบ เนื่องมาจากติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จึงทำให้เกิดพังผืด\\nในปอด มีความผิดปกติของออกซิเจน ๓) ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความดันผิดปกติ ต้องรับประทานยาตลอดเวลา และ ๔) กระดูกสันหลังเสื่อม เกิดจากภาวะเสื่อมตามอายุ กดทับเส้นประสาทปวดเรื้อรัง ทำให้การทรงตัวผิดปกติ ซึ่งจะนอนพักรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ ครบ ๑๒๐ วัน ในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ นี้ ต่อกรณีดังกล่าว สังคมตั้งข้อสงสัยว่าโทษจำคุก ๑ ปี ที่นักโทษชายคนดังกล่าวได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษนั้น จะได้รับโทษจำคุกจริงหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องขังที่จะได้รับการพักโทษจะต้องโทษจำคุกไม่ต่ำกว่า ๒ ใน ๓ ของโทษจำคุกที่ได้รับ และมีเกณฑ์แยกย่อย ๓ ข้อ คือ จะต้องเป็นนักโทษที่มีอายุ \\n๗๐ ปีขึ้นไป มีภาวะป่วยชราภาพ และต้องโทษไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของโทษจำคุก หรือต้องโทษจำคุก\\nตั้งแต่ ๖ เดือนขึ้นไป ซึ่งนักโทษชายคนดังกล่าวใกล้ครบกำหนดรับโทษ ๑ ใน ๓ หรือ ๔ เดือน (๑๒๐วัน) \\nในวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๖ ที่จะถึงนี้แล้ว อนึ่ง การอ้างว่ามีอาการป่วยหนักขอพักรักษาตัวนอกเรือนจำ \\nแต่ไม่มีความชัดเจนว่าป่วยหนักอย่างไร และอาการป่วย ๔ โรค ที่เปิดเผยก็เป็นโรคทั่วไปที่พบได้\\nในกลุ่มผู้สูงอายุเดียวกัน และเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาอาการป่วยของนักโทษชาย\\nคนดังกล่าวไม่สามารถชี้แจงต่อสังคมได้ว่ามีอาการป่วยหนักอย่างไร และมีความจำเป็นมากน้อยเพียงไร \\nที่จะต้องพักรักษาอาการป่วย ณ โรงพยาบาลตำรวจ \\n \t\tโดยมาตรา ๓ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม” และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “การตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ \\nในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้ กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย”\\n\t\tกรณีดังกล่าวจึงมีประเด็นหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้\\n\t \t(๑) การออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. ๒๕๖๖ มีวัตถุประสงค์ในการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจงหรือไม่ อย่างไร \\n\t\t(๒) กรณีของนักโทษชายที่ได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุก ๑ ปี ซึ่งได้ขอพักรักษาอาการป่วยหนัก ณ โรงพยาบาลตำรวจ แต่ไม่มีคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่เกี่ยวข้อง\\nกับการดูแลรักษาอาการป่วยของนักโทษชายคนดังกล่าว ว่ามีอาการป่วยหนักอย่างไร และมีความจำเป็น\\nมากน้อยเพียงไรที่จะต้องนอนพักรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นเวลานานเกือบ ๑๒๐ วัน ซึ่งประเด็นนี้ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่านักโทษชายคนดังกล่าวอาจจะไม่ได้รับโทษจำคุกจริง ๆ \\n               (๓) กรณีการดำเนินการต่าง ๆ ตามข้อ (๑) และข้อ (๒) อาจเป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติรองรับไว้ว่า\\nการบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นการทั่วไปและบังคับใช้กับบุคคลทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง\\n","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [31,889,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","นโยบายของรัฐบาล","การประกาศเลื่อนวันหยุดชดเชยวันสิ้นปี ประจำปี ๒๕๖๖ จากวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ ให้เลื่อนวันหยุดชดเชย\\nวันสิ้นปี ประจำปี ๒๕๖๖ จากวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ \\nได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี คนไทยส่วนใหญ่จะเดินทางไปเยี่ยมเยียนและอวยพรปีใหม่ญาติผู้ใหญ่ พบปะครอบครัว\\nและท่องเที่ยวในวันที่ ๓๑ ธันวาคม (วันสิ้นปี) และวันที่ ๑ มกราคม (วันขึ้นปีใหม่) ของทุกปี ส่วนวันที่ ๒ \\nมกราคม จะเป็นวันเดินทางกลับ เพื่อพร้อมทำงานในวันรุ่งขึ้น เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้เลื่อนวันหยุดชดเชย\\n\\n\\nวันสิ้นปี ...\\n-๑๒-\\n \\nวันสิ้นปี ประจำปี ๒๕๖๖ จากวันอังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันศุกร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ ย่อมเป็นผลให้วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ เป็นวันทำงาน เป็นเหตุให้ประชาชนที่กลับบ้านหรือเดินทางไปท่องเที่ยว\\nที่ต่างจังหวัด ต้องรีบเดินทางกลับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๗ ทั้งที่เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้พร้อมทำงาน\\nในวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ ทำให้ไม่สามารถอยู่ฉลองวันขึ้นปีใหม่กับครอบครัวได้เหมือนปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ ประชาชนจำนวนมากได้สำรองที่พักและบัตรโดยสารเพื่อการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ไว้ล่วงหน้า\\nหลายเดือนแล้ว นอกจากนี้ มติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว\\nและให้บริการที่พักอาศัยต่าง ๆ อาทิ โรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์ ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริม\\nการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้งต่อนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศโดยสิ้นเชิง และสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางประกอบการพิจารณาเลื่อนวันหยุดชดเชย หรือการเพิ่มวันหยุดชดเชยเป็นกรณีพิเศษ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบริบทของสังคมและวิถีชีวิตของประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [32,888,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การป้องกันปัญหาผลกระทบจากนโยบายอนุญาตให้มีการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา","ข่าวในสื่อมวลชน กรณีอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๖ \\nธันวาคม ๒๕๖๖ เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา มีผู้เสียชีวิต ๑ คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ๒ คน ผู้ขับขี่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่งออกจากผับ เมื่อเวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา จากการวัดปริมาณแอลกอฮอล์\\nในเลือด พบว่าได้มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ๑๒๑ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้กว่าสองเท่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในวันแรกของการบังคับใช้กฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการ \\n(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ออกโดยกระทรวงมหาดไทย โดยมีสาระสำคัญ คือ การขยายเวลาเปิดสถานบริการ ให้สามารถเปิดให้บริการได้ถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นได้ กรณีดังกล่าวเป็นเพียงเหตุการณ์หนึ่ง\\nในหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากนโยบายดังกล่าว \\n\t\tนโยบายอนุญาตให้มีการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา ถือเป็นนโยบายสาธารณะ ซึ่งนโยบายสาธารณะที่ดี ควรประกอบด้วยหลัก ๓ ประการ คือ ๑) เป็นเรื่องที่ดีงามถูกต้องตามศีลธรรม จริยธรรม ๒) เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ และ ๓) ต้องเป็นนโยบายที่วางอยู่บนฐานความรู้และการมีส่วนร่วม แต่นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นเกิดขึ้นจากแรงจูงใจทางการเมืองที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อมีการกำหนดนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งก็มักจะเกิดผลกระทบตามมา\\nอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพของนักท่องเที่ยวในสถานบริการที่ดื่มกินเป็นระยะเวลานาน การเกิดอุบัติเหตุอันเป็นผลจากการขับรถยนต์ภายหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง ซึ่งอาจ\\nเกิดอุบัติเหตุในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีกเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ตามที่กฎกระทรวงฯ ประกาศไว้ ได้แก่ \\nสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ และท้องที่อำเภอ\\nเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังรวมถึงสถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมทุกจังหวัดอีกด้วย \\nทั้งนี้ จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทย พบว่าในปี ๒๕๖๖ มีผู้เสียชีวิต จำนวนกว่า ๑๔,๐๐๐ คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายแสนคน เห็นได้ว่านโยบายดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาวะ ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ดังนั้น \\nขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ \\nว่าได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อป้องกัน กวดขัน และลดปัญหาจากผลกระทบด้านลบที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ\\nบนท้องถนน อันเป็นผลจากนโยบายอนุญาตให้มีการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึงเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกา หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [33,887,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสูบน้ำโดยระบบท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตรของจังหวัดปราจีนบุรี","จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีการเพาะปลูกผลไม้เป็นจำนวนมาก แต่ประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเมื่อ ๒ ปี ที่ผ่านมา คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ได้ช่วยผลักดันโครงการท่อส่งน้ำให้แก่จังหวัดปราจีนบุรี สามารถให้การช่วยเหลือ\\nแก่เกษตรกรในพื้นที่ ๒ ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านพระ และตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี \\nซึ่งเกษตรกรในหลายพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรียังมีความต้องการน้ำในการเพาะปลูกอีกจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้เกษตรกรในจังหวัดปราจีนบุรีมีน้ำสำหรับทำการเกษตรอย่างเพียงพอ จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\\n \t\t(๑) กรณีในเขตชลประทาน ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการ\\nตั้งสถานีสูบน้ำจากโครงการชลประทานที่มีแหล่งน้ำ โดยสูบผ่านท่อไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร\\nที่มีความต้องการใช้น้ำ \\n\t \t(๒) กรณีนอกเขตชลประทาน ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาดำเนินการสูบน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ ตามธรรมชาติ ไปยังพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรที่มีความต้องการใช้น้ำ\\n\t \t(๓) กรณีเกษตรกรรวมตัวกันเป็นเกษตรแปลงใหญ่ หากเกษตรกรต้องการวางท่อสูบน้ำ\\nจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ขอให้กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม พิจารณาว่าสามารถให้ความช่วยเหลือในการสูบน้ำและการวางท่อสูบน้ำบริเวณริมทางหลวง ได้หรือไม่ อย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [34,886,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี ๒๕๖๖","จาก เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (International Anti-Corruption Day) ซึ่งนายภูมิธรรม  เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี ๒๕๖๖ ภายใต้แนวคิด “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต้านโกง” และเนื่องจากวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลในปี ๒๕๖๖ ครบรอบ ๒๐ ปี ที่มีการลงนาม\\nในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ (United Nations Convention against Corruption-UNCAC, 2003) ดังนั้น จากกิจกรรมในวันดังกล่าวเห็นว่าควรมีการเพิ่มสาระสำคัญ\\nที่จะต้องดำเนินการโดยประเทศไทยควรมีการประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตที่ชัดเจน\\nตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ ที่เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ได้เชิญชวนให้รัฐภาคีดำเนินการ\\nในปี ค.ศ. ๒๐๒๔ ภายใต้คำขวัญ “Stop Corruption Time For Area Change” (ให้หยุดการทุจริตด้วยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ) โดยดำเนินงาน ๓ เรื่อง ที่สำคัญดังนี้\\n \t\t(๑) ขจัดเงินทุจริตผิดกฎหมายทุกประการที่ระบุไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติมิให้แพร่หลายในตลาดเงินโลกโดยการจัดลำดับการเคลื่อนไหวของเงินสกุลต่าง ๆ ที่ประเทศนั้น ๆ เป็นเจ้าของ และวางระบบความโปร่งใสในการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เงินในภาคการเมือง\\n \t\t(๒) การปกป้องคุ้มครองพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสให้แก่รัฐ ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินการ\\nในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากการตรากฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันการปิดปาก หรือกฎหมายคุ้มครองพยาน ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ\\n\t\t(๓) การเปิดโอกาสให้ภาคประชาชน ได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เปิดเผยข้อมูลในระบบที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งการตรวจสอบพฤติกรรมความร่ำรวยผิดปกติ และการเสียภาษีของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [35,884,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่างให้ครบทุกแห่ง ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดให้มีการคัดเลือกบุคคล\\nเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งปรากฏว่าผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เข้าสอบบางส่วนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาของโรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกล\\nไปดำรงตำแหน่งในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่เขตเมือง โดยไม่มีการแต่งตั้งบุคคลอื่นมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่าง เป็นเหตุให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาในพื้นที่ห่างไกลประสบปัญหาขาดแคลนผู้อำนวยการสถานศึกษา ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาแทนตำแหน่งที่ว่างให้ครบทุกแห่งโดยเร็ว  \\n               (๒) ปัญหาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ \\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียน ว่าในปัจจุบันนักเรียนในพื้นที่ \\n๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสบปัญหาอ่อนด้อยทักษะวิชาภาษาไทย ทั้งทักษะด้านการอ่าน ไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้ และทักษะด้านการเขียน ไม่สามารถเขียนภาษาไทยได้ ดังนั้น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณากำหนดให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เร่งดำเนินการให้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [36,883,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การป้องกันและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) ","ปัจจุบัน การปราบปรามจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center Gang) \\nหรือขบวนการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ ยังไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา ยังคงมีการหลอกลวงประชาชนให้ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมาธิการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับกรณีประชาชนผู้สูงอายุถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวงโดยอ้างว่า\\nเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ เพื่อตรวจสอบการรับเงินบำเหน็จบำนาญ ทำให้ถูกหลอกลวงและถูกดูดเงินออกจากบัญชีธนาคาร จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดแก้ไขปัญหา\\nแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยเร็วที่สุด และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงภัยอันตรายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์\\n\t\t(๒) การจำหน่ายอาหารไม่ปลอดภัย อาหารไม่บริสุทธิ์ และการนำสินค้าหมดอายุมาจัดกระเช้าช่วงเทศกาลปีใหม่  \\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหาร\\nที่หมดอายุ ไม่ปลอดภัย สินค้าที่ไม่บริสุทธิ์ เช่น น้ำดื่มที่วางจำหน่ายโดยตากแดดในปั๊มน้ำมัน น้ำดื่มที่วางจำหน่ายด้านหน้าห้างสรรพสินค้า หรือน้ำดื่มที่วางจำหน่ายด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ และบรรจุภัณฑ์อาหาร\\nที่มีรอยปริแตก รวมทั้งการเก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นต้น รวมถึงการนำสินค้าหมดอายุมาจัดกระเช้า\\nช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งการจำหน่ายสินค้าที่หมดอายุ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ \\nและที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และการจำหน่ายอาหารที่บรรจุภัณฑ์ปริแตก หรืออาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตรวจสอบ กำกับดูแลการจำหน่ายอาหาร\\nไม่ปลอดภัยและอาหารไม่บริสุทธิ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงอันตรายจากการซื้อสินค้าที่ไม่ปลอดภัยและไม่ได้คุณภาพ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [37,882,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขาดแคลนการนักภารโรง","ขอปรึกษาหารือ ๓ เรื่อง ดังนี้\\n\t\t(๑) ปัญหาขาดแคลนนักการภารโรง\\n\t\tเมื่อตำแหน่งนักการภารโรงของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่างลง เนื่องจากเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต จะไม่มีการคืนตำแหน่งให้แก่ทางโรงเรียน \\nเป็นเหตุให้ครูต้องทำหน้าที่ดูแลตัดหญ้า ซ่อมแซมโต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งการอยู่เวรยามต่าง ๆ ทำให้บุคลากรของสถานศึกษาได้รับความเดือดร้อน ชาวบ้านต้องช่วยกันทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา นำเงินที่ได้รับจากการทอดผ้าป่ามาใช้จัดจ้างนักการภารโรงให้กับโรงเรียน ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โปรดพิจารณาจัดสรรนักการภารโรงให้แก่สถานศึกษา ตามนโยบายลดภาระงานของครู เพื่อให้ครูสามารถสอนได้อย่างเต็มที่ \\n\\n\\n\\n(๒) การคืน ...\\n-๕-\\n\\n\t\t(๒) การคืนตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก\\n\t\tสืบเนื่องจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดอัตราตำแหน่งของผู้บริหารและครูของโรงเรียนขนาดเล็ก โดยกำหนดว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน เมื่อผู้บริหารเกษียณอายุราชการจะไม่คืนตำแหน่งให้แก่โรงเรียน ซึ่งเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำของสถานศึกษา ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน และคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งทราบว่า ขณะนี้ คปร. ได้มีการทบทวนที่จะคืนตำแหน่งผู้บริหารให้สถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ ๖๐ คน ขึ้นไป ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การคืนตำแหน่งผู้บริหารให้แก่โรงเรียน \\n\t\t(๓) การพิจารณาจัดสรรงบประมาณอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนขยายโอกาส\\n\t\tสืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ของโรงเรียนขยายโอกาส กล่าวคือ โรงเรียนขยายโอกาสเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษ ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล บนเกาะ บนภูเขา พื้นที่ชายขอบ ชายแดน มีความแตกต่างจากโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วไป ที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงเรียนและชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาคเงินและสิ่งของ นำไปใช้ประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนมัธยมศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส หรือผู้บริหารโรงเรียนและครูต้องแบ่งเงินงบประมาณ\\nอาหารกลางวันของนักเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษา เพื่อนำไปจัดอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาของโรงเรียนขยายโอกาส แต่กลับกลายเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบของทางราชการ ต้องถูกลงโทษด้วยการปลดออกและไล่ออกจากราชการเป็นจำนวนมาก ดังเช่นกรณีที่เป็นข่าวในสื่อมวลชน กรณีนายชัยยศ สุขต้อ อดีตครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านยางเปา อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเร่งรัดจัดสรร\\nงบประมาณอาหารกลางวันให้แก่โรงเรียนขยายโอกาสให้เพียงพอและเหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กนักเรียนของโรงเรียนขยายโอกาสได้รับอาหารกลางวันอย่างเพียงพอและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [38,881,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","นโยบายของรัฐบาล","ขอเอกสารสิทธิ์ที่ดินบ้านท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร","ได้รับข้อร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ของประชาชน\\nในพื้นที่เทศบาลตำบลท่าแร่ และเทศบาลตำบลเมืองทองท่าแร่ ตำบลท่าแร่ จังหวัดสกลนคร กล่าวคือ ชุมชนท่าแร่เป็นชุมชนที่มีความเป็นมานานกว่า ๑๐๐ ปี โดยชาวบ้านได้มีการตั้งถิ่นฐานในบริเวณชุมชน\\nแห่งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๒๔ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งเป็นเขตสุขาภิบาล และปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลตำบล แต่จวบจนถึงปัจจุบัน ประชาชนในพื้นที่ชุมชนท่าแร่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ที่ดิน โดยที่ผ่านมา ได้มีการเรียกร้องให้ออกเอกสารสิทธิ์มาโดยตลอด จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนครได้ดำเนินการออกสำรวจรังวัดที่ดิน ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าว สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร ได้ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในเขตหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินในท้องที่อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร พุทธศักราช ๒๔๘๔ ประกาศเขตหวงห้ามรอบหนองหาร และไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินสาธารณประโยชน์หนองแข้ตีนกุด \\nแต่การดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ยังไม่มีความคืบหน้าแต่ประการใด ขณะเดียวกัน กลับมีการออกเอกสารสิทธิ์ นส. ๓ ก. ให้แก่บริษัทเอกชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ชุมชนท่าแร่ จำนวนกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ \\nซึ่งในภายหลัง ศาลได้มีคำสั่งยกเลิกเอกสารสิทธิ์ นส. ๓ ก. ดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเพิกถอน\\n\t\tปัจจุบัน สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร ชี้แจงว่ายังไม่สามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ได้ เนื่องจากต้องรอเอกสารแผนที่ One Map ของทางราชการ ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุง ต้องใช้เวลาดำเนินการ ๓๖๐ วัน ประชาชนจึงยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต และได้รับความเดือดร้อน\\nเป็นอย่างมาก ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมที่ดิน พิจารณาเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินจากภาพถ่ายทางอากาศ การตรวจสอบประวัติจากบุคคล \\nที่อยู่อาศัยมาก่อน รวมทั้งการตรวจสอบจากพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสุขาภิบาล การจัดตั้งเทศบาล ดำเนินการให้มีการเข้าสู่การพิสูจน์สิทธิ์ของคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัดสกลนคร (คพร.จังหวัด) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเร่งรัดการดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ประชาชนต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [39,880,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความก้าวหน้าในราชการของตำรวจชั้นประทวนที่มีคุณวุฒิปริญญาโทหรือปริญญาเอก","งานป้องกันปราบปรามถือเป็นงานหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ \\nการป้องกันดูแลทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนถือเป็นงานหลักของตำรวจทุกนาย ตำรวจชั้นประทวน \\nคือ “มดงาน” ถือเป็นกำลังสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตำรวจชั้นประทวนเหล่านี้พัฒนาตนเอง\\nด้วยการศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น ในระดับปริญญาโทและระดับปริญญาเอก จำนวนเกือบ ๒,๐๐๐ นาย \\nแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้พิจารณาให้ตำรวจเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่อันจะก่อให้เกิดประโยชน์\\nแก่องค์กรเท่าที่ควร ตัวอย่างเช่นกรณี ดาบตำรวจ สุเมธ ชนกสุนันทพล ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค ๙ คุณวุฒิรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารงานตำรวจและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเคยเป็นอาจารย์พิเศษ\\nที่วิทยาลัยชุมชนสงขลา จังหวัดสงขลา \\n\t\tกอปรกับปัจจุบันมีการก่อเหตุเป็นคดีความผิดอาญาเกิดขึ้นจำนวนมาก อาทิ นักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทโดยใช้อาวุธปืน การชิงทรัพย์ร้านทอง การเสพยาเสพติดจนเกิดอาการคลุ้มคลั่งและก่อเหตุทำร้ายร่างกายหรือฆ่าผู้อื่น ซึ่งมีความจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้วยการป้องกันและปราบปราม ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาปรับปรุงและกำหนดหลักเกณฑ์ให้ตำรวจชั้นประทวนที่มีคุณวุฒิระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก สามารถปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าสายตรวจประจำตำบลและสายตรวจประจำตำบล และสามารถเลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจตรีขึ้นไป เพื่อปฏิบัติหน้าที่ประสานงาน ช่วยแก้ไขปัญหาสังคม และเสริมสร้างการปฏิบัติงาน\\nด้านการป้องกันและปราบปราม ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [40,879,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหากระแสไฟฟ้าโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในเขตประสบอุทกภัย","ในฤดูกาลทำนาปรัง ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๖ เกษตรกร\\nในเขตชลประทานโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ประสบปัญหาการปรับขึ้นอัตราค่ากระแสไฟฟ้า ร้อยละ ๖๐ ของอัตราเดิม โดยเกษตรกรไม่ทราบล่วงหน้า จึงไม่ได้วางแผนรองรับไว้ เป็นเหตุให้กลุ่มเกษตรกรเป็นหนี้ค่ากระแสไฟฟ้า กลุ่มละหลายล้านบาท ต่อมา ในฤดูกาลทำนาปี ระหว่างเดือนสิงหาคม - พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ในพื้นที่เขตลุ่มแม่น้ำทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำโขง เกษตรกรประสบกับปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมนาข้าวที่ปลูกไว้เสียหายทั้งหมด เป็นเหตุให้กลุ่มเกษตรกรประสบกับ\\nการขาดทุนและเป็นหนี้จำนวนมาก\\n\t\tในช่วงระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๗ ซึ่งเป็นฤดูการทำนาปรัง เกษตรกรต้องอาศัยโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แต่ประสบปัญหาอัตราค่าไฟฟ้าที่ยังคงสูง ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า\\nกลุ่มเกษตรกรที่ทำนาปรังจะต้องเป็นหนี้ค่ากระแสไฟฟ้า กลุ่มละประมาณ ๒ - ๓ ล้านบาท ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t\t(๑) ขอให้ปรับลดอัตราค่ากระแสไฟฟ้า ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๖ ให้จัดเก็บในอัตราเดิม ก่อนที่จะปรับขึ้นค่ากระแสไฟฟ้า เพื่อให้เกษตรกรที่ทำนาปรังได้มีโอกาสปลดหนี้ส่วนนี้\\n\t\t(๒) ในฤดูการทำนาปรัง ระหว่างเดือนมกราคม - พฤษภาคม ๒๕๖๗ ขอให้รัฐบาลช่วยให้การอนุเคราะห์ยกเว้นค่ากระแสไฟฟ้าให้แก่เกษตรกรที่ทำนาปรัง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [41,878,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสื่อสารการจัดการน้ำและปัญหาข้อสงสัยของประชาชน ประเด็นประตูระบายน้ำบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี","สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ทำหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศในประเด็นเกี่ยวกับสิทธิชุมชน ซึ่งจากการลงพื้นที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่าในฤดูน้ำหลาก จะมีน้ำท่วมเต็มทุ่ง แต่ในฤดูแล้ง กลับกลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง จึงได้มีการศึกษาและจัดทำผังน้ำชุมชน \\nตำบลบางใหญ่ ซึ่งจากการศึกษาดังกล่าวได้พบประเด็นปัญหาและข้อสงสัยของประชาชน คือ ประตูระบายน้ำบางใหญ่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี พบว่า สถานีสูบน้ำไม่สามารถ\\nใช้งานได้ โดยมีการใช้เครื่องสูบน้ำ สูบน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมซึ่งเป็นน้ำในทุ่ง ลงไปในแม่น้ำท่าจีน ทั้งที่\\nน้ำในทุ่งมีระดับน้ำสูงกว่าน้ำในแม่น้ำ ซึ่งหากเพียงยกประตูระบายน้ำขึ้นก็สามารถระบายน้ำในทุ่งลงสู่\\nแม่น้ำได้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ ดังนี้\\n\t\t(๑) น้ำในทุ่งหลังบานประตูระบายน้ำมีระดับสูงกว่าน้ำในแม่น้ำท่าจีน เหตุใดจึงต้องสูบน้ำออกด้วยเครื่องสูบน้ำซึ่งใช้น้ำมัน แทนที่จะเปิดบานประตูระบายน้ำให้น้ำในทุ่งที่สูงกว่า ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน\\n\t\t(๒) อาคารสูบน้ำที่ก่อสร้างเพียงไม่กี่ปี มีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ เพราะก่อสร้างวางท่อน้ำสูบลงแม่น้ำ แต่เปิดปากท่อตรงเสาใต้สะพาน ซึ่งจะเกิดปัญหาเมื่อกระแสน้ำถูกปล่อย จะกระแทกเสาสะพาน \\nใช่หรือไม่ เป็นปัญหาหลักที่ทำให้ใช้งานระบบทั้งหมดไม่ได้ ใช่หรือไม่ ปัจจุบัน สายไฟทั้งระบบถูกขโมย สำนักงานชลประทานที่ดูแลพื้นที่นี้ ได้ชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนในพื้นที่หรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผู้บริหารชลประทานมีแผนสื่อสารสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [42,877,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าทำลายชีวิตเยาวชน","ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มจำนวนสูงขึ้น หากภาครัฐ\\\\nไม่เร่งป้องกันหรือเข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมาย อาจจะทำให้มีนักสูบหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีงานวิจัยล่าสุด เผยแพร่เมื่อพฤศจิกายน ๒๕๖๖ โดย ผศ.ดร.นพ.วิชช์  เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าเด็กและเยาวชนติดบุหรี่ไฟฟ้า จำนวนมากถึงร้อยละ ๓๐.๕ โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงติดบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่านิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารนิโคตินสังเคราะห์ สามารถเติมเพิ่มในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าได้สูงกว่าบุหรี่มวน \\\\n๑๐ - ๑๐๐ เท่า ไม่ระคายคอ ทำให้เสพได้มาก ดูดซึมได้ภายใน ๗ - ๑๐ วินาที ทำให้ร่างกายเกิดอาการอยากและเสพติดได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบว่าสมองของเด็กมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบมากขึ้น หากเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าก่อนอายุ ๑๔ ปี เด็กที่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มที่ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงมากกว่าเด็ก\\\\nที่ไม่เคยสูบถึง ๓ - ๔ เท่า\\\\n\t\tหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมการค้าต่างประเทศ ได้มีการประชุมร่วมกัน \\\\nเพื่อพิจารณาประเด็นปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า และมีข้อสรุปถึงการกระทำอันเป็นความผิดเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ ๑) กรณีผู้ขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้า ๒) กรณีผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ๓) กรณีผู้ครอบครองหรือรับไว้ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้า และ ๔) กรณีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในที่สาธารณะ ล้วนเป็นการกระทำที่มีความผิดและมีโทษตามกฎหมายทั้งสิ้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนไทยตกเป็นเหยื่อ\\\\nของบุหรี่ไฟฟ้า","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",3,2566,"2023-12-19T00:00:00"],
    [43,876,172,"นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน","นโยบายของรัฐบาล","เกาะกลางถนนบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ สายกาฬสินธุ์ - ช่องจอม","ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ ได้มีการขยายช่องจราจรจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร และใช้การแบ่งเส้นทิศทางจราจรของรถโดยใช้เกาะกลางแบบเกาะสี (Flush and Painted Median) แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการก่อสร้างเกาะกลางแบบยก (Raised Median) ที่มีความกว้าง ๔.๕ เมตร ซึ่งประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความเห็นว่าเกาะกลางมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ทำให้ช่องการจราจรแคบลง อีกทั้งไม่มีสัญลักษณ์บ่งบอกแนวเขตของเกาะกลางถนนที่ชัดเจน อาจทำให้ในเวลากลางคืนผู้ใช้ถนนที่ไม่คุ้นเคยเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ บริเวณสิ้นสุดเกาะกลางแบบยก ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่กลับรถ ซึ่งมีความคับแคบไม่ปลอดภัย หากผู้ใช้ถนนไม่มีความคุ้นเคยอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการเพิ่มพื้นที่ช่องจราจรทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๔ บริเวณเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งปรับปรุงแนวเขตที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเกาะกลางถนนให้ชัดเจน และก่อสร้างจุดกลับรถโดยมีป้ายสัญลักษณ์กำกับ บริเวณจุดสิ้นสุดเกาะกลางแบบยก เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับรถได้โดยสะดวก อันจะทำให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [44,875,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","การส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เยาวชนซึ่งรัฐบาลต้องบริหารจัดการเชิงรุก","การเรียนการสอนเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในอดีต เริ่มต้นจากครอบครัวและวัด เช่น พ่อ - แม่สอนลูก หรือนำลูกไปถวายเป็นลูกศิษย์ของวัด หรือให้ลูกบวชเป็นสามเณรหรือพระสงฆ์ เพื่อให้มีโอกาสได้ศึกษาพระธรรมวินัย เป็นต้น แต่ปัจจุบัน พ่อ - แม่ไม่มีเวลา และหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนได้เน้นให้ความสำคัญกับเนื้อหาวิชาการ โดยเห็นได้จากการจัดสรรงบประมาณให้กับพระธรรมทูต เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาลดลง จากปีละ ๙,๐๐๐ บาท คงเหลือ\\nปีละ ๑,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณา ดังนี้\\n\t(๑) จัดสรรงบประมาณให้กับพระธรรมทูตให้เพียงพอสำหรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับเยาวชน\\n\t(๒) กำหนดให้สถานศึกษานำวิชาศีลธรรมบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอน\\n\t(๓) สร้างความร่วมมือระหว่างวัดกับโรงเรียน โดยการนำวิชาปริยัติธรรมบรรจุเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนต่อไป","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [45,874,114,"นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์","กฎหมาย","การขับขี่รถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพมหานคร","ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก ทั้งแบบรับจ้าง และแบบส่วนบุคคล โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมากมีพฤติกรรมการขับขี่ด้วยความประมาท \\nและฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อตัวผู้ขับขี่เอง และต่อผู้ใช้ถนนรายอื่น ดังที่ปรากฏให้เห็นได้โดยทั่วไป ซึ่งสามารถสรุปพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ ดังนี้\\n \t(๑) ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย\\n \t(๒) ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก เช่น บริเวณปากซอยราชครู มีป้ายห้ามเลี้ยวขวา แต่เมื่อสัญญาณไฟจราจรให้ไป ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เลี้ยวขวา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนป้ายจราจร \\nและในหลายทางแยกที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เห็นว่าสัญญาณไฟจราจรให้หยุด แต่ใช้วิธีเลี้ยวซ้ายแล้วกลับรถเพื่อไปยังเส้นทางที่ประสงค์\\n \t(๓) ผู้ขับขี่ไม่หยุดหรือชะลอรถด้วยความระมัดระวัง เมื่อออกจากซอยหรือปั๊มน้ำมัน \\nหรือเปลี่ยนเส้นทางขณะขับขี่กะทันหัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ขับขี่รายอื่น\\n \t(๔) ขับขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร และขับขี่บนบาทวิถี สร้างความเดือดร้อนรำคาญ \\nและอาจเกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ถนน และประชาชนที่ใช้บาทวิถี\\n \t(๕) กลับรถจักรยานยนต์บนทางม้าลาย เช่น ถนนพหลโยธิน มีทางม้าลายที่มีเสากั้น\\nเพื่อป้องกันไม่ให้รถจักรยานยนต์กลับรถ แต่ต่อมากรุงเทพมหานครได้ปรับขยายความกว้างของเสา เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นคนพิการสามารถผ่านได้ แต่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับใช้เป็นที่กลับรถ โดยไม่สนใจประชาชนที่ข้ามถนนแต่อย่างใด\\n\t(๖) ขับขี่รถจักรยานยนต์บนช่องทางหลัก ทั้งที่มีป้ายให้รถจักรยานยนต์วิ่งบนช่องทางขนานเท่านั้น มักพบเห็นได้บนถนนวิภาวดีรังสิต ถนนบรมราชชนนี และถนนพระราม ๒ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุอาจร้ายแรงถึงชีวิต เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้ช่องทางหลักวิ่งด้วยความเร็ว\\n\t(๗) ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และไม่เปิดไฟหน้ารถ หรือท้ายรถในเวลากลางคืน\\n\tดังนั้น จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และกรุงเทพมหานคร\\nได้บูรณาการการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งดำเนินการกวดขันวินัยจราจร เพื่อเป็นการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อไป","นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม \\nและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [46,873,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ผลกระทบจากการกำหนดนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ","รัฐบาลมีนโยบายจะปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จากเดิมอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ\\nสูงที่สุด คือวันละ ๓๕๔ บาท และอัตราค่าจ้างขั้นต่ำน้อยที่สุด คือวันละ ๓๒๘ บาท ให้เป็นวันละ ๔๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ และจะปรับขึ้นเป็นวันละ ๖๐๐ บาท เท่ากันทั่วประเทศ ภายในปี ๒๕๗๐ ส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้ที่เกี่ยวข้องมีความกังวลเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กฎหมายได้กำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการค่าจ้าง ตามหมวด ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งมีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานกรรมการ\\n \tอย่างไรก็ดี นโยบายเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง\\nทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดเงินเฟ้อ และเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค เพราะเมื่ออัตราค่าจ้างขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการจะปรับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นไปด้วย เนื่องจากค่าจ้างแรงงาน\\nเป็นต้นทุนการผลิตประเภทหนึ่ง นอกจากนี้ อัตราค่าจ้างแรงงานเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนชาวต่างชาติให้ความสำคัญในการพิจารณาเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งการขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาล\\nอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาทบทวนนโยบายการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยใช้วิธีกำหนดอัตราค่าจ้างเป็นแบบลอยตัว คือให้นายจ้างและลูกจ้าง\\nทำความตกลงอัตราค่าจ้างร่วมกัน จากอัตราค่าจ้างพื้นฐานที่รัฐบาลกำหนดไว้ เพื่อให้การกำหนดอัตราค่าจ้างมีความเป็นธรรม และเป็นการสะท้อนอัตราค่าจ้างแรงงานตามความเป็นจริง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [47,872,54,"นายณรงค์ อ่อนสอาด","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการถ่ายโอนบุคลากรของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการถ่ายโอนบุคลากรไปยัง อบจ. มีรายละเอียด ดังนี้\\\\n \t(๑) จังหวัดร้อยเอ็ด ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ อบจ. ร้อยเอ็ด ได้รับสมัครบุคลากร\\\\nที่มีความประสงค์ขอถ่ายโอน ไปยัง รพ.สต. จากนั้น ได้ประกาศรายชื่อ จำนวน ๑๖๑ คน แต่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดแจ้งว่า มีผู้แสดงความประสงค์ขอถ่ายโอนฯ จำนวน ๖๘ คน แต่มีหนังสือ\\\\nแจ้งรายชื่อ จำนวน ๒๕ คน ทำให้บุคลากร จำนวน ๔๓ คน ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีที่จะถ่ายโอนฯ ทั้งนี้ \\\\nการถ่ายโอนฯ ดังกล่าวไม่เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖ กล่าวคือ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง\\\\nถ่ายโอนบุคลากรที่มีความประสงค์ขอถ่ายโอนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และให้สำนักงบประมาณสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นเงินเดือนและสวัสดิการของบุคลากรที่ขอถ่ายโอนฯ รวมทั้งให้สำนักงบประมาณ และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หาแนวทางในการสรรหาบุคลากรให้เต็มกรอบอัตรากำลัง\\\\nตามโครงสร้างของ รพ.สต. ต่อไป\\\\n\t(๒)\tจังหวัดศรีสะเกษ มีบุคลากรสังกัด รพ.สต. จำนวน ๑๐๒ คน ได้ยื่นความประสงค์\\\\nขอถ่ายโอน ไปยัง อบจ. ศรีสะเกษ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ดังนี้\\\\n \t\t(๒.๑)ดำเนินการประกาศรายชื่อบุคลากรที่สมัครใจ ทั้งประเภทขอถ่ายโอนฯ \\\\nและขอไปช่วยราชการในสังกัด สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. ศรีสะเกษ\\\\n \t\t(๒.๒)ปฏิบัติตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ด้วยความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงผลกระทบต่อการบริการสุขภาพของประชาชน\\\\n \t\t(๒.๓)ปฏิบัติตามหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่อง การถ่ายโอนบุคลากรด้านสาธารณสุขโดยเร็วและเป็นธรรม\\\\n \tโดยปัญหาดังกล่าวอาจเกิดขึ้นกับ อบจ. อีกหลายแห่ง ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการ\\\\nการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข \\\\nได้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) ในฐานะประธานกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [48,870,38,"นายชลิต แก้วจินดา","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี","สถิติการแจ้งความคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของมิจฉาชีพ ในรูปแบบขบวนการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกให้เหยื่อโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ มีมากกว่า ๕๒๕ คดีต่อวัน สร้างความเสียหายมูลค่ามากกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นภายในประเทศ และจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะชายแดนที่ติดกับจังหวัดสระแก้ว และจังหวัดตาก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติวิตกกังวลและรู้สึกไม่ปลอดภัย อีกทั้ง บริเวณชายแดนของประเทศไทยที่ติดกับแม่น้ำโขง ได้มีการติดตั้งป้ายแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว โดยให้ระมัดระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เร่งดำเนินการกวดขัน จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [49,869,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาท่าอากาศยานแพร่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการมานานกว่า ๖ เดือน","ท่าอากาศยานแพร่ เป็นท่าอากาศยานขนาดเล็ก ไม่สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ได้ จึงมีความพยายามที่จะพัฒนาโดยการขยายทางขึ้นลงเครื่องบิน (Runway) โดยเมื่อปี ๒๕๖๕ กรมท่าอากาศยานได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และเวนคืนที่ดิน แต่ด้วยกระบวนการที่ล่าช้าจากการปรับขนาดความยาวของทางขึ้นลงเครื่องบินหลายครั้ง ส่งผลให้รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหมดอายุลง เนื่องจากมีอายุคราวละไม่เกินห้าปี โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอีกครั้ง ที่ผ่านมา สายการบินพาณิชย์ต้องนำเครื่องบินขนาดเล็กแบบใบพัดรุ่น Q400 Next Gen และ ATR 72-500 มาให้บริการ ส่งผลให้ต้นทุนในการบินแต่ละเที่ยวบินมีราคาสูง เพราะรองรับผู้โดยสารได้จำนวนน้อย บัตรโดยสารจึงมีราคาสูงตามไปด้วย แต่ตลอดระยะเวลา ๖ เดือนที่ผ่านมา สายการบินพาณิชย์ได้หยุดให้บริการเพราะประสบปัญหาขาดทุน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อให้สายการบินพาณิชย์สามารถให้บริการประชาชนในแต่ละเที่ยวบินได้มากขึ้นด้วยราคาบัตรโดยสารที่เป็นธรรม และสามารถให้บริการได้ต่อเนื่อง จึงขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดโครงการปรับปรุงท่าอากาศยานแพร่ให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๗๑ เนื่องจากเป็นปีที่จังหวัดแพร่มีอายุครบรอบการสถาปนาเมืองแพร่ เป็นเวลา ๑,๒๐๐ ปี และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [50,868,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","รถไฟสายเวียงจันทน์ - จังหวัดอุดรธานี","เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) (หนองคาย - ท่านาแล้ง) เป็นโครงการก่อสร้างทางรถไฟไทย - ลาว ระยะที่ ๑ ที่ร่วมลงทุนค่าใช้จ่ายร่วมกันในอาณาเขตของแต่ละประเทศ มีระยะทาง ๖ กิโลเมตร ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการจำนวนน้อย \\nและเพื่อให้การคมนาคมขนส่งระบบรางระหว่างสองประเทศ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ประเทศไทย \\nโดยสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ได้ให้ความช่วยเหลือโครงการก่อสร้างทางรถไฟประเทศไทย - สปป.ลาว ระยะที่ ๒ (ท่านาแล้ง - เวียงจันทน์) ระยะทาง \\n๗.๕ กิโลเมตร วงเงินงบประมาณ ๑,๖๕๐ ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ร้อยละ ๗๐ และเงินให้เปล่าร้อยละ ๓๐ \\nของมูลค่าโครงการ อายุสัญญา ๓๐ ปี (รวมระยะเวลาปลอดหนี้ ๑๐ ปี) ดังนั้น จึงขอให้การรถไฟ\\nแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการเดินรถไฟระหว่างเวียงจันทน์ - จังหวัดอุดรธานี เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย เนื่องจากสถานีเวียงจันทน์เป็นสถานีใหญ่ มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก หากเปิดให้บริการเดินรถไฟถึงจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี จะทำให้นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เดินทางท่องเที่ยวใน สปป.ลาว สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [51,867,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ และการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว","เนื่องจากช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายนของทุกปี คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) จะประกาศนโยบายด้านการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป็นต้น โดยทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ รัฐบาลจะประกาศแนวทางในการให้ความช่วยเหลือ เยียวยาในด้านต่าง ๆ แก่เกษตรกร จนถึงวันนี้ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ นบข. ก็ยังมิได้ดำเนินการประชุม หรือประกาศนโยบายด้านการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t(๑) รัฐบาลได้วางแผนให้มีการประชุม นบข. เพื่อกำหนดแนวทางการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเมื่อใด และมีแนวทางอย่างไร\\n\t(๒) รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรกรณีประสบภัยพิบัติอย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [52,866,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลที่ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติมิชอบ","เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงจนเสียชีวิตที่บ้านของผู้มีอิทธิพลในจังหวัดนครปฐม \\nเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๖ กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒๗๓๙/๒๕๖๖ แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล อำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยจัดตั้ง \\n“ศูนย์รับแจ้งเบาะแสผู้มีอิทธิพล กระทรวงมหาดไทย” เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ เพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแจ้งข้อมูล รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการรับและแจ้งข้อมูลจากส่วนราชการทั่วประเทศ พร้อมทั้งมอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการตรวจสอบและจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือได้ว่าเป็นการดำเนินการที่ดี แต่ยังไม่สามารถทำให้จำนวนผู้มีอิทธิพลลดลง และเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ เจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกยิงจนเสียชีวิต จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นล้วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดความเกรงกลัว จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และอาจเป็นการผลักดันให้ข้าราชการประพฤติมิชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปกป้องข้าราชการที่ดี และปราบปรามผู้มีอิทธิพล รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขด้วยการตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติ และตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้ควบคู่กัน ดังนั้น จึงเห็นสมควรให้มีคณะกรรมการอำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวถูกจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีชุด พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่แก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล ด้วยมาตรการเชิงบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ และปกป้องประชาชนควบคู่กัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [53,865,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า และการสื่อสารเผยแพร่ผลร้ายต่อสุขภาพ","การศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง พบว่า ปี ๒๕๖๔ มีเยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ ๕๙ และผลศึกษาทางการแพทย์ พบว่า ปี ๒๕๖๖ มีเยาวชนอายุระหว่าง ๑๔ - ๑๘ ปี สูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ ๙.๒ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งทางสังคม และทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาระค่าใช้จ่าย\\nในการรักษาพยาบาลผู้ที่สูบบุหรี่ ส่งผลให้ในแต่ละปีรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณไม่ต่ำกว่า ๕๓๔ ล้านบาท ถึงแม้ว่ารัฐบาลได้กำหนดกฎระเบียบ กฎหมายทางศุลกากรในการควบคุมการนำเข้า การซื้อ - ขาย \\nและการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าแล้วก็ตาม เช่น พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๔ กำหนดให้ผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ \\nและศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ มาตรา ๒๔๖ วรรคสาม กำหนดให้ผู้ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย \\nช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับ\\nไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๖๗ กำหนดพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท เป็นต้น \\nแต่ยังคงพบเห็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไปสูบบุหรี่ไฟฟ้า และหาซื้อได้โดยไม่ยุ่งยาก จึงทำให้เยาวชนเข้าถึงได้โดยง่าย อีกทั้ง ปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อให้ได้ข้อสรุป\\nเชิงวิชาการที่นำไปสู่การสร้างความรู้ให้แก่ประชาชน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาดำเนินการให้มีการศึกษา วิจัยผลกระทบและอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ว่าควรอนุญาตให้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากห้ามจำหน่าย เจ้าหน้าที่\\nต้องเข้มงวดไม่ให้มีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าได้อีกต่อไป เพื่อไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ \\nมูลค่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ดังเช่นที่ผ่านมา","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [54,864,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง  จังหวัดบึงกาฬ","การตีความพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ \\nและการจัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาไม่ชัดเจน\\nสืบเนื่องจาก...\\n \tสืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๓๙ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๓๙ ได้มีมติมอบที่ดินพื้นที่อำเภอเซกา และอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ จำนวน  ๑๔,๘๘๐ ไร่ โดยให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการกันพื้นที่ ๗,๒๗๕ ไร่ เป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ของราษฎร ซึ่งเรียกว่า “ป่าจัดสรรบ้านหนองทม” ให้กรมที่ดินสงวนพื้นที่ดังกล่าว\\nเพื่อเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ตามมาตรา ๒๐ (๔) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ปรากฏว่า ประชาชนในพื้นที่\\nบ้านซ่อมกอก ตำบลซาง อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวก่อนแล้ว โดยมีหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายที่ดิน ได้แก่ แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) ตั้งแต่ \\nปี ๒๔๙๘ ต่อมาปี ๒๕๕๓ ได้ขอออกโฉนดที่ดิน จำนวน ๑๑๒ แปลง เนื้อที่ ๕๖ ไร่ ๒ งาน ๕๒ ตารางวา แต่มีประชาชนจำนวนหนึ่ง มีเพียงเอกสารหลักฐาน ส.ค.๑ จึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดิน หรือเอกสารเกี่ยวกับที่ดินอื่นได้ ได้แก่ พื้นที่บ้านห้วยผักขะ ตำบลเซกา อำเภอเซกา พื้นที่ตำบลน้ำจั้น อำเภอเซกา และพื้นที่ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง รวม ๑๘ หมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ ๗,๒๐๐ ไร่ ซึ่งเกิดจากการตีความกฎหมาย มาตรา ๒๖ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ ที่ไม่ชัดเจน ตลอดจนปัญหาความคลาดเคลื่อนในการจัดทำแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในพื้นที่อำเภอบึงกาฬ อำเภอเซกา อำเภอพรเจริญ อำเภอโซ่พิสัย กิ่งอำเภอศรีวิไล กิ่งอำเภอบุ่งคล้า และกิ่งอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดหนองคาย ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๙ ตอนที่ ๑๒๖ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๓๕) เป็นเหตุให้ที่ดินสาธารณประโยชน์ทับซ้อนกับที่ดิน ส.ป.ก. โดยปัญหาดังกล่าวเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เร่งพิจารณาตีความปัญหาข้อกฎหมายในประเด็น ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ “ป่าจัดสรรบ้านหนองทม” ได้ถูกเพิกถอนสภาพตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๒๖ (๑) ประกอบพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน หรือไม่ อย่างไร ตลอดจน\\nขอให้ ส.ป.ก. และกรมที่ดินเร่งรัดการพิจารณา เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนเป็นสำคัญ","นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [55,863,159,"นายวันชัย สอนศิริ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง","ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่ง ลงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๖ พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน ๑๑ คน ส่งผลให้ถูกอายัดทรัพย์สินต่าง ๆ ทั้งเงินเดือน และเงินสำรองเลี้ยงชีพ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนในการดำรงชีพ และส่งผลกระทบต่อจิตใจ ซึ่งบุคคลที่เป็นแกนนำผู้ชุมนุม หรือผู้เข้าร่วมกลุ่มการเมืองต่าง ๆ อาทิ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) มิได้เป็นผู้คิดร้ายต่อประเทศ เพียงแต่เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันเท่านั้น ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ก็ยังมิได้ดำเนินการ\\nอย่างเป็นรูปธรรมตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ให้แก่บุคคลที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นที่ยอมในระดับสากลแล้ว \\nว่าความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน มิได้เป็นเรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [56,862,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)","คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีข้อสงสัยในเรื่องคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้าม\\nตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ\\nว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึงแม้จะมีการตีความกฎหมายว่าเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล และมีการกำหนดระยะเวลาให้เพิกถอนสิทธิได้หลังจากประกาศผลการเลือกตั้ง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ สส. ที่ไม่มีคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้าม อาจจะก่อให้เกิดความเสียหาย\\nต่อระบบรัฐสภาได้ ดังนั้น จึงขอสอบถาม กกต. ดังนี้\\n \t(๑)\tการจัดทำระบบให้คำปรึกษาแก่ผู้สมัคร สส. และรายงานสรุปผลการดำเนินงาน \\nปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งแบบล่วงหน้าได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร\\n \t(๒)\tการจัดทำระบบรับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ กกต. ได้ประกาศรับรองแล้ว ด้วยวิธีเปิดเผย หรือวิธีการอื่นใด ได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร\\n\t(๓)\tการเปิดเผยข้อมูลของผู้ร้องเรียนสามารถดำเนินการได้หรือไม่\\n\t(๔)\tการดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากการจัดการเลือกตั้ง จากบุคคล\\nที่ กกต. เพิกถอนสิทธิหลังจากประกาศรับรองฯ ได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ เป็นจำนวนกี่คน \\nและเป็นจำนวนเงินเท่าใด\\n \t(๕)\tการจัดทำข้อมูลการจัดการบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้ง การเตรียมการสำหรับการป้องกันความเสียหาย การเยียวยา และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ระบบรัฐสภา\\nได้มีการดำเนินการแล้วหรือไม่ อย่างไร","ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [57,861,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาโรคมะเร็งในประเทศไทย","จากวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เป็นวันมะเร็งโลก มีข้อมูลที่น่าเป็นกังวล \\nคือ ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ ประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ คนต่อปี หรือประมาณ \\n๔๐๐ คนต่อวัน มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ประมาณ ๘๐,๐๐๐ คนต่อปี โดยโรคมะเร็งที่พบ ๕ อันดับแรก คือ ๑. มะเร็งตับ/มะเร็งท่อน้ำดี ๒. มะเร็งปอด ๓. มะเร็งเต้านม ๔. มะเร็งลำไส้ใหญ่/มะเร็งทวารหนัก \\nและ ๕. มะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุของโรคแบ่งออกเป็นปัจจัยภายในร่างกาย ได้แก่ พันธุกรรม \\nปัจจัยภายนอก ได้แก่ พฤติกรรมการดำเนินชีวิต สิ่งแวดล้อม สารที่ปนเปื้อนในชีวิตประจำวัน การได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิบางชนิด เป็นต้น แนวทางการป้องกันสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอันเป็นสาเหตุของโรค ทานอาหารธรรมชาติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อน\\nให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก ขับถ่ายให้เป็นเวลา ทำจิตใจให้เบิกบานไม่เคร่งเครียด เข้ารับการตรวจมะเร็งทุกปี ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) รณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่ถูกต้อง ทั้งการดูแล ป้องกันตนเอง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอันเป็นสาเหตุของโรค \\nการตรวจคัดกรองหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรก เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ถูกต้อง เนื่องจากโรคมะเร็ง\\nในระยะแรก สามารถรักษาให้หายได้\\n \t(๒) สร้างความร่วมมือในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับนโยบายของประเทศ ในการออกกฎหมายเกี่ยวกับโรคมะเร็ง เพื่อให้เกิดการดูแล ป้องกัน รักษาโรคอย่างจริงจังและต่อเนื่อง\\n \t(๓) ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนทราบว่า ปัจจุบันผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิได้รับการรักษา โดยใช้สิทธิจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม และกรมบัญชีกลาง\\n \tทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งในประเทศไทยโดยภาพรวม ร้อยละ ๔๐ ซึ่งจะยังประโยชน์สูงสุดแก่สุขภาพและอนามัยของประชาชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [58,860,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","ความเดือดร้อนของประชาชน","แนวทางการป้องกันการเผาในที่โล่ง การเกิดไฟป่า และฝุ่นพิษ PM2.5 ในสภาวะเอลนีโญ","แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ ปี ๒๕๒๕ กำหนดให้รัฐบาล\\nดำเนินมาตรการส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนามาอย่างต่อเนื่อง \\nซึ่งการทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด\\nอันเนื่องมาจากเกษตรกรทำการเผา เพื่อช่วยกำจัดซังข้าวโพด และปรับพื้นที่ให้โล่งเตียน กรณีที่ปลูกบนดอยหรือเชิงเขาที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่า เมื่อจุดไฟเผาจะเกิดการลุกลาม ยากแก่การควบคุม ทำให้ป่าไม้ถูกทำลาย เกิดควันและฝุ่นพิษ PM2.5 เพิ่มมากขึ้น\\n \tข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ระบุว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้ฝนตกน้อยกว่าปกติ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยคาดการณ์ว่าในปี ๒๕๖๗ จะต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศรุนแรงมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ระดับประเทศ ร่วมกับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงรุก เช่น ลดปัญหาการเผาในพื้นที่โล่ง การเกิดไฟป่า การบุกรุกพื้นที่ป่า การสนับสนุนให้เกษตรกรปรับพื้นที่การเกษตรอย่างเหมาะสม การจัดสรรที่ดินสำหรับทำการเกษตร และมีการลงโทษผู้ลักลอบเผาป่า เป็นต้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเลขานุการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้\\n \t(๑) รวบรวมค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเผาในที่โล่งและไฟป่า เพื่อประเมินความสูญเสียงบประมาณในห้วง ปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตั้งงบประมาณป้องกันเชิงรุก เพื่อทดแทนการดับไฟป่า ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณปลายเหตุ\\n \t(๒) มอบหมายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประสานและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nเพื่อวางแผนป้องกันและเพิ่มแนวทางแก้ไขปัญหาการเผาป่าในพื้นที่เกษตรกรรม โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามกรอบวงเงินไม่เกินวงเงินตามข้อ (๑) เพื่อจัดหาเครื่องจักรกลทางการเกษตรรวมไว้ที่หน่วยงาน\\nด้านการเกษตร หรือหน่วยทหารในพื้นที่ พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่บุคลากร เพื่อให้สามารถ\\nใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร เป็นการบริการเกษตรกรในการปรับพื้นที่เพื่อลดการเผา กรณีดังกล่าว อาจคิดค่าบริการตามค่าใช้จ่ายจริง หรือสนับสนุนโดยไม่คิดค่าบริการ\\n \t(๓) มอบหมายกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินการให้มีการส่งเสริมและสนับสนุน\\nการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดุเหลือใช้ภาคการเกษตร และพิจารณาอุดหนุนด้านการขนส่งวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนและปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม \\nรวมทั้งลดการเผาทำลายซึ่งก่อให้เกิดฝุ่นพิษและเกิดก๊าซเรือนกระจก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [59,859,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำในภาคตะวันออก","ภาคตะวันออกของประเทศมีพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจส่งออกไปยังต่างประเทศปีละหลายล้านตัน เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย และเงาะ เป็นต้น อีกทั้ง มีโครงการเขตพัฒนาพิเศษ\\nภาคตะวันออก (EEC : Eastern Economic Corridor) และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่ง \\nจึงมีความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคทั้งภาคครัวเรือน ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอ เช่น การปลูกทุเรียนให้ได้คุณภาพเพื่อการส่งออก ต้องใช้น้ำปริมาณ ๑๕๐ ลิตร/ต้น/วัน หรือปริมาณ ๑๕,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/ไร่/วัน เป็นต้น นอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองจากการเพิ่มขึ้นของประชากร ทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำเป็นอย่างมาก ประกอบกับอ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำเหลือน้อย ดังนั้น รัฐบาลควรมีมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น เช่น การสูบน้ำจากคลองสะพาน จังหวัดระยอง และการผันน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี ไปยังอ่างเก็บน้ำประแสร์ เป็นต้น และเร่งรัดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี กรณีการก่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำให้แล้วเสร็จ เพื่อให้พื้นที่ภาคตะวันออกมีปริมาณน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคทั้งภาคครัวเรือน ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอต่อไป","รองนายกรัฐมนตรี (นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [60,858,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การติดตั้งระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wifi) ในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ","คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)  ได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ พบว่า การบริหารจัดการการท่องเที่ยวของอุทยานฯ มีเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่มัคคุเทศก์นำชมและให้ความรู้ได้เป็นอย่างดี มีการจัดทำ QR Code ไว้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม แต่ปรากฏว่าสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตอยู่ในระดับต่ำ ไม่สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น จึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n \t(๑) กระทรวงวัฒนธรรม พิจารณาประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมกับประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อบูรณาการติดตั้งสัญญาณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wifi : Wireless Fidelity) ความเร็วสูง โดยครอบคลุมพื้นที่อุทยานฯ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านสารประโยชน์และความรู้\\nแก่นักท่องเที่ยวต่อไป\\n \t(๒) อุทยานฯ ควรติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์ฉายไปยังสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้าง\\nทางประวัติศาสตร์อันมีคุณค่าสูงยิ่ง เพื่อความสวยงามในเวลากลางคืน\\n \t(๓) อุทยานฯ ควรพิจารณาเวลาในการเปิดให้เข้าชมอุทยานฯ ได้ถึงเวลา ๒๑.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแสง สี และสถาปัตยกรรมอันงดงามในเวลากลางคืน เนื่องจากมีกลุ่มบุคคลเป็นจำนวนมากได้เดินทางไปท่องเที่ยว และจัดทำวีดิทัศน์เพื่อเผยแพร่มรดกโลกทางวัฒนธรรม\\nอันทรงคุณค่าของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [61,857,141,"พันตำรวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ","กฎหมาย","การเร่งรัดกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด","ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีคุณภาพอากาศ\\nแย่ที่สุดในโลก เป็นระยะเวลาติดต่อกัน ๔ ปี (๒๕๖๓ - ๒๕๖๖) ซึ่งคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา\\nพบประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ (ตอนบน) ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และหอการค้า ๑๗ จังหวัด เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหา PM2.5 และได้เสนอร่างกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ไปยังรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร\\nชุดที่มี พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ \\nตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ แต่ยังคงไม่มีความคืบหน้า\\n \tทั้งนี้ ร่างกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด มุ่งปฏิรูปการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือจากภาคชุมชน ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหา ให้ความสำคัญกับการจัดทำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านมลพิษทางอากาศของประเทศ และใช้นวัตกรรม หรือมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร และบูรณาการการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการภายใต้แผนแม่บท แผนงาน โครงการ การบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดตามมาตรฐานที่กำหนด และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๗ (๒) และ (๓) กล่าวคือ ประชาชนมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้สังคมมีความสงบสุข มีโอกาสเท่าเทียมในการได้รับอากาศที่มีคุณภาพดีเสมอเหมือนกันจากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ ว่าจะแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะเรื่อง PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณานำร่างกฎหมายการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด บรรจุในกฎหมายปฏิรูปประเทศ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๐ วรรคสาม ต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [62,856,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","การดูแลสุนัขจรจัดในกรุงเทพมหานคร","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับปัญหาสุนัขจรจัด\\nในกรุงเทพมหานคร ดังกรณีเหตุการณ์สุนัขจรจัดรุมกัดเด็กนักเรียนจนอาการสาหัส และอีกหลายเหตุการณ์\\nที่เสนอผ่านสื่อต่าง ๆ ว่า เมื่อถูกสุนัขจรจัดกัด ผู้ใดหรือหน่วยงานใดต้องรับผิดชอบ กรณีที่น่ากังวล\\nอีกประการหนึ่ง คือโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งสุนัขจรจัดเป็นพาหะในการแพร่เชื้อ ทั้งนี้ ได้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๑๗๕๑/๒๕๕๙ ระบุว่า หากถูกสุนัขจรจัดกัดแล้วไม่สามารถหาเจ้าของผู้ดูแลสุนัขนั้นได้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกรมปศุสัตว์เป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลสุนัขจรจัด และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น\\n\tจากการเสนอข่าวของสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะเร่งดำเนินการควบคุมสุนัขและแมวจรจัด จำนวน ๒ แสนตัว เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และสนับสนุนให้ประชาชนรับไปเลี้ยงนั้น จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมต่อกรณีดังกล่าว ดังนี้\\n \t(๑) ควรเร่งทำหมันสุนัขและแมวจรจัดทุกพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร\\n \t(๒) สำนักงานเขตทุกเขตของกรุงเทพมหานคร ต้องรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน \\nและเร่งดำเนินการจับสุนัขและแมวจรจัดเพื่อส่งไปยังศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งการจับสุนัขและแมวจรจัดนั้น เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ พร้อมทั้งเชิญชวน\\nให้ร่วมสังเกตการณ์การจับสุนัขและแมวจรจัด รวมทั้งแจ้งให้ทราบว่าจะนำไปไว้ในสถานที่แห่งใด \\nมีการบันทึกภาพและบันทึกรูปพรรณสัณฐานของสุนัขและแมวจรจัดที่จับ แล้วติดประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน\\n \t(๓) กรุงเทพมหานครควรพิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดูแลสุนัขจรจัด\\nพร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่แนะนำระบบการดูแลรักษาความสะอาด และการเก็บมูลสัตว์ เพื่อป้องกันไม่ให้สร้างความเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อาศัยบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากมีผู้ดูแลสุนัขจรจัดเป็นจำนวนมาก แต่รัฐไม่ได้ให้การสนับสนุน","ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",24,2566,"2023-10-24T00:00:00"],
    [63,855,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","สถานการณ์บ้านเมือง","ขอให้ทบทวนการยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ","ตามที่ มาตรา ๑๖๓ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้ “เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้กองบังคับการตำรวจรถไฟเป็นอันยุบ \\nและให้โอนเงินงบประมาณของการรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายอื่นของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟ มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ดังนั้น ในวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๖ กองบังคับการตำรวจรถไฟจึงต้องเป็นอันยุบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อย่างไรก็ดี ภารกิจสำคัญของตำรวจรถไฟ คือ ทำหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการรถไฟ สืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความปลอดภัยทั้งบนรางและบนขบวนรถไฟให้แก่ประชาชนผู้โดยสารรถไฟ ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจรถไฟได้มีผลงานการจับกุมคดีสำคัญ เช่น คดียาเสพติด คดีการค้ามนุษย์ คดีสินค้าหนีภาษี และคดีแรงงานต่างด้าว เป็นต้น ซึ่งในต่างประเทศล้วนให้ความสำคัญกับตำรวจรถไฟ เช่น สหราชอาณาจักรได้ตั้งเป็นสำนักงานตำรวจขนส่งแห่งสหราชอาณาจักร หรือสาธารณรัฐประชาชนจีนได้มีการตั้งกระทรวงรถไฟ เป็นต้น จะเห็นว่าต่างประเทศให้ความสำคัญกับตำรวจรถไฟเพื่อให้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้โดยสารรถไฟ แต่ประเทศไทยกลับยุบตำรวจรถไฟ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนการยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ โดยพิจารณาตั้งกองบังคับการตำรวจรถไฟอีกครั้งหนึ่งภายใต้สังกัด\\nของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [64,854,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","กฎหมาย","การแก้ปัญหาเรื่องอาหารเสริมปลอม","ปัจจุบันประชาชนนิยมซื้อวิตามินและอาหารเสริมหลายชนิดมารับประทาน \\nซึ่งวิตามินและอาหารเสริมมิใช่ยา จึงควรรับประทานเมื่อบุคคลขาดวิตามินหรือสารอาหารเท่านั้น \\nโดยมีข้อแนะนำและข้อควรระวังในการทานวิตามินและอาหารเสริม ดังนี้ \\n \t\t๑๘.๑ ข้อแนะนำในการทานวิตามินและอาหารเสริม\\n \t\t\t๑๘.๑.๑ หากต้องการรับประทานวิตามินและอาหารเสริมควรพบแพทย์ \\nเพื่อตรวจหาระดับวิตามินในร่างกายก่อน\\n \t\t\t๑๘.๑.๒ เลือกวิตามินกลุ่มที่ละลายน้ำ จะไม่มีการสะสมและตกค้างในร่างกาย ได้แก่ วิตามินบีและวิตามินซี\\n \t\t\t๑๘.๑.๓ เลือกอาหารเสริมที่เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ดูดซึมได้ดี\\n \t\t\t๑๘.๑.๔ ไม่รับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมที่มีสรรพคุณใกล้เคียงกัน \\nเช่น “วิตามินอีกับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส” \\n \t\t\t๑๘.๑.๕ ไม่รับประทานวิตามินและอาหารเสริมในปริมาณที่สูงเกินไป\\n \t\t\t๑๘.๑.๖ ควรระมัดระวังในการทานคอลลาเจนและกลูต้าไธโอน (Glutathione)\\n \t\t\t๑๘.๑.๗ หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน\\n \t\t๑๘.๒ ข้อควรระวังในการทานวิตามินและอาหารเสริม  \\n \t\t\t๑๘.๒.๑ วิตามินและอาหารเสริมที่ดูดซึมไม่หมดจะตกค้างสะสมอยู่ในร่างกายทำให้เกิดโทษได้\\n \t\t\t๑๘.๒.๒ วิตามินและอาหารเสริมบางชนิดที่ละลายในน้ำได้ไม่ดี ร่างกายจะดูดซึมได้ไม่ดี ส่งผลเสียต่อตับ \\n \t\t\t๑๘.๒.๓ วิตามินบางชนิดได้รับในปริมาณที่มากเกินไปทำให้เกิดนิ่วในไตได้\\n \t\t\t๑๘.๒.๔ วิตามินและอาหารเสริมอาจทำให้โรคประจำตัวกำเริบ\\n \t\t\t๑๘.๒.๕ วิตามินที่มากเกินไป มีผลทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง ไม่เหมาะกับคน\\nที่เป็นโรคเลือด\\n \t\t\t๑๘.๒.๖ วิตามินเอที่ดูดซึมยาก จะค้างและสะสมในตับได้ง่าย ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคไต\\n\t\t\tโดยวิตามินและเกลือแร่ส่วนใหญ่ร่างกายจะได้รับจากการทานผักและผลไม้ ดังนั้น ควรทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ ซึ่งปัญหาที่สำคัญ คือ ปัจจุบันมีการขายวิตามินและอาหารเสริมปลอมหลายชนิดในท้องตลาดสูงถึงร้อยละ ๔๐ ของวิตามินและอาหารเสริมทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณา\\nสรรพคุณของอาหารเสริมเกินความเป็นจริง เช่น รับประทานแล้วมีสุขภาพแข็งแรงสามารถรักษา\\nโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ หรือรับประทานแล้วจะช่วยให้ชะลอวัย เป็นต้น ซึ่งวิตามินและอาหารเสริมที่เป็น\\nของปลอมเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วอาจเกิดโทษต่อร่างกายและอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้น การเลือกซื้อวิตามินและอาหารเสริม ควรเลือกซื้อจากบริษัทผู้ผลิตที่เชื่อถือได้และได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้   \\n \t\t\t(๑) ดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบประโยชน์และโทษของอาหารเสริม รวมทั้งวิธีการเลือกอาหารเสริมที่ถูกต้อง แนะนำวิธีการตรวจสอบและแยกความแตกต่างระหว่าง\\nอาหารเสริมจริงกับอาหารเสริมปลอม    \\n \t\t\t(๒) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ควรมีการตรวจสอบการขายวิตามินและอาหารเสริมในท้องตลาดอย่างต่อเนื่องและจริงจัง\\n \t\t\t(๓) ดำเนินการกับผู้ขายวิตามินและอาหารเสริมปลอมอย่างเข้มงวดจริงจัง \\n \t\t\t(๔) ดำเนินการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดอย่างเข้มงวดจริงจัง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [65,853,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้พิจารณาทบทวนมาตรการการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน","คณะรัฐมนตรีชุดที่ผ่านมาได้เคยมีมติให้ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๕๐ หน่วยต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ได้รับสิทธิ์ใช้ไฟฟ้าฟรี แต่คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันมีมติเห็นชอบมาตรการ\\nปรับลดค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน – เดือนธันวาคม ๒๕๖๖ จาก ๔.๑๐ บาทต่อหน่วย ลดลงเหลือ\\n๓.๙๙ บาทต่อหน่วย ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวผู้ที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้\\nปานกลางถึงผู้มีรายได้สูงเพราะมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าหลายหน่วยต่อเดือน แต่มิได้เป็นการช่วยเหลือ\\nหรือให้ประโยชน์แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยแต่อย่างใด เพราะผู้มีรายได้น้อยมีปริมาณการใช้ไฟฟ้า\\nต่อเดือนน้อยอยู่แล้ว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาทบทวนมาตรการการให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าไฟฟ้า โดยควรกำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๕๐ หน่วยต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ได้รับสิทธิ์\\nใช้ไฟฟ้าฟรี ดังเช่นรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้เคยดำเนินการไว้ ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [66,852,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","กฎหมาย","ขอรับการบรรจุแต่งตั้งครูพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั่วประเทศ","สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีจำนวนโรงเรียนสังกัด ระหว่างปี ๒๕๖๒ – ๒๕๖๖ ดังนี้ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ มีจำนวน ๒๙,๘๗๑ โรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๓ มีจำนวน ๒๙,๖๔๒ โรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๔ มีจำนวน ๒๙,๕๘๓ โรงเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๕ มีจำนวน ๒๙,๔๔๙ โรงเรียน และปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีจำนวน ๒๙,๓๑๒ โรงเรียน ปัญหาที่พบคือ โรงเรียนเหล่านี้มีครูพลศึกษาไม่เพียงพอต่อการสอนเด็กนักเรียน ทั้งนี้ ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ระหว่างวันที่ ๒๓ กันยายน – วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ ที่เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ผลปรากฏว่าจีนได้เป็นเจ้าเหรียญทอง และประเทศไทยได้อันดับที่ ๘ โดยได้ ๑๒ เหรียญทอง ๑๔ เหรียญเงิน และ ๓๒ เหรียญทองแดง ถือเป็นลำดับที่ ๑ ของอาเซียน ทั้งนี้ นักกีฬาของไทยต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศักยภาพสำคัญด้านการกีฬา คือ บุคลากรที่ทำหน้าที่อบรมให้ความรู้ด้านกีฬา แต่จากข้อมูลข้างต้นในปีการศึกษา ๒๕๖๖ มีโรงเรียน ๒๙,๓๑๒ โรงเรียน แต่มีจำนวนครูพลศึกษาไม่ถึงร้อยละ ๒๐ ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยและไม่เพียงพอต่อการอบรมให้ความรู้แก่เด็ก ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการด้านกีฬาไม่ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นทาง จึงทำให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ และทำให้นักกีฬาไทยไม่สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีการพัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก เยาวชน และทุกช่วงอายุ จึงทำให้สาธารณรัฐประชาชนจีนประสบผลสำเร็จในด้านการกีฬา\\n\t\tจากปัญหาการขาดแคลนครูพลศึกษาดังกล่าว จึงขอให้กระทรวงการศึกษาธิการ\\nพิจารณาบรรจุครูพลศึกษาในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มขึ้น\\nให้เพียงพอ ทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก (นักเรียน ๑ – ๑๒๐ คน) โรงเรียนขนาดกลาง (นักเรียน ๑๒๑ – ๖๐๐ คน) และโรงเรียนขนาดใหญ่ (นักเรียน ๖๐๐ – ๑,๕๐๐ คน) เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้การกีฬาของไทยสามารถแข่งขันกับนานาประเทศ และอยู่ในระดับโลกเพิ่มขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [67,851,120,"นายพลเดช ปิ่นประทีป","นโยบายของรัฐบาล","ศูนย์สงเคราะห์ชาวเขายุคใหม่","คณะทำงานในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนจากประชาชนชาวม้ง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่อง ที่อยู่อาศัยที่กำลังถูกไล่ออกจากพื้นที่เช่าที่ใช้อยู่อาศัยและทำกิน เนื่องจากการเจริญเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวและเจ้าของที่ดินมีความประสงค์จะประกอบกิจการ ซึ่งเมื่อครั้งเกิดสงครามคอมมิวนิสต์ พื้นที่เขาค้อเคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ตั้งอยู่บริเวณ ๓ จังหวัดคือ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเลย และจังหวัดเพชรบูรณ์ การสู้รบและการปฏิบัติการทางทหารเป็นไปอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ต่อมากองทัพภาคที่ ๓ (ทภ.๓) ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่ประมาณ ๓ แสนไร่มีการอพยพและย้ายถิ่นฐานของประชาชนตามยุทธศาสตร์และยุทธวิธี โดยมีคำมั่นสัญญาว่า เมื่อสงครามสงบลงจะจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ประชาชน เมื่อสงครามสงบลงเส้นทางที่เคยใช้สู้รบได้รับการพัฒนาเป็นเส้นทางคมนาคมที่เดินทางสะดวก ประกอบกับภูมิประเทศที่สวยงามและภูมิอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี ทำให้กลุ่มชุมชนชาวม้งดั้งเดิม และกลุ่มที่อพยพจากพื้นที่อื่นเข้ามาครอบครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัย\\\\nและทำกิน รวมทั้งประกอบกิจการต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น จนพื้นที่เขาค้อเปลี่ยนสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย \\\\n\t\tประเด็นปัญหา คือ ชุมชนชาวม้งดั้งเดิม จำนวน ๓ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านเล่านะ หมู่บ้านเล่าเน้ง และหมู่บ้านเล่าลือ ซึ่งเป็นชาวบ้านทั่วไปที่ถูกอพยพทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธี\\\\nในสงครามครั้งนั้น เมื่อสงครามสงบลงมีเพียงหมู่บ้านเล่าลือเท่านั้นที่ได้กลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่บริเวณเดิม ส่วนหมู่บ้านเล่านะ และหมู่บ้านเล่าเน้ง รวมจำนวน ๑๕๐ ครอบครัว ถูกทอดทิ้งให้หาพื้นที่เช่า\\\\nเพื่ออยู่อาศัยและรับจ้างทำงานกับชาวบ้านในบริเวณนั้น ดังนั้น เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ คณะทำงาน จึงได้ลงพื้นที่พร้อมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายปกครอง และองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อตรวจดูสภาพปัญหาและข้อเท็จจริง ปรากฏข้อเท็จจริงและมีข้อเสนอแนะ ดังนี้  \\\\n\t\t๑๕.๑ กลุ่มชาวม้งทั้ง ๑๕๐ ครอบครัว มีสถานภาพเป็นผู้เช่าที่ดินจากเพื่อนบ้าน \\\\nและชุมชน มีลักษณะเป็นกระท่อมหลังเล็กสร้างด้วยวัสดุไม้ไผ่ เพื่อใช้สำหรับอยู่อาศัยชั่วคราว ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีและขาดความมั่นคง  \\\\n\t\t๑๕.๒ กลุ่มชาวม้งเป็นชนกลุ่มน้อย ถือเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคม อีกทั้งชุมชนเล่านะ และชุมชนเล่าเน้ง มีส่วนร่วมกับทางราชการในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติ แต่ปัจจุบันกำลังอยู่ในสภาพถูกทอดทิ้ง จึงเห็นควรให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลช่วยเหลือตามหน้าที่และอำนาจต่อไป \\\\n\t\t๑๕.๓ จังหวัดเพชรบูรณ์แจ้งข้อมูลว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง\\\\nของมนุษย์เดิมเป็นกรมประชาสงเคราะห์ ได้รับมอบหมายจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื้นที่ตามโครงการ\\\\nศูนย์สงเคราะห์ชาวเขา จำนวน ๔๗,๐๐๐ ไร่ และยังไม่ได้ส่งคืนพื้นที่ให้แก่กรมป่าไม้แต่ประการใด \\\\nและเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แบ่งพื้นที่ให้แก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน ๖๐๐ ไร่ เพื่อใช้ทำศูนย์วิจัยเกษตรที่สูง\\\\nเพชรบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้าง คณะทำงานจึงมีข้อเสนอแนะ โดยขอให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศึกษาความเหมาะสมเพื่อดูแลปัญหาชุมชนม้งท้องถิ่น และพัฒนายกระดับให้เป็นศูนย์วิจัยส่งเสริมกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในระยะยาวต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [68,850,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","กฎหมาย","การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ : กรณีถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่","จากกรณีที่หัวหน้าด่านกักกันสัตว์แห่งหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖ แสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐมีความเสี่ยงภัยจากการกระทำของผู้ที่ไม่หวังดี หรือผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้กฎหมายเกี่ยวกับด้านการเกษตรเกือบทุกฉบับที่ตราขึ้นมานั้น จะเป็นกฎหมายที่ปกป้องและดูแลผลประโยชน์ส่วนใหญ่ของเกษตรกร เช่น เรื่องความปลอดภัยของอาหาร และเรื่องชีวภาพต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่ไม่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน       \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการคุ้มครองและดูแลเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดและตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เช่น (๑) กรณีที่หัวหน้าด่านกักกันสัตว์แห่งหนึ่งที่ถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ จากการเข้าตรวจสอบจับกุมเนื้อสัตว์ผิดกฎหมายหลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำเนื้อสุกรมาขายในพื้นที่ \\nซึ่งอาจเกิดอันตรายจากโรคที่ติดมากับเนื้อสัตว์ ทำลายสุขภาพของประชาชนผู้บริโภค และก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบปศุสัตว์ของประเทศไทย (๒) กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทุเรียนเพื่อส่งออกมีหลายครั้ง\\nที่เจ้าหน้าที่ถูกปิดล้อมไม่ให้ออกจากโกดัง หรือล้งของผู้ประกอบการ หรือ (๓) กรณีการทำหน้าที่\\nของเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งสารวัตรเกษตร ที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นปุ๋ยหรือยาปราบศัตรูพืชที่ผิดกฎหมาย หลายครั้งถูกขัดขวางและปิดล้อมไม่ให้ออกจากพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ระบบปศุสัตว์ ระบบเศรษฐกิจ สุขภาพของประชาชนคนไทย รวมถึง\\nความเชื่อมั่นต่อสินค้าเกษตรไทยในการส่งออก ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการควบคุมดูแลให้เกิดความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน   \\n\t\tทั้งนี้ จากการที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๑ – ๑๒ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความเชื่อมั่นว่า จะขับเคลื่อนนโยบายการปราบปรามการลักลอบการนำเข้าเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย ที่เข้ามาทำลายระบบปศุสัตว์ของไทย \\nหรือทำลายสุขภาพของประชาชน ซึ่งเมื่อมีนโยบายที่ชัดเจนแล้ว รัฐบาลควรมีการดูแลเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชน\\nในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ หรือการเข้าถึงอาหารที่มีความปลอดภัย รวมทั้งการดูแลปกป้องระบบการเลี้ยงสัตว์ ระบบการดูแลพืชผลทางการเกษตรของไทย ให้เกิดความเป็นธรรม และเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศชาติโดยรวม","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [69,849,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","กฎหมาย","การอนุญาตให้ใช้โดรนภาคการเกษตรที่มีน้ำหนักมากกว่า ๒๕ กิโลกรัม โดยถูกต้องตามกฎหมาย","ปัจจุบันการพัฒนาด้านการเกษตรของเกษตรกร อาทิ ชาวนา ชาวสวน และชาวไร่ เพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรและลดต้นทุนค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดยมีการนำโดรน (Drone) หรืออากาศยานไร้คนขับเพื่อการเกษตร ทำการบินเพื่อหว่านปุ๋ย หว่านผลิตภัณฑ์ และพ่นสารกำจัดศัตรูพืช ตลอดจนถ่ายภาพเพื่อสำรวจพืช และศัตรูพืช โดยมีการใช้โดรน ที่มีน้ำหนักมากกว่า ๒๕ กิโลกรัม กันอย่างแพร่หลาย และมีการใช้เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ ๕๐ เนื่องจากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มทุน แต่ปัจจุบันบันเกษตรกร และผู้ประกอบการ ผู้ซึ่งใช้โดรนกำลังประสบปัญหา คือ ไม่สามารถขออนุญาตใช้โดรนที่มีน้ำหนักมากกว่า ๒๕ กิโลกรัมจากหน่วยงานราชการที่ควบคุมและกำกับดูแลได้ เนื่องจากความไม่ทันสมัยของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนี้  \\n\t\t๑๓.๑ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาออกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก ฉบับใหม่เป็นการเร่งด่วน โดยให้มีสาระสำคัญครอบคลุมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การบังคับใช้โดรนทุกบริบททางการเกษตรที่มีน้ำหนักเกินกว่า ๒๕ กิโลกรัม \\n\t\t๑๓.๒ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาจัดสรรงบประมาณและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อเปิดหลักสูตรอบรมให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการ ในรูปแบบ One Stop Service สำหรับใช้โดรนเพื่อการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชให้ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย\\nต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม \\n\t\t๑๓.๓ เมื่อได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ขอให้กระทรวงคมนาคม และกระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์ ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร และผู้ประกอบการทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง เกษตรกรสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [70,848,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","ปัญหาความไม่ต่อเนื่องและไม่จริงจังในการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมของไทย","เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในพันธกรณีระหว่างประเทศที่สำคัญ\\nคือ การจัดทำ “ปฏิญญาจอมเทียน” ซึ่งเป็นปฏิญญาว่าด้วยการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education\\nfor All) ซึ่งการจัดการศึกษาเพื่อปวงชนนั้น มีนัยสำคัญหลายประการ โดยในที่นี้ “การศึกษาแบบเรียนรวม” (Inclusive Education) เป็นรูปแบบการจัดการศึกษารูปแบบหนึ่งที่ประเทศไทย\\nยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณ ๖๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จัดให้มีการศึกษาแบบเรียนร่วม (Mainstreaming) ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาให้แก่เด็กพิการหรือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติในชั้นเรียนทั่วไป โดยที่สถานศึกษาดังกล่าวไม่ได้จัดให้มีการบริการด้านการศึกษาเป็นการเฉพาะ ส่งผลให้เด็กที่มีผลการเรียนระดับเกินค่าเฉลี่ยเท่านั้น จึงจะสามารถเรียนผ่านและเลื่อนระดับได้ จนกระทั่งเมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่ผ่านมา จึงได้มีความพยายามยกระดับการศึกษาแบบเรียนร่วม (Mainstreaming) ให้เป็นการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ซึ่งจะต้องจัดให้มีระบบนิเวศทางการศึกษา (Learning Ecosystem) ที่มีความเป็นมิตรและรองรับความหลากหลายของผู้เรียน  \\n\t\tรัฐบาลในขณะนั้นได้จัดตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษ ประกอบด้วย ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา และศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัด รวมจำนวนทั้งสิ้น ๗๗ แห่ง มีหน้าที่เตรียม\\nความพร้อมผู้เรียนที่มีความพิการหรือมีความต้องการจำเป็นพิเศษ ให้มีความพร้อมเข้าเรียนในชั้นเรียนทั่วไปได้ รวมทั้งการส่งผู้ให้บริการไปประจำอยู่ในโรงเรียนทั่วไป แต่จวบจนถึงปัจจุบัน สถานศึกษาทั่วไปตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา ยังไม่มีความพร้อมที่จะจัดการศึกษาแบบเรียนรวมดังกล่าว \\nโดยสถานศึกษาส่วนใหญ่จะปฏิเสธไม่รับเด็กพิการหรือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษเข้าเรียน \\n\t\tอนึ่ง มีข้อสังเกตว่า ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาและตกไปแล้วนั้น ไม่ได้มีการบัญญัติถึงการสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมไว้อย่างชัดแจ้ง ดังนั้น จึงขอให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... อย่างรอบคอบ ก่อนเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม และเพื่อให้การจัดการศึกษาของไทยเป็นการศึกษาเพื่อปวงชนอย่างแท้จริง \\n\t\tด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กำหนดนโยบายการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม\\nให้มีความชัดเจน และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป้าหมายการพัฒนาที่ ๔ (สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต) ซึ่งได้กำหนดเรื่อง การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมไว้อย่างชัดแจ้ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [71,847,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการบริหารงานภาครัฐ","บทบัญญัติมาตรา ๗๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บัญญัติว่า “รัฐพึงดำเนินการให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม โดยกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีมาตรการป้องกันมิให้ผู้ใด\\nใช้อำนาจหรือกระทำการโดยมิชอบที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ หรือกระบวนการแต่งตั้งหรือการพิจารณาความดีความชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ” และแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. ๒๕๖๔ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำกฎหมายดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ต่อมา สำนักงาน ก.พ. ได้ออกหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร ๑๐๑๒.๓/ว ๑๔ ลงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๖ เรื่อง แนวทางการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานบุคคลในราชการพลเรือน แจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และจังหวัด โดยสาระสำคัญคือ ปัจจุบันยังคงปรากฏพฤติการณ์หรือการกระทำที่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนระบบคุณธรรม หรือมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายแทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงกำหนดแนวทางป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่และการบริหารงานบุคคล\\nในราชการพลเรือนไว้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t\t๑๑.๑ แนวทางการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่และการบริหาร\\nงานบุคคลในราชการพลเรือน ของสำนักงาน ก.พ. มีผลบังคับแต่เฉพาะข้าราชการพลเรือนเท่านั้น \\nแต่ไม่มีผลบังคับกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทอื่น จึงยังไม่เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๗๖ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งมีเจตนารมณ์ให้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nทุกประเภท จึงสมควรพิจารณากำหนดเป็นมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้มีผลบังคับครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภท\\n\t\t๑๑.๒ แนวทางการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงฯ ของสำนักงาน ก.พ. ดังกล่าว \\nเพื่อดำเนินการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งเท่านั้น ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ประสงค์ให้บัญญัติเป็นกฎหมายและมีบทลงโทษ\\nผู้ใช้อำนาจ หรือกระทำการโดยมิชอบที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของภาครัฐ \\nจึงสมควรที่รัฐบาลจะได้พิจารณาเร่งรัดให้ดำเนินการตราเป็นกฎหมาย ตามที่กำหนดไว้ในแผน\\nการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. ๒๕๖๔ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [72,846,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","การปรับปรุงบทบาทหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับตำบล ให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป","กฎหมายหลายฉบับได้กำหนดบทบาทหน้าที่และอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ อาทิ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๐ (๕) กำหนดให้เทศบาลตำบลมีหน้าที่ต้องจัดให้มีเครื่องใช้ในการดับเพลิง แต่ไม่มีการกำหนดให้มีหน้าที่สนับสนุนด้านการเกษตร จึงมีประเด็นปัญหาว่า เทศบาลตำบลจะดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ด้านการเกษตรเพื่อสนับสนุนประชาชนในพื้นที่ได้หรือไม่ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้มีการส่งเสริมการทำมาหากินของประชาชน ส่งเสริมการฝึกและประกอบอาชีพ การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปศุสัตว์ โดยไม่มีการกำหนด\\nถึงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \\nแต่กลับไม่มีกิจกรรมส่งเสริมด้านการเกษตรเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย ดังนี้\\n\t\t๑๐.๑ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับต่าง ๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล จำนวนกี่แห่ง และแห่งใดบ้างที่มีการกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานให้สนับสนุนด้านการเกษตร\\nแก่ประชาชน และสนับสนุนด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ผ่านสภาองค์กรชุมชนของตำบล\\n\t\t๑๐.๒ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดที่มีการสนับสนุนและส่งเสริมด้านการเกษตร\\nในพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม \\n\t\t๑๐.๓ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งใดบ้างที่มีการพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชน\\nในการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในเขตตำบลของตนเอง   \\n\t\t๑๐.๔ ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาเห็นถึงปัญหาและอุปสรรค\\nในการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายหรือแนวปฏิบัติกำหนดให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น\\nได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [73,844,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ขอให้จัดสรรครูภาษาไทยให้แก่โรงเรียนเอกชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้","เนื่องจากผลการสำรวจพบว่าการศึกษาของเด็กนักเรียนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผลการเรียนในระดับประเทศอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก เด็กนักเรียนจำนวนมากไม่สามารถอ่าน\\nและเขียนภาษาไทยได้อันเนื่องมาจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) ขาดครูสอนภาษาไทยเป็นจำนวนมาก และจากการลงพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ พบว่า การเบิกจ่ายเงินงบประมาณของโรงเรียนเอกชนในพื้นที่หลายแห่งมีความซ้ำซ้อนหลายรายการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการ ดังนี้ \\n \t\t(๑) ดำเนินการจัดหาครูสอนภาษาไทยให้แก่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ)\\n \t\t(๒) พิจารณายกเลิกการกำกับดูแลโรงเรียนตาดีกา (ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เนื่องจากมัสยิดได้กำกับดูแลแล้ว\\n \t\t(๓) ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่มีความซ้ำซ้อน กรณีโรงเรียนปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [74,843,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","กฎหมาย","การละเลยการแก้ไขปัญหาการเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  ณ ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์","การเดินทางลงพื้นที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากกว่า ๒๐๐ คน เกี่ยวกับปัญหาการขึ้นค่าเช่าที่ดินของการรถไฟ\\nแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยที่ดินของ รฟท. คือที่ดินที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว \\nได้พระราชทานเพื่อการก่อสร้างทางรถไฟไปทุกภาคของประเทศไทย และจากการก่อสร้างจะมีกรรมกรก่อสร้างย้ายที่อยู่อาศัยไปตามพื้นที่การก่อสร้าง เมื่อเสร็จสิ้นการก่อสร้างจะตั้งรกรากอาศัยอยู่\\nบริเวณนั้น ๆ โดยที่ตำบลช่องแค อำเภอตาคลี มีกรรมกรก่อสร้างทางรถไฟมาตั้งถิ่นฐานบนที่ดิน\\nของ รฟท. จำนวน ๓๐๐ หลังคาเรือน เป็นระยะเวลามากกว่า ๖๐ ปี โดย รฟท. เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินปีละ\\nไม่เกินหนึ่งพันบาท แต่เมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา รฟท. ต้องการเพิ่มรายได้เชิงพาณิชย์ จึงประกาศขึ้นค่าเช่าที่ดินร้อยละ ๑๐๐ ผู้ที่ไม่จ่ายค่าเช่าตามอัตราใหม่จะถูกดำเนินคดี \\n \t\tทั้งนี้ ได้เชิญผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเดินทางลงพื้นที่เพื่อดูสถานที่จริง\\nและรับฟังสภาพปัญหา ซึ่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่า จะลดราคาค่าเช่าเพราะสถานะ\\nทางเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าวย่ำแย่ แต่หลังจากผ่านมา ๓ ปี รฟท. ยังมิได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด จากนั้น จึงได้เชิญผู้แทนจาก รฟท. มาชี้แจง ซึ่งได้รับคำตอบว่า รฟท. ได้ลดค่าเช่าที่ดินให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลช่องแคสำหรับผู้เช่ารายใหม่ร้อยละ ๕๐ ปัจจุบัน รฟท. จะให้บริษัทเอกชนรับสัมปทานดำเนินการเกี่ยวกับการเช่าพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งราคาอาจไม่เป็นเช่นเดิม ซึ่งการดำเนินการของ รฟท. \\nไม่สอดคล้องและไม่เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และด้านกฎหมาย ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเร่งรัดแก้ไขปัญหาดังกล่าว และขอให้เจ้าหน้าที่ รฟท. \\nอย่าชะลอการพิจารณาเพียงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของ รฟท. เท่านั้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [75,842,50,"พลเรือเอก ฐนิธ กิตติอำพน","นโยบายของรัฐบาล","การอนุรักษ์โบราณสถานไม่ให้มีการรื้อถอนหรือถูกทำลาย","พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้ให้ความคุ้มครองโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ \\nโดยมาตรา ๑๐ ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่าง ๆ ของโบราณสถาน หรือขุดค้นสิ่งใด ๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่จะกระทำตามคำสั่งของอธิบดีหรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี หากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามที่กำหนดไว้ ซึ่งอาคารสโมสรราชกรีฑาสโมสร เป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์\\nที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคาร และเป็นอาคารหลังแรก\\nที่ใช้เป็นโถงรับรองผู้โดยสารจากสายการบินแห่งแรกของประเทศไทย เป็นงานสถาปัตยกรรม\\nที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ได้รับการรับรองให้เป็นโบราณสถาน ตามมาตรา ๔ และได้รับความคุ้มครอง\\nตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ \\nพ.ศ. ๒๕๐๔ จากอธิบดีกรมศิลปากร ๒ คน คือ นายประทีป  เพ็งตะโก ได้มีหนังสือลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ แจ้งต่อคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา และนายกิตติพันธ์ \\nพานสุวรรณ ได้มีหนังสือลงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๕ แจ้งต่อสมาชิกสมาคมราชกรีฑาสโมสร ทั้งนี้ \\nอาคารดังกล่าว ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรม ประเภทงานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรม\\nและชุมชนดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๕ จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการเข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี        \\n \t\tต่อมา นายสถาพร  เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากร รักษาราชการแทน\\nอธิบดีกรมศิลปากร มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ได้เสนอแนวทางการอนุรักษ์อาคารดังกล่าว ๒ แนวทาง คือ การบูรณปฏิสังขรณ์ และการรื้อถอนแล้วก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่ จากนั้น สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้มีหนังสือถึงนายกสมาคม\\nราชกรีฑาสโมสร เพื่อพิจารณาแนวทางการอนุรักษ์ โดยสมาคมฯ ได้เลือกแนวทางการรื้อถอนแล้วก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่ ซึ่งคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ ยังมีกรณีการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จะดำเนินการรื้อถอนอาคารเก่า จำนวน ๗ คูหา บนถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างทางขึ้น – ลง ของสถานีรถไฟฟ้า (ผ่านฟ้า) ซึ่งถือได้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายโบราณสถานอย่างน่าเสียดาย จึงควรเก็บรักษาโบราณสถานอันจะเป็นประโยชน์ในการสร้างซอฟท์พาวเวอร์เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม รวมทั้ง\\nไม่ให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชนรุ่นหลังต้องสูญสลายไป ดังนั้น จึงขอสอบถามกรมศิลปากรว่า การที่สมาคมฯ เลือกใช้แนวทางการรื้อถอนแล้วก่อสร้างกลับขึ้นมาใหม่นั้น เป็นการทำลายโบราณสถานหรือไม่ และขอให้พิจารณาทบทวนแนวทางการรื้อถอนและก่อสร้างขึ้นมาใหม่ของอาคารสโมสรราชกรีฑาสโมสร เพื่อไม่ให้เกิดกรณีเช่นเดียวกับอาคารบอมเบย์เบอร์มา ซึ่งรื้อถอนไปแล้ว ๓ ปี แต่ยังไม่มีการสร้าง\\nกลับขึ้นมาใหม่ได้ดังเดิม","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [76,841,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสัตว์เลื้อยคลานสร้างความเสียหายแก่เกษตรกร","ตัวเงินตัวทอง (Varanus salvator) เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทสัตว์เลื้อยคลานตามกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. ๒๕๔๖ ออกตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง ห้ามกระทำการต่อตัวเงินตัวทอง รวมถึงต่อซาก หรือผลิตภัณฑ์ต่อซาก เพราะเป็นสัตว์ที่มีบทบาทในการรักษาสมดุลให้กับธรรมชาติ แต่ปัจจุบันตัวเงินตัวทองได้ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้พบเห็นตัวเงินตัวทองบนถนนในทุกภาคของประเทศ และสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ เช่น เป็ด ไก่ ปลา กุ้ง เป็นต้น ที่ผ่านมา มีนักวิจัยจากหลายสถาบันทั้งภาครัฐและเอกชนได้พยายามศึกษาในเชิงการแพทย์และการใช้ประโยชน์จากตัวเงินตัวทอง เพื่อผลักดันให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต พบว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจได้ทั้งตัว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ และกฎหมาย\\nที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน และขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมการพัฒนาให้ตัวเงินตัวทอง\\nเป็นสัตว์เศรษฐกิจโดยสามารถเพาะเลี้ยงในฟาร์มได้ต่อไป\\n\t\t๕.๒ เรื่อง ปัญหาการผลักดันน้ำทะเลในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดฉะเชิงเทรา\\n\t\t\t\tสืบเนื่องจาก นายถนอม  ยังเจริญ ประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ และเป็นเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์ม ระดับภาค ประจำปี ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐ ของจังหวัดสมุทรปราการ ร้องเรียนว่าเกษตรกรในพื้นที่อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ รวมทั้งพื้นที่อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ และอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ปลูกข้าวในฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ข้าวจมน้ำ \\nจึงได้ผลผลิตจำนวนน้อย ข้าวมีความชื้นสูงและไม่ได้มาตรฐานทำให้โรงสีบางแห่งไม่รับซื้อ กรณีโรงสีที่รับซื้อจะให้ราคาต่ำกว่ากลไกตลาดเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพประมงเลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา \\nได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งสาเหตุปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเกิดจากระบบชลประทานไม่สามารถผลักดันน้ำปริมาณมากจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตลงสู่ทะเลได้ทัน นอกจากนี้ น้ำที่ถูกผลักดันลงมานั้นส่วนใหญ่เป็นน้ำเน่าเสียจึงส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรนับแสนไร่ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาเป็นการเร่งด่วน ดังนี้   \\n \t\t\t\t๕.๒.๑ ผลักดันน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้มีน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตรของประชาชน\\n\t\t\t\t๕.๒.๒ ปรับปรุงแก้ไขตอม่อของสะพานบนถนนบางนา – ตราด ไม่ให้กีดขวาง ทางน้ำ\\n\t\t\t\t๕.๒.๓ ซ่อมแซมท่อส่งน้ำโครงการผันน้ำจากพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี       \\n \t\t\t\t๕.๒.๔ สำรวจและขุดลอกสันดอนที่มีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง\\nคลองที่ระบายน้ำลงสู่ทะเล","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร\\nและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [77,840,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนการจัดงานศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น","จากที่ผ่านมาได้ร่วมงานศิลปวัฒนธรรมประเพณี ในพื้นที่ต่าง ๆ ทุกภูมิภาค\\nทั่วประเทศ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละภูมิภาคนั้นเป็นมรดกที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ \\nโดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อชื่นชมศิลปวัฒนธรรม อันเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยหลายแสนล้านบาทต่อปี แต่จากการเข้าร่วมงานประเพณี\\nได้รับทราบข้อมูลว่า การจัดงานประเพณีต่าง ๆ ต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ซึ่งองค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่นได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดงานเพียงบางส่วนเท่านั้น ทำให้เป็นภาระของชุมชนที่ต้องหางบประมาณมาใช้ในการจัดงาน ปัจจุบันรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งศิลปวัฒนธรรมประเพณีเป็นเป้าหมายหนึ่งที่กำหนดไว้ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๕๗ (๑) กำหนดว่า “รัฐต้องอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงาม\\nของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริม\\nและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการ\\nดำเนินการด้วย” จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องส่งเสริมและสนับสนุนการจัดงานศิลปวัฒนธรรมประเพณี ","ตามเอกสารแนบ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [78,839,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","โครงการทางพิเศษในจังหวัดภูเก็ต","จากจังหวัดภูเก็ตประสบปัญหาการจราจรติดขัด คณะรัฐมนตรีมอบหมาย\\nให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยรับผิดชอบโครงการทางพิเศษในจังหวัดภูเก็ต แบ่งออกเป็น ๒ ระยะ ประกอบด้วย ระยะที่ ๑ ช่วงกะทู้ – ป่าตอง ระยะทาง ๔ กิโลเมตร แบบโครงการมีการเจาะอุโมงค์ \\n๒ กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยเป็นทางยกระดับ \\n๒ กิโลเมตร และขายเอกสารสำหรับคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกชนรายใดเข้ายื่นข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการ และระยะที่ ๒ ช่วงเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร เป็นโครงการก่อสร้างถนนคู่ขนานกับถนนสาย ๔๐๒ (ถนนเทพกระษัตรี) เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนน ๔๐๒ และสร้างทางเลือกในการเดินทางของประชาชนชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยว \\nซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม งบประมาณก่อสร้าง จำนวน ๔๕,๓๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืนที่ดิน จำนวน ๒๒,๗๕๐ ล้านบาท และค่าก่อสร้าง จำนวน ๒๒,๕๕๐ ล้านบาท ซึ่งค่าเวนคืนที่ดินมีราคาสูงเนื่องจากต้องเวนคืนที่ดิน ๘๐ เมตร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก กรณีที่เวนคืนที่ดินให้มีความกว้าง ๘๐ เมตร จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากต้องมีการกั้นรั้วทำให้ไม่สามารถเดินทางข้ามไปอีกฝั่งของถนนได้ และจะทำให้ถนนกีดขวางทางน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ทั้งนี้ หากปรับรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับ และลดการเวนคืนที่ดินให้เหลือความกว้าง ๓๐ เมตร จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อโครงการ ดังนี้ (๑) จะทำให้ค่าเวนคืนที่ดินลดลงเหลือ ๘,๐๐๐ ล้านบาท (๒) ทำให้ประชาชนเสียที่ดินจากการเวนคืนน้อยลง (๓) หากเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับจะทำให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ใต้ทางด่วนได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [79,838,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่","ประเทศไทยเป็นประเทศภาคการเกษตร แต่ปัจจุบันเกษตรกรรุ่นใหม่มีจำนวนน้อยลง ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่ไปทำงานในต่างประเทศมีความประสงค์ที่จะนำความรู้มาต่อยอดการทำการเกษตรในประเทศไทย แต่ขาดแรงจูงใจจากนโยบายของภาครัฐ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ และสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้    ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [80,837,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาของผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ","๑.๑ เรื่อง ปัญหาของผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ \\n\t\tสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๖ ได้มีผู้แทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอเข้าพบเพื่อปรึกษาหารือปัญหาการเลี้ยงสุกรและการจำหน่ายสุกร\\nของเกษตรกรรายย่อย ดังนี้   \\n\t\t๑.๑.๑ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวน ๔๓๙ ราย ประสบปัญหายังไม่ได้รับเงินชดเชยกรณีสุกรถูกทำลายจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา\\nในสุกร (African Swine Fever : ASF) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ \\n\t\t๑.๑.๒ จากวิกฤตการณ์ดังกล่าวส่งผลมาถึงปัจจุบันทำให้ลูกสุกรขาดตลาด \\nและส่งผลให้เนื้อสุกรชำแหละแล้วมีราคาสูงขึ้น แต่เกษตรกรรายย่อยไม่สามารถขายสุกรได้ เพราะสุกร\\nที่พร้อมชำแหละส่วนใหญ่จะเป็นสุกรของผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้เกษตรกรรายย่อยไม่ได้ประโยชน์ \\n\t\t๑.๑.๓ นายทุนบางราย ได้นำเนื้อสุกรชำแหละสำเร็จรูปเข้ามาจากต่างประเทศ\\nโดยผิดกฎหมาย เช่น ประเทศบราซิล ประเทศฝรั่งเศส ประเทศตุรเคีย และประเทศอื่น ๆ อีก ๑๔ ประเทศ โดยไม่ได้ผ่านการตรวจโรคและสารเร่งเนื้อแดงแต่อย่างใด ส่งผลให้เกษตรกรรายย่อยตกอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค จึงมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหา ดังนี้  \\n\t\t\t(๑) ปราบปรามจับกุมการนำเข้าเนื้อสุกรที่ผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ \\n\t\t\t(๒) สร้างสมดุลทางการตลาด โดยจัดสรรโควต้าหรือส่วนแบ่งการตลาดอย่างเป็นธรรมในการจำหน่ายระหว่างนายทุนและผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย \\n  \t\t\t(๓) แก้ไขระเบียบ และกฎเกณฑ์เพื่อเอื้อให้ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยสามารถส่งเนื้อสุกรชำแหละไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้านได้สะดวกยิ่งขึ้น\\n\t\t\t(๔) สร้างเสถียรภาพด้านราคาระหว่างสุกรมีชีวิตและเนื้อสุกรชำแหละให้เป็นธรรมทั้งผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยและผู้บริโภค  \\n\t\t\t(๕) ลดต้นทุนอาหารสัตว์ และวัสดุที่จะนำมาผลิตอาหารสัตว์ให้มีราคาต่ำลง ซึ่งอาหารสัตว์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสุกรสูงขึ้น \t\t\t\t \\n๑.๒ เรื่อง ปัญหาการจ่ายเงินอุดหนุนโครงการผลิตข้าวอินทรีย์ล้านไร่ \\n\t\t\tปัจจุบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการผลิตข้าวอินทรีย์ล้านไร่ในระยะ T๒ \\nและระยะ T๓ ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนตามที่โครงการรวมเป็นเงิน จำนวน ๑,๕๒๙,๙๖๘,๐๐๐ บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้    \\n\t \t\t๑.๒.๑ ระยะ T๒ เกษตรกรจำนวน ๒๘,๒๓๔ ราย พื้นที่ ๓๗,๔๘๘ แปลง จำนวน ๒๙๑,๔๕๒ ไร่ สนับสนุนเงินอุดหนุนไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น ๘๔๗,๓๕๖,๐๐๐ บาท    \\n\t\t\t๑.๒.๒ ระยะ T๓ เกษตรกรจำนวน ๑๕,๘๖๔ ราย พื้นที่ ๑๙,๒๗๖ แปลง จำนวน ๑๖๓,๙๐๓ ไร่ สนับสนุนเงินอุดหนุนไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน ๖๕๕,๖๑๒,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจ่ายเงินอุดหนุนดังกล่าวให้แก่เกษตรกร\\nเป็นการเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",23,2566,"2023-10-17T00:00:00"],
    [81,836,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","ซอฟต์พาวเวอร์กับการทำสมาธิ","นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๒๓๐/๒๕๖๖ \\nเรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการผลักดันและดำเนินการเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ให้เกิดผลสำเร็จ \\nซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลข่าวสารพบว่าการดำเนินการในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ของคณะกรรมการชุดดังกล่าวส่วนใหญ่จะเน้นเรื่องของอาหาร การแสดง ศิลปวัฒนธรรม วัดและโบราณสถาน การรักษาพยาบาล รวมทั้งด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อ เช่น วัตถุมงคล หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ\\n\tโดยที่ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก และเป็นศูนย์กลาง\\nของการปฏิบัติสมาธิของโลกตามมติของที่ประชุม International Buddhist Conference ที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ อีกทั้งประเทศไทยมีสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติสมาธิทั่วประเทศ\\nมากกว่า ๑,๐๐๐ แห่ง ซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทางด้านจิตวิญญาณและทางด้านจิตใจ อันเป็นจุดแข็ง\\nของประเทศไทยที่ประเทศอื่นไม่มี\\n \tดังนั้น จึงมีข้อหารือว่า นายกรัฐมนตรีและกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ควรมุ่งเน้นพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ทางด้านวัตถุ หรือด้านอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้นเพียงเท่านั้น แต่ควรนำจุดแข็ง\\nของประเทศไทยในเรื่องของการเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก และเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติสมาธิ มาเป็นซอฟต์พาวเวอร์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ด้วยการปฏิบัติธรรม\\nและฝึกปฏิบัติสมาธิในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำรายได้\\nเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งวุฒิสภาได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวและในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๐ \\n(สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๖ จะมีการเสนอญัตติ เรื่อง ขอเสนอญัตติ\\nตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและพิจารณาเสนอแนะแผนกลยุทธ์การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยเช่นกัน","นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [82,835,42,"นายชาญวิทย์ ผลชีวิน","นโยบายของรัฐบาล","กีฬาเอเชียนเกมส์","การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ๒๐๒๒ ครั้งที่ ๑๙ หรือหางโจวเกมส์ ระหว่างวันที่ ๒๓ กันยายน - ๘ ตุลาคม ๒๕๖๖ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยได้เหรียญรางวัลเป็นอันดับที่ ๘ ของเอเชีย และเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน นักกีฬาไทยได้เหรียญทอง ๑๒ เหรียญ \\nเหรียญเงิน ๑๔ เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ๓๒ เหรียญ รวมทั้งหมด ๕๘ เหรียญ ซึ่งประเทศไทย\\nส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันมากที่สุด มีผลการแข่งขันเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย\\nของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (National Olympic Committee \\nof Thailand) ที่ตั้งเป้าหมายเหรียญทองไว้ ๑๕ เหรียญ ดังนั้น จึงต้องมีการถอดบทเรียนและขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้ \\n \tประเด็นที่ ๑ การส่งนักกีฬาไปร่วมการแข่งขันกีฬา ที่ใช้เหตุผลว่า “ส่งทีมไปหาประสบการณ์” ซึ่งการส่งนักกีฬาไปแข่งขันระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ \\nโอลิมปิกเกมส์ หรือเกมส์ระดับโลกอื่น ๆ จะต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จ ความหวัง และการประสบความสำเร็จจากการแข่งขัน มิใช่เพียงส่งนักกีฬาไปหาประสบการณ์ \\n \tประเด็นที่ ๒ มีคำกล่าวว่า “เราต้องนำการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬามาพัฒนานักกีฬาในระดับความเป็นเลิศ และในระดับอาชีพ” แต่มีผู้บริหารการกีฬาท่านหนึ่งได้กล่าวว่า ต้องใช้วิทยาศาสตร์\\nการกีฬาขั้นสูง วิทยาศาสตร์การกีฬาต้องเฉพาะกีฬา เน้นเฉพาะกีฬา เพราะโภชนาการของนักกีฬา\\nแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน เช่น โภชนาการของนักมวยกับนักฟุตบอลจะมีความแตกต่างกัน ความสมบูรณ์\\nของร่างกายก็มีความแตกต่างกัน อาหารของนักกีฬาก่อนการแข่ง ระหว่างการแข่ง และหลังการแข่ง \\nก็มีความแตกต่างกัน การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ความหมายของการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง คือ การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเฉพาะทางและเฉพาะกีฬา เพราะฉะนั้น \\nขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ทุกสมาคม หรือหน่วยงาน\\nที่เกี่ยวข้อง ควรจัดสัมมนาเพื่อหาแนวทางและทำวิจัยและพัฒนา (Research ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [83,834,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาที่พึ่งทางใจของเยาวชนและประชาชน","เหตุการณ์ความรุนแรงที่มีเยาวชนอายุ ๑๔ ปี เป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่น\\nจนบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ชีวิต จะเห็นว่าระยะหลังผู้ก่อเหตุจะเป็นเยาวชนที่มีอายุน้อย จึงเป็นเรื่องสำคัญ\\nที่ทุกคนต้องตระหนัก ซึ่งสาเหตุหลัก คือ เยาวชนขาดคุณธรรม ขาดที่พึ่งทางใจ มีความเครียดหรือความทุกข์ ขาดการอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรมจากครอบครัว สังคม และโรงเรียนอย่างเพียงพอ เมื่อเด็กขาดที่พึ่ง\\nทางใจที่ดี จะทำให้เด็กติดเพื่อน ติดโซเซียล และติดเกม โดยเฉพาะเกมที่รุนแรงเพราะเกิดความสนุก\\nและตื่นเต้นกว่าเกมปกติ ทำให้เด็กเห็นว่าความรุนแรงเป็นเรื่องปกติธรรมดา อาจนำไปสู่การก่อเหตุรุนแรงได้ \\n \tประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนามีทั้งหลักปฏิบัติ\\nที่เป็นจริยธรรมและคุณธรรมที่นอกจากจะสอนให้ทุกคนเป็นคนดีมีคุณธรรมแล้ว ยังสามารถให้ทุกคนดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่ทุกข์และมีความสุขที่แท้จริง ดังนี้ \\n   \t(๑) อริยสัจ ๔ ถือเป็นหลักคำสอนที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา ใช้ในการทำ\\nความเข้าใจในการแก้ปัญหาเมื่อเกิดความทุกข์ \\n  \t(๒) พรหมวิหาร ๔ ถือเป็นหลักธรรมครองใจ ที่ทำให้คนปฏิบัติในทางประเสริฐ\\nทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ใช้เป็นหลักปฏิบัติของการอยู่ร่วมกับผู้อื่น \\n \t(๓) หิริ โอตตัปปะ เป็นธรรมะที่คอยควบคุมจิตใจให้ตั้งอยู่ในความดี ปกป้องการทำความชั่ว ใช้เป็นหลักการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนในสังคม \\n \tการศึกษาธรรมะจะทำให้คนในสังคม ครอบครัว และเยาวชน มีคุณธรรม มีจิตสำนึกที่ดี มีที่พึ่งทางใจ จึงขอฝากไปยังนายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n \t(๑) จัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะสำหรับเยาวชน \\n \t(๒) จัดการดูแลให้วัดเป็นที่พึ่งทางใจ เป็นที่เผยแผ่ธรรมะของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ควบคุมดูแลพระสงฆ์ให้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์ เป็นผู้ที่ประชาชนให้ความเคารพ ศรัทธา \\n \t(๓) จัดให้มีหลักสูตรธรรมะ เพื่อศึกษาในโรงเรียนอย่างจริงจริงและต่อเนื่อง \\n \t(๔) ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมธรรมศึกษา เพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างจริงจัง เร่งด่วน และต่อเนื่อง \\n \t(๕) มีการพัฒนาธรรมศึกษาแทรกเข้าไปทุกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างจริงจัง แม้กระทั่งนักการเมืองควรมีการเสวนาธรรมศึกษาเป็นระยะ เมื่อมีธรรมมะในใจแล้วก็สามารถสร้างประเทศ\\nให้เจริญรุ่งเรืองได้\\n  \tทั้งนี้ เพื่อให้สังคมไทยและประชาชนมีจิตสำนึกที่ดี เพราะมีธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ \\nอันจะทำให้ประเทศชาติจะมีความสงบร่มเย็น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [84,833,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","กฎหมาย","ระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติระบบ M-Flow","การใช้ทางหลวงพิเศษจะต้องชำระค่าธรรมเนียมผ่านทาง โดยการชำระค่าธรรมเนียมมี ๒ วิธี คือ ๑) ชำระด้วยเงินสด และ ๒) ชำระแบบอัตโนมัติ โดยวิธีการชำระแบบอัตโนมัติ กรมทางหลวงใช้การชำระผ่านบัตร M-Pass ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ใช้การชำระ\\nผ่านบัตร Easy Pass ซึ่งประชาชนผู้ใช้บริการจะต้องเติมเงินในบัตรดังกล่าวก่อน เมื่อผู้ใช้บริการขับรถยนต์ผ่านด่านเก็บค่าธรรมเนียม ระบบชำระแบบอัตโนมัติจะหักเงินออกจากบัตร M-Pass หรือบัตร Easy Pass แล้วแต่กรณี ปัจจุบันบัตร M-Pass และ บัตร Easy Pass สามารถใช้งานร่วมกันได้ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้บัตร M-Pass และบัตร Easy Pass รวมกันจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บัญชี ต่อมา กรมทางหลวงได้พัฒนาระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (M-Flow) ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรตัดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการที่มีบัตร M-Pass \\nและบัตร Easy Pass ให้สามารถใช้บริการระบบ M-Flow ได้อย่างสะดวกสบาย รูปแบบการใช้งาน\\nเหมือนบัตรเครดิต คือใช้บัตรผ่านทางไปก่อนแล้วจึงชำระเงินในภายหลัง หากหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าธรรมเนียมจะมีความผิดตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์\\nบนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. ๒๔๙๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีระวางโทษปรับสิบเท่าของค่าธรรมเนียม\\nที่หลีกเลี่ยง โดยปัจจุบันมีผู้ใช้ M-Flow ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บัญชี\\n \tสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ บริเวณด่านทับช้าง และด่านธัญบุรี มีช่องจราจรสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติประมาณ ๘ ช่องจราจร \\nกรมทางหลวงได้จัดช่องจราจรสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมแบบ M-Flow จำนวนถึง ๗ ช่องจราจร \\nแต่จัดช่องจราจรสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมด้วยบัตร M-Pass และบัตร Easy Pass ไว้เพียง ๑ ช่องจราจร ซึ่งไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บัตรดังกล่าวไว้ข้างต้น ที่มีผู้ใช้บัตร M-Pass และบัตร Easy Pass รวมกันจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บัญชี ขณะที่มีผู้ใช้ M-Flow เพียง ๕๐๐,๐๐๐ บัญชีเท่านั้น การดำเนินการดังกล่าวเสมือนเป็นการบีบบังคับให้ประชาชนต้องเลือกใช้บริการด้วยระบบ M-Flow ของกรมทางหลวง \\nซึ่งก่อให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดสะสมบริเวณหน้าด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางของทางหลวงพิเศษ\\nระหว่างเมืองเป็นจำนวนมาก ในการนี้ กรมทางหลวง ควรจัดช่องจราจรให้เหมาะสมกับจำนวนผู้ใช้บริการ ไม่ควรแบ่งแยก ไม่ควรสร้างขั้นตอนที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ทั้งนี้ \\nเมื่อพิจารณาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน กรมทางหลวงสมควรที่จะต้องพิจารณาปรับปรุงระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติให้สามารถใช้ร่วมกันได้ทั้งหมด กล่าวคือ ผู้ใช้บริการ M-Flow บัตร M-Pass และบัตร Easy Pass สามารถผ่านช่องจัดเก็บช่องเดียวกันได้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [85,832,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","นโยบายของรัฐบาล","การช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล","สถานการณ์ภัยสงครามในบริเวณตอนใต้ของประเทศอิสราเอล \\nซึ่งในปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ในประเทศอิสราเอล จำนวนกว่า ๓๐,๐๐๐ คน รายงานข่าว\\nจากสื่อมวลชนแจ้งว่ามีแรงงานไทยได้รับผลกระทบจากภัยสงครามดังกล่าว โดยมีทั้งเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ \\nและถูกจับเป็นตัวประกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลไทยได้เตรียมการส่งเครื่องบินไปรับแรงงานไทยกลับมา แต่มีแรงงานไทยบางส่วนที่ยังมีความลังเลเนื่องจากการเดินทางไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอล ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการเรื่องต่าง ๆ คนละ ๖๐,๐๐๐ - ๑๐๐,๐๐๐ บาท อาทิ ค่าตรวจประวัติอาชญากรรม ค่าตรวจสุขภาพ ค่าหนังสือเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน และอื่น ๆ ซึ่งแรงงานไทยต้องกู้ยืมเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวทำให้มีภาระหนี้สิน จึงเป็นกังวลว่าหลังจากภัยสงครามครั้งนี้สิ้นสุดลง หากต้องการเดินทางกลับไปทำงาน ณ ประเทศอิสราเอลอีกครั้ง จะต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวอีกหรือไม่ และภาครัฐจะให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือโดยการออกค่าใช้จ่ายให้หรือไม่ อย่างไร ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้การสนับสนุนช่วยเหลือแรงงานไทยด้วย\\n \t๑๕.๒\tเรื่อง การแก้ไขปัญหาเงินนิตยภัต และเงินอุดหนุนการตรวจการคณะสงฆ์\\nไม่เพียงพอ\\n \t\tสืบเนื่องจากเงินนิตยภัต เป็นค่าภัตตาหารที่พระมหากษัตริย์ถวายแด่พระสงฆ์ตามสมณศักดิ์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการประกอบศาสนกิจในพระพุทธศาสนาตามโบราณราชประเพณี\\nที่สืบทอดมาช้านาน ประกอบกับเมื่อปี ๒๕๕๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงเพิ่มเงินนิตยภัต พระสมณศักดิ์ พระสังฆาธิการ เลขานุการ พระเปรียญธรรม ๙ ประโยค และพระอธิการ ตามบัญชี\\nอัตรานิตยภัตปรับใหม่ ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ จำนวนทั้งสิ้น ๗๖ อัตรา \\nแต่ในทางปฏิบัติกลับปรากฏว่ายังมีพระสงฆ์จำนวนกว่า ๔,๐๐๐ รูป ที่ยังไม่ได้รับเงินนิตยภัต ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลพิจารณาจ่ายเงินนิตยภัตถวายแก่พระสงฆ์ให้ครบถ้วนทุกรูปโดยเร็ว \\n \t\tนอกจากนี้ ในเขตการปกครองคณะสงฆ์ กำหนดให้มีพระวินยาธิการอย่างน้อยตำบลละ ๒ รูป มีหน้าที่ตรวจการความประพฤติของพระสงฆ์ในเขตปกครอง แต่ภาครัฐกำหนดอัตรา\\nเงินอุดหนุนการตรวจการคณะสงฆ์ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้พระวินยาธิการต้องออก\\nเงินส่วนตัวในการทำงานดังกล่าว ดังนั้น ขอให้รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนการตรวจการคณะสงฆ์ เพื่อส่งเสริม\\nการปฏิบัติงานของพระวินยาธิการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสมกับที่พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [86,831,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการยุติการให้บริการของศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) ซึ่งมีผลต่อการดำรงชีวิตของคนหูหนวกไทย","ศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทย (Thai Telecommunication Relay Service : TTRS) จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ โดยจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม เพื่อให้คนพิการทางการได้ยินและคนพิการทางการพูดสามารถสื่อสาร\\nกับคนทั่วไปผ่านโทรคมนาคมพื้นฐานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้\\n \t(๑) เพื่อเป็นหลักประกันของความทั่วถึงและเท่าเทียมในการติดต่อสื่อสารสำหรับ\\nผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด\\n \t(๒) เพื่อดำเนินการตามภารกิจของสำนักงาน กสทช. ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔\\n \t(๓) เพื่อให้ศูนย์ TTRS สามารถให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง\\n\\n\\n(๔) เพื่อให้...\\n \t(๔) เพื่อให้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด มีช่องทาง\\nในการติดต่อสื่อสารกับคนทั่วไปได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น\\n \t(๕) เพื่อให้ผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินและผู้ที่บกพร่องทางการพูด สามารถเข้าถึงบริการของภาครัฐและเอกชนได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น\\n \tโดยโครงการดังกล่าวทำให้ประเทศไทยสามารถรวบรวมล่ามภาษามือที่มี ให้มารวม\\nอยู่ด้วยกันด้วยเทคโนโลยีโทรคมนาคม มีการบริหารจัดการเพื่อให้บริการแก่คนหูหนวกได้ทั่วประเทศ \\nคนหูหนวกที่ต้องการเดินทางไปทำธุระในสถานที่ต่าง ๆ อาทิ ไปโรงพยาบาล ไปสถานีตำรวจ หรือไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ สามารถใช้บริการจากอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเล็ต (Tablet) \\nโดยไม่จำเป็นต้องว่าจ้างล่ามภาษามือเพื่อร่วมเดินทาง หรือการถ่ายทอดการประชุมวุฒิสภาที่จัดให้มี\\nล่ามภาษามือเพื่อให้คนหูหนวกที่ชมการถ่ายทอดการประชุมสามารถเข้าใจเนื้อหาสาระของการประชุมวุฒิสภาได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดำเนินการ\\nเรื่องนี้ได้สำเร็จ ถือเป็นความก้าวหน้าในระดับทวีปเอเชีย แม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วยังให้ความสนใจ\\nและเดินทางมาศึกษาดูงานเรื่องนี้ในประเทศไทย\\n \tโดยปกติคนหูหนวกจะสื่อสารโดยการใช้ภาษามือและภาษาเขียน ซึ่งโครงสร้างการใช้ภาษามือมีความแตกต่างกับโครงสร้างการใช้ภาษาพูด ประกอบกับประเทศไทยไม่สามารถผลิตล่ามภาษามือได้เพียงพอต่อความต้องการ เป็นเหตุให้คนหูหนวกในประเทศไทยประสบปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวัน ตลอดจนปัญหาด้านการศึกษาและการทำงาน อีกทั้ง การเข้าถึงการสื่อสารถือเป็นความต้องการและสิทธิ\\nขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน การให้บริการของศูนย์TTRS จึงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนหูหนวก\\nในประเทศไทยเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่งผลให้ศูนย์ TTRS ต้องยุติการให้บริการซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่คนหูหนวกในการดำรงชีวิตประจำวัน ตลอดจนการรับบริการสาธารณะต่าง ๆ ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น มีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้วิธีการสนับสนุนการให้บริการลักษณะนี้ โดยวิธีจัดสรรเงินเป็นโครงการ (Project Based) ส่งผลให้เมื่อดำเนินโครงการเสร็จสิ้น ต้องขอรับการจัดสรรงบประมาณใหม่ ดังนั้น ขอให้ภาครัฐจะได้พิจารณาสนับสนุน\\nงบประมาณสำหรับการให้บริการของศูนย์ TTRS และการให้บริการในลักษณะที่ดังกล่าวข้างต้น \\nด้วยความต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป ","นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวง\\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเลขาธิการ กสทช. \\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [87,830,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดสุโขทัย","จังหวัดสุโขทัยประสบกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี \\nโดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) \\nได้เผยภาพถ่ายจากดาวเทียมไทยโชต (Thaichote) เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖ บริเวณพื้นที่อำเภอ\\nเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย แสดงให้เห็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ\\nจากปัญหาน้ำท่วม จำนวน ๑๓๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ระบายน้ำที่ท่วมขังในจังหวัดสุโขทัย\\nและจังหวัดพิษณุโลก ไปทางแม่น้ำน่านเพื่อลดผลกระทบ พร้อมทั้งมอบหมาย รองนายกรัฐมนตรี \\n(นายสมศักดิ์  เทพสุทิน) ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์โดยเร่งด่วน พร้อมกับกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nให้ความช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดและเต็มกำลัง \\n \tเนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีอ่างเก็บน้ำ ไม่มีพื้นที่แก้มลิงไว้รองรับน้ำที่ไหลบ่าลงมา \\nจึงเป็นสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดสุโขทัย ในการนี้ ภาครัฐจึงควรพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำ\\nและพื้นที่แก้มลิง เพราะนอกจากจะสามารถรองรับน้ำและป้องกันปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังใช้กักเก็บน้ำไว้ใช้\\nในฤดูแล้งได้อีกด้วย รวมทั้งควรพิจารณาทบทวนโครงการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนปิดกั้นแม่น้ำยมที่อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [88,829,66,"นายถนัด มานะพันธุ์นิยม","กฎหมาย","บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย","บุหรี่ไฟฟ้าเป็นนวัตกรรมของยาสูบชนิดใหม่ที่อ้างว่าควันมีกลิ่นหอม \\nสูดดมแล้วสดชื่น ผู้ที่ใช้จะดูภูมิฐาน เท่ ทันสมัย ไม่รบกวนคนรอบข้าง และช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดาได้ \\nจึงทำให้ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้สูบบุหรี่เดิมและผู้สูบบุหรี่หน้าใหม่อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่เป็นความกังวล\\nคือผู้ขายมุ่งเป้าหมายทางการตลาดไปยังเยาวชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้กล่าวว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ธรรมดาได้ และยังเป็นสิ่งที่นำไปสู่สารเสพติด\\nชนิดอื่น ๆ  สำหรับประเทศไทยได้มีการทดสอบบุหรี่ไฟฟ้าพบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ\\nหลายชนิด และยังพบโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็งด้วย จึงได้ประกาศให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่อาจ\\nเป็นอันตราย ผิดกฎหมาย ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย หรือให้บริการ และผู้ครอบครองอาจถูกดำเนินคดีได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลอย่าดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย\\nเพียงเพราะต้องการเก็บภาษีให้ได้มากขึ้น เนื่องจากในระยะยาวรัฐบาลอาจต้องจ่ายค่ารักษาอาการป่วย\\nของประชาชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเงินที่มากกว่าเงินภาษีที่เก็บได้หลายเท่า และสิ่งสำคัญที่สุด\\nคือไม่ควรแลกด้วยสุขภาพที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [89,828,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาล","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาซึ่งผู้ขอหารือและสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลในการแจกเงินหรือ Token ให้กับประชาชนที่มีอายุ ๑๖ ปีขึ้นไป และที่สำคัญ คือ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ๒ ท่าน \\nและคณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ร่วมกับนักวิชาการ จำนวน ๙๙ คน ได้ลงนามในแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายดังกล่าว รวมถึงผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน และนักเศรษฐศาสตร์\\nที่มีชื่อเสียงของประเทศ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกหลายคนที่แสดงความเห็นว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวเพราะจะได้ไม่คุ้มเสีย ซึ่งปัจจุบันหนี้สาธารณะ ณ เดือนสิงหาคม ๒๕๖๖ \\nอยู่ที่ ๑๑.๐๒๗๙ ล้านล้านบาท หรือร้อยละ ๖๑.๗๘ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งกำลัง\\nจะเข้าสู่ ร้อยละ ๗๐ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑\\n \tเงินดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้ตลาดเงินเก็งกำไรทั่วโลก เป็นความเสี่ยงที่รัฐบาล\\nจะเข้าไปรับประกันมูลค่า โดยนำเข้าตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ตัวอย่างเช่น เงินบิตคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลที่เคยขึ้นสูงสุดในปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๐ โดย ๑ Bitcoin มีมูลค่า ๖๙,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเหลือมูลค่าเพียง ๒๗,๕๐๐ เหรียญสหรัฐ และเชื่อว่าเป็นเงินดิจิทัลที่อยู่ในกลุ่มของการฟอกเงินสำหรับผู้ค้ายาเสพติด นักพนัน ผู้ค้าของเถื่อน และผู้หลบเลี่ยงภาษีทั่วโลก \\nถือได้ว่ารัฐบาลมองแต่ด้านบวกของนโยบายดังกล่าวเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลกำลังจะนำประเทศไปเสี่ยงกับวงการ\\nเงินดิจิทัล ดังนั้น ขอเสนอข้อคิดเห็น ดังนี้\\n\\n\\n\\n\\n\\n \t(๑) ในขณะนี้การกระตุ้นการบริโภคส่วนบุคคลยังไม่มีความจำเป็น ควรเน้นการใช้จ่ายของภาครัฐในการสร้างศักยภาพการลงทุนและการส่งออก เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อสูงขึ้น\\n \t(๒) เงินจำนวน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่รัฐบาลจะนำมาดำเนินนโยบายดังกล่าว \\nอาจทำให้รัฐบาลเสียโอกาสในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์\\n\t(๓) นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นนโยบายที่เลื่อนลอย เพราะการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินเข้าระบบเท่ากับเป็นการคาดหวังเกินจริง เนื่องจากการใช้จ่ายของรัฐในลักษณะ\\nเงินโอนหรือแจกเงิน มีค่าต่ำกว่า ๑ และต่ำกว่าตัวทวีคูณทางการคลังสำหรับการใช้จ่ายโดยตรงและการลงทุนภาครัฐ\\n \t(๔) ประเทศไทยจะเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น\\n \t(๕) นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เป็นนโยบายที่สวนทางกับสิ่งที่ควรจะเป็น กล่าวคือ หลังจากทั่วโลกเผชิญกับภาวะโรคระบาด เศรษฐกิจถดถอย และภาวะสงคราม หลายประเทศพยายามลดการขาดดุลภาครัฐและลดหนี้สาธารณะเพื่อสร้างพื้นที่ว่างทางการคลังไว้รองรับวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคต\\n \t(๖) เป็นนโยบายที่ไม่สร้างความเป็นธรรม เพราะคนรวยและคนจนได้รับเงินเท่ากัน \t(๗) การเตรียมความพร้อมทางการคลังถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับรัฐบาล เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว\\n \tดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณายกเลิกนโยบายดังกล่าว แล้วนำเงินไปใช้\\nกับนโยบายอื่นที่เหมาะสมกับประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [90,827,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ","นโยบายแจกเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท ของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา เป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดปัญหา เพราะเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ต้องการกระตุ้นมากนัก แต่ควรเน้นเรื่องของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากกว่า เพราะนโยบายดังกล่าวอาจสร้างหนี้สินให้กับรัฐบาลในอนาคต เพราะวิธีการและการบริหารจัดการยังไม่มีความชัดเจน และยังเสี่ยงต่อการกระทำผิดพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ อีกทั้ง รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณอีกหลายนโยบาย\\n\\n\\nที่ผ่านมาหลายประเทศต่างประสบความล้มเหลวกับนโยบายทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว นอกจากนี้ \\nยังมีคำเตือนจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักข่าวต่างประเทศ บลูมเบิร์ก เทเลวิชัน (Bloomberg Television) มูดีส์อินเวสเตอส์เซอร์วิส (Moody\\'s Investors Service) บริษัท เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้ง \\n(S","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [91,826,152,"ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยที่ยังไม่ได้รับเงินจากการตัดอ้อยสด เข้าโรงงาน ราคาตันละ ๑๒๐ บาท ในฤดูกาลที่ผ่านมา","รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้กำหนดนโยบายให้อ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานเป็นร้อยละ ๐ โดยสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ตัดอ้อยสดเข้าโรงงานแทนการเผาอ้อยเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง\\nขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดเงินชดเชยส่วนต่างราคาอ้อยสดเข้าโรงงานให้กับเกษตรกร\\nในราคา ตันละ ๑๒๐ บาท มาโดยตลอด แต่ฤดูกาลตัดอ้อยครั้งล่าสุดเป็นช่วงของการเปลี่ยนรัฐบาล จึงทำให้เกษตรกรยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนดังกล่าวจากรัฐบาล ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเพราะไม่มีเงินสำหรับจัดซื้อเครื่องมือตัดอ้อยสดในฤดูกาลเปิดหีบอ้อยที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน\\nถึงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ ทั้งนี้ จากข้อมูลเดือนเมษายน ๒๕๖๖ (ก่อนปิดหีบอ้อย) มีปริมาณอ้อยสด\\nเข้าโรงงาน จำนวน ๖๓,๑๐๕,๕๖๓.๕๖ ตัน คิดเป็นร้อยละ ๖๗.๒๒ และปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน \\nจำนวน ๓๐,๗๗๗,๗๐๙.๐๕ ตัน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๗๘ ซึ่งปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าโรงงานมีแนวโน้มลดลง\\nเมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๒ ที่มีปริมาณอ้อยไฟไหม้กับอ้อยสดเข้าโรงงานร้อยละ ๕๐ - ๕๐ \\nมาโดยตลอด ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้ \\n \t(๑) เร่งรัดการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาอ้อยสดเข้าโรงงานให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยในราคา ตันละ ๑๒๐ บาท เพื่อให้เกษตรกรมีเงินจ่ายค่าจ้างแรงงานและซื้อเครื่องจักรตัดอ้อยสดส่งโรงงานดังเช่นปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการป้องกันการเผาอ้อยเข้าโรงงานอันเป็นสาเหตุการเกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ตามมา\\n \t(๒) เร่งรัดการดำเนินงานของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย \\n(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ เกี่ยวกับการจัดสรร\\nผลพลอยได้ (กากอ้อย และกากน้ำตาล) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย เนื่องจากเรื่องดังกล่าวยังไม่มี\\nความคืบหน้าแต่อย่างใด เพราะผลพลอยได้จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินเพื่อการดำรงชีพและลงทุนจัดซื้อเครื่องจักรสำหรับตัดอ้อยสดส่งโรงงานต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [92,825,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายเติมเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท สุ่มเสี่ยงผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ","เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐบาลได้แถลงนโยบายการบริหาร\\nราชการแผ่นดินต่อรัฐสภา ซึ่งโครงการเติมเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลไม่ได้มีการชี้แจงแหล่งที่มา\\nของรายได้ที่จะนำมาดำเนินโครงการแต่อย่างใด จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะนำเงินจากส่วนใดมาดำเนินโครงการ จึงเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดวินัยการเงินการคลังตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ “รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม” ประกอบมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่บัญญัติให้ “รัฐต้องดำเนินนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ตามหลักการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน\\nและหลักความเป็นธรรมในสังคม และต้องรักษาวินัยการเงินการคลังตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้\\nและตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด” มาตรา ๗ “การกู้เงิน การลงทุน การตรากฎหมาย \\nการออกกฎ หรือการดำเนินการใด ๆ ของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ ต้องพิจารณาความคุ้มค่า ต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ\\nและสังคมตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย” และมาตรา ๙ วรรคสาม “คณะรัฐมนตรี\\nต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อ\\nระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว” อนึ่ง การที่รัฐบาลจะมอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการดังกล่าวแทนรัฐบาล ในฐานะธนาคารของรัฐและเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยใช้เงินของธนาคารออมสิน วงเงิน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท และรัฐบาลจะรับภาระชดเชยค่าใช้จ่ายคืนให้ในภายหลัง โดยอ้างว่าเป็น\\nการดำเนินการตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ นั้น \\nกรณีดังกล่าวเห็นว่าการที่รัฐบาลจะมอบหมายให้ธนาคารออมสินดำเนินการเรื่องใด จะต้องเป็นเรื่อง\\nที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจและอยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์การจัดตั้งธนาคารออมสิน ตามมาตรา ๗ \\nแห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ\\nในการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ\\nแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [93,824,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ความรุนแรงในเด็กและวัยรุ่น","ประเทศไทยพบปัญหาคดีเด็กใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น คดีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ รุมทำร้ายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ คดีเด็กรุ่นพี่บังคับให้รุ่นน้องถอดเสื้อผ้า\\nเพื่อถ่ายคลิปอนาจารนำไปขายตามสื่อต่าง ๆ คดีรุ่นพี่รุมซ้อมทำร้ายร่างกายรุ่นน้องซึ่งเป็นเด็กพิเศษ\\nที่มีความบกพร่องทางร่างกาย คดีเด็กอายุ ๑๕ ปี ฆ่าเด็กอายุ ๑๒ ปี และถ่ายคลิปไว้ดูเล่น คดีเด็กผู้หญิง ๒ คน\\nล่อลวงเด็กหญิงไปฆ่าโดยการกดน้ำจนเสียชีวิต และคดีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ใช้อาวุธปืน\\nยิงเพื่อนจนเสียชีวิต เนื่องจากมีความแค้นที่เพื่อนล้อเลียนว่าเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ\\nซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงมี ๘ ประการ ได้แก่ (๑) สื่อในรูปแบบต่าง ๆ \\n(๒) สิ่งแวดล้อม (๓) การศึกษา (๔) เศรษฐกิจ (๕) การเลี้ยงดู (๖) การเมือง (๗) ระบบศีลธรรม \\nและ (๘) กฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็ก\\nและเยาวชนแห่งชาติ นำเรื่องนี้เข้าหารือและกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [94,823,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","การระบาดของปลาหมอคางดำ",null,null,"วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [95,822,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","กฎหมาย","การควบคุมอาวุธปืน และสิ่งเทียมอาวุธปืน เพื่อป้องกันประชาชนผู้บริสุทธิ์","การที่ประเทศไทยเกิดเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์\\nอย่างต่อเนื่อง คือ เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชน ณ จังหวัดนครราชสีมา ยิงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ณ จังหวัดหนองบัวลำภู และเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร จากการสำรวจพบว่าประเทศไทย\\nมีอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายประมาณ ๑๐ - ๑๒ ล้านกระบอก มีอัตราเฉลี่ยปืน ๑๕ กระบอกต่อประชากร ๑๐๐ คน ทั้งนี้ ได้เคยตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เรื่อง การควบคุมอาวุธปืน\\n\\n\\n\\nโดยนายก...\\nโดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ซึ่งได้รับทราบ\\nว่ารัฐบาลรับทราบปัญหาและเร่งรัดมาตรการต่าง ๆ ในการควบคุมอาวุธปืนให้มีความเข้มงวดมากขึ้น\\nแต่ปัจจุบันมีการซื้อขายอาวุธปืนผ่านช่องทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการกวดขันจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน \\nวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ประกาศใช้มานานแล้ว \\nทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น การขออนุญาต การครอบครองอาวุธปืน และการพกพาอาวุธปืน ทำให้อาวุธปืนบางส่วนไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม โดยเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชนในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นการใช้สิ่งเทียมอาวุธปืนมาดัดแปลงเพื่อก่อเหตุ ซึ่งเป็นช่องว่างของกฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้ปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน \\nเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ โดยเร็ว และกวดขันจับกุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมทั้งผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อความปลอดภัยในชีวิต\\nของประชาชนผู้บริสุทธิ์","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [96,821,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดรุนแรง","ปัจจุบันมีเด็กและผู้ใหญ่ ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์เอ\\nและสายพันธุ์บีเป็นจำนวนมาก และในโรงพยาบาลเอกชนมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา (Admit) \\nด้วยโรคดังกล่าวเต็มทุกเตียง โดยผู้ป่วยมีทั้งเด็กเล็กอายุ ๐ - ๔ ปี และผู้ใหญ่อายุ ๔๐ - ๗๐ ปี \\nเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ มีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จำนวน ๘๘,๐๐๐ คน (คิดเป็นผู้ป่วย ๑๓๔ คน\\nต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน) และเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๖ มีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น \\nจำนวน ๑๘๕,๐๐๐ คน (คิดเป็นผู้ป่วย ๒๘๐ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน) โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ\\nไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ชนิดเอช ๑ เอ็น ๑ (A H1N1) จะมีอาการไข้สูง เจ็บคอ ไอ และมีเสมหะ ต้องให้\\nยาต้านไวรัสเป็นระยะเวลา ๕ วัน โดยผู้ป่วยที่มีไข้ขึ้นสูงถึง ๓๙ - ๔๐ องศา อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็กอายุไม่เกิน ๑๐ ปี หากมีไข้ขึ้นสูงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ว่าที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมีนโยบายในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับเด็กเล็กอายุ ๐ - ๒ ปี ผู้สูงอายุตั้งแต่ ๖๕ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคอ้วน และสตรีที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน ๔ เดือน แต่กลับพบว่าจำนวนผู้ป่วย\\nเป็นไข้หวัดใหญ่กลับไม่ลดลง โดยสถิติผู้ป่วยในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖ เมื่อเปรียบเทียบ\\nกับเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๖๕ มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ๓ เท่า ซึ่งอาจเกิดจากการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน\\nไม่ทั่วถึงหรือจำกัดการฉีดวัคซีนให้กับบุคคลเฉพาะกลุ่ม โดยมิได้ตระหนักถึงบุคคลที่เป็นกลุ่มเด็ก เยาวชน และบุคคลอายุต่ำกว่า ๖๕ ปี ให้ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่อย่างทั่วถึงด้วย นอกจากนี้ \\nผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ส่วนมากมีความเข้าใจว่าหากเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ซ้ำอีก ซึ่งส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้น จากปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึง ๓ เท่า ประเด็นต่อมา คือ สปสช. ได้มองข้ามการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการทางสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกัน\\nโรคไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์เอและสายพันธุ์บีทุกชนิด ให้แก่ประชาชนทุกคนอย่างครบถ้วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [97,820,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการจัดฝึกอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการที่ไม่ตรงกับความต้องการ","ประเด็นปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่\\n \t\t\t\t๓.๑ เรื่อง ปัญหาการจัดฝึกอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการที่ไม่ตรงกับความต้องการ\\n \t\t\t\t\tสืบเนื่องจากหน่วยงานของรัฐได้มีการตั้งงบประมาณสำหรับการพัฒนาองค์กร \\nพัฒนาชุมชน และพัฒนาประชาชน โดยเน้นการประชุม การจัดสัมมนา และการจัดอบรม ด้วยการสร้างความเข้าใจ และการให้ความรู้ยกระดับขีดความสามารถ ทักษะ เพื่อให้สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ ข้อดี คือ เป็นการสนับสนุนประชาชน ชุมชน องค์กร ให้มีการพัฒนาและปรับปรุงกลไกสาขาอาชีพต่าง ๆ \\nให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และสอดคล้องกับแผนพัฒนาในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค แต่มีข้อเสีย คือ ปัญหาของระบบงบประมาณที่ไม่เอื้อต่อการกระจายภารกิจในการประชุมสัมมนาและอบรม \\nเช่น การกำหนดหัวข้อไม่ตรงกับความจำเป็น ความต้องการ และสภาพความเป็นจริงของกลุ่มเป้าหมาย หรือการกำหนดเวลาในการจัดประชุมสัมมนาหรืออบรมที่ส่วนใหญ่จะกำหนดให้จัดในช่วงเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม และเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยว (High Season) ที่โรงแรม รีสอร์ต \\nหรือสถานที่ท่องเที่ยว จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเป็นจำนวนมาก หากกลุ่มเป้าหมายเป็นพนักงานโรงแรมหรือพนักงานของรีสอร์ต อาจกระทบต่อการทำงานของพนักงานได้ ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาล\\nว่ามีแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดสัมมนา\\nหรืออบรมสามารถเข้าถึงกระบวนการพัฒนาตนเองและสามารถวางแผนการทำงานไปพร้อมกันได้ \\nทั้งนี้ เพื่อให้การจัดสัมมนาหรืออบรมเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด \\n\t\t\t\t\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา\\n \t\t\t\t๓.๒ เรื่อง การหาเสียงของพรรคการเมืองก่อนการเลือกตั้ง \\n \t\t\t\t\tสืบเนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา พรรคการเมือง\\nแต่ละพรรคได้มีการนำเสนอนโยบายต่าง ๆ ในการหาเสียง ดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังคณะกรรมการ\\nการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าได้มีการตรวจสอบรายละเอียดของนโยบายการหาเสียงของพรรคการเมือง\\nแต่ละพรรคอย่างละเอียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการทำตามนโยบาย หรือมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสัญญา\\nว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในการเลือกตั้ง หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ ขอทราบรายละเอียดการหาเสียง\\nของแต่ละพรรคการเมืองว่ามีนโยบายในการหาเสียงไว้อย่างไร และสามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ได้\\nมากน้อยเพียงใด","ประธานกรรมการการเลือกตั้ง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [98,819,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","เกษตรกรตากข้าวบนถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุทุกปี","เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ชาวนาไม่มีสถานที่สำหรับตากเมล็ดข้าว\\nที่เก็บเกี่ยวแล้ว จึงได้นำเมล็ดข้าวมาตากบนถนนที่ประชาชนในท้องถิ่นใช้ในการสัญจรไปมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับชาวนาและผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งเมล็ดข้าวได้รับความเสียหายทุกปี แม้ว่าการนำเมล็ดข้าว\\nมาตากบนถนนเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวที่ชาวนาจะเก็บเกี่ยวข้าวพร้อมกัน ทำให้ชาวนาต้องหาสถานที่สำหรับตากเมล็ดข้าวเพื่อให้เมล็ดข้าวแห้ง ซึ่งสถานที่ที่เป็นลานกว้าง\\nในท้องถิ่นที่ชาวนาสามารถขอนำเมล็ดข้าวมาตากได้ เช่น ลานวัด สนามฟุตบอลโรงเรียน หรือบริเวณรอบ ๆ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ล้วนมีพื้นที่จำกัด ไม่เพียงพอให้ชาวนาตากเมล็ดข้าวได้ทั้งหมด \\nดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยว่า ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวจะสามารถอนุญาตให้ชาวนา\\nนำข้าวมาตากบนถนนในท้องถิ่นหรือหมู่บ้าน โดยแบ่งช่องทางไว้สำหรับสัญจรได้หรือไม่ อย่างไร \\nทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับชาวนาและผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งป้องกันเมล็ดข้าว\\nได้รับความเสียหาย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [99,818,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาต้นทุนการผลิตข้าวมีราคาสูง","ปัจจุบันข้าวไทยมีราคาสูงสุดในรอบ ๑๕ ปี ทำรายได้เข้าประเทศ\\nกว่าแสนล้านบาท โดยประเทศไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับสอง (มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ ๑๔) \\nรองจากประเทศอินเดีย (มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ ๓๙) และมากกว่าประเทศเวียดนาม (มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ ๑๒) ซึ่งประเทศอินเดียประสบปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ \\nเพื่อรักษาเสถียรภาพทางอาหารในประเทศ ประเทศอินเดียจึงประกาศงดส่งออกข้าวบางชนิด \\nทำให้ส่วนแบ่งการตลาดข้าวส่วนหนึ่งของประเทศอินเดียมาเป็นของประเทศไทย และเมื่อพิจารณา\\nจากสถิติการส่งออกข้าวของประเทศไทยย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่า ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ \\nส่งออกข้าว จำนวน ๖.๓ ล้านตัน มูลค่า ๑๐๙,๗๗๑ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ส่งออกข้าว จำนวน ๗.๗ ล้านตัน มูลค่า ๑๓๘,๖๙๗ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๖๖ (ระยะเวลา ๘ เดือน) ส่งออกข้าว จำนวน ๕.๒ ล้านตัน \\nมูลค่า ๑๐๐,๓๖๙ ล้านบาท และจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Ni?o) ที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้หลายประเทศมีแนวโน้มที่จะงดส่งออกข้าวเช่นเดียวกับประเทศอินเดีย แต่จากข้อเท็จจริงพบว่าแม้ปริมาณการส่งออกข้าวของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นและชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้น แต่สถานะทางการเงินของชาวนามิได้ดีขึ้น \\nเนื่องจากต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนาไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีดังต่อไปนี้\\n \t\t\t(๑) ปัจจัยภายใน ได้แก่ ค่าเช่าที่ดิน ค่าแรงงาน ค่าเครื่องจักร ค่าปุ๋ย ซึ่งมีมูลค่าหนึ่งในสี่\\nของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ค่าสารเคมีทางการเกษตร และผลผลิตต่อไร่ต่ำ เฉลี่ยอยู่ที่ ๔๖๕ กิโลกรัม/ไร่ \\nอนึ่ง ปุ๋ยเคมี ร้อยละ ๙๐ ของปุ๋ยเคมีในประเทศ เป็นปุ๋ยที่นำเข้าจากประเทศยูเครนซึ่งขณะนี้ไม่สามารถนำเข้าได้ ส่งผลให้ปุ๋ยเคมีมีราคาสูงขึ้น และทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย \\n \t\t\t(๒) ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ผลผลิตต่อไร่ของประเทศคู่แข่งทางการตลาดมีปริมาณมากกว่า\\nของประเทศไทย เช่น ประเทศอินเดีย มีปริมาณ ๖๔๓ กิโลกรัม/ไร่ ประเทศเวียดนาม มีปริมาณ \\n๙๓๔ กิโลกรัม/ไร่ เป็นต้น ซึ่งประเทศคู่แข่งมีการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่องและพัฒนา \\nจากการคาดการณ์ตลาดล่วงหน้าเป็นระยะเวลา ๒๐ - ๓๐ ปี ทำให้สายพันธุ์ข้าวสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค\\nในตลาดโลกได้มากกว่าข้าวของประเทศไทย \\n\\n\\n(๓) ปัจจัย...\\n \t\t\t(๓) ปัจจัยประกอบ คือ ข้าวของประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นข้าวนาปี ที่มีมากถึง\\nร้อยละ ๗๘ ของข้าวทั้งหมด ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำฝนในการเพาะปลูก กรณีหากเกิดภัยภัยแล้งหรืออุทกภัย\\nย่อมส่งผลต่อปริมาณข้าวที่จะออกสู่ตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้\\n \t\t\tอนึ่ง เมื่อพิจารณาตลาดข้าว ประเทศไทยยังมีโอกาสเนื่องจากข้าวไทยมีผู้บริโภค\\nที่เป็นตลาดในกลุ่มพรีเมียม (Premium) ทั้งข้าวขาวและข้าวหอมมะลิ เนื่องจากข้าวของประเทศไทย\\nมีคุณภาพที่ดีกว่า อันเป็นผลมาจากอายุและระยะการเก็บเกี่ยวที่นานกว่าประเทศคู่แข่ง ดังนั้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรายได้ของชาวนาไทย จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้ \\n \t\t\t(๑) มีนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดแนวทางและมาตรการ\\nในการจัดการเรื่องเมล็ดพันธุ์และการพัฒนาคุณภาพข้าวไทยอย่างไร \\n \t\t\t(๒) มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ กำหนดแนวทางและมาตรการในการควบคุมราคาปัจจัยในการผลิต อันได้แก่ ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ หรือชีวพันธุ์ ในการผลิตข้าวให้มีราคาที่เหมาะสมหรือถูกลง\\nได้หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t\t(๓) มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ กำหนดแนวทางในการขยายตลาดข้าวของประเทศไทยไปสู่ตลาดโลกให้กว้างขึ้น โดยครอบคลุมผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพรีเมียม (Premium) กลุ่มรายได้ปานกลาง หรือกลุ่มรายได้น้อยหรือไม่ อย่างไร ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",21,2566,"2023-10-10T00:00:00"],
    [100,816,94,"ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญส่ง ไข่เกษ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งของจังหวัดตราด","จากพื้นที่อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา ๒๐ – ๓๐ ปี เนื่องจากบริเวณต้นน้ำไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อช่วยชะลอน้ำที่จะไหลลงมาท่วมบ้านเรือนของประชาชน ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๒ อำเภอดังกล่าว เป็นพื้นที่เพาะปลูกผลไม้ของจังหวัดตราดแต่ประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนและน้ำแล้งในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งทำให้เกษตรกรไม่มีน้ำสำหรับทำการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้ง โดยประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยกันทำฝายชั่วคราวตามลำคลองขึ้นมาเพื่อใช้กันเอง ในการนี้ จังหวัดตราดมีแผนหลักในการพัฒนาแหล่งน้ำมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีแหล่งกักเก็บน้ำที่จะต้องดำเนินการก่อสร้าง จำนวน ๔ แห่ง ซึ่งสร้างแล้วเสร็จ จำนวน ๓ แห่ง ขณะนี้ยังเหลืออ่างเก็บน้ำห้วยสะตอที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากพื้นที่ในการก่อสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอได้มีการทำประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม Environmental Impact Assessment : EIA) มาแล้ว ๒ ครั้ง ซึ่งผลการทำ EIA แต่ละครั้งมีอายุการใช้งาน ๕ ปี โดยผลการทำ EIA ครั้งที่ ๒ ใกล้จะหมดอายุการใช้งานแล้ว ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด รวมทั้งบางพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรี ให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้เป็นอย่างมาก","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [101,815,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการประเมินความเสียหายและเยียวยาชาวนาที่ประสบอุทกภัย","ขณะนี้พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบอุทกภัย ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายของอำเภอและจังหวัดเพื่อสรุปพื้นที่ที่จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา โดยกรมการข้าว\\nได้กำหนดเกณฑ์การพิจารณากรณีต้นข้าวน้ำท่วมเสียหายว่า ในระยะต้นกล้า – แตกกอ ระยะตั้งท้อง และระยะเก็บเกี่ยว ต้นข้าวจะต้องถูกน้ำท่วมมิดต้นข้าว เกิน ๕ วัน ทั้งนี้ นาข้าวที่ได้รับความเสียหายจะต้องเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติ\\nกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๔ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ \\nมีผลวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๔ โดยความเสียหายนั้นจะต้องเป็นความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยา\\nให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ กำหนดจ่ายค่าชดเชยได้ไม่เกินครัวเรือนละ ๓๐ ไร่ ในอัตราไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท \\nซึ่งไม่เพียงพอต่อความเสียหาย โดยตามข้อเท็จจริงแล้ว แม้ว่าน้ำท่วมต้นข้าวในช่วงข้าวตั้งท้องครึ่งลำต้น\\nไม่มิดต้นข้าวตามหลักเกณฑ์แต่ทำให้ข้าวเสียหายได้ทั้งหมด และเกษตรกรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ \\nทำให้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ดังนั้น จึงขอให้แก้ไขหลักเกณฑ์การพิจารณา\\nกรณีน้ำท่วมต้นข้าว และหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาผู้ประสบอุทกภัยให้ได้รับค่าชดเชย\\nในอัตราที่สูงขึ้น","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [102,814,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","นโยบายของรัฐบาล","การประกันพืชผลทางการเกษตร","ภาคการเกษตรเป็นระบบการผลิตที่สำคัญของประเทศไทย โดยแรงงานไทยมากกว่าร้อยละ ๖๐ มีอาชีพทำนา ซึ่งรายได้จากการส่งออกภาคเกษตรกรรมไปยังตลาดโลกในครึ่งปีแรกของปี พ.ศ. ๒๕๖๖\\n(มกราคม – มิถุนายน) มีมูลค่า ๘๕๓,๕๓๑ ล้านบาท และการส่งออกสินค้าทางการเกษตร\\nปี พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ มีการส่งออกเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ ๑,๔๒๖,๓๕๔ ล้านบาท หรือเฉลี่ย\\nร้อยละ ๑๘.๗๐ ต่อปี แต่อย่างไรก็ตาม ภาคการเกษตรยังประสบปัญหาความผันแปรของผลผลิต\\nและรายได้อันเป็นผลมาจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และศัตรูพืช ก่อให้เกิดการสูญเสียผลผลิต \\nทำให้เกษตรกรขาดรายได้ และก่อให้เกิดภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ เช่น การใช้งบประมาณชดเชยรายได้ การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช และสนับสนุนปุ๋ยเคมี ทั้งนี้ หากเกิดภัยพิบัติที่รุนแรงและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างย่อมเป็นภาระแก่ภาครัฐในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ทำให้ไม่สามารถเยียวยาให้กับเกษตรกรรายย่อยได้ และ\\nไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด ตลอดจนไม่พอเพียงต่อมูลค่าความเสียหาย\\nที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ จากการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ รัฐบาลมุ่งเน้นมาตรการพักหนี้ให้กับเกษตรกร และการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกร แต่ยังไม่ครอบคลุมการสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรกรณีประสบภัยพิบัติกับผลผลิตทางการเกษตร หรือการจัดการให้มี\\nการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีความมั่นคงในการขยายกิจการทางการเกษตร ตลอดจนจูงใจให้เกษตรกรมีการลงทุนใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นการลดความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงิน\\nที่ให้เกษตรกรกู้ยืม และลดภาระของรัฐบาลในการนำงบประมาณจำนวนมากไปช่วยเหลือเกษตรกร\\nเมื่อเกิดภัยพิบัติ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญเรื่องดังกล่าว และควรมีการผลักดันให้มีการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร นอกเหนือจากโครงการที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินการ\\nอยู่แล้ว โดยให้ประกันภัยพืชผลเป็นรายแปลง หรือรายบุคคล โดยไม่ต้องทำเป็นรายพื้นที่ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นบางครั้งเกิดขึ้นเป็นการเฉพาะราย ประกอบกับปัญหาที่ผ่านมา เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน\\nจากการที่พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจะต้องรอให้มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ครอบคลุมพื้นที่จึงจะเข้าหลักเกณฑ์ได้รับเงินประกันพืชผลทางการเกษตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่การประกันภัยพืชผลทางการเกษตรเป็นรายบุคคลโดยตรวจสอบความเสียหายและจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นรายบุคคลหรือรายแปลงตามที่ได้รับความเสียหายจริงโดยไม่ต้องรอให้ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย จะทำให้การช่วยเหลือเกษตรกรสอดคล้องกับความเป็นจริง และเกิดความรวดเร็วในการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [103,813,8,"นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์","นโยบายของรัฐบาล","การเชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข 304","จากในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) \\nเมื่อวันอังคารที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ ได้ปรึกษาหารือ เรื่อง การขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณา ต่อมา อธิบดีกรมทางหลวง \\nได้มีหนังสือกรมทางหลวง ที่ คค ๐๖๑๓๘.๒/๓๒๕๐ ลงวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ แจ้งผลการพิจารณาว่า “ได้เสนอขอรับงบประมาณประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อขยายช่องจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ \\nสาย ฉะเชิงเทรา – เขาหินซ้อน ตอน บ.ท่าทองหลาง – อ.พนมสารคาม ระหว่าง กม.๙๓ ๘๐๐ – \\nกม.๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทางประมาณ ๘.๗ กิโลเมตร หากได้รับการจัดสรรงบประมาณจะดำเนินการ\\nตามขั้นตอนต่อไป” แต่จนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด\t\\n\tทั้งนี้ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ มีจุดเริ่มต้นที่ กม.๗๕ ๑๒๖ – กม.๑๒๖ ๔๑๖ ระยะทาง\\nประมาณ ๕๒ กิโลเมตร ขณะนี้การก่อสร้างขยายช่องจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ช่วงต้นทาง\\nและปลายทางเป็น ๘ ช่องจราจร ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเกือบทั้งหมด และได้เปิดให้ประชาชนใช้ถนน\\nในการสัญจรแล้ว แต่ช่วงระหว่าง กม.๙๓ ๘๐๐ – กม.๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทาง ๘.๗ กิโลเมตร \\nซึ่งเป็นช่วงตรงกลางของทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ยังคงมีสภาพเป็นถนนทางหลวง ๔ ช่องจราจร \\nซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ยังไม่มีแผนงานและไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายผิวการจราจรในช่วงดังกล่าวเป็น ๘ ช่องจราจรแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะประสบอุบัติเหตุ\\nจากการที่ถนนมีช่องจราจรไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันตลอดเส้นทาง โดยพบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุ\\nบนท้องถนนในบริเวณดังกล่าวในช่วงต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีจำนวนสูงพอสมควร ดังนั้น จึงขอให้\\nกระทรวงคมนาคม พิจารณาดังนี้\\n\t\t(๑) เร่งรัดการจัดทำแผนและจัดทำคำของบประมาณสำหรับขยายผิวการจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ระหว่าง กม.๙๓ ๘๐๐ – กม.๑๐๒ ๕๐๐ ระยะทาง ๘.๗ กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ให้เป็น ๘ ช่องจราจร \\n\t\t(๒) ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างขยายผิวการจราจรทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ระหว่าง \\nกม.๙๓ ๘๐๐ – กม.๑๐๒ ๕๐๐ จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อไร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [104,812,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหารถโดยสารสาธารณะกึ่งซานต่ำ (Semi Low Floor Bus) ปฏิเสธรับผู้โดยสารพิการและปิดเสียงประกาศบนรถโดยพลการ","จากเป็นเวลากว่าสิบปีที่วุฒิสภาได้ร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมผลักดัน และขับเคลื่อน ให้มีการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูประบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้รถโดยสารสาธารณะแบบปกติเปลี่ยนเป็นแบบชานต่ำ (Low Floor Bus) ซึ่งรถประเภทนี้จะสร้างความสะดวกและปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคนและทุกกลุ่ม โดยในระยะแรกได้มีการนำรถ Compressed Natural Gas (CNG) ซึ่งเป็นรถแบบชานต่ำมาให้บริการ แต่บางคันเป็นรถแบบกึ่งชานต่ำ (Semi Low Floor Bus) ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม \\nและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้เคยทักท้วงหลายครั้ง และกรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเป็นอย่างดีและพยายามปรับปรุงแก้ไขมาโดยตลอด แม้กระทั่งกรุงเทพมหานคร ยังได้มีการปรับปรุงทางเท้าให้สอดรับกับรถแบบชานต่ำ อย่างไรก็ตาม ในระยะเวลา ๑ – ๒ ปีที่ผ่านมา ได้มีการเปลี่ยนไปใช้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อประหยัดพลังงาน ลดมลพิษทางอากาศ แต่ปัญหาคือบริษัทที่ได้รับสัมปทานเดินรถ ได้นำรถแบบกึ่งชานต่ำ\\nที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาให้บริการ ซึ่งสร้างปัญหาให้กับประชาชนผู้ใช้รถเข็น ผู้ที่ใช้ไม้ค้ำยัน และผู้สูงอายุที่ยากแก่การขึ้นรถสาธารณะด้วยตนเอง หรือขึ้นได้แต่ยากและต้องใช้เวลา ซึ่งส่งผลให้พนักงานขับรถ \\nและพนักงานเดินตั๋วโดยสารใช้วิธีแก้ปัญหาโดยการไม่รับผู้โดยสารที่เป็นผู้พิการและผู้สูงอายุที่เดินไม่ค่อยสะดวก ทำให้ผู้โดยสารต้องยืนรอรถเป็นระยะเวลานานกว่าปกติ อีกทั้งมีเสียงประกาศบอกป้ายจอดถัดไปตลอดทาง \\nซึ่งอาจสร้างความรำคาญให้กับพนักงานขับรถบางคน จึงทำให้แอบปิดเสียงประกาศดังกล่าว จะเห็นได้ว่าความทันสมัยมิได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \\nจึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาข้างต้นเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการรถโดยสารสาธารณะได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และสมศักดิ์ศรีความเป็นพลเมืองไทยเสมอกันทุกคน","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [105,811,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความไม่ปลอดภัยบนถนนทางหลวงในระหว่างการก่อสร้างและบำรุงทาง","ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๙๐ สายบ้านไผ่ – ช่องสามหมอ เป็นทางหลวงแผ่นดินเริ่มจากถนนมิตรภาพ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒ ในอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ผ่านอำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโคกโพธิ์ไชย และสิ้นสุดโดยบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑ \\nที่แยกสามหมอ ในอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ขนาด ๔ ช่องจราจร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงก่อสร้างผิวจราจร ซึ่งผู้รับเหมาได้มีการปิดช่องจราจร ๒ ช่องจราจร โดยไม่มีการติดตั้งป้ายเตือนล่วงหน้า\\nว่าทางข้างหน้ามีการก่อสร้าง จะมีป้ายเตือนทางก่อสร้างบริเวณถึงจุดก่อสร้างแล้วเท่านั้น และมีการปิด\\nช่องทางการเดินรถเพื่อให้รถวิ่งสวนทางกันโดยไม่มีป้ายเตือนว่ามีรถวิ่งสวนทาง ซึ่งอาจเกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้  \\n\t\t(๑) การปิดช่องจราจรเพื่อซ่อมถนนมีกฎหมายหรือมีมาตรการอย่างไร เพื่อป้องกันอันตราย\\nและสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน \\n\t\t(๒) กฎระเบียบและมาตรการปิดช่องจราจรเพื่อซ่อมถนนมีการบังคับใช้อย่างไร และบุคคลใดเป็นผู้บังคับใช้ \\n\t\t(๓) กรณีปิดช่องจราจรโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานใด\\nเป็นผู้รับผิดชอบ \\n\t\t(๔) มีนโยบายและมาตรการที่เข้มงวดเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนหรือไม่ อย่างไร ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [106,810,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การเดินรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)","โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) \\nเป็นโครงการที่รองรับผู้โดยสารจากกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมืองเป็นเส้นทางแรก \\nซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว โดยใช้งบประมาณกว่าแสนล้านบาท มีระยะทางประมาณ \\n๒๒ กิโลเมตร แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดเดินรถได้ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีกำหนดว่า โครงการรถไฟฟ้า\\nสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) จะเปิดให้เดินรถได้ต้องมีผู้ประกอบการร่วมลงทุนกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งช่วงดังกล่าวอยู่ระหว่างการฟ้องร้องคดีของผู้ประกวดราคาบางราย และคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด\\nซึ่งการไม่สามารถเปิดให้เดินรถได้นั้น เป็นการเสียโอกาสเก็บค่าโดยสารจากรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก\\nและทำให้เสียค่าดูแลรักษา (Care of Works) โครงสร้างงานโยธาส่วนตะวันออก รวมมูลค่าปีละหลายพันล้านบาท\\n\t\tดังนั้น จึงควรเปิดให้มีการเดินรถไฟสายสีส้มส่วนตะวันออก ระยะทาง ๒๒ กิโลเมตร โดยเร็ว เพื่อลดการสูญเสียโอกาสและเสียค่าบำรุงรักษา โดยขอให้มีการทบทวนและแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว โดยแยกเงื่อนไขการเดินรถของรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี\\n(สุวินทวงศ์) กับรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย \\nออกจากกัน เพราะหากเปิดสัมปทานแล้วจะไม่สามารถเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายตามนโยบาย\\nของรัฐบาลได้ เนื่องจากต้องเจรจากับผู้ประกอบการ แต่โครงการดังกล่าวดำเนินการโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน\\nแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งสามารถจ้างเดินรถได้เอง และสามารถให้ผู้ว่าจ้างเดินรถเก็บค่าโดยสาร \\n๒๐ บาทตลอดสายตามนโยบายของรัฐบาลได้ ทั้งนี้ ควรเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม\\nโดยผู้ประกอบการมากกว่าหนึ่งราย เพราะหากมีผู้ยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวจะทำให้มีราคาสูงเกินกว่าปกติ","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [107,809,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","การเสนอแก้ไขกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อันเนื่องมาจากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ","คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยหัวหน้าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังกล่าวได้กำหนดให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ตามมาตรา ๗ (๔) และ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับให้พ้นจากตำแหน่งกรรมการใน ก.ค.ศ. อันเป็นการทำลายระบบประชาธิปไตย และระบบธรรมาภิบาลของการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  และกรณีที่มาตรา ๗ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่กำหนดให้ “กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง\\nจำนวนสิบสองคน ประกอบด้วย ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น\\nในหน่วยงานการศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดซึ่งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน\\nในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูจำนวนห้าคน \\nซึ่งเลือกจากข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจำนวนสามคน ข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจำนวนหนึ่งคน และข้าราชการครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจำนวนหนึ่งคน ผู้แทนข้าราชการครูสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา สังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมจำนวนหนึ่งคนและผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาฝ่ายละหนึ่งคน” มีเจตนารมณ์ต้องการให้องค์ประกอบของ ก.ค.ศ. มาจากไตรภาคี ได้แก่ กรรมการที่มาโดยตำแหน่ง กรรมการที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ และกรรมการที่เป็นตัวแทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่\\nตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานการศึกษาและการกำหนดให้องค์ประกอบของ ก.ค.ศ. มีผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา\\nซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ถือเป็นการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์\\nทรงเป็นประมุข และทำให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและรู้บริบทเกี่ยวกับการจัดการศึกษาอย่างแท้จริง อนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของหน่วยงานราชการอื่น ๆ อาทิ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ล้วนแต่กำหนดให้มีข้าราชการ\\nในสังกัดซึ่งเป็นตัวแทนของวิชาชีพนั้น ๆ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของคณะกรรมการ ซึ่งแตกต่างกับ ก.ค.ศ. \\nชุดปัจจุบันที่ไม่มีตัวแทนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นองค์ประกอบของ ก.ค.ศ. ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว\\nอย่างเร่งด่วนเพื่อให้การบริหารงานด้านการศึกษามีประสิทธิภาพต่อไป","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [108,808,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","งบประมาณสภาเด็กและเยาวชน","สภาเด็กและเยาวชนเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ สภาเด็กและเยาวชนมีบทบาทในโครงการ\\nหรือกิจกรรมในประเด็นปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่หลายประการ เช่น การพัฒนาศักยภาพสภาเด็กและเยาวชน การพัฒนาเด็ก เยาวชน ชุมชน สังคม จิตอาสา การบำเพ็ญประโยชน์ การส่งเสริมอาชีพ\\nและภูมิปัญญาท้องถิ่น การส่งเสริมประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กิจกรรมเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ และสื่อสร้างสรรค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หรือรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหาในเด็ก เยาวชน ชุมชน และสังคม นอกจากนี้ยังมีโครงการหรือกิจกรรมเชิงประเด็นเร่งด่วน\\nของรัฐบาล ได้แก่ ๑) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ๒) การป้องกันและแก้ไขปัญหา\\nยาเสพติด และ ๓) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ สภาเด็ก\\nและเยาวชน ได้รับงบประมาณ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ระดับตำบล เทศบาล จำนวน ๗,๗๗๒ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๑๐,๐๐๐ บาท \\n\t\t(๒) ระดับเขต จำนวน ๕๐ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๓๐,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๓) ระดับอำเภอ จำนวน ๘๗๘ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๓๐,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๔) ระดับจังหวัด จำนวน ๗๖ แห่ง ได้รับงบประมาณ แห่งละ ๙๕,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๕) ระดับกรุงเทพมหานคร จำนวน ๑ แห่ง ได้รับงบประมาณ ๓๔๕,๐๐๐ บาท\\n\t\t(๖) ระดับชาติ จำนวน ๑ แห่ง ได้รับงบประมาณ ๑,๓๘๘,๔๐๐ บาท\\n \t\tจากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่างบประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ รวมจำนวน ๑๑๔,๘๕๓,๔๐๐ บาท ใช้สำหรับคณะบริหาร จำนวน ๑๖๐,๐๐๐ คน โดยเฉลี่ยใช้งบประมาณคนละ ๗๑๗ บาทต่อปีเท่านั้น ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่สภาเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว เฉลี่ยจัดสรรงบประมาณให้คนละ\\n๑,๕๐๐ บาทต่อปี ซึ่งจะสามารถทำให้กลไกทำงานของสภาเด็กและเยาวชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ\\nมากยิ่งขึ้น","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [109,807,16,"นายจเด็จ อินสว่าง","นโยบายของรัฐบาล","การจัดระเบียบสังคมแก่ผู้ใช้แรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย","ผู้ใช้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานและมีจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดชายแดน อาทิ จังหวัดตาก จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดระนอง จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดระนอง หรือแม้กระทั่งในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวง \\nมีผู้ใช้แรงงานต่างชาติอาศัยอย่างหนาแน่นในเขตต่าง ๆ อาทิ เขตลาดพร้าว เขตจตุจักร เขตวังทองหลาง และเขตห้วยขวาง แรงงานต่างชาติส่วนใหญ่มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร สำนึกบุญคุณต่อประเทศไทยที่ให้ที่พัก ที่อาศัย และมีงานทำ แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่มีปัญหาขาดความเคารพต่อกิจกรรมและวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศไทย อาทิ ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติไทย ไม่แสดงความเคารพเมื่อมีเสียงเพลงชาติไทยในวาระที่สมควร ไม่ยืนตรงเมื่อมีเสียงเพลงสรรเสริญพระบารมีในวาระที่สมควร \\nยกป้ายภาษาต่างชาติของตนเองในการโฆษณาสินค้าโดยไม่มีภาษาไทยกำกับ อันเป็นความผิด\\nตามพระราชบัญญัติป้าย พ.ศ. ๒๕๑๐ ไม่เคารพต่อวัฒนธรรมประเพณีไทย เช่น การดัดแปลงการเล่นน้ำสงกรานต์ให้ผิดเพี้ยน แต่งกายไม่สุภาพ ไม่เคารพต่อพระภิกษุสงฆ์ มั่วสุมเสพยาเสพติด และค้ายาเสพติด \\nซึ่งนับวันปัญหาดังกล่าวจะทวีความรุนแรง ขยายวงกว้าง และทำให้ยากลำบากต่อการแก้ไขมากขึ้น ดังนั้น \\nขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการกำหนดนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย \\nกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกรุงเทพมหานคร ร่วมกัน\\nบูรณาการการทำงาน ให้มีเจ้าภาพตรวจตราสอดส่องหรือจัดระเบียบทางสังคมอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้\\nเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรจัดอบรมการอ่านและเขียนภาษาไทยให้แก่ผู้ใช้แรงงานต่างชาติ เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และสร้างความรู้สึกในเชิงปรองดองและสมานฉันท์ในการอยู่ร่วมกัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [110,806,67,"นายถวิล เปลี่ยนศรี","นโยบายของรัฐบาล","การบริหารราชการบุคคลในส่วนราชการ","หัวใจของระบบบริหารราชการบุคคล คือ ระบบคุณธรรม (Merit System) ซึ่งกล่าวโดยสรุปได้ว่าเป็นระบบที่มีการคัดเลือก แต่งตั้ง โอนย้าย ปูนบำเหน็จ ตลอดจนการลงโทษ ที่เป็นไปตามระบบความรู้ \\nความสามารถ ผลงานและประสบการณ์ โดยปราศจากการแทรกแซง อคติ และการกระทำโดยมิชอบใด ๆ     \\n\t\tสืบเนื่องจากการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ อาจส่งผลให้\\nรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบางท่านมีความรู้สึกผิดหวังหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยนายกรัฐมนตรีรับที่จะแก้ไขเยียวยาปัญหาดังกล่าวด้วยการให้ไปดำรงตำแหน่งระดับเดียวกันในหน่วยงานราชการอื่น \\nซึ่งสื่อมวลชนรายงานว่าจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านหนึ่งไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีกท่านหนึ่งไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อมั่นว่า\\nยังมีข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ \\nและมีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการในหน่วยงานทั้งสอง โดยไม่จำเป็นต้องโยกย้ายข้าราชการจากหน่วยงานอื่นมาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรียึดมั่นในระบบคุณธรรมดังที่ได้ประกาศไว้อย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการตามที่ปรากฏ\\nเป็นข่าวในสื่อมวลชน ไม่ควรให้การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานหนึ่งไปก่อให้เกิดปัญหาในอีกหน่วยงานหนึ่ง \\nทั้งนี้ การที่นายกรัฐมนตรียึดมั่นในระบบคุณธรรมอย่างเคร่งครัดและจริงจัง ย่อมส่งผลให้ข้าราชการ\\nในหน่วยงานต่าง ๆ มีขวัญกำลังใจที่ดี อุทิศตนให้แก่ราชการได้อย่างเต็มกำลังความสามารถและ\\nย่อมได้รับการเคารพนับถือจากข้าราชการทั้งปวง","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [111,805,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน","จากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับพนักงานไปรษณีย์รายหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา มูลนิธิกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บ\\nส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลได้ทำการรักษาพยาบาลในเบื้องต้น โดยเอกซเรย์พบว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดสมอง \\nแต่โรงพยาบาลไม่ได้ดำเนินการผ่าตัดสมองเพื่อรักษาพยาบาลคนไข้ โดยญาติผู้ป่วยได้รับแจ้งผลการตรวจดังกล่าวจากทางโรงพยาบาล หลังจากเกิดเหตุประมาณ ๑ ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งว่าโรงพยาบาลไม่มี\\nความพร้อมในการผ่าตัด จึงขอให้ญาติดำเนินการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลอื่น เพื่อส่งตัวผู้ป่วย\\nไปรักษา ซึ่งญาติของผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ ฐานะยากจน ไม่มีความรู้ และไม่สามารถติดต่อประสานกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ จึงขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร ๙๐๔ และอาสาสมัครของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำเนินการช่วยเหลือเมื่อเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา และประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งได้เข้ารับการผ่าตัดสมองเมื่อเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา โดยสรุปต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมง ๓๐ นาที ผู้ป่วยจึงได้รับการรักษาอย่างถูกต้องด้วยการผ่าตัดสมอง ภายหลังเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยนอน\\nพักฟื้นเป็นเวลานานถึง ๒๕ วัน โดยไม่รู้สึกตัว จนเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ โรงพยาบาลตากสิน\\nได้แจ้งให้ญาติผู้ป่วยไปเยี่ยมผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นความสูญเสียกำลังสำคัญของครอบครัว\\nไปก่อนเวลาอันควรอย่างกะทันหัน\\n\t\tกรณีดังกล่าว เห็นได้ว่าหากคณะบุคลากรทางการแพทย์มีความตระหนักถึงความสำคัญ\\nของการรักษาพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามที่ประชาชนควรได้รับ ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [112,804,38,"นายชลิต แก้วจินดา","สถานการณ์บ้านเมือง","การบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม","เมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก\\nทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทยจาก UNESCO เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งได้รับทราบว่า\\nมีวัตถุโบราณหลายชิ้นของเมืองมรดกโลกศรีเทพปรากฏในที่ต่าง ๆ ของต่างประเทศ เช่น รูปแผ่นทองดุนลาย รูปพระพุทธเจ้าขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์ รูปจันทรเทพ และพระโพธิสัตว์พระศรีอารยเมตไตรย\\nจากเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ทั้ง ๔ แผ่น ถูกขายให้พิพิธภัณฑ์นอร์ตัน ไซมอน และพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ\\n\\nในสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ เนื่องจากประเทศไทยมีวัตถุโบราณล้ำค่าหลายแห่งจำนวนมาก \\nที่ถูกโจรกรรมไปขายยังต่างประเทศเช่นกัน เช่น (๑) หลวงพ่ออู่ทอง (ทองคำ) พระพุทธรูปปางมารวิชัย\\nเนื้อโลหะ ทองคำบริสุทธิ์น้ำหนักกว่า ๒๐๐ กิโลกรัม สูง ๔๓ นิ้ว หน้าตักกว้าง ๓๔ นิ้ว สร้างในสมัยอู่ทอง อายุ ๘๐๐ ปี ถูกโจรกรรมไปจากวัดดงสระแก้ว ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ จนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ (๒) พระพุทธรูปยืนสัมฤทธิ์ทรงเครื่องน้อย ปางห้ามสมุทร ศิลปะอยุธยาตอนกลาง อายุ ๔๐๐ ปี ความสูงประมาณ ๑.๕ เมตร น้ำหนักกว่า ๑๕๑ กิโลกรัม ถูกโจรกรรม\\nไปจากวัดพระฝาง สวางคบุรีมุนีนาถ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ถึงแม้\\nจะจับตัวคนร้ายได้แต่ยังไม่สามารถติดตามพระพุทธรูปกลับมาได้ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล\\nวางแผนการดำเนินการพร้อมสนับสนุนงบประมาณการบริหารจัดการวัตถุโบราณและมรดกอันล้ำค่า\\nของประเทศไทย ดังนี้\\n \t\t(๑) ติดตามวัตถุโบราณต่าง ๆ ที่ถูกโจรกรรมและสูญหายให้กลับคืนมาเก็บรักษาในประเทศไทย\\n \t\t(๒) พิจารณาแนวทางการบำรุงรักษาโบราณวัตถุ และโบราณสถานซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น และศาสนสถานต่าง ๆ ให้มีความสมบูรณ์ ปลอดภัย\\n \t\t(๓) สำรวจพื้นที่ วางแนวเขตโบราณสถาน และขุดค้นเพิ่มเติมทั้งจากแหล่งเดิมและพื้นที่ใหม่ เพื่อนำวัตถุโบราณมาอนุรักษ์ดูแลไม่ให้สูญหายเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา\\n \t\t(๔) จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อการสืบค้นโบราณวัตถุ เพื่อการติดตามนำกลับมาเก็บรักษา\\nในประเทศไทยดังเดิม และเพื่อประกอบการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกสำหรับโบราณสถานในพื้นที่อื่นต่อไป\\n\t\t\tกรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี \\nจึงเห็นสมควรส่งเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา\\n\t๑๗.\tนายจัตุรงค์ เสริมสุข สมาชิกวุฒิสภา\\n \t\t\tเรื่อง การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน\\n\tสืบเนื่องจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับพนักงานไปรษณีย์รายหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๖.๓๐ นาฬิกา มูลนิธิกู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บ\\nส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลได้ทำการรักษาพยาบาลในเบื้องต้น โดยเอกซเรย์พบว่าสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดสมอง \\nแต่โรงพยาบาลไม่ได้ดำเนินการผ่าตัดสมองเพื่อรักษาพยาบาลคนไข้ โดยญาติผู้ป่วยได้รับแจ้งผลการตรวจดังกล่าวจากทางโรงพยาบาล หลังจากเกิดเหตุประมาณ ๑ ชั่วโมง พร้อมทั้งแจ้งว่าโรงพยาบาลไม่มี\\nความพร้อมในการผ่าตัด จึงขอให้ญาติดำเนินการติดต่อประสานงานกับโรงพยาบาลอื่น เพื่อส่งตัวผู้ป่วย\\nไปรักษา ซึ่งญาติของผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุ ฐานะยากจน ไม่มีความรู้ และไม่สามารถติดต่อประสานกับโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยตนเองได้ จึงขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร ๙๐๔ และอาสาสมัครของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดำเนินการช่วยเหลือเมื่อเวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา และประสานกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน เมื่อเวลา ๒๓.๐๐ นาฬิกา ซึ่งได้เข้ารับการผ่าตัดสมองเมื่อเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา โดยสรุปต้องใช้เวลาประมาณ ๗ ชั่วโมง ๓๐ นาที ผู้ป่วยจึงได้รับการรักษาอย่างถูกต้องด้วยการผ่าตัดสมอง ภายหลังเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยนอน\\nพักฟื้นเป็นเวลานานถึง ๒๕ วัน โดยไม่รู้สึกตัว จนเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ โรงพยาบาลตากสิน\\nได้แจ้งให้ญาติผู้ป่วยไปเยี่ยมผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ถือเป็นความสูญเสียกำลังสำคัญของครอบครัว\\nไปก่อนเวลาอันควรอย่างกะทันหัน\\n\t\tกรณีดังกล่าว เห็นได้ว่าหากคณะบุคลากรทางการแพทย์มีความตระหนักถึงความสำคัญ\\nของการรักษาพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง เหมาะสม ตามที่ประชาชนควรได้รับ ปัญหาดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น ดังนั้น ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [113,803,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาสุขภาพฟันและช่องปากผู้สูงอายุ","เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาฟันและสุขภาพในช่องปาก ที่พบบ่อย คือ ฟันผุ รากฟันผุ \\nโรคเหงือก โรครำมะนาด ฟันสึก การสูญเสียฟัน ภาวะน้ำลายแห้ง และแผลเรื้อรังในปาก จากการสำรวจ\\nของกรมอนามัย ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ พบว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีการสูญเสียฟันสูงที่สุดถึงร้อยละ ๘๘ และในผู้สูงอายุ อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป มีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษาถึงร้อยละ ๕๖ ซึ่งร้อยละ ๓๖.๓ เป็นโรคปริทันต์ และร้อยละ ๑๖.๕ เป็นโรครากฟันผุ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีอัตราการเข้าถึงการบริการด้านทันตกรรมเพียงร้อยละ ๘.๑ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ พบว่าผู้สูงอายุกว่าร้อยละ ๔๐ มีฟันเพื่อใช้งานไม่ถึง ๒๐ ซี่ มีผู้สูงอายุที่สูญเสียฟัน\\nทั้งปากและต้องการใส่ฟันเทียมทั้งปากร้อยละ ๗.๒ โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๖๓ พบว่าการสนับสนุนงบประมาณทางทันตสาธารณสุขลดลงทุกปี ซึ่งผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันเป็นจำนวนมากจะไม่สามารถเคี้ยวอาหาร\\nได้สะดวก เพราะเกิดความเจ็บปวดบริเวณเหงือกและฟัน ส่งผลให้ไม่อยากรับประทานอาหารจนนำไปสู่ภาวะ\\nขาดสารอาหารและเจ็บป่วยได้ง่าย และอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคสมองเสื่อม โรคหัวใจ \\nโรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคระบบทางเดินอาหาร และโรคมะเร็ง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขเร่งดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ดังนี้\\n \t\t(๑) ผลักดันนโยบาย ๘๐ : ๒๐ คือ ประชาชนวัย ๘๐ ปีขึ้นไป ควรมีฟันอย่างน้อย ๒๐ ซี่\\n \t\t(๒) สนับสนุนการดูแล ป้องกัน รักษาโรคฟัน โรคในช่องปากอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยเฉพาะการใส่ฟันเทียมให้ผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันแท้ทั้งในกลุ่มเสี่ยง กลุ่มด้อยโอกาส รวมถึงผู้สูงอายุที่อยู่ในเรือนจำ\\n \t\t(๓) จัดบริการตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง โดยร่วมกับการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป\\n \t\t(๔) สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริม ดูแลและรักษาทันตกรรม ให้แก่ผู้สูงอายุอย่างจริงจังและต่อเนื่อง\\n \t\t(๕) เพิ่มการจัดสรรงบประมาณด้านทันตสาธารณสุขให้เพียงพอ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [114,802,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายเติมเงิน 10,000 บาทใส่ Digital Wallet","นโยบายเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ใส่ Digital Wallet เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นเงิน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยในช่วงการหาเสียงเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๖ \\nพรรคเพื่อไทยได้แจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ ว่าจะใช้การบริหารจัดการงบประมาณ และการบริหารจัดการระบบภาษี\\nในการดำเนินการ กล่าวโดยสรุปคือ เป็นเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ แต่เนื่องจากปฏิทินงบประมาณเปลี่ยนแปลงไป ทำให้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ อาจประกาศใช้ประมาณปลายเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๗ ดังนั้น จึงไม่มีความเป็นไปได้ที่โครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท ใส่ Digital Wallet จะปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ แต่รัฐบาลได้ประกาศว่าจะเริ่มโครงการเติมเงินฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ (๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ หรือ ๑ มีนาคม ๒๕๖๗) ซึ่งหมายความว่าจะมีการจ่ายเงิน จำนวน ๕๖๐,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมกัน โดยรัฐบาลอาจใช้วิธีเงินนอกงบประมาณ กล่าวคือ ให้ธนาคารของรัฐ (ธนาคารออมสิน) ดำเนินโครงการดังกล่าวไปก่อนแล้วรัฐบาลจะตั้งงบประมาณคืนให้ในภายหลังโดยทยอยใช้เป็นรายปี เช่นเดียวกับโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะทำให้เงินจำนวนดังกล่าวไม่อยู่ในงบประมาณฯ แต่อาจอยู่เฉพาะเงินส่วนที่ต้องคืนให้\\nในงวดแรก และทยอยคืนในปีต่อไปอีกหลายปี\\n\t\tผู้ขอหารือได้ตั้งคำถามไปยังรัฐบาลในวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการใช้เงินที่จะให้ธนาคารของรัฐดำเนินการ\\nตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น จึงขอให้รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายเกี่ยวกับโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท \\nใส่ Digital Wallet ตามสมควร โดยมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนของเงินเพิ่มขึ้น และไม่เป็นการสร้างหนี้สินให้กับรุ่นลูกหลานในอนาคตมากเกินความจำเป็น จึงขอให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดของโครงการดังกล่าวโดยมีคำถาม ดังนี้\\n\t\t(๑) รัฐบาลจะตั้งงบประมาณใช้คืนธนาคารออมสิน (กรณีใช้ธนาคารออมสินดำเนินการ) \\nในการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว จำนวนกี่ปีงบประมาณ และจำนวนเงินที่ใช้คืนในแต่ละปีงบประมาณเป็นจำนวนปีละเท่าใด\\n \t\t(๒) หากรวมโครงการพักหนี้เกษตรกร ซึ่งต้องใช้เงินนอกงบประมาณตามมาตรา ๒๘ เช่นเดียวกัน โดยใช้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) จะตั้งงบประมาณสำหรับการชำระหนี้โดยนำเงินจากโครงการเติมเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มารวมด้วยหรือไม่ รัฐบาลสามารถทยอยใช้คืนกี่ปี \\nปีละจำนวนเท่าใด\\n \t\t(๓) รัฐบาลต้องเปิดเผยสัญญาที่ทำกับธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หรือไม่ เพราะประชาชนจำเป็นต้องทราบจำนวนดอกเบี้ยใช้คืน ค่าบริหารจัดการ และค่าบริการของธนาคารว่าเป็นเงินเท่าใด\\n \t\t(๔) ในภาวะดอกเบี้ยสูง รัฐบาลมีต้นทุนสำหรับการตั้งงบประมาณคืนให้ธนาคารของรัฐเพิ่มขึ้นหรือไม่\\n \t\tตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ \\nที่กำหนดให้ทุกนโยบายที่มีการใช้จ่ายเงินต้องทำเป็นรายการชี้แจง กกต. คือ (๑) วงเงินที่ต้องใช้และที่มาของเงินที่จะใช้ดำเนินการ (๒) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และ (๓) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ดังนั้น จึงขอหารือไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า\\nเมื่อพรรคการเมืองชี้แจงข้อมูลตามที่กำหนดแล้ว เมื่อได้รับเลือกเป็นรัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องทำตามที่ชี้แจงไว้\\nได้หรือไม่ และหากเป็นเช่นนี้จะมีประโยชน์อันใด","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [115,801,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่115/2557 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557","การบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมต้องให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก \\nรวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเฉพาะการสอบสวนคดีอาญาต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการอย่างเหมาะสมตามหลักการที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๕๘ ง. \\nด้านกระบวนการยุติธรรม (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังนั้น\\nการวินิจฉัยคำสั่งไม่ฟ้อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา หรือคำสั่งถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์ ถอนฎีกา ของพนักงานอัยการ\\nและการทำความเห็นแย้งคำสั่งดังกล่าว ควรกระทำโดยหน่วยงานที่เป็นกลางและเหมาะสม สามารถอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งได้บัญญัติไว้แล้วในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมาย\\nวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเป็นไปตามหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล \\nเนื่องจากปัจจุบันมาตรา ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย\\nวิธีพิจารณาความอาญา ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ได้เปลี่ยนแปลงหลักการเดิมที่กำหนด\\nไว้ในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งส่งผลต่อการตรวจสอบถ่วงดุล\\nระหว่างพนักงานอัยการกับพนักงานสอบสวนในการทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง ไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา \\nทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถอำนวยความเป็นธรรมในคดีอาญาให้กับประชาชนได้ ซึ่งขัดกับ\\nหลักการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินภายในอำนาจหน้าที่ของจังหวัด ตามที่บัญญัติไว้\\nในมาตรา ๕๒ (๑)  และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ที่จะต้องนำภารกิจของรัฐและนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์และดูแลให้มีการปฏิบัติและบังคับให้เป็นไป\\nตามกฎหมายเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยและความเป็นธรรม อีกทั้งยังไม่สอดคล้องตามวัตถุประสงค์\\nในการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรม และไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่จะใช้การบริหารงาน\\nในรูปแบบของ “ผู้ว่า CEO” เพื่อสร้างประสิทธิภาพการบริหารงานในแต่ละจังหวัดและเพื่อให้ประชาชน\\nเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูงเกินสมควร จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจตามบทบัญญัติในมาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่นเดิม \\nเพราะตามมาตรา ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม\\nโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ ดังกล่าว มีผลเป็นการตัดอำนาจ\\nของผู้ว่าราชการจังหวัดในการถ่วงดุลตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งคดี \\nเนื่องจากมาตรา ๑๔๕/๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่แก้ไขใหม่ กำหนดให้ “ในกรณี\\nที่มีคำสั่งไม่ฟ้องและคำสั่งนั้นไม่ใช่คำสั่งของอัยการสูงสุด ถ้าในกรุงเทพมหานครให้รีบส่งสำนวน\\nการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ \\nหรือผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถ้าในจังหวัดอื่นให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่ง\\nเสนอผู้บัญชาการหรือรองผู้บัญชาการ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ...” \\nจึงเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เริ่มต้นคดี และเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ตรวจกลั่นกรองขั้นสุดท้ายก่อน\\nที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาล กล่าวคือ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาในภาคเดียวกัน \\nอันเป็นการทำให้บุคคลกลุ่มเดียวกันเป็นผู้ตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกันเป็นครั้งที่สอง \\nกรณีดังกล่าวนี้จึงถือได้ว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียอาจไม่เป็นกลาง ซึ่งขัดกับหลักประกัน\\nความโปร่งใสในการสอบสวน ดังนั้น เพื่อให้การตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างพนักงานอัยการกับพนักงานสอบสวนเป็นไปอย่างเหมาะสมตามหลักการที่กำหนดไว้ในมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๕๘ ง. ด้านกระบวนการยุติธรรม (๒) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จึงขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา ๑๔๕/๑ \\nแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ \\nฉบับที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ โดยกลับไปใช้มาตรา ๑๔๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อจะได้\\nเป็นการอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชนในเขตอำนาจของจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [116,800,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในด้านการอุปโภค บริโภคและด้านการเกษตร","รัฐบาลมีโครงการแก้มลิงกุดถ้ำมณี เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้งให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ และอำเภอบึงบูรพ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งประสบปัญหาน้ำแล้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่โครงการแก้มลิงกุดถ้ำมณีในฤดูฝนจะเป็นพื้นที่ชะลอน้ำก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษและในฤดูแล้งจะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้ประชาชนใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค เพราะในฤดูแล้งบริเวณพื้นที่ดังกล่าวจะแห้งแล้งและไม่มีน้ำให้ประชาชนใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค จะเห็นว่าโครงการ\\nแก้มลิงกุดถ้ำมณีสามารถช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคในฤดูแล้งอย่างเพียงพอ ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งผลักดันโครงการแก้มลิงกุดถ้ำมณีให้เกิดผล\\nเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และควรตรวจสอบพื้นที่ทั่วประเทศว่ามีพื้นที่เช่นเดียวกับพื้นที่แก้มลิงกุดถ้ำมณี\\nอยู่จำนวนเท่าใด เพราะพื้นที่เหล่านี้หากมีการพัฒนาอย่างจริงจังเพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคให้แก่ประชาชนในฤดูแล้งได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ รัฐบาลควรสำรวจความสมบูรณ์ของเขื่อนที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าสามารถกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในฤดูแล้งได้หรือไม่ และหากพบว่าเขื่อนแห่งใดมีปัญหาชำรุดหรือเสียหาย จะดำเนินการแก้ไขอย่างไรเพื่อกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุดสามารถนำมาใช้ประโยชน์และรองรับปัญหาภัยแล้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [117,799,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","ผู้นำรัฐบาลควรเป็นผู้นำในการสื่อสารสร้างสรรค์สังคม","ในอดีตที่ผ่านมาการสื่อสารของรัฐบาลไปยังประชาชน ส่วนใหญ่จะเป็น\\nการสื่อสารแบบทางเดียวหรือแบบอนาลอก (Analog) ซึ่งปกติรัฐบาลจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่าน\\nกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีแผนยุทธศาสตร์ด้านการประชาสัมพันธ์ แต่ยังคงเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว ดังนั้น การสื่อสารถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้นำประเทศในการบริหารจัดการบ้านเมืองให้มี\\nความชัดเจนและมียุทธศาสตร์พัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า\\n\t\tปัจจุบันการสื่อสารเป็นแบบดิจิทัล (Digital) สามารถสื่อสารได้สองทาง (Two – Way Communication) เป็นยุคที่สามารถสนทนาโต้ตอบกันได้ทันที แต่มีข้อจำกัดเรื่องการควบคุม การกำหนดเนื้อหาสาระให้มีคุณภาพ ทำให้การส่งสารออกไปมีปัญหาคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง ซึ่งความคาดหวัง\\nในการสื่อสารของรัฐบาลไปยังประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ มุ่งเม้นเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ \\nการแก้ไขปัญหา และให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้น จึงเรียนถามนายกรัฐมนตรี ดังนี้\\n\t\t(๑) ท่านจะใช้เวทีเพื่อการสื่อสารอย่างไรในการสร้างสรรค์บ้านเมือง ที่จะทำให้เป็นการสื่อสารทางการเมืองเกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐบาล เพื่อจัดการประโยชน์ให้แก่ประชาชน และสร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม และประชาชน เพื่อให้มีการปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน\\n\t\t(๒) จะสื่อสารอย่างไรเพื่อให้การบริหารจัดการด้านนโยบายผ่านกลไกของกระทรวง \\nหน่วยงานระดับกรม และระดับท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและกลไกระดับล่างสามารถปฏิบัติงานเป็นไป\\nในทิศทางเดียวกัน\\n\t\t(๓) จะสื่อสารอย่างไรเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เกิดการเรียนรู้ และจัดการองค์ความรู้ร่วมกัน\\n\t\t(๔) จะสื่อสารอย่างไรเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหา\\nชีวิตประจำวันที่สำคัญ เช่น ช่วงฤดูฝนมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก แต่ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำ\\nหรือกักเก็บน้ำในสถานที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์เท่าที่ควร เป็นต้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [118,798,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การปราบปรามผู้มีอิทธิพล","ปัญหาผู้มีอิทธิพล ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเป็นอย่างมาก \\nโดยผู้มีอิทธิพลได้กระทำการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ \\nซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบและป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพลและให้ผู้มีอิทธิพล\\nซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ และได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒๗๓๙/๒๕๖๖ \\nแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ด้านความมั่นคง ประเด็นรักษาความสงบภายในประเทศและสอดคล้องกับนโยบาย\\nของนายกรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งเน้นย้ำนโยบายการให้ความสำคัญ\\nต่อความปลอดภัยในทุกพื้นที่ของประเทศ จึงขอแสดงความชื่นชมไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย \\nที่แก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลได้อย่างรวดเร็ว \\n\t\tอย่างไรก็ตาม การดำเนินการของคณะกรรมการชุดนี้ มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล อำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับ\\nความร่วมมือจากหน่วยงานภายนอกที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อบูรณาการการทำงานให้เกิด\\nผลสัมฤทธิ์ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการข่าวและการติดตามพฤติกรรมของผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง \\nจึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้\\n\t\t(๑) รัฐบาลมีนโยบายและแนวทางเรื่องการป้องกันและการปราบปรามผู้มีอิทธิพลอย่างไร \\nมีมาตรการในการดำเนินการอย่างเร่งด่วนอย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม \\nและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ \\n\t\t(๒) ปัญหาเรื่องผู้มีอิทธิพลเป็นปัญหาต่อเนื่อง ได้มีการแต่งตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตามมติของรัฐบาลชุดที่แล้ว เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ดังนั้น เพื่อให้ดำเนินการต่อเนื่องและรวดเร็ว รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนโยบายสืบสานต่อจากรัฐบาลชุดที่แล้วอย่างไร \\n\t\t(๓) การแก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพลควรจะคำนึงถึงความโปร่งใสด้านการเงินและด้านภาษีอากร \\nเพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องความร่ำรวยผิดปกติของผู้มีอิทธิพลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในส่วนนี้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) \\nอย่างไรก็ตาม เพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. เข้าไปตรวจสอบบุคคลทั่วไปซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้มีอิทธิพล \\nจึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สามารถดำเนินการตรวจสอบบุคคลได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [119,797,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","ความเดือดร้อนของประชาชน","นายทวีชัย  หมื่นรักษ์ ร้องเรียนพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจเมืองราชบุรี","จากได้รับการร้องเรียนจากนายทวีชัย หมื่นรักษ์ อายุ ๖๒ ปี ข้าราชการบำนาญ \\nกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่บ้านเลขที่ ๖๐ หมู่ ๒ ตำบลพิกุลทอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี ร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรีตั้งด่านตรวจ โดยได้\\nถูกตรวจค้นและถูกจับกุมพร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซึ่งพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบสำนวนคดี \\nคือ พันตำรวจโท ประมาณ ปลาทอง ได้รับคำร้องทุกข์ในข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ\\nทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามพฤติการณ์ ซึ่งได้รับคำร้องทุกข์\\nตามคดีอาญาเลขที่ ๒๒๓๓/๒๕๖๕ และได้ยึดทรัพย์ตามเลขที่ ๑๑๑๐/๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ \\nซึ่งนายทวีชัยฯ ได้ประกันตัวโดยใช้เงินสด จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ในวันเกิดเหตุ ปัจจุบันเวลาได้ล่วงเลย\\nมากว่า ๙ เดือน แต่สำนวนคดีไม่มีความคืบหน้า ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถ\\nถอนเงินประกันจำนวนดังกล่าวได้ และไม่สามารถนำอาวุธปืนที่ถูกจับกุมซึ่งมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินในเคหสถานได้\\n\tทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ตร.๔๑๙/๒๕๕๖ \\nเรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้กรณีที่ผู้ต้องหาประกันตัว ต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๖๐ วัน หรือหากไม่แล้วเสร็จสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน ๓๐ วัน เป็นจำนวน ๖ ครั้ง\\nโดยยื่นคำขอต่อผู้กำกับหรือผู้บังคับการ ทั้งนี้ คดีพกพาอาวุธปืนถือเป็นคดีลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ในพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน \\nพ.ศ. ๒๔๙๐ อาจจะมีโทษสูงขึ้น ซึ่งในคดีนี้พบข้อสังเกตว่าพนักงานสอบสวนได้ละเลยต่อหน้าที่ ในขณะที่ผู้บังคับบัญชาขาดการใส่ใจเรื่องการตรวจสอบสำนวน กรณีดังกล่าวหากผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เมื่อส่งฟ้อง\\nศาลอาญาจะไม่มีการนำสืบ ดังนั้น การทำสำนวนคดีนี้ จึงเป็นการปฏิบัติงานที่ล่าช้าเกินสมควร และขัดต่อคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติข้างต้น\\n\t\tจึงขอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการ ดังนี้ \\n\t\t(๑) ทำการตรวจสอบสำนวนคดีว่ามีความล่าช้าเพราะเหตุใด หากพบข้อบกพร่องขอให้แก้ไขและเร่งรัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ \\n\t\t(๒) ให้ความใส่ใจต่อพนักงานสอบสวนของสถานีตำรวจ เพราะถือเป็นหัวใจและเป็นต้นทาง\\nของกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับโครงสร้างการทำงาน สร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา เพื่อให้ได้รับความศรัทธาจากประชาชน และเพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นที่ยอมรับและเป็นที่พึ่ง\\nของประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",19,2566,"2023-10-03T00:00:00"],
    [120,796,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การปกป้องคุ้มครองพันธุ์พืชไทย (กรณีพันธุ์พืชสงวน)","การทำการเกษตรให้ได้ผลดี สิ่งสำคัญที่สุดคือพันธุ์พืช เมื่อพันธุ์พืชดีถือว่ามีชัย\\nไปแล้วครึ่งหนึ่ง ซึ่งพันธุ์พืชของไทยได้มีการพัฒนา ปรับปรุงสายพันธุ์ และดำเนินการให้เกิดประโยชน์มาแล้วเป็นจำนวนมาก โดยพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้กำหนดพืชสงวนของไทย จำนวน \\n๑๑ ชนิด ห้ามนำออกนอกประเทศ เป็นการปกป้องพันธุ์พืชของไทยให้กับเกษตรกรไทยให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดการพัฒนาต่ออาชีพเกษตรกร โดยเกษตรกรสามารถทำการขยายพันธุ์พืช\\nเพื่อการจำหน่ายผ่านเรือนเพาะชำกล้าไม้ที่มีอยู่ทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันมิได้มีการควบคุม กำกับดูแล\\nจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ภาคตะวันออก พบว่าเกือบร้อยละ ๑๐๐ ของโรงเพาะชำกล้าไม้ทั้งหมดมีการเพาะชำกล้าไม้พืชสงวน \\nคือ ทุเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยที่ทำรายได้เข้าประเทศได้ปีละนับแสนล้านบาท จึงเป็นกระแสให้เกิดการขยายพันธุ์และมีการเพาะปลูกในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ตลอดจน\\nมีการลักลอบนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่าประเทศเพื่อนบ้านมีการปลูกทุเรียนพันธุ์เดียวกับประเทศไทยในพื้นที่โดยรอบประเทศไทยเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจาก (๑) ขาดการควบคุมพันธุ์พืชสงวนของไทย ผ่านกระบวนการขยายพันธุ์ว่าด้วยการกำกับดูแลโรงเรือนเพาะชำกล้าไม้ (๒) คนไทยขาดจิตสำนึก\\nในการดูแล ปกป้องพันธุ์พืชสงวนไว้ให้กับลูกหลานในอนาคต เพื่อเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านการเกษตรของประเทศ และ (๓) เจ้าหน้าที่ไม่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย คือ พระราชบัญญัติพันธุ์พืช \\nพ.ศ. ๒๕๑๘ และพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นเครื่องมือในการปรับ ควบคุม \\nกำกับดูแลเรือนเพาะชำกล้าไม้ ตลอดจนการขนย้าย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\\n\t\t(๑) แก้ไขปรับปรุงกฎหมาย โดยที่พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ มีการบังคับใช้\\nมาเป็นเวลานาน ควรพิจารณาแก้ไขปรับปรุงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยปัจจุบัน รวมทั้งต้องมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรือนเพาะชำกล้าไม้เพื่อจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตรวจสอบต้นกล้าไม้ของพืชทุกชนิดทั้งพืชเศรษฐกิจ และพืชสงวนของไทย\\n\t\t(๒) เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดในการปกป้องพืชสงวนของไทยทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบขนย้ายผ่านด่านชายแดน หรือการขนย้ายผ่านพื้นที่ต่าง ๆ\\n\t\t(๓) รณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแลการเพาะชำกล้าไม้ของพืชสงวน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรือนเพาะชำ และการลักลอบขนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นการปกป้องพันธุ์พืชเศรษฐกิจ\\nของไทย อันจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรของประเทศต่อไป ","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [121,795,52,"นายณรงค์ รัตนานุกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการนำกัญชาและกัญชงไปใช้ในทางที่ผิด","ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยกัญชาและกัญชงที่ออกมาบังคับใช้โดยตรง \\nทำให้เกิดสุญญากาศ เป็นเหตุให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ\\n\t       กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามประมวลกฎหมาย\\nยาเสพติด ในส่วนของกัญชาและกัญชง โดยกำหนดแยกระหว่างกัญชาและกัญชงออกจากกัน เพื่อประโยชน์ในการควบคุม การนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจ โดยมีประเด็นพิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑. กัญชา (cannabis) หรือพืชตระกูล Cannabis และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา ยาง น้ำมัน ยกเว้นวัตถุหรือสารดังต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติด\\nให้โทษในประเภท ๕ ได้แก่\\n\t\t    ก) เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน และราก\\n\t\t    ข) ใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย\\n\t\t    ค) สารสกัดที่มีสารแคนนาบิไดออล (cannabidiol, CBD) เป็นส่วนประกอบ และต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ ๐.๒ โดยน้ำหนัก\\n\t\t    ง) กากหรือเศษที่เหลือจากการสกัดกัญชา และต้องมีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินร้อยละ ๐.๒ โดยน้ำหนัก\\n\t\t๒. กัญชง (hemp) เป็นพืชชนิดย่อยของพืชกัญชา (Cannabis sativa L.) และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชง เช่น ยาง น้ำมัน ยกเว้นวัตถุหรือสารต่อไปนี้ เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้ผลิต\\nในประเทศ ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ ซึ่งในรายละเอียดมีการกำหนดลักษณะเช่นเดียวกับกัญชา โดยเฉพาะใบ ซึ่งจะต้องไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย\\n\t\tทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับผู้ที่เคยได้รับใบอนุญาต ครอบครอง และขายช่อดอกกัญชาตามพระราชบัญญัติควบคุมและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ และผู้ที่ปลูกกัญชาไว้ก่อนมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ ที่จะกำหนดให้กัญชาและกัญชงเฉพาะยอดหรือช่อดอกเป็นยาเสพติดให้โทษ จึงต้องทอดระยะเวลาการบังคับใช้ประมาณ ๙๐ วัน เพื่อให้บุคคลดังกล่าวสามารถยื่นขออนุญาตตามประมวลกฎหมายยาเสพติดต่อไป \\n\t\tนอกจากนี้ กฎกระทรวงการขออนุญาตและการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชา พ.ศ. ๒๕๖๔ และกฎกระทรวง\\nการขออนุญาตและการขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติด\\nให้โทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. ๒๕๖๓ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่สอดคล้องกับการนำกัญชาไปใช้ในทางการแพทย์ และไม่สอดคล้องกับการนำกัญชงไปใช้ในด้านเศรษฐกิจได้อย่างคล่องตัวและเหมาะสม กระทรวงสาธารณสุขจึงจำเป็นต้องเร่งรัดแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้สามารถ\\nนำไปใช้ในทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม ซึ่งตามประมวลกฎหมายยาเสพติด\\nได้เปิดช่องให้ดำเนินการได้ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยกัญชาและกัญชงออกมาบังคับใช้ จึงจะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อปลดช่อดอกกัญชาและกัญชงออกจากยาเสพติดต่อไป ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ \\nพ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดให้เฉพาะยอดหรือช่อดอกกัญชาและกัญชง ยังคงสถานะเป็นยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำกัญชาและกัญชงไปใช้ในทางที่ผิดต่อไป","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [122,794,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ปัญหาขยะในกรุงเทพมหานคร","สืบเนื่องจากสถานการณ์การทิ้งขยะในกรุงเทพมหานคร ไม่ว่าจะเป็นสภาพขยะที่ลอยอยู่ในคลองต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร กองขยะริมทางรถไฟที่เกิดจากการรื้อถอนบ้านเรือน อาจทำให้เกิดทัศนียภาพหรือภาพลักษณ์ไม่ดีต่อประเทศ ในปี ๒๕๖๕ กรุงเทพมหานครมีปริมาณขยะ จำนวน ๘,๙๗๙ ตัน/วัน ๓.๒๗ ล้านตัน/ปี มีวิธีการกำจัดขยะ ๔ วิธี ดังนี้ ๑) วิธีฝังกลบ ๒) หมักทำปุ๋ย ๓) เทคโนโลยีผสมผสาน และ ๔) เตาเผาขยะ ส่วนใหญ่ใช้วิธีการฝังกลบ แต่ปัจจุบันวิธีฝังกลบจะดำเนินการได้ยาก เนื่องจากไม่มีสถานที่ จึงได้มีการวางแผนว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ การกำจัดขยะโดยการฝังกลบ ให้ลดลงเหลือ ร้อยละ ๒๙ และให้เพิ่มการกำจัดขยะโดยวิธีหมักทำปุ๋ยเป็นร้อยละ ๓๕ วิธีเทคโนโลยีผสมผสานเป็นร้อยละ ๑๑ และวิธีเตาเผาขยะเป็นร้อยละ ๒๕ ให้มากขึ้น \\n\tในกรณีแนวคิด 3Rs รักษ์โลก โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ๑) เรื่อง Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ ๒) เรื่อง Reuse ใช้แล้วใช้ซ้ำ และ ๓) เรื่อง Reduce ลดการใช้ \\nซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดีในการแก้ไขปัญหาขยะ แต่แนวคิดดังกล่าวยังไม่ได้รับการสนับสนุนหรือตอบรับจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้กรุงเทพมหานครใช้หลักแนวคิด 3Rs รักษ์โลก \\nมาปรับใช้และรณรงค์ให้มีการคัดแยกขยะ ซึ่งแนวคิด 3Rs รักษ์โลก จะทำให้กลไกการคัดแยกขยะ\\nและการแก้ไขปัญหาขยะในกรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [123,793,34,"นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเสียในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง","สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ร่วมกับคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ ณ ศาลากลางจังหวัดระยอง โดยนายภาราดร ชนะสุนทร ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านหนองพะวา ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ว่าบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง \\nได้ยื่นคำขอใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๑๐๕ คือ คัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ที่ไม่ใช่ของเสียอันตราย เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๔ แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรม\\nไม่ออกใบอนุญาตให้ เนื่องจากถูกชาวบ้านในพื้นที่คัดค้าน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ชาวบ้านหนองพะวา ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้ร้องเรียนต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง\\nขอให้ดำเนินการ กรณีบริษัท วิน โพรเสส จำกัด ลักลอบฝังกากอันตราย ฝังกลบของเสียจากอุตสาหกรรม\\nทั้งของแข็งและของเหลวลงใต้ดินจนเกิดการรั่วไหลออกมายังพื้นที่โดยรอบโรงงาน ส่งผลกระทบ\\nต่อสิ่งแวดล้อมโดยรอบโรงงาน และส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านอย่างรุนแรง ต่อมาในปีเดียวกัน ศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก ได้เข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ พบสารอินทรีย์ระเหยสูงกว่ามาตรฐาน และพบการปนเปื้อนของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน น้ำมัน และไขมัน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้มีคำสั่งให้บริษัทฯ ระงับการกระทำ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และให้ดำเนินการขนย้ายของเสีย\\nและวัตถุอันตรายออกจากโรงงานโดยเร็วที่สุด\\n \t\tในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๕๗ - ๒๕๕๙ บริษัทวิน โพรเสสฯ ได้พยายามขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ได้ออกใบอนุญาตให้แก่บริษัท วิน โพรเสสฯ จำนวน ๓ ฉบับ ดังนี้\\n\t \t(๑) วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ได้รับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๖๐ (๑) คือ หล่อและหลอมโลหะ\\n\t \t(๒) วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ได้รับใบอนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดระยองประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๔๐ (๑) และ ๖๔ (๑๑)  คือ อัดเศษกระดาษ เศษโลหะ และพลาสติก\\n\t \t(๓) วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๐ ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมประกอบกิจการโรงงาน ประเภท ๑๐๖ คือ คืนสภาพกรดหรือด่าง ทำเชื้อเพลิงผสม และล้างภาชนะบรรจุภัณฑ์ด้วยตัวทำลาย\\n\t \tวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ ศาลจังหวัดระยอง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ \\nสวพ ๑/๒๕๖๕ ที่ประชาชนบ้านหนองพะวา หมู่ที่ ๔ ตำบลบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ยื่นฟ้องบริษัท วิน โพรเสส จำกัด จำเลยที่ ๑ และนางสาววิชชุดา ไกรพงษ์ กรรมการบริษัท จำเลยที่ ๒ \\nและนายโอภาส บุญจันทร์ อดีตกรรมการบริษัท จำเลยที่ ๓ ในความผิดฐานละเมิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีประชาชนผู้ฟ้องคดี ๑๕ ราย ผลการพิพากษาสรุปได้ว่า ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทย์ที่ยื่นฟ้องทั้ง ๑๕ ราย เป็นจำนวน ๒๐,๘๒๓,๗๑๘ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๓ ต่อปี นับจากวันที่ฟ้องเป็นต้นไป พร้อมกับให้ทั้งสามฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในพื้นที่\\nที่ได้รับผลกระทบให้มีสภาพเป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษต่อไป ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ \\nได้จัดทำแผนการฟื้นฟูพื้นที่รอบนอกโรงงานแล้ว \\n\t \tอย่างไรก็ตาม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้จัดทำแผนการบำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรมและของเสียเคมีวัตถุ รวมถึงฟื้นฟูแหล่งน้ำที่ถูกปนเปื้อนจากการประกอบกิจการโรงงานของบริษัท วิน โพรเสสฯ และบริษัท วิน โพรเสสฯ ในฐานะฝ่ายจำเลย ตกลงทำสัญญาจ้างบริษัท เอส.เคมิคอล จำกัด เป็นผู้รับบำบัดกำจัด โดย บริษัท วิน โพรเสสฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตามคำสั่งศาลจังหวัดระยอง โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖ เดือน นับถัดจากลงนามในสัญญา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๖ โดยได้ยื่นสัญญาซึ่งลงนามกับบริษัทรับบำบัดกำจัดและเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อศาลจังหวัดระยองเรียบร้อยแล้ว\\nสถานะปัจจุบัน บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ปิดกิจการไปแล้ว แต่สารเคมียังขนย้ายไม่หมดตามคำสั่งศาลจังหวัดระยอง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย เช่น ยางพารายืนต้นตาย และน้ำเสียซึมลงบ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกบ และไหลลงสระน้ำสาธารณะ (หนองพะวา) ประมาณ ๔ ไร่ ปัจจุบันน้ำเสียดังกล่าวยังไหลออกจากพื้นที่โรงงานอย่างต่อเนื่อง กระจายขยายวงกว้างแบบไร้ขอบเขต ไร้การควบคุม ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งดำเนินการ ดังนี้ ๑) ขอให้เร่งนำสารเคมีภายในโรงงานออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว เพราะเป็นจุดกำเนิดมลพิษ ๒) ควบคุมสารเคมีที่หลุดออกมาภายนอกโรงงานไม่ให้ขยายวงกว้างมากกว่านี้ และเก็บน้ำไปกำจัดโดยเร็วไม่ให้ตกค้าง ๓) ฟื้นฟูระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติด้านชีวภาพให้กลับมาดังเดิม และ ๔) เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ความเสียหายจากพืชผลทางการเกษตร การเสียโอกาสทำมาหากินในพื้นที่ตนเอง และด้านสุขภาพกายและจิตใจ","กระทรวงอุตสาหกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [124,792,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาเด็กและเยาวชน","จากปัจจุบันพบเด็กเกิดปัญหาในหลายด้าน เนื่องจากการเลี้ยงดูที่บกพร่อง เช่น การเลี้ยงดูเด็กโดยไม่ฝึกระเบียบวินัย และครอบครัวเลี้ยงดูแบบเข็มงวดมากเกินไป พ่อแม่หย่าร้างทำให้เด็กขาดความอบอุ่น เด็กถูกทอดทิ้ง เด็กถูกทำร้ายร่างกาย และบางกรณีพ่อแม่มีฐานะยากจนทำให้เด็กขาดสารอาหาร ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบทำให้เด็กมีลักษณะนิสัยเอาแต่ใจตนเอง ไม่รับความคิดเห็นของผู้อื่น มีความก้าวร้าว เด็กบางคนเป็นโรคซึมเศร้า และมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ \\nยังพบปัญหาเด็กติดเกม ติดการพนันออนไลน์ ติดโซเชียลมีเดีย (Social Media) และติดยาเสพติด \\nหรือเป็นอาชญากร ซึ่งเด็กรุ่นใหม่จะมีความชื่นชอบวัฒนธรรมต่างชาติ โดยลืมวัฒนธรรม รากเง้า และความเป็นชาติของตนเอง ไม่มีความรักชาติ แม้กระทั่งรังเกียจวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งในหลายประเทศประสบปัญหาเด็กรุ่นใหม่ในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ หลายประเทศพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว \\nโดยประเทศจีนได้ผลักดันให้มีกฎหมายส่งเสริมจิตวิญญาณความรักชาติ เน้นปลูกจิตสำนึกโดยเฉพาะ\\nกลุ่มคนรุ่นใหม่ ให้เป็นคนดี มีคุณธรรม มีความกตัญญู เพื่อจะสร้างเด็กที่มีคุณภาพ และมีความรักชาติ\\nของตนเอง จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดังนี้    \\n\t\t(๑) ขอให้สนับสนุนสถาบันครอบครัวให้มีความเข้มแข็ง สนับสนุนเด็กให้มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจอย่างจริงจัง \\n\t\t(๒) ปลูกฝังให้เด็กมีความรักชาติ ครอบครัว และมีความกตัญญู \\n\t\t(๓) มุ่งเน้นอบรมคุณธรรม จริยธรรมที่ถูกต้องให้แก่เด็ก \\n\t\t(๔) ส่งเสริมให้เด็กมีทัศนคติที่ดี มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ และความคิด โดยบรรจุหลักสูตรการทำสมาธิในโรงเรียนอย่างจริงจัง \\n\t\t(๕) มีมาตรการป้องกันการเล่นการพนันออนไลน์ การป้องกันข้อมูลเท็จจากโซเชียลมีเดีย (Social Media) ที่ทำให้เด็กไม่รักสถาบันชาติ และสถาบันครอบครัว \\n\t\t(๖) ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง เพื่ออนาคตที่ดีและความปลอดภัย\\nของเด็กและเยาวชน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [125,791,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","โรงเรียนประสบภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากโคลนถล่มได้รับความเสียหาย","จากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖ นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา นำโดย นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนบ้านห้วยผา ตำบลห้วยผา อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เมื่อวันศุกร์ที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๖ เวลา ๒๓.๓๐ นาฬิกา ทำให้อาคารเรียน รั้วโรงเรียน โรงอาหาร ห้องน้ำ และสนามเด็กเล่นได้รับความเสียหาย จากผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบล และประชาชน","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [126,790,47,"ว่าที่ร้อยตรี เชิดศักดิ์ จำปาเทศ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนกรณีการปรับปรุงพื้นที่ตลาดริมน้ำบ้านแพ้วที่เกิดเหตุอัคคีภัย","จากการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการเสนอโครงการปรับปรุงพื้นที่บริเวณตลาดริมน้ำบ้านแพ้วที่เกิดเหตุอัคคีภัย อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นตลาดค้าขายที่เก่าแก่คู่วิถีชีวิตของชาวอำเภอบ้านแพ้วมากว่า ๑๐๐ ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ได้เกิดเหตุอัคคีภัยขึ้น ทำให้บ้านเรือนและร้านค้าได้รับความเสียหาย จำนวน ๒๔ ครัวเรือน ภายหลังได้ทราบว่าบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายและไม่ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัยในครั้งนี้ \\nได้มีการก่อสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าและกรมชลประทาน ทั้งนี้ เทศบาลตำบลบ้านแพ้วได้ร่วมกับอำเภอบ้านแพ้วดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนี้ \\n\t\t(๑) ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร สาขาบ้านแพ้ว ทำการรังวัด เพื่อตรวจสอบแนวเขตซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว \\n\t\t(๒) ขอให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร ออกแบบก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมน้ำเพื่อที่จะใช้สัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนได้ด้วย ซึ่งสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาครได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว \\n\t\t(๓) ขอรับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครได้บรรจุแผนและจัดเตรียมงบประมาณไว้รองรับแล้ว จำนวนกว่า ๑๘ ล้านบาท \\n\t\tทั้งนี้ ปรากฏว่าโครงการดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากยังมีสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางแนวเขตก่อสร้าง ซึ่งระยะเวลาผ่านมากว่า ๒ ปี ราษฎรที่ประสบอัคคีภัยบางส่วน\\nยังไม่มีที่อยู่อาศัย และบางส่วนไม่มีที่ดินทำกิน ดังนั้น จึงขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม และ\\nกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาการบุกรุกล่วงล้ำแนวเขตดังกล่าวเพื่อให้โครงการนี้สามารถดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย และคืนตลาดน้ำบ้านแพ้วกลับมาเหมือนเดิม","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [127,789,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","ทบทวนความเป็นไปได้โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย","โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย (Land Bridge) \\nมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการขนส่งสินค้า เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการขนส่งสินค้าทางน้ำ และลดระยะเวลาการเดินเรือขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบมะละกาไปยังท่าเรือปีนังและท่าเรือสิงคโปร์ โดยในปัจจุบันกระทรวงคมนาคมได้อยู่ระหว่างการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีมูลค่าสูงถึงหนึ่งล้านล้านบาท แต่จากผลการศึกษายังมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการ โดยเบื้องต้น\\nมีการคาดการณ์ว่าเมื่อโครงการประสบผลสำเร็จ จะมีปริมาณการขนถ่ายสินค้าบริเวณท่าเรือที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพรประมาณ ๒๐ ล้านทีอียูต่อปี (Twenty Foot Equivalent Unit : TEU) สามารถลด\\nค่าขนส่งสินค้าทางเรือได้จำนวนมาก และลดระยะเวลาการเดินเรือที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกาได้ ๒ วัน ทั้งนี้ ปริมาณการขนถ่ายสินค้าผ่านแลนด์บริดจ์ระนอง - ชุมพรที่คาดว่าจะมีปริมาณ ๒๐ ล้านทีอียูนั้น \\nถือว่าเป็นปริมาณการขนถ่ายสินค้าจำนวนมาก หากเทียบกับท่าเรือที่มีอยู่เดิม เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง \\nมีปริมาณ ๑๐ ล้านทีอียู ท่าเรือคลองเตย มีปริมาณ ๑ ล้านทีอียู ท่าเรือสงขลา มีปริมาณ ๔ แสนทีอียู \\nหรือท่าเรือระนองมีปริมาณ ๔ พันทีอียูต่อปี \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมทั้งศึกษาจุดแข็งของโครงการที่จะสามารถทำให้ดึงดูดเรือขนส่งสินค้าทั่วโลกเข้ามาใช้เส้นทาง ตลอดจนความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการก่อสร้างโครงการ เพื่อให้เกิดความชัดเจน\\nต่อภาคเอกชนที่จะมาร่วมลงทุน โดยเป็นการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชนในสัดส่วน ๗๐:๓๐ เนื่องจากพบว่าโครงการดังกล่าวยังขาดความชัดเจน มีการทำงานซ้ำซ้อน (Double Handling) มีค่าใช้จ่ายสูง \\nและใช้ระยะเวลานาน เพราะถึงแม้ระยะเวลาเดินเรือจะสั้นกว่า แต่ต้องเสียเวลาในการถ่ายสินค้าจากเรือมายังรถ และถ่ายสินค้าจากรถมายังรถไฟ และอีกหลายทอด โดยในอดีตเคยมีโครงการเชื่อมฝั่งทะเล\\nอันดามันกับอ่าวไทยหลายโครงการ เช่น โครงการกระบี่ - ขนอม  โครงการปากบารา - สงขลา โครงการทวาย - แหลมฉบัง ซึ่งโครงการดังกล่าวที่ผ่านมาล้วนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้น จะสามารถเชื่อมั่น\\nได้อย่างไรว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะประสบความสำเร็จหากไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้อย่างแท้จริง\\nและไม่อยากให้เกิดเป็นบทเรียนซ้ำรอยโครงการที่ล้มเหลวในอดีตผ่านมา และการที่โครงการดังกล่าวจำเป็นต้องพึ่งเอกชนในการร่วมลงทุน หากโครงการไม่มีความชัดเจนหรือไม่มีความเป็นไปได้ อาจส่งผลให้การลงทุนเป็นการสูญเปล่าได้","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [128,788,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้แก้ไขปัญหาช้างป่าภูหลวงบุกรุกพื้นที่อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลย","ปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ของชาวบ้านที่อยู่ติดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อำเภอภูเรือ และอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย มีสาเหตุมาจากประชากรช้างป่าเพิ่มมากขึ้นกว่า ๑๘๐ ตัว ซึ่งอาหาร\\nในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีไม่เพียงพอ อีกทั้งมีสถานการณ์ภัยแล้ง ประกอบกับมีการบุกรุกพื้นที่\\nชายป่าเพื่อทำเกษตรกรรมของประชาชน โดยมีการปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และข้าวโพด ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารของช้างทั้งสิ้น จึงทำให้ช้างป่าออกมาจากพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และได้ทำลายพืชผล\\nทางการเกษตรและทำร้ายชาวบ้าน จนเกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งทางภาครัฐ\\nได้พยายามแก้ไขปัญหาโดยการเฝ้าระวังผลักดันช้างป่ากลับเข้าพื้นที่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า\\nภูหลวงถูกช้างป่าเหยียบจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ \\nทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจึงหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกด้วยตัวเอง \\nด้วยการวางกับดัก การใช้ประทัด จนช้างป่าเกิดการบาดเจ็บและพิการ อันเป็นการสร้างความดุร้ายให้ช้างป่ามากยิ่งขึ้น และได้ทำการบุกเข้าในพื้นที่บ้านน้ำพุ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย และทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตอีกครั้ง\\n\t\tจากปัญหาดังกล่าว จำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาจากหลายฝ่าย\\nที่เกี่ยวข้อง โดยการสนับสนุนให้ประชาชนจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและผลักดัน\\nช้างป่า มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด ให้มีการแจ้งเตือน\\nประชาชนอย่างทันท่วงที สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับพฤติกรรมของช้างป่า รวมทั้งการสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และประชาชนในเครือข่าย\\nให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว ควรมีการสร้างแหล่งอาหารของช้างป่า\\nให้เพียงพอ การปรับเปลี่ยนการทำเกษตรกรรมในพื้นที่ของชาวบ้าน ตลอดจนหน่วยงานที่รับผิดชอบ\\nต้องผลิตบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการรักษาสถานะของช้างป่าในพื้นที่ ทั้งนี้ จำเป็นต้อง\\nมีการทบทวนแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว คือ พระราชบัญญัติรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและสถานการณ์\\nในปัจจุบัน เช่น ในมาตรา ๕ ที่กำหนดให้การดูแลช้างป่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย แต่ปัจจุบันเป็นหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นต้น จึงขอเสนอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนินการดังนี้ ๑) สร้างแหล่งอาหารให้ช้างป่าอย่างเพียงพอ ๒) สร้างแนวป้องกัน\\nคูดิน ร่องน้ำ และรั้วไผ่หนาม ๓) สร้างหอแจ้งเตือนเครือข่ายเฝ้าระวัง ๔) สนับสนุนงบประมาณในการป้องกันและช่วยเหลือรวมทั้งสนับสนุนเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ๕) สนับสนุนให้มีกองทุนช่วยเหลือและทดแทนในกรณีการเสียชีวิตหรือการสูญเสียพืชผลทางการเกษตร","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [129,787,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","สถานการณ์บ้านเมือง","อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย","จากคณะกรรมการมรดกโลก ในการประชุม ครั้งที่ ๔๕ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๖ ณ กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ที่ประชุมได้มีมติรับรองให้เมืองโบราณศรีเทพ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ถือเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย โดยเมืองโบราณศรีเทพเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมทวาราวดี รวมระยะเวลาที่มีความเจริญรุ่งเรืองถึงกว่า ๘๐๐ ปี ก่อนที่จะถูกทิ้งร้างไปด้วยสาเหตุโรคระบาดร้ายแรงหรือปัญหาภัยแล้ง ในราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ อันเป็นช่วงก่อนที่วัฒนธรรมสุโขทัยและอยุธยาจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง จึงขอแสดงความยินดีกับเมืองโบราณศรีเทพ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย \\n\t\tความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา \\nและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจำนวนมาก ที่ได้ดำเนินการศึกษาและจัดทำโครงการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งประสบความสำเร็จในรัฐบาลชุดปัจจุบันที่เพิ่งเข้ารับหน้าที่ ซึ่งรัฐบาลยังมีหน้าที่ในการสานต่อความสำเร็จดังกล่าว โดยการจัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เพื่อรองรับการอนุรักษ์\\nและพัฒนา มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชนทุกภาคส่วน ดังนั้น ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองโบราณศรีเทพ แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ ๔ ของประเทศไทย ให้เกิดคุณค่าและมูลค่าต่อทั้งประเทศไทยและโลก รวมทั้งรายงานต่อสาธารณชน\\nอย่างต่อเนื่อง","กระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [130,786,36,"นายจัตุรงค์ เสริมสุข","ความเดือดร้อนของประชาชน","สิทธิของผู้ถือบัตรทองซึ่งประสบปัญหาเรื่องการส่งตัว และปัญหาที่เกิดกับโรงพยาบาล","ประเด็นที่ ๑ คนไทยทุกคนรับรู้ว่าทุกโรครักษาฟรีหรือจ่ายเพียง ๓๐ บาท แม้กระทั่งคลินิกนอกเวลา การจ่ายยานอกบัญชีหลัก โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เคยยืนยันว่าโรงพยาบาลสามารถขอเบิกตรงจาก สปสช. ได้ แต่ในทางปฏิบัติโรงพยาบาลไม่เคยได้รับการชำระเงินจาก สปสช. ครบถ้วนตามจำนวนที่โรงพยาบาลขอเบิกไปแต่อย่างใด เป็นเหตุให้โรงพยาบาลต้องรับภาระหนี้อันเกิดจากการให้บริการรักษาพยาบาล ได้แก่ ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ต่าง ๆ โรงพยาบาลหลายแห่งประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ต้องลงบัญชีเป็นหนี้สูญทุกปี จำเป็นต้องเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม ขณะที่ประชาชนผู้รับบริการเกิดความไม่พอใจและตำหนิโรงพยาบาลที่เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระเพิ่มขึ้น\\n\t\tประเด็นที่ ๒ เด็กอายุ ๔ เดือนป่วยเป็นโรคหัวใจ จำเป็นต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง หลังจากรักษาตัวครบ ๗๒ ชั่วโมง ไม่สามารถย้ายออกได้ สปสช. ได้ประสานกับโรงพยาบาลเพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง แต่เกิดปัญหาคือ หลังจากที่เด็กอยู่ในห้องรักษาตัวจะต้องย้ายไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ โดยพ่อแม่ต้องอุ้มเด็กออกจากโรงพยาบาลที่ทำการรักษาไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อขอใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเด็กอีกต่อหนึ่ง ซึ่งปัญหาการส่งตัวจากโรงพยาบาลฉุกเฉิน ไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ เพื่อรับใบส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญนั้น เป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นกับ\\nผู้มีรายได้น้อย ดังนั้น สปสช. ต้องเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องการดำเนินการส่งตัวผู้ป่วย การจัดรถพยาบาลรับส่งผู้ป่วยวิกฤต โดยอาจกำหนดให้โรงพยาบาลที่ทำการรักษาหรือโรงพยาบาลตามสิทธิ สามารถส่งเอกสารเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ไปยังโรงพยาบาลที่จะทำการรักษาต่อได้ ไม่ควรปล่อยให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีก\\n\t\tดังนั้น ขอให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานประกันสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ต้องประสบปัญหาขาดความเชื่อมโยงข้อมูล และการประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุข ทั้งของสิทธิบัตรทอง (สปสช.) และสิทธิประกันสังคม โดยไม่ก่อให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่ประชาชนในเรื่องเอกสารส่งตัวหรืออื่นใด อันเกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาลตามสิทธิอันพึงมีของประชาชน เพราะอาจส่งผลต่อการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [131,785,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ยืนยันคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 58/255 และที่ 45/2560 ว่าด้วยการรักษาพยาบาลของคนพิการ","จากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงพิจารณาทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่ามีเรื่องใดที่ควรยกเลิกหรือดำเนินการต่อ พร้อมให้เหตุผลชี้แจง โดยในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของคนพิการ \\n๒ ฉบับ คือ ๑) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๘/๒๕๕๙ เรื่อง การรับบริการสาธารณสุขของคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๙ และ ๒) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๕/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๘/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาการรักษาพยาบาลของคนพิการ เนื่องจากคนพิการที่มีงานทำได้โอนย้ายการรักษาพยาบาลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไปใช้สิทธิประกันสังคมในฐานะผู้ประกันตน ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พศ. ๒๕๓๓ แต่การรักษาพยาบาลคนพิการนั้นมีความสลับซับซ้อน จึงต้องการให้เกิด\\nความยืดหยุ่นในการรักษาพยาบาล ดังนั้น คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งสองฉบับดังกล่าว \\nเป็นการแก้ไขปัญหาการรักษาพยาบาลของคนพิการได้เป็นอย่างดี เพราะทำให้คนพิการสามารถโอนย้ายสิทธิการรักษาพยาบาลระหว่าง สปสช. กับประกันสังคม สลับไป - มาได้ ปีละ ๑ ครั้ง ช่วยให้คนพิการ\\nที่มีงานทำสามารถใช้สิทธิการรักษาพยาบาลจาก สปสช. โดยกองทุนประกันสังคมจะจ่ายเงินสนับสนุน \\nทำให้คนพิการประสงค์ที่จะทำงานและเสียภาษีให้รัฐบาล ไม่สูญเสียโอกาสในการรักษาพยาบาลที่ตรงตามความต้องการ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นความสำคัญของคำสั่งดังกล่าวข้างต้นทั้งสองฉบับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนพิการ เพราะทำให้เกิดผลิตภาพของคนพิการที่ต้องการทำงาน สร้างประโยชน์ต่อพลเมืองที่พิการและต่อประเทศชาติโดยรวม หากไม่เสนอยืนยัน หรือรัฐบาลยกเลิกคำสั่งดังกล่าว จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนอันใหญ่หลวงต่อประชาชนคนพิการจำนวนมาก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [132,784,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลางให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่รับโอนภารกิจโรงพยาบาล","คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๖ อนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น งบประมาณทั้งสิ้น จำนวน ๔๙๗,๐๖๔,๘๘๓ บาท เพื่อจัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่รับโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อจ่ายเป็นเงินเดือน และสวัสดิการ (ค่าเช่าบ้าน \\nค่าเล่าเรียนบุตร และค่าใช้จ่ายอื่น) ของบุคลากรที่ถ่ายโอนที่รับการจัดสรรไม่เพียงพอ จำนวน ๔๘ จังหวัด ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ\\n \t\tในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ขอแสดงความชื่นชม\\nและขอบคุณ คณะรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้ง ๔๘ แห่ง \\nที่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติสนับสนุนงบประมาณให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อนำมาแก้ปัญหา\\nเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของบุคลากรที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ไม่เพียงพอ ซึ่งการสนับสนุนงบประมาณครั้งนี้ เท่ากับช่วยแก้ปัญหาไปได้กว่าครึ่งหนึ่งของการถ่ายโอน รพ.สต. จำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง มายังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๔๘ แห่ง\\n \t\tสำหรับปัญหาและอุปสรรคอื่น ๆ ในการถ่ายโอน รพ.สต. นั้น ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาดำเนินการแก้ไข โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ซึ่งหากได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ปัญหาต่าง ๆ จะคลี่คลาย และช่วยให้ รพ.สต. \\nสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการดูแลสาธารณสุขขั้นปฐมภูมิให้กับพี่น้องประชาชน\\n\\nในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น จึงขอนำเรียนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย เพื่อกรุณาทราบต่อไปด้วย\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [133,783,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาย้อนแย้งในการสื่อสารเพื่อจัดการน้ำของประเทศไทย","จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ชลประทานเกือบร้อยละ ๑๐๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ชาวนาได้เร่งทำนาเนื่องจากข้าวราคาดี แต่ปรากฏว่าในพื้นที่ไม่มีน้ำสำหรับทำนา ทำให้ชาวนาต้องเจาะน้ำบาดาลหรือหาน้ำจากแหล่งน้ำอื่น ๆ มาใช้สำหรับการทำนา และกรมชลประทานได้แจ้งให้ชาวนาทราบว่า ควรลดการทำนานอกฤดูกาล (นาปรัง) เพราะจะทำให้น้ำไม่เพียงพอสำหรับใช้ แต่อย่างไรก็ดี กลับพบว่าสถานการณ์น้ำใต้อ่างเก็บน้ำมีปริมาณมาก และจำเป็นจะต้องปล่อยน้ำอย่างเร่งด่วน\\\\nส่งผลให้ต้องเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดังนั้น จึงเกิดประเด็นข้อสงสัยว่าเหตุใด\\\\nจึงมีการเตือนภัยน้ำท่วมในขณะที่ชาวนาไม่มีน้ำสำหรับทำนา อนึ่ง ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำจำนวนมาก อาทิ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ศูนย์เทคโนโลยีและการสื่อสาร กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) รวมถึงคณะกรรมการลุ่มน้ำต่าง ๆ ตลอดจนมีการจัดทำแผนทรัพยากรน้ำประจำจังหวัด แต่กลับปรากฏว่า การสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการน้ำไปไม่ถึงประชาชน ประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจ ดังนั้น \\\\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดนโยบายเพื่อให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง\\\\nของมนุษย์ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รวมทั้งการประมวลข้อมูลสารสนเทศของทรัพยากรน้ำทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ เพื่อนำไปสู่การจัดการ\\\\nองค์ความรู้ และบูรณาการการปฏิบัติการจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง รวมทั้งควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนทุกภาคส่วนของผู้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่มากเกินไปในบางพื้นที่ พร้อมกันนี้ การสื่อสารไม่ควรมีความย้อนแย้งและควรเป็นการสื่อสารในเชิงนโยบาย การอำนวยการ การจัดการ การบริหาร การปฏิบัติการ และการจัดการตนเองของประชาชน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการน้ำแบบบูรณาการต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [134,782,93,"นายบุญมี สุระโคตร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการใช้น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และเกษตรกรรม ในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดใกล้เคียง","จากในพื้นที่ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำต้นทุนที่จะนำมาผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน จึงได้เจาะน้ำบาดาลมาใช้ในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้านแทน \\\\nซึ่งหากเจาะลึกลงไปประมาณ ๑๕ - ๑๖ เมตร จะได้น้ำบาดาลที่เป็นสนิม หากเจาะลึกลงไปประมาณ ๕๐ - ๗๐ เมตร จะได้น้ำบาดาลที่เป็นน้ำเค็ม ซึ่งไม่เหมาะต่อการใช้สำหรับอุปโภคและบริโภค โดยปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำสะอาดที่จะนำมาใช้สำหรับการอุปโภคและบริโภคเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการทำการเกษตรของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน และพื้นที่อื่น ๆ ที่ใกล้เคียงจังหวัดศรีสะเกษก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ น้ำสะอาดที่เหมาะต่อการใช้อุปโภคและบริโภค ถือเป็นน้ำที่มีความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [135,781,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","โครงการรักษาสถานภาพราคาข้าวปี ๒๕๖๖","โครงการรักษาสถานภาพราคาข้าว ปี ๒๕๖๖ มีจำนวน ๔ โครงการ ได้แก่ (๑) โครงการสินเชื่อชะลอข้าวเปลือกนาปี (ชาวนา) ปี ๖๖/๖๗ ซึ่งจะมีผลผลิตออกมามากในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๖ โดยให้เกษตรกรกู้ยืมเงินแบบไม่มีดอกเบี้ย และค่าเก็บรักษาข้าวให้ชาวนาตันละ ๑,๕๐๐ บาท (๒) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โดยปล่อยเงินกู้ให้กับสหกรณ์การเกษตรไม่เกิน ๓๐๐ ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรกู้ได้ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชน ๕ ล้านบาท ซึ่งคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑ (๓) โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าว\\nในการเก็บสต๊อก โดยรัฐบาลชดเชยดอกเบี้ยให้ร้อยละ ๓ เป็นระยะเวลา ๒ – ๖ เดือน และ (๔) โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกร\\nที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวในอัตราไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินรายละ ๒๐ ไร่/ครัวเรือน โดยมีเกษตรกร\\nเข้าร่วมโครงการ จำนวน ๔.๖ ล้านครัวเรือน แต่อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ไม่มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ส่วนต่าง) จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องหามาตรการอื่นมาช่วยเหลือเกษตรกร ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้  \\n                (๑) เมื่อไม่มีโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว (ส่วนต่าง) แล้ว ควรเพิ่มเงินสนับสนุนให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวจากไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท \\nแต่ไม่เกิน ๒๐ ไร่/ครัวเรือน \\n\t\t(๒) ขอให้ชดเชยส่วนต่างค่ากระแสไฟฟ้าในการสูบน้ำเพื่อการทำนาข้าวในรอบปี ๖๕/๖๖ แก่เกษตรกรที่ทำนาในเขตชลประทาน เนื่องจากในปีที่ผ่านมาค่ากระแสไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นเกือบร้อยละ ๑๐๐  \\n\t\t(๓) ในเขตพื้นที่น้ำท่วม ซึ่งเกษตรกรทำนาครั้งที่สองเพื่อชดเชยการทำนาครั้งที่หนึ่ง\\nที่เสียหายไปจากการถูกน้ำท่วม ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [136,779,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี","ปัจจุบันมีการใช้วิธีการทางเทคโนโลยีหลอกลวงประชาชนผ่านอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ จนทำให้ประชาชนต้องสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์\\nของรองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่าในปี ๒๕๖๖ มีประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี คิดเป็นจำนวนเงินกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๑ ที่บัญญัติว่า “รัฐต้องจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค\\nด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการรู้ข้อมูลที่เป็นจริง ด้านความปลอดภัย ด้านความเป็นธรรมในการทำสัญญา \\nหรือด้านอื่นใดอันเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค” แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้\\nรัฐมีหน้าที่วางมาตรการหรือกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภค\\nในด้านต่าง ๆ โดยรัฐบาลได้ตราพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม\\nทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และนายกรัฐมนตรีได้อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ แต่งตั้ง “คณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” โดยกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พิจารณาจัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้\\n\t\t(๑) ศึกษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่อาชญากรนำมาใช้ในการหลอกลวงประชาชน และกำหนดมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไว้เป็นการล่วงหน้า ซึ่งเป็นการทำงานเชิงรุก (Proactive) เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี\\n\t\t(๒) ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมความเสียหายจากการกระทำของมิจฉาชีพดังกล่าวให้ลดน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ \\nวางมาตรการป้องกันการเคลื่อนย้ายเงินออกนอกประเทศ รวมถึงป้องกันมิให้มีการโอนเงินไปยังระบบ\\nที่รัฐไม่สามารถจะตรวจสอบและติดตามได้ เพื่อที่รัฐจะสามารถติดตามเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปกลับคืนมาสู่ประชาชน\\n\t\t(๓) ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเสียหายให้สามารถติดตามเงินคืนได้\\nอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมาตรการเยียวยาตามควรแก่กรณี\\n                (๔) กำหนดมาตรการป้องกันมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐให้การสนับสนุนหรือร่วมมือกับมิจฉาชีพในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการดังกล่าว หัวหน้า\\nส่วนราชการต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด รวมทั้งต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปทราบทันที","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [137,778,5,"นายกษิดิศ อาชวคุณ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ผู้ใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนที่ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วน","ในปัจจุบัน ประชาชนจำนวนมากมีความจำเป็นต้องใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนที่ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วน แต่กลับได้รับความเดือดร้อนจากการให้บริการที่ไม่มีมาตรฐาน อาทิ ความเสียหายจากการขนส่งของล่าช้าเกินสมควร การสูญหาย โดยมีประชาชนได้รับความเสียหาย\\nเป็นจำนวนมาก การเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทขนส่งเอกชนเป็นไปได้ยาก เนื่องจากบริษัทขนส่งเอกชนบางแห่งขาดความรับผิดชอบ ดังเช่นกรณีเกษตรกรรายหนึ่งได้ใช้บริการของบริษัทขนส่งเอกชนให้จัดส่งสินค้าเกษตร ซึ่งปกติจะใช้เวลาขนส่งเพียง ๓ วัน แต่บริษัทขนส่งเอกชนกลับใช้เวลาขนส่งนานถึง ๖ วัน เป็นเหตุให้สินค้าเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยบริษัทขนส่งเอกชนดังกล่าวยินยอมชดใช้ค่าเสียหายเพียง ๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น หากเกษตรกรผู้ส่งของจะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสูงกว่าหรือเท่ากับความเสียหายตามความเป็นจริงที่ได้รับ จะต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลด้วยตนเอง ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ควรได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พิจารณา","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [138,777,28,"นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร","สถานการณ์บ้านเมือง","ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล","เรื่อง ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล \\n\t\t(๑) ขอให้ส่งเสริมและปลูกฝังคนในชาติให้ธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของประเทศไทย \\n\t\t(๒) ขอให้สานต่อและขยายผลแนวคิดเครดิตสังคม (Social Credit) เพื่อสร้างแรงจูงใจ\\nทางสังคม ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม พฤติกรรมทางด้านคุณธรรมและจริยธรรมของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอให้ปลูกฝังเด็กไทยให้เป็นคนดี มีคุณธรรมและจริยธรรม มีวินัย ตลอดจนมีความภาคภูมิใจ\\nในความเป็นชาติไทยอย่างเป็นรูปธรรม \\n\t\t(๓) ขอให้สนับสนุนชุมชนในกลุ่มอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรม (Cultural Industries) \\nเพื่อสร้างรายได้และร่วมขับเคลื่อนซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาพลักษณ์ของประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมีความเจริญทางด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นอันมาก \\nจึงสามารถดำเนินการได้โดยขับเคลื่อนผ่านการจัดเทศกาล งานประเพณี อาหารไทย มรดกทางภูมิปัญญา รวมถึงแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ  \\n\t\t(๔) ขอให้ส่งเสริมมาตรการดูแลศิลปินพื้นบ้าน รวมทั้งศิลปินที่ทำงานศิลปะทุกแขนง เพื่อให้ศิลปินของไทยมีพื้นที่ในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้อย่างเป็นระบบ\\n\t\t(๕) ขอให้ส่งเสริมและต่อยอดแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น\\nในทุกจังหวัด ให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",17,2566,"2023-09-26T00:00:00"],
    [139,776,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","สถานการณ์บ้านเมือง","ระบบการเรียนการสอนและฝึกประสบการณ์ด้านอาชีวศึกษา ",null,"นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2566,"2023-10-16T00:00:00"],
    [140,775,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","การช่วยเหลือนักศึกษาไทยในประเทศอิสราเอล",null,"นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",22,2566,"2023-10-16T00:00:00"],
    [141,774,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การช่วยเหลือประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ของรัฐ","เนื่องจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดกาฬสินธุ์ ร้องเรียนถึงปัญหาการไม่มีเอกสารสิทธิ์และไม่สามารถอยู่อาศัยในพื้นที่ได้ เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศ\\nให้พื้นที่ที่ประชาชนเคยอยู่อาศัยเป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ \\nตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า \\nพ.ศ. ๒๕๓๕ โดยมิได้สำรวจพื้นที่ก่อน ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่มาก่อนกฎหมายใช้บังคับ\\nเป็นผู้บุกรุก นอกจากนี้ ประชาชนยังไม่สามารถจัดหาสาธารณูปโภคเพื่อการอยู่อาศัยได้ เพราะติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ประชาชนบางส่วนถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ดี ได้มีมติคณะรัฐมนตรี และคำสั่ง\\nคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกมาหลายครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการยกเลิกพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ \\nและตราพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้นใหม่ ซึ่งมาตรา ๖๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กำหนด “ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในอุทยานแห่งชาติแต่ละแห่งให้แล้วเสร็จภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ” และมาตรา ๑๒๑ แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และได้อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ต้องกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่อยู่อาศัยหรือทำกินในชุมชนภายใต้โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาสัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระ \\nและได้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ปัจจุบันกรมอุทยานฯ ได้จัดทำร่างกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ \\nพ.ศ. ๒๕๖๒ จำนวน ๓ ฉบับ เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\\n\t\t๑) การดำเนินการเพื่อจำกัดสิทธิของประชาชนในพื้นที่ เกี่ยวกับการอยู่อาศัย \\nหรือการประกอบอาชีพ ควรต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่อยู่อาศัยมาก่อน\\nการบังคับใช้กฎหมาย หรือประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการพื้นที่\\n\t\t๒) ควรดำเนินการร่วมกับฝ่ายปกครองในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัย\\nอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตอุทยานแห่งชาติ ได้รับทราบถึงสิทธิในการอยู่อาศัยหรือการประกอบอาชีพในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสิทธิในการถือครองพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ \\nสัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างครบถ้วน\\n๓) ควรดำเนินการ…\\n \t\t๓) ควรดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีส่วนร่วมระหว่างประชาชนในพื้นที่\\nกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกั้นแนวเขตที่ดินพิพาท หรือแนวเขตที่เคยกันเป็นป่าชุมชนออกจาก\\nเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งเร่งรัดคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาเห็นชอบกฎหมายลำดับรองข้างต้นโดยเร็ว กรณีพบว่าประชาชนอยู่อาศัยมาก่อนที่กฎหมายใช้บังคับ ต้องดำเนินการเพื่อให้ประชาชนมีกรรมสิทธิ์\\nในที่ดินตามกฎหมายต่อไป\\n \t\t๔) ควรเร่งรัดการจัดทำแนวเขตพื้นที่เขตอนุรักษ์ตามโครงการอนุรักษ์ และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ราษฎรที่อยู่อาศัย ทำกินในเขตพื้นที่หลังจากประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ แต่อยู่อาศัยมาก่อนวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ และระหว่างการตรากฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ จะต้องมีการเร่งรัดพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน\\nที่จำเป็นสำหรับชุมชน","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [142,773,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาประมงพื้นบ้าน","จากการลงพื้นที่ ณ หมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อน\\nของชาวประมงพื้นบ้าน จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไข ดังนี้\\n \t\t๑) การจดทะเบียนขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านใช้ระยะเวลาดำเนินการ \\n๑ - ๒ เดือน ซึ่งนานเกินไป นอกจากนี้ การขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้านได้กำหนดหลักเกณฑ์\\nไว้จำนวนมาก สร้างความยากลำบากในการดำเนินการขอใบอนุญาตทำการประมงพื้นบ้าน\\n \t\t๒) รัฐบาลควรมีมาตรการในการสนับสนุนราคาน้ำมัน เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้าน\\nได้ใช้น้ำมันราคาถูก เช่นเดียวกับที่ให้การสนับสนุนราคาน้ำมันให้แก่เรือประมงพาณิชย์\\n \t\t๓) การสนับสนุนอุปกรณ์สำหรับทำการประมงให้แก่ชาวประมงพื้นบ้าน เช่น \\nอวนจับปลา ซึ่งปัจจุบันมีราคาแพงขึ้น จากเดิมราคา ๑,๐๐๐ บาท ปัจจุบันราคา ๓,๐๐๐ บาท และอุปกรณ์ในปัจจุบันไม่มีความคงทนเท่ากับในอดีต เป็นต้น\\n \t\t๔) การกำหนดขนาดของปลาที่สามารถจับได้ โดยที่มาตรา ๕๗ แห่งพระราชกำหนด\\nการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจับสัตว์น้ำหรือนำสัตว์น้ำที่มีขนาดเล็กกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดขึ้นเรือประมง” ปรากฏว่าขณะนี้ยังมิได้มีการประกาศกำหนดขนาดของสัตว์น้ำ\\nตามมาตราดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งสร้างปัญหาให้กับชาวประมงในการจับปลา\\n \t\t๕) การเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินของกองทุนต่าง ๆ ของชาวประมงพื้นบ้าน ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก เนื่องจากกองทุนต่าง ๆ ได้กำหนดเงื่อนไขเช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์\\n \t\t๖) การให้ความช่วยเหลือแก่ชาวประมงพื้นบ้าน กรณีที่ไม่สามารถออกเรือจับปลา\\nเพราะเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [143,772,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","เลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขหมายเดียวทั้งประเทศ","หลายประเทศทั่วโลกได้กำหนดให้มีเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉิน\\nเพียงเลขหมายเดียวทั่วประเทศ เพื่อเป็นเลขหมายรับแจ้งเหตุกู้ภัย กู้ชีพ และรักษาความปลอดภัย\\nในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น ประเทศในทวีปยุโรป (เลขหมายฉุกเฉิน ๑๑๒) ประเทศสหรัฐอเมริกา (เลขหมายฉุกเฉิน ๙๑๑) และประเทศญี่ปุ่น (เลขหมายฉุกเฉิน ๑๑๙) ซึ่งแม้แต่โทรศัพท์ที่ไม่มีซิมการ์ด (SIM card) เมื่อกดเลขหมายฉุกเฉินก็จะสามารถโทรออกไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ แสดงให้เห็นว่า\\nบริษัทที่ผลิตโทรศัพท์ ได้ยอมรับหลักการเลขหมายฉุกเฉินเลขหมายเดียว ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษา \\nเรื่อง นโยบายมาตรการสนับสนุนให้มีเลขหมายฉุกเฉินเลขหมายเดียว แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ \\nซึ่งวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบรายงานดังกล่าว และส่งรายงานไปยังรัฐบาล สภาปฏิรูปแห่งชาติ \\nและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งรัฐบาลชุดก่อนได้มีการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวข้างต้น โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ โดยใช้เลขหมายเดียว\\nทั้งประเทศ และมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังมิได้ดำเนินการให้มีเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขหมายเดียวทั้งประเทศ \\nแต่กลับมีเลขหมายโทรศัพท์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจัดตั้ง\\nศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติที่ใช้เลขหมายโทรศัพท์เลขหมายเดียวทั้งประเทศ โดยบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงานส่งต่อข้อมูลอย่างชัดเจน ปลอดภัย และอำนวยความสะดวก\\nต่อประชาชน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [144,771,11,"นายกูรดิสถ์ จันทร์ศรีชวาลา","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายของคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการค้าและการลงทุน","คำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา หน้าที่ ๖ วรรคสุดท้าย “รัฐบาลมีแนวทาง\\nที่จะสร้างรายได้โดยการใช้ทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดประตูการค้าสู่ตลาดใหม่ อาทิ กลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้...” โดยตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก คือ ประเทศอินเดีย มีประชากร จำนวน ๑,๔๐๐ ล้านคน เป็นผู้ที่มีรายได้ปานกลาง จำนวน ๔๐๐ ล้านคน จึงถือได้ว่าประเทศอินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับสินค้าและบริการของประเทศไทย เศรษฐกิจของประเทศอินเดียมีอัตราการเติบโตสูง ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อาทิ มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) และ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส (Standard and Poor’s : S","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [145,770,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","โพงพางกีดขวางทางน้ำและการสัญจรทางเรือในทะเลสาบสงขลา","คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจังหวัดสงขลา เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ เรื่อง เรือไม่สามารถสัญจรไปมาบริเวณปากแม่น้ำสงขลาได้ เพราะทะเลสาบสงขลามีประชาชนประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านโดยสร้างเครื่องมือดักสัตว์น้ำที่เรียกว่าโพงพางกีดขวางทางน้ำ และกระจายอยู่เต็มพื้นที่ ทำให้เรือไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยเฉพาะ\\nปากแม่น้ำสงขลาที่มีเรือสัญจรเป็นจำนวนมาก ทั้งเรือจากท่าเรือน้ำลึกสงขลาและจากท่าเรือหลายแห่ง ปัจจุบันเรือเฟอร์รี่จากชลบุรีไปยังสงขลาต้องยกเลิกการเดินเรือ เนื่องจากเรือได้ชนโพงพางของชาวบ้าน และถูกเรียกร้องค่าเสียหายถึงปากละห้าแสนบาท ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้การทำโพงพางถือเป็นการรุกล้ำพื้นที่สาธารณะในทะเลสาบสงขลา อีกทั้งเป็นเครื่องมือทำการประมง\\nที่ผิดพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และขัดต่อเรื่องร่องน้ำทางเดินเรือ\\nของกรมเจ้าท่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากส่วนกลาง จึงทำให้มีการบุกรุกมากขึ้น หากไม่รีบดำเนินการแก้ไขหรือป้องกันการบุกรุก ทะเลสาบสงขลาอาจมีสภาพกลายเป็นแพอาหาร หรือเป็นหมู่บ้านกลางทะเลสาบได้ ทั้งนี้ ทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่\\nที่มีศักยภาพ นอกเหนือจากการประมงที่ถูกกฎหมายแล้ว ยังเป็นที่รับน้ำหรือระบายน้ำที่สมบูรณ์ อีกทั้งเป็นจุดสำคัญของการคมนาคมทางเรือฝั่งอ่าวไทยที่เหมาะสมต่อการพัฒนาโครงสร้างด้านการคมนาคมดังเช่นแหลมฉบัง หากปล่อยให้มีการรุกล้ำต่อไป การแก้ไขปัญหาจะยิ่งยากขึ้น ดังนั้น จึงขอให้\\nศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล กรมเจ้าท่า กรมประมง และกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำทะเลสาบสงขลา และการทำประมงโพงพางที่ผิดกฎหมายต่อไป","นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [146,769,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ๒ ครั้งต่อเดือน เป็นการแก้ไขปัญหาหรือสร้างปัญหาให้ข้าราชการ","มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ ได้มีมติปรับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ จากปกติเดือนละ ๑ รอบ เป็นเดือนละ ๒ รอบ และให้มีผลเดือนมกราคม ๒๕๖๗ เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาสำหรับข้าราชการที่มีเงินเดือนไม่พอใช้จ่ายให้มีเงินใช้จ่ายระหว่างเดือน ไม่ต้องขอกู้สินเชื่อจากที่อื่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีเงินหมุนเวียนในตลาดการเงินมากขึ้นและเร็วขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีข้าราชการมากกว่า ๒ ล้านคน และเพื่อให้มีเงินเหลือจ่ายจากการใช้จ่าย สามารถนำเงินไปลงทุนต่อยอดสร้างฐานะทางครอบครัว แต่ปรากฏว่ามีข้าราชการเพียงร้อยละ ๑๐ ที่เห็นด้วย แต่ข้าราชการ ร้อยละ ๙๐ ไม่เห็นด้วย โดยมีเหตุผล คือ ทำให้ประมาณการรับ - จ่ายเงินในแต่ละเดือนเกิดความยุ่งยาก และอาจเกิดความผิดพลาด เนื่องจากต้องนำเงินมาชำระหนี้ เช่น หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้นอกระบบ บริษัทสินเชื่อ บัตรเครดิต ตลอดจนฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งต้องชำระทุกสิ้นเดือน ส่งผลให้ต้องทำนิติกรรมสัญญาใหม่ สร้างความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ไม่ส่งผลดีต่อข้าราชการที่มีหนี้สินมาก ซึ่งการได้รับเงินเดือน ๑ รอบ สามารถวางแผนการใช้จ่ายเงินได้ตลอดเดือน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี\\nได้ทบทวนผลดี - ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับข้าราชการทั้งระบบอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ข้าราชการทั่วประเทศต้องการให้รัฐบาลปรับขึ้นเงินเดือน หรือปรับสวัสดิการให้ดีขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [147,768,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","สังคมสูงอายุกับการรับมือภาวะสมองเสื่อม","เนื่องจากปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็กเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ \\nในปี ๒๕๖๔ ได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ ๒๐.๖ และ\\nได้คาดการณ์ว่าในปี ๒๕๗๘ จะเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอดที่มีจำนวนประชากรผู้สูงอายุ ร้อยละ ๒๘.๕ จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดหมายได้ว่าจะมีปัญหาตามมาคือ ปัญหาสุขภาพ และการดูแลรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความเจ็บป่วยด้วยภาวะสมองเสื่อม (dementia) ซึ่งรวมถึงโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer\\'s Disease) คือ ภาวะที่สมองสูญเสียการทำงานหลายด้านพร้อมกันอย่างช้า ๆ เป็นการถาวร ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสามารถทางสติปัญญาลดลง เช่น หลงลืมง่าย \\nคิดไม่ออก มีพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนไป เป็นต้น ภาวะสมองเสื่อมไม่สามารถรักษาให้หายขาด หลังจากภาวะสมองเสื่อมเต็มที่แล้วอาจต้องใช้ชีวิตทุพพลภาพเป็นเวลายาวนานนับสิบปี จากการสำรวจในปี ๒๕๖๔ พบว่า มีผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ราย และมีแนวโน้ม\\nเพิ่มจำนวนสูงขึ้นทุกปี ซึ่งจะเป็นปัญหาของประเทศต่อไป โดยเริ่มปรากฏในข่าวที่ผู้สูงอายุถูกทารุณกรรม ถูกทอดทิ้งเป็นคนไร้บ้าน เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุภาวะสมองเสื่อมโดยด่วน และพิจารณาวางมาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุ\\nภาวะสมองเสื่อมโดยการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง และประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับทราบ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [148,767,159,"นายวันชัย สอนศิริ","สถานการณ์บ้านเมือง","การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)","เนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีความแตกแยกจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม มีการฟ้องร้อง\\nเป็นคดีปกครอง แม้แต่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานก็เกิดการแบ่งฝ่ายเช่นกัน สภาพปัญหาความแตกแยก\\nภายในองค์กรดังกล่าวได้ดำเนินมาเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ส่งผลให้ กสทช. ไม่มีผลงานปรากฏเป็นที่ประจักษ์แต่อย่างใด ซึ่งปรากฏเป็นข่าวและเป็นที่รับทราบโดยทั่วไปในสังคม สมควรที่ทุกฝ่ายควรลด ละ เลิก \\nการแบ่งฝ่าย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ดังนั้น \\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่\\nและกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [149,766,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖","เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในคราวการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๖ ข้อ ๑ ให้ทุกกระทรวงตรวจสอบว่า มีมติคณะรัฐมนตรีเรื่องใดที่ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดใดที่ยังคงมีประโยชน์ และมีความคุ้มค่าควรที่จะคงไว้ต่อไป \\nให้เสนอพร้อมเหตุผลประกอบการพิจารณา กรณีที่ไม่เสนอกลับมาภายในวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๖ \\nจะดำเนินการยกเลิกทั้งหมด และข้อ ๒ ให้ทุกกระทรวงที่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ดำเนินการทบทวนคำสั่งทั้งหมดว่ามีความจำเป็นต้องคงคำสั่งเหล่านั้นไว้หรือไม่ และต้องเสนอข้อพิจารณาภายในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๖ หากไม่เสนอถือเป็นอันยกเลิกทั้งหมด จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มติคณะรัฐมนตรีที่มีความจำเป็นต้องคงไว้ คือ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ \\nซึ่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการอย่างเคร่งครัด โดยมีหลักเกณฑ์เพื่อประโยชน์\\nในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระบบราชการ ๔ ประการ ดังนี้\\n \t\t๑) กรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ\\nหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้แล้วเสร็จ\\nภายใน ๗ วัน แล้วรายงานผลการพิจารณาต่อหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อรับทราบทันที และให้พิจารณาดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญาโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน \\nในระหว่างนี้ให้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการต่อหัวหน้าส่วนราชการหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อทราบเป็นระยะตามความเหมาะสม รวมทั้งให้มีการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว\\n \t\t๒) กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า สามารถ\\nสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด ให้ส่วนราชการต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการ\\nและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว และให้รายงานหัวหน้าส่วนราชการและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อทราบความคืบหน้า และเร่งรัดการดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ อาจพิจารณาให้ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อน หรือออกจากตำแหน่ง ตามความจำเป็นและเหมาะสม และกรณีที่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทางอาญา ให้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานของรัฐ\\nที่มีหน้าที่รับผิดชอบเพื่อพิจารณาดำเนินคดีโดยทันที\\n \t\t๓) การปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล หรือ คสช. ที่ทำให้การปฏิบัติราชการ\\nเกิดความล่าช้าหรือไม่มีประสิทธิภาพ เกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน ให้ถือเป็นกรณีที่ต้องพิจารณาให้มีการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นเป็นการชั่วคราว\\n \t\t๔) ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดให้มีมาตรการคุ้มครองพยาน \\nหรือผู้ให้ข้อมูล หรือเบาะแสในการตรวจสอบอย่างเหมาะสม เพื่อให้การได้รับข้อมูลและหลักฐาน\\nในการดำเนินการต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ\\n \tนอกจากนี้ เห็นสมควรนำหลักการของคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๙/๒๕๕๗ เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ มาบังคับใช้ ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ให้ทุกภาคส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกำหนดมาตรการ หรือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ เฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบ\\nและกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้บังคับบัญชาไม่ดำเนินการ ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัย หรือความผิดทางอาญาแล้วแต่กรณี หากรัฐบาลนำมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ\\nในระบบราชการมาบังคับใช้ จะสามารถลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ\\nได้อย่างรวดเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [150,765,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา","การที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศแก้ไขปัญหายาเสพติดให้เป็นวาระแห่งชาติ \\\\\\\\nแต่ปัจจุบันพบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก ทั้งในวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยอาชีวศึกษา โรงเรียนมัธยมทั้งของรัฐและเอกชน กระทั่งลงไปถึงระดับประถมศึกษา ดังนั้น \\\\\\\\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไข และป้องกัน\\\\\\\\nปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาโดยด่วน โดยการกำชับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนทั่วประเทศในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาเพิ่มความเข้มงวดและกวดขันเพื่อป้องกันไม่ให้มียาเสพติดในสถานศึกษาอีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [151,764,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาค่ากระแสไฟฟ้าโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อเกษตรกรของกรมชลประทาน","เนื่องจากการปลูกข้าวจำเป็นต้องใช้น้ำ และการสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตรแบ่งเป็นพื้นที่\\nนอกเขตชลประทาน และพื้นที่ในเขตชลประทาน สำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทานจะใช้แพสูบน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลางและ อปท. ได้ตั้งงบประมาณ\\nสำรองไว้อีกจำนวนหนึ่ง บางแห่งเรียกเก็บจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเพิ่มเติม ไร่ละ ๒๐ - ๓๐ บาท \\nซึ่งกรณีดังกล่าวเกษตรกรจะไม่เดือดร้อน แต่สำหรับพื้นที่ในเขตชลประทาน ซึ่งมีโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตร โดยเกษตรกรต้องจ่ายเงินค่ากระแสไฟฟ้าเอง ตัวอย่างเช่น โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า\\nเพื่อการเกษตรลุ่มน้ำชีตอนกลางในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยกลุ่มเกษตรกรเชียงขวัญเสียค่าไฟฟ้าสูบน้ำ เมื่อปี ๒๕๖๔ จำนวน ๒ ล้านบาทเศษ และปี ๒๕๖๕ ได้กำหนดงบประมาณไว้ ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท \\nแต่ใบเสร็จค่าไฟฟ้าจากกรมชลประทานแจ้งเรียกเก็บเงินค่าสูบน้ำ เป็นจำนวน ๓,๑๐๐,๐๐๐ บาท \\nซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเกษตรกรสนามบินร้อยเอ็ด เดิมเสียค่าไฟฟ้า ๓๔๐,๐๐๐ บาท แต่ถูกเรียกเก็บ จำนวน ๖๒๐,๐๐๐ บาท ซึ่งค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเป็นค่า Ft หรือค่าไฟฟ้าผันแปร ซึ่งการสูบน้ำจะสูบเฉพาะในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อัตราค่าไฟฟ้าสูง จึงทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีเงินจ่าย และในปี ๒๕๖๖ แม้ว่าจะมีน้ำให้เกษตรกรทำนาแต่ต้องสูบน้ำ ถึงแม้ว่าราคาข้าวจะสูงขึ้น แต่ค่าไฟฟ้ามีราคาสูงขึ้นเช่นนี้ เกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดทุนอยู่เสมอ ดังนั้น \\nจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้\\n \t\t๑) จัดสรรงบกลางเพื่อชดเชยส่วนต่างค่ากระแสไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ \\nให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่เขตชลประทาน โครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อการเกษตรสำหรับนาปรัง\\nของปี ๒๕๖๕ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรให้สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นและไม่จนซ้ำซาก\\nอีกต่อไป\\n \t\t๒) ปี ๒๕๖๖ จัดสรรงบประมาณสำรองสำหรับชดเชยค่าไฟฟ้าส่วนต่างจากงบประมาณในปีก่อนหน้านี้ อันจะเป็นการให้โอกาสเกษตรกรได้ทำนาอย่างมีความสุข และไม่เป็นหนี้อีกต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [152,763,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","สถานการณ์บ้านเมือง","การส่งเสริมวัฒนธรรม","ปัจจุบันศิลปวัฒนธรรมไทย การละเล่นและเพลงพื้นบ้านของไทยเริ่มสูญหายไปตามกาลเวลา แต่ยังคงมีครูและหน่วยงานที่กำลังทำหน้าที่อนุรักษ์และส่งเสริมเพื่อไม่ให้สิ่งดี ๆ หายไปจากสังคมไทย\\nอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ (๑) ครูชูชีพ  ขุนอาจ ได้ทุ่มเทกับการสร้างโขนจิ๋ว การปั้นหัวโขน การแกะลายฉาก เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้นาฏศิลป์ไทยและวัฒนธรรมไทย โดยสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (๒) ครูสะเทื้อน  นาคเมือง (ครูเผ) ซึ่งเคยเป็นเด็กด้อยโอกาส ได้จัดตั้งคณะลิเกชื่อ “ลิเกเด็กด้อยโอกาสคลองขลุงบำรุงศิลป์” ณ จังหวัดกำแพงเพชร (๓) ศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี ได้ส่งเสริมให้มีลิเกฮูลูเด็ก ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง \\n(๔) ครูก้อย บ้านรำไทยพุทธรักษา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สอนให้เยาวชนเรียนการรำมโนราห์ (๕) ครูศรีนวล  ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติประจำปี ๒๕๖๒ สาขาศิลปะการแสดงเพลงพื้นบ้าน - ลำตัด ได้ฟื้นฟูการแสดงเพลงลำตัดขึ้นใหม่เพื่อสืบสานเพลงลำตัดพ่อหวังเต๊ะ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) (๖) ครูสมปอง  พลอยบุตร ปราชญ์ชาวบ้านด้านเพลงพื้นบ้าน ถึงแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ก็ยังไปสอน ณ โรงเรียนวัดยางมีมานะ \\nจังหวัดพิษณุโลก และ (๗) “กลุ่มถักทอฝัน” ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่รวมตัวกันขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์\\nการละเล่นพื้นบ้าน “กันตรึม” ของจังหวัดสุรินทร์ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นได้รับความนิยมน้อยลงเป็นอย่างมาก แต่ยังมีบุคคลที่พยายามสืบสาน อนุรักษ์ต่อไป ดังนั้น กระทรวงวัฒนธรรม \\nและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องพยายามค้นหาบุคคลที่พยายามจะอนุรักษ์ สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย แล้วพิจารณาให้การส่งเสริม สนับสนุนบุคคลหรือหน่วยงานเหล่านั้น เพื่อให้ศิลปวัฒนธรรมไทยอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม \\nและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",15,2566,"2023-09-18T00:00:00"],
    [153,762,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การกระจายงบประมาณของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ","พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่\\nวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ และงบประมาณของกองทุนการศึกษาของนักกีฬา กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ \\nและกองทุนสวัสดิการนักกีฬา มาเป็นของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งเงินกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติให้ใช้จ่ายเพื่อเป็นเงินรางวัล สวัสดิการ ทุนการศึกษา การพัฒนาการกีฬาและอื่น ๆ ทั้งนี้ ขอชื่นชมผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ในการกำหนดเป้าหมายการบริหารกองทุน\\nไว้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการเชื่อมโยงการบริหารการจัดการไปสู่ความสำเร็จและก่อให้เกิดความสำเร็จ\\nอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ดี กีฬาบางประเภทต้องฝึกฝนนักกีฬาตั้งแต่อายุยังน้อยซึ่งการสร้างนักกีฬา\\nตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนนักกีฬาตั้งแต่ระดับพื้นฐานซึ่งควรมีในกีฬาทุกชนิด \\nและขอชื่นชมนายศรีศักดิ์  วัฒนพรมงคล นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร ที่ได้ส่งเสริม\\nกีฬายิมนาสติกจนกระทั่งมีนักกีฬายิมนาสติกที่มีความสามารถถึงระดับประเทศ ดังนั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนด้านการกีฬา จึงขอเสนอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณบางส่วนไปยังสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ\\nให้มีสโมสรหรือสถาบัน (Academy) ด้านการกีฬาสำหรับฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนระดับภูมิภาคให้มีความเป็นเลิศด้านกีฬา และเป็นนักกีฬาอาชีพต่อไป อีกทั้ง ยังเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพอีกด้วย","ประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [154,761,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตในเด็กวัยรุ่นโดยการทำสมาธิในโรงเรียน","ปัจจุบันการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหนักและจริงจัง เนื่องจากความทันสมัย\\nของเนื้อหาวิชาการและมีการแข่งขันที่สูง ซึ่งเด็กต้องเรียนพิเศษนอกเวลาเรียนเพื่อให้คะแนนดีขึ้น \\nส่งผลให้เด็กเกิดความเครียด นอกจากนี้ ในสังคมปัจจุบันยังมีสิ่งล่อใจจำนวนมาก เช่น การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ไปกับสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น Facebook Tiktok Instragram หรือการเล่นเกม เป็นต้น \\nซึ่งสื่อออนไลน์มีสิ่งเร้ามากมายทำให้จิตใจของเด็กเกิดความสับสน ส่งผลให้เด็กมีอารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว จนทำให้เด็กอาจมีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงหรือมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การใช้ยาเสพติด หรืออาจแยกตัว\\nไม่เข้าสังคม หรือเกิดอาการซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้ปกครองและครูเข้าใจผิดคิดว่าเด็กเกเร ดังนั้น \\nวัยรุ่นที่มีอาการซึมเศร้าและไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นที่มีความรุนแรงมากขึ้น เช่น ปัญหาการฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายผู้อื่น \\n \t\tในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมสุขภาพจิต ได้เปิดเผยผลการศึกษาว่า วัยรุ่นไทยอายุระหว่าง \\n๑๐ - ๑๙ ปี มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าถึงร้อยละ ๔๔ หรือประมาณ ๓ ล้านกว่าคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวน\\nที่สูงมากและอาจนำมาซึ่งปัญหาสังคมต่อไป ในเรื่องนี้โรงเรียนอาจมีวิธีการช่วยเหลือให้สุขภาพจิตของเด็ก\\nในวัยรุ่นดีขึ้นด้วยวิธีการให้เด็กฝึกทำสมาธิ ซึ่งจะทำให้เด็กมีความสงบในจิตใจ ไม่ว้าวุ่น คลายความกังวล \\nลดความซึมเศร้า และมีสติปัญญาดีขึ้น ปัจจุบันประเทศในซีกโลกตะวันตกได้นำวิชาสมาธิไปสอน\\nในโรงเรียนเพราะได้มีการศึกษาแล้วพบว่าการทำสมาธิเป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับของสารสื่อประสาท\\nที่ชื่อว่า “เซโรโทนิน” (Serotonin) ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งสมองส่วนกลางที่มีความคิดด้านลบ นอกจากนี้ \\nการทำสมาธิจะทำให้มีการไหลเวียนของเลือดในระบบ มีการเผาผลาญอาหาร ทำให้ร่างกาย\\nมีความกระฉับกระเฉง ไม่เหนื่อยง่าย อารมณ์แจ่มใส ลดความกังวล และซึมเศร้า ทั้งยังช่วยให้มีความจำ\\nและสติปัญญาดีขึ้น ส่งผลให้การนอนหลับผ่อนคลายในตอนกลางคืนดีขึ้นด้วย โดยสถาบันการศึกษา\\nที่มีชื่อเสียงในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษหลายแห่ง ได้บรรจุหลักสูตรการทำสมาธิ\\nในสถาบันการศึกษา ซึ่งนักจิตวิทยามนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) \\nและมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ของประเทศอังกฤษ ได้ร่วมกันกำหนดรูปแบบ\\nการเรียนทำสมาธิสำหรับเด็กนักเรียนอายุระหว่าง ๑๔ - ๑๕ ปี โดยใช้เวลาเรียนทั้งหมด ๘ สัปดาห์ \\nโดยแต่ละสัปดาห์จะสอนทักษะการทำสมาธิแต่ละขั้นตอน ทุกชั้นเรียนมีการนั่งสมาธิเป็นเวลา ๔๐ นาที และนักเรียนจะได้รับ MP3 ที่บันทึกวิธีการฝึกนั่งสมาธิกลับไปฟังที่บ้านโดยจะต้องฝึกทำสมาธิทุกวันตอนเย็นก่อนทำการบ้าน ผลปรากฏว่านักเรียนที่เรียนหลักสูตรดังกล่าวได้รับผลที่ดีต่อตนเอง เพราะนักเรียน\\nในหลักสูตรกล่าวว่ารู้สึกมีความคิดที่โล่งขึ้น รู้จักแยกแยะและหลบหลีกทัศนคติที่ไม่ดี เช่น ลดความกังวล\\nมีสติรู้ตัวในปัจจุบันต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ช่วยให้ความคิดเป็นลำดับขั้นตอน และเกิดปัญญาเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าประโยชน์ของการทำสมาธิมีมากมาย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ ได้เร่งแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต\\nในเด็กวัยรุ่นโดยการพิจารณาบรรจุหลักสูตรการทำสมาธิในโรงเรียน เนื่องจากได้มีผลการวิจัยออกมา\\nเป็นรูปธรรมแล้วว่าการทำสมาธิเกิดแต่สิ่งที่ดีต่อเด็ก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [155,760,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการสมัครสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู","การที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้เปิดรับสมัครทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพครู โดยเปิดรับสมัครสอบ\\nผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ระหว่างวันที่ ๔ - ๒๒ กันยายน ๒๕๖๖ \\nโดยวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัครสอบ ปรากฏว่าทุกสนามสอบเต็ม\\nภายใน ๕ ชั่วโมงแรกของการเปิดรับสมัคร ทำให้มีผู้พลาดโอกาสในการสมัครสอบหลายหมื่นคน \\nทั้งนี้ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูถือเป็นใบเบิกทางสำคัญที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประสงค์จะสอบเป็นครูจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูก่อนจึงจะมีสิทธิสอบเป็นครูได้ ซึ่งได้รับทราบจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาว่า ใน พ.ศ. ๒๕๖๖ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะสามารถทำการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูให้แก่บัณฑิตที่ประสงค์จะสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู\\nได้ประมาณ ๖๐,๐๐๐ คน แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีบัณฑิตครูที่จบใหม่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน \\nซึ่งจะมีบัณฑิตครูจบใหม่ที่ไม่ได้รับโอกาสทำการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู\\nประมาณ ๔๐,๐๐๐ คน ดังนั้น จากข้อเท็จจริงที่กล่าวข้างต้น จึงขอสอบถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n \t\t๑. เพื่อให้บัณฑิตครูที่จบใหม่และประสงค์จะสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู \\nสามารถสมัครสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ครบทุกคน กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร\\n \t\t๒. สนามสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ปัจจุบันมีอยู่เพียง ๘ แห่ง ซึ่งยังไม่สะดวก\\nและเหมาะสมเพียงพอ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการสามารถเพิ่มสนามสอบหรือดำเนินการอื่นใด \\nเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สมัครสอบได้หรือไม่ อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [156,759,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ทัศนะอุจาด (มลภาวะทางสายตา)","ปัจจุบันมีสิ่งที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางสายตาทำให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง ไม่สวยงาม อาทิ ตู้โทรศัพท์สาธารณะเก่าบริเวณริมถนนที่มีการติดแผ่นกระดาษโฆษณาต่าง ๆ สายสื่อสารที่รกรุงรัง\\nไม่มีการเก็บให้เรียบร้อย รูปปั้นนางยักษ์เปลือยอกและถือปืนในวัดพระนางสร้าง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งชาวบ้าน\\nได้ร่วมกันคัดค้านและได้ทุบทิ้งเรียบร้อยแล้ว รวมทั้ง การบูชาศิวลึงค์กับโยนี ของสำนักพราหมณ์\\nธรรมโชติหิรัญ ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายอำเภอปากช่องได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง\\nเข้าตรวจสอบ โดยในเบื้องต้นไม่พบความผิด และการนำรูปปั้นครูกายแก้วมาตั้งไว้ ณ โรงแรม The Bazaar Hotel Bangkok บริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว เพื่อให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา ส่งผลให้ทัศนียภาพ\\nบริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว ไม่น่ามองอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เข้าไปตรวจสอบ\\nและขอให้เจ้าของพื้นที่ดำเนินการแก้ไข แต่หากยังสามารถมองเห็นรูปปั้นดังกล่าวจึงยังเป็นการทำลายทัศนียภาพบริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือ ดังนี้\\n \t\t๑. จากกรณีของการบูชาศิวลึงค์กับโยนี ของสำนักพราหมณ์ธรรมโชติหิรัญ ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ขอให้กระทรวงมหาดไทยกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ตรวจสอบเกี่ยวกับ\\nการนำวัตถุต่าง ๆ มาตั้งเพื่อให้ประชาชนกราบไหว้บูชา\\n \t\t๒. ขอให้กรุงเทพมหานคร ดำเนินการตรวจสอบกรณีการนำรูปปั้นครูกายแก้วมาตั้งไว้ \\nณ โรงแรม The Bazaar Hotel Bangkok บริเวณสี่แยกรัชดา - ลาดพร้าว\t","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [157,758,38,"นายชลิต แก้วจินดา","ความเดือดร้อนของประชาชน","วิกฤตการปล่อยสารกัมมันตรังสี กรณีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น","จากประเทศญี่ปุ่นมีแผนที่จะปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ที่ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่ทะเล ทั้งนี้ น้ำที่ปล่อยลงสู่ทะเลดังกล่าวจะปนเปื้อน\\nสารกัมมันตรังสีที่สำคัญ ได้แก่ (๑) แร่ธาตุไอโอดีน ๑๓๑ (Iodine - 131) คุณสมบัติเป็นสารกัมมันตรังสี\\nที่มีความคงตัวต่ำ มีค่าครึ่งชีวิตของการสลายตัวประมาณ ๘ วัน ซึ่งหากมีการแพร่กระจายในอากาศ\\nจะเดินทางถึงประเทศไทยโดยใช้ระยะเวลาเดินทาง ๔ วัน หากสูดดมเข้าร่างกายจะเป็นโรคมะเร็ง\\nและโรคไทรอยด์ (๒) พลูโตเนียม - ๒๓๙ (Plutonium - 239) ซึ่งมีครึ่งชีวิต ๒๔,๑๐๐ ปี หากสูดดม\\nเข้าร่างกายจะเป็นอันตรายต่อเนื้อเยื้อปอด และระบบหายใจ (๓) ซีเซียม - ๑๓๗ (Caesium - 137) \\nซึ่งมีค่าครึ่งชีวิต ๓๐ ปี สามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบห่วงโซ่อาหารได้ง่าย หากสูดดมเข้าร่างกาย\\nจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็ง และ (๔) สตรอนเชียม - ๙๐ (Strontium - 90) ซึ่งมีค่าครึ่งชีวิต ๒๙ ปี \\nมีคุณสมบัติคล้ายกับซีเซียม - ๑๓๗ หากเข้าสู่ร่างกายจะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคมะเร็งกระดูกหรือมะเร็งไขกระดูก ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \\nและสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ว่ามีแนวทางหรือมาตรการป้องกันอันตราย\\nที่จะเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง รวมทั้งได้มีการตรวจสอบอาหาร และห่วงโซ่อาหารต่าง ๆ ที่จะเกิดอันตราย\\nกับประชาชนที่ใดบ้าง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม \\nและผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [158,757,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว","จากในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคกลาง ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรง ทำให้ข้าวยืนต้นตายก่อนถึงช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต และเมื่อเกษตรกร\\nจะทำการเพาะปลูกข้าวอีกครั้งแต่ไม่สามารถปลูกข้าวได้เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว \\nไม่สามารถหาซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวจากร้านค้าทั่วไปและจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ชาวนาเสียโอกาสในการขายข้าวในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งมีราคาสูงถึง ๑๑,๐๐๐ – ๑๒,๐๐๐ บาท/ตัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหาขาดแคลน\\nเมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเร่งด่วน และวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [159,756,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และขอให้ขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ นาแก - สามแยกบ้านต้อง เป็น ๔ ช่องจราจร และปรับปรุง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๑ นาแก - นครพนม","การแก้ปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ในพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม\\n       สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก จากประชาชน\\nในพื้นที่ตำบลนาแก ตำบลนาคู่ ตำบลพระซอง และตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม \\nซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มติดกับลำน้ำก่ำและลำน้ำบัง โดยที่ผ่านมากรมชลประทานได้แก้ไขปัญหาด้วยการสร้าง\\nแนวคันดินชลประทานบริเวณหมู่ที่ ๒ บ้านปากบัง ตำบลพิมาน แต่แนวคันดินดังกล่าวต่ำเกินไป เป็นเหตุ\\nให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรทุกปี นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการสร้างคลองส่งน้ำของสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าของอำเภอนาแก ซึ่งเป็นโครงการของกรมชลประทาน โดยคลองส่งน้ำจะผ่าน\\nพื้นที่นาและห้วยสายหลัก มีการสร้างท่อลอดระหว่างลำห้วย ๓ แห่ง ปรากฏว่าท่อลอดดังกล่าวมีขนาด\\nเล็กเกินไป เป็นเหตุให้ในฤดูฝนน้ำระบายผ่านท่อลอดไม่ทันส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ของเกษตรกร ส่วนในฤดูแล้งพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำที่จะใช้ในการเกษตร อาทิ การปลูกถั่ว พริก ข้าวโพด และพืชผักสวนครัว จากปัญหาน้ำท่วม - น้ำแล้งซ้ำซาก ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ตำบลพิมาน จำนวน ๔ หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ และหมู่ ๘ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จำนวน \\n๖๙๓ ครอบครัว พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ โดยในเรื่องนี้มีความเชื่อมโยง\\nกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในประเด็นการพัฒนาความมั่นคงของน้ำ การพัฒนาการจัดการน้ำเชิงลุ่มน้ำทั้งระบบเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ เพิ่มผลิตภาพของน้ำทั้งระบบเพื่อพัฒนาความมั่นคงของประเทศ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาให้โครงการชลประทานนครพนม สำนักชลประทาน\\nที่ ๗ ดำเนินการ ดังนี้\\n \t\t\t๑.๑ จัดทำโครงการยกระดับถนนแนวคันดิน จากประตูระบายน้ำบ้านนาคู่ \\nบริเวณบ้านปากบัง หมู่ ๒ ให้มีความกว้าง ๕ เมตร ความสูง ๑ - ๑.๕ เมตร ความยาวประมาณ \\n๓ - ๔ กิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม\\n \t\t\t๑.๒ ขยายความกว้างของท่อลอด บริเวณลำห้วยต่าง ๆ ให้สามารถระบายน้ำ\\nได้อย่างรวดเร็ว \\n \t\t\t๑.๓ ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยท่อส่งน้ำไปยังหมู่บ้านที่ประสบปัญหา เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้งให้แก่เกษตรกร\\n \t\tโดยทั้ง ๓ เรื่องดังกล่าว ในระดับพื้นที่ได้มีการประสานกับโครงการชลประทานนครพนม \\nโดยจังหวัดนครพนม ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว และมีการบรรจุในแผนปฏิบัติราชการประจำปี \\n๒๕๖๘ - ๒๕๖๙ แล้ว เห็นควรประสานให้มีการปฏิบัติตามแผนเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว\\n \t-ขอให้ขยายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ นาแก - สามแยกบ้านต้อง \\nเป็น ๔ ช่องจราจร และปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๑ นาแก - นครพนม\\n \t\t\t๙.๒.๑ สืบเนื่องจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๒๓ สายสกลนคร - บ้านต้อง \\nเป็นถนน ๔ ช่องจราจรเกือบทั้งหมด ยกเว้นถนนช่วง นาแก - สามแยกบ้านต้อง ยังเป็น ๒ ช่องจราจร ดังนั้น ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการขยายเป็น ๔ ช่องจราจร\\n \t\t\t๙.๒.๒ ขอให้ปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๑ นาแก - นครพนม ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท เพื่อการเดินทางและการท่องเที่ยว อันเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [160,755,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการซื้อและใช้ปุ๋ยเคมีของศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี","ปัจจุบันชาวนามีการใช้แอปพลิเคชันไลน์ (LINE) จัดตั้งไลน์กลุ่ม (LINE Group) “ชาวนาอาสา” โดยสมาชิกกลุ่มเป็นประธานศูนย์ข้าวชุมชน ซึ่งศูนย์ข้าวชุมชนมีจำนวนหลายพันแห่งกระจาย\\nอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีหน้าที่ผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพให้แก่เกษตรกร\\nและผลิตข้าวคุณภาพสูงเพื่อบริโภคภายในชุมชนและจำหน่าย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาอาชีพ\\nและคุณภาพชีวิตของชาวนาไทย ทั้งนี้ ได้รับการร้องเรียนจากไลน์กลุ่ม (LINE Group) “ชาวนาอาสา”\\nว่าเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่ามะขาม อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี \\nได้ซื้อปุ๋ยเคมียี่ห้อหนึ่ง จำนวน ๒๑๐ กระสอบ ราคากระสอบละ ๗๗๕ บาท ซึ่งเป็นการรวมตัว\\nเพื่อซื้อปัจจัยการผลิตให้ได้ราคาถูกเพื่อแจกจ่ายให้แก่สมาชิกในกลุ่มไลน์ชาวนาอาสา เมื่อสมาชิกนำปุ๋ยเคมีดังกล่าวไปหว่านลงในนาข้าว ปรากฏว่าน้ำในนาข้าวกลายเป็นฟองสีขาวขุ่นปนเขียว ปุ๋ยลอยน้ำรวมกันเป็นก้อนอยู่ที่มุมคันนา สันนิษฐานในเบื้องต้นว่าเป็นปุ๋ยปลอม ปุ๋ยคุณภาพต่ำ หรือปุ๋ยหมดอายุซึ่งใช้ไม่ได้ผล \\nถือเป็นปัญหาซ้ำเติมชาวนาที่ประสบกับปัญหาฝนแล้งและเมล็ดพันธุ์ข้าวขาดแคลนอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น \\nจึงขอให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งเยียวยาให้แก่เกษตรกรเป็นการด่วน\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [161,754,246,"นายอุดม วรัญญูรัฐ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การระบาดของหนอนเจาะทุเรียน","ทุเรียนเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศที่มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรในทุกภูมิภาคของประเทศปลูกทุเรียน จำนวน ๗๔,๑๓๖ สวน และจากการลงพื้นที่ภาคใต้ ทราบว่ามีสวนผลไม้ จำนวน ๑,๑๓๙,๐๔๖ ไร่ พบปัญหาการระบาดของโรคแมลงศัตรูทุเรียน คือ หนอนเจาะทุเรียน หรือหนอนใต้ หรือหนอนมาเลย์ ซึ่งหนอนชนิดนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกทุเรียนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดนโยบาย ข้อเสนอแนะ และวิธีการป้องกันหนอนเจาะทุเรียนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน เพื่อลดการสูญเสียของเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออก รวมทั้งมิให้ส่งผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศต่อไป\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [162,753,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การเชื่อมโยงถนนระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ไปยังด่านประเทศมาเลเซีย","เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานเกี่ยวกับปัญหาระบบโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา โดยมีประเด็น เรื่อง ถนนทางเชื่อมโยงจากด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ไปยังด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย ตามที่ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ได้มีการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากติดปัญหา\\nเรื่องถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย จึงทำให้\\nศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำข้อเสนอ\\nเพื่อเร่งรัดดำเนินการเปิดให้บริการและอำนวยความสะดวก ณ ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เพื่อผลักดัน\\nและเร่งรัดให้สามารถเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ได้ และเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา \\nได้มีการประชุมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Expert Working Group) ครั้งที่ ๒ ณ เมืองปุตราจายา \\nประเทศมาเลเซีย เพื่อหาแนวทางร่วมกันโดยได้บรรลุผลการเจรจาเกี่ยวกับจุดเชื่อมต่อด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮีตัม ในประเด็นองศาถนน จุดกึ่งกลางถนน และความเร็วใช้งานถนน โดยประเทศไทย\\nจะของบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ วงเงินงบประมาณ ๘๐ ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง ๑๘ เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ โดยมอบหมายให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ดี ประเด็นปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน ซึ่งยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้น จึงขอหารือและขอเสนอแนวทางแก้ไข เป็น ๓ ระยะ ดังนี้ \\n \t\t\tระยะสั้น ประเทศไทยควรต้องประสานงานกับประเทศมาเลเซียอย่างใกล้ชิดว่าประเทศมาเลเซียจะดำเนินการก่อสร้างจริงหรือไม่ เนื่องจากหากประเทศไทยดำเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย \\nแต่ประเทศมาเลเซียไม่ดำเนินการก่อสร้างหรือไม่ให้การสนับสนุน จะทำให้การดำเนินการก่อสร้าง\\nของไทยสูญเปล่า  \\n \t\t\tระยะกลาง ถนนเชื่อมโยงด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาเป็นผู้สร้าง ซึ่งยังไม่มีผู้ดำเนินการหรือผู้บริหารโครงการหรือผู้ดูแล ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคม \\nโดยกรมทางหลวง ควรเป็นผู้รับผิดชอบดูแลถนนสายดังกล่าวในเส้นทางหลัก ระหว่างประเทศไทย\\nกับประเทศมาเลเซีย เพราะปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจน\\n \t\t\tระยะยาว ควรมีการถอดบทเรียน ว่าการก่อสร้างในประเทศไทยเพื่อเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ควรมีการหารือและประสานงานกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการดำเนินการร่วมกับต่างประเทศว่าจะมีการดำเนินการก่อสร้างจริงหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ในอนาคต\\nเกิดปัญหาขึ้นอีก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [163,752,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การกำหนดนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล","ได้มีการเสนอกฎหมายเพื่อให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการทุจริต\\nและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถฟ้องคดีเองได้ ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกัน\\nและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ไม่รับคำร้องหรือคำร้องไม่มีมูล ซึ่งจะทำให้ผู้เสียหายหรือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรมและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นนั้น เห็นว่ารัฐบาลควรเน้นการป้องกันและป้องปรามการทุจริต\\nของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเป็นลำดับแรก ดังนั้น จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำหนดนโยบาย ๓ ประการ ดังนี้\\n \t\t\t๑๑.๑ นายกรัฐมนตรีควรประกาศเจตนารมณ์ทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างชัดเจน โดยให้คณะรัฐมนตรีทุกคนเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากมีการทุจริตเกิดขึ้นให้พิจารณาดำเนินการทันทีและควรสั่งฟ้องภายใน ๓๐ วัน \\n \t\t\t๑๑.๒ รัฐบาลควรเร่งรัดการตรากฎหมายด้านการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ประเทศไทย\\nมีพันธกรณีกับสหประชาชาติ ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ \\nและบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายฉบับยังไม่มีความคืบหน้า เช่น กฎหมายว่าด้วยการขัดกัน\\nแห่งผลประโยชน์ กฎหมายว่าด้วยติดตามทรัพย์สินจากการคอร์รัปชัน กฎหมายว่าด้วยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่\\nของรัฐในระบบคุณธรรม และกฎหมายว่าด้วยการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ทุกคน\\nให้กับผู้บังคับบัญชา เป็นต้น \\n \t\t\t๑๑.๓ รัฐบาลควรเน้นเรื่องกฎระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation \\nand Development : OECD) อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ควรทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum \\nof Understanding : MOU) ในความร่วมมือการต่อต้านการทุจริตกับมิตรประเทศให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในเรื่องของการค้าและการลงทุน \\n \t\t\tดังนั้น หากรัฐบาลได้ดำเนินการตามนโยบาย ๓ ประการ ข้างต้น จะทำให้ดัชนีการรับรู้\\nการทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [164,751,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","กฎหมายเพื่อสังคมและสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลชุดใหม่ควรต้องเร่งผลักดัน","ขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีผลักดันกฎหมายที่เป็นการส่งเสริมการอยู่ดีมีสุขในสังคม กฎหมายลดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพื่อความเป็นธรรม และกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ \\n \t\t\t๑๐.๑ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. ....  โดยขอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ดำเนินการและผลักดันอย่างต่อเนื่อง \\n \t\t\t๑๐.๒ ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... หากได้รับการพิจารณาและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา จะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการเลือกปฏิบัติ และจะทำให้เกิด\\nความเสมอภาค\\n \t\t\t๑๐.๓ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. ....\\n \t\t\t๑๐.๔ ร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ. .... โดยที่ประเทศไทยมีความหลากหลายทางเพศ \\nการให้สิทธิในการเลือกคู่ชีวิตจะทำให้คนในสังคมอยู่อย่างมีความสุข \\n \t\t\t๑๐.๕ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือพระราชบัญญัติ\\nสุราก้าวหน้า พ.ศ. .... สำหรับประเด็นนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\\nในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่บ้านสะเอียบ จังหวัดแพร่ พบปะกับผู้ประกอบการสุราชุมชน \\nและได้รับทราบประเด็นปัญหาต่าง ๆ ซึ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษีสุรามีจำนวนหลายร้อยล้านบาท \\nฉะนั้น หากพระราชบัญญัติสุราก้าวหน้า พ.ศ. .... ที่ได้เสนอต่อรัฐสภาไปแล้ว ยังมีข้อบกพร่องที่สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขให้เหมาะสมขึ้นได้ เห็นว่าควรที่จะมีกฎหมายส่งเสริมกระจายการผลิตสุรา \\nเพื่อเป็นการยกระดับผลิตผลทางการเกษตรให้มีราคาสูงขึ้น พร้อมกันนี้ พระราชบัญญัติส่งเสริม\\nและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ที่กองทุนส่งเสริมและพัฒนา\\nคุณภาพชีวิตคนพิการที่เป็นส่วนหนึ่งของส่วนราชการยังมีปัญหาเรื่องการใช้เงินกองทุนไม่เต็มศักยภาพ \\nทำให้กระทรวงการคลังเรียกเงินจากกองทุนเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน จำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท และจากการที่ใช้เงินกองทุนไม่เต็มศักยภาพ ทำให้ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเรียกเงินกองทุนเข้าเป็นรายได้แผ่นดินอีก\\nจำนวน ๓,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอเสนอว่าควรต้องเร่งปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้ง ควรดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ทั้งฉบับ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [165,750,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งคลองแสนแสบ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร","จากคลองแสนแสบที่เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำ มีเรือวิ่งเป็นจำนวนมากทำให้มีน้ำ\\nจากลำคลองกระเพื่อมเข้ากัดเซาะอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนมักกะสันพิทยา \\nแขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอาคารเรียนที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลองแสนแสบ \\nทำให้ประสบปัญหาพื้นอาคารทรุดอันเนื่องมาจากน้ำกัดเซาะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตของครู\\nและนักเรียน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่า พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [166,749,90,"นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์","นโยบายของรัฐบาล","การอนุรักษ์ถนนสายต้นยาง จังหวัดเชียงใหม่","จากพื้นที่ถนนสายต้นยาง จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นพื้นที่พิเศษแต่ขาดการดูแล\\\\nและอนุรักษ์ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งถนนสายดังกล่าวมีระยะทางจากจังหวัดเชียงใหม่ถึงจังหวัดลำพูน ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร โดยตลอดสองข้างทางจะมีต้นยางขนาดใหญ่กว่า ๑,๐๐๐ ต้น ซึ่งแต่ละต้นมีอายุประมาณ ๑๔๑ ปี (เริ่มปลูกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๒๕) อาจถือได้ว่าเป็นถนนที่สามารถอวดความสวยงาม\\\\nต่อชาวโลกได้ แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอายุของต้นยางอาจจะใกล้ถึงช่วงปลายซึ่งมีข้อสรุปจากผู้ที่ดูแลต้นยาง\\\\nว่า “การพัฒนาเมืองในอดีตซึ่งมิได้ให้ความสำคัญกับมิติทางสิ่งแวดล้อมมากเท่าที่ควร จนนำไปสู่การเริ่ม\\\\nทรุดโทรม หักโค่น ล้มตาย สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ร้านค้า และผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมา สภาพการณ์นับวันจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากขาดความสม่ำเสมอในการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง \\\\nส่งผลต่อความไม่เชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการฟื้นฟู ดูแล และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า\\\\nจากการที่ต้นยางหักโค่น” อันเป็นความกังวลของประชาชนและชุมชนในพื้นที่กับกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม\\\\nที่มีต่อถนนสายต้นยาง โดยเมืองเชียงใหม่ถือเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ในหลาย ๆ ด้าน จึงสมควรเป็นจังหวัดนำร่อง\\\\nในการรักษาอุณหภูมิของเมืองไว้ อนึ่ง ในคราวที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดห้องเรียนคอมพิวเตอร์พระราชทาน ณ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่  ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ ได้มีพระราชดำรัสว่า “ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อย่าให้ใครตัดต้นยางที่ถนนเชียงใหม่ - ลำพูน เพราะไม่มีที่ไหนอีกแล้ว” ดังนั้น จึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลต้นยาง ณ ถนนสายต้นยาง จังหวัดเชียงใหม่\\\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",14,2566,"2023-09-05T00:00:00"],
    [167,748,18,"พลโท จเรศักณิ์ อานุภาพ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำการขาดแคลนน้ำและไฟฟ้า ในพื้นที่ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม","เรื่องที่ ๑ ปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอ \\n\t\tเนื่องจากประชาชนตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำประปาไม่เพียงพอต่อการอุปโภค – บริโภค ซึ่งตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม \\nมีแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแหล่ง โดยมีลำน้ำ ลำห้วย จำนวน ๑๗ แห่ง มีบึง หนอง ๑๐ แห่ง มีแหล่งน้ำ\\nจากการสร้างเขื่อน ฝาย จำนวน ๒ แห่ง บ่อน้ำตื้น จำนวน ๒๑๙ แห่ง บ่อบาดาลโยก จำนวน ๒๖ แห่ง \\nโดยชุมชนตำบลโนนตาล มีจำนวน ๑๕ หมู่บ้าน ๒,๑๒๗ ครัวเรือน และมีประชากร จำนวน ๗,๐๐๐ กว่าคน การใช้น้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค ของตำบลโนนตาล มาจากแหล่งน้ำ ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ มาจากการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งได้เดินท่อประปามาถึงองค์การบริหารส่วนตำบลโนนตาลเรียบร้อยแล้ว และส่วนที่ ๒ มาจากการทำประปาหมู่บ้าน โดยการขุดเจาะบ่อบาดาล เนื่องจากบ่อบาดาลมีความลึกเพียง ๔๐ เมตร ทำให้ในฤดูแล้ง พบปัญหาระดับน้ำใต้ดินลดต่ำลง น้ำมีรสเค็มและเป็นสนิม ไม่สามารถสูบขึ้นมาใช้งานได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ที่ ๓ บ้านนาผักปอด หมู่ที่ ๔ บ้านกุดกุ่มน้อย หมู่ที่ ๕ บ้านกุดกุ่มใหญ่ หมู่ที่ ๗ บ้านกุดสะกอย จำนวน ๕๐๐ กว่าครัวเรือน องค์การบริหารส่วนตำบลโนนตาล ได้รายงานว่า ในฤดูแล้ง อบต. ได้มีความพยายามแก้ไขปัญหา โดยการจัดรถบรรทุกน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม เพื่อการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว เห็นควรนำน้ำจากแหล่งธรรมชาติมาใช้ในการทำประปาให้เพียงพอ โดยเพิ่มน้ำต้นทุน ขุดลอกฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำต่าง ๆ และจัดให้มีการส่งน้ำตามท่อประปา เพื่อให้ประปาชุมชนสามารถดำเนินการได้ \\n\t\tเรื่องที่ ๒ ปัญหาไฟฟ้า \\n\t\tเนื่องจากประชาชน หมู่ที่ ๔ บ้านกุดกุ่มน้อย ตำบลโนนตาล อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน ๗๐ กว่าครัวเรือน มีการใช้ไฟฟ้าร่วมกับ หมู่ที่ ๓ บ้านนาผักปอด ซึ่งมีอัตราการใช้ไฟฟ้าค่อนข้างสูง จึงส่งผลกระทบไปยัง หมู่ที่ ๔ บ้านกุดกุ่มน้อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ปลายสาย\\nของระบบไฟฟ้าแรงต่ำ ทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอ ไฟดับ และไฟตก ส่งผลให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย จึงได้มีการขอขยายเขตไฟฟ้าไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ แต่ได้รับแจ้งว่าต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [168,747,133,"นายไพโรจน์ พ่วงทอง","สถานการณ์บ้านเมือง","มาตรการรองรับปรากฏการณ์เอลนีโญ","เมื่อวันที่ ๒๔ - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา โดยการนำของ พลเอก ฉัตรชัย  สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา สำนักงานชลประทานที่ ๑๒ จังหวัดชัยนาท พบว่าคนไทยประสบกับสภาพภูมิอากาศร้อนจัด โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดตาก ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กรมอุตุนิยมวิทยา วัดค่าอุณหภูมิสูงสุดได้ \\n๔๔.๖ องศาเซลเซียส ถือว่าเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ และถือเป็นสถิติสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ได้ประกาศเตือนถึงปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ๒๕๖๖ \\nอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาคการเกษตร โดยข้อมูลจากกรมชลประทาน ระบุว่าพื้นที่ในเขตชลประทาน อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีน้ำกักเก็บ ๓๙,๐๘๙ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ ๑๕,๕๕๒ ล้าน ลบ.ม. อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีน้ำกักเก็บ ๒,๗๐๐ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ ๒,๒๙๘ ล้าน ลบ.ม. โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมกัน ๔๑,๗๘๙ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้เพียง ๑๗,๘๕๐ ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำที่กักเก็บในอ่างเก็บน้ำ ในปี ๒๕๖๖ มีปริมาณน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ จำนวน ๕,๕๒๕ ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ ๑๒) มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่าปี ๒๕๖๕ จำนวน ๕,๕๑๖ ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ ๒๔) ในส่วนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำใน ๔ เขื่อนหลัก \\nได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำกักเก็บ ๑๐,๒๕๘ ล้าน ลบ.ม. ใช้การได้ ๓,๕๖๒ ล้าน ลบ.ม. เมื่อเทียบกับปี ๒๕๖๕ มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่า  ๒,๓๖๘ ล้าน ลบ.ม. (ร้อยละ ๑๙) และน้ำใช้การได้น้อยกว่า ๒,๓๖๘ ล้าน ลบม. (ร้อยละ ๔๐) รวมทั้งเขื่อนอื่น ๆ ของประเทศไทยก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน   \\n\t\tในการนี้ คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้มีการติดตามสถานการณ์ และการเตรียมการรองรับปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ทราบข้อมูลว่า ในจังหวัดชัยนาท และพื้นที่ภาคกลาง รวมทั้งข้อมูลโดยรวมของทั้งประเทศในปี ๒๕๖๖ มีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ ส่งผลให้ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนอยู่ในระดับปานกลางและระดับน้อย ส่งผลต่อการประกอบอาชีพของชาวนา โดยชาวนาส่วนหนึ่งไม่สามารถทำนาได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ราคาข้าวในปีนี้ข้าวเปลือกเจ้าสด มีราคาสูงกว่า ๑๒,๐๐๐ บาทต่อเกวียน สูงกว่าราคาประกันรายได้หลายพันบาท ถือเป็นโอกาสดีของชาวนาที่จะมีรายได้และกำไรอันงดงามจากการประกอบอาชีพ ซึ่งไม่ปรากฏให้เห็นบ่อยนักในชั่วชีวิตชาวนาคนหนึ่ง แต่เหมือนธรรมชาติกลั่นแกล้ง ในวันที่ข้าว\\nมีราคาดี กลับไม่มีน้ำสำหรับทำนา ทำให้เสียโอกาสอย่างน่าเสียดาย จากการลงพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่การเกษตรให้คำแนะนำเพียงว่า ต้องส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อย จึงขอหารือ ดังนี้           \\n\t\t๑. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา มีแนวทางแก้ไขปัญหาปรากฏการณ์เอลนีโญ อย่างไร\\n\t\t๒. หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเกษตรส่วนใหญ่จะให้คำแนะนำแก่เกษตรกร\\nโดยให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย จึงขอสอบถามว่า สามารถให้คำแนะนำที่ชัดเจนแก่เกษตรกรได้หรือไม่ ว่าควรปลูกพืชชนิดใด ที่ใช้น้ำน้อยได้ผลผลิตสูง และจำหน่ายได้ราคาดี เหมือนการทำนาปลูกข้าวในเวลานี้ รวมทั้งเมล็ดพันธุ์พืชดังกล่าวมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรหรือไม่\\n\t\t๓. กระทรวงพาณิชย์สามารถยืนยันหรือคาดการณ์ได้หรือไม่ว่า ราคาข้าวจะอยู่ในสถานการณ์นี้นานเท่าใด เนื่องจากเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะขายข้าวได้ในราคาสูง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [169,746,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาลำน้ำเสียวใหญ่ตื้นเขิน ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม และการบริโภคในชุมชน","การลงพื้นที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ณ ตำบลเด่นราษฎร์ อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาเกษตรกรอำเภอหนองฮี ว่าลำน้ำเสียวใหญ่ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักของประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดศรีสะเกษ มีความตื้นเขิน \\nโดยขนาดความลึกของร่องน้ำไม่ถึง ๑ เมตร เมื่อฝนตกหนักจึงไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ส่งผลให้เกิด\\nน้ำท่วมขังในพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนตลอดแนวลำน้ำ ได้แก่ พื้นที่ตำบลเด่นราษฎร์ ตำบลดูกอึ่ง อำเภอหนองฮี และอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด รวมถึงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ \\nในขณะเดียวกัน เมื่อน้ำลดลงก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ ส่งผลให้เกิดภัยแล้ง ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาต่อเกษตรกรบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้อีกด้วย ดังนั้น ประชาชนจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ\\nขุดลอกลำน้ำเสียว และลำน้ำเสียวใหญ่ ซึ่งไม่เคยมีการขุดลอกมาก่อน โดยกำหนดให้มีการขุดลอก\\nเป็นระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ลำคลองกว้าง ๘๐ เมตร ลึก ๔ เมตร สำหรับดินที่ขุดได้ควรจัดทำเป็นแนวป้องกันการกัดเซาะบริเวณขอบตลิ่ง โดยสิ้นสุดที่ฝายยางดอนหม่วย ตำบลดอนหม่วย อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด นอกจากนี้ ยังพบปัญหาฝายยางดอนหม่วย ตำบลดอนหม่วย อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ชำรุดเสียหายอย่างมาก และเครื่องปั๊มน้ำเข้าฝายใช้การไม่ได้มาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างฝายคอนกรีตที่มีความมั่นคงถาวรทดแทนฝายยางเดิม โดยให้มีความสูงมากกว่าฝายยางเดิม ๑๕๐ เซนติเมตร พร้อมกับก่อสร้างทางน้ำล้น (spillway) ในระดับเดียวกัน เพื่อให้ระบบนิเวศตลอดสองฝั่งของลำน้ำเกิดความอุดมสมบูรณ์ ประชาชนไม่ต้องประสบอุทกภัยและภัยแล้งซ้ำซากอีกต่อไป\\n","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [170,745,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมการจัดกิจกรรมกีฬาให้แก่นักเรียน และการจัดอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียน","การปลูกฝังและสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬาถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะหลักจิตวิทยาพัฒนาการ ต้องเริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย โดยการเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ โภชนาการ \\nการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ สำหรับเด็กระดับประถมศึกษา ต้องพัฒนาเพิ่มพูนปัญญาให้หลากหลายตามศักยภาพ รวมทั้งการปลูกฝังเรื่องวินัยและทัศนคติ ดังนั้น การกีฬาจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก หากพื้นฐานการกีฬาไม่ดีก็ไม่สามารถมุ่งไปสู่การพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ ตลอดจนไม่สามารถ\\nมีบุคลากรด้านกีฬาประเภทต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นได้ ถึงแม้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ดำเนินการพัฒนาการกีฬาเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่หลายเรื่องก็ยังไปไม่ถึงระดับเด็กปฐมวัย จึงเกิดความกังวลว่า หากเด็กไม่ได้รับ\\nการส่งเสริม สนับสนุนด้านการพัฒนาการกีฬาขั้นพื้นฐานแล้ว การสร้างแรงบันดาลใจจะไม่เกิดขึ้น \\nเพราะเมื่อเด็กเริ่มเติบโตขึ้นจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นอย่างอื่นที่อาจไม่พึงประสงค์ต่อสังคมได้ และจากคำกล่าว “กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ กีฬาพัฒนาคน คนพัฒนาชาติ” ได้แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ดังนั้น จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมพลศึกษา การกีฬา\\nแห่งประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ โปรดพิจารณามอบหมายให้หน่วยงานที่อยู่ในกำกับดูแล\\nได้ดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการกีฬาให้กับเด็กนักเรียน เช่น จัดการเรียนการสอน \\nการจัดการแข่งขัน การฝึกอบรม เป็นต้น โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องจัดทำโครงการเพื่อให้ได้รับ\\nการสนับสนุนงบประมาณด้านอุปกรณ์กีฬาให้กับโรงเรียนหรือหน่วยงานในสังกัด อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดหาอุปกรณ์กีฬาที่เหมาะสม\\nกับวัยให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในสังกัด เป็นต้น เพื่อให้เด็กระดับปฐมวัยได้รับการพัฒนาทักษะด้านการกีฬา และพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างสมบูรณ์ต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [171,744,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้ประเมินผลสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี  และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในปีงบประมาณ  พ.ศ. ๒๕๖๖ ก่อนการถ่ายโอนเพิ่มเติมในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ","ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้มีการถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. แล้ว ๔๙ จังหวัดจำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จะมีการดำเนินการถ่ายโอน รพ.สต. ที่เหลือไปยัง อบจ. เพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ยังอยู่ระหว่างรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาอนุมัติเพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามกระบวนการ และขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. จากกระทรวงสาธารณสุขไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น มีความรีบเร่งในการถ่ายโอน โดยขาดการเตรียมความพร้อมและคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น ในการดำเนินการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จึงควรมีการประเมินผล สอน. และ รพ.สต. ที่ได้ถ่ายโอนไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ \\nว่ามีผลการดำเนินการเป็นอย่างไร จากนั้นจึงค่อยดำเนินการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ที่เหลือไปยัง อบจ. เพิ่มเติม เนื่องจากหากให้มีการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. ทั้งหมดแล้วจึงเริ่มดำเนินการประเมินผลอาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน และจากการสำรวจความพร้อมของ อบจ. ๔๙ จังหวัด ภายหลังการรับถ่ายโอน รพ.สต. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ปรากฏผลดังนี้ \\n\t\t๑. มีความพร้อมทันที หลังการถ่ายโอน จำนวน ๙ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๑๘) \\n\t\t๒. มีความพร้อมหลังการถ่ายโอน ๖ เดือน จำนวน ๔ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๘)\\n\t\t๓. กำลังเตรียมการโดยจะมีความพร้อมภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จำนวน ๑๖ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๓๒)\\n\t\t๔. ไม่มีความพร้อมในการบริหารจัดการ จำนวน ๕ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๑๐)\\n\t\t๕. ไม่ตอบแบบสำรวจ จำนวน ๑๕ จังหวัด (คิดเป็นร้อยละ ๓๐)\\n\t\tดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยขอให้มีการประเมินผล สอน. และ รพ.สต. ที่ได้ถ่ายโอนไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจึงดำเนินการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ที่เหลือไปยัง อบจ. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ต่อไป ทั้งนี้ เพื่อมิให้กระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [172,743,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","คุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่ประชาชนต้องการ เพื่อความหวังต่อการปฏิรูปการศึกษา","จากขณะนี้อยู่ระหว่างการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เพื่อเข้ามาบริหารประเทศ จึงขอฝากประเด็นข้อห่วงใยเกี่ยวกับนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทยไปยังนายกรัฐมนตรี ดังนี้\t\\n \t\t(๑) คุณลักษณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ      \\n \t    โดยที่กระทรวงศึกษาธิการถือเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นกระทรวงที่กำหนดนโยบายในการสร้างคนเพื่อที่จะไปพัฒนาประเทศในอนาคต ดังนั้น ในการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรจะได้มีการกลั่นกรอง คัดสรรบุคคล เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้บรรลุเป้าหมาย และแผนงานในการพัฒนาประเทศ โดยผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการควรมีคุณลักษณะ ดังนี้ \\n \t    \t(๑.๑) ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษา เป็นอย่างดี \\n \t    \t(๑.๒) ต้องเป็นผู้ที่รอบรู้ปัญหา และเข้าใจปัญหาเชิงลึกของกระทรวงศึกษาธิการ \\nและสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยเร็ว \\n \t    \t(๑.๓) เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะดำเนินการปฏิรูปการศึกษาให้เห็นผล\\nเป็นรูปธรรมโดยเร็ว รวมทั้งมีทักษะในการบริหารงานเชิงรุก \\n \t    \t(๑.๔) เป็นผู้ที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ \\n \t    ดังนั้น จึงหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ว่ามีนโยบาย และแนวทางในการกำกับ ติดตาม การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการบริหารจัดการศึกษา เพื่อไปสู่ความสำเร็จ\\nในการปฏิรูปการศึกษาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างไร  \\n \t\t(๒) เนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลากว่า ๓๐ ปี ฉะนั้น ในการปฏิรูปการศึกษาจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ออกมาใช้บังคับเพื่อให้กฎหมายมีความสอดคล้องกับบริบทของสภาพสังคม\\nที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา แต่มิได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีว่าจะมีแนวทางในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อให้เข้าสู่การพิจารณา\\nของรัฐสภาโดยเร็ว อย่างไร","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [173,742,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนต้องเป็นการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล","นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการลงพื้นที่สำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูเก็ต พบปะกับผู้ประกอบการจำนวนมาก เพื่อรับฟังแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยว ฟื้นฟู และส่งเสริมเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ประเทศไทยมีธรรมชาติ วัฒนธรรมที่สวยงาม มีเสน่ห์ นักท่องเที่ยวอยากเข้ามาเที่ยวและชื่นชม ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ\\nได้ให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมาตรา ๓ ได้ให้คำนิยาม ““การบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว” หมายความว่า การจัดสร้าง พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว การรักษาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมการท่องเที่ยว การพัฒนาบริการท่องเที่ยว การพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ทางการท่องเที่ยว การสร้างสินค้าทางการท่องเที่ยว การรักษาความปลอดภัยทางการท่องเที่ยว\\nหรือการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงหลักการการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล ตลอดจนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม \\nไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมอันเป็นการสนับสนุนให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้สูง แต่สูงวัย สามารถพัก\\nและท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยได้นาน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาแล้ว ทั้งระบบขนส่ง ระบบข้อมูลข่าวสาร และระบบดิจิทัล ยังมีปัญหาและอุปสรรคหลายประการที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยว   \\n\t\tดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีว่า หากต้องการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ \\nและดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งคนสูงวัย คนพิการ และคนที่มาจากประเทศที่มีระบบสวัสดิการที่ดี ให้เข้ามาพักและท่องเที่ยวในประเทศไทยให้นานขึ้น ควรปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งมวลชน ระบบข้อมูลข่าวสาร และระบบดิจิทัล โดยคำนึงถึงการเข้าถึงโดยสะดวกถ้วนหน้า ใช้หลักการออกแบบที่เป็นมิตร เป็นธรรม เป็นสากล ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการรับประกันว่า การท่องเที่ยวจะสามารถสร้างรายได้จำนวนมากให้แก่ประเทศไทย","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [174,741,159,"นายวันชัย สอนศิริ","กฎหมาย","การแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ","เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช \\nได้มีมติเห็นชอบให้ รศ.ดร.วรรณธรรม  กาญจนสุวรรณ ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นผู้สมควรดำรงตำแหน่งอธิการบดี แทนตำแหน่งที่ว่าง แต่จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ ๗ ปี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชยังไม่เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รศ.ดร.วรรณธรรม  \\nกาญจนสุวรรณ เป็นอธิการบดี รวมทั้งมีพฤติการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่าไม่ดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล สรุปได้ดังนี้  \\n\t\t๑. เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเป็นที่สุด \\nว่าการสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยวินิจฉัยในประเด็นสำคัญ ๓ ประการ คือ ๑) กระบวนการสรรหาชอบด้วยกฎหมาย ๒) มติที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมาย และ ๓) คุณสมบัติของผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี ชอบด้วยกฎหมาย  \\n\t\t๒. ภายหลังจากรับทราบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด สภามหาวิทยาลัยสุโขทัย\\nธรรมาธิราช ได้มีหนังสือหารือไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ว่ามหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชสามารถดำเนินการเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รศ.ดร.วรรณธรรม  กาญจนสุวรรณ  เป็นอธิการบดีคนใหม่ ได้หรือไม่ เนื่องจากอดีตอธิการบดีที่ถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ได้ฟ้องคดีต่อ\\nศาลปกครองกลาง โดยคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด  \\n\t\tต่อมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ตอบข้อหารือดังกล่าวว่า มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชสามารถดำเนินการตามขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีได้ทันที แต่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกลับไม่เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ แต่อย่างใด\\n\t\t๓. สภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้ให้ รศ.ดร.วรรณธรรม  กาญจนสุวรรณ กรอกข้อมูลประวัติของผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดีไว้ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบประวัติ ผลการตรวจสอบประวัติปรากฏว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนถูกต้องทุกประการ แต่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชกลับไม่เสนอเรื่องไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อดำเนินการให้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่ \\n\t\tด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น มีความเห็นว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีเหตุผลใด ๆ \\nที่จะประวิงเวลาการเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อีกต่อไป ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดำเนินการให้มีการแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยเร็วที่สุด\\nเพื่อประโยชน์แก่การจัดการอุดมศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาและประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [175,740,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน","ขณะนี้จะมีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ\\nในตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า “การทุจริตและประพฤติมิชอบได้ก่อให้เกิด\\nความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม ความยากจน และมีความตั้งใจจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ” ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาจะเกิดขึ้นได้ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเป็นบุคคลที่มีคุณภาพตามมาตรฐานเท่านั้น โดยองค์กรโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International :TI) ได้มีคำแนะนำแก่ประเทศ\\nที่มีดัชนีการรับรู้การทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index : CPI) อยู่ในระดับต่ำซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วยว่า “ต้องคัดเลือกบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามารับผิดชอบในหน่วยงานของรัฐ” และในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ ที่ประเทศไทยได้เป็นรัฐภาคีได้มีการกำหนดให้รัฐภาคีต้องพยายามดำเนินการให้มีมาตรฐานและระบบที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐจัดทำคำแถลงต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากประการอื่นแล้วให้รวมถึงกิจกรรมนอกเหนือจากการทำงาน การลงทุน สินทรัพย์ และของขวัญหรือผลประโยชน์ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรีกรณีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ขอให้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่ไม่มีผลประโยชน์เข้ามาดำรงตำแหน่ง รวมทั้งกำหนดมาตรการให้มีการแถลงผลประโยชน์อื่นที่นอกเหนือจากที่ได้รับจากทางราชการต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นการป้องกันและป้องปรามการกระทำที่อาจจะก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์อันเนื่องมาจากการใช้หน้าที่และอำนาจในการปฏิบัติงาน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [176,739,216,"นางสุนี จึงวิโรจน์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากนักเรียน ","ปัจจุบันพบว่าเด็กมีพฤติการณ์กินขนมหวานทั้งแบบบรรจุถุง/ซอง รวมทั้งน้ำอัดลม ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลเป็นจำนวนมาก โดยสามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป แม้กระทั่ง\\nในโรงเรียน ทำให้เด็กมีปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากหลายประการ ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของกรมอนามัย เรื่อง พัฒนาการของเด็กปฐมวัย พบว่าเด็กปฐมวัยที่ไม่พบปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากจะมีพัฒนาการ\\nที่ดีกว่าเด็กที่มีปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากถึง ๑.๔ เท่า และจากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปาก\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t\t     แห่งชาติ ครั้งที่ ๘ พบว่าปัญหาโรคฟันผุในเด็กตั้งแต่อายุ ๓ ปี มีอัตราร้อยละ ๕๒.๙ และเด็กอายุตั้งแต่ ๕ ปี มีอัตราร้อยละ ๗๕.๖ แสดงให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพฟันในช่องปากของเด็กมีความสำคัญ \\nส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กจากการปวดฟัน ทำให้ทานอาหารไม่สะดวก การเจริญเติบโตช้าลง พัฒนาการไม่เหมาะสมกับวัย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง ศึกษาธิการ ร่วมกันจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงรุกในการดูแลสุขภาพฟันในช่องปากของเด็กปฐมวัยโดยเร็ว\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [177,738,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองประจันตคาม","จากคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออก ได้รับการร้องเรียนกรณีปัญหาการจราจรติดขัดในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้เคยนำเรื่องดังกล่าวหารือในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ เมื่อวันอังคารที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ โดยกรมทางหลวงชนบทได้แจ้งผลการพิจารณาตามหนังสือ\\nกรมทางหลวงชนบท ที่ คค ๐๗๐๒/๔๓๗๖ ลงวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๖ ว่าโครงการดังกล่าวมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ ๒.๒๐๐ กิโลเมตร เป็นถนนตัดใหม่ประมาณ ๐.๖๒๐ กิโลเมตร และขยายถนนเดิม \\n(ถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี) ประมาณ ๑.๕๘๐ กิโลเมตร แนวสายทางส่วนใหญ่ตัดผ่านที่ดินว่างเปล่าและทุ่งนา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบประมาณ ๕๔.๒๕ ไร่ จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประกอบกับแนวถนนโครงการตัดผ่านทางรถไฟ สมควรที่เทศบาลตำบลประจันตคามจะเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำเข้าวาระการประชุมของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) และคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบ ติดตามความคืบหน้าพบว่าโครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับส่วนราชการหลายหน่วยงาน และต้องดำเนินการตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินโครงการไม่น้อยกว่า ๕ ปี ในการสำรวจเบื้องต้น การตราพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การตั้งงบประมาณ การจ่ายค่าเวนคืน การสำรวจออกแบบก่อสร้าง และการก่อสร้าง ทั้งนี้ เส้นทางดังกล่าวตั้งอยู่นอกเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลประจันตคาม จึงไม่สามารถเสนอเรื่องเพื่อจัดทำผังเมืองได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทดำเนินการเร่งรัดสำรวจออกแบบเพื่อให้ทราบเส้นทางที่ชัดเจน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนโครงการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [178,737,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขายน้ำกระท่อม","จากพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๕ โดยมาตรา ๒๔ กำหนดห้ามผู้ใดขายใบกระท่อม หรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบให้แก่บุคคลดังต่อไปนี้ (๑) บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า\\nสิบแปดปี (๒) สตรีมีครรภ์ (๓) สตรีให้นมบุตร และ (๔) บุคคลอื่นใดตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันประกาศกำหนด และมาตรา ๒๕ กำหนด\\nห้ามผู้ใดขายใบกระท่อมในสถานที่ โดยวิธีการ หรือในลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ \\n(๑) สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ (๒) หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก \\n(๓) สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก (๔) ขายโดยใช้เครื่องขาย และ (๕) ขายในสถานที่ โดยวิธีการ หรือในลักษณะอื่นใด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันประกาศกำหนด ทั้งนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกตามความในพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ประกาศ \\nณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ห้ามนำพืชกระท่อมมาผสมเป็นอาหาร ไม่ว่าจะนำมาต้มน้ำแล้วชง\\nเป็นแก้วขาย หรือการบรรจุขวดเป็นเครื่องดื่ม หากฝ่าฝืนจะมีโทษตามมาตรา ๕๐ จำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน – ๒ ปี และปรับตั้งแต่ ๕,๐๐๐ – ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ปัจจุบันมีการขายน้ำใบกระท่อมเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) ดังนี้      \\n\t\t(๑) บริเวณซอยรามคำแหง ๒๔ หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อเนื่องถึงถนนศรีนครินทร์ ลักษณะร้านเป็นรถกระบะเปิดท้าย จอดริมถนน/สลับตั้งแผงขายบนฟุตบาท     \\n\t\t(๒) บริเวณซอยรามคำแหง ๒๔ หลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อเนื่องถึงถนนพระรามเก้า\\nและลอดอุโมงค์ไปถนนพัฒนาการ มีการตั้งแผงขายทั้ง ๒ ฝั่งถนน จำนวน ๖ ร้าน กล่าวคือ แผงหลัก ๓ ร้าน (ลักษณะร้านตั้งแผงขายบนฟุตบาท มีร่ม และมีป้ายราคา) และแผงย่อย ๓ ร้าน (ลักษณะตั้งแผง\\nโดยรถจักรยานยนต์/คล้ายรถซาเล้ง บนฟุตบาท มีป้ายราคา)   \\n\t\t(๓) บริเวณซอยรามคำแหง ๖๕ หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ต่อเนื่องถึง\\nซอยลาดพร้าว ๑๒๒ ถนนลาดพร้าว มีร้านหลัก ๒ ร้าน (ลักษณะเช่าแผงเป็นร้านถาวร/เช่าอาคารขาย) \\nแผงย่อยอีก ๔ – ๕ จุด กระจายบริเวณซอยรองของซอยรามคำแหง ๖๕  \\n            ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ดำเนินการตามกฎหมายในการกวดขัน และจับกุมผู้ที่จำหน่ายน้ำกระท่อมอย่างเด็ดขาด","กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",12,2566,"2023-08-29T00:00:00"],
    [179,736,68,"นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล","สถานการณ์บ้านเมือง","การแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณสี่แยกสะพานช้าง ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดสระบุรี ขอให้แก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนบริเวณสี่แยก\\nสะพานช้าง ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี สรุปความว่า บริเวณสี่แยกสะพานช้าง ตำบลบางโขมด อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี มีอุบัติเหตุทางถนนบ่อยครั้ง เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณคอสะพานช้างมีลักษณะเป็นคอขวดและแคบ ทำให้การสัญจรของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นไปด้วย\\nความยากลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สิน\\nเป็นจำนวนมาก   \\n\t\tเมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๖ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางลงพื้นที่รับฟังสภาพปัญหา และหารือร่วมกับผู้อำนวยการแขวงการทางสระบุรี นายอำเภอบ้านหมอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร\\nบ้านหมอ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน สรุปสภาพปัญหาได้ดังนี้\\n\t\t๑. บริเวณดังกล่าวมีปัญหากระแสไฟฟ้าดับบ่อย ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะ\\nคนต่างพื้นที่ไม่คุ้นชินเส้นทางมีความเสี่ยงที่จะประสบอุบัติเหตุทางถนนได้\\n\t\t๒. ถนนที่ตัดผ่านสี่แยกทั้ง ๔ ด้าน มีช่องทางจราจรเพียง ๒ ช่องจราจร ถนนแคบ เมื่อรถยนต์\\nวิ่งสวนกัน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันได้\\n\t\t๓. ป้ายจราจรและป้ายเตือนความปลอดภัยมีจำนวนน้อยมาก และมีระยะกระชั้นชิดกับบริเวณจุดเกิดเหตุ หากขับรถยนต์ด้วยความเร็วอาจมองไม่เห็นป้ายดังกล่าว \\n\t\t๔. เส้นจราจรสีจาง มองไม่ชัดเจน \\n\t\t๕. อุปกรณ์แสงสว่าง ไฟส่องสว่าง มีไม่เพียงพอ \\n\t\tดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างยั่งยืน จึงเห็นควรขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักแผนงาน กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ประมาณการจำนวน ๖๐ ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างและแก้ไขปรับปรุง ดังนี้ \\n\t\t๑) แผนระยะสั้น\t\t\\n\t\t๑.๑) ติดตั้งป้ายเตือนความปลอดภัย เพิ่มเติม \\n\t\t๑.๒) ตีเส้นจราจรใหม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น \\n\t\t\t๑.๓) เพิ่มเติมอุปกรณ์เกี่ยวกับแสงสว่าง เช่น เสาไฟฟ้า หรือเครื่องมือเพิ่มแสงสว่างอื่น ๆ \\n\t        ๑.๔) ขอให้เพิ่มเติมอุปกรณ์อำนวยการด้านความปลอดภัยทางถนน \\n\t\t๑.๕) ควรมีการจัดตั้งคณะกรรมการจราจรด้านความปลอดภัยทางถนนในระดับอำเภอ \\nเพื่อสอดส่อง วิเคราะห์ ประเมินจุดเสี่ยง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างเหมาะสม\\n\t\t๒) แผนระยะยาว\\n\t\t๒.๑) ขอให้มีการขยายความกว้างของสะพานและช่องทางการจราจร บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๒ จากจำนวน ๒ ช่องจราจร เป็นจำนวน ๔ ช่องจราจร \\n\t\t๒.๒) ขอให้มีการขยายช่องทางการจราจรบริเวณช่วงคอสะพาน จากจำนวน ๒ ช่องจราจร เป็นจำนวน ๔ ช่องจราจร","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [180,735,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗","ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั้งสิ้น ๔๙ จังหวัด ๓,๒๖๓ แห่ง มีบุคลากรสาธารณสุขที่ถ่ายโอนจำนวน ๑๑,๙๒๘ อัตรา ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ที่พอใจและไม่พอใจ ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  รพ.สต. หลายแห่งต้องลดการบริการลง เพราะเจ้าหน้าที่ที่ประสงค์ถ่ายโอนมีจำนวนน้อย \\nจึงหาบุคลากรทดแทนไม่ทัน โดยเฉพาะแพทย์แผนไทยและนักกายภาพบำบัดซึ่งไม่ประสงค์ขอถ่ายโอนทั้งหมด การให้บริการในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หลายแห่งจึงงดไป โดยเฉพาะวันเสาร์และ\\nวันอาทิตย์ ทำให้ผู้ป่วยต้องไปใช้บริการที่โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) แทน ส่งผลให้ต้องเดินทางไกลขึ้นและเพิ่มค่าใช้จ่าย จากการประเมินของคณะอนุกรรมการ MIU (Ministry of Public Health Unit) ด้านการถ่ายโอนภารกิจฯ และ HITAP (Health Intervention and Technology Assessment Program) ภายใต้สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เจ้าหน้าที่ที่ได้ถ่ายโอนไปแล้วแจ้งความประสงค์ขอกลับไปยังกระทรวงสาธารณสุขถึงร้อยละ ๔๐ อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประเมินผลจากคณะกรรมการกระจายอำนาจ ซึ่งยัง\\nไม่แล้วเสร็จ เพราะการประเมินผลที่แท้จริงนั้นทำได้ยาก เพราะกระทรวงสาธารณสุขยังคงให้ความช่วยเหลือองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่ เพราะต้องการให้การถ่ายโอนไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ต้องรอการตั้งรัฐบาลชุดใหม่จึงจะดำเนินการถ่ายโอน ซึ่งมีองค์การบริหาร\\nส่วนจังหวัด ๑๕ จังหวัด ขอถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน ๕๒๒ แห่ง ข้าราชการ จำนวน ๑,๘๖๗ อัตรา ลูกจ้าง จำนวน ๑,๒๖๔ อัตรา ดังนั้น จึงขอหารือ ดังนี้\\n \t\t๑. การถ่ายโอนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ\\nจากโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) จำนวน ๑,๓๕๖ คน \\nเช่น วิสัญญีพยาบาล พยาบาลห้องฉุกเฉินและพยาบาลห้องผ่าตัด เป็นต้น ได้ถือโอกาสเข้าร่วมการถ่ายโอนไปด้วย \\nทั้งที่งานของตนไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ส่งผลทำให้กระทรวงสาธารณสุขสูญเสียบุคลากรที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณในการฝึกอบรมไปอย่างน่าเสียดาย มีผลกระทบต่อ\\nงานประจำในโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่เป็นต้นสังกัด และต้องสรรหาบุคลากรใหม่มาฝึกอบรม จึงขอสอบถามว่า\\nในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จะเกิดเหตุการณ์เช่นเดิมอีกหรือไม่\\n\t\t๒. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ มีเจ้าหน้าที่ที่ขอถ่ายโอนแจ้งความประสงค์ขอถอนชื่อ \\nแต่คณะอนุกรรมการส่งเสริมการถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด เพิกเฉยไม่ดำเนินการใด ๆ ทั้งที่ยังไม่ได้จัดทำงบประมาณการถ่ายโอนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ \\nในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. .... ที่อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรี อีกทั้งการตั้งคณะรัฐมนตรีก็มีความล่าช้า ส่งผลให้การพิจารณางบประมาณของสภาล่าช้าไปด้วย การบังคับบุคลากรจากสังกัดอื่นที่ไม่ยินยอมพร้อมใจ น่าจะเกิดปัญหาต่อการบริการประชาชนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บุคลากร\\nที่ขอถอนชื่อควรได้รับการอนุมัติ และ รพ.สต.ที่ถูกชี้ให้ถ่ายโอนไป หากไม่มีเจ้าหน้าที่สมัครใจ ก็ควรถอนชื่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ออก และไม่ควรปล่อยให้มีการถ่ายโอนไปโดยไม่มีบุคลากร\\nแล้วนำบุคลากรจากหน่วยงานอื่นมาทำงานแทน ดังเช่นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เห็นด้วยกับการถ่ายโอนบุคลากรไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพราะในระยะยาวการถ่ายโอนจะทำให้ รพ.สต. ได้รับงบประมาณมากกว่าการที่อยู่กับกระทรวงสาธารณสุข แต่ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามความพร้อมของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนไม่ใช่ดำเนินการอย่างเร่งรีบและขาดการเตรียมการของผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังคงมีปัญหาอื่นอีกเป็นจำนวนมาก","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [181,734,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ติดตามความคืบหน้าการเปลี่ยนชื่อเกาะพะงันให้กลับมาถูกต้อง","เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้ปรึกษาหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับการที่ประชาชน จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนชื่ออำเภอ “เกาะพะงัน” ซึ่งสะกดผิดตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ ให้กลับมาถูกต้องเป็นอำเภอ “เกาะพงัน” ซึ่งบัดนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาครบ ๑ ปี แล้ว โดยในบันทึก\\nการเสด็จชวาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี ๒๔๖๘ ระบุว่า “เรือมาถึงเกาะพงัน\\nเวลาเกือบ ๕ โมง...” วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๓ ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอระบุในเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า “จังหวัดสุราษฎร์ธานี” \\nตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ๑ แห่ง ให้เรียกชื่อว่า “กิ่งอำเภอเกาะพงัน” ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๗ \\nตอนที่ ๙๐ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๓ หน้า ๒๗๙๐ ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศพระราชกฤษฎีกา\\nตั้งอำเภอปลายพระยา อำเภอห้วยเม็ก อำเภอละแม อำเภอแม่จริม อำเภอหนองกี่ อำเภอโคกปีบ \\nอำเภอเกาะพะงัน อำเภอสนม อำเภอโซ่พิสัย อำเภอโนนสะอาด และอำเภอนาจะหลวย พ.ศ. ๒๕๒๐ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๓๑ วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๐) โดยมาตรา ๓ (๗) กำหนดให้ตั้งกิ่งอำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอำเภอเกาะพะงัน จึงทำให้มีการใช้คำว่า “เกาะพะงัน” ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่งเป็นการสะกดผิดมาจนถึงปัจจุบัน โดยการที่เคยหารือครั้งก่อนนั้น ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้มีการแก้ไขให้ถูกต้องเนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน \\nและเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ กรมการปกครองได้มีหนังสือแจ้งว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เคยทำหนังสือแจ้งไปยังกรมการปกครอง เพื่อขอเปลี่ยนชื่ออำเภอที่สะกดผิดให้กลับมาถูกต้อง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๒ และเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ แต่ขาดหลักฐานเอกสารอ้างอิง กรมการปกครองจึงแจ้งให้จังหวัด\\nส่งเอกสารอ้างอิงเพื่อประกอบการพิจารณา และเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ กรมการปกครองได้ติดตามสอบถามเป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเรื่องดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีความล่าช้าเป็นอย่างมากทั้งที่หลักฐานแสดงถึงความผิดพลาดคลาดเคลื่อนนั้น ได้ปรากฏอย่างชัดเจนในราชกิจจานุเบกษาดังกล่าว รวมถึงหลักฐานบันทึกเรื่อง “ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๖๘) ซึ่งเป็นหลักฐานสาธารณะ สามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ทันที ดังนั้น ขอติดตามความคืบหน้าในการเปลี่ยนชื่อเกาะพะงันให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีความสลับซับซ้อนใด ๆ สมควรที่จะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องในระยะเวลาอันสมควร อันเป็นการสะท้อน\\nถึงประสิทธิภาพในการบริหารงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [182,733,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดเก็บภาษีที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน","พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้รัฐสามารถหารายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยนำที่ดินมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการจัดเก็บภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์จะมีการจัดเก็บภาษีในอัตราสูงกว่าที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ทำให้ประชาชนนำที่ดินรกร้างว่างเปล่ามาทำการเกษตร แต่พื้นที่ป่าชายเลนในที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชนนั้นไม่เข้าข่ายนิยามพื้นที่เกษตรกรรมตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงถูกประเมินให้เป็นลักษณะที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ ซึ่งมีอัตราภาษีสูงกว่าที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ทำให้ประชาชนเกรงว่าจะเสียภาษีเป็นจำนวนมาก จึงได้ตัดและแผ้วถางป่าชายเลนเพื่อนำที่ดินไปทำการเกษตร เพื่อให้สามารถเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง \\nส่งผลให้พื้นที่ป่าชายเลนมีจำนวนลดลง ซึ่งพื้นที่ป่าชายเลนมีความสำคัญโดยเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ เป็นแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตามธรรมชาติ เป็นแหล่งดูดซับน้ำเสีย และดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ดังนี้ \\n\t\t๑. ขอให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทยชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินในพื้นที่\\nป่าชายเลนออกไปก่อน ทั้งนี้ หากกำหนดให้ป่าชายเลนไม่ใช่ที่ดินรกร้างว่างเปล่า แต่เป็นที่ดินป่าที่มี\\nความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับป่าไม้หรือป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อลดการจัดเก็บภาษี จะทำให้ลดการทำลายพื้นที่ป่าชายเลน\\n\t\t๒. ขอให้มีการแก้ไขประกาศกระทรวงการคลังและประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม โดยเพิ่มบัญชีแนบท้าย ก ลำดับที่ ๕๒ ว่าด้วยป่าชายเลน \\n\t\t๓. ขอให้แก้ไขพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงโดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีพื้นที่ป่าชายเลน ","กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [183,732,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายส่งเสริมบุคลากรในวงการลูกเสือเพื่อสนับสนุนการสร้างพลเมืองของชาติ","กระบวนการลูกเสือเป็นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ฝึกฝนเด็ก\\nและเยาวชน ให้เติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติ ซึ่งขณะนี้มี ๑๗๑ ประเทศทั่วโลก ที่มีการจัดฝึกอบรมกระบวนการ ลูกเสือ โดยมีเด็กและเยาวชนกว่า ๔๐ ล้านคน ที่ได้รับการฝึกอบรมกระบวนการลูกเสือเพื่อเติบโตไปเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ซึ่งปัจจุบันการลูกเสืออยู่ภายใต้การดูแลขององค์การลูกเสือโลก (World Organization of the Scout Movement, WOSM) สำหรับประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ และมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติและสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ตามที่ได้กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว นอกจากนี้ ที่รัฐสภาได้มีการจัดตั้งชมรมลูกเสือรัฐสภาไทย ซึ่งเมื่อวันที่ ๑ - ๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ ได้เดินทางไปประชุมสหภาพลูกเสือรัฐสภาโลก (World Scout Parliamentary Union \\n– WSPU) โดยที่ประชุมได้มุ่งเน้นให้สถาบันนิติบัญญัติของแต่ละประเทศเข้ามาสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือ กิจการลูกเสือในเรื่องของการติดตาม การให้คำปรึกษา ดูแล และกำกับทิศทางในการที่จะทำให้เกิด\\nการรับผิดชอบดูแลการพัฒนาลูกเสือ พร้อมกับติดตามการใช้กฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกิจการลูกเสือของทางราชการ อย่างไรก็ดี ในหลายประเทศกิจการลูกเสือดำเนินการภายใต้สมาคมเท่านั้น แต่สามารถดำเนินกิจการลูกเสือได้อย่างเข้มแข็งเพราะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นอย่างดี อาทิ ประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีฐานะเป็นประธานกรรมการบริหาร\\nลูกเสือแห่งชาติ ตามมาตรา ๑๕ (๑) แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยตำแหน่ง \\nว่าคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติและสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ โดยขับเคลื่อนภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ มีแนวทางหรือนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทางการลูกเสือ\\nที่สนใจจะให้การสนับสนุนกิจการลูกเสือ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนนอกรูปแบบการศึกษา \\nในการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของชาติตามวิสัยทัศน์ที่ได้กำหนดไว้อย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [184,731,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาของการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไข","การลงพื้นที่พบหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบข้อมูลการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่กระทรวงศึกษาธิการ โดยแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งบางคนมีความเห็นว่าวิชาประวัติศาสตร์ไม่จำเป็น\\nต้องแยก และบางคนมีความเห็นว่าการเรียนวิชาประวัติศาสตร์เป็นสิ่งล้าหลัง มอมเมาเยาวชน ประชาชน และมีคำถามว่า ถ้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้ว ผู้เรียนจะได้อะไร จึงขอเรียนว่า สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ คือ \\n\t\t๑. ผู้เรียนจะได้รับรู้ รับทราบ และเข้าใจถึงความเป็นมาและวิวัฒนาการของท้องถิ่น \\nและประเทศชาติว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อจะได้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ข้อผิดพลาด เพื่อนำมาแก้ไข\\nและพัฒนา\\n\t\t๒. ผู้เรียนจะได้รับรู้ถึงการเสียสละของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตที่ก่อตั้งรวมทั้งกอบกู้บ้านเมือง \\nอันเป็นการเสียสละของบรรพบุรุษ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยให้คงอยู่ \\n\t\t๓. สร้างความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผลว่า การเรียนวิชาประวัติศาสตร์จะพัฒนาไปสู่เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นแบบวิถีของคนไทย และธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์\\n\t\tทั้งนี้ ได้มีครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ\\nด้านการศึกษาเพื่อนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๔ ข้อ คือ\\n๑.\tควรจัดให้มีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิตสื่อการเรียนการสอน\\nโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และควรสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอน นำนักเรียนไปสู่แหล่งการเรียนรู้ \\nโดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองในลักษณะ Active Learning \\n๒.\tขอให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม นิเทศก์ และให้กำลังใจครูและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะได้ทราบปัญหาอุปสรรค และต่อยอดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์\\n๓.\tควรมีนโยบายในการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้ครูมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพ \\nในการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และต้องคำนึงว่าครูเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน\\nให้มีศักยภาพ และมีครูบางท่านได้ถ่ายทอดวิชาประวัติศาสตร์แก่เด็กนักเรียน โดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน บิดเบือน นักเรียนเข้าใจผิด และหลงผิด เกิดความชังชาติ รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และหากมีครูท่านใดประพฤติหรือกระทำการดังกล่าว ขอให้รัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรง\\n๔.\tปัจจุบันมีกลุ่มการเมืองเข้าไปในสถานศึกษา โดยอ้างว่าเพื่อเข้าไปสอนวิชาประวัติศาสตร์ \\nและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่นักเรียน ซึ่งอาจทำให้เด็กเข้าใจผิดหรือหลงผิดในชาติบ้านเมืองหรือการปกครอง ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรง ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการ และกำชับให้สถานศึกษากลั่นกรอง หากจะรับบุคคลใด หรือกลุ่มการเมืองใดเข้าไปในสถานศึกษา\\nเพื่อกระทำการดังกล่าว ขอให้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจัง","นายกรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [185,730,160,"นายวัลลภ  ตังคณานุรักษ์","นโยบายของรัฐบาล","กรณีการรับเด็กไร้สถานะเข้ารับการศึกษา","สถิติอัตราการเกิดของเด็กไทยน้อยลงจากล้านกว่าคนต่อปี ลดลงเหลือห้าแสนคนต่อปีต่อประชากรไทย ทำให้จำนวนเด็กที่เข้าเรียนจึงลดน้อยลง โรงเรียนหลายแห่งกลัวจะถูกยุบ จึงหา\\nทางออกด้วยการหาเด็กจากที่อื่นเพื่อเข้ามารับการศึกษา \\n\t\t\tกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ย้ายมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ และพบว่ามีเด็กนักเรียนเพียง ๑๒ คน\\nจึงหารือกับกรรมการมูลนิธิสระแก้วจังหวัดอ่างทองและกรรมการโรงเรียน พบว่า วิธีปฏิบัติ คือการนำเด็กข้ามชาติหรือจากพื้นที่ห่างไกลเข้ามาเรียน จึงได้ประสานไปยังศิษย์เก่าของโรงเรียนที่อยู่อำเภอแม่สลอง \\nจังหวัดเชียงราย เพื่อประสานขอรับเด็กเข้ามาเรียนที่จังหวัดอ่างทอง โดยรุ่นที่ ๑ จำนวน ๓๕ คน รุ่นที่ ๒ จำนวน ๙๐ กว่าคน รวมจำนวน ๑๒๖ คน โดยปัจจุบันเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรในประเทศไทย แต่เดิมถ้าเป็นเด็กที่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเด็กไทยหรือไม่ จะใช้เลข ๐ นำหน้า เรียกว่า เด็กหัว ๐ และเมื่อใด\\nที่เด็กหัว ๐ เข้ารับการศึกษา และเปลี่ยนจากเลข ๐ เป็นอักษรภาษาอังกฤษ ตัว G ตามด้วยเลข ๑๒ หลัก \\n\t\t\t\tจากนั้นได้มีการฟ้องร้อง อันมีเหตุสงสัยถึงจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ว่ามีการนำเด็กเข้ามาอย่างผิดกฎหมายหรือไม่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทองได้นัดประชุม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทองได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนในข้อหาที่รุนแรง คือ ลักลอบพาคนเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และค้ามนุษย์ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n\t\t\t๑. ขอให้ยุติการดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียน เนื่องจากได้มีการสืบสวนแล้วว่า \\nไม่ได้มีกระบวนการค้ามนุษย์ เป็นกระบวนการนำพาเด็กเป็นปกติเช่นที่เคยปฏิบัติมา \\n                        ๒.กรณีเป็นเด็กต่างด้าวมี ๓ ประเภท คือ \\n              \t\t\tประเภทที่ ๑ กรณีเป็นเด็กต่างด้าวข้ามมาเรียนที่ฝั่งไทยและข้ามกลับประเทศในตอนเย็น \\n                                ประเภทที่ ๒ กรณีตามพ่อแม่มาใช้แรงงาน เช่น จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด บุตรจะได้สิทธิ์เข้าเรียนโดยใช้เอกสารตามระเบียบในการสมัคร \\n\t  \t\t\tประเภทที่ ๓ คือ กรณีการรับเด็กจากพื้นที่ห่างไกลมาเรียน เช่นจากจังหวัดเชียงราย\\nมาเรียนที่จังหวัดอ่างทอง ทั้งที่โรงเรียนในจังหวัดเชียงรายยังมีที่ว่างเป็นจำนวนมาก ในประเด็นนี้มีข้อเสนอ\\nว่ากระทรวงศึกษาธิการควรมีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับโรงเรียนที่ห่างไกล ไม่ควรรับเด็กข้ามจังหวัด เพราะเด็ก\\nอยู่ในพื้นที่ใดควรเรียนพื้นที่นั้น หรือเด็กอักษร G คือ เด็กไร้สถานะบุคคล ควรเรียนในละแวกชายแดนนั้นหรือพื้นที่ที่เด็กอยู่ใกล้ที่สุด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [186,729,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","สถานการณ์บ้านเมือง","ปัญหาการพิสูจน์ความจนในสังคมที่เต็มไปด้วยระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย","กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์\\nการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๑๙๒ ง ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๖) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ว่าต้องเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้\\nไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ\\nเป็นผู้กำหนด ซึ่งเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง\\n \t\t\tทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าการใช้ระบบคัดกรองเพื่อให้บุคคลเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้ก่อให้เกิดปัญหามาโดยตลอด เป็นเหตุให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นศรัทธา เพราะที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับการคัดกรอง\\nว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนและมีสิทธิได้รับสวัสดิการของรัฐ ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ หรือเครือข่ายของนักการเมืองท้องถิ่นหรือข้าราชการ ขณะที่ประชาชนระดับรากหญ้าซึ่งไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร มักจะถูกคัดออกโดยปริยาย ดังเห็นได้จากกรณีการลงทะเบียนขอรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ \\nที่ปรากฏว่าประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการจัดสวัสดิการดังกล่าว ประกอบกับสภาพสังคมไทย\\nในปัจจุบันที่แม้จะมีน้ำใจงดงาม แต่มักจะเจือปนด้วยความอิจฉา มีการเลือกปฏิบัติ เลือกที่รักมักที่ชัง \\nเล่นพรรคเล่นพวก ตลอดจนมีการใช้ระบบอุปถัมภ์และการใช้เส้นสาย ด้วยเหตุนี้ จึงเกรงว่าการออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกปฏิบัติ การใช้ระบบอุปถัมภ์ และการใช้เส้นสาย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวน และใช้ความระมัดระวังในการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญประการหนึ่งของผู้มีสิทธิจะได้รับเงิน\\nเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยมีข้อเสนอแนะว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควรเป็นระบบสวัสดิการถ้วนหน้า ผู้สูงอายุที่มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไปทุกคน ย่อมมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยรัฐควรกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ไม่มีคุณสมบัติ ได้แก่ ผู้ที่แจ้งสละสิทธิการรับเงินเบี้ยยังชีพ และบุคคลอื่นที่ไม่มีคุณสมบัติ จะถูกคัดออกภายหลังจากที่กำหนดให้เป็นระบบสวัสดิการถ้วนหน้าแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แทนที่จะใช้การคัดคนเข้า \\nควรเปลี่ยนเป็นการคัดคนออก น่าจะมีความเหมาะสมกว่า","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [187,728,148,"นายลักษณ์ วจนานวัช","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาความล่าช้าในการจัดตั้งสภาการสัตวบาลตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕","พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยในบทเฉพาะกาล มาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้มีคณะกรรมการชุดหนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสภาการสัตวบาลตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อน ซึ่งคณะกรรมการตามบทเฉพาะกาลดังกล่าว มีหน้าที่และอำนาจในการออกข้อบังคับเท่าที่จำเป็นและดำเนินการให้ได้มา\\nซึ่งกรรมการของสภาการสัตวบาล ตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ภายในระยะเวลา ๑๕๐ วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลใช้บังคับ กล่าวคือ ภายในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๖ ซึ่งปัจจุบัน ได้ล่วงเลยระยะเวลามาพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่มีการสรรหาหรือจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาการสัตวบาลตามมาตรา ๑๕ เพื่อทำหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่อย่างใด จึงมีความห่วงใยว่า หากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสภาการสัตวบาลอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาบุคลากร ด้านการสัตวบาลให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อประโยชน์ต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยง และควบคุมมิให้มีการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ด้านการสัตวบาล อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงและดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้า และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศตามเหตุผลและความจำเป็น ในการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินการสรรหาหรือจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ\\nสภาการสัตวบาล ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (๓) (๔) (๕) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล \\nพ.ศ. ๒๕๖๕ โดยเร่งด่วน","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [188,727,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การป้องปรามการประพฤติมิชอบจากการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ","จากในระยะนี้สื่อมวลชนได้มีการรายงานข่าวปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์\\nเป็นจำนวนเงินที่สูงของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสาเหตุประการหนึ่งมาจากการที่มาตรการปราบปรามการเรียกรับสินบนของรัฐมีความล่าช้า และขาดพยานหลักฐานที่จะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐในกรณีดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้องค์การสหประชาชาติ \\nได้เสนอแนะในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งประเทศไทยได้ให้\\nความเห็นชอบและเป็นรัฐภาคีเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ความว่า “รัฐภาคีต้องจัดให้มีมาตรการและระบบ\\nที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องจัดทำคำแถลงถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากการทำงานไม่ว่าจะเป็นการลงทุน สินทรัพย์ ของขวัญ หรือผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์\\nในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง” ด้วยเหตุนี้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐ บัญญัติ\\nให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือปฏิบัติงานอยู่ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑ อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จึงเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการเรียกรับผลประโยชน์อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดในการตรา\\nพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และอนุวัติกฎหมายต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาสหประชาชาติ\\nว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งหากดำเนินการตามมาตรการนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว \\nปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบเจ้าหน้าที่ของรัฐจะลดลงได้อย่างรวดเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [189,726,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาของการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไข","การลงพื้นที่พบหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาระดับมัธยมศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบข้อมูลการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และการนำนโยบายของรัฐบาลมาสู่กระทรวงศึกษาธิการ โดยแยกวิชาประวัติศาสตร์ออกจากสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งบางคนมีความเห็นว่าวิชาประวัติศาสตร์ไม่จำเป็น\\\\nต้องแยก และบางคนมีความเห็นว่าการเรียนวิชาประวัติศาสตร์เป็นสิ่งล้าหลัง มอมเมาเยาวชน ประชาชน และมีคำถามว่า ถ้าเรียนวิชาประวัติศาสตร์แล้ว ผู้เรียนจะได้อะไร จึงขอเรียนว่า สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ คือ \\\\n\t\t๑. ผู้เรียนจะได้รับรู้ รับทราบ และเข้าใจถึงความเป็นมาและวิวัฒนาการของท้องถิ่น \\\\nและประเทศชาติว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อจะได้ทราบถึง ข้อดี ข้อเสีย ข้อผิดพลาด เพื่อนำมาแก้ไข\\\\nและพัฒนา\\\\n\t\t๒. ผู้เรียนจะได้รับรู้ถึงการเสียสละของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตที่ก่อตั้งรวมทั้งกอบกู้บ้านเมือง \\\\nอันเป็นการเสียสละของบรรพบุรุษ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยให้คงอยู่ \\\\n\t\t๓. สร้างความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์อย่างมีเหตุและผลว่า การเรียนวิชาประวัติศาสตร์จะพัฒนาไปสู่เรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นแบบวิถีของคนไทย และธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์\\\\n\t\tทั้งนี้ ได้มีครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ\\\\nด้านการศึกษาเพื่อนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๔ ข้อ คือ\\\\n๑.\tควรจัดให้มีงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการผลิตสื่อการเรียนการสอน\\\\nโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และควรสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอน นำนักเรียนไปสู่แหล่งการเรียนรู้ \\\\nโดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองในลักษณะ Active Learning \\\\n๒.\tขอให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม นิเทศก์ และให้กำลังใจครูและผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อจะได้ทราบปัญหาอุปสรรค และต่อยอดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์\\\\n๓.\tควรมีนโยบายในการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้ครูมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพ \\\\nในการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ และต้องคำนึงว่าครูเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน\\\\nให้มีศักยภาพ และมีครูบางท่านได้ถ่ายทอดวิชาประวัติศาสตร์แก่เด็กนักเรียน โดยไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน บิดเบือน นักเรียนเข้าใจผิด และหลงผิด เกิดความชังชาติ รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ และหากมีครูท่านใดประพฤติหรือกระทำการดังกล่าว ขอให้รัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาลงโทษทางวินัยร้ายแรง\\\\n๔ปัจจุบันมีกลุ่มการเมืองเข้าไปในสถานศึกษา โดยอ้างว่าเพื่อเข้าไปสอนวิชาประวัติศาสตร์ \\\\nและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่นักเรียน ซึ่งอาจทำให้เด็กเข้าใจผิดหรือหลงผิดในชาติบ้านเมืองหรือการปกครอง ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรง ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการ และกำชับให้สถานศึกษากลั่นกรอง หากจะรับบุคคลใด หรือกลุ่มการเมืองใดเข้าไปในสถานศึกษา\\\\nเพื่อกระทำการดังกล่าว ขอให้พิจารณาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและจริงจัง","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",9,2566,"2023-08-15T00:00:00"],
    [190,725,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาสัดส่วนการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานภาครัฐที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ","จากเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๖ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบรายงาน\\nของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งพบว่าสถิติการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่กำหนดสัดส่วนการจ้างงานคนพิการไว้ว่า \\nถ้าหน่วยงานมีพนักงาน ๑๐๐ คน จะต้องจ้างงานคนพิการ ๑ คน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ หน่วยงานของรัฐมีการจ้างงานคนพิการสูงถึงร้อยละ ๘๔ และหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๖๑ พบว่าสถิติการจ้างงานคนพิการ\\nในหน่วยงานของรัฐลดลงอย่างต่อเนื่อง และในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่าการจ้างงานคนพิการในหน่วยงาน\\nของรัฐลดลงเหลือเพียงร้อยละ ๒๑ ซึ่งตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\nพ.ศ. ๒๕๕๐ ได้บัญญัติให้หน่วยงานราชการและหน่วยงานเอกชนจะต้องมีการจ้างงานคนพิการ \\nหรือหากไม่สามารถจ้างงานคนพิการ จะต้องจัดสถานที่เพื่อให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการ หรือกรณีที่หน่วยงานไม่สามารถจ้างงานคนพิการและไม่สามารถจัดสถานที่ให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการได้ จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแทน ซึ่งหน่วยงานเอกชนมีการนำส่งเงินส่วนนี้เข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในขณะที่หน่วยงานของรัฐไม่มีการนำส่งเงินส่วนนี้เข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยปัจจุบันกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการมีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนหนึ่ง แต่กระทรวงการคลังได้มีคำสั่งให้กองทุนที่มีทุนหมุนเวียน\\nที่มีสภาพคล่องเกินความจำเป็นต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ซึ่งรวมถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้วย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรา ๑๓ (๔/๑) \\nและมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ นอกจากนี้ \\nในอนาคตหากมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่ดำเนินการจ้างงานคนพิการ หรือไม่จัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้า\\nหรือบริการให้แก่คนพิการ จะต้องถูกปรับลดงบประมาณลงตามสัดส่วนที่จะต้องมีการจ้างงานคนพิการ \\nทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกับภาคเอกชนในกรณีที่ไม่สามารถจ้างงานคนพิการ หรือไม่จัดหาสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่คนพิการ จะต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ","กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [191,724,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๓ ตอนปากพลี - อำเภอประจันตคาม (แนวใหม่)","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน กล่าวคือ โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๓ หรือ ถนนสุวรรณศร เป็นโครงข่ายทางหลวงสายหลัก\\nที่เชื่อมพื้นที่ภาคกลางกับพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกและเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงเอเชีย หมายเลข AH1 (Asian Highway1: AH1) ซึ่งเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานคร นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ไปยังประเทศกัมพูชาและประเทศเวียดนาม โดยกรมทางหลวงมีแผนปรับปรุงทางหลวง\\nให้เป็น ๔ ช่องจราจรตลอดเส้นทาง แต่เนื่องจากในช่วงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คือ ช่วงปากพลี - \\nอำเภอประจันตคาม มีเขตต้นไม้ใหญ่ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ กรมทางหลวงจึงมีโครงการก่อสร้างแนวใหม่ โดยรัฐบาลได้อนุมัติโครงการก่อสร้างดังกล่าวแล้ว เป็นทางหลวง ๔ ช่องการจราจร\\nตลอดเส้นทาง ระยะทาง ๒๘ กิโลเมตร การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ ได้แก่ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๔๘ ๘๐๐ ถึง กิโลเมตรที่ ๑๕๔ ๕๐๐ ระยะทาง ๖ กิโลเมตรเศษ และ ช่วงกิโลเมตรที่ ๑๖๑ ๖๐๐ ถึง กิโลเมตรที่ ๑๖๘ ๐๐ ระยะทาง ๖ กิโลเมตรเศษ รวมระยะทางทั้ง ๒ ช่วง ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ยังคงเป็นถนน ๒ ช่องจราจร ทั้งที่ควรมี ๔ ช่องจราจร อันเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสี่แยกบ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่า “สี่แยกร้อยศพ” โดยกรมทางหลวงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ด้วยการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าว เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุในเบื้องต้น นอกจากนี้ เส้นทางดังกล่าวยังมีจุดตัด – ทางแยก \\nที่มีการจราจรหนาแน่นมาก ได้แก่ \\n\t\tแยกที่ ๑ จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๑๙ เส้นทางปราจีนบุรี - ศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี \\n\t\tแยกที่ ๒ จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๒๐ จากจังหวัดปราจีนบุรี ไปยัง กองพลทหารราบที่ ๒ รักษาพระองค์ (ค่ายพรหมโยธี) ไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ \\n\t\tแยกที่ ๓ จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๒ จากจังหวัดปราจีนบุรี ไปยัง แยกห้วยขื่อ  อำเภอประจันตคาม และอำเภอกบินทร์บุรี \\n\t\tดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถในเส้นทางดังกล่าว ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย จึงขอให้ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\\n                ๑. ขอให้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๓ ตอนปากพลี - \\nอำเภอประจันตคาม (แนวใหม่) ในช่วงที่ยังเว้นว่างอยู่ ๒ ช่วง รวมระยะทางประมาณ ๑๓ กิโลเมตร \\nให้เป็นทางหลวง ๔ ช่องจราจรตลอดเส้นทาง\\n\t\t๒. ขอให้พิจารณาการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกบริเวณจุดตัด - ทางแยก จำนวน \\n๓ ทางแยกดังกล่าวข้างต้น \\n\t\t๓. ขอให้ปรับปรุงการติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกบ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [192,723,120,"นายพลเดช ปิ่นประทีป","ความเดือดร้อนของประชาชน","ช้างพลายเอกชัย","เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน \\nในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ได้รับเรื่องร้องทุกข์\\nจากนายธนบดี  พรหมสุข ประธานกรรมการศูนย์อนุรักษ์ช้าง ตำบลนาข่า อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม \\nและประธานกรรมการ บริษัท ช้างทองคำ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นเจ้าของและครอบครองช้างพลายเอกชัย แจ้งว่าช้างพลายเอกชัย เป็นช้างที่มีคชลักษณ์เข้าลักษณะ “ช้างสำคัญ” ครบถ้วนทั้ง ๗ ประการ ประกอบด้วย (๑) ตาขาว (๒) เพดานขาว (๓) เล็บขาว (๔) ขนขาว (๕) พื้นหนังขาว หรือสีคล้ายหม้อใหม่ (๖) ขนหางขาว \\nและ (๗) อัณฑโคตร์ขาว ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อน้อมเกล้าถวายเป็นช้างเผือกคู่พระบารมี\\nในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ แต่การดำเนินการกลับประสบปัญหาอุปสรรคนานัปการ จนเวลาล่วงเลยมากว่า ๖ ปี รวมทั้งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการข่มขู่ คุกคามต่อพลายเอกชัย เจ้าของ และผู้ดูแล จึงได้ร้องทุกข์ต่อวุฒิสภา เพื่อหวังเป็นที่พึ่ง\\n\tความเป็นมา\t\\n\tพลายเอกชัย ปัจจุบันมีอายุ ๓๘ ปี เดิมชื่อ พลายบุญยง มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดกระบี่ \\nเมื่อปี ๒๕๕๒ บริษัท ช้างทองคำ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ซื้อพลายบุญยง และเปลี่ยนชื่อเป็น “พลายเอกชัย” \\nโดยย้ายมาอยู่ที่จังหวัดมหาสารคาม ต่อมาในปี ๒๕๖๐ เจ้าของเริ่มสังเกตเห็นว่าพลายเอกชัยเป็นช้าง\\nสีประหลาด กล่าวคือ มีคชลักษณ์ปรากฏขึ้นครั้งละหนึ่งถึงสองประการ จนกระทั่งในที่สุดครบทั้ง ๗ ประการ จึงมั่นใจว่าพลายเอกชัย เป็น “ช้างสำคัญ” ตามพระราชบัญญัติสำหรับรักษาช้างป่า พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ จึงมีความประสงค์ที่จะน้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ให้ทันกับช่วงเวลาพระราชพิธีบรมราชาภิเษก\\n \tหลังจากนั้น ในปี ๒๕๖๑ นายอำเภอวาปีปทุม และผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม \\nได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อแจ้งสำนักพระราชวังให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสอบคชลักษณ์ และต่อมา ในปี ๒๕๖๒ ได้มีหนังสือถึงสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการตรวจสุขภาพช้าง\\nและขอคำแนะนำ ระหว่างนั้นได้มีปัญหาอุปสรรคหลายประการ รวมทั้งถูกกลั่นแกล้ง ปองร้ายหมายชีวิต\\nทั้งช้างและผู้ดูแล โดยช้างในปาง จำนวน ๙ เชือก รวมถึงพลายเอกชัย ถูกคนร้ายลอบวางยาพิษ เป็นเหตุให้ช้างล้มตายไปถึง ๓ เชือก ช้างที่เหลือล้มป่วย ผอมโซ ถ่ายเป็นเลือด ซึ่งผลการชันสูตรของสัตวแพทย์\\nได้สันนิษฐานว่า ช้างได้รับสารพิษในกลุ่มแลนเนท (Lannate) โดยเหตุการณ์ดังกล่าว พลายเอกชัยต้องรับการรักษาพยาบาลเป็นเวลานานหลายเดือน\\n \tในปี ๒๕๖๕ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมานาน อีกทั้งช้างและคนได้ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง \\nจึงตัดสินใจนำพลายเอกชัยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งระหว่างนั้นยังคงถูกสกัดกั้นตลอดเส้นทาง เมื่อเดินทางถึงกรุงเทพมหานครได้พักแรม ณ วัดเบญจมบพิตร เป็นเวลา \\n๒ วัน โดยสำนักพระราชวังรับทราบและได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยดูแล ปัจจุบันพลายเอกชัยได้ย้ายมาพักชั่วคราว ณ บ้านเลขที่ ๕ หมู่ที่ ๓ ตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยคหบดีผู้ใจบุญได้อนุญาต\\nให้ใช้สถานที่ชั่วคราว ต่อมา “ชมรมทำความดีเพื่อแผ่นดิน” ได้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรี \\nและกระทรวงวัฒนธรรม จนกระทั่งกรมศิลปากรได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการสมโภชช้าง” เพื่อรองรับ โดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งย้ำไปยังกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ว่าในเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ริเริ่มกระบวนการตามขั้นตอนของทางราชการมา\\nตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอตรวจสอบคชลักษณ์ อีกทั้งได้เตือนให้เจ้าของช้างหยุดการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ แต่ชาวบ้านที่ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวกลับมีความรู้สึกว่ายิ่งเงียบก็ยิ่งมีความเสี่ยง\\nที่จะเกิดอันตรายต่อช้างและคน\\n\tต่อมา ในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ นายพลเดช  ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเยี่ยมชมความสง่างามของพลายเอกชัย รวมทั้งหาแนวทางช่วยเหลือบรรเทาทุกข์\\nและความเดือดร้อนของบุคคลที่เกี่ยวข้อง\\n \tเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ สถานีวิทยุและโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์ได้รายงานข่าวเหตุการณ์ชายชุดดำกลุ่มหนึ่ง จำนวน ๕ - ๖ คน บุกเข้าไปยังปางช้างแก่งคอย ด้วยท่าทีไม่น่าไว้วางใจ จนทำให้พลายเอกชัยและผู้ดูแล ตลอดจนชาวบ้านที่มาเยี่ยมชม เกิดความตระหนกตกใจ \\n\tด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณามอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการดูแลรักษาความปลอดภัยของพลายเอกชัย ผู้ดูแล และผู้เกี่ยวข้องด้วยความเอาใจใส่ พร้อมกับเร่งรัดการดำเนินการตรวจสอบคชลักษณ์ของพลายเอกชัย เพื่อน้อมเกล้าถวายตามขั้นตอนของกฎหมายโดยมิชักช้า","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [193,722,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","นโยบายของรัฐบาล","เรื่อง ขอให้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่อาคารผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ปัญหาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด","คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัด\\nภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้พบว่า โรงพยาบาลเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอ มีจำนวนประชาชนที่มาใช้บริการปีละกว่า ๓๐,๐๐๐ คน โดยแต่เดิม โรงพยาบาลเชียงขวัญไม่มีอาคารผู้ป่วยในสำหรับรองรับผู้ป่วย\\nที่มีอาการหนักไม่สามารถกลับไปพักรักษาที่บ้านได้ และไม่สามารถส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษา\\nที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดได้ ผู้อำนวยการและบุคลากรของโรงพยาบาลเชียงขวัญ ตลอดจนภาครัฐ\\nและภาคเอกชน ได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของอาคารผู้ป่วยในเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมระดมทุนจำนวน ๕ ล้านบาทเศษ ดำเนินการจัดสร้างอาคารผู้ป่วยใน เพื่อให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชน\\nในพื้นที่ เป็นอาคารขนาด ๑๐ เตียง ประกอบด้วยห้องรวม ๑ ห้อง (๔ เตียง) ห้องพิเศษคู่ ๒ ห้อง (๔ เตียง) และห้องพิเศษเดี่ยว ๒ ห้อง (๒ เตียง) รวมทั้งสิ้น ๑๐ เตียง พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ \\nและห้องเก็บอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยได้ดำเนินการจัดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยในเบื้องต้น ได้รายงานต่อประธานกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและขอรับบริจาค\\nจากสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาจัดสรรหรือสนับสนุนการจัดทำ\\nคำของบประมาณเพื่อการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่อาคารผู้ป่วยใน โรงพยาบาลเชียงขวัญ \\nจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านการสาธารณสุขสำหรับประชาชนในพื้นที่\\nจากจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีการแบ่งเขตการปกครอง กล่าวคือ อำเภอเชียงขวัญ \\nและอำเภอทุ่งเขาหลวง แยกออกมาจาก อำเภอธวัชบุรี แต่สารบบที่ดิน อาทิ โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน ซึ่งแต่เดิม ออกเลขทะเบียนไว้ในเขตอำเภอธวัชบุรี ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการแบ่งเขตการปกครองดังกล่าว ทำให้ที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง ยังคงเป็นเลขทะเบียนในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี เป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง ประสบปัญหาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเพื่อขอรับ\\nการสนับสนุนตามโครงการประกันรายได้จากการปลูกข้าวประจำปี ๒๕๖๖ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงสารบบที่ดินในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ และอำเภอทุ่งเขาหลวง ให้สอดคล้องกับการแบ่งเขตการปกครองในปัจจุบัน เพื่อสิทธิประโยชน์\\nและอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว\\n\\n","กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [194,721,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการฝึกงานของนักศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี","หลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาวิชาชีพที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริงผ่านการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ ซึ่งเป็นความร่วมมือที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ โดยการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล กำหนดให้ผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติผ่านการฝึกงานในสถานประกอบการ ซึ่งสถานประกอบการจะมีการสอนงาน และให้นักศึกษาทำงานเป็นหลัก ซึ่งเป็นกระบวนการเพิ่มทักษะวิชาชีพและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ รวมทั้งมีการจ่ายค่าตอบแทนให้นักศึกษาเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง ซึ่งนับว่าแนวคิดการจัดการศึกษาที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม \\nได้รับการร้องทุกข์จากนักศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง \\n(ปวส.) ชั้นปีสุดท้าย สาขาวิชาการจัดการโรงแรม ของสถาบันการศึกษาในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ \\nว่าสถานประกอบการซึ่งเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ ได้รับนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าวเข้าฝึกงาน โดยให้\\nนักศึกษาทำงานต่อเนื่องวันละ ๑๐ - ๑๒ ชั่วโมง ซึ่งเกินกว่าเวลาทำงานปกติที่กฎหมายแรงงานกำหนด \\nมีการสอนงานน้อย นักศึกษามีวันหยุดที่ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เข้าพัก\\nในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และจ่ายค่าตอบแทนให้นักศึกษาต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประเด็นสำคัญคือสถานประกอบการมีสิทธิประเมินผลการฝึกงานของนักศึกษา ว่าผ่านหรือไม่ผ่านการศึกษาในช่วงปีสุดท้ายของการศึกษาหลักสูตรนี้ ซึ่งเป็นการเอารัดเอาเปรียบและไม่เป็นธรรมต่อนักศึกษา จนเป็นเหตุให้นักศึกษาบางส่วนที่ทนต่อแรงกดดันไม่ไหว จำใจต้องลาออกจากการศึกษาทั้งที่เรียนมาถึงปีสุดท้าย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ใช้ความเข้มงวดในการกำกับดูแล\\nและตรวจสอบหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี ทั้งนี้ เพื่อรักษามาตรฐานการศึกษาและเพื่อสวัสดิภาพ\\nของนักศึกษาในหลักสูตรอาชีวศึกษาทวิภาคี","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [195,720,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ความเดือดร้อนของนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ","เมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของนักเรียน ครู และผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๖ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา นำโดย นายตวง  อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการ ได้ลงพื้นที่ร่วมประชุมกับ คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ตลอดจนศิษย์เก่าของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว สรุปได้ว่า ในช่วง ๒ – ๓ เดือนที่ผ่านมา มีกลุ่มบุคคลซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่นให้เด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ให้ก่อความวุ่นวายขึ้นภายในโรงเรียน อาทิ ฝ่าฝืนกฎระเบียบของโรงเรียน กระทำผิด\\nต่อกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งไม่เคารพต่อผู้ใหญ่ ไม่เคารพครูอาจารย์ โดยที่ผ่านมา คณะกรรมการสถานศึกษา คณะครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ตลอดจนศิษย์เก่าของโรงเรียน ได้พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น\\nอย่างเต็มความสามารถแล้ว จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n\t\t๑. ควรใช้หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ เข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจกับกลุ่มบุคคล\\nที่ยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่นให้เด็กนักเรียนหญิงดังกล่าวกระทำการที่ไม่เหมาะสม แต่หากเห็นว่ามีเหตุจำเป็น\\nต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำผิด ก็ควรดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อคืนความสงบสุขให้แก่โรงเรียน\\n\t\t๒. ควรใช้หน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ ประสานกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดหาสถานศึกษาที่เหมาะสม มอบทุนการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนหญิงดังกล่าว เพื่ออนาคต\\nที่ต้องเติบโตอย่างเหมาะสม \\n\t\tอนึ่ง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการเป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ\\nมีประวัติความเป็นมายาวนาน และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราพระเกี้ยว เป็นสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพด้านการจัดการศึกษาระดับชั้นนำของประเทศไทย โดยปัจจุบัน\\nมีนักเรียนจำนวนกว่า ๔,๐๐๐ คน ย่อมเห็นได้ว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากจะเป็นการทำเพื่ออนาคตของเด็กนักเรียนหญิงดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการทำเพื่ออนาคตของเด็กนักเรียนอื่นจำนวนกว่า ๔,๐๐๐ คนด้วย ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [196,719,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การพิจารณานำนโยบายต่อต้านการทุจริตของสาธารณรัฐประชาชนจีนมาปรับใช้ ในประเทศไทย","ในปัจจุบันการต่อต้านการทุจริตในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการยังไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งจากการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตของสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลจีน\\nได้กำหนดนโยบายปราบปรามการทุจริต ว่าต้องมีการปราบปรามการทุจริตจนกระทั่งไม่กล้าที่จะทำการทุจริต หรือไม่สามารถที่จะทำการทุจริต และไม่อยากที่จะทำการทุจริตอีกต่อไป โดยประธานาธิบดีของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เน้นย้ำว่าการต่อต้านการทุจริตเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดที่ประชาชน\\nให้ความสนใจ และเป็นสงครามทางการเมืองที่ต้องไม่แพ้ ซึ่งต้องให้ความสำคัญและมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง\\nใน ๓ ประการ ดังนี้\\n\t\tประการแรก ต้องกำหนดให้เป็นวินัยของพรรคการเมืองและรัฐบาล โดยการจัดระเบียบ\\nและประสานการทำงานของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ\\n\t\tประการที่สอง ต้องให้ความสำคัญและเข้าใจการปราบปรามการทุจริตภายใต้สถานการณ์\\nที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยปรับปรุงระบบและกลไกการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการ\\nใช้อำนาจให้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรมตามกฎหมายเพื่อประชาชน ตลอดจนมีมาตรการป้องกันและควบคุม\\nการทุจริตให้มีมาตรฐาน โดยลดโอกาสในการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การอนุมัติ การอนุญาต รวมถึงกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด\\n\t\tประการที่สาม ปรับปรุงความสามารถการนำนโยบายการต่อต้านการทุจริตให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยการสร้างกฎระเบียบที่มีความจำเป็นขึ้นทั้งของพรรคการเมืองและรัฐบาล รวมทั้งระบบกฎหมาย \\nเพื่อให้สามารถมีผลใช้บังคับอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ มีความเด็ดขาด มีความเป็นธรรม และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",8,2566,"2023-08-08T00:00:00"],
    [197,718,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","มาตรการความปลอดภัยในการติดตั้งคานคอนกรีตสำเร็จรูปรูปกล่อง (Segment Box Girder)","ประเทศไทยมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ\\\\nการก่อสร้างพื้นสะพานส่วนบน (Super Structure) จากเดิมจะใช้วิธีการก่อสร้างโดยการหล่อคอนกรีตอัดแน่นอยู่กับที่ และต่อมาได้พัฒนาเป็นการก่อสร้างบนคานคอนกรีตสำเร็จรูปรูปกล่อง (Segment Box Girder) ซึ่งเป็นการก่อสร้างที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อาทิ โครงการก่อสร้าง\\\\nทางพิเศษ ช่วงสะพานพระราม ๙ - ดาวคะนอง กรณีคานคอนกรีตหล่นลงมาบนพื้นถนนพระรามที่ ๔ และโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช - ลาดกระบัง ที่คานคอนกรีตทรุดตัวทำให้สะพาน\\\\nถล่มลงมา และยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังจะก่อสร้าง อาทิ โครงการทางพิเศษสายพระราม ๓ - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก โครงการรถไฟความเร็วสูง\\\\nกรุงเทพฯ - นครราชสีมา โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกาย เป็นต้น ดังนั้น หากทุกฝ่ายปฏิบัติตามแบบก่อสร้างอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น จึงขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการติดตั้งคานคอนกรีตสำเร็จรูปรูปกล่อง (Segment Box Girder) เพื่อให้การเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ดังนี้\\\\n\t\t๑. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับจ้างดำเนินโครงการก่อสร้าง ต้องให้ความสำคัญ\\\\nกับความปลอดภัย ต้องมีการจัดทำข้อกำหนดและขอบเขตของงาน (Terms Of Reference : TOR) \\\\nที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความปลอดภัย\\\\n \t\t๒. ที่ผ่านมามีการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาออกแบบก่อสร้างที่มีประสบการณ์สูง ดังนั้น การออกแบบและการคำนวณสัดส่วนของค่างาน ต้นทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้างต่าง ๆ และตัวแปรต่าง ๆ (ค่า Factor F) จำเป็นต้องรอบคอบยิ่งขึ้น\\\\n\t\t๓. บริษัทผู้รับจ้างดำเนินโครงการก่อสร้างต้องมีความสามารถและประสบการณ์\\\\n \t\t๔. บริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างต้องให้ความสำคัญและเข้มงวดทุกขั้นตอน\\\\n \t\t๕. ผู้ปฏิบัติงานต้องทำตามแบบทุกขั้นตอน และมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน \\\\nโดยตรวจสอบร่างกายของตนว่ามีความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือไม่","กระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [198,717,56,"พลเอก ดนัย มีชูเวท","นโยบายของรัฐบาล","การลดก๊าซเรือนกระจกและการขายคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร","การลดก๊าซเรือนกระจก และการขายคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร สามารถนำไปสู่การลดปัจจัยการผลิตภาคการเกษตร และสามารถสร้างมาตรฐาน หรือตราสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมทั้งสามารถต่อยอดเพื่อขายคาร์บอนเครดิต เป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกร ที่สำคัญยังเป็นการดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Bio Circular Green : BCG) และเป็นการรองรับผลกระทบจากมาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ของสหภาพยุโรป จากการศึกษาพบว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลำดับที่ ๑๙ ของโลก แต่ได้รับผลกระทบจากสภาวะโลกร้อนขึ้นเป็นอันดับที่ ๙ จาก ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก ขณะนี้ทราบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการยกร่างแผนปฏิบัติการด้านการเกษตร เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ และดำเนินการในประเด็นลดก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนเครดิตภาคการเกษตร เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Thai Rice NAMA : Nationally Appropriate Mitigation Actions) เพื่อสนับสนุนให้มีการทำนา เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก ด้วยการ\\\\\\\\nทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำได้ ร้อยละ ๔๐ และลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายอินทรียวัตถุภายใต้สภาวะขาดออกซิเจน เทียบเท่า ๒๘ เท่าคาร์บอนไดออกไซด์ \\\\\\\\nโดยการปรับระดับพื้นนาให้เรียบเสมอทั้งแปลง และช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน มีการใส่ปุ๋ย\\\\\\\\nตามค่าวิเคราะห์ดิน ทำให้ลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเทียบเท่า ๒๗๙ เท่าคาร์บอนไดออกไซด์ โดยสรุป การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ในพื้นที่ ๑ ไร่ อาจลดได้ ๐.๕ - ๑ ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งส่วนลดนี้ สามารถนำไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตได้ แต่จำเป็นต้องหาวิธีดำเนินการเพื่อให้คุ้มทุน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ซึ่งอาจใช้การดำเนินแนวทางการรวมเป็นแปลงใหญ่เพื่อเฉลี่ยค่าใช้จ่าย\\\\\\\\nให้คุ้มต้นทุน เป็นต้น จากการศึกษาข้อมูลดังกล่าว ยังไม่สามารถสรุปแนวทางและนโยบายที่ชัดเจนได้ ดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้\\\\\\\\n \t\t๑.\tกระทรวงเกษตรและสหกรณ์\\\\\\\\n \t\t\t๑) มีนโยบายในการส่งเสริมโครงการ Thai rice NAMA และโครงการ Green Climate Fund Thai Rice เพื่อต่อยอดไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตในลักษณะการรวมเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้คุ้มค่าใช้จ่าย และเป็นรายได้เสริมให้แก่ชาวนาหรือไม่ หากมีนโยบายดังกล่าว ขอสอบถามว่า \\\\\\\\nเป็นการดำเนินการโดยกรมการข้าวเพียงเท่านั้น หรือกรมการข้าวร่วมกับภาคเอกชน หรือเป็นการดำเนินการของภาคเอกชนเท่านั้น โดยขอทราบหลักการ แนวทาง และกรอบระยะเวลาปฏิบัติ\\\\\\\\n \t\t\t๒) มีนโยบายในการสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม \\\\\\\\nเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าเกษตรที่อาจต้องใช้ตามมาตรการการนำสินค้าเกษตรเข้าสหภาพยุโรปหรืออเมริกา\\\\\\\\nภายในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๙ หรือไม่ อย่างไร\\\\\\\\n\t\t\t๓) ขอให้ชี้แจงรายละเอียดว่ากระทรวงฯ มีนโยบายในการทำโครงการ\\\\\\\\nลดก๊าซเรือนกระจกในพืชไม้ผลและพืชไร่เพื่อนำไปสู่การขายคาร์บอนเครดิตเป็นรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรในลักษณะดำเนินการรวมเป็นแปลงใหญ่ เพื่อให้คุ้มค่าใช้จ่ายอย่างไร หรือไม่ และมีการพัฒนาแนวทาง\\\\\\\\nการใช้...\\\\\\\\nการใช้เทคโนโลยี เช่น เทคนิคภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อลดค่าใช้จ่ายแทนการใช้บุคลากร ตลอดจน\\\\\\\\nเพิ่มความแม่นยำในการตรวจประเมินพื้นที่รับรองคาร์บอนเครดิตหรือไม่\\\\\\\\n\t\t๒.\tกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การบริหารจัดการ\\\\\\\\nก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)\\\\\\\\n \t\t\t๑) สถิติปริมาณการปล่อยและการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย \\\\\\\\nปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ ในภาพรวมของประเทศและแยกส่วน เช่น ภาคพลังงาน ภาคเกษตร \\\\\\\\nภาคการคมนาคมขนส่ง และอื่น ๆ มีจำนวนเท่าใด\\\\\\\\n \t\t\t๒) สถิติปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ทำโครงการภายในประเทศไทยทุกภาคส่วน \\\\\\\\nซึ่งมีผู้ทำการซื้อขายทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับภายในและต่างประเทศ ปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ มีปริมาณการขายคาร์บอนเครดิตในภาพรวมปริมาณเท่าใด\\\\\\\\n \t\t\t๓) มีนโยบายการพัฒนาและรับรองวิธีใหม่ ๆ ในการตรวจรับรองพื้นที่โครงการคาร์บอนเครดิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมหรืออื่น ๆ เพื่อลดการใช้บุคลากร\\\\\\\\nและเพิ่มความแม่นยำ นำไปสู่การลดค่าใช้จ่ายในการตรวจรับรองพื้นที่คาร์บอนเครดิต ทั้งภาคการเกษตร ป่าไม้ พลังงาน และอื่น ๆ รวมทั้งมีแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา หรือภาคเอกชน\\\\\\\\nนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยตรวจรับรองพื้นที่โครงการคาร์บอนเครดิตหรือไม่ ตลอดจนมีข้อจำกัด \\\\\\\\nและแนวทางการแก้ไขอย่างไร","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [199,716,238,"นายออน กาจกระโทก","ความเดือดร้อนของประชาชน","มาตรการป้องกันและการให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัย","เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา เกิดเพลิงไหม้\\\\nอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านโนนสาวเอ้ ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต ๓ และถึงแม้ว่าครู ชาวบ้าน และรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔ แห่ง ช่วยกันดับเพลิง แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เนื่องจากอาคารที่ถูกไฟไหม้เป็นอาคาร ๒ ชั้น โดยชั้นบนเป็นไม้และชั้นล่างเป็นปูน จึงเสียหายทั้งหลัง \\\\nรวมถึงอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สำนักงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และจากการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกับคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียนของโรงเรียนดังกล่าว \\\\nได้รับแจ้งว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต ๓ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล นอกจากนี้ ยังมีประชาชนช่วยกันบริจาคสิ่งของให้กับทางโรงเรียนดังกล่าว และจากเหตุการณ์นี้พบว่า \\\\nมีโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัยที่ทำให้อาคารเรียนเสียหายเช่นเดียวกัน คือ โรงเรียนบ้านหนองพิกุล \\\\nตำบลตากฟ้า อำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาสนับสนุน และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัย ดังนี้\\\\n \t\t๑. สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียนเพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเก่า และจัดหาอุปกรณ์สำนักงาน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น เครื่องเขียน และแบบเรียนของนักเรียนในโรงเรียนที่ประสบอัคคีภัย\\\\n \t\t๒. ควรกำหนดมาตรการป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นกับสถานศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ โดยการกำหนดให้มีช่างไฟฟ้าที่มีความชำนาญดำเนินการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า เนื่องจากครูแต่ละโรงเรียนไม่มีความรู้ความชำนาญเพียงพอในการตรวจสอบระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า\\\\n \t\t๓. ควรเสนอตั้งงบประมาณสำหรับการซ่อมแซม หรือปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งสายไฟฟ้าเก่าภายในอาคารเรียน มิใช่ให้โรงเรียนดำเนินการขอรับบริจาค เช่น \\\\nการทอดผ้าป่า หรือการทอดกฐินเพื่อหาเงินมาซ่อมแซมหรือสร้างอาคารเรียนเอง ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [200,715,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","นโยบายพัฒนาเด็กและเยาวชนของประเทศจะไปในทิศทางใด","สภาพสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีความสะดวกและรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันทางสังคมที่เพียงพอ ประกอบกับ ระบบการศึกษาในปัจจุบันได้มีการนำสื่อออนไลน์เข้ามาทดแทนสื่อเดิม ซึ่งสื่อออนไลน์จะมีเนื้อหาสั้นและส่งถึงกันได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถสร้างความรู้สึก ทัศนคติ แนวคิด และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้แสดงพฤติกรรมใหม่ ๆ ออกมา ซึ่งองค์การยูนิเซฟ (Unicef) ได้มีคำแนะนำนโยบายด้านเด็กและเยาวชนที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ ๕ ประการ คือ\\n \t\t๑. การขยายโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้ครอบคลุมเด็กทุกคน\\n \t\t๒. การจัดให้มีระบบการดูแลเด็กอายุต่ำกว่า ๓ ปีที่มีคุณภาพและทั่วถึง\\n \t\t๓. การพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ ๒๑ ให้แก่นักเรียน\\n \t\t๔. พัฒนาบุคลากรที่มีศักยภาพในการคุ้มครองเด็กอย่างเป็นระบบในระดับท้องถิ่น\\n \t\t๕. พัฒนาทักษะให้กับเยาวชนเพื่อก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของประเทศ\\nในอนาคต\\n \t\tอย่างไรก็ดี ประเทศไทยได้มีการกำหนดนโยบายการพัฒนาเด็กและเยาวชนไว้หลายแห่ง อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทในการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ \\nพ.ศ. ๒๕๕๐ แต่ยังไม่มีการดำเนินการเพื่อให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ กรมกิจการเด็กและเยาวชน หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกันนี้ อาจประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนอยู่ในทิศทางที่สร้างสรรค์และเป็นอนาคตของประเทศต่อไป","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [201,714,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การแก้ไขปัญหาส่วยในประเทศไทย","“ส่วย” เป็นปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบรูปแบบหนึ่งที่เกิดจาก\\nการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐในการให้บริการสาธารณะต่อประชาชน ซึ่งมีหลายรูปแบบ อาทิ\\nส่วยทางหลวง โดยการให้รถโดยสารและรถบรรทุกติดรูปลอก (Sticker) ไว้หน้ารถให้เจ้าหน้าที่เห็น \\nเพื่อจะได้ละเว้นการไม่บังคับใช้กฎหมายกับรถที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องและบรรทุกน้ำหนักเกิน ส่วยบัตรประชาชน\\nโดยกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่มีสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่รัฐจะเรียกรับผลประโยชน์จากการออกบัตรประชาชนให้แต่ไม่ถูกต้อง และไม่สามารถยืนยันการใช้สิทธิตามกฎหมายได้ และส่วยจากการอนุมัติ อนุญาตในการก่อสร้างต่าง ๆ นำมาซึ่งความเสียหายและเกิดอุบัติเหตุในภายหลังอยู่เป็นประจำ ดังที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น ซึ่งสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime : UNODC) กล่าวว่า ส่วยเป็นปัญหาคอร์รัปชันที่สำคัญ สมควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้ด้อยโอกาส ดังนั้น จึงขอเสนอ\\nให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาส่วยอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมทั้งดำเนินการให้ประชาชน\\nที่ได้รับความเสียหายสามารถร้องเรียนหน่วยงานต่าง ๆ ได้โดยสะดวกทุกช่องทาง และได้รับความคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นอกจากนี้ นโยบาย\\nไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) ที่ได้ดำเนินการในหน่วยงานรัฐหลายแห่งนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นวัฒนธรรมการทำงานของภาครัฐ สำหรับเจ้าหน้าที่\\nที่ทุจริตประพฤติมิชอบ ต้องได้รับการลงโทษทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างรวดเร็ว เด็ดขาดและยุติธรรม เพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง และลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด หากละเลยให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบ (Accountability)","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [202,713,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการขาดแคลนบริการด้านจิตสังคมในประเทศไทย","การประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรี\\nได้มีมติเห็นชอบร่างกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยเพิ่มโรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรงหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ถือเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับ\\nผู้ที่จะสอบเข้าเป็นข้าราชการพลเรือน เป็นเหตุให้มีการเคลื่อนไหวคัดค้านจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ\\nภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ว่าการกำหนดลักษณะต้องห้ามในการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการไม่เลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าบุคคลที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวไม่มีความสามารถในการทำงานใด ๆ และอาจเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติ\\nในการจ้างงาน จึงได้ขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนร่างกฎ ก.พ. ข้างต้น ต่อมา ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ได้มีมติอนุมัติร่างกฎ ก.พ. ดังกล่าว โดยยกเลิกข้อความการกำหนดให้โรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) ที่ปรากฏอาการเด่นชัดรุนแรง\\nหรือเรื้อรัง และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการ\\nไม่เลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่ง\\n         ปัจจุบัน ปัญหาด้านจิตสังคม (psychosocial) เป็นปัญหาที่มีความสลับซับซ้อน\\nและใหญ่กว่าปัญหาด้านสุขภาพจิต จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยพบว่า ขณะนี้มีผู้ปฏิบัติงานทั้งในระบบราชการและภาคเอกชนจำนวนมากที่ต้องเข้ารับบริการ\\nด้านจิตสังคม หากมีการออกกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... กำหนดให้โรคจิต (Psychosis) \\nหรือโรคอารมณ์ผิดปกติ (Mood Disorders) เป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับผู้ที่จะรับราชการ จะส่งผล\\nให้มีคนตกงานจำนวนนับแสน ประกอบกับ สภาพปัญหาของการให้บริการด้านสาธารณสุขในปัจจุบัน \\nที่ยังมีทัศนคติว่าความเจ็บป่วยทางจิตเป็นเรื่องไม่เร่งด่วน และให้บริการในระดับตติยภูมิ กล่าวคือ \\nรอจนกระทั่งผู้ป่วยมีอาการทางจิตที่รุนแรงมากจึงจะได้รับบริการรักษา และผู้ป่วยต้องไปโรงพยาบาล\\nที่ให้บริการเฉพาะทาง ขณะที่โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางแห่ง ไม่มีการให้บริการด้านสุขภาพจิต ซึ่งการบริการด้านจิตสังคมเป็นทั้งมาตรการแก้ไข \\nและวิธีการเพิ่มความสามารถของบุคคลให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ของตนเอง เพื่อความมีสุขภาวะส่วนตัวและทางสังคมที่ดี การฟื้นสภาพด้านจิตสังคมนั้น ครอบคลุมมิติด้านจิตวิทยาและสังคม \\nซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการทำให้บุคคลหรือชุมชนกลับมามีพลังเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง \\nโดยแนวทางการบริการด้านจิตสังคมได้รับการพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจและความเครียด ให้มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อผู้อื่น ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการ\\nพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนให้มีการบริการด้านจิตสังคม เพื่อรักษาผู้ที่เจ็บป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น \\nก่อนที่อาการจะรุนแรงจนยากแก่การรักษา ก่อปัญหาสังคม และถูกขับออกจากสังคมด้วยมาตรการ\\nทางกฎหมาย ดังเช่นกฎหมายของประเทศไทย ยังคงใช้ความมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน \\nเป็นเหตุให้ผู้ที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ แต่ในต่างประเทศได้พัฒนาไปถึงขั้นมีบริการทางจิตสังคม\\nในเรือนจำและทัณฑสถาน เนื่องจากเป็นที่ยอมรับกันว่าอาการเจ็บป่วยทางจิตย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา และมีแนวโน้มที่รุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ศูนย์บริการคนพิการบางแห่งได้นำเอา\\nหลัก “เพื่อนช่วยเพื่อน” หรือหลัก “Recovery Oriented Services” มาช่วยในการฟื้นคืนสู่สุขภาวะ\\nให้แก่ผู้ป่วยทางจิตที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถช่วยเหลือดูแลได้ เป็นการรักษาผู้ป่วยในระยะเริ่มต้น \\nโดยไม่จำเป็นต้องใช้บุคลากรระดับวิชาชีพขั้นสูงหรือจิตแพทย์ ทำให้สามารถป้องกันมิให้ความเจ็บป่วยทางจิตลุกลามจนกระทั่งก่อปัญหาสังคมตามมา ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาลว่าในระยะเวลาอันใกล้นี้\\nได้วางแผนการปรับปรุง พัฒนา หรือสร้างระบบบริการด้านจิตสังคมให้เกิดขึ้นในชุมชน โดยอาศัย\\nหลัก “Quality Rights” ขององค์การอนามัยโลกหรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",6,2566,"2023-07-25T00:00:00"],
    [203,712,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง","จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ได้ประกาศการเริ่มต้นของปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Ni?o) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ภูมิอากาศครั้งใหญ่\\nที่จะส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยใกล้พื้นผิวโลกเพิ่มสูงขึ้น มีสภาพอากาศที่รุนแรงเกิดขึ้นทุกภูมิภาคทั่วโลก \\nโดยมีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะส่งผล\\nให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน และปัญหาความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ดังนั้น \\nจึงขอปรึกษาหารือไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถึงการเตรียมการเพื่อรับมือสภาพปัญหาความแห้งแล้งที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติดังกล่าว ดังนี้\\n                ๓.๑สทนช. ได้มีการประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะเกิดขึ้น\\nกับประเทศไทยหรือไม่ มีระยะเวลายาวนานเพียงใด ตลอดจนได้มีการวางมาตรการแก้ไขปัญหา \\nทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ไว้หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๓.๒ สทนช. ได้วางแนวทางแก้ไขเชิงบูรณาการ โดยใช้มาตรการ/โครงการ ที่จะต้อง\\nดำเนินการก่อสร้าง หรือโครงการที่ไม่ต้องดำเนินการก่อสร้าง เพื่อใช้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้ง ตลอดจนการประเมินความต้องการน้ำและการบริหารจัดการไว้อย่างไร \\n\t\t๓.๓ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) \\nได้มีการกำหนดแนวทางการแก้ไขบรรเทาภาวะแห้งแล้งไว้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าในระยะยาว\\nจะมีการวางกลยุทธ์ที่จะดูแลและแก้ไขภาวะความแห้งแล้งอย่างมีเป้าหมายถึงระดับพื้นที่ชุมชนต่อไป\\n \t\t๓.๔ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๖๒ ได้กำหนดให้ “คณะกรรมการ\\nลุ่มน้ำ” จัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้งไว้แล้ว จึงขอสอบถามถึงความคืบหน้าของแผนป้องกัน\\nและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง รวมทั้งเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความแห้งแล้งดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง\\nการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล \\n \t\t๓.๕ สทนช. ได้มีการวางแผนงานระยะเร่งด่วน รวมทั้งมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหา\\nความแห้งแล้งต่อพื้นที่ชุมชนได้ทันทีหรือไม่ อย่างไร","สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [204,711,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การจัดหลักสุตรการสอนวิชาซ่อมเรือเฟอร์รี่ (Ferry) ขนาดใหญ่ ","ประเด็นปรึกษาหารือ จำนวน ๒ เรื่อง ได้แก่\\n \t\t๕.๑) เรื่อง การจัดหลักสูตรการสอนวิชาซ่อมเรือเฟอร์รี่ (Ferry) ขนาดใหญ่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ ในวิทยาลัยเทคนิค  \\n \t\t\tสืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา \\nและจังหวัดกระบี่ ว่าขณะนี้ประสบปัญหาไม่สามารถซ่อมแซมเรือขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากขาดแคลน\\nช่างที่มีความเชี่ยวชาญ จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดหลักสูตร\\nการซ่อมเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ ในวิทยาลัยเทคนิคของพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่\\n \t\t๕.๒) เรื่อง การตั้งศึกษาธิการภาค ๓ จังหวัดราชบุรี \\n \t    \tสืบเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการไม่มีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค ๓ จังหวัดราชบุรี เป็นระยะเวลามากว่า ๑๐ ปีแล้ว และในหลายจังหวัดไม่มีการแต่งตั้งศึกษาธิการภาคเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งศึกษาธิการภาค \\nในตำแหน่งที่ว่าง และหากไม่มีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณายุบตำแหน่งศึกษาธิการภาค","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [205,710,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","บทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมในยุคสังคมออนไลน์","ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้เข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของประชาชน\\nเป็นอย่างมาก มีเครื่องมือและอุปกรณ์ในการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้การส่งข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึงทุกพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม การสื่อสารที่สะดวกและรวดเร็วอาจทำให้การแสดงความคิดเห็น\\nหรือข้อมูลข่าวสารที่ส่งออกไปซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ (Fake News) เพื่อคุกคามและสร้าง\\nความแตกแยกให้กับสังคมสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกรณีผู้ที่แสดง\\nความคิดเห็นหรือให้ข้อมูลเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม และสื่อสารมวลชน\\nได้นำข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ (Fake News) นั้น ไปเผยแพร่ก็จะทำให้เกิดความแตกแยกของคน\\nในสังคมได้เป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น กรณีการยืนเคารพธงชาติหรือการยืนเคารพเพลงสรรเสริญ\\nพระบารมี ที่ปัจจุบันถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในแง่มุมเชิงสิทธิและเสรีภาพของบุคคล \\nซึ่งอาจส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียอัตลักษณ์ของคนไทยได้ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงวัฒนธรรมว่า ได้มีนโยบายและแนวทางในการสื่อสารที่เน้นการดูแลเกี่ยวกับเอกลักษณ์และอัตลักษณ์\\nของประเทศไทย เช่น ภาษาไทย การกราบไหว้ การแต่งกาย ศิลปะไทย ดนตรีไทย และการละเล่นพื้นบ้าน\\nของไทย อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เพื่อให้สังคมไทยเกิดการสื่อสารที่สร้างสรรค์นำไปสู่สังคมที่มีความสันติ\\nและเป็นอารยะต่อไป","กระทรวงวัฒนธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [206,709,107,"พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ","นโยบายของรัฐบาล","การขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต","จากปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ประเด็นพัฒนาที่ ๒ \\nตามแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ขับเคลื่อนการส่งเสริม\\nและพัฒนาการออกกำลังกายและเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้มีหนังสือ\\nถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการตามมติดังกล่าว โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ\\nคอยกำกับและติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิต \\nมีความจำเป็นต้องดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเป็นเวลาติดต่อกัน \\n๑๐ ปีขึ้นไป จึงจะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นวิถีชีวิตได้ ในอดีตสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ถูกขนานนาม\\nว่าเป็น “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” เนื่องจากคนจีนสูบฝิ่นเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นผู้นำของสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงเห็นความสำคัญในเรื่องการให้ประชากรสนใจการออกกำลังกายและการกีฬา โดยได้กล่าวว่า \\n“หากประชาชนจีนสุขภาพไม่แข็งแรง แล้วจะสู้ชาติใดในโลก” เพียงเวลาไม่นาน เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม \\nค.ศ. ๒๐๐๘ (๐๘/๐๘/๒๐๐๘) สาธารณรัฐประชาชนจีนได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก \\nณ กรุงปักกิ่ง จึงแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาการออกกำลังกายและการกีฬาของประชาชน จะเป็นการพัฒนาคนและพัฒนาชาติได้อย่างยั่งยืน\\n \t\tจากหนังสือซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยมีไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นการแสดงถึงวิสัยทัศน์ที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง จึงมีข้อเสนอแนะและประเด็นคำถาม ดังนี้\\n \t\tข้อเสนอแนะ\\n \t\tปลัดกระทรวงมหาดไทยควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการกีฬาจังหวัดและมีอำนาจหน้าที่ตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย \\nพ.ศ. ๒๕๕๘ จัดการประชุมเพื่อวางแผนจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง\\nจนกลายเป็นวิถีชีวิต\\n\t\tประเด็นคำถาม \\n \t\t๑. กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการติดตาม ตรวจสอบการทำงานหรือการดำเนิน\\nกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน\\nให้เป็นวิถีชีวิตในระดับจังหวัดให้เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ ๗ \\n(พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) อย่างไร\\n \t\t๒. กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการติดตาม ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการ\\nกีฬาจังหวัด เกี่ยวกับการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชน\\nให้เป็นวิถีชีวิตในระดับจังหวัด อย่างไร","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [207,708,238,"นายออน กาจกระโทก","สถานการณ์บ้านเมือง","คนทำความดีต้องมีที่ยืนในสังคม","เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๖ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เพื่อมอบเกียรติบัตรและเงินจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท ให้แก่นายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง นักเรียน\\nชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนนครนายกวิทยาคม และนายปรีชา  แก้วเงิน พลเมืองดี ซึ่งได้กระทำ\\nคุณงามความดีที่สมควรได้รับการยกย่อง กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ได้เกิดเหตุ\\nนักท่องเที่ยว พ่อ แม่ ลูก ประสบอุบัติเหตุจมน้ำบริเวณแก่งตาเบิ้ม หลังวัดชำนาญรังสรรค์ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยนายวุฒิศักดิ์ฯ และนายปรีชาฯ ได้พบเห็นเหตุการณ์ \\nจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือจนครอบครัวดังกล่าวรอดชีวิต ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้นายปรีชาฯ ที่ได้ให้\\nความช่วยเหลือจมน้ำและหยุดหายใจ แต่ได้รับการปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจจนปลอดภัย ส่วนนายวุฒิศักดิ์ฯ \\nมีอาการสำลักน้ำจนทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดและเลือดเป็นกรด ต้องเข้าพักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลนครนายกเป็นระยะเวลาหนึ่งและปัจจุบันได้กลับเข้าเรียนตามปกติแล้ว จากกรณีดังกล่าวขอแสดง\\nความขอบคุณสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปราจีนบุรี นครนายก และหน่วยงานภาคเอกชนต่าง ๆ ที่ได้ให้กำลังใจ\\nแสดงความชื่นชมโดยมอบเงินรางวัลและเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติแก่พลเมืองดี ตลอดจนขอขอบคุณคณะครูโรงเรียนนครนายกวิทยาคม ที่สอนให้เด็กเป็นคนดีของสังคม นอกจากนี้ ขอสะท้อนไปยังสื่อมวลชน\\nว่าเรื่องราวดี ๆ ของเยาวชนที่เป็นตัวอย่างที่ดีน่ายกย่องของสังคม สื่อมวลชนกลับไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร และไม่มีการนำเสนอข่าวเป็นวงกว้าง แต่กลับให้ความสนใจนำเสนอข่าวบุคคลที่กระทำผิดและฝ่าฝืนกฎระเบียบของสังคมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอเสนอความคิดเห็นไปยังนายกรัฐมนตรีว่าควรพิจารณา\\nตั้งหน่วยงานเพื่อดูแล ส่งเสริมและสนับสนุน หรือจัดสวัสดิการให้กับบุคคลที่ประกอบคุณงามความดี\\nดังเช่นบุคคลทั้งสองที่กล่าวมาข้างต้น ทั้งนี้  เพื่อให้คนดีมีที่ยืนและเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม \\nและมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",4,2566,"2023-07-18T00:00:00"],
    [208,707,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเรียกคืนเงินจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  โดยไม่เป็นธรรม ","พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐   มาตรา ๒๔ (๒) ได้กำหนดแหล่งที่มาของเงินในกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ว่าเงินกองทุนประกอบด้วย เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ทั้งนี้ ให้รัฐบาลจัดสรรให้เพียงพอแก่การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่เคยจัดสรรเงินอุดหนุนให้กองทุนมาโดยตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ในขณะเดียวกันแหล่งที่มาของเงินอีกแห่งหนึ่งคือ มาจากสถานประกอบการหรือนายจ้างภาคเอกชนที่ไม่จ้างงานคนพิการตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวงฉบับปัจจุบันกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีคนงานตั้งแต่หนึ่งร้อยคนขึ้นไปต้องจ้างงานคนพิการหนึ่งคน กรณีนี้ทำให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการเอกชนจำนวนหนึ่งนำส่งเงินเข้ากองทุน ทำให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมีรายได้โดยเฉลี่ยสองพันล้านบาทต่อปี            \\n\t\tอย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้ผลักดันให้มีกฎหมายกองทุนหมุนเวียน \\nซึ่งกำหนดให้ทุนหมุนเวียนต่าง ๆ รวมถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการสามารถมีเงินสะสมสูงสุดได้ไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาการกำหนดจำนวนเงินสะสมสูงสุด และการนำทุนหรือผลกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ และกระทรวงการคลังได้กำหนดให้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการที่อยู่สูงกว่าสัดส่วนของเงินที่จะสามารถสะสมสูงสุดได้จะต้องนำส่งคืนคลัง ซึ่งมีข้อสังเกตว่าเงินเกือบทั้งหมดในกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนั้น เป็นเสมือนเงินเดือนค่าจ้างของคนพิการ ซึ่งมาจากการที่นายจ้างที่ไม่พร้อม\\nจะจ้างงานคนพิการยอมนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามกฎหมาย และกองทุนนี้มีวัตถุประสงค์เฉพาะ\\nว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่เมื่อรัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ และได้กำหนดให้กองทุนต่าง ๆ รวมทั้งกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ อยู่ในข่ายที่สามารถมีเงินสูงสุดได้ไม่เกินตามที่พระราชกฤษฎีกากำหนด จะต้องจ่ายเงินคืน\\nให้กระทรวงการคลัง จึงเป็นกรณีที่น่าสงสัยว่ามีความชอบธรรมหรือไม่ ในการบรรจุกองทุนส่งเสริม\\nและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้อยู่ในข่ายที่จะต้องจ่ายเงินส่วนเกินสูงสุดคืนให้คลัง เนื่องจาก\\nกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีวัตถุประสงค์เฉพาะ มีแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งเป็นเงินค่าจ้างคนพิการที่นายจ้างไม่ได้จ้างและจ่ายเงินสบทบแทน  \\n\t\tดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้\\nมีกองทุนที่พระราชกฤษฎีกากำหนดว่าไม่ต้องจ่ายเงินคืนคลังแม้ว่าจะมีเงินสะสมเท่าใดก็ตาม ได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนเงินทดแทน และกองทุนการออมแห่งชาติ รวมถึงกองทุนอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยในระยะเริ่มแรกอาจขอให้คณะกรรมการ นโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ประกาศให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายเงินคืนให้กระทรวงการคลัง ทั้งนี้เพราะที่มาของเงินเป็นที่ชัดแจ้งแล้วว่าเป็นเงินค่าจ้างคนพิการ อีกทั้ง วัตถุประสงค์ของกองทุนก็เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเท่านั้น ไม่มีวัตถุประสงค์ให้นำเงินไปใช้ประการอื่นแต่อย่างใด ในขณะที่กระทรวงการคลังเร่งให้กองทุนหมุนเวียนทุกกองทุนใช้เงินให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเร่งรัดการใช้เงินไม่ให้มีเงินค้างจ่าย แต่กระทรวงที่เกี่ยวข้องกลับพยายามจำกัดการใช้เงิน จึงเป็นสิ่งที่ย้อนแย้งกันเอง จึงขอให้มีการทบทวน โดยออกเป็นประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน ให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\\nคนพิการไม่ต้องนำส่งเงินคืนให้กระทรวงการคลังตามเงื่อนไขข้างต้น และในระยะยาวขอให้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว เพื่อแก้ไขให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการไม่ต้องจ่ายเงินคืนให้กระทรวงการคลังอีกต่อไป","กระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [209,706,150,"พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา ได้เดินทางไปศึกษาดูงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๖ พบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งอาจมีการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง \\nพ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป แต่ตามบทบัญญัติในมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่\\nปี ๒๕๖๓ ได้กำหนดให้การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ให้เพิ่มขึ้นร้อยละ ๐.๓ ของทุก ๓ ปี จึงทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งได้เพิ่มอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ในปี ๒๕๖๖ (เป็นปีที่ ๔ ที่มีการเก็บภาษี) ขึ้นอีกร้อยละ ๐.๓ \\nเป็นร้อยละ ๐.๖ ตามมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งอาจจะขัดกับพระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่กำหนดให้ใช้อัตราภาษีนี้ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๕ เป็นต้นไป \\nโดยไม่ได้กำหนดให้เพิ่มอัตราการเก็บภาษีขึ้นในปีถัด ๆ ไป ดังนั้น จึงใคร่ขอให้วุฒิสภาส่งเรื่องนี้\\nให้กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย พิจารณาเพื่อทำความเข้าใจในแนวทางการประเมินภาษี\\nที่ถูกต้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดต่อไป        \\n\\n  การดำเนินการ…\\n           \\n\t\tการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นเป็นของปี ๒๕๖๖ ซึ่งเจ้าหน้าที่องค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่นได้ส่งแบบประเมินไปให้กับผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนใหญ่แล้ว ทำให้มี\\nสองมาตรฐานที่แตกต่างกัน เหตุผลที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเป็นเพราะในช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา รัฐบาล\\nได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ตราพระราชกฤษฎีกาจำนวนหลายฉบับ ทั้งเพื่อแก้ไขปรับปรุงและเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่องค์กรปกครอง\\nส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย พิจารณาพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกอบพระราชกฤษฎีกาเหล่านั้นแล้ว มีการตีความกฎหมายไม่ตรงกัน ทำให้มีการเรียกเก็บภาษี\\nที่ไม่ถูกต้อง ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมานี้เป็นประเด็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฯ ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติ มิใช่มีเพียงเท่านี้ ยังมีประเด็นปัญหาอื่น ๆ อาทิ ความยุ่งยากในการประเมินภาษี ซึ่งต้องทำการประเมินใหม่ทุกปี เพราะมีปัจจัย\\nที่ปรับเปลี่ยนไป เช่น การเสื่อมราคาของสิ่งปลูกสร้าง การปรับปรุงราคาประเมินที่ดิน โดยกรมธนารักษ์ได้มีการประกาศราคาประเมินที่ดินฉบับใหม่ของปี พ.ศ. ๒๕๖๖ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างหลายอย่าง\\nที่ไม่อยู่ในความหมายของบทนิยาม คำว่า “สิ่งปลูกสร้าง” ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ \\nเช่น หอส่งสัญญาณของบริษัทโทรคมนาคม ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บภาษีจากบริษัทโทรคมนาคมได้ ทั้งที่ในอดีตสามารถจัดเก็บภาษีได้ เป็นต้น  \\n\t\tอนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เคยตอบชี้แจงว่าในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ เป็นปีที่ ๕ ของการบังคับใช้พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ จะต้องมีการพิจารณาทบทวนประเด็นปัญหาต่าง ๆ จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งรวมถึงอัตราภาษีแบบต่าง ๆ จำนวน ๔ ชนิด ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ยังไม่เกิดความเป็นธรรม และทำให้การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ซึ่งตราขึ้นใช้บังคับแทนกฎหมายเดิมที่ถูกยกเลิกไป ได้แก่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบำรุงท้องที่ ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายที่มุ่งประสงค์ให้ลดความเหลื่อมล้ำ โดยจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจากภาคธุรกิจหรือคนมีฐานะทางเศรษฐกิจดีมาเฉลี่ยให้กับการพัฒนาท้องถิ่น จึงได้มีการมอบหน้าที่จัดเก็บภาษีในส่วนนี้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","กระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [210,705,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การเก็บเงินค่าใช้น้ำบาดาลจากการเกษตร ","ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) ทำให้เกิดวิกฤตภัยแล้งในปี ๒๕๖๖ - ๒๕๖๗ โดยเกษตรกรในพื้นที่เขตชลประทาน ซึ่งมีร้อยละ ๓๐ ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด จะได้รับการช่วยเหลือ แต่พื้นที่การเกษตรนอกเขตชลประทานซึ่งมีมากกว่า เกษตรกรจำเป็นต้องช่วยเหลือตนเองโดยการขุดบ่อกักเก็บน้ำ หากพื้นที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติก็สามารถสูบน้ำผิวดินมาใช้ได้ แต่หากไม่มีแหล่งน้ำดังกล่าว จำเป็นต้องขุดบ่อน้ำบาดาล ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนบาทที่เกษตรกรต้องจ่ายและคุณภาพน้ำบาดาล ไม่ดีเท่าน้ำผิวดิน เพราะไม่มีแร่ธาตุสารอาหาร ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล มีหลักเกณฑ์ข้อหนึ่งว่า การขุดเจาะน้ำบาดาลต้องดำเนินการขออนุญาต แต่มีเงื่อนไขว่ากรณีที่มีระบบน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคผ่านพื้นที่การเกษตร เกษตรกรต้องเสียค่าใช้น้ำบาดาล ลูกบาศก์เมตรละ ๓.๕๐ บาท แต่การประปาส่วนภูมิภาคเก็บค่าใช้น้ำบาดาลลูกบาศก์เมตรละ ๑๐ บาท ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนจึงต้องเรียกเก็บในราคาดังกล่าว โดยขอยกตัวอย่าง กรณีเกษตรกรมีพื้นที่ปลูกทุเรียน จำนวน ๕ ไร่ ไร่ละ ๒๐ ต้น มีอัตราการใช้น้ำ ๑๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หากเป็นน้ำบาดาลจะจ่ายเงินในอัตรา ๓๕๐ บาทต่อวัน หรือ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีค่าปรับในกรณีที่เกษตรกรได้รับใบแจ้งยอดแล้วไม่ชำระภายใน ๑ เดือน ต้องเสียค่าปรับร้อยละ ๑๐ หากเกิน ๒ เดือน ต้องเสียค่าปรับร้อยละ ๒๐ หากเกิน ๓ เดือน คิดค่าปรับร้อยละ ๓๐ หากเกิน ๔ เดือน คิดเป็นสองเท่าของเงินค้างชำระ ถือเป็นการซ้ำเติมและสร้างภาระให้กับเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทั้งที่น้ำบาดาลถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็มิได้ลงทุนเหมือนการประปาส่วนภูมิภาคที่ต้องลงทุนหาแหล่งน้ำที่มีคุณภาพเพื่อผลิตน้ำประปาให้สามารถใช้สำหรับอุปโภคบริโภคได้ เพราะเหตุใดจึงเรียกเก็บค่าน้ำบาดาลลูกบาศก์เมตรละ ๓.๕๐ บาท จากเกษตรกร ดังนั้น จึงขอเสนอว่าหากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต้องการเก็บเงินค่าใช้น้ำบาดาล ควรเรียกเก็บจากการใช้ในครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมเพราะทำให้ประชาชนจ่ายเงินในราคาถูกกว่าการจ่ายให้กับการประปาส่วนภูมิภาค แต่สำหรับภาคการเกษตรที่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมากโดยเฉพาะในฤดูแล้ง ควรยกเว้นการจัดเก็บค่าน้ำบาดาลทุกกรณี","กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [211,704,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาน้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยส่งผลต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร","ปัญหาน้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยส่งผลต่อน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร จากการลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา \\\\nณ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ พบข้อมูลภาพรวมปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ ดังนี้\t๑. ไม่มีเขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับร้อยละ ๘๑ ขึ้นไป \t๒. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับร้อยละ ๕๑ – ร้อยละ ๘๐ จำนวน ๑๒ แห่ง ๓. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับร้อยละ ๓๑ – ร้อยละ ๕๐ จำนวน ๑๔ แห่ง  ๔. เขื่อนที่มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ ๓๐ จำนวน ๙ แห่ง โดยใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ มีปริมาณน้ำต้นทุนสะสม จำนวน ๑๖,๘๔๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ในขณะที่ปี nพ.ศ. ๒๕๖๖ มีปริมาณน้ำต้นทุนสะสม จำนวน ๑๔,๖๖๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีปริมาณ \\\\nน้ำต้นทุนน้อยกว่า ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ อยู่จำนวน ๒,๑๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ดี เขื่อนทั่วประเทศยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก จำนวน ๓๗,๗๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร อนึ่ง ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นปีที่จะต้องเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (EL Nino) ซึ่งฝนจะตกน้อยลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนที่จะกักเก็บไว้เพื่อนำมาใช้ในฤดูแล้งมีปริมาณน้อย คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา \\\\nจึงมีความห่วงใยว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการอุปโภคและบริโภค และในปี \\\\nพ.ศ. ๒๕๖๗ อาจจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ และปัจจุบันพบว่ายังมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ดังนั้น จึงขอสอบถามไปยังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าได้มีแผนงานและมาตรการรองรับการขาดแคลนน้ำ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หรือไม่ อย่างไร","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [212,703,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การสอบครูผู้ช่วยส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา","จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ ๒๔ – ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๖ โดยมีการสอบภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป และภาค ข มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มีเขตพื้นที่การศึกษาเปิดสอบ จำนวน ๒๐๕ แห่ง มีตำแหน่งว่าง จำนวน ๗,๘๑๓ ตำแหน่ง และมีผู้สมัครสอบ ๑๗๒,๐๒๖ คน แต่มีผู้สอบผ่านภาคทั้งภาค ก และภาค ข จำนวน ๔๒,๙๕๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๕.๕๙ ถือได้ว่ามีผู้สอบผ่านน้อยกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา \\nเช่น จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๒ มีผู้สมัครสอบ ๑,๓๔๗ คน สอบผ่าน ๓๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๒.๓๗ หรือจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ มีผู้เข้าสอบ ๗๒๐ คน มีผู้สอบผ่าน ๒๐ คน นอกจากนี้ สาขาวิชาเอกประถมวัยไม่มีผู้สอบผ่าน และสาขาวิชาเอกภาษาเวียดนามในพื้นที่จังหวัดเลย และจังหวัดหนองบัวลำภูไม่มีผู้สอบผ่านเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เขตพื้นที่การศึกษาได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัย \\nศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏต่าง ๆ เป็นผู้ดำเนินการออกข้อสอบ จึงขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้           \\n\t\t(๑) ผู้เข้าสอบจบการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย และสถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้ออกข้อสอบ แต่ในการสอบครั้งนี้มีผู้สอบผ่านน้อย แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการศึกษาในระดับ อุดมศึกษาของประเทศไทยกำลังตกต่ำ    \\n\t\t(๒) การเปิดสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยและบุคลากรทางการศึกษา มีผู้สมัครสอบ   ๑๗๒,๐๒๖ คน ซึ่งผู้เข้าสอบเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และทำให้สูญเสียงบประมาณในการจัดสอบ\\nเป็นจำนวนมากเช่นกัน         \\n\t\t(๓) เมื่อมีผู้สอบผ่านตำแหน่งครูผู้ช่วยน้อย สถานศึกษาที่จะบรรจุครูในตำแหน่ง\\nสาขาวิชาเอกต่าง ๆ ย่อมทำให้หาครูมาบรรจุยากมากขึ้น และได้ครูที่มีความรู้ความสามารถไม่ตรงกับความต้องการ ส่งผลถึงคุณภาพทางการศึกษา","กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๑",2,2566,"2023-07-11T00:00:00"],
    [213,702,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","กฎหมาย","การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร","สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ นาฬิกา ณ หน่วยเลือกตั้งที่เกษตรกรมีรายชื่อที่ประกาศไว้ในแต่ละอำเภอ โดยเป็นการเลือกตั้งแบบ\\nหย่อนบัตรออกเสียงลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ ใช้เงินงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง จำนวนมากถึง ๕๔๐ ล้านบาท โดยสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ถือเป็นส่วนหนึ่งของสภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นสภาวิชาชีพของเกษตรกร มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการเกษตรตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การตลาด การวิจัยและพัฒนาองค์กรเกษตรกร การทำการเกษตรรูปแบบใหม่ ตลอดจน\\nการติดต่อประสานงานด้านนโยบายการเกษตรกับองค์กรภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ \\nเพื่อกำหนดนโยบายด้านการเกษตรในการยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่าเกษตรกรจำนวนมากยังไม่ทราบเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดดังกล่าว อันเนื่องมาจาก\\nการประชาสัมพันธ์ยังไม่ครอบคลุมถึงเกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเพียงพอ เป็นที่กังวลว่าเกษตรกรอาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนจำนวนน้อยกว่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ (สกช.) ได้พิจารณาให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้รับทราบและออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดครั้งนี้ให้มากที่สุด","เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [214,701,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","ความเดือดร้อนของประชาชน","การบริการรับ - ส่งผู้โดยสารของรถแท็กซี่ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง","จากได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชน ว่าท่าอากาศยานดอนเมืองไม่อนุญาตให้\\\\nรถแท็กซี่จอดส่งผู้โดยสาร บริเวณชั้น ๓ ซึ่งเปิดให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางภายในประเทศ (ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ) โดยให้ไปจอดส่งผู้โดยสาร บริเวณชั้น ๑ หรือชั้น ๒ เป็นเหตุให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เพราะเมื่อลงจากรถแท็กซี่แล้วต้องขนสัมภาระขึ้นไปที่ชั้น ๓ ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาอนุญาตให้รถแท็กซี่สามารถจอดรับ - ส่งผู้โดยสาร บริเวณชั้น ๓ ในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในบริเวณชั้น ๓ และลดความแออัดของผู้โดยสารที่รอรถแท็กซี่ในบริเวณชั้น ๑","ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [215,700,179,"พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร","นโยบายของรัฐบาล","เร่งรัดการดำเนินการตามโครงการ “ธรรมจักรสีเขียว” เพื่อให้ศาสนสถานต่าง ๆ  มีส่วนในการดูแลรักษาป่าอย่างเป็นรูปธรรม","หลวงพ่อนิพนธ์ อภิปสันโน วัดป่าศาลาน้อย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้ดูแลพื้นที่ป่าทั้งพื้นที่ซึ่งได้รับอนุญาตเข้าใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ และดูแลพื้นที่บริเวณใกล้เคียง จำนวนกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ โดยการสร้างรั้วเพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกลักลอบตัดไม้ ซึ่งเดิมประชาชนมักบุกรุกตัดต้นไม้และทำไร่ข้าวโพด นอกจากนี้ ยังได้ดูแลรักษา ปกป้อง คุ้มครองพื้นที่ป่ามาเป็นอย่างดี ทั้งป้องกันไฟป่า \\nดับไฟป่า และปลูกป่ามาโดยตลอด ทำให้ปัจจุบันสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีวัดและสำนักสงฆ์หลายแห่งทั่วประเทศได้ดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม มีพระสงฆ์จำนวนมากที่มีความกังวลในการดำเนินการปกป้องผืนป่าดังกล่าว ว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าหน้าที่\\nและอำนาจหรือไม่ พระสงฆ์และวัดมีสิทธิดำเนินการได้เพียงใด มีกฎหมายรองรับการกระทำของพระสงฆ์ที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการปกป้องผืนป่าหรือไม่ อย่างไร \\n \tทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำโครงการ “ธรรมจักรสีเขียว” โดยให้กรมป่าไม้กำหนดหลักเกณฑ์ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตการขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ของศาสนสถานที่อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกป่า การป้องกันการบุกรุก การตัดไม้ทำลายป่า การดูแลบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จาทรัพยากรธรรมชาติอย่างถูกต้อง แต่มีศาสนสถานหลายแห่งไม่ทราบรายละเอียดหรือขอบเขตของหน้าที่และอำนาจในการปกป้องพื้นที่ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งพิจารณาหลักเกณฑ์เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตการขอเข้าทำประโยชน์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ของศาสนสถานที่อยู่ในพื้นที่ป่าไม้ให้ชัดเจน และดำเนินการเผยแพร่ สื่อสารทำความเข้าใจกับพระสงฆ์ในศาสนสถานทั่วประเทศ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [216,699,172,"นายวีระศักดิ์ ภูครองหิน","นโยบายของรัฐบาล","การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างและจัดทำช่องจราจรบนถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก (East – West Economic Corridor: EWEC) ","จากปัญหาสภาพถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก (East – West Economic Corridor : EWEC) หรือเส้นทางหมายเลข ๙ (R9) มีประเด็นหารือ จำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้  \\\\n\tประเด็นที่ ๑ ถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก เส้นทางเริ่มต้นจากประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศลาว และประเทศไทย สิ้นสุดที่ประเทศเมียนมา โดยเส้นทางในประเทศไทย\\\\nเริ่มต้นจากสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๒ (มุกดาหาร – สุวรรณเขต) ผ่านเข้าทางหลวงแผ่นดิน \\\\nหมายเลข ๑๒ ช่วงจังหวัดมุกดาหาร – จังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดขอนแก่น – จังหวัดพิษณุโลก – จังหวัดสุโขทัย – จังหวัดตาก สิ้นสุดที่สะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา ซึ่งถนนสายดังกล่าวช่วงจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดขอนแก่น พบว่าไฟฟ้าบนถนนส่องสว่างไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่มีการติดตั้งเฉพาะบริเวณเขตหมู่บ้าน\\\\nและชุมชน ขณะที่เส้นทางดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะช่วงจากอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ – อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ และช่วงอำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ – อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม และช่วงติดต่อระหว่างอำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม – อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ยังไม่มีการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างแต่อย่างใด \\\\n\tประเด็นที่ ๒ ถนนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก – ตะวันตก ช่วงจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดมุกดาหาร เป็นถนนตัดใหม่ เปิดใช้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งบริเวณสี่แยกอินโดจีน บ้านกลางดง เป็นจุดตัดถนนสายจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดมุกดาหาร กับถนนสายจังหวัดกาฬสินธุ์ – จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ ๖ กิโลเมตร ได้มีการก่อสร้างสะพานข้ามสี่แยกเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มี\\\\nการออกแบบจัดทำช่องจราจร เพื่อให้รถสามารถเลี้ยวขวาได้ กล่าวคือ หากเดินทางจากอำเภอรอบนอกของจังหวัดกาฬสินธุ์ไปยังจังหวัดมุกดาหารไม่มีช่องจราจรให้รถสามารถเลี้ยวขวาได้ จึงเป็นเหตุให้ประชาชน\\\\nใช้วิธีขับรถผ่านสี่แยกและกลับรถในจุดที่ไม่ได้กำหนดไว้ ทำให้มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น       \\\\n\tดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาทั้งสองประเด็นดังกล่าวข้างต้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน และลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [217,698,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น","ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ มีเด็กเข้าเรียนจำนวนน้อยลงทุกปี สาเหตุอาจมาจากการมีครูที่มีวุฒิการศึกษาไม่เหมาะสมกับการพัฒนาของเด็กในแต่ละช่วงวัย ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อปท. หลายแห่งขาดแคลนครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คือ เด็กวัยอนุบาล (อายุไม่เกิน ๖ ปี) และสาขาวิชาประถมศึกษา คือ เด็กวัยประถมศึกษา (อายุระหว่าง ๖ – ๑๑ ปี) ซึ่งครูสาขาดังกล่าวจะมีความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับการสอนเด็กในแต่ละช่วงวัยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงปฐมวัยเป็นวัยที่มีความสำคัญที่สุดต่อพัฒนาการและอนาคตของเด็ก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเปิดรับสมัครครูสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย และสาขาวิชาประถมศึกษา เพื่อบรรจุเป็นครูในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนทุกแห่งในสังกัด อปท. ทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลได้อีกทางหนึ่ง","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [218,697,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาการให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร","ประเทศไทยประกอบด้วยพลเมืองหลากหลายเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์ ซึ่งมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยให้เจริญก้าวหน้า หากผู้ใดมีชื่อปรากฏอยู่ในทะเบียนราษฎร ถือเป็นพลเมืองไทย \\nจะได้รับการดูแลและคุ้มครองตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนพิการจำนวนมากที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร และไม่มีสถานะการทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร สาเหตุอาจเกิดจากการสำรวจตกหล่น การอพยพ การโยกย้ายแรงงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแจ้งว่า เป็นคนพิการไม่ต้องแจ้งเกิดแต่อย่างใด ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ \\n\tพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ มาตรา ๑๙/๑ ได้บัญญัติว่า “คนพิการซึ่งไม่มีสถานะการทะเบียนราษฎรตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร อาจได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมตามหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จากรัฐ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดในระเบียบ”  \\n\tปัจจุบันระเบียบดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมาได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ข้อมูลและหารือ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ทำให้คนพิการเหล่านี้อยู่นอกระบบ ไม่ได้รับโอกาสและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐ ดังนั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกระเบียบการช่วยเหลือคนพิการ\\nซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน ตามความในมาตรา ๑๙/๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \\n(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [219,696,42,"นายชาญวิทย์ ผลชีวิน","กฎหมาย","คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกประกาศกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เรื่อง ให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติอยู่ภายใต้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๔๐ ง ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖) อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากกรณีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีพฤติการณ์จงใจ หลีกเลี่ยง หรือประวิงการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของสถาบันอุดมศึกษา หรือคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่สั่งการตามกฎหมาย ฯลฯ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ฯลฯ ซึ่งหากปล่อยให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าออกไปจะเป็นอุปสรรคในการบังคับใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย\\nการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงด้านการกีฬาอันทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบการศึกษาหรือนิสิตนักศึกษาจำนวนมาก ดังนั้น จึงให้มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเป็นสถาบันอุดมศึกษา อยู่ภายใต้บังคับของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป\\n\t \tต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกคำสั่งกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ที่ ๕๗/๒๕๖๖ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เรื่อง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยมีคำสั่ง ดังนี้ \\n\t\t๑. ให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ \\n\t\t๒. ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งหน้าที่  \\n\t\t๓. แต่งตั้งคณะบุคคล ปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ โดยมี\\nพลตำรวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ เป็น ประธานกรรมการ ทั้งนี้ ให้คณะบุคคลดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติหน้าที่เป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พร้อมจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๙/๒๕๕๙ รวมถึงปรึกษาหารือกับคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ\\n\tนอกจากนี้ยังแต่งตั้ง นายวิษณุ ไล่ชะพิษ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติอีกตำแหน่งหนึ่ง และให้คณะบุคคลผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้ง หรือ\\nคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ที่ได้กระทำการไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติและไม่เกินสมควรแก่เหตุ ย่อมได้รับความคุ้มครอง และไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย และให้ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีหรือผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับและพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ตามคำสั่งนี้ ส่งมอบงานในหน้าที่ บัญชี รายงานทางการเงินและทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ให้กับ\\nผู้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามคำสั่งนี้ ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ \\n\tส่วนที่พิเศษและปัญหาที่ได้รับการแก้ไขสั่งการ คือ ให้ทบทวนการสรรหาผู้ที่สมควร\\nดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ รวมถึงให้ทบทวนและพิจารณาสำนวนรายงานผล\\nการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ของอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [220,695,28,"นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร","นโยบายของรัฐบาล","การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ","ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้รายงานสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทย ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยเป็นผลสำรวจจากกลุ่มประชากรไทยในวัยทำงาน อายุระหว่าง ๒๕ – ๔๐ ปี ทั่วประเทศ จำนวนกว่า ๘,๐๐๐ คน พบว่าสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยอยู่ในระดับ “พอใช้” เท่านั้น โดยเมื่อพิจารณาคุณธรรมพื้นฐานแต่ละด้าน (ค่าเฉลี่ยเต็ม ๖ คะแนน) ซึ่งมีทั้งหมด ๕ ด้าน ประกอบด้วย พอเพียง วินัยความรับผิดชอบ สุจริต จิตสาธารณะ และกตัญญู พบว่า ด้านกตัญญู อยู่ในระดับมาก \\nมีค่าเฉลี่ย ๕.๑๑ คะแนน ด้านวินัยความรับผิดชอบ อยู่ในระดับน้อย มีค่าเฉลี่ย ๔.๑๘ คะแนน ส่วนคุณธรรมด้านอื่น ๆ ได้แก่ จิตสาธารณะ พอเพียง และสุจริต อยู่ในระดับพอใช้ โดยมีค่าเฉลี่ย ๔.๗๗ คะแนน \\n๔.๖๑ คะแนน และ ๔.๔๙ คะแนน ตามลำดับ ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๕) ประกอบด้วยหลัก ๓ มิติ \\n๔ คุณธรรม คือ หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามร่วมกับคุณธรรม ๔ ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา”\\n\tเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ อันเป็นการต่อยอดจากการดำเนินงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ \\n– ๒๕๖๕) โดยยังคงสานต่อหลักการ ๓ มิติ ๔ คุณธรรม โดยเพิ่มคุณธรรมประการที่ ๕ คือ “กตัญญู” เป็น \\n๕ คุณธรรม “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อให้คนไทยตระหนักและประพฤติปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทยมีพฤติกรรม\\nที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทย\\nปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการในคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรม\\nแห่งชาติ ได้ร่วมกันพิจารณากำชับให้หน่วยงานของรัฐทุกองค์กรร่วมกันขับเคลื่อนแผนปฏิรูปในแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) เพื่อให้ผลสำรวจสถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยในครั้งต่อไป อยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าที่ผ่านมา และเพื่อสร้างสังคมคุณธรรมตามเป้าหมาย/ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่สัมฤทธิผลตามเป้าหมายในระดับชาติต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [221,694,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","ประกาศกระทรวงสาธารณสุข “เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖”","เรื่องที่ ๑ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข “เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖” \\n \tสืบเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยมีผลยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๔ พร้อมทั้ง ได้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และการรายงานผลการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านกลางกำหนด โดยให้กระทรวงสาธารณสุขกำหนดจำนวน อสม. ทั้งประเทศในแต่ละปีงบประมาณ เพื่อปฏิบัติหน้าที่และมีสิทธิได้รับเงินค่าป่วยการตามประกาศ ฉบับนี้ โดย อสม. ซึ่งมีสิทธิได้รับค่าป่วยการตามประกาศฉบับนี้จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ ดังนี้\\n \t๑. มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติ อสม. ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (www.thaiphc.net) \\n \t๒. ต้องมีระยะเวลาในการปฏิบัติงานแน่นอนในกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบ ตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติงานของ อสม. \\n \t๓. ให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานตามแบบ (อสม.๑) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านกลางกำหนด โดยมีประธานชมรมอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านระดับหมู่บ้านหรือชุมชน และประธานชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านระดับตำบล เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองรายงานผลการปฏิบัติงาน หากกรณีมีปัญหาให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านส่งรายงานผลการปฏิบัติให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเป็นผู้ตรวจสอบและรับรองรายงานผลการปฏิบัติงานภายในระยะเวลาที่กำหนด และให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ตรวจสอบและยืนยันการส่งรายงานผลการปฏิบัติงานในระบบฐานข้อมูลค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ                                                                                                       หมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ยืนยันข้อมูล อสม. ที่ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานเข้าในระบบ                                                                                                                       \\n \tทั้งนี้ การจ่ายเงินค่าป่วยการของ อสม. ให้กรมบัญชีกลางโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของ อสม. แต่ถ้าหาก อสม.รายใด มีเหตุจำเป็นไม่อาจเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินค่าป่วยการได้ ให้ทำ\\nคำชี้แจงต่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นรายบุคคลและให้รวบรวมข้อมูล รวมทั้งเหตุผลความจำเป็น \\nส่งให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพพิจารณา เพื่อให้ความเห็นชอบในการเบิกจ่ายเงินสดเป็นรายบุคคลต่อไป และให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามประกาศนี้ \\n \tโดยประกาศฉบับนี้ส่งผลให้การรับรองผลงานของ อสม. ไม่ต้องผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำให้ลดขั้นตอนและสามารถเบิกจ่ายค่าป่วยการให้ อสม. ได้รวดเร็วขึ้น และเป็น\\nการยืนยันว่า อสม. ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุข มิได้มีการถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดแต่อย่างใด จึงควรเผยแพร่ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้รับทราบโดยทั่วกัน\\n\tกรณีข้อปรึกษาหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์เผยแพร่ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ได้รับทราบว่ากระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิได้รับเงินค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีผลใช้บังคับแล้ว จึงเห็นควรส่งเรื่องไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณา\\n\tเรื่องที่ ๒ ทัวร์ศูนย์เหรียญ\\n\t\tสืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) เริ่มดีขึ้น และประเทศไทยได้เปิดประเทศเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ทำให้เกิดกรณี \\n“ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ซึ่งเป็นคณะนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย \\nโดยการซื้อโปรแกรมทัวร์จากบริษัทนำเที่ยวในประเทศของตนเองในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุน และจ้างผู้นำเที่ยวคนไทย (มัคคุเทศก์) จำนวน ๑ คน ให้มาอยู่ในคณะทัวร์เพื่อเป็นการเลี่ยงกฎหมาย โดยบริษัทนำเที่ยว\\nทำกำไรจากการหลอกขายสินค้าหรือนำนักท่องเที่ยวเข้าพักโรงแรมในเครือบริษัททัวร์ของตนเอง รวมทั้ง\\nมีการคิดค่าบริการชดเชยค่าทัวร์ที่ราคาถูก ทำให้ไม่มีรายได้เข้าประเทศไทย กรณีปัญหาดังกล่าวเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕ ศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฟ้องคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ เนื่องจากข้อเท็จจริงฟังไม่ขึ้นว่าจำเลยร่วมกันกระทำความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ จึงไม่เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน และไม่ได้ประกอบธุรกิจให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและไม่เป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนด “ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดบริการนำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวโดยไม่เรียกเก็บค่าบริการหรือเรียกเก็บค่าบริการในอัตราที่เห็นได้ว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างน้อยให้กำหนดอัตราค่าบริการขั้นต่ำและกำหนดให้มีการจัดทำเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงค่าบริการที่เรียกเก็บ” ดังนั้น การกำหนดหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติมาตรา ๓๑ คณะกรรมการจึงควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความรัดกุมรอบคอบเพื่อมิให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย และป้องกันการนำนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเดินทางเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมากจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามมาต่อไป","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [222,693,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","สถานการณ์บ้านเมือง","การส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพการเกษตรเพื่อรองรับการเปิดประเทศหลังวิกฤตโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) และภัยพิบัติอื่น ๆ","นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เพราะมีความมั่นใจในระบบการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID – 19) \\nและระบบการสาธารณสุขของประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาในหลายภาคส่วน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการเกษตร เพื่อผลิตอาหารให้เพียงพอในการรองรับนักท่องเที่ยวและประชาชน \\nทั้งนี้ จากการเดินทางลงพื้นที่ศึกษาดูงาน พบว่ามีประเด็นสำคัญที่ควรดำเนินการ ดังนี้\\n \t๑. ขอให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเยียวยาเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากพายุโนรู โดยการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหาย ให้แก่พื้นที่เกษตรกรรมและบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมเสียหายโดยสิ้นเชิง ซึ่งเกษตรกรส่วนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาความเสียหายในส่วนนี้ เนื่องจากติดปัญหาทางธุรการของส่วนราชการที่มีความล่าช้า อันส่งผลให้เกษตรกรขาดเงินลงทุนเพื่อให้เกิดผลผลิต \\n \t๒. ขอให้ส่งเสริมนวัตกรรมการผลิตพืชและสัตว์ในระยะสั้น เพื่อเร่งให้ผลผลิตออกสู่ตลาด โดยส่วนราชการต้องเร่งการปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งมีงบประมาณสำหรับการดำเนินการในส่วนนี้\\nแต่การปฏิบัติยังคงล่าช้า\\n \t๓. ขอให้เร่งส่งเสริมองค์ความรู้และการปฏิบัติการมาตรฐานแปลงปลูกและมาตรฐานสินค้าทางการเกษตรเพื่อตอบสนองตลาดแนวใหม่ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ขนส่งผักและผลไม้จำนวนมากเข้ามาจำหน่าย\\nในประเทศไทย หากไม่เร่งดำเนินการประเทศไทยอาจเสียเปรียบดุลการค้า \\n \t๔. ขอให้เร่งพัฒนาแหล่งน้ำนอกเขตชลประทานควบคู่กับการพัฒนาพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์) เพื่อสนับสนุนการปลูกพืชระยะสั้นให้แก่เกษตรกร\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [223,692,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","สถานการณ์บ้านเมือง","รัฐบาลเตรียมการเกี่ยวกับทิศทางกิจการลูกเสือไทยในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีอย่างไร","พระราชบัญญัติลูกเสือแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้คณะลูกเสือแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาลูกเสือทั้งด้านกาย ด้านสติปัญญา และด้านศีลธรรม ส่งเสริมให้เป็นพลเมืองดี \\nมีความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความสามัคคี และมีความเจริญก้าวหน้า จึงขอหารือเพื่อทราบแนวทางการพัฒนาลูกเสือและการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ดังนี้  \t\\n\t๑. ข้อมูลสถานะและจำนวนสมาคม หรือสโมสรลูกเสือในประเทศไทย แบ่งตามภูมิภาคต่าง ๆ ที่มีการดำเนินการต่อเนื่อง รวมทั้งที่หยุดดำเนินการ และจำนวนสมาชิกและบุคลากรลูกเสือประเภทต่าง ๆ ตามกฎหมายมีจำนวนเท่าไร \\n\t๒. ข้อมูลจำนวนค่ายลูกเสือพร้อมที่ตั้งของทางราชการ และภาคเอกชน รวมทั้งสภาพทางกายภาพในปัจจุบันและงบประมาณในการดูแลบำรุงรักษาในแต่ละปี \\n\t๓. สถิติการฝึกอบรมลูกเสือและบุคลากรทางลูกเสือทุกประเภทตลอดระยะเวลา ๕ ปี\\nที่ผ่านมา\\n \t๔. คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติได้ประมวลปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย และตามเจตจำนงของกฎหมาย ในการสร้างเยาวชนให้เป็นพลเมืองดี ผ่านกระบวนการลูกเสือในปัจจุบันไว้หรือไม่ และมีแผนดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ประเด็นที่ ๓ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยได้จัดทำแผนพัฒนากิจการลูกเสือแห่งชาติไว้อย่างไร \\n\t๕. สถาบันการศึกษาและสถาบันฝึกอบรมของทางราชการและเอกชนได้ใช้หลักสูตรอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมีนโยบายที่จะประมวลความร่วมมือ จากบุคคลากรลูกเสือดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนกิจการลูกเสือของชาติอย่างไร \\n\t๖. ปัญหาเมื่อกลางปี พ.ศ. ๒๕๖๕ บ่งชี้ถึงความเข้าใจผิด หรือค่านิยมที่เปลี่ยนไปของสังคมที่มีต่อกิจการลูกเสือ คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติมีแผนกลยุทธ์ดำเนินการอย่างไร\\n\t๗. สำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติได้มีการประชุมปีละกี่ครั้ง ได้มีการนำ\\nผลการประชุมมาเผยแพร่ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทราบหรือไม่ และการฝึกอบรมตาม ข้อ ๕ ในปีที่ผ่านมา ได้มี\\nการระงับการอบรม รวมทั้งระงับการออกวุฒิบัตรจำนวนหลายพันใบ ดังนั้น อาจแสดงให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ กรณีดังกล่าวประธานกรรมการบริหารทราบหรือไม่ มีแนวทางแก้ไขอย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [224,691,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","สถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศที่รุนแรงมากขึ้น","จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนเห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันหรือการฉ้อราษฎร์\\nบังหลวงในประเทศไทย มีการใช้หน้าที่และอำนาจ เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ใน ๕ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีดัชนีการรับรู้การคอร์รัปชัน Corruption Perceptions Index : CPI อยู่ในระดับ ๓๕ – ๓๖ คะแนน ซึ่งจากการพิจารณา CPI ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่ามีตัวชี้วัดที่ระดับคะแนนคงที่ จำนวน ๑ ตัว และมีตัวชี้วัดที่ระดับคะแนนลดลง จำนวน ๒ ตัว ดังนี้\\n\t๑. ตัวชี้วัดที่มีระดับคะแนนคงที่ คือ การประเมิน V – Dem (Varieties of Democracy Project) เป็นตัวชี้วัดด้านการทุจริตในภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เกี่ยวกับการให้สินบน การเรียกรับสินบน การขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับส่วนรวม โดยประเทศไทยได้รับคะแนน ๒๖ คะแนน เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่าอยู่ในระดับคงที่ และเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย CPI ของโลก ประเทศไทยได้รับ ๔๓ คะแนน เห็นว่า ประเทศไทยได้รับคะแนนต่ำมาก จึงประเมินได้ว่า ในระดับนานาชาติปัญหา\\nด้านการทุจริตในภาครัฐเป็นปัญหาที่มีความร้ายแรงมาก \\n\t๒. ตัวชี้วัดที่มีระดับคะแนนลดลง คือ การประเมิน Political and Economic Risk Consultancy : PERC เป็นตัวชี้วัดด้านการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ประเทศไทยได้รับ ๓๕ คะแนน ลดลงจากระดับเดิม คือ ๓๖ คะแนน จึงประเมินได้ว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ตระหนักหรือ\\nให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชันในประเทศ \\n\t๓. ตัวชี้วัดที่มีคะแนนลดลง คือ World Justice Project เป็นตัวชี้วัดเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nที่มีพฤติกรรมการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ ประเทศไทยได้รับ ๓๔ คะแนน ลดลงจากระดับเดิม คือ \\n๓๕ คะแนน จึงประเมินได้ว่า มีการใช้อำนาจรัฐในทางมิชอบมากขึ้น\\n\tจากข้อมูลดังกล่าวเห็นว่า จุดอ่อนของการต่อต้านคอร์รัปชัน คือ การประพฤติมิชอบเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง พวกพ้อง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ ทั้งในฝ่ายบริหาร \\nฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระ\\n\tดังนั้น การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในประเทศไทยให้สำเร็จได้นั้น รัฐบาลต้องมีเจตจำนงหรือ Political will อันแน่วแน่ ในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันในเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ และความสามารถของนายกรัฐมนตรีในฐานะประมุขฝ่ายบริหารเพื่อแสวงหาความร่วมมือกับประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมทั้งองค์กรอิสระ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",28,2566,"2023-02-28T00:00:00"],
    [225,690,193,"นายสมชาย ชาญณรงค์กุล","ความเดือดร้อนของประชาชน","พืชอัตลักษณ์ประจำถิ่น : ลิ้นจี่แม่กลอง","จากลิ่นจี่พันธุ์ค่อม หรือหอมลำเจียก จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับการขึ้นทะเบียน\\nสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ โดยพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ประสบปัญหาลดลงอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากการนำที่ดินไปทำหมู่บ้านจัดสรร การปลูกพืชอื่น รวมถึงทำประโยชน์ด้านอื่น แต่เดิม เมื่อปี ๒๕๔๗ มีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่มากกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ ต่อมา ในปี ๒๕๖๕ พื้นที่ปลูกลิ้นจี่เหลือเพียงประมาณ ๕,๑๐๐ ไร่ นอกจากนี้ ในช่วงระยะเวลา \\n๔ - ๕ ปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ อันเนื่องมาจากลิ้นจี่ไม่ออกดอก และ\\nออกดอกแต่ไม่ติดผล ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีรายได้ แต่เดิม เมื่อปี ๒๕๔๗ มีผลผลิต ๗,๐๐๐ ตัน ต่อมา \\nในปี  ๒๕๖๕ มีผลผลิตลดลงเหลือเพียง ๓๐๐ ตัน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาลิ้นจี่พันธุ์ค่อมให้สามารถติดดอกออกผลได้สม่ำเสมอ ไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ หรือสามารถออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้ เช่นเดียวกับการวิจัยการปลูกผลไม้ชนิดอื่น ๆ เช่น ลำไย ทุเรียน มะม่วง ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่มีความมั่นคงด้านอาชีพยิ่งขึ้นต่อไป ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [226,689,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ข้อสังเกตเกี่ยวกับกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖","จากกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษา ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖ ลงนามโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๔๐ ตอนที่ ๑๑ ก ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖) โดยให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๗ แห่งกฎกระทรวงกำหนดประเภทของสถานศึกษาและการดำเนินการของสถานศึกษาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๖๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน \\n\t\t“ข้อ ๗ สถานศึกษาตามข้อ ๒ ที่มีนักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งตั้งครรภ์อยู่ในสถานศึกษาต้องไม่ให้นักเรียนหรือนักศึกษานั้นออกจากสถานศึกษาดังกล่าว เว้นแต่เป็นการย้ายสถานศึกษาตามความประสงค์ของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น” \\n\t\tการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฉบับนี้ ทำให้หลักเกณฑ์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ขณะที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีข้อสังเกต ดังนี้\\n\t\t๑. เนื่องจากมีข้อกังวลว่าผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งที่ยังมีแนวคิดว่านักเรียนหรือนักศึกษาซึ่งตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรทำให้สถานศึกษาเสื่อมเสียชื่อเสียงและใช้วิธีการต่าง ๆ บีบบังคับให้นักเรียนหรือนักศึกษานั้นลาออกจากสถานศึกษา จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินการของสถานศึกษาเพื่อเป็นการคุ้มครองวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ขณะที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษาให้มีสิทธิได้รับการศึกษาในสถานศึกษาด้วยรูปแบบที่เหมาะสมและต่อเนื่องตามความประสงค์ของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น \\n\t\t๒. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกฎหมายฉบับนี้ คือ ครูอาจารย์รุ่นเก่าจำนวนมากมีแนวคิดที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิด (Mindset) ทั้งที่แต่เดิม\\nมีแนวทางปฏิบัติอยู่แล้ว ได้แก่ หลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษา และแนวทางช่วยเหลือวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์\\nก่อนวัยอันควรและบุตร ประกอบกับเจตนารมณ์ในการตรากฎหมายฉบับนี้ เป็นการสร้างกลไกในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินการร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๕ กระทรวง\\n               ๓. พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นที่มาของกฎกระทรวงฉบับนี้ กำหนดให้มีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ๕ กระทรวง ได้แก่ ๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ \\n๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ๔) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ และ ๕) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอำนาจออก\\nกฏกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติดังกล่าว อนึ่ง เหตุที่มิได้กำหนดรัฐมนตรี\\nว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้รักษาการ เนื่องจากพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นฯ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ มีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ก่อนที่จะมีการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งแยกจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒\\n\t\t๔. การออกกฎกระทรวงมีความล่าช้าเป็นอย่างมาก กล่าวคือ ๑) กฎกระทรวงของกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ มีความล่าช้าถึง ๒ ปีเศษ และมีผลบังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด ๑๘๐ วันหลังประกาศราชกิจจานุเบกษา (หลังวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๒) ๒) กฎกระทรวงของกระทรวงสาธารณสุข มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๒ ๓) กฎกระทรวงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๒ \\n๔) กฎกระทรวงของกระทรวงมหาดไทย มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ดังนั้น จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พระราชบัญญัติฉบับอื่น ๆ ที่ตราขึ้นในภายหลัง ต้องกำหนดกรอบระยะเวลาการตรา\\nอนุบัญญัติให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๒ ปี \\n\t\t๕. ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น จึงขอเสนอแนะให้บูรณาการกฎกระทรวงทั้ง ๖ กระทรวง รวมทั้งกฎหมายลำดับรองที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้สอดคล้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๑ และ มาตรา ๓๐๕ (ความผิดฐานทำให้แท้งลูก) ผ่านคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ช","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [227,688,147,"นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร","กฎหมาย","กองทุนการออมแห่งชาติ","กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จัดตั้งขึ้นโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุน\\nการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘ ตอนที่ ๓๔ ก ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔) เปิดรับบุคคลเข้าเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๘ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง นับแต่ กอช. เริ่มดำเนินงานกองทุนครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา ๘ ปี แต่ยังไม่สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกได้เท่าที่ควร ดังเห็นได้จากรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของกองทุนการออมแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า กอช. มีจำนวนสมาชิกสะสม ๒,๔๕๘,๙๑๖ คน (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔) เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๓ เพียง ๖๒,๓๗๓ คน แม้ กอช. จะได้จัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงขอเสนอแนะไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณา ๒ ประเด็น ดังนี้\\n\t\t๑. กฎเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไข ของ กอช. ไม่จูงใจที่จะทำให้ประชาชนสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก เพราะผลตอบแทนต่ำ ด้วยเหตุนี้ กอช. จึงควรพิจารณาทบทวนหรือปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์เดิม โดยสร้างแรงจูงใจและผลตอบแทนให้มากขึ้น ซึ่งในประเด็นนี้ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ ได้เคยชี้แจงว่าอยู่ในระหว่างการดำเนินการ\\n\t\t๒. เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุมีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และมีอายุยืนยาวขึ้น ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงในชีวิต จึงเห็นควรเพิ่ม\\nการออมอีกส่วนหนึ่งของ กอช. สำหรับกลุ่มเป้าหมายใหม่ คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ช่วงอายุหลังวัย ๖๕ ปี \\nซึ่งอาจจะแบ่งเป็น ๒ ช่วงอายุ คือ ๑) ช่วงอายุ ๖๕ – ๗๕ ปี (ระยะเวลา ๑๐ ปี) และ ๒) ช่วงอายุ ๖๕ – ๘๐ ปี (ระยะเวลา ๑๕ ปี) โดยพิจารณาให้ได้รับผลตอบแทนสูง อัตราดอกเบี้ยสูง และปลอดภาษี ปรับปรุงหลักเกณฑ์การถอนเงินจากกองทุนของสมาชิกกลุ่มนี้ ให้สามารถถอนก่อนครบกำหนด เพื่อใช้จ่ายตามความจำเป็น หรือถอนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนดเวลา ทั้งนี้ เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าวมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงในชีวิตยิ่งขึ้น","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [228,687,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรมที่ยังไม่เป็นจริง","ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ที่ ๑๕/๒๕๕๕ โดยวินิจฉัยว่า ข้อความที่ว่า “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” ในมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ เป็นการกำหนดที่ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน เปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจกว้างขวางเกินความจำเป็นอันอาจจะส่งผลให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการได้ การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังกล่าว เป็นการตัดสิทธิคนพิการไม่ให้สามารถสอบคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป ทั้งความพิการก็มิได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ ที่จะมีผลต่อการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความหรือผู้เกี่ยวข้อง ข้อความดังกล่าวจึงขัดต่อสิทธิของคนพิการในการเข้าทำงานบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปและเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความพิการ ดังนั้น มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมฯ เฉพาะในส่วนที่บัญญัติว่า “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” จึงขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ วรรคสาม เป็นอันใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ \\n\tปรากฏว่าที่ผ่านมามีผู้พิการได้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ \\nในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา โดยแจ้งขอรับการอำนวยความสะดวกในการเข้าสอบ ต่อมา ได้รับหนังสือตอบจากสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าขณะนี้แผนกจัดการสอบของสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมยังไม่มีระเบียบให้มีการอำนวยความสะดวกในการสอบ นอกเหนือไปจากการเขียนคำตอบด้วยปากกาเท่านั้น จึงไม่อาจจัดสอบให้แก่ผู้สมัครได้ กรณีดังกล่าวถือเป็นการตัดโอกาสในการประกอบอาชีพของผู้พิการที่มีความรู้ความสามารถและมีความสนใจที่จะเข้าสู่วิชาชีพสายตุลาการ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ทันสมัยในการจัดสอบของหน่วยงาน ดังนั้น จึงขอเสนอแนะให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ","ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [229,686,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","นโยบายของรัฐบาล","ทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา กับสถานีรัฐสภา ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง  ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก)","การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีโครงการรถไฟฟ้า\\nสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) โดยโครงการนี้ผ่านอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการของหน่วยงานของรัฐขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว่า ๔๒๔,๐๐๐ ตารางเมตร มีบุคคลในวงงานรัฐสภา ได้แก่ สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้มาติดต่อราชการเป็นจำนวนมากนับหมื่นคนต่อวัน โดย รฟม. กำหนดให้มี สถานีรัฐสภา (PP17 PARLIAMENT STATION ) ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา มีทางขึ้น - ลงสถานี (Entrance) จำนวน ๔ จุด โดยจุดที่ ๑ และจุดที่ ๒ ตั้งอยู่บริเวณกรมทหาร จุดที่ ๓ \\nอยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านวุฒิสภา และจุดที่ ๔ อยู่บริเวณประตูทางเข้าด้านสภาผู้แทนราษฎร ในเบื้องต้น พบว่าทางขึ้น - ลงสถานีรัฐสภา สิ้นสุดที่บริเวณบาทวิถี (footpath) ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ดังนั้น \\nจึงขอหารือไปยังประธานรัฐสภา เพื่อพิจารณา ดังนี้\\n\t\t๑. รัฐสภามีแนวคิดหรือโครงการก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา กับ ทางขึ้น - ลงสถานีรัฐสภา ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) จุดที่ ๓ บริเวณประตูทางเข้าด้านวุฒิสภา และจุดที่ ๔ บริเวณประตูทางเข้าด้านสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสิ้นสุดที่บริเวณบาทวิถีด้านหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อให้มีทางเชื่อมเข้ามาในอาคารรัฐสภา หรือไม่ ถ้าหากมีแนวคิดหรือ\\nมีโครงการฯ ดังกล่าว ได้มีการออกแบบทางเชื่อมในลักษณะใด เช่น หลังคาบังแดด อุโมงค์ทางเดินลอด เป็นต้น\\n\t\t๒. งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างทางเชื่อม จะใช้งบประมาณของรัฐสภา (เนื่องจากอยู่ในบริเวณรัฐสภา) หรือ งบประมาณของ รฟม. (เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อกิจการของ รฟม.) และได้มีการประมาณการงบประมาณไว้หรือไม่ อย่างไร\\n\t\t๓. การก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างอาคารรัฐสภา กับ ทางขึ้น - ลงสถานีรัฐสภา สามารถดำเนินการไปพร้อมกับการก่อสร้างอาคารรัฐสภา และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ได้หรือไม่ หรือจะดำเนินการก่อสร้างภายหลังจากที่อาคารรัฐสภาและโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ได้ก่อสร้างเสร็จแล้ว","ประธานรัฐสภา ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [230,685,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","คำตอบ : ที่ดินทำกินชาวบ้านอยู่ที่รัฐบาล","คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ค ทช.) จัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๗ มีภารกิจสำคัญในด้านการบริหารจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่มีผู้ครอบครองมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบให้แก่ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นประโยชน์แก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก \\n\tอย่างไรก็ตาม ประชาชนในบางพื้นที่ยังประสบปัญหาที่ดินทำกิน คือ พื้นที่ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี มีข้อมูลสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน ดังนี้ หมู่ที่ ๑ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๓๐ ที่ดิน น.ส.๓ ร้อยละ ๓๐ หมู่ที่ ๒ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๑๐๐ หมู่ที่ ๔ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๙๘ หมู่ที่ ๕ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๕ หมู่ที่ ๗ มีโฉนดที่ดิน ร้อยละ ๙๐ พื้นที่ส่วนที่เหลือ ซึ่งรวมถึงหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๘ เป็นที่ดินทำกินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ที่ดินทำกิน ส.ป.ก.) ซึ่งสิทธิในที่ดินทำกินไม่เท่าเทียมกับโฉนดที่ดิน และที่ดิน น.ส.๓ เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาไม่สามารถโอนสิทธิในที่ดินทำกินให้แก่ทายาทที่มิได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งไม่สามารถแบ่งแยกที่ดินเป็นสัดส่วนให้แก่ทายาทที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งไม่สามารถใช้สิทธิครอบครองในที่ดินทำกินเพื่อค้ำประกันกับสถาบันการเงินอื่นที่มิใช่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ มีปัญหาข้อขัดข้องในการติดต่อประสานงานกับหน่วยราชการมาโดยตลอด ประกอบกับประชาชนทราบข่าวว่า ขณะนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างจัดสรรที่ดินจากเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน ๕๕๗ ไร่ ให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี อันเป็นเหตุให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินเกิดความคับข้องใจ ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบและหน่วยงานสนับสนุนได้รับทราบปัญหาความอึดอัดใจของประชาชนดังกล่าวหรือไม่ และต้องการทราบความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินทำกินในเขตพื้นที่ของตน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ดังนี้ \\n\t๑. คทช. มีข้อมูลความคืบหน้าการบริหารจัดการที่ดินของรัฐที่ไม่มีผู้ครอบครองนำมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบให้แก่ราษฎรได้ใช้ประโยชน์ เผยแพร่ให้ประชาชนติดตามและรับทราบการพิจารณาจัดสรรที่ดินทำกินของตนได้หรือไม่ เช่น ปัญหาและอุปสรรค ข้อจำกัดอื่น เป็นต้น \\n\t๒. ขอให้ใช้กลไกของชุมชน ท้องที่ และท้องถิ่น ในการสื่อสารเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจร่วมกันในเรื่องการทำมาหากิน และสนับสนุนให้ประชาชนประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [231,684,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ณ พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา","คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๕ อนุมัติกรอบงบประมาณ การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา (จัดงานระดับ A1) ในปี พ.ศ. ๒๕๗๒ วงเงินงบประมาณ ๔,๒๘๑ ล้านบาท โดยกำหนดสถานที่จัดงาน ณ พื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ๖๗๘ ไร่ ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ๒๖๐,๐๐๐ คน โดยร้อยละ ๑๕ เป็นชาวต่างประเทศ ระยะเวลาการจัดงาน ๑๑๐ วัน ระหว่างวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๗๒ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๗๓ ปรากฏว่าเมื่อไม่นานมานี้มีกลุ่มการเมืองพยายามเคลื่อนไหวผลักดันให้เปลี่ยนสถานที่จัดงานดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา มีคุณภาพดินและน้ำไม่เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่จัดงาน อันเป็นเหตุให้กระทบกระเทือนต่อขวัญกำลังใจของคณะทำงานพืชสวนโลก ส่งผลให้ไม่มีความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ตลอดจนกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณายืนยันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าพื้นที่ป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา มีความเหมาะสมในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก เพื่อจะได้นำเสนอข้อมูลไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๖ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืนต่อไป   \\n\t\tอนึ่ง สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้รับรายงานสรุปผลการศึกษาสภาพดิน น้ำ การเดินเท้าศึกษาป่าโคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จัดทำโดย ฝ่ายวิชาการและข้อมูล คณะทำงานพืชสวนโลก (กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖) จากคณะทำงานพืชสวนโลก และขอให้ส่งรายงานดังกล่าวไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณา ตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [232,683,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการสลากการกุศลเป็นทุนการศึกษาสายอาชีพ แก่เยาวชนพิการ วงเงิน ๘๓ ล้านบาท","กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๑ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มีความประสงค์เสนอโครงการสลากการกุศลของ กสศ. เพิ่มเติม จำนวน ๘๓ ล้านบาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาสายอาชีพแก่เยาวชนพิการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสทางการศึกษา จำนวน ๓๐๐ ทุน เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นสามารถนำความรู้มาประกอบอาชีพ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาโครงการสลากการกุศล รอบกุมภาพันธ์ - มีนาคม ๒๕๖๖ มีงบประมาณคงเหลือ จำนวน ๑,๘๐๐ ล้านบาท ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนโครงการสลากการกุศลดังกล่าว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [233,682,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การใช้มาตรการทางการบริหารแก่ข้าราชการที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง","เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (เลขาธิการ ก.พ.) ได้มีหนังสือเวียน ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เรื่อง การกำชับให้ใช้มาตรการทางการบริหารแก่ข้าราชการที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง แจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีสาระสำคัญคือ กรณีปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนหลายกรณีว่ามีข้าราชการที่มีพฤติการณ์ในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เช่น การเรียกรับเงินในการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่ง การอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตนเรียกรับผลประโยชน์ที่มิควรได้ ดังนั้น เพื่อให้ธำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการดำเนินการของส่วนราชการ จึงเห็นควรกำชับให้ผู้บังคับบัญชากำกับดูแลให้ข้าราชการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของคุณธรรม จริยธรรม และวินัย โดยให้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ ซึ่งกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องเร่งรัดในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาดำเนินการทางวินัยโดยเร็ว โดยนำมาตรการบริหารมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน โดยกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการเร่งรัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หากผู้บังคับบัญชาละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย จะเห็นได้ว่าแนวทางปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว มีความสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) กิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) เรื่อง การพัฒนาระบบราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ๔ โดยกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทุกแห่งต้องถือปฏิบัติ ดังนั้น การที่เลขาธิการ ก.พ. มีหนังสือแจ้งเวียนไปยังกระทรวง กรม และทุกจังหวัดดังกล่าวนั้น จึงเป็นเพียงหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในฝ่ายบริหาร ยังไม่ครอบคลุมถึงหน่วยงานของรัฐประเภทอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในสังกัดของฝ่ายบริหาร ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณามีหนังสือแจ้งมาตรการดังกล่าว ไปยังประธานองค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ และประธานองค์กรอิสระที่มีองค์กรกลางบริหารงาน\\nบุคคลของตนเอง ได้รับทราบและกวดขันให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐต้องถือปฏิบัติตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการทางวินัยและจริยธรรมข้าราชการทุกประเภทเป็นมาตรฐานเดียวกันและสัมฤทธิ์ผล ตลอดจนทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐยิ่งขึ้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",26,2566,"2023-02-21T00:00:00"],
    [234,681,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","กฎหมาย","ผลการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ และการสร้างการรับรู้และความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง","เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๓ ได้กำหนดให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ส่งผลให้การบริหารงานเชิงพื้นที่สามารถไปถึงระดับกลุ่มจังหวัด ระดับจังหวัด และระดับตำบล อีกทั้ง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้กำหนดให้มีแผนพัฒนาจังหวัดที่ประกอบด้วย การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายการพัฒนา ประเด็นการพัฒนา แนวทางการพัฒนา แผนงาน และโครงการสำคัญของกลุ่มจังหวัดที่จำเป็นต้องจัดทำเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาจังหวัด ๒๐ ปี โดยได้ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นฉบับแรก และขณะนี้ได้ล่วงพ้นเวลามากว่า ๕ ปี ประกอบกับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ได้มีการกล่าวถึงแผนพัฒนาจังหวัดเช่นกัน ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) พิจารณาดำเนินการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัดให้กับประชาชน เพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในพื้นที่ และขอสอบถามว่า ตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้มีการประชุม ก.น.บ. จำนวนกี่ครั้ง ได้กำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานอย่างไร มีการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในระดับต่าง ๆ หรือไม่ อย่างไร ตลอดจนคณะอนุกรรมการ ก.น.บ. ประจำภาค คณะกรรมการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการ และคณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ มีการประชุมจำนวนกี่ครั้ง มีผลการประชุมเป็นอย่างไร และการดำเนินการเพื่อให้แผนพัฒนาตำบล/หมู่บ้าน ไปถึงระดับนโยบายเพื่อเชื่อมโยง\\nพื้นที่เป้าหมายโดยตรงนั้น สามารถบูรณาการได้มากน้อยเพียงใด\\n","นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.)\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [235,680,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาฝุ่น PM2.5","เนื่องจากประเทศไทยกำลังประสบปัญหาคุณภาพอากาศทุกภูมิภาคและทุกปี โดยพื้นที่เขตเมืองมีสาเหตุหลักมาจากมลภาวะทางอากาศและฝุ่น PM2.5 (ฝุ่นละออง ขนาดจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน) ซึ่งเกิดจากการก่อสร้าง ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ และการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนพื้นที่ในชนบทมีสาเหตุหลักมาจากไฟป่า และการเผาไร่อ้อยและฟางข้าวเพื่อปรับพื้นที่สำหรับการเพาะปลูกครั้งต่อไป จากการลงพื้นที่ พบว่า บริเวณอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่ที่ถูกเผาคือพื้นที่ปลูกข้าวโพด แต่พื้นที่ที่ทำสวน ทำนา ทำไร่ชา และทำไร่ส้ม จะไม่มีการเผา ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการแก้ไขปัญหาคุณภาพอากาศ โดยกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมและป้องกันสาเหตุที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง ตลอดจนส่งเสริมและให้ความรู้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูงได้เห็นความสำคัญของการปลูกพืชสวนหรือพืชที่มีอายุยืนเพื่อทดแทนการปลูกพืชไร่ซึ่งมีอายุสั้น","กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [236,679,2,"นายกรรณภว์  ธนภรรคภวิน","นโยบายของรัฐบาล","การท่องเที่ยวราคาต่ำกว่าทุน (ทัวร์ศูนย์เหรียญ)","เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่ได้รับความเสียหายจากทัวร์ศูนย์เหรียญ \\nเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ แจ้งว่า ที่ผ่านมาหัวหน้าทัวร์จะเป็นผู้ขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยว \\nและออกใบเสร็จค่าสินค้าโดยระบุว่าเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยให้นักท่องเที่ยวไปรับสินค้า\\nที่ประเทศจีน แต่สินค้ามีราคาสูงเกินคุณภาพของสินค้าที่ได้รับเป็นอย่างมาก เช่น ให้นักท่องเที่ยว\\nชิมทุเรียนอบแห้งที่มีคุณภาพ แต่เมื่อได้รับสินค้าก็จะเป็นทุเรียนอบแห้งที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งมีการ\\nขายโปรแกรมท่องเที่ยวประเทศไทย โดยบริษัท โมเดิร์น อินเตอร์เนชั่นแนล ทัวร์ริสต์ กรุ๊ป \\nออฟ ไทยแลนด์ จำกัด จำนวน ๖ วัน ๕ คืน ด้วยราคาเพียงหนึ่งหมื่นกว่าบาท มีการประกาศรับสมัครหุ้นส่วนทางธุรกิจ มัคคุเทศก์ เจ้าหน้าที่ธุรการ และพนักงานบัญชี ซึ่งมัคคุเทศก์เป็นคนต่างชาติทั้งหมด ทั้งนี้ พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๙ \\nมาตรา ๕๐ กำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น และมิให้ผู้อื่น\\nทำหน้าที่แทน สำหรับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องมีสัญชาติไทย มีภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่\\nในราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ คือ ห้ามมิให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว นอกจากนี้ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการทำธุรกิจให้เป็นธรรม ห้ามจำหน่ายสินค้าราคาต่ำกว่าต้นทุนโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจที่เหมาะสม ทั้งนี้ ราคาค่าบริการที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวประเทศจีนที่เดินทางมาประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ มีราคาต่ำกว่าต้นทุนมาก ทำให้บริษัทประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ในประเทศไทยได้รับความเสียหาย เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับผู้ประกอบการต่างชาติที่ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวได้ อีกทั้ง ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหาย ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการกำกับดูแลไม่ให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว และประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในประเทศไทย พร้อมทั้งตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าด้อยคุณภาพ และผู้ประกอบการต้องออกใบเสร็จที่ถูกต้องให้กับนักท่องเที่ยว\\n","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [237,678,243,"นายอำพล จินดาวัฒนะ","นโยบายของรัฐบาล","การพัฒนาห้องน้ำบนรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย","เนื่องจากรถไฟของประเทศไทยได้มีการใช้มายาวนาน มีการพัฒนาการขนส่งทางรางมากขึ้น รวมถึงได้มีการปรับปรุงห้องน้ำบนรถไฟชั้น ๑ และชั้น ๒ ให้ถูกสุขลักษณะ แต่สำหรับห้องน้ำบนรถไฟชั้น ๓ ยังคงเป็นระบบเปิด คือ ไม่มีที่รองรับกักเก็บของเสีย จึงเป็นการปล่อยสิ่งปฏิกูลลงบนทางรถไฟที่ไม่ถูกสุขลักษณะโดยสิ้นเชิง และปัจจุบันได้มีการเปิดใช้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รถไฟที่จะวิ่งไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้องวิ่งบนทางยกระดับตั้งแต่ออกจากสถานีดอนเมือง ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยได้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการปิดล็อคประตูห้องน้ำบนรถไฟชั้น ๓ และขอความร่วมมือจากผู้โดยสารให้งดการใช้ห้องน้ำระหว่างที่วิ่งบนทางยกระดับและเข้าสถานี ซึ่งไม่สอดคล้องกับยุคสมัย รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ดังนั้น จึงขอสอบถามว่า ปัจจุบันมีรถไฟชั้น ๓ ที่มีห้องน้ำระบบเปิดหรือไม่ได้มาตรฐานจำนวนเท่าใด และได้กำหนดแผนเพื่อพัฒนา ปรับปรุงห้องน้ำบนรถไฟทุกระดับชั้นให้เป็นระบบปิดที่ได้มาตรฐาน ถูกสุขลักษณะหรือไม่ กรณีมีแผนการปรับปรุง \\nคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [238,677,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","เรื่อง  ปัญหาตลิ่งลำน้ำชีทรุด","เนื่องจากพื้นที่ตำบลนาเริง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มีแม่น้ำชีไหลผ่าน \\nเป็นระยะทาง ๑,๙๖๐ เมตร เกิดปัญหาตลิ่งทรุดเนื่องจากน้ำกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายปี โดยพื้นที่\\nที่พบความเสียหายมากที่สุด คือ บ้านคุ้งสะอาด หมู่ที่ ๕ เนื่องจากมีพื้นที่ติดแม่น้ำ ระยะทาง ๙๖๐ เมตร อยู่บริเวณโค้งน้ำรูปตัวเอส กล่าวคือ พื้นที่ของส่วนที่โค้งถูกน้ำกัดเซาะ และส่วนที่เว้าได้รับแรงปะทะ\\nทำให้ตลิ่งทรุด ถนนเลียบแม่น้ำพัง รวมถึงชุมชน บ้าน วัด และโรงเรียน เสียหายและรอวันจมน้ำ \\nหากไม่ดำเนินการแก้ไข อาจทำให้บ้านเรือนทั้งหมด ๑๕๐ หลังคาเรือน เหลือเพียง ๒๐ หลังคาเรือน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาจัดสรรงบกลางโดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาตลิ่งทรุดในพื้นที่บ้านคุ้งสะอาด หมู่ที่ ๕ ตำบลนาเริง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นกรณีเร่งด่วน\\n\\nเรื่อง  ปัญหาการย้ายข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา\\nขั้นพื้นฐาน\\n \t\tเนื่องจากได้รับทราบว่า มีการเรียกรับเงินจากครูและผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาที่แสดงความประสงค์ขอย้ายกลับภูมิลำเนา โดยแบ่งเป็น ระดับครู จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท และระดับผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง หากเป็นความจริง ขอให้\\nเร่งดำเนินการแก้ไขและลงโทษอย่างเด็ดขาด แต่หากไม่เป็นความจริง ขอให้ดำเนินการชี้แจงให้ข้าราชการครูทั่วประเทศได้ทราบข้อเท็จจริง เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป\\n","กระทรวงศึกษาธิการ\\n","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [239,676,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","กฎหมาย","ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ครอบครองยาบ้าไม่เกิน ๑ เม็ด กับผลกระทบทางสังคม","เนื่องจากร่างกฎกระทรวงกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์\\\\nที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. .... ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ข้อ ๓ (๑) (จ) \\\\nระบุว่า ผู้ที่ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ในปริมาณเล็กน้อยซึ่งไม่เกินปริมาณที่กำหนด คือ แอมเฟตามีน (ยาบ้า) ปริมาณไม่เกิน ๑ หน่วยการใช้ หรือ ๑ เม็ด หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน ๐.๑ กรัม \\\\nให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ซึ่งการกำหนดปริมาณดังกล่าวจะส่งผลกระทบ\\\\nต่อสังคมอย่างรุนแรง เนื่องจาก เป็นการกำหนดปริมาณการครอบครองในจำนวนที่ต่ำเกินไป ทำให้\\\\nผู้ที่มียาบ้าเพื่อเสพ เกินกว่า ๑ เม็ด เพียงเล็กน้อย ต้องถูกดำเนินคดีฐานผู้ค้า ซึ่งมีบทกำหนดโทษจำคุก\\\\nไม่เกิน ๑๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑.๕ ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ต้องโทษความผิดดังกล่าวไม่สามารถเข้าสู่การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา ๑๑๔ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มองว่าผู้เสพฯ คือผู้ป่วยและเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้สร้างกลไกใหม่รองรับการแก้ไขปัญหา\\\\nผู้เสพยาเสพติด โดยเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาโดยสมัครใจ และไม่ถือว่าเป็นความผิด การแก้ไขกฎกระทรวงดังกล่าวจะทำให้ผู้เสพฯ ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในระบบใหม่ได้ ทำให้มีผู้ถูกจับกุมในคดียาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณงาน\\\\nของพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และกรมราชทัณฑ์เพิ่มขึ้น อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสถานการณ์ผู้ต้องขังล้นเรือนจำอีกครั้ง และทำให้คุณภาพการพัฒนาพฤตินิสัยการคืนคนดีสู่สังคม เป็นปัญหาสู่สังคมรวมถึง เป็นปัญหานโยบายยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศที่นำผู้ที่ไม่สมควรได้รับโทษไปสู่การควบคุมตัวในเรือนจำ นอกจากนี้ ผู้ครอบครองยาบ้าเพียงเล็กน้อย แต่เกินกว่า ๑ เม็ด จะถูกดำเนินคดีฐานความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเช่นเดียวกับฐานความผิดเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด ซึ่งสามารถถูกตรวจสอบ ยึด อายัดทรัพย์สิน ถึงแม้จะสามารถนำพิสูจน์ต่อศาลได้แต่สร้างความยุ่งยาก และหากเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบเพื่ออายัดทรัพย์สินกับคนกลุ่มดังกล่าว จะเป็นการสูญเสียเวลาและทรัพยากรเป็นจำนวนมากแต่ผลที่ได้ไม่คุ้มค่า อาจเป็นเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนแสวงหาผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจโดยมิชอบ ที่สำคัญผู้เสพยาเสพติดที่ถูกดำเนินคดีฐานความผิดเกี่ยวกับการค้าต้องมีประวัติในระบบฐานข้อมูลอาชญากรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตในอนาคต โดยทั้งหมดนี้ ขัดต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ และการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขและคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาทบทวน\\\\nร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว","คณะรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [240,675,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","กฎหมาย","ปัญหาที่ดินทำกิน ส.ป.ก. จังหวัดนครสวรรค์ หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาชนกัน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์","เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสุภลักษณ์  รัตนิล ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิเข้าทำประโยชน์\\nในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) จำนวน ๒ แปลง ประกอบด้วย แปลงที่ ๑ กลุ่มที่ ๒๑๕ เนื้อที่ \\n๑๖-๓-๕๙ ไร่ และ แปลงที่ ๒ กลุ่มที่ ๒๑๕ เนื้อที่ ๓๐-๑-๘๕ ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ ๕ ตำบลเขาชนกัน อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้เข้าทำประโยชน์ปลูกต้นยูคาลิปตัสมาเป็นเวลานาน ต่อมา พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นนางสาวใจฝัน  คงนิสัย อันเป็นเหตุให้นางสุภลักษณ์ฯ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครสวรรค์ หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ อย่างไร และขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด","กระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [241,674,70,"นายทรงเดช เสมอคำ","นโยบายของรัฐบาล","ปัญหาการบริหารองค์กรกีฬา กรณีสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์","เนื่องจากกีฬาถือเป็นสื่อกลางที่ทำให้ประเทศทั่วโลกได้รู้จักประเทศไทย ผ่านนักกีฬาประเภทต่าง ๆ อาทิ มวย ยกน้ำหนัก กอล์ฟ สนุกเกอร์ ที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยฟุตบอลถือเป็นกีฬาซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดของคนทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ทั้งนี้ ระบบการแข่งขันฟุตบอลสโมสรของประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แบ่งการแข่งขันเป็น ๓ ระดับ ซึ่งทุกสโมสรต่างประสบปัญหาเงินสนับสนุนไม่เพียงพอต่อภาระค่าใช้จ่าย กล่าวคือ ระดับไทยลีก (T1) มี ๑๖ ทีม กำหนดให้เงินทีมละ ๒๐ ล้านบาท ปรับลดเหลือ ๑๔ ล้านบาท กำหนดจ่าย ๔ งวด งวดละ ๓.๕ ล้านบาท แต่งวดแรกจ่าย ๑.๕ ล้านบาท ไทยลีก ๒ (T2) มี ๑๘ ทีม กำหนดให้เงินทีมละ ๓ ล้านบาท ปรับลดเหลือ ๒.๑ ล้านบาท กำหนดจ่าย ๔ งวด งวดละ ๕๒๕,๐๐๐ บาท แต่งวดแรกจ่าย ๒๒๕,๐๐๐ บาท และไทยลีก ๓ (T3) มี ๗๖ ทีม กำหนดให้เงินทีมละ ๑ ล้านบาท ปรับลดเหลือ ๗๐๐,๐๐๐ บาท กำหนดจ่าย ๔ งวด งวดละ ๑๗๕,๐๐๐ บาท แต่งวดแรกจ่าย ๗๕,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ ยังประสบปัญหาการใช้นักฟุตบอลต่างชาติ เป็นเหตุให้นักฟุตบอลไทยไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะการเล่นฟุตบอลเท่าที่ควร ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาติดตาม กำกับดูแลการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อให้ระบบการแข่งขันฟุตบอลสโมสรของประเทศไทยเกิดการพัฒนาได้ทัดเทียมกับประเทศประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้","กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [242,673,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอคืนอัตราจ้างตำแหน่งธุรการและนักการภารโรงให้แก่ทุกโรงเรียน","คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีมติเห็นชอบ ให้คืนตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียนและครู ให้แก่โรงเรียนขนาดเล็ก (มีนักเรียนตั้งแต่ ๖๑ - ๑๑๙ คน) ประมาณ ๗,๗๐๐ โรงเรียน นั้น มีประเด็นปัญหาที่กระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม คือ การคืนอัตราตำแหน่งครูธุรการโรงเรียนและนักการภารโรง ที่เกษียณอายุ ลาออกหรือเสียชีวิต ให้ทุกโรงเรียน เนื่องจากมีความสำคัญในการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของข้าราชการครูให้มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หนังสือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๑ \\\\nที่ ศธ ๐๔๑๖๖/๔๕๗ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๖ เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงาน\\\\nให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้กำหนดให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน ดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ใหม่ คือ ให้สถานศึกษาดำเนินการจ้างอัตราจ้างผู้ปฏิบัติงานให้ราชการได้อย่างต่อเนื่องรายเดิมจนกว่าจะสิ้นปีงบประมาณ กรณีอัตราจ้างว่างลง หลังวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ สามารถสรรหาผู้ปฏิบัติงานให้ราชการรายใหม่ทดแทนในตำแหน่งธุรการโรงเรียน และนักการภารโรง โดยไม่ต้องรายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แต่โรงเรียนที่มีตำแหน่งครูธุรการ และนักการภารโรง ว่างลงก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ จะไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาคืนอัตราตำแหน่งดังกล่าวให้แก่โรงเรียนทุกแห่ง\\\\n","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [243,672,181,"พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ","กฎหมาย","การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ (๑ โครงการ ๑ QR Code)","เนื่องจากคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต ประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้พิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดทำระบบการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (๑ โครงการ ๑ QR Code) โดยที่ประชุมวุฒิสภา\\nได้เห็นชอบให้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ๑ โครงการ ๑ QR Code \\nจะเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญในการเปิดโอกาสและสร้างแรงจูงใจให้เครือข่าย ภาคประชาชน \\nภาคประชาสังคมได้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง สอดส่อง แจ้งเบาะแสการทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ\\nได้โดยง่าย ด้วยการเข้ารหัส QR Code ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะไม่มีความซับซ้อน \\nไม่ใช้งบประมาณ ไม่เพิ่มบุคลากร แต่ปัจจุบันรัฐบาลยังมิได้ดำเนินการขับเคลื่อนแต่อย่างใด ดังนั้น \\nจึงขอให้รัฐบาลได้นำเรื่อง การกำหนดให้หน่วยงานภาครัฐที่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง จัดทำ QR Code ไว้ที่ชื่อ/ป้ายโครงการ โดยมีข้อกำหนดว่า ทุก QR Code ต้องประกอบด้วย ข้อกำหนด รายละเอียด เงื่อนไข หรือขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) ราคา และผู้รับจ้าง ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส เป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้สนใจหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถติดตาม ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ นำไปสู่ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยมีคะแนนสูงขึ้น ส่งผลให้คะแนนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) สูงขึ้นต่อไป","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [244,671,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","แนวทางการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทย","เนื่องจากองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้ประกาศดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยปี ๒๕๖๕ โดยได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ จำนวน ๑ คะแนน เป็น ๓๖ คะแนน ซึ่งเท่ากับปี ๒๕๖๑ และการจัดอันดับดีขึ้น \\n๙ อันดับ จากอันดับที่ ๑๑๐ เป็นอันดับที่ ๑๐๑ แต่ยังคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่กำหนดให้มีคะแนน CPI ในปี ๒๕๖๕ \\nอยู่ที่ ๔๕ คะแนน ซึ่งเรื่องที่ได้รับการประเมินค่อนข้างต่ำ มีคะแนน ๒๖ คะแนน เป็นเรื่องการทุจริต\\nในภาครัฐ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เกี่ยวกับการเรียกรับสินบน การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม การมีพฤติกรรมเบียดบังเงินงบประมาณหรือทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ของตนหรือคนในครอบครัว ซึ่งห่างไกลจากเกณฑ์เฉลี่ยของโลก คือ ๔๓ คะแนน ทั้งนี้ \\nTI ได้ยกย่องประเทศเวียดนามว่ามีพัฒนาการด้านการต่อต้านการทุจริตดีขึ้น ซึ่งได้คะแนนโดยรวมเพิ่มขึ้น ๙ คะแนน จากปี ๒๕๖๑ ได้ ๓๓ คะแนน และปี ๒๕๖๕ ได้ ๔๒ คะแนน ซึ่งประเทศเวียดนามได้ดำเนินนโยบายล้างผลาญการทุจริตกับนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ประธานาธิบดีเวียดนามคนปัจจุบันได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง และยุติบทบาททางการเมือง อันเนื่องมาจากการจับกุมดำเนินคดีรองนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และนักธุรกิจ ประมาณ ๑๐๐ คน ในข้อหาฉ้อโกงและทุจริต ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลได้เร่งรัดปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง และเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพื่อเป็นแบบอย่างให้พรรคการเมืองที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศในช่วงต่อไป ได้ประกาศนโยบายปราบปรามการทุจริตที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้คะแนน CPI ของประเทศไทยในปี ๒๕๖๖ เป็นไปตามเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",24,2566,"2023-02-14T00:00:00"],
    [245,670,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","การเยียวยาเจ้าหน้าที่ที่ไม่ถ่ายโอนยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ของกระทรวงสาธารณสุข","การถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ พบปัญหาบุคลากรสาธารณสุขที่มีทั้งผู้ไม่ประสงค์ถ่ายโอน และผู้ที่ขอยกเลิกความประสงค์ถ่ายโอนแต่ไม่สามารถดำเนินการได้ และผู้ที่ถ่ายโอนไปแล้วเปลี่ยนใจขอโอนย้ายกลับมาที่กระทรวงสาธารณสุข โดยบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนและได้รับความเดือดร้อน มีจำนวน ๔,๖๕๕ คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล รพ.สต. จำนวน ๖๐๘ คน และเมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๖ คณะอนุกรรมการด้านวิชาการและติดตามประเมินผล กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่และอำนาจรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหาด้านวิชาการ \\nและติดตามประเมินผลที่เกิดขึ้นจากการถ่ายโอน พบว่า บุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่โอนย้ายไป \\nร้อยละ ๔๐ ของจำนวนอัตราทั้งหมด ๑๑,๙๒๘ อัตรา มีความต้องการขอโอนย้ายกลับมาที่กระทรวงสาธารณสุข ด้วยเหตุผลหลายประการ \\n \t\tโดยบุคลากรกระทรวงสาธารณสุขที่ไม่ถ่ายโอนไปยัง อบจ. เนื่องจากต้องการปฏิบัติราชการ ณ รพ.สต. เดิม ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพราะได้อยู่ใกล้ครอบครัว และญาติพี่น้อง แต่ปรากฏว่า\\nต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติราชการจาก รพ.สต.เดิม ไปยัง รพ.สต. อื่น รวมถึงโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.) \\n \t\tสำหรับผู้อำนวยการโรงพยาบาล รพ.สต. ที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอน ตำแหน่งได้ถูกตัดออกไป\\nข้อสำคัญ คือ ถูกตัดเงินค่าอยู่เวร หรือค่าตอบแทนการปฏิบัติงาน ที่เรียกว่า ฉ.๕ และ ฉ.๑๑ ส่งผลให้\\nรายได้ลดน้อยลง ส่วนผู้ที่ยังสามารถอยู่เวรได้พบว่าได้รับเงินค่าอยู่เวรลดน้อยลงกว่าเดิม อีกทั้ง การเดินทางไปปฏิบัติราชการในสถานที่ทำงานแห่งใหม่มีระยะทางไกลขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ สวัสดิการต่าง ๆ ก็ได้รับลดน้อยลงกว่าเดิม เช่น ไม่มีสวัสดิการที่พักอาศัยให้แก่บุคลากร \\nและไม่มีสวัสดิการเบิกค่าเช่าบ้าน เป็นต้น\\n \t\tดังนั้น ปัญหาที่ต้องการให้พิจารณาหาแนวทางแก้ไข คือ \\n \t\t๑. การช่วยเหลือเยียวยาแก่บุคลากรที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนและต้องการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขต่อไป เพราะการถ่ายโอนจะต้องได้รับความยินยอมโดยความสมัครใจมิใช่ถูกบังคับ \\nและผู้ที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนต้องมีทางเลือกให้สามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง \\n\t\t๒. สำหรับผู้ที่ถ่ายโอนไปแล้วและต้องการโอนย้ายกลับมายังกระทรวงสาธารณสุข \\nขอให้มีการช่วยเหลือเยียวยาให้ได้ทำงานตามแนวทางและสภาพแวดล้อมที่บุคลากรเหล่านั้นต้องการ \\nเพื่อจะได้มีกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน อันเป็นปณิธานตั้งแต่\\nเมื่อครั้งสมัครสอบบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการ \\n \t\tอนึ่ง สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือเรื่องนี้ ได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขหลังการถ่ายโอน รพ.สต. (ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้ถาม ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ๒ ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ ๑ ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๖ และครั้งที่ ๒ ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันจันทร์ที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๖ หากมีการเลื่อนตอบกระทู้ถามออกไปอีกเกรงว่ากระทู้ถามดังกล่าวจะไม่ได้รับการตอบในที่ประชุมวุฒิสภา เนื่องจากจะสิ้นสุดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สองในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งสุดท้ายของรัฐสภาเพราะครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องนำเรื่องนี้มาปรึกษาหารือ เพื่อให้ส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นการด่วน","กระทรวงสาธารณสุข","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [246,669,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การก่อสร้างทางลอดหน้าโรงเรียนบ้านหนองบัว และวัดสุขวรารามตำบลบ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี","จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า โรงเรียนบ้านหนองบัวและวัดสุขวราราม \\nตำบลบ่อกระดาน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี มีพื้นที่ตั้งอยู่ติดกับถนนเพชรเกษมและเป็นเขตชุมชน \\nซึ่งถนนบริเวณดังกล่าวมีรถวิ่งสัญจรจำนวนมากและใช้ความเร็วสูง ประชาชนในพื้นที่ข้ามถนน\\nด้วยความยากลำบากและไม่มีความปลอดภัย จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาสร้างอุโมงค์ทางลอด\\nใต้ถนนเพชรเกษมบริเวณดังกล่าว","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [247,668,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ถนนเลี่ยงเมืองเทศบาลตำบลประจันตคาม","จากทางหลวงหมายเลข ๓๓ (ถนนสุวรรณศร) ที่มี ๖ ช่องจราจร กับทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๘ ที่มี ๒ ช่องจราจรและไม่มีไหล่ทาง มีจุดที่ถนนตัดกันผ่านกลางเทศบาลตำบล\\nประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี  ซึ่งบริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๘ เป็นบริเวณ\\nที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น อีกทั้งมีรถบรรทุกสินค้า และรถโดยสารรับ-ส่งพนักงาน ไปยังนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ เป็นจำนวนมาก ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดเป็นอย่างมาก และไม่สามารถขยายเส้นทางการจราจรได้เนื่องจากมีเขตทางจำกัด ทำให้ประชาชนในเขตเทศบาลประจันตคาม\\nได้รับความเดือดร้อน ซึ่งเทศบาลตำบลประจันตคามได้พยายามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว \\nด้วยแนวคิดการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองแต่เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกินขีดความสามารถของเทศบาล \\nองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดปราจีนบุรี เพราะต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง\\nเป็นจำนวนมาก และในโอกาสที่สมาชิกวุฒิสภาในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคตะวันออก \\nได้เดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดปราจีนบุรี นายกเทศบาลตำบลประจันตคามได้ร้องเรียนปัญหา\\nความเดือดร้อนดังกล่าว โดยเทศบาลตำบลประจันตคามได้ส่งเรื่องไปยังกรมทางหลวงชนบทจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการพิจารณาแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดี ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจแนวการก่อสร้างถนนเลี่ยงเมือง บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๓ ข้างโรงพยาบาลประจันตคาม ข้ามไปยังทางหลวงหมายเลข ๓๐๗๘ \\nบริเวณข้างองค์การบริหารส่วนตำบลประจันตคาม มีระยะทาง ๒ กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้สำรวจเบื้องต้นและแจ้งว่าต้องมีผังจังหวัดปราจีนบุรี \\nปัจจุบันเทศบาลตำบลประจันตคาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ได้กำหนดผังจังหวัดปราจีนบุรีเรียบร้อยแล้วและเนื่องจากขั้นตอนการก่อสร้าง การเวนคืนที่ดิน และการจัดสรรงบประมาณ ต้องใช้\\nระยะเวลานาน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดดำเนินการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลประจันตคาม","กระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [248,667,238,"นายออน กาจกระโทก","กฎหมาย","ความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา","จากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มีการสรรหาคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน ๒๔๕ เขต ประกอบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าจะดำเนินการสรรหา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ จากนั้น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ประเด็นสำคัญ คือ ต้องมีการถ่ายโอนหน้าที่และอำนาจการบริหารงานบุคคล ได้แก่ การบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้าย การโอน การพิจารณาความดีความชอบ และการพิจารณาดำเนินการทางวินัย จากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\\n \t\t๑. มีการเตรียมการเพื่อให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา พร้อมในการปฏิบัติหน้าที่\\nหรือไม่ อย่างไร\t\\n \t\t๒. มียุทธวิธีหรือวิสัยทัศน์ ที่จะขจัดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ หรือใช้ระบบอุปถัมภ์\\nในทางมิชอบ อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ในบางเขตพื้นที่การศึกษา หรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๓. มีการวางระบบติดตามและประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพ หรือไม่ อย่างไร","กระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [249,666,195,"นายสมชาย แสวงการ","สถานการณ์บ้านเมือง","การปราบปรามแพลตฟอร์มหวยเถื่อนออนไลน์",null,"นายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [250,665,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","การสนับสนุนร่างกฎหมายว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล","กฎหมายที่ส่งเสริมด้านสิทธิมนุษยชน ด้านประชาธิปไตย การขจัดโอกาสในการทุจริต\\nคอร์รัปชัน และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม คือกฎหมายที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักการส่งเสริม\\nความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติ ซึ่งหลักการนี้ปรากฏอยู่ในปฏิญญา สนธิสัญญา อนุสัญญา\\nและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชนทุกฉบับ รวมทั้งที่ประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย \\nโดยหลักการนี้ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาจนถึงฉบับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม “ร่างกฎหมายว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล” ยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร \\nเนื่องจากได้มีการเสนอเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ และไม่ปรากฏว่ามีการเสนอเข้ามาอีก ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ \\nสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นำกลับมาพิจารณาศึกษาใหม่และถูกตีตกไป จากนั้น ภาคประชาสังคม\\nได้มีการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลและได้เสนอรัฐบาลอีกครั้งในปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูงของแต่ละรัฐบาลต่างให้คำสัญญาว่า\\nจะสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อขจัดความไม่เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และลดโอกาสการสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ แต่ยังไม่มีผู้ใดขับเคลื่อนให้กฎหมายเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมได้ อนึ่ง ปัจจุบันร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคงอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม ส่วนฉบับประชาชนได้ยื่นต่อประธานรัฐสภาและคณะกรรมาธิการ\\nหลายคณะ แต่ยังไม่ได้รับการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายที่ช่วยลดความขัดแย้ง ลดการสร้างมาตรฐานหลายมาตรฐานของสังคม จึงมีความเชื่อมั่นว่า\\nหากผู้ใดสามารถขับเคลื่อนให้ “ร่างกฎหมายว่าด้วยขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล” ตราเป็นกฎหมายออกมาใช้บังคับจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างมาก","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [251,664,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การสื่อสารนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนองค์กรชุมชนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและการสร้างโอกาสความเสมอภาคทางสีงคม","การลงพื้นที่ ณ จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก พบว่าการดำเนินการใด ๆ ของภาครัฐจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากขาดการสื่อสารเชิงนโยบายจากรัฐบาล ซึ่งพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้กำหนดบทนิยามศัพท์คำว่า “องค์กรชุมชน” ไว้ และได้กำหนดองค์ประกอบของสภาองค์กรชุมชนตำบลไว้ในหมวด ๑ ซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการร่วมกับประชาชนและหน่วยงานของรัฐ แต่อย่างไรก็ดี ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอและตำบล พ.ศ. ๒๕๖๒ มิได้กล่าวถึงองค์กรชุมชนหรือสภาองค์กรชุมชนตำบลแต่อย่างใด ในขณะที่พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ให้ความหมายบทนิยามศัพท์คำว่า “ผู้แทนภาคประชาสังคม” หมายถึง ผู้แทนซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบลตามกฎหมายว่าด้วยสภาองค์กรชุมชน และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการกำหนด และมาตรา ๙ ของพระราชกฤษฎีกาฉบับเดียวกันได้กำหนดให้ “ผู้แทนภาคประชาสังคม” เป็นองค์ประกอบหนึ่งของคณะกรรมการนโยบาย\\nการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นและหมู่บ้าน\\nในการวางระบบในการบริหารงานแบบบูรณาการ เนื่องจากต้องมีการดำเนินการด้านต่าง ๆ เช่น สวัสดิการชุมชน การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การดูแลที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เป็นต้น ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว และมีการรวมตัวที่ทำให้เกิดความร่วมมือในการสร้างเศรษฐกิจระดับฐานรากได้ ยกตัวอย่างเช่น สภาองค์กรชุมชนตำบลดงเดือย อำเภอกงไกรลาศ \\nจังหวัดสุโขทัย สามารถพัฒนาปลาหมอพันธุ์ชุมพร จากขนาดน้ำหนัก ๒๕๐ กรัม ให้มีน้ำหนัก ๔๐๐ - ๔๕๐ กรัม ในระยะเวลาไม่กี่ปี ดังนั้น เพื่อเป็นการสื่อสารนโยบายของรัฐบาลตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่กำกับดูแล และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการระดับภูมิภาค รัฐบาลควรใช้กลไกของ “สภาองค์กรชุมชนตำบล” เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และทำความเข้าใจ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในชนบทเกิดผลเป็นรูปธรรม","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [252,663,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","การแก้ไขปัญหาหลังน้ำลดให้ประชาชนที่ได้","จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้\\n \t\t    ๑. เรื่อง การแก้ไขปัญหาหลังน้ำลดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดร้อยเอ็ด\\n \t\t\tจากการเดินทางลงพื้นที่ ณ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับทราบจากเกษตรกรผู้ปลูกข้าว\\nใน ๑๒ อำเภอของจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งประสบอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ว่าขณะนี้กำลังประสบปัญหา\\nไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ เนื่องจากไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวเพราะน้ำท่วมนาข้าวในขณะที่ต้นข้าวกำลัง\\nออกรวงทำให้ต้นข้าวเสียหายทั้งหมด ส่งผลให้ไม่มีเงินทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวมาเพาะปลูกในปีต่อไป \\nอนึ่ง สำหรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือชาวนาไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท เป็นเพียงความช่วยเหลือเบื้องต้นมิใช่เป็นการช่วยเหลือในระยะยาว และในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกปีเกษตรกรจะเริ่มปลูกข้าวนาปีแต่ปรากฏว่ายังคงประสบปัญหาขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเป็นการเยียวยาและช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ในระยะยาว \\n                   ๒. เรื่อง ปัญหาที่ดินของโรงพยาบาลเชียงขวัญ อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด\\n\t\t\tเนื่องจากโรงพยาบาลเชียงขวัญเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอเชียงขวัญ ซึ่งให้บริการ\\nแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีบริการรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล (ผู้ป่วยใน) หากกรณี\\nมีผู้ป่วยอาการหนักจะต้องส่งตัวเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ซึ่งมีระยะทางห่างจากโรงพยาบาลเชียงขวัญประมาณ ๑๙ กิโลเมตร สร้างความลำบากให้แก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยที่ต้องเดินทางไกลขึ้น\\nและเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับรับผู้ป่วยใน จำนวน ๓๐ เตียง ให้แก่โรงพยาบาลเชียงขวัญ แต่มีปัญหาว่าพื้นที่ของโรงพยาบาลเชียงขวัญเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ และจากการติดตามการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาเป็นระยะเวลา ๒ ปี พบว่ายังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ใช้เป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลเชียงขวัญให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อที่โรงพยาบาลเชียงขวัญจะสามารถรับการจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับผู้ป่วยใน จำนวน ๓๐ เตียง จากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยและญาติที่มารับบริการจากโรงพยาบาลเชียงขวัญได้","นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [253,662,10,"นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก จากโครงการ \\\\\\\"บางระกำโมเดล\\\\\\\"","โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ได้เดินทางลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๑๙–๒๐ มกราคม ๒๕๖๖ ณ ตำบลวังเป็ด อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ได้มีประชาชนชาวอำเภอบางระกำร้องเรียนถึงปัญหาความเดือดร้อนและสิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไขอันเกิดจากผลกระทบของโครงการบางระกำโมเดลที่ได้นำพื้นที่นาในอำเภอบางระกำประมาณ ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ ไปใช้ในการกักเก็บน้ำเป็นเวลาประมาณ ๓-๔ เดือน ทำให้ประชาชนเจ้าของพื้นที่นาไม่สามารถทำนาได้ และเมื่อกรมชลประทานได้ระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้วก็ยังไม่สามารถทำนาได้เพราะมีน้ำไม่เพียงพอ ดังนั้น ชาวบางระกำจึงขอให้ทางภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อน และบริหารจัดการน้ำภายหลังการกักเก็บน้ำเพื่อให้ประชาชนชาวอำเภอบางระกำ มีน้ำเพียงพอสำหรับการทำนา รวมทั้งต้องการให้ภาครัฐจัดทำบริการสาธารณูปโภค เช่น ถนน น้ำประปา ไฟฟ้า และจัดหาอาชีพเสริมเพื่อให้ชาวอำเภอบางระกำมีรายได้เหมือนเดิมก่อนที่จะมีการจัดทำโครงการบางระกำโมเดล","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [254,661,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การกำกับดูแลข้าราชการที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ","จากช่วงที่ผ่านมาสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เสนอข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการที่ใช้หน้าที่และอำนาจโดยมิชอบเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นหลายกรณี อาทิ การใช้อำนาจทางปกครองต่อผู้ใต้บังคับบัญชาโดยมิชอบ การเรียกรับผลประโยชน์จากการใช้หน้าที่และอำนาจ รวมทั้งการเรียกรับผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหายส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกำลังจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประกอบกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า หากเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดใช้หน้าที่และอำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบจะไม่ดำเนินการลงโทษเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่จะดำเนินการลงโทษกับผู้บังคับบัญชาที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกสองลำดับชั้น เพราะถือว่าบกพร่องในการกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา อย่างไรก็ดี ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) เรื่องการพัฒนาระบบข้าราชการไทยให้โปร่งใส ไร้ผลประโยชน์ เป็นกิจกรรมปฏิรูปที่ ๔ โดยมีเป้าหมายให้หัวหน้าหน่วยงาน\\nของรัฐจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ\\nในหน่วยงาน และบังคับใช้มาตรการทางจริยธรรม วินัย และทางอาญาต่อผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว\\nและเป็นธรรม พร้อมกับนำหลักความรับผิดชอบในการกระทำ (Accountability) มาบังคับใช้กับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนั้น แนวความคิดของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติข้างต้นสอดคล้องกับ Big Rock ที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นสิ่งที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานควรต้องถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน ในการนี้ จึงขอเสนอให้นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำประเด็นดังกล่าวกับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในส่วนของการประพฤติปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจะทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศสามารถดำเนินต่อไปได้","นายกรัฐมนตรี ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",21,2566,"2023-01-31T00:00:00"],
    [255,660,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","กฎหมาย","การเพิ่มความเที่ยงตรงของการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จับกุมผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานหนึ่ง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่าการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงาน ป.ป.ช. อาจจะขาดความเที่ยงตรง ทำให้หน่วยงานดังกล่าวได้คะแนนการประเมินอยู่ในระดับ A ตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตัวชี้วัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ O๔๓ \\nโดยนโยบายไม่รับของขวัญในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ทั้งนี้ จากการติดตาม\\nการประเมินความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี โดยผลการประเมินส่วนมากมีความเที่ยงตรง มีเพียงบางหน่วยงานที่รู้หลักเกณฑ์การให้คะแนนจึงมีวิธีที่สามารถทำให้ได้คะแนนสูงกว่าความเป็นจริง ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. จึงควรปรับปรุง หลักเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ดังนี้          \\n\t\t(๑) แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (Internal Integrity and Transparency Assessment : IIT) เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกคำตอบตามการรับรู้ของตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์\\nเพื่อเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในองค์กรที่หน่วยงานเสนอชื่อ จำนวน ๓๐ คำถาม ซึ่งอาจทำให้มีการเตรียมการได้ จึงควรจะสอบถามบุคคลจากภายนอกกลุ่มที่หน่วยงานเสนอในจำนวนที่เท่ากัน \\nซึ่งจะทำให้คะแนนมีความเที่ยงตรงมากยิ่งขึ้น              \\n\t\t(๒) แบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (External Integrity and Transparency Assessment : EIT) เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกคำตอบตามการรับรู้ของตนเอง \\nโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก จำนวน ๑๕ คำถาม โดยหน่วยงาน\\nเป็นผู้คัดเลือกกลุ่มบุคคล ดังนั้น เพื่อเพิ่มความเที่ยงตรง สำนักงาน ป.ป.ช. ควรขอข้อมูลรายชื่อ \\nหรือช่องทางในการติดต่อกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอกเพิ่มเติม หรืออาจขอเข้าเก็บข้อมูลภาคสนาม\\nที่หน่วยงานของรัฐหรือแหล่งข้อมูลที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด โดยรวบรวมข้อมูลให้ได้ไม่น้อยกว่า\\nกลุ่มตัวอย่างขั้นต่ำ และมีลักษณะเป็นตัวแทนที่ดีมากที่สุด ซึ่งจะทำให้เกิดความเที่ยงตรงในการประเมิน  \\n\t\t(๓) แบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data Integrity and Transparency Assessment : OIT) เป็นแบบวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกตอบมีหรือไม่มีการเปิดเผยข้อมูล พร้อมทั้งระบุ URL เพื่อเชื่อมโยงไปสู่แหล่งที่อยู่ของการเปิดเผยข้อมูล จำนวน ๔๓ ตัวชี้วัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูล จากเว็บไซต์ของหน่วยงาน ซึ่งเป็นการประเมินว่ามีการจัดทำกิจกรรมเท่านั้น ไม่ได้มีการวัดประสิทธิผล หรือประสิทธิภาพ ดังนั้น ในปีต่อไป สำนักงาน ป.ป.ช. ควรจะเพิ่มการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ให้มากขึ้นในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น ตัวชี้วัด O๓๗ การดำเนินการเพื่อจัดการความเสี่ยงการทุจริต ตัวชี้วัด O๓๙ แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต และตัวชี้วัด O๔๓ การดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสภายในหน่วยงาน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้การประเมินมีความเที่ยงตรง\\nมากยิ่งขึ้น ","เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [256,659,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","กฎหมาย","ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... กับการสร้างปัญหาใหม่ทางการศึกษา","จากกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... จึงมีความห่วงใยต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากหลักการของการศึกษาพิเศษเป็นสาขาวิชา เป็นบริการเติมเต็มเพื่อทำให้ระบบการศึกษามีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในประเทศไทยและต่างประเทศไม่มีบทบัญญัติใดรับรองสิทธิผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ โดยประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่มีบทบัญญัติรับรองสิทธิคนพิการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ดังนั้น การผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... เพื่อยกเลิกพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายให้หน่วยงานใหญ่ขึ้น มีบุคลากรและงบประมาณมากขึ้น ถือเป็นสิ่งที่มิชอบและไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง หากมีความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการบริหาร อาทิ กรม หรือ หน่วยงาน ควรพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเรื่องการบริหารจัดการมากกว่าการออกกฎหมายทับซ้อนหรือยกเลิกกฎหมายที่รับรองสิทธิของประชาชนหรือกฎหมาย\\nที่ดีอยู่แล้ว ดังนั้น ขอให้พิจารณาทบทวนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ พ.ศ. .... เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาแก่คนพิการทั่วประเทศ\\n","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [257,658,31,"นายเฉลา พวงมาลัย","นโยบายของรัฐบาล","การพิสูจน์สิทธิที่ทำกินและสัญชาติในพื้นที่ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และการจัดทำแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในพื้นที่อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี","จากสมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือได้เดินทางลงพื้นที่เข้าร่วมโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ จังหวัดราชบุรี ได้มีกำนันตำบลสวนผึ้ง ขอให้ช่วยดำเนินการประสานเพื่อเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนี้    \\n               (๑) ประชาชนในพื้นที่ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสิทธิที่ทำกินและปัญหาสัญชาติเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงกลาโหม ดำเนินการพิสูจน์สิทธิที่ทำกินในพื้นที่ดังกล่าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการพิสูจน์สัญชาติของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดราชบุรี โดยเร็วด้วย     \\n\t\t(๒) ประชาชนในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีความประสงค์ที่จะจัดทำแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จึงได้ทำเรื่องไปยังกรมธนารักษ์ เพื่อขออนุญาตใช้พื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ จัดทำเป็นแหล่งน้ำฯ โดยกรมธนารักษ์ได้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นเวลานานแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการคลัง เร่งรัดการพิจารณากรณีดังกล่าวโดยเร็ว ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [258,657,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าของกรมชลประทานในฤดูการทำนาปรัง","จากได้รับการร้องเรียนกรณีน้ำประปาหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลสนามคลี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี น้ำประปาไม่ถูกสุขลักษณะ ด้อยคุณภาพ มีตะกอน มีสีเหลืองขุ่นและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งทั่วประเทศพบปัญหาน้ำประปาด้อยคุณภาพลักษณะดังกล่าวร้อยละ ๗๐ ปัจจุบันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้านหลายฉบับ เช่น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารกิจการและบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน พ.ศ. ๒๕๔๘ พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยกฎหมายกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ซ่อมแซมและบำรุงรักษาประปาหมู่บ้านให้สามารถใช้การได้อยู่เสมอ พร้อมทั้งบำรุง รักษาแหล่งน้ำดิบของประปาหมู่บ้านให้สะอาดและมีปริมาณน้ำเพียงพอที่จะใช้ผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ จากการที่มีกฎหมายหลายฉบับ และกำหนดให้มีส่วนราชการหลายหน่วยงานมีหน้าที่กำกับ ดูแลคุณภาพ และบริหารจัดการน้ำประปาหมู่บ้าน เช่น กรมอนามัยมีหน้าที่ดูแลคุณภาพของน้ำประปา กรมทรัพยากรน้ำมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสรรน้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่รับผิดชอบการในการบริหารจัดการน้ำประปาหมู่บ้าน ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติโดยเฉพาะน้ำประปาหมู่บ้านที่อยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กที่ขาดแคลนงบประมาณ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำประปาหมู่บ้านด้อยคุณภาพ ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการ และการสนับสนุนงบประมาณ","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรี่วาการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [259,656,145,"นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล","ความเดือดร้อนของประชาชน","ปัญหาเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าของกรมชลประทานในฤดูการทำนาปรัง","ฤดูฝนปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสบปัญหาอุทกภัย \\nซึ่งบางพื้นที่ยังไม่ได้รับเงินค่าเยียวยา และปัจจุบันประสบปัญหากรมชลประทานเรียกเก็บค่าใช้กระแสไฟฟ้า ไร่ละประมาณ ๔๐๐ บาท อันเนื่องมาจากเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จะเปิดเครื่องเพื่อสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติแล้วปล่อยไปตามคลองชลประทาน\\nในช่วงเวลากลางวัน เมื่อเปรียบเทียบกับการเปิดเครื่องจักรของโรงงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปจะเปิดเครื่องจักรในเวลากลางคืนเพื่อลดค่าใช้จ่ายจากค่ากระแสไฟฟ้า เนื่องจากเป็นช่วงความต้องการไฟฟ้าต่ำ \\n(Off Peak) ระหว่างเวลา ๒๒.๐๐ - ๐๙.๐๐ นาฬิกา ทั้งนี้ ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดจึงไม่เปิด\\nเครื่องสูบน้ำเข้าคลองชลประทานในเวลากลางคืน ได้รับคำชี้แจงว่าระเบียบไม่เอื้ออำนวย หากดำเนินการ\\nในช่วงเวลากลางคืนต้องดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก เช่น การขออนุญาตเปิดเครื่อง\\nนอกช่วงเวลาราชการ และการเบิกค่าล่วงเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวนั้น น้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าที่เรียกเก็บจากเกษตรกร ดังนั้น จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรี \\nและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ \\n\t\t(๑) สามารถแก้ไขระเบียบให้เครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าดำเนินการในตอนกลางคืน\\nได้หรือไม่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกร   \\n\t\t(๒) สามารถยกเว้นค่าใช้ไฟฟ้าจากเครื่องสูบน้ำด้วยกระแสไฟฟ้าให้กับเกษตรกร\\nที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและได้รับการตรวจสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประสบ\\nภัยพิบัติแล้ว ได้หรือไม่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง   \\n\t\t(๓) รัฐบาลและกรมชลประทานได้เตรียมแผนการเพื่อรองรับผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) จากปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) ในประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ หรือไม่ อย่างไร","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [260,655,238,"นายออน กาจกระโทก","นโยบายของรัฐบาล","ขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้กับครูทั่วประเทศ","เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นวันครูแห่งชาติ ได้รับทราบปัญหาของครูที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับครูทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน ได้แก่     \\n \t\t(๑) ขอให้ลดภาระงานด้านอื่น ๆ ที่มิใช่ภาระงานเกี่ยวกับการเรียนการสอนลง \\nเพื่อให้ครูได้มีเวลาสอนเด็กนักเรียนได้อย่างเต็มที่       \\n \t\t(๒) ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเรื่องเทคโนโลยี สื่อ และอุปกรณ์การเรียนการสอน \\nให้มีความทันสมัยและเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันครูต้องใช้ทุนทรัพย์ของตนเองในการซื้อสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งเป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครู    \\n \t\t(๓) ขอให้คืนตำแหน่งผู้บริหารโรงเรียน ครู เจ้าหน้าที่ธุรการ และนักการภารโรง \\nให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า ๑๒๐ คน       \\n \t\t(๔) ขอให้กำหนดบัญชีการเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของข้าราชการครูเป็นการเฉพาะ โดยแยกจากบัญชีของข้าราชการพลเรือน      \\n                (๕) กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็นวาระแห่งชาติ\\n","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [261,654,220,"นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ","ความเดือดร้อนของประชาชน","ขอให้เร่งรัดการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๖ บางปะอิน-นครราชสีมา","ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ บางปะอิน – นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ ๖๐,๐๐๐ – ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ การก่อสร้างมีความก้าวหน้าประมาณร้อยละ ๙๐ ถือว่าการก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ได้รับทราบว่าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ บางปะอิน – นครราชสีมา จะต้องมีการก่อสร้างเพิ่มเติม ใช้งบประมาณการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มเติมแล้วจะต้องใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ ๓ ปี ดังนั้น หากอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างเพิ่มเติมในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ การก่อสร้างเพิ่มเติมจะแล้วเสร็จในปี \\nพ.ศ. ๒๕๖๙ ซึ่งล่าช้ากว่าระยะเวลาก่อสร้างแล้วเสร็จตามที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีการ \\nอนุมัติงบประมาณสำหรับการก่อสร้างเพิ่มเติมดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ งบประมาณการก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อให้การก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ บางปะอิน  – นครราชสีมา แล้วเสร็จสมบูรณ์และประชาชนสามารถได้ใช้สัญจรอย่างสะดวกโดยเร็ว","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",18,2566,"2023-01-17T00:00:00"],
    [262,653,137,"นายมณเฑียร บุญตัน","นโยบายของรัฐบาล","การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕","จากพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๓ ก ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด ๙๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้มี \\\\nการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดทำบริการสาธารณะ \\\\nและเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ ทั้งในส่วนของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ จึงขอหารือ ดังนี้\\\\n\t \t๑. พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ มาตรา ๖ กำหนดให้คณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงมาตรฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ\\\\nและการสื่อสาร ที่หน่วยงานของรัฐจะต้องใช้และปฏิบัติให้สอดคล้องกัน เชื่อมโยงถึงกันได้ มีความมั่นคง ปลอดภัย และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ประกอบกับมาตรา ๑๙ กำหนดให้หน่วยงาน ของรัฐ ๔ หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ร่วมกันจัดทำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องคำนึงถึงการเชื่อมโยงถึงกัน โดยสามารถใช้อุปกรณ์และข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสูดและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ทั้งนี้ ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ภายใน ๒๔๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยมีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามาตรฐานข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานของรัฐแต่ละหน่วยงานไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีการเชื่อมโยงถึงกัน เป็นเหตุให้การเข้าถึงของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินโดยไม่สมควร ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลผลักดันให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด\\\\n\t\t๒. พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ มาตรา ๔ ได้กำหนดข้อยกเว้น ไม่ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ฯลฯ \\\\nโดยเมื่อจะใช้บังคับแก่หน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าวทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งเป็นผลให้หน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติ คือ รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัตินี้ โดยมีข้อสังเกตว่า แม้พระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ จะไม่ใช้บังคับกับหน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติก็ตาม แต่หากหน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติได้มีการดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการของกฎหมายดังกล่าวแล้ว ย่อมสามารถตราพระราชกฤษฎีกาใช้บังคับในภายหลังได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในหน่วยงาน และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้ผลักดันให้หน่วยงานของรัฐในฝ่ายนิติบัญญัติดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์และเป็น\\\\nการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน\\\\n","นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [263,652,26,"นายเจตน์ ศิรธรานนท์","นโยบายของรัฐบาล","คดีจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับการประเมิน ITA ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","เนื่องจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ กรณีผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบนำกำลังเข้าจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ \\nสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ณ ห้องทำงาน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด\\nในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทั้งนี้ ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีผล\\nการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ในภาพรวม คือ ๘๕.๗๙ คะแนน ระดับ A ด้านคุณธรรมความโปร่งใส ติดต่อกัน ๔ ปี จากการประเมินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ อีกทั้ง ปรากฏภาพอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บนแผ่นภาพเพื่อประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการรณรงค์นโยบายงดรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิด หรือ No Gift Policy ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากขาดความศรัทธาและความเชื่อถือต่อแนวทางและเครื่องมือในการประเมินผล ITA ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รวมไปถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าจัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เสมือนผงฟอกขาวให้หน่วยงานภาครัฐหรือไม่ และจะเกิดกรณีเช่นเดียวกันนี้กับหน่วยงานอื่นอีกหรือไม่ และการทุจริตในภาครัฐทำเป็นกระบวนการหรือเป็นเครือข่ายหรือไม่\\n \t\tทั้งนี้ เมื่อศึกษาแนวทางและเครื่องมือที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) กำหนด ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๑ โดยมีมติให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งให้ความร่วมมือและเข้าร่วมแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม\\nการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และคณะกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ\\nดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐได้กำหนดตัวชี้วัด จำนวน ๑๐ ตัวชี้วัด แต่ละตัวชี้วัดประกอบด้วยคำถาม อาทิ ตัวชี้วัดที่ ๕ การแก้ไขปัญหาการทุจริต ประกอบด้วยคำถาม จำนวน ๖ ข้อ ดังนี้\\n \t\t \tข้อ ๑ ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานท่านได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตหรือประพฤติมิชอบมากน้อยเพียงใด\\n \t\t \tข้อ ๒ มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานท่านสามารถป้องกันการทุจริตได้จริงหรือไม่\\n \t\t\tข้อ ๓ ท่านทราบเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมหรือประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานท่านมากน้อยเพียงใด\\n \t\t \tข้อ ๔ หน่วยงานท่านได้มีการนำผลการประเมิน ITA ไปปรับปรุงการทำงานเพื่อป้องกันการทุจริตในหน่วยงานมากน้อยเพียงใด\\n \t\t\tข้อ ๕ หากท่านพบเห็นการทุจริตที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ท่านมั่นใจที่จะแจ้งให้ข้อมูล หรือร้องเรียนต่อส่วนงานที่เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด\\n \t\t\tข้อ ๖ หากมีเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริต หน่วยงานท่านจะมีการตรวจสอบและลงโทษอย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด\\n \t\tซึ่งคำถามดังกล่าว เป็นการตั้งคำถามไปยังข้าราชการในหน่วยงาน ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการประเมิน ITA ดังนี้\\n \t\t๑. ควรนำกรณีดังกล่าวมาถอดบทเรียนเพื่อทบทวน แก้ไข คู่มือการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ \\n \t\t๒. ควรเพิ่มหลักเกณฑ์การประเมินหัวหน้าหน่วยงานในลักษณะที่วุฒิสภาใช้ดำเนินการ\\nตรวจสอบเพื่อประเมินผู้ถูกเสนอชื่อเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ คือ การสอบถามหัวหน้าหน่วยงาน \\nทั้งในอดีตและปัจจุบัน หรือผู้บังคับบัญชาทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตลอดจนผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรม","เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [264,651,214,"นายสุชัย บุตรสาระ","นโยบายของรัฐบาล","โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย","เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการของประชาชน ณ บ้านเกิ้งเหนือ ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม รับทราบว่า เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา จังหวัดมหาสารคามได้เกิดอุทกภัย ส่งผลให้อาคารของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เกิ้ง บ้านพักข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ครุภัณฑ์สำนักงาน และวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ของ รพ.สต. เกิ้ง รวมทั้งถนนและพื้นที่ภายในได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชน ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดย รพ.สต.เกิ้ง รับผิดชอบการให้บริการรักษาพยาบาล และดูแลสุขภาพประชาชนประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน ในพื้นที่ ๑๔ หมู่บ้าน ซึ่ง รพ.สต. เกิ้ง ประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำซากเกือบทุกปี เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำชี และมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะต่ำกว่าผิวถนนประมาณ ๑.๒๐ เมตร ประกอบกับประชาชนสร้างที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบ รพ.สต.เกิ้ง เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เมื่อถึงฤดูฝนซึ่งมีปริมาณน้ำมาก ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน อนึ่ง รพ.สต. เกิ้ง ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ตัวอาคารมีขนาดเล็ก ทำให้ปัจจุบันมีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน อาทิ คลินิกโรคเรื้อรัง และคลินิกเด็ก รวมทั้งผู้ที่มารับบริการฉีดวัคซีน แม้ว่าปัจจุบันสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว แต่สภาพความเสียหายของ รพ.สต.เกิ้ง บ้านพักข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยยังปรากฏอยู่ ทำให้ประชาชนที่มารับบริการไม่ได้รับความสะดวก ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน  โดย รพ.สต. เกิ้ง ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อ รพ.สต. ที่จะถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้\\n                ๑. มีการช่วยเหลือ ซ่อมแซม บูรณะอาคาร และพื้นที่ของ รพ.สต. เกิ้ง ที่ได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยหรือไม่ อย่างไร\\n \t\t๒. ขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ \\n \t \t    ๒.๑ เพื่อก่อสร้างอาคาร รพ.สต. เกิ้ง หลังใหม่ ให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งถมที่ดินให้สูงขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง\\n \t        ๒.๒ เพื่อก่อสร้างอาคารบ้านพักให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของ \\nรพ.สต. เกิ้ง ทดแทนหลังเก่าที่ทรุดโทรมและได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม\\n\t        ๓. ขอรับการสนับสนุนครุภัณฑ์ทางการแพทย์และครุภัณฑ์สำนักงาน เพื่อทดแทนครุภัณฑ์เก่าที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [265,650,15,"นายคำนูณ สิทธิสมาน","ความเดือดร้อนของประชาชน","การหยุดเดินรถไฟทางไกลเชิงพาณิชย์มายังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง)","การรถไฟแห่งประเทศไทยมีนโยบายย้ายการให้บริการรถไฟเชิงพาณิชย์จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป โดยสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เห็นด้วยกับการหยุดให้บริการรถไฟเชิงพาณิชย์มายังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) เนื่องจากยังมีปัญหาด้านความพร้อมของรถจักรที่มีระบบห้ามล้ออัตโนมัติ (Automatic Train Protection : ATP) ไม่ครบทุกขบวน ทำให้มีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินรถ เนื่องจากรถไฟต้องวิ่งจากพื้นราบขึ้นไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และปัญหาห้องน้ำผู้โดยสารที่ยังเป็นระบบเปิด โดยมีเพียงบางส่วนที่เป็นระบบปิด นอกจากนี้ นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งข้อสังเกต ดังนี้ (๑) การหยุดเดินรถไฟเชิงพาณิชย์มีผลให้ขบวนรถไฟที่จะให้บริการไปยังสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ลดลงครึ่งหนึ่ง ทำให้หมดความจำเป็นและหยุดให้บริการในที่สุด (๒) มีข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนสีผังเมืองบริเวณสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) จากโซนสีน้ำเงินเป็นโซนสีแดง และ (๓) มีข่าวว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะให้เอกชนเป็นผู้บริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทยควรแถลงถึงความพร้อม และมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ก่อนจะมีการย้ายการให้บริการรถไฟเชิงพาณิชย์จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ในวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖","รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [266,649,159,"นายวันชัย สอนศิริ","นโยบายของรัฐบาล","การปราบปรามการทุจริตกรณีจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช   ","จากกรณีเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๕ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันดำเนินการจับกุมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด\\nในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เรียกรับเงินจากผู้ใต้บังคับบัญชา \\nเพื่อแลกกับการไม่ถูกโยกย้ายตำแหน่ง และเรียกรับเงินจากหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ\\nจากหมวดงบดำเนินงานและค่าใช้สอย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบราชการ ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินคดีให้ได้รับโทษโดยเร็วจะเป็นคดีตัวอย่างเพื่อยับยั้งไม่ให้ข้าราชการคนอื่น ๆ ทำการทุจริต ขอชื่นชมการทำงานของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และขอให้ดำเนินการจับกุมคดีที่มีการทุจริตลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งผลให้ข้าราชการระดับสูงไม่กล้าทำการทุจริตอีกต่อไป","ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [267,648,233,"นายอนุศักดิ์ คงมาลัย","ความเดือดร้อนของประชาชน","นโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนองค์กรชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาประชาชนในชุมชนท้องถิ่น","จากประชาชนในพื้นที่ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและมีรายได้น้อย ติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศ ซึ่งสถานะการพัฒนาด้านการเกษตรอุตสาหกรรมของประเทศยังมีข้อจำกัด ประชาชนประสบปัญหาหลายด้าน อาทิ การเพิ่มรายได้ การประกอบอาชีพ และปัญหาอื่น ๆ จึงได้ร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรชุมชนขึ้น ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ต่อมาพัฒนาเป็นสภาองค์กรชุมชน มีกระบวนการศึกษาปัญหา ติดตามดูแล ช่วยเหลือกันภายในท้องถิ่น ทำให้ปัญหาต่าง ๆ ได้รับการแก้ไข คลี่คลาย รัฐบาลจึงควรสนับสนุนองค์กรชุมชน โดยทบทวนนโยบายให้มีบทบาทในระดับจังหวัด ที่เรียกว่า ขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัด เพื่อร่วมมือกันประมวลปัญหา นำเสนอปัญหาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในความร่วมมือของบุคคลเหล่านี้ถือเป็นอาสาสมัคร จิตอาสา เป็นผู้มีรายได้น้อย ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่าย และหากดำเนินการร่วมมือกันเองอาจใช้ระยะเวลานาน ทำให้ประชาชนในพื้นที่เสียโอกาส ดังนั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีนโยบายสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศอย่างไร และหากมีความสามารถควรสนับสนุนงบประมาณให้แก่องค์กรชุมชนที่มีความเข้มแข็งแห่งละ ๕๐,๐๐๐ – ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาของประชาชนจะได้รับความร่วมมือมากขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วม\\nของประชาชนในชุมชนให้ยั่งยืน","นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"],
    [268,647,112,"นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ","นโยบายของรัฐบาล","การประพฤติมิชอบของหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง","จากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ดำเนินการจับกุมหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยพบของกลางเป็นเงินสดที่ผู้ใต้บังคับบัญชามอบให้ ณ ห้องทำงาน ต่อมาสื่อมวลชนได้แสดงความเห็นว่า หัวหน้าส่วนราชการระดับสูงผู้นี้มีนโยบายงดรับของขวัญและ\\nของกำนัลทุกชนิด หรือ No Gift Policy อีกทั้งส่วนราชการดังกล่าวได้รับการประเมินคุณธรรมและ\\nความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency  Assessment : ITA) ในระดับ A หรือเกินร้อยละ ๘๕ ถือเป็นเกณฑ์ผ่านการประเมินใน ๔ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของประเทศเป็นอย่างมาก จึงขอเสนอความเห็น ดังนี้\\n๑.\tรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งรัดการสอบสวนดำเนินคดีให้ขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดกรณีการประพฤติมิชอบของหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง \\nและรัฐบาลควรทบทวนการบริหารราชการแผ่นดินตามแผนปฏิรูปประเทศ ไม่เปิดโอกาสให้หัวหน้า\\nส่วนราชการระดับสูง ประพฤติมิชอบได้ทุกกรณี\\n๒.\tสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงานป.ป.ช.) ควรตรวจสอบทบทวนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสอย่างเที่ยงตรง การวัดระดับ\\nธรรมาภิบาล (Good Governance) และการวัดระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ มิชอบอย่างถูกต้องตรงกับความเป็นจริง\\n๓.\tรัฐบาลควรทบทวนมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินสดรวมทั้งที่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ตามคำแนะนำของสหประชาชาติ เพื่อสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของเงินได้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ","นายกรัฐมนตรี","วุฒิสภา","สามัญประจำปีครั้งที่ ๒",15,2566,"2023-01-03T00:00:00"]
]}
