﻿_id	CONSULT_ID	SENATOR_CODE	SENATOR	CONSULT_TYPE	CONSULT_TITLE	CONSULT_DETAIL	RESULT	PARLIAMENT_SET	MEETING_TERM	MEETING_NO	MEETING_YEAR	MEETING_DATE
1	646	120	นายพลเดช ปิ่นประทีป	ความเดือดร้อนของประชาชน	ความเดือดร้อนของประชาชนในเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา	โครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยมีการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ว่าจ้าง และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง โดยช่วงสถานีพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปยังสถานีสระบุรี ระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร จำแนกเป็นการก่อสร้างแบบยกระดับระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร และการก่อสร้างทางราบที่มีการยกเป็นคันดินสูง ๔ เมตร และเจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านตามจุดตัดของถนน รวมระยะทาง ๗ กิโลเมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีทั้งศูนย์ราชการ โรงเรียน ร้านค้า สถานีขนส่งสาธารณะและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างหนาแน่น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับแผนผังการก่อสร้างการเจาะอุโมงค์ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ให้เป็นทางยกระดับตลอดระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการขวางเส้นทางน้ำ และเพื่อที่ชุมชนจะไม่ถูกแบ่งเป็น ๒ ฝั่ง ระหว่างศูนย์ราชการและโรงพยาบาล กับย่านธุรกิจการค้าและการขนส่ง	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
2	645	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	สถานการณ์บ้านเมือง	กลยุทธ์การจัดการความรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓	สืบเนื่องจากปี ๒๕๖๖ ประเทศไทยจะเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ \nฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ประชาชนคนไทยทุกคนควรมีความตระหนักรู้ มีความเข้าใจ\nแนวทางการพัฒนา ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติดังกล่าว ก่อให้เกิดความร่วมมือในการปฏิบัติตามหน้าที่ในความรับผิดชอบเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของแผน ซึ่งประกอบด้วยหลักการสำคัญ ๖ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านความมั่นคง ๒) ด้านการแข่งขัน ๓) ด้านการสร้างคน ๔) ด้านโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ๕) ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคน และ ๖) ด้านการสร้างความสมดุลภาครัฐ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา ประเทศไทย\nประสบกับปัญหาการจัดการความรู้ ซึ่งอาจเกิดจากข้อมูลภาครัฐขาดความน่าเชื่อถือ ความขัดแย้ง\nทางการเมือง การขาดความร่วมมือของบุคลากรในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน การมีทัศนคติที่ไม่ดี\nต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และที่สำคัญ คือ ขาดการรณรงค์และการสื่อสาร ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติสภาการพัฒนาเศรษฐกิจ\nและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ว่ารัฐบาลมีกลยุทธ์ในการดำเนินการอย่างไร เพื่อให้เกิดการรณรงค์\nและการสื่อสารที่มีความต่อเนื่อง จนกระทั่งเกิดเป็นวัฒนธรรมการจัดการความรู้ที่จะทำให้ประชาชน\nมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือ\nในการสร้างความสำเร็จของประเทศชาติต่อไป	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
3	644	193	นายสมชาย ชาญณรงค์กุล	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลอันเนื่องมาจากการปิดช่องการจราจร เพื่อซ่อมแซมผิวถนน	"ปัจจุบันมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและซ่อมแซมผิวถนนในหลายเส้นทาง \nส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างมากในหลายเส้นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาล ตัวอย่างเช่น \nถนนพระราม ๒ ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ประชาชนใช้สัญจรเพื่อเดินทางไปยังภาคใต้ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางสายอื่น ขณะนี้ถนนพระราม ๒ อยู่ระหว่างการก่อสร้างหรือซ่อมแซมผิวถนน โดยมีการกันพื้นที่ผิวถนนไว้สำหรับการก่อสร้าง แต่ในบางช่วงเวลามีการก่อสร้างโดยใช้พื้นที่ผิวถนนนอกเหนือจากพื้นที่ที่กันไว้ ซึ่งส่งผลกระทบให้การจราจรบริเวณนั้นติดขัด ประกอบกับเมื่อไม่นานมานี้ ได้เดินทางด้วยรถยนต์ในเส้นทางดังกล่าว พบว่า ตั้งแต่ช่วงแยกตำบลวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ถึง แยกอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี มีการปิดการจราจรช่องกลางเพื่อซ่อมแซมผิวถนน โดยเปิดให้ประชาชนสัญจรได้เฉพาะช่องการจราจรช่องทางซ้ายและช่องทางขวาเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากการจราจรติดขัด\nอันเนื่องมาจากการปิดช่องการจราจรเพื่อซ่อมผิวถนนดังกล่าว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการสร้างหรือซ่อมแซมผิวถนนในช่วงเวลาอื่นที่มิใช่ช่วงเวลาเทศกาลได้หรือไม่ อย่างไร กรณีตามข้อหารือดังกล่าวเป็นเรื่องที่สมาชิกวุฒิสภาประสงค์ให้นำเสนอต่อกระทรวงคมนาคม จึงเห็นสมควรส่งเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณา\n	๙. นายพลเดช  ปิ่นประทีป  สมาชิกวุฒิสภา  \n	เรื่อง ความเดือดร้อนของประชาชนในเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี จากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา\n	โครงการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา ระยะทาง ๒๕๐ กิโลเมตร เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน โดยมี\nการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นผู้ว่าจ้าง และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน) เป็นผู้รับจ้าง โดยช่วงสถานีพระแก้ว อำเภอภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไปยังสถานีสระบุรี ระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร จำแนกเป็นการก่อสร้างแบบยกระดับระยะทาง ๒๔ กิโลเมตร และการก่อสร้างทางราบ\nที่มีการยกเป็นคันดินสูง ๔ เมตร และเจาะเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านตามจุดตัดของถนน รวมระยะทาง \n๗ กิโลเมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลหนองแซง อำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีทั้งศูนย์ราชการ โรงเรียน ร้านค้า สถานีขนส่งสาธารณะและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างหนาแน่น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับแผนผังการก่อสร้างการเจาะอุโมงค์ระยะทาง ๗ กิโลเมตร ให้เป็นทางยกระดับตลอดระยะทาง ๓๑ กิโลเมตร โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการขวางเส้นทางน้ำ และเพื่อที่ชุมชนจะไม่ถูกแบ่งเป็น ๒ ฝั่ง ระหว่างศูนย์ราชการและโรงพยาบาล กับย่านธุรกิจการค้าและการขนส่ง"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
4	643	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	การสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ	"ในขณะที่หลายประเทศได้ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ แต่ประเทศไทยกลับประสบกับปัญหาขาดการส่งเสริมให้มีการสร้าง พัฒนา และใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาโดยตลอด ขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อส่งเสริม\nการวิจัย โดยรัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อการวิจัยในแต่ละปี ไม่ถึงร้อยละ ๑ ของผลิตภัณฑ์มวลรวม\nในประเทศ (GDP) ในขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้วมีการจัดสรรงบประมาณสำหรับสนับสนุนการวิจัย\nเกินกว่าร้อยละ ๓ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) \n	คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานพร้อมกับจัดการสัมมนา ณ โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นโครงการ\nที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่จะพัฒนาพื้นที่โครงการฯ \nจำนวน ๓,๔๕๔ ไร่ ให้มีระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) โดยโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย\nโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) และศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้เป็นแหล่งผลิตนักวิทยาศาสตร์ของประเทศ โดยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเด็กนักเรียนในโครงการดังกล่าว ซึ่งพบว่าเด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย มากกว่าเป็นแพทย์หรือวิศวกร แต่ไม่ทราบว่าการเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักวิจัย มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณา ดังนี้\n	๑. ควรกำหนดให้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศ โดยกำหนดไว้ในแผนงาน/โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้ชัดเจน \n	๒. กระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ควรระบุเป้าหมายไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศ ซึ่งเมื่อมีความจำเป็น\nต้องจัดซื้อในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลให้มีการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่จัดซื้อแต่เฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจากต่างประเทศ \n	๓. ควรส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อรองรับการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี "	รัฐมนตรีว่าการกระทรวง\nการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม\n	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
5	642	16	นายจเด็จ อินสว่าง	สถานการณ์บ้านเมือง	ขอแสดงความเสียใจต่อกรณีการอับปางของเรือหลวงสุโขทัย	สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๕ เรือหลวงสุโขทัยได้นำกำลังพลเดินทาง\nไปราชการเพื่อประเทศชาติและรักษาความสงบสุขให้กับประชาชนจากฐานทัพเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี \nไปยังจังหวัดชุมพร โดยมีกำลังพลบนเรือ ๑๐๕ นาย ระหว่างเดินทางถึงบริเวณอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรือหลวงสุโขทัยได้ประสบคลื่นลมอย่างรุนแรงและกะทันหันจนทำให้เรือหลวงสุโขทัยอับปาง โดยมีกำลังพลรอดชีวิต ๗๖ นาย เสียชีวิต ๑๘ นาย และสูญหาย ๑๑ นาย โดยกำลังพลที่เสียชีวิตสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ๑๐ นาย คือ (๑) เรือโท สามารถ  แก้วผลึก (๒) พันจ่าเอก สมเกียรติ  หมายชอบ (๓) พันจ่าเอก อัชชา  แก้วสุพรรณ์ (๔) พันจ่าเอก อำนาจ  พิมที (๕) พันจ่าเอก จักรพงค์  พูนพล (๖) จ่าตรี ศราวุธ  นาดี (๗) พลทหาร อัครเดช  โพธิ์บัติ (๘) พลทหาร วรพงษ์  บุญละคร (๙) พลทหาร สิทธิพงษ์ หงษ์ทอง (๑๐) พลทหาร จิราวัฒน์ ธูปหอม และอยู่ในกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ๘ นาย (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๕) ดังนั้น จึงขอแสดงความเสียใจผ่านกระทรวงกลาโหม ไปยังครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้สูญหายในเหตุการณ์ครั้งนี้	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
6	641	52	นายณรงค์ รัตนานุกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	การตรวจสุขภาพเชิงรุกตามโครงการ Healthy Thailand สำหรับผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม 	จากคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา ได้ทำการศึกษา และติดตามการดำเนินการตรวจสุขภาพเชิงรุกตามโครงการ Healthy Thailand สำหรับผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานประกันสังคม โรงพยาบาล และสถานประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับการตรวจสุขภาพในสถานประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามสิทธิที่มีอยู่ โดยเมื่อวันที่ ๑๓ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครพนมเพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพเชิงรุกตามโครงการ Healthy Thailand สำหรับผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม เนื่องจากจังหวัดนครพนมเป็นจังหวัดที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้เกิดการสร้างงานและสร้างอาชีพใหม่ ๆ ขึ้น รวมทั้งในอนาคตจะมีการจ้างแรงงานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ จากการศึกษาดูงานพบปัญหาโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ขอความร่วมมือสำหรับการออกตรวจสุขภาพในแต่ละครั้ง โดยขอให้มีผู้ประกันตนเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อย ๕๐ คนขึ้นไป เพื่อความคุ้มค่าในการจัดเตรียมบุคลากร และเครื่องมือทางการแพทย์ แต่จังหวัดนครพนมมีสถานประกอบการที่มีผู้ประกันตนเกินกว่า ๕๐ คนจำนวนไม่มาก ทำให้การดำเนินงานในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ สามารถตรวจสุขภาพเชิงรุกของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้เพียง ๒๓๕ คน จากผู้ประกันตนทั้งหมดจำนวน ๑๘,๘๐๐ คน ถือว่ามีลูกจ้างได้รับการตรวจสุขภาพเชิงรุกค่อนข้างน้อย แม้เจ้าหน้าที่ได้มีการขับเคลื่อนโครงการอย่างเข้มแข็งและจริงจัง โดยคาดว่าปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ๆ เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกำหนดให้พื้นที่ที่มีสถานประกอบการขนาดเล็กและมีโรงพยาบาลในพื้นที่จำนวนน้อย แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเพิ่มการประชาสัมพันธ์เชิงรุก และประสานนายจ้างของสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อทำความเข้าใจและให้ลูกจ้างได้เข้ารับการตรวจสุขภาพในจุดตรวจที่กำหนดร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
7	640	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	สถานการณ์บ้านเมือง	การแก้ไขปัญหากรณีข้าราชการครูกล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมต่อ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ 	"จากกรณีข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง กล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงและเกียรติยศของ พลเอก เปรม  ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ต่อมา ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง พร้อมทั้งคำสั่งย้ายข้าราชการครูผู้นั้นให้มาประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต ๒ กรณีดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมแก่นักเรียน สร้างความแตกแยกในสังคม อีกทั้งเป็นการไม่ประพฤติปฏิบัติตนเพื่อรักษาจริยธรรมตามที่กำหนดไว้ในประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ ๓ (๑) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข \n(๗) ดำรงตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนข้อบังคับครุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวง ศึกษาธิการ พิจารณา ดังนี้ \n	๑. ควรให้ข้าราชการครูผู้นั้นหยุดพักการทำหน้าที่สอนหนังสือแก่นักเรียน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน \n	๒. ควรเร่งดำเนินการสอบสวนว่า ข้าราชการครูผู้นั้นได้รับแนวความคิดมาจากบุคคลใด สถาบันการศึกษาใด หากสอบสวนพบว่าเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ควรมีบทลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง \n        ๓. ควรนำวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม กลับมาสอนในชั้นเรียนโดยเร็ว \nและประชาสัมพันธ์คุณงามความดีของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ \nที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ชาติบ้านเมืองมาตลอดชีวิต\n	๔. ควรวางมาตรการป้องกันไม่ให้มีการดูหมิ่นให้ร้ายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ \n	๕. ควรมอบรางวัลแก่นักเรียนที่ถ่ายคลิปการกล่าวถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการครูดังกล่าวและนำออกเผยแพร่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญ\n	๖. ควรทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
8	639	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำทำให้การจราจรติดขัดและประชาชนเดือดร้อน	จากโครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำขนาดใหญ่บริเวณแยกปักธงชัย ถนนมิตรภาพ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการก่อสร้างมาเป็นระยะเวลา ๖ เดือน และไม่ทราบว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด ทำให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวติดขัด ประชาชนผู้ใช้เส้นทางคมนาคมบริเวณดังกล่าวได้รับ\nความเดือดร้อน เกิดความล่าช้าในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้เดินทางมาจากจังหวัดขอนแก่น โดยใช้เส้นทาง\nถนนเลี่ยงเมืองมุ่งหน้าไปยังจังหวัดสระบุรีเพื่อเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งการจราจรจะหนาแน่นติดขัดในช่วงเช้าและช่วงเย็น ประกอบกับในช่วงเทศกาลสำคัญ ประชาชนจำนวนมากเดินทางโดยใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ส่งผลให้การจราจรหนาแน่นมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการตรวจสอบ สั่งการ เร่งรัดการก่อสร้างท่อระบายน้ำให้แล้วเสร็จ หรือดำเนินการหาแนวทางแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสำคัญให้แก่ประชาชนโดยเร็ว	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
9	638	93	นายบุญมี สุระโคตร	ความเดือดร้อนของประชาชน	โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว และผลกระทบจากการเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยล่าช้า	"        ๑. โครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว \n	    สืบเนื่องจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว มีเป้าหมายการดำเนินการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อส่งเสริมให้ชาวนาทั่วประเทศสามารถเข้าถึงและได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากศูนย์วิจัยข้าวของกรมการข้าว ซึ่งถือเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์\nแก่ชาวนาเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวยังมีข้อกังวลในเรื่องการทุจริตและประพฤติมิชอบ การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะมอบให้แก่ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ \nกำกับดูแลและตรวจสอบด้วยความรอบคอบและรัดกุม \n	๒. ผลกระทบจากการเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยล่าช้า \n	    สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีโครงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติจากสถานการณ์ฝนตกชุกสะสมและพายุดีเปรสชั่น ซึ่งมีเกษตรกรประสบอุทกภัยเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่า ขณะนี้เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากภาครัฐ ประกอบกับการทำนาปรังในพื้นที่\nนอกเขตชลประทาน เกษตรกรจะต้องเริ่มทำการเพาะปลูกในเดือนมกราคม ๒๕๖๖ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง\nที่เกษตรกรจะต้องได้รับเงินเยียวยาเพื่อใช้เป็นทุนในการเพาะปลูก หากเกษตรกรได้รับเงินเยียวยาล่าช้า ย่อมส่งผลกระทบต่อผลผลิตและโอกาสในการสร้างรายได้ที่ควรจะได้รับ ทำให้กระแสเงินสดในมือของเกษตรกรลดลง ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
10	637	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต	"จากภาคประชาชนมีบทบาทสำคัญในการชี้เบาะแสคดีทุจริต แสวงหาพยาน หลักฐาน จนกระทั่งนำไปสู่การไต่สวนและชี้มูลความผิดในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของภาครัฐหลายคดี ประกอบกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) ได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน อย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) ซึ่งประกอบด้วย ๕ กิจกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจกรรมที่ ๑ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วม\nในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้าน หรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ \n		การที่จะให้ประชาชนสามารถรวมตัวกันต่อต้านการทุจริตและชี้เบาะแสคดีทุจริตได้นั้น \nรัฐต้องให้ความสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐโดยสะดวกและไม่ต้องร้องขอ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา ๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่บัญญัติว่า “รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก” \n		นอกจากนี้ หลายภาคส่วน อาทิ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีข้อเสนอแนะให้ปรับปรุงพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ \nพ.ศ. .... เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสาธารณะได้โดยสะดวกและมีประสิทธิภาพ เป็นการลด\nความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการรับทราบและตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้การป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ\nในภาครัฐมีประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้ยืนยันให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร\nของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยร่างพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งปรับปรุง\nตามคำแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ\nเสนอร่างพระราชบัญญัติต่อรัฐสภาพิจารณาตราเป็นกฎหมายต่อไป โดยมีข้อสังเกตว่า หากหน่วยงานใด\nมีความประสงค์แก้ไขเพิ่มเติม สามารถทำได้ในชั้นกรรมาธิการ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเร่งรัดการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริต และยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทย โดยเร็วที่สุด"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	14	2565	2022-12-27T00:00:00
11	636	31	นายเฉลา พวงมาลัย	กฎหมาย	ขอให้ตั้งศึกษาธิการภาค แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๗ ภาค	จากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการ\nของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙    ซึ่งกำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน ๑๘ ภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงฯ ในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัดโดยการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือ ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงาน  ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยปัจจุบันมีตำแหน่งศึกษาธิการภาคยังคงว่างอยู่ จำนวน ๗ ตำแหน่ง ได้แก่ ศึกษาธิการภาค ๑ ศึกษาธิการภาค ๓ ศึกษาธิการภาค ๕ ศึกษาธิการภาค ๘ ศึกษาธิการภาค ๑๐ ศึกษาธิการภาค ๑๓ และศึกษาธิการภาค ๑๔ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งศึกษาธิการภาคแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อให้การปฏิบัติงานในพื้นที่ของบุคลากรสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ\n	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
12	635	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	สถานการณ์บ้านเมือง	การสนับสนุนการดำเนินงานของอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก	"จากการลงพื้นที่ ณ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช จังหวัดตาก ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางบกขนาดเล็กมีพื้นที่ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จำนวน ๙๓,๑๒๕ ไร่ แต่มีพื้นที่จริง จำนวน ๑๖๓,๗๕๐ ไร่ และภายในพื้นที่ของอุทยานฯ มีต้นกระบากยักษ์ อายุ ๗๐๐ ปี มีวงรอบ กว้าง ๑๖ เมตร มีความสูง ๕๐ เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นไม้ยักษ์ที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดิน นอกจากนี้ มีอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจำนวนน้อย แต่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ อาทิ การลาดตระเวนเชิงคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ การแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชนในพื้นที่ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีหน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน และมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งการให้บริการในการเข้าพักและเยี่ยมชมอุทยานฯ ที่ผ่านมา อุทยานฯ มีนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี แต่เงินรายได้จากค่าบำรุงรักษาอุทยานฯ ที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวมีจำนวนน้อย และต้องนำส่งเงินรายได้ฯ ไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในสัดส่วน ที่มากกว่าเงินคงเหลือให้อุทยานฯ จึงทำให้อุทยานฯ ไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายภายใน เนื่องจากอุทยานฯ ได้รับงบประมาณด้านการสาธารณูปโภคจำนวนจำกัด จึงได้นำเงินบริจาค  และเงินค่าบำรุงรักษาอุทยานฯ มาใช้เพิ่มเติม\n 		ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเก็บ การรักษา การใช้จ่ายเงินรายได้เพื่อบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีข้อกำหนดให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่ง นำเงินรายได้ค่าบำรุงรักษาส่งเข้ากรมฯ โดยสามารถกันเงินค่าบำรุงรักษาส่วนหนึ่งซึ่งต้องน้อยกว่าเงินที่นำส่งเข้ากรมฯ ไปเป็นค่าใช้จ่ายภายในอุทยานแห่งชาตินั้น ๆ ได้ ดังนั้น จึงเสนอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาทบทวนสัดส่วนการนำส่งเงินรายได้ค่าบำรุงรักษาสำหรับอุทยานแห่งชาติ  มีขนาดเล็ก ให้สามารถกันเงินค่าบำรุงรักษาในสัดส่วนที่มากกว่าเงินที่นำส่งเข้ากรมฯ และหากไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอได้จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
13	634	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	กฎหมาย	การสื่อสารสถานะ สิทธิและการพัฒนาระบบปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ	"เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้มีนโยบายในการปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้ประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกินจะได้มีที่ดินทำกิน อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างคุ้มค่าซึ่งการดำเนินงานมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก แต่จากการลงพื้นที่ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี พบปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกับประชาชนในเรื่องสถานะ สิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ อาทิ ผู้ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ เป็นผู้สูงอายุหรือเสียชีวิตแล้วทำให้เกิดปัญหาการโอนที่ดิน ปัญหาการแบ่งที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ไปเป็นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินหรือเพื่อการทำธุรกรรมอื่น ๆ ตลอดจนปัญหาการอำนวยความสะดวกและการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะและสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. ๔-๐๑ ทั้งที่มีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงขอสอบถามรัฐบาล ดังนี้\n 		๑) มีแนวทางพัฒนาระบบการปฏิรูปที่ดินอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายของ คทช. อย่างไร\n 		๒) มีแนวทางในการสื่อสารข้อมูลอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานะ สิทธิ และการพัฒนาระบบการปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ อย่างไร\n"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
14	633	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	สถานการณ์บ้านเมือง	การปรับปรุงย่านชุมชนเทศบาลตำบลโพธิ์งามบนทางหลวงหมายเลข ๓๓ สายเก่า อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี	เนื่องจากชุมชนในพื้นที่เทศบาลตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี บริเวณทางหลวงหมายเลข ๓๓ สายเก่า (ถนนสุวรรณศร) เป็นชุมชนขนาดใหญ่ โดยตลอดแนวของถนนมีประชาชนอาศัยเป็นจำนวนมาก เพราะเป็นที่ตั้งของวัด โรงเรียน ตลาดสด และร้านค้า ทั้งนี้ ถนนบริเวณดังกล่าวมีขนาด ๒ ช่องจราจร เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด และปัญหาระบบระบายน้ำที่ผ่านมาเทศบาลตำบลโพธิ์งามได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหา แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงและขยายช่องจราจรของถนนสายดังกล่าว บริเวณเทศบาลตำบลโพธิ์งาม เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชนในพื้นที่	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
15	632	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	สถานการณ์บ้านเมือง	กรณีแกนนำผู้ชุมนุมร่ำรวยผิดปกติ	จากการที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวแกนนำผู้ชุมนุมบางคนร่ำรวยผิดปกติ โดยมีเงินเข้าบัญชีจำนวน ๖ ล้านบาท ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความสงสัยเกี่ยวกับที่มาของรายได้ และได้รับการชี้แจงว่า เงินในบัญชีมาจากประชาชนที่ศรัทธาในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเป็น          การจูงใจให้บุคคลอื่นสร้างประเด็นเพื่อชักชวนให้ประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อจะได้เป็นแกนนำผู้ชุมนุม          เพราะมีแนวความคิดว่าสู้แล้วรวย อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและเกิดความวุ่นวายต่อสังคมภายในประเทศ ทั้งนี้ การรับเงินบริจาคจากกลุ่มองค์กรหรือบุคคลจากต่างประเทศที่ไม่ปรารถนาดีต่อประเทศไทย หรือจากนักการเมืองที่ต้องการล้มล้างรัฐบาลหรือล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น  มีความผิด หากมีเจตนาในการชุมนุมเพื่อต้องการล้มล้างรัฐบาลที่สืบทอดระบบเผด็จการจริง ต้องสามารถเปิดเผยข้อมูล เอกสาร และที่มาของเงินฝากในบัญชีได้ ที่ผ่านมา การประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมมิใช่  การใช้สิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น จึงขอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานด้านความมั่นคง เร่งดำเนินการสืบหาข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของแกนนำผู้ชุมนุมเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดี         และขอให้ศาลยุติธรรมได้พิจารณาดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมที่ยังคงค้างการพิจารณาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น\\n	นายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
16	631	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	แนวทางการส่งเสริมให้ประชาชนรวมถึงคนพิการ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลและบริการของรัฐที่เกี่ยวข้องได้โดยสะดวก	"เนื่องจากประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยให้เปลี่ยนชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พระราชบัญญัติ  การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อพัฒนาระบบการทำงานและการให้บริการของภาครัฐที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ กฎหมายทุกฉบับมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ได้โดยสะดวกแต่การจัดซื้อจัดจ้างด้านเทคโนโลยี และระบบการจัดการฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐแตกต่างกันตามวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละแห่ง จึงทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมโยงข้อมูล นำไปสู่ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ นำมาซึ่งการขาดความปลอดภัยของระบบและข้อมูล กรณีที่เกิดปัญหา ผู้ที่เดือดร้อนที่สุด          คือประชาชน และถึงแม้ว่ารัฐบาลได้กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชันของหน่วยงานเพื่อให้บริการประชาชน แต่ประสบปัญหาความยุ่งยากในการใช้งาน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน เนื่องด้วยการจัดทำไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้\n 		๑) เร่งดำเนินการกำหนดมาตรฐานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ และเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก\n 		๒) สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งปรับปรุงแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ของหน่วยงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่เอื้อต่อการเข้าถึงของประชาชนทุกกลุ่มได้โดยสะดวกมิเช่นนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุครัฐบาลดิจิทัลจะเพิ่มความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น\n"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
17	630	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	โรงเรียนยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าพาหนะรับ - ส่ง นักเรียน	เนื่องจากได้รับข้อมูลจากครูและผู้บริหารสถานศึกษาว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนหลายแห่ง   ยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณค่าพาหนะรับ - ส่ง นักเรียน กรณีรวมและเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2565 ตามนโยบายและมาตรการควบคุมและยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กของกระทรวง          ศึกษาธิการ อาทิ โรงเรียนอนุบาลตากฟ้า สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต ๓ จังหวัดนครสวรรค์ ยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณฯ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕ และภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๕ จำนวนทั้งสิ้น ๓๖,๘๑๐ บาท จึงเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการขับรถยนต์รับ - ส่ง นักเรียน ขอยกเลิกสัญญาจ้างกับโรงเรียน ผู้บริหารและครูในโรงเรียนต้องการให้เด็กได้เรียนหนังสือ จึงนำเงินเดือนส่วนหนึ่งสำรองจ่ายล่วงหน้า สำหรับโรงเรียนบ้านคลองสีฟัน และโรงเรียนบ้านร่องดู่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๒ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณฯ เนื่องจากไม่มีระเบียบของทางราชการรองรับ เพราะโรงเรียนดังกล่าวได้เปิดรับสมัครนักเรียนเข้ามาใหม่ โดยคิดว่าสามารถทดแทนจำนวนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ที่จบการศึกษาไปแล้ว เป็นต้น เหล่านี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนทั่วประเทศ หากไม่ได้รับการแก้ไขย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลัง ร่วมกันพิจารณาจัดสรรงบประมาณค่าพาหนะ          รับ - ส่ง นักเรียน กรณีรวมและเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเร็วที่สุด	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
18	629	34	นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน	กฎหมาย	แนวทางการขับเคลื่อนศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) เพื่อเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร	"เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดให้รัฐพึงส่งเสริมและดำเนินการ          ให้ประชาชนและชุมชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย          อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ตามมาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๒๕๘ ก. (๑) และ (๔) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยอำเภอ และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยจังหวัด เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง          ในการพัฒนาประชาธิปไตย สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน หรือให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และพัฒนาศักยภาพเครือข่ายภาคพลเมือง           ตลอดจนการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง การใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม แต่เนื่องด้วย กกต. มีเพียงหน่วยงานระดับจังหวัด จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระดับนโยบายการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองคุณภาพและความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กรมการปกครองกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และกรมกิจการผู้สูงอายุ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการสร้างเสริมความรู้ให้แก่ประชาชน เพื่อให้ได้ประชาชนที่มีคุณภาพ  ไปคัดเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณภาพ มีคุณธรรมจริยธรรมและมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง แต่จากการติดตามการทำหน้าที่ของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย (ศส.ปชต.) หลายแห่ง พบว่า ประสบปัญหาขาดแคลนงบประมาณ ปราศจากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เป็นอุปสรรคในการส่งเสริมประชาธิปไตยในสถานศึกษา กรรมการ ศส.ปชต. ขาดความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ตลอดจน บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เป็นอุปสรรค อการขับเคลื่อนการติดตามการประเมินผล การตรวจสอบผลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริต          และเที่ยงธรรม ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\n		๑) คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาให้กรรมการ ศส.ปชต. มีองค์ความรู้ในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ สามารถประเมินผลสัมฤทธิ์ของ ศส.ปชต. ตลอดจนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองสำหรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อให้กรรมการ ศส.ปชต. มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ และควรจัดทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในสถานศึกษา\n		๒) กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการถ่ายทอดนโยบายจากส่วนกลางไปยังระดับพื้นที่ และเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสนับสนุนงบเงินอุดหนุนให้แก่ ศส.ปชต.\n		๓) กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการส่งเสริมให้ครูในสังกัด กศน. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ ศส.ปชต. อย่างแท้จริง เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการ ตลอดจนพิจารณา          ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำบันทึกข้อตกลงกับ กกต. เกี่ยวกับกระบวนการขับเคลื่อนประชาธิปไตยในสถานศึกษา\n"	ประธานกรรมการการเลือกตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
19	628	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาผักราคาแพง	การลงพื้นที่ได้รับทราบจากเกษตรกรในหลายพื้นที่ว่ามีความกังวลกรณีกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการแทรกแซงราคาสินค้าทางการเกษตรเพื่อให้ราคาลดต่ำลง ดังเช่นที่เคยดำเนินการกรณีข้าวเหนียวมีราคาสูง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้นำเข้าข้าวเหนียวจากต่างประเทศเพื่อแทรกแซงราคาให้ลดต่ำลง และช่วงเวลาที่ปุ๋ยเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง และยาปราบศัตรูพืชมีราคาแพง กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมราคาได้ เกษตรกรต้องยอมรับต่อสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันผักมีราคาสูงขึ้นมากกว่าปกติ เนื่องมาจากปีนี้มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมากเทียบเท่ากับ ปี ๒๕๕๔ เกษตรกร จึงเสียสละที่ดินทำกินโดยยอมให้น้ำไหลเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลหลากเข้าสู่ชุมชนเมืองอันจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทำให้พื้นที่ปลูกผักเป็นจำนวนมากได้รับความเสียหายและไม่สามารถปลูกทดแทนได้อย่างรวดเร็วเพราะน้ำท่วมขังเป็นเวลานานกว่าทุกปีจึงทำให้ได้รับผลผลิตจำนวนน้อย ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์โปรดอย่าได้แทรกแซงราคาผักที่มีราคาสูงด้วยการนำเข้าผักจากต่างประเทศ ดังกรณีตัวอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว เพราะประชาชนในชุมชนเมืองสามารถทำการเกษตรขนาดเล็ก หรือขนาดกลางภายในเขตเมืองหรือชุมชนได้ (Urban Agriculture หรือ City Farm) ซึ่งจะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมในเมืองให้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นการสร้างนิสัยประหยัดและได้บริโภคผักปลอดสารพิษ\n	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
20	627	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น	จากการเผยแพร่ข่าววิศวกรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองหลังจากเขียนจดหมายไว้ว่า ถูกกดดันให้ทำการทุจริตเกี่ยวกับการก่อสร้างถนนที่ไม่ได้มาตรฐานจนต้องตัดสินใจลาออกทั้งที่การก่อสร้างถนนยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งการที่วิศวกรท่านนั้นได้ทำงานใน อปท.                ที่มีวัฒนธรรมองค์กรตรงกันข้ามกับค่านิยมด้านความซื่อตรงและดำรงรักษาไว้ซึ่งจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพที่ได้รับการปลูกฝังจากสถาบันการศึกษา เมื่อไม่สามารถปรับตัวได้จึงเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียให้แก่ครอบครัว เรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ทั้งนี้ การปลูกฝังวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรภาครัฐเป็นแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) โดยมุ่งเน้นการสร้างค่านิยมสุจริตให้ประชาชนผ่านองค์กรต่าง ๆ อาทิ ครอบครัว สถานศึกษา สถาบันศาสนา ประชาชน ชุมชน ภาคธุรกิจและองค์กรทางการเมืองการปกครอง ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศนโยบาย “No Gift Policy” และรณรงค์เกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรแล้ว ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาสั่งการให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการรณรงค์เกี่ยวกับการสร้างวัฒนธรรมสุจริตในองค์กรอย่างจริงจัง และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริตต้องดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีเกิดเหตุทุจริตขึ้น รวมทั้ง ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เร่งสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการสร้างวัฒนธรรมสุจริต ในองค์กรโดยเร็ว	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	12	2565	2022-12-20T00:00:00
21	626	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาเร่งด่วนที่คนพิการรอการพิจารณา	"รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เรื่อง การปรับเบี้ยยังชีพความพิการ ซึ่งได้มี\nกลุ่มคนพิการเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเบี้ยยังชีพความพิการ โดยให้คนพิการทุกคนได้รับเบี้ยยังชีพคนพิการ\nเท่าเทียมกันทุกคนจากเดิมที่ได้รับคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เพิ่มเป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน \nซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการยื่นข้อเสนอไปยังคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ จำนวน ๓ ครั้ง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จำนวน ๓ ครั้ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปรับอัตราเบี้ยยังชีพความพิการเฉพาะคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และคนพิการที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี โดยให้ได้รับเงินเพิ่มจากเดิมอีกเดือนละ ๒๐๐ บาท นั้น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังมีคนพิการอีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังคงได้รับเบี้ยยังชีพความพิการเท่าเดิม ซึ่งการให้เบี้ยยังชีพความพิการเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายเฉพาะกลุ่มบุคคลหรือกำหนดเงื่อนไขอื่นใดอันเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นระหว่างคนพิการได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาเพิ่มเบี้ยยังชีพความพิการให้กับคนพิการทุกคนโดยปราศจากเงื่อนไขอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันแก่ผู้พิการทุกคน\n 		๗.๒ การจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐ\n			เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เรื่อง การส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงาน\nของรัฐ โดยปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดเป้าหมายว่าจะต้องดำเนินการให้ได้ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้เห็นชอบให้กำหนดการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐเป็นดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงานสำหรับผู้บริหาร (KPI) แต่ปัจจุบันหน่วยงานของรัฐมีแนวโน้มการจ้างงานคนพิการลดลง โดยปัจจุบันมีอัตราตำแหน่งงานว่าง จำนวน ๑๕,๐๐๐ ตำแหน่ง แต่ไม่มีการจ้างงาน จึงขอให้รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี\nเพื่อติดตาม และตรวจสอบหน่วยงานราชการว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงไม่มีการจ้างคนพิการเข้าทำงานซึ่งถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
22	625	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	หลักเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา	ตามที่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย มีฐานะเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มี\nความสนใจและความถนัดทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสิ่งที่ตนเองถนัดและสนใจได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น โดยนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นนักเรียนประจำและได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเต็มจำนวนตลอดหลักสูตรการศึกษาทุกคน ซึ่งแตกต่างจากเด็กนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนทั่วไปที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุนเพียงคนละ ๓,๘๐๐ บาทต่อปี อีกทั้งโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ยังมีเครือข่ายกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำในประเทศอื่น ๆ หลายแห่ง จึงก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์กับเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมทั่วไป ดังนั้น ขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ที่จะเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย ควรจะต้องเป็นผู้ที่ทำผลงานอันเป็นงานวิจัยหรืองานวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง จึงจะมีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของโรงเรียนที่ต้องการผลิตนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์	นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
23	624	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับผลลัพธ์ และผลกระทบจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕	"พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่\nวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ซึ่งเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นไปตามมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\nมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อเสนอข้อบัญญัติได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ประกอบกับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงสมควรปรับปรุงให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย\nและปรับปรุงบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นได้ ซึ่งพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕  ได้วางหลักกฎหมายที่สำคัญไว้ อาทิ มาตรา ๗ วางหลักไว้ว่า ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นต้องเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นในวันที่ยื่นคำร้องเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และต้องไม่อยู่\nในระหว่างเป็นผู้ถูกต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นต้องมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรวมกันจำนวนไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ คน หรือไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๒๐ ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นภายหลังจากที่สภาท้องถิ่นนั้นสิ้นอายุหรือถูกยุบครั้งหลังสุด \nแล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า และมาตรา ๙ วางหลักไว้ว่า ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นมีสิทธิ\nยื่นคำร้องต่อประธานสภาท้องถิ่น ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดทำร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือดำเนินการให้มีการเชิญชวนให้ร่วมเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือให้ดำเนินการทั้งสองกรณี \nตามระเบียบที่ประธานสภาท้องถิ่นกำหนดโดยความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น โดยจำนวนผู้เข้าชื่อยื่นคำร้องดังกล่าว จะกำหนดให้เกิน ๑๐ คนมิได้ อันเป็นการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน \nและสนับสนุนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือเรื่องนี้\nไปยังกระทรวงมหาดไทย ดังนี้\n 		๑. ตั้งแต่มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๕ มีผลลัพธ์ในเชิงปริมาณ กล่าวคือมีประชาชนเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการร่วมมือกับประชาชนในการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือไม่ อย่างไร และมุ่งหวังผลสัมฤทธิ์\nจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวอย่างไร\n 		๒. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้มีการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ \nและผลกระทบเชิงคุณภาพในเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น หรือไม่ อย่างไร\n 		๓. กระทรวงมหาดไทยได้มีการถอดบทเรียนจากข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ หรือไม่ และได้มีการกำหนดแนวความคิด หรือเป้าหมายในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และการสนับสนุนนโยบายกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือไม่ อย่างไร"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
24	623	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ทางเข้า - ออก ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๗ (M7) อำเภอศรีราชา	ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M7) สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง (ช่วงกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด) มีจำนวนผู้ใช้ทางเป็นจำนวนมาก โดยทางออกของทางหลวงพิเศษฯ ในบริเวณพื้นที่จังหวัดชลบุรีมีหลายแห่ง ได้แก่ อำเภอพนัสนิคม อำเภอบ้านบึง อำเภอเมือง (ตำบลบางแสน) อำเภอแหลมฉบัง อำเภอเขาไม้แก้ว และเมืองพัทยา แต่ไม่มีทางออกไปยังอำเภอศรีราชาซึ่งเป็นอำเภอที่มีขนาดใหญ่และมีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมากจึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวงกำลังดำเนินโครงการก่อสร้างที่พักริมทาง (Rest Area) ช่วงกิโลเมตรที่ ๙๔ โดยมีการเวนคืนที่ดิน รวมถึงการขยายทางหลวงหมายเลข ๓๗๐๑ และ ๓๗๐๒ โดยบริเวณดังกล่าวอยู่ในพื้นที่อำเภอศรีราชา ดังนั้น จึงขอเสนอให้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาก่อสร้างทางเข้า – ออก เพิ่มเติมในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับอำเภอศรีราชา เพื่อรองรับการเดินทางสัญจรของประชาชน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และจะทำให้มีผู้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M7) เพิ่มมากขึ้น อันนำไปสู่การเพิ่มรายได้ต่อไป	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
25	622	147	นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร	ความเดือดร้อนของประชาชน	โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่	"ลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง จำนวน ๑๗ จังหวัด ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พบว่า โครงการดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาที่ดินให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำแปลงที่ดินหลายแปลงมารวมกันมีการวางผังและจัดระเบียบแปลงใหม่โดยปันพื้นที่บางส่วนเพื่อสร้างถนนและสาธารณูปโภคที่ได้มาตรฐานทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินได้มากขึ้น และสามารถออกหนังสือเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงใหม่ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการได้ ส่งผลให้ที่ดินบริเวณดังกล่าวมีมูลค่าสูงขึ้น ตัวอย่างพื้นที่ที่ดำเนินโครงการสำเร็จเรียบร้อยและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน ได้แก่ จังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณพื้นที่เทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี มีพื้นที่รวม ๑๙๙ ไร่ แปลงที่ดิน ๓๒ แปลง เจ้าของที่ดิน ๓๖ ราย สามารถแก้ไขปัญหาที่ดินตาบอดโดยไม่ต้องเวนคืนที่ดิน ซึ่งได้พัฒนาตามหลักผังเมืองและจัดแปลงใหม่ให้มีมาตรฐาน ทำให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้คุ้มค่าและส่งผลให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น และจังหวัดลพบุรี พื้นที่บริเวณหมู่ที่ ๙ ตำบลโคกสำโรง อำเภอโคกสำโรง มีพื้นที่รวม ๓๓๕ ไร่ แปลงที่ดิน ๘๔ แปลง เจ้าของที่ดิน ๙๐ ราย ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากประชาชน จนเกิดโครงการที่สองบริเวณพื้นที่เทศบาลตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี \nพื้นที่รวม ๑,๐๐๐ ไร่ แปลงที่ดิน ๕๐๐ แปลง เจ้าของที่ดิน ๓๐๐ ราย อนึ่ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมพื้นที่\nเพื่อดำเนินโครงการอีก ๒ แห่ง แต่อย่างไรก็ดี จากการติดตามผลการดำเนินโครงการในพื้นที่หลายจังหวัด \nพบว่า บางพื้นที่มีปัญหาการเลือกพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับการพัฒนาผังเมือง รวมทั้งไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าของที่ดิน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ดังนี้\n 		๑. ควรมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลโครงการฯ ให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับซึ่งจะส่งผลต่อการเข้าร่วมโครงการมากขึ้น\n 		๒. ควรถอดบทเรียนจากโครงการที่ประสบผลสำเร็จเพื่อนำไปเป็นตัวอย่าง โดยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง\n 		๓. สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินการมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้\nการสื่อสารได้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
26	621	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงราชการในปี พ.ศ. ๒๕๖๖	เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม\nการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ประจำปี ๒๕๖๕ โดยได้ประกาศแนวทางการต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศในปี ๒๕๖๖ ว่า “ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง” ซึ่งให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นแนวทางในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและร่วมมือในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-Corruption Organization of Thailand (ACT)) ได้รายงานสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทยปี ๒๕๖๕ ว่าการทุจริตคอร์รัปชันในเชิงนโยบายตลอดจนการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการที่มีงบประมาณสูงของนักการเมือง\nยังคงมีจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุมาจากระบบราชการไทยที่ขาดความเข้มแข็งและยังคงมีระบบอุปถัมภ์ นอกจากนั้น กฎหมายที่มีประโยชน์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เช่น กฎหมายเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือกฎหมายเกี่ยวกับข่าวสารสาธารณะ ยังไม่สามารถดำเนินการตราเป็นกฎหมายออกมาใช้บังคับได้ รวมทั้ง\nการบังคับใช้มาตรการที่สำคัญ เช่น การกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรการไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่รับของขวัญหรือของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) \nรวมทั้งมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ยังคงไม่มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ในการนี้ เห็นว่ารายงานสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชันขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-Corruption Organization of Thailand (ACT)) เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการรับรู้และแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศ ดังนั้น เพื่อให้การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของสำนักงาน ป.ป.ช. ประสบความสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ จึงขอปรึกษาหารือไปยังรัฐบาลว่า ควรให้หัวหน้าหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกับมาตรการ ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในองค์กรของตนเอง รวมทั้งกำกับดูแลพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ในองค์กรไม่ให้มีพฤติกรรมที่เรียกว่า “ฉ้อราษฎร์ บังหลวง” ตลอดจนร่วมมือในการผลักดันกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่ดีในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในสายตาของนานาอารยประเทศต่อไป	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
27	620	150	พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช	สถานการณ์บ้านเมือง	การขยายระยะเวลาในการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี ๒๕๖๖	"จากเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น วุฒิสภา \nได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ จังหวัดปทุมธานี ในการนี้ \nได้มีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลของจังหวัดปทุมธานีหลายแห่ง ขอความอนุเคราะห์\nให้คณะกรรมาธิการฯ ประสานกับกระทรวงมหาดไทยให้ขยายระยะเวลาการเก็บภาษีที่ดินและ\nสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่จะต้องเริ่มดำเนินการในวันที่ \n๑ มกราคม ๒๕๖๖ ออกไปก่อน ตามที่คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แห่งรัฐ\nได้ประกาศกำหนดให้ใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน\nและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดิน\nและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดประเภทสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประกอบการคำนวณ\nมูลค่าฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ ๗,๘๐๐ แห่งทั่วประเทศ \nจะต้องดำเนินการจัดทำบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อประกาศพร้อมทั้งจัดส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง\nให้ผู้เสียภาษีแต่ละรายทราบถึงการใช้บัญชีราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ มาเป็นฐานคำนวณในการจัดเก็บภาษีที่ดิน ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งไม่สามารถดำเนินการได้ทันวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ \n 		อย่างไรก็ดี ขณะนี้กระทรวงมหาดไทย ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ขยายกำหนดเวลาดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ ให้ขยายระยะเวลาการดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ออกไปอีก ๒ เดือน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการกำหนดประเภทสิ่งปลูกสร้าง\nที่ใช้ประกอบการคำนวณมูลค่าฐานภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ประชาชนได้รับทราบและมีความเข้าใจ เรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง\n"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	10	2565	2022-12-13T00:00:00
28	619	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	สถานการณ์บ้านเมือง	ปัญหาบุคลากรที่เกิดจากการถ่ายโอนระบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  จากกระทรวงสาธารณสุขไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด	"การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับทราบข้อมูลว่าการถ่ายโอนระบบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จากกระทรวงสาธารณสุขไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาด้านบุคลากร ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีการถ่ายโอน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยอำเภอสองพี่น้อง ประกอบด้วย  ๑๕ ตำบล จำนวน ๑๔๐ หมู่บ้าน โรงพยาบาลทั่วไป จำนวน ๑ แห่ง รพ.สต. จำนวน ๒๕ แห่ง องค์การ บริหารส่วนตำบล จำนวน ๑๔ แห่ง มีเจ้าหน้าที่ประสงค์ถ่ายโอน จำนวน ๖๐ คน ไม่ประสงค์ถ่ายโอน จำนวน ๕๙ คน โดยคนที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนได้ขอย้ายไปที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จำนวน ๓๙ คน  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวน ๙ คน โรงพยาบาล จำนวน ๑ คน และมีบุคลากรตำแหน่งระดับ ผู้อำนวยการ จำนวน ๑๒ คน ไม่ประสงค์ขอถ่ายโอน เนื่องจากเสียโอกาสความก้าวหน้าในหน้าที่ ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ประกอบกับต้องเดินทางไกล เนื่องจากไม่มีบ้านพักสวัสดิการ                        \n	ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ เรื่องการฉีดวัคซีนที่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากบุคลากร ไม่ถือเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล ปัญหาการให้ความดูแลหญิงตั้งครรภ์และกลุ่มเปราะบาง ขาดบุคลากรดูแล ผู้ป่วยติดเตียง การนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล การบริการด้านทันตกรรม และการบริการการแพทย์แผนไทย ซึ่งมีบุคลากรไม่เพียงพอทั้งที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ทำให้ต้องปิดการให้บริการในวันอาทิตย์ นอกจากนี้ พบปัญหาที่ดินของ รพ.สต. บางเลน ติดจำนอง พร้อมทั้งขอตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่และบุคลากรที่ไม่ได้ สังกัด รพ.สต. แต่สังกัดโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลศูนย์ จำนวน ๑,๓๕๖ คน  ประสงค์ขอรับการถ่ายโอนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เนื่องจากต้องเป็นการถ่ายโอน เฉพาะเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่สังกัด รพ.สต. เท่านั้น และความชัดเจนเกี่ยวกับการเยียวยาบุคลากร  ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรณีพิเศษ กรณีปัญหาไม่มีสถานพยาบาลรองรับบุคลากรกลุ่มที่มีความรู้ ความชำนาญเป็นพิเศษ กระทรวงสาธารณสุขควรนำบุคลากรเหล่านั้นเข้ามาช่วยปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ  ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก เพื่อให้งานด้านสาธารณสุขขับเคลื่อนและเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว และขอทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา\nทั้งด้านสาธารณสุข การบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์และการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ "	กระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	9	2565	2022-12-06T00:00:00
29	618	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	นโยบายของรัฐบาล	การเตรียมการรองรับการถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ	พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๙ ตอนที่ ๖๔ ลงวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ โดยบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๖๓ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อครบหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้กองบังคับการตำรวจรถไฟเป็นอันยุบ และให้โอนเงินงบประมาณ     ของการรถไฟแห่งประเทศไทยในส่วนที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินสำหรับเงินเดือน ค่าตอบแทน   และค่าใช้จ่ายอื่นของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟ มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” และมาตรา ๑๖๔ บัญญัติว่า “บรรดาหน้าที่และอำนาจของข้าราชการตำรวจในกองบังคับการตำรวจรถไฟในส่วนที่เกี่ยวกับการสืบสวนหรือสอบสวนเรื่องใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อนยุบกองบังคับการ\nตำรวจรถไฟ ให้โอนไปเป็นของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจหรือในกองบังคับการ ตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด และให้ถือว่าการสืบสวนหรือสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้วและที่จะดำเนินการต่อไปเป็นการดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว” ซึ่งเป็นการถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ จากเดิมอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปเป็นหน้าที่          ความรับผิดชอบของการรถไฟแห่งประเทศไทย อันเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการปฏิรูปประเทศ     ด้านกระบวนการยุติธรรมให้เกิดผลในการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม จากการรับชมข่าวสารทางโทรทัศน์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประชาชนที่ใช้รถไฟเส้นทางสายใต้ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีระยะทางยาวและมีความเสี่ยงภัยค่อนข้างมาก ถึงความรู้สึกที่มีต่อการยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ เพื่อถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว และเกิดข้อสงสัยว่าเพราะเหตุใดจึงได้ยุบเลิกตำรวจรถไฟ ทั้งที่ตำรวจรถไฟได้ให้ความคุ้มครองดูแลประชาชน และรักษาความสงบเรียบร้อยในการเดินทางเป็นอย่างดี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าประชาชนยังมีความเข้าใจสับสนและคลาดเคลื่อน โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยังขาดการประชาสัมพันธ์ เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ดังนั้น จึงขอหารือเรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นรัฐมนตรีรักษาการ ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าได้มีการพิจารณาเตรียมแผนรองรับการถ่ายโอนกิจการตำรวจรถไฟ ตลอดจนแผนการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจแก่สาธารณชนในช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าว หรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการคุ้มครองและรักษาสวัสดิภาพของประชาชนผู้โดยสารรถไฟต่อไป	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	9	2565	2022-12-06T00:00:00
30	617	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	สถานการณ์บ้านเมือง	ปัญหาประชาชนในพื้นที่ ๓ ตำบล ของอำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เสียโอกาสทำกินบริเวณท้ายเขื่อนกระเสียว	"เนื่องจากอำเภอด่านช้างมีแหล่งกักเก็บน้ำที่สำคัญ คือ เขื่อนกระเสียวซึ่งเป็นเขื่อนดิน      ที่มีระยะทางยาว ๔ กิโลเมตร และมีการดำเนินกิจกรรมขายสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ      วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น จนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นการสร้างรายได้       และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตำบลวังคัน ตำบลห้วยขมิ้น และตำบลนิคมกระเสียว ตลอดจนพื้นที่ตำบลองค์พระ และเทศบาลตำบลด่านช้าง โดยกิจกรรมที่เกิดขึ้นมิได้เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ต่อมาได้เกิดเหตุนักท่องเที่ยวทะเลาะวิวาทกันจนกระทั่งมีผู้เสียชีวิต ทางราชการจึงให้ยุติกิจกรรมทั้งหมดในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถประกอบอาชีพและขาดรายได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมชลประทานในฐานะเจ้าของพื้นที่ได้พิจารณาผ่อนผันการใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินกิจกรรม  ต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขและข้อเสนอเพื่อเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากดังต่อไปนี้  \n 	(๑) จัดตั้งวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวโดยการรวมกลุ่มของภาคประชาชน\n 	(๒) ภาคเอกชนรวมตัวกันตั้งชมรมการท่องเที่ยวโดยร่วมเสนอหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม\n 	(๓) สภาองค์กรชุมชนร่วมสนับสนุนตามภารกิจที่กำหนดไว้\n 	(๔) องค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง ๓ แห่ง ออกข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อกำหนดการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม   \n 	(๕) กำนันผู้ใหญ่บ้านสอดส่องดูแล โดยนายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมให้  ความช่วยเหลือ"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	9	2565	2022-12-06T00:00:00
31	616	31	นายเฉลา พวงมาลัย	สถานการณ์บ้านเมือง	การจัดสรรสวัสดิการที่พักของ สกสค. ให้แก่ข้าราชการครู	ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการครูว่ามีข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ไม่สามารถเข้าพัก ณ หอพักของคุรุสภาในราคาสวัสดิการสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ เนื่องจากข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการไปแล้วบางคนไม่มีบัตรข้าราชการบำนาญ หรือบางคนลืมนำบัตรข้าราชการบำนาญมาแสดงในวันที่เข้าพัก ซึ่งข้าราชการครูเหล่านั้นได้แสดงบัตรประจำตัวประชาชนและคำสั่งของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกระทรวง ศึกษาธิการต่อเจ้าหน้าที่ของหอพักคุรุสภา แต่เจ้าหน้าที่ของหอพักคุรุสภายังคงยืนยันไม่ให้ใช้สิทธิเข้าพัก   ในราคาสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษา หากประสงค์จะเข้าพักต้องชำระค่าห้องพักในราคา  ของบุคคลทั่วไป ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้แก่ข้าราชการครูที่เกษียณอายุราชการ ที่เดินทางไกลมาจากต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	9	2565	2022-12-06T00:00:00
32	615	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล 	"ที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ (UN) มีมติเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention against Corruption - UNCAC, 2003) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 จากนั้นประเทศภาคีสมาชิกสหประชาชาติ จำนวน 191 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ได้ร่วมลงนามในอนุสัญญาดังกล่าว ระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2546 และได้ให้สัตยาบันเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ โดยสหประชาชาติประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล นอกจากนี้ประเทศสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบในมาตรฐานจริยธรรม พร้อมทั้งกำหนดมาตรฐานป้องกันการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ ๕ ประการ ดังนี้ ๑) การไม่ขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ๒) การแสดงบัญชีทรัพย์สินของตน คู่สมรส และผู้อยู่ในอุปการะ ๓) การไม่รับของขวัญของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ ๔) การปกปิดข้อมูล ที่เป็นความลับของทางราชการ และ ๕) ความเป็นกลางทางการเมือง         \n	ทั้งนี้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ได้กำหนดประเด็นความร่วมมือที่สำคัญของรัฐภาคีไว้ ๓ ประการ ดังนี้ ๑) มาตรการเชิงป้องกันการคอร์รัปชัน 2) กำหนดการคอร์รัปชันเป็นความผิดทางอาญา 3) การร่วมมือกันเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามอนุสัญญา และในวาระที่อนุสัญญาครบรอบ ๒๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ สหประชาชาติได้กำหนดให้มีการปฏิบัติงานของประเทศรัฐภาคีในเงื่อนไขการเชื่อมโยงการคอร์รัปชันที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ โดยการอนุวัติกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันให้แล้วเสร็จ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรากฎหมาย ๒ ฉบับ ดังนี้   ๑) กฎหมายว่าด้วยการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ๒) กฎหมายว่าด้วย  การติดตามทรัพย์สินจากการทุจริต โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ อันเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีที่ได้ปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชัน ค.ศ. 2003 และมีผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศ รวมทั้งเป็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การคอร์รัปชันของประเทศ"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	9	2565	2022-12-06T00:00:00
33	614	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาช้างป่าเข้ามาทำความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  	จากมีช้างป่าเข้ามาหากินในเขตบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร ของประชาชน โดยช้างป่าได้ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน เพื่อหาพืชผลทางการเกษตร\nที่เก็บไว้ตามบ้านเรือน เช่น ทุเรียน กล้วย สับปะรด เป็นต้น และยังพบว่ามีช้างป่าเดินเร่ร่อนหากินบริเวณถนนเส้นทางจากหมู่บ้านเข้ามาอำเภอหัวหินซึ่งอาจทำอันตรายแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรผ่าน\nไป-มา ได้ ทั้งนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้มีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาช้างป่าทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัดร่วมกันพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพ \nและเป็นรูปธรรม จึงขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องประสานไปยังอำเภอหัวหินเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวให้แก่ประชาชน	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย\n	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
34	613	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	หลักเกณฑ์การได้มาซึ่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา	"การประชุมของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๕ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการของร่าง หลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการกำหนดจำนวน องค์ประกอบการได้มา คุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยกำหนดให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา มีจำนวน ๑๑ คน ประกอบด้วย ประธาน ๑ คน อนุกรรมการจากส่วนราชการ ๓ คน ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓ คน ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓ คน และอนุกรรมการและเลขานุการ จำนวน ๑ คน จึงขอเสนอข้อสังเกต ดังนี้  \n                ๑. การได้มาซึ่งประธานอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สำนักงาน ก.ค.ศ.) เป็นผู้เสนอชื่อบุคคล เขตพื้นที่การศึกษาละไม่เกิน ๒ คน (รวมเป็น ๔ คน) แล้วพิจารณาคัดเลือกให้เหลือเขตพื้นที่การศึกษาละ ๑ คน ซึ่งการคัดเลือก ดังกล่าวมีลักษณะราชการส่วนกลางส่งบุคลากรขอตนเองไปกำกับดูแลการปฏิบัติงานของหน่วยงานระดับล่าง แสดงถึงความไม่โปร่งใสในการทำงาน จึงควรใช้วิธีการเลือกตั้งโดยให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่เลือกตัวแทนกันเอง       \n		๒. การได้มาซึ่งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา ในสัดส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดหลักเกณฑ์ให้ตนเองหรือผู้บังคับบัญชาเป็นผู้เสนอชื่อ ซึ่งมีลักษณะเป็นการแต่งตั้ง จึงควรใช้วิธีเลือกตั้งอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา เพราะจะทำให้ได้ตัวแทนตามความต้องการ           \n	 	๓. หลักเกณฑ์ที่ออกมาดังกล่าว ได้มีการทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังความคิดเห็นตาม มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หรือไม่ อย่างไร"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
35	612	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาการจราจรบริเวณสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง)	สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง ลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง) คือ สถานที่รวบรวม\nตู้คอนเทนเนอร์เพื่อขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง และนำเข้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ สถานีดังกล่าวอยู่บริเวณถนนมอเตอร์เวย์ตรงข้ามสนามบินสุวรรณภูมิ มีปริมาณการขนถ่ายสินค้า\nจำนวนมาก และมีปริมาณรถเทรลเลอร์วันละ ๒,๐๐๐ คันต่อวัน แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเดิมบริเวณถนนมอเตอร์เวย์ตรงข้ามกับสนามบินสุวรรณภูมิ รถสามารถวิ่งผ่านเข้าไปยังสถานีลาดกระบัง ได้จากถนนมอเตอร์เวย์ โดยผ่านพื้นที่ของกรมการขนส่งทางบก บริเวณสถานีขนส่งสินค้าชานเมือง\nร่มเกล้า แต่ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้นำแบริเออร์ปิดเส้นทางดังกล่าว ทำให้รถเทรลเลอร์\nไม่สามารถวิ่งผ่านทางสายหลักได้ เนื่องจากต้องกลับรถ (U-Turn) จึงเป็นสาเหตุให้รถติดสะสม\nเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรติดขัด สาเหตุเพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นของกรมการขนส่งทางบก \nที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ผู้ใช้ประโยชน์ คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ \n๓ หน่วยงาน คือ กรมทางหลวง กรมการขนส่งทางบก และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งทั้ง ๓ หน่วยงานอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม แม้จะมีภารกิจที่แตกต่างกัน แต่ควรมองเป้าหมายร่วมกัน ดังนั้น ขอให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหาและจัดการจราจรโดยเร่งด่วน ควรบูรณาการ เป้าหมายร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ เนื่องจากมีปัญหาด้านการจราจรติดขัดมาเป็น\nระยะเวลานาน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญในการขนถ่ายสินค้านำเข้าและส่งออกไปยังต่างประเทศ	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
36	611	28	นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร	ความเดือดร้อนของประชาชน	พลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว-เศรษฐกิจด้วยซอฟต์พาวเวอร์ (SOFT POWER)	"ขอชื่นชมรัฐบาลที่ได้จัดการประชุมเอเปค ๒๐๒๒ ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะนอกจาก\nสาระของการประชุมแล้ว การต้อนรับ การนำชมสถานที่และกิจกรรมต่าง ๆ ของประเทศเป็นการใช้\nซอฟต์พาวเวอร์ตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5F เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อันได้แก่ ๑) Food อาหารไทยที่มีชื่อเสียงด้านรสชาติ ๒) Fashion เน้นผ้าไทยที่มีอัตลักษณ์และการออกแบบของแฟชั่นไทย ๓) Festival เทศกาล ประเพณีที่เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรม \n๔) Film ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และ ๕) Fighting ศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทย\n 	 	จากข้อมูลการประกาศผลรางวัล Cond? Nast Traveler Readers’ Choice Awards 2022 โดยสำรวจประเทศยอดนิยมของโลก (Top Countries in The World) ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นอันดับที่ ๓ จาก ๔๘ ประเทศชั้นนำของโลก และกรุงเทพมหานครได้อันดับที่ ๔ ของเมืองที่ดีที่สุด\nในโลก (Best Cities in the World) ในขณะเดียวกัน การจัดอันดับเกาะยอดนิยมของเอเชีย โดยเกาะสมุยได้อันดับที่ ๓ เกาะภูเก็ตได้อันดับที่ ๕ และเกาะพีพีได้อันดับที่ ๑๐ นั้น มีแนวโน้มว่าปี ๒๕๖๖ เป็นปี\nของการฟื้นตัว เศรษฐกิจของประเทศไทยน่าจะดีขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จึงเป็นโอกาสที่จะใช้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ\nเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลส่งเสริม ต่อยอดการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศในมิติใหม่ที่นอกเหนือจาก 5F ดังกล่าว โดยการนำทุนทางวัฒนธรรม อาทิ เรื่องธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่เวทีโลก เพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของประเทศให้ดียิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าประเทศต่อไป"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
37	610	137	นายมณเฑียร บุญตัน	สถานการณ์บ้านเมือง	ความสำเร็จที่น่ายินดีและประสบการณ์จากการประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ที่ควรได้รับการพิจารณา	"จากความสำเร็จของรัฐบาลในการจัดการประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ ๒๙ ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยประเทศไทยได้เป็นผู้ริเริ่มนำเอาแนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG) มาเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในยุคหลังโควิด-๑๙ ให้เติบโตอย่างยั่งยืน สมดุล และครอบคลุม โดยผลสำเร็จ คือ “เป้าหมายกรุงเทพมหานครว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว” (Bangkok \nGoals on Bio-Circular-Green (BCG) Economy) ดังเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไป อย่างไรก็ตามเป้าหมาย\nสำคัญประการหนึ่งของแนวคิดเศรษฐกิจดังกล่าว คือ “ครอบคลุม” (Inclusive Growth) จำต้อง\nประกอบด้วย ปัจจัยพื้นฐาน ๓ ด้าน ได้แก่ ๑) การมีส่วนร่วมของผู้คนที่มีความหลากหลาย ๒) มีกลไก\nที่เปิดกว้างให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายของผู้คนที่มีความแตกต่างหลากหลาย และ ๓) มีลักษณะเป็น\nการเสริมพลังอำนาจให้ผู้คนที่ไม่เหลื่อมล้ำกันมาก \n		อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศต่าง ๆ ภาคประชาชนจะมีการเปิดเวทีคู่ขนานเพื่อนำเสนอข้อคิดเห็นจากภาคประชาสังคมควบคู่กันไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ ของประชาชนต่อประเด็นการประชุมนั้น แต่ในการประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดประเด็นการประชุม และได้มีการชุมนุมสาธารณะเสนอข้อเรียกร้องในประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ซึ่งหากรัฐบาลต้องการให้เกิดความร่วมมือ ร่วมใจกันผลักดันขับเคลื่อนให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับนับถือ ควรส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วม\nของทุกฝ่ายทุกภาคส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น \n		สุดท้ายนี้ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมระดับชาติเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศไทย โดยผู้ออกแบบได้มีการอ้างถึงหลักการออกแบบเพื่อมวลชน (Universal Design) ซึ่งเป็นการออกแบบที่เป็นสากล เป็นมิตร และเป็นธรรมสำหรับคนทั้งมวลนั้น \nมีนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิของคนพิการ พบว่าทางเข้าศูนย์การประชุมเป็นบันไดสูงชัน ซึ่งเป็นอุปสรรค\nต่อการเข้าถึงอย่างหนึ่งที่ควรได้รับการแก้ไขปรับปรุง ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นดินแดนที่น่าท่องเที่ยวและน่าอยู่อาศัยไปพร้อมกัน"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
38	609	10	นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ	นโยบายของรัฐบาล	ญัตติขอเสนอให้มีการออกเสียงประชามติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ	"การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเสนอต่อคณะรัฐมนตรี\nดำเนินการตามที่รัฐสภามีมติในการออกเสียงประชามติ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการ \nยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ สมาชิกวุฒิสภาผู้ปรึกษาหารือขอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสาระสำคัญของญัตติดังกล่าว ๒ ประการ ดังนี้\n		๑. กรณีที่ระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงกว่า ๕ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐธรรมนูญมีที่มาจากคณะรัฐประหาร\n		จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับประชาชน ไม่พบว่าประชาชนแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันแต่อย่างใด คงเห็นแต่บรรดานักการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ที่แสดงอาการเกลียดกลัว เพราะรัฐธรรมนูญ\nแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน เป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง”\n  		๒. กรณีที่ระบุว่า จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามประชาชนว่าเห็นชอบหรือไม่ กับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ พร้อมกับการเลือกตั้งสมัยหน้า \n	 		เนื่องจากญัตติดังกล่าวเป็นการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และเสนอให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันที่จัดให้มีการเลือกตั้งสมัยหน้า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพรรคการเมืองทั้งสองเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งย่อมหมายรวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมหมวด ๑ บททั่วไป และหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ อาจส่งผลกระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐสภาจะต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาญัตติดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การจัดให้มีการทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่จะต้องร่วมกันพิจารณา อีกทั้ง แม้รัฐสภาจะได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาญัตติดังกล่าวและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา การพิจารณาดังกล่าวไม่น่าจะแล้วเสร็จภายในอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
39	608	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวไทย	"การเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาที่ผ่านมา พบว่ามาตรฐานความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวไทย เช่น ข้าวหอมไทย ข้าวหอมมะลิไทย ข้าวนุ่ม และข้าวสายพันธุ์อื่น ๆ ไม่ได้มาตรฐาน\nของสายพันธุ์ข้าวเพื่อการตลาดตามที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่างเช่น ข้าวหอมมะลิไทยกำหนดความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ไว้ที่ร้อยละ ๙๒ ข้าวหอมไทยกำหนดความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ไว้ที่ร้อยละ ๘๕ เป็นต้นและจากการสุ่มตรวจข้าวหอมมะลิไทยในพื้นที่ด้วยวิธีการย้อมสารไอโอดีนและการต้ม-กด พบว่ามีหลายพื้นที่ที่พันธุ์ข้าวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานและไม่ผ่านมาตรฐานความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ ส่งผลให้เกษตรกรถูกตัดราคาขายข้าว โดยที่ผ่านมาภาครัฐให้ความสำคัญกับเรื่องปริมาณและราคาข้าวเป็นหลัก แต่ยังไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะนำไปปลูกในแปลงนา ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกข้าวรับรู้เพียงว่าข้าวเปลือกที่นำไปปลูกเป็นพันธุ์ข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๐๕ แต่ไม่รู้ว่าความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์มีค่าเท่าใด ดังนั้น ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับมาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ข้าวและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวโดยนำกลไกของรัฐที่มีอยู่มาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม รวมทั้งควรจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อที่เกษตรกรจะได้ตรวจสายพันธุ์ข้าว\nด้วยตนเองก่อนที่จะนำลงปลูกในแปลงนา \n 		จากข้อมูลดังกล่าว จึงขอสอบถามนายกรัฐมนตรีผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้\n		๑. ภาครัฐได้มีมาตรการบริหารจัดการเรื่องมาตรฐานความบริสุทธิ์ของเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่ละสายพันธุ์อย่างชัดเจนทั่วถึง หรือไม่ อย่างไร\n		๒. ภาครัฐได้มีการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของสายพันธุ์ข้าวหรือเมล็ดพันธุ์ข้าวก่อนที่จะให้เกษตรกรนำไปปลูกอย่างทั่วถึงหรือไม่ อย่างไร\n	๓. ภาครัฐได้มีการจัดอบรมหรือให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อให้สามารถตรวจเมล็ดพันธุ์ข้าวด้วยตนเองก่อนนำไปปลูกอย่างทั่วถึงหรือไม่ อย่างไร"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
40	607	93	นายบุญมี สุระโคตร	นโยบายของรัฐบาล	แผนการบูรณาการในการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซาก	ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมสูงในหลายจังหวัด ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีคณะกรรมการลุ่มน้ำ จำนวน ๒๒ ลุ่มน้ำ \nทำหน้าที่บริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด\nในเขตลุ่มน้ำเป็นประธานโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบว่า การทำงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ\nขาดการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัด ติดภารกิจก็จะมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าร่วมประชุมแทน ทำให้ข้อมูลในการประชุม การตัดสินใจ และการทำหน้าที่ของประธาน\nในที่ประชุมขาดความต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรรมการลุ่มน้ำจากผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีลักษณะ \nการมอบหมายผู้แทนเข้าประชุมเช่นเดียวกัน หรือไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุม\nของคณะกรรมการลุ่มน้ำมูล และคณะกรรมการลุ่มน้ำชี ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาการทำงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
41	606	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต	การประชุมเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างดีเยี่ยม ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จ คือ การเชิญเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อาล ซะอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมสังเกตการณ์ประชุมในฐานะ\nแขกพิเศษของรัฐบาล และเป็นการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ทรงเป็นสักขีพยานร่วมในพิธีแลกเปลี่ยน เอกสารความร่วมมือ จำนวน ๕ ฉบับ ซึ่งหนึ่งในเอกสาร คือ บันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านความร่วมมือในการป้องกันและต่อสู้กับคอร์รัปชันระหว่างองค์กรกำกับดูแลและต่อต้านการทุจริตของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ราชอาณาจักรไทย ซึ่งผลของการลงนามในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ได้สะท้อนให้ทั่วโลกเห็นว่า ประเทศไทยมีเจตจำนง\nในการต่อต้านคอร์รัปชัน ถือเป็นเครื่องมือสำหรับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ\nของเจ้าหน้าที่รัฐไทย อันจะมีผลต่อคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยตรง การทำบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน เป็นกลยุทธ์ที่หลายประเทศได้ปฏิบัติ\nเพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันในการต่อต้านคอร์รัปชัน ดังนั้น ขอเสนอให้รัฐบาลเจรจากับประเทศต่าง ๆ \nที่มีเจตนารมณ์ในการต่อต้านคอร์รัปชันและมีแนวโน้มว่า อาจจะเกิดการคอร์รัปชันระหว่างประเทศขึ้น เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีนและสหรัฐอเมริกา เพื่อให้มีการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ด้านความร่วมมือ\nในการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบระหว่างหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบในการป้องกันปราบปรามการทุจริตของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะทำให้การปราบปรามระหว่างสองประเทศสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลให้บุคคลที่พยายามจะกระทำการคอร์รัปชันไม่กล้ากระทำความผิด รวมทั้งเป็นการป้องกันปราบปรามการให้และเรียกรับสินบนระหว่างประเทศได้ อีกทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการรับรู้และปราบปรามการคอร์รัปชันในสายตาชาวต่างประเทศได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อไป	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	7	2565	2022-11-22T00:00:00
42	605	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาขาดอัตรากำลังในโรงเรียนมัธยมขนาดเล็กและขนาดกลาง	"เนื่องจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดเล็กและขนาดกลางประสบปัญหาขาดบุคลากรครู ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพนักเรียน ดังนี้\n		๑) โรงเรียนมัธยมบางแห่ง ครูที่มีคุณลักษณะการสอนสาขาวิชาเฉพาะทาง เช่น เอกฟิสิกส์ เอกภาษาไทย เอกภาษาอังกฤษ ต้องทำหน้าที่สอนตั้งแต่มัธยมศึกษา ชั้นปีที่ ๑ - ๖ ซึ่งมีจำนวนรวมกันมากถึง ๑๒ ห้องเรียน โดยต้องทำการสอนคนเดียวถึง ๔๐ คาบต่อสัปดาห์\n 		๒) การแก้ไขหลักเกณฑ์การขอโอนย้ายของข้าราชการครู ซึ่งเดิมต้องปฏิบัติหน้าที่ เป็นเวลา ๔ ปี จึงจะขอโอนย้ายได้ เปลี่ยนเป็นปฏิบัติหน้าที่ ๒ ปี สามารถขอโอนย้ายได้ เป็นเหตุให้ข้าราชการครู   มีการโยกย้ายเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ขาดแคลนครูผู้ทำการสอน\n 		๓) มีการกำหนดเกณฑ์อัตรากำลังใหม่ โดยนำชั่วโมงสอนของผู้บริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นผู้บริหารสถานศึกษา มาคำนวณผลรวมชั่วโมงสอน  ของครูผู้สอนด้วย โดยผู้บริหารสถานศึกษามีจำนวนชั่วโมงการสอนมากถึง ๖ ประเภท เช่น ชั่วโมง   การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ชั่วโมงนิเทศ เป็นต้น ทั้งที่ในความเป็นจริง ครูผู้สอนต้องทำการสอนแทนผู้บริหารสถานศึกษา เป็นเหตุให้อัตราส่วนของครูผู้สอนมีอัตรากำลังลดลง ดังนั้น  จึงไม่สมควรใช้หลักคิดว่าผู้บริหารสถานศึกษาได้ทำหน้าที่สอนในห้องเรียนแล้วมาตัดอัตรากำลังของครูผู้สอน\n 		๔) โรงเรียนมัธยมขนาดเล็กหลายแห่งไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนจึงทำหน้าที่รักษาการผู้บริหารสถานศึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง เป็นเหตุให้การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนเป็นไปได้ยาก\n 		๕) ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมหลายแห่ง มีภารกิจหลักคือทำการสอน แต่ต้องทำภารกิจพิเศษด้านอื่น เช่น การเงิน การพัสดุ โดยไม่มีการสนับสนุนด้านอัตรากำลัง\n 		จากสภาพปัญหาดังกล่าวข้างต้น ในหลายพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้ความช่วยเหลือด้านงบประมาณสำหรับจ้างครูอัตราจ้างให้แก่โรงเรียน ซึ่งยังมิใช่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาปัญหาดังกล่าวและดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์แก่เด็กนักเรียนซึ่งเป็นเยาวชนของชาติต่อไป\n"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
43	604	195	นายสมชาย แสวงการ	นโยบายของรัฐบาล	การแก้ไขปัญหาสุญญากาศการใช้กัญชาในประเทศไทย	"เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีเจตนารมณ์เพื่อเป็นการรับรองและคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วยที่จะได้รับและใช้กัญชา เพื่อประโยชน์ในการรักษาและพัฒนาทางการแพทย์ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ที่ได้รับอนุญาต เพื่อให้ถูกต้องตามหลักวิชาการให้ทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านยา ของประเทศ และป้องกันมิให้เกิดการผูกขาดทางด้านยา เนื่องจากปรากฏผลการวิจัยว่า สารสกัดจากกัญชาและพืชกระท่อมมีประโยชน์ทางการแพทย์เป็นอย่างมาก ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกได้แก้ไขกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้มีการอนุญาตให้ประชาชนใช้กัญชาและพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในการรักษาโรค และประโยชน์ในทางการแพทย์ได้ ถือเป็นเรื่องที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง\n 		สำหรับนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ได้มีการขยายผลออกไปเป็นกัญชาเสรีเพื่อสันทนาการ จนเกิดเป็นปัญหาสุญญากาศการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาในประเทศไทย ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่องไปอีก ๑ - ๓ ปี โดยที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒ ฉบับ คือ ประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ ๑ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ เป็นกฎหมายที่ไม่มีสภาพบังคับ จนเป็นเหตุให้เกิดร้านจำหน่ายกัญชาเสรีเพื่อสันทนาการแพร่หลายทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ต่อมา มีประกาศกระทรวงฯ ฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โดยยกเลิกประกาศฯ ฉบับที่ ๑ โดยกำหนดให้กัญชา ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. วงศ์ Cannabaceae รวมทั้งชื่อวิทยาศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นชื่อพ้องเฉพาะส่วนของช่อดอก เป็นสมุนไพรควบคุม ผู้ใดประสงค์จะศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ และผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กำหนด ซึ่งเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาอย่างถาวรจะต้องกระทำโดยการตรากฎหมายว่าด้วยกัญชา กัญชง ซึ่งขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่สองของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้น จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... มาให้วุฒิสภา พิจารณากลั่นกรองโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้การตรากฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จภายในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖\n"	ประธานสภาผู้แทนราษฎร	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
44	603	54	นายณรงค์ อ่อนสอาด	ความเดือดร้อนของประชาชน	การจัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยทางถนนระดับพื้นที่ในช่วงเทศกาล	"ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาในช่วงเทศกาลวันหยุดต่อเนื่อง คณะกรรมการ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จะบูรณาการหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อรณรงค์ ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่มักพบเห็นเป็นประจำ คือ การตั้งศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนน และการตั้งด่านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศ โดยตั้งอยู่ริมถนน  ในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ แบ่งเป็น (๑) ระดับอำเภอ มีการตั้ง “ด่านความมั่นคง” หรือเรียกว่า  “จุดตรวจร่วม” และ (๒) ระดับท้องถิ่น รับผิดชอบโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการตั้ง “ด่านชุมชน” และกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานประสานความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง  แต่ที่ผ่านมามักพบปัญหาคือ จุดตรวจร่วมมักขาดแคลนเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่เป็นเจ้าพนักงานจราจรประจำจุดตรวจร่วมที่สามารถบังคับใช้กฎหมายจราจรได้ ส่งผลให้มีการละเลยการเรียกตรวจ  แต่มุ่งให้บริการแก่ผู้ใช้ถนนแทน อีกทั้ง บางจุดตรวจไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ปฏิบัติงาน และบางจุดตรวจ  มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบางช่วงเวลาของวันเท่านั้น สำหรับปัญหาที่มักพบในส่วนของด่านชุมชนคือ ไม่มีการเรียกตรวจและใช้มาตรการทางสังคมตามบทบาทหน้าที่ที่คาดหวังไว้ แต่เป็นการให้บริการเท่านั้น อีกทั้ง ยังพบว่า มีด่านชุมชนหลายแห่งมีเพียงเต็นท์ว่างเปล่า และไม่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานแต่อย่างใด\n 		จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วง ๗ วันอันตราย ของเทศกาลปีใหม่ ปี ๒๕๖๕ พบว่า  เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๒,๗๐๗ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ จำนวน ๒,๖๗๒ คน เสียชีวิต จำนวน ๓๓๓ คน และเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๖๕ เกิดอุบัติเหตุ จำนวน ๑,๙๑๗ ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ จำนวน ๑,๘๖๙ คน เสียชีวิต จำนวน ๒๗๘ คน ภาพรวมการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย ตั้งแต่  ปี ๒๕๕๔ - ๒๕๖๔ มีค่าเฉลี่ย ปีละ ๒๐,๐๐๐ คน หรือมีอัตราการเสียชีวิต ๓๐ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน โดยมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้ยานพาหนะ เช่น เมาแล้วขับ การไม่สวมหมวกนิรภัย การพักผ่อนไม่เพียงพอ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีพันธกิจในการนำปฏิญญากรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm Declaration) มาปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนอันเนื่องมาจากการขับขี่และดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ ๕๐ ในปี ๒๕๗๓ โดยมีเป้าหมายและตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ที่จะลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือ ๑๒ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ภายในปี ๒๕๗๐ และในปี ๒๕๘๐ ให้เหลืออัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ๕ คนต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่จากสถิติที่ผ่านมา จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงสูงกว่าเป้าหมายของโลกและเป้าหมายตามแผนแม่บทฯ อยู่มาก ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะต่อไปนี้ เพื่อให้อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นไปตามเป้าหมายของประเทศและเป้าหมายโลก คือ\n		๑) ศึกษาจุดอ่อนจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมาอย่างจริงจัง แล้วนำไปเป็นบทเรียนเพื่อขับเคลื่อนแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนให้เกิดผลที่รวดเร็ว เป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินงาน\n๒) สนับสนุน…\n		๒) สนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพให้กับศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนในระดับพื้นที่ (อำเภอและ อปท.) ในด้านการเสริมสร้างจิตสำนึก การบังคับใช้กฎหมายกับผู้ใช้ยานพาหนะเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม\n		๓) บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมในการใช้ยานพาหนะบนท้องถนนอย่างปลอดภัย ให้เป็นค่านิยมของสังคมอย่างยั่งยืน\n"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
45	602	130	นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง	ความเดือดร้อนของประชาชน	ขอรับการสนับสนุนระบบน้ำบาดาล เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ และเอกสารสิทธิเพื่อขอไฟฟ้า	"จากการลงพื้นที่พบกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในโครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จังหวัดราชบุรี พบว่า ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน ๔๑ ราย มีพื้นที่ในการปลูกหม่อนผลสด ประมาณ ๘๐ ไร่ เป็นไปตามมาตรฐานการปลูกหม่อนและมาตรฐานการปฏิบัติ  ทางการเกษตรที่ดีและปลอดภัย โดยมีศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี เป็นผู้ให้คำแนะนำดูแล สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ปีละ ๑๐๐,๐๐๐ - ๑๒๐,๐๐๐ บาท ด้วยการจำหน่ายเส้นไหมให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสร้างรายได้ให้สมาชิก เดือนละ ๑๐,๐๐๐ - ๕๐,๐๐๐ บาท/คน จากการจำหน่ายหม่อนผลสดและแปรรูปเพื่อจำหน่ายทั้งภายใน   และภายนอกประเทศ แต่กลุ่มผู้ปลูกหม่อนฯ ยังคงประสบปัญหาเครื่องสูบน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน และที่ดินของสมาชิกในกลุ่มฯ ที่ใช้ในการปลูกต้นหม่อนเป็นที่ดินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.๕) ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือด้านการเงินตามนโยบายของรัฐได้ อีกทั้ง มีประชาชนที่ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน ๘ ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านหนองมะค่า ตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ดังนี้\n		๑) ขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำบาดาลระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โล่งและมีแดดจัด จึงมีความเหมาะสมที่จะใช้เครื่องสูบน้ำระบบพลังงานแสงอาทิตย์\n๒) ขอให้…\n		๒) ขอให้พิจารณาติดตั้งไฟฟ้าให้แก่ประชาชน จำนวน ๘ ครัวเรือน ในพื้นที่บ้านหนองมะค่า ตำบลท่าเคย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
46	601	93	นายบุญมี สุระโคตร	ความเดือดร้อนของประชาชน	มาตรการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย	"เนื่องจากเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัด ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก จึงขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจาณาให้ความช่วยเหลือ ดังนี้\n		๑) กรณีการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจะต้องปรากฏว่าข้าวที่ปลูกตาย หรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยาให้กลับคืนสภาพเดิมได้จึงจะมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ  แต่บางพื้นที่น้ำได้ท่วมต้นข้าวในระยะตั้งท้อง ทำให้ข้าวไม่สามารถออกรวงหรือรวงข้าวไม่สมบูรณ์ เกษตรกรก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน แต่ต้นข้าวยังไม่ตายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ  จากภาครัฐ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในกรณีดังกล่าว\n 		๒) ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ประชาชน    ได้เลี้ยงปลาไว้ในบ่อธรรมชาติเพื่อบริโภค แต่เมื่อเกิดอุทกภัยทำให้ปลาที่ประชาชนเลี้ยงสูญหาย  จึงเป็นสาเหตุให้ประชาชนขาดแคลนอาหาร ดังนั้น จึงขอให้กรมประมงพิจารณาช่วยเหลือประชาชน  ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยการนำพันธุ์ปลาน้ำจืดจากโครงการ  ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ เพื่อฟื้นฟูลำน้ำตามธรรมชาติ  และสร้างอาหารให้ชุมชน มอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เลี้ยงไว้เพื่อบริโภคต่อไป\n 		๓) ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ต้องประสบปัญหาอุทกภัยเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย          และขาดรายได้จากการประกอบอาชีพ จึงไม่สามารถชำระหนี้ให้กับกองทุนฯ ได้ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติพิจารณากำหนดมาตรการพักชำระหนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย\n"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
47	600	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	นโยบายของรัฐบาล	รถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน	เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งได้ลงนามในสัญญาตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ โดยให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ทำการเดินรถ และได้สิทธิพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์  ในพื้นที่มักกะสัน จำนวน ๑๔๐ ไร่ และในพื้นที่อำเภอศรีราชา จำนวน ๕๐ ไร่ รวมทั้ง ได้รับสิทธิ   ในการบริหารกิจการรถไฟฟ้าเอราวัณ (Airport Rail Link) โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินร่วมลงทุน ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการทยอยจ่าย นับตั้งแต่ก่อสร้างเสร็จและเดินรถเป็นระยะเวลา ๑๐ ปี ทั้งนี้ การก่อสร้างโครงการดังกล่าวเกิดปัญหาการทับซ้อนงานโยธากับโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย - จีน  ช่วงดอนเมือง - บางซื่อ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) จึงได้มีมติ  ให้โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโครงสร้างร่วม  ของทั้ง 2 โครงการ และเป็นผู้รับผิดชอบค่าก่อสร้าง จำนวน ๙,๒๐๗ ล้านบาท โดยจะมีการแก้ไขสัญญาใหม่ ซึ่งจากเดิมรัฐจะจ่ายเงินร่วมลงทุน ปีที่ ๖ - ๑๕ รวม ๑๐ ปี แก้ไขสัญญาเป็นการดำเนินการก่อสร้างไป จ่ายไป โดยรัฐจะจ่ายเงินร่วมลงทุน ปีที่ ๒ - ๘ รวม ๗ ปี ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในการแก้ไขสัญญาโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน เพื่อมิให้ผิดไปจากขอบเขตของงาน (Terms of Reference - TOR) ในการประกวดราคา และขอเสนอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย   เป็นผู้ดำเนินการตั้งงบประมาณและดำเนินการก่อสร้างงานโครงสร้างร่วมของทั้ง 2 โครงการ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
48	599	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	กฎหมาย	ขอให้เร่งพิจารณากฎกระทรวงและประกาศกระทรวงในประมวลกฎหมายยาเสพติด	"พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ ประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แต่ปรากฏว่ามีอนุบัญญัติที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ คือ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ที่เป็นศูนย์คัดกรอง พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจและขึ้นทะเบียนศูนย์คัดกรองทั้งสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ให้ครอบคลุมทุกตำบล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน จึงขอเสนอให้จัดทำประกาศโดยแบ่งเป็นรอบ ไม่ต้องรอให้ครบทั้งประเทศ นอกจากนี้ ยังมีกฎกระทรวงที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ดังนี้\n		๑) ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการฟื้นฟูสภาพทางสังคม พ.ศ. .... มีเจตนารมณ์เพื่อการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรื่องการศึกษา อาชีพ ติดตาม ดูแล          จนสามารถกลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาโปรดเร่งการพิจารณาเพื่อส่งให้รัฐมนตรีได้ลงนามโดยเร็ว\n		๒) ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 หรือประเภท 5 หรือวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขพิจารณายืนยันว่ายาเสพติดแต่ละประเภท          ต้องมีปริมาณเท่าใดจึงจะได้รับโทษความผิดร้ายแรง จึงขอให้เร่งพิจารณาลงนามเพื่อส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา\n 		๓) ร่างกฎกระทรวงการอนุญาตโฆษณาเกี่ยวกับการบำบัดรักษา หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพ  ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. .... ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาโปรดเร่งการพิจารณาเพื่อส่งให้รัฐมนตรีได้ลงนามโดยเร็ว\n"	นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
49	598	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	การจัดกิจกรรมโครงการอาชีพในโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี	เนื่องจากโรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม จังหวัดอุบลราชธานี มีกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ดี โดยการจัดกิจกรรมโครงการอาชีพและการปฏิบัติทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน สามารถสร้างรายได้ให้แก่นักเรียนที่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เข้าเยี่ยมชมหรือศึกษากระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนดังกล่าว เพื่อนำไปเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่น ๆ หรือปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ต่อไป	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
50	597	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาทางเท้าไม่ได้มาตรฐาน	จากการที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวหนุ่มพิการถูกรถกระบะพุ่งชนจนกระทั่งเสียชีวิต ในขณะที่ใช้เก้าอี้รถเข็นสำหรับคนพิการ (Wheelchair) บนถนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทางเท้าในประเทศไทย   มีขนาดแคบ บางแห่งไม่มีทางลาดสำหรับเก้าอี้รถเข็น ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วจะให้ความสำคัญกับผู้พิการ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ ถึงแม้ว่ากระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๔ แล้วก็ตาม แต่มิได้ครอบคลุมถึงถนนและทางเท้า ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาปรับปรุงทางเท้าทุกแห่งในประเทศไทยให้ได้มาตรฐาน มีความสะดวก ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกกลุ่ม เพราะเป็นตัวชี้วัดด้านการพัฒนา          ที่ยั่งยืน และสามารถสร้างความเท่าเทียมในสังคมได้	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย   และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
51	595	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	นโยบายของรัฐบาล	การประกาศให้ระบบเลี้ยงควายปลักพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย	เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ได้แจ้งว่า ข้อเสนอโครงการการเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ได้ผ่านความเห็นชอบจากกรรมการที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Advisory  Group : SAG) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) โดยได้ประกาศเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตร (Global Important Agricultural Heritage Systems หรือ GIAHS) ของ FAO และเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของประเทศไทย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับคนไทย ทั้งประเทศ จึงขอชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันผลักดันให้ประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย โดยความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่เดียวกับการทำเกษตรกรรมการเลี้ยงควายปลัก ซึ่งเป็นวิถีการทำการเกษตรแบบดั้งเดิมของเกษตรกรท้องถิ่นที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อยู่ในการดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกทั้ง พื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในการดูแล  ของกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น จึงขอให้ทั้ง ๓ หน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ได้ร่วมกันกำหนดนโยบายส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาต่อยอดการทำการเกษตรเลี้ยงควายปลักในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมการท่องเที่ยว วิถีชุมชนด้านต่าง ๆ อย่างเป็นองค์รวม เพื่อยกระดับพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน\n	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
52	594	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต	เนื่องจากภาคประชาชนมากกว่า ๕๐ เครือข่าย ได้รวมตัวกันในระบบจิตอาสาเพื่อต่อต้านการทุจริต เป็นเวลากว่า ๒๐ ปี แต่มีอุปสรรค คือ การถูกคุกคามจากผู้เสียผลประโยชน์ การถูกกล่าวหาว่า  มีผลประโยชน์ทางการเมือง และการขาดแคลนบุคลากรและเงินทุน จึงทำให้หลายเครือข่ายต้องยุติบทบาทลง ด้วยเหตุดังกล่าว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๓  จึงบัญญัติให้รัฐจัดให้มีกลไกและส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกันมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ความรู้ ต่อต้านและชี้เบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ และได้วางหลักการเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันไว้ ๒๒ มาตรา รวมทั้งกำหนดแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่จะส่งผลให้  เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) โดยให้รัฐเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชน โดยไม่ต้องร้องขอ ตลอดจนมีกฎหมายคุ้มครองประชาชนในการแจ้งเบาะแสการทุจริต ตลอดระยะเวลา ๕ ปี ที่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ในการนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) (Anti-Corruption Organization of Thailand : ACT) ได้แถลงว่า การต่อต้านการทุจริตของภาคประชาชนพบปัญหา  ๓ ประการ คือ (๑) ภาครัฐขาดความจริงใจในการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส (๒) รัฐยังขาดเทคโนโลยีเชื่อมโยงข้อมูลที่กระจัดกระจายตามหน่วยงาน และต้องเป็นเทคโนโลยีที่ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ และ (๓) ขาดมาตรการในการปกป้องประชาชนที่เปิดเผยพฤติกรรมการทุจริต ฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น  จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๕ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	5	2565	2022-11-15T00:00:00
53	593	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	การดำเนินการเกี่ยวกับคนพิการเมื่อแผนการปฏิรูปประเทศได้สิ้นสุดลง	แผนการปฏิรูปประเทศจะสิ้นสุดลงในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ได้กำหนดให้ “เรื่องของคนพิการ” เป็นกิจกรรมที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big rock) โดยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ดังนี้\n๑. การปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ \n๒. การขึ้นทะเบียนคนพิการ และการจัดทำฐานข้อมูล/สถิติ ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ \n๓. การจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ร่วมกันได้\n๔. การจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐ \n๕. การผนวกรวมคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก ซึ่งเป็นประเด็นที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังให้ความสนใจ \nต่อประเด็นข้างต้น หากแผนการปฏิรูปประเทศสิ้นสุดลง มีความห่วงใยว่าประเด็น\nที่เกี่ยวข้องกับคนพิการจะไม่ได้รับการผลักดันให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และหน่วยงาน\nที่เกี่ยวข้องได้นำประเด็นเกี่ยวกับคนพิการที่บรรจุอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม มาบรรจุไว้\nในแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ และแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ทั้งนี้ เพื่อให้คนพิการได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง	กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
54	592	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	นโยบายของรัฐบาล	ขวัญและกำลังใจข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่ในการวิจัยและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะทุเรียนซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก มีการส่งออกทุเรียนไปจำหน่ายยังต่างประเทศมากที่สุด โดยในปีนี้มีผลผลิตทุเรียนจำนวนมากถึงหนึ่งล้านตัน มูลค่ารวมกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนล้านบาท โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ (สวพ.๖) ตั้งอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาพันธุ์เกษตร ส่งเสริมมาตรฐานของผลไม้ที่มีคุณภาพ การออกใบรับรองมาตรฐาน GMP ควบคุมคุณภาพของผลผลิตให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศ ที่ผ่านมา มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ อาทิ การทำ GMP เคลื่อนที่ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรจำนวนสองหมื่นครัวเรือน การตั้งหน่วยทีมเล็บเหยี่ยวพิทักษ์ทุเรียนไทยเพื่อคุณภาพมาตรฐานการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศ ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชาชน เกษตรกรและกลุ่มเครือข่ายเกษตร แต่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับทราบข่าว กรณีผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาให้ความสำคัญกับขวัญและกำลังใจของข้าราชการ เพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์เกษตร ตลอดจนการควบคุมคุณภาพของผลไม้ไทยผลผลิตให้ได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ และสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย ต่อไป	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
55	591	34	นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาธนาคารกรุงไทยพ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ	ธนาคารกรุงไทยมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ต่อมา ได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ และคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ซึ่งอยู่ในกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ถือหุ้นเกินร้อยละ ๕๐ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ จึงมีผลทำให้ธนาคารกรุงไทยหลุดพ้นจากการเป็นธนาคารของรัฐวิสาหกิจ และเป็นเหตุให้ธนาคารกรุงไทยไม่อยู่ภายใต้กฎหมายพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกระทรวงการคลังแจ้งว่าธนาคารกรุงไทยไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ พนักงานธนาคารจึงไม่เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ และมีการยกเลิกสหภาพแรงงาน แต่พนักงานธนาคารจะต้องอยู่ภายใต้กำกับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยในปัจจุบัน ธนาคารที่ยังคงมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีจำนวนเหลือเพียง ๕ แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ธนาคารอาคาร สงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)\nขณะนี้มีการยกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฉบับหนึ่ง คือ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..)  พ.ศ. .... กำหนดให้นำเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงการคลัง \nว่าหากได้มีการตรากฎหมายดังกล่าว เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเป็นกองทุน\nการออมเพื่อการเกษียณอายุภาคบังคับของข้าราชการ  จะสามารถนำฝากที่ธนาคารกรุงไทยได้หรือไม่ เพราะปัจจุบัน ธนาคารกรุงไทยไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่ยังคงเป็นธนาคารของรัฐ ดังนั้นหากได้มีการแก้ไขถ้อยคำในร่างพระราชบัญญัติ จากเดิมที่กำหนดให้ เงินของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่อยู่ในบัญชีเงินสำรอง ให้ลงทุนเป็นเงินฝากใน “ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ” เปลี่ยนเป็น “ธนาคารของรัฐ” \nจะนำมาซึ่งประโยชน์ในการดำเนินการมากกว่าหรือไม่ อย่างไร	กระทรวงการคลัง	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
56	590	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและคุรุสภา ตรวจสอบหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู	จากใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูนั้นมีความสำคัญอย่างมากกับการรักษามาตรฐานทางการศึกษาเพราะถือเป็นใบอนุญาตที่รับรองความพร้อมของบุคคลในการปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอน ทำให้ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนมีความมั่นใจว่าครูผู้สอนมีทักษะ ความรู้ และความสามารถ \nตรงตามสายงาน รวมทั้งมีคุณธรรมและจริยธรรมเพียงพอ ปัจจุบันโรงเรียนบางแห่งมีครูที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูและหลักสูตรการเรียนการสอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพทางการศึกษาได้ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการและคุรุสภา พิจารณาดำเนินการ ดังนี้\n๑. ตรวจสอบหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ว่าหลักสูตร\nการเรียนการสอนมีมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่\n๒. ตรวจสอบวุฒิการศึกษา และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของครูในโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
57	589	133	นายไพโรจน์ พ่วงทอง	ความเดือดร้อนของประชาชน	ขอเพิ่มเงินชดเชยให้กับเกษตรกร	จากพายุโนรู (NORU) ได้พัดเข้าสู่ประเทศไทยทำให้เกิดฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่และบางพื้นที่เป็นพื้นที่รับน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าสู่ตัวเมือง ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนาข้าวได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งภาครัฐได้ชดเชยความเสียหายของนาข้าวให้เกษตรกรไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท อย่างไรก็ดี เงินชดเชยความเสียหายที่เกษตรกรได้รับดังกล่าวถือว่าน้อยมาก และไม่สามารถบรรเทาความเสียหายให้กับเกษตรกรได้ ประกอบกับปัจจุบัน\nค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนเพิ่มเงินชดเชยความเสียหายของนาข้าวให้กับเกษตรกรจากไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท เป็นไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
58	588	152	ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี	ความเดือดร้อนของประชาชน	การขอตัดต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า	จากได้รับหนังสือร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ประสบปัญหาไม่สามารถตัดต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า ซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ หรือเป็นระยะเวลากว่า ๒๘ ปีแล้ว โดยในอดีตประชาชนได้รวมตัวจัดตั้งสหกรณ์เพื่อเช่าที่ดินกับกรมป่าไม้ โดยสัญญาเช่ามีระยะเวลา ๓๐ ปี ต่อมา ภาครัฐได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกป่าในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งแต่ละแปลงจะได้รับงบประมาณจากภาครัฐสนับสนุนเป็นเงินไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลา ๕ ปี และเมื่อครบสัญญาเช่าที่ดินในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ กรมป่าไม้ไม่ได้ต่อสัญญาเช่าที่ดินให้กับประชาชน ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกไว้นั้นไม่สามารถตัดขายได้ โดยประชาชนได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายครั้ง โดยครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ครั้งที่ ๒ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ครั้งที่ ๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และครั้งที่ ๔ - ๖ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดต้นไม้ตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า และสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ต่อไป	นายกรัฐมนตรี 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
59	587	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	การจัดสรรงบประมาณเป็นค่าไฟฟ้าให้กับวัด	ปัจจุบันวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศประสบปัญหาไม่มีเงินชำระค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัญหาที่มีต่อเนื่องมานาน แต่ไม่มีหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือ ที่ผ่านมา วัดหลายแห่งได้ตั้งกล่องรับบริจาคจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อหารายได้สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อชำระค่าไฟฟ้า อาทิ การจัดกิจกรรมทอดกฐิน ทอดผ้าป่า ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พิจารณาจัดสรรงบประมาณแก่วัดทั่วประเทศ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายชำระค่าไฟฟ้าบางส่วน เพื่อเป็นการช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ และลดภาระของประชาชน  	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงวัฒนธรรม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
60	586	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย	"ปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมาซึ่งมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกว่า ๓๐ จังหวัด เนื้อที่กว่า ๕,๓๐๐,๐๐๐ ไร่ และมีประชาชนเดือดร้อนกว่า ๔๑,๐๐๐ ครัวเรือน โดยพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนาของเกษตรกร และภายหลังจากน้ำลดลงแล้ว เกษตรกรจะมีการทำนาปรัง ซึ่งในการทำนาปรัง\nมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำ เกษตรกรจึงมีภาระค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟฟ้าหรือน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการให้การช่วยเหลือ ดังนี้\n	๑. ลดค่าไฟฟ้าลงร้อยละ ๕๐ - ๗๐ สำหรับการสูบน้ำทำนาให้แก่เกษตรกร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา\n	๒. จัดสรรสัดส่วน (โควตา) น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการสูบน้ำทำนาให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยดำเนินการผ่านกลไกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
61	585	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ผังการจัดการน้ำตำบล เครื่องมือสำคัญของการจัดการน้ำในชุมชนท้องถิ่น	จากหลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบกับปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง\nที่เกิดขึ้นซ้ำเป็นประจำทุกปี ทั้งที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง สามารถบูรณาการการทำงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรการใช้ การพัฒนา ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้มีความประสานสอดคล้องกัน\nในทุกมิติอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลจากผังน้ำ ซึ่งเป็นแผนที่หรือแผนผังแสดงระบบทางน้ำของประเทศไทย จะทราบข้อมูลของแม่น้ำทุกสาย เช่น แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม \nแม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำแม่กลอง ว่ามีน้ำหลากเข้าไปแต่ละพื้นที่ ตลอดจนไหลลงมาสู่พื้นที่แหล่งน้ำอย่างไรบ้าง แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร สาเหตุสำคัญประการหนึ่ง คือ ยังขาดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับตำบล ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกตำบลจะต้องทำแผนที่น้ำในพื้นที่ตำบล\nของตนเอง ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ\nตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ ดังนี้\n๑. ปัจจุบัน รัฐบาลได้มีการจัดทำแผนที่น้ำในพื้นที่ตำบล และผังการจัดการน้ำตำบล จำนวนกี่ตำบล และมีความคืบหน้าอย่างไร\n๒. สภาพปัญหาการรุกล้ำพื้นที่แหล่งน้ำสาธารณะ อาทิ แม่น้ำ ลำคลอง อันสืบเนื่องมาจากการขยายตัวของเมืองในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นอย่างไร\n๓. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการถ่ายทอดภารกิจ เพื่อบูรณาการการทำงานลงไปในพื้นที่ระดับตำบล เพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดทำผังการจัดการน้ำตำบล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญของการจัดการน้ำในชุมชนท้องถิ่น ลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากอย่างถาวร หรือไม่ อย่างไร	นายกรัฐมนตรี 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
62	584	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยอย่างรุนแรง	กรณีการจับกุมผับลับซึ่งมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ ลักลอบเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติด เข้าลักษณะเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งการกระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้น หากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ถูกต้องและชอบธรรม โดยสื่อมวลชนได้รายงานข่าวอาชญากรรมในเชิงลึก \nว่าก่อนหน้านี้ได้มีการกระทำความผิดลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง\nหลายหน่วยงานให้การช่วยเหลือแก่ผู้กระทำความผิดชาวต่างชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ในลักษณะต่างตอบแทน อันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อประโยชน์ของตนเองและ\nพวกพ้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยอย่างรุนแรง ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องให้ความสำคัญต่อปัญหาดังกล่าว โดยควรเร่งรัด\nการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน รวมถึงฐานะทางการเงินของเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด \nตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ หากพบว่ามีการกระทำความผิด\nฐานทุจริตต่อหน้าที่ ทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือร่ำรวยผิดปกติ ต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พิจารณาไต่สวนและดำเนินคดี เพื่อยึดและอายัดทรัพย์โดยเร็ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความคิดที่จะกระทำความผิด เกิดความเกรงกลัว ไม่กล้ากระทำความผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้อีก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ\nที่กระทำความผิด ต้องมีความผิดทั้งทางวินัยและทางปกครอง ในฐานที่ปล่อยปละละเลย ไม่กำกับดูแล\nความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชา ตามหลักความรับผิดชอบ (Accourtability) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บังคับบัญชาต้องเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการกำกับดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาต่อไป ทั้งนี้ หากรัฐบาลดำเนินการตามข้อเสนอแนะดังกล่าวจะส่งผลให้สามารถลดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของ\nเจ้าหน้าที่ของรัฐได้อย่างเป็นรูปธรรม	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	3	2565	2022-11-08T00:00:00
63	583	147	นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร	ความเดือดร้อนของประชาชน	การเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาช้างป่า	"สถานการณ์ความเดือดร้อนจากช้างป่ากระจายอยู่ในหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่อง และมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกปี ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร ชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๕ มีช้างป่าบุกทำร้ายประชาชนในบ้านพักเสียชีวิต ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา และเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๕ พบช้างป่าที่ไร่มันสำปะหลัง ณ จังหวัดปราจีนบุรี ขณะเดียวกันพบว่า มีช้างป่าถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บหรือจนถึงขั้นเสียชีวิต สาเหตุสำคัญที่ช้างป่าเข้ามาในชุมชน คือพื้นที่อาหารไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต และเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕ ได้มีการลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนพื้นที่ภาคกลาง ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า พบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๕ จำนวน ๓๗ ครั้ง โดยในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๖๕ มีผู้บาดเจ็บ จำนวน ๑๔ ราย และเสียชีวิต จำนวน ๘ ราย รวมทั้งสิ้น ๒๒ ราย และพบช้างป่าถูกทำร้าย จำนวน ๒๑ ตัว    \n	การแก้ไขปัญหาของกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการบริหารจัดการให้ช้างป่ากับคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ ดำเนินการโดยการสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารสัตว์ป่าก่อนถึงพื้นที่ชุมชน สร้างแนวรั้วป้องกันช้างป่า ติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพช้างป่าแบบเรียลไทม์ ติดปลอกคอติดตามตัวช้าง และใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการผลักดัน ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะจ่ายเงินเยียวยาโดยอ้างอิง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ แต่การประกาศเขตภัยพิบัติมีข้อจำกัดกรณีขนาดความเสียหายระดับหมู่บ้านและตำบล จึงได้จัดทำร่างหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่าและกระทิง พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยการใช้เงินจากการจัดเก็บค่าบริการ ค่าตอบแทน จ่ายเป็นเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ซึ่งมีข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาฯ ดังนี้ ๑) ที่ดินที่มีสิทธิ์ได้รับการชดเชยยังไม่ครอบคลุมที่ดินที่เป็นป่าสงวน   เสื่อมโทรม หรือพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติจัดให้ตามกฎหมาย ซึ่งสามารถเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้หรือไม่  ๒) การกำหนดจ่ายเงินเยียวยาจะดำเนินการไม่เกิน ๑๒ เดือน ซึ่งมีความล่าช้า จึงควรเร่งรัดระยะเวลาให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที         \n	ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงการคลัง ดังนี้ \n	๑. สถานะของร่างหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือเยียวยาฯ ปัจจุบันกระทรวงการคลัง ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด \n	๒. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีแนวทางการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการเพิ่มหลักเกณฑ์ที่ดินที่ได้รับเงินชดเชย และระยะเวลาการดำเนินการช่วยเหลือประชาชน"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
64	582	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	นโยบายของรัฐบาล	การเยียวยาบุคลากรสาธารณสุขที่ไม่ได้ถ่ายโอนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัดของกระทรวงสาธารณสุข	"เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง (จากจำนวนทั้งสิ้น ๙,๗๘๕ แห่ง) และบุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน ๑๑,๙๒๘ คน (จากจำนวน ทั้งสิ้น ๓๙,๗๖๑ คน) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในพื้นที่ ๔๙ จังหวัด แต่เมื่อพิจารณาจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ในชั้นคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบ มีการเสนอให้ถ่ายโอน รพ.สต. จำนวนเพียง ๕๑๒ แห่ง และบุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน ๒,๓๒๙ คนเท่านั้น ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวเป็นผลมาจากนโยบายที่เร่งรีบ รวบรัด ขาดการทดลองนำร่อง จึงขาดความพร้อม และจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย      \n	บุคลากรเจ้าหน้าที่ที่แจ้งความประสงค์ไม่ถ่ายโอนไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้กำหนดให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่แจ้งความประสงค์ขอถ่ายโอนไว้ก่อนวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยไม่ต้องดำเนินการผ่านจังหวัด ดังนั้น นายแพทย์ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จึงไม่ทราบข้อมูลเบื้องต้น บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ภายใต้เงื่อนเวลาที่เร่งรีบและรวบรัด หลายคนไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดเป็นการเลือกโอนแบบตาม ๆ กันไป เมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนในภายหลัง จึงมีความต้องการที่จะแจ้งโอนย้ายกลับไปสังกัดกระทรวงสาธารณสุข แต่โดยหลักการ เมื่อได้มีการตัดโอนตำแหน่งไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว จะโอนย้ายกลับมายังกระทรวงสาธารณสุขได้ก็ต่อเมื่อมีตำแหน่งว่างรองรับ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาบุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จำนวน ๘๔ คน ที่มีรายชื่อถ่ายโอนไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ไม่มีลายมือชื่อแสดงความประสงค์ คณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้วินิจฉัยว่าการที่มีรายชื่อถ่ายโอนไป องค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ไม่มีลายมือชื่อแสดงความประสงค์นั้น เกิดจากความบกพร่องและรวบรัดการถ่ายโอน   \n	รพ.สต.ที่ต้องถ่ายโอน ทั้งที่ไม่มีผู้แสดงความประสงค์ขอถ่ายโอนไป หรือมีผู้แสดงความประสงค์เพียง ๑ คน โดยกระทรวงสาธารณสุขต้องเกลี่ยบุคลากรเจ้าหน้าที่ดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่เปลี่ยนใจภายหลังวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เพราะได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ส่วนผู้ที่ไม่ประสงค์ถ่ายโอนไปตั้งแต่ต้น กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องจัดหาสถานที่ทำงานแห่งใหม่ ซึ่งอาจเป็น รพ.สต. ที่ไม่ต้องถ่ายโอน หรือสำนักงานสาธารณสุขอื่น ๆ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนสิทธิและสวัสดิการเดิมที่ต้องเร่งพิจารณาดำเนินการ ประเด็นสำคัญคือ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องรับผิดชอบดูแล รพ.สต. ที่ไม่ต้อง  ถ่ายโอนไป อบจ. และ รพ.สต. ที่บุคลากรเจ้าหน้าที่ไม่ประสงค์ขอถ่ายโอนไป อบจ. ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะจะมีการเปรียบเทียบความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ตลอดจนสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ระหว่าง รพ.สต. ที่มีการถ่ายโอนไป อบจ. กับ รพ.สต. ที่ไม่มีการถ่ายโอนไป อบจ. เพราะสาเหตุหนึ่งที่บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. แจ้งความประสงค์ขอถ่ายโอนไปยัง อบจ. เป็นจำนวนมากก็เนื่องมาจากปัญหาการบริหารของ รพ.สต. หลายประการ เช่น ความไม่ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ การจัดสรรงบประมาณที่จำกัด ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบมีมาก ขาดแคลนบุคลากร ไม่ได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์บางประการ เป็นต้น     \n	ขณะนี้ การถ่ายโอนเป็นเพียงโอนย้ายบุคลากรเจ้าหน้าที่ แต่การปฏิบัติภารกิจด้านสาธารณสุขในพื้นที่ยังคงให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขช่วยเหลือ ประเด็นนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การถ่ายโอน จะเป็นไปตามทฤษฎีการกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควร แต่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ถ้าหากว่าไม่ได้มีการเตรียมความพร้อม ไม่มีโครงการนำร่อง อาจเกิดปัญหากับ รพ.สต. ที่ได้มีการถ่ายโอนไปยัง อบจ. ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาการถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. ในประเด็นบุคลากรดังกล่าวด้วย"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
65	581	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ขอให้ตรวจสอบจริยธรรมและใบประกอบวิชาชีพครูของนายวัชิระ  พนมแก่นณ์ข้าราชการครู	จากเกิดเหตุการณ์ที่นายวัชิระ  พนมแก่นณ์ ครูพละศึกษา โรงเรียนบัวขาว กระทำอนาจารนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย เข้าไปตรวจสอบจริยธรรมและใบประกอบวิชาชีพครูของนายวัชิระ  พนมแก่นณ์ ครูพละศึกษา โรงเรียนบัวขาว อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
66	580	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ในโรงเรียนมัธยมขยายโอกาสในชนบท	"การติดตามนโยบายอาหารกลางวันของนักเรียน พบว่า เมื่อต้นปี ๒๕๖๔ ได้รับงบประมาณต่อหัวเพิ่มขึ้นจากคนละ ๒๐ บาทต่อวัน เป็นคนละ ๒๑ บาทต่อวัน และกลางปี ๒๕๖๕ ได้มีการเสนอให้ปรับเป็น ๒๘ บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งการพิจารณาอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาทั่วไปไม่น่าจะมีปัญหาและได้รับการสนับสนุนจากภาคชุมชนหรือผู้มีจิตศรัทธา แต่โรงเรียนในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษามีโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งไม่มีงบประมาณค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จึงขอหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\n		(๑) ประเทศไทยมีโรงเรียนมัธยมศึกษาหรือโรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาสจำนวนเท่าใด มีจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ เป็นจำนวนเท่าใด อยู่ในพื้นที่อำเภอและจังหวัดใด \n		(๒) มีโรงเรียนที่มีโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนระดับมัธยมศึกษากี่แห่ง ครอบคลุมนักเรียนกี่คน มีรูปแบบและขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร พบปัญหาอุปสรรคและมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร  \n		(๓) ได้รับเงินสนับสนุนภายนอกเพิ่มเติมจากภาคประชาสังคม ผู้ปกครอง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่     \n		(๔) มีการจัดสรรนักโภชนาการชุมชนได้เพียงพอหรือไม่ \n	ทั้งนี้ จากผลสำรวจของนักวิชาการโภชนาการ พบว่า ปัจจุบันเด็กไทยยังอยู่ในภาวะ  ขาดสารอาหารถึงร้อยละ ๒๐ – ๒๕ ซึ่งมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ขาดการควบคุมกำกับ หรือมีการจัดการวางแผนทางโภชนาการที่ไม่ดีเพียงพอ จึงขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
67	579	28	นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร	ความเดือดร้อนของประชาชน	กลโกงออนไลน์ภัยคุกคามสังคมไทย	สังคมไทยเป็นสังคมยุคดิจิทัลที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เช่น Facebook, Twister, YouTube เป็นต้น จึงเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่าง ๆ ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เพื่อหลอกลวงประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ในรูปแบบหลากหลายจากขบวนการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ (Call Center Gang) อยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นหลอกลวงเงิน หลอกขายสินค้า หรือแม้แต่หลอกให้รัก (Romance Scammer) เงินกู้ออนไลน์ การเชิญชวนไปทำงานต่างประเทศ การหลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล และแชร์ลูกโซ่ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและเข้มข้นมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยให้ความสำคัญกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Hybrid Threat โดยมุ่งเน้นให้ประชาชน เยาวชน และกลุ่มผู้สูงอายุได้มีทักษะและรู้เท่าทัน  เล่ห์เหลี่ยม กลโกงออนไลน์ ด้วยทักษะต่าง ๆ เช่น การบริหารจัดการข้อมูลร่องรอยทางดิจิทัล (Digital Footprint) การรับมือการกลั่นแกล้ง (Cyber Bully Management) การรักษาความปลอดภัยของตนเองบนโลกไซเบอร์ (Cyber security management) และการรู้เท่าทันข่าวปลอมหรือข่าวลวง (Fake news) ให้มากที่สุด	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเลขาธิการ กสทช.\\n	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
68	578	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การเดินรถไฟเข้า-ออก สถานีสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย	จากอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มีเส้นทางรถไฟสายรองในระบบรถไฟระหว่างเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทย แยกมาจากทางรถไฟสายเหนือที่สถานีรถไฟชุมทาง       บ้านดารา อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ระยะทาง ๒๙ กิโลเมตร สิ้นสุดที่สถานีสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย   เป็นเส้นทางขนส่งมวลชนท้องถิ่น ซึ่งผู้โดยสารมีทั้งนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ ก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) มีการให้บริการขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางปรับอากาศ (สปรินเตอร์) เส้นทางกรุงเทพ – สวรรคโลก – กรุงเทพ วันละ ๑ เที่ยว     แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้หยุดการให้บริการรถไฟเส้นทางดังกล่าว ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายจนเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว ดังนั้น จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยจัดขบวนรถไฟวิ่งให้บริการเข้าสู่สถานีสวรรคโลกเหมือนเช่นเดิม เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
69	577	93	นายบุญมี สุระโคตร	ความเดือดร้อนของประชาชน	การช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรหลังน้ำลด	"ประเด็นการปรึกษาหารือจำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้            \n	ประเด็นที่หนึ่ง สืบเนื่องจากเกษตรกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา โดยภาครัฐได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหายจริง โดยให้เงินช่วยเหลือข้าวอัตราไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท ดังนั้น จึงขอให้ภาครัฐทบทวนมาตรการการให้ความช่วยเหลือข้างต้นว่าสามารถจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้มากกว่าที่ดำเนินการอยู่หรือไม่ อย่างไร    \n	ประเด็นที่สอง เกษตรกรได้กู้ยืมเงินจากกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเพื่อมาลงทุน    ทำนา ดังนั้น จะมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้ความเดือดร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วม ในการพักชำระหนี้ หรือลดหย่อนหนี้ หรือไม่ อย่างไร"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
70	576	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาผลกระทบจากการออกกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรคที่ถือเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้บุคลากรเข้ารับราชการ	"คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่าง กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. ๒๕๕๓ มีการเพิ่มชนิดของโรคที่ถือว่าเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับบุคคลที่เข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ได้กำหนดให้ โรคจิต (Psychosis) หรือโรคอารมณ์\nผิดปกติ หรือ (Mood Disorders) เป็นลักษณะต้องห้าม ทั้งนี้ คณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ     ในคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา ได้ประชุมหารือร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม นักวิชาชีพ นักวิชาการ โดยขอให้พิจารณาทบทวนร่าง กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้         \n 		(๑) การมีประกาศที่มีลักษณะเป็นการทั่วไป กำหนดให้โรคทางจิตเวช มีลักษณะเป็นอันตรายและรุนแรงเรื้อรังจนเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อพิจารณาจากระยะที่จะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่มีความบกพร่องทางจิต หรือเป็นคนพิการทางจิตสังคม ประกอบกับข้อกำหนดดังกล่าวอาจมีความสุ่มเสี่ยงต่อการเลือกปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศหลักที่ให้ความเคารพในเรื่องหลักการส่งเสริมสิทธิคนพิการมาโดยตลอด ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซียกำลังจะยกเลิกข้อห้ามดังกล่าวจากกฎหมาย ส่วนประเทศไทยกำลังเข้าสู่ข้อห้ามดังกล่าว  \n 		(๒) การยกร่างกฎ ก.พ.ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... ยังไม่ได้รับการปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๗๗ วรรค ๒ และมีข้อสงสัยว่า เป็นการรับฟังเฉพาะหน่วยงานราชการ ไม่เปิดโอกาสให้สังคมได้แลกเปลี่ยน ท้วงติง หรือตั้งข้อสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการทางจิตสังคม และข้าราชการจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการรักษา    \n 		(๓) ได้รับการยืนยันจากจิตแพทย์และแพทย์ที่เกี่ยวข้องว่า การประเมินลักษณะ   ของโรคไม่สามารถกระทำได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่สามารถวินิจฉัยโรคจากการตรวจชีวภาพได้     ต้องสังเกตอาการ สัมภาษณ์ และติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานถึงทราบว่าใครเป็นโรคอันตรายร้ายแรงเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติราชการ \n 		(๔) ขณะนี้มีข้าราชการจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับสูงที่อยู่ระหว่างการรักษา ซึ่งอาจทำให้บุคคลเหล่านี้ ขาดคุณสมบัติในการรับราชการทันที และอาจทำให้คนที่มีแนวโน้ม     มีความผิดปกติหรือมีความบกพร่อง หรือมีความผิดปกติทางอารมณ์อาจปฏิเสธการรักษา เนื่องจากเกรงว่า    หากเข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว จะทำให้มีชื่ออยู่ในระบบสุ่มเสี่ยงต่อการขาดคุณสมบัติที่จะรับราชการ    ซึ่งปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดผลร้ายแรง    \n 	ดังนั้น ขอให้รัฐบาลทบทวนร่าง กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ. .... เพื่อให้สังคมอยู่อย่างเป็นสุข  และเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
71	575	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	การป้องกัน การแก้ปัญหา และการเยียวยาเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย	"ในระหว่างปิดสมัยประชุมสามัญของรัฐสภา ได้เดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด สรุปได้ดังนี้ \n		(๑) การป้องกันปัญหาอุทกภัย  \n			สาเหตุของการเกิดอุทกภัยเนื่องจากมีการก่อสร้างถนนขวางทางน้ำ เป็นเหตุให้   ไม่สามารถระบายน้ำได้ ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรกรรม ได้รับความเสียหาย ดังนั้น การสร้างถนนจะต้องไม่ขวางทางน้ำ โดยสร้างสะพานเพื่อให้น้ำไหลผ่านได้     \n		(๒) การแก้ปัญหาอุทกภัย  \n			(๒.๑) การช่วยเหลือจากภาครัฐ กรณีน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ตามระเบียบกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง กำหนดว่าต้นข้าวต้องถูกน้ำท่วมมิดต้นข้าว จนต้นข้าวเน่าตายไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ถือว่าเสียหายสิ้นเชิง จึงจะเข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายที่จะมีสิทธิได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ ทั้งที่ตามความเป็นจริงเพียงน้ำท่วมถึงท้องข้าว ข้าวก็จะไม่ออกรวง หรือแม้จะออกรวงก็เป็นเพียงดอกหญ้า ไม่สามารถเก็บเกี่ยวนำมาใช้ประโยชน์ ถือได้ว่าเกษตรกรได้รับความเสียหายแล้ว แต่กลับ     ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อมาเยียวยาแก่เกษตรกรได้  \n			(๒.๒) ตลิ่งทรุดและพนังกั้นน้ำขาด น้ำทะลักท่วมบ้านเรือนและที่ดินทำกินของราษฎร กล่าวคือ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล มีปัญหาตลิ่งทรุด เป็นเหตุให้บ้านเรือนของราษฎร  พังถล่มลงน้ำเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยนำไม้ยูคาลิปตัสไปปัก และนำดินไปถม    ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งได้ ทำให้เกิดความเสียหายซ้ำซาก ดังนั้น จึงควรแก้ไขปัญหา  โดยสร้างแนวป้องกันตลิ่งทรุดตลอดลำน้ำแบบถาวร  \n			(๒.๓) รัฐควรเร่งจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน ที่ผ่านมามีการใช้ถุงกระสอบบรรจุทราย (บิ๊กแบ็ค) ไปตั้งในบริเวณพนังกั้นน้ำที่ขาด ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาชั่วคราว ควรมีมาตรการแก้ไขปัญหาแบบถาวร   \n		(๓) การเยียวยาเกษตรกร  \n			(๓.๑) เมล็ดพันธุ์ เนื่องจากข้าวนาปีของปีนี้ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงจากอุทกภัย รัฐจึงต้องช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปรัง รวมทั้งช่วยเหลือเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวนาปีของ  ปีหน้าด้วย\n			(๓.๒) เงินช่วยเหลือในโครงการประกันรายได้เกษตรกรของคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในเรื่องต้นทุนและ       การบริหารจัดการข้าว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท รายละไม่เกิน ๒๐ ไร่ หรือรวมกันรายละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท รัฐควรเร่งเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรภายในสิ้นปี ๒๕๖๕ เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้จ่ายเป็นต้นทุนในการทำนา อาทิ ปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าแรง ยาฆ่าแมลง          \n			(๓.๓) เงินเยียวยาหลังน้ำท่วม ๑,๓๔๐ บาท ต่อไร่ ควรเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้แก่เกษตรกรภายในสิ้นปี ๒๕๖๕ เช่นเดียวกัน  \n			(๓.๔) เร่งดำเนินการซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ถนน ประปา และไฟฟ้า \n			(๓.๕) ภายหลังน้ำลด ควรให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ เร่งดำเนินการสำรวจ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย เช่น โรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง เป็นต้น"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
72	574	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของเจ้าหน้าที่รัฐ	"กรณีปัญหาความรุนแรงจากการใช้อาวุธปืนกราดยิงในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาอาวุธปืนและยาเสพติด โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนี้ จากการติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติดพบว่าบ่อยครั้งปัญหายาเสพติดเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องใน ๓ ลักษณะ คือ  \n	ลักษณะที่ ๑ เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนที่รับผิดชอบในกระบวนการปราบปราม ปล่อยปละละเลย ไม่กวดขันจับกุม และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด  \n	ลักษณะที่ ๒ เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนมีผลประโยชน์จากการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายและจำหน่ายยาเสพติด                 \n	ลักษณะที่ ๓ เจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติบางส่วนดำเนินการเคลื่อนย้าย และจำหน่าย     ยาเสพติด\n	ซึ่งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสามลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายประพฤติมิชอบ เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง เป็นความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่การหาหลักฐานเพื่อเอาผิดต่อผู้กระทำความผิดทำได้ยาก และต้องอาศัยความร่วมมือกลไกระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมความร่ำรวยผิดปกติจากการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมอันน่าสงสัยว่าพัวพันกับการค้ายาเสพติด อย่างไรก็ดี การตราพระราชกฤษฎีกาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๑๓๐ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้บังคับบัญชายังไม่แล้วเสร็จ จึงส่งผลให้การตรวจสอบพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันกับยาเสพติดขาดข้อมูล ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ความร่ำรวยผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการตราพระราชกฤษฎีกาการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด เพื่อให้สามารถตรวจสอบพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้น"	นายกรัฐมนตรี 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	1	2565	2022-11-01T00:00:00
73	573	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	การจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ	คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ควรปรับหลักสูตร\nการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมศึกษา เนื่องจากองค์กรและส่วนราชการต่าง ๆ ได้สะท้อนว่า นักเรียนที่มาสมัครงานเขียนหนังสืออ่านไม่ออก เนื่องจากเขียนพยัญชนะไม่มีหัวหรือเขียนไม่ถูกต้อง ยกตัวอย่าง พยัญชนะ “ถ” ถ้าเขียนไม่มีหัว จะเป็นพยัญชนะ “ก” เป็นต้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาปรับหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยเพื่อให้นักเรียนสามารถเขียนภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
74	572	107	พลตำรวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ	ความเดือดร้อนของประชาชน	สะพานข้ามคลองโคนเก่าชำรุดอันอาจจะเกิดอันตราย	ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน\nในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรสงคราม \nคือ สะพานข้ามคลองโคน ในพื้นที่หมู่ที่ ๓ ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม \nซึ่งเป็นสะพานที่ชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวใช้ในการสัญจร มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เสาตอม่อ\nของสะพานดังกล่าวเสียหายทั้งหมด โดยได้นำปัญหาความเดือดร้อนข้างต้นมาปรึกษาหารือในช่วงก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ต่อมากรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด \nที่ มท ๐๗๐๑.๓/๒๐๐๓ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ แจ้งผลการพิจารณา สรุปสาระสำคัญได้ว่า \nเสาตอม่อของสะพานดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน ๔ ตับ อยู่ในสภาพชำรุดเสียหายทั้ง ๔ ตับ โดยสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสงคราม จะดำเนินการจัดทำคำของบประมาณจากจังหวัดสมุทรสงคราม\nในการซ่อมแซมสะพานดังกล่าวในวาระต่อไป อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ระยะเวลาล่วงเลยมากว่า ๗ เดือนแล้วยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแต่อย่างใด เกรงว่าสะพานเก่าจะชำรุดจนพังทลายลงมาก่อให้เกิดเหตุร้ายสร้างความเสียหายทั้งแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เช่นเดียวกับที่สะพานกลับรถ (U-Turn Bridge) บริเวณถนนพระราม ๒ ได้พังถล่มลงมาทับรถยนต์\nที่วิ่งอยู่ด้านล่างเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาเร่งรัดให้\nกรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการซ่อมแซมสะพานดังกล่าวโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันมิให้เกิด\nความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
75	571	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	สถานการณ์บ้านเมือง	การเตรียมพร้อมรองรับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแบบไร้รอยต่อ	"วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ จะเริ่มปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางสาธารณสุขครั้งสำคัญ คือ การถ่ายโอนภารกิจสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา \nนวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน ๓,๒๖๕ แห่ง \nให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) (สำนักงบประมาณกำหนดให้มีการถ่ายโอน ๕๑๒ แห่ง \nแปรญัตติเพิ่มขึ้นเป็น ๓,๒๖๓ แห่ง และกระทรวงสาธารณสุข ปรับเพิ่มเป็น ๓,๒๖๕ แห่ง) \nโดยคณะอนุกรรมการบริหารภารกิจถ่ายโอนด้านสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น \nในคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้กำหนดให้บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ที่มีความประสงค์จะถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้แจ้งความประสงค์\nได้จนถึงวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขที่รับผิดชอบภารกิจการถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. มีการปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งชุด และการถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวมีการรวบรัดขั้นตอนและขาดการเตรียมการวางแผนรองรับ ในเบื้องต้นประเมินว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาและอุปสรรค \nสรุปได้ดังนี้\n 		๑. การถ่ายโอน สอน. และ รพ.สต. ไปยัง อบจ. พร้อมกันทั้งหมดจะทำให้เกิดปัญหา \n 		๒. บุคลากรเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ไม่สามารถเปลี่ยนความประสงค์ภายหลังวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ \n 		๓. ประชาชนจะได้รับผลกระทบด้านการรับบริการในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่าน \n 		๔. ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการโอนเงินให้แก่ รพ.สต. \nที่ถ่ายโอนไปยัง อบจ. \n 		๕. รายได้ของ รพ.สต. มีข้อจำกัด \n 		๖. รพ.สต. ต้องแบกรับความเสี่ยงในการบริหารจัดการทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชำระราคาค่ายาและวัสดุทางการแพทย์ \n 		๗. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กำหนดให้เครือข่ายหน่วยบริการ\nในแต่ละจังหวัดทำความตกลงกันเอง ซึ่งจะทำให้เครือข่ายหน่วยบริการในแต่ละพื้นที่เกิดปัญหาที่ยุ่งยากตามมา \n 		๘. ปัญหาการบริหารจัดการระหว่าง อปท. กับกระทรวงสาธารณสุข และ \n 		๙. มีการผลักภาระความรับผิดชอบตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕ และพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้แก่ อบจ. จะทำให้เกิดปัญหากับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ\n 		พร้อมกันนี้ ยังมีประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับบุคลากรเจ้าหน้าที่ที่ถ่ายโอนโดยแบ่งบุคลากรออกได้เป็น ๕ กลุ่ม คือ \n 		กลุ่มที่ ๑ ถ่ายโอนไปแน่นอน \n 		กลุ่มที่ ๒ ไม่ยอมถ่ายโอนไป \n 		กลุ่มที่ ๓ ลังเลและเปลี่ยนใจ \n 		กลุ่มที่ ๔ มีรายชื่อถ่ายโอนไป แต่ไม่มีลายมือชื่อแสดงความประสงค์ และ\n 		กลุ่มที่ ๕ ทำเรื่องขอยกเลิกการถ่ายโอนภายหลังวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ \n 		ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่งซึ่งอาจจำเป็นต้องชะลอการดำเนินการเพราะหากยังคงดำเนินการต่อไปในลักษณะเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้\n"	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
76	570	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาน้ำท่วม	ประชาชนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม \nได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าปัญหาฝนตกน้ำท่วมเป็นเรื่องธรรมชาติแต่ปีนี้มีปริมาณน้ำฝนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครมีปริมาณน้ำฝนถึง ๑๒๐ มิลลิเมตร จึงทำให้\nการระบายน้ำทำไม่ทัน อีกทั้งในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลซึ่งการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือการสูบน้ำออก แต่อย่างไรก็ดี ในต่างจังหวัดแม้จะเป็นพื้นที่สูงแต่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมซึ่งมาจากหลายสาเหตุ อยากทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการในหน้าที่ดีแล้วหรือไม่ เช่น การบริหารจัดการน้ำคลองรังสิต หากรู้ว่าปริมาณน้ำฝนมีมาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องเตรียมเครื่องสูบน้ำหรืออุปกรณ์ให้พร้อม มิใช่ปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนแล้ว จึงดำเนินการแก้ไข \nดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ พิจารณาถอดบทเรียนเพื่อหาสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วม\nในหลายพื้นที่ อาทิ ควรพิจารณาตรวจสอบการรุกล้ำลำน้ำของเอกชนและประชาชน การก่อสร้างถนนต้องไม่ให้มีสิ่งกีดขวางทางน้ำ หรือการเปิดช่องระบายน้ำได้มีการคำนวณอย่างเพียงพอหรือไม่ \nได้มีการขุดลอกทางน้ำเพื่อเปิดช่องการระบายน้ำให้เหมาะสมเพียงพอหรือไม่ และได้จัดหาหรือก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อกักเก็บน้ำช่วงฤดูฝนหรือมีการบริหารจัดการน้ำที่ดีหรือไม่ รวมทั้งได้มีการกำหนดผังเมืองที่คำนึงถึงว่าในพื้นที่รับน้ำต้องไม่มีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนเพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำหรือไม่ อย่างไร	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
77	569	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	แนวทางการรับมือกับความเป็นไปได้ที่กรุงเทพมหานครจะจมน้ำ	"การบริหารราชการส่วนกลางใช้หลักการรวมอำนาจการปกครอง ทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่เจริญเติบโตด้วยโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมาก มีประชากรอยู่อาศัยและประชากรแฝง\nที่เดินทางเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก และเมื่อเกิดฝนตกน้ำจะท่วมขังอยู่เสมอ ซึ่งในอนาคตจะเพิ่ม\nความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อมูลจาก\nผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศได้พยากรณ์ว่าอีกไม่เกิน ๓๐ ปีข้างหน้ากรุงเทพมหานครจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต\nค่อย ๆ จมน้ำเนื่องจากพื้นที่กรุงเทพมหานครมีทั้งส่วนที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและส่วนที่อยู่สูงกว่าระดับ\nน้ำทะเลเพียงเล็กน้อย หากมีการก่อสร้างมากจะทำให้มีน้ำหนักกดทับบนดินที่อ่อนตัวอยู่แล้วเพิ่มขึ้น \nอีกทั้งกรุงเทพมหานครถูกจัดอันดับว่าเป็นมหานครที่มีโอกาสจมน้ำในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า แต่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ หรือการนำเสนอนโยบายทางการเมืองของพรรคการเมืองต่าง ๆ มิได้มีการนำเสนอการบริหารจัดการหรือเสนอแนวทางการป้องกันไว้ล่วงหน้า\nหากกรุงเทพมหานครจะจมน้ำ ซึ่งในหลายประเทศได้ดำเนินการป้องกันด้วยการย้ายเมืองหลวง เช่น สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ย้ายเมืองหลวงจากกรุงจาการ์ตาไปยังกรุงนูซันตารา หรือราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ได้มีโครงการบริหารจัดการจนสามารถอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลได้ จึงขอสอบถามว่า\n 		๑. ในระยะยาวประเทศไทยได้คำนึงถึงการย้ายเมืองหลวงหรือเตรียมมาตรการรองรับไว้หรือไม่ อย่างไร \n 		๒. ได้มีการนำเทคโนโลยีหรือผลการวิจัยมาศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินการป้องกันหรือไม่ อย่างไร \n 		ทั้งนี้ รัฐบาลควรเริ่มดำเนินการเพื่อป้องกันโดยเร็วเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่า\nในอนาคต กรุงเทพมหานครจะไม่จมน้ำ"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
78	568	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางซ้ำซาก	"นายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้ถามที่ ๐๐๖ (ร) ลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ \nเรื่อง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางซ้ำซาก (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๙ ตอนพิเศษ ๑๖๗ ง ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ หน้าที่ ๓๗ – ๔๒) ได้ตอบชี้แจงครอบคลุมเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนงานว่าจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ทราบว่ากรมชลประทานได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน ๒๐ ปี แบ่งกรอบระยะเวลาการทำงานการดำเนินการเป็น ๔ ช่วง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี โดยในช่วงระยะ \n๕ ปีแรก ตั้งเป้าหมายสู่การเป็น “องค์กรอัจฉริยะที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) \nเพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี ๒๕๘๐” โดยยุทธศาสตร์กรมชลประทาน ๒๐ ปี มี ๕ ประเด็นยุทธศาสตร์ และ “การบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วม” อยู่ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ ระยะ ได้แก่ ระยะก่อนน้ำมา (ก่อนถึงฤดูฝน) ระยะระหว่างน้ำมาหรือขณะเกิดภัย และระยะหลังอุทกภัย อย่างไรก็ดี ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยในหลายจังหวัด จึงขอหารือไปยังรัฐบาล ดังนี้        \n 		๑. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้มีการสื่อสาร เผยแพร่ สร้างความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์ และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่มากน้อยเพียงใด หรือประชาชนได้มีส่วนร่วมหรือไม่ อย่างไร  \n 		๒. มีการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในภาคประชาสังคมหรือภาคเอกชนหรือไม่ อย่างไร และทำอย่างไรกลไกการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ราบลุ่มแม่น้ำภาคกลางซ้ำซากจึงจะประสบความสำเร็จ\n 		๓. รัฐบาลมีแนวนโยบายที่จะจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือหรือสนับสนุนประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่รับน้ำหรือไม่ อย่างไร"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
79	567	238	นายออน กาจกระโทก	สถานการณ์บ้านเมือง	ขอให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณในโครงการอาหารกลางวันให้กับนักเรียนโรงเรียนเอกชน	ลงพื้นที่พบปะกับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ ได้เห็นถึงความทุ่มเท\nของบุคลากรทางการศึกษาของภาคเอกชน มีการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับโรงเรียน\nของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเอกชนประสบปัญหาการจัดอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน \nเนื่องจากโรงเรียนเอกชนได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาเฉพาะเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือขาดโภชนาการ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ\nร้อยละ ๓๐ ของเด็กนักเรียนทั้งหมด แต่โรงเรียนของรัฐบาลได้รับสนับสนุนค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนทุกคนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนเอกชนทุกคนเหมือนกับที่ได้จัดสรรให้กับ\nเด็กนักเรียนโรงเรียนของรัฐบาล\n	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
80	566	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	สถานการณ์บ้านเมือง	การเข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมายสวมหมวกนิรภัยในระหว่างการขับขี่รถจักรยานยนต์	เดือนกันยายน ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์\nของนักเรียนที่จังหวัดสงขลา ทำให้นักเรียนหญิงของโรงเรียนชื่อดังในจังหวัดสงขลาที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มา ๓ คน เสียชีวิตทั้งหมด โดยนักเรียนทั้ง ๓ คนไม่ได้สวมหมวกนิรภัย ซึ่งอุบัติเหตุ\nบนท้องถนนก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตของคนไทยทุกวัน โดยประเทศไทยยังคงครองแชมป์อัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก \nจากผลการสำรวจพบว่าแต่ละปีประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนเฉลี่ย\nปีละประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน โดยสาเหตุการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์คิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งหมด แม้ว่าการสวมหมวกนิรภัยสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้เป็นอย่างมากแต่จากผลการสำรวจกลับพบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สวมหมวกนิรภัยมีไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งหมด ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายเป็นมาตรการ\nที่สำคัญและได้ผลมากที่สุดแต่ยังไม่เข้มงวดและเคร่งครัดเท่าที่ควร	คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) คณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (คปถ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
81	565	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	กฎหมาย	การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ	"คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงาน\nสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ได้เห็นชอบให้หน่วยงานของรัฐที่เป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและหน่วยงานสนับสนุน ยังคงสามารถติดตามกิจกรรมสำคัญตามแผนการปฏิรูปประเทศที่มีความต่อเนื่องเพื่อไปดำเนินการได้หลังจากที่แผนการปฏิรูปประเทศได้สิ้นสุดลง\nในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยให้ดำเนินการติดตามผ่านกลไกของแผนระดับ ๒ และแผนระดับ ๓ \nและการดำเนินการต่าง ๆ ของหน่วยงานดำเนินการ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมิได้มีการกำหนดหน่วยงาน\nเพื่อกำกับดูแลการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศให้มีความต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมายของ\nแผนการปฏิรูปประเทศที่ชัดเจน ซึ่งแนวทางการปฏิบัติคล้ายกับเป็นการดำเนินงานของหน่วยงาน\nที่ประสงค์หรือสมัครใจจะดำเนินการ แต่ยังไม่มีการกำกับดูแลการปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม\n 		ต่อประเด็นข้างต้น แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบมีประเด็นการขับเคลื่อนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สำคัญหลายประเด็นที่จำเป็นจะต้องมีนโยบายของรัฐบาลที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติและจำเป็นต้องมีการบูรณาการการขับเคลื่อนระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด อาทิ\n 		๑. การตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่ำรวยผิดปกติ\n 		๒. การควบคุมความเคลื่อนไหวทางการเงินระหว่างประเทศ\n 		๓. การปรับปรุงหลักเกณฑ์และระเบียบการเบิกจ่ายเงินรางวัลจับกุมให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ\n 		๔. การปรับปรุงระเบียบการรับบริจาคและการเรี่ยไรของหน่วยราชการ\n 		๕. การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐต่อผู้บังคับบัญชา เป็นต้น\n		ในการนี้ ขอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติทบทวนแนวทางการดำเนินงานในส่วน\nของการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยควรกำหนดให้มีหน่วยงานผู้รับผิดชอบ\nในการกำกับดูแลการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นการเฉพาะเพื่อลดจุดอ่อนและความเสี่ยงต่อการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพและคะแนนประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศสูงขึ้น\nส่งผลให้การดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติ\nมิชอบบรรลุเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป\n"	คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	31	2565	2022-09-13T00:00:00
82	564	10	นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ	สถานการณ์บ้านเมือง	เตรียมตัวรับมือภัยน้ำท่วม	วันจันทร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้เกิดปรากฏการณ์เมฆฝนสีดำปกคลุมท้องฟ้า\nในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิกฤตการณ์ของดิน\nฟ้า อากาศ ในปัจจุบัน เป็นสิ่งเตือนใจให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องมีการเฝ้าระวังและเตรียมการป้องกันภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรมีประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกร\nเป็นจำนวนมาก ประกอบกับในช่วงฤดูฝน จะมีพายุฝนพัดเข้าสู่ประเทศไทย โดยเริ่มจากภาคเหนือ \nภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อมายังกรุงเทพมหานคร จากนั้นในราวเดือนตุลาคมจะลงไปยังภาคใต้ \nพายุฝนก่อให้เกิดปัญหาอุทกภัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั้งชาวนา ชาวไร่ และชาวสวน โดยตัวอย่าง\nที่เห็นได้ชัด คือ ในเดือนกันยายนเป็นช่วงที่ชาวนาจะเริ่มทำนาปลูกข้าวซึ่งต้องใช้เวลาเพาะปลูกประมาณ ๑๒๐ วัน หากเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้นในระหว่างนี้จนเป็นเหตุให้ต้องเลื่อนการทำนาปลูกข้าวออกไป อาจจะได้รับความเสียหายและผลกระทบจากภัยหนาว นอกจากนี้ พายุฝนยังเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ดังเช่นเมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ประสบเหตุฟ้าผ่าขณะขับรถยนต์โดยกล้องหน้ารถบันทึกภาพไว้ได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเตรียมการวางแผนป้องกันภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ประสบภัยดังกล่าว	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
83	563	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	อุบัติเหตุสะพานกลับรถบนทางหลวงหมายเลข ๓๕	เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ได้เกิดอุบัติเหตุโดยมีสิ่งก่อสร้างร่วงหล่น\nลงมาบนผิวจราจรสร้างความเสียหายและตื่นตกใจของประชาชนที่สัญจรบนทางหลวงหมายเลข ๓๕ ช่วงกิโลเมตรที่ ๓๔ ซึ่งมีการซ่อมแซมสะพานกลับรถที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เนื่องจากโครงสร้างสะพานมีความชำรุด สมควรบูรณะพื้นผิวให้สมบูรณ์เพื่อความปลอดภัยในการสัญจร กรมทางหลวง\nจึงมอบหมายให้ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ ๓ (ปทุมธานี) สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง \nโดยมีงบประมาณ ๓ ล้านบาท ในการดำเนินการรื้อพื้นผิวที่เสียหายออกแล้ววางแผ่นพื้นสำเร็จโดยวางเหล็ก เทคอนกรีต และปูผิวแอสฟัลติกคอนกรีต จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สอบถามผู้แทนจากกรมทางหลวง ทราบว่า เป็นความผิดพลาดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ซึ่งเกิดจากความประมาทและได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพื่อลงโทษต่อไป จากนั้นได้สอบถามไปยังผู้แทนสภาวิศวกร ได้รับความคิดเห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากขั้นตอนการกำหนดความปลอดภัย ขั้นตอนการดำเนินการและประสิทธิภาพการจัดการจราจรไม่ดีเพียงพอ จากนั้น ได้สอบถามผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้รับข้อมูลว่า เป็นการดำเนินการอย่างเพียงพอแล้ว แต่พฤติกรรมเกิดขึ้นโดยคาดไม่ถึง จึงส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นการวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เพราะสะพานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงมีมากกว่าหนึ่งหมื่นแห่ง ดังนั้น จึงสมควรที่กรมทางหลวงต้องวิเคราะห์และถอดบทเรียนสาเหตุของปัญหาเพื่อนำไปสู่วิธีการป้องกันและหาแนวทางการแก้ไข เพื่อนำไปสู่การพิจารณางบประมาณ สำหรับงานซ่อมแซม ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่างานก่อสร้างใหม่ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น มิใช่คิดเพียงแต่ปริมาณงานซ่อมเท่านั้น ที่สำคัญต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการจัดการจราจร \nเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไป\n	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
84	562	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	สถานการณ์บ้านเมือง	การบูรณาการภารกิจหน่วยงานรัฐกับภาคประชาชนในชุมชนท้องถิ่นต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นศูนย์ประสานงาน	จากได้เคยปรึกษาหารือกรณีนี้ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ แต่ได้รับคำตอบ\nที่ยังไม่ชัดเจน จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวมีความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่เมืองโบราณ\nอู่ทองที่มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี ตั้งแต่ก่อนยุคทวารวดี ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานโบราณคดี\nและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี และบริเวณใกล้กันนั้นจะเป็นวนอุทยานพุม่วงซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ สวยงามเป็นอย่างมาก มีพืชพันธุ์เก่าแก่โบราณ แต่บริเวณดังกล่าวมีป่าชุมชน\nที่กำกับดูแลโดยสำนักงานป่าชุมชน กรมป่าไม้ แต่อยู่ติดเขตสัมปทานเหมืองแร่ เริ่มมีความแห้งแล้ง\nจึงทำให้ประชาชนบางกลุ่มพยายามสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะดินและหินบริเวณดังกล่าวเริ่มมีรอยแยก จากนั้นกรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการจัดสรรน้ำ โดยสร้างน้ำตกเทียม\nที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้พื้นที่ใกล้เคียงเกิดความชุ่มชื้น สวยงาม ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว\nมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา และกระทรวงวัฒนธรรม ดังนั้น จะดำเนินการอย่างไรให้ประชาชน องค์กร ชุมชน และหน่วยงาน ภาครัฐได้บูรณาการความร่วมมือในการดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ เทศบาลตำบลจระเข้สามพันต้องการอาสาสมัคร เป็นผู้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวตามหน้าที่และอำนาจ แต่ประสบปัญหา\nจากการที่หน่วยงานต่างๆ ยังไม่สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้ ดังนั้น จึงขอให้กรมส่งเสริม \nการปกครองท้องถิ่นได้พิจารณาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและดูแลพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้เทศบาลตำบลจระเข้สามพันเป็นศูนย์กลางการประสานงานของหน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบูรณาการภารกิจและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
85	561	238	นายออน กาจกระโทก	สถานการณ์บ้านเมือง	ปัญหาการจราจรและความปลอดภัยบนท้องถนนสายมิตรภาพสระบุรี-นครราชสีมา	"ถนนสายมิตรภาพเส้นทางสระบุรี - นครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีรถยนต์สัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงวันหยุดเทศกาลต่างๆ เส้นทางนี้จะมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้\nใช้เวลาในการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา นานประมาณ ๘ - ๑๐ ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลาปกติที่มิใช่ช่วงวันหยุดยาวหรือช่วงวันหยุดเทศกาล พบว่า มีปัญหาการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว ดังนี้\n 		ประเด็นที่หนึ่ง การใช้ช่องจราจรของรถบรรทุกขนาดต่างๆ ซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่ พบว่าหากถนนมีช่องจราจร ๓ ช่องจราจร รถบรรทุกจะวิ่งโดยใช้ช่องจราจร ๒ ช่องจราจร หรือกรณีถนน\nมีช่องจราจร ๔ ช่องจราจร รถบรรทุกจะวิ่ง โดยใช้ช่องจราจร ๓ ช่องจราจร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็น รถยนต์ที่ประชาชนใช้สัญจรเหลือช่องจราจรในการสัญจร เพียง ๑ ช่องจราจร ส่งผลให้การสัญจร\nในเส้นทางดังกล่าวติดขัด โดยเฉพาะระยะทางช่วงอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี, ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง หรือเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางช่วงขึ้น - ลงเขา การจราจรจะติดขัดมากกว่าบริเวณอื่นๆ\n 		ประเด็นที่สอง กรณีรถกระบะที่ประชาชนนำมาต่อพวงเองเพื่อใช้ในการบรรทุกฟาง\nอัดแท่งซึ่งได้นำมาวิ่งบนถนนมิตรภาพก่อให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งและส่งผลให้มีรถติดยาวสะสม \nเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมการขนส่งทางบกจึงอนุญาตให้รถกระบะที่ต่อพ่วงโดยผิดกฎหมายสามารถวิ่งบนถนนมิตรภาพได้"	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
86	560	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	เกือบสามปีแห่งการรอคอยสวัสดิการเบี้ยความพิการ ๑,๐๐๐ บาทถ้วนหน้า	ปลายปี พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต\nและคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ได้รับข้อเสนอแนะจากคนพิการเกี่ยวกับการขอเพิ่มเงินสวัสดิการ\n\nเบี้ยความพิการจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือนถ้วนหน้า และได้นำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ๒ ครั้ง แต่คณะรัฐมนตรีมิได้ให้\nความเห็นชอบต่อข้อเสนอดังกล่าว และ กพช. ได้เตรียมการเพื่อนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งแต่เกรงว่าจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเช่นเดิม อนึ่ง แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาล\nจะได้เพิ่มเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน แต่ผู้พิการที่มีสิทธิจะได้รับเงินเพิ่ม ๒๐๐ บาท จะต้องเป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น จึงถือเป็นเพียงมาตรการการช่วยเหลือคนพิการชั่วคราวเท่านั้น ยังไม่ถือเป็นสวัสดิการของคนพิการทุกคนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีคนพิการที่ลงทะเบียนผู้พิการไว้ประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ แต่ได้รับเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพียง ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน ยังคงเหลือคนพิการที่ไม่ได้รับเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการเพิ่มอีกประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเพิ่มเงินสวัสดิการเบี้ยความพิการจากคนละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน เป็นคนละ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ให้กับคนพิการทุกคนโดยถ้วนหน้า	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
87	559	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาความล่าช้าในการบรรเทาและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย	"ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่ลุ่มต่ำเกิดน้ำท่วมขังเกษตรกรไม่สามารถทำนาได้ ส่วนเกษตรกรที่ได้ทำนาไปแล้ว น้ำท่วมทำให้ข้าวได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ จากการที่ฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำในลำน้ำสูงขึ้นและไหลเข้าสู้พื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งวิธีการแก้ไขสามารถทำได้โดยก่อนที่ฝนจะตกหนักและมีน้ำเป็นจำนวนมาก สามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำได้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำนาได้ตามฤดูกาล ซึ่งจากการหารือกับนายอำเภอธวัชบุรีและผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับทราบข้อมูลว่า จังหวัดร้อยเอ็ดยินดีที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่หากจะต้องสูบน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำจะต้องประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน จึงจะสามารถอนุมัติงบประมาณเพื่อช่วยเหลือได้ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \n		๑. ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดพนังกั้นแม่น้ำชีชั่วคราวที่สร้างจากถุงบิ๊กแบ๊ค (BIGBAG) ตั้งแต่เมื่อครั้งพายุโซนร้อน “โพดุล” (PODUL) ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ปัจจุบันมีสภาพชำรุดเสียหาย และไม่มีการก่อสร้างพนังกั้นน้ำถาวรแต่อย่างใด     \n		๒. กรณีเกิดภัยพิบัติเฉพาะหน้ามีมาตรการอย่างไรเพื่อให้นายอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน  .\n		๓. กรณีน้ำท่วมขังและน้ำไหลหลากอย่างรุนแรง หน่วยงานภาครัฐมีวิธีการอย่างไร\nเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
88	558	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ถนนเพชรเกษมบริเวณสี่แยกห้วยชินสีห์ ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองราชบุรี ถึงสี่แยกปากท่อ ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง	ถนนเพชรเกษมตั้งแต่บริเวณสี่แยกห้วยชินสีห์ ตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองราชบุรี ถึงสี่แยกปากท่อ ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ไฟฟ้าส่องสว่างชำรุดตลอดแนวถนน และบริเวณจุดกลับรถทั้ง ๓ จุด ในช่วงถนนดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมแซมและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนเพชรเกษม	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
89	557	56	พลเอก ดนัย มีชูเวท	สถานการณ์บ้านเมือง	การเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันการสูญเสียจากกรณีช้างป่ารุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัย ของประชาชนและเกษตรกร	"ข้อมูลการลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนที่จังหวัด\nกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๕ และจากข่าวสารทางสื่อมวลชนทั่วไป พบว่า ปัจจุบันปัญหาสัตว์ป่าทั้งช้างป่าและกระทิงป่าออกหากินรุกล้ำพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนและเกษตรกร ทำอันตรายแก่ชีวิต ทำลายทรัพย์สิน และผลิตผลทางการเกษตรเกิดความเสียหายเป็นอย่างมากในหลายจังหวัด\nที่มีเขตติดต่อกับป่าไม้ทั่วประเทศ แม้จะมีการตั้งศูนย์เฉพาะกิจร่วมปฏิบัติการเฝ้าระวังและผลักดัน\nช้างป่า รวมทั้งมีการจัดสร้างแหล่งน้ำ และอาหารให้ช้างป่าที่อยู่อาศัย แต่ช้างป่ายังคงออกมาบุกรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ มีเหตุช้างป่าทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บ จำนวน ๒ คน เสียชีวิต จำนวน ๑ คน ที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น แต่มีเรื่องที่น่ายินดีที่ได้รับทราบข้อมูลความสำเร็จประการหนึ่งของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยความร่วมมือ \nกับชาวบ้านใช้โดรนหรือยานบินขนาดเล็กบังคับจากระยะไกลออกลาดตระเวนเฝ้าระวังและแจ้งเตือนชุดลาดตระเวนไปขับไล่ช้างป่า โดยทำเป็นกิจวัตรประจำจนช้างป่าเรียนรู้เองและไม่รุกล้ำพื้นที่ จึงมีความเห็นว่า ควรมีการนำศักยภาพของการใช้โดรนมาขยายผล จึงขอเสนอแนะและสอบถามไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\n		๑. ขอให้มีการพิจารณาจัดทำโครงการวิจัยและพัฒนาการใช้ “โดรนอัจฉริยะ” ให้มี\nขีดความสามารถในการลาดตระเวน สามารถตรวจจับช้างป่าและกระทิงป่าทั้งในเวลากลางวันและ\nเวลากลางคืนด้วยระบบอินฟราเรด (Infrared) หรือ กล้องอินฟราเรดมองกลางคืน (Night Vision) \nขับไล่ช้างป่าโดยอัตโนมัติด้วยเทคนิคการใช้ เสียง แสง และวิธีอื่นๆ ที่เหมาะสม ซึ่งเกิดจากการวิจัยพัฒนาโดรนอัจฉริยะร่วมกับหน่วยบริหารจัดการกองทุนวิจัยต่างๆ เช่น สำนักงานวิจัยแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็นต้น ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม เช่น กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหมหรือสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่ เป็นต้น\n		๒. พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อโดรนอัจฉริยะ สำหรับใช้งานในทุกพื้นที่\nที่ประสบปัญหาสัตว์ป่าบุกรุกทั่วประเทศ และที่สำคัญให้มีมาตรการเพื่อเยียวยาผู้เสียชีวิต หรือได้รับความเสียหายจากการบุกรุกของสัตว์ป่า ตามมูลค่าความเสียหายอย่างเหมาะสม รวมทั้งพิจารณาสร้างแนวกีดขวางป้องกันการบุกรุกของสัตว์ป่าที่แข็งแรงถาวรและมีมาตรฐานสูง ครอบคลุมทุกพื้นที่\nทั่วประเทศ"	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
90	556	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับพื้นที่	การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับพื้นที่ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ แต่การปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมายังขาดการบูรณาการกลไกการดำเนินงานในระดับจังหวัด ทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตยังไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควร ในการแก้ไขปัญหานี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การต่อต้าน\nการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระดับจังหวัด เพื่อบูรณาการการทำงานของกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกภาคส่วนในจังหวัด ภายใต้การสนับสนุนของ ป.ป.ช. จังหวัด และ ป.ป.ท. เขต และได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบอยู่ในขณะนี้ จากการติดตามแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) พบว่า กิจกรรมที่ ๑ หรือ Big Rock ที่ ๑ ได้จัดให้มีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการต่อต้านการทุจริตผ่านภาคีการพัฒนาต่างๆ เพื่อตรวจสอบป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ซึ่งเกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว ๑๗ จังหวัด ๑๗๑ ตำบล และได้มอบโครงการนี้ให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้จังหวัดติดตามผลและขยายผลการปฏิบัติได้ครอบคลุมทั่วประเทศ \nจึงมีความเห็นว่า การจัดตั้งคณะกรรมการผลักดันการดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบระดับจังหวัดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการแผนปฏิรูปประเทศที่ได้ดำเนินการแล้ว อีกทั้ง สามารถต่อยอดขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศได้ และเป็นการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบด้วยกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๓ ได้บัญญัติไว้ ให้สัมฤทธิ์ผลได้โดยเร็ว ดังนั้น จึงขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำเสนอ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นต้นไป\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	27	2565	2022-08-30T00:00:00
91	555	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของเกษตรกรอำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด	กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทุกปี ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับสิทธิประโยชน์ในหลายด้าน แต่ปรากฏว่าเกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด ประสบปัญหาเนื่องจากข้อมูลเลขโฉนดที่ดินในสารบบที่ดินของเกษตรกรอำเภอเชียงขวัญ ไม่มีการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยยังคงเป็นข้อมูลเลขโฉนดที่ดินในสารบบที่ดินของเขตอำเภอธวัชบุรี เป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเชียงขวัญจำนวนมากไม่สามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ หากต้องการขึ้นทะเบียนโดยเร็วต้องเดินทางไปติดต่อขอเปลี่ยนเลขโฉนดที่ดินที่อยู่ในสารบบที่ดินของอำเภอธวัชบุรีเป็นเลขโฉนดของอำเภอเชียงขวัญ ณ ที่ทำการเกษตรอำเภอธวัชบุรี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการติดต่อราชการนั้นต้องใช้เวลานาน ทำให้ประชาชนเสียเวลาประกอบอาชีพ ดังนั้น จึงขอให้ กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยโอนย้ายฐานข้อมูลเลขโฉนดที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่ ๖ ตำบล ประกอบด้วย ตำบลเชียงขวัญ ตำบลพลับพลา ตำบลพระธาตุ ตำบลพระเจ้า ตำบลหมูม้น และตำบลบ้านเขือง ซึ่งเป็นเลขโฉนดที่ดินเดิมของสารบบที่ดินอำเภอธวัชบุรี\nไปยังอำเภอเชียงขวัญ โดยไม่ต้องให้ประชาชนเดินทางไปติดต่อราชการเอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของประชาชนจากการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่พึงได้โดยเร็ว\n	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
92	553	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	กรณีอุบัติเหตุผู้โดยสารพลัดตกบันไดเลื่อนรถไฟฟ้า สถานีสุรศักดิ์	จากเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๕ เกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารพลัดตกบันไดเลื่อนรถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งอุบัติเหตุจากการใช้บันไดเลื่อนเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ค่อยมีการนำเสนอข่าว ทั้งนี้ ได้เคยหารือกับผู้บริหารที่ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ได้รับทราบข้อมูลว่า บันไดเลื่อนของสถานีรถไฟฟ้า ได้มีการปรับให้มีความเร็วสูงกว่าบันไดเลื่อนตามห้างสรรพสินค้า เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก หากบันไดเลื่อนมีความช้าแบบที่ให้บริการตามห้างสรรพสินค้าจะทำให้เกิดความล่าช้าในการเดินทาง โดยเมืองขนาดใหญ่ทั่วโลก เช่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กรุงปักกิ่ง เมืองเซี่ยงไฮ้ และเมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน และอีกหลายเมืองในทวีปยุโรป ไม่ได้นำความเร็วของบันไดเลื่อนมาเป็นตัวกำหนดความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง โดยในต่างประเทศได้กำหนดมาตรการหลายอย่างในการให้บริการสาธารณะ และทุกมาตรการได้คำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับและดูแลความปลอดภัยของการให้บริการขนส่งสาธารณะ อาทิ บันไดเลื่อน ชานชาลาที่ไม่มีรั้วกั้นหรือประตู ปิด - เปิด ควรเร่งพิจารณากำหนดมาตรฐานเพื่อวางมาตรการความปลอดภัย โดยคำนึงถึงความสะดวก ความปลอดภัย ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
93	552	42	นายชาญวิทย์ ผลชีวิน	กฎหมาย	การสรรหาอธิการบดีและคุณธรรม จริยธรรม ในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ	"	๑. การสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ \n	สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ประกาศใน\nราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๒ \nโดยบัญญัติว่า ในวาระเริ่มแรก ให้มีการสรรหาอธิการบดี ภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ แต่ปรากฏว่า จวบจนถึงปัจจุบัน การสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ \nยังดำเนินการสรรหาไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่ระยะเวลาล่วงเลยมานานกว่า ๓ ปีแล้ว โดยการสรรหาดังกล่าวกระทำโดยคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ มีการประกาศรายชื่อและนำข้อมูลเข้าสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว แต่สภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติไม่บรรจุระเบียบวาระเข้าที่ประชุม จึงได้มีการติดตามโดยการตั้งกระทู้สด สอบถาม \nและเรียกมาชี้แจง แต่กลับได้รับคำตอบว่ายังอยู่ระหว่างการดำเนินการ \n	๒. คุณธรรมจริยธรรมในสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ\n	สืบเนื่องจากขณะนี้ ผู้รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ มีตำแหน่งรักษาการมากถึง ๓ ตำแหน่ง ได้แก่ ๑) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ๒) รักษาการนายกสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และ ๓) รักษาการในการเป็นประธานการประชุมสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งการที่ผู้รักษาการในตำแหน่งทั้ง ๓ ตำแหน่ง เป็นบุคคลคนเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล ดังเช่นกรณีคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เรื่อง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ \nได้พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวมีความผิดร้ายแรง และส่งผลการพิจารณาให้สภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติแล้ว แต่กลับให้คณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาวินิจฉัยว่ากรณีดังกล่าวไม่มีความผิด โดยไม่นำเรื่องเข้าสภามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เพื่อพิจารณา ถือเป็นประเด็นปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็ว \n		ทั้งนี้ จากปัญหาทั้ง ๒ ประการดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาดำเนินการเร่งรัดให้มีการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติโดยเร็วที่สุด"	กระทรวงการท่องเที่ียวและกีฬา	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
94	551	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ก่อสร้างอ่างโปร่งพรหมเพื่อเก็บน้ำบริฺโภคหมู่4 บ้านหินสี-บ้านพุหวาย ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.เพชรบุรี	การก่อสร้างอ่างโปร่งพรหม หมู่ ๔ บ้านหินสี - บ้านพุหวาย ตำบลยางหัก อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ \nเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำในการเพาะปลูก และการอุปโภค - บริโภค โดยกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการสำรวจแบบก่อสร้างมา ๓ ปีแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า\nแต่อย่างใด ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ฝากสอบถามว่าโครงการนี้จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด และขอให้\nเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
95	550	56	พลเอก ดนัย มีชูเวท	นโยบายของรัฐบาล	การส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า ความยั่งยืนด้านการเกษตร พร้อมมู่งสู่การลดโลกร้อน	"นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย\\nการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๖ (Conference of the Parties : COP26) เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ณ เมืองกลาสโกว์ สหราชอาณาจักร นั้น ประเทศไทยจะต้องวางเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐ และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero target) ภายในปี ค.ศ. ๒๐๖๕ อันเป็นการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในขณะนี้ด้วย สถานภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) หรือก๊าซเรือนกระจก ประมาณ ๓๕๔ ล้านตัน/ปี โดยภาคอุตสาหกรรม ปล่อยก๊าซเรือนกระจก สูงถึงร้อยละ ๗๐ และภาคเกษตร ร้อยละ ๑๕ เฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ด้านผลิตไฟฟ้ายังคงต้องใช้พลังงานความร้อนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) ซึ่งปัจจุบันต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ น้ำมันดีเซล (Diesel oil) และ ก๊าซธรรมชาติ (Natural gas) มีราคาแพง อีกทั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ดังนั้น เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero target) \\nตามเป้าหมายที่วางไว้ ประเทศไทยจะต้องปรับใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ชีวภาพ ชีวมวล แสงอาทิตย์ และลม ประกอบกับการใช้ชีวมวลเป็นวิธีที่มีศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้า และก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล และที่สำคัญยังเป็นการช่วยส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรอีกด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงขอหารือ ดังนี้\\n	๑. กระทรวงพลังงานมีนโยบายและกรอบเวลาในการส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่างไร และมีการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงชีวมวลชีวภาพ \\nมีผลก้าวหน้าอย่างไร และจะเปิดใช้เมื่อใด\\n	๒. กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการประสานงานกันเพื่อเร่งรัด\\nการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งโรงผลิตพลังงานไฟฟ้าทดแทนขนาดเล็ก\\nในประเด็นโรงผลิตพลังงานไฟฟ้า ตามกฎกระทรวง กำหนดประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน พ.ศ. ๒๕๖๓\\nโดยการปลดโรงงานลำดับที่ ๘๘ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้ไปอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยการขออนุญาตตั้งโรงงาน ให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพียงหน่วยงานเดียว โดยไม่ต้องขออนุญาตต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และการแก้ไขกฎระเบียบของแต่ละกระทรวงจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด\\n	๓. กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการประสานงานกันอย่างไร เพื่อผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนชีวมวลชีวภาพ \\nในประเด็นสำคัญ อาทิ ความชัดเจน การกำหนดที่ตั้ง และจำนวนโรงไฟฟ้าชุมชน การปลูกไม้เศรษฐกิจ\\nโตเร็ว หรือหญ้าเนเปียร์ และการเตรียมวัสดุเชื้อเพลิงทางการเกษตรในบริเวณที่ตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน แต่ละกระทรวงมีการดำเนินการถึงขั้นตอนใด จะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด และมีกระทรวงใดที่ดำเนินการจัดทำด้านสถิติ ข้อมูลการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อประโยชน์บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. ๒๐๕๐\\n	๔. ประการสุดท้าย ขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินนโยบายความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมเกษตรกรในการปลูกไม้เศรษฐกิจโตเร็วและไม้มีค่า นอกเหนือจากไม้กินได้หรือไม่ อย่างไร และมีแนวคิดที่จะเพิ่มข้อมูลอื่นๆ เช่น ไม้เศรษฐกิจโตเร็วและไม้มีค่า ในแผนที่เกษตร (Agri-Map) ให้เป็น One Big Agri-Map เพื่อเป็นประโยชน์แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่จะปลูกไม้ ๓ อย่างเพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง หรือไม่ อย่างไร\\n"	กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
96	549	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	การส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาของกลุ่มเยาวชนอาสาสมัครเพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดี	"การส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาของกลุ่มเยาวชนอาสาสมัครเพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดี\\nสืบเนื่องจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๘ โดยมีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน การคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาวชน การส่งเสริมสวัสดิการเด็ก เยาวชน และครอบครัว โดยการกำหนดนโยบาย มาตรการ กลไก ส่งเสริมสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชน ติดตามและประเมินผล\\nการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการที่กำหนด เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต ดังนั้น จึงขอสอบถาม ดังนี้\\n		๑. ได้กำหนดนโยบาย มาตรการ กลไก ส่งเสริมสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชนอย่างไร\\n 		๒. มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินการอย่างไร\\n 		๓. มีการสร้างเข็มมุ่งเชิงอุดมคติที่วัดผลเชิงสัมฤทธิ์ผลในสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว อย่างไร\\n 		๔. มีกระบวนการบ่มเพาะเด็กและเยาวชนสู่การเป็นพลเมืองดีที่ใฝ่สันติ มีความสามัคคี มีความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างสังคมอารยะอย่างไร\\n 		๕. มีการเสริมสร้างกลไกตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในอีก ๑๕ ปีที่เหลือ ให้เป็นรูปธรรมอย่างไร\\n 	ทั้งนี้ ขอเสนอให้สภาองค์กรชุมชนตำบล สนับสนุนกระบวนการของสภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรมจิตอาสาให้กับกลุ่มเยาวชนอาสาในพื้นที่อย่างเป็นระบบ โดยมีกระบวนการและเป้าหมายที่สามารถประเมินผลได้"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
97	548	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาการขาดนักการภารโรงในสถานศึกษา	"การลงพื้นที่ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และการลงพื้นที่พบปะผู้บริหารสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง ได้รับการร้องเรียนเรื่องสถานศึกษาขาดแคลนนักการภารโรง ซึ่งนักการภารโรงมีหน้าที่ดูแลสถานที่ อำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนการสอน ซ่อมแซมโต๊ะเก้าอี้ ตัดหญ้าบริเวณโรงเรียน บางครั้งต้องส่งเด็กนักเรียนไปโรงพยาบาลกรณีเกิดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งการเข้าเวรดูแลรักษาความปลอดภัยโรงเรียน แต่เมื่อไม่มีนักการภารโรงทำให้ภาระหน้าที่ดังกล่าวตกไปอยู่กับผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียน ทำให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปโดยไม่เต็มศักยภาพ ซึ่งจากการสอบถามไปยังเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับทราบว่า คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่า ตำแหน่งนักการภารโรงที่เป็นอัตราจ้างประจำ หรืออัตราจ้างชั่วคราว เมื่อเกษียณอายุหรือลาออก หรือเสียชีวิต ให้ตัดตำแหน่งนั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อลดอัตรากำลังคนภาครัฐ และลดค่าใช้จ่าย จึงเป็นสาเหตุทำให้สถานศึกษาไม่ได้รับการคืนตำแหน่งนักการภารโรง ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องแก้ไขปัญหาโดยร่วมกับชุมชน ประชาชน ครู และผู้ปกครอง จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อนำเงินมาจ้างนักการภารโรง หรือบางครั้งต้องให้ครูเสียสละเงินเดือนบางส่วนมาจ่ายเป็นค่าจ้างนักการภารโรง ดังนั้น จึงขอให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว เพื่อคืนตำแหน่งนักการภารโรงให้กับโรงเรียนทุกแห่ง	"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
98	547	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	สถานการณ์บ้านเมือง	แนวทางและมาตรการในการจัดการอุทกภัยของประเทศไทย	"สภาพอากาศในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักอันเนื่องมาจากอิทธิพลของร่องมรสุม\\nที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันตกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำ ประกอบกับมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรงพัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ตลอดสัปดาห์ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนตกหนักในบริเวณภาคเหนือตลอดสัปดาห์ รวมทั้งแนวโน้มของฝนในปีนี้จะมีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ยจนถึงเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ ซึ่งจากสภาพการณ์ดังกล่าว อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน รวมถึงเกิดดินถล่มในบริเวณพื้นที่ลาดชัน รัฐบาลได้มีการวางแผน ๑๓ มาตรการเพื่อรองรับน้ำฝน ปี ๒๕๖๕ ตลอดจนการกักเก็บน้ำเพื่อนำมาใช้\\nในฤดูแล้ง ปี ๒๕๖๕ - ๒๕๖๖ ซึ่งเป็นมาตรการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม ลักษณะฝนในปี ๒๕๖๕ เกิดจากแนวปะทะของลมจากทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นแนวพื้นที่ แต่อาจจะมีแนวโน้มของฝนจากพายุไต้ฝุ่น ที่คาดว่าจะพัดเข้ามาในเดือนกันยายน - ตุลาคม ๒๕๖๕ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล พิจารณาดำเนินการให้มีมาตรการเสริมจาก ๑๓ มาตรการดังกล่าว ดังนี้\\n		๑. การสื่อสารข้อมูลให้กับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยใช้ประโยชน์จากการทำนายสภาพอากาศล่วงหน้า ๗๒ ชั่วโมง ๓ วัน หรือ ๑๐ วัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เตรียมตัวได้ทันต่อสถานการณ์\\n		๒. การเตรียมการต่างๆ ได้แก่ เตรียมการระบบป้องกัน ระบบระบายน้ำในเขตเทศบาลเมืองที่มีความเสี่ยงโดยใช้ประโยชน์จากการทำนายสภาพอากาศล่วงหน้าดังกล่าว\\n		๓. การนำมาตรการ ๑๓ มาตรการ ไปสู่แนวปฏิบัติในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ \\nโดยขอให้ทุกจังหวัดดำเนินการตั้งศูนย์อำนวยการอุทกภัยเพื่อเตรียมการไว้ล่วงหน้า และกำหนดแผนบูรณาการการทำงานของหน่วยงานต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งกำหนดตัวบุคคลผู้มีอำนาจสั่งการ\\nตามแผนไว้อย่างชัดเจน \\n		๔. เตรียมระบบช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ แผนอพยพ สถานที่รองรับผู้อพยพชั่วคราว ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือประชาชนหลังจากเกิดอุทกภัย \\n                ๕. ให้ประชาชนและองค์กรในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน เพราะทราบปัญหาและสภาพพื้นที่ แต่ยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับน้ำซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็น\\n		๖. จัดทำบทเรียน ทบทวนมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการแล้ว เพื่อรองรับความเสี่ยง\\nในพื้นที่อย่างเหมาะสมในอนาคต\\n		๗. เตรียมการรองรับเอลนีโญ (El Nino) ซึ่งเป็นสภาวะอากาศแปรปรวนฉับพลัน\\nที่ทำให้เกิดภัยแล้ง โดยมีการคาดหมายว่าจะเกิดภายหลังเดือนเมษายน ๒๕๖๖ เป็นการล่วงหน้า"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	25	2565	2022-08-23T00:00:00
99	546	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	ขอให้เร่งออกมาตรการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐ  	"ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการจ้างงานหรือการประกอบอาชีพ เป็นเหตุให้เป็นภาระต่อครอบครัว ชุมชน สังคม ต่อประเทศชาติ มีคนพิการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ กว่า ๒ ล้านคน อยู่ในวัยแรงงานกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๕๘ กำหนดมาตรการเชิงรุกให้หน่วยงานของรัฐจ้างงานคนพิการ คือ หน่วยงานของรัฐต้องจ้างงานตามสัดส่วนจ้างงาน ๑ ต่อ ๑๐๐ และปี ๒๕๖๐ ได้มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดการจ้างงานคนพิการเป็น KPI ของผู้บริหารหน่วยงานของรัฐด้วย จะเห็นว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา อัตราการจ้างงานคนพิการโดยหน่วยงานของรัฐต่ำลงมาก และปีที่ผ่านมา พบว่า หน่วยงานของรัฐไม่จ้างงานคนพิการถึง ๑๕,๐๐๐ คน ซึ่งมาตรการดังกล่าวของรัฐบาลยังไม่สามารถส่งผลในระดับประเทศได้ จึงขอหารือต่อรัฐบาลให้มีมาตรการส่งเสริมการจ้างงานโดยหน่วยงานของรัฐ  ดังต่อไปนี้      \n	๑. ขอให้ทบทวนและนำมติคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๐ มาประกาศใช้      โดยเพิ่มมาตรการเร่งรัดให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ได้แก่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คือ ต้องประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ไม่จ้างงานคนพิการตามที่กฎหมายกำหนดในที่สาธารณะในฐานะที่มีหน้าที่ตามกฎหมายและไม่ดำเนินการ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำหรืองดเว้นการกระทำในทางที่ไม่ชอบ  \n	๒. ควรกำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่จ้างงานคนพิการ ดำเนินการเช่นเดียวกับภาคเอกชน คือ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ให้หน่วยงานที่ไม่ประสงค์จ้างงานคนพิการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อให้กองทุนดังกล่าวนำเงินไปปรับปรุงประสิทธิภาพการส่งเสริม   การมีงานทำของคนพิการต่อไป    \n	หากดำเนินตามข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยเรื่องการมีงานทำของคนพิการให้มีทิศทางดีขึ้น   และลดค่าใช้จ่ายในการดูแลและจัดสวัสดิการสำหรับคนที่ไม่มีอาชีพหรือไม่มีงานทำต่อไป\n"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	22	2565	2022-08-16T00:00:00
100	545	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	การกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างไรให้สมดุลกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs	การกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในระบบตลาดเสรี มีทั้งข้อดีและข้อด้อย โดยข้อดีของการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของพี่น้องประชาชน คือ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นการทำลายโอกาสในการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศไทย เพราะในความเป็นจริง ห่วงโซ่คุณค่าทุกระดับจะมีความเกี่ยวพันกันทั้งในด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ด้านพาณิชยกรรม ซึ่งรวมทั้งการบริการและการท่องเที่ยว เป็นห่วงโซ่ที่คล้องเชื่อมต่อกันทั้งหมด โดยในการเชื่อมต่อกันนี้ ล้วนแต่มีส่วนต่างที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะดำรงชีพ ประกอบกิจการ และสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ธุรกิจ อุตสาหกรรมและบริการของตนเองได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ในปัจจุบัน ได้แก่ การปรับขึ้นราคาสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญของคนไทยในปัจจุบันและกระทรวงพาณิชย์ได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกรงว่าหากมีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายจะทำให้ประชาชนที่บริโภคสินค้าดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน แต่ในขณะเดียวกัน มีการนำเข้าสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ จำหน่ายในราคาต่ำกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และสินค้าที่มีมูลค่าสูง จำหน่ายในราคาสูงกว่าสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ จำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคที่มีฐานะดีและมีกำลังซื้อสูง หากผู้ผลิตสินค้าในประเทศจะต้องไปแข่งขันด้านราคากับสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนำเข้าที่มีคุณภาพต่ำ ก็อาจจะต้องลดต้นทุนการผลิต ซึ่งรวมถึงการลดวัตถุดิบ   ที่เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการบริโภคด้วย ซึ่งหากมีการควบคุมราคาจำหน่ายสินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ผลิตภายในประเทศ ในลักษณะกดดันจนกระทั่งไม่สามารถที่จะอยู่ได้ ผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ดีกว่า ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ว่าได้มีการวางแผนติดตาม กำกับดูแล ตลอดจนกำหนดราคาสินค้าอย่างไรที่จะสามารถช่วยเหลือประชาชนในการลดค่าครองชีพ ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายในประเทศทุกระดับ ทั้งผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้งผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่     ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าสูงและมีมูลค่าสูง ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการทั้งภายในกลุ่มอุตสาหกรรม (Cluster) เดียวกันและระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงการเพิ่มรายได้ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในช่วงต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การกำหนดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเกิดความสมดุลกับความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ	กระทรวงพาณิชย์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	22	2565	2022-08-16T00:00:00
101	544	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน	"๑. ได้รับหนังสือร้องทุกข์จาก นายบวรนันท์  ทองพนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แจ้งว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่หมู่ ๗ บ้านโคกคล้าย ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากถนนที่ประชาชนใช้ในการสัญจรและขนส่งสินค้าทางการเกษตรสามารถเดินทางเชื่อมไปถึงจังหวัดเลย เป็นถนนดินลูกรัง มีสภาพขรุขระ    เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นถนนที่ยังไม่มีหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบดูแลโดยตรง ที่ผ่านมาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้แก้ไขปัญหาเบื้องต้นโดยใช้งบประมาณดำเนินการซ่อมแซม โดยนำดินลูกรังไปเทและ   ปรับสภาพพื้นผิวถนน ดังนั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาสั่งการให้แขวงการทางหลวงชนบทพิษณุโลก กรมทางหลวงชนบท เพื่อพิจารณาสำรวจก่อสร้างถนนดังกล่าว \n	๒. ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน หมู่ ๑ บ้านบ่อโพธิ์ ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก แจ้งว่า สืบเนื่องจากฝนตกหนักระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๖๕ เกิดน้ำท่วม โคลนถล่มท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า ๕๐ หลังคาเรือน ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยในเบื้องต้น นายอำเภอนครไทย กำนันตำบลบ่อโพธิ์ และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อโพธิ์  ได้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยแล้ว ดังนั้น ขอให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพิษณุโลก และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณุโลก ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และร่องระบายน้ำ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างถาวร"	กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	22	2565	2022-08-16T00:00:00
102	543	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ช่วงปากพลี – ประจันตคาม (ตัดใหม่)	"ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ เป็นโครงข่ายทางหลวงสายหลักที่เชื่อมพื้นที่     ภาคกลางกับพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออกและเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางหลวงเอเชีย หมายเลข AH1  \nเชื่อมต่อประเทศกัมพูชาที่ด่านอรัญประเทศ ซึ่งช่วงปากพลี – ประจันตคาม เดิมไม่สามารถก่อสร้างได้\nเนื่องจาก…\nเนื่องจากแนวก่อสร้างได้มีการประกาศเป็นถนนต้นไม้สวย จึงได้ก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) โดยผ่านพื้นที่ชุมชน และตัดผ่านทางร่วมทางแยกหลายเส้นทาง โดยเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งการสร้างถนนบางช่วงมีขนาด 2 ช่องจราจร (ไป – กลับ) ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้      \n	๑. บริเวณสี่แยกบ้านดงบัง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมืองปราจีนบุรี บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชนมีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น เมื่อมีการก่อสร้างถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) ทำให้รถมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแยกบ้านดงบังไม่มีไฟสัญญาณจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง       จึงขอให้มีการติดตั้งสัญญาณจราจรบริเวณสี่แยกดังกล่าว รวมทั้งถนนสายรองควรทำเป็นลักษณะ       ตัวเอส (S) เพื่อให้ประชาชนรู้ว่ามีถนนสายหลักตัดผ่าน                  \n	๒. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) จะมีประชาชนก่อสร้างร้านค้าและ   สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแนวเขตถนนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ควรควบคุมดูแลไม่ให้มีการก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่เขตกรมทางหลวง ซึ่งหากปล่อยให้มีการรุกล้ำเป็นเวลานานจะแก้ไขปัญหายากลำบาก         \n	๓. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ช่วงที่มีขนาด ๒ ช่องจราจร ระยะทาง ๑๑ กิโลเมตร จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว        \n	๔. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (ตัดใหม่) มีแนวเส้นทางตัดผ่านถนนสายสำคัญ กล่าวคือ (๑) ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๙ สายหนองชะอม – พนมสารคาม (๒) ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 320 สายศาลนเรศวร – สถานีรถไฟปราจีนบุรี และ (๓) ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๕๒ สายปราจีน – ตะคาม ซึ่งจุดตัดถนนทั้ง ๓ เส้นทางดังกล่าว มีรถสัญจรเป็นจำนวนมากและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงควรก่อสร้างเป็นทางยกระดับข้ามแยก ซึ่งกรมทางหลวงได้ออกแบบและ  กันพื้นที่สำหรับการก่อสร้างไว้แล้ว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อลดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพในการคมนาคม\n"	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	22	2565	2022-08-16T00:00:00
103	542	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	นโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่	จากแผนปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ฉบับปรับปรุง) กิจกรรมที่ ๔ กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐประกาศนโยบายไม่รับของขวัญและ ของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ได้กำหนดเรื่องการป้องกันการทุจริต ไว้ในตัวชี้วัดที่ ๑๐ เพื่อประเมินเจตจำนงของผู้บริหารจากการไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ผลการประเมิน ITA ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ พบว่าคะแนนประเมินเฉลี่ยของตัวชี้วัดดังกล่าวได้คะแนนต่ำสุดของคะแนนตัวชี้วัดทั้ง ๑๐ ตัวชี้วัด โดยได้คะแนนร้อยละ ๘๒  ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหัวหน้าหน่วยงานของรัฐให้ความสนใจอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรุงเทพมหานครได้ประกาศนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลจากการปฏิบัติของบุคลากรของกรุงเทพมหานคร ดังนี้ (๑) งดรับของขวัญของกำนัล ตลอดจนรับการเลี้ยงอาหารจากบุคคลภายนอก หรือผู้มาติดต่อราชการ (๒) งดการให้ของขวัญหรือของกำนัลทุกชนิดแก่บุคคลภายนอกที่มาติดต่อราชการกับกรุงเทพมหานคร (๓) ต้องไม่แสวงหาเพื่อให้ได้มาซึ่งของขวัญและของกำนัลทุกชนิด หรือผลประโยชน์อื่นใดจากการปฏิบัติหน้าที่ (๔) ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมทั้งกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ในสังกัดให้ปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เคร่งครัด พร้อมทั้งยืนหยัดต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ แนวทางการประกาศนโยบายดังกล่าวของกรุงเทพมหานครเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดี สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงาน (ITA) ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาสั่งการให้หัวหน้า  ส่วนราชการของรัฐทุกหน่วยงานดำเนินการประกาศนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเกิดผลสัมฤทธิ์	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	22	2565	2022-08-16T00:00:00
104	541	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	วงงานรัฐสภา	การเผยแพร่ความคืบหน้าในการดำเนินการติดตามหรือแก้ไขปัญหาของรัฐบาลจากการปรึกษาหารือต่อประธานของที่ประชุมวุฒิสภา	จากการที่ประธานวุฒิสภาได้อนุญาตให้สมาชิกวุฒิสภาปรึกษาหารือก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวุฒิสภา \\nเพื่อสะท้อนปัญหาของประชาชนหรือปัญหาอื่นใด รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศของส่วนราชการต่าง ๆ จึงจำเป็นที่ประชาชนจะได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อปรึกษาหารือ แต่จากการที่ได้ปรึกษาหารือไปยังส่วนราชการต่าง ๆ ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ได้รับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาว่าได้ส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้ว และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบแล้ว บางกรณีได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง \\nโดยมีเนื้อหาและรายละเอียดครบถ้วน ดังนั้น หากสามารถทำให้กระบวนการปรึกษาหารือมีระบบการบันทึกสาระสำคัญ ความเป็นมา และความคืบหน้าให้มีความชัดเจนมากขึ้น จะทำให้ทราบว่าเรื่องใดที่ส่วนราชการไม่แจ้งผลการพิจารณา โดยอาจจัดทำในรูปแบบแผนผังความคืบหน้าของข้อปรึกษาหารือ เป็นต้น		วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
105	540	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	นโยบายของรัฐบาล	การเตรียมความพร้อมรองรับการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลของกระทรวงสาธารณสุข	"นโยบายของรัฐบาลที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศคือ ภารกิจการถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จำนวน ๕๑๒ แห่ง ซึ่งรวมถึงการถ่ายโอนบุคลากรและงบประมาณ ประกอบด้วย งบบุคลากร ๑,๒๒๖ ล้านบาท งบประมาณ ๑,๔๗๖ ล้านบาท และงบดำเนินการ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้น ต่อมา ในชั้นการเสนอเปลี่ยนแปลงงบประมาณของคณะรัฐมนตรี          ได้มีการอนุมัติเพิ่มการถ่ายโอนให้แก่ อบจ. จากเดิม ๔๖ แห่ง เป็น ๔๙ แห่ง เพิ่มจำนวนโรงพยาบาล เป็น ๒,๗๕๑ แห่ง บุคลากร จำนวน ๙,๕๙๙ อัตรา เงินเดือน ๔,๐๙๒.๑๗ ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ อยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตาม งบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ จะเริ่มใช้นับแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป จึงเหลือเวลาไม่ถึง ๒ เดือน ที่ต้องดำเนินการถ่ายโอน รพ.สต. จำนวน ๓,๒๖๓ แห่ง จากกระทรวงสาธารณสุขไปยัง อบจ. จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมความพร้อมตามภารกิจดังกล่าว ดังนั้น จึงเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขพิจารณาการดำเนินการโดยคำนึงถึงปัจจัย ดังนี้\\n 		๑) ลูกจ้างชั่วคราวที่อยู่กับ รพ.สต. จะพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาจ้างที่ทำไว้กับกระทรวงฯ ส่วนการทำสัญญาจ้างกับลูกจ้างชั่วคราวดังกล่าวต่อไปนั้น จะขึ้นอยู่กับ อบจ. พิจารณา\\n 		๒) กระทรวงฯ ควรมีข้อกำหนดที่ชัดเจน กรณีที่บุคลากรในสังกัดไม่ประสงค์จะโอนไปยัง อบจ. โดยต้องดำเนินการโอนไปสถานที่ใหม่ในสังกัดกระทรวงฯ ก่อน\\n 		๓) อบจ. ยังไม่มีความพร้อมในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Care Cluster : PCC) เมื่อถ่ายโอนภารกิจด้านสาธารณสุข อบจ. อาจต้องขอความร่วมมือด้วยการจ้างแพทย์และพยาบาล  เพื่อช่วยงานจนกว่า อบจ. จะสามารถดำเนินการได้เอง\\n"	กระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
106	539	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	ขอให้มีการสร้างสะพานลอยข้ามถนนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและประชาชน	เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าผู้ปกครองและนักเรียน โรงเรียนบ้านส้มมิตรภาพที่ ๙๓ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๑ ได้รับความเดือดร้อนในการข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากถนนบริเวณดังกล่าวมีช่องจราจร ๔ ช่องทาง ที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวแก่เด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไป โดยครูและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กนักเรียนในการข้ามถนน ทั้งในช่วงก่อนเข้าเรียนและหลังเลิกเรียนทุกวัน ดังนั้น          จึงขอให้กระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านส้มมิตรภาพที่ ๙๓ อีกทั้ง ขอติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนบริเวณหน้าโรงเรียนโชคชัยสามัคคี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา และโรงเรียนครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ปรึกษาหารือในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ ว่าดำเนินการหรือไม่ อย่างไร	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
107	538	54	นายณรงค์ อ่อนสอาด	กฎหมาย	ข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น	คณะกรรมาธิการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่จังหวัดระยอง และจังหวัดเชียงราย จึงได้รับเรื่องร้องเรียนจากโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับ          การสรรหาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งตามประกาศคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) และคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน สำหรับครูอัตราจ้างเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ ได้กำหนด          การคัดเลือกพิเศษเป็นพนักงานท้องถิ่นโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน โดย อปท. เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกพนักงานจ้างเอง เช่น พนักงานจ้างตามภารกิจ ครูอัตราจ้าง ผู้ช่วยครูตั้งแต่ ๓ ปีขึ้นไป และมีคุณสมบัติแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ส่งผลให้โรงเรียนใน อปท. มีช่องทางในการบรรจุบุคลากรที่มีประสบการณ์ สามารถแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูได้ ต่อมาได้มีการยกเลิกประกาศดังกล่าว ทำให้ครูขาดกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ และขาดโอกาสก้าวหน้าในวิชาชีพ เกิดความเหลื่อมล้ำในวิชาชีพเมื่อเทียบกับการบรรจุแต่งตั้งของกระทรวง          ศึกษาธิการที่เปิดโอกาสให้ครูอัตราจ้าง พนักงานราชการและครูผู้สอน สามารถเข้ารับการสรรหาจาก          การคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษ ไม่ต้องสอบแข่งขันเป็นข้าราชการครูได้ ปัจจุบันการคัดเลือกกรณีพิเศษฯ ตามประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง ประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีที่มีเหตุพิเศษ          ที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน พ.ศ. ๒๕๖๓ เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่มีคุณสมบัติ มีผลงานเชิงประจักษ์ และได้รับรางวัลชนะเลิศระดับชาติขึ้นไป สามารถบรรจุเป็นข้าราชการได้ แต่เนื่องจากไม่สามารถสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงทำให้มีปัญหาในการดำเนินงานของ อปท. ดังนั้น ควรปรับปรุงประกาศ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง ประกาศมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการคัดเลือกกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน พ.ศ. ๒๕๖๓ และหนังสือกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๔ โดยนำประกาศ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขัน สำหรับครูอัตราจ้างเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐ เป็นแนวทาง เพื่อให้พนักงานจ้างของ อปท. สามารถได้รับคัดเลือกเป็นกรณีพิเศษได้โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน ซึ่งจะทำให้โรงเรียนของ อปท. มีข้าราชการครูครบตามอัตรา พนักงานจ้างเกิดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่\\n	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
108	537	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	สถานการณ์บ้านเมือง	การเปลี่ยนชื่อเกาะพะงันที่สะกดผิดให้กลับมาถูกต้อง เป็น “เกาะพงัน”	เนื่องจากประชาชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แจ้งว่าชื่ออำเภอเกาะพะงันสะกดผิดมาเป็นเวลา ๔๕ ปี อันเนื่องมาจากหลักฐานบันทึกเรื่อง “ระยะทางเที่ยวชวากว่าสองเดือน ของพระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๖๘) บันทึกไว้ในตอนที่ ๙๔ วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๖๘ ข้อความว่า “เรือมาถึงเกาะพงันเวลาเกือบ ๕ โมง...” นอกจากนี้ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แบ่งท้องที่ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๑๓ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๗ ตอนที่ ๙๐ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๓ หน้า ๒๗๙๐ ระบุในเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า “จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งเป็นกิ่งอำเภอ ๑ แห่ง ให้เรียกชื่อว่า “กิ่งอำเภอเกาะพงัน” ต่อมากระทรวงมหาดไทยประกาศยกฐานะกิ่งอำเภอทั่วประเทศ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๔ ตอนที่ ๓๑ วันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๒๐ หน้า ๓๒๘ ระบุว่า (๗) กิ่งอำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี  เป็นอำเภอเกาะพะงัน” เมื่อมองในเชิงประวัติศาสตร์และความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยประชาชนได้ให้ความเห็นว่า คำว่า “พะงัน” ไม่เป็นมงคล ทำให้ชะงัก ไม่เจริญ ส่วนคำว่า “พงัน” มาจากคำว่าหลังงัน ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่แปลว่าสันทรายที่โผล่พ้นน้ำยามน้ำลง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยโปรดเร่งพิจารณาข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้ตรงตามประวัติศาสตร์          และบันทึกเดิมที่เคยเป็นมา เนื่องจากเคยยื่นเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ไม่ทราบความคืบหน้า รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบ\\n	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
109	536	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในสังคมเหลื่อมล้ำ	พระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๒ และที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... โดยมุ่งหวังให้หน่วยงานของรัฐบูรณาการการทำงานอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐานเพื่อประโยชน์ต่อราชการและประชาชน แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบ ความปลอดภัย ความไม่สะดวกต่อการเข้าถึง   และความซ้ำซ้อน ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต (Web Technology) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีดิจิทัลที่เกี่ยวกับอุปกรณ์พกพาหรือ Mobile Technology ซึ่งหน่วยงานของรัฐได้มีการพัฒนาเป็นจำนวนมาก แต่ผู้พิการไม่สามารถใช้งานได้ เช่น แอปพลิเคชัน ViaBus ที่ช่วยให้สามารถติดตามเส้นทางการเดินรถโดยสารประจำทาง แอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่ช่วยในการทำธุรกรรมทางการเงินและเป็นคลังข้อมูลที่รัฐใช้กระจายความช่วยเหลือไปสู่ประชาชน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐนำนโยบายการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชาชนทุกกลุ่มไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเชิงประจักษ์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
110	535	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	นโยบายของรัฐบาล	สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง บริเวณหนองคาย - เวียงจันทน์	การติดต่อค้าขายข้ามชายแดนระหว่างประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศจีน เป็นจำนวนมาก จึงทำให้มีโครงการเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างไทย - ลาว - จีน (ช่วงหนองคาย - เวียงจันทน์) ซึ่งประเทศไทยได้ทำความตกลงกับประเทศลาวในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ ๑ เพียง 30 เมตร โดยมีทั้งทางรถไฟขนาดมาตรฐาน 1.435 เมตร และทางขนาด 1 เมตร ปัจจุบันได้ข้อตกลงฝ่ายไทยและลาวจะร่วมลงทุนค่าใช้จ่ายร่วมกันในอาณาเขตของแต่ละฝ่าย ต่อมา ได้มีตัวแทนหอการค้าให้ความเห็นว่า ควรสร้างทางรถยนต์ควบคู่กับทางรถไฟ จึงทำให้งบประมาณก่อสร้างสูงขึ้นและประเทศลาวไม่เห็นด้วย ดังนั้น จึงเสนอให้รัฐบาลปฏิบัติตามความตกลงการก่อสร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำโขงเฉพาะรางรถไฟเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อระบบการขนส่งสินค้าทางรางจากประเทศไทยผ่านประเทศลาว ไปยังประเทศจีน จนกว่าประเทศลาวมีความพร้อมจึงก่อสร้างทางรถยนต์ต่อไป\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
111	534	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	กฎหมาย	การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ	สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดงานแถลงข่าวประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ประจำปี ๒๕๖๕ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๕           มีหน่วยงานของรัฐเข้าประเมินผล จำนวน ๘,๓๐๓ หน่วยงาน มีผู้ให้ข้อมูลในการประเมิน ๑,๓๐๐,๑๓๒ คน ผลการประเมิน ITA ในภาพรวมของประเทศไทย ปี ๒๕๖๕ มีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ ๘๗.๕๗ ซึ่งสูงกว่า          ปีที่ผ่านมา ๖.๓๒ คะแนน เมื่อพิจารณาค่าเป้าหมายตัวชี้วัดตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พบว่า มีหน่วยงานที่มีคะแนนผ่านค่าเป้าหมายที่กำหนด จำนวน ๕,๘๕๕ หน่วยงาน คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๕๒ ของหน่วยงานเข้าร่วมประเมินทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา แม้สัดส่วนของหน่วยงานที่ผ่านค่าเป้าหมายจะสูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา แต่น้อยกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนด   ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติฯ ที่กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องมีค่าประเมิน ร้อยละ ๘๕ ขึ้นไป    ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของหน่วยเข้าร่วมทั้งหมดก็ตาม แต่มีหน่วยงานที่มีระดับคะแนนสูงขึ้นใกล้เคียงกับเป้าหมาย โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ยังมีหน่วยงานที่มีภารกิจบริการประชาชน ได้แก่ หน่วยงานระดับจังหวัด หน่วยงานระดับกระทรวง สถานศึกษา องค์กรอิสระ บางหน่วยงานได้คะแนน ร้อยละ ๗๐ - ๘๐ และบางหน่วยงานมีคะแนนประเมินลดลงอย่างมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเอาใจใส่          ต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบภายในองค์กรของหัวหน้าส่วนราชการ          ตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้กำหนดให้เป็นความรับผิดชอบของหัวหน้าส่วนราชการ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรให้ความสนใจกับการคัดเลือกคนดี คนเก่ง คนมีคุณภาพ ให้เข้ามารับผิดชอบหน่วยงานของรัฐเพื่อให้มีจิตสำนึกในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ อันจะทำให้การทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการหมดไปโดยเร็ว	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	21	2565	2022-08-09T00:00:00
112	533	195	นายสมชาย แสวงการ	นโยบายของรัฐบาล	ข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่อการปฏิรูปการลดโทษผู้กระทำผิดของกรมราชทัณฑ์	นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ความเป็นมาและการดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติในการขอรับพระราชทานอภัยโทษและการกำหนดชั้นนักโทษของกรมราชทัณฑ์ เพื่อป้องกันมิให้นักโทษเสียสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับตามกฎหมาย และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้ศึกษาวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอแนะข้อสังเกตต่อการปฏิรูปการลดโทษผู้กระทำผิดของกรมราชทัณฑ์ โดยได้นำกราบเรียนประธานวุฒิสภาแล้ว มีข้อสังเกตว่าจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเรือนจำ โดยเฉพาะการเลื่อนชั้นนักโทษเพื่อให้ได้รับการลดโทษ โดยมีนักโทษที่ได้รับการจำคุกจริงน้อยกว่ากำหนดโทษ\nเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ต้องขังคดีจำนำข้าวคนหนึ่ง ได้รับกำหนดโทษตามคำพิพากษาเป็นเวลา ๔๘ ปี \nในปี ๒๕๖๓ ได้เลื่อนชั้นเพื่อให้ได้รับการลดโทษ จำนวน ๓ ครั้ง คือ จากชั้นกลางเป็นชั้นดี วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ จากชั้นดีเป็นชั้นดีมาก วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ และจากชั้นดีมากเป็นชั้นดีเยี่ยม วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ซึ่งทำให้กำหนดโทษปัจจุบันคือ ๑๐ ปี ๘ เดือน เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๖๕ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบรายงานของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการอภัยโทษ ซึ่งเป็นการปรับปรุงแนวทางการจัดชั้น เลื่อนชั้นนักโทษ เพื่อให้มีแนวทาง\nที่ชัดเจนขึ้น โดยเป็นการรับข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษที่ตั้งโดยนายกรัฐมนตรี มีข้อสรุป คือ (๑) ไม่มีความจำเป็นในการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป พ.ศ. ๒๕๖๔ (๒) นักโทษที่จะได้รับอภัยโทษต้องผ่านระยะปลอดภัย คือ ต้องรับโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ หรือรับโทษจำคุกมาแล้ว ๘ ปี แล้วแต่ระยะเวลาใดถึงก่อน และไม่ว่าจะเป็นนักโทษชั้นใด หลังจากนั้นจะพิจารณาอายุ สุขภาพ การจัดชั้น เพื่อลดโทษ ยกเว้น\nแต่เป็นการถวายฎีกาเฉพาะราย (๓) วางหลักเกณฑ์ใหม่ที่เข้มขึ้นเกี่ยวกับการลดโทษคดีร้ายแรง\nในความรู้สึกของสังคม เช่น คดียาเสพติด คดีทุจริต คดีที่ศาลให้ประหารชีวิตโดยให้การลดโทษและปล่อยตัว (๔) การจัดชั้นนักโทษ ชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม จะเข้มขึ้นและมีกฎเกณฑ์มากขึ้น (๕) \nมีการเตรียมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน และต้องวางแผนระยะยาวล่วงหน้า และ (๖) การออกพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ยังคงมีความจำเป็นอยู่ตามโอกาสอันสมควร เพื่อจูงใจให้นักโทษมีความหวัง ไม่ก่อการจลาจล ลดความแออัดในเรือนจำนำไปสู่การคืนคนดีกลับสู่สังคม และแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ และกระทรวงยุติธรรม พิจารณาตรวจสอบความเรียบร้อยในการพิจารณาการขอพระราชทานอภัยโทษวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ครบ ๗๐ พรรษา และวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕ และขอให้กระทรวง มหาดไทย พิจารณาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นกรรมการ ทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ โดยไม่ต้องมอบผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดเป็นกรรมการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่อีกต่อไป เพื่อให้เกิดความถูกต้องเพราะในฐานะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนในพื้นที่ และเป็นการป้องกันปัญหาประชาชนไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรม\n	นายกรัฐมนตรี  กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	17	2565	2022-07-19T00:00:00
113	532	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายโดยหน่วยงานของรัฐ 	กฎหมายที่บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวก\\nแก่คนพิการ ขอยกตัวอย่าง ๒ ฉบับ คือ (๑) พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐ กำหนดให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดให้มีอุปกรณ์ เทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร นำมาให้คนพิการยืมหรือให้เปล่า แล้วแต่มูลค่า ซึ่งกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการสื่อสาร และบริการสาธารณะ สำหรับคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดไว้ และ (๒) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ กำหนดให้คนพิการมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประสบปัญหาอุปกรณ์ล้าสมัยจากการจัดซื้ออุปกรณ์เก็บไว้ เพราะเทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว จึงพยายามแก้ไขโดยเปลี่ยนจากการจัดซื้อเก็บไว้ เป็นการอุดหนุนให้ผู้พิการสามารถซื้อใช้เอง อาจเป็นการอุดหนุนบางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งในระหว่างการแก้ไขกฎกระทรวงในหลายปีที่ผ่านมา ก็มิได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการแต่อย่างใด ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงศึกษาธิการโปรดเร่งดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จ และระหว่างนี้ขอให้จัดให้มีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านเทคโนโลยีเพื่อคนพิการ มิเช่นนั้นจะแสดงว่าหน่วยงานของรัฐไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นเหตุให้ประชาชนร้องเรียนการทำงานของหน่วยงานของรัฐได้	กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	17	2565	2022-07-19T00:00:00
114	531	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การส่งเสริมผลไม้ไทยเพื่อการส่งออก	ประเทศไทยมีดิน อากาศ และน้ำที่มีความเหมาะสมในการปลูกพืชทางการเกษตร โดยข้อมูลการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ปรากฏว่าประเทศไทยได้ส่งออกทุเรียน จำนวน ๓๒,๒๓๓ ล้านบาท และส่งออกข้าว จำนวน ๑๕๒,๕๒๕ ล้านบาท แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้ส่งออกทุเรียน จำนวน ๑๘๗,๒๗๘ ล้านบาท และส่งออกข้าว จำนวน ๑๐๐,๔๗๗ ล้านบาท ซึ่งทุเรียนมีการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างมีนัยสำคัญ โดยจังหวัดจันทบุรีมีการส่งออกทุเรียนมากกว่าหนึ่งแสนล้านบาท ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ ๖ จันทบุรี ที่ได้สนับสนุนการวิจัย การบำรุงรักษา การรณรงค์ไม่ให้ตัดทุเรียนอ่อน รวมทั้งการควบคุมน้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียนไม่น้อยกว่า ๓๒ เปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน ทำให้ทุเรียนเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ซึ่งหน่วยงานของรัฐเพียงแต่ส่งเสริม ช่วยเหลือ และสนับสนุนเท่านั้น เมื่อเทียบกับผลผลิตทางการเกษตรชนิดอื่นที่ภาครัฐได้อุดหนุนและแทรกแซงราคาโดยใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่ราคา และมูลค่าการส่งออกก็ยังคงลดต่ำลง ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรช่วยเหลือและสนับสนุน ดังนี้\n๑. กำหนดปัจจัยการผลิตและผลิตภัณฑ์เกษตรที่ตรวจรับรองมาตรฐาน\n๒. แหล่งผลิตที่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อรับรองมาตรฐานตามระบบการจัดการคุณภาพ GMP\n๓. โรงงานผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการตรวจสอบและควบคุมกำกับให้อยู่ในมาตรฐานตามระบบการจัดการคุณภาพ GMP\n๔. ผลิตพืชที่ได้รับการตรวจสอบ เพื่อรองรับมาตรฐานตามระบบเกษตรอินทรีย์\n๕. สินค้าเกษตรด้านพืชที่ผ่านการตรวจสอบรับรองไม่ถูกแจ้งเตือนจากต่างประเทศ\n   ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรสนับสนุนและส่งเสริมสินค้าเกษตรให้มากยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรอุดหนุนหรือแทรกแซงราคา และขอให้กระทรวงพาณิชย์หาตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากตลาดในประเทศจีน เพื่อให้มีช่องทางการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากผลไม้ไทยได้รับการสนับสนุน และส่งเสริมในทิศทางที่ถูกต้องก็จะเป็นสินค้าที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงกระทรวงพาณิชย์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	17	2565	2022-07-19T00:00:00
115	530	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ข้อร้องเรียนประชาชนผู้ใช้บริการทางธุรกรรมการเงิน	จากปัจจุบันระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตมีความเจริญก้าวหน้า ทำให้มีการทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์กับสถาบันการเงินและบริษัทเครดิตเพิ่มมากขึ้นทั้งการฝาก ถอน โอน และการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้การทำธุรกรรมทางการเงิน เข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการค้า เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการบริการ สามารถลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จากการสัมผัสธนบัตร และลดการใช้ธนบัตรและเหรียญลง แต่อย่างไรก็ตาม ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ว่าการทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์กับสถาบันการเงินและบริษัทเครดิตมีช่องว่างช่วงระยะเวลาการโอนเงิน เช่น โอนเงินในช่วงเช้า การโอนเงินจะมีผลในช่วงบ่าย หรือโอนเงินในช่วงบ่าย การโอนเงินจะมีผลในช่วงเวลากลางคืน และในบางกรณีโอนเงินในวันนี้ การโอนเงินจะมีผลในอีก ๓ วัน ทำให้ประชาชนสงสัยว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าว เงินไปอยู่ที่ใด และใครเป็นผู้ได้รับประโยชน์ ดังนั้น กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ควรจะมีการทบทวนเทคโนโลยีเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น\n		วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	17	2565	2022-07-19T00:00:00
116	529	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	นโยบายของรัฐบาล	การทูตด้วยอาหารช่วยเหลือประเทศยากลำบากในยามโลกวิกฤต	ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) สงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน และสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้หลายประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว ทั้งด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านชีวิตความเป็นอยู่หรือปากท้องของประชาชน และกำลังเกิดวิกฤตทางด้านอาหาร ได้มีการคาดการณ์ว่าวิกฤตอาหารจะมีความรุนแรงมากขึ้น บางประเทศเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจจนขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรคและปัจจัยต่างๆ ในการดำรงชีวิต ซึ่งประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถผลิตสินค้าเพื่อส่งออกจำนวนมาก ประกอบกับประเทศไทยเป็นสังคมที่มีน้ำใจ มีความเมตตากรุณา เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตหรือเรียกว่าฐานพลังงานอำนาจอ่อน (Soft Power) ดังนั้น เมื่อมีประเทศที่กำลังประสบปัญหาด้านต่างๆ หรือเผชิญกับความยากลำบาก ประเทศไทยควรใช้อาหารเพื่อเป็น Food Diplomacy หรือที่เรียกว่าการทูตผ่านอาหาร ซึ่งจัดเป็นการทูตทางวัฒนธรรม เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในประเทศที่กำลังประสบปัญหาดังกล่าว จึงขอเสนอให้รัฐบาลเป็นตัวหลักในการให้ความช่วยเหลือหรือเชิญชวนคนไทยจากทุกภาคส่วนร่วมกันช่วยเหลือด้านอาหารให้แก่ประเทศที่กำลังประสบปัญหา เพื่อเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดี และนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศในอนาคตได้อีกด้วย	นายกรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	17	2565	2022-07-19T00:00:00
117	528	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ	"การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เป็นนโยบายสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการปฏิรูปประเทศ และได้ตราพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ นับตั้งแต่กฎหมายมีผลใช้บังคับวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับความสะดวกในการขออนุญาตเป็นอย่างมาก เนื่องจากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ให้ส่วนราชการที่มีอำนาจ อนุมัติ อนุญาต “จัดทำคู่มือสำหรับประชาชน” ในเรื่องการขออนุญาตทุกประเภท ทำให้ผู้ขออนุญาตได้รับความสะดวกและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ผู้ขออนุญาตสามารถยื่นคำขอผ่านช่องทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ แทนการยื่นด้วยตนเอง จึงป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบลงได้จำนวนมาก\n	อย่างไรก็ดี การขออนุญาตที่ต้องดำเนินการตามสัญญาผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐ\nหรือการดำเนินธุรกิจบางประการ เช่น การขออนุญาตจดทะเบียนอากาศยานที่คู่มือกำหนดว่า ใช้เวลาดำเนินการอนุญาตประมาณ ๒๗ วันทำการ แต่พบว่ายังล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียค่าปรับแก่ทางราชการและขาดโอกาสในการใช้อากาศยานดำเนินธุรกิจ ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย จึงขอเสนอให้ ก.พ.ร. ตรวจสอบและกวดขันทุกหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการอนุญาตทุกหน่วยปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ ของกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยผู้อนุญาตต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชน หากพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกำหนด ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ยื่นคำขอทุกรายทราบถึงเหตุผลความล่าช้าทุก ๗ วัน จนกว่าการพิจารณาอนุญาตจะแล้วเสร็จ พร้อมทั้งสำเนาการแจ้งดังกล่าวให้ ก.พ.ร. ทราบทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อผู้ขออนุญาตจะได้ทราบความคืบหน้าของการขออนุญาตและสามารถติดตามได้ต่อไป"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	17	2565	2022-07-19T00:00:00
118	527	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	ความหวังอันริบหรี่ของคนพิการและภาคประชาสังคม	รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๕ - ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยสมาชิกรัฐสภาได้มีการอภิปรายและมีข้อเสนอ ๕ - ๖ ข้อ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับที่จะนำไปพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวทุกข้อ จวบจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ ๓ ปีแล้ว ปรากฏว่ามีการดำเนินการตามข้อเสนอเพียงเรื่องเดียว คือ การออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ส่วนข้อเสนออื่นที่เหลือนั้น ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน ยังต้องรอด้วยความหวังต่อไป โดยมีร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างการพิจารณา จำนวน ๒ ฉบับ ดังนี้ \n๑. ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... โดยเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณา เมื่อต้นปี ๒๕๖๔ ต่อมา ได้ถูกบิดเบือนเปลี่ยนผันเป็น ร่างพระราชบัญญัติ\nการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมผู้ไม่หวังดีจากต่างประเทศ แต่กลับกลายเป็นการควบคุมภาคประชาสังคม จึงขอให้รัฐบาลยับยั้งการพิจารณา\nร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไรฯ และนำร่างพระราชบัญญัติฉบับเดิม คือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... เสนอเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว\n๒. ร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... เป็นความหวังในการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ จนถึง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน เพราะสาเหตุหลักของความเหลื่อมล้ำ คือ การเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นในสังคมไทย แม้กระทั่งกระบวนการสรรหา คัดสรร หรือคัดเลือกบุคคลเข้าปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมหรือสายงานตุลาการ ก็ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนเมื่อไม่นานมานี้ ว่ามีการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว เพื่อให้สังคมไทยไปสู่สังคมที่ปราศจากความเหลื่อมล้ำ ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และก้าวไปสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันอย่างแท้จริง\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
119	526	195	นายสมชาย แสวงการ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาสุญญากาศจากกัญชาเสรีและข้อเสนอแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า	สภาพปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันที่มีการจำหน่ายกัญชาอย่างเสรี อันเป็นผลมาจากนโยบายกัญชาเสรีของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่มีผลบังคับใช้แล้วเป็นเวลากว่า ๑ เดือน ได้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่เปิดเสรีกัญชา โดยรัฐยังไม่มีการตรากฎหมายออกมาควบคุม เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้จำหน่ายตามท้องถนนและสาธารณสถานได้ เป็นภัยต่อสังคมที่คุกคามครอบคลุมไปทั่วประเทศ ประกอบกับในช่วงสุญญากาศของการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ได้รับข้อมูลว่านายหน้าค้ากัญชาชาวไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางมาติดต่อเพื่อเสนอขายกัญชาให้แก่สถานบันเทิงในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ในราคาประมาณกิโลกรัมละ ๒๐๐,๐๐๐ - ๘๐๐,๐๐๐ บาท โดยสถานบันเทิงย่านสุขุมวิทแห่งหนึ่งที่รับกัญชาไปจำหน่าย มีรายได้จากการจำหน่ายกัญชา ประมาณวันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ – ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่อันตรายต่อสังคมไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการเสพกัญชาพร้อมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมากมาย โดยมีข้อบ่งชี้จากกรมการแพทย์ ว่าจะใช้กัญชาในการรักษาก็ต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีปกติไม่ได้ผลเท่านั้น ไม่ได้ใช้กัญชาเป็นยาเริ่มต้น เช่น รักษาโรคคลื่นไส้อาเจียนจากการรับยาเคมีบำบัด แก้อาการปวดประสาท แก้กล้ามเนื้อหดเกร็ง โรคลมชักที่ดื้อยา เป็นต้น โดยธรรมชาติของกัญชานั้นมีพิษที่เป็นโทษมหันต์ กล่าวคือ สาร Tetrahydrocannabinol (THC) ทำให้ประสาทหลอน วิตกกังวล มีอาการกระสับกระส่าย อารมณ์ไม่สมดุล หัวใจเต้นเร็ว เกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เป็นต้น สาร Cannabidiol (CBD) ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงซึม กล่าวโดยสรุปได้ว่ากัญชามีผลกระทบต่อสมอง ทำให้เนื้อสมองน้อยลง ผู้เสพกัญชาจะมีระดับเชาว์ปัญญาต่ำลง ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ จึงขอสนับสนุนให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และใช้ในการรักษาโรคเท่านั้น โดยไม่สนับสนุนการเปิดเสรีการจำหน่ายกัญชา ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับหน้าที่ของรัฐ คือ หมวด ๕ หน้าที่ของรัฐ ได้แก่ “รัฐต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด” (มาตรา ๕๓) และหมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ ได้แก่ รัฐพึงส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณภาพและความสามารถสูงขึ้น (มาตรา ๗๑ วรรคสอง) รัฐพึงให้ความช่วยเหลือเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และคุ้มครองป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวถูกใช้ความรุนแรงหรือปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม รวมตลอดทั้งให้การบำบัด ฟื้นฟูและเยียวยาผู้ถูกกระทำการดังกล่าว (มาตรา ๗๑ วรรคสาม) ขอให้รัฐบาลพิจารณาปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว หากรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ปล่อยปละให้เด็กและเยาวชนไปข้องเกี่ยวกับการเสพกัญชาโดยปราศจากมาตรการควบคุม กำกับดูแล ย่อมถือได้ว่ารัฐบาลไม่ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ในระหว่างช่วงสุญญากาศของการบังคับใช้กฎหมายนี้ ประกอบกับกระบวนการตรากฎหมายระดับพระราชบัญญัติมาใช้บังคับ ต้องใช้ระยะเวลาพิจารณานาน ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลพิจารณา\nแก้ไขปัญหาตามแบบอย่างการบริหารจัดการกัญชา โดยอ้างอิงจากประเทศเนเธอร์แลนด์ สรุปได้ดังนี้ \n๑) ต้องไม่ให้เกิดการรบกวนต่อสาธารณะ ๒) ห้ามจำหน่ายให้ผู้มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ๓) ห้ามกระทำการโฆษณา ๔) ห้ามจำหน่ายในปริมาณที่สูงเกินกว่า ๕ กรัมต่อการซื้อ ๑ ครั้ง ๕) การครอบครองกัญชา\nเกิน ๕ - ๓๐ กรัม จะถูกยึดของกลางและปรับ ๗๕ ยูโร และปรับเพิ่มขึ้นหากกระทำผิดซ้ำ และหากครอบครองเกิน ๓๐ กรัม เป็นคดีอาญา จำคุกไม่เกิน ๒ ปี และ/หรือปรับ ๑๖,๗๕๐ ยูโร ๖) ร้านจำหน่ายกัญชา (Coffee shop) ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐและต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากละเมิดจะมีความผิดอาญาและยึดใบอนุญาต ๗) อนุญาตให้ประชาชนปลูกกัญชาได้ไม่เกิน ๕ ต้น แต่ต้องมีระบบป้องกันมิดชิด มิให้เด็กเข้าถึง ห้ามเพื่อการพาณิชย์ หากเกินต้องตัดทำลายโดยต้องแจ้งหน่วยราชการทราบก่อน หากละเมิดจะมีโทษจำคุกไม่เกิน ๔ ปี และ/หรือปรับ ๖๗,๐๐๐ ยูโร ๘) อนุญาตให้ร้านจำหน่ายกัญชา ให้เฉพาะผู้ป่วย หรือผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศ หรือนักท่องเที่ยว โดยทางร้านมีหน้าที่ขอดูเอกสาร ๙) ที่ตั้งของร้านต้องห่างจากสถานศึกษาเกิน ๓๕๐ เมตร ๑๐) กัญชาที่มีสาร Tetrahydro cannabinol (THC) เกินร้อยละ ๑๕ ถือเป็นความผิดรุนแรงต้องโทษอาญา ๑๑) การปลูกเพื่อการพาณิชย์ทุกประเภทต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐ มีกฎระเบียบควบคุมชัดเจน ๑๒) การใช้เพื่อการแพทย์สามารถทำได้โดยได้รับอนุญาตจากแพทย์ ๑๓) การนำเข้า ส่งออก ต้องขออนุญาตเท่านั้น ๑๔) ต้องควบคุมคุณภาพในทางการแพทย์ให้ปราศจากยาฆ่าแมลงและสารเคมีตกค้าง และ ๑๕) ให้องค์การต่าง ๆ ของรัฐ เช่น องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้ดูแลการปลูก การกระจายสินค้าและการผลิต จำหน่าย เพื่อป้องกันการรั่วไหล สุดท้ายนี้ ขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขปัญหาโดยใช้อำนาจของฝ่ายบริหารผ่านกลไกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ๑) คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ ๒) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และ ๓) แก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา)พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ไม่มีผลบังคับใช้ เพราะมิได้นำมาตรา ๔๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ที่บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูป สมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต” มาใช้บังคับ จึงไม่มีบทลงโทษตามมาตรา ๗๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยฯ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๓ (๕) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”	นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ  เครืองาม) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
120	525	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาของผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์	จากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ แพะ แกะ โค และกระบือ ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าปัจจุบันเป็นช่วงฤดูฝนมีสัตว์เลี้ยงเกิดอาการเจ็บป่วย และล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อประชาชนไปติดต่อที่ปศุสัตว์อำเภอ ปรากฏว่า การให้บริการและให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการให้บริการประชาชนเช่น ปศุสัตว์อำเภอเฝ้าไร่ จังหวัดหนองคาย มีเจ้าหน้าที่เพียง ๒ คน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมการระบาดของโรค ควบคุมสินค้าปศุสัตว์ และประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ กว่าเจ้าหน้าที่จะเดินทางไปช่วยเหลือเกษตรกร สัตว์ก็ล้มตายแล้ว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณา ดังนี้\n๑. ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จะมีปศุสัตว์อำเภอเกษียณอายุราชการ จำนวน ๔๐๐ ตำแหน่ง ขอให้พิจารณาบรรจุแต่งตั้งปศุสัตว์อำเภอแทนอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการดังกล่าวโดยเร็ว\n๒. ขอให้เพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีวุฒิการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เพิ่มมากขึ้น โดยพิจารณาตามสัดส่วนของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ในแต่ละอำเภอ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน\n๓. ขอให้พิจารณาเพิ่มเงินเดือนหรือค่าครองชีพให้กับพนักงานจ้างเหมาด้านปศุสัตว์ ที่มีวุฒิการศึกษาระดับ ปวช. และ ปวส. ซึ่งปัจจุบันได้รับค่าจ้างเพียงเดือนละ ๖,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ บาท \nไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
121	524	10	นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรแก้ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับประชาชน	เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่บริเวณคลองชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองขวัญ (โครงการหนองขวัญ) ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำ และการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ซึ่งคลองหนองขวัญเป็นคลองส่งน้ำจากแม่น้ำปิงเพื่อให้ประชาชนใช้ในการอุปโภคบริโภค และการเกษตร พื้นที่รวม ๓ จังหวัด ได้แก่ อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร และอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร โดยในช่วงระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลดต่ำกว่าคลองหนองขวัญ ๒ - ๓ เมตร ทำให้น้ำจากแม่น้ำปิงไม่สามารถไหลเข้าสู่คลองหนองขวัญได้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สอบถามเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับงบประมาณสำหรับใช้ในการก่อสร้างฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิงเพื่อทดน้ำเข้าสู่คลองหนองขวัญ จำนวน ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งรองอธิบดีกรมชลประทานได้ชี้แจงว่า \nกรมชลประทานพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างฝายชั่วคราวดังกล่าว ทั้งนี้ หากโครงการก่อสร้างฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิงแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งให้กับราษฎรในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาเร่งรัดโครงการดังกล่าวโดยเร็ว	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
122	523	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาการผลักดันระบบสุขภาพปฐมภูมิ	จากพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ของประเทศไทย และระบบสุขภาพปฐมภูมิ จัดอยู่ ๑ ใน ๑๐ ของแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ถือเป็นการปฏิรูปต่อเนื่อง เนื่องจากนโยบายสุขภาพปฐมภูมิเป็นการนำระบบการให้บริการสาธารณสุขแก่ผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วยที่รับการรักษาแบบไม่ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล (Out-Patient-Department : OPD) ที่ต้องรอคิดการตรวจรักษาจากแพทย์ที่ประจำอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ ไปไว้ในหน่วยย่อยบริการปฐมภูมิ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนได้ใกล้ชิดมากที่สุด ต่อมา ในปี ๒๕๖๒ ได้มีการตราพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยไม่มีการกำหนดส่วนราชการภายในให้ทำหน้าที่ด้านเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงได้จัดตั้ง สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.) ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งควรมีฐานะเป็นส่วนราชการภายในระดับกอง แต่ไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จึงไม่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ต้องบริหารด้านบุคลากรด้วยการยืมตัวเจ้าหน้าที่มาช่วยปฏิบัติราชการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งมีปริมาณงานการให้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้ รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน  ชาญวีรกูล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พิจารณาผลักดันให้ สำนักงานสนับสนุนบริการสุขภาพปฐมภูมิ (สสป.) เป็นส่วนราชการภายในระดับกรมหรือกอง ที่มีหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้การบริการด้านสาธารณสุขมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน	รองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน  ชาญวีรกูล) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
123	522	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	นโยบายของรัฐบาล	การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีกลางบางซื่อ	สถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมของประเทศไทย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน มีพื้นที่รวมกันกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ตารางเมตร ถือเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย โดยอาคารสถานีกลางบางซื่อ มี ๔ ชั้น ประกอบด้วย ๑) ชั้นใต้ดิน มีพื้นที่ ๗๒,๕๐๐ ตารางเมตร สามารถจอดรถได้ ๑,๖๒๐ คัน ๒) ชั้นที่ ๑ มีพื้นที่ ๘๗,๒๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋ว ทางเดิน ร้านอาหาร และร้านค้า โดยมีชั้นลอย ๒ ชั้น คือ ชั้นลอย ๑ มีพื้นที่ ๑๒,๐๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่ของการรถไฟ\nแห่งประเทศไทยและห้องควบคุม และชั้นลอย ๒ มีพื้นที่ ๘,๗๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่สำหรับค้าขาย \n๓) ชั้นที่ ๒ มีพื้นที่ ๕๘,๙๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดง และรถไฟทางไกล มี ๑๒ ชานชาลา และ ๔) ชั้นที่ ๓ มีพื้นที่ ๕๘,๙๐๐ ตารางเมตร เป็นพื้นที่จอดรถไฟความเร็วสูง มี ๑๒ ชานชาลา ด้วยเหตุนี้ จึงมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงดูแลรักษาเป็นจำนวนมาก แต่เดิม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีโครงการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยใช้พื้นที่ชั้น ๑ และชั้นลอย พื้นที่รวมกัน ๒๐,๐๐๐ ตารางเมตร ต่อมา กระทรวงคมนาคมมีโครงการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก ๒๗,๐๐๐ ตารางเมตร โดยใช้พื้นที่บริเวณ\nชานชาลาชั้น ๒ และชั้น ๓ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้\n๑. โครงการของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก ๒๗,๐๐๐ ตารางเมตร โดยใช้พื้นที่บริเวณชานชาลาชั้น ๒ และชั้น ๓ นั้น ไม่เหมาะสมในการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์ เนื่องจากบริเวณชานชาลาควรใช้เป็นพื้นที่สำหรับการเดินทางเท่านั้น ไม่ควรมีร้านค้าตั้งปะปนในบริเวณดังกล่าว เพราะอาจเป็นอันตรายต่อการคมนาคมได้\n๒. ขณะนี้การเปิดให้บริการยังไม่สมบูรณ์ การใช้พื้นที่ยังไม่เต็มที่ ผู้โดยสารจึงมีจำนวนน้อย เหตุใดจึงมีโครงการทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นและจัดให้มีการประกวดราคาโดยเร็ว อีกทั้งสัญญากำหนดระยะเวลานานถึง ๒๐ ปี ควรรอให้มีการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงก่อน เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารและการใช้บริการที่แท้จริง และสัญญาควรมีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน ๕ ปี\n๓. ไม่ควรทำพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวนมากในคราวเดียวกัน โดยควรทำพื้นที่เชิงพาณิชย์เฉพาะพื้นที่ส่วนที่จำเป็นเท่านั้น และควรทำสัญญามีกำหนดระยะเวลา ๓ - ๕ ปี เนื่องจากพื้นที่ร้านค้า\nมีค่าใช้จ่ายลงทุนไม่มาก เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสาร และเหมาะสมกับการคมนาคม\n	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
124	521	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ความคืบหน้าผลสัมฤทธิ์จากการควบคุมสารเคมีเกษตรต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย	จากคณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ๓ ชนิด ได้แก่ สารพาราควอต (Paraquat) สารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) และสารไกลโฟเซต (Glyphosate) \nให้เป็นสารเคมีอันตราย เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แม้ว่าจะมีข้อโต้แย้งจากวงในสังคมการเกษตรหรือคนบางกลุ่ม ซึ่งตลอดระยะเวลา ๓๐ - ๔๐ ปีที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ใช้สารเคมีดังกล่าวโดยขาดความระมัดระวังอย่างเพียงพอ จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \n๑. ปัจจุบันปริมาณเคมีเกษตรทั้งหมด ที่มีการใช้โดยเกษตรกรในประเทศไทยมีกี่เปอร์เซ็นต์ ที่เกษตรกรใช้ได้ถูกต้องหรือว่ามีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ไม่ถูกต้องและมีความเสี่ยงสูงมาก มีการประเมินมากน้อยเพียงใด\n๒. ในช่วง ๒ - ๔ ปีที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขมีการประเมิน รวบรวมข้อมูล และสรุป ต่อสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านกฎหมาย และทำให้เกิดสถานการณ์ที่ดีขึ้นต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้มากน้อยเพียงใด\n๓. การจำหน่ายสารพาราควอตและสารคลอร์ไพริฟอส ถือว่าเป็นสารที่ยังมีการลักลอบจำหน่ายอยู่หรือไม่ \n๔. สารไกลโฟเซตถูกควบคุมปริมาณการนำเข้าและการจำหน่าย ในมุมมองของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้สารดังกล่าวทางการเกษตร ยังมีปัญหาด้านราคาหรือเป็นที่ต้องการของประชาชน เนื่องจากเป็นสารต้องห้าม จึงทำให้ราคาสูงเกินความเป็นจริงหรือไม่\n๕. รัฐบาลมีมาตรการบังคับผู้นำเข้าและจำหน่ายเคมีเกษตร ให้มีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของเกษตรกรมากน้อยเพียงใด \n๖. รัฐบาลจะใช้กลไกหน่วยงาน สภาองค์กรของผู้บริโภค ให้เข้ามามีส่วนร่วมมีบทบาทกับรัฐบาลในการปกป้องชีวิตของเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างไร	กระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
125	520	56	พลเอก ดนัย มีชูเวท	ความเดือดร้อนของประชาชน	การใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและการลดก๊าซเรือนกระจก และขายคาร์บอนเครดิตจากภาคการเกษตร	จากสถานการณ์ตลาดโลกในปัจจุบัน ปุ๋ยเคมีมีราคาสูงมาก ประกอบกับประเทศไทยยังไม่มีโรงงานผลิตแม่ปุ๋ยใช้เอง รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้\nปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีธาตุอาหารไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ที่ได้จากการหมักวัสดุอินทรีย์ซึ่งเป็นวัตถุเหลือใช้จากภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เช่น ฟางข้าว มูลสัตว์ กากเมล็ดถั่วเหลือง (มีไนโตรเจน ร้อยละ ๗ – ๑๐) กระดูกป่น (มีฟอสฟอรัส ร้อยละ ๑๕ – ๒๓) ขี้เถ้าไม้ยาง (มีโปแตสเซียม ร้อยละ ๑๓) เป็นต้น โดยผสมกับสารเร่งจุลินทรีย์ของกรมพัฒนาที่ดิน อาทิ สารเร่งซุปเปอร์ พด.๑ พด.๒ และ พด.๙ นำมาหมักรวมกัน ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงโดยไม่ผสมปุ๋ยเคมี จึงเห็นควรส่งเสริมผู้ประกอบการภายในประเทศ ให้มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรใช้ในการทำการเกษตร และลดการใช้ปุ๋ยเคมี ดังนั้น จึงมีประเด็นคำถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้\n๑. ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง จะมีกระบวนการทำงานของจุลินทรีย์โดยต่อเนื่อง เพื่อปลดปล่อยธาตุอาหาร ดังนั้น ในทางปฏิบัติจะไม่สอดคล้องกับประกาศ เรื่อง มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ เช่น การย่อยสลายที่สมบูรณ์โดยการวัดค่าดัชนี Germination Index ที่จะต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ และค่าการนำไฟฟ้า จะมากกว่า ๑๐ เดซิซีเมนต์ต่อเมตร เป็นต้น ในประเด็นดังกล่าวขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎ ระเบียบ ประกาศมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง และเพื่อให้ประเทศไทย เป็นแหล่งผลิตผลผลิตทางการเกษตรของโลกอย่างยั่งยืนต่อไป  \n๒. ในการทำเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ด้วยวิธีเกษตรอัจฉริยะนั้น จะมีการลดใช้ปุ๋ยเคมี และใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทน หรือในกรณีทำนาในระบบแห้งสลับเปียก รวมถึงการปลูกไม้มีค่าในรูปเกษตรผสมผสานนั้น จะเป็นผลให้ลดการปลดปล่อยก๊าซ เช่น มีเทน (Methane) ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide) และคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon dioxide) ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก ทำให้สามารถเข้าสู่กระบวนการขายคาร์บอนเครดิต และได้รับเงินค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นจากการทำการเกษตร ในกรณีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการส่งเสริมเกษตรกร และประสานงานกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มรายได้ด้วยการขายคาร์บอนเครดิตอย่างไรบ้าง เพื่อส่งเสริมประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero target)	นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
126	519	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	นโยบายของรัฐบาล	แนวทางการผ่อนคลายภาษีสรรพสามิตแก่ผู้ประกอบการสถานบันเทิง	รัฐบาลได้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่คลี่คลายลง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นมา สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ จึงสามารถกลับมาเปิดให้บริการ จำหน่าย และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านได้ โดยในบางพื้นที่เปิดให้บริการได้ไม่เกิน ๒๔.๐๐ นาฬิกา และในบางพื้นที่เปิดให้บริการได้เกิน ๒๔.๐๐ นาฬิกา ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อการประกอบอาชีพและวิถีชีวิตของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้รับข้อร้องเรียนจากสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย \nว่าพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีสถานบริการ ได้แก่ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลานจ์ ซึ่งหมายรวมถึงสถานบันเทิงที่จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ต้องเสียภาษีสรรพสามิตในอัตราร้อยละ ๑๐ จากรายรับของสถานที่ ประกอบด้วย เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทน หรือประโยชน์อื่นใดที่อาจคำนวณได้\nเป็นเงินที่ได้รับหรือพึงได้รับเนื่องจากการให้บริการ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า รายรับของสถานบันเทิง ตั้งแต่รายได้จากการจำหน่ายน้ำแข็งเปล่า อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด ต้องชำระภาษีสรรพสามิตในอัตราดังกล่าวทั้งสิ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายอยู่แล้ว การซื้อขายวัตถุดิบมาประกอบอาหาร ก็มีการชำระภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ ๗ อยู่แล้ว และเมื่อถึงสิ้นปี ผู้ประกอบการสถานบันเทิงเหล่านี้ก็ต้องยื่นชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล แล้วแต่กรณี แต่ยังต้องถูกจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากสถานบริการเพิ่มเติมอีก สภาพการณ์ดังกล่าวย่อมไม่เอื้อต่อการประกอบกิจการของสถานบันเทิงที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ มาตลอดระยะเวลา ๓ ปี ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรีและกระทรวงการคลัง พิจารณายกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่เป็นการจัดเก็บภาษีสถานบริการ อัตราร้อยละ ๑๐ เป็นอัตราร้อยละ ๐ เป็นระยะเวลา ๑ ปี เพื่อให้ผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงต่างๆ ได้มีโอกาสฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ	นายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
127	518	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	ผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนลง	"จากค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงจนถึง ๓๖ บาทต่อ ๑ ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ ๖ ปี โดยมีการคาดการณ์ว่าค่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าลงไปถึง ๓๗ บาทต่อ ๑ ดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งตามหลักการทั่วไปทางด้านเศรษฐศาสตร์ การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงย่อมจะส่งผลดีต่อการส่งออก ทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น แต่หากค่าเงินบาทอ่อนจนเกินไปย่อมจะส่งผลเสียต่อการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และส่งผลกระทบต่อดุลการชำระเงินของประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและให้ความเห็นว่า การบริหารจัดการจำเป็นต้องมีการวางแผนให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งออก การนำเข้า และอัตราเงินเฟ้อเป็นสำคัญ ภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องมีการควบคุมดูแลค่าเงินบาทไม่ให้มีความผันผวนจนเกินไป โดยต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีภาระที่จะต้องนำเข้าพลังงานมากถึงร้อยละ ๙๐ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ได้ส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการชำระเงินตามอัตราการใช้พลังงานของประเทศ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้\n	๑. รัฐบาลควรเร่งรัดมาตรการประหยัดพลังงานของประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐควรลดการใช้พลังงานในทุกรูปแบบลงอย่างน้อยร้อยละ ๑๐ ซึ่งในอดีตเคยใช้มาตรการนี้แก้ไขปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างได้ผลมาแล้ว \n	๒. รัฐบาลควรชะลอการลงทุนของงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ และปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ที่ต้องใช้เงินตราต่างประเทศ และยังไม่ได้ผูกพันงบประมาณไว้ก่อน โดยพิจารณาทบทวนและเลือกดำเนินการลงทุนในโครงการที่ให้ผลตอบแทนเท่านั้น"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	15	2565	2022-07-12T00:00:00
128	517	195	นายสมชาย แสวงการ	กฎหมาย	ปัญหากัญชาเสรีและมาตรการควบคุมในช่วงสุญญากาศ	"ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕   พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดดังกล่าว เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทำให้เกิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคม ดังนี้\\n		๑) ข้อมูลจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้แสดงผลกระทบที่เกิดจากการใช้กัญชา ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ โดยพบผู้ป่วยที่เป็นเยาวชนอายุ ๑๕ - ๑๗ ปี จำนวน ๖ ราย (ชาย ๕ คน, หญิง ๑ คน) มีอาการง่วงซึมคลื่นไส้ อาเจียน หวาดระแวง สับสน กระวนกระวาย อาละวาด และมี ๑ คน หมดสติ เกิดอาการแพ้รุนแรงอยู่ในขั้นวิกฤติที่แพทย์ต้องติดตามอาการใกล้ชิด\\n		๒) มีการจำหน่ายขนม น้ำดื่มที่ผสมกัญชาในร้านสะดวกซื้อ จำหน่ายดอกช่อในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงเปิดร้านค้าเพื่อจำหน่ายมากกว่า ๑๐๐ แห่ง ซึ่งแต่ละร้านมียอดขายวันละ ๐.๕ - ๑ ล้านบาท\\n		๓) กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ วรรคสาม และวรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่ไม่มีการระบุมาตรา ๑๙ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๘ บัญญัติให้ “ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๙ มาตรา ๔๖ มาตรา ๕๒ วรรคสอง มาตรา ๕๔ วรรคสอง หรือมาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๓ วรรคห้า ต้องระหว่างโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” เป็นประกาศที่ใช้ไม่ได้\\n 		๔) ขณะนี้การลงทะเบียนจดแจ้งปลูกกัญชาผ่านแอปพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ได้รับอนุญาตแล้ว ๗ - ๘ แสนราย ประชาชนสามารถปลูกกัญชาโดยไม่ต้องลงทะเบียน และสามารถนำช่อดอกมาขาย  ในราคากิโลกรัมละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีสารก่อให้เกิดอาการมึนเมา (Tetrahydrocannabinol : THC) อยู่ในระดับ ร้อยละ ๕ - ๒๐ แต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ ๔๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่ายพืช สัตว์ หรือส่วนของพืชหรือสัตว์ ตามบัญชีท้ายประกาศโดยห้ามนำช่อดอกกัญชาไปปรุงอาหาร (บัญชี ข้อ ๑๘) ซึ่งกำหนดสาร THC  ร้อยละ ๐.๒ ดังนั้น จึงเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้\\n 		๑. ให้นายกรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดเพื่อควบคุมกัญชา เนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุม ๔ ครั้ง แต่ยังไม่มีการพิจารณาในรายละเอียด หากกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรนำเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นางพรรณสิริ  กุลนาถศิริ มาประกอบการพิจารณา จะทำให้การพิจารณากฎหมายของรัฐสภาเป็นไปอย่างรวดเร็ว\\n 		๒. หากตราพระราชกำหนดไม่ทัน ให้นำพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. ๒๕๕๙ มาใช้บังคับ เพื่อให้กัญชาอยู่ในความควบคุมเช่นเดียวกับกาวและทินเนอร์"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
129	516	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาถนนชำรุดลำบากต่อการสัญจรขนส่งผลิตผล	คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้นำที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีสภาพเสื่อมโทรม และที่ดินสาธารณประโยชน์ มาจัดสรรให้กับประชาชนที่ยากไร้ไม่มีที่อยู่อาศัยและ  ที่ดินทำกิน จำนวน ๘๖ ครัวเรือน โดยจัดสรรให้เป็นที่ทำกินครัวเรือนละ ๕ ไร่ และที่อยู่อาศัย ครอบครัวละ ๑ ไร่ พร้อมกับสร้างบ้านให้ ๑ หลัง ประชาชนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางปฏิบัติ จนประสบความสำเร็จ สามารถพึ่งพาตนเองได้ แต่ประสบปัญหาถนนในหมู่บ้านชำรุด เป็นร่องหลุม ส่งผลให้การสัญจรยากลำบาก จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงซ่อมแซม เพื่อความสะดวกในการเดินทางและขนส่งผลผลิตทางการเกษตรต่อไป	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
130	515	10	นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	มหันตภัย “ใบสั่ง”	การแถลงข่าวของกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า มีแนวทางการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจราจรและไม่ชำระค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ หากยังไม่ชำระค่าปรับจะขอศาลออกหมายจับนั้น กล่าวได้ว่าเป็นมหันตภัยอย่างร้ายแรงกับผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งหากมีการปลอมแปลงหรือเปลี่ยนแปลงป้ายทะเบียน โดยผู้กระทำความผิดได้ตัดต่อป้ายทะเบียนของบุคคลอื่นไปกระทำความผิดจนได้รับใบสั่งฯ แต่คนที่ได้รับใบสั่งฯ เป็นเจ้าของป้ายทะเบียนที่มิใช่ผู้กระทำความผิด ดังนั้น จึงเสนอให้ประสานความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบก เพื่อชะลอการเก็บภาษีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ประจำปี จนกว่าจะชำระค่าปรับจราจรเรียบร้อยแล้ว	กระทรวงคมนาคม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
131	514	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	การควบคุมการโฆษณาสินค้า Online และการคุ้มครองผู้บริโภคสินค้า Online	"ปัจจุบันมีการโฆษณาขายสินค้าทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก มีสินค้าหลากหลายประเภท แม้กระทั่งปืนจำลอง (Blank Guns) ซึ่งมีการโฆษณาอย่างชัดเจนว่าสามารถยิงได้โดยใช้  กระสุนแบลงค์ซึ่งมีทั้งขนาด ๙ มิลลิเมตร หรือ ๑๑ มิลลิเมตร หรือ .๓๘ ซึ่งเป็นสิ่งเทียมอาวุธที่ผิดกฎหมาย เยาวชนหรือประชาชนสามารถหาซื้อได้ง่าย หากนำกระสุนจริงมาใส่อาจนำไปสู่การก่ออาชญากรรมได้ ดังนั้น จึงทดลองสั่งปืนดังกล่าว จำนวน ๒ กระบอก ในราคากระบอกละ ๑,๓๐๐ บาท ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แต่สินค้าที่ได้รับเป็นตะแกรงใส่ของทอด ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร้านค้าออนไลน์รายอื่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคขาดความเชื่อถือต่อการสั่งสินค้าออนไลน์เพราะเกรงว่าจะได้รับสินค้า ไม่ตรงตามโฆษณา จึงขอให้เร่งดำเนินการ ดังนี้\n 		๑. ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตรวจสอบ ปราบปรามผู้ขายสินค้าและบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ Social Media ที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ผู้บริโภคได้รับสินค้าไม่ตรงตามคำสั่งซื้อ\n 		๒. ให้กระทรวงพาณิชย์กำกับ ติดตาม และกำหนดมาตรการการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิให้มีการขายสินค้าที่ผิดกฎหมาย ขัดต่อศีลธรรม จริยธรรม"	กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
132	513	133	นายไพโรจน์ พ่วงทอง	ความเดือดร้อนของประชาชน	ความเดือดร้อนของชาวนา	"เนื่องจากรัฐบาลไม่มีนโยบายให้เงินชดเชยช่วยเหลือชาวนาในฤดูทำนาปรัง ปัจจุบันต้นทุนการปลูกข้าว ประมาณ ๖,๔๐๐ บาท/ตัน ขณะที่ข้าวเปลือก ราคา ๗,๘๐๐ - ๘,๕๐๐ บาท/ตัน ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมากแต่ได้รับผลตอบแทนต่ำ ถึงแม้จะพยายามลดต้นทุนแล้วก็ยังคงเดือดร้อน ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทยได้ประกาศปรับขึ้นราคาจำหน่ายข้าวสารเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ โดยข้าวสารบรรจุถุงขนาด ๕ กิโลกรัม จะปรับราคาขึ้น ๓๐ - ๕๐ บาท/ถุง ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าผู้ค้าคนกลางได้ผลประโยชน์จากส่วนต่างของราคาขายข้าวเปลือกและข้าวสาร แต่ชาวนาเป็นผู้รับภาระต้นทุนการผลิต รวมถึงรับค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเสนอให้พิจารณา ดังนี้\n		๑. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาพัฒนาสายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสม โดยใช้ปุ๋ยเคมีปริมาณน้อยแต่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ข้าวโตทันต่อความต้องการของตลาด และทนทานต่อโรคและภาวะแห้งแล้ง\n		๒. ให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาควบคุมกำกับดูแลราคาจำหน่ายปุ๋ย ข้าวเปลือกและข้าวสารให้มีความสมดุลกัน\n		๓. ให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงโดยเร่งด่วน\n 		๔. รัฐบาลมีแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของชาวนาในฤดูทำนาปรังอย่างไร"	นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
133	512	225	นายสุวรรณ เลิศปัญญาโรจน์	นโยบายของรัฐบาล	การช่วยเหลือข้าราชการบำนาญในการรับสินเชื่อจากธนาคารของรัฐ	ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์หลายด้าน อาทิ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ น้ำมันเชื้อเพลิงราคาสูงและภาวะเงินเฟ้อสูงเนื่องจากสงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ธนาคารของรัฐจึงมีมาตรการด้านสินเชื่อเพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ง่าย โดยมีเงื่อนไขว่าสำหรับข้าราชการบำนาญต้องมีรหัสสำหรับหักบัญชีเงินบำนาญนำส่ง เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ ข้าราชการบำนาญมี ๒ ประเภท คือ ๑) ข้าราชการบำนาญทั่วไป จะมีการออกหนังสือรับรองโดยกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีรหัสสำหรับหักบัญชีเงินบำนาญนำส่ง และ ๒) ข้าราชการบำนาญสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะมีการออกหนังสือรับรองโดย อปท. แต่ไม่มีรหัสสำหรับหักบัญชีเงินบำนาญนำส่ง ซึ่งมีประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน เป็นเหตุให้ไม่ได้รับการพิจารณาจากธนาคาร สร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมากต่อครอบครัว จึงเสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พิจารณาดำเนินการเชื่อมต่อระบบบำเหน็จบำนาญค้ำประกันกับกรมบัญชีกลางโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ข้าราชการบำนาญในสังกัดสามารถเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ          ตามมาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อของรัฐบาลต่อไป	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
134	511	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ตัวชี้วัดความคืบหน้าและความสำเร็จของรัฐวิสาหกิจชุมชนไทย	"พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ส่งผลให้เกษตรกรสามารถพัฒนาตนเองโดยรวมกลุ่มกันประกอบธุรกิจในรูปวิสาหกิจชุมชน ประกอบธุรกิจการค้าที่ยังไม่เป็นนิติบุคคล เป็นชุมชนต้นแบบที่มีการศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนที่เป็นคณะบุคคล ต่อมา ได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมุ่งเน้นให้มีองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ที่กว้างขวางมากขึ้น โดยกำหนดให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอยู่ในองค์ประกอบ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของส่วนราชการ ทำให้การพัฒนาเป็นระบบมากขึ้น ดังนั้น ขอสอบถาม ดังนี้\n 		๑. ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนกี่แห่ง แบ่งประเภทอย่างไร มีสมาชิกที่เป็นคณะบุคคลหรือบุคคลธรรมดาเท่าใด และมีวิสาหกิจฯ ที่เป็นนิติบุคคลรูปแบบอื่นเท่าใด\n 		๒. วิสาหกิจชุมชนมีรายได้จากการประกอบกิจการเท่าใด หลังจากการตราพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่ ๒ แล้ว มีผลเป็นประการใด\n 		๓. สมาชิกฯ ได้รับการส่งเสริมการดำเนินงาน พัฒนาการผลิต หรือเทคโนโลยีอื่นอย่างไร\n 		๔. มีวิสาหกิจชุมชนที่รายได้อยู่ในเกณฑ์ต้องชำระภาษีจำนวนเท่าได และการบริหารจัดการด้านภาษีถูกต้องหรือไม่\n 		๕. รัฐบาลมีนโยบายให้วิสาหกิจชุมชนเป็นฐานการผลิต การแปรรูป หรือบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างไร\n		๖. รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ท้องถิ่น ท้องที่ อาทิ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สมาคมวิชาชีพอื่น ๆ เข้าร่วมสนับสนุนอย่างไร"	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
135	510	90	นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์	ความเดือดร้อนของประชาชน	สิ่งแปลกปลอมในลำน้ำโขง	จากคณะอนุกรรมาธิการด้านศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อพบกับนายนิวัฒน์  ร้อยแก้ว ผู้นำกลุ่มอนุรักษ์เชียงของ ซึ่งได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ทราบว่า ประชาชนในพื้นที่ชื่นชมรัฐบาลที่ได้มีมติคณะรัฐมนตรี          เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ให้ยุติโครงการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นโครงการขุดร่องน้ำ          เพื่อการเดินเรือพาณิชย์ นับเป็นการรับฟังประชาชนผู้ต้องการรักษาระบบนิเวศ แต่ได้รับผลกระทบจากการปิด - เปิดเขื่อน ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้น - ลง ผิดธรรมชาติ จำนวนพันธุ์ปลาลดลง ตะกอนหินที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำผันผวน อันเนื่องมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงแล้วเสร็จ จำนวน ๑๒ เขื่อน จากแผน ๒๘ เขื่อน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก่อสร้างเขื่อนฯ แล้วเสร็จ   จำนวน ๑ เขื่อน และได้กำหนดแผนก่อสร้างอีก ๘ เขื่อน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นแบตเตอรี่ของเอเชีย ซึ่งหมายความว่าจะมีสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ในแม่น้ำโขง มากกว่า ๓๐ เขื่อน ในขณะที่ทวีปยุโรป  ๑๗ ประเทศ ได้รื้อถอนโครงสร้างเขื่อนไปแล้ว ๒๓๙ เขื่อน เพื่อให้ระบบนิเวศน้ำคืนสู่ธรรมชาติ ปลาอพยพขึ้นลงตามธรรมชาติ จำนวนพันธุ์ปลาเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาดำเนินการในนามรัฐบาลโดยใช้กลไกองค์กรแม่น้ำโขง หรือประชุมร่วมกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำโขง โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทุกประเทศได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ          อย่างสมศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกัน\n	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
136	509	147	นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร	ความเดือดร้อนของประชาชน	ความเดือดร้อนจากการบริการรถโดยสารประจำทาง	เดือนมิถุนายน ๒๕๖๕ ได้มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขาดระยะในหลายเส้นทางต่อเนื่องหลายวัน โดยเฉพาะหลังเวลา ๒๐.๐๐ น. จากข้อมูลศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ได้สำรวจปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง พบว่า ปัญหารถขาดระยะทางต้องรอนาน พบบ่อยที่สุด ร้อยละ ๘๙.๒ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ ร้อยละ ๗๕.๔ ไปเรียน/ทำงาน ช้ากว่ากำหนด ร้อยละ ๖๑.๔ ต้องใช้บริการขนส่งทางอื่นทำให้เพิ่มภาระค่าใช้จ่าย ร้อยละ ๓๗.๓ ต้องต่อรถหลายสาย และผลกระทบอื่น เช่น ต้องประสบมลภาวะทางถนนนานขึ้น กลับบ้านดึกเสี่ยงอันตราย รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนหมายเลขประจำสายรถมีความซับซ้อน จำยาก สร้างความสับสนว่าเป็นรถที่วิ่งเส้นทางเดิมหรือไม่ นอกจากนี้สื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอภาพศาลาที่พักโดยสารรถประจำทางมีสภาพเก่า ชำรุด ไม่เหมาะสมต่อภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว และภาพพนักงานขับรถประจำทางที่ขับรถพร้อมกางร่ม เพราะฝนตกหลังคารั่ว จากนั้น ขสมก. ชี้แจงว่า ปัจจุบันมีรถโดยสารประจำทางลดลง ประมาณ ๒๐๐ คัน เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาเช่า และต้องสำรองรถฯ ร้อยละ ๕ สำหรับกรณีฉุกเฉิน จึงทำให้มีรถโดยสารวิ่งในแต่ละวัน ร้อยละ ๙๕ อีกทั้ง ขาดอัตรากำลังพนักงานขับรถ กว่า ๗๐๐ คน แต่พร้อมเร่งปรับปรุงแก้ไขภายใน ๑๕ วัน กรณีปัญหารถขาดระยะ ได้ปรับแผนการเดินรถใหม่โดยเฉพาะเส้นทางวิกฤติ ๒๗ เส้นทาง โดยเกลี่ยรถในเส้นทางและช่วงเวลาที่คนใช้บริการน้อยมาให้บริการในช่วงเย็นถึงค่ำ และตัดเส้นทางเดินรถเสริม ในเส้นทางที่มีระยะทางไกล โดยประเมินผลเป็นรายวันเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นกับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ ได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานครเพื่อให้พิจารณาการก่อสร้างศาลาที่พักผู้โดยสารให้เหมาะสม และเพิ่มไฟฟ้าส่องสว่างมากขึ้น และยังคงให้บริการเดินรถประจำทางเป็นปกติแม้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ชี้แจงว่า กรณีการเปลี่ยนเลขประจำสายของรถโดยสารประจำทางนั้น เป็นไปตามแผนแม่บทพัฒนาระบบรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งใช้เลขเดิมควบคู่กับเลขใหม่ที่จะใช้ โดยเริ่มประชาสัมพันธ์ด้วยการแจกแผ่นพับ และจะนำแอปพลิเคชันมาใช้ต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ประเมินผลการดำเนินการ วิธีการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานดังกล่าวว่าสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตรงจุดหรือไม่ อย่างไร และได้วางแผนเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาเช่นเดิมอย่างไร	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
137	508	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ (BA.4, BA.5)	สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ย่อย ที่ BA.4 และ BA.5 ได้แพร่ระบาดในหลายประเทศรวมทั้งพบในประเทศไทยแล้ว โดยกล่าวว่ามีตำแหน่ง ที่อาจตรงกับ BA.2 สามารถก่อให้เกิดความรุนแรงต่อสุขภาพ ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลไม่มั่นใจในนโยบายผ่อนคลายของรัฐบาล ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แจงว่า พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวแล้วมีลักษณะติดเชื้อได้ง่าย อาจต่อต้านภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนได้มากขึ้น จากข้อมูลผู้ติดเชื้อมีอาการ ไม่รุนแรง จึงอาจเชื่อได้ว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อในขณะนี้อาจไม่มีผลต่อการแพร่ระบาดมากนัก อย่างไรก็ตาม ได้เตือนให้ประชาชนกลุ่ม ๖๐๘ (ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว สตรีตั้งครรภ์) ยังคงใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention For COVID-19) และฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนั้น ขอให้รัฐบาลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเป็นวงกว้างมากที่สุด โดยเฉพาะคำแนะนำในการสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกวิธีและตลอดเวลาเมื่อพบปะผู้อื่นและ ในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก กำหนดมาตรการการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาในสถานที่ราชการทุกแห่งและระบบขนส่งสาธารณะ และให้ความสำคัญต่อการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในสถานศึกษา เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อฯ จากเยาวชนไปสู่ผู้ปกครอง ซึ่งอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดเป็นวงกว้างอีกครั้ง	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	12	2565	2022-06-28T00:00:00
138	505	10	นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....	ร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่) .. พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าหากให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผ่านการพิจารณาจากสภาจะเกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน เช่น สหกรณ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว จาก ๒๕๙ สหกรณ์ มีพื้นที่ปลูกอ้อย ๒ ล้านไร่       จะได้รับผลกระทบจากร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ยกตัวอย่าง มาตรา ๑๗ (๗) เรื่องการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนสถาบันชาวไร่อ้อยว่าต้องใช้จำนวนสมาชิกชาวไร่อ้อย จำนวนไม่น้อยกว่า ๖๐๐ คน และมีปริมาณอ้อยของสมาชิกส่งให้แก่โรงงานใดโรงงานหนึ่งรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๕ ของปริมาณอ้อยที่โรงงานนั้นหีบทั้งหมดในฤดูกาลผลิต ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาและแก้ไขไว้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติว่า การที่สมาคมชาวไร่อ้อยกำหนดปริมาณอ้อยจำนวน ๕๕ เปอร์เซ็นต์    ต่อโรงงาน ทำให้สหกรณ์ได้รับความเดือดร้อน เพราะมีปริมาณอ้อยน้อยไม่ถึง ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสหกรณ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทยจัดอยู่ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาล ดังนั้น การที่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.) กำหนดหลักเกณฑ์มาตรา ๑๗ (๗) นั้น ทำให้ผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการได้เสียสิทธิและหายไปจากอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ซึ่งจะเหลือเพียงหนึ่งเดียว คือ สมาคม จึงเป็นความขัดแย้งและเป็นความเดือดร้อนของประชาชน ๑๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ๒๕๙ สหกรณ์ และปัจจุบันได้เกิดความแตกแยกขึ้นอย่างมาก กล่าวคือ โรงงานน้ำตาลอย่างน้อย ๓ สมาคม ถอนตัวออกจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เสนอเพิ่มเรื่องผลพลอยได้    ซึ่งผลพลอยได้คือกากอ้อย เป็นต้น ทำให้สร้างความไม่สบายใจให้แก่โรงงาน ทำให้เกิดความขัดแย้ง ดังนั้น จึงขอเรียนว่า หากร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ขอให้พิจารณาเพื่อให้กฎหมายสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน และสร้างความเจริญ รุ่งเรืองในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทย	คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วุฒิสภา	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
139	504	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	ผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงในการเดินทางมาสถานศึกษาของนักเรียนนักศึกษา	สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ต้องอาศัยรถประจำทาง รถรับส่งนักเรียน หรือรถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลในการเดินทางไปกลับระหว่างบ้านกับโรงเรียน กล่าวคือ ในปัจจุบันสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ผ่อนคลายลง กระทรวง ศึกษาธิการจึงให้สถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติ (ONSITE) ได้ ประกอบกับขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เป็นเหตุให้ผู้ปกครองของนักเรียนนักศึกษาเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้น จึงขอให้พิจารณา   หาแนวทางช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองนักเรียนนักศึกษา เช่น เงินอุดหนุนเป็นรายหัว หรือคูปองน้ำมัน เป็นต้น	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
140	503	147	นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร	นโยบายของรัฐบาล	การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางราง	"จากสถานะระบบขนส่งสินค้าทางรางของประเทศไทย มีสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางราง ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนี้ (๑) การขนส่งทางถนน ร้อยละ ๘๖.๓๑ (๒) การขนส่งทางน้ำ ร้อยละ ๑๒.๓๕ (๓) การขนส่งทางราง ร้อยละ ๑.๓๓ และ (๔) การขนส่งทางอากาศ ร้อยละ ๐.๐๑  \n	ทั้งนี้ การขนส่งทางรางแม้ว่าจะมีสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าที่น้อยกว่าแต่มีข้อได้เปรียบอยู่มาก เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง และมีต้นทุนต่ำกว่าการขนส่งสินค้าทางถนน เป็นมิตรต่อ  สิ่งแวดล้อม สามารถขนส่งสินค้าได้เป็นจำนวนมาก มีศักยภาพในการพัฒนาใช้ประโยชน์ได้ เพราะ        มีทรัพย์สินที่ดินเป็นจำนวนมากที่สามารถเอื้ออำนวย จากความสำคัญดังกล่าวเพื่อให้เข้าสู่ก้าวใหม่ของระบบการขนส่งทางรางไทย กระทรวงคมนาคมได้จัดทำข้อเสนอการพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมืองไว้ในยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๕ ในการแถลงผลงานของกระทรวงคมนาคม ๔ ปี (ปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๐) พบว่า รัฐบาลได้พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางรางให้เป็นโครงข่ายหลักของประเทศ โดยเร่งรัดการพัฒนารถไฟทางคู่ อนุมัติให้ดำเนินการเพิ่มเติม ๖ สาย รวมทั้งสานต่อโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่อีก ๙ สายทาง ทำให้ประเทศไทยมีโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มขึ้นเป็น ๓,๕๒๘ กิโลเมตร ส่งผลให้สัดส่วนโครงข่ายรถไฟทางคู่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๙   เป็นร้อยละ ๖๘ สามารถอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้าไปสู่ทุกภูมิภาค  \n	อย่างไรก็ตาม ในด้านประสิทธิภาพการขนส่งทางรางพบว่า ยังไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จากผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา พบว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๑ สัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางมีเพียงร้อยละ ๑.๒๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีสัดส่วนลดลงเหลือร้อยละ ๑.๒๓ มีเส้นทางรถไฟครอบคลุมเพียง ๔๗ จังหวัด ทำให้ขอบเขตการบริการจำกัด โครงสร้างพื้นฐานในการเดินรถบางแห่งเก่าล้าสมัย มีอายุการใช้งานมาก เฉลี่ยหัวจักร ๓๐ ปี ผู้ใช้บริการยังไม่นิยม เนื่องจากปัญหาความเร็วในการขนส่ง การตรงต่อเวลาหากเทียบกับการให้บริการของเอกชน ทำให้มีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ได้เสนอแนวทางการเพิ่มปริมาณขนส่งสินค้าทางราง ดังนี้ (๑) เพิ่มประสิทธิภาพโดยจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถอำนวยความสะดวกในการขนส่ง (๒) เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการบริการด้วยเทคโนโลยีใหม่ (๓) แก้ไขกฎระเบียบ เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ จากผลการศึกษาข้างต้นขอตั้งข้อสังเกต ดังนี้  \n	(๑) การเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง หรือการเพิ่มปริมาณการขนส่งให้มากขึ้น   จะเป็นการเพิ่มการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศได้ \n	(๒) กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางราง พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๘๐ ดังนี้\n	    - ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔ 	\n	    - ปี พ.ศ. ๒๕๗๐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗  \n	    - ปี พ.ศ. ๒๕๗๕ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๘  \n	    - ปี พ.ศ. ๒๕๘๐ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐  \n	หากดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าว อาจใช้ระยะเวลาดำเนินการถึง ๑๕ ปี ซึ่งปัจจุบัน การขนส่งสินค้ามีการแข่งขันค่อนข้างสูงอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  \n	จึงขอหารือไปยังกระทรวงคมนาคม ดังนี้     \n	    ๑. การเพิ่มสัดส่วนปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป้าหมายร้อยละ ๔ ขณะนี้มีแนวโน้มว่าเป็นไปตามที่ตั้งไว้หรือไม่ และผลเป็นอย่างไร\n	    ๒. เป้าหมายในปี พ.ศ. ๒๕๗๐ – ๒๕๘๐ จะมีแนวทางการเพิ่มสัดส่วนปริมาณ    การขนส่งสินค้าทางรางในแต่ละช่วงให้มากกว่านี้ได้อย่างไร"	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
141	502	15	นายคำนูณ สิทธิสมาน	นโยบายของรัฐบาล	ปิดช่องสุญญากาศกัญชาเสรี โดยประกาศให้เป็น “วัตถุออกฤทธิ์”	ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕  พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดดังกล่าว มีผลตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่สังคมก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับ    การควบคุม การครอบครอง และการใช้กัญชา ซึ่งทางออกของปัญหาสามารถดำเนินการได้โดยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดประกาศให้กัญชาเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ประเภทที่ ๒ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา ๑ คำนิยาม “วัตถุออกฤทธิ์” หมายความว่า “วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่เป็นสิ่งธรรมชาติหรือที่ได้จากสิ่งธรรมชาติ หรือ\nวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่เป็นวัตถุสังเคราะห์” และมาตรา ๓๐ (๒) “ประเภท ๒ วัตถุออกฤทธิ์    ที่ใช้ในทางการแพทย์ และอาจก่อให้เกิดการนำไปใช้หรือมีแนวโน้มในการนำไปใช้ในทางที่ผิดสูง”     หากประกาศให้กัญชาเป็นวัตถุออกฤทธิ์ ประเภท ๒ จะทำให้เกิดความสมดุลในระยะเปลี่ยนผ่านระหว่างด้านเสรีกับด้านควบคุมระหว่างรอร่างพระราชบัญญัติกัญชา และกัญชง พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง	กระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
142	501	56	พลเอก ดนัย มีชูเวท	ความเดือดร้อนของประชาชน	การตั้งโรงงานผลิตแม่ปุ๋ย และแนวทางการแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพงและขาดแคลน	"ประเทศไทยได้ลงนามความร่วมมือในปฏิญญาสมานฉันท์แห่งอาเซียน ปี ๒๕๑๙ ต่อมากระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้มีโครงการอุตสาหกรรมอาเซียน (ASEAN Industrial Project : AIP) ของประเทศไทยเมื่อปี ๒๕๒๓ โดยมีวัตถุประสงค์ที่ทำเหมืองแร่ และโรงแต่งแร่โพแทสเซียมที่จังหวัดชัยภูมิเพื่อผลิตปุ๋ยที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตได้ ที่ผ่านมาเกษตรกรที่ทำเกษตรปลอดภัย (Good Agricultural Practice) มีการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรไนโตรเจน-ฟอสฟอรัส -โพแทสเซียม (N-P-K) ตามค่าวิเคราะห์ดินเพื่อเป็นธาตุอาหารแก่พืช แต่ปัจจุบันปุ๋ยมีราคาสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ ๑๐๐ เปรียบเทียบเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ – ๒๕๖๕ โดยปุ๋ยยูเรีย (ไนโตรเจน) จากเดิมตันละ ๑๑,๖๕๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท ปุ๋ยโพแทสเซียม จากเดิมตันละ ๑๕,๑๐๐ บาท เป็น ๓๐,๐๐๐ บาท และปุ๋ยสูตรที่ชาวนาต้องใช้หลังการหว่านข้าวแล้ว มีการขาดแคลน และราคาแพง เช่น ปุ๋ย ๑๖-๒๐-๐ เดิมตันละ ๑๓,๐๐๐ บาท เป็น ๒๔,๕๐๐ บาท  \n 	ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตโพแทสเซียมสูง เพราะมีแหล่งสำรองแร่โพแทสเซียมประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เป็นอันดับ ๔ ของโลก ประกอบด้วยแอ่งสกลนคร ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จังหวัด หนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนครพนม และแอ่งโคราช ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชัยภูมิ ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุมัติประทานบัตรเหมืองแร่โพแทสเซียมให้กับบริษัทเอกชน ๒ แห่ง แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตปุ๋ยได้ ดังนั้น เพื่อให้การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผลแห่งความมั่นคงของเกษตรกร และความมั่นคงด้านการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อให้ประเทศไทย   เป็นครัวโลกต่อไป จึงมีข้อพิจาณา ดังนี้  \n	(๑) ขอให้กระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาผลักดันโครงการอุตสาหกรรมอาเซียนในการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมที่จังหวัดชัยภูมิให้สำเร็จเป็นรูปธรรม และพิจารณาประเด็นการถือครองหุ้นในส่วนของประเทศไทยที่กระทรวงการคลังเกี่ยวข้อง อีกทั้งให้โรงงานจัดทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมด้วย  \n        (๒) ขอให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกระทรวงอุตสาหกรรม พิจารณาความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการสร้างโรงงานผลิตแม่ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น พิจารณาส่งเสริมโรงงานปิโตรเคมีลงทุนผลิตปุ๋ยไนโตรเจนจากผลพลอยได้ของการกลั่นน้ำมัน เป็นต้น \n 	(๓) ขอให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพงและการขาดแคลนปุ๋ยสูตรที่เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ เช่น ปุ๋ยหลังการหว่านข้าวสูตร ๑๖-๘-๘ และ ๑๖-๒๐-๐ เป็นต้น พร้อมกับกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการกักตุนและผูกขาดการจำหน่ายปุ๋ยเคมี พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบ\n 	(๔) ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงอย่างทั่วถึงในปริมาณที่เพียงพอและราคาที่เหมาะสมเพื่อเสริมคุณภาพดิน รวมถึงให้มีการอำนวย    ความสะดวกแก่เกษตรกรในการตรวจวิเคราะห์ดินอย่างทั่วถึงและรวดเร็วเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยสูตรที่เกินความจำเป็น"	กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
143	500	214	นายสุชัย บุตรสาระ	สถานการณ์บ้านเมือง	ขอทราบความคืบหน้าในโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย	"คณะกรรมการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ลงพื้นที่ ณ จังหวัดเลย เพื่อพบประชาชนและได้รับการสอบถามความคืบหน้าการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าจังหวัดเลย เนื่องจากเป็นโครงการที่เกิดจากความต้องการของประชาชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง และเป็นบริการทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติอย่างเท่าเทียมกัน ปัจจุบันการเดินทางขึ้นภูกระดึงใช้การเดินทางด้วยเท้า เป็นหลัก โดยมีลูกหาบขนสัมภาระที่จำเป็น ภูกระดึงมีสภาพภูมิประเทศที่สวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติที่สำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  แต่การเดินทางต้องเดินทางด้วยเท้าเพียงอย่างเดียว เป็นทางลาดชันประมาณ ๕.๕ กิโลเมตร ทางราบอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางอย่างน้อย ๕ ชั่วโมง ดังนั้น จึงมีแนวคิดสร้างกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นภูกระดึง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ และเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบ ผลการศึกษาคือสามารถดำเนินการได้    มีการมอบหมายสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เรื่องเงียบหายไป เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารพัฒนาพื้นที่ พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ดำเนินการศึกษาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการศึกษานั้นโดยตลอด แต่โครงการดังกล่าวยังไม่มี ความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จึงขอปรึกษาหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้           \n	(๑) โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงจังหวัดเลยยังคงมีโครงการที่จะดำเนินการ อยู่หรือไม่     \n	(๒) หากยังมีโครงการนี้อยู่ ปัจจุบันมีความคืบหน้าหรือได้ดำเนินการอยู่ในขั้นตอนใด และจะแล้วเสร็จเมื่อใด พร้อมทั้งขอให้เร่งรัดสนับสนุนโครงการดังกล่าวด้วย"	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
144	499	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การจัดการปัญหาจอกหูหนูยักษ์วัชพืชร้ายแรงแพร่ระบาดตามแหล่งน้ำทั่วประเทศ	การลงพื้นที่พบประชาชนได้รับการร้องเรียนปัญหาการแพร่ระบาดของจอกหูหนูยักษ์ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจอกหูหนูยักษ์มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพืชที่มีความเปราะบาง หักง่าย และส่วนที่หักสามารถเจริญเติบโตต่อได้ เมื่อจอกหูหนูยักษ์ในแหล่งน้ำมีจำนวนมากจะทำให้น้ำเน่าเสีย ขาดออกชิเจน ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน กีดขวางการคมนาคม และมีผลต่อระบบนิเวศอย่างมาก ซึ่งในทางวิชาการได้จัดให้จอกหูหนูยักษ์เป็นวัชพืชที่มีความร้ายแรงที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นศัตรูพืชกักกัน ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ แต่ปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าจอกหูหนูยักษ์เพื่อจำหน่ายในวงการปลาสวยงามตามสื่อออนไลน์ จึงขอให้กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แก้ไขปัญหาจอกหูหนูยักษ์โดยเร่งด่วน	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
145	498	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	กฎหมาย	ความก้าวหน้าการปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภค	"สมาชิกวุฒิสภาผู้หารือได้ทำหน้าที่ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในด้านการปฏิรูปด้านการคุ้มครองผู้บริโภค พบว่ากระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ถือเป็นกลไกที่สำคัญในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทว่ากลไกในการเฝ้าระวัง ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ ยังขาดการสนับสนุน ดังนั้น จึงขอหารือไปยัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ    ที่กำกับดูแลการจัดตั้งและการดำเนินการของสภาองค์กรของผู้บริโภค ตามพระราชบัญญัติการจัดตั้ง    สภาองค์กรของผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๖๒ ดังนี้       \n	(๑) ภาครัฐได้มีการสนับสนุนการจัดตั้งองค์กรของผู้บริโภคในระดับชุมชน อาทิ ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือไม่ เพียงใด       \n	(๒) การรณรงค์ในระดับองค์กร หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีคำประกาศเจตนารมณ์ที่สร้างมาตรฐานการปฏิบัติที่ดี ในการผลิตสินค้า การให้บริการ และการทำนิติกรรมสัญญาที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ตลอดจนการรักษามาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ อย่างไร     \n	(๓) กรณีที่เกิดความขัดแย้ง หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการอย่างไร เพื่อมิให้พระราชบัญญัติการจัดตั้งสภาองค์กรของผู้บริโภคฯ กลายเป็นเครื่องมือสร้างผลประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการและ   สร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภค"	สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักนายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
146	497	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	การบุกรุกป่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำต่อสังคมเป็นอย่างมาก สำหรับเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้ความสำคัญโดยจัดตั้งสำนักไต่สวนคดีด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นการเฉพาะ เจ้าหน้าที่มีความรู้ ความชำนาญ ด้านกฎหมายทรัพยากร  ธรรมชาติฯ และสามารถนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้โดยเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ให้ความสำคัญในการให้ความรู้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยมี “หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา” ที่ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทุจริตมากขึ้นในการพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรทางทะเล เช่น ทหาร ตำรวจ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ด้านทรัพยากรธรรมชาติฯ  ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล และผู้มีอำนาจ ซึ่ง ป.ป.ช. จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาประกาศเรื่องดังกล่าวให้เป็นวาระของชาติ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างจริงจัง เพื่อให้ปัญหาร้ายแรงของชาติในเรื่องดังกล่าวหมดไปโดยเร็ว	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	10	2565	2022-06-21T00:00:00
147	496	15	นายคำนูณ สิทธิสมาน	นโยบายของรัฐบาล	ปิดช่องสุญญากาศกัญชาเสรี - คุ้มครองเด็ก เยาวชน และสังคม	ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท\nที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยปลดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดดังกล่าว ทำให้นับตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ เกิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายจากนโยบายกัญชาเสรี เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะสร้างหลักเกณฑ์ควบคุมการใช้กัญชาให้อยู่ในกรอบนั้น รัฐสภายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ โดยเพิ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการอุดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายสามารถทำได้โดยอาศัยอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ในฐานะเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ ขั้นตอนดำเนินการโดยประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ตามมาตรา ๔๔ จากนั้นให้ประกาศหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขทั้งปวงในการบริโภค การใช้ การจำหน่าย และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกัญชาทั้งหมด โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๔๕ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔๕ มีเนื้อหาที่ครอบคลุมป้องกันมิให้นำกัญชาใช้ในทางที่ผิดประเภท ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียหายต่อเด็ก เยาวชน และสังคม	กระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
148	495	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางหลวงแผ่นดินสายหลักและความปลอดภัย บนทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ภายในเขตจังหวัดปราจีนบุรี	"จากได้ปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับทางหลวงแผ่นดินสายหลักที่ผ่านจังหวัดปราจีนบุรี คือ ทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ดังนี้\n		๑) ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อ\nวันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ เรื่อง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ (สายใหม่) สืบเนื่องจาก\nทางหลวงสายดังกล่าวเป็นทางหลวงสายเอเชียหมายเลข ๑ (AH1) ตลอดเส้นทางมีการปรับปรุงให้เป็น ๔ - ๖ ช่องจราจร แต่คงเหลือเพียง ๒ ช่องจราจร มีสภาพเป็นถนนคอขวด ๒ ช่วง คือ กม.๑๔๒ ๕๐๐ - กม.๑๔๙ ๕๐๐ และ กม.๑๕๖ ๐๐๐ - กม.๑๖๒ ๐๐๐ ทำให้ระบบการจราจรไม่สมบูรณ์ เนื่องจากถนนตัดผ่านชุมชน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่คุ้นเคยจึงประสบอุบัติเหตุจำนวนมาก จึงขอให้ปรับปรุงทางหลวงในช่วงดังกล่าวเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อให้เป็นทางหลวงที่มีระบบการจราจรที่สมบูรณ์และ\nลดปัญหาอุบัติเหตุ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา กราบเรียนประธานวุฒิสภาว่า กรมทางหลวงรับทราบปัญหาดังกล่าวและ\nจะได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อดำเนินการขยายทางหลวงหมายเลข ๓๓ \nตอน ปากพลี - อำเภอประจันตคาม แนวใหม่ (คันทางฝั่งขวาทาง) ระหว่าง กม.๑๔๒ ๘๐๐ - กม.๑๕๔ ๕๐๐ และ กม.๑๖๑ ๐๐๐ - กม.๑๖๘ ๐๐๐ หากได้รับการจัดสรรงบประมาณและดำเนินการแล้วเสร็จ\nจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางได้เป็นอย่างดี \n		๒) ในคราวการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อ\nวันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง การพัฒนาทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ กม. ๑๔๒ บ้านคลองรั้งตำบลท่าตูม อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี สืบเนื่องจากทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ซึ่งเป็น\nเส้นทางหนึ่งที่มุ่งสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังจังหวัดนครราชสีมา \nมีปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก โดยขอให้พิจารณาปรับปรุงถนนสายดังกล่าวให้มีความปลอดภัย\nสะดวก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา กราบเรียนประธานวุฒิสภาว่า กรมทางหลวงได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ สาย ตำบลเขาหินซ้อน - อำเภอกบินทร์บุรี ตอน ตำบลเขาหินซ้อน - บ้านคลองรั้ง เพื่อบูรณะและขยายช่องจราจรเป็น ๖ ช่องจราจร พร้อมปรับปรุงทางแยก หากได้รับงบประมาณจะเร่งดำเนินการก่อสร้างต่อไป\n	 	อย่างไรก็ตาม จากการติดตามตรวจสอบเอกสารประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ไม่ปรากฏโครงการที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ แต่อย่างใด ทั้งที่กระทรวงคมนาคมได้ขอรับจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือเรื่องนี้ไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาผลักดันให้มีการจัดสรรงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อใช้ในการดำเนินการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข ๓๓ และทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้\nทางหลวงดังกล่าว\n"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
149	494	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	ข้าราชการบำนาญเป็น “ช้างป่วย” สร้างภาระให้แก่ประเทศจริงหรือ?	"จากกรณีนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระที่หนึ่ง ขั้นรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ประเด็นเกี่ยวกับงบประมาณบำนาญข้าราชการ สรุปใจความสำคัญได้ว่า วงเงินงบประมาณสำหรับจ่ายเป็นบำนาญให้แก่ข้าราชการเกษียณมีจำนวนสูงเกินไป โดยประเทศไทยต้องใช้จ่ายงบประมาณจำนวนสูงถึงร้อยละ ๔๐ ไปกับรายจ่ายด้านบุคลากรของราชการ เงินเดือน สวัสดิการ และบำนาญข้าราชการเพิ่มสูงขึ้นทุกปี กล่าวเฉพาะในส่วนที่เป็นบำนาญ ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องใช้เงินงบประมาณจ่ายเป็นบำนาญเพิ่มขึ้นถึง ๒ เท่า เพียงงบประมาณบำนาญของข้าราชการก็เกินงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาประเทศไปมาก กระบวนการของรัฐราชการที่อุ้ยอ้ายนี้จึงเป็นเหมือนช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้ ถ้าปล่อยไว้เช่นนี้ประเทศชาติจะพัฒนาต่อไปได้อย่างไร \nเงินบำนาญที่จ่ายเป็นรายเดือนให้แก่ข้าราชการบำนาญ ทำให้ประเทศเปรียบเสมือนเป็น “ช้างป่วย” \n		การอภิปรายดังกล่าวทำให้ข้าราชการเกษียณทั่วทั้งประเทศ เสียขวัญกำลังใจ และกังวลว่าฝ่ายการเมืองจะตัดลดงบประมาณที่จะจ่ายเป็นบำเหน็จบำนาญ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน\nแก่ครอบครัว รวมทั้งทำให้เกิดความไม่พอใจแก่ข้าราชการเกษียณ เหมือนถูกเหยียดหยามว่า\nเงินบำนาญที่จ่ายให้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และเป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งที่การรับราชการ\nจนเกิดสิทธิรับบำนาญได้นั้น จะต้องรับราชการต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลา ๒๕ ปี ต้องมีความเสียสละ อดทน ขยัน หมั่นเพียร ปฏิบัติราชการเพื่อให้ประชาชนได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทำให้ประเทศชาติก้าวหน้า ซึ่งเงินเดือนที่ข้าราชการได้รับเมื่อบรรจุครั้งแรกเป็นจำนวนเงินที่ต่ำมาก ต้องเสียสละตนเองตลอดเวลา เพียงหวังว่าจะมีเงินบำนาญไว้เลี้ยงชีพในยามเกษียณอายุราชการ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความเชื่อมั่นแก่ข้าราชการบำนาญว่าจะไม่มีการตัดงบประมาณดังกล่าว และควรหาแนวทางที่จะสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการบำนาญให้มีความภาคภูมิใจที่มีส่วนในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ หากมีแนวความคิดที่จะตัดลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศ โปรดพิจารณาตัดลดหรือปรับปรุงกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาเป็นลำดับแรก"	นายกรัฐมนตรี 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
150	493	137	นายมณเฑียร บุญตัน	วงงานรัฐสภา	ปรากฏการณ์ครั้งแรกในการจัดประชุมสัมมนาของรัฐสภาไทยที่มีบริการล่ามภาษามือ คำบรรยายแทนเสียง เสียงบรรยายภาพ	"การจัดสัมมนาเหลียวหลัง แลหน้า วุฒิสภาเพื่อประชาชน ในวาระวุฒิสภาครบรอบ ๓ ปี ขอชื่นชมการดำเนินการของคณะกรรมการจัดงานและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในเรื่องรูปแบบการจัดประชุม สัมมนา ที่ให้มีบริการล่ามภาษามือ คำบรรยายแทนเสียง (Closed Caption : CC) เสียงบรรยายภาพ (Audio Description : AD) ถือเป็นต้นแบบในการจัดการประชุม สัมมนา โดยภาครัฐของประเทศไทย ซึ่งบริการดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องปกติของการจัดการประชุม สัมมนาในระดับสากล ทั้งในการแถลงข่าวของผู้นำประเทศ การประชุมขององค์กรระหว่างประเทศ หรือบริษัทข้ามชาติระดับโลก ทั้งนี้ ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๑๓ วรรค ๒ ระบุว่า ในการประชุมวุฒิสภาเฉพาะที่เป็นการเปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมได้ ตามระเบียบที่ประธานวุฒิสภากำหนดไว้ และให้ประธานวุฒิสภาจัดให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ และจัดให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางเครื่องขยายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน์วงจรปิดภายในบริเวณของรัฐสภา รวมทั้งเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น และล่ามภาษามือ หากมีเหตุขัดข้องให้แจ้งที่ประชุมทราบ ทั้งนี้ อาจจัดให้มีคำบรรยายแทนเสียงด้วยก็ได้ ซึ่งในงานดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่าสามารถดำเนินการได้ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันและสามารถทำให้ข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภาเป็นจริง โดยบริการล่ามภาษามือเป็นที่คุ้นชินแล้ว แต่หากนำการบริการคำบรรยายแทนเสียง และเสียงบรรยายภาพมาใช้ในทุกการประชุมของวงงานรัฐสภาจะก่อให้เกิด\nประโยชน์ เช่น ระหว่างการประชุมไม่ได้ตั้งใจฟังประเด็นบางช่วงก็สามารถอ่านได้จากตัวอักษรบรรยายใต้ภาพได้ อีกทั้ง เมื่อเลิกประชุม สัมมนาแล้ว สามารถได้รับบทถอดข้อความการประชุมทุกตัวอักษรภายในไม่กี่นาที ซึ่งเป็นการตอบสนองความจำเป็นของคนบางกลุ่ม และเป็นการเติมเต็มบรรยากาศและประสบการณ์การเข้าถึงเนื้อหาสาระของทุกคน ดังนั้น จึงขอเสนอแนวทางดังนี้\n                ๑. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชุมวุฒิสภาและรัฐสภา ควรเตรียมการจัดทำบริการดังกล่าว เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การประชุมของรัฐสภาไปสู่การดำเนินงานในภาคปกติ \nทั้งในการประชุมวุฒิสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร และการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นการเติมเต็มประสบการณ์การเข้าถึงการประชุม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของประชาธิปไตย\n 		๒. การประชุมคณะรัฐมนตรี การแถลงข่าวของหน่วยงานภาครัฐ การจัดการประชุม สัมมนาระดับชาติของรัฐบาล ควรจัดให้มีบริการดังกล่าวเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีความหลากหลาย"	รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
151	492	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล	กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้มีโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ (U2T) งบประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับ ๓,๐๐๐ ตำบล โดยการจ้างบัณฑิตที่จบการศึกษาไม่เกิน ๓ ปี ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน และประชาชน ๑๕,๐๐๐ คน เฉลี่ยตำบลละประมาณ ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี มีอาจารย์มหาวิทยาลัย จำนวน ๗๖ แห่ง เข้าร่วมโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้อาจารย์และนักศึกษาได้ใช้กระบวนทัศน์ในการจัดการความรู้\\nแบบนักวิจัยในกระบวนการสร้างทักษะดิจิทัลเทคโนโลยีในเรื่องของการเงิน ภาษา สังคม มีการจัดเก็บฐานข้อมูลชุมชนเป็น Big Data เพื่อให้สามารถใช้ประมวลประเด็นปัญหา ดังนั้น จึงขอสอบถามดังนี้ \\n๑) ได้มีการดำเนินโครงการทั้ง ๓,๐๐๐ แห่งหรือไม่ และดำเนินการอย่างไร ๒) มีการดำเนินการ\\nที่นำไปสู่การจัดการความรู้ได้มากน้อยเพียงใด ๓) มีอาจารย์ให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาหรือชุมชนหรือไม่ พบปัญหาอุปสรรคอย่างไร ๔) มีปัญหาความขัดแย้งในการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์ นักศึกษา\\nและประชาชนมากน้อยเพียงใด และ ๕) ผลกระทบที่ได้รับทางสังคม (Social Return On Investment) เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และ ผลกระทบ (Impact) อย่างไร ทั้งนี้ ต้องการเห็นภาพรวมของคณะกรรมการที่ปรึกษาของโครงการ U2T ในระดับจังหวัดและระดับตำบลโดยการให้คนที่มีความรู้ความสามารถในพื้นที่เป็นผู้ดูแลข้อมูลต่าง ๆ และสร้างตัวชี้วัดระยะปานกลาง อีกทั้ง ขอเสนอให้นำโครงการต่างๆ ที่ลงไปสู่ชุมชน หมู่บ้าน ในกลไกของภาครัฐมาบูรณาการเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการสร้างตำบลเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มิใช่การฝึกงานของนักศึกษาหรือเพื่อการวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัย\\n	กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
152	491	195	นายสมชาย แสวงการ	นโยบายของรัฐบาล	ข้อเสนอและมาตรการควบคุมการเสพกัญชาเสรียามไร้กฎหมายควบคุม	   จากเรื่องข้อเสนอและมาตรการควบคุมการเสพกัญชาเสรียามไร้กฎหมายควบคุม โดยมีข้อสรุปจากนโยบายกัญชาเสรี ดังนี้\n   ๑. ขณะนี้ดอกกัญชาไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นยาเสพติด เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศปลดออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๕ ซึ่งช่อดอกกัญชามีสารเตตรา\\nไฮโดรแคนนาบินอยด์ (Tetrahydrocannabinol : THC) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการมึนเมาอยู่ในระดับ ๒-๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ดังนั้น ข้อกำหนดที่ออกมาเพื่อควบคุมสารสกัดจากกัญชา ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เป็นผล เพราะช่อดอกกัญชาเป็นอันตรายต่อร่างกายทั้งจากการสูบ เสพ และปรุงอาหาร\n   ๒. ขณะนี้ประเทศไทยไม่มีห้องปฏิบัติการ (Laboratory : Lab) สำหรับตรวจสาร THC สำหรับห้องปฏิบัติการขนาดเล็กมีค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องมืออุปกรณ์ประมาณ ๓-๕ ล้านบาท ซึ่งนโยบายกัญชาเสรีต้องมีห้องปฏิบัติการทุกอำเภอ ทั้งนี้การตรวจสาร THC มีค่าใช้จ่ายครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก\n   ๓. ขณะนี้มีขบวนการค้ากัญชาที่เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยปลูกกัญชาในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนหลายแสนไร่รอบประเทศไทย จากนั้นจะนำข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย จึงขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบขบวนการค้ากัญชาในประเทศเพื่อนบ้าน\n   ๔. มาตรการที่ออกมาในการควบคุมการเสพกัญชาเสรีไม่มีความเข็มงวดมากพอ เช่น มาตรการประกาศควันจากกัญชาเป็นเหตุรำคาญมีโทษปรับ ๒๕,๐๐๐ บาท มาตรการห้ามขับรถยนต์สาธารณะ แต่ไม่ได้ห้ามขับขี่จักรยานยนต์ รถยนต์ และไม่ได้ห้ามคนเสพกัญชาออกมาบนท้องถนน ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับสังคมในระยะต่อไป อีกทั้ง ไม่ได้ห้ามเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงกัญชา\n   ๕. ประเทศไทยละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๖๑ และสาร THC ยังเป็นสารวัตถุออกฤทธิ์ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๗๑ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีกฎหมายควบคุมกัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ลงนามไว้\n   ๖. ประชาชนปลูกเสรี เสพเสรี และประกอบอาหารเสรี จะมีแนวทางควบคุมอย่างไร เพราะใบและช่อดอกกัญชา มีสาร THC สูงมากและอันตรายต่อร่างกาย\n   ๗. นายกรัฐมนตรีควรรับฟังความเห็นจากอายุรแพทย์ กุมารแพทย์ จิตแพทย์ และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ให้ความเห็นคัดค้านกัญชาและกัญชงเป็นสิ่งต้องห้ามเช่นเดียวกับสุรา\n   แนวทางแก้ไข ดังนี้\n   ๑. คณะรัฐมนตรีควรมีมติห้ามใช้ เสพ สูบ ปรุง หรือด้วยวิธีอื่นใด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นช่อดอกกัญชาในทางสันทนาการทุกกรณี เพราะมีสาร THC ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดการมึนเมาสูง ๒-๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ยกเว้นการนำมาเพื่อการปรุงยาทางการแพทย์ และเพื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันกัญชาโดยเมื่อสกัดแล้วต้องนำมาเจือจางให้เหลือสาร THC ไม่เกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์\n   ๒. พิจารณาตราพระราชกำหนดโดยนำสาระสำคัญบางส่วนของร่างพระราชบัญญัติกัญชา และกัญชง พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่หนึ่ง มาปรับปรุง\\nแก้ไขในการห้าม ควบคุมการนำเข้า ส่งออก ขนย้าย ดูแลเด็ก เยาวชน และสังคม เพราะกว่าร่างพระราชบัญญัติกัญชา และกัญชง พ.ศ. .... ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาอาจจะไม่ทันในสมัยของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ซึ่งจะเกิดช่องว่างการบังคับใช้กฎหมายเป็นเวลานานจนถึงวาระของสภาผู้แทนราษฎรชุดต่อไป\n   ๓. เร่งรัดออกประกาศหรือระเบียบเพื่อแยกการใช้กัญชาออกเป็น ๓ ประเภท กล่าวคือ ๑) กัญชาครัวเรือน ๒) กัญชาการค้า และ ๓) กัญชาทางการแพทย์ ซึ่งกลุ่มกัญชาทางการค้าควรมีสูตรหรือข้อมูลในการผสมเครื่องดื่มและอาหาร มีการตรวจสอบสาร THC ให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดทุกครั้ง\n   ๔. มาตรการกำกับดูแลช่วงในระยะเวลานี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการ นโยบายตำรวจแห่งชาติต้องสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบเส้นทางการขนย้าย การจำหน่าย กัญชาชนิดที่สามารถสูบได้ มีการจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งขณะนี้ไม่มีกฎหมายควบคุมบังคับแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีหน้าที่ต้องดูแลประชาชนโดยควรหามาตรการทางกฎหมายอื่นใดที่จะดำเนินการจับกุม หรือเพื่อป้องปรามไม่ให้คนขายกัญชาโดยเสรี\n   ๕. เร่งรัดจัดสรรทุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยในการศึกษาผลกระทบเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดจุดคุ้มทุน โดยนำประโยชน์ทางเศรษฐกิจมาชั่งน้ำหนักกับผลเสียทางสังคม ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวไม่ควรมอบให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการวิจัย เนื่องจากเป็นเจ้าของเรื่องอาจเกิดอคติในการแปรผล ควรให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ดำเนินการวิจัย	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
153	489	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การออกเอกสารสิทธิ์รุกป่าชุมชนดงบ้านผึ้ง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ	   จากพื้นที่ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่เป็นป่าชุมชน จำนวน ๓ แปลง มากกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๔ หมู่บ้าน มีชาวบ้านในพื้นที่และคณะกรรมการป่าชุมชนที่เข้มแข็งเพื่อดูแลรักษาป่าชุมชนมาอย่างยาวนาน จนได้รับพระราชทานธง “พิทักษ์ป่า รักษาชีวิต” หรือที่พี่น้องประชาชนทราบในนามธงพิทักษ์ป่า ช้างสามเศียร จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเมื่อปี ๒๕๖๓ เกิดกรณีชาวบ้านประท้วงผู้ที่อ้างเอกสารสิทธิ์บางรายได้บุกรุกพื้นที่ป่าทำลายต้นไม้ รุกล้ำเขตป่าชุมชนดงบ้านผึ้งหลายสิบไร่ ซึ่งเป็นเขตป่าชุมชนที่ทางราชการปักหลักเขตไว้ชัดเจนแล้ว ต่อจากนั้น มีการสำรวจตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ป่าไม้ และแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าชุมชน ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ และจากการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทราบว่า การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างล่าช้า และมีแนวโน้มว่าชาวบ้านที่ดูแลรักษาป่าอาจไม่ได้รับความเป็นธรรม ทำให้ชาวบ้านเกิดความห่วงใยและวิตกกังวล ในขณะที่ผู้บุกรุกพื้นที่ป่าชุมชนบางรายยังเดินหน้าเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าชุมชนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดำเนินการรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะอย่างจริงจังและรวดเร็วต่อไป ซึ่งอาจใช้โมเดลเกาะนุ้ยนอกที่หลายหน่วยงานได้ร่วมมือกันจนสำเร็จลุล่วงด้วยดี	กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมที่ดิน และกรมป่าไม้	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
154	488	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาเงินเฟ้อของประเทศ	   เนื่องจากปัจจุบันปัญหาเงินเฟ้อของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ ๗.๑ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามควบคุมเงินเฟ้อของประเทศให้อยู่ในเกณฑ์ร้อยละ ๑ - ร้อยละ ๓ เท่านั้น จากสถานการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจโลก พบว่า ปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้มีสาเหตุมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ขาดแคลนสินค้า อาหาร และพลังงาน จึงส่งผลให้ราคาพลังงานสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันและแก๊ส ประกอบกับความขัดแย้งในยุโรปและการปฏิเสธการใช้ก๊าซธรรมชาติจากประเทศรัสเซีย ทำให้ความต้องการพลังงานมีมากขึ้น ราคาพลังงานจึงปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ราคาเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศไทยมีราคาสูงขึ้นมาก กล่าวคือ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ราคาลิตรละ ๒๒.๕๐ บาท ถึง ๒๔.๖๗ บาท ปรับขึ้นเป็น ๔๓.๔๔ บาท ถึง ๔๔.๕๐ บาท ปรับเพิ่มขึ้นถึง ๑ เท่าตัว ภายในระยะเวลา ๔ เดือน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดในส่วนของต้นทุนการผลิตตามความเป็นจริงที่จัดซื้อโดยไม่ต้องอ้างอิงราคาตลาดโลก แก้ไขราคาต้นทุนให้ถูกลงโดยการปรับสัดส่วนเอทานอลให้เหมาะสม รวมทั้งติดต่อขอซื้อน้ำมันราคามิตรภาพจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง นอกจากนี้ รัฐบาลควรกำหนดมาตรการประหยัดพลังงานภาพรวมของประเทศ เพื่อลดการขาดดุลการค้าและดุลการชำระเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	8	2565	2022-06-14T00:00:00
155	487	193	นายสมชาย ชาญณรงค์กุล	ความเดือดร้อนของประชาชน	ขอให้แก้ไขปัญหาเส้นทางขนส่งผลไม้ภาคตะวันออก	   ภาคตะวันออกของประเทศไทยสามารถปลูกผลไม้ได้ผลผลิตปีละประมาณ ๕-๖ แสนตัน รถขนส่งผลไม้ต้องสัญจรบนทางหลวงหมายเลข ๓ ไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐ คัน เพื่อส่งผลผลิตไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศและเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งการขนส่งผลไม้จะเริ่มปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน แต่ถนนสายดังกล่าวกลับมีการซ่อมผิวจราจรโดยปิดช่องจราจรทำให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณสามแยกแกลงถึงจันทบุรี มีไฟสัญญาณจราจรอีกเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ ทั้งทางอากาศและทางเรือเกิดความล่าช้าไม่ทันเรือและเครื่องบิน ผลไม้ตกค้างเน่าเสีย ซึ่งเป็นปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นทุกปีที่กรมทางหลวงได้รับงบประมาณแล้วจึงดำเนินการซ่อมแซมในช่วงเวลาดังกล่าวเสมอ รวมถึงการซ่อมแซมมีความล่าช้าและบางวันไม่มีคนงานทำงาน ก่อให้เกิดความล่าช้าและความเสียหายต่อธุรกิจของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการซ่อมแซมผิวจราจรภาคตะวันออกนั้น สามารถดำเนินการช่วงใดของปีงบประมาณก็ได้ แต่ต้องมิใช่ฤดูกาลขนส่งผลไม้ที่มีระยะเวลาเพียง ๔ เดือน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาทบทวนแผนการปรับปรุงซ่อมแซมถนนโดยคำนึงถึงฤดูกาลผลผลิตและการขนส่งสินค้า เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศต่อไป	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
156	486	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ขอทราบข้อมูลความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของกิจการลูกเสือวิสามัญ	   จากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในประเด็นชุดเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี เพิ่มภาระให้กับผู้ปกครองนอกเหนือไปจากชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน ชุดพละ ชุดเพื่อการแสดง ค่าอุปกรณ์งานฝีมือ หรือค่าใช้จ่ายจิปาถะในช่วงเปิดภาคการศึกษาอยู่เสมอ ซึ่งสถานศึกษาแต่ละแห่งควรสอบถามความเห็นสมาคมผู้ปกครองเพื่อรับทราบปัญหาและดำเนินการช่วยเหลือ การใช้มาตรการใดก็ตามจะต้องไม่ก่อให้เกิดการด้อยค่ากิจกรรมลูกเสือ และเนตรนารี โดยควรทำให้ประชาชนได้ทบทวนว่ากิจกรรมลูกเสือฯ มีคุณูปการต่อตัวเยาวชน ประชาชน ครอบครัว สังคม ชุมชน และประเทศชาติ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับกิจกรรมลูกเสือเป็นอย่างยิ่ง โดยได้มีพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีการกำหนดกิจกรรมในวิชาลูกเสือ ได้แก่ การฝึกแถว ฝึกระเบียบ เรียนรู้การใช้ชีวิตรวมหมู่ที่ต้องมีระเบียบวินัย และมีวิชาต่างๆ เพื่อการเอาตัวรอดเมื่อเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน แม้กระทั่งวิชาการสอดแนม (Scouting) ได้มีการกำหนดวิชาลูกเสือสำรองในระดับประถมศึกษา ลูกเสือสามัญในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ลูกเสือวิสามัญในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรืออาชีวะ หรืออุดมศึกษา สำหรับผู้บังคับบัญชาลูกเสือก็ยังมีการอบรมในหลักสูตรต่างๆ ทั้งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝึก ผู้อำนวยการฝึก แต่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหารซึ่งผู้ที่ศึกษาได้รับการยกเว้นไม่ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เป็นเหตุให้นักเรียนระดับมัธยมปลายไม่สนใจวิชาลูกเสือวิสามัญอีกต่อไป ดังนั้น ขอหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้\n   ๑) ปัจจุบันมีลูกเสือวิสามัญสำหรับนักเรียนระดับมัธยมปลาย อาชีวศึกษา หรือระดับ อุดมศึกษา จำนวนเท่าใด\n   ๒) มีแนวทางสนับสนุนกิจการลูกเสือวิสามัญอย่างจริงจังหรือไม่ และได้กำหนดงบประมาณสนับสนุนเพียงใด\n   ๓) มีการศึกษาผลสัมฤทธิ์ และการวิจัยเพื่อปรับให้เข้ากับยุคสมัยหรือไม่	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
157	485	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	สร้างจิตสำนึกนักเรียนในสถานศึกษา	ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองเรื่องการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาว่าควรมีนโยบายในการอบรมให้ความรู้สร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจในการรับรู้\nเท่าทันสื่อ ซึ่งเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาจำนวนมากจะมีอุปกรณ์รวมทั้งเครื่องมือสื่อสาร จึงมีการรับสื่อที่หลากหลายและสื่อบางประเภทที่ไม่ถูกต้องสร้างสรรค์ ทำให้เยาวชนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เคารพครู และไม่เคารพพ่อแม่ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดอบรมแก่นักเรียนเพื่อให้รู้เท่าทันสื่อ	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
158	484	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	กฎหมาย	ขอให้ขยายเวลาประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ออกไป ๙๐ – ๑๒๐ วัน	   เนื่องจากได้รับการปรึกษาจากราชวิทยาลัยหลายแห่งผ่านทางแพทยสภาว่ามีความ\\nเป็นห่วงในเรื่องช่องว่างระยะเวลาเมื่อครบ ๑๒๐ วัน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ในวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ซึ่งจะมีผลให้ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ ทำให้กัญชาและกัญชงพ้นจากยาเสพติดประเภทดังกล่าว ยกเว้นสารสกัดจากทุกส่วนของกัญชาและกัญชงที่มี เตตราไฮโดรแคนนาบินอยด์ (Tetrahydrocannabinol : THC) เกินกว่าร้อยละ ๐.๒ และสารสกัดที่ได้จากเมล็ดกัญชาและกัญชงจากต่างประเภท ผลที่เกิดขึ้นจะทำให้สามารถปล่อยตัวผู้ต้องหา ลดคดียาเสพติด และการทำงานวิจัยมีความสะดวกมากขึ้น แต่หากนำช่อดอกมาใช้เพื่อนันทนาการเพื่อความบันเทิงและสนุกสนาน จะเกินกว่าวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลเคยชี้แจงต่อรัฐสภาไว้ ทั้งนี้ การปลูกกัญชา การเสพกัญชา การค้ากัญชาทั้งสดและแห้ง การซื้อขายกัญชาที่ทำในตลาดมืด การค้านอกระบบ การค้าทางออนไลน์จะสามารถกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายจะมีผลทำให้หลายพื้นที่เป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาดของกัญชา เช่น สถานบันเทิง สถานบริการ และแหล่งพบปะสังสรรค์รวมกลุ่มของเยาวชน ส่งผลกระทบด้านสุขภาพ ปัญหาทางสังคม อุบัติเหตุที่จะเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการเสพของเยาวชน กรณีนี้จะทำให้ประเทศไทยขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. ๑๙๖๑ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๗๑ และขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบการค้ายาเสพติด และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ค.ศ. ๑๙๘๘ ในความผิดทางอาญาเกี่ยวกับกัญชาซึ่งการกระทำของกลุ่มเครือข่ายการผลิตและค้ากัญชาทั้งในประเทศและที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งประเทศปลายทางที่มีการส่งกัญชาไปจำหน่ายในตลาดมืดจะกลายเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ผิดกฎหมายในประเทศไทยในช่วงที่มีช่องว่างของกฎหมาย ย่อมมีการละเมิดอนุสัญญาดังกล่าว และประเทศไทยอาจเป็นประเทศเดียวที่ละเมิดอนุสัญญาสหประชาชาติในลักษณะนี้ ทั้งที่ปัจจุบันมีเพียง ๒ ประเทศ ที่ให้เสพกัญชาเพื่อนันทนาการได้ คือ ประเทศอุรุกวัย และประเทศแคนาดา ส่วนประเทศสหรัฐอเมริกามีเพียง ๑๙ มลรัฐ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยถูกเพ่งเล็งจากคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณากรณีการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาเสพติดประเภทที่ ๕ ออกไป ๙๐ - ๑๒๐ วัน เพื่อรอร่างพระราชบัญญัติกัญชาและกัญชง พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
159	483	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาด้านการตลาดของเกษตรกรผู้ปลูกขนุน	"เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ องค์การบริหารส่วนตำบลสระว่านพระยา อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดเทศกาลขนุนโลก หนุนนำ หมากมั่งมี ครั้งที่ ๑ โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานเปิดงาน ภายในงานมีการแสดงและจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และสินค้า OTOP ซึ่งอำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา \nเป็นแหล่งปลูกขนุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเกษตรกรประกอบอาชีพปลูกขนุนประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่เศษ มีรายได้หลายร้อยล้านบาทจากส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และบางประเทศในแถบยุโรป ต่อมาเมื่อปลายปี ๒๕๖๓ เกิดสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ การส่งออกไปยังต่างประเทศมีความยากลำบากมากขึ้น เนื่องจากมาตรการควบคุมโรค ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกขนุนได้รับความเดือดร้อน จากเดิมราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ ๒๐ - ๓๐ บาท ปัจจุบันราคาจำหน่ายเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๒ บาท หรือ จากเดิมจำหน่ายลูกละ ๕๐๐ บาท ปัจจุบันจำหน่ายได้เพียงลูกละ ๕๐ บาท \nแต่สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้น ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดังนี้\n		๑. ขอให้ประสานงานเรื่องการส่งออกขนุนและผลิตผลจากขนุนไปยังตลาดต่างประเทศ \n		๒. ขอให้ส่งเสริมการซื้อขายภายในประเทศ หรือส่งเสริมการแปรรูปผลผลิตจากขนุน\nเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกขนุนมีรายได้ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้\n"	กระทรวงพาณิชย์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
160	482	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติ ระบบ M-Flow	กระทรวงคมนาคมได้นำระบบ M-Flow มาใช้ในการจัดเก็บค่าธรรมเนียม \nซึ่งเป็นการให้รถยนต์ผ่านด่านก่อนและจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมในภายหลังผ่านบัตรเครดิต จากเดิมที่มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ๒ แบบ คือ ๑) แบบชำระเงินสด และ ๒) ระบบ M-Pass/Easy Pass ซึ่งเป็นการ\nเติมเงินไว้ในบัตรและตัดเงินเมื่อรถยนต์ผ่านด่าน โดยกระทรวงคมนาคมมีโครงการนำร่องระบบ M-Flow \nที่ถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันออก บริเวณอำเภอธัญบุรีถึงอำเภอลำลูกกา ซึ่งด่านจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวมีช่องบริการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรวมทั้งหมด จำนวน ๑๕ ช่อง แบ่งเป็น ๑) ช่องชำระเงินสด จำนวน ๖ ช่อง ๒) ช่องระบบ M-Pass/Easy Pass จำนวนเพียง ๑ ช่อง และ ๓) ช่องระบบ M-Flow จำนวนมากถึง ๘ ช่อง ทั้งที่ระบบ M-Pass/Easy Pass มีบัญชีผู้ใช้บริการ จำนวนกว่า ๒ ล้านบัญชี ขณะที่ระบบ M-Flow ซึ่งเป็นระบบใหม่มีบัญชีผู้ใช้บริการเพียง ๓ แสนบัญชีเท่านั้น เป็นเหตุให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่าน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการดังนี้ \n๑) ปรับปรุงช่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางให้มีความสอดคล้องกับจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการ \n๒) แม้ว่าระบบ M-Flow จะเป็นระบบผ่านก่อนจ่ายเงินในภายหลัง หากผู้ใช้บริการ\nลืมจ่ายต้องเสียค่าปรับ หรือต้องมีการผูกบัญชีกับบัตรเครดิตนั้น ผู้ใช้บริการบางคนไม่สะดวกชำระ\nผ่านบัตรเครดิต จึงควรให้เป็นทางเลือกของผู้ใช้บริการ ไม่ควรบังคับให้ใช้บริการช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น\n๓) ปรับปรุงช่องบริการอัตโนมัติทุกช่อง ให้สามารถรองรับทั้ง ๓ ระบบ คือ ระบบ \nM-Pass/Easy Pass และระบบ M-Flow โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ทำให้สามารถบริหารจัดการร่วมกันได้	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
161	481	147	นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร	นโยบายของรัฐบาล	การติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5	   ที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผชิญกับสถานการณ์มลพิษทางอากาศฝุ่นละออง PM2.5 ที่รุนแรง ในระหว่างปี ๒๕๖๑ โดยรายงานของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จนอยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยยังมีปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับเกินเกณฑ์มาตรฐานติดอันดับโลก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดขอนแก่น มีมลพิษทางอากาศสูงเช่นเดียวกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน ได้แก่ ๑) ด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มอัตราการป่วยและเสียชีวิตด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจหลอดเลือด และมีผลต่อผิวหนัง และดวงตา ชักนำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และ ๒) ด้านสังคมและเศรษฐกิจ ส่งผลให้ครัวเรือนมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากค่ารักษาพยาบาลและค่าอุปกรณ์ป้องกันมลพิษ นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ประชาชนลดการออกนอกบ้าน ยอดขายร้านอาหารและร้านค้าปลีกปรับตัวลดลงโดยรัฐบาลในขณะนั้นได้มีมาตรการและการรณรงค์แก้ไขปัญหาดังกล่าวหลายประการ อาทิ รณรงค์ไม่ให้จุดไฟเผาไร่ข้าวโพดและไร่อ้อย แนะนำให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกนอกบ้าน ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพื่อลดมลพิษ ใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบสภาพมลพิษในอากาศ เป็นต้น ต่อมา ในปี ๒๕๖๒ โลกเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ถูกจัดให้เป็นปัญหาสำคัญลำดับรอง และการสื่อสารสร้างการรับรู้แก่ประชาชนลดลง โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยงานหลักได้เสนอแผนบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” (พ.ศ. ๒๕๖๓) และแผนเฉพาะกิจเพื่อการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ และเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ตามลำดับ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้\n   ๑. ในการดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล (พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕) \\nซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการดำเนินการถึงขั้นตอนใด และผลการดำเนินการเป็นอย่างไร\n   ๒. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้วางแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ไว้อย่างไร	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
162	480	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	กฎหมาย	การบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒	พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ จะส่งผลกระทบต่อมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริต กล่าวคือ ประเทศไทยได้มีการตรากฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารระดับสูง รวมถึงข้าราชการบางประเภท มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งนี้ เพื่อให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ \nซึ่งสอดคล้องกับมาตรการขององค์การสหประชาชาติในการต่อต้านการคอร์รัปชันในมาตรฐานจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐของประเทศสมาชิก และสอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกัน\nและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งได้กำหนดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมทั้งการทุจริตและประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. ทั้งนี้ เพื่อให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้\nในการตรวจสอบการทุจริตและประพฤติมิชอบและร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว อาทิ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่อาศัย เป็นต้น ถือเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ซึ่งจะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเสียก่อน เว้นแต่จะเป็นการทำเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ อันเป็นข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๖ (๕) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาล โดย “คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” พิจารณาจัดทำข้อยกเว้นตามมาตรา ๒๖ (๕) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล\nส่วนบุคคลฯ ความว่า “เพื่อเป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล\nมาบังคับใช้กับเจ้าพนักงานของรัฐทุกคนที่ได้รับสิทธิในการใช้ดุลพินิจจากรัฐ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบความร่ำรวยผิดปกติและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ดังที่เคยปฏิบัติมาแต่เดิม”	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	6	2565	2022-06-07T00:00:00
163	479	133	นายไพโรจน์ พ่วงทอง	ความเดือดร้อนของประชาชน	การช่วยเหลือเกษตรกรเนื่องจากราคาปุ๋ยสูงขึ้น	ปัจจุบันปุ๋ยเคมีได้มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ ๒๐๐ จากราคา ๖๘๐ บาทต่อกระสอบ เป็นราคา ๑,๗๐๐ บาทต่อกระสอบ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ ได้มีการจำหน่ายปุ๋ยปลอม ปุ๋ยที่ไม่มีคุณภาพให้กับเกษตรกร ถึงแม้ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรออกตรวจสอบแล้วก็ตาม แต่การดูแลและตรวจสอบยังไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร อีกทั้ง กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดโครงการลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร ผ่านสหกรณ์การเกษตร แต่การจัดกิจกรรมเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และมีจำนวนปุ๋ยไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร จึงขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ ได้พิจารณาว่ามีกิจกรรมหรือโครงการใด อย่างไร ที่สามารถลดราคาปุ๋ยอย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึง	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
164	478	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	การสร้างอาคารเรียนของโรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี	โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี ได้มีอาคารเรียนบางอาคารที่มีสภาพเก่าและชำรุดทรุดโทรม จนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ และกระทรวงศึกษาธิการได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการรื้อถอนอาคารดังกล่าวแล้ว แต่มิได้อนุมัติงบประมาณเพื่อการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ จึงทำให้อาคารเรียนที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่เพียงพอสำหรับใช้จัดการเรียนการสอน เนื่องจากปัจจุบันมีนักเรียน จำนวน ๔,๐๐๐ คนเศษ จึงขอให้กระทรวงฯ แก้ไขปัญหาอาคารเรียนที่มีไม่เพียงพอของโรงเรียนโดยด่วน	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
165	477	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	ความเดือดร้อนของประชาชน	ติดตามค่าชดเชยกรณีโค - กระบือ เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน	เกษตรกรที่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับความเดือดร้อนจากโค - กระบือ เสียชีวิตจากโรคลัมปีสกิน ถือเป็นโรคที่เกิดขึ้นใหม่ และกรมปศุสัตว์ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยมีสัตว์ล้มตาย จำนวน ๖,๗๗๐ ตัว คิดเป็นเงินชดเชย จำนวน ๑๓๒,๑๔๒,๐๐๐ บาท แม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ชดเชยบางส่วน จำนวน ๒๗ ตัว และมีบางส่วนไม่เข้าเกณฑ์ คงเหลือเงินที่ต้องชดเชย จำนวน ๑๑๘,๓๕๐,๒๕๐ บาท จำนวน ๖,๗๔๓ ตัว ซึ่งได้มีการติดตามสอบถามเป็นระยะ แต่ยังไม่ได้รับการชดเชยใด ๆ  จากสำนักงบประมาณ ซึ่งหากสัตว์เหล่านี้ได้รับการรักษาหรือได้รับวัคซีนป้องกันก็จะไม่เกิดความสูญเสีย และประชาชนจะได้เลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ไม่ให้เป็นภาระของรัฐ จึงขอติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับเงินชดเชยว่าเกษตรกรจะได้รับเมื่อใด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
166	476	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	การจัดการเรียนรู้หลักประชาธิปไตยในโรงเรียน	คนไทยขาดความรู้และความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เช่น หลักสิทธิและเสรีภาพ คนส่วนใหญ่คำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพส่วนตนมากกว่าการเคารพสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ดังนั้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญ รักและยึดมั่น ในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จึงได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เข้าร่วมการพิจารณาเกี่ยวกับแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยมีข้อสรุป คือ ๑) ต้องจัดหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยที่เป็นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Active Learning) โดยใช้กิจกรรมสภานักเรียนเป็นกลไกในการขับเคลื่อน และ ๒) ต้องจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนมีความรักและศรัทธาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการบูรณาการผ่านวิชาต่าง ๆ เช่น หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ประวัติศาสตร์ ลูกเสือ เนตรนารี และกิจกรรมจิตอาสา เป็นต้น จึงขอให้กระทรวงฯ ประกาศนโยบายเป็นวาระแห่งชาติว่าจะเสริมสร้างองค์ความรู้วิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย สร้างการเรียนรู้และทำให้เด็กรักและยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับรู้และร่วมกันพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองต่อไป	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
167	475	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	บริเวณจุดตัดทางรถไฟในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี	รัฐบาลได้ลงทุนพัฒนาโครงข่ายรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม - ชุมพร มูลค่าการลงทุนกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ โดยการก่อสร้างจะต้องไม่มีจุดตัด (ระหว่างถนนกับรางรถไฟ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินรถ ซึ่งในพื้นที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี มีจุดตัดตลอดเส้นทางนับ ๑๐ แห่ง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ออกแบบให้บริเวณจุดตัดมีสะพานกลับรถ (U-Turn Bridge) สะพานข้ามทางรถไฟ (Overpass) หรือจุดลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ต้องการให้ก่อสร้างเป็นทางยกระดับ เหมือนกับเส้นทางรถไฟที่ผ่านจังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อย่างไรก็ตาม นอกจาก รฟท. ปฏิเสธการก่อสร้างทางยกระดับแล้ว ยังยกเลิกการก่อสร้างจุดตัดตามที่ออกแบบไว้เดิม เนื่องจากได้ตัดลดงบประมาณ จำนวน ๒๐๐ ล้านบาทเศษ เพื่อไปใช้ในโครงการอื่น ซึ่งหากไม่ดำเนินการก่อสร้างจุดตัดตามที่ได้ออกแบบไว้จะก่อให้เกิดปัญหา คือ ๑) ปัญหาอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น ๒) ปัญหาจราจรติดขัดในบริเวณจุดตัดที่ไม่มีสะพานกลับรถ สะพานข้ามทางรถไฟ หรือจุดลอดใต้ทางรถไฟ และ ๓) การลงทุนพัฒนาเส้นทางรถไฟไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
168	474	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	กฎหมาย	การรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมไทยเพื่อการไม่สูบบุหรี่	การประชุมสมัชชาอนามัยโลก (World Health Assembly : WHA) สมัยที่ ๗๕ ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้รับรางวัล Dr. LEE Jong-wook Memorial Prize for Public Health จากองค์การอนามัยโลก (WHO) ในฐานะบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นด้านการสร้างเสริมสุขภาพ โดยการรณรงค์ขับเคลื่อนสังคมไทยเพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลา ๓๖ ปี จนกระทั่งผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ชื่นชมและได้รับการยอมรับในระดับสากล ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง โดยในโอกาสดังกล่าว ศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิตฯ ได้กล่าวปาฐกถาใจความสำคัญว่า “สงครามนี้จะชนะไม่ได้ ถ้าไม่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนค่านิยมการสูบบุหรี่ไม่ให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ และทำให้คนที่ติดบุหรี่เลิกสูบ” อย่างไรก็ตาม การที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า ได้มีการพยายามผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น เป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับการรณรงค์ของศาสตราจารย์นายแพทย์ประกิตฯ และภาคีเครือข่ายที่ได้รับรางวัลยกย่อง จึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณากำกับดูแลกรณีดังกล่าว เพราะจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
169	473	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	การบูรณาการความร่วมมือเพื่อการดูแลรักษาป่าชุมชน ณ ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี	ตำบลจรเข้สามพันในอดีตเคยเป็นอำเภอจรเข้สามพัน แขวงเมืองสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเมืองที่มีผู้คนเคยอาศัยมาตั้งแต่ก่อนสมัยทวารวดี มีโบราณสถานซากเจดีย์โบราณ คอกช้างดิน พื้นที่          ทำพิธีกรรมของพราหมณ์ตั้งแต่ยุคก่อนพระพุทธศาสนาเข้ามาประเทศไทย รวมถึงพันธุ์ไม้หายาก ได้แก่ ปรงพันปี สลัดได และกระเจียวป่าซึ่งถูกพบเมื่อไม่นานมานี้ ปัจจุบันเป็นเทศบาลตำบล ดูแล ๑๕ หมู่บ้าน พื้นที่ด้านตะวันตกมีป่าชุมชนหลายแห่ง อาทิ ป่าชุมชนบ้านหนองบัว หมู่ที่ ๑ ซึ่งเป็นป่าชุมชนตามประกาศกรมป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ป่าชุมชนบ้านเนินสมบัติซึ่งอยู่ติดกับสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ป่าชุมชนเขาผักหวาน ตำบลจรเข้สามพัน ป่าชุมชนบ้านศรีสรรเพชญ์ ตำบลอู่ทอง และตำบลเขาพระ โดยป่าชุมชนเหล่านี้ประชาชนในพื้นที่ต้องการบูรณะ ดูแล ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดสามารถเข้าถึงได้โดยรอบ แต่ขาดการสนับสนุนจากภาคราชการ จึงขอให้พิจารณาสนับสนุนการบูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในพื้นที่ตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงระดับหมู่บ้าน เพื่อให้มีการดูแลเขตพื้นที่ให้ตรงตามเจตนารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเขตป่าสงวน เขตป่าชุมชน เขตสัมปทาน รวมถึงการรักษาทรัพยากรอันล้ำค่าในพื้นที่เพื่อทำนุบำรุง ส่งเสริม อนุรักษ์โดยการจัดกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความตื่นตัว และสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีกำลังที่จะรักษาทรัพยากรของชาติอันล้ำค่านี้ต่อไป	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
170	472	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	กรุงเทพมหานครจากเมืองน่าท่องเที่ยวสู่เมืองน่าอยู่อาศัยสำหรับทุกคน	สถิติการจัดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกย้อนหลังไปหลายปี กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม เมืองที่มีเสน่ห์มีแรงดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกนี้\\nยังไม่สัมพันธ์กับความเป็นเมืองน่าอยู่อาศัย นักท่องเที่ยวมาแล้วก็ไป แต่คนไทยยังคงอยู่เช่นเดิม ที่ผ่านมาผู้บริหารกรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการนำร่องเป็นจำนวนมาก อาทิ โครงการจัดระเบียบทางเท้าและปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชดำริที่ไม่มีการดูแลอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งทรุดโทรม โครงการศาลาที่พักโดยสารรถประจำทางอัจฉริยะ (Smart Bus Shelter) ที่มีเพียงไม่กี่แห่ง บางแห่งอุปกรณ์ใช้การไม่ได้ ไม่มีสิ่งบ่งชี้\\nถึงความปลอดภัยและความสะดวกต่อคนทุกกลุ่ม อีกทั้ง รถประจำทาง สวนสาธารณะ ยังคงเป็นสถานที่ที่เข้าถึงยาก ไม่เป็นมิตร ไม่สะดวกและมีอันตรายรอบด้าน ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาดำเนินโครงการต่าง ๆ โดยคำนึงถึงคนทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงผู้พิการให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข เพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองมหานครที่น่าอยู่อาศัยสำหรับทุกคน กล่าวคือ เป็นเมืองอัจฉริยะ มีความปลอดภัย สะอาด การเดินทางสะดวกเชื่อมโยงกัน การจัดภูมิทัศน์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นผิวทางเท้า ทางข้ามถนน สะพานลอยคนข้าม ซึ่งจะนำไปสู่ผู้คนยิ้มแย้ม เกิดการยอมรับในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักเท่าเทียมและเป็นธรรมถ้วนหน้า โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนต่อไป\\n	ผว.กทม.	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
171	471	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การเตรียมความพร้อมให้โรคโควิด ๑๙ เป็นโรคประจำถิ่น	   เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ รัฐบาลจะประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โรคโควิด ๑๙) เป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ตลอดระยะเวลา ๒ ปีเศษ ที่มีการแพร่ระบาดฯ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสภาพเศรษฐกิจของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) สนับสนุนให้โรคโควิด ๑๙ เป็นโรคประจำถิ่น กล่าวคือ “สามารถลดระดับได้แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศ” สำหรับประเทศไทยการแพร่ระบาดได้เริ่มลดความรุนแรงลงมาก และประชาชนได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วมากกว่า ๒๗.๖ ล้านคนซึ่งโรคประจำถิ่น (Endemic) หมายถึง โรคระบาดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งที่สามารถคาดการณ์และควบคุมได้ แต่มิได้หมายความว่าอาการของโรคต่อบุคคลจะลดความรุนแรงลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอายุเกิน ๖๐ ปี กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว ๗ โรค สตรีมีครรภ์ และผู้ที่ได้รับวัคซีนยังไม่ครบ ๓ เข็ม ยังคงต้องใช้มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) เช่นเดิม ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนว่า การประกาศเป็นโรคประจำถิ่นนั้นเป็นเพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายโรคติดต่อเพื่อเปลี่ยนผ่านจากโรคระบาดร้ายแรงมาเป็นโรคที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ เพื่อให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการควบคุมแต่ละพื้นที่ อีกทั้ง เน้นย้ำให้ประชาชนยังคงป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด โดยสวมหน้ากากอนามัยในสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มเป็นจำนวนมากเพื่อควบคุมและลดการแพร่ระบาดต่อไป	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	4	2565	2022-05-31T00:00:00
172	470	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	กฎหมาย	การโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด นำร่อง  ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖	   การถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด จำนวนที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเสนอ คือ ๓,๓๖๔ แห่ง และจากสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี รวมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมทั้งสิ้น ๙,๗๘๗ แห่ง ซึ่งสำนักงบประมาณ และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้พิจารณาอนุมัติจำนวน ๕๑๒ แห่ง และเบื้องต้นทราบว่าได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดทำต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ในการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ดังนี้ ๑) กลุ่ม S คือ ประชาชนน้อยกว่า ๓,๐๐๐ คน ๒) กลุ่ม M คือ ประชาชน ๓,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ คน และ ๓) กลุ่ม L คือ ประชาชน ๘,๐๐๐ คน ขึ้นไป ทั้งนี้ การจัดทำต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ดังกล่าวเป็นตัวเลขเบื้องต้นที่ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากรณีการถ่ายโอนขึ้นอยู่กับความต้องการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และในอนาคตจะมีการเปรียบเทียบกันทั้ง ๒ ระบบ เนื่องจากพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดว่า ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีหน้าที่จัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัดและอื่น ๆ ซึ่งกรณีของการถ่ายโอนอยู่ในภารกิจอื่น ๆ ถึงแม้ว่าจะมีสองระบบเปรียบเทียบ เรื่องการดูแลประชาชนในภาพรวม นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขด้านการส่งเสริมป้องกันรวมทั้งโรคระบาดใหม่ การรักษา พยาบาล และหน่วยบริหารปฐมภูมิตามพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. ๒๕๖๒ ถือเป็นเรื่องที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดต้องจัดให้มีขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม จำนวน ๕๑๒ แห่งนี้ จะเป็นแซนด์บ็อกซ์นำร่อง ซึ่งคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เขตอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พบว่า อำเภอโป่งน้ำร้อน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไม่ต้องการถ่ายโอนทั้งหมด ดังนั้น จึงขอให้มีการศึกษาอย่างรอบคอบเพื่อพิจารณาศึกษาถึงผลดีและผลเสียจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ทั้งหมด ๕๑๒ แห่ง ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วยผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน	กระทรวงสาธารณสุข 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
173	469	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	โรงเรียนยังขาดผู้อำนวยการสถานศึกษาและการเปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ควรแยกระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา	ขอหารือจำนวน ๒ ประเด็น ดังนี้\n   ประเด็นที่ ๑ สืบเนื่องจากการลงพื้นที่พบปัญหาว่า ผลการเรียนและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของบางโรงเรียนตกต่ำมาก เนื่องจากขาดผู้อำนวยการสถานศึกษา ซึ่งโรงเรียนในระดับประถมและระดับมัธยมจำเป็นต้องมีผู้บริหารเพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน ตัวอย่าง โรงเรียนวัดหนองบัว จังหวัดราชบุรี โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาเป็นระยะเวลานานแล้ว ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการเปิดสอบผู้บริหารสถานศึกษาอย่างเร่งด่วนเพื่อเข้ามาตัดสินใจและบริหารจัดการการเรียนการสอน\n   ประเด็นที่ ๒ การเปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรพิจารณาจากบริบทการจัดการเรียนการสอน ยกตัวอย่าง การสอบบรรจุครูในระดับประถมศึกษา ควรให้ความสำคัญกับกระบวนการร่างกายของเด็กเล็ก ส่วนระดับมัธยมศึกษาจะเป็นเรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้น จึงขอให้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยแยกระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
174	468	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	สลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อใคร	จากเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖ วุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบรายงาน      ผลการพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากในประเทศไทย  ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลาก   ในประเทศไทย พิจารณาเสร็จแล้ว โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าว ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา   ผู้ขอปรึกษาหารือเป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ นักวิชาการ อดีตผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวแทนจากภาคประชาสังคม และตัวแทนผู้ค้าสลากรายย่อย ต่อมารัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาล น่าเชื่อว่าได้นำเอาสาระสำคัญบางประเด็นจากรายงานดังกล่าวไปประกอบการพิจารณา โดยมองว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ใช่เพียงกลไกที่ใช้ในการหารายได้เข้าภาครัฐ ไม่ใช่เป็นเพียงกลไกในการป้องปรามการเสพติดการพนันที่รุนแรง หากแต่เป็นเรื่องของการเปิดโอกาสให้แก่คนที่ต้องการเสี่ยงโชคพอเหมาะพอควร โดยมีการจัดเก็บรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเข้ารัฐ และรัฐจะได้จัดสรรเงินบางส่วนไปสนับสนุนกองทุนที่ดำเนินกิจการด้านสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน และครอบครัวของกลุ่มคนเปราะบาง แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลไม่เคยปรับเปลี่ยน คือ การรักษาดุลยภาพระหว่างการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐกับการแก้ไขเยียวยาปัญหาสังคมด้านต่าง ๆ รัฐบาลยังคงพัฒนาระบบการจำหน่ายสลาก โดยยึดมั่นกับการได้รับกำไรเต็มจำนวน และควบคุมราคาจำหน่ายสลาก ฉบับละ ๘๐ บาท โดยไม่นำพาต่อข้อเท็จจริงที่ว่าสลากไม่มีวันจำหน่ายหมดทุกฉบับ ถ้าต้องการได้รับกำไรเต็มจำนวน ก็ต้องยอมรับความผันผวนในเรื่องราคาจำหน่ายสลาก ปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินนโยบายจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและเอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่ม แต่โดยที่แอปพลิเคชันดังกล่าวยังไม่เสถียร ไม่คำนึงถึงการเข้าถึงของคนทุกกลุ่ม รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงผู้พัฒนาระบบอยู่เนือง ๆ ดังนั้น จึงขอปรึกษาหารือดังนี้\n  ๑. หากรัฐบาลยังคงจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง รัฐบาลควรพิจารณาให้ครอบคลุมถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง โดยเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ค้าสลากรายย่อยสามารถเข้าถึงกลไกดังกล่าว\n  ๒. หากรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการบริหารจัดการแอปพลิเคชันเป๋าตัง รวมถึงแอปพลิเคชันถุงเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ควรชะลอนโยบายดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น\n  ๓. รัฐบาลควรพิจารณาปฏิรูประบบการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างจริงจัง โดยคำนึงถึงความสมดุลของการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ การแก้ไขเยียวยาปัญหาสังคม ตลอดจนการจัดสรรเงินไปใช้ประโยชน์ดูแลสวัสดิการแก่ผู้ค้าสลากรายย่อย	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
175	467	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	นโยบายของรัฐบาล	มาตรการการพัฒนาเกษตรกรเพื่อรองรับการแก้ปัญหาปุ๋ยเคมีราคาสูง	ในปัจจุบัน ปุ๋ยเคมีที่จำหน่ายในท้องตลาด รวมถึง “ปุ๋ยสั่งตัด” ซึ่งเป็นปุ๋ยเคมีที่ผลิตขึ้นตามชุดดินและค่าวิเคราะห์ดิน ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) กรมส่งเสริม การเกษตร มีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ ๒๐๐ ในขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ใช้ปุ๋ยเคมีได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงควรจัดให้มีการฝึกอบรมแก่เกษตรกรซึ่งส่วนใหญ่ได้ทำการเกษตรควบคู่กับการทำปศุสัตว์ ให้มีองค์ความรู้ในการนำเอามูลสัตว์ที่ได้จากการทำปศุสัตว์ มาใช้ประโยชน์ในการทำปุ๋ยคอกทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายจากปุ๋ยเคมี ซึ่งในปีหนึ่ง ๆ มีมูลสัตว์จากการทำปศุสัตว์ จำนวนเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน อีกทั้งปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยอินทรีย์ย่อมส่งผลดีต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรวม ดังนั้น จึงขอสอบถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าได้มีนโยบายเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรเพื่อปรับตัวกับปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงหรือไม่ อย่างไร	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
176	466	159	นายวันชัย สอนศิริ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การลบล้างทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ	การที่ พลตำรวจโท สุรเชษฐ์  หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวว่าจะเร่งแก้ไขประวัติอาชญากร ลบประวัติ ล้างความผิด คืนชีวิต คืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน      ผู้บริสุทธิ์ให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขในสังคม โดยคัดแยกหรือเปลี่ยนแปลงรายการข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรของบุคคลผู้บริสุทธิ์ที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้านการทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้อยู่ในระดับสากลนั้น ขอชื่นชมแนวความคิดดังกล่าว เพราะปัจจุบันมีคนไทยประมาณ ๑๗ ล้านคน จากประชากรทั้งหมด ๗๐ ล้านคน มีชื่อติดอยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งบางบริษัทไม่รับบุคคลที่มีประวัติอาชญากรเข้าทำงาน ประกอบกับเวลาจะสมัครงาน หรือกระทำกิจการใด ๆ ที่หน่วยงานนั้นต้องการตรวจสอบประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปรากฏว่าการคัดทะเบียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นอาจต้องใช้เวลาทั้งวันเพราะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก แม้แต่การตรวจสอบประวัติของรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ก็ปรากฏว่าหลายคนมีประวัติตั้งแต่สมัย  วัยเยาว์ซึ่งยังคงค้างอยู่ในระบบทั้งที่คดีถึงที่สุดแล้ว ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้อง ศาลพิพากษายกฟ้องแล้วก็ตาม แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมิได้ลบล้างประวัติอาชญากรของบุคคลออกจากระบบ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยทันที เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก รวมถึงการนำเทคโนโลยีและระบบออนไลน์ต่าง ๆ มาใช้ในการตรวจสอบประวัติเพื่อประโยชน์และความรวดเร็วในการบริการประชาชน	สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
177	465	147	นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร	นโยบายของรัฐบาล	การจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร	"สายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบ มีสภาพรกรุงรัง ได้ก่อให้เกิดปัญหาที่ส่งผลต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชน และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กล่าวคือ สายไฟฟ้าสายสื่อสารที่ไร้ระเบียบรกรุงรังก่อให้เกิดอันตราย ทำให้เกิดอุบัติเหตุและ   มีความสูญเสียดังที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอ เช่น ชายคนหนึ่งในจังหวัดสุรินทร์ขับขี่รถจักรยานยนต์  ถูกสายสื่อสารที่ห้อยลงมากลางถนนเกี่ยวคอทำให้รถเสียหลักล้มศีรษะฟาดพื้นกะโหลกร้าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและต่อมาได้เสียชีวิต และยังมีเหตุการณ์ที่นักเรียนถูกสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตตกลงมาบนถนนเกี่ยวคอขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ และหญิงสาวที่เก็บของเก่าขายกลายเป็นศพโดยมือจับขั้วสายไฟฟ้า นั่งเสียชีวิตบนสะพานลอย นอกจากนี้ ภาพสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไร้ระเบียบรกรุงรังได้ถูกชาวต่างชาติเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีการตั้งคำถามต่อผู้สมัคร ผู้ว่ากรุงเทพมหานครถึงการบริหารจัดการสายไฟฟ้าและสายสื่อสารว่ามีแผนดำเนินการอย่างไร  เพราะเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย     \n	ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาและได้มีมติคณะรัฐมนตรีถึง ๒ ครั้ง คือ เมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ และวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ โดยมีมติให้กระทรวงมหาดไทย    โดยการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และกรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งมีมติให้มีการประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อให้มีการปรับปรุงจัดระเบียบสายสื่อสาร     ในเส้นทางทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแล้ว แต่ผลยังไม่ปรากฏเป็นรูปธรรม จึงเห็นควรให้ความสำคัญ  ในการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากชีวิตทรัพย์สิน และความปลอดภัยของประชาชนนั้น ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก (APEC 2022) ดังนั้น การดำเนินการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและ  สายสื่อสารหากดำเนินการอย่างรวดเร็วจะเป็นการเสริมภาพลักษณ์ของประเทศให้สวยงาม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ COVID - 19 ดีขึ้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการวางเป้าหมายให้การดำเนินงานชัดเจนและแล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว อีกทั้งขอให้มีกลไกการติดตามแผนบูรณาการ แผนปฏิบัติการให้เป็นไปตามเป้าหมาย และเห็นควรให้มีแผนบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วย"	กระทรวงมหาดไทย\n	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
178	464	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	นโยบายของรัฐบาล	การเพิกถอนโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่	เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๔ มีการออกโฉนดที่ดินบนเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พื้นที่จำนวน ๕ ไร่ โดยการใช้เอกสาร ส.ค.๑ ที่ออกให้สำหรับที่ดินแปลงอื่น โดยเจ้าหน้าที่ผู้อนุมัติได้ลงนามออกโฉนดที่ดินก่อนเกษียณอายุราชการเพียง ๓ วัน จากนั้นได้มีการประกาศขายที่ดินดังกล่าวมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก ๕ ล้านบาท เป็น ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินสาธารณะจึงได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ทั้งนี้เรื่องการเพิกถอนโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก ได้เคยหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภามาแล้ว จำนวน ๒ ครั้ง กล่าวคือ เมื่อวันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ และวันอังคารที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ซึ่งได้มีหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินดังกล่าว ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ พบว่าเกาะนุ้ยนอกเป็นเกาะขนาดเล็ก มีสภาพเป็นป่า ไม่มีร่องรอยการทำกินมาก่อน มีเพียงการแผ้วถางใหม่ ๆ เพียงบางส่วน ซึ่งได้รับทราบจากทางจังหวัดกระบี่ว่า กรมที่ดินได้ตรวจสอบแล้วเห็นว่าเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประกาศเพิกถอนโฉนดที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ และศาลปกครอง ภูเก็ตได้มีคำสั่งห้ามมิให้บุคคลใดเข้าไปใช้พื้นที่บนเกาะดังกล่าวแล้ว จึงขอชื่นชมรัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันแก้ไขปัญหาการออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งขอชื่นชมประชาชนและสื่อมวลชนที่ช่วยกันเรียกร้องเพื่อรักษาสมบัติของชาติ จึงขอให้รัฐบาลใช้เกาะนุ้ยนอกโมเดลที่ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาสมบัติชาติอย่างจริงจัง เพื่อเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาบริเวณอื่น ๆ เช่น กรณีการออกโฉนดที่ดินบนที่สาธารณะที่ชาวเลอยู่อาศัยบริเวณหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
179	463	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	นโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน	รัฐบาลได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนมาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยได้ตั้งเป้าหมายไว้ให้ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนให้ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามจากการเกิดปัญหาสงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับประเทศยูเครน ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ ๔๐ ทำให้ราคาสินค้าต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งตัวเลขอัตราเงินเฟ้อจากดัชนีค่าครองชีพในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้เพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ ๓.๒๓ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๕ เป็นร้อยละ ๕.๒๘ ซึ่งเกินเกณฑ์ควบคุมที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้อยู่ระหว่างร้อยละ ๑ – ๓ นอกจากนี้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๕ ได้ยอมรับว่าเงินเฟ้อของประเทศไทยจะสูงกว่าร้อยละ ๕ ในไตรมาสที่ ๒ – ๓ ซึ่งจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างรุนแรงโดยเฉพาะผู้มีหนี้สินครัวเรือนสูง ทั้งนี้หนี้ภาคครัวเรือนของประชาชนในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ส่วนใหญ่เป็นการกู้หนี้เพิ่มขึ้นจากการซื้อที่อยู่อาศัยมีสัดส่วนร้อยละ ๓๔.๕ และการกู้หนี้เพื่อซื้อและเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มีสัดส่วนร้อยละ ๑๒.๔ สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ\n   ๑. ขอความร่วมมือจากภาคสถาบันการเงินไม่ออกกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์การเงินที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประชาชนติดกับดักหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้สร้างการตระหนักรู้ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนอย่างยั่งยืนได้\n   ๒. สร้างการตระหนักรู้ด้านการเงินเพื่อให้ครัวเรือนเกิดการใช้จ่าย และก่อหนี้ด้วยการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยการทำบัญชีครัวเรือน บัญชีความเสี่ยง ตลอดจนการให้ความสำคัญต่อการออมและการลงทุน	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๑	2	2565	2022-05-24T00:00:00
180	462	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	ทางข้ามถนนที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวกและปลอดภัย	คณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา ได้มีการรณรงค์การข้ามถนนบริเวณหน้ารัฐสภา อันแสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของวุฒิสภาซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติที่มีต่อปัญหาความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างความตระหนัก แก่ประชาชนต่อปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยให้ความสำคัญแก่โครงสร้างพื้นฐานของทางข้ามถนนหรือทางม้าลายทั่วประเทศไทย ซึ่งทางข้ามถนนหรือทางม้าลายเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความไม่มีมาตรฐาน โดยทางข้ามถนนแต่ละแห่งมีลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ปุ่มกดให้สัญญาณเตือนว่ามีคนจะข้ามถนน บางแห่งมีและบางแห่งไม่มี ส่วนใหญ่เป็นปุ่มกดให้สัญญาณไฟ แต่ไม่มีสัญญาณเสียงเตือน หรือแม้จะมีสัญญาณเสียงเตือนแต่ถูกกลบด้วยเสียงรถยนต์ที่วิ่งสัญจรไปมา ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาปรับปรุงทางข้ามถนนบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ให้เป็น “ทางข้ามถนนต้นแบบ” ประกอบด้วย สัญญาณไฟลดความเร็ว สัญญาณเสียงเตือนตัวอักษร รวมทั้งมีลักษณะทางกายภาพอื่นๆ ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยออกแบบให้มีความสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสามารถดำเนินการได้ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้ทางข้ามถนนบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาได้อย่างสะดวกและปลอดภัย สร้างการตระหนักรู้แก่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นการเผยแพร่ทางข้ามถนนที่มีลักษณะทางกายภาพตามมาตรฐานสากล ให้แพร่หลายทั่วประเทศ นอกจากนี้ ควรปรับปรุงบริเวณทางเท้าและภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบอาคารรัฐสภาให้เป็นระบบนิเวศน์ต้นแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยสะดวกและปลอดภัย	นายกรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
181	461	26	นายเจตน์ ศิรธรานนท์	นโยบายของรัฐบาล	ความซ้ำซ้อนของแอปพลิเคชันที่ใช้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙	รัฐบาลมีภารกิจสำคัญที่จะต้องเตรียมการเปิดประเทศ ต้อนรับการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ทุเลาเบาบางลง โดยความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงข่าวว่า สหภาพยุโรป (European Union : EU) ได้มีมติรับรองประเทศไทยเป็นประเทศที่ ๒ ของทวีปเอเชีย ว่ามีมาตรฐานเท่ากับเอกสารรับรองของสหภาพยุโรป (EU Digital COVID Certificate : EU DCC) \nคนไทยจึงสามารถใช้เอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด – ๑๙ ของประเทศไทย  (Thailand Digital Health Pass) ที่บันทึกไว้ในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” แสดงสถานะสุขภาพเกี่ยวกับโควิด – ๑๙ เพื่อเดินทางไปยังประเทศที่เข้าร่วมระบบเอกสาร EU DCC จำนวน ๖๒ ประเทศ ประกอบด้วยประเทศในสหภาพยุโรป จำนวน ๒๗ ประเทศ และประเทศนอกสหภาพยุโรป จำนวน ๓๕ ประเทศ โดยไม่ต้องใช้เอกสารอื่นๆ รับรองเพิ่มเติม เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจาก ๖๒ ประเทศดังกล่าวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งเตรียมยกเลิกการตรวจด้วยวิธี RT - PCR (Real Time PCR) เปลี่ยนเป็นวิธีการตรวจด้วยตนเอง (Antigen Test Kit : ATK) ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวประหยัดค่าใช้จ่ายในการจองที่พักและโรงแรม จำนวน ๒ คืน เพื่อรอผลการตรวจ RT-PCR โดยจะมีผลใช้บังคับในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ นอกจากนี้ ผู้บริหารสายการบินแอร์เอเชีย (Air Asia) ได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอให้อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ที่ต้องกรอกแบบฟอร์มด้านสาธารณสุขที่บริเวณสนามบิน ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลควรพิจารณาให้ความสำคัญ คือ การลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติของภาครัฐ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาความซ้ำซ้อนการใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับสถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อาทิ “Thailand Plus” “หมอชนะ” และแอปพลิเคชันของแต่ละจังหวัด เป็นต้นทั้งที่แอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ของรัฐบาล มีประชาชนใช้งานมากถึง ๒๑ ล้านคน และบัญชีทางการ “หมอพร้อม” ในแอปพลิเคชันไลน์ (Line) มีประชาชนใช้งานกว่า ๑๕ ล้านคน ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรี พิจารณาให้หน่วยงานภาครัฐใช้เฉพาะแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เป็นแอปพลิเคชันหลัก เพื่อลดปัญหาความซ้ำซ้อนของภาครัฐ และเพื่อความสะดวกของประชาชน	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
182	460	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ถนนเลี่ยงเมืองเทศบาลตำบลประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี	การลงพื้นที่ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนภาคตะวันออก ณ จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เทศบาลตำบลประจันตคาม เนื่องจาก อำเภอประจันตคามเป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ถนนภายในเขตชุมชนของเทศบาลฯ เป็น ๒ ช่องจราจร ปัจจุบันมีประชากรมากขึ้นและมีรถสัญจรเป็นจำนวนมาก โดยเป็นรถขนส่งสินค้า รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ และรถโดยสารขนส่งพนักงานจำนวนมาก ซึ่งวิ่งสัญจรมาจากนิคมอุตสาหกรรม ๓๐๔ และสัญจรผ่านพื้นที่ชุมชน เนื่องจากมีถนนที่ใช้สัญจรเพียงเส้นทางเดียว ทำให้การจราจรหนาแน่น ติดขัด และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งเทศบาลตำบลประจันตคามมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงได้ส่งเรื่องขอรับการสนับสนุนไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เพื่อจัดสรรงบประมาณการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองเทศบาลตำบลประจันตคาม ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองบริเวณชุมชนในเขตเทศบาลตำบลประจันตคาม เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดและเพิ่มความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนน อีกทั้ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งระหว่างเมืองต่อไป\n	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
183	459	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค – บริโภค	"โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแบบประจำ ประเภทสหศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม \""โรงเรียนบรมราชินีนาถราชวิทยาลัย” เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๓๕ ปัจจุบันโรงเรียนฯ อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๘ กระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนประมาณ ๖๐๐ คน ตลอดระยะเวลาเกือบ ๓๐ ปี ที่เปิดทำการ โรงเรียนได้ใช้น้ำดิบจากบ่อกักเก็บน้ำของโรงเรียนและน้ำบาดาลมาโดยตลอด อีกทั้งน้ำบาดาลมีคราบสนิม หากนำมาซักเสื้อผ้าจะเกิดคราบ สร้างความลำบากให้กับครูและนักเรียนที่ต้องกินนอนที่โรงเรียน ในฤดูแล้งน้ำจะไม่พอใช้เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำ ดังนั้น จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการแก้ปัญหาโดยการเดินท่อประปาไปยังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อให้ครู นักเรียน และบุคลากรที่พักอาศัยในบริเวณโรงเรียนได้มีน้ำประปาสำหรับอุปโภค - บริโภค ต่อไป\n"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
184	458	238	นายออน กาจกระโทก	กฎหมาย	การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือกสำหรับครูสายปฏิบัติการสอน	จากการประกาศรายชื่อของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ได้สร้างความปิติยินดีให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง แต่ปรากฏว่าครูสายปฏิบัติการสอนไม่ได้รับการพิจารณา เพื่อรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก ซึ่งครูสายปฏิบัติการสอนเป็นข้าราชการครูที่ทุ่มเทเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาครูสายปฏิบัติการสอนเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เช่นเดียวกับสายผู้บริหาร โดยใช้หลักเกณฑ์การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ \nอันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย พ.ศ. ๒๕๓๖ \nตามบัญชีที่ ๔๑ ซึ่งกำหนดให้ขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับข้าราชการประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการและประเภทบริหาร โดยเงื่อนไขและระยะเวลาการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต้องได้รับเงินเดือนสูงสุดของระดับชำนาญการพิเศษ และต้องได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือกมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓ ปีบริบูรณ์ ดังนั้น จึงขอให้พิจารณาเพื่อให้ข้าราชการครู สายปฏิบัติการสอนให้ได้รับสิทธิในการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประถมาภรณ์ช้างเผือก\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
185	457	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	ความเดือดร้อนของประชาชน	จุดเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจราจร - บนถนนหน้าโรงพยาบาลพัฒนานิคม	โรงพยาบาลพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่แนวถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๑๗ สายสามแยกนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี - อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี \nซึ่งถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลพัฒนานิคมมีปริมาณรถวิ่งสัญจรเป็นจำนวนมาก แต่ลักษณะสภาพถนนไม่มีเกาะกลางแบบยกหรือแบบกำแพงกั้นเพื่อแบ่งช่องจราจร มีเพียงเกาะกลางถนนแบบเกาะสีเพื่อห้ามรถวิ่งข้ามผิวจราจรไปอีกฝั่งหนึ่ง ไม่มีป้ายจราจรเตือนว่าเป็นเขตโรงพยาบาล ไม่มีช่องจราจรให้รถวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย ซึ่งรถที่วิ่งมาจากอำเภอพัฒนานิคมหากจะเลี้ยวขวาเข้าโรงพยาบาลจะต้องวิ่งข้ามเส้นเกาะสี และรถที่วิ่งออกจากโรงพยาบาลหากจะเลี้ยวขวาไปยังอำเภอเมืองลพบุรีจะต้องวิ่งข้ามเส้นเกาะสีเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ไม่มีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่รถและคนข้ามถนนแต่อย่างใด ทำให้ถนนบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพัฒนานิคมเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้กระทรวงคมนาคมแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วน	กระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
186	456	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	วงจรปัญหาของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ราบลุ่มต่ำเจ้าพระยา - ท่าจีน	จากลุ่มน้ำเจ้าพระยามีพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร และลุ่มน้ำท่าจีนมีพื้นที่ ๑๓,๕๐๐ ตารางกิโลเมตร ตอนบนเป็นลุ่มสะแกกรังและตอนใต้เป็นลุ่มท่าจีน พื้นที่ติดกับลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาทางตะวันออก ประกอบด้วย ๑๓ จังหวัด ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ร้อยละ ๘๘ จังหวัดนครปฐม ร้อยละ ๘๖ จังหวัดสมุทรสงคราม ร้อยละ ๗๗ และจังหวัดอุทัยธานีร้อยละ ๖๖ และส่วนที่น้อยที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร ร้อยละ ๐.๗ จังหวัดนนทบุรี ร้อยละ ๐.๕  และจังหวัดราชบุรี ร้อยละ ๐.๔ วงจรปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา – ท่าจีน คือ ๑) ภูมิทัศน์ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำเจ้าพระยา - ท่าจีน ๒) ธรรมชาติของฤดูกาลในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ๓) ถนนและความเจริญของชุมชน ซึ่งเป็นสาเหตุหลัก\nที่ทำให้เกิดน้ำท่วม น้ำขัง น้ำแห้ง และน้ำแล้ง ทำให้เกิดการสูญเสีย ดังนั้น จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการจากรัฐบาลอย่างจริงจังและเข้มงวด โดยใช้นโยบายและสถานะการเมืองที่เข้มแข็งในการบริหารจัดการ หากไม่เร่งแก้ไขจะทำให้การบริหารของหน่วยงานที่รับผิดชอบเกิดความซ้ำซ้อน สับสน และสิ้นเปลือง ส่วนราชการทุกระดับแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกปี จึงควรมีนโยบายรัฐในการจัดการพื้นที่รับน้ำอย่างมีแบบแผน การบูรณาการแนวความคิดทางการเมือง ด้านนโยบาย ด้านแผนงานของหน่วยงานต่างๆ ด้านข้อมูลและข้อเท็จจริง และด้านเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญขอเสนอให้พิจารณาพื้นที่เพื่อจัดทำนิคมอุตสาหกรรมประมงน้ำจืดในพื้นที่ที่ราบลุ่มต่ำของแม่น้ำท่าจีนในจังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
187	455	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	การให้ความรู้ประชาชนป้องกันโควิดสายพันธุ์โอมิครอน	การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ที่กำลังระบาดจำนวนมากในผู้ป่วยกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มโรคเรื้อรังที่เรียกว่า กลุ่ม ๖๐๘ ได้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากขึ้น ซึ่งข่าวสารของทางราชการกล่าวว่าเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยบีเอวัน (BA.1) สามารถแพร่ได้รวดเร็วไปยังผู้อื่น\nในอัตรา ๑ ต่อ ๑๘ ทำให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มียอดผู้เสียชีวิตจำนวนน้อย และข่าวที่กล่าวว่าการที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อาจจะช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่และกลายเป็นโรคประจำถิ่น จึงทำให้ประชาชนบางกลุ่มไม่กังวลหรือไม่กลัวการติดเชื้อ แม้จะทราบว่าหลังจากหายป่วยแล้วอาจจะมีอาการหลงเหลือเรียกว่า Post Covid Syndrome หรือ Long COVID ก็ตาม ประกอบกับปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีข่าวว่าได้ตรวจพบเชื้อโอมิครอนสายพันธุ์ย่อยบีเอทู (BA.2) ที่สามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วและหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนได้ดีกว่า BA.1 ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงมากขึ้น เกือบ ๒๐,๐๐๐ คนต่อวัน และเมื่อรวมกับผู้ป่วยที่ตรวจด้วยอุปกรณ์ ATK จะมีผู้ป่วยรวม ๓๐,๐๐๐ คนต่อวัน ดังนั้น จึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่ม ๖๐๘ เข้าใจถึงวิธีการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลหรือที่เรียกว่า Universal Prevention For COVID - 19 ตามคำแนะนำของทางราชการ และที่สำคัญ คือ ควรให้ความรู้ที่ถูกต้องจากอาการที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากที่รักษาหายแล้วหรือเรียกว่า Long COVID เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ถึงภัยอันตรายที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต จึงควรให้ความสำคัญ กับการป้องกันตนเองให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดความรุนแรงและลดการแพร่ระบาดของโรคที่กำลังเกิดขึ้นให้ลดลงได้	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	26	2565	2022-02-22T00:00:00
188	453	159	นายวันชัย สอนศิริ	กฎหมาย	มาตรการในการดำเนินการกับพระภิกษุที่ประพฤติผิด	กรณีชาวบ้านรวมตัวกันขับไล่และรุมประชาทัณฑ์\nเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการกล่าวหาว่าพระสงฆ์รูปดังกล่าวประพฤติผิดต่อพระธรรมวินัย ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้มีมานานแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนจึงหมดศรัทธาต่อหน่วยงานของรัฐ \nและไปร้องเรียนกับกลุ่มบุคคลที่เป็นเพียงผู้ผลิตสื่อทางช่องยูทูบ (Youtube) ให้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความสิ้นหวังต่อหน่วยงานหรือองค์กรที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา คือ ๑) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนราชการ\nขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี มีภารกิจเกี่ยวกับการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และรัฐ โดยการทำนุบำรุง ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา รวมทั้งมีความพร้อมด้านบุคลากรทางกฎหมาย และ ๒) มหาเถรสมาคม เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติพิจารณาปรับปรุงการทำงานให้มีลักษณะเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
189	452	205	นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์	นโยบายของรัฐบาล	ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของสภามหาวิทยาลัยกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช โดยด่วน	ปัญหาความขัดแย้งภายในของสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช มีการกล่าวหาว่ามีการบริหารงานโดยลุแก่อำนาจ เล่นพรรคเล่นพวก แต่งตั้ง\nบุคคลที่เป็นข้าราชการพลเรือนและพนักงานมหาวิทยาลัยที่เป็นสายสนับสนุนตนเอง ปัญหาการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ปราศจากหลักธรรมาภิบาล ปัญหาการสรรหาบุคลากรเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้บริหารในหน่วยงานภายในและคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว อาทิ บัณฑิตวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน	กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม\n	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
190	451	102	นายประมาณ สว่างญาติ	นโยบายของรัฐบาล	โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวหรือจำนำยุ้งฉาง	คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างการชะลอการขายข้าว ไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนั้น โครงการดังกล่าวถือได้ว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ สามารถช่วยให้เกษตรกรสามารถขายข้าวได้ราคาดี ไม่ประสบปัญหาขาดทุน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ ว่าปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวอย่างไร มีรูปแบบการดำเนินการที่เหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร และมีกรอบระยะเวลาดำเนินการอย่างไร รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับทราบด้วยวิธีการใดบ้าง\n	กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
191	450	137	นายมณเฑียร บุญตัน	ความเดือดร้อนของประชาชน	มาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน	กรณีปัญหาอุบัติเหตุบนทางม้าลายหรือบนท้องถนนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นเหตุให้สาธารณชนเกิดความตื่นกลัวและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความปลอดภัยของคนเดินข้ามถนน กรณีเช่นนี้ รัฐควรพิจารณากรณีศึกษามาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน กล่าวคือ ในบางประเทศจะมีการส่งเสริมวัฒนธรรมความเห็นอกเห็นใจต่อคนข้ามถนนหรือเดินข้างถนน โดยมีการตรากฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความปลอดภัยในการข้ามถนน (Pedestrian safety law) ดังเช่นในหลายมลรัฐของประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคนที่จะข้ามถนนชูไม้เท้าขาวขึ้น ซึ่งไม้เท้าขาวนั้นมีคุณลักษณะสะท้อนแสง ทำให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะสังเกตเห็นได้ชัดเจนในระยะไกล และหยุดรถให้แก่คนข้ามถนนได้ทันที อันเป็นการสร้างวัฒนธรรมในเชิงสัญลักษณ์ให้ผู้คนได้ตระหนักรู้ถึงความปลอดภัยของคนข้ามถนน แม้ว่าที่มาของมาตรการดังกล่าวอาจจะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ย่อมสามารถหล่อหลอมและช่วยสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ดีงามให้ผู้คนในสังคมได้มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาวางมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยกำหนดเป็นแนวนโยบายพื้นฐาน มติคณะรัฐมนตรี หรือยกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความปลอดภัยในการข้ามถนน เพื่อรณรงค์ให้รถทุกคันหยุดให้แก่คนข้ามถนนบริเวณทางม้าลายหรือทางข้ามถนนทุกครั้ง ทั้งนี้ ไม้เท้าขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลของคนตาบอดทั่วโลกอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นที่ดี ที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยสำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนนในอนาคตต่อไป\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
192	449	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาบรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษาในสังกัด สพฐ.	สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดให้มีการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง และได้มีการขึ้นบัญชีไว้แล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำหนดอัตรากำลังสายงานบริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสถานศึกษาที่มีนักเรียน ๑๒๐ คนขึ้นไป สามารถกำหนดอัตรากำลังสายงานบริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาได้ ๑ อัตรา ทำหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการสถานศึกษาแก้ไขปัญหาด้านการบริหารในสถานศึกษา โดยในปัจจุบัน ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษายังมีอัตราว่างเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาบรรจุรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยเร็ว	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
193	448	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	การจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ฐานสมรรถนะของกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำและพัฒนา (ร่าง) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช .... (หลักสูตรฐานสมรรถนะ) \nโดยคณะกรรมการดังกล่าวได้พิจารณาจัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานใหม่ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เรียกว่า “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” ต่อมา เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้พิจารณาและมีมติเสนอให้ใช้ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ” แทนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยจะนำไปใช้ในโรงเรียนเขตพื้นที่นวัตกรรม ๘ จังหวัด จำนวน ๔๖๗ แห่ง และเปิดโอกาสให้โรงเรียนที่มีความพร้อมแต่อยู่นอกเขตพื้นที่นวัตกรรม สามารถนำหลักสูตรฐานสมรรถนะไปทดลองใช้ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ มีนักกฎหมายและนักวิชาการแสดงความคิดเห็นท้วงติง โดยตีความว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๗ บัญญัติว่า “ให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ” จึงเห็นได้ว่า การกำหนดหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐานเป็นอำนาจหน้าที่ของ กพฐ. มิได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่อย่างใด การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ใช้อำนาจออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว จะเข้าข่ายกระทำผิดต่อบทบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ หรือไม่และทำให้คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ อันเป็นผลทำให้คำสั่งดังกล่าวตกเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณา\n	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
194	447	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	นโยบายของรัฐบาล	โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระยะที่ ๒ ของจังหวัดปราจีนบุรี	โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นโครงการสำคัญ\nของรัฐบาลที่ได้วางไว้ โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งทางด้านกายภาพและสังคม มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการลงทุนซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ \nเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ในระยะยาว โดยในระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต ๓ จังหวัดของภาคตะวันออก ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง \nและจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดปราจีนบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออก มีพื้นที่ติดกับจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงหลายประการ กล่าวคือ จังหวัดปราจีนบุรีมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ประมาณ ๕ แสนคน รายได้เฉลี่ยของประชากรสูงเป็นอันดับที่ ๔ ของประเทศ และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) อยู่ที่อันดับที่ ๑๐ ของประเทศ มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ๖ นิคม ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๕๖,๐๐๐ ไร่ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมต่อไปยังจังหวัดต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาบรรจุจังหวัดปราจีนบุรี โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระยะที่ ๒ เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักลงทุน ซึ่งจะช่วยให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
195	446	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	สถานการณ์บ้านเมือง	หลักเกณฑ์แนวปฏิบัติและดุลยพินิจในการดำเนินภารกิจขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเหมาะสมกับยุคสมัยหรือไม่	ปัจจุบัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีภารกิจหน้าที่เพิ่มขึ้น และเกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ตามความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ\nในชุมชนท้องถิ่นที่มีการพัฒนาและขยายตัวออกไป แต่พบว่าหลักเกณฑ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น\nซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการตามภารกิจดังกล่าว เช่น พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้บัญญัติให้เทศบาลเมืองมีอำนาจหน้าที่จัดทำกิจการใดๆ ในเขตเทศบาล เกี่ยวกับการบำรุงและส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร โดยในปัจจุบันขยายความไปถึงการจัดการส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นซึ่งมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วยนั้น ในทางปฏิบัติมีปัญหาและอุปสรรค เช่น กรณีการจัดรถนำเที่ยว\nพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่ง จะเดินทางข้ามไปยังเขตพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นอีกแห่งหนึ่ง รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์\nการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าว ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัญหาการตีความกฎหมาย ทำให้แนวปฏิบัติในการดำเนินตามภารกิจมีความลักลั่น สับสน และเป็นปัญหากับองค์กรปกครอง\nส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ทั้งจากดุลยพินิจของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละท้องถิ่น \nและจากคำชี้แนะของกระทรวงมหาดไทยที่ยังขาดความชัดเจน ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย ว่าหลักเกณฑ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าวมีความเหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบันหรือไม่ \nและมีความพร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เรียบง่ายและสมประโยชน์กับการส่งเสริม\nการทำมาหากินของประชาชนในท้องถิ่นหรือไม่ เพียงใด\n	กระทรวงมหาดไทย	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
196	445	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนน้ำมัน	ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันบางชนิดสูงถึงลิตรละ ๗.๑๘ บาท และต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมัน\nเข้ารักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งกองทุนน้ำมันมีเงินทุนลดน้อยลง ต้องกู้เงินมาเสริมในกองทุนดังกล่าว จำนวน ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจากการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีก เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ พบว่า รัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนน้ำมันเชื้อเพลิง ๓ ชนิด ประกอบด้วย ๑) แก๊สโซฮอล์ E85 ใช้เงินอุดหนุนลิตรละ ๔.๕๓ บาท โดยเป็นค่าการตลาดสูงถึง ลิตรละ ๔.๒๗ บาท ๒) น้ำมันดีเซล ๓ ประเภท ได้แก่ ดีเซลธรรมดา ดีเซล B7 และดีเซล B20 ใช้เงินอุดหนุนลิตรละ ๓.๗๙ บาท และ ๓) ก๊าซแอลพีจี (LPG) ใช้เงินอุดหนุนกิโลกรัมละ ๑๕ บาท ซึ่งเห็นได้ว่ากองทุนน้ำมันต้องใช้เงินอุดหนุนจำนวนสูงมาก เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ๒ ชนิด คือ แก๊สโซฮอล์ E85 และก๊าซแอลพีจี (LPG) ประกอบกับในขณะนี้ สถานการณ์ทางการเมืองในต่างประเทศยังมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกองทุนน้ำมันและภาวะการคลังของประเทศได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรวางแนวทางการบรรเทาสภาพปัญหาดังกล่าว โดยพิจารณาทบทวนการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนี้\n๑) ชะลอการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงธรรมชาติ \n๒) กำหนดราคาก๊าซแอลพีจี (LPG) ที่จำหน่ายแบบขายปลีกให้แก่ประชาชนราคาเดียวกับที่จำหน่ายให้แก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยไม่ยึดตามราคาจำหน่ายของต่างประเทศ แนวทางทั้ง ๒ ประการนี้จะช่วยลดการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ นอกจากนี้ รัฐบาลอาจพิจารณาโครงสร้างราคาน้ำมัน ในส่วนของต้นทุนการผลิตให้เป็นไปตามสภาพความเป็นจริงของราคาที่จัดซื้อ โดยไม่อ้างอิงราคาน้ำมันในตลาดโลก และขอซื้อน้ำมันในราคามิตรภาพจากผู้ผลิต ดังที่เคยดำเนินการในอดีต ซึ่งจะช่วยตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายในท้องตลาดเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างภาษีสรรพสามิตซึ่งเป็นรายได้ที่สำคัญของรัฐบาล รวมทั้งฐานะการคลังของประเทศ\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	24	2565	2022-02-15T00:00:00
197	444	179	พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร	ความเดือดร้อนของประชาชน	PM 2.5 กับปัญหาการเผาอ้อย	สถานการณ์ด้านมลพิษที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและ          การดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยได้กระจายในพื้นที่ ๕๗ จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ มีอาการแสบจมูก ไอ จาม           ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคหัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองตีบ และมะเร็ง ซึ่งประเทศไทยได้กำหนด          ค่ามาตรฐานในบรรยากาศทั่วไปของฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง ไม่เกิน ๕๐ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ในขณะที่องค์การอนามัยโลกได้กำหนดไว้ไม่เกิน ๒๕ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ \nปลูกอ้อย...\nปลูกอ้อยมากกว่า ๑๒ ล้านไร่ และมีการเผาไร่อ้อยกว่า ๖ ล้านไร่ ส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่น PM 2.5           ในปีการผลิต และกระทบต่อการส่งกระแสไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลกำหนดให้รับซื้ออ้อยไฟไหม้ไม่เกิน ร้อยละ ๓๐ แต่เมื่อมีการประท้วงคัดค้านก็มีการปรับหลักเกณฑ์ให้รับซื้ออ้อยไฟไหม้ ร้อยละ ๕๐ ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดการเผาอ้อยเพิ่มมากขึ้น เพราะมิได้ดำเนินการอย่างจริงจังกับโรงงานที่รับซื้ออ้อยไฟไหม้เกินกว่าปริมาณที่กำหนด ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมมือกับ ๖ ภาคีเครือข่าย ในการสนับสนุนและดูแลเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่เข้าร่วมโครงการลดการเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งมีการผลิตอ้อยมากที่สุดในประเทศ โดยตั้งเป้าหมายลดการเผาอ้อยในปี ๒๕๖๔ ร้อยละ ๒๐ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ร้อยละ ๕๐ และภายในปี ๒๕๖๖ ร้อยละ ๑๐๐ ครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดใน ๓ จังหวัดดังกล่าว หากดำเนินการสำเร็จจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาดำเนินการเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยมีความเข้าใจถึงผลกระทบจากการเผาอ้อย สร้างความเข้าใจกับโรงงานให้รับซื้ออ้อยไฟไหม้ตามที่กฎหมายกำหนด และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง\n	กระทรวงอุตสาหกรรม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
198	443	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาการออกกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ	กระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษาพิเศษ                   ซึ่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดการบริหารองค์กร เป็นการนำเอากลุ่มเป้าหมายการศึกษาหลายกลุ่มมาควบรวมไว้ด้วยกัน ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งถือเป็นกฎหมายทางการศึกษาสำหรับคนพิการที่ได้รับความสนใจ สอดรับกับหลักการของกฎหมายฐานสิทธิ สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา ซึ่งหน่วยงานที่บริหารจัดการการศึกษามีกลุ่มเป้าหมาย ๓ กลุ่ม คือ ผู้เรียนที่เป็นคนพิการ ผู้เรียนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส และผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ หากมีความจำเป็นต้องบริหารองค์กรโดยการจัดตั้งกรมขึ้นใหม่ ก็สามารถออกกฎหมายได้ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยุบรวมกฎหมายที่ดีอยู่แล้วให้มาอยู่ภายใต้กฎหมายส่งเสริมการศึกษาพิเศษ เพราะขัดต่อหลักวิชาการด้านการศึกษาพิเศษ อีกทั้ง ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน          ทั้ง ๓ กลุ่มดังกล่าวข้างต้น จึงขอให้พิจารณาทบทวนโดยไม่นำกฎหมายทางการศึกษาที่ดีอยู่แล้วมารวมกับกฎหมายฉบับใหม่	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
199	442	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	นโยบายของรัฐบาล	การรั่วไหลของน้ำมันดิบกลางทะเล	เหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลในทะเลอ่าวไทยเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ของบริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ การท่องเที่ยว และชาวประมงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด อำเภอบ้านเพ จังหวัดระยอง และล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ ได้เกิดเหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) (SPRC) ได้รั่วไหลจากท่อใต้ทะเลบริเวณจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) ไปยังโรงกลั่นน้ำมัน โดยท่อมีระยะทางเกือบ ๒๐ กิโลเมตร ทั้งนี้ จากการศึกษาทราบว่า การถ่ายน้ำมันดิบนั้นเรือขนส่งจะต้องเข้าเทียบที่ท่าเรือแล้วจึงต่อท่อไปยังโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งโรงกลั่นน้ำมันที่ใช้ระบบนี้ ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมันที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี และโรงกลั่นน้ำมันของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) แต่ PTTGC และ SPRC สองบริษัทนี้ใช้ระบบทุ่นลอย คือ การขนถ่ายน้ำมันในทะเล ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะและข้อสังเกตไปยังรัฐบาล ดังนี้\n๑) เสนอให้พิจารณาประเมินค่าเสียหายทุกด้านโดยเรียกเก็บจากบริษัท\n๒) เสนอให้ยกเลิกการขนถ่ายน้ำมันในทะเล เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำมันดิบจากท่อใต้ทะเล\n๓) ทุ่นผูกเรือน้ำลึกหรือจุดขนถ่ายน้ำมันในทะเล (SPM) เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่  ได้มีการตรวจสอบ และบำรุงรักษาตามกำหนดหรือไม่\n๔) มีแนวทางการเยียวยา ฟื้นฟูธรรมชาติอย่างไร และได้วางแผนป้องกันในระยะยาวไว้อย่างไร เพราะการเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้งได้สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และสัตว์ทะเลเป็นอย่างมาก รวมทั้งต้องใช้งบประมาณและระยะเวลาจำนวนมากเพื่อบำบัด ฟื้นฟู และเยียวยา\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
200	441	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ความสำเร็จของมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปัญหาราคาค่าน้ำมัน	ปัจจุบันประชาชนทุกระดับ ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการอื่น          อีกเป็นจำนวนมากต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนในหลายด้านแตกต่างกันไป ได้แก่ ปัญหาพืชผล          ทางการเกษตรราคาตกต่ำ กลไกการแข่งขันด้านราคาทั้งภายในและภายนอกประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม การพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันกับตลาดโลก ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญในขณะนี้ โดยส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างชัดเจนเพราะคือต้นทุนในการเดินทางและขนส่งสินค้า ดังนั้น จึงขอทราบ ดังนี้\n๑) รัฐบาลมีแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไร\n๒) มีมาตรการหรือโครงการใดบ้างที่รัฐบาลได้จัดทำขึ้นเพื่อประชาชน ผู้ประกอบการ และผู้มีรายได้น้อย และมีผลสำเร็จอย่างไร\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
201	440	8	นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์	ความเดือดร้อนของประชาชน	ผลกระทบผลไม้ไทยกับการขนส่งสินค้าทางอากาศของไทย	ผลไม้ของประเทศไทยเป็นที่นิยมบริโภคในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา ฯลฯ จึงได้มีการส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก แต่ผลไม้นั้นมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา          การเก็บรักษาจึงต้องพึ่งพาการขนส่งทางอากาศ ปัญหาที่ผู้ส่งออกผลไม้ประสบ คือ ปัจจุบันมีสายการบินที่ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Cargo) เพียงรายเดียว ซึ่งมีเครื่องบินขนส่งสินค้า (Cargo Flight) เพียง ๒ ลำเท่านั้น ในขณะที่สายการบินอื่นได้ดัดแปลงเครื่องบินโดยสาร (Passenger Flight) ให้สามารถขนส่งสินค้าได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้สินค้าได้รับความเสียหายเนื่องจากตกค้าง         อยู่ที่สนามบิน อีกทั้ง เครื่องบินโดยสารที่ดัดแปลงมาเพื่อขนส่งสินค้าสามารถบรรทุกได้เที่ยวละ ๒๐ ตัน ซึ่งเครื่องบินขนส่งสินค้าโดยเฉพาะสามารถบรรทุกได้เที่ยวละ ๓๐ - ๔๐ ตัน นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา สินค้าที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศมีน้ำหนักถึง ๑ ล้านล้านตัน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการรองรับการส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ย่อมส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ เกษตรกร แรงงานและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ดังนั้น จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมการรองรับการส่งออกผลไม้ไปจำหน่ายยังต่างประเทศต่อไป	นายกรัฐมนตรี และกระทรวงคมนาคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
202	439	31	นายเฉลา พวงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	หลักเกณฑ์การรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ	จากการลงพื้นที่จึงได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการรับนักเรียน          ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน          โดยกำหนดให้ต้องมีการจัดสอบ แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เป็นสาเหตุให้เด็กจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางไปเข้าสอบได้ ผู้ปกครองจึงต้องการให้โรงเรียนสามารถผ่อนปรนการรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นดังกล่าวของปีการศึกษา ๒๕๖๕ และได้เสนอให้การรับนักเรียนเข้าศึกษาของแต่ละโรงเรียนนั้นให้แบ่งเป็นร้อยละ ดังนี้ ๑) ร้อยละ ๕๐ สำหรับนักเรียนสามารถทำข้อสอบได้คะแนนถึงเกณฑ์ขึ้นไป ๒) ร้อยละ ๓๐ สำหรับเด็กที่ผู้ปกครองมีอุปการคุณต่อโรงเรียน และ ๓) ร้อยละ ๒๐ สำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ โดยแบ่งเป็นด้านดนตรี ร้อยละ ๑๐ และด้านกีฬา ร้อยละ ๑๐ ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนเข้าศึกษาต่อในระดับชั้นที่ต้องมีการสอบแข่งขัน	กระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
203	438	110	นายปัญญา งานเลิศ	นโยบายของรัฐบาล	โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจังหวัดอ่างทอง	"เนื่องจากในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ กระทรวงคมนาคมได้เสนอโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นโครงการตามแผนพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ปีงบประมาณ          พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๗ วงเงินงบประมาณ ๓,๒๐๐ ล้านบาท หากสามารถดำเนินโครงการดังกล่าวสำเร็จ          จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งด้านการสัญจรและการขนส่งสินค้า ปัจจุบันโครงการดังกล่าว         มีความคืบหน้า แบ่งเป็น ๒ ส่วน ดังนี้\n	ส่วนที่ ๑ การประชุมพิจารณาประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (Initial Environmental Examination : IEE) และรายงานการประเมิน          ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) ซึ่งได้มีการประเมินเรื่องน้ำ ผิวดิน เสียง การโยกย้าย การเวนคืน การคมนาคมขนส่ง การสาธารณสุขและสุขาภิบาล พร้อมมาตรการแก้ไขและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\n	ส่วนที่ ๒ การสำรวจ การเวนคืนที่ดิน ซึ่งจะต้องมีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดราคาเวนคืนที่ดิน โดยใช้งบประมาณเวนคืนที่ดิน ประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท และงบประมาณก่อสร้าง ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษดังนั้น จึงขอสอบถามว่า กระทรวงฯ ได้ดำเนินแผนงานในการขอตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวสำหรับงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๖๗ หรือไม่ อย่างไร\n"	กระทรวงคมนาคม 	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
204	437	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	กฎหมาย	ติดตามเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินบริเวณเกาะนุ้ยนอก อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่	เนื่องจากเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ได้เคยหารือเรื่องดังกล่าว และได้ส่งเรื่องไปยัง\nหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแล้ว และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว ทราบว่า กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านเจ๊ะหลี อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าคดีมีความล่าช้าทั้งที่มีหลักฐานชัดเจน คือ การใช้แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑) จากพื้นที่อื่นมาออกโฉนดที่ดิน ๕ ไร่ บนเกาะนุ้ยนอกฯ   ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ลงพื้นที่สืบสวนข้อเท็จจริงทั้งพยานบุคคลและเอกสารแล้ว กำลังรวบรวมเอกสารพร้อมรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะเชื่อว่าเป็นการออกโฉนดฯ  โดยมิชอบด้วยกฎหมาย รอเพียง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน ๑๒ คน สำหรับที่ดินที่ออกโฉนดไปแล้วได้รอการเพิกถอนจากอธิบดีกรมที่ดิน ดังนั้น จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน เพราะเป็นเหตุให้เกิดการออกโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าว และ ป.ป.ช. ได้เร่งรัดการพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่จะทำให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศลดลง\n	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
205	436	250	พลตรี โอสถ ภาวิไล	นโยบายของรัฐบาล	การแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา	ปัจจุบันสลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาเพิ่มขึ้นมาก เพราะไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายให้ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนจองล่วงหน้า          เพื่อรับสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขาย ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนกว่าหนึ่งล้านคน แต่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจัดสรรให้ได้เพียงสองแสนคน ปัจจุบันประชาชนตกงานเป็นจำนวนมากจึงต้องการเป็นผู้ค้าสลากฯ          ดังนั้น จึงขอเสนอวิธีแก้ไขปัญหาสลากฯ ขายเกินราคา ได้แก่ ๑) พิมพ์สลากฯ ให้ผู้ที่ลงทะเบียน          ทุกคน ๆ ละ ๕ - ๑๐ เล่ม ขึ้นอยู่กับความต้องการและศักยภาพของแต่ละคนที่สามารถขายได้             ๒) สำนักงานสลากฯ ควรจัดพิมพ์ตามจำนวนการจองทุก ๑๐,๐๐๐ คน เพื่อไม่ให้สลากฯ เหลือ และให้ผู้ค้านำไปขายในราคาใบละ ๘๐ บาท และ ๓) ปรับปรุงระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทะเบียนจองล่วงหน้า เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและความโปร่งใสในการจัดสรร โดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลควรเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและบริการต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว เช่น การจำหน่ายสลากฯ ออนไลน์ ซึ่งทำให้การผลิตสลากฯ ลดลง ข้อดีของการแก้ไขปัญหา คือ ผู้ค้าสามารถขายสลากฯ ได้          ผู้ซื้อสามารถซื้อในราคาที่ลดลง ลดความขัดแย้งที่เกิดจากการจัดสรรซึ่งอนาคตอาจเกิดการประท้วงได้  ผู้ที่ตกงานมีงานทำ และรัฐบาลสามารถนำรายได้จากการจำหน่ายสลากฯ ไปพัฒนาหรือช่วยเหลือบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอรายได้จากการเก็บภาษีประจำปี เพราะมีรายได้จากการจำหน่ายสลากฯ งวดละ ๑,๘๔๐ ล้านบาท ปีละ ๔๔,๑๖๔ ล้าน จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ได้พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว	นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
206	435	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	ผลดัชนีการรับรู้การทุจริตปี ๒๕๖๔	เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ประกาศผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตประจำปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่าประเทศไทยได้รับคะแนนเพียง ๓๕ คะแนน ได้ลำดับที่ ๑๑๐ จากทั้งหมด ๑๘๐ ประเทศทั่วโลก ซึ่งต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย ๔๓ คะแนน ทำให้ภาพลักษณ์เรื่อง          การทุจริตในการดำเนินธุรกิจของประเทศไทยในสายตาของต่างประเทศตกต่ำลง และห่างจากเป้าหมาย          ที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตอยู่ที่ระดับ ๑ - ๒๐ และได้คะแนน ๗๓ คะแนน ภายในปี ๒๕๘๐ ทั้งนี้ คะแนนที่ได้จากแหล่งข้อมูล ๙ แหล่ง สามารถแบ่งเป็น          ๓ กลุ่ม ดังนี้\nกลุ่มที่ ๑ แหล่งข้อมูลที่ให้คะแนนลดลง จำนวน ๔ แหล่งข้อมูล คือ ๑) IMD World Competitiveness Yearbook ๒) The Political and Economic Risk Consultancy (PERC) ๓) World Economic Forum (WEF) และ ๔) World Justice Project (WJP) โดยสะท้อนว่าประเทศไทยมีปัญหาหลัก คือ การทุจริต การเรียกรับสินบน การจ่ายเงินพิเศษในการส่งสินค้าออกและนำเข้า การชำระภาษี การอนุมัติ การอนุญาตต่าง ๆ การทำสัญญา การทำสัมปทานไม่ถูกต้อง และการใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรมในการ          เอื้อประโยชน์ต่าง ๆ\nกลุ่มที่ ๒ แหล่งข้อมูลที่ให้คะแนนคงเดิม จำนวน ๔ แหล่งข้อมูล คือ ๑) Bertelsmann Stiftung’s Transformation’s Index (BTI) ๒) Economist Intelligence Unit Country Risk Ratings (EIU) ๓) Global Insight Country Risk (GI) และ ๔) PRS International Country Risk Guide สะท้อนว่าประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงต่อการเผชิญกับการเรียกรับสินบนในระบบการเมือง ความไม่โปร่งใสในการอนุมัติ อนุญาตต่าง ๆ เช่น การให้สัมปทาน ความไม่โปร่งใสในการจ่ายเงินงบประมาณ และ          การใช้อิทธิพลในการแต่งตั้งข้าราชการ\nกลุ่มที่ ๓ แหล่งข้อมูลที่ให้คะแนนเพิ่มขึ้น คือ Varieties of Democracy Institute (V-DEM) สะท้อนว่าปัญหาการทุจริตของประเทศไทยดีขึ้น เช่น เรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ระหว่างส่วนตัว\nกับประโยชน์…\nกับประโยชน์ส่วนรวม การเรียกรับสินบนน้อยลง แต่โดยรวมประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องการทุจริต          อย่างจริงจัง ซึ่งองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ถึงแม้โลกกำลังเผชิญกับปัญหา          การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แต่รัฐบาลทุกประเทศยังต้องให้ความสำคัญกับ   เรื่องการทุจริต การตรวจสอบความโปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง ความเป็นอิสระ ของหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ และช่องว่างทางกฎหมาย เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็ว จึงขอเสนอคำแนะนำไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไป\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	21	2565	2022-02-01T00:00:00
207	434	137	นายมณเฑียร บุญตัน	กฎหมาย	ปัญหาของกฎหมายว่าด้วยการดำเนินกิจกรรมขององค์กรที่ไม่แสวงหากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน	เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแนวทางการยกร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. .... ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งร่างดังกล่าวมีต้นทางจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่ยกร่างร่วมกับภาคประชาสังคมมาเป็นอย่างดี ให้ภาคประชาสังคมเข้ามามี      ส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อแบ่งเบาภาระให้ภาครัฐ และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการของร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. …. ของกระทรวง     การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบ          การยกร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน        ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ทำให้พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ไม่ได้รับการพิจารณามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งช่วงเวลานั้นมีปัญหาที่เกิดขึ้น คือ องค์กรภาคประชาสังคม    บางองค์กรตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องของการเข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือรับเงินจากต่างชาติ     เข้ามาเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งภาคประชาสังคมมีความไม่สบายใจในเรื่องดังกล่าว และในภาวการณ์ที่รัฐบาลกำลังเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ รัฐบาลจำเป็นต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน และหากรัฐบาลต้องการดำเนินการกับสิ่งที่เป็นภัยต่อความมั่นคงหรือปราบปรามองค์กรที่มีลักษณะไม่เป็นผลดีต่อรัฐ รัฐบาลควรใช้กฎหมายเฉพาะ เช่น กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายความมั่นคงฉบับอื่น ๆ หรือกฎหมายอาญาในการจัดการได้ เป็นต้น ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลได้ทบทวน   ร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. ....	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
208	433	205	นายสวัสดิ์ สมัครพงศ์	นโยบายของรัฐบาล	โรงเรียนป่าไม้เมืองแพร่สู่การขอคืนป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์โดยการเปิดวิทยาลัยนวัตกรรมการป่าไม้และการเกษตรจังหวัดแพร่	จากการศึกษาดูงานเกี่ยวกับแนวทางการตั้งมหาวิทยาลัยป่าไม้ภาคเหนือ จังหวัดแพร่ พบว่าจังหวัดแพร่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีตด้านอุตสาหกรรมป่าไม้ และผลิตภัณฑ์ไม้สัก       มีการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไม้สักเป็นจำนวนมาก แต่ยังขาดองค์ความรู้ ทักษะและการพัฒนาเชิงนวัตกรรมที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งวิสาหกิจหรือผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐจำนวนน้อย เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย ส่งเสริมผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ และการส่งออก จึงขอผลักดันให้จัดตั้งวิทยาลัยนวัตกรรมการป่าไม้และการเกษตรจังหวัดแพร่ขึ้น โดยให้นักศึกษาจากประเทศจีน ประเทศลาว ประเทศพม่า และประเทศไทยสามารถเรียนร่วมกันได้ ทั้งนี้ วิทยาลัยนวัตกรรมการป่าไม้และการเกษตรจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาต้นแบบในการพัฒนาจังหวัดด้วยนวัตกรรมและการสร้างสรรค์  ที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเป็นสถาบันต้นแบบการพัฒนาที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงกับยุคสมัย มีคุณภาพ มีชื่อเสียง มีความโดดเด่นเฉพาะจนเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ สู่การยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่การพัฒนาและการสร้างมูลค่าด้านการเกษตร ทรัพยากรป่าไม้และธรรมชาติที่ยั่งยืนเพื่อให้สามารถปลูกไม้สักที่สามารถใช้ได้จนถึงลูกหลาน สามารถวางแผนทางด้านวิชาการและขยายผลทั่วภาคเหนือเพื่อให้ภาคเหนือของประเทศไทยเต็มไปด้วยผืนป่า พลิกฟื้นป่าไม้ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์	กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
209	432	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	กฎหมาย	เร่งรัดร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. ....	"จากรัฐบาลได้ใช้เงินงบประมาณจำนวนมากในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางรางอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศไทย โดยที่ผ่านมาได้มีการตราพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๖๒ จัดตั้งกรมการขนส่งทางรางขึ้น แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่กำกับดูแลกิจการขนส่งทางรางยังสะดุดหยุดอยู่ในขั้นตอนการยกร่าง คือ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายด้านการขนส่งทางราง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการกำกับดูแลการประกอบกิจการขนส่งทางราง การกำกับดูแลความปลอดภัย การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี การเชื่อมต่อ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการควบคุมราคาค่าโดยสาร ค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม ฯลฯ     \n	โดยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ รองนายกรัฐมนตรี      (นายวิษณุ  เครืองาม) มีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. …. เป็นกฎหมายที่สำคัญ เพื่อให้มีบทบัญญัติของกฎหมายในการควบคุมและกำกับดูแลกิจการขนส่งทางราง ให้สามารถยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม การขนส่งทางรางและการบริหารจัดการการขนส่งทางรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่งรัดการตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในสมัยประชุมสามัญประจำปี   ครั้งที่สอง ของปี พ.ศ. ๒๕๖๔ (วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕) ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่จวบจนถึงวันที่ปรึกษาหารือเรื่องนี้ (๒๕ มกราคม ๒๕๖๕) รัฐสภาเหลือเวลาพิจารณาตรากฎหมายอีกประมาณ ๑ เดือน จะปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง คณะรัฐมนตรียังมิได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขนส่งทางราง พ.ศ. …. ต่อสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างใด เกรงว่าหากรัฐบาลไม่เร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ต่อสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งครบอายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ในอีก ๑ ปีข้างหน้า จะส่งผลเสียหายต่อประเทศได้ ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง     พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตราเป็นกฎหมายโดยเร็วที่สุด"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
210	431	246	นายอุดม วรัญญูรัฐ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การบูรณาการของภาครัฐในการรองรับผลผลิตทางด้านการจำหน่ายผลไม้ทางภาคตะวันออกทั้งภายในและภายนอกประเทศ	ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม เป็นฤดูกาลผลไม้ของจังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งจะมีผลไม้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก สมาคมและกลุ่มเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง เช่น สมาคมผู้ผลิต สมาคมผู้ส่งออก สมาคมทุเรียนไทย เกษตรกรสมาชิกแปลงใหญ่ มีความวิตกกังวลว่า ผลไม้ประจำฤดูกาลของภาคตะวันออกหลายชนิดมีความยืดหยุ่นน้อย หากภาครัฐไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการส่งออกผลไม้ดังกล่าว อาจจะเกิดปัญหาติดขัด     ในขั้นตอนต่าง ๆ และก่อให้เกิดความเสียหายได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข จะต้องมีการบูรณาการการบริหารจัดการขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆ ให้มีความพร้อม การตรวจสอบ โลจิสติกส์ ตลอดจนการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ดังนั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข ขอให้พิจารณาบูรณาการการบริหารจัดการให้มีความพร้อมเพื่อรองรับผลผลิตทางด้านการจำหน่ายผลไม้    ทางภาคตะวันออก ทั้งภายในและภายนอกประเทศ	กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
211	430	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ปัญหาอุปสรรคที่เป็นกับดักของวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์	"จากได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนบันไดทอง ตำบลวังยาง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจัดทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันนวดสมุนไพร ปัจจุบันขายไม่ได้เพราะต้องขออนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และเมื่ออ่านหลักเกณฑ์ของมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ทราบว่า นอกเหนือจากการพยายามจะทำให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization : ISO) และมาตรฐานคุณภาพต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแต่กลับสร้างปัญหาและอุปสรรคที่เป็นกับดักที่สำคัญจนกระทั่งทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ตลอดระยะเวลา ๒๐ - ๓๐ ปี ไม่สามารถพัฒนาต่อยอด และติดปัญหาเรื่องการตลาด นอกจากนี้ มีผลิตภัณฑ์กว่า ๑,๔๐๐ รายการ ซึ่งมีทั้งของใช้ ของแต่งบ้าน เครื่องแต่งกาย เสื้อผ้า เครื่องดนตรีไทย อาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ปรุงอาหาร อาหารสด อาหารแห้ง สมุนไพรที่ไม่ใช่ยา ซึ่งน่าสนใจและน่าจะดำเนินการไปได้ดี แต่วันนี้ไม่แน่ใจในการต่อยอดได้มากน้อยเพียงใด จากตัวอย่างวิสาหกิจชุมชนบันไดทองถือเป็นโศกนาฏกรรมในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน เพราะอาจต้องไปผลิตสินค้าอื่นที่ไม่เคยทำมาก่อน หรือเลิกกิจการไปเลย เพราะในช่วง ๒๐ - ๓๐ ปีที่ผ่านมา มีการส่งเสริม  ให้ประชาชนนำเอาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในพื้นที่มาจัดทำให้เป็นสินค้ามาตรฐานแล้วส่งเสริมการขาย แต่ปัญหาด้านการตลาดก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงกระบวนการผลิต กระบวนการได้รับการอนุญาตหรือการควบคุมหลักเกณฑ์ของทางราชการล้วนแล้วแต่เป็นการควบคุมที่ไม่ช่วยส่งเสริม จึงเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาอุปสรรคที่สำคัญ ดังนั้น จึงขอถามรัฐบาล ดังนี้  \n 	๑) ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ประสบความสำเร็จและสามารถพัฒนาต่อเนื่อง สามารถยกระดับได้นั้น มีมากน้อยเพียงใดตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา \n 	๒) มีการประมวลสรุปผลเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรคทั้งห่วงโซ่หรือไม่ เช่น กระบวนการผลิต และห่วงโซ่คุณค่า และได้ผลเป็นอย่างไร\n 	๓) มีต้นแบบการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่น       ซึ่งสามารถทำให้ความฝันในการปั้นดินให้เป็นดาวนั้นเป็นจริงขึ้นมาได้หรือไม่"	กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
212	429	56	พลเอก ดนัย มีชูเวท	นโยบายของรัฐบาล	การรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญา กรณีความเสียหายจากโรคระบาดร้ายแรง	"ในปี ๒๕๖๔ ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายส่ง ๑๒๘ บาทต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างเป็นค่าดำเนินการและกำไร ๔๘ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายของร้านค้าขายปลีกต่อผู้บริโภค ๑๖๐ บาทต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างเพิ่มจากร้านขายส่ง ๓๒ บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันราคาแพงขึ้นคือ ราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ๑๑๐ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายส่ง ๑๗๖ บาท   ต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างค่าดำเนินการและกำไร ๖๖ บาทต่อกิโลกรัม ราคาขายของร้านขายปลีก ต่อผู้บริโภคโดยประมาณ ๒๒๐ บาทต่อกิโลกรัม มีส่วนต่างเพิ่มจากร้านขายส่ง ๔๔ บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบราคาหมูในปี ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ พบว่า ราคาที่ร้านขายส่งเอากำไรจากหน้าฟาร์มเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๘ บาทต่อกิโลกรัม และร้านค้าปลีกเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่แล้ว ๑๒ บาทต่อกิโลกรัม และ   จากข่าวกรณีเจ้าของฟาร์มหมูแห่งหนึ่งได้เปิดเผยทางสื่อสาธารณะเมื่อต้นเดือนมกราคมว่า หมูที่เลี้ยงไว้จำนวน ๑,๔๐๐ ตัว มีการทำสัญญาซื้อขายที่หน้าฟาร์ม ๖๐ บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถูกกว่าราคาที่มีการซื้อขายหน้าฟาร์มทั่วไปถึง ๕๐ บาทต่อกิโลกรัม แม้กรณีดังกล่าวจะเป็นการซื้อขายในระบบเกษตรพันธสัญญาก็ตาม จึงตั้งข้อสังเกตว่า การที่เนื้อหมูมีราคาแพงเป็นไปตามกลไกของตลาดที่ขาดแคลนหมูเนื่องจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูจริงหรือไม่ จึงขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาตรวจสอบ และขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลเกษตรพันธสัญญา พิจารณาดังนี้   \n 	๑) ตามมาตรา ๒๐ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรต้องจัดทำสัญญาสำหรับชี้ชวนและร่างสัญญาเป็นการล่วงหน้าพร้อมส่งเอกสารดังกล่าวให้กระทรวงฯ เก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบนั้น ได้มีการตรวจสอบสัญญาดังกล่าวเพื่อให้เกิดความถูกต้อง ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งนี้ ในโอกาสต่อไปขอให้พิจารณาเพิ่มเติมเงื่อนไขในเกษตรพันธสัญญากรณีมีการระบาดของโรคต่อปศุสัตว์ ประมง หรือพืชทางการเกษตรด้วย   \n	๒) ตามมาตรา ๔ วรรคสอง กรณีการทำสัญญาในกรณีที่มีเกษตรกรไม่ถึง ๑๐ ราย     แต่ไม่น้อยกว่า ๒ รายขึ้นไป ประเภทใดต้องนำระบบเกษตรพันธสัญญาตามพระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญาไปใช้บังคับ และให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกานั้น ได้มีการเร่งรัด ผลักดัน หรือประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรอื่นใดที่มิได้อยู่ในระบบเกษตรพันธสัญญาจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม     \n 	๓) ขอให้มีการเร่งรัดประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และเสนอของบประมาณเพื่อจัดให้มีการวิจัยเกี่ยวกับการจัดทำวัคซีนและยารักษาเพื่อใช้หรือผลิตเองให้เพียงพอสำหรับป้องกันและรักษาโรคระบาดต่อปศุสัตว์ ประมง และพืชทางการเกษตรให้ใช้ในประเทศไทยได้อย่างเพียงพอ"	กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
213	428	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	นโยบายของรัฐบาล	ดัชนีการรับรู้การทุจริต	"การประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นที่ ๒๑ เรื่อง การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ   ได้กำหนดเป้าหมายหลักไว้ว่า ให้ดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ ๑ - ๒๐ หรือมีคะแนนประมาณ ๗๓ คะแนน ภายในปี ๒๕๗๖ - ๒๕๘๐ จากการติดตามการประเมินปี ๒๕๖๑ - ๒๕๖๓ พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพียง ๓๖ คะแนน ทั้ง ๓ ปี และอยู่ในลำดับที่ ๑๐๔ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งยังห่างไกลเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้มาก จึงกังวลว่าอาจไม่บรรลุเป้าหมายในปี ๒๕๘๐ สำหรับแนวทางในการยกระดับคะแนนนั้น เมื่อปี ๒๕๖๓ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศ      ที่ได้รับคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า ๔๓ รวมถึงประเทศไทยว่า รัฐบาลควรมีแผนการดำเนินการ ๗ ประการ ดังนี้      \n 	๑) ต้องไม่แต่งตั้งบุคคลที่มีผลประโยชน์ให้ดำรงตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบในกิจการนั้น\n 	๒) ควรปรับปรุงและรณรงค์กฎ ระเบียบด้านการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการใช้อิทธิพลทางการเมือง โดยให้หน่วยงานที่กำกับดูแลมีหน้าที่และอำนาจมากขึ้น รวมถึงจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม    \n	๓) ต้องให้ความมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยเสรี ยุติธรรม ปราศจากการซื้อสิทธิ ขายเสียง เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านการทุจริต และประชาชนจะสามารถลงโทษนักการเมืองที่ทุจริตได้อย่างเด็ดขาด  \n 	๔) ควรเข้าถึงการตัดสินใจที่เปิดกว้าง โดยการหารือกับกลุ่มที่หลากหลาย ต้องมีระบบการตรวจสอบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  \n 	๕) ต้องสร้างกลไกเพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารและการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายสามารถดำเนินการได้โดยปราศจากความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือระบบอุปถัมภ์\n 	๖) ควรให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เปิดเผยการทุจริต และคุ้มครองผู้ที่เปิดเผยการทุจริตอย่างครบวงจร\n 	๗) ต้องส่งเสริมการถ่วงดุลทางอำนาจและความเป็นอิสระในกระบวนการยุติธรรม     และดำรงไว้ซึ่งการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ \n 	ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลได้พิจารณาแนวทางดังกล่าวข้างต้น เพราะหากดำเนินการตามคำแนะนำข้างต้นแล้วเชื่อว่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทยจะสามารถยกระดับคะแนน และเป็นไปตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างแน่นอน"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
214	427	238	นายออน กาจกระโทก	ความเดือดร้อนของประชาชน	การขุดลอกอ่างเก็บน้ำเพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร	อ่างเก็บน้ำบ้านขุมะค่า ตำบลมาบตะโกเอน อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ มีพื้นที่กักเก็บน้ำ จำนวน ๓๕๐ ไร่ มีประชาชนใช้น้ำ จำนวน ๒ ตำบล ประกอบด้วย ตำบลมาบตะโกเอน และตำบลแชะ มีพื้นที่ทางการเกษตรได้ใช้ประโยชน์มากกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำมีสภาพตื้นเขิน และมีวัชพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหลือพื้นที่ในการกักเก็บน้ำน้อย จึงขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดสรรงบประมาณ  เพื่อดำเนินการขุดลอกอ่างเก็บน้ำบ้านขุมะค่า เพื่อประโยชน์ทางด้านการเกษตร	กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
215	426	31	นายเฉลา พวงมาลัย	ความเดือดร้อนของประชาชน	ขอให้ภาครัฐช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เนื่องจากประสบปัญหาสุกรตาย	จากผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทำให้สุกรตายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรได้รับความเสียหายมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางปศุสัตว์จังหวัดราชบุรี และผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีได้รู้ว่ามีโรคระบาดในพื้นที่มาหนึ่งปีแล้ว แต่ไม่ได้รายงานให้ส่วนกลางทราบเมื่อคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณกว่า ๕๐๐ ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินชดเชยให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่ถูกทำลายเพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) จังหวัดราชบุรีจึงไม่ได้รับงบประมาณ เพื่อเยียวยาให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรแต่อย่างใด จึงขอให้ภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรขนาดเล็ก และขนาดกลาง ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี	กระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
216	425	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	กฎหมาย	การลดการตายและบาดเจ็บบนท้องถนนในเขตชุมชน สืบเนื่องจากกรณีบิ๊กไบค์ชนแพทย์หญิงเสียชีวิตบนทางม้าลาย	"เมื่อวันที่ 21 มกราคม ๒๕๖๕ เกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสิบตำรวจตรีขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ด้วยความเร็วสูงชนแพทย์หญิง วราลัคน์  สุภวัตรจริยากุล เสียชีวิตขณะข้ามถนนบนทางม้าลาย บริเวณถนนพญาไท ซึ่งนับเป็นความสูญเสียบุคลากรทางการแพทย์ที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่ง จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบได้ให้ความเป็นธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างสูงสุด อย่าให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือปกป้องช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ความสูญเสียเกิดจากการกระทำของผู้ที่ไม่เคารพกฎหมาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ขาดความเข้มงวดกวดขัน ขาดการเอาใจใส่ และปัญหากลไกภาครัฐในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมาย   ทำให้ผู้ขับขี่เกิดความประมาทไม่เคารพกฎจราจร ก่อให้เกิดความสูญเสียที่รุนแรงบ่อยครั้ง            \n	กรณีเหตุการณ์สูญเสียร้ายแรงครั้งนี้ รัฐบาลและสังคมไม่ควรปล่อยให้ผ่านเลยไปอย่างง่ายดาย ซึ่งรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสังคม ควรใช้เป็นโอกาสร่วมกันยกระดับมาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน หยุดการสูญเสียในลักษณะเช่นนี้ลงให้ได้                \n	การเกิดอุบัติเหตุของคนข้ามถนนบนทางม้าลายลักษณะเช่นนี้ เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญ          ซึ่งองค์การอนามัยโลกประกาศเป็นนโยบายของโลกว่า การขับขี่ยานพาหนะในชุมชนเมือง ควรใช้ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้ภาคสังคมและภาควิชาการกำลังพยายามผลักดันให้ควบคุมความเร็วในเขตชุมชนไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทุกฝ่ายควรได้ช่วยกันผลักดันให้เต็มที่ต่อไป"	นายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน และกรุงเทพมหานคร	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	19	2565	2022-01-25T00:00:00
217	424	145	นายรณวริทธิ์ ปริยฉัตรตระกูล	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาการถ่ายโอนงบประมาณและครุภัณฑ์ภาครัฐข้ามกระทรวงหรือข้ามหน่วยงาน	จังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ในด้านต่างๆ อาทิ การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วัสดุครุภัณฑ์ด้านสาธารณสุข โครงการเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งมีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการเกษตร เป็นต้น\nสภาพปัญหา คือ กระทรวงหนึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณ แต่อีกกระทรวงหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ เมื่อจัดซื้อมาแล้วต้องใช้ระยะเวลาออกเลขครุภัณฑ์และถ่ายโอนทรัพย์สินเป็นเวลานาน ไม่สามารถถ่ายโอนงบประมาณและครุภัณฑ์ภาครัฐข้ามกระทรวงหรือข้ามหน่วยงานได้ทันที ดังนั้น จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ \n๑. มีแนวทางจัดกระบวนการถ่ายโอนทรัพย์สินให้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ และสามารถปรับปรุงการโต้ตอบทางธุรการให้รวดเร็วขึ้นได้หรือไม่\n๒. มีแนวทางอื่นๆ ที่จะใช้แก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์ หรือไม่	นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
218	423	152	ว่าที่ร้อยตรี วงศ์สยาม เพ็งพานิชภักดี	สถานการณ์บ้านเมือง	ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จากการเผาอ้อย	จากคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้ในฤดูการผลิตปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ โรงงานรับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ ร้อยละ ๐ โดยขณะนี้เป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวอ้อย ฤดูการผลิตปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) มีมติปรับลดปริมาณอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของปริมาณทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในฤดูกาลนี้ อ้อยไฟไหม้มีจำนวนถึงร้อยละ ๒๐.๙๓ (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๕) เกษตรกรชาวไร่อ้อยจึงมีความต้องการรถตัดอ้อยเป็นของตนเอง เพื่อลดปัญหาการเผาอ้อย ไม่ต้องพึ่งพารถรับจ้างตัดอ้อยของโรงงาน ซึ่งจะเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้มีการเผาอ้อย สนับสนุนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ดังนั้น จึงขอหารือไปยังนายกรัฐมนตรี ว่าควรกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๖๖ โดยขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณแก่สหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ชาวไร่อ้อย เพื่อให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้มีโอกาสจัดซื้อรถตัดอ้อยเป็นของตนเอง ซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยควรปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณส่วนนี้จำนวน ๒ หมื่นล้านบาท\n	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
219	422	133	นายไพโรจน์ พ่วงทอง	ความเดือดร้อนของประชาชน	น้ำอุปโภคบริโภค	"การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ของจังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการบริหารจัดการแหล่งน้ำในการกำกับดูแลของกรมชลประทาน ปัจจุบันเข้าสู่ฤดูแล้งทำให้ประชาชนในพื้นที่ที่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร \nสวนผัก สวนผลไม้ และสวนมะพร้าวได้รับผลกระทบโดยตรงจากการรุกของน้ำทะเลเนื่องจากไม่มีน้ำ\nที่กักเก็บไปผลักดันน้ำเค็ม ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรเน่าเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นผลมาจาก\nกรมชลประทานปิดระบบน้ำที่จะเข้ามายังคลองส่งน้ำ โดยแจ้งว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงซ่อมแซม อีกทั้งเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค เนื่องจากขาดแหล่งน้ำดิบในการทำประปาหมู่บ้าน ดังนั้น \nจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ดังนี้\n 		๑. ขอให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงระบบชลประทานไปยังคลองส่งน้ำให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว\n 		๒. หากมีการปรับปรุงซ่อมแซมในครั้งต่อไปในกรณีที่มีแผนอยู่แล้ว ควรแจ้งให้ประชาชน ในพื้นที่ได้รับทราบล่วงหน้าก่อนฤดูการเพาะปลูกเพื่อจะได้วางแผนเตรียมการสำหรับเพาะปลูกโดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร และจะได้สำรองน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคต่อไปได้"	รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
220	421	220	นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	ความล่าช้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๖ สายบางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา	"โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๖ มีการลงนามสัญญาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ งบประมาณ ๘๔,๖๐๐ ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง ๗๗,๙๗๐ ล้านบาท เป็นค่าเวนคืน ๖,๖๓๐ ล้านบาท ระยะทาง ๑๙๖ กิโลเมตร มีทั้งหมด ๔๐ สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ ๒๓ สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก ๑๗ สัญญา กำหนดแล้วเสร็จปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น โครงการมีความคืบหน้า ร้อยละ ๙๐ ปัจจุบันมีความคืบหน้าร้อยละ ๙๕ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าความล่าช้าเกิดจากสาเหตุ ดังนี้\n		๑. สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากเดิมมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบ แต่ปัจจุบันเป็นบ่อน้ำลึกกักเก็บน้ำ ต้องสร้างเป็นสะพานข้ามจึงทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้น\n                ๒. ปรับปรุงรูปแบบวิศวกรรมให้สอดคล้องกับสภาพทางกายภาพของพื้นที่ในปัจจุบัน บางช่วงของโครงการเมื่อเข้าพื้นที่พบว่ามีร่องน้ำไหลและสภาพธรณีที่เปลี่ยนแปลงไปจึงต้องปรับรูปแบบ การก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ปัจจุบัน กล่าวคือ เดิมสำรวจเป็นที่ราบแต่เมื่อเปิดหน้าดิน พบว่า เป็นร่องลึกหรือเหวจึงต้องสร้างเป็นสะพาน ซึ่งต้องอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท\n 		๓. ปรับรูปแบบการก่อสร้างที่โครงการตัดผ่านพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน ต่างๆ ซึ่งต้องเพิ่มงบประมาณ\n 		๔. ปรับรูปแบบการก่อสร้างเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่และให้สอดคล้องกับโครงข่ายที่ประชาชนใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากระหว่างก่อสร้างประชาชนได้ร้องเรียนถึงการเดินทางไม่สะดวกต้องเพิ่มจุดตัดและทางลอดหลายแห่ง ทำให้ต้องเพิ่มงบประมาณ"	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
221	420	238	นายออน กาจกระโทก	นโยบายของรัฐบาล	ขอของขวัญให้ครูเนื่องในโอกาสวันครู	"เนื่องจากวันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปี ราชการกำหนดให้เป็นวันครูแห่งชาติ เพื่อให้ความสำคัญกับวิชาชีพครูและเพื่อให้ลูกศิษย์ได้ระลึกถึงบุญคุณของครูบาอาจารย์ จึงขอให้แก้ไขปัญหาให้แก่ครู ดังนี้   \n		๑. ขอให้คืนครูและบุคลากรทางการศึกษาให้กับเด็กและโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งขาดแคลนผู้บริหารและครู \n		๒. ขอให้คืนภารโรงและครูธุรการให้แก่ทุกโรงเรียน \n		๓. การพัฒนาครู ขอให้ลดการอบรมครูโดยไม่จำเป็น ไม่เอาครูออกนอกห้องเรียน \nไม่เอาครูออกจากเด็ก ซึ่งการพัฒนาครูขอให้สอบถามครูว่าจะพัฒนาเรื่องอะไรที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน และไม่ควรให้ครูเสียค่าใช้จ่ายหรือเสียน้อยที่สุด \n		๔. ขอให้จัดสื่อเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ห้องปฏิบัติการ หรือห้องแล็บหรืออินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุม เพื่อให้ครูสามารถใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน   \n		๕. ขอให้ส่งเสริมให้ครูมีวิทยฐานะ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ที่สามารถประเมินตามสภาพจริงหรือเชิงประจักษ์ ลดการใช้การประเมินจากเอกสาร ซึ่งจะทำให้ครูสามารถพัฒนาคุณภาพเด็กจึงจะได้วิทยฐานะ ไม่ใช่การพัฒนาจากเอกสาร \n		๖. ขอให้ปรับปรุงบ้านพักครูเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับครูทั่วประเทศ \n		๗. ควรให้ครูได้วิทยฐานะที่เท่าเทียมกันในทุกสังกัด โดยวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ ขอให้มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับครูในสังกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น    \n		๘. การแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ตลอดระยะเวลา ๓ ปีที่ผ่านมา ได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ครูทั่วประเทศ แต่การแก้ไขปัญหายังไม่มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม \n		๙. ขอให้ช่วยเหลือครูที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย กรณีการก่อสร้างสนามฟุตซอล ซึ่งปัญหาเกิดจากฝ่ายการเมือง โดยครูไม่ได้มีเจตนาทุจริต"	นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
222	419	148	นายลักษณ์ วจนานวัช	สถานการณ์บ้านเมือง	ปัญหาการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF)	การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever : ASF) ในประเทศไทย แม้โรคดังกล่าวจะไม่แพร่ระบาดจากสัตว์สู่คนก็ตาม แต่ส่งผลทำให้สุกรในฟาร์ม\nที่ติดเชื้อมีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ ๘๐ จึงเป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคนี้มีความคงทนสูงและสามารถอยู่ในสภาวะแวดล้อมได้นาน รวมทั้งยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยารักษา ทำให้ผู้เลี้ยงสุกรขาดความเชื่อมั่นและหยุดเลี้ยงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย จึงส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ปริมาณสุกรลดลงไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และราคาเนื้อสุกรปรับเพิ่มสูงขึ้นสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแผนงานแก้ไขปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นอย่างเป็นเอกภาพเป็นรูปธรรม มีการวางแผนเฉพาะหน้าในการควบคุมการระบาดของโรค แผนระยะสั้นและระยะกลางในการปรับมาตรฐานเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์ม เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรคให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมทั้งจัดให้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่จำเป็นสำหรับฟื้นฟูการผลิตสุกรของผู้เลี้ยงรายย่อย และเตรียมแผนระยะยาวในการวิจัยค้นคว้าเพื่อหาวัคซีนป้องกันโรคโดยมีกรอบระยะเวลาขับเคลื่อนตามแผนที่ชัดเจน รัฐบาลควรกำหนดแผนเผชิญวิกฤติทั้งหมดนี้ให้สมบูรณ์เสียก่อน จึงพิจารณาเรื่องการนำเข้าเนื้อสุกรจากต่างประเทศ โดยควรนำเข้าเนื้อสุกรเท่าที่จำเป็นและสอดคล้องกับความก้าวหน้าในการดำเนินการตามแผนดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้อาชีพเลี้ยงสุกรของคนไทย ได้รับผลกระทบและต้องยุติกิจการลงในระยะยาว อนึ่งประเทศจีนเคยมีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรมาก่อน ซึ่งประเทศจีนมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะภาคการผลิตเพื่อเพิ่มปริมาณสุกรในประเทศ ดังนั้น ประเทศไทยควรศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาของประเทศจีนด้วย	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
223	418	233	นายอนุศักดิ์ คงมาลัย	นโยบายของรัฐบาล	ส่งเสริมป้องกันหรือกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล	ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นการเติบโตของผู้ประกอบการมีสินทรัพย์ที่มีตัวตน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่สินทรัพย์ดิจิทัลที่จะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีข้อดีที่จะสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ตามอุปสงค์และอุปทาน เป็นไปตามขีดความสามารถของผู้ประกอบการ แต่เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่มีตัวตน ไม่มีเส้นทางประกอบการ และความสามารถในการแข่งขัน จึงนำไปสู่ข้อด้อยในความรู้ที่ไม่เท่าทัน เป็นไปตามกระแส ทำให้มีความเสี่ยงสูงและมีความเสียหายมาก ดังนั้น หน่วยงาน\nที่เกี่ยวข้องควรมีกระบวนการ สร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชน ซึ่งมีขีดความสามารถเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว และสามารถลงทะเบียนผูกบัญชีธนาคารของบุคคลในครอบครัวได้ รวมถึงบุคคลวัยทำงานแม้จะมีความรู้ที่ดี แต่หากอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงสามารถสร้างความเสียหายได้เป็นจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลดีต่อประเทศชาติ มีแนวทางควบคุม กำกับ ดูแล ป้องกัน ไม่ให้เกิดโทษ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดประโยชน์อย่างไรบ้าง	นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
224	417	137	นายมณเฑียร บุญตัน	นโยบายของรัฐบาล	ปัญหาการจ้างงานคนพิการในภาครัฐ	"จากพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๓ กำหนดให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการและหน่วยงานของรัฐรับคนพิการ\nเข้าทำงานตามลักษณะของงานในอัตราส่วน ๑ : ๑๐๐ กรณีของหน่วยงานเอกชนหากไม่จ้างคนพิการเข้าทำงานจะมีทางเลือก ๒ แนวทาง กล่าวคือ แนวทางที่หนึ่ง นายจ้างหรือสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงานให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามมาตรา ๓๔ แนวทางที่สอง นายจ้างหรือสถานประกอบการที่ไม่รับคนพิการเข้าทำงาน และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ นายจ้างหรือสถานประกอบการนั้นต้องจัดสถานที่เพื่อจำหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่คนพิการ ตามมาตรา ๓๕ ทั้งนี้ มาตรา ๓๙ กำหนดให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต้องประกาศรายชื่อหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ และมาตรา ๓๕ ต่อสาธารณะ ซึ่งก่อนการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ภาคเอกชนได้ปฏิบัติตามกฎหมายค่อนข้างดีประมาณร้อยละ ๙๐ แต่ปรากฏว่าหน่วยงานของรัฐไม่ได้จ้างคนพิการเข้าทำงานและไม่จัดสถานที่ให้คนพิการจำหน่ายสินค้าหรือบริการเป็นส่วนใหญ่ โดยปลายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ต้องจ้างคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากกว่า ๘,๐๐๐ ตำแหน่ง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต้องจ้างคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากกว่า ๑๑,๐๐๐ ตำแหน่ง ปลายปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ต้องจ้างคนพิการเข้าทำงานเพิ่มมากกว่า ๑๔,๐๐๐ คน จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า สัดส่วนการปฏิบัติตามกฎหมายโดยหน่วยงานของรัฐลดลงตามลำดับ จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้         \n			๑. ขอให้มีมติคณะรัฐมนตรีในลักษณะเดียวกันกับที่เคยมีมาแล้วในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด \n			๒. ขอให้กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการติดตามการดำเนินงานตามมาตรา ๓๙ อย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยนำรายชื่อของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเปิดเผยต่อสาธารณชนแต่อย่างใด     \n			๓. ขอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ต้องปฏิบัติตามกฎหมายในการจ้างคนพิการเข้าทำงาน โดยรัฐสภามีข้าราชการและลูกจ้างประมาณ ๓,๐๐๐ คน ซึ่งต้องมีสัดส่วนจ้างคนพิการเข้าทำงานจำนวน ๓๐ ตำแหน่ง แต่ที่ผ่านมาไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้มีการจ้างคนพิการเข้าทำงานแต่อย่างใด จึงขอให้พิจารณาจ้างคนพิการเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐสภาหรือจัดสถานที่ให้คนพิการได้จำหน่ายสินค้าหรือบริการ\n"	นายกรัฐมนตรี กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
225	416	243	นายอำพล จินดาวัฒนะ	นโยบายของรัฐบาล	มาตรการเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล รับ - ส่ง ผู้ป่วย	จากหลังเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๕ มีข่าวเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุของรถพยาบาล รับ - ส่ง ผู้ป่วย จำนวนมาก และในช่วง ๔ ปี ที่ผ่านมา มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากรถพยาบาล จำนวน ๑๑๐ ครั้ง ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สินของผู้ป่วย ญาติ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และส่วนรวม สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพนักงานขับรถด้วยความเร็วสูง ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เพราะถือว่าได้รับการยกเว้นในกรณีเร่งด่วน ประกอบกับรถพยาบาลส่วนใหญ่เป็นรถตู้มีการทรงตัวและยึดเกาะถนนไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อขับรถด้วยความเร็วสูงจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยปกติการรับ - ส่ง ผู้ป่วย แพทย์ได้ประเมินวินิจฉัยแล้วว่า ผู้ป่วยไม่มีขีดอันตราย สัญญาณชีพทรงตัว ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบขับรถด้วยความเร็วเพื่อแข่งกับเวลา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก จึงขอหารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันอย่างจริงจัง ในการพิจารณาวางมาตรการอย่างเข้มงวดในเรื่องดังกล่าว โดยการลดความเร็ว และเคารพกฎจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุรถพยาบาล รับ - ส่ง ผู้ป่วย และลดความเสียหายได้อย่างเป็นรูปธรรม	กระทรวงสาธารณสุข ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ\n	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
226	415	112	นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ	ความเดือดร้อนของประชาชน	การแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน	จากนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนของนายกรัฐมนตรีที่ดำเนินการ มาตลอดใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ และมีการแถลงในช่วงปีใหม่ว่าได้ตั้งเป้าหมายในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนให้สำเร็จนั้น เนื่องจากประชาชนโดยเฉพาะข้าราชการครูและตำรวจ มีภาระหนี้สินจำนวนมาก ส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนของรัฐบาลที่ได้ดำเนินการแล้ว จำนวน ๘ ด้าน ได้แก่ ๑) การแก้ไขปัญหาหนี้สินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ๒) การไกล่เกลี่ยและปรับโครงสร้างหนี้สินผ่านกลไกของธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินของรัฐ ๓) การแก้ไข ปัญหาหนี้สินเช่าซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ๔) การแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการ ๕) การปรับลดหรือการทบทวนโครงสร้างเพดานอัตราดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม รวมทั้งการออกมาตรการคุ้มครองสิทธิ\nของลูกหนี้ ๖) การแก้ไขหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ๗) การแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนรายย่อย หรือ SMEs และ ๘) การปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาจากปัจจัยภายนอกของปัญหาหนี้สินได้เป็นอย่างดี ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ รัฐบาลควรเพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาจากปัจจัยภายในของลูกหนี้ โดยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาถือปฏิบัติ\nในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นไปตามวิสัยทัศน์ประเทศไทยตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ -๒๕๘๐ ที่กำหนดว่า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างความสุขอย่างยั่งยืน ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มาตรการในการขับเคลื่อนควรเริ่มจากกลุ่มข้าราชการที่มีปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนก่อน โดยหัวหน้า\nส่วนราชการทุกระดับทำกิจกรรมเรียกว่าแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๕๙ -๒๕๖๔) ซึ่งควรขยายถึง ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เชิญชวนข้าราชการที่มีปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือนจำนวนมาก\nเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมพอเพียงด้วยการจัดทำบัญชีครัวเรือน แผนการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ ตระหนักรู้ในการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างไรก็ตามความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ผู้บังคับบัญชาต้องเอาใจใส่และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และหากได้ผลดีจึงขยายไปยังภาคประชาชน ซึ่งการดำเนินตามแนวทางนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ลดการทุจริต และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี	นายกรัฐมนตรี	วุฒิสภา	สามัญประจำปีครั้งที่ ๒	17	2565	2022-01-18T00:00:00
